‘วิษณุ’เห็นใจทำปฏิทินล่วงหน้าปี60 แนะรอมติครม.กำหนดวันหยุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.naewna.com/local/240857

วันพุธ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 16.22 น.

19 ต.ค. 59 เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีหน่วยงานรัฐและเอกชนจะต้องทำปฏิทินสำหรับปี 2560 ล่วงหน้าก่อนว่า ขอให้รอรัฐบาล และต้องขออภัยและเห็นใจหน่วยงานต่างๆ ทั้งรัฐและเอกชนที่จะต้องทำปฏิทินและไดอารี่สำหรับปี 2560 ล่วงหน้า ทั้งนี้ การกำหนดวันหยุดยังต้องรอสักระยะหนึ่งเพราะจะต้องมีวันหยุดที่อยู่ในข่ายเปลี่ยนแปลงอยู่ 3-4 วัน แต่ขณะนี้ยังไม่สมควรที่จะบอกกล่าวออกไปก่อน เนื่องจากต้องรอให้เป็นมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการ ขณะนี้ครม.จะมากำหนดวันต่างๆ ในช่วงนี้คงลำบาก รวมทั้งข้อปฏิบัติในวันที่ 5 ธ.ค.จะต้องรอสักระยะหนึ่ง
รองนายกฯ กล่าวว่า เรื่องวันหยุดไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องที่พระราชสำนักแจ้งลงมาทั้งหมด เพราะบางเรื่องรัฐบาลดำริแล้วกราบบังคมทูลขึ้นไปก็ได้ หรือบางเรื่องรัฐบาลอาจจะตัดสินใจเองก็ได้ เพราะบางวันเป็นวันหยุดราชการเป็นไปตามมติครม.อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าวันที่เคยเป็นวันหยุดราชการในอดีตจะเป็นต่อหรือไม่นั้นต้องรอครม.มีมติต่อไป วันนี้ขอให้ตั้งหลักให้ได้ก่อน อย่าเพิ่งไปถึงวันนั้นเลย

‘วิษณุ’สั่งกรมสารนิเทศแจงขั้นตอน พระราชพิธีต่อทูตต่างประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.naewna.com/local/240855

วันพุธ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 16.14 น.

19 ต.ค. 59 เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงภายหลังประชุมร่วมกับรักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ ผู้อำนวยใหญ่บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีว่า เป็นการหารือแนวทางประชาสัมพันธ์หรือการให้ข่าวตามข้อสั่งการของนายกฯ 10 ข้อ โดยในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศอาจจะมีเพิ่มเติมคือ กรณีสื่อต่างประเทศหรือชาวต่างประเทศไม่เข้าใจขนบธรรมเนียมประเพณีของคนไทย ไม่เข้าใจหัวจิตหัวใจของคนไทย เวลาเสนอรายการหรือเขียนข่าวอาจจะไม่ตรงกับความเป็นจริง ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ โดยเฉพาะเมื่อมีการเอาไปเทียบกับธรรมเนียมของเขาที่พระมหากษัตริย์สวรรคตแล้วไม่เกิน 7 วันจะมีการฝังพระบรมศพ แต่ของไทยเขาไม่เข้าใจว่าจะต้องมีพระราชพิธีถวายพระเพลิง ต้องมีการสร้างพระเมรุ ซึ่งอีกยาวนาน ดังนั้น กรมสารนิเทศจะต้องไปแจ้งเพื่อให้เขารู้ขั้นตอน

รองนายกฯ กล่าวว่า โดยจะต้องแจ้งให้เขาทราบว่ามี 3 ขั้นตอนคือ 1.การขึ้นรับราชสมบัติซึ่งจะมาเป็นลำดับแรก โดยจะมีในเร็ววันนี้ 2.การถวายพระเพลิง ซึ่งจะเกิดขึ้นอีกประมาณ 1ปีหลังจากนี้ไป และ3.การบรมราชาภิเษก ซึ่งจะเกิดขึ้นภายหลังการถวายพระเพลิงไปอีกระยะหนึ่ง โดยให้อธิบดีกรมสารนิเทศไปชี้แจงต่อทูตประเทศต่างๆ เพื่อให้ทูตไปชี้แจงต่ออีก อย่างไรก็ตาม วันนี้ขั้นตอนที่ 1 ยังไม่เกิดขึ้น เพราะรอเวลาตามพระราชปรารภของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดยจะเกิดขึ้นแน่ในระยะเวลาหนึ่ง และนายกฯได้แจ้งแล้วว่าขอเวลาบำเพ็ญพระราชกุศลที่จะให้ประชาชนได้ถวายบังคมพระบรมศพระยะหนึ่ง ให้สมกับที่ตั้งใจและรอคอย สิ่งเหล่านี้จะมาเองในเวลาอันสมควร ดังนั้น ที่ต่างประเทศไปออกข่าวกันว่าประเทศไทยไม่มีพระมหากษัตริย์นั้นไม่เป็นความจริง

ก.ยุติธรรมจัดพิธีบำเพ็ญกุศล ถวายเป็นพระราชกุศลครบกำหนดสัตตมวาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.naewna.com/local/240847

วันพุธ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 15.59 น.

19 ต.ค. 59 ที่ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารราชบุรีเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ครบกำหนดสัตตมวาร (7 วัน) เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และร่วมถวายภัตตาหารพระสงฆ์จากวัดชลประทานรังสฤษฎ์ จำนวน 10 รูป โดยมี นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายธวัชชัย ไทยเขียว พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย ผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม และ ข้าราชการเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม เข้าร่วม
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวหลังเสร็จสิ้นพิธีว่า การจัดงานในวันนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลอยากให้ภาครัฐและเอกชนน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ซึ่งกระทรวงยุติธรรมได้จัดงานขึ้นมาและเหมือนกับหลายกระทรวงเช่นเดียวกันหลังครบกำหนดสัตตมวาร ( 7 วัน) โดยทาง สำนักพระราชวัง และ คณะรัฐมนตรี เตรียมจัดงานทั้งหมด 2 วัน คือในวันนี้และพรุ่งนี้

 

‘น้องอร’อดีตแชมป์ยกลูกเหล็กหญิง เผยความภูมิใจที่ได้เข้าเฝ้า’ในหลวง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.naewna.com/local/240843

วันพุธ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 15.52 น.

19 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 510/10 ชุมชนมหาชัย-อุดมพร เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งเป็นบ้านของพันตรีหญิงอุดมพร พลศักดิ์ หรือน้องอร ปัจจุบันอายุ 34 ปี เป็นนักกีฬายกน้ำหนักหญิงคนแรกของประเทศไทย ที่ได้เหรียญทองโอลิมปิกในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2004 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ จากการแข่งขันยกน้ำหนักหญิง ในรุ่นไม่เกิน 53 กิโลกรัม เจ้าของฉายา น้องอร สู้โว้ย ซึ่งปัจจุบันน้องอรรับราชการเป็นนายทหาร ตำแหน่งนายทหารประจำแผนกประวัติบำเหน็จบำนาญ ช่วยราชการกองยุทธการ มณฑลทหารบกที่ 21 ค่ายสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

น้องอร เปิดเผยว่า หลังจากที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิกกีฬายกน้ำหนักกลับมาประเทศไทยได้สำเร็จในครั้งนั้น ในหลวงท่านได้ทรงพระราชทานให้เข้าเฝ้าพระองค์ท่าน เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2547 ทำให้ตนรู้สึกประทับใจ และก็ดีใจที่ครั้งหนึ่งตนได้มีโอกาสใกล้ชิดพระองค์ท่าน ซึ่งครั้งนั้นตนได้เข้าเฝ้าเพื่อถวายเหรียญทองโอลิมปิกให้กับพระองค์ท่าน และท่านก็ได้ตรัสสอนตนว่า คนเราเมื่อประสบความสำเร็จในชีวิตแล้ว ก็เปรียบเหมือนกับพระมหาชนกที่กว่าจะว่ายน้ำไปถึงฝั่งได้ก็ต้องมีความพรากเพียรพยายามถึงสำเร็จ ทั้งนี้ในหลวงพระองค์ท่านทรงเป็นเหมือนกับต้นแบบในเรื่องของความพอเพียง ซึ่งเราทุกคนไม่ต้องไปขวนขวายหาอะไร เพียงแต่เราใช้สิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดีชีวิตก็จะเป็นสุข และในเรื่องการทำงานพระองค์ท่านทรงทำงานหนักมาก เราก็อยากทำงานให้ได้เหมือนกับพระองค์ท่าน เพื่อเป็นการตอบแทนพระองค์ท่าน และเป็นการตอบแทนแผ่นดินไทย

 

พระราชอารมณ์ขัน ‘ต้องเรียกน้าซิ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.naewna.com/local/240836

วันพุธ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 15.20 น.

 วันหนึ่งพระองค์ท่านเสด็จเยี่ยมเยียนพสกนิกรของท่านตามปกติที่ต่างจังหวัด ก็มีชาวบ้านมาเข้าเฝ้าฯ ต้อนรับในหลวงมากมาย
      พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินมาตามลาดพระบาท ที่แถวหน้าก็มีหญิงชราคนหนึ่งได้ก้มลงกราบแทบพระบาทแล้วก็เอามือของแกมาจับ พระหัตถ์ของในหลวง
      แล้วก็พูดว่า ยายดีใจเหลือเกินที่ได้เจอในหลวง แล้วก็พูดว่ายายอย่างโน้น ยายอย่างนี้ อีกตั้งมากมาย
      แต่ในหลวงก็ทรงเฉย ๆ มิได้ตรัสรับสั่งตอบว่ากระไร
      แต่พวกข้าราชบริภารก็มองหน้ากันใหญ่ กลัวว่า พระองค์จะทรงพอพระราชหฤหัยหรือไม่
      แต่พอพวกเราได้ยินพระองค์รับสั่งตอบกับหญิงชราคนนั้น
      ก็ทำให้เราถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่ไหว
      เพราะ พระองค์ท่าน ตรัสว่า “เรียกว่ายายได้อย่างไร อายุอ่อนกว่าแม่ฉันตั้งเยอะ ต้องเรียกน้าซิ ถึงจะถูก”

‘กลิน เดวีส์’ลงนามแสดงความอาลัย เผยชาวสหรัฐฯชื่นชอบ’ในหลวง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.naewna.com/local/240835

วันพุธ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 15.19 น.

19 ต.ค. 59 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ให้การรับรองนายกลิน ที. เดวีส์ (H.E MR Glyn T Davies) เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะในโอกาสเข้ารับหน้าที่ใหม่ ในโอกาสนี้ยังได้ร่วมลงนามแสดงความอาลัย พร้อมทั้งกล่าวแสดงความเสียใจต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชโดยนายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และสมาชิกสนช.และเปิดเผยว่า เอกอัครราชทูตฯได้นำสารแสดงความเสียใจของผุ้นำสหรัฐฯและประชาชนของสหรัฐฯมายังรัฐบาล และประชาชนไทย ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐฯมีมาอย่างยาวนาน ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ผ่านประธานาธิบดีสหรัฐฯมาถึง 12 คน โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมรัฐสภาสหรัฐฯ ด้วย พระองค์เป็นที่ชื่นชอบของประชาชนสหรัฐฯ ทั้งนี้ในอีก 2 ปีข้างหน้า สหรัฐฯจะมีการจัดงานความสัมพันธ์ไทยและสหรัฐขึ้น โดยจะมีการนำเอกสารสำคัญเกี่ยวกับพระกรณียกิจตั้งแต่รัชกาลที่ 2 จนถึงสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาแสดงด้วย

“สหรัฐฯยังหวังว่าความสัมพันธ์ระหว่างกันจะช่วยกันพัฒนาให้แน่นแฟ้นยั่งยืนเหมือนที่ผ่านมา และเชื่อมั่นในอนาคตของไทยว่ามีประชาธิปไตยอย่างยั่งยืนตลอดไป”นายวีระศักดิ์ กล่าว

 

ทรงพระปรีชา! ‘พระเทพฯ’ทรงเป่าทรัมเป็ตคู่’เบิร์ด ธงไชย’ (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.naewna.com/local/240834

วันพุธ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 15.18 น.

19 ต.ค.59 เพจเฟซบุ๊ก เปาบุ้นจุ้น ได้โพสต์คลิปวีดีโอสุดประทับใจ เมื่อครั้ง คอนเสิร์ตสายใจไทย ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2533 ขณะที่นักร้องขวัญใจมหาชนตลอดกาล อย่าง เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ กำลังร้องเพลงคู่กัด โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเป่าทรัมเป็ตให้ด้วยพระพักตร์เปี่ยมด้วยความเกษมสำราญ

 

ตั้งศูนย์การแพทย์-สาธารณสุขดูแลปชช. จ่อรับคลื่นมหาชนถวายพระบรมศพ28ต.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.naewna.com/local/240832

วันพุธ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 15.17 น.

19 ต.ค. 59 พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกทบ. กล่าวว่า กองทัพบกร่วมกับทุกภาคส่วนในการดูแลความสงบเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางเข้ามาถวายสักการะแสดงความอาลัยแด่พระบรมศพ บริเวณรอบพระบรมมหาราชวัง และพื้นที่สนามหลวง ได้จัดให้มีการบริการทางการแพทย์ จากกรมแพทย์ทหารบก ชุดบริการทางการแพทย์เข้าดูแลประชาชน โดยตั้งหน่วยให้บริการทางการแพทย์บริเวณถนนสายกลางมณฑลพิธีท้องสนามหลวง และบริเวณหน้าศาลหลักเมือง รวมทั้งได้จัดชุดเสนารักษ์และเจ้าหน้าที่เดินเท้าอีก 8 ชุดจากกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ เคลื่อนที่ไปตามบริเวณต่างๆ เพื่อให้บริการแก่ประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมาก หน่วยงานด้านการแพทย์จึงได้จัดตั้ง“ศูนย์ปฏิบัติการร่วมด้านการแพทย์และสาธารณสุข”ประกอบด้วยหน่วยแพทย์จาก กระทรวงสาธารณสุข, กทม. และกรมแพทย์ทหารบก ตั้งโรงพยาบาลสนามขึ้นในบริเวณถนนสายกลางท้องสนามหลวง เพื่อพักรอและสังเกตอาการด้วย โดยผู้มาใช้บริการส่วนใหญ่เป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ อ่อนเพลีย เครียด นอกจากนี้ กรมแพทย์ทหารบก ยังได้จัดชุดแพทย์และพยาบาลเข้าประจำภายในบริเวณพระบรมมหาราชวัง เพื่อให้บริการด้านการแพทย์แก่ผู้ร่วมในพระราชพิธีด้วย

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่าสำหรับการบริการอาหารและเครื่องดื่ม กองทัพภาคที่ 1 และกรมพลาธิการทหารบก ได้นำรถครัวสนาม 4 คัน รถผลิตน้ำดื่ม 1 คัน และรถบรรทุกน้ำ 1 คัน จัดเป็นแหล่งให้บริการอาหารและน้ำดื่ม โดยในส่วนของครัวสนามนั้น ได้ทำการปรุงอาหารสด จำนวน 8,000 ชุด/วัน บริการประชาชนในมื้อกลางวัน และมื้อเย็น โดยมีจิตอาสาได้เข้ามาร่วมสนับสนุนวัตถุดิบ และมาร่วมปรุงอาหารอย่างต่อเนื่อง รถครัวสนามจอดให้บริการอยู่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ท่าพระจันทร์  นอกจากนี้กองทัพบกได้จัดที่พักคอยของประชาชนที่มารอถวายความอาลัยโดยใช้พื้นที่บริเวณหน้าหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน เป็นจุดรับรองประชาชนได้จำนวน  1,000 คนมีบริการอาหาร น้ำ ปฐมพยาบาล เปิดให้บริการตั้งแต่  08.00 – 22.00 น.ทั้งนี้ในช่วงวันที่ 17-27 ต.ค. ตั้งแต่เวลา 16.00 น.ประชาชนสามารถนำรถมาจอดภายในหน่วยบัญชาการรักษาดินแดนได้จำนวน  100 คัน

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวอีกว่า กองทัพบกยังได้ส่งชุดปฏิบัติการจิตวิทยา เข้าชี้แจงทำความเข้าใจและอธิบายการปฏิบัติตนให้กับประชาชนบริเวณรอบพื้นที่สนามหลวงอย่างต่อเนื่องจากการที่กองทัพภาคที่ 1 กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกองทัพภาคที่ 1 ได้เข้ารับผิดชอบ กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง เพื่อจัดระเบียบพื้นที่ อำนวยการจราจร และดูแลประชาชนร่วมกับส่วนราชการ องค์กรเอกชน และภาคประชาชน ตั้งแต่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมาทำให้การบริหารจัดการพื้นที่มีความชัดเจน มีระบบสามารถอำนวยความสะดวกและดูแลประชาชนครอบคลุมในทุกกิจกรรมยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามในห้วงระยะเวลาต่อไป ซึ่งจะมีพสกนิกรเดินทางมาถวายความอาลัย และถวายบังคมพระบรมศพกันอย่างเนืองแน่น ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความพร้อมในการรองรับประชาชนอย่างเหมาะสม เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะได้ร่วมกันจัดเตรียมแผนการอำนวยความสะดวกประชาชนอย่างดีที่สุด โดยเฉพาะภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ครบ 15 วัน ซึ่งสำนักพระราชวังจะเปิดให้ประชาชนเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตั้งแต่ 28 ต.ค.เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ในวันที่ 20 ต.ค.เวลา 07.00 น.พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสารท ผบ.ทบ.พร้อมด้วยข้าราชการภายในกองบัญชาการกองทัพบก จะร่วมกันประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวารถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ กองบัญชาการกองทัพบก

สุดซึ้ง!ฝรั่งเขียนถึง’ในหลวง’ แค่’ปุถุชน’ที่คนไทยพร้อมกราบไหว้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.naewna.com/local/240824

วันพุธ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 14.14 น.

19 ต.ค.59 ผู้ที่ใช้ชื่อเฟสบุ๊ค Goi Nathalang ได้เผยแพร่บทความของ แดน บลาฮาสสกี้ นักเขียนชาวอเมริกัน ที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทยกว่า 10 ปี หลังจากที่มี สื่อฉบับภาคภาษาอังกฤษบางสื่อเสนอข่าวเกี่ยวกับ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่แฝงวัตถุประสงค์ทางการเมือง

ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 17 ต.ค.59 เจริญขวัญ บลาฮาสสกี้ นักเขียนชื่อดัง และคอลัมน์นิสต์ แนวหน้าออนไลน์ ในฐานะ ภรรยาของแดนได้โพสต์ข้อความใน “เจริญขวัญ บลาฮาสสกี้” ระบายความไม่สบายใจ ที่มีสื่อฉบับภาคภาษาอังกฤษบางสื่อเสนอข่าวเกี่ยวกับ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผิดไปจากความจริง

โดย Goi Nathalang ระบุว่า ช่วงนี้มีสื่อภาคภาษาอังกฤษบางสื่อ เสนอข่าวเกี่ยวกับพระเจ้าอยู่หัวฯ ในทิศทางที่แฝงวัตถุประสงค์ทางการเมือง

เมื่อคืนได้อ่านบทความที่คุณแดน บลาฮาสสกี้ สามีของคุณบี เจริญขวัญ บลาฮาสสกี้ เขียนขึ้น เพื่อเสนอข้อมูลตามความจริง โดยไม่บิดเบือนข้อเท็จจริงสู่โลกตะวันตก เห็นว่ามีผู้อยากให้แปลมากมาย เลยขัดคำสั่งคุณหมอไม่เข้านอนแต่หัวค่ำ แฮ่ นั่งแปลเร็วๆ รวดเดียวจนจบ และส่งให้คุณบีช่วยตรวจทานและเผยแพร่ตามความเหมาะสม

ขอบคุณคุณแดนและคุณบีมากนะคะ ที่มีส่วนช่วยกันเปิดโลกทัศน์ให้กับผู้ไม่รู้อีกหลายคนในโลกตะวันตก
(บทความที่แปลอยู่ในคอมเม้นต์นะคะ ภาษาอาจจะยังไม่ถูกต้องสละสลวยเท่าที่ควรนัก ขออภัย)

………………………….
A Righteous King Has Passed Away
เมื่อพระราชาผู้ทรงธรรมเสด็จสวรรคต
โดยแดน บลาฮาสสกี้
…………………………..
บ้านของเราย่านทะเลสาบมิชิแกนในสหรัฐอเมริกา
มีรูปขนาดใหญ่อยู่ 2 รูปบนฝาบ้าน
รูปหนึ่งเป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ผู้ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ของประเทศไทย
ในช่วงกลางถึงปลายศตวรรษที่ 18
พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ที่คนไทยนับถือ
เฉกเช่นเดียวกันกับที่ชาวอเมริกัน
นับถือยกย่องประธานาธิบดีลินคอล์น
พระองค์เป็นผู้ทรงริเริ่มนำประเทศไทย
เข้าสู่ความนำสมัยหลายประการ
และทรงเป็นที่รู้จักมากที่สุด
ในฐานะพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเลิกทาส
ไม่นานนักหลังจากที่ประธานาธิบดีลินคอล์น
ประกาศเลิกทาสในสหรัฐอเมริกา
.
ส่วนอีกภาพหนึ่งคือพระบรมฉายาลักษณ์
ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ภูมิพลอดุลยเดช
ที่ทรงเป็นที่รักเคารพของปวงชนชาวไทยอย่างยิ่ง
.
เราไม่มีพระมหากษัตริย์หรือราชวงศ์ปกครองในอเมริกา
แต่เรายังสามารถชื่นชม
– อันที่จริงได้เรียนรู้จากราชอาณาจักรไทย
และคุณูปการที่พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯ
ทรงประกอบกรณียกิจไว้ต่อประเทศของพระองค์
พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจ
เสมือนที่ศาสนาพุทธเรียกว่า “ธรรมราชา”
หรือผู้ปกครองโดยธรรมะ
ในขณะที่จอร์จ วอชิงตันเรียกสหรัฐอเมริกาว่า
เป็นการทดลองอันยิ่งใหญ่
อันมีรากฐานจากผู้ที่เป็นฝ่ายปกครอง
ด้วยความชอบธรรมเพื่อความสุขของทุกคน
เรื่องนี้เองที่เรามีเหมือนกับประเทศไทย
ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
.
แต่ในปัจจุบันผู้นำทางการเมืองของเรา
กำลังเล่นการเมืองแบบมีนัยแอบแฝง
เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มคนเพียงส่วนน้อย
และละเลยคนส่วนใหญ่
การเมืองจึงเป็นเรื่องเพื่ออำนาจและผลประโยชน์
มากกว่าการรับใช้ประชาชนโดยทั่วไป
.
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ หรือรัชกาลที่ 9
เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ที่สามารถสงบศึกระหว่างบุคคล 2 ฝ่าย
ซึ่งหากไม่ใช่พระองค์แล้ว
จะไม่มีทางนำแกนนำ 2 คนมาอยู่ในห้องเดียวกันได้เลย
พระองค์ทรงทำให้ทั้งคู่ก้มลงหมอบกราบพระองค์
และหยุดความขัดแย้งที่จะทำให้ประเทศแตกแยกลงได้
.
ด้วยทุนทรัพย์ส่วนพระองค์
พระองค์ได้ทรงริเริ่มโครงการต่างๆ มากมาย
เพื่อช่วยคนยากจนในชนบท
ด้วยความช่วยเหลือของพระสหาย
คุณขวัญแก้ว วัชโรทัย (อดีต)เลขาธิการสำนักพระราชวัง
พระองค์ได้ทรงริเริ่มโครงการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
ที่ช่วยให้เด็กๆ ในที่ห่างไกล
และทุรกันดารเช่นบนยอดเขาไกลๆ ได้รับการศึกษา
.
ผมเคยได้รับเกียรติเข้าพบคุณขวัญแก้ว
และเยี่ยมชมศูนย์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
รู้สึกประทับใจมากที่ได้เห็นความจริงใจของทุกคน
ที่มีส่วนร่วมและความช่วยเหลือสนับสนุน
จากสำนักพระราชวังที่มีส่วนให้โครงการนี้สำเร็จ
.
สื่อตะวันตกมักสื่อความจงรักภักดี
ที่คนไทยมีต่อพระองค์ในทางที่ผิด
โดยบอกว่าคนไทยเห็นพระองค์เป็นเทวดาหรือพระเจ้า
แต่ในความจริงแล้ว การกระทำเช่นนั้น
ถือเป็นการกระทำที่ตรงกันข้ามกับความเป็นจริง
อันไม่เป็นธรรมกับคนไทยและพระเจ้าอยู่หัวเลยแม้แต่น้อย
.
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ทรงเป็มมนุษย์ปุถุชนธรรมดาที่ไม่เคยอ้างอวดว่า
มีความศักดิ์สิทธิ์เหนือมนุษย์ใดๆ
ที่พระองค์ได้รับการเคารพยกย่องจงรักภักดี
ไม่ใช่เพราะพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์
แต่เป็นเพราะสิ่งที่พระองค์ทรงทำให้ประชาชน
จนได้รับการขนานนามจากประชาชนชาวไทยว่า ‘พ่อ’
และทรงเป็นตัวแทนแห่งความดีทุกประการ
แห่งราชอาณาจักรอันมีเอกลักษณ์นี้
.
เป็นเวลา 70 ปี ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ทรงเป็นศูนย์รวมของประชาชนชาวไทยในสถานการณ์ต่างๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามวิกฤต
พระเจ้าอยู่หัวฯ พระองค์ต่อไปคือสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ
จะต้องทรงดำเนินรอยตามพระบิดา
อย่างที่ชาวอเมริกันมีสำนวนว่า “big shoes to fill”
ซึ่งเราก็หวังว่าพระองค์จะทรงปกครองประเทศ
ด้วยจิตวิญญาณเฉกเช่นเดียวกับของพระบิดาของพระองค์

……………….
ทั้งนี้ บทความของ แดน บลาฮาสสกี้ ถูกเผยแพร่ ใน หนังสือพิมพ์ออนไลน์ www.huffingtonpost.comและ www.yahoo.com

เปิดภาพ’ในหลวง’ทรงจารึกพระปรมาภิไธยย่อ บนฝาผนังถ้ำวัด’พังงา’ปี2502

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.naewna.com/local/240820

วันพุธ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 13.44 น.

19 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระปลัดธนารักษ์  พุทธรักขิโต  เลขานุการเจ้าคณะอำเภอตะกั่วทุ่ง และ รองเจ้าอาวาสวัดสุวรรณคูหา พร้อมชาวบ้าน นำผู้สื่อข่าวขึ้นไปชมพระปรมาภิไธยย่อ ภปร. และ สก. ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จประพาส ณ วัดสุวรรณคูหา ต.กระโสม อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2502

ซึ่งได้ทรงจารึกพระปรมาภิไธยย่อ ภปร.และ สก.ไว้ที่ผนังถ้ำแจ้ง เเม้เวลาผ่านไปกว่า 57 ปีแล้ว พระปรมาภิไธยย่อของทั้งสองพระองค์ ยังคงเด่นเป็นสง่าและสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ยังคงความปลาบปลื้มใจให้กับพสกนิกรชาวจังหวัดพังงาในครั้งนั้นไม่รู้ลืม

ทั้งนี้ยังเปิดภาพถ่ายขณะลงนามและอีกหลายภาพที่ทรงเสด็จรวมไปถึงสมเด็จย่าด้วย ซึ่งปัจจุบันวัดสุวรรณคูหาได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนาของชาวต่างชาติจำนวนมากและได้เยี่ยมชมพระปรมาภิไธยย่อของเจ้าฟ้า เจ้าแผ่นดินหลายพระองค์ภายในถ้ำแห่งนี้ นับได้ว่าเป็นวัดเพียงแห่งเดียวในจังหวัดพังงาที่พระองค์ทรงเสด็จและอีกหลายพระองค์

พระปลัดธนารักษ์ พุทธรักขิโต เผยว่า ตั้งแต่ทางวัดทราบข่าวการสวรรคต ทางวัดก็ได้มีการสวดพระอภิธรรมทุกคืนและเตรียมนำภาพเก่าครั้งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จประพาสวัดสุวรรณคูหา เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2502 มาจัดนิทัศการภายในบริเวณถ้ำแจ้งเพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ชม พร้อมกับเตรียมจัดวางดอกไม้เพื่อไว้อาลัย ครบ 15 วันสวรรคต ในวันที่ 27 ต.ค. นี้ด้วย