PM meets top M’sia general, vows end to crisis in South

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/news/national/30301824

December 10, 2016 01:00
By The Nation

Dhammachayo disciples seeking royal help to avoid possible violence

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/news/national/30301797

Dhammakaya Temple

Dhammakaya Temple
December 10, 2016 01:00
By The Nation

Krabi rejoices over HM’s trip

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/news/national/30301822

HM King Maha Vajiralongkorn presides over the opening ceremony of the new City Hall of Krabi province yesterday. Thousands of people from Krabi and other nearby provinces lined up to welcome him.

HM King Maha Vajiralongkorn presides over the opening ceremony of the new City Hall of Krabi province yesterday. Thousands of people from Krabi and other nearby provinces lined up to welcome him.
December 10, 2016 01:00
By The Nation

ล่าจับหนุ่มตูนิเซีย ขยี้12ศพเบอร์ลิน!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 22 ธ.ค. 2559 07:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/818589

 

ตำรวจเยอรมนีกระจายกำลังค้นหา “หนุ่มตูนิเซีย” วัย 20 ปีเศษ ต้องสงสัยมี ส่วนพัวพันเหตุก่อการร้ายป่วนโลกที่ตลาดคริสต์มาส หลังพบหลักฐานใต้เบาะที่นั่งคนขับรถ ขณะที่ผู้ต้องสงสัยคนแรกที่เป็นชาวปากีสถาน ตำรวจปล่อยตัวไปแล้วเพราะขาดหลักฐานมัดตัว พร้อมวอนผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์และสามารถบันทึกภาพไว้ได้ส่งภาพให้เจ้าหน้าที่เป็นหลักฐานการตามล่าตัว ส่วนกลุ่มไอเอสออกมาแสดงความรับผิดชอบเหตุร้ายครั้งนี้ อ้างเป็นฝีมือ “กลุ่มพลทหารไอเอส” ลงมือเพื่อตอบสนองข้อเรียกร้องของกลุ่มที่ให้โจมตีประเทศในแถบตะวันตก ส่งผลให้อังกฤษและแคนาดาระแวดระวังภัยก่อการร้ายมากขึ้น ส่วนร่างไร้วิญญาณของทูตรัสเซียประจำตุรกี ที่ถูกมือปืนตำรวจปราบจลาจลของตุรกีวัย 22 ปี กระหน่ำยิง 8 นัดซ้อนทางด้านหลัง ถูกนำขึ้นเครื่องบินรบของรัสเซียกลับบ้านเกิดแล้ว และตำรวจเข้าควบคุมตัวครอบครัวมือปืนไปสอบสวน ด้าน รมว.ต่างประเทศตุรกี เชื่อผู้อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุคือ นักการศาสนาชาวตุรกี ที่ลี้ภัยไปอยู่สหรัฐฯ

เหตุสยองขวัญป่วนโลกในช่วงใกล้วันสิ้นปีที่เกิดขึ้นในเยอรมนี กรณีคนร้ายขับรถบรรทุกพุ่งชนทุกอย่างที่ขวางหน้า ขณะประชาชนออกมากำลังจับจ่ายซื้อของในตลาดคริสต์มาส บนถนนคนเดินใจกลางกรุงเบอร์ลิน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตคาที่ 12 ศพ ในจำนวนนี้ 6 ศพเป็นชาวเยอรมันและชาวโปแลนด์ที่พบถูกยิงเสียชีวิตคารถ ผู้บาดเจ็บมีรวม 48 ราย ในจำนวนนี้อาการสาหัส 14 ราย เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 19 ธ.ค. และกลายเป็นข่าวกระหึ่มโลกนั้น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์ความคืบหน้า เมื่อ 21 ธ.ค.ว่า ตำรวจเยอรมนียังคงเร่งไล่ล่าคนร้าย และเชื่อว่ายังคงหลบหนีการจับกุม หลังผู้ลี้ภัยชาวปากีสถานวัย 23 ปีรายหนึ่ง ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยและถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวไว้ได้ไม่นาน ก็ต้องปล่อยตัวไปเพราะขาดหลักฐานมัดตัว พร้อมวอนประชาชนที่ถ่ายรูป หรือคลิปวีดิโอในช่วงเกิดเหตุ ซึ่งอาจจับภาพคนร้ายได้ ส่งภาพมาให้เจ้าหน้าที่

นอกจากนี้ นายเคลาส์ บูลล์ลอน ประธานคณะรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย จาก 16 สหพันธรัฐในเยอรมนี เผยถึงมาตรการการรักษาความปลอดภัย จำเป็นต้องคุมเข้มให้มากขึ้น ทั้งกำลังพลตำรวจ เพิ่มการตรวจตรา เพิ่มอาวุธปืนกลให้กับเจ้าหน้าที่ และตรวจการเข้าออกตลาดให้รัดกุมขึ้น โดยให้นำรถไปจอดข้างนอก พร้อมมั่นใจว่าจะพบคนร้ายตัวจริง ที่อาจมีมากกว่าหนึ่งคนในเร็ววันนี้ เพราะรวบรวมข้อมูลจากพยานบุคคลและหลักฐานดีเอ็นเอที่พบบนรถบรรทุก

ขณะที่นายโจอาชิม เฮอร์มันน์ รัฐมนตรีมหาดไทยรัฐบาวาเรีย เผยว่า มีความเสี่ยงสูงมาก ที่จะถูกกลุ่มหัวรุนแรงโจมตี เพราะการหลั่งไหลของผู้อพยพที่เข้าประเทศกว่า 1 ล้านคน ตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ตามนโยบายผู้ลี้ภัยและความมั่นคงของนายกรัฐมนตรีแองเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี อีกทั้งมีกลุ่มนักการเมืองออกมาตำหนินโยบายการเปิดประตูต้อนรับผู้อพยพที่ส่วนใหญ่มาจากตะวันออกกลาง และแอฟริกา ทำให้เกิดเหตุโจมตีบ่อยขึ้น ขณะที่นางแมร์เคิลเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุและยืนนิ่งสงบไว้อาลัยและมีการลดธงครึ่งเสาทั่วประเทศ ส่วนประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ ยื่นเสนอความช่วยเหลือเยอรมนี

ด้านกลุ่มกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) ออกมาแสดงความรับผิดชอบ โดยสำนักข่าวอามัคของไอเอสชี้แจงถึงการก่อเหตุครั้งนี้ว่าเป็น “พลทหารของกลุ่มไอเอส” ซึ่งปฏิบัติการตอบสนองข้อเรียกร้องของไอเอสที่ให้โจมตีกลุ่มประเทศตะวันตก แม้ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดกับข้อกล่าวอ้างของกลุ่มไอเอส รวมถึงการระบุตัวผู้ก่อเหตุที่แน่ชัด แต่สิ่งที่ตำรวจเยอรมนีต้องสงสัย กรณีชาวโปแลนด์ที่เสียชีวิตบนเบาะที่นั่งผู้โดยสาร ตรวจสอบประวัติพบว่า ชื่อลูกัสซ์ อายุ 37 ปี เป็นพนักงานขับรถบรรทุกคันดังกล่าว ที่ติดป้ายทะเบียนโปแลนด์ของนายอาเรียล ซูรอว์สกี ลูกพี่ลูกน้อง ซึ่งเปิดบริษัทขนส่งสินค้า อีกทั้งระหว่างเกิดเหตุนายลูกัสซ์ ซึ่งสูง 183 ซม. หนักถึง 120 กก. ยังมีชีวิตอยู่และจากการชันสูตรศพเบื้องต้นพบว่า ลูกัสซ์พยายามตะเกียกตะกายต่อสู้กับคนร้าย

จากเหตุไม่คาดฝันนี้ ทำให้รัฐบาลแคนาดาและอังกฤษเพิ่มความระมัดระวังและมาตรการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น ทั้งนี้ ตลาดคริสต์มาส ทั้งในกรุงมอนทรีออลและเมืองโตรอนโตของแคนาดามีการนำแผงซีเมนต์ขนาดใหญ่มาตั้งบริเวณทางเข้าออก มีเจ้าหน้าที่ตรวจค้นกระเป๋าผู้มาเดินตลาด ส่วนบริเวณหน้าพระราชวังบั๊กกิ้งแฮม ในกรุงลอนดอน ของอังกฤษ ซึ่งมีการจัดพิธีขบวนเปลี่ยนเวรยามและเต็มไปด้วยกลุ่มนักท่องเที่ยว ก็มีการปิดถนนทุกสาย และอาจทบทวนแผนจากระดับเตือนภัยปัจจุบันเป็นขั้น “รุนแรง” ซึ่งหมายถึงอาจถูกโจมตีสูง

วันเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างจาก นสพ.รายวัน บิล์ดของเยอรมนี ว่า ตำรวจเยอรมนีเริ่มกระจายกำลังค้นหาหนุ่มชาวตูนิเซีย อายุราว 21-23 ปี ที่ใช้ชื่อไม่เหมือนกันอย่างน้อย 3 ชื่อ ที่ต้องสงสัยว่าอาจพัวพันการก่อเหตุขับรถบรรทุกพุ่งชนกลางตลาดคริสต์มาส หลังมีการพบหลักฐานเป็นเอกสารสำนักงานผู้ลี้ภัยใต้เบาะที่นั่งคนขับรถ โดยในเอกสารดังกล่าวระบุว่าอาศัยอยู่ในเยอรมนีเพื่อรอการเนรเทศ โดยหนุ่มชาวตูนิเซียผู้นี้ในเอกสารระบุว่า เกิดที่เมืองตาตาอูอิน รัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย ตอนใต้ของตูนิเซีย

ส่วนเหตุการณ์เขย่าสันติภาพโลก ที่เกิดขึ้นจากน้ำมือของนายเมฟลุต เมิร์ต อายดินตัส ตำรวจตุรกีวัย 22 ปี สังกัดหน่วยปราบจลาจล ที่เกิดบ้าระห่ำกลางงาน ใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงนายอังเดร คาร์ลอฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำตุรกี ทางด้านหลังอย่างเหี้ยมโหด รวม 8 นัด ขณะเป็นประธานเปิดงานนิทรรศการภาพถ่าย ที่แกลเลอรี่แห่งหนึ่งกลางกรุงอังการา จนนายอังเดรล้มทั้งยืนเสียชีวิต ท่ามกลางความตกตะลึงของบรรดาผู้มาร่วมงานและเหล่าช่างภาพ ที่กำลังบันทึกภาพพิธีเปิดจนทำให้สามารถบันทึกเหตุการณ์สยองสุดระทึกขวัญครั้งนี้ไว้ได้ ขณะที่นายอายดินตัสก็ถูกวิสามัญฆาตกรรมตายตามนายอังเดรไปนั้น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หลังเกิดเหตุร่างไร้วิญญาณของนายอังเดร คาร์ลอฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำตุรกี ได้ถูกนำขึ้นเครื่องบินรบของรัสเซียออกจากตุรกี กลับถึงกรุงมอสโกเรียบร้อยแล้วท่ามกลางความเศร้าสลดของชาวรัสเซีย และเจ้าหน้าที่ตำรวจตุรกี ได้เข้าควบคุมตัวครอบครัวของนายอายดิน–ตัส ประกอบด้วยพ่อ แม่ น้องสาวและญาติอีก 2 คน

ด้านนายเมฟลุต คาวูโซกลู รัฐมนตรีต่างประเทศตุรกี เผยกับนายจอห์น เคอร์รี่ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯว่า ทั้งรัฐบาลตุรกีและรัสเซียต่างเชื่อว่า เฟตุลเลาะห์ กูเลน นักการศาสนาชาวตุรกี ซึ่งลี้ภัยไปอยู่สหรัฐฯ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุครั้งนี้ รวมถึงความพยายามก่อเหตุรัฐประหารตุรกีเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา และผู้นำทั้งสองประเทศต่างให้คำมั่นว่าจะร่วมมือกันต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้าย

ขณะที่รัฐบาลรัสเซียเผยว่า ถือเป็นเรื่องด่วนเกินไปที่จะสรุปว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังก่อเหตุลอบสังหารนายอังเดร คาร์ลอฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำตุรกีจนกว่าการสืบสวนสอบสวนจะมีข้อพิสูจน์หลักฐาน หลังรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศตุรกีอ้างว่าเป็นความผิดของนายกูเลน ขณะที่ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซียจะเข้าร่วมพิธีจัดการศพให้กับคาร์ลอฟ

วันเดียวกัน ตำรวจอินโดนีเซียสังหารกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงที่เชื่อว่าเป็นแนวร่วมกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) 3 คน ขณะบุกจู่โจมตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในเขตตังเกรัง ชานกรุงจาการ์ตา แต่คนร้ายต่อสู้ด้วยปืนและระเบิด ตำรวจยังยึดระเบิดได้จำนวนมากและส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปเก็บกู้ และระบุว่า คนร้ายกลุ่มนี้มีแผนก่อเหตุโจมตีแบบพลีชีพในวันคริสต์มาส หรือวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ด้วยการใช้กลยุทธ์ไล่แทงตำรวจก่อน เพื่อให้ฝูงชนมามุงดูก่อนจุดระเบิดพลีชีพฆ่าคนจำนวนมาก นับเป็นการทลายแผนโจมตีของกลุ่มหัวรุนแรงครั้งที่ 2 ในรอบไม่ถึง 2 สัปดาห์ โดยการทลายแผนครั้งก่อนเกิดขึ้นเมื่อ 10 ธ.ค. คนร้ายมีแผนโจมตีด้วยระเบิดพลีชีพเช่นกัน ในระหว่างที่มีการเปลี่ยนกะทำงานของทีมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ประจำทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงจาการ์ตา

 

เอเอฟพี เลือก ‘ทรัมป์’ เป็นบุคคลทรงอิทธิพล ชนะทั้ง ‘ปูติน-เอร์โดอัน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 22 ธ.ค. 2559 06:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/818493

 

เมื่อ 21 ธ.ค. สำนักข่าว “เอเอฟพี” ประกาศเลือกนาย โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐฯ ให้เป็น “บุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก” ประจำปี 2559 เอาชนะประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย และประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป เอร์โดอัน แห่งตุรกี ผู้ต่างท้าทายมหาอำนาจตะวันตก ซึ่งได้อันดับ 2 และ 3

อันดับ 4-10 คือนางฮิลลารี คลินตัน คู่ชิงของทรัมป์, นายไนเจล ฟาราจ ผู้นำการรณรงค์ให้อังกฤษลงประชามติถอนตัวจากสหภาพยุโรป, ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด แห่งซีเรีย, ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐฯ, สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขคริสตจักรโรมันคาทอลิก, บ๊อบ ดีแลน นักร้องและกวีอเมริกันเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมปีนี้, นางมิเชล โอบามา สตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐฯ

ทั้งนี้ นักข่าวเอเอฟพีทั่วโลก ทั้งข่าวอักษร ภาพถ่าย และวีดิโอ เป็นผู้ลงคะแนนเลือก จากผู้เข้ารอบ 30 คนที่หัวหน้ากองบรรณาธิการของเอเอฟพีเสนอขึ้น.

 

ปู่นักวิทย์ออสซี่วัย 102 ปี สู้จนได้ทำงานต่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 22 ธ.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/818490

 

(ภาพจาก ABC News)

เมื่อ 20 ธ.ค. เดวิด กูดัลล์ นักวิทยาศาสตร์ด้านนิเวศวิทยาชายออสเตรเลีย วัย 102 ปี ต่อสู้จนได้ทำงานที่มหาวิทยาลัย เอดิธ โควัน ยูนิเวอร์ซิตี้ ในรัฐเวสเทิร์น ออสเตรเลียได้ตามเดิม หลังถูกมหาวิทยาลัยสั่งให้ทำงานที่บ้านพักตั้งแต่ปีหน้าเพราะห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะสายตาฟ้าฟาง จึงอาจเป็นอันตรายที่ต้องขับรถมาทำงานสอนหรืองานวิจัย หลังทำงานมากว่า70 ปี มีงานวิจัยมากกว่า100 ชิ้น ปัจจุบันเป็นนักวิจัยสมทบกิตติมศักดิ์ที่ไม่มีเงินเดือน

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยเอดิธฯ ได้หาที่ทำงานใหม่ที่ดีกว่าในรั้วมหาวิทยาลัยและอยู่ใกล้บ้านพักของกูดัลล์ที่เป็นนักวิทยาศาสตร์อายุมากที่สุดในออสเตรเลียที่ยังทำงานอยู่ โดยนักวิทยาศาสตร์รุ่นเดอะบอกปลื้มใจและจะทำงานจนกว่าสายตาไม่อำนวย.

 

โสมขาวออกหมายจับลูกสาวรัสปูตินหญิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 22 ธ.ค. 2559 05:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/818489

 

การสอบสวนคดีคอร์รัปชันที่เขย่าเก้าอี้ประธานาธิบดีปาร์ก กึน เฮ ของเกาหลีใต้ จนถูกรัฐสภาลงมติให้เข้าสู่กระบวนการถอดถอน (อิมพีชเมนต์) ฐานปล่อยให้นางชเว ซูน-ซิล เพื่อนสนิทฉายา “รัสปูตินหญิง” แทรกแซงกิจการรัฐบาลและหาประโยชน์ใส่ตัว ผู้นำปักกำลังรอคำตัดสินสุดท้ายของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะถูกถอดถอนหรือไม่ มีความคืบหน้าล่าสุดเมื่อ 21 ธ.ค. โดยศาลเกาหลีใต้อนุมัติหมายจับนางชุง ยู-รา ลูกสาววัย 20 ปี ของนางชเวอีกคนแล้ว

ด้านทนายความของนางชุงเผยว่า ตอนนี้ชุงอยู่ในเยอรมนีหลังไปที่นั่นพร้อมนางชเวและลูกของเธอเองเมื่อเดือน ก.ย. ซึ่งสำนักอัยการพิเศษเกาหลีใต้จะประสานเยอรมนีเรื่องที่พักและข้อมูลการเงินของนางชุงต่อไป ก่อนถูกออกหมายจับ นางชุงเป็นนักแข่งม้าทีมชาติเกาหลีใต้ เธอตกเป็นข่าวฉาวตามผู้เป็นแม่ เรื่องรับสิทธิพิเศษต่างๆ และยังถูกยกเลิกใบประกาศจบชั้นมัธยมปลายหลังถูกตรวจพบว่าปลอมเกรดและไม่ได้เข้าเรียนจริง

เจ้าหน้าที่ยังตรวจค้นสำนักงานบริการบำเหน็จบำนาญแห่งชาติและกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการเพื่อหาหลักฐานเชื่อมโยงคดีนี้ด้วย ส่วนส.ส.พรรครัฐบาลแซนูรีกว่า 30 คน ที่สนับสนุนการถอดถอนประกาศจะแยกตัวจากพรรค อันจะส่งผลต่อฐานอำนาจในสภาของแซนูรี ซึ่งมี ส.ส.อยู่ 128 ที่นั่ง จากทั้งหมด 300 ที่นั่งอย่างเลี่ยงไม่พ้น.

 

เยอรมนีเผยภาพผู้ต้องสงสัยขับรถบรรทุกชนคน ตั้งค่าหัว 1 แสนยูโร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ธ.ค. 2559 04:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/818465

 

เยอรมนีเผยแพร่ภาพผู้ต้องสงสัยเป็นคนขับรถบรรทุกพุ่งเข้าใส่ผู้คนที่ตลาดคริสต์มาสในกรุงเบอร์ลินเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พร้อมตั้งรางวัลนำจับเป็นเงินถึง 100,000 ยูโร…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการเยอรมนีเผยแพร่ภาพของนาย อานิส อัมรี ชายชาวตูนิเซียอายุ 23 ปี ผู้ต้องสงสัยเป็นคนขับรถบรรทุกก่อเหตุพุ่งชนผู้คนที่ตลาดคริสต์มาสในกรุงเบอร์ลิน จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 12 รายและบาดเจ็บจำนวนมาก เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาแล้ว และตั้งเงินรางวัลนำจับไว้ที่ 100,000 ยูโร (ราว 3.75 ล้านบาท) สำหรับผู้ให้ข้อมูลซึ่งนำไปสู่การจับกุมชายคนนี้

ตำรวจเยอรมนีสามารถระบุตัวนายอัมรีได้หลังจากพบใบอนุญาตอยู่อาศัยของเขาบนรถบรรทุกที่ใช้ก่อเหตุ ก่อนจะออกหมายจับพร้อมเผยแพร่ภาพของเขา และระบุชื่ออื่นๆ ที่เขาเคยใช้อีก 6 ชื่อลงในหมายจับ และเตือนพลเรือนให้ระวังตัวเรื่องจากชายคนนี้อาจมีอาวุธปืนด้วย


หมายจับพร้อมโฉมหน้าของนายอานิส อัมรี

ขณะนี้ตำรวจกำลังค้นหาตัวนายอัมรีอยู่ที่ค่ายผู้อพยพในย่านเอ็มเมอริค ในรัฐนอร์ทไรน์-เว็สท์ฟาเลิน ทางตะวันตกของประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นที่ที่ออกใบอนุญาตอยู่อาศัยแก่เขา

ทั้งนี้ นายราล์ฟ เยเกอร์ รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยแห่งรัฐนอร์ทไรน์-เว็สท์ฟาเลิน กล่าวในวันพุธว่า คำขอลี้ภัยของนายอัมรีถูกปฏิเสธเมื่อเดือนมิ.ย. แต่ว่าเอกสารที่จำเป็นสำหรับการส่งตัวชายคนนี้ออกจากประเทศไม่พร้อม เนื่องจากตูนิเซียระบุว่านายอัมรีไม่ใช้พลเมืองของพวกเขา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องรอหนังสือเดินทางชั่วคราวจากตูนิเซีก่อน และหนังสือที่ว่าเพิ่งถูกส่งมาถึงในวันนี้เอง

ขณะเดียวกัน แห่งข่าวในหน่วยงานตุลาการบอกกับสำนักข่าวบีบีซีว่า นายอัมรีเคยถูกเจ้าหน้าที่ในกรุงเบอร์ลินจับตาดูระหว่างเดือนมี.ค.และก.ย. เนื่องจากต้องสงสัยว่าเขากำลังวางแผนปล้นทรัพย์เพื่อใช้เป็นทุนซื้อปืนสำหรับก่อการโจมตีบางอย่าง อย่างไรก็ตาม การเฝ้าระวังถูกยกเลิกเพราะหลักฐานไม่เพียงพอ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เยอรมนี ‘พลิกแผ่นดิน’ ล่า หนุ่มตูนิเซีย อาจเป็นคนขับรถบรรทุกชนคนสุดสยอง

เยอรมนีปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยขับรถบรรทุกชนคนในกรุงเบอร์ลินแล้ว

 

อินเดียเล็งปรับเงินเครื่องบินทิ้ง ‘อึ-ปัสสาวะ’ กลางอากาศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ธ.ค. 2559 03:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/818422

 

ศาลอินเดียตัดสิน จะปรับเงินสายการบินที่ถูกพบว่าเครื่องบินของพวกเขาทิ้งอุจจาระ, ปัสสาวะ ลงจากเครื่องบินกลางอากาศ หลังจากมีผู้อยู่อาศัยใกล้สนามบินร้องเรียนเข้ามา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศาลยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อมแห่งชาติของอินเดียมีคำตัดสินเมื่อวันพุธที่ 21 ธ.ค. ว่า สายการบินต่างๆ ในประเทศอินเดียจะถูกปรับเงินเป็นจำนวน 50,000 รูปี (ราว 26,500 บาท) หากเครื่องบินของพวกเขาปล่อยทิ้งปัสสาวะและอุจจาระออกจากห้องน้ำขณะที่เครื่องบินอยู่กลางอากาศ

ตามปกติแล้ว ปัสสาวะและอุจจาระที่ขับถ่ายบนเครื่องบินจะถูกเก็บไว้ในแทงก์พิเศษ และจะมีการทิ้งโดยเจ้าหน้าที่ภาคพื้นหลังจากเครื่องลงจอดแล้ว อย่างไรก็ตามมีการร้องเรียนจากอดีตเจ้าหน้าที่กองทัพรายหนึ่งว่า เครื่องบินโดยสารทิ้งปัสสาวะและอุจจาระกลางอากาศลงสู่เขตที่อยู่อาศัยใกล้สนามบินในกรุงนิวเดลี โดยเขาพบสิ่งปฏิกูลบนหลังคาบ้านของเขาเอง

เมื่อวันพุธ ศาลยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อมแห่งชาติจึงมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการบินตรวจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องบินไม่ได้ทิ้งปัสสาวะและอุจจาระลงจากเครื่องกลางอากาศขณะที่กำลังลงจอด หรือที่ใดก็ตามใกล้สนามบิน โดยให้สุ่มตรวจสอบเครื่องบินที่ลงจอดว่าถังบรรจุสิ่งปฏิกูลว่างเปล่าหรือไม่ และหากพบว่าว่างเปล่า สายการบินผู้ให้บริการเครื่องบินลำนั้นๆ ต้องจ่ายค่าปรับ 50,000 รูปีต่อครั้ง

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่หน่วยงานการบินนานาชาติยอมรับว่า การรั่วไหลของแทงก์เก็บสิ่งปฏิกูลเกิดขึ้นได้จากความขัดข้องต่างๆ ซึ่งปัสสาวะและอุจจาระที่รั่วไหลออกมาจากจับตัวเป็นน้ำแข็งบริเวณจุดที่มีการรั่วไหล ก่อนจะตกลงมาเบื้องล่าง โดยจะถูกเรียกว่า ‘น้ำแข็งสีน้ำเงิน’ อันเป็นผลจากสารเคมีที่ใช้ในห้องน้ำบนเครื่องเพื่อดับกลิ่นและลดขนาดของเสีย

 

ประเทศ ‘เซาตูเมและปรินซิปี’ ตัดความสัมพันธ์กับไต้หวันแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ธ.ค. 2559 01:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/818405

 

ประเทศเซาตูเมและปรินซิปีในแอฟริกา ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับใต้หวันแล้วเมื่อวันพุธ โดยไต้หวันกล่าวหาจีนว่าฉวยโอกาสจากปัญหาทางการเงินของประเทศเกาะแห่งนี้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 21 ธ.ค. รัฐบาลของสาธารณรัฐประชาธิปไตย เซาตูเมและปรินซิปี ซึ่งเป็นเกาะในทวีปแอฟริกา ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันแล้ว ในขณะที่ นโยบายจีนเดียวของจีนกลายเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงอีกครั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นโยบายจีนเดียวเป็นหลักการของจีนที่ยืนยันว่าในโลกนี้มีประเทศจีน ซึ่งมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐประชาชนจีน เพียงประเทศเดียว และไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขา และประเทศใดที่ต้องการมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนจะต้องตัดความสัมพันธ์กับไต้หวัน ทำให้ไต้หวันถูกโดดเดี่ยวจากประชาคมนานาชาติ

เมื่อปี 1997 เซาตูเมและปรินซิปี เคยประกาศระงับความสัมพันธ์กับจีน เพื่อยอมรับไต้หวันอย่างเป็นทางการ ก่อนจะมีความเปลี่ยนแปลงครั้งล่าสุดนี้ ซึ่งทำให้ในตอนนี้เหลือเพียง 21 ประเทศและรัฐบาลรวมทั้ง สวาซิแลนด์และกัวเตมาลา ที่ยังรักษาความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการไว้

รัฐบาลจีนออกมาแสดงความยินดีที่เซาตูเมและปรินซิปีตัดสินใจ ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน และระบุว่า ประเทศเกาะแห่งนี้กลับเข้าสู่เส้นทางที่ถูกต้องของนโยบายจีนเดียวแล้ว แต่ไม่ได้ระบุว่าตอนนี้จีนสานสัมพันธ์ทางการทูตกับเซาตูเมหรือไม่


เดวิด ลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศไต้หวัน

ขณะที่กระทรวงต่างประเทศไต้หวันประณามการตัดสินใจของเซาตูเมและปรินซิปี ระบุว่า เซาตูเมเรียกร้องขอความช่วยเหลือทางการเงินจำนวนมหาศาล “เราคิดว่ารัฐบาลปักกิ่งไม่ควรใช้หลุมดำทางการเงินของเซาตูเม เป็นโอกาสในการผลักดันนโยบายจีนเดียว” เดวิด ลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศไต้หวันกล่าว