ยาป้ายทำให้สลบ หลับ มึนงงทันที จริงหรือไม่?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/604195

  • วันที่ 21 ต.ค. 2562 เวลา 16:06 น.

ยาป้ายทำให้สลบ หลับ มึนงงทันที จริงหรือไม่?

แชร์กันกระหน่ำในอินเทอร์เน็ต กรณีมีการขายยาสลบรูปแบบ “ยาป้ายสลบ” เพื่อหวังผลปล้นทรัพย์หรือล่วงละเมิดทางเพศ ยาเหล่านี้จะมีจริงหรือไม่  อย.มีคำตอบ

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แชร์ข้อมูลยาป้ายทำให้สลบ จริงหรือ? ก่อนอื่นเราต้องมาทำความรู้จักกับยาสลบกันก่อน ยาสลบมีหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นยาสลบชนิดสูดดม หรือยาสลบชนิดฉีด ยาสลบเป็นยาที่กดการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ไม่รู้สึกตัว ง่วงซึม มึนงง เคลื่อนไหวลำบาก

แล้วยาป้ายที่มีการแชร์กันทำให้สลบได้ทันทีจริงหรือไม่ คำตอบคือ #ไม่จริง เพราะผิวหนังของคนเรามีทั้งหมด 3 ชั้น ได้แก่

  • Epidermis
  • Dermis
  • Subcutaneous

ซึ่งชั้น Epidermis เป็นอุปสรรคที่สำคัญสำหรับการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ดังนั้น การป้ายยาให้คนสลบต้องใช้ยาในปริมาณมากและความแรงสูง นอกจากนี้ ต้องใช้เวลานานยาถึงจะสามารถซึมผ่านผิวหนังและออกฤทธิ์ได้

จึงสรุปได้ว่ายาป้ายไม่มีจริง ถ้ายาป้ายแล้วหลับมีจริง คงเป็นที่ต้องการอย่างมากของวงการแพทย์กันเลยทีเดียว

ขอบคุณ sure.oryor.com

ภาพ Freepik

คนเราสามารถกินยำทุกวันได้มั้ย?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/604090

  • วันที่ 20 ต.ค. 2562 เวลา 17:00 น.

คนเราสามารถกินยำทุกวันได้มั้ย?

ทั้งกระแสและความชอบในรสชาติแซ่บซี้ดถึงใจ ต่างก็ส่งผลให้กระแสอาหารแซ่บทั้งตำ-ยำมาแรงเหลือเกิน แต่ความแซ่บนี้ต้องรู้จักกินแต่พอดีและต้องมีเคล็ดลับในการเลือกวัตถุดิบให้พอเหมาะ ถึงจะคงหุ่นแซ่บไว้ให้ยืนยาวและมีความสุขกับเมนูแซ่บๆ ได้ทุกวี่วัน

ทำไมใครๆ ชอบกินยำ เพราะในหนึ่งจานมีทั้งเปรี้ยว เค็ม เผ็ด หวาน ครบรสความแซ่บจึงเป็นเมนูที่ถูกอกถูกใจคนไทย ครองใจสาวๆ สายแซ่บมาตลอด จะกินเป็นอาหารจานหลักก็ได้หรือกินเล่นเป็นอาหารว่างก็ดีงาม เมนูยำส่วนใหญ่ไม่มีน้ำมันเป็นส่วนประกอบ สาวๆ จึงเลือกกินยำเป็นมื้อเย็นเพราะทั้งอิ่มท้องและไม่ทำให้อ้วน แถมช่วยเรื่องการขับถ่ายได้ อีกทั้งยำรสจัดจ้านยังช่วยแก้เบื่ออาหารได้ดี

กินยำเพื่อลดน้ำหนัก หลายคนมั่นใจว่ากินยำทุกวันไม่ทำให้อ้วนเพราะให้พลังงานต่ำ มีสารอาหารพร้อมแต่อาจลืมไปว่าส่วนประกอบที่ใส่ลงไปในยำนั่นล่ะคือตัวแปรสำคัญ ถ้าเป็นยำไก่ทอด ยำเล็บมือนาง ยำหมูยอ-ไส้กรอก ยำปลาหมึก หรือยำที่ใส่เนื้อสัตว์เน้นๆ อาจทำให้แคลอรีพุ่งได้ หรือแม้แต่ยำวุ้นเส้นก็แป้งเยอะอีกนั่นแหละ ในหนึ่งจานจึงควรใส่เนื้อสัตว์น้อยหน่อย แล้วเน้นผักสด ผลไม้ และใส่สมุนไพรเยอะๆ จะดีกว่า

ยำอร่อยต้องสดสะอาด อยากกินอะไรก็เอามาทำยำแซ่บๆ ได้ เพราะส่วนผสมหลักๆ ของน้ำยำ แค่พริกขี้หนู มะนาว น้ำปลา หัวหอม รวมกันก็ชวนน้ำลายสอแล้ว แต่จริงๆ จะทำยำให้อร่อย สิ่งสำคัญคือวัตถุดิบตั้งต้นต้องสดใหม่และสะอาด ทั้งผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ สมุนไพรต่างๆ โดยเฉพาะยำซีฟู้ดยิ่งต้องเน้นเรื่องความสด ควรทำให้สุกก่อนนำมายำ ส่วนผักผลไม้ต้องล้างหลายครั้งหรือหากปลอดสารเคมีได้ยิ่งดี

กินแซ่บๆ แบบพอดี ใครอยากกินยำทุกวันไม่ใช่เรื่องผิดเพราะทุกคนมีสิทธิ์ได้กินของอร่อย อีกทั้งเมนูยำบนโลกใบนี้มีให้เลือกสารพัด แต่พึงระลึกไว้เสมอว่าการกินเค็มหรือเผ็ดมากไปเป็นประจำก็ไม่ดี กินเผ็ดจัดทำให้ระบบทางเดินอาหารระคายเคือง อาจเกิดอาการท้องเสียได้ กินเค็มเป็นประจำทำให้ร่างกายบวมน้ำและสุดท้ายไตต้องทำงานหนัก นอกจากนี้การกินอาหารซ้ำๆ ไม่หลากหลายยังส่งผลให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน

ยำไม่จำเจและดีต่อสุขภาพ ยำยั่วๆ หลายเมนูทำง้ายง่าย ไม่ยุ่งยากเท่าทำแกง แต่ถ้าไม่มีเวลาที่จะทำกินเอง ควรใส่ใจเลือกร้านอาหารที่ได้มาตรฐาน พิถีพิถันในรสชาติและความสะอาด สามารถบอกแหล่งที่มาของวัตถุดิบได้ ที่ร้านฌานา ชั้น 2 สยามเซ็นเตอร์ มีส้มตำ ยำ สลัดที่ดีต่อสุขภาพ แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร! รสชาติโดนใจจนสายยำต้องร้องว้าวว!  ถ้าชอบผลไม้อยากให้ลองเมนูแปลกแต่ถูกปาก ยำสาลี่กะปิชาวดอยกับยำส้มโอกะปิมะพร้าวคั่ว ให้พลังงานต่ำแต่ไฟเบอร์สูง แถมได้ประโยชน์จากวิตามินซีเต็มๆ หรือจะสั่งส้มตำผลไม้ตามฤดูกาล ในหนึ่งจานจะได้กินผลไม้หลายชนิดให้สะใจไปเลย ที่สำคัญทุกเมนูปรุงด้วยวัตถุดิบปลอดภัยไร้สารเคมีจากกลุ่มเกษตรอินทรีย์ของไทย

#เคลผักวิเศษ ที่ถูกนำมาสร้างสรรค์เมนู สลัดลาบไก่ผักเคลไดโนเสาร์ รสจัดจ้านที่น่าทดลองไม่แพ้กัน ด้วยความหอมกลิ่นสมุนไพรและเครื่องเทศแซ่บๆ ผักเคลไดโนเสาร์กรอบอร่อย ให้สารอาหารสูง ช่วยฟอกเลือด และเสริมภูมิต้านทานร่างกายได้ดี ส้มตำไข่เค็มข้าวโพดทับทิมสยามเป็นอีกเมนูจี๊ดจ๊าด สีสันน่ากิน เพิ่มความนัวด้วยไข่เค็มไชยา ความหวานมันของเม็ดข้าวโพดสีทับทิมยังมีสารสำคัญช่วยต้านอนุมูลอิสระ บำรุงผิวพรรณ ต้านมะเร็ง และเป็นเมนูลดน้ำหนักได้ดีเพราะมีไฟเบอร์เยอะด้วย

‘เท้าผิดรูป’ ภัยใกล้ตัวของสาวที่ชอบใส่รองเท้าหัวแหลม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/604084

  • วันที่ 20 ต.ค. 2562 เวลา 10:00 น.

'เท้าผิดรูป' ภัยใกล้ตัวของสาวที่ชอบใส่รองเท้าหัวแหลม

แพทย์เตือนภัยสาวๆ ที่ชอบใส่รองเท้าหัวแหลม ระวังนิ้วเท้าเก เท้าผิดรูป พร้อมแนะนำเลือกรองเท้าให้เหมาะกับรูปเท้าเพื่อลดการบาดเจ็บจากอาการเท้าผิดรูป

“เท้า” เป็นอวัยวะที่รองรับน้ำหนักทั้งหมดของร่างกาย โดยขณะยืนน้ำหนักตัวประมาณ 60% จะกดลงที่ส้นเท้า อีก 40% กดลงที่เท้าส่วนหน้า ขณะเดินเท้ารับน้ำหนัก 120% ของน้ำหนักตัว และขณะวิ่งเท้ารับน้ำหนักมากถึง 275% ของน้ำหนักตัว ทำให้พบปัญหาเกี่ยวกับเท้าได้บ่อยและอาจนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ เช่น ปวดเข่า ปวดสะโพก และปวดหลัง

ความผิดปกติและอาการปวดเท้าและข้อเท้า เกิดได้จาก 2 ปัจจัยหลัก คือ

1. ปัจจัยภายนอก เช่น การสวมใส่รองเท้าไม่เหมาะสมกับกิจกรรม ส่งผลให้เกิดอาการปวดและบาดเจ็บได้ง่าย

2. ปัจจัยภายใน เช่น เท้าหรือข้อเท้าผิดรูป ข้อเท้าเอียง อุ้งเท้าแบนหรือนูนเกินไป ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บที่เท้าและข้อเท้าได้

นพ.กฤษฏิ์ พฤกษะวัน ศัลยแพทย์ด้านกระดูกและข้อเท้า โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า เท้าของคนเราประกอบด้วยกระดูกหลายชิ้นต่อกัน ทำให้มีความยืดหยุ่นหลายทิศทาง มีความนุ่มนวลเวลาเดิน และแรงกระทบต่างๆ จะกระจายได้สม่ำเสมอทั่วทั้งเท้า ไม่เกิดจุดกดเจ็บ แต่หากเท้าและข้อเท้ามีข้อยึด หรือเท้าผิดรูป อาจเกิดอาการบาดเจ็บและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งสามารถแบ่งอาการเท้าผิดรูปออกเป็นกว้างๆ ได้ดังนี้

1. นิ้วหัวแม่เท้าเกหรือเอียง มักพบในผู้หญิง โดยมีความสัมพันธ์กับการใส่รองเท้าส้นสูง หัวแหลม รวมทั้งสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ โดยทั่วไปนิ้วจะงอเอียงมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุที่มากขึ้น ทำให้มีปัญหาจากการปวดและเจ็บเวลาเดิน รวมถึงใส่รองเท้าลำบาก ซึ่งอาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัด

2. เท้าแบน เป็นภาวะที่อุ้งเท้าด้านในต่ำหรือไม่มีเลย อาจเป็นแต่กำเนิดหรือเกิดขึ้นภายหลัง ซึ่งเท้าแบนในผู้ใหญ่ส่วนมากเกิดในผู้หญิงวัย 45-65 ปี เนื่องจากเอ็นประคองอุ้งเท้าหย่อนหรือสูญเสียหน้าที่ มักเป็นข้างเดียว โดยจะปวดบริเวณอุ้งเท้าและข้อเท้าด้านใน หรืออาจปวดใต้ตาตุ่มกร่วมด้วย อาการจะกำเริบเมื่อใช้งานหนักหรือเดินมาก ถ้าเป็นมากขึ้นอาจเขย่งปลายเท้าไม่ได้ เท้าผิดรูป และข้อติด การรักษาเบื้องต้นอาจใส่แผ่นรองเสริมอุ้งเท้า (Insole) หากไม่ดีขึ้นจำเป็นต้องผ่าตัดแก้ไขความผิดรูป

3. โรคเท้าโค้งหรืออุ้งเท้าสูง เกิดจากส่วนครึ่งหน้าของเท้าโค้งเข้า เมื่อมองเท้าจากด้านฝ่าเท้าจะเห็นขอบข้างของเท้าโค้ง มักมีอาการปวดเส้นเอ็นใต้ฝ่าเท้าได้ง่าย ปวดเมื่อยเท้าเพราะความยืดหยุ่นของเท้าจะเสียไปเช่นเดียวกับโรคเท้าแบน เบื้องต้นรักษาด้วยการใส่แผ่นรองเท้า

“จะเห็นว่าโรคของเท้ามีหลายแบบ เกิดได้ทุกช่วงวัยและไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดทำให้ป้องกันได้ยาก แต่ส่วนใหญ่อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นหรือรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ข้อสำคัญคือควรเริ่มการรักษาตั้งแต่อายุยังน้อย นอกจากนี้ ควรเลือกใส่รองเท้าส้นเตี้ย พื้นนุ่ม มีหน้ากว้างเพียงพอ เหมาะกับรูปเท้า รวมถึงควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม เพิ่มความระมัดระวังในการเล่นกีฬาหรือทำกิจกรรม และหากพบอาการผิดปกติที่เท้าหรือข้อเท้า แม้เพียงเล็กน้อยก็ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด” นพ.กฤษฏิ์กล่าว

สำหรับการรักษาอาการเท้าผิดรูป สามารถทำกายภาพบำบัด ฝึกการบริหารให้เท้าและข้อเท้ามีความแข็งแรงและยืดหยุ่นมากขึ้น หรือใช้อุปกรณ์เสริมอุ้งเท้า (Insole) หรือที่รัดข้อเท้า นอกจากนี้ ยังมีการรักษาในรูปแบบอื่น เช่น การทำเลเซอร์ และ Shock Wave แต่หากอาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยการผ่าตัด ซึ่งมีทั้งการผ่าตัดแบบเปิดแผลตามปกติ และเทคนิคการผ่าตัดผ่านกล้อง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว และยังลดระยะเวลาในการพักฟื้นที่โรงพยาบาลได้อีกด้วย

ไมเกรน ภัยเงียบที่ทำลายชีวิตของคนทำงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/603604

  • วันที่ 16 ต.ค. 2562 เวลา 10:10 น.

ไมเกรน ภัยเงียบที่ทำลายชีวิตของคนทำงาน

“โรคไมเกรน” โรคที่ไม่ใช่แค่อาการปวดหัวทั่วไปอย่างที่ทุกคนคิด แต่เป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน และเป็นอุปสรรคต่อการทำงานอย่างแท้จริง

การเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ส่งผลต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคนในวัยทำงานที่ต้องเผชิญกับการแข่งขันและความกดดันอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องเผชิญกับความเครียดสะสม ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการทำงานที่ลดลง รวมไปถึงบั่นทอนสุขภาพกายและใจ และยังเป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดโรคยอดฮิตของคนวัยทำงานอย่าง “โรคไมเกรน” โรคที่ไม่ใช่แค่อาการปวดหัวทั่วไปอย่างที่ทุกคนคิด แต่เป็นโรคที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันและเป็นอุปสรรคต่อการทำงานอย่างแท้จริง

ผศ.นพ. สุรัตน์ ตันประเวช ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทและสมอง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ทุกวันนี้ ‘โรคไมเกรน’ เป็นเทรนด์โรคทางสมองที่กำลังมาแรงในกลุ่มคนทำงานที่เผชิญกับสิ่งกระตุ้น เช่น ความเครียดสูง การนอนผิดเวลา การเดินทางที่ต้องเผชิญกับสภาวะอากาศแปรปรวน ในทุกสังคมทั่วโลก โดยจะพบผู้ป่วยอยู่ในช่วงอายุระหว่าง 25 – 30 ปี มากที่สุดและมักพบในผู้ป่วยเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ด้วย 2 ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดโรคคือ ร้อยละ 10 – 20 สืบเนื่องมาจากพันธุกรรมที่มีประวัติของคนในครอบครัวที่เป็นไมเกรนอยู่แล้ว และกว่าร้อยละ 80 – 90 เกิดจากพฤติกรรมสิ่งแวดล้อมที่สมองตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่เป็นตัวกระตุ้นทำให้การรับรู้สึกถึงระบบประสาทเกิดความเปลี่ยนแปลงไวกว่าคนปกติ (Hypersensitivity) เช่น ความเครียด ฮอร์โมน การพักผ่อนไม่เพียงพอ อากาศเปลี่ยนแปลง ความไวต่อแสงจ้า เสียงดัง และกลิ่นฉุน ล้วนเป็นสิ่งกระตุ้นชั้นยอดต่ออาการปวดศีรษะ รวมไปถึงการเคลื่อนไหว เนื่องจากการเคลื่อนไหวจะกระตุ้นให้อาการปวดศีรษะเลวร้ายมากขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้โรคไมเกรนยังมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ได้แก่ การมองเห็นผิดปกติ คลื่นไส้ อาเจียน หงุดหงิดง่าย ซึ่งหากยิ่งซ้ำเติมจะยิ่งทำให้ผู้ป่วยมีอาการแย่ลงไปอีก

โดยระยะของโรคไมเกรน สามารถจำแนกได้ด้วยระดับความปวดศรีษะของโรคไมเกรนจะแบ่งเป็น 4 ระยะ ดังนี้

  1. ระยะนำ (Prodrome) คือการบอกเหตุก่อนเริ่มมีอาการปวดศีรษะประมาณ 1-2 วัน โดยผู้ป่วยจะมีการเปลี่ยนแปลงทางระบบสมองที่ควบคุมร่างกาย เช่น ตัวบวม ปวดเมื่อยตามตัว อารมณ์ รวมถึงพฤติกรรมและความอยากอาหารมากกว่าปกติ
  2. ระยะอาการเตือน (Aura) คือการเตือนก่อนเกิดอาการปวดศีรษะ ประมาณ 5-60 นาที แต่จะไม่เกิดกับผู้ป่วยทุกคน เป็นอาการที่เกิดจากระบบประสาทส่วนกลางทำงานผิดปกติ สามารถเกิดได้หลายรูปแบบ เช่น มองเห็นแสงกระพริบ ๆ แสงซิกแซก มองเห็นเป็นเส้นคลื่น หรืออาการที่เกิดจากความรู้สึก การเคลื่อนไหว กล้ามเนื้ออ่อนแรง รู้สึกชาที่มือหรือเท้า การพูดลำบาก พูดไม่ชัด ซึ่งอาการเหล่านี้ จะค่อย ๆ เริ่มเกิดขึ้น และจะยังคงมีความรู้สึกนี้เป็นชั่วโมง หรือหลายชั่วโมงก็ได้หากมีหลายอาการ
  3. ระยะปวดศีรษะ (Headache) คือ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดศีรษะด้านใดด้านหนึ่ง โดยมีอาการปวดแบบตุบ ๆ ตามจังหวะหัวใจเต้น มักจะมาพร้อมกับอาการคลื่นไส้อาเจียน และผู้ป่วยบางรายอาจไวต่อแสงหรือเสียงดัง ซึ่งอาการปวดศีรษะอาจยาวนาน 4-72 ชั่วโมง
  4. ระยะหลังจากปวดศีรษะ (Resolution) หรือระยะพัก คืออาการปวดศีรษะและอาการอื่น ๆ จะค่อย ๆ ลดลง ในระยะนี้ผู้ป่วยอาจจะมีความรู้สึกเหนื่อยล้า ซึ่งอาจกินระยะเวลาไม่กี่วันหลังจากหายปวดศีรษะ

อีกทั้งอาการปวดยังสามารถแบ่งเป็นชนิดย่อยตามระยะการดำเนินของโรคไมเกรนได้อีก 2 กลุ่มได้แก่ การเกิดไมเกรนเป็นครั้งคราว คืออาการผู้ป่วยธรรมดาทั่วไปจะปวดน้อยกว่า 15 วันต่อเดือน ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งเรียกว่า การเกิดไมเกรนแบบเรื้อรัง คือ อาการปวดนานมากกว่าหรือเท่ากับ 15 วันต่อเดือน ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้จะต้องพิจารณาตนเอง หลีกเลี่ยงสิ่งเร้าที่ก่อให้เกิดอาการมากที่สุด

ดังนั้น ทางการแพทย์แผนปัจจุบันการรักษาไมเกรนให้หายขาดยังเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาค้นคว้ากันต่อไป ซึ่งจุดมุ่งหมายในการรักษาจึงอยู่ที่การรับมือกับอาการปวด ไม่ว่าจะด้วยการรักษาทั้งแบบใช้ยาและไม่ใช้ยา หรือป้องกันอาการด้วยการหลีกเลียงจากสิ่งเร้า ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี ทุกข์ทรมานจากความปวดน้อยลง และประกอบกิจวัตรต่าง ๆ ทำงานได้ตามปกติ ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การปวดเรื้อรัง คือหมั่นสังเกตตัวเองให้ดี รวมทั้งพิจารณาจากประสบการณ์ที่ผ่านมา นอนหลับให้เพียงพอประมาณ 6 ถึง 8 ชั่วโมงต่อวัน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จดบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับความปวด อาทิ วัน เวลา ระยะเวลา ลักษณะอาการปวด อาหารที่รับประทาน รวมถึงความผิดปกติ  ต่าง ๆ อีกทั้งหากผู้ป่วยมีอาการมากกว่าปวดศีรษะจนผิดสังเกต เช่น มีไข้สูง ตาเห็นภาพซ้อน ตาเหล่ ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด แบบนี้ไม่ใช่ไมเกรนแน่ ๆ แต่เห็นได้ชัดว่าเป็นความผิดปกติทางระบบประสาท หรืออาการปวดศีรษะชนิดที่แปลกออกไปแบบที่ไม่เคยปวดมาก่อน เช่น ปวดต่อเนื่องยาวนานไม่ดีขึ้นแม้ใช้ยา แขนขาอ่อนแรง ชาครึ่งซีก พูดไม่ออก ถ้ามีอาการแบบนี้ต้องรีบไปพบแพทย์อย่างเร่งด่วนอย่าปล่อยทิ้งไว้

“สุดท้ายนี้แม้อาการปวดศีรษะแบบไมเกรนจะเป็นประสบการณ์ที่แสนทรมาน แต่หากรู้จักรับมืออย่างถูกวิธีแล้ว ไมเกรนก็อาจไม่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตประจำวันหรือการทำงานของคุณจนเกินไปนัก ความเข้าใจภาวะโรคไมเกรนของตัวเอง จะช่วยทำให้ผู้ป่วยสามารถจัดการกับโรคได้ดีขึ้น ปัจจุบัน มี Smile Migraine Application ซึ่งผมและทีมงานได้พัฒนาขึ้นมาเพื่อที่จะช่วยให้ผู้ป่วยไมเกรนสามารถบันทึก ติดตาม อาการปวดศีรษะและยาที่รับประทาน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา และทำให้ผู้ป่วยไมเกรนกลับมายิ้มได้อีกครั้งหนึ่ง หรือหากต้องการพบปะพูดคุยกับผู้ป่วยที่เป็นไมเกรนด้วยกันและช่วยกันสร้างความตระหนักร่วมกันว่า “โรคไมเกรนรักษาได้” สามารถเข้าร่วมได้ที่ Smile Migraine Community ซึ่งประกอบด้วย Facebook Page, Instagram, Twitter และ YouTube” ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช กล่าวเสริม

 

ภาพ Freepik

หรือว่าเบาหวานกำลังถามหา?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/603534

  • วันที่ 16 ต.ค. 2562 เวลา 08:00 น.

หรือว่าเบาหวานกำลังถามหา?

เช็กลิสต์สัญญาณเตือนโรคเบาหวาน รู้ทันเพิ่มโอกาสรอด ลดโอกาสโรคแทรกซ้อน

“เบาหวาน” โรคอันตรายใกล้ตัวที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน หลายคนเข้าใจว่าเป็นโรคทางกรรมพันธุ์เท่านั้น แต่ความจริงแล้วเกิดจากพฤติกรรมที่ละเลยเรื่องการควบคุมอาหารการกินและการดูแลสุขภาพ อีกทั้งอาการเบื้องต้นของโรคเบาหวานในช่วงแรกยังพบเพียงอาการเล็กน้อยจนทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นอาการของโรคอื่น จนสุดท้ายก็กลายเป็นโรคเบาหวานโดยไม่ทันรู้ตัว

สัญญาณเตือนว่าโรคเบาหวานกำลังถามหา

  • ปัสสาวะบ่อยและปริมาณมาก

ฮอร์โมนอินซูลินจะเป็นตัวนำน้ำตาลไปยังเซลล์ต่างๆ เพื่อใช้เป็นพลังงาน แต่ในร่างกายผู้ที่เป็นเบาหวานจะพบว่าตับอ่อนไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินหรือหลั่งออกมาในปริมาณที่ไม่เพียงพอต่อร่างกาย หรือฮอร์โมนอินซูลินที่ผลิตออกมาไม่สามารถทำงานได้ปกติ จึงส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นกว่าปกติ และไตที่มีหน้าที่กรองของเสียออกจากเลือดก็ไม่สามารถกรองน้ำตาลกลับเข้าสู่เลือดได้ น้ำตาลและน้ำบางส่วนจึงถูกขับออกมาเป็นปัสสาวะในปริมาณมากกว่าปกติ

  • มีอาการกระหายน้ำ ดื่มน้ำบ่อย

เนื่องจากไตไม่สามารถกรองน้ำตาลกลับเข้าไปในเลือดจนขับออกมาเป็นปัสสาวะในปริมาณมาก ร่างกายจึงเกิดอาการขาดน้ำ ทำให้ต้องมีการดื่มชดเชยน้ำที่สูญเสียกลับเข้าไปทดแทน หากร่างกายเกิดภาวะสูญเสียน้ำในปริมาณมากอาจส่งผลให้ร่างกายเกิดอาการช็อกได้ง่ายอีกด้วย

  • สมองไม่แล่น รู้สึกเบลอ

น้ำตาลกลูโคสเป็นแหล่งพลังงานที่ช่วยขับเคลื่อนร่างกาย เมื่อมีฮอร์โมนอินซูลินที่คอยทำหน้าที่ลำเลียงน้ำตาลกลูโคสไปเป็นพลังงานในส่วนต่างๆ ของร่างกายไม่เพียงพอ จะส่งผลให้สมองเกิดอาการอ่อนล้า ทำงานได้ช้าลง

  • สายตาแย่ลง มีอาการตาพร่ามัว มองไม่ชัด

อาการทางสายตานี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่อาการในคนที่เป็นเบาหวานส่วนมากจะพบว่า เกิดการคั่งของน้ำตาลในเลนส์ตาจนทำให้จอตาผิดปกติ หรือมีระดับน้ำตาลสูงมาเป็นเวลานานจนเกิดความผิดปกติของจอตา ในบางรายที่อาการรุนแรงอาจส่งผลถึงปัญหาสายตาในระยะยาว

  • บาดแผลหรือรอยช้ำหายช้ากว่าปกติ

เมื่อระดับน้ำตาลในร่างกายสูงขึ้นจะส่งผลต่อกระบวนรักษาซ่อมแซมของร่างกายที่ช้าลง เนื่องจากเกิดการสะสมของชั้นไขมันที่หนาขึ้น ทำให้การไหลเวียนเลือดไม่ดี เลือดไปเลี้ยงเซลล์และอวัยวะได้ไม่ดี หลอดเลือดเกิดการแข็งตัว และในกรณีที่เกิดแผลขึ้นมายังส่งผลให้แผลหายช้ากว่าปกติ เกิดการติดเชื้อได้เช่นกัน เพราะความสามารถในการกำจัดเชื้อโรคของเม็ดเลือดขาวลดลง

  • น้ำหนักลดผิดปกติ

ดูเหมือนจะเป็นสัญญาณที่ดี แต่แท้ที่จริงแล้วอาจเกิดจากภาวะน้ำตาลในเลือดสูง หากน้ำหนักตัวลดฮวบฮาบโดยไม่ได้มีการคุมอาหารหรือออกกำลังกายต่างไปจากสภาพปกติ ควรพึงระวังเรื่องนี้ให้ดี การที่น้ำหนักลดลงผิดปกติ เนื่องจากร่างกายได้มีการเผาผลาญไขมันแทนการนำเอาน้ำตาลกลูโคสมาใช้เป็นพลังงาน และน้ำตาลกลูโคสบางส่วนถูกขับออกไปทางปัสสาวะเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ผอมแห้งแรงน้อยอย่างผิดหูผิดตา อย่างไรก็ตาม อาการน้ำหนักลงผิดปกติมักพบได้ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 เป็นส่วนใหญ่ แต่ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 มักมีน้ำหนักมากกว่าปกติ

  • หมดเรี่ยวแรง อ่อนเพลีย

ร่างกายปกติของคนเราจะย่อยอาหารที่รับประทานเข้าไปให้อยู่ในน้ำตาลกลูโคส เพื่อเผาผลาญเป็นพลังงานให้แก่เซลล์ต่างๆ แต่เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูง ร่างกายของผู้ที่เป็นเบาหวานไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานได้เพียงพอ ส่งผลให้เกิดอาการเหนื่อยง่าย รู้สึกอ่อนเพลียมากกว่าคนปกติ นอกจากนี้ยังหิวบ่อยขึ้นจากการที่ร่างกายขาดแหล่งพลังงาน

 

ภาพ Freepik

Perfectionism มีแนวโน้มเลือกฆ่าตัวตายก่อนวัยอันควร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/603554

  • วันที่ 14 ต.ค. 2562 เวลา 20:28 น.

Perfectionism มีแนวโน้มเลือกฆ่าตัวตายก่อนวัยอันควร

“ชีวิตนี้ไม่ต้องดีที่สุด เฟอร์เฟ็กต์ที่สุดก็ได้” เพราะมากกว่าครึ่งของคนที่ฆ่าตัวตาย เป็นพวกรักในความเพอร์เฟ็กต์ สมบูรณ์แบบ และยังมีการศึกษาอื่นที่พบว่า การฆ่าตัวตายของคนวัยรุ่นและคนที่ยังอยู่ในวัยหนุ่มสาวมาจากความคาดหวังในตัวเองสูงที่เกินไป

Perfectionism เป็นลักษณะของคนที่มีมาตรฐานสูง คาดหวังผลเป็นเลิศ ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่ดีทำให้คนเหล่านี้มีโอกาสประสบความสำเร็จในชีวิตเป็นอย่างมาก แต่ในบางครั้งการยึดติดกับผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบมากเกินไปก็ก่อให้เกิดผลเสียได้เช่นกัน

จากการศึกษาของ Thomas Curran อาจารย์จาก University of Bath ประเทศอังกฤษ และคณะได้อธิบายถึงอันตรายของการเป็น Perfectionism ที่ส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย และสุขภาพจิตเอาไว้ดังนี้

Perfectionism อันตรายต่อสุขภาพจิต

สิ่งที่ตามมาจากการการยึดติดในความสมบูรณ์แบบ หรือ Perfectionism คือ ปัญหาด้านสุขภาพจิต อันได้แก่ ความกังวล ความกดดัน และอาจจะส่งผลต่อการตัดสินใจฆ่าตัวตายก็เป็นได้ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีงานวิจัยที่ค้นพบว่า มากกว่าครึ่งของคนที่ฆ่าตัวตาย เป็นพวกรักในความเพอร์เฟ็กต์ สมบูรณ์แบบ และยังมีการศึกษาอื่นที่พบว่า การฆ่าตัวตายของคนวัยรุ่น และคนที่ยังอยู่ในวัยหนุ่มสาวมาจากความคาดหวังในตัวเองสูงที่เกินไป

อีกทั้ง Curran และคณะ ยังศึกษาด้วยวิธีการเก็บข้อมูลจากนักศึกษามหาวิทยาลัยมากกว่า 40,000 คนที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ทั้งอเมริกา อังกฤษ และแคนาดา ตั้งแต่ปี 1989 จนถึงปี 2016 แล้วพบว่า ช่วงวัยรุ่นมีอัตราการเป็น Perfectionism ได้ถึง 33 % ซึ่งนอกจากเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าแล้ว ยังก่อให้เกิดแนวโน้มที่ทำให้เลือกฆ่าตัวตายก่อนวัยอันควร และยังเสี่ยงต่อการเป็น ไบโพล่า (Bipolar) อีกด้วย เพราะมีการศึกษาพบว่า สาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนเป็นไบโพล่าคือ ความวิตกกังวล

Perfectionism ส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย

นอกจากผลเสียต่อสุขภาพจิตแล้ว การเป็น Perfectionism ก็ยังส่งผลต่อสุขภาพร่างกายอีกด้วย การที่ยึดติดกับผลลัพธที่สมบูรณ์แบบ และการคาดหวังสูง ค่อนข้างส่งผลให้เกิดความเครียดอยู่ตลอดเวลา จนอาจทำให้เป็นโรคเครียดสะสม ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ ตามมา เช่น โรคความดันสูง ซึ่งอาจพัฒนากลายเป็นโรคในกลุ่มโรคหัวใจ และหลอดเลือดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าหากในกลุ่มคนที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หัวใจ ฯลฯ ก็จะส่งผลให้อาการกำเริบได้ง่ายขึ้น และยังเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้มากขึ้นอีกด้วย

วิธีการรับมือกับ Perfectionism

Madeleine Ferrar นักจิตวิทยาจาก Australian Catholic University ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย พบว่า การสงสารและเห็นอกเห็นใจตัวเองจะช่วยลดอาการความผิดหวังสำหรับ Perfectionism ได้ การที่เราใจดี และเห็นใจในตัวเองมากขึ้นจะช่วยลดความแข็งกระด้างที่เกิดขึ้นระหว่างความยึดติดในสิ่งที่เพอร์เฟคกับความหดหู่ซึมเศร้าที่เกิดขึ้นได้ เพราะในบางครั้งการคาดหวังที่สูงจนเกินไป ก็เกินขอบเขตที่เราจะทำได้ ตัวเราในช่วงวัย 20 ปีอาจจะไม่สามารถทำในสิ่งที่ยากขนาดนั้นได้นั่นก็เป็นสิ่งที่ถูกแล้ว ฉะนั้นอย่าทำร้ายตัวเองให้มากนัก

ภาพ Freepik

หลากเคล็ดลับลดเครียด-ลดความดัน ทำได้ทุกวันที่บ้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/603523

  • วันที่ 14 ต.ค. 2562 เวลา 16:00 น.

หลากเคล็ดลับลดเครียด-ลดความดัน ทำได้ทุกวันที่บ้าน

เคล็ดลับง่ายๆ ที่ช่วยลดความเครียด และลดความดันโลหิตสูง ที่สามารถทำได้เองที่บ้าน สะดวกง่ายกว่าที่คิด

พักผ่อนให้เพียงพอ

การพักผ่อนในที่นี้ เราหมายถึงการนอนหลับที่สนิท รู้หรือไม่ว่าการนอนไม่เพียงพอ อดหลับอดนอน หรือนอนหลับๆ ตื่นๆ ทำให้เกิดความเครียดสะสม และยังเป็นหนึ่งในสาเหตุที่สำคัญของภาวะความดันโลหิตสูงอีกด้วย นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบไปถึงสุขภาพจิตและสุขภาพกายโดยทั่วไปอื่นๆ อีกด้วย

รู้จักวิธีการผ่อนคลาย

ผ่อนคลายไม่ได้หมายถึงแค่การนวดผ่อนคลาย แต่หมายถึงกิจกรรมใดๆ ก็ตามที่ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายได้ ซึ่งเป็นเรื่องของแต่ละบุคคลที่จะมีกิจกรรมที่ทำแล้วรู้สึกสบายใจแตกต่างกันไป บางคนอาจชอบฟังเพลง ดูหนังสบายๆ วาดรูป เย็บปักถักร้อย การนั่งสมาธิ การเล่นโยคะ หรือการรำไทเก๊ก กระทั่งการออกกำลังกาย เช่น แอโรบิก ปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ ลองค้นหากิจกรรมที่ทำแล้วชอบ ทำแล้วรู้สึกผ่อนคลาย แล้วหาเวลาให้กับสิ่งเหล่านี้บ้างอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

หมั่นพบปะเพื่อนและเข้าสังคม

ความดันโลหิตสูงมักพบมากในคนสูงวัย ดังนั้นอย่าเอาตัวเองออกห่างจากสังคมเพื่อนมากเกินไป ควรพบปะเพื่อนฝูงเพื่อได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น หรือทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว หรือกับเพื่อนฝูง เช่น ชวนกันออกกำลังกาย ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ ไปกินข้าว ดูหนัง ท่องเที่ยว ทำให้ช่วยคลายเครียดได้อย่างธรรมชาติ

work-life balance ให้ได้

ไม่ว่างานจะเยอะจะยุ่งแค่ไหน หากจัดสรรแบ่งเวลาให้ดีก็จะมีเวลาทำกิจกรรมกับเพื่อน คนรัก และคนในครอบครัว หรือการรักษา work-life balance เราจะลดความตึงเครียดจากการทำงานไปได้มาก ลองเริ่มจากการวางแผนตารางการทำงาน การลำดับความสำคัญก่อน-หลังของงาน ดูก็ได้

อย่าปล่อยให้ปัญหาคาราคาซัง

การปล่อยให้มีปัญหาคาราคาซังอยู่ต่อไปเรื่อยๆ มีแต่จะทำให้ทุกอย่างแย่ลง ทั้งตัวงาน สุขภาพจิต และสุขภาพกาย รวมถึงไปปัญหาส่วนตัวที่เกิดขึ้นกับความสัมพันธ์ในชีวิตคู่ หรือในครอบครัว เมื่อไรก็ตามที่มีปัญหา ควรรีบแก้ไข พูดคุยเปิดใจโดยเร็วที่สุด

ไม่ลืมดูแลตัวเอง

ควรหาเวลาช่วงว่างในสุดสัปดาห์มาดูแลตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการสปา นวดกดจุด นวดแผนโบราณ ไปกินอาหารอร่อยๆ ทำผม เดินเล่นสูดอากาศบริสุทธิ์ ทำอาหารที่อยากกินที่บ้าน ดูหนัง ฟังเพลงที่ชอบ และให้รางวัลตัวเอง เช่น การไปเข้าคลาสฟิตเนส การไปพักผ่อนท่องเที่ยว การช้อปปิ้ง เป็นต้น

มีตัวช่วยระบายความเครียด

เมื่อไรก็ตามที่รู้สึกเครียดจนเกินจะรับไหว ควรเล่าเรื่องราวที่รู้สึกว่าเป็นปัญหาให้กับคนรอบตัวได้รับฟังบ้าง ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว คนรัก เพื่อนฝูง หรือใครก็ตามที่เราไว้ใจ หรือหากคิดว่าการระบายความในใจออกไปยังไม่ได้ผลที่ดีนัก ควรปรึกษาจิตแพทย์เพื่อหาทางรักษาก่อนที่ความเครียด และความดันโลหิตจะทำลายสุขภาพไปมากกว่านี้

ภาพ freepik

ตะลุย 10 แหล่งเรียนรู้ที่ต้องไปดูให้เห็นกับตา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/603138

  • วันที่ 10 ต.ค. 2562 เวลา 08:00 น.

ตะลุย 10 แหล่งเรียนรู้ที่ต้องไปดูให้เห็นกับตา

ปิดเทอมเติมประสบการณ์ ชวนตะลุย 10 แหล่งเรียนรู้ทั่วประเทศไทยที่ต้องไปดูให้เห็นกับตา

1.สยาม เซอร์เพนทาเรียม (SIAM SERPENTARIUM)

เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร

สัมผัสประสบการณ์ใหม่ผ่านมุมมองชีวิตงู ที่ศูนย์การเรียนรู้ชีวิตงูครบวงจรแบบสาระบันเทิงในโลกเสมือนจริงที่นำเสนอผ่านสื่อมัลติมีเดียแห่งแรกในเอเชีย พบความตื่นเต้นไม่ซ้ำใครกับ 3 โซนกิจกรรม ได้แก่

  1. พิพิธภัณฑ์ประสบการณ์เสมือนจริง (Immersive Snake Museum) มหัศจรรย์แห่งการเรียนรู้ ด้วยประสบการณ์ที่แปลกใหม่ มารวมอยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ท่านจะได้สัมผัสการดำรงชีวิตของงู โดยการจำลองชีวิตของงูตั้งแต่การเกิด, การล่าเหยื่อ, การเอาตัวรอดจากสถานการณ์ต่างๆ ตลอดจนถึงการสืบพันธุ์ พร้อมทั้งสนุกสนานและเพลิดเพลินด้วยการนำเสนอผ่านสื่อผสมแบบโต้ตอบ ภายในป่าจำลองเสมือนจริง
  2. สเนค แพลนเน็ต (Snake Planet) พื้นที่จัดแสดงงูระดับโลกที่มีการรวบรวมงูกว่า 70 สายพันธุ์จากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นงูสายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก หรืองูสายพันธุ์ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก ตลอดจนงูสายพันธุ์แปลกๆ จากทั่วทุกมุมโลก เช่น งูอนาคอนด้าขนาดยักษ์, งูเห่าทอง, และ งูหลามบอลหลากสี ซึ่งจะทำให้ท่านได้รับทั้งความรู้และความสนุกสนานไปพร้อมๆ กัน
  3. นาคา เธียเตอร์ (Naka Theatre) สยาม เซอเพนทาเรียม ภูมิใจเสนอ สุดยอดการแสดงที่จะทำให้ท่านตื่นตาตื่นใจไปกับความสวยงามตระการตาภายในโรงละครนาคาเธียเตอร์ด้วยระบบแสงสีเสียง และฉากการแสดงที่สุดแสนจะประทับใจไปกับเรื่องราวโบราณเกี่ยวกับการต่อสู้ระหว่างครุฑและพญานาค เราพร้อมแล้วที่สยาม เซอเพนทาเรียม

วันและเวลาทำการ เปิดทุกวัน เวลา 09.00-18.00 น. โทรศัพท์ : 02-326 5800 คนไทยอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และเด็กที่มีความสูงน้อยกว่า 90 ซม. เข้าชมฟรี!!!

2.มิวเซียมสยาม (Museum Siam: Discovery Museum)

MRT สนามไชย กรุงเทพมหานครพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ ภายใต้สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) เป็นพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งแรกที่เน้นการสร้างประสบการณ์สดใหม่ในการชมพิพิธภัณฑ์ เป็นต้นแบบของแหล่งเรียนรู้ที่น่ารื่นรมย์ และช่วยยกระดับมาตรฐานการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ให้กับประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนไทย เกี่ยวกับการสร้างสำนึกในการรู้จักตนเอง รู้จักเพื่อนบ้าน และรู้จักโลก รวมถึงการสร้าง “แนวคิดและภาพลักษณ์ใหม่” ของพิพิธภัณฑ์ในสังคมแห่งการเรียนรู้ ผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่และกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อให้การเรียนรู้ประวัติศาสตร์และเรื่องราวต่างๆ เป็นไปอย่างสนุกสนานยิ่งขึ้น ซึ่งประกอบด้วย นิทรรศการถาวรชุด “ถอดรหัสไทย” (DECODING THAINESS) นิทรรศการที่จะพาทุกคนไปเรียนรู้พัฒนาการ “ความเป็นไทย” เป็นสิ่งที่แสดงแสดงให้เห็นถึง “อัตลักษณ์หรือตัวตน” ซึ่งหากพิจารณาแล้ว “ไทย” ดูเหมือนจะมีความชัด แต่กลับคลุมเครือไม่ชัดเจน เนื่องจากสังคมไทยเป็นสังคมที่หลอมรวมวัฒนธรรมที่หลากหลาย นิทรรศการหมุนเวียน และกิจกรรมการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์

วันและเวลาทำการ วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดให้บริการทุกวันจันทร์) เวลา 10.00-18.00 น. โทรศัพท์ : 02-225 2777 เยาวชนไทยและเยาวชนต่างชาติ อายุต่ำกว่า 15 ปี ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป พระภิกษุสงฆ์ นักบวช ผู้พิการและทุพพลภาพ มัคคุเทศก์ (แสดงบัตรประจำตัวที่ออกโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา) เข้าชมฟรี!!!

3.พิพิธภัณฑ์ ริบลีส์ เชื่อหรือไม่!  (Ripley’s Believe It or Not!)

ถนนเลียบชายหาด อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ริบลีส์ เชื่อหรือไม่! พัทยา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพิพิธภัณฑ์ชั้นนำระดับโลก แหล่งสันทนาการทางความรู้ที่มีต้นกำเนิดมาจากสหรัฐอเมริกา รวบรวมของแปลกลี้ลับพิสดารและของหายากมากกว่า 300 ชิ้น และเครื่องเล่น  พร้อมผจญภัยในโกดังผีสิงที่มีเรื่องเล่าขานกันมายาวนานว่า “ผู้ใดก็ตามที่ได้ย่างก้าวเข้าไปภายในโกดังจะไม่ได้กลับออกมา หรือถ้ารอดออกมาได้ก็จะกลายเป็นคนสติฟั่นเฟือน”

สวนสนุก สุดสยอง! พบกับวิญญาณของตัวตลกล่องลอยไปมา ท่ามกลางเสียงกรีดร้องในความมืด ทางเดียวที่จะรอดคือต้องอาศัยความแม่นยำในการยิงและเสียงกรีดร้องเท่าที่จะดังได้ ต่อกันที่โรงภาพยนตร์ทะลุมิติ มหัศจรรย์เขาวงกต เกมส์ตะลุยเลเซอร์

ปิดท้ายกับ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง หลุยส์ ทุสโซด์ส แว้กซ์เวิร์ค ที่สามารถถ่ายภาพคู่กับหุ่นขี้ผึ้งจำลองของเหล่าดารา นางแบบ นักร้อง นักกีฬา และบุคคลดังระดับโลก ทั้งไทยและสากลอย่างใกล้ชิด ภายใน 9 โซน ซึ่งมีบรรยากาศแตกต่างกันไป รวมแล้วมากกว่า 60 ตัว

วันและเวลาทำการ เปิดทุกวัน เวลา 11.00 – 23.00 น. โทรศัพท์ : 038-710 294-8

4.รับเบอร์แลนด์ (RUBBERLAND)

อ.บางละมุง จ.ชลบุรีอุทยานการเรียนรู้เกี่ยวกับ “ยางพารา” ของไทย นำเสนอผ่านสื่อผสมเชิงสร้างสรรค์แห่งแรกและแห่งเดียวในเอเชีย ไขข้อสงสัย…ถ้าโลกนี้ไม่มียางจะเป็นไงนะ? ยางเป็นที่รู้จักและใช้ประโยชน์ที่ใหนเป็นที่แรก? ยางเอามาทำอะไรได้บ้าง?

รู้จักพืชเศรษฐกิจสำคัญของไทย ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดโลก อีกทั้งสะท้อนวิถีชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมของคนไทยได้เป็นอย่างดี เพลิดเพลินไปกับสวนสนุกยาง พร้อมสอดแทรกสาระความรู้ไว้อย่างครบครัน ภายในแบ่งโซนนิทรรศการออกเป็น 4 โซน ประกอบด้วย โซนป่ายาง จำลองสวนยางแนวแฟนตาซี พร้อมด้วยสื่อการนำเสนอแบบสามมิติเสมือนจริง โซนแปรรูปยาง ตื่นตะลึงไปกับการเดินทางของยางพารา จากน้ำยางดิบจากต้นยางพารา ผ่านเข้าสู่กระบวนการแปรรูปต่างๆ หลากหลายกรรมวิธี โดยชาว Rubber Gang ในรูปแบบ Animation สุดน่ารัก เป็นไกด์อาสาพาทุกท่านเที่ยวชมโรงงานผลิตยางพาราในทุกขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มต้นจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน และจะมีการนำไปทดลองคุณภาพและคุณสมบัติก่อนนำออกมาจำหน่ายแก่ผู้บริโภค พร้อมร่วมผจญภัยในโลกแห่งจิตนาการ ภายใต้แนวคิด “ถ้าโลกนี้มีแต่ยาง” จะเป็นอย่างไร

วันและเวลาทำการ ทุกวัน เวลา 11.00-18.00 น. โทรศัพท์ : 038-413-490–5 ผู้ใหญ่อายุ 60 ปีขึ้นไป และเด็กสูงต่ำกว่า 90 ซม. เข้าชมฟรี!

5.สเปซ อินสไปเรียม (Space Inspirium)

อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

พิพิธภัณฑ์อวกาศแห่งแรกของประเทศไทย แหล่งเรียนรู้ทางด้านอวกาศที่จะทำให้ทุกคนได้ปลดปล่อยพลังจินตนาการ พร้อมกับร่วมหาคำตอบของจักรวาลแห่งนี้ผ่านเทคโนโลยีการนำเสนอข้อมูลที่ทันสมัย โดยที่คุณเองก็สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในรูปแบบของ INTERACTIVE ได้หลายส่วนภายในแบ่งออกเป็น 13 โซน อาทิ โซน UNIVERSE : กำเนิดเอกภพ นำเสนอเกี่ยวกับการกำเนิดเอกภพ ที่จะให้คำตอบว่าทำไมโลกจึงมีสิ่งมีชีวิต มีปัจจัยอะไรที่ทำให้สิ่งมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้ แล้วทำไมเราจึงไม่ลอยจากโลก ผ่านการนำเสนอแบบวีดีทัศน์บนจอฉายภาพยนตร์โฮโลแกรม โซน HISTORICAL TECHNOLOGY OF SPACE : เทคโนโลยีสำรวจโลกและอวกาศ นำเสนอเกี่ยวกับวิวัฒนาการของการไปอวกาศ นำเสนอตั้งแต่ยุคนักคิด ยุคบุกเบิกอวกาศ และยุคเทคโนโลยีอวกาศ สนุกกับภารกิจการส่งยานอวกาศและดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร ใน SPACE MISSION GAME

โซน SPACE 3D THEATER : โรงภาพยนตร์ 3 มิติ เล่าถึงการผจญภัยในอวกาศ ผ่านเรื่องราวของพ่อลูกคู่หนึ่งที่มีความผูกพันกัน สร้างความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องราวของอวกาศ เห็นการปลูกฝังจากรุ่นสู่รุ่น สร้างแรงบันดาลใจให้คนสนใจเรื่องอวกาศ เสริมสร้างจิตนาการนึกคิดและเรียนรู้อวกาศมากขึ้น โซน SATELLITE : ดาวเทียม นำเสนอเกี่ยวกับดาวเทียม ประเภทและวงโคจรดาวเทียม วิธีการสร้างดาวเทียม ภารกิจพิชิตดาวอังคาร ตื่นตาตื่นใจกับโลกใบใหญ่ที่มีดาวเทียมโคจรอยู่ โซน APPLICATION FOR TOMORROW นำเสนอเกี่ยวกับ เป็นการนำเสนอภาพสถานที่ในรูปแบบ 360 องศา พร้อมคำบรรยาย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ

วันและเวลาทำการ วันอังคาร-ศุกร์ เวลา 09.00-16.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00-17.00 น. โทรศัพท์ : 033 – 005 832-3 เด็กที่สูงไม่เกิน 120 ซม. พระภิกษุ สามเณร คนพิการ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เข้าชมฟรี!

6.พิพิธภัณฑ์ของเล่นของสะสมตูนนี่

อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรีพิพิธภัณฑ์ของเล่นของสะสมตูนนี่ เกิดจากแนวคิดของคุณสมพร โพธิ์อยู่ และคุณภานินทร์ ดีเดช ที่ได้สังสรรค์ของเล่นของสะสมจากทั่วทุกมุมโลกกว่า 100,000 ชิ้น มารวมไว้เพื่อนำเสนอจินตนาการและแรงบัลดาลใจเกี่ยวกับของสะสม มีทั้งหมด 3 โซน อาทิ โซน Nano Block ตัวต่อขนาดจิ๋ว Gundam หุ่นยนต์ รบอวกาศสุดเท่ห์ Barbie ราชินีแห่งตุ๊กตาเจ้าหญิงในจินตนาการของเด็กหญิงทั่วโลก Figre America Hero ฯลฯ

วันและเวลาทำการ วันศุกร์-วันอาทิตย์ เวลา 10.00-20.00 น. โทรศัพท์ : 02-961 8597-8, 086-337 0136 เด็กสูงไม่เกิน 90 ซม. เข้าชมฟรี!!!

7.พิพิธภัณฑ์โชคชัย รังสิต

อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานีพิพิธภัณฑ์โชคชัย ก่อตั้งโดย ดร.โชคชัย บูลกุล ผู้ชื่นชอบการสะสมสิ่งของต่างๆ เพื่อระลึกถึงความทรงจำที่ผ่านมาในชีวิต และเป็นการบอกเล่าเรื่องราวความลำบากในช่วงการก่อตั้งฟาร์มโชคชัยที่ปากช่อง จนประสบความสำเร็จในปัจจุบัน โดยภายในพิพิธภัณฑ์ได้มีการจัดแสดงประวัติชีวิตของ ดร.โชคชัย บูลกุล และครอบครัว ตลอดจนจัดแสดงของสะสมล้ำค่าและหายากไว้มากมาย ในระยะเวลากว่า 60 ปี

พบกับความอลังการหนึ่งในมรดกโลก ป่าดงดิบ “ดงพญาไฟ” ร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และตื่นตากับเรือหยกแกะสลักที่ลำใหญ่ที่สุด พร้อมชมการถ่ายทอดประวัติชีวิตส่วนตัว ตั้งแต่ยุคบุกเบิกฟาร์ม การจำลองกระต๊อบหลังแรก คอกวัวคอกแรก บ้านล็อกเคบิน

วันและเวลาทำการ เปิดวันอังคาร–วันอาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ (ปิดวันจันทร์) เวลา 09.00-16.00 น. โทรศัพท์ : 0-2532-2846 ต่อ 1902, 0-2998-9346,0-2998-9867 เด็กส่วนสูงไม่เกิน 100 ซม. เข้าชมฟรี!!!

8.พิพิธภัณฑ์ภาพวาด 3 มิติ อาร์ท อิน พาราไดซ์ Art in Paradise (Chiang Mai)

อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

พิพิธภัณฑ์ภาพวาดลวงตา (Illusion Art Museum) แห่งแรกในจังหวัดเชียงใหม่ นำเสนอศิลปะภาพวาดลวงตา หรือ Illusion Art ศิลปะการวาดภาพที่อาศัยเทคนิคและความเชี่ยวชาญในการวาดภาพลงบนพื้นผิวเรียบให้กลายเป็น “ภาพ 3 มิติ” และให้ความรู้สึกที่เหมือนจริง เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมมีส่วนร่วมกับงานศิลปะได้อย่างใกล้ชิด โดยผู้ชมสามารถถ่ายภาพโดยสร้างสรรค์จินตนาการ ออกแบบท่าทาง และแสดงอารมณ์ให้สอดคล้องกับภาพวาดแต่ละภาพตามความชอบ เสมือนว่าผู้ชมเป็นส่วนหนึ่งของภาพวาด

ก่อตั้งโดยชาวเกาหลี จาง กิว ซ็อก และสร้างสรรค์ภาพวาดโดยจิตรกรระดับมืออาชีพจากประเทศเกาหลีทั้งหมด 14 ท่าน กว่า 130 ภาพ ออกเป็น 6 โซน อาทิโซนโลกใต้ท้องทะเล โซนสัตว์ป่า โซนคลาสสิกอาร์ต โซนตะวันออก โซนอียิปต์โบราณ สัมผัสบรรยากาศแห่งทะเลทรายและสุสานฟาโรห์ รวมทั้งโซนศิลปะเหนือจริง และสัตว์โลกล้านปี ที่รวบรวมภาพวาดหลากหลายแบบที่ผู้ชมสามารถจินตนาการถ่ายภาพในแบบของแต่ละคนได้อย่างอิสระ เพื่อความสนุกสนาน และเสมือนจริง

วันและเวลาทำการ ทุกวัน เวลา 09.00 – 20.30 น. โทรศัพท์ : 053-274 100

9.อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่

อ.เมืองเชียงใหม่ จ. เชียงใหม่

ชื่นชมความสวยงามของสวนพฤกษศาสตร์ขนาดใหญ่ ณ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ สถานที่ใช้จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 และมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2554 ภายใน “หอคำหลวง” จัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ พระอัฉริยภาพ และการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 มีการจัดแสดงเรื่องราวการทรงงานของพระบรมวงศานุวงศ์ที่เกื้อหนุนการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 โซนสืบสานปณิธานกษัตริย์นักพัฒนา และนิทรรศการภาพถ่าย จัดแสดงภาพถ่ายความสำเร็จของบุคคล ชุมชน กลุ่มองค์กร ที่น้อมนำแนวคิดของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช รัชกาลที่ 9 ไปพัฒนา แสดงให้เห็นถึงปณิธานในการดำเนินงานตามแนวทางโครงการหลวงและสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) เพื่อให้ประชาชนมีวิถีชีวิตแบบยั่งยืน

เรียนรู้สวนเกษตรทฤษฏีใหม่ แสดงวิถีชีวิตเกษตรทฤษฏีใหม่ตามแนวพระราชดำริ ชมเรือนไม้ดอก เรือนร่มไม้ แหล่งรวบรวมเฟิร์นโบราณ ชมความงดงามของกล้วยไม้นานาพันธุ์ สัมผัสกับโลกแมลง อาทิ ผีเสื้อ ตั๊กแตนใบไม้ ตั๊กแตนกิ่งไม้ ฯลฯ

วันและเวลาทำการ ทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น. โทรศัพท์ : 053-114-110

10.พิพิธภัณฑ์เพอรานากัน

อ.ถลาง จ.ภูเก็ตพิพิธภัณฑ์แห่งนี้รวบรวมสิ่งของ โบราณวัตถุ เครื่องใช้เก่าแก่ที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน เช่น ตราชั่งจดหมายโบราณ เครื่องพิมพ์โทรเลขโบราณ หนังสือเรียบเรียงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ จัดแสดงภาพถ่ายในสมัยโบราณ ตึกสถาปัตยกรรมแบบภูเก็ตดั้งเดิมที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตของชาวภูเก็ตและชาวปีนัง ที่เดินทางติดต่อกันเพื่อค้าขายแร่ดีบุก อาหาร และ สินค้าต่างๆ จนก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนด้านอื่นๆ ตามมา พร้อมชมนิทรรศการจำลองประวัติศาสตร์ เรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพ ที่อยู่อาศัย อาหารการกิน เครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับ เพอรานากัน ผ่านเทคโนโลยีการนำเสนอที่ทันสมัย เข้าใจง่าย ได้ทั้งความรู้ และความสนุกสนาน อีกทั้งภัตตาคาร “ครัวย่าหยา” รวบรวมอาหาร และขนมท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อหลากหลายเมนู ให้ได้ลิ้มลอง

วันและเวลาทำการ ทุกวัน เวลา 09.00-18.00 น. โทรศัพท์ : 076-313 551, 092-224-4574 เด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี เข้าชมฟรี!!!

 

ตามไปเที่ยวสนุกปลุกพลังการเรียนรู้ กับ 10 แหล่งเรียนรู้ที่ได้รับความนิยมจากผู้ถือบัตรมิวพาสสูงที่สุด 10 อันดับแรก (นับตั้งแต่เริ่มเปิดจำหน่ายบัตรมิวพาส ซีซั่น 7  เดือนกันยายน 2561 จนถึงปัจจุบัน) สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับบัตรมิวพาส รวมถึงพริวิเลจของบัตรมิวพาส ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-225-2777 ต่อ 529 หรือที่เฟซบุ๊ก Muse Pass (www.facebook.com/musepass)

5 ค็อกเทลใหม่จาก ‘เย่า’ รูฟท็อปบาร์โรงแรมแบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/603019

  • วันที่ 09 ต.ค. 2562 เวลา 17:30 น.

5 ค็อกเทลใหม่จาก 'เย่า' รูฟท็อปบาร์โรงแรมแบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์

เย่า รูฟท็อปบาร์ โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ฉลองรางวัล “สุดยอด 52 ร้านอาหารและบาร์แห่งเครือแมริออท” แนะนำค็อกเทลใหม่ 5 เมนู พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ 14-20 ต.ค.นี้

 

อิลฮาน เบเซอร์ ผู้จัดการร้าน เย่า รูฟท็อปบาร์ โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ คิดค้นค็อกเทลที่ สูตรใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากจีน 5 เมนู  เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสที่เย่า รูฟท็อปบาร์ ได้รับรางวัล “สุดยอด 52 ร้านอาหารและบาร์แห่งเครือแมริออท” (“Top 52 Restaurants and Bars” by Marriott Bonvoy) ที่มาพร้อมโปรโมชั่นวีค ราคาพิเศษตั้งแต่วันที่ 14- 20 ตุลาคมนี้เท่านั้น

 

 

เปิดประสบการณ์ใหม่ใต้แสงดาวในค่ำคืนอันน่าประทับใจ ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิล ณ เย่า รูฟท็อปบาร์ บาร์สไตล์จีนโมเดิร์น บรรยากาศเปิดโล่ง ชั้น 32 ของโรงแรม พร้อมวิวกรุงเทพ และวิวแม่น้ำเจ้าพระยาจากมุมสูง ดื่มด่ำกับค็อกเทลรสเลิศเซทใหม่ล่าสุด รังสรรค์พิเศษสำหรับเย่าโดยเฉพาะ โดย อิลฮาน เบเซอร์ ผู้จัดการ ของ เย่า รูฟท็อป บาร์ และลิ้มลองอาหารเบาๆในคอนเซปเก๋ “มิดไนท์ติ่มซำ”

 

เครื่องดื่มสูตรใหม่ทั้ง 5 เมนู ที่อิลฮาน เบเซอร์ บรรจงรังสรรค์ด้วยมือตนเอง นำกลิ่นอายแห่งอารยธรรมจีนผสมผสานกับวัตถุดิบชั้นเลิศ เพื่อเฉลิมฉลองรางวัลพิเศษนั้นประกอบไปด้วย

 

ไดนาสตี้ เนโกรนี่ (Dynasty Negroni) ค็อกเทลสีแดงเข้มเสิร์ฟในชุดชาจีน ความผสมผสานที่ลงตัวระหว่างเนโกรนิ และเหมาไถจากแผ่นดินจีนฮั่น ฟิซ (Han’s Fizz) บีฟีทเตอร์ ผสมกับ ทริปเปิ้ล เซค และเพิ่มความสดชื่นด้วยน้ำมะนาว แตงกวา ใบกะเพรา ผักชีและเปลือกส้มไลท์ อัพ ออน ไชน่า ทาวน์ (Lights Up On China Town) แอปโซลูท วนิลา วอดก้า ผมสเมลอน น้ำเชื่อมกลิ่นใบเตยและน้ำมะนาวคาโมมายล์ วิสกี้ ซาวร์ (Chamomile Whisky Sour) ค็อกเทลสีเหลืองอ่อนที่รังสรรค์จากวิสกี้ที่อินฟิ้วส์ด้วยดอกคาโมมายล์ และปรุงรสด้วยน้ำมะนาวและส้มโอฟอร์บิดเดน ไดคิวรี่ (Forbidden Daiquiri) ค็อกเทลดื่มง่ายสีชมพูที่ผสมผสานด้วย ไวท์ รัม น้ำมะนาว เอลเดอร์ ฟลาวเวอร์ ลิเคียว

 

อาหารเบาๆ บนบาร์เก๋แห่งนี้ ก็ได้รับอิทธิพลจากเซี่ยงไฮ้เช่นเดียวกัน แต่ประยุกต์ให้ทันสมัย ผ่านการนำเสนอที่มีสไตล์ ในคอนเซป “มิดไนท์ติ่มซำ” เกี๊ยวกุ้งซอสเสฉวน ปลาหมึกทอดซองหมาล่า เป็ดปักกิ่งโรล  และพลาดไม่ได้กับบะหมี่เส้นสด คลุกกับซอสหมูสับแบบเผ็ด ที่ “เชฟหวัง” เชฟบะหมี่ชาวจีนดึงมือสดทุกจาน

 

แบลร์ ฟาวเลอร์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ กล่าวถึง การฉลองรางวัลในครั้งนี้ว่า “ในโอกาสที่โรงแรมได้รับรางวัล “สุดยอด 52 ร้านอาหารและบาร์แห่งเครือแมริออท” (“Top 52 Restaurants and Bars” by Marriott Bonvoy) เราจึงอยากจัดโปรโมชั่นเพื่อเชิญชวนให้ทุกท่านได้มาพิสูจน์ด้วยตัวของท่านเอง ไม่ว่าจะเป็นค็อกเทลสูตรพิเศษที่ผสมความลงตัวระหว่างวัตถุดิบที่มีกลิ่นอายของวัฒนธรรมจีนและส่วนผสมชั้นเลิศ มิดไนท์ติ่มซำ ผนวกกับวิวกรุงเทพยามค่ำคืน แล้วท่านจะไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมเย่า รูฟท็อปบาร์จึงเป็นแหล่งแฮงเอาท์สุดชิคอีกจุดหนึ่งของกรุงเทพฯ”

 

ร่วมดื่มด่ำกับเครื่องดื่มสูตรพิเศษ จากฝีมือ อิลฮาน เบเซอร์ พร้อมลิ้มลองมิดไนท์ติ่มซำ ณ เย่า รูฟท็อป บาร์ บนดาดฟ้าชั้น 32 โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ได้ ทุกวันตั้งแต่เวลา 17.00 – 02.00 น. โปรโมชั่นพิเศษสำหรับวันที่ 14-20 ตุลาคมนี้เท่านั้น ท่านสามารถลิ้มลองค็อกเทลสูตรใหม่นี้ทั้ง 5 สูตรในราคาเพียงเซทละ 1,568++ บาทสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ +66 (0)2  088 5666 หรือติดตามรายละเอียดที่  www.facebook.com/yaobangkok

Eat At Gaysorn 26 ร้านดังร้อยเรียงเรื่องราวผ่านเมนูใหม่สุดสเปเชียล ในคอนเซ็ปต์ Dining With A Story

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/602980

  • วันที่ 08 ต.ค. 2562 เวลา 13:00 น.

Eat At Gaysorn 26 ร้านดังร้อยเรียงเรื่องราวผ่านเมนูใหม่สุดสเปเชียล ในคอนเซ็ปต์ Dining With A Story

26 ร้านกินดื่มต้นตำรับชื่อดัง ร่วมครีเอทเมนูลับเหนือระดับ กับ “Eat At Gaysorn” ในคอนเซ็ปต์ Dining With A Story ร้อยเรียงเรื่องราวความอร่อยเปี่ยมแพสชั่นในเมนูใหม่สุดสเปเชียลที่หาทานได้ที่นี่ที่เดียว

ครั้งนี้ Posttoday จะพาไปดื่มด่ำกับประสบการณ์ที่สุดแสนพิเศษกันที่ไลฟ์สไตล์เออร์บันวิลเลจแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย เกษรวิลเลจ (Gaysorn Village) ในฐานะฟู้ดคิวเรเตอร์ชั้นนำผู้สร้างสรรค์ประสบการณ์การกินดื่มเปี่ยมรสนิยมใจกลางกรุง ที่รังสรรค์เมนูอาหารจานพิเศษพร้อมบอกเล่าเรื่องราวแห่งทุกรสชาติความอร่อยอันแฝงไปด้วยเรื่องราวแห่งการสร้างสรรค์เมนูชั้นเลิศ ใน “Eat At Gaysorn” ภายใต้คอนเซ็ปต์ Dining With A Story เผยเสน่ห์อันน่าหลงใหลของทุกเรื่องราวการกินอาหารให้บรรดาเหล่าฟู้ดเลิฟเว่อร์ได้เพลิดเพลินกับอาหารจานอร่อย ควบคู่ไปกับหลากหลายสตอรี่ที่เรียงร้อยเป็นเมนูจานโปรด

พลาดไม่ได้กับการลิ้มรสซิกเนเจอร์เมนูปักหมุด รวมทั้งสารพันความอร่อยใหม่แกะกล่องจาก 26 ร้านดังที่ต่างครีเอทเมนูลับเพื่อเสิร์ฟให้ได้ฟินกันที่เกษรวิลเลจเท่านั้น ซึ่งครั้งนี้นอกจากจะสร้างความประทับใจตั้งแต่วินาทีแรกด้วยพรีเซนเทชั่นอันยอดเยี่ยมแล้ว ภายใต้สีสันสวยงามและรสชาติอร่อยถูกปากในทุกจาน ก็ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวอันน่าค้นหาซึ่งจะพาเหล่านักชิมดำดิ่งสู่ตำนานความอร่อยขนานแท้ที่พร้อมจะสร้างอรรถรสใหม่ให้กับทุกประสาทสัมผัสได้ไม่รู้จบ อิ่มอร่อยตลอดแคมเปญ “Eat At Gaysorn” Dining With A Story ได้ตั้งแต่วันนี้–10 พ.ย. 2562

เริ่มต้นกันที่ “THE MANDARIN ORIENTAL SHOP (เดอะ แมนดาริน โอเรียนเต็ล ช็อป)” ดินแดนขนมหวานระดับตำนาน เสิร์ฟความอร่อยสดใหม่ทุกวันส่งตรงจากโรงแรมระดับ 5 ดาว โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับมายาวนาน ไฮไลต์เด่นอยู่ที่เมนูเค้กและขนมอบที่ทำสดใหม่ทุกวัน ส่งกลิ่นหอมกรุ่น อีกทั้งความประณีตพิถีพิถันตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบที่ใช้ รวมไปถึงขั้นตอนการผลิตและรูปร่างหน้าตาที่สวยงามน่ารับประทาน

จัดหนักกับพายหลากรสชิ้มจัมโบ้ (ราคาเริ่มต้นเพียง 130 บาท) หนึ่งในเมนูขึ้นชื่อของเบเกอรี่ช็อปแห่งนี้ ซึ่งมีให้เลือกทั้งไส้เนื้อสัตว์ อาทิ ปลา ไก่ หมู เนื้อ ไส้ผลไม้ ไส้เห็ด และไส้ครีม สำหรับคนที่ชอบพายรสเข้มข้นแนะนำ พายแกงกะหรี่ไก่ (Chicken and Pumpkin Curry Pie) รสชาติเผ็ดร้อนกลมกล่อมกำลังดี มีส่วนผสมของเครื่องเทศ ตัวแป้งพายด้านนอกหอมกรอบลงตัวกับความนุ่มชุ่มฉ่ำของไส้ด้านใน เอาใจสาวๆ ด้วย พายปลา เต็มคำกับเนื้อปลาเก๋ากะพง ปลาเก๋า มันฝรั่ง ใส่ผักชีลาวไร้กลิ่นคาวปลอมปน ตามด้วย พายเนื้อ อัดแน่นด้วยไส้สตูเนื้อรสเข้มข้นถึงใจ

ส่วนใครที่กำลังอยากลดการรับประทานเนื้อสัตว์และชื่นชอบเห็ดเป็นพิเศษ ห้ามพลาดกับเมนูพัฟเห็ดนานาชนิดและ พายเห็ดทรัฟเฟิลดำ (Mushrooms and Black Truffle Turnover) พัฟเห็ดที่มีส่วนผสมของเห็ดทรัฟเฟิลดำผสมอยู่ในไส้ ซึ่งให้ทั้งความหอมและรสชาติอร่อยไม่เหมือนใคร กินคู่ชาร้อน (ราคาเริ่มต้นพอตละ 280 บาท) อิ่มคุ้มอร่อยเพลินเกินบรรยาย นอกจากนี้ยังมี พายหมูซี่โครง ที่เลือกใช้เนื้อส่วนซี่โครงที่นุ่มเป็นพิเศษ พายหอยลาย ผสานสแกลล็อป มันฝรั่ง รสชาติลงตัว ซึ่งนอกจากทานที่ร้านแล้วยังสามารถซื้อกลับบ้าน หรือสั่งผ่านแอพลิเคชั่นต่างๆ ได้ด้วย

THE MANDARIN ORIENTAL SHOP ตั้งอยู่ที่ชั้น G เกษรเซ็นเตอร์ เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00–20.00 น. โทร.02-656-2118

มื้อเที่ยงอร่อยกันต่อที่ “ร้าน PROVENCE (โพรวองซ์)” ต้นตำรับก๋วยเตี๋ยวเรือขึ้นห้างรายแรกสูตรดั้งเดิม ร้านอาหารไทยและอาหารนานาชาติในบรรยากาศที่จำลองสวนสวยมาไว้ใจกลางเมือง ให้ความรู้สึกทั้งอบอุ่นและผ่อนคลายในเวลาเดียวกัน จุดเด่นของร้านอยู่ที่เมนูอาหารไทยรสชาติอร่อยแบบดั้งเดิม อาหารนานาชาติที่มีให้เลือกหลากหลาย รวมถึงขนมหวานไทย

ส่วนช่วงนี้ขอตอกย้ำความเป็นต้นตำรับอาหารไทยแท้ด้วย 2 เมนูซิกเนเจอร์ อุ่นเครื่องด้วย ข้าวตังหน้าตั้ง (195 บาท) อาหารว่างแบบไทยโบราณที่ยังคงได้รับการสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันนี้ ตัวข้าวตังทำจากข้าวสวยหอมมะลิส่งตรงจากจังหวัดนครปฐม ใช้เทคนิคหุงสุกติดก้นหม้อ ก่อนจะนำไปผึ่งผ่าน 2 แดดให้แห้ง จากนั้นจึงนำมาทอดให้เหลืองพองฟูกรุบกรอบกำลังดี กินคู่น้ำจิ้มหรือ “หน้าตั้ง” ที่จะมีรสชาติออกหวานนำ เค็มตาม กลมกล่อมครบรส

จากนั้นมาเพิ่มอรรถรสความจัดจ้านไปกับเมนู ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ (220 บาท) ข้าวผัดรสชาติไทยแท้ที่เข้มข้นถึงเครื่อง ด้วยสูตรเฉพาะของน้ำพริกลงเรือที่ทางร้านปรุงสดใหม่ขึ้นมาเอง เสิร์ฟพร้อมกับเครื่องเคียงหลากหลายที่รับประทานแล้วเข้าคู่กันได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นไข่เจียวชะอม หมูหวาน ไข่เค็ม ผักสดกรอบ และน้ำซุปรสชาติกลมกล่อมไว้สำหรับซดคล่องคอ

แต่ที่เด็ดสะระตี่คงต้องยกให้เมนูเส้นอันเลื่องชื่อ ที่ทานได้ทุกมื้อไม่มีเบื่อกับตำนานความอร่อยอันยาวนานอย่าง ก๋วยเตี๋ยวเรือเนื้อริบอาย (275 บาท) น้ำก๋วยเตี๋ยวเข้มข้นไม่ต้องปรุงเพิ่ม ส่วนเนื้อริบอายตุ๋นมาอย่างดี นุ่มจนเกือบละลายในปาก ซิกเนเจอร์ที่มาถึงร้านแล้วห้ามพลาด นอกจากนี้ที่ร้านก็ยังมีเมนูพิเศษในแต่ละเดือนที่ไม่ซ้ำกัน เมนูตามฤดูกาล ทั้งจากฝีมือเชฟภายในร้านและของอร่อยเจ้าดังที่ทางร้านไปเสาะแสวงหามาให้ลูกค้าได้ชิม

ร้าน PROVENCE (โพรวองซ์) ตั้งอยู่ที่ชั้น L เกษรเซ็นเตอร์ เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00–21.00 น. โทร.02-656-1438

ตกเย็นแวะ ร้าน SUSHI MORI (ซูชิ โมริ)” สวรรค์สำหรับคนรักซูชิ จุดรวมพลเจแปนนิสเลิฟเว่อร์ที่รวมตัวกันมาดื่มด่ำอาหารญี่ปุ่นสุดระดับพรีเมี่ยม คัดสรรวัตถุดิบชั้นเยี่ยมส่งตรงจากญี่ปุ่น รวมถึงเมนูอาหารญี่ปุ่นที่หลากหลาย เน้นรสชาติแบบดั้งเดิมในสไตล์อาหารญี่ปุ่นแท้ๆ พิเศษอีกขั้นด้วยเมนูแบบฟิวชั่นที่ให้ความรู้สึกแปลกใหม่แต่ยังคงรสชาติความอร่อยไม่เปลี่ยนแปลง

อิ่มอร่อยแบบเน้นๆ กับเมนูซิกเนเจอร์ Super Toro Sushi Set (ราคา 2,800 ลด 50% เหลือเพียง 1,400 บาท) ซูชิจานยาวในครอบครัว Hongmaguru ไม่ว่าจะเป็นโทโร่สด โทโร่เบิร์น อะกามิ ทูน่าสับทรงเครื่องพิเศษ และเทกกะ ผสมผสานกับข้าวญี่ปุ่นนุ่มละมุน จนรู้สึกได้ถึงรสชาติความสดใหม่ของวัตถุดิบในทุกๆ คำ

ต่อด้วยเมนูใหม่ต้องลอง Wagyu A5 katsu sando การันตีความเป็นหนึ่งในความฉ่ำและความหวานของเนื้อวากิวที่วิ่งแทรกเข้ามาปะทะลิ้น ในจังหวะที่กำลังสัมผัสความละมุนของเนื้อพรีเมี่ยมเกรดท็อปของโลก ประกบด้วยขนมปังที่ทำมาเพื่อเมนูนี้โดยเฉพาะ เสิร์ฟพร้อมสลัดและซอสทงคัตซึที่ปรุงมาสำหรับเนื้อวากิว เพื่อความอร่อยล้ำในแบบฉบับที่ไม่มีใครลอกเลียนแบบได้

ร้าน SUSHI MORI (ซูชิ โมริ) ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 เกษรทาวเวอร์ เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00–22.00 น. โทร.02-014-7441

 

ยังมีอีกหลายร้านที่เราอยากให้ทุกคนได้ไปสัมผัสเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ในทุกแพสชั่น ในคอนเซ็ปต์ Dining With A Story จากร้านอาหารที่มีสตอรี่ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ 2 ร้านอาหารที่มีเพียงแห่งเดียวในโลกอย่าง 1823 TEA LOUNGE BY RONNEFELDT ทีเลาจน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจากประเทศเยอรมนีที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในทวีปยุโรปและมีประวัติยาวนานกว่า 195 ปี, RIEDEL WINE BAR & CELLAR อาร์ทิซาน ไวน์บาร์ ที่เสิร์ฟสุนทรียรสแห่งไวน์ชั้นเลิศด้วยแก้วแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง “RIEDEL”

ส่วน 7 ร้านอาหารที่มีเพียงร้านเดียวในประเทศไทย อาทิ BURGER & LOBSTER ที่ฟู้ดเลิฟเวอร์ไม่ต้องบินไปไกลถึงลอนดอนก็อร่อยฟินกับเบอร์เกอร์และล็อบสเตอร์เนื้อแน่นได้, PASTE ร้านอาหารไทยโดยเชฟชาวไทยที่สอยดาวมิชลินมาครอบครอง พร้อมการสอดแทรกสตอรี่ลงในเมนูอาหารทุกจานที่รังสรรค์ขึ้น, GINZA TENHARU ร้านเทมปุระโอมากาเสะหนึ่งเดียวในไทยที่ส่งตรงความอร่อยมาจากประเทศญี่ปุ่น

ส่วนร้านในคอนเซ็ปต์พิเศษแบบ Only at Gaysorn อย่าง DE TUMMOUR ร้านอาหารไทย-อีสานแบรนด์ดังที่ยกระดับความหรูหราให้เมนูอาหารจานเด่นด้วยการคัดสรรวัตถุดิบสุดพรีเมี่ยม รวมถึงร้านอาหารอื่นๆ ที่มีความโดดเด่นด้วยประวัติอันยาวนาน การคัดสรรวัตถุดิบ และเรื่องราวที่ไม่ธรรมดาของบรรดาเชฟมือฉมังอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารเปิดใหม่ให้สายฟู้ดดี้ตบเท้าเข้ามาลิ้มลองเมนูความอร่อยใหม่อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น CHA TRA MUE แบรนด์ชาไทยอันดับหนึ่งที่มีชื่อเสียงมายาวนานนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2488 ด้วยรสชาติที่เข้มข้นถึงใจและราคาที่เข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน, MOM & SIS CAFE’ DE BONNE SANTE’ คาเฟ่แนวสุขภาพรูปแบบใหม่ โดดเด่นด้วยเมนูอาหารที่ดีทั้งต่อสุขภาพและผู้ที่ต้องการดูแลรูปร่างเป็นพิเศษ รวมถึงเมนูเครื่องดื่มสมูทตี้แคลอรี่ต่ำที่มีส่วนผสมจากวัตถุดิบธรรมชาติและปลอดสารพิษ อีกทั้งร้านอาหารซึ่งกำลังจะเปิดให้บริการในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้อย่างร้าน BRITANNICA BRASSERIE ร้านอาหารสไตล์ยูโรเปี้ยน ที่มีความเป็น Casual Fine Dining กับเมนูอาหารสุดพรีเมี่ยม ในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ซึ่งรับรองว่าถูกใจสายฟู้ดเลิฟเวอร์ผู้หลงใหลในเรื่องราวของอาหารจานเด่น ที่แน่นด้วยสตอรี่อย่างแน่นอน

พิสูจน์ความหลากหลายเรื่องอาหารการกินจาก 26 ร้านอาหารชั้นนำภายในเกษรวิลเลจ ตั้งแต่ดื่มด่ำไปกับรสชาติและรสสัมผัสแห่งต้นตำรับไทยแท้ในระดับมิชลินสตาร์ อาหารจากแบรนด์ระดับนานาชาติ ร้านอาหารเอเชียอย่างจีนและญี่ปุ่นอันดับท็อปของประเทศ พรีเมี่ยมซีฟู้ดที่คัดสรรพิเศษส่งตรงจากแหล่งวัตถุดิบชั้นเลิศเท่านั้น ไปจนถึงอาร์ทิซานไวน์และเครื่องดื่มคุณภาพหลากสไตล์เจ้าของแบรนด์ระดับโลกที่สามารถดื่มด่ำได้ที่เกษรวิลเลจเพียงแห่งเดียว ในแคมเปญ “Eat At Gaysorn” Dining With A Story ได้ตั้งแต่วันนี้–10 พ.ย. 2562 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.facebook.com/gaysornvillage และ http://www.gaysornvillage.com