พสกนิกรเข้าแถวรอถวายความอาลัย แต่งกายไว้ทุกข์แน่นสนามหลวง (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.naewna.com/local/240968

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 10.13 น.

20 ต.ค.59 ภาพบรรยากาศ ที่ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามสมุดหลวงถวายความอาลัยพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น. ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยประชาชนจากทั่วทุกสารทิศทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ คนชรา และผู้พิการ ต่างสวมชุดไว้ทุกข์ ต่อแถวรอเวลาเพื่อเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ด้วยความสงบและเป็นระเบียบเรียบร้อย

 

‘ในหลวง’พระราชทานที่ดินสทก. พื้นที่ความมั่นคงบ้านชมเจริญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.naewna.com/local/240959

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 09.33 น.

20 ต.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนนี้ บ้านร่มเกล้าชมเจริญ เป็นพื้นที่ที่จัดสร้างขึ้นในบริเวณพื้นที่คุกคามของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์และพื้นที่ทุรกันดารต่าง ๆ และมีการสร้างโรงเรียนในภายหลัง ต่อมาโรงเรียนร่มเกล้าบ้านชมเจริญ ได้ตั้งขึ้น ที่บ้านชมเจริญ หมู่ที่ 1ตำบลชมเจริญ อำเภอปากชม จังหวัดเลย เป็นโรงเรียนในโครงการพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2524 ในขณะนั้นขึ้นกับตำบลห้วยบ่อซืน อำเภอปากชม จังหวัดเลย การก่อตั้งโรงเรียนเกิดจากนโยบายการต่อสู้เพื่อเอาชนะผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ของหน่วยผสมพลเรือนตำรวจทหารที่ 1718 (พตท.1718) ที่ได้อพยพราษฎรเข้ามาตั้งเป็นหมู่บ้านและจัดสรรที่ทำกินให้ตามโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงบริเวณห้วยปลาดุกหมู่บ้านนี้ได้รับการตั้งชื่อว่าบ้านชมเจริญจึงได้ชื่อว่าโรงเรียนบ้านชมเจริญ ต่อมาเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2524 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงบริเวณห้วยปลาดุก ณ โรงเรียนบ้านชมเจริญ

นายเจิมศักดิ์ มูลถวิล อายุ 70 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน กล่าวถึงและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ว่า เมื่อครั้งพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก เป็นผู้บัญชาการหน่วยผสมพลเรือนตำรวจทหาร 1718 จังหวัดเลยได้มีความคิดที่จะต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ซึ่งมีฐานกำลังใหญ่อยู่บนภูซาง เรียกว่ากองกำลังจังหวัดอุดรธานี หรือบก.073 ตั้งอยู่ตรงรอยต่อจังหวัดเลย อุดรธานี และหนองคายบริเวณภูซางใหญ่ เป็นเทือกเขาเพชรบูรณ์ที่ย้อยต่ำมาเชื่อมกับภูเขาภูพาน ตรงกลางเป็นดงที่มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ซึ่งเคลื่อนไหวจากทางเหนือไปสู่อีสานแล้วจะแทรกซึมจากนอกประเทศ ผ่านข้ามจังหวัดเลย ไปสู่ภูซางใหญ่ฉะนั้น จากภูมิประเทศบริเวณนี้จึงมีความสำคัญหากได้สร้างหมู่บ้านขึ้นเป็นแนวป้องกันที่มั่นคงตรงกลาง ระหว่าง บก.073 หรือ กองกำลังจังหวัดอุดรธานี ของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์กับจังหวัดเลย จะทำให้จังหวัดเลยปลอดภัยจากการคุกคามของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์เมื่อมีแนวความคิดจัดตั้งหมู่บ้านเกิดขึ้นก็ได้พิจารณาถึงบริเวณป่าเสื่อมโทรม ในลุ่มห้วยปลาดุก – ห้วยชมซึ่งมีสภาพเป็นเนินเขาเล็กๆ พอที่จะเป็นที่อยู่อาศัยและทำกินของราษฎรได้จึงได้กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช พระองค์ทรงมีพระราชวินิจฉัย และพระราชดำริว่าน่าจะก่อตั้งเป็นหมู่บ้านได้ โดยใช้แนวคิดหมู่บ้านสหกรณ์บวกผสมกับหมู่บ้านของอิสราเอล ซึ่งพร้อมที่จะสร้างเป็นหมู่บ้านต่อสู้และทำการเกษตรแบบผสมผสานจึงได้เพียรพยายามเสนอของบประมาณขึ้นเป็นผลสำเร็จได้รับการจัดตั้งหมู่บ้าน จำนวน 2 หมู่บ้าน คือในปี 2524 จำนวน1 หมู่บ้าน และปี 2525 จำนวน 1 หมู่บ้านจำนวนราษฎรหมู่บ้านละ 200 ครอบครัว ตั้งชื่อโครงการว่าโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงบริเวณห้วยปลาดุกท้องที่อำเภอปากชม และกิ่งอำเภอนาด้วง จังหวัดเลยมีคณะทำงานประกอบด้วย ส่วนราชการต่าง ๆเข้าดำเนินการพัฒนาในพื้นที่ ก่อสร้างสาธารณูปโภคต่าง ๆส่งเสริมอาชีพ และสร้างอาชีพให้กับราษฎร

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2524 ได้ทรงพระราชทาน เอกสารสทก. ให้แก่ราษฎรหมู่บ้านละ 200 ครอบครัว โดยให้เป้นที่อยู่อาศัย 2ไร่ และที่ทำกินอีกคนละ 12 ไร่ และทรงให้สร้าง อ่างเก็บน้ำ 3 อ่างให้คือ อ่างเก็บน้ำห้วยไร่ อ่างเก็บน้ำห้วยชม อ่างเก็บน้ำห้วยโป่งไว้ให้ราษฎรด้วย สทก คือ สิทธิทำกินเป็นที่ดินในเขตป่าสงวนและเป็นป่าไม้เสื่อมโทรมต้องเป็นพื้นที่ที่ได้ทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยอยู่แล้วจึงประกาศเป็นเขตปรับปรุงป่าสงวนแห่งชาติ ฉะนั้นสทก.ยังเป็นที่ป่าสงวนอยู่ โดยกรมป่าไม้เป็นผู้อนุญาตและทำการรังวัดไม่สามารถซื้อขายได้ แต่ตกทอดเป็นมรดกแก่ทายาทได้

 

พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดทำภาพยนตร์ ‘เพลงสรรเสริญพระบารมี’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.naewna.com/local/240956

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 09.08 น.

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานพระราชานุญาต ให้หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล จัดทำภาพยนตร์เพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อแสดงความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรี นฤบดินทร์ สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ในวันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม 2559 เวลา 13.00 น. ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยจะมีพสกนิกรและคณะศิลปินร่วมกิจกรรม พร้อมวงดนตรี Siam Phiharmonic Orchestra บรรเลงอย่างสมพระเกียรติพร้อมคอรัส 100 คน มีอาจารย์ สมเถา สุจริต เป็นวาทยกร การถ่ายทำภาพยนตร์เพลงสรรเสริญพระบารมีครั้งนี้ เป็นการบันทึกเสียงเพลงที่ประชาชนขับร้องสด โดยใช้อุปกรณ์ถ่ายทำประกอบด้วย กล้อง 25ตัว เครน 3 ตัว พร้อมโดรนถ่ายมุมสูงอีก 2 ตัว และทีมงาน หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล เป็นผู้รับผิดชอบถ่ายทำภาพยนตร์

ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว กรุณามาพร้อมกันในวันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม 2559 เวลา 10.00 น. ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง แต่งกายด้วยชุดสุภาพสีดำพร้อมนำเทียนสีขาวมาด้วย

มท.1สั่งรับมือ คลื่นมหาชนทะลัก28ตุลาฯ จัดนอนวัด-สถานที่ราชการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.naewna.com/local/240945

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

มท.1สั่งรับมือคลื่นมหาชนทะลัก 28 ตุลาฯ จัดนอนวัด-สถานที่ราชการ ขายเสื้อดำลอตแรก7แสนตัว

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงความพร้อมในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่จะเดินทางเข้าสักการะเบื้องหน้าพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในวันที่ 28 ตุลาคม ว่า กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการภายใต้กรอบการทำงานของศูนย์บัญชาการติดตาม สถานการณ์ (ศตส.)ส่วนพื้นที่ในต่างจังหวัด จะมีการอำนวยความสะดวกในเรื่องของการเดินทางดยประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจรับผิดชอบดูแลในส่วนนี้อยู่แล้ว

ส่วนสถานที่ในการบริการให้ประชาชนพักคอยนั้น ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีวัดและสถานที่ราชการที่จะเปิดให้ประชาชนเข้าไปพักได้ โดยได้ประสานงานกับพื้นที่ของกทม.และจังหวัดในเขตพื้นที่ปริมณฑล อีกทั้งจะมีการจัดระเบียบเต็นท์ เตรียมให้ประชาชนที่จะเข้าไป เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน เพื่อให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

‘ตามที่สำนักพระราชวังได้ประกาศแจ้งให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทตั้งแต่เวลา13.00 น.ของวันที่ 28 ตุลาคมเป็นต้นไป กระทรวงมหาดไทยได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลเรื่องการจราจร พร้อมให้กรุงเทพมหานคร(กทม.)จัดสถานที่รองรับให้ประชาชนพักค้างแรมได้ โดยจะจัดเตรียมอาหาร น้ำดื่มและห้องน้ำให้กับประชาชน ซึ่งจะมีศูนย์ประสานงานฯบริเวณสนามหลวงเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน’พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว

ขณะที่ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.)ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)กล่าวหลังตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณท้องสนามหลวง ว่าไม่ห่วงเรื่องมิจฉาชีพจะแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุช่วงนี้ เพราะคงไม่มีใครใช้สถานการณ์แบบนี้ซ้ำเติมคนไทยด้วยกัน สิ่งที่เป็นห่วงมากที่สุด คือ ปัญหาการจราจร มอบหมายให้ กกล.รส.กองทัพภาคที่1 ตั้งกองอำนวยการร่วม ประสานงาน กับตำรวจจัดระเบียบการจราจร ซึ่ง2วันที่ผ่านมาทุกอย่างดีขึ้นแต่จำนวนประชาชนเข้ามาเพิ่มขึ้น ขอให้เห็นใจเจ้าหน้าที่ต้องมองในมุมความสงบเรียบร้อย ปลอดภัย เป็นอันดับแรก รองลงมา คือ การจราจร อาจทำให้ประชาชนบางคนไม่พอใจจึงอยากขอให้มองในภาพรวม และช่วยกัน

ทั้งนี้ ผบ.ทบ.กล่าว ยอมรับว่ เป็นห่วงการใช้มาตรการทางสังคมกดดันคนที่แต่งกายและแสดงออกไม่เหมาะสม เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้พูดไปแล้วว่าทุกคนมีความจงรักภักดี มีความรักและอาลัยอาวรณ์แต่สภาพความพร้อมของทุกคนอาจไม่เท่ากัน ขอให้ทุกคนเข้าใจซึ่งกันและกัน ขออย่าไปทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด เพราะประเทศชาติ ต้องการความสงบเรียบร้อย ความราบรื่น ไม่อยากให้จุดเล็กๆเพียงจุดเดียวสร้างปมด่างให้เกิดขึ้นในช่วงนี้ และได้สั่งให้ กกล.รส.อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางมาแสดงความอาลัยแด่ในหลวงให้เกิดความสะดวกสบายมากที่สุด

ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)กล่าวว่าได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มกำลังดูแลความปลอดภัยประชาชนที่เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ บริเวณพระบรมมหาราชวัง อย่างเต็มอัตรา โดยสั่งการให้กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.) กองบังคับการสืบสวน นำกำลังมาช่วยเพิ่มด้วย ส่วนรถตู้ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)ที่จะบริการรับส่งประชาชน มีทั้งหมด3เส้นทาง ประกอบด้วย อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หน้าห้างมาบุญครอง และวงเวียนใหญ่ เริ่มตั้งแต่เวลา08.00น.-16.00น.โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมยังสั่งให้ตำรวจน้ำนำเรือมาบริการประชาชนที่บริเวณท่าเรือใกล้สนามหลวงเพื่อคอยรับส่งประชาชน จะเริ่มปฏิบัติตั้งแต่วันนี้

ขณะที่นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เผยว่า จากความต้องการเสื้อดำของประชาชนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม จะเร่งผลิตผ้าผืนและเสื้อผ้าสำเร็จรูปสีดำเพื่อสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างเพียงพอ ระหว่างวันที่ 21-24 ตุลาคมนี้ กรมการค้าภายในร่วมกับกลุ่มเครื่องนุ่งห่มหรือสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มนำผู้ผลิตเครื่องนุ่งห่ม 80ราย ร่วมกันจัดงาน“เทใจถวายอาลัย” ขึ้น เพื่อเปิดจำหน่ายเสื้อผ้าสีดำให้แก่ประชาชนจับจ่าย ที่ศูนย์แสดงสินค้ากรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ถนนรัชดาภิเษก

 

“ภายในงาน จะนำเสื้อผ้าสีดำกว่า 700,000 ตัว ออกมาจำหน่ายในราคาที่กรมการค้าภายในดูแล โดยเสื้อคอกลม ราคาตัวละ79 บาท เสื้อโปโล ตัวละ149 บาท ส่วนเสื้อเชิ้ต ตัวละ229 บาท ส่วนเสื้อบางตัว อาจมีราคาจำหน่ายที่สูงกว่านี้ก็จะเป็นไปตามคุณภาพเนื้อผ้า พร้อมยังมีเสื้อแจ็กเก็ตรับฤดูหนาวด้วย อีกทั้งยังเตรียมพร้อมผลิตผ้าดำ เตรียมให้สำหรับข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจที่จะต้องใส่ชุดดำตลอดช่วงเวลา1 ปีด้วย” นายวัลลภ กล่าว

‘ขอนแก่น’ น้อมเกล้าฯแสดงความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.naewna.com/local/240875

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น นำผู้บริหาร บุคลากร นักเรียน นักศึกษา ศิษย์เก่า น้อมเกล้าฯแสดงความอาลัย
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ โถงอาคารสิริคุณากร มหาวิทยาลัยขอนแก่น

รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อย่างหาที่สุดมิได้ ในการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงก่อตั้งมหาวิทยาลัยขอนแก่น เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดและพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาด้วยพระองค์เอง พร้อมทั้งโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นักศึกษาปัจจุบันในแต่ละปีเข้าเฝ้าฯ และมีกระแสพระราชดำรัสกับนักศึกษารุ่นแล้วรุ่นเล่าให้ประกอบแต่ความดี แม้ต่อมาเมื่อพระชนมพรรษามากขึ้นก็ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯแทนพระองค์ในการดังกล่าวมาจวบจนปัจจุบัน

พระราชดำรัส ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดมหาวิทยาลัยขอนแก่น ๒๐ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๐ ความว่า “การตั้งมหาวิทยาลัยขอนแก่นขึ้นอีกแห่งหนึ่งนั้น เป็นคุณอย่างยิ่ง เพราะทำให้การศึกษาชั้นสูงขยายออกไปถึงภูมิภาคที่สำคัญที่สุดส่วนหนึ่งของประเทศ ซึ่งต่อไปจะเป็นผลดีแก่การพัฒนา ยกฐานะความเป็นอยู่ของประชาชนในภูมิภาคนี้เป็นอย่างยิ่ง ความสำเร็จในการตั้งมหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงเป็นความสำเร็จที่ทุกคนควร จะยินดี”

มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้นำกระแสพระราชดำรัสดังกล่าวเป็นแนวทางในการพัฒนามหาวิทยาลัย ตลอดจนเป็นแนวทางในการเรียนการสอนถ่ายทอดไปยังลูกศิษย์ กระทั่งวันนี้มหาวิทยาลัยขอนแก่นกลายเป็นสถาบันพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เปิดโอกาสให้คนอีสานเข้าถึงการศึกษาชั้นสูงของประเทศ

“เราได้ยึดถือพระราชดำรัสเป็นแนวทางตลอดมาจนถึงปัจจุบันนี้ โดยเปิดโอกาสให้เด็กอีสานเข้ามาเรียนมากกว่าร้อยละ 90 จากนักศึกษาทั้งหมดเกือบ 40,000 คน จะเห็นได้ว่าเรากำลังเดินตามรอยของพระองค์ท่าน นอกเหนือจากการเปิดโอกาสแล้วเรายังนำวิจัย วิชาการ องค์ความรู้ต่างๆ ไปบริการชุมชน และพัฒนาพื้นที่ในภาคอีสาน ให้มีความเป็นอยู่ที่ยั่งยืนขึ้น การสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของเราคนไทยครั้งนี้ ทราบดีว่าเป็นความเจ็บปวดยากเกินบรรยายแต่อยากให้เราภูมิใจที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ของโลก พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างที่ดี ทรงทุ่มเทพระวรกายปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ให้กับประเทศชาติมาโดยตลอด สิ่งนี้จะเป็นแบบอย่างให้กับพวกเราคนไทยทุกๆ คนเดินตามรอยเท้าของท่าน รักษาคุณงามความดี ทำคุณงามความดี ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันต่อไปครับ” อธิการบดีกล่าว

นางสาวปาลิดา กงตาล นักศึกษาชั้นปีที่ 5 สาขาการสอนภาษาอังกฤษ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า แม้ตนจะไม่เคยเข้าเฝ้าฯพระองค์ แต่ซาบซึ้งสิ่งที่พระองค์มอบให้กับคนไทย การเดินทางมาแสดงความอาลัยในครั้งนี้จึงเปรียบเหมือนการกระตุ้นเตือนตนเองให้น้อมนำพระราชดำรัสไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะตนได้ศึกษาด้านครุศาสตร์ ในมหาวิทยาลัยที่พระองค์ทรงตั้งขึ้น จะพยายามปลูกฝังความดี แบบอย่างเศรษฐกิจพอเพียงแก่เด็กนักเรียนเพื่อเป็นการตอบแทนแผ่นดินไทยที่พระองค์รัก

“หนูภูมิใจมากที่ได้ศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะน้อมนำพระราชดำรัสของพระองค์มาใช้พัฒนาชาติบ้านเมืองให้ได้มากที่สุด โดยจะใช้วิชาชีพปลูกฝังเด็กและเยาวชนไทยให้ตั้งมั่นในความดี ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นความดียิ่งใหญ่ ขอเพียงเริ่มจากความดีเล็กๆ ภายในครอบครัว ซึ่งจะสร้างสังคมที่ดีได้ต่อไป และจะน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างที่ประเสริฐที่สุด” นางสาวปาลิดา กล่าว

ทั้งนี้สำนักงานอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดให้บุคลากร นักเรียน นักศึกษา ศิษย์เก่าฯ ร่วมลงนามแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ โถงอาคารสิริคุณากร มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตลอด 24 ชม.เป็นเวลา 1 ปี โดยแต่งกายไว้ทุกข์ด้วยความสุภาพ นอกจากนี้มหาวิทยาลัยขอนแก่นยังได้ทำการลดธงครึ่งเสา 30 วัน และให้บุคลากรไว้ทุกข์เป็นระยะเวลา 1 ปี ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมจัดทำชาร์ทผ้าใบขนาด 9×9 นิ้ว จำนวน 1 หมื่นชิ้น แจกให้แก่ บุคลากร เพื่อนำไปวาดหรือเขียน
ข้อความ สร้างงานศิลปะถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยกำหนดส่งผลงานภายในวันที่ 10 พ.ย. 2559 ณ กองสื่อสารองค์กร ทั้งนี้ ศิลปะบนผืนผ้าใบของท่านจะรวบรวมเพื่อจัดแสดงเป็นงานประติมากรรมรำลึกถึงพระองค์ ณ บริเวณวงเวียนหน้าอาคารสิริคุณากรต่อไป

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม แจก‘ริบบิ้นดำ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.naewna.com/local/240877

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ใช้เวลาว่างจากการทำงานร่วมกันทำเข็มกลัดริบบิ้นดำไว้ทุกข์ เนื่องด้วยการประกาศจากสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สามารถติดเครื่องหมายสัญลักษณ์ อย่างริบบิ้นสีดำ แทนการแต่งกาย โดยเป็นสิ่งที่ทำเองได้ไม่สิ้นเปลือง แสดงความรักต่อพ่อหลวง ให้ยึดมั่นการทำความดี และได้ปฏิบัติตามคำพ่อสอนเรื่อง “ความพอเพียง” ไว้เป็นหลักในการดำเนินชีวิต โดยนางสินินาฏ พรั่งพร้อมกุล บุคลากรกองประชาสัมพันธ์และกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม บอกว่า ตนและบุคลากรกองประชาสัมพันธ์ฯ ตั้งใจจะหาซื้อริบบิ้นสีดำ มาติดกับเข็มกลัดทำเป็นโบไว้ทุกข์ โดยมีจุดประสงค์เพื่อต้องการให้ทุกคนที่ต้องการร่วมไว้ทุกข์ ไม่ว่าจะเป็น คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ ประชาชนทั่วไป และนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้แสดงความอาลัยต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องจากบางคนอาจจะไม่มีเสื้อดำใส่ จึงใช้ริบบิ้นติดแทน รวมทั้งยังต้องการมีส่วนร่วมในการแสดงความอาลัยต่อพระองค์ท่าน เนื่องจากไม่สามารถเดินทางไปเคารพพระบรมศพที่กรุงเทพฯได้

แต่เนื่องจากช่วงนี้ริบบิ้นสำเร็จมีราคาค่อนข้างสูง และหาซื้อยาก เนื่องจากกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด จึงมีแนวคิดที่จะผลิตริบบิ้นขึ้นมาเอง โดยซื้อผ้ากำมะหยี่ ซื้อมาเป็นเมตร มีราคาขายเมตรละ 100 บาท ซื้อมาจำนวน 8 เมตร แล้วมาวัดตัดเป็น
ขนาดริบบิ้นกว้าง 1.3 เซนติเมตร ยาว 20-25 เซนติเมตร ใช้เข็มและด้ายเย็บตามตำแหน่งที่กำหนด และกลัดด้วยเข็มกลัดขนาดเล็ก เพียงเท่านี้ก็นำไปแจกให้ผู้ที่ต้องการมีส่วนร่วมในการแสดงความอาลัยต่อพระองค์ท่าน ด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์ ไม่มีเสื้อสีดำ ก็ได้แสดงออกโดยใช้สัญลักษณ์ ริบบิ้นสีดำ กลัดที่แขนเสื้อ หรือหน้าอกซ้าย กับชุดเสื้อผ้าที่สุภาพ เหมาะสม โดยผ้าขนาด
1 เมตร สามารถนำมาทำเป็นริบบิ้นได้ประมาณ 300 ชิ้น ทั้งนี้ หากใครต้องการสามารถเดินทางมารับได้ที่ลานชั้น 1 อาคารบรมราชกุมารี หรือที่กองประชาสัมพันธ์และกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ตั้งแต่บัดนี้จนกว่าริบบิ้นจะหมด

วัยรุ่นระยองแห่สักรูป’พ่อหลวง’ เจ้าของร้านเผยลูกค้ามาไม่ขาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.naewna.com/local/240936

วันพุธ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 20.20 น.

19 ต.ค.59 นายธีระธร นาคมี อายุ 29 ปี เจ้าของร้าน Tattoo แห่งหนึ่งในชุมชนบ้านฉาง กล่าวว่า หลังจากสำนักพระราชวังเรื่องการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 13 ต.ค.59ที่ผ่านมา จากนั้นก็มีลูกค้าเดินทางมาให้ตนเองสักรูปในหลวง หลายราย ซึ่งผู้ที่มาขอให้สักนั้นบอกกับตนเองว่าจะขอแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพ่อหลวงของไทย ที่ทรงงานหนักเพื่อคนไทยทั้งชาติ

นับตั้งแต่ที่ตนเติมโตมาก็เห็นแล้วว่า ในหลวงทรงงานมาโดยตลอดอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ยิ่งทราบข่าวการเสด็จสวรรตคตรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก แต่จะขอน้อมนำแนวทางของพระองค์มาใช้กับชีวิตประจำวัน โดยลายที่จะสักนั้นทางร้านจะพิจารณาเป็นพิเศษเท่านั้น เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีที่มีความเหมาะสม เป็นต้น และความพึงพอใจของผู้ที่จะสักก่อนหาข้อสรุป ถึงจะสักให้ ที่ผ่านมา มีลูกค้าเดินทางมาขอสักให้มากกว่า 20 ราย และเชื่อว่า ยังมีผู้ที่จงรักภักดีมาขอสักอีกจำนวนมาก

นายกฤษกานต์ ทวีผล ลูกค้าที่เดินทางมาขอสัก กล่าวว่า ตนเองเองสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยในส่วนตัวแล้วอยากแสดงออกถึงความจงรักภัคดีต่อพระองค์ท่าน และชื่นชอบในการสักลายอยู่แล้ว จึงเดินทางมาให้ทางร้านสักให้ โดยจะเลือกรูปที่มีเด็กกำลังก้มลงกราบพระบาท เหมือนเช่นที่ตนเองเครารพรักในพระมาหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และจะอยู่ในใจตนเองไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่

ยืนยัน!ไม่เลื่อนรวมพลังเพื่อ’พ่อ’ ร้องเพลง’สรรเสริญฯ’เสาร์22ตค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.naewna.com/local/240914

วันพุธ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 19.36 น.

19 ต.ค.59 หลังจากมีกระแสข่าวการเปลี่ยนแปลงกำหนดการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและร่วมถวายความอาลัย แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยการรวมพลังร้องเพลง “สรรเสริญพระบารมี” เป็นวันศุกร์ที่ 21 ต.ค.นั้น

ล่าสุด ในหน้าเพจเฟซบุ๊ก Wassana Nanuam ได้ยืนยันแล้วว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการแต่อย่างใด ยังคงเป็นวันเวลาเดิม คือ วันเสาร์ที่ 22 ต.ค.นี้ เวลา 13.00 น. ณ บริเวณถนนหน้าพระลาน กำแพงพระบรมมหาราชวัง และท้องสนามหลวง โดยจะมีการบันทึกภาพและเสียง โดย ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล หรือท่านมุ้ย ผู้กำกับภาพยนตร์ ผู้เขียนบท และผู้อำนวยการผลิตภาพยนตร์ เพื่อนำไปฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เสาร์นี้คนไทย’รักพ่อ’มีนัด ร้องเพลง’สรรเสริญฯ’ ถวายรัชกาลที่9

 

อ่านให้จบ!อดีตขรก.เผยสุดปีติ ‘ในหลวง’มีรับสั่งเด็กป.4ให้ศึกษาต่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.naewna.com/local/240912

วันพุธ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 19.28 น.

อดีตข้าราชการศูนย์อนามัยแม่และเด็กเขต 7 วัย 72 ปี ชาวราชบุรี เผยในหลวงทรงรับสั่ง “จงหาทางศึกษาต่อเพื่อจะได้มีความก้าวหน้า ในหน้าที่การงาน” จนทำให้มีแรงผลักดันตนเอง จากพนักงานขับรถยนต์วุฒิชั้น ป.4 มุมานะเรียนจนจบ ได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร และเข้ารับราชการในกระทรวงสาธารณสุขจนเกษียณอายุราชการ

19 ตุลาคม 2559 นายศรีวิชัย ทรงสุวรรณ อดีตข้าราชการศูนย์อนามัยแม่และเด็ก เขต 7 หรือ ศูนย์อนามัยที่ 5 ราชบุรี อายุ 72 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 9 ต.ดอนตะโก อ.เมือง จ.ราชบุรี เผยถึงเรื่องราวความประทับใจที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างใกล้ชิดถึง 3 ครั้ง ซึ่งถือได้ว่า เป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่ชีวิตและวงตระกูลทรงสุวรรณ พร้อมน้อมนำพระราชดำรัสมาใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันจนมีความเจริญก้าวหน้าจากพนักงานขับรถยนต์ความรู้ชั้น ป.4 ก้าวสู่ชีวิตข้าราชการในกระทรวงสาธารณสุข ประจำจังหวัดราชบุรี ด้วยวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีในคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

นายศรีวิชัย เผยภาพความทรงจำในอดีต ที่แม้จะล่วงเลยมาถึง 45 ปีแล้วแต่ทุกภาพยังคงตราตรึงอยู่ในหัวใจว่า ครั้งแรกที่ได้เข้าเฝ้าฯ คือ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2514 เวลา 13.00 น. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเสด็จพระราชดำเนินมาถวายผ้าพระกฐินต้น ณ วัดเขาวัง ต.หน้าเมือง  อ.เมือง จ.ราชบุรี โดยที่ตนเองได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ พร้อมกับนำพวงมาลัยดอกไม้สดจำนวน 2 พวง นั่งรอรับเสด็จฯ ด้วยความตั้งใจอยู่ที่บริเวณหน้าประตูทางเข้า ร.ร.วัดเขาวัง (แสงช่วงสุวนิช)

เมื่อทั้งสองพระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐินต้นจนหมดภารกิจ ก็เสด็จฯ ลงมาจากวัดเขาวังให้ประชาชนได้ชื่นชมพระบารมี จนเสด็จฯ มาถึงยังหน้าประตูทางเข้าโรงเรียนที่ตนเองนั่งรอรับเสด็จฯ อยู่ ตนจึงได้ยื่นพานเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายพวงมาลัยพระกร พระองค์ยื่นพระหัตถ์มารับมาลัยพระกรและทรงตรัสว่า “ขอบใจนะ” ขณะเดียวกันตนเองก็ทูลเกล้าฯ ถวายรายงานชื่อ นามสกุล และศูนย์อนามัยแม่และเด็ก ซึ่งเป็นสถานที่ทำงาน พระองค์ทรงรับสั่งกลับว่า “หน่วยงานนี้ฉันเคยมาเปิดเมื่อสองปีก่อนใช่หรือไม่” ซึ่งตนก็ทูลกลับว่า “ใช่พะย่ะค่ะ”

จากนั้น พระองค์ทรงรับสั่งว่า ไม่ต้องใช้คำราชาศัพท์ ให้พูดธรรมดา และพระองค์ทรงตรัสถามถึงงานที่ทำ อายุ และการศึกษา เมื่อได้กราบบังคมทูลให้ทรงทราบว่า ตนอายุ 27 ปี ทำหน้าที่พนักงานขับรถยนต์ มีการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และพระองค์ทรงตรัสถามว่า ขับรถไปที่ไหนบ้าง ตนเองก็ทูลไปว่า ขับรถไปในพื้นที่ชนบท พื้นที่ทุรกันดาร ถนนหนทางลำบากมาก เนื่องจากศูนย์อนามัยแม่และเด็กเขต 7 ราชบุรี รับผิดชอบพื้นที่ 7 จังหวัด ตั้งแต่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไปจนถึง จ.สุพรรณบุรี จากนั้น พระองค์ทรงมีรับสั่งว่า “จงหาทางศึกษาต่อเพื่อจะได้มีความก้าวหน้า ในหน้าที่การงาน” ตนเองน้อมรับสั่งพร้อมทั้งก้มกราบที่พระบาทแล้วพระองค์เสด็จฯ ผ่านไป

ขณะเดียวกันที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมาประทับเบื้องหน้าทรงเอื้อมพระหัตถ์มารับมาลัยพระกรแล้วรับสั่งว่า “รับสั่งพระองค์ท่านไปแล้ว ต้องนำไปปฏิบัตินะ” ตนจึงทูลกลับว่า “พะย่ะค่ะ” จากนั้น ทั้งสองพระองค์ทรงเสด็จขึ้นประทับรถพระที่นั่งทรงเสด็จพระราชดำเนินกลับ

นายศรีวิชัย เล่าต่อว่า วันรุ่งขึ้น นางยุพา ประถมภัฏ หัวหน้าศึกษานิเทศก์ เขต 5 ได้เดินทางมาถามตนว่า ในหลวงรับสั่งอะไรแก่ตนเองบ้าง ตนจึงเล่าให้ฟังไปว่าพระองค์ท่านรับสั่งให้ตนหาทางศึกษาต่อ จากนั้น จึงพาไปสมัครเรียนที่ ร.ร.ผู้ใหญ่วัดเขาวัง (แสงช่วงสุวนิช) และได้เข้าเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

สำหรับครั้งที่ 2 ที่ตนได้เข้าเฝ้าฯ คือ วันที่ 19 มิถุนายน 2515 ขณะที่ พระบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเสด็จฯ ณ วัดดอนตูม อ.บ้านโป่ง  จ.ราชบุรี ตนก็ได้นำมาลัยพระกรไปทูลเกล้าฯ ถวาย พระองค์ทรงเอื้อมพระหัตถ์มารับมาลัยพระกร ตนเองจึงกราบบังคมทูลถวายรายงานชื่อ นามสกุล และที่ทำงาน พระองค์ทรงยืนนิ่งไปชั่วครู่และมองหน้าตนเอง ทรงตรัสถามว่า “ไปเรียนแล้วหรือยัง” ในจังหวะนั้น ตนเองน้ำตาไหลด้วยความปลื้มปิติ และกราบทูลไปว่า กำลังเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ร.ร.ศึกษาผู้ใหญ่วัดเขาวัง ท่านก็รับสั่งว่า “ให้มีความพยายาม มันจะมีอุปสรรคเพราะเราอายุเยอะแล้วแต่ถ้าพยายามจะผ่านไปได้ มีอุปสรรคอะไรให้บอก” จากนั้นพระองค์ท่านก็เสด็จผ่านไป

จากนั้น ตนเองก็พยายามศึกษาเล่าเรียนจนจบในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.ศ.3) และได้มีโอกาสสอบชิงทุนเพื่อเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรพนักงานอนามัย ที่กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และถูกส่งไปศึกษาที่ศูนย์ฝึกอบรมกรมอนามัยภาคกลาง จ.ชลบุรี จนเรียนจบหลักสูตรก็ได้รับการบรรจุให้เข้ารับราชการและพ้นจากตำแหน่งลูกจ้างประจำหน้าที่พนักงานขับรถยนต์

หลายปีต่อมา ผู้บังคับบัญชาและกรมอนามัยสนับสนุนให้ตนเองลาราชการไปศึกษาต่อในหลักสูตรสาธารณสุขศาสตร์บัณฑิต ที่คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จนจบหลักสูตรปริญญาตรีเป็นรุ่นที่ 9 ในตอนนั้น ตนเองคิดว่าจะไม่มีโอกาสที่จะได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระองค์ท่าน เนื่องจากรุ่นพี่รุ่นที่ 8 พระองค์ท่าน ทรงประชวร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี พระราชทานแทน ในปี 2538

นายศรีวิชัย เผยด้วยความปลื้มปิติ พร้อมทั้งหลั่งน้ำตาว่า ราวต้นเดือนพฤษภาคม 2539 ตนจึงเขียนหนังสือกราบบังคมทูลผ่านกองราชเลขาฯ ใจความว่า “โปรดกรุณาทูลให้พระองค์ทรงทราบด้วยว่า กระผม นายศรีวิชัย ทรงสุวรรณ ผู้ที่พระองค์รับสั่งให้ไปหาทางศึกษาต่อ ซึ่งกระผมได้เรียนต่อจนจบชั้นปริญญาตรี ในหลักสูตรสาธารณสุขศาสตร์บัณฑิต ที่คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลแล้ว” พร้อมทั้งนำส่งไปรษณีย์ไปยังสำนักพระราชวัง

ภายหลังมหาวิทยาลัยมหิดลได้มีประกาศให้นักศึกษาที่จบในปี 2538-2539 เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ในเดือนกรกฎาคม 2539 ณ อาคารใหม่สวนอัมพร โดยในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานปริญญาบัตรด้วยพระองค์เอง ในพิธีรับพระราชทานปริญญาบัตรตนได้ยื่นมือไปเบื้องหน้าพร้อมถวายรายงานรับปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ด้วยความตื้นตันใจน้ำตาไหลด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ซึ่งพระองค์ทรงแย้มพระสรวลให้ โดยที่ตนเองมีความปลาบปลื้มปิติด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ทรงรับสั่งให้ตนไปหาทางศึกษาต่อ แล้วพระองค์เสด็จฯ มาพระราชทานปริญญาบัตรให้

นายศรีวิชัย กล่าวด้วยอาการเสร้าเสียใจว่า หลังจากที่ทราบข่าวการสวรรคตในวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมาตนและครอบครัวต่างเศร้าโศกเสียใจกันตลอดทั้งวัน และรู้สึกเสียใจ ซึ่งตนเองจะขอนำพระราชดำรัสที่พระองค์ทรงพระราชทานไว้เป็นในการดำรงชีวิตประจำวัน เพราะการที่ตนเองประสบความสำเร็จมาได้จากพนักงานลูกจ้างขับรถยนต์จบเพียงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จนจบการศึกษาสูงสุดปริญญาตรี และเข้ารับข้าราชการในกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จ.ราชบุรี จนอายุครบเกษียณราชการ

ปัจจุบัน นายศรีวิชัย ประกอบอาชีพเป็นคอลัมนิสต์เขียนบทความให้หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น มีภรรยาชื่อ น.ส.ยุพา ล้ำเลิศ อายุ 54 ปี มีบุตร 1 คน คือ ดร.จิรรัชวัลคุ์ ทรงสุวรรณวิภา เป็นอาจารย์สอนที่วิทยาลัยเฉลิมกาญจนา เพชรบูรณ์

สตช.บริการรถตู้รับ-ส่งปชช.ฟรี! ร่วมพิธีถวายสักการะพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.naewna.com/local/240863

วันพุธ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 16.38 น.

19 ต.ค.59 พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจจราจร ขอประชาสัมพันธ์ข่าวด้านการจราจรมายังผู้ใช้รถใช้ถนน ว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีนโยบายให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล จัดรถตู้สำหรับบริการรับ – ส่ง ฟรี ให้แก่ประชาชนที่จะเดินทางไปร่วมถวายสักการะและถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระบรมมหาราชวัง ทั้งนี้ รถตู้ที่ให้บริการจะเป็นรถตู้ตำรวจ ติดสติ๊กเกอร์ “ตำรวจไทยถวายใจให้พ่อ” โดยเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 18 ต.ค.59 เป็นต้นไป ระหว่างเวลา 08.00 – 16.00 น.จำนวน 3 สาย ได้แก่ 1.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ – สนามหลวง (หน้าหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน) 2.มาบุญครอง – สนามหลวง (หน้าหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน) และ 3.วงเวียนใหญ่ – สนามหลวง (หน้าหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน)

โดยมี เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรตามโครงการพระราชดำริ จาก กองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจจราจร ใช้รถจักรยานยนต์นำขบวนรถตู้ ทั้ง 3 สาย เพื่อให้เกิดความคล่องตัว และรวดเร็วในการเดินทางมากยิ่งขึ้น จึงขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับทราบ หากต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทาง, แจ้งอุบัติเหตุจราจร และข้อมูลสภาพจราจรเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) หมายเลขโทรศัพท์ 1197 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ www.trafficpolice.go.th