แหวกฟ้าหาฝัน : Italian Painting in National Museum of Western Art Tokyo 1

แหวกฟ้าหาฝัน : Italian Painting in National Museum of Western Art Tokyo 1

แหวกฟ้าหาฝัน : Italian Painting in National Museum of Western Art Tokyo 1

วันอาทิตย์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Mater Dolorosa detail 2 โดย Carlo Dolci 

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่ได้มีโอกาสเยือน National Museum of Western Art ย่อมคาดหวังว่าจะได้ชมผลงานศิลปะของชาติตะวันตก ซึ่งต้องมีผลงานของศิลปินอิตาเลียนยืนหนึ่งอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมิวเซียมที่จัดแสดงของสะสมตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 เป็นต้นมา ทั้งนี้ เพราะในช่วงเวลานั้นประเทศที่มีศิลปินที่โดดเด่นและก้าวหน้าที่สุดคงไม่มีใครเกินอิตาลี ผลงานส่วนใหญ่ในช่วงเวลานั้นมักเกี่ยวเนื่องกับศาสนจักร เรื่องราวเกี่ยวกับโรมันโบราณ และภาพเหมือน ทั้งนี้ เพราะในช่วงเวลานั้นมีเพียงศาสนจักรกับกษัตริย์ และราชวงศ์เท่านั้นที่มั่งคั่งมากพอที่จะดำริให้มีการสร้างสรรค์งานศิลปะ

ใน National Museum of Western Art มีผลงานของศิลปินชาวอิตาลีอยู่หลายชิ้น อาทิ Portrait of a Lady as Saint Catherine of Alexandria โดย Domenico Puligoศิลปินยุคเรอเนสซองส์ชาวฟลอเรนซ์Catherine of Alexandria เป็นทั้งเจ้าหญิงและนักวิชาการที่เกิดตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 4พระนางได้เปลี่ยนเป็นคริสเตียนตั้งแต่อายุเพียง 14 ปี และมีความสามารถในการประกาศจนทำให้ผู้คนจำนวนมากหันมานับถือศาสนาคริสต์ได้ พระนางได้เข้าไปหาพระจักรพรรดิMaxentius เพื่อขอร้องให้พระองค์หยุดทารุณกรรมประชาชน แต่พระนางกลับถูกจักรพรรดิMaxentius ทารุณกรรมและจับขังคุก ระหว่างที่พระนางอยู่ในคุกยังคงสามารถเทศน์จนทำให้แม้แต่พระราชินีแห่งจักรพรรดิเปลี่ยนเป็นคริสเตียนได้ พระองค์เลยเปลี่ยนแผนขอแต่งงานกับพระนางแทน พระนางปฏิเสธและประกาศว่าสามีของพระนางคือพระเยซู ในที่สุดจักรพรรดิ Maxentius เลยสั่งประหารพระนางโดยการฟันศีรษะ แต่ปรากฏว่าสิ่งที่ไหลออกจากพระศอของพระนางกลายเป็นน้ำนมแทนที่จะเป็นเลือด ความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญของพระนางได้รับการถวายพระเกียรติอย่างมากชาวออร์โธดอกซ์เฉลิมฉลองวันพลีชีพของพระนางในวันที่ 24 พฤศจิกายนทุกปี

Lucretia โดย Guido Reni 

Lucretia โดย Guido Reni จิตรกรชาวโบโลญญายุคบาโรกที่ทำงานอยู่ที่โรมและเนเปิล ผลงานส่วนใหญ่ของเขาเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนจักร และนิยายปรัมปรา ส่วนเรื่องราวของ Lucretia หญิงผู้สูงศักดิ์ของโรมโบราณเชื่อกันว่า การที่ Sextus Tarquinius โอรสองค์หนึ่งของกษัตริย์โรมองค์สุดท้ายข่มขืนเธอสร้างความขมขื่นให้เธอมากจนทำให้เธอตัดสินใจฆ่าตัวตาย การตายของเธอก่อให้เกิดความไม่พอใจอย่างกว้างขวางของชาวโรมจนเกิดการกบฏที่ทำให้ราชวงศ์โรมล่มสลาย เปลี่ยนโรมจากอาณาจักรเป็นสหพันธรัฐโรมในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ดี ผลงานที่โดดเด่นและมีพลังที่สุดจากศิลปินชาวอิตาเลียนคงไม่มีชิ้นใดเกิน Mater Dolorosa โดย Carlo Dolci จิตรกรชื่อดังแห่งเมืองฟลอเรนซ์ในคริสต์ศตวรรษที่ 17เขามีชื่อเสียงจากการเขียนภาพที่ใช้สีสดใส และมีรายละเอียดซับซ้อน ตัวละครสำคัญทางศาสนาในอุดมคติของเขาคือ Madonna หรือพระแม่มารีที่มีใบหน้าสวยงามและหวานชื่น ภาพ Mater Dolorosa ของ Dolci ชิ้นนี้แปลว่าพระแม่มารีที่โศกเศร้าอันหมายถึงความโศกาจากชะตากรรมของพระเยซู ผลงาน Madonna ของ Dolci ทุกชิ้นจะสร้างอารมณ์ให้กับผู้ชมเหมือนๆ กัน นั่นคือ สงบ เยือกเย็น จนผลงานธีมนี้ของเขาไม่เพียงเป็นที่ต้องการอย่างมาก ในช่วงเวลานั้น แม้แต่นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสชมก็ยังอยากได้ไว้ครอบครองสักชิ้นเลยทีเดียว

Mater Dolorosa detail1 โดย Carlo Dolci 

Mater Dolorosa โดย Carlo Dolci 

Portrait of a Lady as Saint Catherine of Alexandria โดย Domenico Puligo 

แหวกฟ้าหาฝัน : Dutch Painting in National Museum of Western Art Tokyo

แหวกฟ้าหาฝัน : Dutch Painting in National Museum of Western Art Tokyo

แหวกฟ้าหาฝัน : Dutch Painting in National Museum of Western Art Tokyo

วันอาทิตย์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

The Flight of Lot and His Family From Sodom โดย Jacob Jordaens

ในมิวเซียมศิลปะชาติตะวันตกที่จัดแสดงผลงานตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 ผลงานของศิลปินกลุ่มหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยนั่นคือ ศิลปินชาวดัทช์ นักท่องเที่ยวที่คุ้นเคยกับการดูศิลปะหรือมีความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์ตะวันตกจะทราบดีว่า ยุคทองของดัทช์เริ่มต้นจากปี 1588 อันเป็นปีที่สาธารณรัฐดัทช์ถูกตั้งขึ้นจนถึงปี 1672 อันเป็นปีเริ่มต้นของสงครามระหว่างฝรั่งเศสและดัทช์ ในยุคทองนี้การค้า วิทยาศาสตร์ ศิลปะ และการล่าอาณานิคมของชาวดัทช์มีความโดดเด่นที่สุดในยุโรป ช่วงต้นของยุคทองเริ่มต้นจากสงคราม 80 ปี จวบจนปี 1648 ส่วนครึ่งหลังของยุคทองสิ้นสุดที่สงครามระหว่างฝรั่งเศสและดัทช์ ที่เรียกว่า Franco-DutchWar การล่าอาณานิคมของดัทช์ในช่วงเวลานั้นสัมพันธ์กับบริษัท East India และ WestIndia โดยแผ่ขยายเข้าไปในทวีปอเมริกา แอฟริกาใต้และเอเชียอันเป็นผลมาจากแสนยานุภาพทางทะเล

Abundance 

การที่ดัทช์สามารถแผ่ขยายอิทธิพลไปสู่โลกกว้าง และมีอาณานิคมมากมายทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น คหบดีเกิดใหม่มีเพิ่มขึ้นมากมายส่งผลให้กำลังซื้อของประเทศเพิ่มขึ้นสูงมาก เมื่อประชาชนมีเงิน พวกเขาก็ไม่เพียงซื้อหาอาหารที่หรูหรา บ้านเรือนที่ใหญ่โต พวกเขาก็เริ่มหันเข้าหาศิลปะด้วย ศิลปินในช่วงเวลานั้นจึงหันมาสร้างสรรค์งานที่หันเหออกจากศาสนจักรมากขึ้น แล้วมาเน้นเรื่องชีวิตประจำวันภาพเหมือนทั้งของคนและสิ่งของเพื่อใช้ประดับบ้านเรือนหรือคฤหาสน์เพื่อแสดงสถานะ ผลงานที่ศิลปินในยุคทองส่วนหนึ่งนิยมสร้างสรรค์จึงเป็นภาพ Still Life อาทิ Still Life with a BoyBlowing Soap-bubbles โดยGerard Dou ศิลปินชื่อดังแห่งยุคทองของดัทช์ลูกศิษย์ของ Rembrandt ผู้เชี่ยวชาญด้านภาพในชีวิตประจำวันStill Life with Booksand Manuscripts and a Skull โดย Edwaert Collierศิลปินชื่อดังแห่งยุคทองของดัทช์ที่เชี่ยวชาญด้านภาพเหมือน นักท่องเที่ยวจะเห็นว่าภาพเหมือนของเขานี้เหมือนจริงมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งรายละเอียดในหนังสือและหัวกะโหลก Still Lifewith Games and Vegetables โดย Adriaenvan Utrecht ศิลปินชื่อดังแห่งยุคทองของดัทช์ที่เชี่ยวชาญด้านภาพเหมือนเช่นกัน

Abundance detail 1

ยุคทองของดัทช์ทางด้านศิลปะนั้น นอกจากภาพแนว Still Life และภาพชีวิตประจำวันแล้ว ในด้านศิลปะชั้นสูงยังสัมพันธ์กับยุคบาโรคของยุโรปโดยมีลักษณะโดดเด่นที่ความหยิ่งผยอง และหรูหรา อาทิ The Flight of Lot and His Family From Sodom โดย Jacob Jordaens อย่างไรก็ดี ในช่วงเวลานั้นศิลปินดัทช์ที่ดังที่สุดคงไม่มีใครเกิน Peter Paul Ruben ศิลปินยุคบาโรคที่มีอิทธิพลมากที่สุดของดัทช์ ผลงานของเขามีความโดดเด่นและมีอัตลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงการปฏิรูปจากแนวทางเก่าๆ ได้อย่างเด่นชัด ผลงานของเขามีทั้งภาพเหมือน ภาพทิวทัศน์ ภาพที่เกี่ยวเนื่องกับประวัติศาสตร์ ภาพบนแท่นบูชาในโบสถ์ใหญ่ๆ หลายแห่งของยุโรป ผลงานของเขาใน National Museum of Western Art Tokyo คือ Two Sleeping Children นักประวัติศาสตร์ศิลป์เชื่อว่า เด็กสองคนที่เป็นนายแบบนี้เป็นลูกของพี่ชายศิลปิน การศึกษาจากฝีแปรงพบว่า เขาวาดแก้มของเด็กด้วยฝีแปรงที่รวดเร็วซึ่งสร้างความมีชีวิตชีวาได้อย่างน่าทึ่ง Abundance เป็นอีกภาพที่สะท้อนอัจฉริยภาพของเขาได้อย่างเหลือเชื่อสังเกตได้จากความสามารถในการถ่ายทอดเรื่องราวผ่านการใช้สีที่ทั้งโปร่งแสง และทึบแสงได้อย่างชำนิชำนาญ รวมถึงการใช้โทนที่สีตัดกัน พร้อมกับการสร้างมิติของสีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Abundance detail 2

Still Life with a Boy Blowing Soap-bubbles โดย Gerard Dou

Still Life with a Boy Blowing Soap-bubbles โดย Gerard Dou

Still Life with a Boy Blowing Soap-bubbles โดย Gerard Dou

Still Life with a Boy Blowing Soap-bubbles โดย Gerard Dou

Still Life with a Boy Blowing Soap-bubbles โดย Gerard Dou

Still Life with a Boy Blowing Soap-bubbles โดย Gerard Dou

Still Life with Books and Manuscripts and a Skull โดย Edwaert Collier

Still Life with Books and Manuscripts and a Skull โดย Edwaert Collier

Still Life with Books and Manuscripts and a Skull โดย Edwaert Collier

Still Life with Books and Manuscripts and a Skull โดย Edwaert Collier

Still Life with Games and Vegetables โดย Adriaen van Utrecht

Still Life with Games and Vegetables โดย Adriaen van Utrecht

Still Life with Games and Vegetables โดย Adriaen van Utrecht

Still Life with Games and Vegetables โดย Adriaen van Utrecht

Two Sleeping Children

Two Sleeping Children

Two Sleeping Children

Two Sleeping Children

แหวกฟ้าหาฝัน : National Museum of Western Art Tokyo

แหวกฟ้าหาฝัน : National Museum of Western Art Tokyo

แหวกฟ้าหาฝัน : National Museum of Western Art Tokyo

วันอาทิตย์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวสายศิลป์ที่มีเวลาในโตเกียวหลายวัน และเข้า Tokyo ArtMuseum, Ueno Royal Museum แล้วถ้ายังอยากเข้ามิวเซียมศิลปะอีก และชื่นชอบงานศิลปะตะวันตก สถานที่ท่องเที่ยวที่ควรเยือนก็คือ National Museum of Western Art หรือ NMWA มิวเซียมที่ถูกจัดตั้งขึ้นครั้งแรกในวันที่ 10 มิถุนายน 1959 นี้เป็นผลมาจากของสะสมของ KojiroMatsukata นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในสมัยนั้นผู้ชื่นชอบสะสมงานศิลปะตะวันตก เขามีความตั้งใจอย่างยิ่งยวดตั้งแต่เริ่มต้นสะสมงานศิลปะตะวันตกว่าจะสร้างเป็นมิวเซียมให้ชนรุ่นหลัง มิวเซียมแห่งนี้จึงเป็นมิวเซียมเพียงแห่งเดียวของญี่ปุ่นที่ทุ่มเทให้กับการสะสมงานของศิลปินตะวันตกนับจากนั้นมา

ผลงานสะสมของเขาถูกจัดหมวดหมู่เป็นงานจิตรกรรมก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 18จะจัดแสดงไว้ที่อาคารหลัก งานในยุคต้นๆ มักเป็นงานที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนจักร อาทิ งานของ Veronese, Ruben, Brugel และ Fragonard อันเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงจากทั้งอิตาลี ฮอลแลนด์ และฝรั่งเศส ส่วนงานของคริสต์ศตวรรษที่ 19-20 จะมีอย่างหลากหลายและไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับศาสนาอีกแล้ว อาทิ งานของตั้งแต่ก่อน Impressionism ถึง Post Impressionismประกอบด้วย Delacroix, Courbet, Manet, Renoir, Monet, Van Gogh, Gauguin,Marquet, Picasso, Miro, Dubuffetส่วนงานภาพร่างก็มีไม่น้อยโดยเฉพาะศิลปินฝรั่งเศสในคริสต์ศตวรรษที่ 18-19 อาทิ Boucher, Fragonard, Delacroix, Rodinและ Cezanne ยิ่งกว่านี้ยังมีงานพิมพ์ของ Durer, Holbein, Rembrandt, Goya อีกต่างหากด้วย มิวเซียมยังได้มีการซื้อผลงานใหม่ๆ ทุกปีตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินการจนมีผลงานมากกว่า 4,500 ชิ้น ไม่ว่าจะเป็นงานจิตรกรรมหรือประติมากรรมตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 14-20

วิธีการจัดแสดงผลงานถาวรจะเป็นไปตามรูปแบบของ Le Corbusier สถาปนิกชาวสวิสฝรั่งเศสผู้ออกแบบ SanskarKendra Museum ใน Ahmedabadซึ่งเป็นมิวเซียมที่ถูกออกแบบด้วยสถาปนิกคนเดียวกันในช่วงเวลาเดียวกัน ดั้งเดิมนั้นเขายังออกแบบให้ห้องจัดแสดงใช้แสงจากธรรมชาติมากกว่าไฟเพื่อให้ผู้ชมรู้สึกอบอุ่น แต่ปัจจุบันมิวเซียมได้ใช้ไฟจากนีออนมากขึ้นแล้ว ปี 2005 อาคารจัดแสดงนี้ได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 100 ของอาคารทันสมัยที่สุดของญี่ปุ่นจากการจัดอันดับของ DOCOMOMO ยิ่งกว่านั้นในปี2007 รัฐบาลฝรั่งเศสได้เสนอต่อ UNESCO ให้อาคารที่ถูกออกแบบโดย Le Corbusier รวมทั้งอาคารของมิวเซียม NMWA ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในฐานะสินทรัพย์สำคัญทางด้านวัฒนธรรม ในที่สุดในปี2016 นี่เองที่อาคารมิวเซียมร่วมกับผลงานทั้ง 16 ชิ้นของ Le Corbusier สถาปนิกผู้ออกแบบก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

นอกจากมิวเซียมจะมีการจัดแสดงผลงานถาวรแล้ว มิวเซียมยังมีการจัดแสดงนิทรรศการพิเศษทุกปีเฉกเช่นเดียวกันกับมิวเซียมของชาติตะวันตกทั่วไปด้วย ในแต่ละปี
มิวเซียมจะทำการหยิบยืมผลงานศิลปะตะวันตกจากมิวเซียมต่างๆ หรือของสะสมของเอกชนจากทั้งในญี่ปุ่นเองและนานาชาติ อาทิ ปี 1963 ได้นำงานศิลปะของ Marc Chagall ศิลปินชาวยิวที่เกิดในเบราลุสมากถึง 450 ชิ้นจาก 15 ประเทศทั่วโลกมาจัดแสดง ในจำนวนนี้มี 8 ชิ้นที่นำมาจากสหภาพโซเวียตเลยทีเดียว ยิ่งกว่านั้นในปี 2019 National Gallery ของกรุงลอนดอนยังให้ยืมงานจิตกรรมกว่า 60 ชิ้นมาจัดแสดง รวมทั้งผลงาน Sunflower อันโด่งดังของ Van Gogh ที่มีโอกาสเดินทางมาญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ด้วย นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาเยือนมิวเซียมแห่งนี้ไม่เพียงจะได้ชื่นชมอาคารที่เป็นมรดกโลก ยังจะได้ชื่นชมผลงานศิลปะของศิลปินชาติตะวันตกอย่างจุใจจนทำให้บรรยากาศของการเยือนมิวเซียมนี้เฉกเช่นเดียวกันกับเดินอยู่ในห้องภาพของยุโรปเลยทีเดียว

แหวกฟ้าหาฝัน : มรดกโลกใน Ueno Royal Museum

แหวกฟ้าหาฝัน : มรดกโลกใน Ueno Royal Museum

แหวกฟ้าหาฝัน : มรดกโลกใน Ueno Royal Museum

วันอาทิตย์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

mainvisual

หลังจากที่นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบงานศิลป์มาเยือน Ueno และเข้าชม Tokyo Art Museum แล้ว แต่ยังอยากเข้ามิวเซียมศิลป์อีก สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่น่าเยือนก็คือ Ueno Royal Museum มิวเซียมเอกชนที่เปิดตัวครั้งแรกในเดือนเมษายน 1972 นี้อยู่ภายใต้การบริหารของสมาคมศิลปะญี่ปุ่น (Japan Art Association) มูลนิธิด้านศิลปะที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น สมาคมศิลปะญี่ปุ่นที่ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 1896 หรือสมัยเมจิ ที่ 12 นี้ มีประธานคนแรกเป็น Prince Arisugawa Taruhito จึงเป็นสมาคมที่มีความเข้มแข็งมั่นคงมาก ปัจจุบันสมาคมแห่งนี้ก็ยังมี Prince Hitachi Masahito เป็นประธานอยู่

นับจากเปิดมิวเซียมมานั้น ของจัดแสดงส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นโดยไม่มีของจัดแสดงแบบถาวรเลย ในแต่ละปีจะมีของจัดแสดงเป็นงานแนว Contemporary Art อยู่เนืองๆถึงกระนั้นก็ตามสมาคมพยายามที่จะจัดแสดงผลงานของศิลปินญี่ปุ่นเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมอย่างสม่ำเสมอ ในแต่ละปีจะมีนิทรรศการ VOCA เพื่อส่งเสริมศิลปินญี่ปุ่นรุ่นใหม่, The UenoRoyal Museum Grand Prize และ Paintingsof Japanese Nature Exhibition ในปี 2006 สมาคมได้ขยายกิจการโดยตั้ง Ueno Royal Museum Art School ขึ้นที่ชั้นสามของอาคารเพื่อส่งเสริมความสำคัญของกิจการสมาคม

ตัวอย่างนิทรรศการที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นโดยเฉพาะ อาทิ งาน Washi Paper งานศิลปะที่ทำจาก Washi กระดาษโบราณที่ทำจากเยื่อต้นไม้ของญี่ปุ่น Washiแปลว่า กระดาษญี่ปุ่นทำจากเยื่อชั้นในของต้น Gampi ที่มีความแข็งแรงสูง ไม้พุ่มMitsumata และต้น Mulberry กระดาษชนิดนี้จะมีความทนทาน ไม่ขาดง่าย โปร่งแสง เนื้อดีประวัติของกระดาษนี้ย้อนไปถึงปี 610ที่พระจากจีนได้นำกระดาษมาเผยแพร่ในญี่ปุ่น ต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 9 ญี่ปุ่นได้กลายเป็นประเทศผู้นำทางด้านการทำกระดาษ และปลายคริสต์ศตวรรษที่ 1800 ชาวญี่ปุ่นกว่า 100,000 ครอบครัวก็ได้หันมาทำกระดาษด้วยมืออันเป็นที่มาของกระดาษ washi

กระดาษญี่ปุ่นที่ทำจากเทคนิคโบราณนี้มักใช้ในงานศิลปะญี่ปุ่นโดยเฉพาะ อาทิ งานกระดาษพับ (Origami) ใช้สร้างหรือเขียนตัวอักษรญี่ปุ่น (calligraphy) และงานพิมพ์แกะไม้ (woodblock print) นอกจากนี้กระดาษ washi จะใช้ในงานศิลป์ ยังถูกนำมาใช้ในการทำของใช้ในบ้านและของเล่นอีกต่างหากด้วย เนื่องจากความพิเศษของกระดาษ Washi ที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมเก่าแก่ของญี่ปุ่นทำให้กระดาษนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นงานมรดกโลกในปี 2014 นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสได้ชมผลงานกระดาษ washi จากนิทรรศการใน Ueno Royal Museum จะได้สัมผัสถึงอัจฉริยภาพของศิลปินที่มีจินตนาการในการสร้างผลงานได้อย่างหลากหลาย และสร้างสรรค์จนแทบไม่น่าเชื่อว่างานศิลปะเหล่านี้ทำจากกระดาษเลยทีเดียว

แหวกฟ้าหาฝัน : Tokyo Metropolitan Art Museum

แหวกฟ้าหาฝัน : Tokyo Metropolitan Art Museum

แหวกฟ้าหาฝัน : Tokyo Metropolitan Art Museum

วันอาทิตย์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวสายอาร์ตที่มาเที่ยวย่านอูเอโนะ และไม่ได้ต้องการเพียงแค่เดินสวนสาธารณะหรือช้อปปิ้ง แต่ต้องเยือนมิวเซียมให้ได้ มิวเซียมหนึ่งที่ควรเยือนให้ได้ก็คือ Tokyo Metropolitan Art Museum แม้ว่าชื่อมิวเซียมจะเป็นแค่มิวเซียมประจำเมือง แต่เนื่องจากโตเกียวเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น ประเทศที่เคยมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลกมาก่อนย่อมมีของดีให้ดูอย่างแน่นอน

Tokyo Metropolitan Art Museum นี้เป็นหนึ่งในหลายๆ มิวเซียมที่ตั้งอยู่ใน Ueno Park แต่เป็น Art Museum แรกของญี่ปุ่นโดยได้เปิดทำการครั้งแรกในปี 1926 แนวคิดเริ่มต้นในการก่อตั้งได้รับการสนับสนุนจาก Keitaro Sato เจ้าพ่ออุตสาหกรรมจากKyushu เขาได้บริจาคเงินถึง 1 ล้านเยน ให้กับเทศบาลเมืองด้วยความหวังให้เทศบาลก่อตั้งมิวเซียมศิลปะเพื่อรักษาและส่งเสริมงานศิลปะแนวใหม่ แนวคิดนี้ได้รับการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐและประชาชนอย่างล้นหลามจนทำให้มิวเซียมสามารถเปิดทำการได้ในวันที่ 1 พฤษภาคม 1926

อย่างไรก็ดี หลังเปิดทำการ มิวเซียมกลับถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก Shizuka Shikazakiนักวิพากษ์อันเป็นผลมาจากการที่มิวเซียมไม่มีผลงานสะสมแบบถาวรไว้จัดแสดงเลยเป็นเพียงให้เช่าพื้นที่จัดแสดงศิลปะชั่วคราวเท่านั้นจึงเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ หลังจากนั้นอีก 2 ปี Seisui Sakaiนักวิพากษ์อีกคนก็ให้ความเห็นเป็นไปในแนวทางเดียวกันว่า มิวเซียมจะไม่สามารถเป็นมิวเซียมได้จนกว่าจะมีการจัดแสดงผลงานถาวรขึ้น

ถึงกระนั้นก็ตาม มิวเซียมก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องของจัดแสดงผลงานถาวรได้จวบจนทศวรรษที่ 1970 ทั้งนี้ เพราะแรงกดดันจากศิลปินท้องถิ่น และตัวอาคารที่เริ่มเสื่อมโทรม ในที่สุดรัฐบาลก็ตัดสินใจรื้ออาคารทิ้งแล้วปรับเปลี่ยนสถานที่บางส่วนเป็นสวนสาธารณะในปี 1975 ภายใต้การออกแบบของ Kunio Maekawa สถาปนิกที่มีแนวคิดล้ำสมัยมากในช่วงเวลานั้นอาคารใหม่นี้ได้รับคำชื่นชมจากประชาชนในความหรูหรา แต่กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมมากนับจากนั้นมามิวเซียมก็เริ่มสะสมของจัดแสดงถาวร อาทิ งานประติมากรรมของทศวรรษที่ 1970-1980 ต่อมาในปี 1994ของจัดแสดงถาวรส่วนหนึ่งได้ถูกย้ายไปไว้ที่ Tokyo Museum of Contemporary Art แต่ในที่สุดมิวเซียมก็หวนกลับมาจัดตั้งใหม่ ณ สถานที่เดิมและเปิดทำการในปี 2012

นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาเยือนไม่เพียงจะสามารถถ่ายรูปเล่นด้านหน้ากับลูกโลกทรงกลมขนาดใหญ่ ยังจะได้ชื่นชมกับผลงานศิลปะแนว Contemporary Art จากศิลปินญี่ปุ่นที่สร้างสรรค์งานได้อย่างมีสีสันสนุกสนานจนทำให้นักท่องเที่ยวสามารถใช้เวลากว่า 5 ชั่วโมงในสถานที่อันกว้างใหญ่แห่งนี้ได้ชนิดที่ลืมไปเลยว่ากำลังอยู่ในญี่ปุ่น

แหวกฟ้าหาฝัน : บันเทิงย่าน Ueno

แหวกฟ้าหาฝัน : บันเทิงย่าน Ueno

แหวกฟ้าหาฝัน : บันเทิงย่าน Ueno

วันอาทิตย์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2568, 07.15 น.

นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาเยือนโตเกียว นอกจากจะสามารถสัมผัสประสบการณ์การกินอาหารแบบท้องถิ่นด้วยการเยือนตลาด Tsukiji แล้ว โตเกียวยังมีตลาดท้องถิ่นอีกแห่งให้เยือนด้วย นั่นคือ Ameyoko ที่อยู่ติดกับสถานี Ueno อูเอโนะเป็นย่านท่องเที่ยวที่มีความสำคัญยิ่งของโตเกียว ทั้งนี้ เพราะที่นี่มี Ueno Park ตั้งอยู่ สวนสาธารณะนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญกลางเมืองที่ชาวไทยซึ่งมาเยือนโตเกียวเพื่อดูซากุระบานต้องมาให้ได้ Ueno Park เป็นสวนสาธารณะที่ถูกตั้งขึ้นบนที่ดินของวัด Kaneiji ตั้งแต่ปี 1873โดยเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกๆ ของญี่ปุ่นที่ยืมแนวคิดมาจากชาวตะวันตกในยุคเมจิ

พื้นที่ดั้งเดิมเป็นของวัด Kaneiji มาตั้งแต่ปี 1625 แต่เมื่อวัดถูกทำลายในสงคราม Ueno ในปี 1868 รัฐบาลต้องการเปลี่ยนการใช้งานของพื้นที่นี้ใหม่โดยมีการนำเสนอให้เป็นโรงพยาบาล แต่ Bauduin แพทย์ชาวดัทช์ได้เสนอให้ใช้พื้นที่นี้ทำสวนสาธารณะแทนเดือนมกราคม ปี 1873 รัฐบาลก็ตัดสินใจทำสวนสาธารณะให้ประชาชนไว้ใช้พักผ่อนหย่อนใจ หลังก่อตั้งสวนสาธารณะ Ueno รัฐบาลก็ได้สร้างสวนสาธารณะขึ้นอีกหลายแห่ง อาทิ ที่ Shiba, Asakusa, Asukayama และ Fukugawa โดยในช่วงแรกมอบหมายให้กระทรวงบ้านเป็นผู้ดูแล ก่อนเปลี่ยนมือไปให้กระทรวงเกษตรและพาณิชย์ดูแล

นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสเยือนสวนสาธารณะที่มีต้นไม้กว่า 8,800 ต้น โดยเป็นต้นซากุระมากถึง 800 ต้นนี้ ไม่เพียงจะสามารถถ่ายรูปกับต้นซากุระได้อย่างเต็มอิ่ม ยังสามารถนั่งชมดอกไม้ และรับประทานอาหารที่เตรียมมาเองในสวนได้ อีกทั้งยังสามารถที่จะเยือนศาลเจ้า Ueno Toshogu และมิวเซียมอีกหลากหลายที่ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะอีกต่างหากด้วย ยิ่งกว่านั้นหากนักท่องเที่ยวไม่ชื่นชอบมิวเซียม แต่ชื่นชอบการช้อปปิ้งหรือการกิน สามารถที่จะออกมาช้อปและหาประสบการณ์กับอาหารพื้นเมืองได้อย่างสนุกสนานที่ Amayoko Market ที่อยู่ใกล้กับสวนสาธารณะได้

Ameya หรือ Ameyoko อันเป็นชื่อที่นักท่องเที่ยวรู้จักนี้มีประวัติย้อนไปตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สองที่ย่านนี้เป็นตลาดมืดขายสินค้าซึ่งเคยเป็นของชาวอเมริกันมาก่อนในราคานับ 10 เท่าของที่ควรจะเป็น เมื่อรัฐบาลทราบข่าว วันที่ 30 พฤษภาคม 1946 ตำรวจจึงเข้าจับพ่อค้าและปิดตลาด แต่พ่อค้าก็ยังออกมาค้าอยู่เนืองๆ ในที่สุด รัฐบาลเลยตัดสินใจเปิดตลาดที่ถูกต้องตามกฎหมายโดยอนุญาตให้พ่อค้านำสินค้ามาค้ากว่า 80 ร้าน ในบริเวณที่เป็นตึก Ameyokoต่อมาพ่อค้าจีนก็เริ่มมาเปิดร้านค้าในบริเวณใกล้เคียง

เมื่อรัฐบาลสร้างสถานี Uenoย่านนี้เลยยิ่งเพิ่มความสำคัญ ร้านค้าที่เคยเปิดขายสินค้ามือสองของชาวอเมริกัน ขนมหวาน และลูกกวาดเลยหันมาขายสินค้าอย่างอื่น อาทิ อาหารสด อาหารทะเล แทน แต่เมื่อครอบครัวญี่ปุ่นหันมาลดขนาด ร้านค้าก็ปรับตัวหันมาขายสินค้าประเภทเครื่องกีฬาแทน ปัจจุบันตลาดแห่งนี้มีสินค้าหลากหลายมาก ตั้งแต่อาหารทะเล อาหารแห้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ สินค้าเบ็ดเตล็ด รวมทั้งของที่ระลึกของญี่ปุ่น ยิ่งช่วงใกล้ปีใหม่ตลาดแห่งนี้จะยิ่งคึกคักโดยเฉพาะร้านอาหารสด และร้านอาหารปรุงเสร็จ นักท่องเที่ยวที่มีเวลาน้อยและมาเยือนโตเกียวสามารถจะสัมผัสความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างจุใจเพียงแค่มาย่านอูเอโนะเพียงแห่งเดียวก็พอ

National Western Art museum

National Western Art museum

Tokyo Metropolitan Art museum

Tokyo Metropolitan Art museum

Ueno Royal Museum

Ueno Royal Museum

แหวกฟ้าหาฝัน : Tokyo เมืองช้อปปิ้ง

https://www.naewna.com/lady/851194

แหวกฟ้าหาฝัน : Tokyo เมืองช้อปปิ้ง

แหวกฟ้าหาฝัน : Tokyo เมืองช้อปปิ้ง

วันอาทิตย์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ตลาด Asakusa

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนโตเกียวเมืองหลวงของญี่ปุ่นแทบทุกคน ไม่เพียงจะหวังได้มีประสบการณ์กับตลาดเท่านั้นคงหวังจะได้ช้อปปิ้งของจากแดนอาทิตย์อุทัยด้วย แม้ว่าโตเกียวจะเป็นเมืองที่มีสถานที่ให้ซื้อของที่ระลึกมากมาย แต่สถานที่ท่องเที่ยวที่ขายของที่ระลึกที่ดีที่สุดคงไม่พ้นถนนหน้า Asakusa วัดที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโตเกียว

Asakusa ได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวของโตเกียวตั้งแต่สมัย Edo ทั้งนี้เพราะที่นี่อยู่ใกล้กับ Kurame อันเป็นที่เก็บข้าว(ยุ้งฉาง) ของชาวเมือง พ่อค้าที่รับเก็บข้าวจะเก็บค่ารักษานิดหน่อย แต่เมื่อกิจการเริ่มใหญ่โตขึ้น พวกเขาก็ใช้ที่นี่เป็นที่ขายข้าวและสินค้าอื่นๆ เมื่อกิจการรุ่งเรือง พ่อค้าก็เริ่มมั่งคั่งและสร้างหอภาพยนตร์และโรงเกอิชาขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 Six Districtได้กลายเป็นแหล่งโรงละคร และหอภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงยิ่งเมื่อ Yasunari Kawabata นักเขียนชื่อดังนำเรื่องราวของบริเวณนั้นมาเขียนไว้ในนิยายเรื่อง The Scarlet Gang of Asakusa ก็ยิ่งทำให้ย่านนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองขึ้นมา

โชคร้ายมาเยือนย่านนี้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ณ วันที่ 10 มีนาคม 1945 ระเบิดครั้งใหญ่ลงที่โตเกียวและทำลายบริเวณนี้จนหมดสิ้น หลังสงครามโลกครั้งที่สอง บริเวณนี้ได้ถูกพัฒนาขึ้นใหม่อีกครั้ง ยิ่งเมื่อที่นี่มีรถใต้ดินสาย Ginza มาจอดไม่ไกลจากจุดเชื่อมที่ Ueno มากนักบริเวณนี้จึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง แม้บริเวณนี้จะเคยถูกทำลายจากระเบิด แต่บ้านเรือนที่สร้างขึ้นใหม่ยังคงมีลักษณะแบบเดิมจึงทำให้ย่านนี้มีความเป็นพื้นบ้านญี่ปุ่น

nakamise

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนย่านนี้ไม่เพียงจะได้สัมผัสบรรยากาศบ้านโบราณยุค 1960 ที่หาไม่ได้ในย่านอื่นของโตเกียวแล้วยังสามารถที่จะมีประสบการณ์กับร้านอาหารที่นำเสนออาหารพื้นบ้านญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นลูกชิ้นปลาทรงกระบอก มันปิ้ง พริกพิเศษที่ถูกผลิตจากย่านนี้ รวมทั้งร้านค้าที่นำเสนอสินค้าพื้นบ้านญี่ปุ่น อาทิ กิโมโน พัด กระเป๋า พวงกุญแจ เครื่องครัวสไตล์ญี่ปุ่น และสินค้าน่ารักๆ ของญี่ปุ่นอีกมากมายบรรยายไม่หมดที่แปลกตาและไม่สามารถหาซื้อได้จากแหล่งอื่นอีกต่างหากด้วย ยิ่งกว่านั้นนักท่องเที่ยวที่อยากอินให้มากขึ้นสามารถใส่ชุดกิโมโนมาเดินเล่นในย่านนี้ได้เพื่อเพิ่มความกลมกลืนกับสถานที่ และได้รูปถ่ายที่เป็นญี่ปุ่นมากยิ่งขึ้น

นักท่องเที่ยวที่มาช่วงสัปดาห์ที่สามของเดือนพฤษภาคมยังอาจสามารถเข้าร่วมกับ Sanjo Festival เทศกาลพิเศษที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นซึ่งจัดขึ้น 3 วันด้วยเทศกาลที่จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงผู้ก่อตั้งวัด3 คน โดยเริ่มจากวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์เป็นเทศกาลที่มีการนำเอาการเต้นรำและดนตรีพื้นบ้านญี่ปุ่นมาจัดแสดง และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 1.5 ล้านคนแทบทุกปีอีกต่างหาก หลังจากที่นักท่องเที่ยวได้เยือนย่านนี้แล้วครั้งหนึ่ง รับรองได้ว่าไม่ว่าจะมาโตเกียวครั้งไหนนักท่องเที่ยวก็ต้องจัดเวลาให้ได้ไปเยือนทุกครั้งอีกอย่างแน่นอน

แหวกฟ้าหาฝัน : สัมผัสบรรยากาศตลาดขายส่ง Toyosu เมืองโตเกียว

แหวกฟ้าหาฝัน : สัมผัสบรรยากาศตลาดขายส่ง Toyosu เมืองโตเกียว

แหวกฟ้าหาฝัน : สัมผัสบรรยากาศตลาดขายส่ง Toyosu เมืองโตเกียว

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.17 น.

นักท่องเที่ยวสายกินที่มาถึงโตเกียว ไม่เพียงสามารถที่จะเยือน Tsukiji ตลาดขายปลีกอาหารสดแล้ว เมืองโตเกียวยังมีตลาดปลาขายส่งที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งที่มีความพิเศษไม่เหมือนใครในโลกด้วยนักท่องเที่ยวสายกินหลายคนคงอยากทราบว่า ปลาที่มีอยู่มากมายในร้านอาหารญี่ปุ่นและซูเปอร์มาร์เก็ตที่เคยเห็นตัวโตๆ โดยเฉพาะปลาทูน่าต้องผ่านอะไรมาบ้างกว่าจะมาลงจานได้ขนาดนี้ Toyosu Market คือคำตอบนักท่องเที่ยวที่อยากได้ประสบการณ์จากตลาดแห่งนี้ต้องใช้ความพยายามมากหน่อยในการเยือนเพราะไม่เพียงแต่ตลาดจะอยู่ค่อนข้างไกลจากตัวเมืองโตเกียวค่อนข้างมากแล้วยังมีเวลาทำการตั้งแต่มืดจนถึงแค่เที่ยงด้วย ซ้ำร้ายหลัง 10 โมงเช้า ก็แทบจะไม่มีอะไรให้ดูแล้ว

Toyosu Market มีที่มาย้อนหลังไปตั้งแต่สมัย Tsukiji ทั้งนี้เพราะตลาด Tsukiji อยู่ในตัวเมือง เมื่อปริมาณการค้ามีมาก จำนวนปลา และอาหารทะเลที่เป็นที่ต้องการมีจำนวนมหาศาล การขยายตลาดทำได้ยาก รัฐบาลกรุงโตเกียวโดย Shintaro Ishihara จึงได้มีแนวคิดที่จะย้ายตลาด Tsukiji มาที่ Toyaosu อย่างไรก็ดี เนื่องจากการเดินทางมายังสถานที่ใหม่ไกลมาก เทศบาลเมืองจึงตัดสินใจใช้ Tsukiji ต่อไปด้วยเพื่อไว้เป็นตลาดขายปลีกส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็ทำการพัฒนาพื้นที่ไว้ทำกิจการอื่นต่อไป

ตารางเวลาทำการ

ต้นทุนในการย้ายตลาด Toyosu อยู่ที่ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีแผนการที่จะย้ายในเดือนพฤศจิกายน 2016 เพื่อเตรียมต้อนรับโอลิมปิก 2020 แต่ก่อนย้ายเพียง 3 เดือนคือในวันที่ 31 สิงหาคม 2016 เทศบาลเห็นว่าบริเวณรอบตลาดสิ่งแวดล้อมเลวร้ายเกินไป และมีสารพิษจำนวนมากอันเป็นผลจากการที่สถานที่ตั้งนี้เคยเป็นโรงก๊าซเก่ามาก่อน รัฐบาลจึงตัดสินใจเพิ่มเงินอีก 33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สร้างปั๊มน้ำและน้ำบาดาลให้โดยเลื่อนแผนการย้ายไปเป็นเดือนมิถุนายน 2017 กว่าที่ตลาดจะได้ย้ายจริงก็ปาเข้าไปเดือนกรกฎาคม 2018 แล้ว หลังจากทำความสะอาดจนเรียบร้อยตลาดได้เปิดทำการอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม 2018

ตารางสัญลักษณ์มือ

นักท่องเที่ยวที่มาเยือน ไม่เพียงจะได้ประสบการณ์จากตลาดที่ใหญ่โตมหาศาลมีหลายอาคาร ยังได้สัมผัสกับการประมูลปลา และอาหารทะเลที่ชั้นสองของอาคารประมูลด้วยหากมาเช้าพอ และยังมีตลาดส่วนของขายส่งผักและผลไม้อีกต่างหาก ในห้องที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชมการประมูลปลา จะมีข้อมูลเกี่ยวกับวิธีประมูลปลา สัญลักษณ์มือที่ใช้ รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับตัวปลาทูน่าเพื่อเป็นการให้นักท่องเที่ยวที่มาประชุมสามารถเข้าใจได้ด้วย ยิ่งกว่านั้นนักท่องเที่ยวยังสามารถกินอาหารในร้านค้าซึ่งมีให้เลือกอย่างหลากหลายที่อยู่ในอาคารขายส่งอีกต่างหากด้วย แม้ร้านค้าเหล่านี้จะมิได้มีราคาสูงมากนัก แต่ก็ไม่ได้ถูกมาก ส่วนของหลังคาของอาคารที่มีพื้นที่กว่า 408,000 ตารางเมตรหรือกว่าสองเท่าของ Tsukiji นี้ ยังสามารถดูวิวของ Tokyo skyline ได้อันจะสามารถสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักกินที่มาเยือนเพิ่มเติมได้ไม่มากก็น้อย

บรรยากาศภายใน

บรรยากาศภายใน

แหวกฟ้าหาฝัน : สีสันตลาดปลาที่โตเกียว

https://www.naewna.com/lady/848875

แหวกฟ้าหาฝัน : สีสันตลาดปลาที่โตเกียว

แหวกฟ้าหาฝัน : สีสันตลาดปลาที่โตเกียว

วันอาทิตย์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บรรยากาศตลาด

ตั้งแต่ญี่ปุ่นอนุญาตให้นักท่องเที่ยวไทยสามารถเดินทางเข้าประเทศได้ 15 วัน โดยไม่ต้อง ทำวีซ่า ญี่ปุ่นก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งในหลายๆ แห่งของคนไทยที่เดินทางไปประจำ ทั้งนี้ ไม่เพียงเพราะญี่ปุ่นมีความสะดวกสบาย สะอาด เดินทางไม่ยากแล้ว หลายปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง 2 ปีนี้ ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นยังทำให้การเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นทำได้ง่ายขึ้นมากด้วย จากเงินเยนที่มีอัตรา 100 yen ต่อ 30 กว่าบาท เหลือเพียง 22-23 บาท หรือลดไปถึงกว่า 30% เลยทีเดียว ยิ่งเมื่อสายการบิน low costเริ่มหันมาให้บริการเกือบเต็มที่ ต้นทุนการเดินทางไปญี่ปุ่นยิ่งถูกไปกันใหญ่ ญี่ปุ่นจึงกลายเป็นสวรรค์แสนใกล้ของคนไทยเลยทีเดียว

นักท่องเที่ยวที่ตัดสินใจไปญี่ปุ่นครั้งแรก หลังจากเตรียมแผนเรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเครื่องบิน โรงแรม วิธีการเดินทางในเมือง ระหว่างเมือง แลกเงินเยน และลงทะเบียน Visit Japan แล้วก็พร้อมที่จะเดินทาง เมืองแรกๆที่คนไทยเลือกไปคงไม่แคล้ว โตเกียว หรือเมืองหลวงของญี่ปุ่น ทั้งนี้ เพราะโตเกียวเป็นเมืองที่มีสายการบินทั้ง Full Service และ Low Cost เข้า-ออกวันละหลายเวลา และเข้า-ออกได้ทั้งสองสนามบิน คือ นาริตะ และฮาเนดะ ยิ่งกว่านั้นการเดินทางภายในโตเกียวก็มีต้นทุนไม่มาก และสถานที่ท่องเที่ยวก็มีให้เลือกมีจำนวนมากไม่ต่างกับกรุงเทพฯ เลย

นักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตัวเองครั้งแรกอาจเลือกไม่ถูกว่าควรเข้าสนามบินไหนระหว่างนาริตะ กับฮาเนดะ สนามบินทั้งสองคล้ายกับสุวรรณภูมิกับดอนเมืองนั่นคือสนามบินนาริตะเป็นสนามบินหลัก ใหญ่และอยู่นอกเมืองเทียบกับสุวรรณภูมิของบ้านเรา ค่าเดินทางเข้าเมืองจะสูง แต่มีสายการบินทั้ง Full Service และ Low Cost และจำนวนเที่ยวบินจากไทยไปเป็นจำนวนมาก ส่วนสนามบินฮาเนดะจะอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองโตเกียวมากนักเฉกเช่นเดียวกันกับดอนเมืองของกรุงเทพฯแต่มีเพียงแค่สายการบิน Full Serviceให้บริการ และค่าตั๋วเครื่องบินก็สูงกว่ามาก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะสนามบินนี้เป็นที่นิยมของชาวโตเกียวมากกว่า

เมื่อมาถึงโตเกียวแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวสายกินไม่มีที่ใดเกินคือ Tsukiji Fish Market ตลาดปลาแห่งแรกของโตเกียวตั้งอยู่ที่ย่าน Nihonbashi อันเป็นสถานที่ตั้งบ้านเรือนในยุคแรกๆ ของ Edo หรือโตเกียว ตลาดที่ดั้งเดิมอยู่บริเวณTokyo Bay นี้ กลายเป็นที่ตระเตรียมอาหารให้กับปราสาท Edo โดยปลาส่วนหนึ่งขนมาจากโอซากา แต่หากเจ้าของปราสาทซื้อปลาไม่หมดก็จะนำมาขายแถวสะพาน Nihonbashi ในเดือนสิงหาคมปี 1918 เมื่อประชาชนก่อจลาจลจากการขาดแคลนอาหาร รัฐบาลญี่ปุ่นจึงได้ก่อตั้งสถาบันขึ้นใหม่เพื่อกระจายอาหารจนก่อให้เกิดกฎหมายตลาดขายส่งขึ้นในเดือนมีนาคม 1923

ตลาดได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 1 กันยายน 1923 เทศบาลเมืองโตเกียวจึงได้ตัดสินใจส่งสถาปนิกและวิศวกรจากเทศบาลไปศึกษาวิจัยในยุโรปและสหรัฐเพื่อหาตำแหน่งที่ตั้งตลาดใหม่ แต่เนื่องจากจำนวนและชนิดของสินค้าที่มีอยู่อย่างหลากหลาย พวกเขาจึงเลือกลักษณะของตลาดแบบใหม่ที่มีอัตลักษณ์ไม่เหมือนใครในรูปแบบ 1/4 ของวงกลมเพื่อให้ง่ายต่อการจับจ่ายใช้สอย การย้ายตลาดไปไว้ย่าน Tsukiji ในครั้งนั้นถือเป็นโครงการก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดของโตเกียวหลังแผ่นดินไหวโดยใช้เวลากว่า6 ปี และแรงงานกว่า 419,500 คน ตลาดซึ่งถูกสร้างขึ้นใหม่ภายใต้ชื่อ Tsukiji นี้ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 1935 พร้อมสถานี Tokyo-shijo station ที่มีทางออกรอบตลาด

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนตลาดแห่งนี้จะไม่เพียงสามารถเสพบรรยากาศความเป็นญี่ปุ่นอย่างเต็มที่ ยังสามารถซื้อหาอาหารดิบเพื่อไปปรุงเอง หรือกินสด และชนิดปรุงเสร็จพร้อมกินนานาชนิดได้อย่างจุใจ เสียอย่างเดียวที่นี่รับแต่เงินสดเป็นส่วนใหญ่ หลังจากเยือนตลาดแห่งนี้แล้ว รับรองได้ว่านักท่องเที่ยวจะโหยหาการเยือนตลาดอาหารญี่ปุ่นในทุกเมืองเลยทีเดียว

แหวกฟ้าหาฝัน : Going to Japan 2

https://www.naewna.com/lady/847483

แหวกฟ้าหาฝัน : Going to Japan 2

แหวกฟ้าหาฝัน : Going to Japan 2

วันอาทิตย์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

Suica

หลังจากที่นักท่องเที่ยวเลือกเมือง เวลาและวิธีการที่จะไปญี่ปุ่นได้แล้ว ก็ถึงเวลาเลือกโรงแรม การเลือกโรงแรมก็ขึ้นกับพาหนะที่เลือกเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ หากนักท่องเที่ยวไม่จำกัดเรื่องเงินที่ต้องประหยัดที่สุด วิธีการก็ง่าย นั่นคือ เดินทางในเมืองใช้ Suica แตะเข้าได้ทั้ง JR และ metro วิธีการนี้ค่อนข้างดีในแง่การเดินเที่ยว ทั้งนี้เพราะระบบรถของญี่ปุ่นคล้ายกรุงเทพฯ บ้านเรา คือ 2 ระบบ JR และ metro นักท่องเที่ยวสายประหยัดมักชอบซื้อ JR เพราะใช้เดินทางระหว่างเมืองได้ด้วย แต่หากนักท่องเที่ยวไม่ได้ออกนอกเมืองไปไกลนัก ใช้ Suica ก็จะสะดวกและไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายสูงมาก Suica เป็นบัตรเติมเงินที่ต้องใช้เงินสดเติมเหมือนบัตร Rabbitบ้านเรา แต่มีข้อดีคือ ใช้ได้ทั้ง JR และ metro ยกเว้นรถบางประเภทที่ไม่สามารถใช้ได้ซึ่งนักท่องเที่ยวค่อยศึกษาต่อไปเมื่อต้องใช้สายเดินรถนั้นๆ นอกจาก Suica แล้ว บัตรเติมเงินที่เป็นที่นิยมอีกแบรนด์ก็คือ Icocaแต่ต้องซื้อกับตู้ของสถานี metro เท่านั้น

Icoca

หากนักท่องเที่ยวเดินทางเองก็ควรเลือกโรงแรมที่ไม่ไกลจากสถานีมากนัก เพื่อให้ไม่ต้องลากกระเป๋าไกล ทางที่ดีควรเลือกโรงแรมที่เป็นจุดแรกที่รถ JR หรือ metro จากสนามบินเข้ามาในเมืองจะได้ไม่ต้องลากกระเป๋าไปมาในสถานีเพื่อต่อรถ ทั้งนี้เพราะแม้แต่ทางเชื่อม JR และ metro ในสถานที่แต่ละแห่งก็ไกลมากแล้ว สถานีใหญ่ๆ ในเมืองต่างๆ ของญี่ปุ่นล้วนใหญ่โตและมีประตูออกมากมายชวนให้หลงได้ทั้งนั้นหลังจากนักท่องเที่ยวเลือกโรงแรมที่เหมาะสมกับวิถีของตัวเอง ทั้งวิธีการเดินทาง อาหารเช้า ขนาดห้องได้เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ต้องเตรียมให้ดีก็คือ การดู exit จากสถานีเพื่อไปยังโรงแรมหลังจากออกจากสถานีด้วยทั้งนี้เพราะบางสถานีมี exit มากถึง20 กว่าประตู ด้านเข้าเมือง ออกเมืองยุ่งไปหมด ถ้าไม่ดูให้ดีก่อนออกและต้องลากกระเป๋าด้วย กว่านักท่องเที่ยวจะถึงโรงแรมก็มีโอกาสหมดหลายชั่วโมงเลยทีเดียว

Japan Rail Pass

ตั้งแต่ช่วงโควิด ก่อนเดินทางไปญี่ปุ่นทางการญี่ปุ่นแนะนำให้นักเดินทางทำ Visit Japan ไปก่อนล่วงหน้า web นี้ คือ การกรอกข้อมูลเพื่อเข้าประเทศเพื่อให้รัฐบาลญี่ปุ่นทราบว่า นักท่องเที่ยวแต่ละคนที่มาเดินทางเข้าด้วยสายการบินอะไร จะไปพักที่ไหนกี่วัน จะอยู่ในญี่ปุ่นกี่วัน จะนำสิ่งของต้องสำแดงเข้ามาในประเทศหรือไม่ มีอะไรที่ห้ามนำเข้าประเทศญี่ปุ่นบ้าง และเคยฉีดวัคซีนโควิดมาหรือไม่ กี่เข็ม หลังจากนักท่องเที่ยวกรอกข้อมูลผ่านทางเว็บเรียบร้อยก็จะได้ QR code มาเพื่อใช้สแกนตอนผ่าน ตม.และศุลกากร อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ต้นปี 2024 เป็นต้นมา เรื่องวัคซีนและศุลกากรไม่ต้องทำ QR code แยกแล้ว แต่นักท่องเที่ยวยังคงต้องกรอกข้อมูลเข้าเมืองทุกครั้งเช่นเดิม และสามารถกรอกต่อจาก trip เดิมได้เลยหากเคยกรอกมาแล้วครั้งหนึ่ง เพียงแค่ตั้งชื่อ trip ใหม่เท่านั้น แต่นักท่องเที่ยวต้องจำregistration number ของตัวเองให้ log inได้ด้วย นักท่องเที่ยวควรกรอกไปจากประเทศไทยเลย เพื่อไม่ให้เสียเวลามากที่สนามบิน ทั้งนี้เพราะอินเตอร์เนตที่สนามบินจะช้ามากอันจะทำให้ได้ QR code ช้าไปด้วย เป็นการเสียเวลาโดยใช่เหตุ

namba station

หลังจากนักท่องเที่ยวเตรียมพร้อมเรื่องตั๋วเครื่องบิน โรงแรม สถานที่ท่องเที่ยวตามจริต QR code เพื่อเข้าเมือง และตัดสินใจใช้รถสาธารณะด้วยบัตร Suica แล้ว ก็ถึงเวลาซื้อบัตร Suica ที่สนามบิน บัตรใบนี้หลังจากซื้อและเติมเงินแล้ว ก็จะมีค่าเป็นเหมือนบัตร debit ที่ใช้งานได้หลากหลายในประเทศญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวอาจเลือกแบบใส่ชื่อด้วยก็ได้เวลาซื้อ หรือเป็นบัตรเปล่าๆ ก็ได้ค่าใช้จ่ายไม่เท่ากัน บัตรใบนี้สามารถซื้อได้ด้วยเงินสดที่ตู้ในสนามบินเลย และสามารถเติมเงินได้ทุกสถานีรถไฟ และ metro

suica machine