5 พิกัดในจังหวัดชลบุรี ที่คนชอบชิม ช้อป แชะ ต้องแวะไป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/602746

  • วันที่ 06 ต.ค. 2562 เวลา 08:50 น.

5 พิกัดในจังหวัดชลบุรี ที่คนชอบชิม ช้อป แชะ ต้องแวะไป

ปักหมุด 5 จุดสุดฟิน ติดเครื่องไปชลบุรี แวะพักสถานที่เช็คอินที่ไม่ควรพลาด

วันหยุดสุดสัปดาห์อีกแล้ว สำหรับใครที่ยังไม่รู้จะไปพักผ่อนชิลๆ ที่ไหนดี ชลบุรีคือคำตอบ!!!! กับ 5 จุดเช็คอินสุดชิคที่มีครบทั้ง ชิม ช้อป แชะ แน่นอน

1. เจพาร์ค ศรีราชา นิฮอน มูระ

พิกัด: ถนนศรีราชา-หนองค้อ ต.สุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา ใกล้กับทางหลวงหมายเลข 7

Community Mall ที่จำลองหมู่บ้านของชาวญี่ปุ่นสมัยเมจิมาวางไว้ที่ศรีราชาแบบเหมือนต้นฉบับแทบแยกไม่ออก พร้อมทั้งรวบรวมร้านอาหารญี่ปุ่นกว่า 80 ร้านมาไว้ในที่เดียว และสำหรับใครที่อยากดื่มด่ำบรรยากาศความเป็นญี่ปุ่นแบบขั้นสุด ก็สามารถเช่าชุดยูกาตะมาใส่เดินเล่นแบบคูลๆ ได้เลย

2. ตลาดประมง ท่าเรือพลี

พิกัด: เลียบชายฝั่งทะเลชลบุรี อ.เมือง จ.ชลบุรี

สำหรับคนรักซีฟู้ดต้องห้ามพลาดไปแวะเช็คอินที่ ตลาดประมง ท่าเรือพลี ที่เหมือนยกทะเลขึ้นมาขายบนบก ไม่ว่าจะ กุ้ง หอย ปู ปลา มีครบแถมสดแบบฉ่ำๆ เรียกว่าจับขึ้นมาจากทะเลก็ขายเลย และถ้าไปเช็คอินยามเย็นยังมีวิวพระอาทิตย์ตกให้ชมระหว่างมื้ออาหารด้วย ฟินกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!!! หากใครอยากไปสัมผัสอาหารทะเลสดๆ น้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บๆ และวิวพระอาทิตย์ตกทะเลแบบนี้ต้องวางแผนกันดีๆ เพราะตลาดประมง ท่าเรือพลี เปิดบริการเฉพาะวันเสาร์เท่านั้น

3. Clay Crown

พิกัด: เลี่ยงหนองมน บางแสน จังหวัดชลบุรี

คาเฟ่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ สไตล์บ้านสวนยุโรปวินเทจที่ใกล้ชิดธรรมชาติแบบสุดๆ ไม่ว่าจะถ่ายภาพมุมไหนก็สวยถูกใจแน่นอน และถ้าใครที่ถ่ายรูปกันจนหมดแรง ก็สามารถสั่งเมนูเพิ่มพลังได้ทั้งอาหาร เบเกอรี่ และตบท้ายด้วยเครื่องดื่มได้ ครบ จบ ในที่เดียวไปเลย

4. เมืองน้ำแข็งพัทยา FROST Magical Ice Of Siam Pattaya

พิกัด: ก่อนเข้าพัทยา ตรงข้ามโรงเรียนนานาชาติ the regent school

สถานที่หลบร้อนที่คูลลลลลลลลลล ที่สุดในพัทยาด้วยอุณหภูมิ -10 องศา กับประติมากรรมน้ำแข็งรูปแบบต่างๆ ที่รอให้ถ่ายภาพกันได้แบบไม่อั้น พร้อมความพิเศษอย่างโดมน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนที่มีบาร์น้ำแข็ง พร้อมเครื่องดื่มเย็นฉ่ำเพิ่มความคูลให้สุดขั้วเหมือนอยู่ขั้วโลกเหนือ

5. เทอมินอล21 พัทยา

พิกัด: วงเวียนปลาโลมา

และสำหรับสายช้อปที่ไม่ชอบเดิน outdoor ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยาก็รอต้อนรับเหล่านักช้อป นักชิม นักแชะ อยู่ใจกลางเมืองพัทยา ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และมุมถ่ายรูปสวยๆ ที่ยกแลนด์มาร์คจากประเทศต่างๆ มาตั้งไว้เพียบบบ!! ไปที่เดียวเหมือนได้เที่ยวรอบโลก

และในวันที่ 9-13 ตุลาคม 2562 ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา ยังมีการจัดงานที่ระลึกวันไปรษณีย์โลก ประจำปี 2562 “ไปรษณีย์ติดเครื่องชล” โดยไปรษณีย์ไทย ที่มีทั้งนิทรรศการแบบล้ำๆ กิจกรรมลุ้นรางวัล พร้อมร้านค้าชิคๆ พร้อมส่วนลดเมื่อใช้บริการไปรษณีย์ไทยอีกมากมายที่หาได้เฉพาะในงานนี้เท่านั้น!!

บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันสุดหรู ดูวิวแบบพาโนรามา ที่ Medinii Italian Restaurant

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/602595

  • วันที่ 04 ต.ค. 2562 เวลา 10:00 น.

บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันสุดหรู ดูวิวแบบพาโนรามา ที่ Medinii Italian Restaurant

ที่สุดพาสต้าและพิซซ่าสไตล์อิตาเลียน อร่อยไม่กั๊ก ตักไม่อั้น กับบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันในโรงแรมวิวสวย เดอะ คอนทิเน้นท์ กรุงเทพ

เอาใจคนรักอาหารอิตาเลียนกันบ้าง กับบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันสุดหรูหรา พร้อมวิวพาโนรามา 360 องศา ย่านอโศกใจกลางกรุง ที่ห้องอาหารอิตาเลียน Medinii บนชั้น 35 ของ เดอะ คอนทิเน้นท์ กรุงเทพ โรงแรมบูติคที่ได้รับเลือกให้อยู่ในลิสต์ของมิชลิน ไกด์ ปี 2018-2019 ซึ่งเป็นห้องอาหารได้แรงบันดาลใจจากทะเลทราย เลือกใช้โทนสีที่ดูอุ่นๆ อย่างสีน้ำตาลและสีส้มเป็นหลัก ส่วนที่โดดเด่นและห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง คือการอัพภาพสวยๆ ที่เห็นวิวกรุงเทพผ่านกระจกบานใหญ่ที่ดูอย่างไรก็สวย

สำหรับ Medinii เป็นคำในภาษาสันสฤต แปลว่า Earth (โลก) คือที่อยู่แห่งชีวิตและสรรพสิ่งต่างๆ ที่หล่อรวมไว้ด้วยกัน โดยมีคอนเซ็ปต์ว่าสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในโลกไม่สามารถดำรงอยู่ได้ถ้าไม่มีอาหาร และเมื่อเอ่ยถึงอาหาร เราจะพบกับอาหาร Free Flow Lunch และเมนูที่รังสรรค์โดยเชฟเอก เอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟประจำโรงแรมเดอะ คอนทิเน้นท์ กรุงเทพ ผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการอาหารกับโรงแรมระดับห้าดาวในกรุงเทพ ด้วยประสบการณ์กว่า 27 ปี ทั้งร้านอาหารแนวยุโรปและเอเชีย ทั้งเครือโรงแรมนานาชาติและเครือโรงแรมชั้นนำของไทย ผู้ที่เลือกขีดเส้นทางของชีวิตนี้ด้วยตนเองและประสบความสำเร็จได้เพราะ “พรสวรรค์ บวกกับ พรแสวง”

เริ่มต้นด้วยเมนูเรียกน้ำย่อย อาทิ ซุป ซึ่งแต่ละวันก็จะไม่ซ้ำกัน เช่น ซุปผักโขม (Spinach Cream Soup) ซุปมะเขือเทศ (Tomatoes Cream Soup) ซุปเห็ด (Mushroom Cream Soup) ขนมปัง ตักกันต่อที่สเตชั่นสลัด ซึ่งถูกจัดเตรียมไว้ในไลน์บุฟเฟ่ต์ เพลิดเพลินไปกับการ Cooking Salad ในสไตล์ของตัวเอง

ถัดมาเป็นสเตชั่นของพามาร์แฮมและชีสต่างๆ พบกับวัตถุดิบนำเข้าจากประเทศอิตาลี ในวันที่ทางห้องอาหารไม่ได้จัดบุฟเฟ่ต์แบบเต็มรูป Free Flow Lunch จะมีอาหารจานหลักที่ลูกค้าสามารถเลือกได้จากเมนู และหากวันไหนห้องอาหารจะต้องรองรับแขกประชุมเป็นจำนวนมาก นอกจากไลน์บุฟเฟ่ต์ของซุปและสลัด ยังมีเมนูร้อนๆ อย่าง ราวิโอลีผักโขม, มันฝรั่งทอด , ปลากระพงสมุนไพรราดครีมซอสมะเขือเทศ, สันในหมูตุ๋น, ไก่อบมัสตาร์ดครีมซอส, ปลากะพงขาวอบกับผักโขมราดครีมซอส และเมนูอื่นอีกมากมาย

ส่วนที่มาแล้วต้องมุ่งตรงไปยกให้พาสต้าและพิซซ่า ที่จัดหนักมาเต็มเสิร์ฟไม่อั้น พิเศษขึ้นอีกด้วยการปรุงแบบ A La Minute อบกันถาดต่อถาด ผัดกันจานต่อจานตามสั่ง จะเลือกแบบฮาล์ฟๆ สองหน้าในถาดเดียวก็ได้ ส่วนท็อปปิ้งของของพิซซ่าก็มีให้เลือกหลายอย่าง อาทิ Margherita, Hawaii, Siciliana, Paradiso, Vegetarian, Green Curry Chicken และ BBQ Chicken เริ่มต้นเบสิกด้วย Margherita มอซซาเรลร่าชีสกับซอสมะเขือเทศแบบออริจินอล อัพเลเวลความอร่อยต่อเนื่องด้วย พิซซ่าหน้าผัดกะเพราไก่ เขียวหวานไก่ ที่ได้อารมณ์ฟิวชั่นไทยในพิซซ่าแป้งบางกรอบ รับรองฟินอย่าบอกใคร

ถึงคิวพาสต้าที่มีเส้นให้เลือกถึง 5 แบบ ทั้งเส้นสปาเก็ตตี้, เพนเน่, เฟตตูชินี, แบล็คอิงค์ และแองเจิลส์แฮร์ ที่ใช้แป้งนำเข้าจากต้นตำรับอย่างอิตาลี คนที่แพ้กลูเตนก็ไม่ต้องห่วง ทางห้องอาหารมีเส้นแบบปลอดกลูเตนเตรียมไว้ด้วย ส่วนซอสมีให้เลือกกันมากกว่า 10 แบบ แนะนำ Aglio E Olio Seafood สปาเก็ตตี้ผัดพริกแห้ง ใช้น้ำมันมะกอก ผัดมาหอมๆ เสิร์ฟมาร้อนๆ ที่ชอบคือความพิถีพิถันและใส่ใจในอาหาร อย่างกระเทียม ที่เลือกใช้หัวใหญ่มาตุ๋นในน้ำนม ลดกลิ่น เพิ่มความนุ่ม ละมุนสุดๆ ใครชอบความเข้มข้นรสจัดจานต้องจานนี้ สปาเก็ตตี้ผัดปลาเค็ม ตัวซอสซึมเข้าไปในเส้น ยิ่งตักชิ้นปลาเค็มแนมไปด้วยยิ่งแซบ และยังมี Carbonara สปาเก็ตตี้ในซอสคาโบนาร่าที่ใช้ไข่และเบค่อนเป็นวัตถุดิบหลัก

จบมื้อกลางวันสุดพิเศษนี้ด้วยของหวาน อาทิ ทีรามิสุ พานาคอตต้า ฟรุ๊ตเยลลี่ ฟองดูว์ผลไม้ มาร์ชเมลโล่ เค้ก บราวนี่้ และผลไม้ตามฤดูกาล นอกจากนี้ ยังมีชา กาแฟ ช็อกโกแลต โกโก้ ไว้คอยบริการอีกด้วย

สัมผัสรสชาติอาหารและพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การรับประทานอาหารกับเชฟเอกได้ที่ห้องเมดินี่ ชั้น 35 โรงแรมเดอะ คอนทิเน้นท์ กรุงเทพ เปิดบริการทุกวัน มื้อกลางวันเวลา 11.30-14.30 น. มื้อค่ำเวลา 17.30-22.45 น. สำรองที่นั่งหรือสอบถามเพิ่มเติม ที่โทร. 02-686-7000 ต่อ 4106

รวม 10 ร้านน่าช้อป @เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/602593

  • วันที่ 04 ต.ค. 2562 เวลา 08:30 น.

รวม 10 ร้านน่าช้อป @เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์

10 ร้านน่าช้อป “เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์” เช็คอินที่เดียวครบจบทุกความต้องการ

ต้นเดือนแบบนี้ เรามีสถานที่ดีๆ มาแนะนำให้ตามไปเช็คอินช้อปฟินๆ สำหรับคนมีเวลาน้อยรับรองว่าเที่ยวที่เดียวตอบโจทย์ครบ ทั้งช้อป ชิม ชิล ที่ “เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์” ศูนย์การค้าแห่งใหม่ใจกลางย่านราชประสงค์ แหล่งรวมสารพันของดี ของเด็ดจากตลาดชื่อดังทั่วกรุงเทพฯ พร้อมคัดสรรร้านเด่นสาขาแรก และร้านดีที่มีที่นี่ที่เดียว เรียกว่ารวมที่สุดแห่งโลกไลฟ์สไตล์ไว้ให้นักช้อปได้ดื่มด่ำประสบการณ์พิเศษตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

1. เซนส์ (Sense)

ร้านมัลติแบรนด์อันดับ 1 ของกรุงเทพฯ ที่รวบรวมแบรนด์แฟชั่นจากร้านเด็ดร้านดังในโลกออนไลน์ มาให้สาว ๆ สายแฟ ได้ช้อปนำเทรนด์ ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอาง และเครื่องประดับ มากกว่า 100 แบรนด์ 10,000 แฟชั่นไอเท็ม และมีไอเท็มใหม่ๆ เข้าทุกสัปดาห์ นอกจากนี้ เตรียมพบกับ Sense Cafe สาขาแรก! ในชื่อ Chongcha By Tea Inn พร้อมเสิร์ฟชาไทยระดับพรีเมียม พร้อมท็อปปิ้งหลากหลายให้เลือกสรรสำหรับสายเฮลตี้ ช้อปและชิมชาได้แล้วที่ชั้น M โซน 1

2. ร้านดีเซมเบอร์ส (December’s)

ร้านเสื้อผ้าสำหรับผู้หญิง ภายใต้คอนเซ็ปต์เสื้อผ้าดูแพงแต่ราคาไม่แรงอย่างที่คิด เหมาะสำหรับสาวที่ชื่นชอบแฟชั่นในลุคเกาหลี มีทั้งชุดใส่ทำงาน ใส่เที่ยวหลากดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็น แม็กซี่เดรสระบาย เดรสปาดไหล่ รวมถึงเสื้อเชิ้ตสไตล์เกาหลีที่แม้จะดูเรียบแต่มีดีเทล ตามไปช้อปกันได้ที่ชั้น M โซน 1

3. ทิพ ภัสสร (TIP–PUSSON)

ร้านสูทงานดีที่หนุ่ม ๆ ไม่ควรมองข้าม “TIP–PUSSON” คือทางเลือกใหม่ที่ขอเป็นตัวช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการก้าวไปเพื่อคว้าความสําเร็จในชีวิต เหมาะสำหรับหนุ่ม ๆ ที่กำลังหาสูทคัตติ้งเนี้ยบ ๆ ไปใช้ในนัดสำคัญ หรืองานแต่งงาน ซึ่งมีให้เลือกหลากดีไซน์ สีสัน และเนื้อผ้า นอกจากนี้ ยังมีบริการรับตัดสูทสำหรับทีมงานและองค์กร ด้วยบริการที่เอาใจใส่อย่างดีเยี่ยม ไปสัมผัสสูทที่ชอบในสไตส์ที่ใช่ ได้ที่ร้าน “TIP–PUSSON” ชั้น M โซน 1

4. เจ นายา (J.NAYA)

“J.NAYA” ร้านรองเท้าคุณภาพดี ราคาไม่แพง แถมมีช้อยส์ให้เลือกเพียบ ด้วยแบบที่หลากหลายและตัวเลือกเรื่องสีมากกว่า 10 สีในแต่ละแบบ ตอบโจทย์คุณสุภาพบุรุษ แถมยังมีรุ่นหนังแกะแท้เกรดพรีเมียม นุ่มใส่สบายได้ทั้งวัน

5. พิลาส (Pilas)

อินเทรนด์ไม่เคยเอาท์ เห็นจะเป็นผ้าไทยที่คนนิยมใส่ออกงานกันมากขึ้น พลาดไม่ได้กับผ้าไหมและผ้าฝ้ายทอมือลวดลายละเอียดทรงคุณค่า โดยเฉพาะผ้าทอมือขึ้นชื่อจากจังหวัดอุบลราชธานีและสุรินทร์ นอกจากนี้ ยังมีชุดผ้าไทยสำเร็จรูป กระเป๋า ผ้าคลุมไหล่ สำหรับคนที่เน้นความสะดวก โดยพิลาสมีหน้าร้านแค่ที่ เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์เท่านั้น! สัมผัสผ้าผืนงามฝีมือชั้นครู ได้ที่พิกัด ชั้น M โซน 1

6. จัสท์ อิน เคส (Just In Case )

คอมพลีทลุคให้สมบูรณ์แบบด้วยกระเป๋าดีไซน์มินิมอล แบรนด์สัญชาติไทย ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ 1 ใบ ใช้ได้หลายโอกาส ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน จุของ ช่องเยอะ มีทั้งแบบคลัช แบบถือ สะพายไหล่ สะพายข้าง ใช้ได้ทุกวัน พิกัดที่ ชั้น M โซน 1

7. โอ คล็อค (O’Clock)

ร้านเสื้อผ้าแนวสตรีทแฟชั่นชื่อดังจากตลาดนัดสวนจตุจักร กับคอนเซ็ปต์เสื้อผ้าแบบโอเวอร์ไซส์และยูนิเซ็กซ์ใส่ได้ทั้งหญิงและชาย เน้นสีสันและสไตล์ที่ไม่ซ้ำใคร สำหรับสินค้าที่ขายดีที่สุดคือเสื้อคอเต่าแฟชั่นทรงโอเวอร์ไซส์ ด้วยเนื้อผ้าคอตต้อน ใส่สบาย พร้อมตอบโจทย์อากาศร้อนได้เป็นอย่างดี ใครที่อยากดูดีมีคาแรคเตอร์เฉพาะตัว ต้องรีบมาที่ร้าน O’Clock ชั้น M โซน 1

8. เครซี่ ฮอร์ส (CRAZY HORSE)

ร้านของคนรักเครื่องหนัง ก่อตั้งโดยคุณม้า เจ้าของร้านผู้หลงใหลในสไตล์วินเทจและงานหนัง โดยปลุกปั้นแบรนด์สายเลือดไทย CRAZY HORSE มาแล้วเกือบ 20 ปี และประสบความสำเร็จในเวียดนาม ก่อนจะกลับมาเปิดตลาดที่เมืองไทยจนเป็นที่ถูกใจของชาวเอเชียและชาวยุโรป ด้วยดีไซน์ยูนีคและความประณีต โชว์ฝีมือการตัดเย็บ ทุกฝีเข็มจึงเต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ นอกจากนี้ ยังสรรหาขนสัตว์และหนังแท้มาเนรมิตเป็นไอเท็มต่าง ๆ ทั้งกระเป๋า รองเท้า แอคเซสซอรี่หนัง ไปจนถึงของตกแต่งบ้าน ในราคาเริ่มต้น 500 บาท ไม่เพียงเท่านี้ ที่ร้านยังมีบริการหลังการขาย ซ่อมฟรีอีกด้วย พบกับสินค้าหนังแท้จาก Crazy Horse ได้ที่ชั้น 1 โซน 2

9. นวลลออ (Nuala-Or)

เอาใจคนรักผ้า ด้วยผ้ามัดย้อม ผ้าย้อมคราม ทั้งผ้าฝ้ายทอมือ ผ้าไหม รวมถึงผ้าขาวม้าดีไซน์สวย เหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบลวดลายอันเป็นธรรมชาติของผ้ามัดย้อม นอกจากนี้ ยังมีตั้งแต่ชุดใส่เที่ยวชิล ๆ เสื้อคลุมใส่ทำงาน ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ รวมถึงกระเป๋าลวดลายไทย ด้วยแรงบันดาลใจที่ต้องการเป็นตัวกลางในการส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมของไทยสู่คนรุ่นใหม่ ราคาเริ่มต้นที่ 100 บาท พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ส่วนลดตั้งแต่ 10-30% ชั้น 2 โซน 2

10. ฮาร์โมนิค เอเชีย (Harmonique Asia)

สำหรับสุภาพบุรุษและสตรี ที่ชื่นชอบเครื่องประดับที่ทำขึ้นจากเงินแท้ พลอย หินสี ต้องไม่พลาดร้านนี้ อาทิ สร้อยข้อมืออำพันพระพิฆเนศ, แหวนเงินประดับ”หยกตัวหมูน้อย” นอกจากนี้ ยังรับดีไซน์กรอบพระตามแบบ แวะชมและจับจองเป็นเจ้าของได้ ที่ชั้น 2 โซน 2

มาเก็ทสิ่งดี ๆ ได้ทุกวันที่ ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์ สถานที่แฮงค์เอ้าท์แห่งใหม่ใจกลางย่านราชประสงค์ การเดินทางสะดวกทั้งทางรถยนต์ รถไฟฟ้าบีทีเอส จากสถานีชิดลมเดินต่อมาทาง R-Walk มีทางเชื่อมเข้าศูนย์การค้าได้เลย นอกจากนี้ หากเดินทางด้วยเรือ ก็สามารถเดินจากท่าเรือประตูน้ำใช้เวลาเพียง 2 นาทีเท่านั้น เปิดทำการทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. อัพเดตกิจกรรมน่าสนใจได้ทาง Facebook/Instagram :TheMarketBangkok

“พิปป้า” (PIPPA) สัมผัสพัทยาแบบใหม่ ดื่มด่ำวิวสวยพระอาทิตย์ตกดิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/602563

  • วันที่ 03 ต.ค. 2562 เวลา 16:32 น.

“พิปป้า” (PIPPA) สัมผัสพัทยาแบบใหม่ ดื่มด่ำวิวสวยพระอาทิตย์ตกดิน

“พิปป้า” (PIPPA) รูฟท็อปบาร์น้องใหม่พัทยา อาหารดี เครื่องดื่มโดนใจ พักผ่อนสุดคุเมกับวิวสวย มุมถ่ายรูปเพียบ

ไปพัทยาทั้งทีพักที่นี่ทีเดียวจบครบทุกอย่างที่ต้องการ สำหรับโรงแรมมิตร์ บีช พัทยา (MYTT Beach Hotel) เป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่โพสต์ทูเดย์ขอแนะนำ การันตีวิวสวย อาหารอร่อย บาร์เจ๋งเพลงดี ครบเครื่องเรื่องการพักผ่อนในวันหยุดวีคเอ็น แถมยังมีรูปสวยๆให้เลือกลงเพียบ

โดยชั้น 19 ของโรงแรมนี้ เป็นร้านอาหารสไตล์รูฟท็อป บาร์รูปแบบใหม่ “พิปป้า” (PIPPA) จัดตกแต่งได้อย่างเก๋ไก๋ มีมุมถ่ายรูปเยอะมากๆ รวมถึงหากไปตอนเย็นๆได้วิวพระอาทิตย์ตกดินกระทบกับน้ำะเลก็สวยเก๋โรแมนติกไปอีกแบบ ซึ่งเมนูขายดีฝีมือคุณ Sami Mersel จาก Sunset Bar

ในส่วนห้องอาหารระหว่างเดินไปนั้นเราก็จะเห็นครัวเปิดที่มองเห็นเชฟกำลังขมักเขม้นในการปรุงอาหาร ให้เราได้ชิมกัน บรรยากาศตกแต่งสบายตา สวยงาม ผ่อนคลาย มีทั้ง Outdoor และ Indoor กับอาหารที่รังสรรค์โดยเชฟ Julian Lavigne ที่ผสมผสานสไตล์ยุโรปและเอเชีย รสชาติจึงเป็นเอกลักษณ์ ใช้วัตถุดิบคุณภาพดีสดใหม่

เปิดทำการทุกวัน (วันจันทร์ถึงวันอาทิตย์) ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ถึงเที่ยงคืน สำรองที่นั่งได้ที่เบอร์ 038 259 510 หรืออีเมล์ที่ info@pipparestaurant.com เพื่อยกระดับประสบการณ์การกินดื่มในพัทยา ที่พิปป้าเรามีความมุ่งมั่นที่ จะมอบประสบการณ์ระดับพรีเมี่ยมให้แก่แขกของเรา”

สำหรับข่าวสารและโปรโมชั่นต่างๆ สามารถติดตามได้ที่ http://www.pipparestaurant.comFacebook : http://www.facebook.com/pipparestaurant Instagram : http://www.instagram.com/pipparestaurant

จิบเครื่องดื่มมิกซ์นมถั่วเหลืองยูเอชที ทางเลือกดีๆ ของคนรักสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/602486

  • วันที่ 03 ต.ค. 2562 เวลา 10:00 น.

จิบเครื่องดื่มมิกซ์นมถั่วเหลืองยูเอชที ทางเลือกดีๆ ของคนรักสุขภาพ

เบนิฟิตต์ ชวนลิ้มรสน้ำนมถั่วเหลืองยูเอชที “เบนิฟิตต์ ซอย บาริสต้า” ยกระดับเพิ่มความอร่อยให้เครื่องดื่มแก้วโปรด @Pacamara Coffee Roasters

ปัจจุบันคนนิยมดื่มกาแฟผสมนมมากขึ้น แต่ด้วยกระแสรักสุขภาพ “นมถั่วเหลือง” จึงนับเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ใส่ใจในสุขภาพ ทั้งยังเป็นทางเลือกต้นๆ ของคนที่ไม่ดื่มนมวัว เพราะถั่วเหลือง?มีคุณประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ? อุดมด้วยโปรตีนดี? ไขมันดี และที่หลายคนอาจไม่เคยรู้คือ น้ำนมถั่วเหลืองที่ผ่านกรรมวิธีอันพิถีพิถันจากการคิดค้นเพื่อเมนูเครื่องดื่มแก้วพิเศษสำหรับคนรักกาแฟ ยังมีบอดี้ที่มี?เท็กซเจอร์ที่ดี? เสริมรสชาติดี? นอกจากนี้ ยังสามารถสตรีมฟองนม ทำลาเต้อาร์ทสวยๆ ได้ไม่ต่างจากนมวัวที่เราคุ้นเคย

เบนิฟิตต์ (Benefitt) ผู้ผลิตสินค้าคุณภาพสูงและใส่ใจในสุขภาพ จึงส่งน้ำนมถั่วเหลืองยูเอชที “เบนิฟิตต์ ซอย บาริสต้า (Benefitt Soy Barista)” ที่เหมาะสำหรับการชงชา กาแฟ และเครื่องดื่มทุกชนิดทั้งเมนูร้อนและเย็น เพื่อเครื่องดื่มแก้วพิเศษของทุกคน เป็นทางเลือกใหม่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่รักสุขภาพ โดยเบนิฟิตต์ ซอย บาริสต้า ผลิตจากน้ำนมถั่วเหลืองที่มีคุณภาพ ไม่ผสมนมผง ไม่มีกลิ่นถั่วเหลือง รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม มีรสสัมผัสที่นุ่มละมุน แคลลอรีต่ำ ทั้งยังสาารถตีเป็นฟองนุ่มๆ หรือทำลาเต้อาร์ตได้อย่างสบายๆ

ในช่วงเปิดตัว เบนิฟิตต์ชวนทุกคนมาสัมผัสกับเมนูเครื่องดื่มสุดพิเศษจากเบนิฟิตต์ ซอย บาริสต้า ที่รังสรรค์โดยบาริสต้ามือหนึ่งของร้านกาแฟ Pacamara ร้านกาแฟชื่อดังที่มีออปชั่นมาให้ลูกค้าเลือกสรรค์ตามความชอบ พร้อมเฟ้นหาวัตถุดิบดีๆ กาแฟพันธุ์ดีจากทุกมุมโลก ได้ทั้ง 11 สาขา ตลอดเดือนตุลาคมนี้

สำหรับเมนูแนะนำ ได้แก่ ลาเต้ร้อน สัมผัสฟองนมถั่วเหลืองนุ่มๆ รสชาติกลมกล่อม ลงตัวกับกาแฟเป็นอย่างดี ต่อกันที่ ช็อกโกแลตร้อน ลิ้มรสความหอมหวานกำลังดีผ่านช็อกโกแลตร้อนชั้นดีที่ไม่ต้องรู้สึกผิด ปิดท้ายกับ ชาเขียวเย็น ฟินกับชาเขียวแท้รสชาติเข้มข้น ผสานความกลมกล่อมละมุนละไมของน้ำนมถั่วเหลือง ช่วยอัพความอร่อยให้เครื่องดื่มแก้วนี้รสชาตดียิ่งขึ้น

สีฟ้า เติมเต็มความอร่อยด้วยเมนูเจไม่จำเจ ตลอดเทศกาลถือศีลกินผัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/602451

  • วันที่ 02 ต.ค. 2562 เวลา 17:56 น.

สีฟ้า เติมเต็มความอร่อยด้วยเมนูเจไม่จำเจ ตลอดเทศกาลถือศีลกินผัก

ร้านอาหารสีฟ้า จัดเสิร์ฟความอร่อย อิ่มบุญ อุ่นท้องกับสารพันเมนูอาหารเจครบทั้งคาว-หวาน แถมดีต่อสุขภาพ

สีฟ้า ร่วมเติมเต็มความอร่อยตลอดช่วงเทศกาลเจ เราพิถีพิถันคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดี ให้คุณอิ่มอร่อย ดีต่อสุขภาพ ดีต่อใจ กับหลากหลายเมนูเจที่ปีนี้มีให้เลือกสรรมากกว่า 50 เมนู อิ่มอร่อยแบบไม่จำเจ ครบครันทุกเมนูทั้งเมนูจานเดียว เมนูกับข้าว เมนูทานเล่น ของหวานและไอศกรีม อาทิ ข้าวอบเห็ดเจหม้อดิน ข้าวอบหนำเลี้ยบ ลาบวุ้นเส้นเจ ก๋วยเตี๋ยวผัดไทยเจ โชยุราเมนเจ เต้าหู้ผัดพริกเสฉวนเจ เกี๊ยวซ่าทอดเจ เห็ดชิเมจิทอดเกลือวาซาบิ เป็นต้น

พร้อมแนะนำเมนูน้องใหม่ คุณภาพอัดแน่นเต็มๆ จานกับ ข้าวดอกมะขามผัดน้ำพริกมะม่วงเจ หอมกลิ่นน้ำพริกมะม่วง คลุกเคล้าข้าวผัดดอกมะขาม รสชาติกลมกล่อม ครบรส ทานคู่กับผักสด ทีเด็ดอยู่ที่เครื่องเคียงอย่างเต้าหู้หวานญี่ปุ่นรสละมุน โรยหน้าด้วยเห็ดเข็มทองทอดกรอบ เมนูข้าวดอกมะขามผัดกะเพราเห็ดรวมเจ พิเศษที่เครื่องแกงสูตรเฉพาะของสีฟ้า ผัดคลุกเคล้าเห็ดนานาชนิด เพิ่มความหอมกรุ่นของใบกะเพราะทอดกรอบให้ รสชาติเผ็ดเล็กๆ กลมกล่อมกำลังดี ข้าวดอกมะขามอบเผือกหอมเจ เสิร์ฟร้อนๆ ในหม้อดินอร่อยได้คุณประโยชน์จากธัญพืชนานาชนิด ทั้งเผือก ถั่วลันเตา ข้าวโพด แครอท เห็ดหอมและแปะก๊วย

สาวกซาลาเปา ห้ามพลาดซาลาเปาเจร้อนๆ หนานุ่ม ไส้แน่นเต็มคำ พิถีพิถันในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพที่สดใหม่ ด้วยแป้งซาลาเปาชั้นดีที่นำมาปั้น นวดจนฟูได้แป้งเนื้อนุ่ม มาพร้อมความอร่อย ให้คุณได้เลือกถึง 4 รสชาติ อัดไส้แน่นเต็มๆ คำ กับไส้โอวหนี่แปะก๊วย งาดำ ผักรวม และเห็ดรวม ลูกละ 28 บาท พิเศษ ในกล่องบรรจุชุดละ 8 ลูก เหมาะสำหรับเป็นของฝากแด่คนพิเศษ หรือคนที่คุณรัก ในราคาพิเศษเพียงกล่องละ 198 บาท จากราคาปกติ 224 บาท

ปิดท้ายด้วยเมนูของหวาน แนะนำน้องใหม่ ไอศกรีมกะทิทรงเครื่องเจ ไอศกรีมกะทิสด โฮมเมดใช้นมมะพร้าวแท้ 100% ใส่เครื่องแน่นจัดเต็มทั้งกล้วยไข่เชื่อม บัวลอยเผือก ข้าวเหนียวมูล ลอดช่อง พุทราจีนเชื่อม

ทุกเมนู สีฟ้า เลือกสรรตอบโจทย์ความอร่อยแบบครบครัน อิ่มอร่อยกับทุกเมนูเจได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ –11 ตุลาคม 2562 ที่ร้านอาหารสีฟ้าทุกสาขา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02-655-0251 หรือที่ http://www.seefah.com และ http://www.facebook.com/seefahfanpage

Shinsen Fish Market โชว์เมนูสุดอลังกับ 5 เรื่องปังๆ ของตลาดปลาเจ้าดังย่านสุขุมวิท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/602439

  • วันที่ 02 ต.ค. 2562 เวลา 16:30 น.

Shinsen Fish Market โชว์เมนูสุดอลังกับ 5 เรื่องปังๆ ของตลาดปลาเจ้าดังย่านสุขุมวิท

ไปชมความสด ชิมรสชาติอันหลากหลาย ในบรรยากาศสบายสไตล์ Modern Japanese ที่ร้าน Shinsen Fish Market @สุขุมวิท 39

วันนี้ก่อนไปชมเมนูและลิ้มรสชาติอาหาร ทีมงานพา Posttoday เซอร์เวย์ชมความพีคในพีคซึ่งมีอยู่จริงที่ ร้าน Shinsen Fish Market ในซอยสุขุมวิท 39 กับ 5 สิ่งต้อง(ห้าม)พลาด เริ่มจากการเล่าถึง Shinsen Fish Market ว่าเป็นตลาดปลาแห่งแรกในประเทศไทย ที่ผสมผสานระหว่าง Market และ Restaurant (ร้านอาหาร) เข้าด้วยกัน ตกแต่งในบรรยากาศสบายสไตล์ Modern Japanese ผสมผสานเอกลักษณ์ของ Industrial Loft ภายในบริเวณกว่า 3,800 ตารางเมตร

ที่นี่พร้อมเปิดประสบการณ์ให้ทุกคนที่มาเยือนได้เพลิดเพลินกับของทะเลเป็นๆ สดๆ และอาหารญี่ปุ่นกว่า 300 เมนู ใน 20 หมวดอาหารญี่ปุ่น ซึ่งใช้วัตถุดิบที่นำข้าจากทั่วโลก พร้อมมีให้เลือกสรรตั้งแต่ในราคาที่จับต้องได้ไปจนถึงสินค้าพรีเมี่ยมสุดๆ แบบที่ไม่ต้องบินไกลถึงญี่ปุ่น เช่น ปูทาระบะ (Live Taraba King Crab) หอยเชลล์ฮอกไกโดโฮตาเตะ (Live Hokkaido Hotate) หอยเม่น (Live Uni) กุ้งล็อบสเตอร์ (Live Canadian Lobster) เป็นต้น รวมถึงความสดของปลาหลากหลายชนิดตามฤดูกาลที่ญี่ปุ่น ซึ่งการนำเข้าปลาเหล่านี้เกิดจากการร่วมมือกับ partner ที่ญี่ปุ่นประสบการณ์กว่า 35 ปี การันตีด้วยชื่อเสียงที่เป็นที่ยอมรับจากจากเชฟญี่ปุ่น ร้านอาหารที่มีชื่อเสียง ร้านอาหารมิชลินสตาร์ และโรงแรมระดับ Hi-end ในประเทศญี่ปุ่นอย่างมากมาย ด้วยความสดและคุณภาพของปลาที่นำเข้าจากท่าเรือประมงทั้งหมด 8 แห่งภายใต้เครือของบริษัท เชื่อมต่อตั้งแต่ Hokkaido ตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น จนกระทั่งถึงทางใต้ของ Kagoshima นำเข้าสัปดาห์ละ 5 ครั้ง

ทุกความอร่อยสร้างสรรค์โดยเชฟริกิ Executive Chef ญี่ปุ่น ประสบการณ์กว่า 20 ปี ทั้งจากในประเทศญี่ปุ่น และในประเทศไทย พร้อมให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การทานอาหารในรูปแบบครัวเปิด ที่คุณสามารถมองเห็นบรรยากาศ พูดคุย และรับชมวิธีการปรุงอาหารจากเชฟมืออาชีพอย่างใกล้ชิด ความพิเศษถัดมา คือทุกๆ 2 เดือน เราจะได้พบกับวัตถุดิบพิเศษและเมนูพิเศษตรงตามเทศกาลที่ญี่ปุ่น นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีส่วนของ supermarket ที่นำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่น เกาหลี ไม่ว่าจะเป็นอาหารทานเล่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไอศกรีม และวัตถุดิบการปรุงอาหารต่างๆ ให้เลือกสรรไม่แพ้ supermarket ชั้นนำ

สำหรับเมนูสุดอลังที่มาแล้วอยากให้สั่งต้อง Nijo Sashimi Set (2,590 บาท) เซ็ตนี้เหมือนได้กินครบทั้งมหาสมุทร สัมผัสมิติแห่งรสชาติอันหลากหลายกับปลาดิบยอดนิยมกว่า 16 ชนิด ตั้งแต่ Hon Maguro Otoro, Hon Maguro Chutoro, Hon Maguro Akami, Salmon, Salmon Harasu, ปลาเนื้อขาวตามฤดูกาล 1 ชนิด, Shime Saba, Hokkaido Hotate Maki, Ama Ebi, Hokkigai, Kani Kamaboko, Aori Ika, Uni และ Ikura

ตามด้วย Shinsen Sushi Set (2,290 บาท) ซูชิยอดนิยม 20 คำที่ทำให้ลูกค้าได้ลิ้มรสความหวาน สด ใหม่ พร้อมคุณภาพของวัตถุดิบ ความใส่ใจ และความพิถีพิถันจนกลายเป็น Signature Menu จัดเต็มทั้ง Hon Maguro Otoro, Chutoro, Akami, Salmon, Salmon Harasu, Foie Gras, Unagi, Anago, Engawa, Hokkaido Hotate, Hokkigai, Hamachi, Shime Saba ปลาเนื้อขาวตามฤดูกาล 3 คำ, Uni Gunkan, Kani Miso Gunkan, Ikura Gunkan, Negitoro Gunkan

ต่อกันที่ Grilled Taraba Kanimiso (460 บาท) มันปูย่างรสเข้มข้น หอม มัน ที่มีให้ทานแบบนี้ที่เดียวในประเทศไทย เพราะใช้มันปูจากปูทาระบะตัวเป็นๆ มาผสมกับมันปูสูตรพิเศษ และปรุงรสจนกลายเป็น Kanimiso สูตรเฉพาะของตลาดปลา รับรองว่าไม่มีใครเหมือน เพลิดเพลินกับความอร่อยนี้ด้วยการนำมาย่างให้มันปูเดือดปุดๆ บนเตาส่งกลิ่นหอมตรงหน้า เพิ่มความสุขในมื้อนี้เมื่อทานคู่กับข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ หรือจัดใหญ่กับเมนูข้าวคลุกมันปู ออนท็อปด้วยแซลมอน อูนิ ไข่กุ้ง ทุกคำหอมล้ำๆ กับมันปู อู้หู้ววว…ฟิน

อีกเมนู Signature ที่ใครมาก็ต้องสั่งและประทับใจกับความใหญ่ สด จุใจ เพราะรวมความอร่อยจากทะเลถึง 5 อย่างย่างมาแบบสุขกำลังดีกับ Mixed Grilled Seafood Platter (2,390 บาท) สัมผัส Lobster, กุ้งแม่น้ำ, กุ้งลายเสือ, ปลาหมึก และหอยหวาน ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเด็ดรสจัดจ้านแบบไทยติดใจไปตามๆ กัน

ด้านสาวกหอยไม่ต้องน้อยใจ จัดใหญ่ไปกับเมนู Tsubugai Market Price (ไม่เท่ากันแต่ละวัน) หอยสังข์ญี่ปุ่น ด้วยเอกลักษณ์รูปทรงที่แตกต่างจากหอยชนิดอื่น จึงทำให้ Tsubugai เป็นที่นิยม โดยลักษณะของเนื้อหอยชนิดนี้จะมีความนุ่มกว่า Awabi หรือหอยเป่าฮื้อ และมีความหอม หวาน ในการทานหอยชนิดนี้คนญี่ปุ่นนิยมทานซาซิมิ หรือซูชิ เพื่อลิ้มรสความหวาน หอมของหอยชนิดนี้ ซึ่งเทคนิคการแล่หอยชนิดนี้ให้อร่อย จะต้องแล่ให้บางที่สุด ต่อที่ Kaki (market price) หอยนางรมญี่ปุ่นที่ส่งตรงถึงไทยวีคละ 5 ครั้ง เอร็ดอร่อยไม่ยั้งกับน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเฉพาะ หรือจะลิ้มลองความอร่อยคู่กับน้ำจิ้มพอนสึในสไตล์ญี่ปุ่นที่เชฟริกิ Executive Chef ญี่ปุ่นประจำตลาดปลารังสรรค์ก็ฟินไม่ต่างกั

ปิดท้ายด้วยเมนูพิเศษที่มีเฉพาะเทศกาล (Special menu for Ebi Festival) กับเมนู Volcano Maki (390 บาท) จุใจกับความใหญ่ของ Maki หรือ Roll ไส้กุ้งเทมปุระคำโต สอดไส้ไข่หวานสไตล์ญี่ปุ่น เพิ่มความใหญ่ด้วยกุ้งลวกอีกหนึ่งชั้น เสริมรสชาติให้ปะทุในปากเหมือนภูเขาไฟด้วยกากเทมปุระ ไข่ Tobiko ราดด้วยซอสมาโยและซอสเทริยากิอร่อยฟินครบรส

ไปเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ พร้อมลิ้มลองความอร่อยสุดพลัง และความสดใหม่แบบไม่ต้องบินไปไกลถึงญี่ปุ่น ได้ที่ร้าน Shinsen Fish Market ตลาดปลาแห่งแรกในไทย ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 39 เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 11.00-23.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่โทร. 02-260-6522 ติดตามโปรโมชั่นใหม่ๆ ได้ที่ FB / IG: shinsenfishmarket

10 พิกัดแชะภาพใน 3 สวนสวยกลางเมืองที่สายวิ่งไม่ควรพลาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/602421

  • วันที่ 02 ต.ค. 2562 เวลา 15:00 น.

10 พิกัดแชะภาพใน 3 สวนสวยกลางเมืองที่สายวิ่งไม่ควรพลาด

เตรียมชุดวิ่ง หยิบกล้อง แล้วออกไปวิ่งเพื่อสุขภาพ ณ 3 สวนสวยกลางเมืองที่ไม่ได้มีดีแค่เส้นทางวิ่ง แต่ยังมีทั้งจุดเช็กอินแชะภาพสวย สูดอากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางธรรมชาติ บอกเลยสายวิ่งไม่ควรพลาด!

ต้องเกริ่นก่อนว่า อุทยานสวนจตุจักร ไม่ใช่สวนสาธารณะเปิดใหม่ที่มีอะไรพิเศษกว่าเดิม แต่เป็นการผสานพื้นที่ของ 3 สวนสวยใจกลางกรุงที่มีอยู่เดิมคือ สวนจตุจักร 155 ไร่ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) 375 ไร่ และสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ 196 ไร่ เข้าไว้ด้วยกันเพื่อให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวใจกลางเมืองรวม 727 ไร่ ซึ่งทำให้ปอดของมหานครถูกขยายให้หายใจคล่องมากขึ้น

มาดูกันว่าจุดเช็กอิน 10 พิกัดแชะ ใน 3 สวนสวยกลางเมืองฯ ที่ต้องแวะไปแชะภาพมีอะไรกันบ้าง

สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

เริ่มกันด้วย พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร อาคารสีสันสดใสสะดุดตาในสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ มีกิจกรรมเรียนรู้สำหรับน้องๆ หนูๆ ที่เน้นความสนุกสนานพร้อมเปิดโลกจินตนาการ ให้กว้างไกล เช่น วิทยาศาสตร์สร้างสรรค์ ครัวไทยจิ๋ว นักสืบไดโนเสาร์ ละครโรงเล็ก ห้องศิลปะ เมืองสายรุ้ง รวมถึงสวนน้ำ สนามเด็กเล่น และการผจญภัยในป่า ผู้ปกครองที่วิ่ง Virtual Park Run เก็บระยะเสร็จแล้วก็สามารถพาเด็กๆ มาเที่ยวต่อได้เลย

สวนไผ่ อยู่ใกล้กับอาคารพิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร เป็นจุดถ่ายรูปสวยที่อยากแนะนำ ทางเดินในสวนไผ่เย็นสบาย ฉ่ำปอดมากๆ ต้นไผ่ลู่ลมทอดเงาให้ความเขียวครึ้มละมุนตา ที่นี่รวบรวมพันธุ์ไผ่ที่มีในป่าธรรมชาติของไทยและไผ่จากต่างประเทศเอาไว้ 13 สกุล 45 ชนิด

ลานบัว ใครชื่นชอบความสง่างามของดอกบัว โซนนี้น่าแวะ เพราะรวบรวมพันธุ์บัวทั้งไทยและต่างประเทศมาไว้ที่นี่ ซึ่งทางเข้าลานบัวตกแต่งด้วยสวนสวยสไตล์ยุโรป สลับกับดอกไม้หลากสีตามฤดูกาล เช่น ดอกกระเจียว ดอกต้อยติ่ง ใกล้ๆ กันยังมีสวนลั่นทม ลานชบา ลานเข็ม ลานอโศก และสวนกล้วยที่รวมไว้กว่า 70 ชนิด

ย่านดาโอ๊ะ หรือต้นเถาใบสีทอง หนึ่งในพันธุ์ไม้หายากของไทยที่หลายคน อาจยังไม่รู้จัก สามารถมาชมกันได้ที่นี่ ย่านดาโอ๊ะถูกพบครั้งแรกในเขตน้ำตกบาโจ อุทยานแห่งชาติเทือกเข้าบูโดสุไหงปาดี จ. นราธิวาส ความมหัศจรรย์ของย่านดาโอ๊ะ คือ ใบไม้ตรงปลายกิ่งจะเปลี่ยนเป็นสีทองแดงเหลือบรุ้งในฤดูร้อน เป็นสีทองในฤดูฝน และกลายเป็นสีเงินในฤดูหนาว…อย่าลืมแวะไปดูกันล่ะ หาดูยากจริงๆ นะ

สะพานคลื่นนก (The Bird Wave Bridge) สะพานไม้ ข้ามคลองยาวประมาณ 50 เมตร เชื่อมระหว่างสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กับสวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) ตัวสะพานดีไซน์เป็นรูปคลื่น กลมกลืนไปกับพรรณไม้ ซึ่งไม้ทุกชิ้นที่ใช้ทำสะพานนี้เป็นไม้รีไซเคิลจากโครงสร้างเก่า ด้านหนึ่งของปลายสะพานมีมุมเล็กๆ ให้นั่งพักเหนื่อย และเป็นอีกโลเกชั่นที่เหมาะกับการถ่ายรูป และยังเป็นสะพานเชื่อมต่อไปยังสวนรถไฟอีกด้วย จากนั้นเมื่อเข้าสู่สวนรถไฟ เหล่านักวิ่งจะพบกับเส้นทางวิ่งสุดชิล มีไม้ใหญ่ทอดเงาให้ความร่มเย็นสลับกับ สนามหญ้าเขียวขจีสบายตา แยกส่วนกับทางจักรยานอย่างชัดเจน…วิ่งเพลินสุดๆ

สวนรถไฟ

ทุ่งบานชื่นแคระ จุดเช็กอินนี้พลาดไม่ได้เลยจริงๆ กับแปลงดอกไม้แสนสวยบนพื้นที่กว่า 4 ไร่ ที่จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล เช่น ดอก คอสมอส ดอกผักเสี้ยนฝรั่ง ดอกทานตะวัน มาเที่ยวชมได้ทั้งปี อย่างช่วงหน้าฝน เป็นทุ่งดอกบานชื่นแคระหลากสีกว่า 72,000 ต้น มีทางเดินไม้ไผ่ทอดยาวกว่า 400 เมตร สู่กลางสวนทำให้เราเซลฟี่ กับดอกไม้ได้อย่างใกล้ชิด พร้อมกับแปลงนาข้าวสาธิตให้เยาวชนมาทัศนศึกษากัน

ประติมากรรมเด็กกลางสวน นอกจากมาเดินๆ วิ่งๆ สูดอากาศสดชื่น ฟังเสียงนกท่ามกลางธรรมชาติแล้ว ในสวนรถไฟยังมีงานประติมากรรมให้ชมกันทั่วสวน มีทั้งงานของศิลปินแห่งชาติ อ.นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน กับผลงานที่ชื่อ “สังคมแห่งความงอกงามของคุณธรรม” เป็นรูปทรงของดอกไม้ตูมที่กำลังจะเบ่งบาน ตลอดจนงานประติมากรรมรูปเด็กน้อยแสนซน ในอิริยาบถต่างๆ แวะเช็กอินกับงานศิลปะบ้างก็คูลดีนะ

อุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพฯ ใครอยากพักเหนื่อย แนะนำให้มาเดินทอดน่องในอาคารรูปโดมขนาดใหญ่ที่มีความลับมากมายของผีเสื้อซ่อนอยู่ มารู้จักวงจรชีวิตของผีเสื้อและแมลง อาหารของผีเสื้อที่มีมากกว่าน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ ประโยชน์ของผีเสื้อและแมลงที่มีต่อระบบนิเวศ อีกทั้งยังได้ชมผีเสื้อตัวเป็นๆ ในบรรยากาศเลียนแบบธรรมชาติ มีทั้งน้ำตก ธารน้ำ และมวลไม้ดอก ร่มรื่นสบายตา ได้ฟิลลิ่งเหมือนอยู่ในโลกของผีเสื้อจริงๆ

สวนจตุจักร

หอนาฬิกา นาฬิกาดอกไม้ และประติมากรรมอาเซียน ข้ามถนนกำแพงเพชร 3 เข้าสู่สวนจตุจักร จะพบกับแลนด์มาร์กสวยๆ ให้ถ่ายรูปไม่รู้เบื่อ ไม่ว่าจะเป็นประติมากรรมอาเซียนทั้ง 6 ชิ้น รูปร่างแปลกตากระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ในสวน นาฬิกา ดอกไม้ขนาดใหญ่ที่ใช้ไม้ดอกไม้ประดับแทนหน้าปัด และเข็มสั้น-ยาวบอกเวลา ใครอยากถ่ายรูป จุดนี้มีแท่นไม้ ให้ขึ้นไปกดชัตเตอร์ในมุมสูงกันรัวๆ และจุดนัดพบประจำสวนอยู่ที่หอนาฬิกา สร้างโดยสมาคมไลออนส์เพื่อเฉลิม พระเกียรติพระชนมพรรษา 81 ปี ในหลวงรัชกาลที่ 9

ฝูงปลาและกระรอกน้อย ท่ามกลางสวนปิกนิกใต้ร่มไม้ ริมบึงน้ำของสวนจตุจักร ยังมีสิ่งมีชีวิตเล็กๆ น่ารักประจำสวนอย่างฝูงปลาที่รอคอยอาหาร นกสารพัดชนิด ตลอดจนกระรอกน้อยหางฟูที่ออกมาทักทายกัน เมื่อไหร่ที่เหนื่อยนัก หยุดพักแล้วมองชีวิตเล็กๆ รอบตัวบ้าง คุณอาจพบความสุขอีกรูปแบบจากป่าในเมืองแห่งนี้

เมื่อปอดสีเขียวกว้างใหญ่ขนาดนี้ จึงถูกเลือกให้เป็นสถานที่รวมพลังนักวิ่งของงานเดิน-วิ่งมินิมาราธอนการกุศล TMB | ING PARKRUN 2019 งานวิ่งแห่งปีที่ #ดีต่อใจ ด้วยการเปลี่ยนเหงื่อเป็นเงินบริจาคเพื่อช่วยน้องๆ ผู้ป่วยโรคหัวใจ รับรองว่าเหล่านักวิ่งที่สมัครวิ่งงานนี้จะชุ่มชื่นหัวใจไปพร้อมๆ กับได้ชื่นชมวิวธรรมชาติของสวนสวยแบบไม่ซ้ำกันไปตลอดทางเลยทีเดียว สมัครได้แล้ววันนี้ที่ https://parkrun.tmbfoundation.or.th/virtual-parkrun/  หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร : 085-567-3891, LINE@ : @tmbingparkrun และ Email parkrun.tmbfoundation@gmail.com

7 ข้อบกพร่องของผู้สัมภาษณ์งานที่ HR อยากบอกว่า “คุณไม่ผ่าน” มากที่สุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/603518

  • วันที่ 14 ต.ค. 2562 เวลา 13:30 น.

7 ข้อบกพร่องของผู้สัมภาษณ์งานที่ HR อยากบอกว่า "คุณไม่ผ่าน" มากที่สุด

ความท้าทายของคนที่ทำงานด้านทรัพยากรบุคคล หรือ HR นอกจากการคัดกรองเรซูเม่จากผู้สมัครจำนวนมากแล้ว การสัมภาษณ์งานก็เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่ท้าทายไม่แพ้กัน เพราะต้องใช้เวลาในช่วงสั้น สัมภาษณ์ผู้สมัครเพื่อจะทำให้รู้จักตัวตนของพวกเขามากขึ้นผ่านบุคลิกและทัศนคติว่าเขาเหมาะสมกับตำแหน่งที่เปิดรับหรือไม่ แต่ก็มีหลายครั้งที่คนเป็น HR พบข้อบกพร่องจนอาจจะยังลังเลใจหรือรู้สึกสงสัยว่า ผู้สมัครคนนี้จะใช่คนที่ควรรับเข้าทำงานแค่ไหน

พูดถึงแต่แง่ลบของบริษัทเดิม

นับเป็นเรื่องปกติที่คนเปลี่ยนงานจะรู้สึกไม่พอใจ หรือไม่มีความสุขจนต้องมองหางานใหม่ แต่ถ้าผู้ที่มาสัมภาษณ์เอาแต่พูดถึงแค่แง่ลบของบริษัทเดิม ก็คงพอทำให้เรามองเห็นได้ว่าเขาพร้อมที่จะตำหนิคนอื่นอยู่เสมอ จนบางครั้งก็ดูไม่เป็นมืออาชีพในการทำงานมากพอ ทั้งที่จริงคือเขาควรควบคุมสติตัวเองให้ได้ แล้วอธิบายว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้เขาไม่มีความสุขในการทำงานและเลือกที่จะลาออก

ปกปิดสาเหตุของการเปลี่ยนงาน

เป็นธรรมดาที่ HR จะอยากรู้สาเหตุของการลาออก แต่ถ้าผู้สมัครไม่บอกสาเหตุของการเปลี่ยนงาน หรืออธิบายแบบคลุมเครือ เราก็ต้องพิจารณาให้ดีว่าทำไมเขาจึงไม่บอก เพราะนี่อาจหมายความว่าเขาลาออกจากที่เก่าด้วยเหตุผลที่ไม่ดีเท่าไหร่ ถ้าเราจะเสี่ยงรับก็อาจเป็นผลเสียกับบริษัทได้ในอนาคต

ไม่ยอมรับข้อผิดพลาดของตัวเอง

ความผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน ไม่ว่าเราจะเป็นคนเก่งหรือทำงานได้สมบูรณ์แบบแค่ไหน แต่เรื่องแบบนี้ก็สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ถ้าเราถามผู้สมัครเรื่องความผิดพลาดในอดีตว่าได้เรียนรู้อะไร และมีวิธีแก้ไขอย่างไร แต่เขาเลือกที่จะไม่บอกหรือตอบว่าไม่มี ก็ไม่แน่ว่าเขาอาจจะกำลังปิดบังอะไรเราอยู่นั่นเอง นอกจากนี้ยังเป็นจุดสังเกตได้ว่า คนที่รู้ข้อด้อยของตัวเอง กล้ายอมรับความผิดพลาด มักจะเป็นคนที่พร้อมเปิดใจรับฟังความเห็นและคำแนะนำจากคนอื่นเสมอ

โอ้อวดมากเกินไป

การพยายามแสดงออกถึงความมั่นใจเป็นคุณสมบัติที่ดีของการทำงาน แต่ในการสัมภาษณ์งานถ้าพูดถึงความสำเร็จมากเกินไปจนเกินพอดี ก็จะกลายเป็นเหมือนการพูดโอ้อวดไปได้ ถ้าเรารู้สึกว่าผู้สัมภาษณ์พูดค่อนข้างเกินจริง หรือเวลาที่เรามีข้อสงสัยแล้วเขาตอบได้แค่กว้างๆ นั่นก็อาจเป็นสัญญาณเตือนให้ต้องถามตัวเองอีกครั้งแล้ว

ควบคุมอารมณ์ไม่ได้

การควบคุมอารมณ์ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการทำงาน เพราะเราต้องปฏิสัมพันธ์กับผู้คนอยู่เสมอ ถ้าควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ก็จะส่งผลกระทบต่อคนอื่น และแสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นมืออาชีพ ลองสังเกตผู้สมัครของเราดูว่าเขาควบคุมอารมณ์ได้ไหม ถ้าเกิดบางคำถามที่ถามออกไปแล้วเขาแสดงอารมณ์โกรธ ไม่พอใจ ร้องไห้ พูดสะบัดเสียง ตื่นเต้น ประหม่า จนตอบถูกๆ ผิดๆ หรือตอบคำถามทั่วไปไม่ได้ นี่อาจจะเป็นสัญญาณเตือนให้เราต้องคิดหนักด้วยเหมือนกัน

ให้หัวหน้าเมื่อนานมาแล้วเป็นบุคคลอ้างอิง

ที่จริงแล้วผู้สมัครควรเลือกหัวหน้าคนปัจจุบันมาเป็นบุคคลอ้างอิง แต่ในกรณีที่เขายังไม่ได้แจ้งบริษัทว่าจะลาออก และยังไม่อยากให้หัวหน้ารู้ว่ากำลังหางานใหม่ ก็ควรเลือกหัวหน้าคนล่าสุดมาเป็นบุคคลอ้างอิง ไม่ใช่เลือกคนที่เป็นหัวหน้าเมื่อสิบปีที่แล้ว ถ้าผู้สมัครยังไม่ยอมให้ติดต่อบุคคลอ้างอิงคนล่าสุดเราก็ควรต้องหาเหตุผลให้ได้ว่าเพราะอะไร

ครอบครัวไม่สนับสนุนงานนี้

ต้องบอกว่าคนใกล้ตัวและคนในครอบครัวคือส่วนสำคัญที่มีผลต่อการเลือกตัดสินใจของผู้สมัคร ถ้าคนเหล่านี้ไม่สนับสนุนงานที่ผู้สมัครมาสัมภาษณ์ก็อาจจะส่งผลเสียต่อทั้งบริษัทและตัวเขาเองในอนาคต ลองคิดภาพนักศึกษาจบใหม่ที่ต้องมาทำงานไกลจากบ้าน เช่าหอพักอยู่คนเดียวเพื่อให้เดินทางสะดวก ทั้งๆ ที่ผู้ปกครองอยากให้ลูกเลือกทำงานใกล้บ้านมากกว่า ถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น คนเป็น HR ก็ต้องคิดดูให้ดีว่าจะมีปัญหาอะไรตามมาอีกบ้าง

 

ภาพ freepik

How to ใช้ชีวิตให้มีสุขหลังเกษียณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/603294

  • วันที่ 11 ต.ค. 2562 เวลา 10:47 น.

How to ใช้ชีวิตให้มีสุขหลังเกษียณ

ช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี จะมีคนกลุ่มหนึ่งที่เริ่มต้นก้าวแรกบนถนนแห่งการเกษียณอายุ คนที่เตรียมตัวไว้ดีก็ไม่มีอะไรให้ต้องคิดมาก แต่ก็มีบางท่านที่อาจกลัวขั้นจิตตกว่าจะอยู่อย่างไรกับชีวิตหลังเกษียณ เพียงปรับความคิด “ไม่กลัวการปรับเปลี่ยน” เคล็ดลับคือค่อยๆ ปรับ ทั้งร่างกาย จิตใจ ความคิด อารมณ์ ทัศนคติ แล้วปล่อยให้ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไป

คนที่ประสบความสำเร็จกับการเกษียณอายุ คือคนที่วางแผนก่อนเกษียณ บางคนวางแผนตั้งแต่เมื่อแรกเข้ารับราชการ ดูแลและเข้มงวดกับตัวเองตั้งแต่รายรับรายจ่าย เงินเดือนเดือนแรกยันเดือนสุดท้าย เงินออม การวางแผนเพิ่มพูนเงินออม หารายได้พิเศษ วันหยุดเวลาว่างไม่ปล่อยเวลาให้เปล่าเลย แต่ขยันทำมาหากินหารายได้เสริม

ไม่เอาแต่เก็บ หากคิดวางแผนจัดการเงินที่มี หลายคนคำนวณรายได้รายรับเป็นระยะ เงินเดือนเงินได้และเงินบำนาญพึงได้ที่จะได้รับเมื่อถึงวันเกษียณ กลุ่มนี้จะตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น เพิ่มรายรับที่สามารถทำได้ บางช่วงต้องการเงินเพิ่ม ก็ไม่รบกวนเงินออม แต่จะขวนขวายหาทางหางานพิเศษเพิ่ม เพิ่มรายรับในส่วนที่ต้องการแต่ต้องไม่รบกวนงานหลัก ทำเท่าที่สามารถทำได้ มีแผนอาชีพสำรองตามความถนัด ตั้งแต่งานช่าง งานด้านภาษา ดนตรี กีฬา งานกสิกรรมฯลฯ

สร้างเครือข่าย นี่เป็นเรื่องจริงของชาวเกษียณ บางคนมีเครือข่ายหรือก๊วนเพื่อนร่วมรุ่นตั้งแต่สมัยประถม มัธยม วิทยาลัย มหาวิทยาลัย คบกันเหนียวแน่นไม่จืดจาง ช่วยเหลือและสนับสนุนซึ่งกันและกัน ดูแลกันไม่เฉพาะเรื่องงานเรื่องเงิน แต่เป็นเรื่องความสุข สุขภาพ แนวคิด เพื่อนคู่คิดคู่คุย คบหาสมาคม การมีเพื่อนมากและได้เพื่อนดี ย่อมได้รับการช่วยเหลือเกื้อกูลในการสร้างรายได้ งานที่ว่ายากหากมีเพื่อนแล้วไม่ต้องกลัวเลย เราช่วยเขา เขาก็ช่วยเรา

อย่าพะวงกับอายุ อายุ 60 แล้วไง ต้องเปิดหูเปิดตา ท่องเที่ยวพบปะผู้คนใหม่ๆ อย่าให้ตัวเองเรื้อสนาม เรียนรู้ต่อไป มองทุกสิ่งอย่างสร้างสรรค์ ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง

อย่าวิตกกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง อย่ากลัวไปก่อน อย่าคิดแทนคนอื่น วิตกแทนคนอื่น ผู้สูงวัยบางคนคิดเองเออเอง วิตกเอง เช่น กลัวลูกหลานจะไปไม่รอด กลัวการค้าถดถอย กลัวเสียหน้าเสียวงศ์ตระกูล ฯลฯ ทั้งหมดคิดไปเอง เพราะยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงเลยสักอย่างเดียว คิดมากเกินไปก็ไม่ดี

ดูแลสุขภาพ สุขภาพคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคนสูงอายุ ถ้าสุขภาพไม่ดีหมายถึงต้นทุนต่ำ ไปต่อได้ยาก ทั้งการคิด การทำ การพูด

รักษามาตรฐานของตัวเอง เรื่องนี้ก็สำคัญ อย่าคิดว่าแก่แล้วแก่เลย ไม่ปรับตัวปรับใจ ชีวิตจะสะดุดเพราะสิ่งแวดล้อมทุกอย่างรอบตัวเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เราจะไม่เปลี่ยนได้ยังไง เรื่องมาตรฐานเป็นเรื่องเฉพาะตัว แต่อย่างน้อยก็ต้องชั่งน้ำหนักทุกวัน ไม่อ้วนเกินไป ไม่ผอมเกินไป แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสะอาด สมาร์ท ปรายตาดูแฟชั่นบ้าง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ห่างไกลสิ่งเสพติด

ชีวิตยังต้องวางแผนต่อ เขียนแผนชีวิตล่วงหน้า หรืออย่างน้อยก็วางแผนไว้คร่าวๆ เช่น ปีนี้จะใช้เงินเท่าไรอย่างไร ทรัพย์สินที่ดินที่ใดจะขายตรงไหน ราคาเท่าไร จะไปเที่ยวต่างประเทศในปีไหนเดือนไหน ไปประเทศใดบ้าง ฯลฯ แค่คิดก็มีความสุขแล้วใช่มั้ย

สำหรับสิ่งที่คนเกษียณทั่วโลกผิดพลาดคล้ายกันมีอยู่ 2 กรณี อย่างแรกคือ “สถานการณ์ Honeymoon Retirement” โดยเฉพาะคนเกษียณที่มีเงินก้อนใหญ่ออกมาครั้งเดียวหลังเกษียณ ส่วนใหญ่เงินจะหมดลงภายใน 5-10 ปี เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินชดเชยตามกฎหมาย บางรายมีรายได้เดือนสุดท้าย 200,000 บาท และได้เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมกับเงินชดเชยตามกฎหมาย 10 ล้านบาท แต่ผังสมองหรือความเข้าใจไม่เคยถูกฝึกให้รู้ว่า 10 ล้านบาท คือเงินเท่าใดของชีวิตที่เหลืออยู่

ส่วนอีกกรณีคือ “เรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสุขภาพที่บางรายอาจเตรียมไว้ไม่พอ” ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือดูแลสุขภาพ กินให้น้อย รับเฉพาะอาหารที่มีประโยชน์ มีสาระกับร่างกาย คืออาหารที่มีสารอาหารหลักครบ 5 หมู่ เคลื่อนไหวให้เยอะ มีความสุขกับชีวิต

6 สิ่งที่ต้องคำนึงในการวางแผนการเงินเมื่อเกษียณอายุ

1.สำรวจเงินได้หลังเกษียณพร้อมคำนวณการใช้ เมื่อเกษียณเราจะได้รับเงินตามกฎหมาย เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินชดเชยตามกฎหมาย บำนาญ เงินจากกองทุนชราภาพประกันสังคม หรือ RMF และอื่นๆ และเมื่อนำมารวมกันแล้วให้คำนวณว่าจะสามารถใช้ได้อีกกี่ปี ตามข้อถัดไป

2. ประมาณค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ โดยประมาณจากอายุขัยเฉลี่ยของบรรพบุรุษ และบวกเพิ่มอีก 10 ปี เช่น อายุขัยบรรพบุรุษเฉลี่ย 75 ปี อายุขัยคือประมาณ 85 ปี หากเกษียณเมื่ออายุ 60 ปี จึงจะต้องการใช้เงินไปอีก 25 ปี ซึ่งจะนำไปคำนวณ โดยนำ ค่าใช้จ่ายต่อเดือน x 12 เดือน x จำนวนปีหลังเกษียณ = เงินที่จะต้องมีหลังเกษียณ ในจำนวนนี้ยังไม่รวมกับค่าเงินเฟ้อ และเมื่อนำตัวเลขที่คำนวณได้ เทียบกับแหล่งเงินที่มีหลังเกษียณเพียงพอหรือไม่

3. บันทึกรายจ่าย เนื่องจากการใช้ชีวิตหลังเกษียณมักจะมีความเปลี่ยนแปลง ค่าใช้จ่ายบางรายการลดลง บางรายการเพิ่มขึ้น การบันทึกรายจ่ายจะทำให้รู้ค่าใช้จ่ายที่ชัดเจน ควรบันทึกอย่างน้อย 1 ปี เพื่อให้เห็นค่าใช้จ่ายทุกรายการ

4. ทำงบประมาณรายจ่าย ใช้ข้อมูลจากการบันทึกรายจ่าย ทำงบประมาณรายจ่าย แยกแต่ละประเภทรายจ่าย บันทึกรายจ่ายตามงบประมาณ เพื่อให้รู้ตัวว่ามีค่าใช้จ่ายรายการใดใช้เกิน ก่อนเงินหมดแบบควบคุมไม่ได้

5. เตรียมเงินสำรองฉุกเฉิน 6 เดือน สำรองไว้กรณีที่มีค่าใช้จ่ายเกินจากงบประมาณที่คาดการณ์ไว้

6. หาอาชีพเสริมสุข สร้างรายได้ หลังจากคำนวณค่าใช้จ่ายประมาณการแล้ว ถ้าเราเห็นว่าแหล่งเงินหลังเกษียณไม่พ่อ สิ่งที่เราต้องเตรียมคือ หาอาชีพ โดยอาชีพที่ค้นหาง่ายที่สุดคือ อาชีพเดิมที่เคยทำก่อนเกษียณ เพราะมีความชำนาญอยู่แล้ว อาจจะเป็นที่ปรึกษา รับเป็นจ๊อบ หรืออีกวิธีหนึ่งคือ ค้นหาอาชีพจากพรสวรรค์หรือความถนัดความชอบพื้นฐาน งานอดิเรก และแรงบันดาลใจ มาพัฒนาเป็นอาชีพ สำคัญที่สุดคือ อาชีพหลังเกษียณหากจำเป็นต้องลงทุน ให้ทดลองทำเล็กๆ ก่อน ได้ผลจึงจะขยายผลจากส่วนกำไร และมีความสุขกับการทำงานนั้น

 

ภาพ Freepik