พระสงฆ์มาเลเซียคว้าเงิน 1 ล้านริงกิต หลังธนาคารจัดแคมเปญแจกเงินลูกค้า

พระสงฆ์มาเลเซียคว้าเงิน 1 ล้านริงกิต หลังธนาคารจัดแคมเปญแจกเงินลูกค้า

25 มิ.ย. 2569 12:25 น.

พระสงฆ์มาเลเซียคว้าเงิน 1 ล้านริงกิต หลังธนาคารจัดแคมเปญแจกเงินลูกค้า

พระสงฆ์ชาวมาเลเซียวัย 73 ปีจากรัฐปีนัง กลายเป็นเศรษฐีเงินล้านหลังเป็นผู้โชคดีจากโครงการของธนาคารออมทรัพย์แห่งชาติ  โดยเจ้าตัวยอมรับว่าไม่เคยคาดคิดว่าเงินเก็บจากอั่งเปาและเงินบริจาคจะนำโชคใหญ่ พร้อมยืนยันจะใช้เงินอย่างรอบคอบและแบ่งปันช่วยเหลือผู้เดือดร้อน

พระชาน ไช เซียง พระสงฆ์วัย 73 ปี ซึ่งเกิดที่เมืองบัตเตอร์เวิร์ธ รัฐปีนัง และปัจจุบันจำพรรษาอยู่ที่ย่านแอร์อีตัมในรัฐปีนัง กลายเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลมูลค่า 1 ล้านริงกิตมาเลเซีย หรือราว 8.11 ล้านบาท จากการจับรางวัลครั้งที่ 124 ของโครงการออมทรัพย์ Sijil Simpanan Premium หรือ SSP ของธนาคารออมทรัพย์แห่งชาติ (Bank Simpanan Nasional – BSN)

พระชานเปิดเผยว่า เริ่มฝากเงินในบัญชี BSN SSP ตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2025 หลังได้รับคำแนะนำจากเพื่อน โดยเริ่มต้นด้วยยอดเงินฝากประมาณ 2,000 ริงกิต และมีเป้าหมายเพียงเพื่อเก็บรักษาเงินให้ปลอดภัย ไม่ได้คาดหวังว่าจะถูกรางวัล

ก่อนจะเข้าบวชในปี 1985 พระชานเคยทำงานเป็นหนุ่มโรงงานในสิงคโปร์และปีนังมาก่อน และจำพรรษาอยู่ที่วัดในแอร์อีตัมมานานกว่า 30 ปี  กล่าวว่าที่ผ่านมาไม่เคยมีดวงกับการจับฉลากรางวัลใดๆ เลยในชีวิต พอโชคดีครั้งแรกก็ได้รับรางวัลใหญ่ทันที และกล่าวว่าเงินออมส่วนใหญ่มาจากเงินทำบุญ ซองอั่งเปา และเงินบริจาคจากประชาชน โดยบางส่วนได้นำไปช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน และเก็บบางส่วนไว้ใช้ในยามจำเป็น

พระชานกล่าวระหว่างรับมอบเช็คสัญลักษณ์ที่สาขาหลักของ BSN ในรัฐปีนัง “ตอนแรกไม่เชื่อ เพราะทางธนาคารโทรมาถึงสามครั้ง คิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่เดินทางมาพบด้วยตัวเอง จึงเชื่อว่าถูกรางวัลจริง”

แม้จะได้รับเงินรางวัลจำนวนมาก แต่พระชานระบุว่าจะไม่เปลี่ยนวิถีชีวิต และยังไม่มีแผนใช้เงินในทันที โดยตั้งใจนำเงินฝากกลับเข้าธนาคารและใช้เมื่อจำเป็น พระชานกล่าวเพิ่มเติมว่า เงินจะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อถูกนำไปใช้อย่างเหมาะสม “ถ้าใช้เงินอย่างถูกต้อง เราก็สามารถทำให้ตัวเองและคนอื่นมีความสุขได้ นั่นคือคุณค่าที่แท้จริง”

นอกจากนี้ พระชานยังระบุว่า จะให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยเฉพาะด้านค่ารักษาพยาบาล พร้อมเตือนว่าค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในปัจจุบันสูงขึ้น ทุกคนจึงควรวางแผนดูแลตัวเอง

พระชานซึ่งไม่เคยแต่งงานและไม่เคยถูกรางวัลมาก่อน กล่าวว่า เงินก้อนนี้ยังจะช่วยสร้างความมั่นคงให้กับตนเองและพี่น้องที่ยังมีชีวิตอยู่ 3 คน จากทั้งหมด 8 คนในครอบครัว

สำหรับแคมเปญสลากออมทรัพย์ BSN SSP ในปี 2026 นี้ จัดขึ้นภายใต้แคมเปญ “BSN SSP Jom Jadi Jutawan” (มาเป็นเศรษฐีกันเถอะ) โดยจะมีการจับรางวัลแจกเงินสด 1 ล้านริงกิตให้กับผู้โชคดีเดือนละ 1 คน ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงพฤศจิกายน ส่วนการจับรางวัลใหญ่รอบส่งท้ายปีในเดือนธันวาคม จะเพิ่มความพิเศษเป็นเงินสด 1 ล้านริงกิต ควบคู่กับรถยนต์หรู ปอร์เช่ มาคัน เอ็กซ์ (Porsche Macan X) อีก 1 คัน.

ที่มา New Straits Times / Malay Mail

เกาหลีใต้รวบ “ลี มัน-ฮี” ผู้นำลัทธิ “ชินชอนจี” เอี่ยวระดมสาวกแทรกแซงเลือกตั้ง

เกาหลีใต้รวบ "ลี มัน-ฮี" ผู้นำลัทธิ "ชินชอนจี" เอี่ยวระดมสาวกแทรกแซงเลือกตั้ง

25 มิ.ย. 2569 11:22 น.

เกาหลีใต้รวบ “ลี มัน-ฮี” ผู้นำลัทธิ “ชินชอนจี” เอี่ยวระดมสาวกแทรกแซงเลือกตั้ง

เกาหลีใต้สั่งจับกุมตัว “ลี มัน-ฮี” ผู้ก่อตั้งลัทธิ “ชินชอนจี” วัย 95 ปี หลังเผชิญข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายพรรคการเมือง โดยถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการระดมผู้ติดตามหลายหมื่นคนสมัครสมาชิกพรรคพลังประชาชน เพื่อแทรกแซงกระบวนการคัดเลือกผู้สมัครเลือกตั้ง หวังเอื้อประโยชน์กลุ่มการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยมและอดีต ปธน. ยุน ซุกยอล

ศาลแขวงกลางกรุงโซลได้อนุมัติหมายจับ นายลี มัน-ฮี  วัย 95 ปี ผู้ก่อตั้งและผู้นำลัทธิ “ชินชอนจี” ในข้อหาแทรกแซงการเลือกตั้งและฝ่าฝืนกฎหมายพรรคการเมือง ซึ่งระบุห้ามไม่ให้องค์กรทางศาสนาเข้ามาข้องแวะกับการเมือง โดยศาลให้เหตุผลในการออกหมายจับในช่วงดึกว่า เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่ผู้ต้องหาจะทำลายพยานหลักฐาน

ในช่วงบ่ายของวันพุธ (24 มิ.ย.) ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่ง นายลี มัน-ฮี ซึ่งอยู่ในสภาพร่างกายที่ซูบผอม ต้องใช้ไม้เท้าและมีเจ้าหน้าที่โบสถ์คอยประคอง ได้เดินทางมาเข้ารับการไต่สวนคำร้องขอออกหมายจับ โดยปฏิเสธที่จะตอบคำถามใดๆ ต่อสื่อมวลชน ขณะที่ในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี ทางโบสถ์ชินชอนจีได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจับกุมดังกล่าว โดยระบุว่าผู้นำของตนได้ให้ความร่วมมือกับการสอบสวนมาโดยตลอด พร้อมทั้งแสดงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพและอายุที่มากแล้วของนายลี

คณะพนักงานสอบสวนระบุว่า นายลี มัน-ฮี ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการสั่งการผ่านเครือข่ายสาขาของโบสถ์ เพื่อกดดันและระดมสาวกมากกว่า 50,000 คน ให้สมัครเข้าเป็นสมาชิก พรรคพลังประชาชน (PPP) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายอนุรักษ์นิยม ในช่วงระหว่างปี 2021 ถึง 2024

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อแทรกแซงและส่งอิทธิพลต่อการหยั่งเสียงเลือกตั้งภายในพรรค ทั้งในการเลือกตั้งประธานาธิบดีและเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภา โดยมีเป้าหมายหลักในการสนับสนุน นายยุน ซุกยอล อดีตประธานาธิบดี เพื่อแลกกับการที่ลัทธิชินชอนจีจะได้รับผลประโยชน์และการคุ้มครองจากรัฐบาล รวมถึงการอนุมัติใบอนุญาตในการขยายสิ่งปลูกสร้างและอาคารของทางโบสถ์

การจับกุมผู้นำลัทธิชินชอนจีในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการขยายผลสอบสวนครั้งใหญ่นับตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยทีมอัยการและตำรวจพิเศษภายใต้รัฐบาชุดปัจจุบันของประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การถอนรากถอนโคนความสัมพันธ์อันมิชอบระหว่างกลุ่มศาสนากับนักการเมือง ซึ่งรวมถึงกรณีของลัทธิโบสถ์แห่งความสามัคคีด้วย

ก่อนหน้านี้ไม่กี่เดือน นางฮัก จา ฮัน ผู้นำสูงสุดของโบสถ์แห่งความสามัคคี และภรรยาหม้ายของนายซัน มยอง มูน ผู้ก่อตั้งลัทธิ ก็ถูกจับกุมและส่งฟ้องศาลในข้อหาสั่งการให้เจ้าหน้าที่โบสถ์ติดสินบนภรรยาของนายยุน ซุกยอล และนักการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยมเพื่อเอื้อประโยชน์ทางธุรกิจเช่นกัน ซึ่งต่อมาในเดือนเมษายน ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาจำนางคิม กอน-ฮี ภรรยาของอดีต ปธน.ยุน เป็นเวลา 4 ปี จากความผิดหลายข้อหารวมถึงการรับของกำนัลหรูหราจากเจ้าหน้าที่ลัทธิดังกล่าว

ทั้งนี้ อดีตประธานาธิบดี ยุน ซุกยอล ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งในเดือนเมษายน 2025 หลังจากก่อเหตุประกาศกฎอัยการศึกระยะสั้นในเดือนธันวาคม 2024 และถูกจับกุมในเดือนกรกฎาคม 2025 โดยปัจจุบันถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในข้อหากบฏ และโทษจำคุกแยกอีก 30 ปีจากข้อหาสั่งส่งโดรนบินเหนือน่านฟ้าเกาหลีเหนือเพื่อสร้างความตึงเครียดและใช้เป็นข้ออ้างประกาศกฎอัยการศึก ซึ่งขณะนี้อดีตผู้นำอยู่ในระหว่างการยื่นอุทธรณ์

ลัทธิชินชอนจี (Shincheonji) ก่อตั้งขึ้นในปี 1984 โดย นายลี มัน-ฮี ชื่อของลัทธิมีความหมายว่า “ฟ้าใหม่และดินใหม่” ปัจจุบันอ้างว่ามีสาวกราว 200,000 คน โดยนายลีอ้างตนว่าเป็นผู้ส่งสารของพระเยซูหรือ “ศิษยาภิบาลแห่งพระสัญญา” ขณะที่กลุ่มชาวคริสต์กระแสหลักมักตราหน้าลัทธินี้ว่าเป็นศาสดาปลอมและเป็นลัทธิล้างสมอง ทั้งนี้ ลัทธิชินชอนจีเคยตกเป็นข่าวดังทั่วโลกในปี 2020 จากการเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกแรกในเกาหลีใต้ ซึ่งผู้ติดเชื้อในขณะนั้นมากกว่าครึ่งมีความเชื่อมโยงกับสาวกของลัทธินี้ แต่นายลีพ้นผิดในข้อหาละเมิดกฎหมายสาธารณสุขในปี 2021

ส่วนโบสถ์แห่งความสามัคคี (Unification Church) ก่อตั้งขึ้นในปี 1954 โดย นายซัน มยอง มูน ผู้ล่วงลับ ผู้อ้างตนเป็นพระเมสสิยาห์ ปัจจุบันมี นางฮัก จา ฮัน ภรรยาหม้ายเป็นผู้นำ ลัทธินี้ขยายเครือข่ายไปทั่วโลก มีสาวกหลายล้านคนและมีผลประโยชน์ทางธุรกิจมูลค่ามหาศาล โดยเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากพิธี “แต่งงานหมู่” ครั้งละหลายพันคู่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนุ่มสาวจากคนละประเทศที่ทางลัทธิจัดหาคู่ให้.

ที่มา Associated Press / Reuters

ทหารเกาหลีใต้จับ ทหารเกาหลีเหนือแปรพักตร์ข้ามพรมแดนเข้าประเทศ ทางการเร่งสอบสวน

ทหารเกาหลีใต้จับ ทหารเกาหลีเหนือแปรพักตร์ข้ามพรมแดนเข้าประเทศ ทางการเร่งสอบสวน

25 มิ.ย. 2569 11:19 น.

ทหารเกาหลีใต้จับ ทหารเกาหลีเหนือแปรพักตร์ข้ามพรมแดนเข้าประเทศ ทางการเร่งสอบสวน

กองทัพเกาหลีใต้ควบคุมตัวทหารเกาหลีเหนือได้ 1 นาย หลังข้ามพรมแดนบริเวณแนวรบตอนกลางของคาบสมุทรเกาหลี คาดเป็นการแปรพักตร์ ขณะที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวนรายละเอียดและแรงจูงใจ

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 คณะเสนาธิการร่วมเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า กองทัพเกาหลีใต้ได้ควบคุมตัวทหารเกาหลีเหนือ 1 นาย หลังข้ามพรมแดนเข้ามายังฝั่งเกาหลีใต้เมื่อช่วงคืนวันอังคารที่ผ่านมา โดยทางกองทัพสามารถรักษาความปลอดภัยและควบคุมตัวทหารนายนี้ได้ในพื้นที่แนวรบตอนกลางของชายแดนระหว่างสองเกาหลี ก่อนส่งมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวบุคคลหรือเส้นทางที่ใช้ข้ามพรมแดน

แม้ทางการเกาหลีใต้ยังไม่ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าเป็นการแปรพักตร์ แต่เจ้าหน้าที่เชื่อว่าการข้ามพรมแดนครั้งนี้มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นความพยายามหลบหนีออกจากเกาหลีเหนือ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณเขตปลอดทหาร (DMZ) ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดที่สุดในโลก โดยมีรั้วลวดหนาม ทุ่นระเบิด และกำลังทหารจำนวนมากประจำการตลอดแนวชายแดน

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาการแปรพักตร์ของทหารเกาหลีเหนือเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เนื่องจากมาตรการควบคุมที่เข้มงวดของรัฐบาล ขณะที่ผู้หลบหนีจากเกาหลีเหนือส่วนใหญ่มักเลือกเดินทางผ่านประเทศที่สาม ก่อนเข้าสู่เกาหลีใต้ในภายหลัง.

เวเนซุเอลาประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังแผ่นดินไหว-อาฟเตอร์ช็อกกว่า20 ครั้ง ปิดสนามบิน-หยุดเรียนทั่วประเทศ

เวเนซุเอลาประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังแผ่นดินไหว-อาฟเตอร์ช็อกกว่า20 ครั้ง ปิดสนามบิน-หยุดเรียนทั่วประเทศ

25 มิ.ย. 2569 11:07 น.

เวเนซุเอลาประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังแผ่นดินไหว-อาฟเตอร์ช็อกกว่า20 ครั้ง ปิดสนามบิน-หยุดเรียนทั่วประเทศ

รัฐบาลเวเนซุเอลาประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังแผ่นดินไหวรุนแรง 7.2 และ 7.5 แมกนิจูดถล่มชายฝั่งทางเหนือ เกิดอาฟเตอร์ช็อกแล้วกว่า 20 ครั้ง สั่งปิดสนามบินหลัก หยุดรถไฟและโรงเรียนชั่วคราว

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 นางเดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา แถลงผ่านโทรทัศน์แห่งชาติประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.2 และ 7.5 แมกนิจูด บริเวณชายฝั่งทางตอนเหนือของประเทศ ส่งผลให้หลายพื้นที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก และเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาแล้วมากกว่า 20 ครั้ง

ทางด้านนายดิโอสดาโด กาเบโย รัฐมนตรีมหาดไทย และนายฮอร์เก โรดริเกซ ประธานสภาแห่งชาติ ร่วมแถลงการณ์ พร้อมประกาศแต่งตั้งนายทหารระดับสูงเข้าควบคุมการปฏิบัติการรับมือภาวะฉุกเฉิน ขณะเดียวกันกล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติครั้งนี้ แต่ยังไม่ได้เปิดเผยจำนวนผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ พร้อมเรียกร้องให้ชาวเวเนซุเอลาร่วมมือและสามัคคีกันเพื่อผ่านพ้นวิกฤต

รายงานจากสำนักงานประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ระบุว่า นับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวครั้งแรก มีอาฟเตอร์ช็อกเกิดขึ้นแล้วมากกว่า 20 ครั้ง โดยพื้นที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดอยู่ตามแนวชายฝั่งตอนเหนือ ได้แก่ รัฐลากวยรา  อารากัว  การาโบโบ และฟัลกอน  

รัฐบาลยังประกาศระงับการให้บริการรถไฟและรถไฟฟ้าใต้ดินเป็นการชั่วคราว ขณะที่โรงเรียนทั่วประเทศจะปิดการเรียนการสอนตลอดช่วงที่เหลือของสัปดาห์นี้

นอกจากนี้ สนามบินนานาชาติไมเกเตีย (Maiquetía International Airport) ซึ่งเป็นประตูการบินหลักของกรุงการากัส ต้องปิดให้บริการชั่วคราว หลังบางส่วนของเพดานอาคารผู้โดยสารถล่มลงมาจากแรงสั่นสะเทือน

ก่อนหน้านี้ เวเนซุเอลาเผชิญแผ่นดินไหวขนาด 7.2 แมกนิจูด ตามด้วยแผ่นดินไหวขนาด 7.5 แมกนิจูด ห่างกันเพียง 40 วินาที โดยมีศูนย์กลางใกล้เมืองซาน เฟลิเป รัฐยารากุย ส่งผลให้แรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ในหลายประเทศแถบทะเลแคริบเบียน และมีการประกาศเตือนสึนามิในระยะแรก ก่อนจะยกเลิกในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ โรดริเกซขึ้นดำรงตำแหน่งรักษาการผู้นำประเทศ หลังนายนิโกลัส มาดูโร อดีตประธานาธิบดี ถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เพื่อนำตัวขึ้นศาลในนครนิวยอร์กจากข้อกล่าวหาค้ายาเสพติด.

ฟิลิปปินส์สั่งแบนเกม Gorebox หลังเกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนมัธยม

ฟิลิปปินส์สั่งแบนเกม Gorebox หลังเกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนมัธยม

25 มิ.ย. 2569 10:14 น.

ฟิลิปปินส์สั่งแบนเกม Gorebox หลังเกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนมัธยม

ทางการฟิลิปปินส์ระงับการเข้าถึงเกม Gorebox ชั่วคราว หลังพบว่าผู้ต้องสงสัยวัย 14 ปีในเหตุกราดยิงโรงเรียน ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ บาดเจ็บอีก 20 ราย เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ได้มีประวัติเคยเล่นเกมนี้ 

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 ทางการฟิลิปปินส์สั่งระงับการเข้าถึงเกมมือถือ “Gorebox” เป็นการชั่วคราว หลังการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ผู้ต้องสงสัยวัย 14 ปีในเหตุกราดยิงภายในโรงเรียนแห่งหนึ่ง มีประวัติเล่นเกมนี้ โดยเหตุกราดยิงเกิดขึ้นที่เมืองทาโคลบัน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงมะนิลา เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยมีผู้ต้องสงสัย 2 คน อายุ 14 และ 15 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงภายในห้องเรียน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ และบาดเจ็บอีก 20 ราย

สำนักงานความมั่นคงทางไซเบอร์ ของฟิลิปปินส์ระบุว่า ไม่สามารถมองข้ามอิทธิพลจากสื่อออนไลน์ที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้ได้ พร้อมชี้ว่าการระงับเกมชั่วคราวมีเป้าหมายเพื่อประเมินว่าซอฟต์แวร์นี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุหรือไม่

ด้านสำนักงานสอบสวนอาชญากรรมไซเบอร์และประสานงานของรัฐบาล ระบุว่า การปิดกั้นเกมเป็นมาตรการชั่วคราวเพื่อเปิดทางให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยเหตุกราดยิงในฟิลิปปินส์ถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดไม่บ่อยนัก แต่การใช้อาวุธปืนในประเทศยังคงพบได้เป็นระยะ แต่ครั้งนี้ยิ่งสร้างความสะเทือนใจ เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชนขณะที่นักการเมืองบางส่วนเรียกร้องให้เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการเข้าถึงอาวุธปืนของเยาวชน

โดยเกม Gorebox เป็นเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (First-person shooter) ที่เปิดให้ผู้เล่นสามารถต่อสู้และใช้ความรุนแรงได้อย่างอิสระ โดยได้รับการจัดเรตอายุ “R18” จากองค์กรจัดเรตสากล เนื่องจากมีเนื้อหารุนแรงและไม่จำกัดรูปแบบการเล่น อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์เคยระบุว่า ยังไม่มีหลักฐานเชิงชัดเจนที่ยืนยันความเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างวิดีโอเกมกับพฤติกรรมความรุนแรง.

ตะลึง! นักดาราศาสตร์พบ “ดาวเคราะห์สายไหม” ยักษ์ใหญ่แต่เบาราวปุยเมฆ

ตะลึง! นักดาราศาสตร์พบ "ดาวเคราะห์สายไหม" ยักษ์ใหญ่แต่เบาราวปุยเมฆ

25 มิ.ย. 2569 08:48 น.

ตะลึง! นักดาราศาสตร์พบ “ดาวเคราะห์สายไหม” ยักษ์ใหญ่แต่เบาราวปุยเมฆ

นักดาราศาสตร์ค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะขนาดยักษ์ 2 ดวง ที่มีคุณสมบัติชวนทึ่ง แม้จะมีขนาดใกล้เคียงกับดาวพฤหัสบดี แต่กลับมีความหนาแน่นต่ำ จนได้รับฉายาว่าเป็นดาวเคราะห์ยักษ์ที่เบาราวปุยเมฆ

ดาวเคราะห์ทั้งสองดวงโคจรรอบดาวฤกษ์ที่อยู่ห่างจากโลกประมาณ 1,110 ปีแสง ถูกพบโดยดาวเทียมสำรวจดาวเคราะห์นอกระบบ TESS ของนาซา ซึ่งทำหน้าที่ค้นหาดาวเคราะห์ต่างระบบในช่วงหลายปีที่ผ่านมา  โดยเป็นดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบ มีขนาดใกล้เคียงดาวพฤหัสบดี  แต่มีความหนาแน่นต่ำกว่าสายไหมหรือสำลี หรือหนาแน่นน้อยกว่าดาวพฤหัสบดีถึงประมาณ 35 เท่า

โดยจอร์จ ดรานส์ฟิลด์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด และหัวหน้าทีมวิจัยเปิดเผยว่า ดาวเคราะห์ทั้งสองดวงมีความหนาแน่นใกล้เคียงกับก้อนโฟมโกนหนวดที่เพิ่งถูกฉีดออกจากกระป๋อง โดยผลการศึกษาถูกเผยแพร่ในวารสารวิชาการ Monthly Notices of the Royal Astronomical Society เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

นักวิทยาศาสตร์คาดว่าดาวเคราะห์เหล่านี้อาจมีองค์ประกอบหลักเป็นก๊าซไฮโดรเจนและฮีเลียม และอาจมีสีขาวหรือสีน้ำเงิน ขึ้นอยู่กับสภาพเมฆในชั้นบรรยากาศ ไม่ได้มีสีชมพูเหมือนสายไหมตามชื่อเล่นที่ถูกนำมาเปรียบเทียบ

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยังต้องอาศัยการสังเกตเพิ่มเติมจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ขององค์การนาซา เพื่อยืนยันองค์ประกอบทางเคมีที่แท้จริง

ทั้งนี้ ดาวเคราะห์ทั้งสองโคจรรอบดาวฤกษ์ในกลุ่มดาวโวแลนส์ (Volans) หรือ “กลุ่มดาวปลาบิน” ทางซีกฟ้าใต้ โดยนักวิจัยใช้กล้องโทรทรรศน์ภาคพื้นดินวิเคราะห์วงโคจรและคำนวณความหนาแน่นของดาวเคราะห์จากระยะทางกว่า 1,110 ปีแสง ( 1 ปีแสง มีระยะทางเกือบ 9.7 ล้านล้านกิโลเมตร)

ปัจจุบัน นาซายืนยันการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะแล้วเกือบ 6,300 ดวง แต่ในจำนวนนี้มีดาวเคราะห์ประเภทซูเปอร์พัฟฟ์เพียงไม่ถึง 40 ดวงเท่านั้น ทำให้ถือเป็นวัตถุท้องฟ้าหายากอย่างยิ่งในเอกภพ

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าดาวเคราะห์ประเภทนี้ก่อตัวขึ้นในบริเวณจานก๊าซและฝุ่นรอบดาวฤกษ์เกิดใหม่ ซึ่งมีปริมาณก๊าซมากกว่าฝุ่นจำนวนมาก ก่อนจะสูญเสียวัสดุบางส่วนออกไปในเวลาต่อมา จนเหลือดาวเคราะห์ที่มีความหนาแน่นต่ำผิดปกติ

ดรานส์ฟิลด์ระบุว่า การศึกษาดาวเคราะห์หายากเหล่านี้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจกลไกการก่อตัวของดาวเคราะห์ได้ดียิ่งขึ้น และอาจช่วยต่อจิ๊กซอว์สำคัญเกี่ยวกับต้นกำเนิดของระบบสุริยะ รวมถึงตำแหน่งของมนุษยชาติในเอกภพอันกว้างใหญ่.

ที่มา : AP

วิกฤตร้อนถล่มฝรั่งเศส ลูฟวร์-หอไอเฟลปิดเร็วกว่าปกติ หลังอุณหภูมิทุบสถิติสูงสุด 2 วันติด

วิกฤตร้อนถล่มฝรั่งเศส ลูฟวร์-หอไอเฟลปิดเร็วกว่าปกติ หลังอุณหภูมิทุบสถิติสูงสุด 2 วันติด

25 มิ.ย. 2569 08:29 น.

วิกฤตร้อนถล่มฝรั่งเศส ลูฟวร์-หอไอเฟลปิดเร็วกว่าปกติ หลังอุณหภูมิทุบสถิติสูงสุด 2 วันติด

คลื่นความร้อนรุนแรง ส่งผลให้ลูฟวร์-หอไอเฟลในกรุงปารีสต้องปรับลดเวลาให้บริการ เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ ท่ามกลางอุณหภูมิที่พุ่งสูงทำลายสถิติของประเทศอย่างต่อเนื่อง

พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในโลก ประกาศปิดให้บริการเร็วกว่าปกติ ขณะที่หอไอเฟล ปิดไม่ให้ขึ้นชมบริเวณชั้นบน ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัดที่ยังคงปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ

การปิดให้บริการก่อนเวลาสร้างความวุ่นวายให้กับนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อย โดยหลายคนต้องเร่งปรับแผนการเดินทางในช่วงฤดูท่องเที่ยวที่มีผู้มาเยือนหนาแน่นที่สุดของปี

แอนนา ฟอร์สเกรน นักท่องเที่ยวชาวสวีเดน ปิดเผยว่า เธอเฝ้ารอมาเป็นเวลากว่า 35 ปี เพื่อจะได้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ และเกือบพลาดโอกาสครั้งสำคัญนี้ ยังดีที่เธอได้เข้าไปก่อนที่พิพิธภัณฑ์จะปิด อย่างไรก็ตาม แม้จะสามารถเข้าเยี่ยมชมได้ แต่บางส่วนของพิพิธภัณฑ์ก็ถูกปิดเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาฝรั่งเศส หรือ เมเตโอ ฟรองซ์ระบุว่า ฝรั่งเศสเพิ่งทำสถิติวันที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมา เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน โดยดัชนีความร้อนเฉลี่ยระดับประเทศ ซึ่งคำนวณจากสถานีตรวจวัดอากาศ 30 แห่งทั่วประเทศ แตะระดับ 30 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติเดิมอีกครั้ง นับเป็นหนึ่งในหลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดที่ถูกทำลายในช่วงคลื่นความร้อนรอบนี้

นอกจากผลกระทบต่อการท่องเที่ยวแล้ว ทางการฝรั่งเศสยังออกคำเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการลงเล่นน้ำตามแม่น้ำ ทะเลสาบ หรือแหล่งน้ำธรรมชาติที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแล หลังมีรายงานผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำราว 40 รายในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยหลายกรณีเกิดขึ้นระหว่างการพยายามคลายร้อนจากสภาพอากาศที่รุนแรงผิดปกติ

คลื่นความร้อนครั้งประวัติศาสตร์ยังส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อชีวิตประจำวันในฝรั่งเศสและหลายประเทศทั่วยุโรป ทั้งการปิดโรงเรียน การปรับตารางเดินรถ และการลดเวลาเปิดให้บริการของสถานที่สำคัญหลายแห่ง ขณะที่นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า ยุโรปกำลังเผชิญเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วบ่อยครั้งขึ้นจากภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกปี.

ที่มา : Reuters

แผ่นดินไหว 6.9 เขย่าทางตอนเหนือของญี่ปุ่น รถไฟชินคันเซนหยุดวิ่ง เตือนเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมา

แผ่นดินไหว 6.9 เขย่าทางตอนเหนือของญี่ปุ่น รถไฟชินคันเซนหยุดวิ่ง เตือนเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมา

25 มิ.ย. 2569 08:26 น.

แผ่นดินไหว 6.9 เขย่าทางตอนเหนือของญี่ปุ่น รถไฟชินคันเซนหยุดวิ่ง เตือนเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมา

เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง ขนาด 6.9 นอกชายฝั่งจังหวัดอิวาเตะ ของญี่ปุ่น ทางการเตือนอาจเกิดอาฟเตอร์ช็อก ขณะที่รถไฟชินคันเซ็นบางส่วนระงับให้บริการ แต่ยังไม่พบความผิดปกติที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) รายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 6.9 นอกชายฝั่งจังหวัดอิวาเตะ ทางตอนเหนือของประเทศ เมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยแรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ในหลายพื้นที่  บริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของจังหวัดอาโอโมริ ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด  

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นระบุว่า อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลตามแนวชายฝั่ง แต่ไม่มีแนวโน้มก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรง พร้อมเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อกที่อาจเกิดขึ้นตามมา

ด้านบริษัทผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฮิงาชิโดริ ในจังหวัดอาโอโมริ และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โอนางาวะ  ในจังหวัดมิยางิ เปิดเผยว่า ยังไม่พบความผิดปกติภายในโรงงาน และระดับรังสีรอบโรงไฟฟ้ายังคงอยู่ในเกณฑ์ปกติ ขณะที่การคนาคมได้รับผลกระทบ โดยผู้ให้บริการรถไฟชินคันเซ็น สายโทโฮคุ ประกาศระงับการเดินรถระหว่างสถานีโตเกียวและสถานีอาโอโมริ เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยของเส้เนทาง ส่วนรถไฟชินคันเซ็นสายอาคิตะ ได้หยุดให้บริการระหว่างสถานีโมริโอกะและสถานีอาคิตะเป็นการชั่วคราวเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือผู้บาดเจ็บจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ และเจ้าหน้าที่กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด.

ที่มา  NHK

ชาวบ้านผวา แผ่นดินไหว 5.6 เขย่าแคลิฟอร์เนียรุนแรงสุดในรอบเกือบ 90 ปี

 ชาวบ้านผวา แผ่นดินไหว 5.6 เขย่าแคลิฟอร์เนียรุนแรงสุดในรอบเกือบ 90 ปี

25 มิ.ย. 2569 08:06 น.

ชาวบ้านผวา แผ่นดินไหว 5.6 เขย่าแคลิฟอร์เนียรุนแรงสุดในรอบเกือบ 90 ปี

เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.6 แมกนิจูด เขย่าพื้นที่ทางเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยนับเป็นแผ่นดินไหวรุนแรงที่สุดที่เกิดขึ้นในพื้นที่แห่งนี้นับตั้งแต่ปี 2483 หรือเกือบ 90 ปีที่ผ่านมา

สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) รายงานว่า จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากเมืองวิลลิตส์ ในเขตเมนโดซิโน ราว 12 กิโลเมตร และอยู่ลึกลงไปใต้ดินประมาณ 8 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ในหลายพื้นที่ รวมถึงเมืองฟอร์ตแบรกก์ บริเวณชายฝั่งแปซิฟิก

ประชาชนจำนวนมากเล่าว่า รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนอย่างชัดเจน โดยสิ่งของภายในบ้านและร้านค้าหล่นกระจัดกระจาย กรอบรูปตกจากผนัง ขวดแก้วและจานชามสั่นไหวอย่างรุนแรง

อลัน แฮร์ริส ชาวเมืองเคลซีย์วิลล์ เล่าว่า เขาได้รับสัญญาณเตือนแผ่นดินไหวผ่านโทรศัพท์มือถือก่อนเกิดเหตุเพียงไม่นาน จากนั้นบ้านทั้งหลังเริ่มสั่นอย่างรุนแรง เขารีบตะโกนเรียกภรรยาและลูกสาวทันที โดยได้ยินเสียงสิ่งของตกกระแทกดังมาจากชั้นบนของบ้าน เป็นช่วงเวลาที่น่ากลัวมาก และแม้แรงสั่นสะเทือนจะกินเวลาเพียงประมาณ 30 วินาที แต่ก็ทำให้รูปภาพหล่นจากผนังและจอคอมพิวเตอร์ล้มคว่ำ แต่ไม่พบความเสียหายต่อโครงสร้างบ้าน

ลูซี โจนส์ นักแผ่นดินไหววิทยาผู้เชี่ยวชาญของรัฐแคลิฟอร์เนียระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่แนวรอยเลื่อนขนาดใหญ่ และโดยปกติจะเกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กเท่านั้น ทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สุดในพื้นที่ในรอบเกือบ 9 ทศวรรษ

หลังเกิดเหตุ ยังมีอาฟเตอร์ช็อกขนาดไม่เกิน 2.7 แมกนิจูด เกิดขึ้นใกล้จุดศูนย์กลางอย่างน้อย 3 ครั้งภายในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง

สำนักงานบริการฉุกเฉินของผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย เปิดเผยว่า แอปพลิเคชัน MyShake ได้ส่งการแจ้งเตือนแผ่นดินไหวล่วงหน้าเกือบ 657,000 ครั้ง ไปยังผู้ใช้งานทั่วภาคเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย

จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือความเสียหายร้ายแรงจากเหตุการณ์ดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งประเมินผลกระทบและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความกังวลว่าอาจเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกในระยะต่อจากนี้.

ที่มา : AP

เวเนซุเอลาอ่วม แผ่นดินไหว 7.2-7.5 ต่อเนื่อง ทำตึกถล่ม-คนแตกตื่น

เวเนซุเอลาอ่วม แผ่นดินไหว 7.2-7.5 ต่อเนื่อง ทำตึกถล่ม-คนแตกตื่น

25 มิ.ย. 2569 07:19 น.

เวเนซุเอลาอ่วม แผ่นดินไหว 7.2-7.5 ต่อเนื่อง ทำตึกถล่ม-คนแตกตื่น

เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 2 ครั้งซ้อนใกล้เมืองหลวงของเวเนซุเอลา ส่งผลให้อาคารหลายหลังพังถล่มลงมา โดยยังไม่แน่ชัดว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตมากน้อยเพียงใด

เมื่อ 25 มิ.ย. 2569 เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงต่อเนื่อง 2 ครั้งติดต่อกันใกล้กรุงการากัส เมืองหลวงของประเทศเวเนซุเอลา โดยครั้งแรกมีความรุนแรงขนาด 7.2 และครั้งที่สองขนาด 7.5 เกิดขึ้นห่างกันไม่กี่วินาที ส่งผลให้อาคารหลายแห่งพังถล่มลงมา ขณะที่ประชาชนต่างพากันวิ่งกรูออกมาอยู่บนท้องถนนหลังจากเกิดเหตุ

สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่า แผ่นดินไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่มอนตัลบัน (Montalbán) และเมืองยูมาเร (Yumare) และมีความลึกอยู่ที่ประมาณ 13.2 กม.กับ 10 กม.ตามลำดับ โดยเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 18:04 น. ตามเวลาท้องถิ่น

ขณะที่กระทรวงมหาดไทยของเวเนซุเอลาเปิดเผยว่า มีอีกหลายรัฐในเวเนซุเอลาที่รับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน โดยในเบื้องต้นมีการประกาศเตือนภัยสึนามิในทันทีหลังเกิดเหตุ แต่ในเวลาต่อมาทางการยกเลิกคำเตือนดังกล่าวแล้ว

เบื้องต้นยังไม่มีรายงานว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้มากน้อยเพียงใด

ภาพความเสียหายต่ออาคารในกรุงการากัส หลังเกิดแผ่นดินไหว 2 ครั้งซ้อน
ภาพความเสียหายต่ออาคารในกรุงการากัส หลังเกิดแผ่นดินไหว 2 ครั้งซ้อน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc