นักซูโม่ยูเครนคว้าแชมป์สูงสุดของญี่ปุ่น หลังอพยพหนีสงคราม 3 ปี

นักซูโม่ยูเครนคว้าแชมป์สูงสุดของญี่ปุ่น หลังอพยพหนีสงคราม 3 ปี

24 พ.ย. 2568 12:02 น.

นักซูโม่ยูเครนคว้าแชมป์สูงสุดของญี่ปุ่น หลังอพยพหนีสงคราม 3 ปี

วงการซูโม่ญี่ปุ่นสั่นสะเทือน หลังดานีโล ยาฟฮูซิชิน หรือที่รู้จักในชื่อ “อาโอนิชิกิ” (Aonishiki) นักซูโม่ชาวยูเครนวัย 21 ปี กลายเป็นชาวยูเครนคนแรกที่คว้าถ้วยรางวัลจักรพรรดิ (Emperor’s Cup) ในการแข่งขันแกรนด์ซูโม่ทัวร์นาเมนต์ได้สำเร็จ หลังหนีภัยสงครามมาถึงญี่ปุ่นเมื่อปี 2022 และเตรียมสร้างสถิติเลื่อนชั้นสู่ตำแหน่งโอเซกิเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์

ดานีโล ยาฟฮูซิชิน นักซูโม่ชาวยูเครนที่ใช้ชื่อในสังเวียนว่า อาโอนิชิกิ (Aonishiki) สร้างปรากฏการณ์อันน่าประทับใจในวงการซูโม่ โดยเขาเป็นชาวยูเครนคนแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถคว้าแชมป์การแข่งขันซูโม่ระดับอีลิต หรือ ถ้วยรางวัลจักรพรรดิ (Emperor’s Cup) มาครองได้สำเร็จ และเป็นนักซูโม่ชาวยุโรปคนแรกในรอบเกือบ 8 ปีที่ทำได้

อาโอนิชิกิ วัย 21 ปี เดินทางมาถึงประเทศญี่ปุ่นในปี 2022 ขณะอายุ 18 ปี ในฐานะผู้ลี้ภัยหลังจากการรุกรานยูเครนโดยรัสเซีย ก่อนจะก้าวเข้าสู่วงการซูโม่มืออาชีพในเวลาอันสั้น

ในการแข่งขันแกรนด์ซูโม่ทัวร์นาเมนต์ 15 วัน ที่เมืองฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น อาโอนิชิกิทำสถิติชนะ 12 แพ้ 3 และสามารถเอาชนะ โยโกซูนะ (Yokozuna) หรือแกรนด์แชมเปี้ยนอย่าง โฮโชริว (Hoshoryu) นักซูโม่ชาวมองโกเลียวัย 26 ปี ซึ่งเป็นแชมป์จากการแข่งขันที่กรุงลอนดอนเมื่อเดือนที่แล้ว ได้ในรอบเพลย์ออฟตัดสินแชมป์

ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมนี้ ทำให้เขาเข้าใกล้การได้รับการเลื่อนขั้นสู่ตำแหน่ง โอเซกิ (Ozeki) ซึ่งเป็นตำแหน่งรองสูงสุดของซูโม่ โดยคาดว่าจะเป็นการเลื่อนขั้นที่รวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์

เมื่อถูกถามในการสัมภาษณ์หลังพิธีมอบรางวัลว่าเขารู้สึกพอใจกับผลงานตลอดสามปีในวงการซูโม่หรือไม่ อาโอนิชิกิได้ตอบอย่างมุ่งมั่นว่า “ไม่ครับ ผมคิดว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น”

ชื่อ อาโอนิชิกิ ประกอบด้วยตัวอักษรที่มีความหมาย “สีน้ำเงิน” ในภาษาญี่ปุ่น ซึ่งสื่อถึงสีของธงชาติยูเครน เขาเป็นชาวยูเครนคนที่สองเท่านั้นที่ได้เข้าสู่ระดับสูงสุด (Top Division) ของซูโม่ โดยเขามีพื้นฐานจากการฝึกยูโดและมวยปล้ำฟรีสไตล์มาตั้งแต่เจ็ดขวบ

ยาฟฮูซิชินเกิดในภาคกลางของยูเครน และเริ่มเล่นซูโม่ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ และคว้าแชมป์ระดับประเทศเมื่ออายุ 17 ปี ด้วยอายุดังกล่าวเขาจึงเกือบถูกเกณฑ์ทหารในยูเครนสำหรับชายหนุ่มอายุ 18 ปีขึ้นไป หลังจากที่รัสเซียบุกยูเครน และเขาต้องลี้ภัยในเยอรมนี ก่อนที่จะย้ายมายังญี่ปุ่น

อาโอนิชิกิเดินทางมาญี่ปุ่นเพียงลำพังในเดือนเมษายน ปี 2022 โดยไม่รู้ภาษาญี่ปุ่น แต่ได้รับความช่วยเหลือจากกัปตันชมรมซูโม่ของมหาวิทยาลัยที่เขาเคยพบในการแข่งขันระดับเยาวชนมาก่อน

ด้วยทักษะอันน่าประทับใจ การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเทคนิคการเอาชนะคู่ต่อสู้ที่เขาไม่ค่อยนำมาใช้ ทำให้เขาได้รับความชื่นชมจากทั้งนักซูโม่มืออาชีพและแฟน ๆ ทั่วโลก นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า อาโอนิชิกิ คือตัวเต็งที่จะเป็นชาวยุโรปคนแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถขึ้นสู่ตำแหน่งโยโกสุนะ (Yokozuna) หรือแกรนด์แชมป์ซูโม่ได้ในอนาคต.

ที่มา BBC AFP

อพยพกว่า 11,000 ราย มาเลเซียวิกฤต น้ำท่วมฉับพลัน 7 รัฐ “กลันตัน” หนักสุด

อพยพกว่า 11,000 ราย มาเลเซียวิกฤต น้ำท่วมฉับพลัน 7 รัฐ "กลันตัน" หนักสุด

24 พ.ย. 2568 11:05 น.

อพยพกว่า 11,000 ราย มาเลเซียวิกฤต น้ำท่วมฉับพลัน 7 รัฐ “กลันตัน” หนักสุด

สถานการณ์น้ำท่วมในมาเลเซียทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีผู้ประสบภัยต้องอพยพหนีน้ำแล้วกว่า 11,000 คน ใน 7 รัฐ โดยเฉพาะรัฐกลันตันที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำหลายแห่งเพิ่มสูงขึ้น และกรมอุตุนิยมวิทยาออกคำเตือนฝนตกหนักต่อเนื่องถึงวันที่ 25 พ.ย. นี้

ณ เวลา 06.00 น. ของวันนี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) มีผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ถูกอพยพทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 11,009 คน จาก 3,839 ครอบครัว ใน 7 รัฐ โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมี 14 เขต และมีการเปิดศูนย์บรรเทาทุกข์แล้ว 60 แห่ง อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต

รัฐกลันตันได้รับผลกระทบหนักที่สุด มีผู้ประสบภัย 8,228 คน จาก 3,013 ครอบครัว ใน 4 เขต เปิดศูนย์ช่วยเหลือ 33 แห่ง รองลงมาคือเปรัก 907 คน (291 ครอบครัว) ใน 4 เขต เปิด 12 ศูนย์ ส่วนปะลิสมีผู้ประสบภัย 694 คน (201 ครอบครัว) ใน 1 เขต เปิด 5 ศูนย์

รัฐเคดาห์มีผู้ประสบภัย 404 คน (122 ครอบครัว) ใน 1 เขต เปิด 3 ศูนย์ ขณะที่ปีนังมี 381 คน (93 ครอบครัว) ใน 2 เขต เปิด 4 ศูนย์ เตรังกานูรายงาน 369 คน (113 ครอบครัว) เปิด 2 ศูนย์ และเซอลาโงร์มีผู้ประสบภัย 28 คน (6 ครอบครัว) ใน 1 เขต

กรมอุตุนิยมวิทยามาเลเซีย ได้ออกประกาศเตือนสภาพอากาศรุนแรง คาดการณ์ว่าพื้นที่กูลิม บันดาร์ บาฮารู (รัฐเกดะห์), ปีนัง, เปรัก และรัฐกลันตันฝั่งตะวันออก โดยจะมีฝนตกหนักต่อเนื่องถึงวันที่ 25 พ.ย. เช่นเดียวกับรัฐปะลิส, เกดะห์, เปรัก, กลันตัน และตรังกานู 

รายงานระดับน้ำทางไกล  พบว่าระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักหลายแห่งยังคงเพิ่มสูงขึ้น อาทิ แม่น้ำสุไหงปุงไก ในรัฐยะโฮร์, แม่น้ำเอนเดาในเมืองเมอร์ซิง รวมถึงสถานีวัดระดับน้ำหลายแห่งในรัฐปะลิสและปีนัง แต่ยังไม่มีแห่งใดที่เกินระดับอันตราย

กรมโยธาธิการมาเลเซียรายงานอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับถนนอย่างน้อย 32 จุด ซึ่งรวมถึงการปิดเส้นทาง ดินถล่ม และสะพานเสียหาย ทั้งในรัฐปะลิส ปีนัง และเกดะห์

เขื่อนหลายแห่งมีระดับน้ำใกล้เคียงความจุสูงสุด โดยเฉพาะเขื่อนคงกอก, เบกอก , มาลุต และ ตีมะฮ์ ตาโซะห์ มีระดับน้ำเต็มความจุ 100% ส่วนเขื่อนกูนุง เลดัง มีระดับน้ำอยู่ที่ 98% ขณะที่เขื่อนอื่น ๆ ส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับ 70-95%

ศูนย์บัญชาการภัยพิบัติแห่งชาติ (NDCC) ระบุว่า ปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัยระดับชาติยังคงพร้อมเต็มที่ เนื่องจากคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกต่อเนื่องในรัฐทางตอนเหนือและชายฝั่งตะวันออกอีก 48–72 ชั่วโมงข้างหน้า.

ที่มา New Straits Times

มาเลเซียเตรียมแบนโซเชียลเด็กต่ำกว่า 16 ปี อีกชาติ เริ่มปี 2026 หวังสกัดภัยออนไลน์

มาเลเซียเตรียมแบนโซเชียลเด็กต่ำกว่า 16 ปี อีกชาติ เริ่มปี 2026 หวังสกัดภัยออนไลน์

24 พ.ย. 2568 11:00 น.

มาเลเซียเตรียมแบนโซเชียลเด็กต่ำกว่า 16 ปี อีกชาติ เริ่มปี 2026 หวังสกัดภัยออนไลน์

รัฐบาลมาเลเซียประกาศแผนจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี เริ่มปี 2026 เป็นต้นไป ท่ามกลางความกังวลทั่วโลกเกี่ยวกับผลกระทบของโซเชียลต่อสุขภาพจิตและภัยคุกคามบนโลกดิจิทัล

ฟาห์มี ฟัดซิล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและการสื่อสารของมาเลเซีย ระบุเมื่อวันที่ 23 พ.ย.ว่า รัฐบาลกำลังศึกษากลไกการจำกัดอายุของประเทศต่าง ๆ เช่น ออสเตรเลีย เพื่อปรับใช้ในมาเลเซีย โดยเฉพาะการป้องกันเด็กจากภัยร้ายออนไลน์ ทั้ง การกลั่นแกล้งทางไซเบอร์, มิจฉาชีพหลอกเงิน, ไปจนถึงการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก โดยรัฐบาลคาดหวังให้แพลตฟอร์มโซเชียลทุกแห่งปฏิบัติตาม และปิดกั้นการสร้างบัญชีสำหรับผู้ที่อายุต่ำกว่า 16 ปีให้ได้ภายในปีหน้า

หลายประเทศกำลังเดินหน้าในทิศทางเดียวกัน เช่น ออสเตรเลียที่เตรียมสั่งให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ ปิดบัญชีโซเชียลของผู้ใช้ต่ำกว่า 16 ปี ตั้งแต่เดือนหน้า ขณะเดียวกัน ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี เดนมาร์ก และกรีซ ก็กำลังร่วมทดสอบระบบยืนยันอายุรูปแบบใหม่

ในสหรัฐอเมริกา บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง TikTok, Snapchat, Google และ Meta (Facebook, Instagram, WhatsApp) ต่างเผชิญคดีฟ้องร้องเกี่ยวกับบทบาทของแพลตฟอร์มต่อวิกฤตสุขภาพจิตในเด็กและวัยรุ่น

ด้านอินโดนีเซีย เพื่อนบ้านของมาเลเซีย เคยประกาศตั้งอายุขั้นต่ำสำหรับผู้ใช้โซเชียล แต่สุดท้ายปรับเป็นกฎเข้มงวดด้านการตรวจจับคอนเทนต์อันตรายแทน

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มาเลเซียเพิ่มการตรวจสอบแพลตฟอร์มโซเชียลอย่างเข้มงวด หลังพบปริมาณคอนเทนต์ที่รัฐมองว่าเป็นภัย ทั้งการพนันออนไลน์ เนื้อหายุยงเกี่ยวกับเชื้อชาติ ศาสนา และสถาบันกษัตริย์ โดยตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา แพลตฟอร์มหรือบริการที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 8 ล้านบัญชีในมาเลเซียต้อง ยื่นขอใบอนุญาตพิเศษ ภายใต้กฎใหม่ที่ถูกบังคับใช้อย่างเป็นทางการ.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ แบนโซเชียลมีเดีย

ออสเตรเลียผวา ไซโคลน “ฟีนา” พัดถล่มดาร์วิน สนามบินปิด เมืองหยุดชะงัก หวั่นซ้ำรอยไซโคลนเทรซี

ออสเตรเลียผวา ไซโคลน "ฟีนา" พัดถล่มดาร์วิน สนามบินปิด เมืองหยุดชะงัก หวั่นซ้ำรอยไซโคลนเทรซี

24 พ.ย. 2568 09:05 น.

ออสเตรเลียผวา ไซโคลน “ฟีนา” พัดถล่มดาร์วิน สนามบินปิด เมืองหยุดชะงัก หวั่นซ้ำรอยไซโคลนเทรซี

เมืองดาร์วินของออสเตรเลียเผชิญสภาพอากาศสุดวิกฤต หลังไซโคลนเขตร้อน “ฟีนา” พัดขึ้นฝั่ง พร้อมลมทำลายล้างสูงถึง 205 กม./ชม. ส่งผลให้สนามบินนานาชาติดาร์วินต้อง ปิดให้บริการต่อเนื่องเป็นวันที่ 2

เมืองดาร์วินในนอร์เทิร์นเทร์ริทอรีของออสเตรเลียรับมือกับไซโคลนเขตร้อน “ฟีนา” ที่พัดขึ้นฝั่งด้วยความเร็วลมถึง 205 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเมื่อคืนวันเสาร์ ส่งผลให้สนามบินนานาชาติดาร์วินต้อง ปิดให้บริการเป็นวันที่สอง ในวันอาทิตย์

โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาออสเตรเลียระบุว่า ฟีนาซึ่งเป็นพายุระดับ 3 เคลื่อนตัวออกจากดาร์วินแล้ว แต่ยังคงสร้างลมกระโชกรุนแรงและฝนหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายพื้นที่ยังมีความเสี่ยงสูงต่อดินโคลนถล่ม ต้นไม้โค่น และเสาไฟฟ้าหักโค่น

สนามบินนานาชาติดาร์วินประกาศปิดทำการตั้งแต่วันเสาร์เพื่อความปลอดภัย และย้ำว่ากำลังเร่งประเมินความเสียหายเพื่อเปิดให้บริการเมื่อปลอดภัยจริงเท่านั้น

ด้านหน่วยงานฉุกเฉิน SecureNT โพสต์เตือนบนโซเชียลว่า ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเที่ยวดูพายุ พร้อมสั่งประชาชนอยู่ให้ห่างเสาไฟและสายไฟแรงสูงที่ถูกพายุโค่นล้มหลายจุดทั่วเมือง

ขณะที่บริษัทไฟฟ้า Power and Water Corporation ระบุว่า ยังไม่สามารถประเมินจำนวนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากไฟฟ้าดับได้ ต้องรอทีมงานลงพื้นที่สำรวจความเสียหายตั้งแต่เช้าวันอาทิตย์

ด้านสำนักข่าว ABC รายงานว่า หลายบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานเสียหายจากแรงลมพายุ แต่โชคดีที่ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคม ไซโคลน “อัลเฟรด” ก็เพิ่งพัดถล่มรัฐควีนส์แลนด์ ทำให้โรงเรียนต้องปิดและประชาชนหลายแสนคนไม่มีไฟฟ้าใช้

ทั้งนี้ ไซโคลนฟีนาทำให้ชาวดาร์วินกว่า 140,000 คน หวนนึกถึงความทรงจำอันเจ็บปวดจาก ไซโคลนเทรซีเมื่อ ปี 1974 ที่ทำลายเกือบทั้งเมืองและคร่าชีวิต 66 คน ถือเป็นหนึ่งในภัยพิบัติร้ายแรงที่สุดของออสเตรเลีย.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ออสเตรเลีย

บทเรียนคนหิวแสง สิงคโปร์เนรเทศ–แบนเข้าประเทศ หนุ่มออสซี่วิ่งประชิดตัว “อารีอานา กรานเด”

บทเรียนคนหิวแสง สิงคโปร์เนรเทศ–แบนเข้าประเทศ หนุ่มออสซี่วิ่งประชิดตัว “อารีอานา กรานเด”

24 พ.ย. 2568 08:40 น.

บทเรียนคนหิวแสง สิงคโปร์เนรเทศ–แบนเข้าประเทศ หนุ่มออสซี่วิ่งประชิดตัว “อารีอานา กรานเด”

สิงคโปร์เนรเทศ “จอห์นสัน เวน” ชายชาวออสเตรเลียวัย 26 ปี ผู้ก่อเหตุวิ่งฝ่าแนวกั้นประชิดตัวนักร้องดัง อารีอานา กรานเด ในงานพรีเมียร์ภาพยนตร์ Wicked: For Good และถูกแบนเข้าประเทศแบบถาวร

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสิงคโปร์ระบุเมื่อวันที่ 23 พ.ย.ว่า จอห์นสัน เวน หนุ่มออสเตรเลียวัย 26 ปี ผู้ก่อเหตุวิ่งฝ่าแนวกั้นประชิดตัวนักร้องดัง อารีอานา กรานเด ถูกส่งตัวกลับออสเตรเลียแล้ว และยังมีคำสั่งห้ามเขาเดินทางเข้าประเทศสิงคโปร์แบบถาวร โดยผู้พิพากษาคริสโตเฟอร์ โกห์ ตำหนิพฤติกรรมดังกล่าวว่าเป็นการเรียกร้องความสนใจ และเตือนว่าการทำตัวผิดกฎหมายในสิงคโปร์ย่อมมีผลตามมา

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างเวลา 19.00–19.11 น. ของวันที่ 13 พ.ย. ที่ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอสิงคโปร์ เมื่อเวนกระโดดข้ามแผงกั้นพุ่งเข้าหากรานเดอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนเอาแขนคล้องไหล่และกระโดดโลดเต้น ขณะที่นักร้องสาวมีสีหน้าตกใจอย่างชัดเจน ก่อนที่นักแสดงร่วมอย่าง ซินเธีย เอริโว รวมถึงทีมการ์ดต้องรีบเข้าควบคุมสถานการณ์ทันที ท่ามกลางสายตาแฟนคลับหลายร้อยคนที่ตกตะลึง ไม่เพียงเท่านั้น ขณะถูกนำตัวออกจากพื้นที่ เวนยังหันกลับมาและจุวิ่งพุ่งเข้าหานักแสดงสาวอีกครั้ง แต่คราวนี้ถูกเจ้าหน้าที่จับกดกับพื้นทันที

หลังเหตุการณ์ เวนยังมีการโพสต์บนอินสตาแกรมว่า “ได้รับอิสระแล้ว” พร้อมแชร์คลิปเหตุการณ์บน TikTok และ Instagram แถมยังขอบคุณกรานเดอีกต่างหาก จนกลายเป็นไวรัลในสื่อทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ตำรวจตามจับตัวเขาได้ในวันที่ 14 พ.ย. และตั้งข้อหาก่อความเดือดร้อนต่อสาธารณะ ซึ่งต่อมาศาลได้ตัดสินจำคุก 9 วัน

จากการสอบสวนพบว่า นายเวนมีพฤติกรรมลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง ทั้งในคอนเสิร์ต Katy Perry, The Chainsmokers และ The Weeknd ทำให้หลายฝ่ายมองว่าการลงโทษครั้งนี้เป็นบทเรียนราคาแพง สำหรับคนที่ต้องการสร้างชื่อเสียง หรืออยากเกาะกระแสดาราเพื่อให้ตัวเองอยู่ในแสงด้วยวิธีผิด ๆ.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อารีอานา กรานเด

รูบิโอเผย มีความคืบหน้าครั้งใหญ่ ในการเจรจาแผนสันติภาพยูเครน

รูบิโอเผย มีความคืบหน้าครั้งใหญ่ ในการเจรจาแผนสันติภาพยูเครน

24 พ.ย. 2568 06:01 น.

รูบิโอเผย มีความคืบหน้าครั้งใหญ่ ในการเจรจาแผนสันติภาพยูเครน

รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เผยว่า มีความคืบหน้าครั้งใหญ่ในการเจรจาแผนสันติภาพยูเครนที่นครเจนีวา แต่ยังมีประเด็นอีกเล็กน้อยที่พวกเขาต้องแก้ไขกันต่อไป

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 พ.ย. 2568 นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของอิสราเอล กล่าวว่า มีความคืบหน้าอย่างมากในการเจรจาที่นครเจนีวา เพื่อสรุปแผนสันติภาพที่สหรัฐฯ เสนอเพื่อยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน แต่ยังคงมีงานที่ต้องทำอีกเล็กน้อย

นายรูบิโอกล่าวว่า ทีมเจรจาในเจนีวาซึ่งประกอบด้วยตัวเขาและทีมเจ้าหน้าที่จากสหรัฐฯ, ยุโรป และยูเครน “มีวันที่ดีมาก” โดยเป้าหมายหลักของการเจรจาคือการพยายามจัดการกับประเด็นที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ในแผนสันติภาพ 28 ข้อของสหรัฐฯ และฝ่ายที่เกี่ยวข้องบรรลุเป้าหมายนั้นได้ในลักษณะที่เป็นรูปธรรม

อย่างไรก็ตาม นายรูบิโอกล่าวเสริมว่า ข้อตกลงขั้นสุดท้ายใด ๆ ก็ตามจะต้องได้รับการตกลงเห็นชอบโดยประธานาธิบดียูเครนและประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก่อนที่ข้อเสนอจะถูกส่งไปยังรัสเซีย และยังมีประเด็นอีกเล็กน้อยที่พวกเขาจำเป็นต้องทำงานต่อไป

ด้านนายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนกล่าวว่า มีสัญญาณว่าทีมงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังรับฟังเรา

ทั้งนี้ ยูเครนและพันธมิตรยุโรปได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับข้อเสนอภายใต้แผนการสันติภาพดังกล่าว ซึ่งถูกมองว่าเข้าข้างรัสเซีย และได้รับการต้อนรับจากวลาดิเมียร์ ปูติน ว่าเป็น “พื้นฐาน” สำหรับการยุติปัญหา ก่อนหน้านี้ เซเลนสกีกล่าวว่า ยูเครน “อาจต้องเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบากมาก คือการสูญเสียศักดิ์ศรี หรือเสี่ยงต่อการสูญเสียพันธมิตรคนสำคัญ”

สื่อหลายสำนักรายงานว่า ร่างแผนสันติภาพ 28 ข้อของสหรัฐฯ นั้นรวมถึงการถอนกำลังทหารยูเครนออกจากพื้นที่ที่พวกเขากำลังควบคุมอยู่ในแคว้นโดเนตสก์ ทางตะวันออกของยูเครน, ยกแคว้นดังกล่าวกับแคว้นลูฮานสก์ที่อยู่ติดกันให้รัสเซีย ในขณะที่ตรึงพรมแดนของแคว้นเคอร์ซอนและแคว้นซาโปริซเซียทางใต้ของยูเครนเอาไว้ตามแนวรบในปัจจุบัน

แผนของสหรัฐฯ ยังจำกัดกำลังทหารของยูเครนไว้ที่ 600,000 นาย จากประมาณ 880,000 นายในปัจจุบัน และที่สำคัญคือ ยูเครนต้องสัญญาว่าจะไม่หาทางเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ นาโต อีก แลกกับการที่เคียฟจะได้รับการรับประกันความมั่นคงที่เชื่อถือได้ ซึ่งไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดใดๆ

แผนการของสหรัฐฯ ระบุอีกว่า “คาดหวัง” ว่ารัสเซียจะไม่รุกรานประเทศเพื่อนบ้าน และ NATO จะไม่ขยายตัวเพิ่มเติม พร้อมทั้งเสนอให้รัสเซียกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง ด้วยการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร และการเชิญรัสเซียให้กลับเข้าร่วมกลุ่ม G7 ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่ทรงอำนาจที่สุดในโลก ทำให้กลับมาเป็น G8 อีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ นายทรัมป์กล่าวว่า เขาให้เวลายูเครนจนถึงวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้ (27 พ.ย.) เพื่อเห็นชอบข้อเสนอดังกล่าว แต่ต่อมาเขาออกมาระบุว่า นี่ไม่ใช่ “ข้อเสนอสุดท้าย” สำหรับเคียฟ หลังจากที่พันธมิตรของยูเครนจากยุโรป แคนาดา และญี่ปุ่นแสดงความกังวล

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิสราเอลโจมตีเมืองหลวงเลบานอน สังหารแกนนำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

อิสราเอลโจมตีเมืองหลวงเลบานอน สังหารแกนนำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

24 พ.ย. 2568 05:31 น.

อิสราเอลโจมตีเมืองหลวงเลบานอน สังหารแกนนำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

อิสราเอลโจมตีทางอากาศเข้าใส่เมืองหลวงของเลบานอนเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน สังหารสมาชิกระดับสูงของกลุ่มติดอาวุธ ฮิซบอลเลาะห์ 1 ราย

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 พ.ย. 2568 กองทัพอิสราเอลโจมตีทางอากาศเข้าใส่กรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอนเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน แม้ข้อตกลงหยุดยิงจะยังมีผลบังคับใช้อยู่ก็ตาม โดยอิสราเอลอ้างว่า การโจมตีได้สังหารนาย ไฮธาม อาลี อัล-ตับตาบาอี เสนาธิการของกลุ่มติดอาวุธ ฮิซบอลเลาะห์ และเคยดำรงตำแหน่งอาวุโสหลายตำแหน่ง

กระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนกล่าวว่า การโจมตีของอิสราเอลซึ่งพุ่งเป้าไปที่อาคารอพาร์ตเมนต์ในเขตดาฮิเยห์ (Dahieh) ที่มีประชากรหนาแน่น ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ศพ และบาดเจ็บอีก 28 คน

ด้านกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยืนยันการเสียชีวิตของนาย อัล-ตับตาบาอี และเสริมว่า การโจมตีครั้งนี้ของอิสราเอลถือเป็นการล้ำเส้นแดงที่ไม่ควรข้าม

ทั้งนี้ การโจมตีเลบานอนครั้งล่าสุดของอิสราเอลเกิดขึ้นในขณะที่อิสราเอลได้ยกระดับปฏิบัติการต่อบุคคลและเป้าหมายที่อ้างว่าเชื่อมโยงกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธมุสลิมนิกายชีอะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน แม้ข้อตกลงหยุดยิงซึ่งบรรลุเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน โดยมีสหรัฐฯ และฝรั่งเศสเป็นคนกลางในการเจรจา จะยังคงมีผลอยู่ก็ตาม

เจ้าหน้าที่อิสราเอลอ้างว่า ฮิซบอลเลาะห์พยายามสร้างขีดความสามารถทางทหารขึ้นมาใหม่ ลักลอบขนอาวุธเข้าสู่เลบานอน และเพิ่มการผลิตโดรนติดระเบิดเพื่อใช้ทดแทนจรวดและขีปนาวุธ และมีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการยกระดับความขัดแย้ง

ด้านนาย เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลกล่าวหลังการโจมตีว่า “ภายใต้การนำของผม รัฐอิสราเอลจะไม่อนุญาตให้ฮิซบอลเลาะห์สร้างอำนาจของตนขึ้นมาใหม่ และเราจะไม่อนุญาตให้เป็นภัยคุกคามต่อรัฐอิสราเอลอีกครั้ง” และเขาคาดหวังให้รัฐบาลเลบานอน “ปฏิบัติตามพันธกรณีในการปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์”

ขณะที่นาย โจเซฟ อาอูน ประธานาธิบดีเลบานอน เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศกดดันอิสราเอล ซึ่งยังคงยึดครองพื้นที่อย่างน้อยห้าแห่งในภาคใต้ของเลบานอน ให้หยุดการโจมตีและถอนกำลังออกจากประเทศของเขา โดยกล่าวว่าการกระทำของอิสราเอลเป็นการละเมิดข้อตกลงที่ยุติความขัดแย้งซึ่งดำเนินมานานถึง 13 เดือน

อนึ่ง ตามข้อตกลง รัฐบาลเลบานอนได้ให้คำมั่นว่าจะปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ แต่กลุ่มดังกล่าวได้ปฏิเสธข้อเรียกร้องที่จะหารือเกี่ยวกับอาวุธของพวกเขาก่อนที่อิสราเอลจะยุติการโจมตี และถอนตัวออกจากเลบานอนโดยสมบูรณ์ และปล่อยตัวนักโทษชาวเลบานอน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

นักเรียนไนจีเรียที่ถูกลักพาตัวจาก รร.คริสต์ หนีกลับมาได้แล้ว 50 คน

นักเรียนไนจีเรียที่ถูกลักพาตัวจาก รร.คริสต์ หนีกลับมาได้แล้ว 50 คน

24 พ.ย. 2568 02:44 น.

นักเรียนไนจีเรียที่ถูกลักพาตัวจาก รร.คริสต์ หนีกลับมาได้แล้ว 50 คน

เด็กนักเรียนกว่า 300 คนที่ถูกกลุ่มมือปืนลักพาตัวไปเมื่อสัปดาห์ก่อน สามารถหนีรอดกลับมาได้แล้ว 50 คน ส่วนที่เหลือยังไม่ทราบชะตากรรม

สมาคมคริสเตียนแห่งไนจีเรียออกแถลงการณ์ในวันอาทิตย์ที่ 23 พ.ย. 2568 ว่า เด็กนักเรียนอย่างน้อย 50 คน จากเด็กมากกว่า 300 คนที่ถูกกลุ่มมือปืนลักพาตัวไปจากโรงเรียนคาทอลิกแห่งหนึ่งในรัฐไนเจอร์เมื่อสัปดาห์ก่อน สามารถหลบหนีกลับมาได้สำเร็จ

เหตุลักพาตัวดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ (21 พ.ย.) โดยกลุ่มมือปืนบุกโจมตีโรงเรียนสหศึกษาเซนต์แมรีในรัฐไนเจอร์ โดยลักพาตัวเด็กอายุระหว่าง 8-18 ปี 303 คนและครู 12 คนไป ซึ่งนี่ถือเป็นการลักพาตัวหมู่ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งที่เคยเกิดขึ้นในไนจีเรีย โดยจำนวนนักเรียนดังกล่าวคิดเป็นเกือบครึ่งของนักเรียนทั้งหมดของโรงเรียนเซนต์แมรี

“เราได้รับข่าวดี เนื่องจากนักเรียน 50 คนหนีออกมาได้และกลับไปรวมตัวกับผู้ปกครองแล้ว” สมาคมคริสเตียนแห่งไนจีเรียกล่าวในแถลงการณ์ แต่ไม่มีการเปิดเผยว่า พวกเขาหลบหนีออกมาได้อย่างไร

ด้านรัฐบาลไนจีเรียยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับจำนวนเด็กที่ถูกพาตัวไปจากโรงเรียน แต่ประธานาธิบดีโบลา ทินูบู ระบุผ่าน X ว่า “นักเรียนที่หายไป 51 คนจากโรงเรียนคาทอลิก… ได้รับการช่วยเหลือแล้ว”

นอกจากนั้น นายทินูบูยังระบุด้วยว่า “ด้วยความพยายามของกองกำลังความมั่นคงของเราตลอดหลายวันที่ผ่านมา ผู้แสวงบุญทั้ง 38 คนที่ถูกลักพาตัวในเมืองเอรูคู รัฐควารา ได้รับการช่วยเหลือแล้ว”

อนึ่ง เมื่อวันอังคาร (18 พ.ย.) โบสถ์แห่งหนึ่งในรัฐควารา ถูกกลุ่มมือปืนบุกโจมตีระหว่างประกอบพิธีทางศาสนา มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ และนักแสวงบุญถูกลักพาตัวไป 38 คน

ก่อนหน้านั้นในวันจันทร์ (17 พ.ย.) กลุ่มมือปืนบุกโรงเรียนมัธยมในรัฐเกบบี ซึ่งอยู่ใกล้กับรัฐไนเจอร์ และลักพาตัวเด็กผู้หญิงไป 25 ราย

ทั้งนี้ การลักพาตัวผู้คนไปเรียกค่าไถ่ ฝีมือของแก๊งอาชญากรรม ซึ่งเรียกกันในท้องถิ่นว่า “กลุ่มโจร” กลายเป็นปัญหาใหญ่ในหลายพื้นที่ของไนจีเรีย ซึ่งทางการออกกฎหมายห้ามการจ่ายค่าไถ่ เพื่อตัดแหล่งเงินทุนของแก๊งอาชญากร แต่ก็แทบไม่มีผลกระทบใด ๆ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เมียนมาเผย บุกฐานสแกมเมอร์ในชเวโก๊กโก่ จับชาวต่างชาติเกือบ 1,600 คน

เมียนมาเผย บุกฐานสแกมเมอร์ในชเวโก๊กโก่ จับชาวต่างชาติเกือบ 1,600 คน

24 พ.ย. 2568 01:11 น.

เมียนมาเผย บุกฐานสแกมเมอร์ในชเวโก๊กโก่ จับชาวต่างชาติเกือบ 1,600 คน

รัฐบาลทหารเมียนมาเปิดเผยว่า พวกเขาจับกุมชาวต่างชาติได้เกือบ 1,600 คน ระหว่างปฏิบัติการ 5 วัน ทลายฐานของแก๊งสแกมเมอร์ที่เมืองชเวโก๊กโก่

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 พ.ย. 2568 กองทัพรัฐบาลเมียนมาเปิดเผยว่า พวกเขาจับกุมชาวต่างชาติได้เกือบ 1,600 คน ในปฏิบัติการกวาดล้างฐานของแก๊งหลอกลวงออนไลน์ที่เมืองชเวโก๊กโก่ ใกล้ชายแดนประเทศไทย ซึ่งใช้เวลานาน 5 วัน

ฐานของแก๊งสแกมเมอร์เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมากบริเวณชายแดนเมียนมา ซึ่งกำลังอยู่ในภาวะสงครามกลางเมือง มุ่งเป้าหลอกลวงผู้ใช้อินเทอร์เน็ตด้วยแผนการต่างๆ และฉ้อโกงเงินผู้เสียหายได้หลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า รัฐบาลทหารเมียนมาถูกกล่าวหามานานแล้วว่า “จงใจมองข้าม” ในขณะที่อุตสาหกรรมที่ผิดกฎหมายนี้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ แต่พวกเขาเริ่มดำเนินการกวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์ตั้งแต่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ หลังจีน ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลัก กดดันอย่างหนัก เนื่องจากมีชาวจีนตกเป็นเหยื่อหลอกลวงจำนวนมาก และบางรายถึงขั้นเสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม ผู้สังเกตการณ์บางรายกล่าวว่า การบุกตรวจค้นรอบใหม่ที่เริ่มขึ้นเมื่อเดือนตุลาคมเป็นการอำพราง ที่จัดฉากขึ้นเพื่อระบายแรงกดดันจากจีน ในขณะที่ไม่กระทบกระเทือนต่อผลประโยชน์ที่กองกำลังพันธมิตรของรัฐบาลทหารได้รับมากนัก

ในแถลงการณ์ล่าสุดของรัฐบาลทหารเมียนมา พวกเขาระบุว่าสามารถจับกุมพลเมืองต่างชาติที่เดินทางเข้าเมียนมาอย่างผิดกฎหมายได้ถึง 1,590 คน ระหว่างวันที่ 18-22 พ.ย.ที่ผ่านมา ระหว่างการบุกตรวจค้นที่เมืองชเวโก๊กโก่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการพนันและการฉ้อโกง ตามรายงานของ The Global New Light of Myanmar สื่อรัฐบาลเมียนมา

ข่าวระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่ยังสามารถยึดคอมพิวเตอร์ 2,893 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือ 21,750 เครื่อง, เครื่องรับสัญญาณดาวเทียม Starlink 101 เครื่อง, เราเตอร์ 21 ตัว และวัสดุอุตสาหกรรมจำนวนมากที่ใช้ในกิจกรรมการฉ้อโกงและการพนันออนไลน์”

นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ยังควบคุมตัวบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานฉ้อโกงออนไลน์และเล่นการพนันที่ชเวโก๊กโก่ได้ 223 คน ภายในวันเสาร์เพียงวันเดียว โดยในจำนวนนี้เป็นชาวจีนถึง 100 คน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ทรัมป์อัดยูเครน ไม่ขอบคุณสหรัฐฯ เลย ทั้งที่พยายามช่วยยุติสงคราม

ทรัมป์อัดยูเครน ไม่ขอบคุณสหรัฐฯ เลย ทั้งที่พยายามช่วยยุติสงคราม

23 พ.ย. 2568 22:46 น.

ทรัมป์อัดยูเครน ไม่ขอบคุณสหรัฐฯ เลย ทั้งที่พยายามช่วยยุติสงคราม

โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความโจมตีผู้นำในยูเครนว่าไม่ขอบคุณสหรัฐฯ ที่กำลังพยายามหาทางยุติสงครามในยูเครนเลย ก่อนเจ้าหน้าที่ยูเครนโพสต์ขอบคุณทันที และหวังว่าการหารือที่เจนีวาจะคืบหน้า

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 พ.ย. 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social โจมตีกลุ่มผู้นำในยูเครนว่า ไม่แสดงความขอบคุณสหรัฐฯ ที่กำลังพยายามหาทางยุติสงครามในยูเครนเลย ในขณะที่การหารือระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ, ยุโรป และยูเครน เรื่องแผนการสันติภาพ กำลังดำเนินอยู่ที่นครเจนีวา

“ ‘ผู้นำ’ ยูเครนไม่แสดงความรู้สึกขอบคุณในความพยายามของเราเลย และยุโรปก็ยังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซีย” โพสต์ของนายทรัมป์ระบุ “ผมรับสืบทอดสงครามที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นตั้งแต่แรก สงครามที่เป็นความสูญเสียสำหรับทุกคน โดยเฉพาะผู้คนนับล้านที่ต้องเสียชีวิตอย่างไม่จำเป็น”

หลังจากนายทรัมป์โพสต์ข้อความดังกล่าว นายรุสเตม อูเมรอฟ เลขาธิการสภากลาโหมและความมั่นคงแห่งชาติของยูเครน ก็โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมว่า ยูเครนคาดหวังว่าการเจรจาทางการทูตที่เจนีวาจะมีความคืบหน้ามากขึ้นในวันนี้

นายอูเมรอฟระบุด้วยว่า แผนการสันติภาพ 28 ข้อซึ่งเสนอโดยสหรัฐฯ นี้ อาจคำนึงถึงผลประโยชน์หลายอย่างของยูเครน สอดคล้องกับคำพูดก่อนหน้านี้ของ โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน “ข้อเสนอในปัจจุบันของเรา แม้จะยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ แต่ก็รวมถึงสิ่งที่ยูเครนให้ความสำคัญหลายอย่าง”

เขากล่าวเสริมด้วยว่า “เราขอขอบคุณพันธมิตรชาวอเมริกันที่ทำงานอย่างใกล้ชิดกับเรา เพื่อทำความเข้าใจข้อกังวลของเราจนมาถึงจุดที่สำคัญนี้ และเราคาดหวังว่าจะมีความคืบหน้ามากขึ้นในวันนี้”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc