แวดวงสงฆ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 ตุลาคม 2559 เวลา 09:57 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/dhamma/457911

แวดวงสงฆ์

โดย…สมาน สุดโต

สงฆ์ไทยในเวทีโลก

การประชุม พ.ส.ล.จัดว่าเป็นการประชุมนานาชาติ พระสงฆ์ไทยที่ถูกนิมนต์ให้เข้าร่วมประชุมหนนี้ ได้แก่ พระธรรมวราจารย์ (หลวงปู่แบน) วัย 88 ปี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ที่จะทำบุญอายุวัฒนมงคล 89 ปี วันที่ 8 ต.ค. 2559 พระศากยวงศ์วิสุทธิ์ (อนิล มาน ดร.) นักวิชาการพุทธศาสนา ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร พระกิตติโสภณวิเทศ (เศรษฐกิจ) เจ้าอาวาสวัดนาคปรก ส่วนพระต่างประเทศ ได้แก่ พระสงฆ์จากอินเดีย บังกลาเทศ ศรีลังกา จีนแผ่นดินใหญ่ จีนไต้หวัน ออสเตรเลีย รวมแล้วที่แต่งกายเป็นพระสงฆ์เข้าประชุมทั้งเถรวาท มหายาน วัชรยาน มีรวมกันประมาณ 20 รูป

 

พ.ส.ล.เลือกแผน นั่งเป็นประธานอีกสมัย

องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.) จัดประชุมใหญ่ 4 ปีครั้ง ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 26-29 ก.ย. 2559 มีประชาชนชาวพุทธประมาณ 600 คน จาก 185 ภาคี ใน 46 ประเทศทั่วโลก มาประชุมกันด้วยสปิริตแห่งชาวพุทธ ที่ถือหลักเมตตา และสามัคคีธรรม เป็นเครื่องหมายนำทาง และตกลงเลือก แผน วรรณเมธี อายุ 93 ปี ขึ้นดำรงตำแหน่งอีกครั้งโดยไม่มีคู่แข่ง ซึ่งท่านต้องทำหน้าที่ต่ออีก 4 ปี

ผู้เขียนได้มีโอกาสถามท่านแผน วัย 93 ปี ว่า ทำไมจึงสามารถทำงานต่างๆ ได้ ท่านแผนซึ่งดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภากาชาดไทยอีกตำแหน่งหนึ่ง พูดด้วยความภูมิใจว่า เพราะมี พัลลภ ไทยอารี ทำหน้าที่เลขาธิการอย่างเข้มแข็ง

ในวัย 93 ปี นั่งเครื่องบินจากเมืองไทยใช้เวลาบิน 5 ชม. ถึงสนามบินอินชอน รุ่งขึ้นวันที่ 26 ก.ย. นั่งเป็นประธานการประชุมกรรมการบริหาร พ.ส.ล. 3 ชม. โดยไม่พัก 27 ก.ย. ซึ่งเป็นวันประชุมใหญ่ ที่ห้องประชุมจินกัก (Jin Gak) พระพุทธศาสนาในนิกายวัชรยาน นั่งประชุมเต็มวันทั้งภาคเช้าและภาคบ่าย คู่กับพระคุณเจ้า โฮ จอง (Rev. Hoe-Jeong) ประธานพุทธนิกายจินกัก จนเลิกงาน เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น.

ที่เล่ามาทั้งหมด เพื่อจะบอกว่า อายุเป็นเพียงตัวเลข ส่วนร่างกายและจิตใจที่มีธรรมนั้นเข้มแข็ง ยิ่งนัก

 

จินกัก นิกายใหม่แห่งวัชรยาน

กรุงโซล เมืองหลวงเกาหลีใต้ เป็นเมืองหลวงของประทศที่พัฒนาแล้ว ทั้งชีวิต จิตใจของผู้คน สภาพสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตรกับมนุษย์ รวมทั้งการจราจรของประเทศที่ผลิตรถยนต์ออกขายทั่วโลก แต่ไม่มีชื่อเสียงเรื่องจราจรติดขัด การนัดหมายพบปะกันจึงทำได้ตามกำหนดเวลา โดยไม่มีปัญหาการจราจรติดขัดมาเป็นข้ออ้าง ที่ทำให้เขามาอยู่จุดนี้ได้ ทั้งๆ ที่เพิ่งผ่านสงครามมา 66 ปี นับแต่ปี 1950 จนถึงปัจจุบัน นอกจากการพัฒนาด้านเทคโนโลยีแล้ว การพัฒนาระเบียบวินัย ให้ประชาชนยึดและปฏิบัติก็เป็นความสำเร็จอย่างหนึ่งของประเทศนี้

ประเทศนี้ก้าวเดินหน้าด้วยเทคโนโลยีทันสมัยไม่หยุดยั้ง แต่กลับเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการส่งออกทางวัฒนธรรมผ่านซีรี่ส์เกาหลีได้อย่างไม่น่าเชื่อ ที่สำคัญสำหรับประชาชนประเทศนี้คือการนับถือศาสนา

ศาสนาที่มาแรงมาก ได้แก่ ศาสนาคริสต์ ส่วนพระพุทธศาสนาก็ไม่ได้ถูกทอดทิ้ง แต่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาตามหลักมหายานและวัชรยาน จึงเห็น วอน บุดดิสม์ และจินกัก บุดดิสม์ ออเดอร์ ที่ได้รับความนิยม และนับถือของชาวเกาหลี การประชุม พ.ส.ล.วันที่ 26-29 ก.ย. 2559 ที่จินกักรับเป็นเจ้าภาพนั้น พระคุณเจ้า โฮ จอง (Rev. Hoe-Jeong) ประธานพุทธนิกายจินกัก เข้าร่วมงานทุกเวที และขึ้นพูดแสดงวิสัยทัศน์ในการผลักดันให้เกิดสันติภาพโดยยกกรณีเยอรมนีตะวันออกและตะวันตกมาเป็นตัวอย่าง

 

งานพลีบุญ…ระลึกคุณ พระนางเจ้าจามเทวี!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 กันยายน 2559 เวลา 09:34 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/dhamma/456531

งานพลีบุญ...ระลึกคุณ พระนางเจ้าจามเทวี!

โดย…พระอาจารย์อารยะวังโส

เจริญพรสาธุชนผู้มีศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนา เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๔ ก.ย. ๒๕๕๙ ได้มีงานพลีบุญ …สู่เปตชน “เทศกาลเดือนสิบ” ณ ลานอนุสาวรีย์พระนางเจ้าจามเทวี/จ.ลำพูน ที่มีการวางแผนงานอย่างสวยงามและยิ่งใหญ่จากแรงศรัทธาของชาวลำพูน ที่ยกระดับขึ้นเป็นงานบุญประเพณีประจำจังหวัด โดยการสนับสนุนของ จ.ลำพูน และองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ที่มี นิชาดา สุริยะเจริญ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน เป็นแม่งานใหญ่ นำไปสู่ความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนการจัดงานดังกล่าว โดยเฉพาะการจัดถวายมหาทาน เพื่อพระนางเจ้าจามเทวี ทรงโปรยทานแด่มหาชน… ที่นับเป็นครั้งแรก

การทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ตาย ที่เรียกว่า เปตพลี ชาวเหนือเรียก ป๋าเวณี๋ตานเปตพลี… ภาคกลางเรียก ตรุษสารท… ชาวปักษ์ใต้เรียก ประเพณีเดือนชิงเปรต และทางภาคอีสานเรียก ประเพณีบุญข้าวประดับดิน นั้น ล้วนแต่มีความหมายและจุดประสงค์เป็นอย่างเดียวกัน ด้วยเป็นประเพณีอุทิศบุญให้แก่พ่อแม่ปู่ย่าตายาย ญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งนิยมจัดงานพลีบุญดังกล่าว ตั้งแต่ขึ้น ๑ ค่ำ ไปจนถึงแรม ๑๔ ๑๕ ค่ำ ดังที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงพระธรรมเทศนา ติโรกัณฑสูตร ซึ่งได้ทรงสรรเสริญทานที่ทายกอุทิศบริจาคแก่ญาติที่ตายไปแล้ว ดังคำกล่าวอุทิศถึงญาติในเปตภูมิเป็นบาลีว่า “อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโยฯ” แปลว่า ทานนี้จงถึงแก่ญาติทั้งหลายที่เกิดในเปรตวิสัย ขอญาติทั้งหลายเหล่านั้น จงสำเร็จประโยชน์ เพื่อความสุขทั้งปวงเทอญ

การจัดงานเทศกาลเดือนสิบ ณ อาณาจักรหริภุญไชย/จ.ลำพูน ในปีนี้ ถือว่าครบถ้วนสมบูรณ์ในทุกด้าน ทั้งคณะทายก-ทายิกาที่บริสุทธิ์ด้วยเจตนาจากศรัทธาจิตที่มั่นคงในพระพุทธศาสนา รู้ เข้าใจในอานิสงส์อันเกิดจากการทำบุญกุศลในเขตบุญพระพุทธศาสนา วัตถุไทยธรรมอันบริสุทธิ์ ถูกต้องตามกาลเวลา เหมาะควรแก่สมณสารูป ไม่ผิดพระวินัย และปฏิคาหก คือ ฝ่ายพระภิกษุผู้รับที่มั่นคงดำรงอยู่ในพระธรรมวินัย รู้ประโยชน์และความเหมาะควรต่อการปฏิบัติ จึงเกื้อกูลกันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการประกาศความกตัญญูกตเวทิตาต่อบรรพชนและบุคคลที่ควรระลึกถึง ดังเช่นพระนางเจ้าจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรหริภุญไชย

การจัดมหาทานถวายแด่พระนางเจ้าจามเทวี เพื่อถวายแด่พระสงฆ์ ๙ วัด และโปรยทานในงานบำเพ็ญกุศลเนื่องในเทศกาลเดือนสิบ เพื่อมหาชนและสัตว์ทั้งหลาย ด้วยการออกโรงทานในเขตงาน จัดปัจจัยถวายเป็นทานกุศลแด่กองทุนสงฆ์อาพาธ เด็กด้อยโอกาส คนที่พิการ หรือการสงเคราะห์วัดวาอาราม นอกเหนือจากการใส่บาตร ถวายไทยทานแด่พระสงฆ์จำนวน ๒๓ รูป จากวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย และ

วัดป่าในสาขาแล้วนั้น… นับเป็นเรื่องที่ควรแก่การอนุโมทนาอย่างยิ่ง จากปัจจัยของคณะศรัทธาสาธุชนทั้งหลายที่พร้อมใจกันจัดงานบุญดังกล่าว เพื่อการสำเร็จประโยชน์แห่งการพลีบุญอุทิศไปยังพ่อแม่บรรพชน ญาติสายโลหิตของตน ตลอดจนการอุทิศบุญแก่เทพยดาอารักษ์ทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายในทุกภพภูมิ ด้วยอำนาจเมตตากรุณา… ที่นำไปสู่จาคะอันล้ำเลิศประเสริฐโดยธรรม… ยังให้เกิดความปีติสุขกันถ้วนหน้า

การร่วมกันถวายมตกภัตรอันเป็นสังฆทานแด่คณะสงฆ์ เพื่ออุทิศแด่ญาติมิตรผู้ล่วงลับไปแล้ว โดยพร้อมเพรียงกันที่เกิดขึ้นใจกลางนครลำพูนในครั้งนี้ จึงเป็นอัศจรรย์แห่งธรรมที่ควรแก่การจดจำ โดยเฉพาะการร่วมถวายเครื่องไทยธรรม “กัณฑ์ธรรม” แด่องค์พระธรรมกถึกเทศนา ซึ่งล้วนแต่เป็นการสืบสานประเพณีตนบุญ… ที่ควรแก่การกล่าวถึง เนื่องในงานเทศกาลสารทเดือนสิบ (ใต้) หรืองานพลีบุญเดือน ๑๒ เหนือ ซึ่งเป็นประเพณีส่งบุญหาผู้ตายที่ชาวเหนือเรียกว่า งานป๋าเวณี๋ตานเปตพลี ที่บัดนี้ได้กลับมาอย่างสมบูรณ์อีกครั้งในแผ่นดินธรรมอาณาจักรหริภุญไชย/จ.ลำพูน …ที่ควรแก่การอนุโมทนา

เจริฐญพร

 

พ.ส.ล.ชูหลักธรรม ในการประชุมใหญ่ที่เกาหลีใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 กันยายน 2559 เวลา 09:32 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/dhamma/456530

พ.ส.ล.ชูหลักธรรม ในการประชุมใหญ่ที่เกาหลีใต้

โดย…สมาน สุดโต

องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.) ยกหัวข้อพระพุทธศาสนาในชีวิตประจำวัน และชีวิตประจำวันของชาวพุทธ เป็นหัวข้อใหญ่ในการประชุมใหญ่ครั้งที่ 28 ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ วันที่ 26-29 ก.ย.  2559

พัลลภ ไทยอารี เลขาธิการ พ.ส.ล. กล่าวว่า การประชุมใหญ่ครั้งที่ 28 ของ พ.ส.ล. ได้รับความร่วมมือจากพุทธศาสนานิกายจินกัก (Jin Gak) ซึ่งเป็นนิกายหนึ่งของวัชรยาน รับเป็นเจ้าภาพ ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกที่พุทธจากนิกายวัชรยาน เป็นเจ้าภาพการประชุม หลังจากสถาปนาองค์กรมา 66 ปี

พัลลพ ไทยอารี เลขาธิการ พ.ส.ล. เล่าเรื่องการเกิด พ.ส.ล. เมื่อ พ.ศ. 2493 ว่าเกิดจากการรวมตัวของประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนา 27 ประเทศ ประชุมกันที่กรุงโคลอมโบ ประเทศศรีลังกา

นำโดยG.P.Malasekara  นักปราชญ์ชาวพุทธ โดยมีวัตถุประสงค์ให้ชาวพุทธต่างนิกายรวมตัวกันเป็นอันหนึ่งเดียวกัน ครั้งนั้นมีผู้แทนไทยได้รับเชิญเข้าประชุม 3 ท่าน ได้แก่ ม.จ.พูนพิศมัย ดิศกุล สุชีโวภิกขุ หรืออาจารย์ สุชีพ ปุญญานุภาพ และสุกิจ นิมมานเหมินทร์ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเดลลี ที่ประชุมได้แต่งตั้ง ม.จ.พูนพิศมัย เป็นรองประธาน หลังจากนั้นอีก 8 ปี มีการประชุมเลือกประธานคนใหม่ ได้แก่ อู จันทุน ประธานศาลฎีกาพม่า สำนักงาน พ.ส.ล. ย้ายจากศรีลังกา มาตั้งที่พม่าในครั้งนั้นด้วย  เมื่อเกิดความวุ่นวายทางการเมืองในพม่า อู จันทุน จึงฝากองค์การนี้ไว้กับ อาจารย์ สัญญา ธรรมศักดิ์ ซึ่งเป็นนักเรียนกฎหมายรุ่นน้อง ต่อมาที่ประชุม พ.ส.ล. ที่มาเลเซีย ได้มีมติเลือก ม.จ.พูนพิศมัย ดิศกุล เป็นประธาน และมีมติให้สำนักงาน พ.ส.ล. มาตั้งถาวรที่ประเทศไทย

คนไทยดำรงตำแหน่งทรงเกียรตินี้ 3 ท่าน คือ ม.จ.พูนพิศมัย ดิศกุล  อาจารย์ สัญญา ธรรมศักดิ์ และปัจจุบันได้แก่ แผน วรรณเมธี ซึ่งดำรงตำแหน่งมา 4 สมัยติดต่อกัน ถ้าการประชุมใหญ่ครั้งที่ 28 ที่กรุงโซล เกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 26-29 ก.ย. 2559 เห็นชอบให้ แผน ดำรงตำแหน่งต่ออีกสมัย ก็จะเป็นสมัยที่ 5 เมื่อท่านดำรงตำแหน่งครบเทอมใน พ.ศ. 2563 เท่ากับดำรงตำแหน่งประธานรวม 20 ปี และวันนั้นท่านจะมีอายุ 97 ปี

ส่วนวิสัยทัศน์ในการประะชุมครั้งนี้ พัลลภ ว่าก่อนการประชุมใหญ่ 4 ปี 1 ครั้งนั้น เราจะประชุมผู้บริหารทุก 2 ปี เพื่อหาทางส่งเสริมและทำงานร่วมกัน ทั้งทางด้านสังคม และการช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม เมื่อประเทศใดประเทศหนึ่งประสบภัยทางธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม หรือแผ่นดินไหว เป็นต้น

พัลลภ ย้ำว่า พ.ส.ล.เป็นองค์กรแรกที่ทำให้แต่ละนิกายของพระพุทธศาสนาที่มีความแตกต่างกันมาทำงานร่วมกัน มาแลกเปลี่ยนหาแนวทางร่วมกันในการส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องมาจากหลากหลายนิกาย จึงเป็นทัศนะที่แตกต่างจากผู้นำที่มาจากสายเถรวาท มหายาน และวัชรยาน รวมทั้งนักปราชญ์ทางพระพุทธศาสนา และผู้ที่มีความคิดทางพุทธศาสนาแนวใหม่

เมื่อถามว่า พ.ส.ล.จะมีบทบาทเข้ามาแก้ไขความเสื่อมศรัทธาของชาวพุทธที่มีต่อศาสนาหรือไม่ พัลลภ ตอบว่า พ.ส.ล.มีปณิธานที่จะช่วยกันเอาเนื้อแท้พระพุทธศาสนามาเผยแพร่  เพราะแต่ละประเทศ และแต่ละนิกายมีความถนัดที่แตกต่างกัน เช่น ประเทศที่พุทธศาสนายังเข้าไปไม่ถึงรวมทั้งสหรัฐอเมริกา ยุโรป แม้กระทั่งปัจจุบันนี้ ได้พูดถึงแอฟริกา และตะวันออกกลาง ที่พวกเราหาทางเข้าไป

การเข้าไปก็ไม่คิดว่าเราจะไปสร้างปัญหาให้เขา แต่จะนำสิ่งที่เป็นหลักธรรมที่แท้ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาประยุกต์ และทำให้เขาเข้าใจ ทั้งเรื่องหลักธรรมและการปฏิบัติในชีวิตประจำวัน  เช่น การทำสมาธิ ที่คนสนใจศึกษามากขึ้น

อีกประการหนึ่ง ผู้ไปเผยแพร่ยึดหลักมนุษยธรรม ไม่ได้คิดว่าจะไปแย่งศาสนิกอื่นมาเป็นพุทธศาสนิก แต่เราต้องการให้เขารู้ว่าเราสอนอะไร ปฏิบัติอย่างไร ผมเชื่อว่านี้คือสิ่งหนึ่ง เมื่อเราพยายามเผยแพร่ในสิ่งนี้ ก็ทำให้มีผู้สนใจมากขึ้น

ในทางกลับกัน เมื่อเราคิดว่ามีความเสื่อมในบางส่วน แต่ต้องคิดว่าเราก็มีการพัฒนา และความสำเร็จอีกส่วนหนึ่งเช่นกัน

ส่วนการที่จินกัก ซึ่งเป็นพุทธนิกายวัชรยาน เข้ามาเป็นเจ้าภาพจัดประชุมที่เกาหลีใต้ ก็เนื่องในโอกาสที่พุทธนิกายนี้ เตรียมเฉลิมฉลองแห่งการก่อตั้งมาครบ 70 ปี ในขณะเดียวกันองค์กรนี้ซึ่งมีสมาชิกไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคนทั้งในแและนอกเกาหลี ได้มีบทบาทสนับสนุนการทำงานองค์การ พ.ส.ล. มาตลอด เพราะได้เข้าร่วมประชุมเสมอมา นับแต่ปี ค.ศ. 1958 (พ.ศ. 2501) ที่มีการประชุมที่กรุงเทพมหานคร

ปี ค.ศ. 2016 (พ.ศ. 2559) เป็นปีครบรอบ 70 ปี แห่งการก่อตั้งพุทธจินกักนิกาย ซึ่งอุทิศตนตามแนวทางการฝึกฝนตนเอง และการรู้แจ้งเห็นจริงด้วยตนเองตามแนวทางขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ก่อนการประชุมวันที่ 26-29 ก.ย. 2559 พระคุณเจ้า โฮ จอง (Rev. Hoe-Jeong) ประธานพุทธนิกายจินกัก ส่งสารถึงสมาชิก พ.ส.ล. ผ่าน online มีความโดยสรุปว่า จินกักถือว่าเป็นสัญญาณที่เป็นมงคลที่มีความร่วมมือระหว่างจินกัก กับ พ.ส.ล.

ซึ่งจะทำให้ได้บรรลุจุดประสงค์ร่วมกัน ในขณะที่จินกักก็มีแผนงานที่จะขยายความร่วมมือ และการช่วยเหลือไปยังศูนย์ภาคีของ พ.ส.ล. เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และวิธีการที่ศูนย์ภาคีแต่ละแห่งได้สร้างสรรค์งานเผยแพร่หลักธรรมของพระพุทธเจ้ามาก่อน

ในขณะนี้ชาวโลกเผชิญกับปัญหานานาประการ ตั้งแต่ภาวะทุพภิกขภัย การอพยพของผู้ลี้ภัย สิ่งแวดล้อม สงคราม และการก่อการร้ายที่ยากต่อการแก้ปัญหา ดังนั้นความร่วมมือของพวกเรา โดยเฉพาะจากศูนย์ภาคีทั่วโลกจะช่วยต่อสู้กับความทุกข์ยากต่างๆ ได้

ข้าพเจ้ามั่นใจว่า ในการประชุมใหญ่ พ.ส.ล.เราคงไม่ต้องประกาศตัวว่า เป็นองค์กรของชาวพุทธโลก แต่ขอให้ช่วยกันแสดงความคิดเห็น ว่าเราจะมีบทบาทเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในอนาคต เพื่อยุติเรื่องที่ยังขัดแย้งกันอยู่

ด้วยสปิริตแห่งมิตรภาพ  ข้าพเจ้ามีความแน่วแน่ในการสร้างมิตรภาพ ความร่วมมือกับท่านที่มาประชุม ซึ่งได้สร้างกันเป็นประเพณี มาเป็นเวลายาวนาน จึงหวังว่าการประชุมใหญ่จะเป็นสะพานเพื่อผลักดันไปข้างหน้า เพื่อการร่วมมือกัน

ขอพูดในฐานะส่วนตัวว่า ในฐานะประธานพุทธนิกายจินกัก และรองประธานสมาคมพุทธนิกายเกาหลี ขอให้สัญญาว่า จะทำดีที่สุดเพื่อให้การเป็นเจ้าภาพประสบความสำเร็จ และขอสนับสนุนการประชุมนี้ด้วยใจจริง ในฐานะที่เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริงคนหนึ่ง

ขอให้คุณพระรัตนตรัย อำนวยพรแก่ทุกท่าน ขอบคุณ

 

‘ธรรมะธรรมชาติย่อมบำบัดมนุษย์ได้ดีเสมอ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 กันยายน 2559 เวลา 09:30 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/dhamma/456529

'ธรรมะธรรมชาติย่อมบำบัดมนุษย์ได้ดีเสมอ'

โดย…ราช รามัญ

ในครั้งพุทธกาลแพทย์ประจำพระองค์ที่มีชื่อเสียงมาก คือชีวกโกมารภัจจ์  ซึ่งจบการแพทย์มาจากตักสิลา ซึ่งถือได้ว่าเป็นสำนักที่มีชื่อเสียงระดับมาสเตอร์เลยทีเดียว

เล่ากันว่า ตอนเรียนที่ตักสิลาชีวกโกมารภัจจ์ ปรารถนาจะกลับบ้านแล้ว เพราะเรียนมานานถึง 7 ปีแล้ว จึงไปถามอาจารย์ว่าจะได้กลับบ้านหรือยัง อาจารย์ตอบมาด้วยความเมตตาว่า  ตำรับยามีมากมายหลายอย่างตั้งใจจะให้อยู่อีกสัก 2 ปี แต่เมื่ออยากกลับแล้ว เอาแบบนี้ ขอทดสอบความรู้หน่อย ถ้าผ่านก็กลับได้

อาจารย์บอกว่าให้เดินทางไปทั้ง 4 ทิศ ภายในรัศมี 400 เส้น ให้ดูว่าหญ้าชนิดไหน ใบไม้ชนิดไหน เปลือกไม้ชนิดไหน ที่ทำยาได้บ้างแก้โรคอะไรบ้าง แล้วแบบไหนที่ไม่สามารถทำยาได้บ้าง ครั้นชีวกเดินไปครบ 7 วันทั้ง 4 ทิศ กลับมารายงานอาจารย์เจียรนัยจนหมด แล้วก็สรุปลงตรงคำว่า  “ใบไม้ หญ้า  เปลือกไม้ ทุกอย่างทุกอย่างในชมพูทวีปล้วนเป็นยาทั้งหมด  อาจารย์จึงลูบศีรษะแล้วบอกว่า ชีวกเรียนรู้จบหมดแล้ว

การเดินทางกลับบ้านของชีวก ได้เข้าไปช่วยเหลือผู้คนมากมาย และได้เป็นแพทย์ประจำพระองค์พระเจ้าพิมพิสาร

เมื่อพระพุทธเจ้าทรงไม่ถ่าย (พระบังคนหนัก) พระอานนท์ได้กราบทูลว่าจะเชิญชีวกมารักษา เมื่อชีวกทราบข่าวจึงปีติและไม่ได้ปฏิเสธ  หมอชีวกใช้ก้านอุบลอบ สามก้านแล้วนำไปถวายให้พระพุทธองค์สูดดมจนครบทั้งสามก้าน ปรากฏว่าไม่นานก็ทรงถ่ายจนหมด อาการกลับมาเป็นปกติ  นับแต่นั้นชีวกได้เป็นแพทย์ประจำพุทธองค์ด้วยอีกตำแหน่งหนึ่ง

นับว่าสูตรยาของหมอชีวกที่ร่ำเรียนมานั้นได้ผลเป็นอย่ามาก คนโบราณ นิยมยาสมุนไพรในการรักษา และมีการสืบทอดมายาวนาน แต่สมุนไพรนั้นผู้ที่จะทำการรักษาก็ต้องมีความรู้ความชำนาญ และควรรู้ว่ายาบางอย่างไม่ต้องทานต่อเนื่อง ยาบางอย่างควรทานอย่างไร

จำได้คราวๆ ในตำรายาโบราณของหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว นครชัยศรี นครปฐม มีการจดบันทึกเอาไว้อย่างเป็นหลักฐานว่า ยาบางตัวนั้นมีฤกษ์เก็บในยามเช้า ยาบางตัวนั้นมีฤกษ์เก็บในยามค่ำ  ไม่ใช่เป็นเพราะความเป็นสิริมงคลอะไรหรอก  แต่เป็นเพราะว่า สมุนไพรบางอย่างคลายตัวยาแล้วรีดพิษออกในยามเช้า บางสมุนไพรรีดพิษในยามบ่าย เท่านั้นเอง

แม้จะผ่านกาลเวลามาเนินนานเท่าไหร่เรื่องของยาสมุนไพรกับคนไทยก็ได้มีการสนับสนุนและพัฒนาปรับปรุงให้ถูกลักษณะมากยิ่งขึ้น แล้วดูเหมือนว่าหลักวิชาของสมุนไพรสาขาต่างๆ นั้น ผู้ที่จะปรุงต้องมีการผ่านการรับรองต่างๆ มากมายในยุคปัจจุบัน และผู้ที่เป็นหมอยาสมุนไพรก็ต้องมีคุณธรรม หรือมีธรรมะประจำใจอยู่ด้วยจึงจะสามารถเป็นหมอตามตำราโบราณกล่าวไว้

ในยุคนี้ผมชอบหลักคิดของหมอฉัตรชัย แสงสุริยะฉัตร หรือที่คนทั้งประเทศรู้จักกันในนาม หมอเส็ง ผมดูหมอเส็งออกรายการวู้ดดี้แล้วชอบแนวคิด เมื่อมีโอกาสพบหมอเส็งเลยถามถึงแนวทางความคิดเพิ่มเติมหมอเส็งให้ความเป็นกันเองแม้ว่าจะอยู่ในขั้นเศรษฐีหมอยาแล้วก็ตาม หมอเส็งเล่าให้ฟังว่า

“วิชาผมสืบทอดมาจากพ่อ เป็นตำรับยาโบราณทั้งสิ้น เป็นยาสมุนไพรจีน ที่มีการสืบทอดมานานหลายอายุคน  ผมตระหนักเสมอว่า เราเป็นหมอจะต้องทำให้ผู้ป่วยอย่างเต็มที่ วันนี้อายุ 78 ปีแล้ว คุณดูนะ คนมารอวันหนึ่งมากมายเข้าคิวยาว 300 กว่าเป็นแบบนี้ทุกอาทิตย์

“ผมต้องรักษาเขา ช่วยเหลือเขา ให้เต็มกำลังความรู้ความสามารถ  ไม่เอาเปรียบ ตรงไปตรงมา ไม่มีการโกหกหลอกลวง  แต่ต้องบอกก่อนว่า คนที่มารักษาด้วยสมุนไพรนี่ โดยมากทานยาฝรั่งมาเยอะแล้วแต่ไม่ดีขึ้น จึงลองมาทานสมุนไพรดู บางคนก็ดีขึ้น บางคนทุเลาอาการไป ซึ่งเรื่องแบบนี้แล้วแต่อาการหนักเบาของแต่ละคน

“ผมอยู่มาได้หลายสิบปี เพราะผมเน้นเรื่องการตรงไปตรงมา แค่เพียงซื่อสัตย์เพียงอย่างเดียวก็สามารถครอบคลุมไปได้หมดทุกข้อธรรมแล้ว ธรรมะที่ผมยึดมาโดยตลอด คือ ข้อนี้ ไม่เอาเปรียบใคร  เงินทุกบาทของคนไข้ มีคุณค่ามีความหมาย ดังนั้น เขาก็ต้องได้รับผลตอบแทนอย่างคุ้มค่าเช่นเดียวกัน  จิตวิญญาณของผมเป็นหมอยาสมุนไพร  ผมก็ต้องทำให้คุ้มค่า ผมก็ต้องใช้จิตวิญญาณของผมทุ่มเท ไม่ผิดสัจจะ กับคนไข้ทุกคน”

เป็นเสียงประกาศก้องจากหมอสมุนไพรชั้นนำของสังคมไทยในวันนี้  บุคคลที่ประสบความสำเร็จไม่ว่าจะสาขาอาชีพใดๆ ก็ตาม ต่างก็มีหลักธรรมในใจของตัวเอง เป็นที่ยึดเหนี่ยวเสมอ แม้กาลเวลาผ่านไปหลายพันปีแล้ว เรื่องของสมุนไพรก็ยังคงอยู่คู่กับมนุษย์แบบนี้ไปอีกนานจนกว่าโลกนี้จะถึงกัลปาวสานเชื่ออย่างนั้นจริงๆ เพราะว่าธรรมชาติย่อมบำบัดในความเป็นธรรมชาติของมนุษย์ได้ดีกว่าสารเคมีเสมอ

 

แวดวงสงฆ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 กันยายน 2559 เวลา 09:28 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/dhamma/456527

แวดวงสงฆ์

โดย…สมาน สุดโต

สมเด็จวัดเทพศิรินทร์และคณะลาไป LONDON

มีรายงานจากการประชุมมหาเถรสมาคม เมื่อเร็วๆ นี้ว่า พระพรหมมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม ได้มีลิขิตที่พิเศษ/2559 ลงวันที่ 29 ส.ค. 2559 แจ้งว่า วิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ได้อาราธนาสมเด็จพระธีรญาณมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม วัดเทพศิรินทราวาส ไปปฏิบัติศาสนกิจเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลที่บ้านพัก ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ในวันอาทิตย์ที่ 28 ก.ย. 2559 (ความจริงวันที่ 28 ก.ย. ตรงกับวันพุธ มิใช่วันอาทิตย์)  โดยกำหนดเดินทางวันที่ 26 ก.ย. 2559  ถึงวันที่ 1 ต.ค. 2559 (ระหว่างพรรษา) จึงขออนุมัติเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจดังกล่าวพร้อมคณะ 15 รูป

1.สมเด็จพระธีรญาณมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม วัดเทพศิรินทราวาส

2.พระพรหมวิสุทธาจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม วัดเครือวัลย์

3.พระราชวรเมธาจารย์ วัดโบสถ์ จ.ปทุมธานี

4.พระราชสุรวาที วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์

5.พระราชธีรสารมุนี วัดพระศรีมหาธาตุ

6.พระราชกิตติมงคล วัดโสมนัสวิหาร

7.พระมงคลสุธี (หลวงพ่อแขก) วัดสุนทรประดิษฐ์ จ.พิษณุโลก

8.พระสรภาณกวี วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์

9.พระวินัยสุธี วัดธาตุทอง

10.พระนนทวิริยาภรณ์ วัดใหญ่สว่างอารมณ์ จ.นนทบุรี

11.พระกิตติสารมุนี วัดเทพศิรินทราวาส

12.พระปรีชามงคลญาณ วัดเทพศิรินทราวาส

13.พระครูภาวนาโสภณ วัดป่าธรรมโสภณ จ.ลพบุรี

14.พระมหาจินดา ฐานจินฺโต (ไชยฉิม) วัดบวรนิเวศวิหาร

15.พระมหาพิสิฐพงศ์ ปวิสิฏโฐ (กริสช่อ) วัดบวรนิเวศวิหาร

ที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติอนุมัติ โดยให้สมเด็จพระราชาคณะใช้หนังสือเดินทางทูต นอกจากนั้นให้ใช้หนังสือเดินทางราชการ มีกำหนดอายุหนังสือเดินทาง 5 ปี และดำเนินการได้ทันที โดยไม่ต้องรอรับรองรายงานการประชุม

80 ปี สมเด็จพระวันรัต

สมเด็จพระวันรัต เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต ฉลองอายุ 80 ปี ด้วยการฐานานุกรม 2 รูป เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2559 คือแต่งตั้งให้ พระกรกฤษณ์ ฉายา กมฺมสุทฺโธ วิทยฐานะ น.ธ.เอก วัดมกุฏกษัตริยาราม  ดำรงตำแหน่งฐานานุกรม ที่ พระครูสังฆกิจจานุรักษ์

พระมหาสมชาย ฉายา อภิชโย วิทยฐานะ น.ธ.เอก, ป.ธ.5 วัดบวรนิเวศวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ดำรงตำแหน่งฐานานุกรม ที่ พระครูปลัดสัมพิพัฒนสุตาจารย์ ญาณโกศล วิมลศีลาจาร มหาคณาธิการนายก ปิฎกกธรรมรักขิต

(ข่าวโดยกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ)

 

สถาบันโพธิคยาประชุมกับ อพส.ลาว

ศูนย์กลางองค์การพุทธศาสนสัมพันธ์ลาว เชิญสถาบันโพธิยา เข้าร่วมเป็นเกียรติในการประชุมของ อ.พ.ส. ที่นครหลวงเวียงจันทน์ เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2559 ในภาพ พระอาจารย์ใหญ่ มหางอน ดำรงบุญ ประธาน อ.พ.ส. ลาว หรือสมเด็จพระสังฆราชลาว  มอบพระพุทธรูปให้ ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการ พ.ส.ล. ในฐานะแขกรับเชิญ และผู้อุปถัมภ์ หลังจากการประชุมในภาคเช้าวันที่ 19 ก.ย.

ในการประชุมใหญ่ครั้งนี้ นอกจากพระสงฆ์ทั่วประเทศแล้ว ก็มีญาติโยมชาวลาวที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ เช่น ท่านไชยสมพร พรหมวิหาร ประธานแนวลาวสร้างชาติ เป็นต้น

 

สุดยอดพระปิดตา เนื้อผงคลุกรัก ของเมืองไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 กันยายน 2559 เวลา 09:26 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/dhamma/456526

โดย…อาจารย์ชวินทร์ chavintapoti@gmail.com

เปิดสนามพระด้วยธรรมะ “สิ่งใดมีความเกิดเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมด มีความดับไปเป็นธรรมดา”

ขอเชิญชมพระที่แฟนทางบ้านส่งมาให้มากมายพร้อมทั้งข้อมูลเพื่อเป็นความรู้แลกเปลี่ยนกัน เป็นพระแท้พิมพ์ทรงถูกต้อง เนื้อหาถูกต้อง เพื่อเป็นแนวทางในการสะสมได้ครับ

องค์แรก สุดยอดพระปิดตาจากชลบุรีครับ พระปิดตาเนื้อผงคลุกรัก พิมพ์หลังแบบ หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ จ.ชลบุรี เป็นต้นแบบของพระปิดตาเกือบทุกวัด มีอายุการสร้างมา 100 กว่าปี พระปิดตาของท่านเนื้อต้องละเอียด ทุกองค์ต้องมีสะดือ ขนาดไม่ใหญ่ ข้อศอกด้านขวาของพระสูงกว่าด้านซ้ายเล็กน้อย

สุดยอดพระปิดตา เนื้อผงคลุกรัก ของเมืองไทย

สำหรับเนื้อพระหลวงพ่อแก้วนั้นเป็นพระเนื้อผงคลุกกับน้ำรัก สีออกน้ำตาลเข้ม มีเส้นคล้ายๆ เสี้ยนสีน้ำตาลอ่อนเหมือนเนื้อกะลาและต้องจุ่มรักทั้งองค์ และด้วยคุณลักษณะของเนื้อรัก เมื่ออายุเป็นร้อยปีรักก็จะเลื่อม

พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ มีทั้งหมด 5 พิมพ์ คือพิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง และพิมพ์เล็ก พิมพ์จิ๋วและพิมพ์ปั้น และมีทั้งหลังเรียบ หลังแบบ องค์ที่นำมาให้ชมนี้เป็นพิมพ์ใหญ่หลังแบบ ราคาองค์นี้หลักล้านกลางครับเป็นของคุณภูวเมศฐ์ ธีรตันติเกียรติ

องค์ที่สองเป็นสุดยอดพระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์เช่นกันครับ เป็นพิมพ์ปั้น เนื้อหาดูง่าย คราบรักจัดมากครับ พุทธคุณด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาด ครบเครื่อง ราคาเช่าหาหลักแสนกลาง องค์นี้เป็นของคุณหมออุดม เชิดชูชัยไพบูลย์

สุดยอดพระปิดตา เนื้อผงคลุกรัก ของเมืองไทย

องค์ที่สามมาพบกับสุดยอดพระปิดตาแห่งยุค หาชมได้ยากยิ่งกว่าพระปิดตาของหลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ ชลบุรี เป็นพระปิดตาเนื้อผงคลุกรัก พิมพ์กลาง ของหลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน (วัดบพิตรพิมุข) ครับเป็นพระสวยดูง่าย เนื้อจัด สภาพแบบนี้ก็มีหลักล้านต้น เป็นของคุณจิตต์ปราณี สกุลก้องเกียรติ

องค์ที่สี่ มาชมพระเครื่องของหลวงปู่บุญหนา ธมฺมทินฺโน วัดป่าโสตถิผล บ้านหนองโดก อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร เหรียญรุ่นอริยสัจสร้างถวายโดยศิษย์กรุงเทพฯ คุณสุชิน รัตนศิริวิไล ซึ่งมีความศรัทธาในองค์หลวงตา เพื่อบูชาพระคุณของหลวงตา โดยใช้ทุนส่วนตัวสร้างแจก

เหรียญนี้ต้องการสื่อความหมายให้ระลึกถึง อริยสัจ 4 ความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค รูปแบบเหรียญกลม องค์หลวงตาครึ่งองค์เป็นลักษณะนูนต่ำ หลวงตายิ้มอย่างมีเมตตา ออกแบบโดยประติมากรที่มีผลงานระดับสำคัญมากมาย คือ อาจารย์วัชระ ประยูรคำ

สุดยอดพระปิดตา เนื้อผงคลุกรัก ของเมืองไทย

ด้านหลังเป็นยันต์มีคำว่าอริยสัจและลายเซ็นหลวงตาด้านล่างเหรียญ จำนวนการจัดสร้าง มีทองคำ 15 เหรียญ เนื้อทองเค 9 เหรียญ เนื้อเงินขัดเงา 299 เหรียญ เนื้อเงินปัดไฮไลต์ 100 เหรียญ เนื้อนวผสมชนวนกริ่งวัดสุทัศน์ 399 เหรียญ เนื้ออัลปาก้า 399 เหรียญ เนื้อทองแดงรมดำมันปู จำนวน 1.5 หมื่นเหรียญ เนื้อทองแดงผิวไฟ จำนวน 1.5 หมื่นเหรียญ เนื้อทองแดงรมดำไฮไลต์ 200 เหรียญ และเนื้อตะกั่วอีก 15 เหรียญ ชมเหรียญทองคำ ของคุณสุชิน รัตนศิริวิไล ครับ

จากกันด้วยธรรมะ “ใจเป็นทุกข์ เพราะปรุงแต่ง ฝึกใจให้นิ่ง รู้เท่าทันในอารมณ์ย่อมพบสุขเอย”

“บิ๊กตู่” เร่งรัดปฏิรูปเศรษฐกิจ โยนงบลงทุนก้อนใหญ่ให้ท้องถิ่นขับเคลื่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 พ.ย. 2559 07:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/792126

 

“บิ๊กตู่” เร่งปฏิรูปเศรษฐกิจโค้งสุดท้ายดันท้องถิ่นเป็นหัวหอกขับเคลื่อน สั่งเรียกคืนงบประมาณต่ำกว่า 1 พันล้านบาทที่ทำสัญญาไม่ทัน ธ.ค.นี้มาจัดให้จังหวัดแทน พร้อมสั่งคลังหางบเพิ่มทำโครงการช่วง ม.ค.-ก.ย.ปีหน้า ตามโมเดลงบเอ็กซ์วายแซดเพื่อสร้างความเข้มแข็งจากภายใน

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า เมื่อเร็วนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้หารือกับคณะทำงานด้านเศรษฐกิจ โดยต้องการยกระดับเร่งรัดการปฏิรูปเศรษฐกิจให้เร็วและเข้มข้นขึ้นซึ่งจะใช้เรื่องของงบประมาณมาเป็นเครื่องมือ โดยปรับจากอดีตที่งบประมาณที่ใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจะมาจากส่วนกลางเป็นหลักมาเป็นส่วนของท้องถิ่นให้มากขึ้น ซึ่งในปีที่ผ่านมาได้เริ่มมีการกำหนดให้มีการแบ่งพื้นที่ แบ่งกลุ่มจังหวัด ขณะที่ปีนี้ได้ตกลงกับกระทรวงมหาดไทยและสำนักงบประมาณแล้วว่าจะปรับลดงบประมาณตามภารกิจของส่วนกลางมาสู่จังหวัดและกลุ่มจังหวัดให้มากขึ้น

“ต่อจากนี้ไปพื้นที่ในระดับฐานรากของประเทศจะเป็นแกนหลักสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจนอกเหนือจากส่วนกลางที่มีบทบาทมากในอดีต จากเดิมงบประมาณที่ได้รับในแต่ละจังหวัดมีเพียง 300-400 ล้านบาทต่อจังหวัดต่อปี แล้วก็มีงบกลางของกลุ่มจังหวัดอีก 100 ล้านบาทให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดูแล แนวคิดแบบนี้จะค่อยๆ เปลี่ยนไป จะให้งบประมาณในส่วนจังหวัดมากขึ้น โดยลดงบประมาณของส่วนกลางลง สมมติเดิมกลุ่มจังหวัดมีอยู่ 20,000 ล้านบาท ก็จะได้ประมาณ 40,000 ล้านบาท เป็นต้น”

ขณะเดียวกันในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้กำหนดให้โครงการที่มีงบประมาณต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท และไม่สามารถทำสัญญาได้ทันภายในวันที่ 30 ธ.ค.2559 ให้เรียกคืนเพื่อนำมาทำโครงการใหม่ โดยนำงบประมาณที่เรียกคืนส่วนนี้มารวมกับงบประมาณกลุ่มจังหวัด เพื่อทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ เป็นการเกลี่ยงบประมาณใหม่ เพื่อไปทำโครงการใหม่และเป็นการเสริมการบูรณาการในส่วนจังหวัด

นายสมคิดกล่าวว่า การสร้างความเข้มแข็งจากภายใน ให้กลุ่มจังหวัดเป็นหัวใจหลักในการที่จะวางกลยุทธ์อาจมีนโยบายสำคัญที่เกี่ยวข้องไปทำร่วมด้วย เช่น เรื่องของภาคการผลิตไทยแลนด์ 4.0 หรือกองทุนหมู่บ้านเข้ามาเสริม โดยจะเอากลุ่มจังหวัดเป็นตัวตั้งก่อน และมีแผนเชื่อมต่อตั้งแต่ปัจจุบันไปถึงปี 2561 ซึ่งจะมีโครงการเพิ่มในช่วงรอยต่อนี้ กระทรวงการคลังมีหน้าที่ไปจัดหาเงินงบประมาณเพิ่มเติมเข้ามา

“งบประมาณที่จะลงท้องถิ่นมากขึ้นมี 3 ตัว ผมเรียกว่าเอ็กซ์วายแซด โดยงบที่จะเกลี่ยใหม่จากโครงการที่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทเป็นเอ็กซ์ (X) ส่วนวาย (Y) คืองบที่กระทรวงการคลังจะไปจัดหามาเพื่อทำโครงการในช่วงเดือน ม.ค.-ก.ย.60 และแซด (Z) คืองบประมาณปี 2561 ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำ 3 ส่วนนี้จะเชื่อมต่อกันเพื่อสร้างความเข้มแข็งจากภายในขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไปให้มีความสอดคล้องกัน”

ทั้งนี้ จะมีการจัดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศมาประชุมร่วมกัน โดยมีสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เชิญภาคเอกชนและภาคประชาชนมาร่วมกันจัดทำโครงการที่เป็นประโยชน์กับท้องถิ่นให้สานต่อไปถึงในปี 2561 และต่อไปยังในอนาคตในระยะอีก 4 ปีข้างหน้าด้วย เพื่อให้การปฏิรูปนี้ต่อเนื่องแบบที่นายกรัฐมนตรีต้องการในระยะเวลา 5 ปีตามเป้าหมาย

“โครงการที่จะคิดเพื่อท้องถิ่นทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การทำถนนเข้าสู่ชนบท การพัฒนาเกษตรโดยการแปรรูปสินค้า รวมถึง ยุ้งฉาง ลานตาก ไซโล การพัฒนาในเรื่องของฝายแหล่งน้ำ เรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวชุมชน เรื่องของการตลาดท้องถิ่นที่จะเชื่อมโยงกับส่วนต่างๆ ทุกอย่างให้ไปประชุมร่วมคิด ให้เวลา 2 เดือน เมื่อโครงการพร้อมก็ให้ดำเนินการได้ทันที ระยะเวลาการทำโครงการก็คือช่วงเดือน ม.ค.-ก.ย.60 ต่อจากนั้นก็จะเป็นช่วงที่ใช้งบประมาณปี 61 วิธีการแบบนี้จะมีงบเพิ่มเติมเข้ามาบวกกับงบประมาณปี 61 โดยจะมีรองนายกรัฐมนตรีแต่ละคนเข้าไปกำกับดูแลการใช้เงินให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ทั้งหมดนี้จะต้องไม่เป็นภาระการคลัง”

รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ กล่าวด้วยว่า ในปีที่ผ่านมาการจัดสรรงบประมาณจะเน้นในเรื่องสร้างความพร้อมเพื่อรอรับปัจจัยภายนอกที่จะเข้ามา เช่น การลงทุน การส่งออก แต่การที่เศรษฐกิจจะพึ่งพาภายนอกได้ การผลิตสินค้าของไทยต้องสามารถที่จะแข่งขันได้ ดังนั้น นโยบายที่ออกมาดึงดูดการลงทุนใหม่ เช่น โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) จะต้องวางยุทธศาสตร์ให้มีความชัดเจนด้วยว่าจะวางแผนเรื่องการสร้างกำลังคนอย่างไร และมีแผนที่จะรองรับคนงานที่จะตกงานจากการปรับไปใช้เทคโนโลยีในการผลิตอย่างไร เช่นการอบรมให้ความรู้ เพิ่มทักษะใหม่เพื่อให้มีงานทำ เป็นต้น.

 

จับตาปีหน้าจีนต้นตอวิกฤติโลก ชี้เงินทุนไหลออกกระทบไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 พ.ย. 2559 07:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/792121

 

แบงก์ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย!

นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการสายงาน วิจัย บริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยในการบรรยายพิเศษหัวข้อ 100 บริษัท อาเซียน โลกใหม่ ความท้าทายใหม่ว่า แนวโน้มเศรษฐกิจและการลงทุนในปี 60 มีความผันผวนสูงมาก เพราะยังมีความไม่แน่นอนสูงจากปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะการเฝ้าระวังวิกฤติเศรษฐกิจโลกรอบใหม่ที่มีวัฏจักรเกิดขึ้นทุก 10 ปี ซึ่งรอบนี้ จะตรงกับปีหน้าพอดี โดยขอให้จับตาวิกฤติเศรษฐกิจในจีนเป็นหลัก เพราะหลังเศรษฐกิจส่งสัญญาณชะลอ ยังมีอัตราการก่อหนี้สูงเกินมาตรฐาน ซึ่งลักษณะคล้ายกับประเทศอื่นที่เคยเกิดวิกฤติก็ล้วนมีต้นตอมาจากการก่อหนี้สูงด้วยกันทั้งสิ้น

“ความท้าทายของเศรษฐกิจในปี 60 นอกจากกรณีสหราชอาณาจักรเตรียมออกจากสหภาพยุโรป (เบรกซิต) แล้ว ผลกระทบจากนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ ใช้นโยบายกีดกันทางการค้า ต้องดูว่าจะกระทบกับจีนแค่ไหน เพราะท่ามกลางปัญหาหนี้ของจีนที่สูงและยังเจอปัญหาค่าเงินหยวนอ่อนค่า เม็ดเงินลงทุนเริ่มไหลกลับจากตลาดใหม่ไปสู่สหรัฐฯ อย่างตอนนี้ไทยมีต่างชาติเทขายหุ้นเฉลี่ยวันละ 2,000 ล้านบาท รวมๆแล้วก็กว่า 40,000 ล้านบาท”

นอกจากนี้ ยังต้องเผชิญเศรษฐกิจประเทศยักษ์ใหญ่ไม่ฟื้นตัว ความผันผวนของตลาดการเงินที่สูงขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำนานเกินไปทำให้เกิดการบิดเบือนตลาดการเงิน ส่วนภาพรวมของ 100 บริษัทในอาเซียนปีนี้ บริษัทจดทะเบียนไทยยังติดอยู่ในอันดับมากสุด 27 แห่ง แต่ภาพรวม ทั้ง 100 บริษัทก็เผชิญปัญหายอดขายและกำไรลดลงจากราคาน้ำมันและสินค้าเกษตรตกต่ำ

ด้านนายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ยอมรับว่าปีหน้ามีความ ไม่แน่นอนสูง ต้องระวังเรื่องการเมืองภูมิภาค ปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ซึ่งจะกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยตามมา ส่วนเรื่องของดอกเบี้ย หากสหรัฐฯขึ้นดอกเบี้ยจริง แม้จะไม่กระทบให้ดอกเบี้ยพื้นฐานของไทย แต่อาจทำให้ดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากมีโอกาสปรับขึ้นตามต้นทุนการเงินได้.

 

“อาคม” ลุยรถไฟสีเขียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 พ.ย. 2559 06:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/792112

 

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ประกาศว่า จะไม่จ่ายเงินงวดแรก 3,557 ล้านบาทให้กับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ค่าก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ว่า เรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการเจรจายังไม่ได้มีข้อยุติ และเป็นหน้าที่ของ กทม.ที่จะต้องหาเงินมาจ่ายหนี้ในส่วนนี้ ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ซึ่งในหลักการต้องโอนทรัพย์สินให้กับ กทม. และปลดภาระหนี้ของ รฟม.ด้วย แต่หาก กทม.ไม่ต้องการรับโอน รฟม.ก็พร้อมจะเดินรถเองอยู่แล้ว

นายอาคมกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องขอดูรายละเอียดต่างๆก่อน เพราะเป็นมติออกว่าให้มีการโอนการบริหารเดินรถสายสีเขียวให้กับ กทม.เพื่อจะได้มีการชำระหนี้ให้ รฟม.แต่รายละเอียดการชำระหนี้จะมีการทยอยแบ่งจ่ายหรือผ่อนจ่ายขึ้นอยู่กับขั้นตอนการเจรจา ซึ่งจะต้องได้ข้อยุติเรื่องนี้ก่อนที่จะดำเนินการโอนให้ กทม.

นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการประเมินมูลค่าหนี้สินและทรัพย์สิน และพิจารณากำหนดขั้นตอนการโอนหนี้สินและทรัพย์สินระหว่าง กทม.และ รฟม.ว่า ในการประชุมครั้งล่าสุดซึ่งมีตัวแทนหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ข้อสรุปว่า กทม.ต้องชำระเงินค่าจัดกรรมสิทธิ์เป็นก้อนแรก 3,557 ล้านบาทให้ รฟม.ก่อนภายในวันที่ 1 เม.ย.2560 ยังไม่รวมหนี้เงินกู้ค่าก่อสร้างอีก 17,538 ล้านบาทที่มีการตกลงรายละเอียดในการผ่อนชำระคืน ดังนั้น เรื่องนี้ยังไม่มีข้อยุติ และเรื่องการชำระหนี้อย่างไรก็ขึ้นอยู่กับทางกระทรวงการคลังด้วย ดังนั้น หากผลเป็นอย่างไรต้องนำมาหารือในที่ประชุมก่อน คาดว่าจะประชุมครั้งหน้าประมาณกลางเดือน ธ.ค.นี้.

 

ยกเว้นวีซ่าแข่งขันกับดูไบ-มาเลเซีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 พ.ย. 2559 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/792097

 

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กรณีที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยื่นทำที่สถานทูต หรือสถานกงสุลไทย 1,000 บาท และลดค่าธรรมเนียมจาก 2,000 บาท เหลือ 1,000 บาท กรณียื่นขอวีซ่าที่ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง ระหว่างวันที่ 1 ธ.ค.2559-28 ก.พ.2560 รวมถึงการขยายระยะเวลาของนักท่องเที่ยวที่พำนักระยะยาว (ลองสเตย์) จาก 1 ปี เป็น 10 ปี เพื่อให้การท่องเที่ยวของไทย แข่งขันกับหลายๆประเทศที่ออกมาตรการต่างๆมา เช่น ที่ดูไบ ยกเว้นให้ทุกชาติไม่ต้องขอวีซ่า มาเลเซียยกเว้นวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจีนจนถึงเดือน ธ.ค.2560

“แม้รายได้จากนักท่องเที่ยวในประเทศและจากต่างประเทศปีนี้ เป็นไปตามเป้าหมาย 2.4 ล้านล้านบาท แต่ก็จะชะล่าใจไม่ได้ แม้มาตรการดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวจีนโดยตรง แต่เป็นผลพลอยได้อีกทางหนึ่ง โดยในปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาในไทย 9.2 ล้านคน ล่าสุดตั้งแต่ต้นปีนี้ถึงวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมาก็ได้เดินทางเข้ามาในไทยแล้ว 8 ล้านคน มากกว่าตลอดทั้งปีที่แล้วที่มี 7.9 ล้านคน”.