ชาวออฟฟิศ…เลือกกินอย่างไรให้สุขภาพดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/605630

  • วันที่ 11 พ.ย. 2562 เวลา 08:07 น.

ชาวออฟฟิศ...เลือกกินอย่างไรให้สุขภาพดี

กินแบบคนออฟฟิศ แค่เปลี่ยนเมนู ชีวิตก็เปลี่ยนได้

เชื่อว่าชาวออฟฟิศหลายคน เคยประสบปัญหาเมื่อนัดมีตติ้งสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน มักจะโดนแซวต่างๆ นานา ทั้ง “อ้วนขึ้นหรือเปล่า” “ปล่อยตัวเองโทรมแล้วนะ” เนื่องจากทุ่มเทให้กับงานจนลืมดูแลตัวเอง อาหารการกินจึงเน้นสะดวกที่สุด โดยอาจลืมคิดว่าจะดีต่อสุขภาพหรือไม่  เราจึงอยากให้ชาวออฟฟิศ สละเวลาสักนิดกับการเลือกอาหารที่จะรับประทานในแต่มื้อ เพราะแค่เปลี่ยนเมนู…ชีวิตก็เปลี่ยนได้

เริ่มต้นด้วยมื้อแรกของวันอย่าง “Breakfast” มื้อที่สำคัญที่คนส่วนใหญ่มักจะมองข้ามเพราะด้วยเวลาที่เร่งรีบ จึงทำให้หลายคนหมองหาเมนูง่ายๆ มารับประทานหรือบางคนก็ไม่รับประทานเลย ดังนั้น ถ้าใครอยู่ในเคสเหล่านี้ ต้องรีบเปลี่ยนตัวเองแบบเร่งด่วน

อันดับแรก ออกไปซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน มองหาวัตถุดิบที่ทำง่ายมาตุนในตู้เย็นไว้บ้าง ไม่ว่าจะเป็น ผักสด เนื้อสัตว์ ไข่ไก่ ทูน่า ขนมปังโฮวีท ผลไม้นานาชนิด ที่สามารถที่จะหาซื้อได้ไม่ยาก ถึงจะไม่ค่อยมีเวลา แต่ก็สามารถสร้างสรรค์เมนูได้ง่ายๆ มีประโยชน์ เช่น กรีกโยเกิร์ตที่มีแคลเซียมสูง ช่วยกระตุ้นให้อารมณ์ดี ทำให้สมองพร้อมเรียนรู้ ไข่ลวกหรือไข่ต้ม ได้ประโยชน์มากและแคลอรี่ต่ำ เพียงกิน 2-3 ฟองในมื้อเช้าก็จะทำให้รู้สึกอยู่ท้องและร่างกายก็ได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ สลัดผักและผลไม้ต่างๆ สามารถแพ็คแช่เย็นให้เรียบร้อย พอถึงมื้อเช้าก็แกะมารับประทานได้ทันที และสุดท้ายแซนวิชโฮลวีททูน่า เป็นเมนูแสนอร่อยที่ทำเองได้ง่าย เพราะสามารถเลือกสรรวัตถุดิบได้เอง

ต่อด้วย Lunch Time มื้อกลางวันแสนเร่งด่วนมื้อนี้ก็สำคัญที่หลายคนใช้เวลาไปเกือบหมดแล้วจบด้วยอาหารกึ่งสำเร็จรูป ซึ่งไม่ควรทำ ส่วนเมนูจานหลักที่ถูกต้องคำนึงง่ายๆ คือเน้นผัก เน้นต้ม เน้นเนื้อสัตว์สีขาว ไม่เน้นมัน ไม่เค็ม ไม่หวานเกินไป ถ้ารู้ว่าตัวเองต้องมีประชุมแบบด่วน และคาดว่าจะเลยมื้อกลางวันอย่างแน่นอน ให้เตรียม ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว กล้วย ติดโต๊ะไว้ เพราะเมนูเหล่านี้อุดมไปด้วยพลังงานและวิตามินสูง ที่สำคัญคือไขมันต่ำ เมื่อรู้สึกหิวให้หยิบขึ้นมารับประทานทันที เพียงเท่านี้ ก็ทำให้เราผ่านพ้นมื้อกลางวันไปได้อย่างง่ายดาย

ปิดท้ายที่ มื้อเย็น มื้อสุดท้ายของวัน เราต้องทนกับความหิวหลังจากเลิกงาน หรือบางครั้งเพื่อนก็ชวนปาร์ตี้บุฟเฟ่ต์บ้างล่ะ จะทำยังไงให้เรามีสุขภาพที่ดี ท่ามกลางคำชวนต่างๆ นานานี้ได้ โดยเราอาจจะต้องตั้งปณิธานเพื่อให้เรามีความสุขเล็กๆ กับมื้อเย็นด้วยการทานอาหารจำพวกผัก และเน้นเป็นเมนูปลา เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ที่อุดมไปด้วยโอเมก้า3 และวิตามิน บี12 ซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงสมองและป้องกันความเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกแป้ง เนื้อสัตว์ติดมัน หรือของทอดในมื้อเย็น เพราะร่างกายกำลังจะพักผ่อน ไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานจากแป้งแล้ว ควรเป็นอาหารที่ย่อยง่ายเน้นไปที่โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ อาทิเช่น เมนูน้ำพริกปลาทูกับผักต้มชนิดต่างๆ ตบท้ายด้วยผลไม้อย่างแตงโม เพื่อเพิ่มความสดชื่น หรือจะเป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ก็ได้ รับรองว่าคุณจะมีอารมณ์ที่ดี คลายความเครียดจากการทำงานได้อย่างแน่นอน

 

ข้อมูลจาก GenHealthyLife ศูนย์รวมคอนเทนท์ด้านสุขภาพของเจนเนอราลี่

ภาพ Freepik

Work&Life บริหารจัดการอย่างไรให้สมดุล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/594945

  • วันที่ 06 พ.ย. 2562 เวลา 07:30 น.

Work&Life บริหารจัดการอย่างไรให้สมดุล

3 สิ่งที่ควรโฟกัสก่อนสัมผัสกับคำว่า “ความสุข” เคล็ดลับง่ายๆ ในการเริ่มต้นสร้างสมดุลให้ชีวิต

ความสุข คือสิ่งที่ใครๆ ต่างแสวงหา บ้างก็ค้นจนเจอ บ้างก็ใช้เวลาเกือบทั้งชีวิต โดยเฉพาะคนทำงานที่ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับหน้าที่จนเหนื่อยล้าและไม่มีเวลาทำสิ่งอื่น โดยไม่เคยรู้เลยว่าความสุขที่แท้จริงเป็นสิ่งที่ทุกคนสร้างเองได้ แค่รู้จักใช้ชีวิตอย่างสมดุล หรือจัดสรรชีวิตส่วนตัวและชีวิตการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ก็มีหลายคนบ่นว่าเป็นเรื่องยากจะทำได้ เราจึงมีเคล็ดลับง่ายๆ ในการเริ่มต้นสร้างสมดุลให้ชีวิตมาแบ่งปันกัน

1 บริหารเวลาให้เป็น

ไม่ว่าจะรวยหรือจน แต่ทุกคนบนโลกนี้ล้วนมีสิ่งหนึ่งที่เท่าเทียมกันก็คือเวลา 24 ชั่วโมงต่อวัน ใครจะสามารถใช้ได้คุ้มค่าที่สุดก็ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการ บางคนใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันหมดไปกับการทำงาน ซึ่งนั่นไม่ได้หมายความว่าใช้เวลาได้คุ้มค่าที่สุด เพราะการใช้เวลาที่เหมาะสมนั้นคือคนที่สามารถจัดสรรเวลา ทำทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องทำให้ลงตัวได้เป็นอย่างดีและมีประสิทธิภาพ ซึ่งการบริหารเวลาให้มีประสิทธิภาพเป็นสิ่งที่ต้องฝึกฝนและปรับกันไปให้เข้ากับรูปแบบของการใช้ชีวิต โดยอาจจะเริ่มจากการจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำแต่ละวันในทุกๆ เช้า และพยายามทำให้ได้ตามแผนที่วางไว้

2 ชีวิตนี้ไม่ได้มีแต่งาน

จริงอยู่ที่งานสร้างคุณค่าให้กับคน แต่หลายๆ คนทุ่มเทเวลาที่มีแทบทั้งหมดให้กับการทำงาน โดยมักมองว่าการมุ่งมั่นทุ่มเทให้กับงานจะนำมาซึ่งความสำเร็จในชีวิต จนลืมไปว่าชีวิตของคนเรายังมีสิ่งอื่นที่มากกว่านั้น ทั้งครอบครัว เพื่อน คนรัก และเวลาส่วนตัว จะดีกว่ามั้ยหากเราสามารถสร้างความสุขในชีวิตได้ และประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้านของชีวิต ทั้งการมีครอบครัวที่มีความสุข การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรัก มีเพื่อนที่เข้าใจ ลองแบ่งเวลาที่มีให้กับคนรอบข้าง ใช้เวลาร่วมกันพบปะพูดคุย และสุดท้ายไม่ลืมที่จะแบ่งเวลาให้ตัวเองได้อยู่กับพื้นที่ส่วนตัว ใช้เวลาทำในสิ่งที่รัก เป็นการสร้างความสุขเล็กๆ ให้กับตัวเอง นี่แหละคือความสำเร็จที่แท้จริง ที่จะช่วยสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี

3 สุขภาพดีไม่มีขาย

ทุกวันนี้มีคนมากมายให้ความสำคัญกับเงิน และมองว่าเงินคือตัวแปรสำคัญในการดำเนินชีวิต พยายามทุ่มเททำงานอย่างหนักเพื่อเงินจนลืมใส่ใจสุขภาพ จงอย่าลืมว่าร่างกายคือต้นทุนอย่างหนึ่งในการใช้ชีวิต หากมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ก็จะช่วยให้สามารถทำหลายๆ สิ่งที่อยากทำได้อย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้น อย่ามัวแต่ทำงานหนักจนลืมหันมารักตัวเอง ให้รางวัลตัวเองด้วยอาหารดีๆ ให้ตัวเองได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ และสุดท้ายให้ตัวเองได้มีสุขภาพที่แข็งแรง พยายามสร้างระเบียบวินัยด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งฟังแล้วอาจจะดูยากสักหน่อย แต่ลองปรับทัศนคติต่อการออกกำลังกาย ให้มองว่าเป็นสิ่งที่ดีกับตัวเอง เพื่อจะมีร่างกายที่แข็งแรง เพื่อได้มีชีวิตอยู่กับครอบครัว และเพื่อที่ตัวเองจะได้มีแรงทำสิ่งดีๆ ต่อไป

 

ภาพ freepik

ดูสไตล์จากการกินอาหาร…แล้วคุณล่ะสไตล์ไหน?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/605466

  • วันที่ 05 พ.ย. 2562 เวลา 16:00 น.

ดูสไตล์จากการกินอาหาร…แล้วคุณล่ะสไตล์ไหน?

เพราะทุกคนมีสไตล์การกินแตกต่างกัน บางคนกินเร็ว กินช้า ชอบหวาน ชอบเผ็ด แต่เชื่อมั้ยว่าแค่เรื่องกินก็สามารถบอกตัวตนบางอย่างของเราได้ ลองดูสิว่าเพื่อนร่วมโต๊ะอาหารและตัวคุณเป็นคนแบบไหนกันนะ

 

สาวขี้เหงา ไม่กลัวอ้วน เพราะการกินข้าวคนเดียว มันไม่อร่อย เมื่อมีใครชวนกินบุฟเฟต์ล่ะก็ สาวกลุ่มนี้มักจะไม่ปฏิเสธ แม้บางครั้งใจจะไม่นึกอยากก็ตาม แถมยังไม่อยากขัดใจเพื่อนด้วย แบบนี้จึงทำให้เธอเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนอย่างแท้ทรู แต่ไม่ต้องกังวลไป ถ้าอยากกินบุฟเฟต์แบบไม่อ้วนก็มีนะ แค่เปลี่ยนมาเติมผักเยอะๆ ได้ประโยชน์ แถมยังคุ้มสุดเหมือนกัน

สาวหวาน ใจดี สาวเหล่านี้ยังคงรักษาความหวานอย่างต่อเนื่อง ต่อให้ปากบอกอิ่ม แต่เธอยังมีพื้นที่ในกระเพาะให้กับของหวานเสมอ ในอีกด้านเธอมีความเป็นมิตร เห็นอกเห็นใจ และพร้อมจะรับฟังปัญหาของคนอื่น แต่กับปัญหาชีวิตของตัวเองมักไม่เปิดใจให้คนอื่นฟัง จึงมักลงเอยโดยการใช้ขนมหวานเป็นเพื่อนปลอบใจ ยังไงก็ควรเลือกของหวานที่ดีต่อสุขภาพ เพิ่มธัญพืชหน่อยหรือกินผลไม้สดทดแทน จะได้วิตามิน ไฟเบอร์ และลดเสี่ยงเป็นเบาหวานนะเออ

 

สาวใจงาม รักอิสระ เวลาจะกินอะไรก็ต้องคำนึงถึงผู้อื่นเสมอ ยิ่งเป็นร้านอาหารที่ดี มีความตั้งใจช่วยเหลือสังคม เลือกใช้วัตถุดิบแบบออร์แกนิคด้วยล่ะก็ เธอยิ่งอยากสนับสนุน ถ้าให้เธอเป็นคนเลือกร้านอาหาร มื้อนั้นจะไม่ได้กินพิซซ่า เบอร์เกอร์ หรือจังก์ฟู้ดตามกระแสนิยมแน่นอน แต่ต้องเป็นอาหารที่อร่อยและดีต่อใจตามสไตล์สาวรักอิสระที่ชอบความแปลก ไม่เหมือนใคร

 

สาวเฮลตี้ ทันโลก ยืนหนึ่งในเรื่องของการมีสุขภาพดีเพราะเธอจะใส่ใจดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ไม่เว้นแม้ในมื้อเร่งด่วนยังต้องขอมีผักในอาหารหรือสมูทตี้จากผักผลไม้สดด้วย และไม่ต้องแปลกใจที่เธอจะรู้จักผักชนิดต่างๆ เป็นอย่างดี ช่วงนี้ผักอะไรกำลังฮิต ไม่ว่าจะเป็นผักเคล เซเลอรี่ สวิสชาร์ต ฯลฯ ในขณะที่เพื่อนทำหน้าเหวอ นั่นเพราะเธอไม่เคยตกเทรนด์สุขภาพยังไงหล่ะ

 

สาวแซ่บซี้ด กล้าเสี่ยง สาวประเภทนี้มีเอกลักษณ์ในการแต่งตัว ถ้าเท่ก็ต้องเท่ให้สุดหรือเปรี้ยวซ่าให้สุดทาง เช่นเดียวกับนิสัยที่กล้าเสี่ยง กล้าลุย เธอสามารถเปลี่ยนจากที่รักกลายเป็นนางมารร้ายได้ในพริบตา แต่ลึกๆ แล้วเป็นคนจิตใจดี ส่วนอาหารต้องขอแซ่บสะใจไว้ก่อน ไม่ว่าต้มยำ ส้มตำ ยำต่างๆ ต้องถึงรสถึงเครื่อง ร้านไหนที่ว่าแซ่บ เธอต้องไปจัดแน่นอน

 

ได้รู้จักตัวตนของสาวทั้ง 5 กันแล้ว ก็ขอแนะนำร้านอาหารที่ตอบโจทย์ของสาวๆ ทุกประเภทได้เป็นอย่างดีที่ร้านฌานา ชั้น 2 สยามเซ็นเตอร์ เพราะที่นี่เสิร์ฟบุฟเฟต์สไตล์ฟาร์มพอร์ทที่ดีต่อสุขภาพ พร้อมเนื้อสัตว์ ซีฟู้ด และผักสดๆ ปลอดสารหลากชนิดให้เลือกเติมไม่อั้น หรือเลือกอิ่มครบคุณค่ากับอาหารจานเดียวรสชาติไทยๆ เช่น ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ผัด น้ำพริกหนุ่มกับสเต็กปลาแซลมอน เส้นหมี่ข้าวกล้องผัดผักหวานกุ้งสด พาสต้าผักอินทรีย์กับสเต็กปลากะพงซอสเพสโต้ ส่วนสายแซ่บต้องไม่พลาดสลัดและยำต่างๆ ที่จัดจ้าน ถึงรสถึงเครื่องทุกเมนู จบมื้อด้วยขนมหวานและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพให้อร่อยไม่ซ้ำใคร เช่น น้ำเต้าหู้ออร์แกนิคเกล็ดหิมะหวานกลมกล่อม ไอศกรีมน้ำมะพร้าวและน้ำเต้าหู้ออร์แกนิคที่มีท็อปปิ้งธัญพืชที่มีประโยชน์ให้เลือกเติมได้ตามใจชอบ รวมถึงชาดอกไม้ผสมสมุนไพรหอมกรุ่นชวนผ่อนคลายและสดชื่น

 

ที่สำคัญทุกเมนูของฌานามีมากกว่าความร่อย เพราะมาจากความตั้งใจนำของดีจากฟาร์มเพื่อนเกษตรกรวิถีเกษตรอินทรีย์และออร์แกนิคมาสร้างสรรค์มื้ออาหารแห่งความสุขให้คนเมืองได้อิ่มเอมและสุขภาพดี พร้อมเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารและความยั่งยืนให้ชุมชนไทย ทุกคำอร่อยที่ร้านฌานาจึงตอบโจทย์โดนใจสาวๆ แน่นอน

2 ร้านอาหารไทยสไตล์ดั้งเดิมครองมิชลินสตาร์ 2 ดาวครั้งแรกของโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/economy/news/606142

  • วันที่ 12 พ.ย. 2562 เวลา 17:03 น.

2 ร้านอาหารไทยสไตล์ดั้งเดิมครองมิชลินสตาร์ 2 ดาวครั้งแรกของโลก

มิชลินไกด์ ประกาศร้านอาหารที่ได้รับรางวัล MICHELIN Star และ Bib Gourmand ปีล่าสุด พร้อมเปิดตัว มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต และพังงา ประจำปี 2563 ซึ่งเป็นคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พัก “มิชลิน ไกด์” ฉบับที่ 3 ของไทย

คู่มือเล่มล่าสุดนี้บรรจุรายชื่อร้านอาหารที่ผ่านการคัดสรรรวมทั้งสิ้น 282 แห่ง และที่พัก 74 แห่ง โดยมีร้านอาหารได้รับรางวัล 2 ดาวมิชลิน จำนวน 5 ร้าน, รางวัล 1 ดาวมิชลิน จำนวน 24 ร้าน และรางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ จำนวน 94 ร้าน

เกว็นดัล ปูลเล็นเนค ผู้อำนวยการฝ่ายจัดทำคู่มือ มิชลิน ไกด์ ทั่วโลก เปิดเผยว่า ในปีนี้กระแสเรื่องการใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นมาแรงมากจนถือเป็นดาวเด่นที่ขับเคลื่อนวงการอาหารในประเทศไทยเลยก็ว่าได้  แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าผลผลิตในท้องถิ่นของไทยมีความหลากหลายและมีคุณภาพมาตรฐานสูง  นอกจากนี้ อาหารไทยแบบดั้งเดิมยังฉายแสงโดดเด่น เพราะปีนี้มีร้านอาหารไทยแบบดั้งเดิมสร้างปรากฏการณ์ครอง 2 ดาวมิชลินเป็นครั้งแรกของโลกพร้อมกันถึง 2 ร้าน โดยทั้งคู่ต่างเลื่อนระดับมาจากร้าน 1 ดาวมิชลิน

ร้านอาหารไทยดั้งเดิม 2 ร้านที่สร้างชื่อด้วยการเลื่อนระดับจาก 1 ดาวมาครองรางวัล 2 ดาวมิชลินในครั้งนี้ คือ ร้าน R-Haan ซึ่งนำเสนออาหารไทยสไตล์ต้นตำรับ ทั้งอาหารท้องถิ่นพื้นบ้านและอาหารชาววัง โดยใช้วัตถุดิบชั้นดีจากทั่วประเทศ และร้าน ศรณ์ ที่คืนชีวิตให้แก่ศิลปะแห่งอาหารใต้ที่เคยสูญหายไปตามกาลเวลา โดยใช้วัตถุดิบจากกลุ่มเครือข่ายเกษตรกรและชาวประมงผ่านการปรุงด้วยความรักและความใส่ใจอย่างละเมียดละไมในทุกขั้นตอน  นอกจากนี้ ร้านระดับ 2 ดาวมิชลินในปีก่อนซึ่งยังคงดำเนินธุรกิจอยู่จนถึงปัจจุบัน ได้แก่ Le Normandie, Mezzaluna และ Sühring ยังคงรักษาสถานะดาวมิชลินเอาไว้ได้

ส่วนร้านอาหารที่ได้รับรางวัล 1 ดาวมิชลินประจำปีนี้มี 24 ร้าน  โดยมีร้าน Khao (ข้าว) ซึ่งนำเสนออาหารไทยดั้งเดิมที่ปรุงขึ้นจากวัตถุดิบท้องถิ่น เป็นเพียงร้านเดียวที่เลื่อนระดับมาจากรางวัล ‘มิชลิน เพลท’ (MICHELIN Plate)  นอกจากนี้ ยังมีร้านที่ติดอับดับในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ครั้งแรกแต่ทะยานเข้ามาคว้า 1 ดาวมิชลินไปครองจำนวน 3 ร้าน ได้แก่ Chef’s Table ร้านอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง รังสรรค์เมนู โดยเชฟที่มาจากร้านระดับ 3 ดาวมิชลิน ร้าน 80/20 ร้านอาหารไทยร่วมสมัยเชิงนวัตกรรมที่รังสรรค์เมนูอาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่นหายากผสานกับเทคนิคในการปรุงใหม่ๆ แบบสากล และ Table 38 ร้านอาหารสไตล์ Chef’s Table ที่เชฟเป็นผู้กำหนดเมนูและมีที่นั่งจำกัด นำเสนออาหารไทยโบราณและอาหารสไตล์ร้านริมทางที่ได้รับการตีความใหม่ พร้อมปรุงแต่งด้วยวิธีการสมัยใหม่แต่ยังคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณแบบดั้งเดิม

สำหรับร้านอาหารที่ได้รับรางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ มีจำนวนทั้งสิ้น 94 ร้าน โดยในจำนวนนี้เป็นร้านที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ 61 ร้าน เชียงใหม่ 17 ร้าน ภูเก็ต 14 ร้าน และพังงา 2 ร้าน  ปีนี้ถือเป็นปีแรกที่มิชลิน ไกด์เข้าไปดำเนินการคัดสรรและจัดอันดับร้านอาหารและที่พัก และเป็นจังหวัดที่ได้รับรางวัลบิบ กูร์มองด์มากเป็นพิเศษ  อาทิ  Ginger Farm Kitchen ที่เชี่ยวชาญด้านอาหารเหนือเป็นพิเศษ ใช้วัตถุดิบสดใหม่และมีคุณภาพจากฟาร์มของร้านเองภายใต้แนวคิด “ฟาร์ม-ทู-เทเบิล”, เฮือนสุนทรี ที่รังสรรค์เมนูต้นตำรับจากวัตถุดิบท้องถิ่นคุณภาพสูงจนเป็นที่เลื่องชื่อและดึงดูดลูกค้าอย่างไม่ขาดสาย และข้าวซอยแม่มณี ร้านอาหารริมทางที่มี “ข้าวซอย” หรือเส้นหมี่ไข่สีเหลืองทองในน้ำซุปเข้มข้นเป็นเมนูเด็ดที่ชนะใจลูกค้าต่อเนื่องมานานกว่า 30 ปี

หากต้องการตามรอยร้านเหล่านี้สามารถคลิกดูรายชื่อและข้อมูลร้านอาหารทั้งหมดที่ได้รับคัดสรรและจัดอันดับอยู่ในคู่มือ มิชลิน ไกด์ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ตและพังงา’ ประจำปี 2563 (The MICHELIN Guide Bangkok, Chiang Mai, Phuket & Phang-Nga 2020) ซึ่งจัดทำเป็น 2 ภาษา ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ได้ทางเว็บไซต์ guide.michelin.com/th/th ตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป

รายชื่อร้านอาหารที่ได้รับดาว มิชลิน ไกด์ ประจำปี 25632 ดาว• ร้านศรณ์• Le Normandie (เลอ นอร์มังดี)• Mezzaluna (เมซซาลูนา)• R-Haan (อาหาร)• Sühring (ซูห์ริง)

1 ดาว• 80/20 (เอทตี ทเวนตี)• ร้านเจ๊ไฝ• เมธาวลัย ศรแดง• สวนทิพย์• เสน่ห์จันทน์• เรือนปั้นหยา• Bo.lan (โบ.ลาน)• Canvas (คานวาส)• Chef’s Table (เชฟส์ เทเบิล)• Chim by Siam Wisdom (ชิม บาย สยาม วิสดอม)• Elements (เอเลเมนท์)• Gaa (กา)• Ginza Sushi ichi (กินซ่า ซูชิ อิชิ)• J’AIME by Jean-Michel Lorain (เฌม บาย ฌอง มิเชล โลรองต์)• Khao (ข้าว)• Le Du (ฤดู)• Nahm (น้ำ)• Paste (เพสต์)• PRU (พรุ)• Saawaan สวรรค์• Savelberg (ซาเวลเบิร์ก)• Sra Bua by Kiin Kiin (สระบัว บาย กิน กิน)• Table 38 (เทเบิ้ล 38)• Upstairs at Mikkeller (อัพสแตร์ส แอท มิคเคลเลอร์)

สำรวจย่านวัฒนธรรม พร้อมชิมช้อปแชะเมื่อแวะเกาะรัตนโกสินทร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/605910

  • วันที่ 10 พ.ย. 2562 เวลา 07:10 น.

สำรวจย่านวัฒนธรรม พร้อมชิมช้อปแชะเมื่อแวะเกาะรัตนโกสินทร์

เปิดประสบการณ์ย้อนวันวาน มิวเซียมสยามชวนสำรวจย่านวัฒนธรรม พร้อมชิมช้อปแชะรอบเกาะรัตนโกสินทร์ พร้อมชวนสัมผัสงาน “Cultural District เทศกาลศิลปะ เปิดเกาะรัตนโกสินทร์”

กว่า 200 ปีมาแล้วที่พื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระเยาในกลางเมืองหลวงเป็นศูนย์กลางชาติสยาม จุดกำเนิดกรุงเทพมหานคร เริ่มต้นที่ “เกาะรัตนโกสินทร์” พื้นที่มรดกทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมอังทรงคุณค่าที่สำคัญของประเทศไทย เป็นแหล่งเริ่มต้นของวัฒนธรรมที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เกิดขึ้นมากมาย อีกทั้งยังมีแหล่งเรียนรู้หลากหลายรูปแบบให้ได้ศึกษาซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น พระราชวัง วัดวาอาราม อาคารราชการ โรงเรียน ตลอดจนสถานที่เก่าแก่สำคัญต่างๆ  และแม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะเติบโตและขยายใหญ่ออกไปนอกเกาะรัตนโกสินทร์ แต่พื้นที่เมืองเก่าแห่งนี้ก็ยังอบอวลไปด้วยเสน่ห์ของประวัติศาสตร์ อันผสมผสานให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาเสมอมา

และไม่ว่าจะคุ้นเคยกับเมืองเก่า หรือรู้จักแค่เพียงผิวเผิน  “มิวเซียมสยาม” พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ภายใต้สถาบันพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ ตระหนักถึงความสำคัญในการพลิกฟื้นประวัติศาสตร์ภายในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ให้กลับมามีชีวิต จะพาทุกคนไปเยี่ยมชมแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมรอบเกาะรัตนโกสินทร์ที่เต็มไปด้วยความน่าสนใจ จะมีที่ไหนบ้าง วันนี้ขอยกตัวอย่างบางส่วนจากหนังสือ รอบเกาะไกด์บุ๊ค ที่มิวเซียมสยามจัดพิมพ์

เพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้อง ยามเริ่มต้นเที่ยวชมเกาะรัตนโกสินทร์ พื้นที่แหล่งรวมอาหารเลิศรสมากมายที่รอให้ทุกคนมาลิ้มลอง คุณจะพบร้านเก่าแก่อายุหลายสิปปี จนไปถึงร้านเปิดใหม่ที่รสชาติยอดเยี่ยมไม่แพ้กันเรียงรายเต็มไปหมด หากไม่ทราบว่าควรจะแวะร้านไหนบ้าง ไม่ต้องกลัวไปเพราะ มิวเซียมสยาม ได้คัดเลือกอาหารจานเด็ดที่ต้องมาชิมเวลามาเยือนพระนครแห่งนี้

เริ่มต้นด้วยการย้อนเวลากลับไปจิบกาแฟ กินอาหารเช้าในบรรยากาศยุค 80 ปืที่แล้วกันแบบชิลๆ  ที่ ร้าน ออน ล๊อก หยุ่น ที่มาถึงแล้วต้องลอง เมนู ขนมปังชุบไข่ทอด ขนมปังเนื้อนุ่มห่อหุ้มด้วยไข่ทอดสีเหลืองสวย เพิ่มเติมรสชาติด้วยซอสสักนิด พร้อมซดน้ำชาหอมกรุ่นที่ทางร้านบริการฟรีปิดท้ายอีกหน่อย ประทับใจแน่นอน

ต่อกันด้วย ร้านกุ๊กสมเด็จ กับเมนู “พงศ์วารีทีละคำ” เมนูที่ไม่เพียงชื่อจะสะดุดหู แต่บอกเลยว่ารูปโฉมยังสะดุดตาอีกด้วย เพราะส่วนประกอบทำจากปลากะพงทอดหั่นเป็นชิ้น แล้วโรยด้วยใบคะน้าทอด แต้มด้วยครีมน้ำสลัดและมะนาว จากร้านโภชน์สภาคารร้านอาหารไทยดั้งเดิมอายุกว่า 80 ปี และทราบหรือไม่ว่าเจ้าของร้านในอดีตเป็นพ่อครัวประจำห้องเครื่องในวังของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์

ปิดท้ายกันที่ “เกาเหลามันสมองหมู” เมนูของร้านเล็กๆ ในตึกแถวแพร่งภูธร เสิร์ฟเกาเหลารวมทุกอย่าง ที่เจ้าของร้านทำเองทั้งสิ้น ส่วนที่ขาดไม่ได้เลยคือมันสมองหมูที่ทำอย่างพิถีพิถัน น้ำซุปต้มกระดูกหมูรสชาติกล่มกล่อม เสิร์ฟพร้อมกุนเชียงหมูและตับไว้แกล้ม

เมื่ออิ่มท้องแล้วก็ถึงเวลาเดินย่อย ทราบหรือไม่ว่าร้านเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ซ่อนตัวอยู่ตามย่านต่างๆ ในเกาะรัตนโกสินทร์มีของสวยเก๋เฉพาะตัวทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นร้านเก่าแก่อายุหลายสิบปีที่ขายของคุณภาพดีมานาน หรือร้านใหม่ดีไซน์เก๋ที่เพิ่ง เข้ามาเติมเสน่ห์ให้พระนคร เตรียมเงินในกระเป๋าให้พร้อมแล้วออกไปตะลุยหาของเก๋ๆ มาแต่งองค์ให้ครบเครื่องตั้งแต่หัวจรดเท้ากันเถอะ

ร้าน The Trapeze Swingers Store ร้านเสื้อผ้าวินเทจคัดสรรชั้นเยี่ยม บ้านไม้ 2  ชั้นสุดเท่ อัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้าวินเทจมือสองที่คัดสรรมาอย่างดี จุดเด่นของเสื้อผ้าในร้านจึงมีความหลากหลายไม่ซ้ำใคร ทั้งชุดกระโปรงวินเทจตัวสวย เสื้อยืดวินเทจรุ่นสะสม หรือกางเกงยีนส์ฟอกสีเท่ๆ จะยุค 30 60 หรือ 90 ก็มีให้ค้นหาได้เป็นวัน ๆ ประกอบกับร้านยืนระยะมานานกว่า 14 ปี จึงรู้จักแหล่งของสินค้าเยอะ ทำให้มีของแรร์ไอเทมที่บางชิ้นหายากแสนยาก แต่คุณจะหาเจอได้ที่ร้านเล็กๆ แห่งนี้

หากใครชอบรองเท้าผ้าใบสวยๆ ต้องไม่พลาด Horselegmarking Shoes ร้านรองเท้าผ้าใบที่บอกเล่าเรื่องราววัฒนธรรมไทยสุดเก๋ที่ได้รับแรงบันดาลใจมากจากรถอีแต๋น หยิบลวดลายพื้นฐานที่รถทุกคันต้องทีมาดีไซน์ใหม่ให้เข้าใจง่ายขึ้น รวมไปถึงสีสันจัดจ้านหรือบรรยากาศท้องนายามเย็น ก็ถูกนำมาใส่ลงบนในรองเท้าแต่ละซีรีส์ ขั้นตอนการผลิตแบบแฮนด์เมดทำให้ไม่มีคู่ไหนเหมือนกัน แม้จะเป็นรองเท้าแบบเดียวกัน แต่ก็ให้คาแรกเตอร์ที่ต่างกันอย่างแน่นอน

หรือจะไปเดิน ห้างไนติงเกล-โอลิมปิค ห้างสรรพสินค้าแห่งแรกของไทยที่ดำเนินกิจกรรมมาจนถึงปัจจุบัน แต่ยังคงกลิ่นอายสมัยคุณตาคุณยายยังเป็นวัยรุ่นเอาไว้อย่างครบถ้วน ที่เคาน์เตอร์เครื่องสำอางค์สไตล์วินเทจมีไอเทมเด็ดอย่างสีผึ้งไนทิงเกล เนื้อลิปสีแดงแวววาวบรรจุอยู่ในตลับกะทัดรัด เป็นสินค้ายอดฮิตตลอดการ เพราะคุณภาพไม่เหมือนใครและหาไม่ได้ในห้างสรรพสินค้าทั่วไป ราคาก็สุดแสนจะน่ารัก แถมยังได้ถุงกระดาษเอกลักษณ์พิเศษกลับบ้านอีกด้วย

ท้องก็อิ่ม เดินย่อยก็แล้ว แต่เมื่อมาเยือนเกาะรัตนโกสินทร์ที่ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็จะเห็นตึกรามบ้านช่องเก่าแก่ที่ซ่อนรายละเอียดสถาปัตยกรรมของแต่ละยุคสมัยเอาไว้ บ้างนำศิลปะตะวันตกมาประยุกต์ บ้างรับวัฒนธรรมจากจีนมาปรับใช้ แต่น่าเสียหายหากถูกปล่อยทิ้งไว้ให้หงอยเหงา ฉะนั้นจึงขอชวนทุกคนออกมาตามรอยร้านคาเฟ่รีโนเวต ที่จะมาเลือกมานั่งดื่มกาแฟ จิบชา ชิมขนม และเพลิดเพลินไปกับการแวะถ่ายรูปชิคๆ ตึกเก่าในพระนครที่ถูกปลุกให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งก็เก๋ไม่หยอก

ฮาเตียนคาเฟ่ ชื่อร้านคาเฟ่แสนสะดุดหูนี้ มีที่มาจากตำนานว่าชาวเวียดนามอพยพตั้งชื่อถิ่นฐานใหม่ว่า ฮาเตียน จนเพี้ยนมาเป็นท่าเตียนในปัจจุบัน ตึกเก่าปี 2470 ได้ปรับปรุงเป็นคาเฟ่ 3 ชั้นที่สะท้อนถึงความเป็นท่าเตียนทุกตารางนิ้วของร้าน ซึ่งเต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์วินเทจที่เจ้าของร้านได้สะสมไว้ คาเฟ่แห่งนี้ใช้ผลไม้ดอกที่คนไทยคุ้นเคยมาเป็นส่วนผสมของเมนู เช่น กาแฟมะตูม เมนูที่กาแฟนมผสมกับไซรัปมะตูมอย่างลงตัวชิมแล้วต้องติดใจ

ต่อกันที่ร้าน ซี-เมี่ยว-คา-เฟย (Simiao Kafei) ร้านกาแฟที่เป็นภาษาจีนกลาง ตั้งอยู่ข้างวัดราชบพิธฯ ตึกขนาด 2 คูหาทรงชิโนโคโลเนียล แม้ภายนอกจะยังดูดีเหมือนใหม่ แต่แท้จริงแล้วมีอายุกว่า 150 ปี ปัจจุบันอาคารก่ออิฐถือปูนยังเหมือนเดิม มีหน้าต่างสี่เหลี่ยมผนังฉาบเรียบและหลังคาโครงสร้างไม้มุงกระเบื้องว่าว เพิ่มเติมคือการตกแต่งร้านด้วยเฟอร์นิเจอร์และลวดลายแบบจีน ที่สำคัญอย่าลืมชิม “ก๊กเฟย” กาแฟรสชาติจีนที่ผสม Black Honey และเก๊กฮวยลงไปด้วย

ในซอยเล็กๆ ย่านปากคลองตลาด เดินผ่านสวนหน้าบ้านเข้าไปจะพบประตูสู่ร้าน Farm to Table, Hideout คาเฟ่ที่สร้างสไตล์บ้านโบราณสมัยปลายรัชกาลที่ 5 ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ เพิ่มกิมมิกด้วยการนำตระกร้าขนผักมาใช้แทนลิ้นชัก และนำที่ตักไอศกรีมมาทำด้านจับประตู และเมนูของคาวหวานของที่นี่ล้วนทำจากผักออร์แกนิกทั้งสิ้น ทั้งสลัดผักจานใหญ่ ข้าวไก่อบซอสเสาวรส หรือไอศกรีมไข่เค็มกินกับบัวลอยเผือก อร่อยมาก เรียกได้ว่าอร่อยและยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งจาก 200 กว่าแห่งในหนังสือ รอบเกาะไกด์บุ๊ค ที่แนะนำแหล่งเรียนรู้รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งทุกคนสามารถร่วมค้นหามนต์เสน่ห์ไปพร้อมกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ที่ยังคงรอให้ทุกคนไปสัมผัสพร้อมกัน ในงาน “Cultural District เทศกาลศิลปะ เปิดเกาะรัตนโกสินทร์” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 24 พฤศจิกายน 2562 ณ มิวเซียมสยาม ท่าเตียน กรุงเทพฯ และรอบเกาะรัตนโกสินทร์ พร้อมกันนี้หนังสือ รอบเกาะไกด์บุ๊ค ยังเปิดให้ดาวน์โหลดได้ฟรีที่ www.museumthailand.com โดยผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-225-2777 ต่อ 410 หรือเข้าไปที่ www.museumsiam.org

11.11 หาที่เที่ยวที่พักแบบคนโสด…ฉลองวันคนโสดโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/605769

  • วันที่ 08 พ.ย. 2562 เวลา 19:45 น.

11.11 หาที่เที่ยวที่พักแบบคนโสด...ฉลองวันคนโสดโลก

ฉลองวันคนโสด 11 พฤศจิกายนนี้ ด้วยการลุยเดี่ยวผจญภัยออกไปหาอะไรใหม่ๆ พร้อมแล้วลุยกัน

ในวันที่ 11 พฤศจิกายนของทุกปี เหล่าคนโสดชาวจีนต่างฉลองให้กับความโสด ความสดใส ความอิสระตลอดทั้งวัน ซึ่งเรียกได้ว่าเกือบจะเป็นวันต่อต้านวันวาเลนไทน์เลยทีเดียว และด้วยจำนวนผู้เดินทางทั่วโลก 28% กับชาวไทย 38% ระบุว่ามีแนวโน้มที่จะเดินทางคนเดียวในปี 2018* Booking.com ผู้นำระดับโลกด้านการเชื่อมโยงผู้เดินทางเข้ากับตัวเลือกที่พักน่าทึ่งจำนวนมากที่สุด ขอนำเสนอ 7 จุดหมายซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้เดินทางที่ต้องการลุยเดี่ยว เพื่อออกสำรวจในฐานะผู้เดินทางคนเดียว แต่อย่าลืมนำหนังสือ เพลย์ลิสต์เพลงดี ๆ และใจที่เปิดกว้างไปด้วยล่ะ จากนั้นก็เริ่มเพิ่มประสบการณ์ใหม่ ๆ ลงในบันทึกการเดินทางของคุณได้เลย เพราะท้ายที่สุดแล้ว การออกเดินทางคนเดียวนั้นถือเป็นโอกาสดี ๆ ที่จะเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองและค้นพบสถานที่น่าทึ่งไปพร้อมกัน

ทริปเที่ยวเมือง – พอร์ตแลนด์ สหรัฐอเมริกา

เมืองพอร์ตแลนด์ของรัฐโอเรกอนนั้นมีชื่อเสียงด้านฟู้ดทรัคสุดแนว โดนัทแสนอร่อย คราฟต์เบียร์ไม่มีใครเทียม และธรรมชาติโดยรอบสุดตื่นตา เรียกได้ว่าเมืองที่เหมาะสำหรับการขี่จักรยานนี้เต็มไปด้วยผู้คนเป็นมิตรและกิจกรรมน่าสนใจ จึงทำให้เหมาะอย่างยิ่งกับการมาเที่ยวคนเดียว โดยผู้เดินทางที่ใช้บริการ Booking.com บอกต่อกันอย่างล้นหลามว่าพอร์ตแลนด์มีดีเรื่องอาหาร ชอปปิง และผู้คนเป็นมิตร

ที่พักแนะนำ: McMenamins Kennedy School ให้บริการที่พักไม่เหมือนใครเพราะอยู่ในโรงเรียนประถมเก่าแก่ ผู้เข้าพักสามารถผ่อนคลายด้วยการแช่ตัวในสระน้ำเกลืออุ่น ชมภาพยนตร์ที่โรงละครในสถานที่ หรือจะพบปะผู้คนใหม่ ๆ ก็ได้เช่นกันที่บาร์และร้านอาหารสักแห่งในบริเวณที่พัก

เที่ยวชมรอบเมือง – โรม ประเทศอิตาลี

ประวัติศาสตร์ อนุสรณ์สถานโบราณ สถาปัตยกรรม และอาหารเป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลหลัก ๆ ที่ควรมาเยือน “เมืองแห่งความเป็นนิรันดร์” ในช่วงวันคนโสด กรุงโรมซึ่งอัดแน่นไปด้วยประวัติศาสตร์นั้นเป็นจุดหมายเปี่ยมแรงบันดาลใจสำหรับคนที่ต้องการค้นพบสถานที่สำคัญยอดเยี่ยมที่สุดบางแห่งของโลก เดินเล่นรอบจัตุรัสทรงเสน่ห์ ถ่ายเซลฟี่โดยมีฉากหลังเป็นน้ำพุเทรวีชื่อดัง หรือลองชิมไอศกรีมเจลาโตชื่อดังระดับโลกที่ร้านเจลาโต (Gelateria) สักร้าน ทั้งหมดนี้ทำให้คำกล่าวที่ว่า “ถนนทุกสายมุ่งสู่โรม” คงไม่เกินจริงนัก

ที่พักแนะนำ: Free Hostels Roma ให้บริการห้องพักรวมและลานระเบียงส่วนกลางสีสันสดใส เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการทานบุฟเฟต์อาหารเช้าสไตล์คอนติเนนตัลร่วมกับผู้เข้าพักท่านอื่น ๆ ก่อนออกไปสำรวจเมืองเพียงลำพัง นอกจากนี้ ที่พักยังมีบาร์และเลานจ์ดีเยี่ยมด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับพบปะพูดคุยกับผู้เดินทางฉายเดี่ยวคนอื่น ๆ และผ่อนคลายหลังออกไปสำรวจทุกซอกทุกมุมในโรมมาตลอดวัน

ดำน้ำตื้น – เกาะไหง ประเทศไทย

เกาะไหงมีภูมิทัศน์ชายหาดขาวสุดตื่นตา น้ำทะเลใสราวกระจก และแนวต้นมะพร้าวซึ่งให้บรรยากาศงดงามเงียบสงบ เรียกได้ว่าเป็นจุดหมายดีเยี่ยมซึ่งไม่เพียงเหมาะกับการผ่อนคลายและอาบแดดเท่านั้น แต่ยังเหมาะให้มาค้นพบโลกใต้น้ำเปี่ยมเสน่ห์ซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลเขตร้อน แนวปะการังบริเวณชายฝั่งของเกาะเป็นสถานที่สมบูรณ์แบบสำหรับการดำน้ำตื้นและเฝ้าสังเกตฝูงปลาหลากหลายสายพันธุ์

ที่พักแนะนำ: Thanya Beach Resort ตั้งอยู่บริเวณแนวชายหาดเงียบสงบของเกาะไหง รีสอร์ทแห่งนี้ให้บริการบังกะโลไม้แบบมีสไตล์ หลังออกไปดำน้ำตื้นมาทั้งวัน ผู้เข้าพักสามารถอิ่มอร่อยกับอาหารไทยหรืออาหารยุโรปได้ที่ห้องอาหาร Thanya Restaurant ของรีสอร์ท

สตรีทฟู้ด – ฮานอย ประเทศเวียดนาม

ผู้เดินทางที่ใช้บริการ Booking.com บอกต่อกันอย่างล้นหลามว่าฮานอยนั้นมีดีเรื่องสตรีทฟู้ด วัฒนธรรม และคนท้องถิ่นเป็นมิตร เรียกได้ว่าเมืองแสนมีชีวิตชีวาแห่งนี้จะสร้างความประทับใจแก่ผู้เดินทางคนเดียวด้วยประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมสุดตื่นตา โดยสวรรค์แห่งการทำอาหารแห่งนี้ซึ่งได้รับอิทธิพลจากฝรั่งเศสเป็นจุดหมายดีเยี่ยมสำหรับลิ้มลองเมนูเวียดนามแสนอร่อยชื่อดังอย่าง “เฝอ” (ก๋วยเตี๋ยวน้ำใส่ไก่หรือเนื้อ)

ที่พักแนะนำ: Old Quarter View Hanoi Hostel ตั้งอยู่ใกล้ประตูเมืองเก่าและตลาดดงซวน ให้บริการห้องพักรวมทันสมัย มีลานระเบียง และเลานจ์ส่วนกลาง พนักงานต้อนรับสื่อสารได้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาเวียดนาม อีกทั้งยินดีให้ความช่วยเหลือทุกเวลา

พบปะพูดคุยกับคนท้องถิ่น – เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

หากคุณออกเดินทางเพื่อพบปะและสัมผัสไลฟ์สไตล์คนท้องถิ่น จุดหมายที่ควรมุ่งหน้าไปคือเมืองหลวงของเยอรมนี เบอร์ลินได้รับการบอกต่อมากมายว่ามีดีด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเดินเที่ยวเมือง ที่นี่เต็มไปด้วยละแวกแปลกตาซึ่งแต่ละแห่งก็มีเอกลักษณ์เฉพาะของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นคาเฟ่สุดฮิป ร้านอาหารกูร์เมต์ ไปจนถึงบาร์ท้องถิ่นและคลับใต้ดิน เบอร์ลินก็มีครบทุกอย่าง!

ที่พักแนะนำ: Vienna House Easy Berlin ตั้งอยู่ในย่าน Prenzlauer Berg สุดทันสมัย โดยสามารถเดินทางไปสถานที่สำคัญหลัก ๆ ของเบอร์ลินได้อย่างง่ายดาย เช่น ประตูบรันเดนบูร์กและจัตุรัสพอทสดัมเมอร์พลัทซ์ ที่พักแห่งนี้ให้บริการห้องพักทันสมัยและโคเวิร์คกิ้งสเปซสำหรับกรณีที่ต้องทำงานไกลออฟฟิศระหว่างอยู่ในเบอร์ลิน นอกจากนี้ก็ยังมี WiFi ฟรีความเร็วสูงให้แบ่งปันสตอรี่ลง Instagram กับผองเพื่อนคนโสดที่อยู่ที่บ้าน

ตะลอนเที่ยวเกาะ – หมู่เกาะยาเอยามะ ประเทศญี่ปุ่น

แม้การสำรวจเกาะจะมีหลายวิธี แต่ถ้ามองหาโอกาสที่จะได้ไปเยือนมากกว่าเกาะเดียวและได้ค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ทั้งวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และอาหาร การเที่ยวตะลอนจากเกาะหนึ่งไปเกาะหนึ่งจะช่วยให้ได้สัมผัสอะไรมากมายเท่าที่จะทำได้ในระหว่างออกเดินทางคนเดียว หมู่เกาะยาเอยามะอันห่างไกลของญี่ปุ่นเป็นสรวงสวรรค์ที่ซ่อนตัวอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของโอกินาว่า เลือกเกาะโคฮามะแสนสวยเป็นจุดตั้งต้นจากนั้นเพลิดเพลินกับทริปไปเช้าเย็นกลับที่เกาะทาเคโทมิและเกาะอิชิงากิซึ่งอยู่ใกล้เคียง

ที่พักแนะนำ: Haimarubushi บนเกาะโคฮามะนั้นเป็นรีสอร์ทซึ่งตั้งอยู่ทางใต้สุดของญี่ปุ่น รีสอร์ทแสนสวยแห่งนี้สามารถมองเห็นทะเล อีกทั้งเป็นสถานที่ยอดเยี่ยมสำหรับผ่อนคลายและปล่อยกายปล่อยใจที่สระว่ายน้ำ นอกจากนี้ก็ยังมีกิจกรรมกลางแจ้งมากมายให้ทำ เช่น ดำน้ำลึก ดำน้ำตื้น และเล่นวินด์เซิร์ฟ

โยคะผ่อนคลาย – อูบุด ประเทศอินโดนีเซีย

เนื่องจากผู้เดินทางทั่วโลกประมาณ 30% และชาวไทย 33% บอกว่ามีแนวโน้มที่จะไปทริปเพื่อสุขภาพในปี 2018* ดังนั้นการมองหาทริปผ่อนคลายทั้งกายและใจก็เป็นอีกวิธีดี ๆ ในการฉลองวันคนโสด ลูกค้าที่ใช้บริการ Booking.com บอกต่อกันมากว่าอูบุดนั้นมีดีเรื่องธรรมชาติและการผ่อนคลาย เรียกได้ว่าเป็นเมืองพักผ่อนชื่อดังก้องโลกสำหรับผู้เดินทางที่อยากพัฒนาทักษะเล่นโยคะในบรรยากาศเงียบสงบ

ที่พักแนะนำ: The Udaya Resorts and Spa ตั้งอยู่ท่ามกลางภูมิทัศน์เขียวชอุ่ม ที่พักมอบบริการในบรรยากาศทริปเขตร้อนพร้อมด้วยศูนย์สปาและกิจกรรมมากมายในบริเวณ เช่น ขี่จักรยานและทัวร์เดินป่า ผู้เข้าพักสามารถเข้าคลาสโยคะของที่พักเพื่อทำจิตใจให้สงบ จากนั้นนั่งจิบชายามบ่ายฟรีอย่างเพลิดเพลินริมสระ

 

* จากการสำรวจนี้ดำเนินการโดย Booking.com โดยได้สอบถามกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ใหญ่ซึ่งได้เดินทางในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา/วางแผนที่จะเดินทางในอีก 12 เดือนข้างหน้า การสำรวจนี้มีผู้ร่วมตอบแบบสอบถามทั้งหมด 56,727 คน (ประเทศ/ภูมิภาคที่มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 2,000 คน ได้แก่ อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา ชิลี จีน โคลอมเบีย เยอรมนี สเปน ฝรั่งเศส ฮ่องกง อินโดนีเซีย อินเดีย อิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เม็กซิโก มาเลเซีย เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส รัสเซีย สิงคโปร์ ไทย ไต้หวัน สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ส่วนประเทศ/ภูมิภาคที่มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 1,000 คน ได้แก่ เดนมาร์ก โครเอเชีย สวีเดน และนิวซีแลนด์) ผู้เข้าร่วมได้ทำแบบสอบถามทางออนไลน์ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2017

ชีพจรลง South เที่ยวภาคใต้หลังฝน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/605766

  • วันที่ 08 พ.ย. 2562 เวลา 11:36 น.

ชีพจรลง South เที่ยวภาคใต้หลังฝน

ไอเดียจัดทริป 7 สไตล์ กับโลเคชั่นที่พลาดไม่ได้เมื่อชีพจรลง South กับฤดูกาลเที่ยวภาคใต้หลังฝนที่ อิ่ม! ฟิน! มันส์! ว้าว! ครบทุกอารมณ์!

เป็นอันรู้กันในหมู่นักท่องเที่ยวว่าเมื่อเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาวเมื่อไหร่ ก็ถือเป็น High Season ของการท่องเที่ยวภาคใต้บ้านเรา เพราะความงามของท้องทะเลที่ฟื้นตัวจากช่วงลมมรสุม ธรรมชาติของขุนเขาอันอุดมสมบูรณ์จากสายฝน และวิถีชุมชนของคนพื้นถิ่นที่พร้อมต้อนรับนักเดินทางด้วยความอบอุ่น ดังนั้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานเขตภาคใต้ และ เพจเที่ยวใต้เที่ยวง่าย อยากชวนทุกคนมา #ชีพจรลงSouth กันกับแคมเปญ “ชีพจรลงSouth..เที่ยวหลังฝน” เชิญชวนให้ทุกคนเดินทางมาสัมผัสกับสีสันและเสน่ห์แดนใต้อันหลากหลาย ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดตั้งแต่เดือนนี้ #ชีพจรลงSouth นำเสนอไอเดียการจัด 7 ทริป 7 สไตล์ที่ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกสรรปักหมุดเที่ยวได้ตามใจชอบ จะมีแบบไหนบ้างนั้น ตามไปดูกัน

· เปิดเกาะ! ปักหมุดสุด Wow เที่ยวชมธรรมชาติที่หมู่เกาะสิมิลัน

หลังจากปิดเกาะให้ธรรมชาติฟื้นตัวเป็นเวลานานกว่า 5 เดือน ก็ถึงเวลาแล้วที่หมู่เกาะสิมิลันหนึ่งในหมู่เกาะที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และสวยงามไม่แพ้ท้องทะเลใดในโลก พร้อมเปิดให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความงามที่รับรองว่าจะได้ภาพความประทับใจกลับไปเป็นคอลเลคชันแน่นอน การเที่ยวเกาะสิมิลันในช่วงปลายฝน

จะทำให้คุณเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ได้มาสัมผัสความงามของหมู่เกาะแห่งนี้ (ฤดูกาลท่องเที่ยวของสิมิลันอยู่ในระหว่าง 15 ตุลาคม 2562 – 5 พฤษภาคม 2563) และด้วยเหตุนี้ที่ทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกต่างก็อยากเดินทางมาที่หมู่เกาะสิมิลัน เพื่อสัมผัสกับความงามจากหาดทรายสีขาวที่ตัดกับท้องฟ้าและน้ำทะเลสีครามที่จะทำให้คุณประทับใจไม่รู้ลืมเหมือนจูบแรกที่คุณได้สัมผัส

· เที่ยว Fest สุด Fun กับเทศกาลมันส์ๆ ที่ ภูเก็ต

เกาะสวรรค์ที่เป็นจุดหมายของเหล่านักเดินทางจากทุกมุมโลกจะฮอตกว่าเดิมในช่วงนี้ เพราะมีเทศกาลมันส์ๆ ที่จะสร้างสีสันให้กับนักท่องเที่ยวกันยาวถึงปลายปี เริ่มกันด้วย Phuket Carnival สุดตระการตา (1-5 พฤศจิกายน 2562) ที่มาในคอนเซ็ป Cheerful Beach Variety Phuket “รื่นเริงหาดทรายหลากหลายทะเลภูเก็ต” และอีกหนึ่งไฮไลท์สุดพีกส่งท้ายปีของภูเก็ตที่ทุกคนตั้งตารอ กับ Pathong Countdown 2020 ปรากฏการณ์เคาท์ดาวน์ปีใหม่ที่จะมอบประสบการณ์ความมันส์ทางดนตรีบนชายหาดที่ฮอตติดอันดับโลกภายใต้คอนเซ็ป Annual Ultimate Music Experience ตลอด 5 วัน 5 คืน (27-31 ธันวาคม 2562) นอกจากนี้ ภูเก็ตยังมีงานกีฬาระดับเวิลด์คลาสอย่าง Phukethon2019 (9-10 พฤศจิกายน 2562) และ ลากูน่าไตรกีฬา (24 พฤศจิกายน 2562) ที่ถือว่าเป็นงานที่เหล่านักวิ่งปอดเหล็กไม่ควรพลาด

· เซลส์ยกเกาะ! พาลงสมุย ลุยกินถิ่นสุราษฎร์

กิน เที่ยว ช็อป ให้เซฟและดี ต้องที่ สุราษฎร์ธานี เพราะที่นี่จัดแคมเปญแบบปูพรมไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม Special deal in green season ( วันนี้-31 ธันวาคม 2562) บรรดาผู้ประกอบการของ 3 เกาะดังอย่าง เกาะสมุย เกาะพงัน และเกาะเต่า พร้อมใจรวมตัวกันจัดโปรโมชันชนิดที่เรียกได้ว่าลดยกเกาะยาวจนถึงปลายปี หรือจะเป็นกิจกรรมเที่ยวคลองน้ำลายสอ (วันนี้ – 10 มกราคม 2563) ณ ชุมชนคลองร้อยสาย บอกเลยว่ามาถึงนี่น้ำลายไม่สอ ไม่ถึงสุราษฎร์ ของกินมากมาย ทั้งของขึ้นชื่อประจำจังหวัด ของเด็ดของดังพร้อม

ให้นักท่องเที่ยวมาเลือกสรรกันอย่างมากมาย และยิ่งไปกว่านั้น เที่ยว กิน ช็อป จนจุใจแล้วแล้วยังสามารถนำบิลมารับของที่ระลึกติดไม้ติดมือกลับบ้านได้อีกด้วย โปรจัดเต็มแบบนี้คือดีต่อใจนักท่องเที่ยวแน่นอน

· ชีพจรลงพุงที่พัทลุง–หาดใหญ่

ปีหน้าค่อยลด! พาตัวเองไปสปอยล์ส่งท้ายปีด้วยการตะลอนชิมอาหารอร่อยที่มีอยู่มากมายในเมืองหาดใหญ่ ไปจนถึงพัทลุงไม่ว่าจะเป็น แต่เตี้ยม บักกุ๊ดเต๋ อาหารใต้เลิศรส ฯลฯ ที่ต่างยังคงคุณภาพความอร่อยแบบคงเส้นคงวา อิ่มหนำแล้วพาตัวเองไป Countdown ต่อกันในงาน Night Paradise Hatyai Countdown ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ณ บริเวณถนนเสน่หานุสรณ์ แหล่งรวมพลของชาวหาดใหญ่ ซึ่งรับรองว่าแสงสีเสียงตระการตาและพิเศษกว่าเพราะปีนี้ ที่หาดใหญ่มีจัดงานกันถึง 2 คืนด้วยกัน (31 ธันวาคม 2562- 1 มกราคม 2563)

· ชิลๆ รักษ์โลก Wow สตูล Wonderful ธรณีโลก

นอกจากความสวยงามของเกาะต่างๆ ที่ขึ้นชื่ออย่าง เกาะหลีเป๊ะ หินงาม หรือตะรุเตา การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เพื่อเข้าไปสัมผัสกับวิถีชุมชนบากันใหญ่ที่จังหวัดสตูลก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายชิล ด้วยแนวคิดการทำการประมงเชิงอนุรักษ์ทำให้ชุมชนแห่งนี้กลายเป็นแหล่งอาหารทะเลที่อุดมสมบูรณ์ติดอันดับ และสำหรับช่วงปลายฝนนี้ก็มีการจัดกิจกรรม เปิดม่านบากันใหญ่ เทศกาลกินปูและอาหารทะเล 2562 ที่นักท่องเที่ยวเข้ามาเลือกชิมอาหารทะเลที่สมบูรณ์จากประมงแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ในวันที่ 23-24 พฤศจิกายนนี้ บอกได้เลยว่าสายเที่ยวแบบรักษ์โลกไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

· เม้า เรื่องกิน ทั้งวิ่ง ทั้งฟิน ในถิ่นตรัง

วิ่งธรรมดา โลกไม่จำ จังหวัดตรังเลยผุดไอเดียกิจกรรม Bikini Run 2019 (9 พฤศจิกายน 2019) ที่ทำให้นักท่องเที่ยวฟินกันแบบยกกำลังสอง กับงานที่เปิดโอกาสเหล่านักวิ่งได้อวดโฉมความฟิตประชันกับวิวสุดฟิน ของชายหาดปากเมงที่ขึ้นชื่อของจังหวัด นอกจากนี้ จังหวัดตรังยังต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยร้านอาหารอร่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น หมูย่างเมืองตรัง เค้กเมืองตรัง ติ่มซำ โรตี ฯลฯ ซึ่งถ้าใครที่ได้มาตรังแล้วไม่ได้ลองอาหารเมืองตรังนั้นถือว่าพลาดอย่างแรง

·  ในคืนวันเพ็ญ เดือนสิบสอง ที่ระนอง

นอกเหนือจากความเป็นเมืองที่ส่งมอบสุขให้กับผู้มาเยือนผ่านสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ที่โอบล้อมเมือง รวมถึงรอยยิ้มของผู้คนที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว ในช่วงเทศกาลลอยกระทง จังหวัดระนองก็มีการประชาสัมพันธ์ประเพณีอาบน้ำเพ็ญ (9-11 พฤศจิกายน 2562) เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวสายบุญได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสานประเพณีไทยและยังเป็นการสร้างมงคลให้กับชีวิต ณ บริเวณ บ่อน้ำแร่ร้อนรักษะวาริน อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง

อย่างไรก็ตาม นอกจาก 7 ไอเดียของทริปสุดฟินที่นำเสนอไปข้างต้น ภาคใต้ก็ยังมีสถานที่สวยงามอีกมากมายที่ตรงกับไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวของคุณ ยิ่งตอนนี้ทางการท่องเที่ยวฯ เขตภาคใต้ มีการออกโปรโมชั่นต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น “100 เดียวเที่ยวทั่วใต้” หรือ “เที่ยว ภูเก็ต กระบี่ พังงา ราคาช็อคโลก” ที่รับรองว่าการปักหมุดเที่ยวที่ภาคใต้ช่วงปลายฝนนี้คุ้มเกินคุ้ม

สามารถดูรายละเอียดการท่องเที่ยวในจังหวัดภาคใต้เพิ่มเติมได้ที่ facebook.com/เที่ยวใต้เที่ยวง่าย และ http://www.ชีพจรลงSouth.com เพื่อแพลนทริปที่ตรงกับความต้องการของคุณจากการท่องเที่ยวที่ภาคใต้ของบ้านเรา นอกจากประสบการณ์อันมีค่าจากการท่องเที่ยวในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของปีที่คุณจะได้รับ ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับประเทศได้อีกทางเช่นกัน

กินบุฟเฟ่ต์มื้อสายวันอาทิตย์แบบไม่ธรรมดา ที่ ‘ดิ โอเอซิส’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/605511

  • วันที่ 07 พ.ย. 2562 เวลา 11:00 น.

กินบุฟเฟ่ต์มื้อสายวันอาทิตย์แบบไม่ธรรมดา ที่ 'ดิ โอเอซิส'

เปลี่ยนวันหยุดที่แสนธรรมดา ให้เป็นประสบการณ์สุดประทับใจ กับบุฟเฟ่ต์มื้อสายวันอาทิตย์ ที่ ดิ โอเอซิส โรงแรมนิกโก้ กรุงเทพ ห้องอาหารออลเดย์ไดน์นิ่งที่ตกแต่งทันสมัย บรรยากาศโปร่งสบาย บนชั้น 6 ของโรงแรมฯ ติดกับกับสระว่ายน้ำกลางแจ้งขนาดใหญ่ มองเห็นวิวสวยงามของกรุงเทพฯ

ห้องอาหาร ดิ โอเอซิส ตกแต่งเรียบหรู เพดานสูง โปร่ง สบายตา พร้อมบริการที่สุภาพ เป็นกันเอง ทำให้ผู้ที่มารับประทานอาหาร ทั้งที่มาพร้อมครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือคู่รัก ได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่และได้รับความสะดวกสบายตลอดมื้ออาหาร ทั้งยังเพิ่มความมีชีวิตชีวา ด้วยซุ้มปรุงอาหารสดและครัวเปิดที่สามารถมองเห็นการตกแต่งจานและปรุงอาหารของเชฟ ยิ่งไปกว่านั้น ยังได้รับสิทธิ์ใช้สระว่ายน้ำของโรงแรม เพื่อเติมเต็มความสนุกสนานให้บ่ายวันอาทิตย์เป็นช่วงเวลาแสนพิเศษของทุกคน

 

เชฟผู้ชำนาญได้เตรียมเมนูรสเลิศมากมายที่ซุ้มอาหารญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น ซูชิระดับพรีเมียม เนื้อวากิวที่ปรุงสดใหม่ทีละจาน เมนูปลาแซลมอน และไข่ปลาแซลมอน ผู้ที่โปรดปรานอาหารทะเล สามารถเลือกรับประทาน ปูยักษ์จากอลาสก้า หอยนางรมสด กุ้ง และหอยแมลงภู่จากนิวซีแลนด์ ที่จัดวางบนน้ำแข็งเย็นฉ่ำ และและพิเศษสุดสำหรับผู้ใหญ่ทุกท่าน จะได้รับกุ้งมังกรท่านละครึ่งตัว

ในส่วนของซุ้มปิ้งย่าง มีตัวเลือกของเนื้อนานาชนิด เช่น เนื้อวากิว, เนื้อแกะ, ปลาหมึก, ปลาแซลมอน, ปลาค้อด และปลาชนิดอื่น ๆ ซึ่งจะมีซอสหลากหลายชนิดให้เลือก และยังมีไก่ย่างเสียบไม้แบบญี่ปุ่น หรือ ยากิโทริ ให้ลิ้มลองอีกด้วย และที่มุมอาหารจานร้อน ประกอบด้วย ซุปประจำวัน สลัดผัก ข้าวผัดแซลมอน ผักย่าง และของว่างหลากชนิด

ทางด้านของหวาน มีผลไม้สดตามฤดูกาล และขนมต่าง ๆ ทั้งพาย ขนมอบ ขนมหวาน ไอศกรีม และเค้ก อาทิ ชีสเค้ก เค้กช้อกโกแลต และเค้กแบล็คฟอเรสต์ โดยจะสลับสับเปลี่ยนไปในแต่ละวัน และเมนูที่ไม่ควรพลาด คือ ไอศกรีมโฮมเมด รสนมฮอกไกโด ที่หอมหวานแสนอร่อย

ห้องอาหาร ดิ โอเอซิส มีที่นั่งหลายโซนให้เลือก มองเห็นทิวทัศน์หลากหลายมุม ตกแต่งด้วยโต๊ะ เก้าอี้ที่มีความแตกต่างกัน ทั้งแบบเก้าอี้ธรรมดา สตูล และโซฟา และยังมีห้องส่วนตัว 2 ห้องที่สามารถรับรองได้ 10 ท่านต่อห้อง หลังมื้ออาหาร สามารถใช้บริการสระว่ายน้ำได้จนถึง 17.00 น.

บุฟเฟต์มื้อสายวันอาทิตย์ให้บริการระหว่างเวลา 12.00-15.30 น. ในราคา 1,590++ บาทต่อท่าน รวมน้ำดื่ม และชาหรือกาแฟ สมาชิกบัตร วัน ฮาร์โมนี (One Harmony) รับส่วนลด 10% สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือจองโต๊ะได้ที่ โทร (0)2 080 2111, อีเมล info@nikkobangkok.com หรือเยียมชมเว็บไซต์

รีเฟรชความสดชื่นด้วยคุณประโยชน์ที่ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ @Jamba Juice

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/605457

  • วันที่ 05 พ.ย. 2562 เวลา 13:00 น.

รีเฟรชความสดชื่นด้วยคุณประโยชน์ที่ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ @Jamba Juice

เอาใจคนเฮลท์ตี้กับเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจาก Jamba Juice รวมของดีแคลอรีต่ำกับประโยชน์ที่ร่างกายต้องการ ผสมผสานแต่สิ่งที่ดี “Blend In The Good”

สำหรับคนรักสุขภาพ บ่ายๆ แบบนี้ โพสต์ทูเดย์ ชวนมาดูดดื่มเมนูเครื่องดื่มที่มีตัวเลือกและลูกเล่นในการมิกซ์แอนด์แมทช์ของดีกับของอร่อยซึ่งตอบโจทย์คนห่วงใยในสุขภาพ และหนุ่มสาวที่มีไลฟ์สไตล์แอ็กทีฟ กันที่ร้าน Jamba Juice (แจมบาร์ จูซ) สาขาสยาม พารากอน สัมผัสรสชาติเครื่องดื่มแบรนด์ดังที่มีถิ่นกำเนิดจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่มาในคอนเซ็ปต์ “Blend In The Good”

สำหรับ Jamba Juice ก่อตั้งขึ้นที่สหรัฐอเมริกา ในปี 1990 มีสาขามากกว่า 1,000 สาขาทั่วโลก จำหน่ายเครื่องดื่มผลไม้สด และสมูทตี้ 100% ผสานส่วนผสมอื่นๆ จากธรรมชาติที่อุดมไปด้วยแหล่งพลังงาน ปราศจากสารปรุงแต่งทุกชนิด ไร้ไขมัน ไม่ใส่น้ำตาล โดยในทุกขั้นตอนกระบวนการผลิต ตั้งแต่การเลือกคัดสรรวัตถุดิบ ผ่านมาตรฐานความสะอาดและปลอดภัยจาก GFSI ( Global Food Safety Initiative) อีกทั้งยังมีนวัตกรรมที่เรียกว่า IQF (Individual Quick Freezing ) หรือกระบวนการแช่เยือกแข็งที่นำผลไม้ผ่านกระบวนการแช่เยือกแข็งอย่างรวดเร็ว ถือเป็นการถนอมผลไม้ที่ดีที่สุด และคงความสดไว้ได้ดีที่สุด เพื่อการควบคุมคุณภาพและรักษาคุณประโยชน์ของผลไม้ไว้อย่างดีที่สุด

มาถึงร้านเลือกเมนูตามใจที่มีไว้ให้เลือกถึง 4 หมวด เริ่มกันที่ Classic Smoothie (ราคาเริ่มต้น 110 บาท) เครื่องดื่มน้ำผลไม้สมูทตี้เนื้อสมูทมากๆ จากเครื่องปั่นทรงพลัง โดยสามารถเลือกผลไม้สดตามชอบ อาทิ สตอร์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ มะม่วง ส้ม กล้วยหอม เสาวรส มิกซ์รวมกับเชอร์เบท หรือกรีกโยเกิร์ต เพิ่มมิติให้เมนูคลาสสิกแบบนี้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

เพิ่มพลังกันต่อกับหมวด Super Food Smoothie (ราคาเริ่มต้น 130 บาท) เติมโปรตีน อัดไฟเบอร์ เน้นโภชนาการด้วยสุดยอดสมูทตี้ แนะนำ Gree Getaway ความลงตัวของรสชาติที่มาพร้อมสีเขียวธรรมชาติของสปิแนช ผสานคุณประโยชน์ของเมล็ดเจีย หอมหวานด้วยเนื้อมะม่วง เพิ่มรสเปี้ยวนิดๆ ด้วยเสาวรส เติมความกลมกล่อมด้วยกรีกโยเกิร์ต บ่ายๆ แบบนี้ได้สักแก้วคงดี ช็อกโกแลตเลิฟเว่อร์ต้องลอง PB Chocolate Love ความเข้มข้นของช็อกโกแลตแท้ ผสานพีนัทบัตเตอร์ เพิ่มคุณค่าสารอาหารด้วยกล้วยหอมและอัลมอนด์มิลค์

คนชอบแบบดื่มง่ายๆ ได้ประโยชน์แนะนำหมวด Fresh Squeezed Juice (ราคาเริ่มต้น 140 บาท) เครื่องดื่มน้ำผลไม้คั้นสดแยกกาก อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ สารต่อต้านอนุมูลอิสระ และสารอาหารอื่นที่สำคัญ ซึ่งจะเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานที่เหมาะในแต่ละวัน โดยสามารถเลือกผักและผลไม้ได้ตามที่อยากทาน อาทิ แตงโม สับปะรด ส่วนขายดียกให้ Tropical Greens น้ำสับปะรด สปิแนช แอปเปิ้ล และเมล็ดเจีย

อร่อยแคลอรีต่ำ พลังงานสูง กับ Energy Bowls (180 บาท) คุ้มค่าคุ้มราคากับขุมพลังรสชาติอร่อย ประโยชน์ครบเครื่อง ทั้งกล้วยหอม โยเกิร์ต กราโนล่า จัดมาเต็มที่ในถ้วยกระดาษรักษ์โลก เมนูนางเอกที่มาแล้วต้องลองคือ Berry Acai Bowl มีทั้งบลูเบอร์รี่ กล้วยหอม น้ำนมถั่วเหลือง โยเกิร์ต กราโนล่า และเมล็ดเจีย ยังมี Chunky Strawberry Bowl เปรี้ยวหวานกำลังดี ส่วนใครไม่ชอบเปรี้ยวลองเลี้ยวมาที่เมนูหอมหวานอย่าง Mango Peach Bowl สีเหลืองสวยรสชาติอร่อยไม่แพ้กัน

ไม่อยากให้พลาดกับ Coconut Soymilk Refresher น้ำมะพร้าวน้ำหอมสด 100% เบลนด์ในนมถั่วเหลือง ความหอมอร่อยลงตัวที่อุดมด้วย ไฟเบอร์ โปรตีน และสารต้านอนุมูลอิสระ ปิดท้ายกับเมนูใหม่อย่าง Kiwi Merry ความสดชื่นของเนื้อกีวี่ปั่นที่ผสมผสานเข้ากันอย่างลงตัวกับสับปะรดและมะม่วง

ตามมาลองของดีที่เลือกสรรมาวัตถุดิบอย่างดี กับประโยชน์ดีๆ จากธรรมชาติแบบนี้ได้ที่ร้าน Jamba Juice ทั้ง 4 สาขา ได้ทุกวัน ที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ชั้น G, ดิ เอ็มควอเทียร์ ชั้น B, ศูนย์การค้าเมกา บางนา ชั้น 2 โซนเมกา ซีนีเพล็กซ์ และศูนย์การค้ารอยัล การ์เด้น พลาซ่า พัทยา โซนบีชโรด และติดตามข้อมูลและโปรโมชั่นต่างๆ ได้ที่ www.facebook.com/jambajuicethailand

ปอดอักเสบ ภัยสุขภาพที่เราหลีกเลี่ยงได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/606106

  • วันที่ 12 พ.ย. 2562 เวลา 13:20 น.

ปอดอักเสบ ภัยสุขภาพที่เราหลีกเลี่ยงได้

รู้หรือไม่ “ปอดอักเสบเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย” แต่โรคปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อนั้นมีความอันตรายต่อเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภาวะภูมิต้านทานต่ำ เนื่องจากบางครั้งหากติดเชื้ออาจรุนแรงอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้

ในช่วงปลายปีที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยเช่นนี้ หลายครั้งที่เราเคยได้ยินว่าผู้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่มักมีอาการปอดบวมแทรกซ้อนตามมา ทำให้แทนที่จะหายจากโรคหวัด กลับต้องรักษาตัวจากปอดบวมต่อเนื่องไปอีกพักใหญ่ ในกรณีนี้หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วปอดบวมนั้นแท้จริงเกิดขึ้นได้อย่างไร ถ้าเป็นแล้วจะอันตรายหรือไม่ และใครบ้างที่เสี่ยงต่อปอดบวม

เรื่องนี้คุณหมอที่เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ นายแพทย์เดช จงนรังสิน แผนกผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มีคำตอบ

คุณหมออธิบายไว้ว่า จริง ๆ แล้วอาการอักเสบของเนื้อปอดที่เรียกว่าปอดบวม หรือโรคปอดอักเสบ (Pneumonitis) นั้น เกิดได้จาก 2 สาเหตุ คือ จากการติดเชื้อหรือที่เรียกว่า Pneumonia ซึ่งพบได้บ่อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา จนทำให้เกิดการอักเสบของถุงลมปอดและเนื้อเยื่อโดยรอบ และปอดอักเสบที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ เช่น การหายใจเอาฝุ่น ควัน หรือสารเคมีที่ระเหยได้ที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบหายใจ ก็อาจทำให้เกิดภาวะปอดบวมได้เช่นเดียวกัน โดยทั่วไปโรคปอดอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัยแต่โรคปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อนั้นมีความอันตรายต่อเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภาวะภูมิต้านทานต่ำ เนื่องจากบางครั้งหากติดเชื้ออาจรุนแรงอาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้

โรคปอดอักเสบนั้นสามารถเกิดขึ้นกับใครได้บ้าง

ปัจจัยเสี่ยงของโรคปอดอักเสบนั้นสามารถเกิดขึ้นกับใครได้บ้าง ตามสถิติแล้วโรคปอดอักเสบสามารถเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัยแต่ในกรณีของปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อมักพบบ่อยในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ และผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ ยังสามารถพบได้ในผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล โดยเฉพาะในแผนกผู้ป่วยหนัก (ICU) ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคหัวใจ รวมถึงผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ติดเชื้อ HIV, ผู้ป่วยโรคเอดส์, ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะผู้ป่วยมะเร็งระหว่างการให้เคมีบำบัด หรือได้รับยากดภูมิคุ้มกันเป็นเวลานาน ส่วนผู้ที่สูบบุหรี่ก็ถือว่าเป็นคนที่มีความเสี่ยงเช่นกัน

สาเหตุของโรคปอดอักเสบ

สาเหตุต่างๆ ของการติดเชื้อเกิดขึ้นได้ ทั้งจากการไอ จาม หรือหายใจรดกัน ซึ่งเป็นการหายใจเอาเชื้อที่อยู่ในอากาศในรูปละอองฝอยขนาดเล็กเข้าสู่ปอดโดยตรง ตลอดจนการสำลักเชื้อที่สะสมอยู่บริเวณทางเดินหายใจส่วนบนลงสู่ปอด เช่น สำลักน้ำลาย อาหาร หรือสารคัดหลั่งในทางเดินอาหาร นอกจากนี้ หากผู้ป่วยมีอาการติดเชื้อที่อวัยวะส่วนอื่นมาก่อนอาจเกิดภาวะการแพร่กระจายของเชื้อตามกระแสโลหิตจนลุกลามไปสู่ปอดและอวัยวะข้างเคียงได้

อาการที่ควรสังเกต

ข้อสังเกตง่ายๆ สำหรับผู้ที่มีอาการของปอดติดเชื้อคือไอมีเสมหะ เจ็บหน้าอกขณะหายใจหรือไอ หายใจเร็ว หายใจหอบ หายใจลำบาก มีไข้ เหงื่อออก หนาวสั่นคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียอ่อนเพลีย หากเกิดในผู้สูงอายุอาจมีอาการซึม ความรู้สึกสับสน อุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ ส่วนเด็กเล็กอาจมีอาการท้องอืด อาเจียน ซึม ไม่ดูดนมหรือน้ำ ซึ่งระดับความรุนแรงของอาการอาจแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละรายขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อโรคที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ อายุ และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย

อย่างไรก็ตาม หากสำรวจดูแล้วว่าสิ่งที่เป็นมีอาการเบื้องต้นของปอดอักเสบควรไปพบแพทย์ทันที เบื้องต้นแพทย์จะวินิจฉัยโรคปอดอักเสบโดยใช้การซักประวัติร่วมกับการตรวจร่างกาย เช่น ฟังเสียงปอด และเอกซเรย์ปอด นอกจากนี้ ยังมีการตรวจเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรคและแยกเชื้อที่เป็นสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจนับเม็ดเลือดขาวในเลือด เพื่อดูว่ามีการติดเชื้อหรือไม่ ขั้นต่อมาคือการตรวจวัดออกซิเจนในเลือด เพื่อดูประสิทธิภาพของปอดในการลำเลียงออกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือดว่าลดลงหรือไม่และสุดท้ายคือการตรวจและเพาะเชื้อจากเสมหะและเลือด เพื่อหาชนิดของเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคจากนั้นจึงจะรักษาการติดเชื้อร่วมกับการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นควบคู่กันไป

ดังที่กล่าวตั้งแต่แรกว่าโรคปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้ออาจนั้นอาจมีความรุนแรงจนนำไปสู่การเสียชีวิตได้ การป้องกันโรคจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ในปัจจุบันกลุ่มเสี่ยงทั้งเด็กเล็กผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีภาวะภูมิต้านทานต่ำหรือมีโรคประจำตัวบางอย่างสามารถฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ (Flu vaccine) และวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ (Pneumococcal vaccine) สำหรับป้องกันการติดเชื้อ Streptococcus pneumonia หรือที่เรียกกันว่าเชื้อนิวโมคอคคัส เพื่อลดอัตราการเกิดโรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อได้เช่นกัน

ข้อแนะนำการปฏิบัติตัว

เพื่ออยู่ให้ห่างไกลจากการเกิดโรคปอดอักเสบ เริ่มจากการไม่สูบบุหรี่ เนื่องจากบุหรี่จะไปทำลายกระบวนการป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจตามธรรมชาติของปอดข้อถัดมาต้องดูแลสุขอนามัยส่วนตัว เช่น หมั่นล้างมือเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงการไปอยู่ในที่ที่มีผู้คนหนาแน่นหลีกเลี่ยงควันบุหรี่ ควันไฟ ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ หรืออากาศที่หนาวเย็นเมื่อเป็นหวัด หรือไข้หวัดใหญ่อย่าปล่อยทิ้งไว้ ควรรักษาให้หายขาดแต่เนิ่น ๆ นอกจากนี้ ยังควรสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงด้วยการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ข้อมูล : นายแพทย์เดช จงนรังสิน แผนกผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

ภาพ : Freepik