ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 7 ตุลาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296144

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 7 ตุลาคม 2560

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 7 ตุลาคม 2560

วันเสาร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“ห้องอาหารญี่ปุ่นโฉมใหม่” ชวนชิมอาหารญี่ปุ่นแท้ต้นตำรับ วัตถุดิบเกรดพรีเมียมส่งตรงจากญี่ปุ่น ทั้งแบบเมนูอลาคาร์ท และแบบบุฟเฟ่ต์ตามสั่ง มากมายหลากหลายเมนูกว่า 77 รายการ อาทิ ซูชิ, ซาซิมิ, ซูชิโรล, ข้าวปั้น, ปลาไข่, ปลาดิบ, แคลิฟอร์เนียโรล, เทปันยากิ, เทมปุระ, โซบะ, หัวปลาแซลมอน, พิซซ่าญี่ปุ่น, สเต๊ก, ชาบู ฯลฯ พร้อมชาเขียวร้อนหรือเย็น มื้อกลางวันในราคาท่านละ 699 บาท++ มื้อเย็นท่านละ 799 บาท++ เปิดให้บริการทุกวัน ที่ห้องอาหารญี่ปุ่น นิชิกิ โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอรินกรุงเทพ โทร.02-6414777

“เมนูแทนใจ ลด 50%” ชวนชิมบุฟเฟ่ต์อาหารไทยชาววัง อาทิ น้ำพริกลงเรือ ทั้งปลาดุกฟู ไข่เค็ม หมูหวาน, ยำหยดน้ำรสละมุน ส้มโอ, แกงสังข์ทอง, หมูโสร่ง ฯลฯ และอาหารนานาชาติมากมายหลากหลายเมนู ในราคาลด 50% สำหรับทุกท่านที่สวมชุดดำ ที่ห้องอาหารเปรมประชากร และชวนชิมอาหารญี่ปุ่น พร้อมเมนูพิเศษ ตับห่าน ในราคาลด 30% วันนี้-31 ต.ค. ที่ห้องอาหารเอโดะ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น โทร.02-5755599

“อ็อคโทเบอร์เฟสต์” ชวนชิมอาหารเยอรมันรสชาติต้นตำรับหลากหลายเมนู และเมนูพิเศษแนะนำ อาทิ ขาหมูเยอรมัน เสิร์ฟพร้อมกะหล่ำปลีหมัก, ไส้กรอกต่างๆ, ปลาหมึกชุบแป้งทอด, บาบีคิวเนื้อ ไก่ หมู สูตรเยอรมันแท้ ฯลฯ พร้อมเบียร์ ในราคาเริ่มต้นที่ 129 บาท++ พิเศษ! เบียร์ ซื้อ 1 แถม 1 ฟรีทุกวัน วันนี้-31 ต.ค. ที่ห้องอาหารเทอเรซ 18 โรงแรมวินเซอร์ สวีทส์สุขุมวิท 20 โทร.02-2621234

ชวนชิม

“กรีนทีเค้ก” ชวนชิมเค้กชาเขียวสไตล์ญี่ปุ่นแสนอร่อย ใหม่ สด ออกจากครัวขนมทุกวัน กับกลิ่นหอมละมุนที่ส่งต่อความสดชื่น พิเศษ! ลด 50% เมื่อซื้อชิ้นที่ 2 เป็นต้นไป และลด 15% สำหรับคุกกี้, บราวนี่ และฟรุตเค้ก เฉพาะวันพุธและวันศุกร์ วันนี้-31 ต.ค. ที่ Richmond Deli Bakery โรงแรมริชมอนด์ โทร.02-8318888 ต่อ 2128

“โอริโอ้ชีสพาย” ชวนชิมเมนูขนมหวานแสนอร่อย ด้วยความกรุบกรอบหวานมันของโอริโอ้ที่หยิบยกมาเป็นส่วนผสมหลัก เข้ากันได้ดีกับครีมชีสหอมมันอย่างลงตัว ด้วยความพิถีพิถันในการปรุงแต่ละชั้น ให้มีรสสัมผัสที่แตกต่างแต่ลงตัวเมื่อทานพร้อมกัน พิเศษ! เค้กและขนมปัง ลด 30% ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป วันนี้-31 ต.ค. ที่เอเชีย เบเกอรี่ ชั้น 2 โรงแรมเอเชีย กรุงเทพ โทร.02-2170808 ต่อ 5358, 5268

“มิลค์เชคและไอศกรีมเจลาโต” ชวนชิมมิลค์เชคหลากหลายรสชาติหอมหวานละมุนลิ้น อาทิ สตรอเบอร์รี่มิลค์เชค, มะม่วงมิลค์เชค, ทิรามิสุ ฯลฯ ในราคาแก้วละ 180 บาท++ และไอศกรีมเจลาโต อิตาเลียโน ไอศกรีมอิตาเลียนสไตล์โฮมเมด เย็นสดชื่นในคำเดียว อาทิ โยเกิร์ต, กีวี, มะม่วงและพีช, รัมเรซิ่น ฯลฯ เสิร์ฟในโคนวาฟเฟิล, ถ้วย หรือขนมปังบริยอช ในราคาเริ่มต้นที่ 70 บาท++ ที่ซิงก์เบเกอรี่ ชั้นจี โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ โทร.02-1006255

ชวนช็อป

“MBK Center Nature Market” ชวนช็อปสินค้าแฟชั่นและชิมอาหารสตรีทฟู้ดร้านอร่อยกว่า 80 ร้านค้า ในบรรยากาศผ่อนคลายสไตล์บ้านและสวน ท่ามกลางความงามของอุโมงค์ดอกไม้นานาพันธุ์สุดตระการตา เคล้าเสียงเพลงจากดนตรีในสวนวันนี้-15 ต.ค. ที่ลานเอ็มบีเค อเวนิว ชั้นจี ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์

“Fashion Surprise Sale 2017”ชวนช็อปสินค้าแฟชั่นแบรนด์ชั้นนำกว่า 30 แบรนด์ อาทิ G2000, Nautica, Lee, Lee Cooper, Wrangler, Espada, Esp, Ep, Bossini, Esprit, The Body Shop, Ltd, Etam, Arrow, Anello, Hush Puppies ฯลฯ ลดสูงสุด 70% ระหว่างวันที่ 10-17 ต.ค. ที่เซ็นเตอร์คอร์ท ชั้น1 ศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์ โทร.02-9475000

“Men’s Style Icon 2017” ชวนช็อปสินค้าแฟชั่นผู้ชายหลากหลายสไตล์ หลากหลายแบรนด์ดัง อาทิ Reebok Classic, Cruated, Polo Ralpn Lauren, Morgan Homme, G2000, Hush Puppies, Hybrid, DA+PP, Kraki Bro, Brook Brothers, Kelly Klein, Smiley Hound, Esprit, Esp, G Shock, Ltd ฯลฯ ลดสูงสุด 80% วันนี้-12 ต.ค. ที่ชั้น LG, G, M ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 อโศก

ชวนใช้

“รถไฟฟ้าบริการฟรี” ชวนใช้บริการรถไฟฟ้าฟรีเพื่ออำนวยความสะดวกในช่วงงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ BTS ฟรีตลอดสายในวันที่ 26 ต.ค. และฟรีเฉพาะส่วนต่อขยายในวันที่ 25 และ 27 ต.ค. MRT สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) ฟรีในวันที่ 26 ต.ค. และสายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) ฟรีในวันที่ 25-27 ต.ค. โดยวันที่ 26 ต.ค. จะเปิดให้บริการถึงเวลา 02.00 น. โทร.02-6176000, 02-6245200

“กลุ่มโรงแรมใบหยก ลด 50%” ชวนใช้แพ็กเกจห้องพักรวมอาหารเช้า ในราคาเริ่มต้นเพียงคืนละ 935 บาท/2 ท่าน จากปกติ 1,870 บาท พร้อมฟรี Wi-Fi, รถรับส่งที่สยามเซ็นเตอร์ ฯลฯ ระหว่างวันที่ 24-26 ต.ค. ที่โรงแรมใบหยกสวีท, โรงแรมใบหยกสกาย และโรงแรมใบหยกบูทีค โทร.02-6563931, 081-6856701

“AIS Family Walk Rally ครั้งที่ 17” ชวนร่วมกิจกรรมแรลลี่การกุศล สไตล์ดิจิทัล แข่งขันด้วยแอพพลิเคชั่นเอไอเอสแฟมิลี่แรลลี่ ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนฯ และของรางวัลมอบให้ทุกครอบครัว รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท ในวันเสาร์ที่ 25 พ.ย. ที่สามพราน ริเวอร์ไซด์ จ.นครปฐม เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ ค่าสมัคร 1,990 บาทต่อ 3 คน รับจำกัดเพียง 50 ครอบครัว โทร.02-0295290,02-0295832

ชวนชม

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอนพระเมรุมาศ เครื่องประกอบพระราชอิสริยยศถวายพระเพลิงพระบรมศพพระมหากษัตริย์ไทยตามโบราณราชประเพณี ในวันพุธที่ 11 ต.ค. และตอนขอเป็นข้ารองบาททุกชาติเทอญ ในวันพฤหัสบดีที่ 12 ต.ค. เวลา 15.45-16.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

“จารจำในใจ จุฬาฯ บันทึกไว้ 199 เมตร”ชวนชมนิทรรศการภาพน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ โดยการรวบรวมพระราชกรณียกิจของพระองค์ ถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ผ่านภาพถ่ายตลอดความยาวของรั้วโรงพยาบาล ตั้งแต่แยกถนนอังรีดูนังต์และถนนพระรามที่ 4 มีความยาว 199 เมตร ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ริมรั้วโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

“Season of the Sound” ชวนชมมหกรรมสีสันของงานแสดงเครื่องเสียงไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ อาทิ ระบบเครื่องเสียงพกพา Hi-Res Audio ระบบเน็ตเวิร์กออดิโอล้ำสมัย ลำโพงไร้สาย แผ่นเสียงไวนิล CD SACD จากหลากหลายแบรนด์ดังและเครื่องเสียงหายาก พร้อมเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมไฮไลท์บนเวที วันนี้-8 ต.ค. ที่ลานกิจกรรม ชั้น 2 ศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์

Quote of the week : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296167

Quote of the week : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

Quote of the week : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

วันเสาร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ผู้ที่จะรักษาความเป็นไทยได้มั่นคงที่สุดดีและเหมาะสมที่สุด ไม่มีใครอื่นนอกจากคนไทยเพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะอยู่ ณ แห่งใด คนไทยมีหน้าที่ต้องรักษาความเป็นไทยเสมอ

พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

พระราชทานแก่สมาคมนักเรียนไทยในประเทศญี่ปุ่น

27 กุมภาพันธ์ 2537

เปิดโลกใบใหม่ ‘สวนสนุกของน้องหมา’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296172

เปิดโลกใบใหม่ ‘สวนสนุกของน้องหมา’

เปิดโลกใบใหม่ ‘สวนสนุกของน้องหมา’

วันเสาร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ศิรฐา สุขสว่าง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) โดย เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ได้เปิดโลกกว้างสำหรับเจ้าตูบ จัดงาน ‘“The Nine Dog Me Crazy” เปิดโลกใบใหม่ “สวนสนุกของน้องหมา” เอาใจคนรักสุนัข พาเจ้าตูบมาสนุก…สุดฟิน กับกิจกรรมต่างๆ มากมาย ภายใต้แนวคิดสนามหมาเล่น พบกิจกรรมกระตุ้นพัฒนาการและสร้างความผ่อนคลายให้น้องหมา อาทิ การวิ่งแข่งน้องหมาสายพันธุ์เล็กเพื่อชิงความเป็นเจ้าลมกรด

แล้วเพลิดเพลินไปกับโชว์ของสุนัขแสนรู้สุดน่ารัก และชมแฟชั่นโชว์ของน้องหมาจากเหล่าเซเลบริตี้ คนดัง อาทิ ชลลดา เมฆราตรี, สกาวใจ พูนสวัสดิ์, รัสรินทร์ ชุมสาย ณ อยุธยา, ณิชชา บุณยากร, แคทเธอลีน ลี, พิชชากร เคียร่า บาลลา, ทิพย์ระวี ภู่ไชย, พุก ลีนุตพงษ์, พงศ์ชยนต์ ศรีสุวรรณ, ปุญญพัฒน์ ถนอมกุล และครอบครัวสยาม-คริสตี้ เศรษฐบุตร เป็นต้น จูงเจ้าตูบคู่ใจมาร่วมงาน ที่สร้างสีสันความสนุกสนานโชว์ความสามารถแสนรู้สุดน่ารัก ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น พร้อมตรวจเช็คสุขภาพของน้องหมาฟรีโดยโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ นอกจากนี้ ยังได้เติมเต็มความรู้ให้เจ้าของผู้เลี้ยงสุนัขได้รับรู้ถึงการดูแลเอาใจใส่ในเรื่องของสุขอนามัยและทางด้านโภชนาการที่ดีของน้องหมาอีกด้วย

งานนี้ น้องหมาเลยได้สนุกกันสุดฟินไปเลย สำหรับเจ้าของผู้ที่หลงใหลเสน่ห์ของน้องหมาต่างดีใจกันสุดๆ ที่ได้พาเจ้าตูบแสนรักสุดโปรดมาร่วมสังคมโซไซตี้น้องหมาในวันนี้ และปิดท้ายด้วยความสุขใจกับการสมทบทุนช่วยสุนัขที่อยู่ภายใต้การดูแลของมูลนิธิ เดอะวอยซ์ เสียงจากเรา เรียกว่างานนี้ อิ่มเอมไปด้วยความรู้ ความสุข สนุกสนาน ทั้งเจ้าของและเจ้าตูบ แล้วอย่าลืมวันไหนแวะมาช็อปปิ้งหรือทานอาหาร พาน้องหมาสุดโปรดมาผ่อนคลาย สนุก ชิวๆ กันได้ที่นี่

มาทั้งครอบครัว  สยาม-ไท-ทีน่า-คริสตี้ เศรษฐบุตร

มาทั้งครอบครัว สยาม-ไท-ทีน่า-คริสตี้ เศรษฐบุตร
\'น้องชาแนล\' แสนสวย

‘น้องชาแนล’ แสนสวย
ชายสี่ กะ บะหมี่

ชายสี่ กะ บะหมี่
ศิรฐา  สุขสว่าง ผช.กก.ผอ.สายการตลาด บมจ.เอ็ม บี เค

ศิรฐา สุขสว่าง ผช.กก.ผอ.สายการตลาด บมจ.เอ็ม บี เค
ชลลดา เมฆราตรี

ชลลดา เมฆราตรี
สกาวใจ พูนสวัสดิ์

สกาวใจ พูนสวัสดิ์
รัสรินทร์ ชุมสาย ณ อยุธยา, ณิชชา บุณยากร

รัสรินทร์ ชุมสาย ณ อยุธยา, ณิชชา บุณยากร
พิชชากร เคียร่า บาลลา, แคทเธอลีน ลี

พิชชากร เคียร่า บาลลา, แคทเธอลีน ลี
พุก ลีนุตพงษ์, ทิพย์ระวี ภู่ไชย

พุก ลีนุตพงษ์, ทิพย์ระวี ภู่ไชย

Tollway Rally Thank You User 2017 แรลลี่สุดพิเศษ … ตามรอยพ่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296175

Tollway Rally Thank You User 2017 แรลลี่สุดพิเศษ ... ตามรอยพ่อ

Tollway Rally Thank You User 2017 แรลลี่สุดพิเศษ … ตามรอยพ่อ

วันเสาร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรมขอบคุณผู้ใช้ทาง ภายใต้โครงการ Tollway Rally Thank You User 2017 แรลลี่สุดพิเศษ ตามรอยพ่อ โดยมุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กรกับผู้ใช้ทาง ที่ให้ความไว้วางใจใช้บริการทางยกระดับดอนเมืองด้วยดีเสมอมา โดยในปีนี้ ชัยภัฏ เตมียบุตร ผู้อำนวยการฝ่ายสำนักกรรมการผู้จัดการ ดอนเมืองโทลล์เวย์ พร้อมทีมงาน ได้พาผู้ใช้ทางฯ กว่าร้อยชีวิตเดินทางท่องเที่ยวทางรถยนต์ แบบครอบครัว มุ่งหน้าสู่โรงแรมเอวาซอน หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งระหว่างทางนั้นจะมีการแข่งขันเก็บ RC ตามฐานต่างๆ ที่กำหนดไว้

กิจกรรม Tollway Rally Thank You User 2017 แรลลี่สุดพิเศษ ตามรอยพ่อ เริ่มต้นกันที่จุดปล่อยตัว ด้านหน้าบริษัท ก่อนที่จะมุ่งหน้าสู่หัวหิน ผ่านทางยกระดับโทลล์เวย์ โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญอยู่ที่โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อม แหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จังหวัดเพชรบุรี โดยโครงการแหลมผักเบี้ยนี้เป็นโครงการจัดตั้งขึ้นเพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวกับขยะมูลฝอย น้ำเสีย และการรักษาสภาพป่าชายเลนด้วยวิธีทางธรรมชาติซึ่งเป็นหนึ่งในหลายพันโครงการที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงมีพระราชดำริขึ้น แสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงเป็นกษัตริย์นักพัฒนาอย่างแท้จริง เพราะทุกโครงการที่พระองค์ทรงมีพระราชดำริขึ้นนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเกษตร สิ่งแวดล้อม ดิน น้ำ หรือแม้แต่ด้านวิศวกรรม ก็เพื่อประโยชน์ของปวงชนชาวไทยทั้งสิ้น

หลังจากสนุกสนานกับการแข่งขันแรลลี่แล้ว เหล่าทีมงานก็ได้พาผู้เข้าร่วมกิจกรรมมุ่งหน้าไปยังโรงแรมเอวาซอน หัวหิน ซึ่งเป็นที่พักสำหรับกิจกรรมในครั้งนี้โดย ชัยภัฏ เตมียบุตร ผู้อำนวยการฝ่ายสำนักกรรมการผู้จัดการ ดอนเมืองโทลล์เวย์ เป็นตัวแทนบริษัท กล่าวเปิดงานต้อนรับผู้ร่วมทริปอย่างเป็นทางการ ภายในงานยังมีเกมสนุกๆ พร้อมของรางวัลอีกมากมายมอบให้กับผู้ร่วมกิจกรรมและผู้ชนะการแข่งขันแรลลี่ และปิดท้ายค่ำคืนแสนสนุก ด้วยมินิคอนเสิร์ตสุดชิลล์จากนักร้องสาวเสียงคุณภาพอย่าง “ลุลา” ที่ได้มาขับกล่อมบทเพลงสุดไพเราะ สร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับทุกคน เรียกได้ว่ามางานนี้แสนจะคุ้ม ทั้งได้รับความรู้ดีๆ จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ได้เที่ยวพักผ่อนริมทะเล รับฟังบทเพลงเพราะๆ ทำให้ทุกคนที่ร่วมกิจกรรม Tollway Rally Thank you Users แรลลี่สุดพิเศษ ตามรอยพ่อ เดินทางกลับบ้านพร้อมความประทับใจกันเลยทีเดียว

ชัยภัฏ เตมียบุตร ผอ.ฝ่ายสำนัก กก.ผจก. ดอนเมืองโทลล์เวย์ ปล่อยขบวนรถแรลลี่

ชัยภัฏ เตมียบุตร ผอ.ฝ่ายสำนัก กก.ผจก. ดอนเมืองโทลล์เวย์ ปล่อยขบวนรถแรลลี่
ครอบครัวผู้ใช้ทางร่วมกันปล่อยสัตว์น้ำ

ครอบครัวผู้ใช้ทางร่วมกันปล่อยสัตว์น้ำ

บีมายเกสท์ : เชฟบีม-ธิติ ศุภเมธีวรกุล เบื้องหลังความอร่อยเมนู 7-11

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296162

บีมายเกสท์ : เชฟบีม-ธิติ ศุภเมธีวรกุล  เบื้องหลังความอร่อยเมนู 7-11

บีมายเกสท์ : เชฟบีม-ธิติ ศุภเมธีวรกุล เบื้องหลังความอร่อยเมนู 7-11

วันเสาร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ถ้าพูดถึงอาชีพเชฟ (Chef) หลายคนคงนึกถึงพ่อครัวแม่ครัวผู้ทำหน้าที่รังสรรค์เมนูอร่อยๆ ในร้านอาหาร ภัตตาคาร หรือห้องอาหารของโรงแรมเป็นแน่ แต่สำหรับ ธิติ ศุภเมธีวรกุล เชฟหนุ่มหน้าใสวัย 34 ปีคนนี้ เป็นเชฟในแบบที่แตกต่างไปจากที่คุณเคยรู้จัก เพราะเขาคือหนึ่งในเชฟผู้อยู่เบื้องหลังความอร่อยของเมนูที่วางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อชื่อดังอย่าง 7-11 ที่พึ่งยามหิวใกล้บ้านของเรา

ธิติ หรือ เชฟบีม ปัจจุบันทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านพัฒนาสูตรอาหาร ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เชฟหนุ่มเล่าให้ฟังถึงการทำหน้าที่เชฟของตัวเองว่า เขาเป็นเชฟที่อาจจะไม่ได้จับกระทะ ตะหลิว ทำอาหาร เพื่อเสิร์ฟลูกค้าทุกวัน แต่ต้องคิดสูตรอาหารที่ปรุงออกมาแล้วสามารถนำไปผลิตได้ด้วยระบบเครื่องจักร และเมื่อลูกค้าเปิดทานจะต้องได้รสชาติอร่อยคงที่เหมือนกันทุกครั้ง

“ในทีมงานไม่ได้มีแค่เชฟอย่างผม แต่ยังมีนักวิทยาศาสตร์การอาหาร เหมือนเป็นการเอาคนทำงานศิลปะกับวิทยาศาสตร์มารวมกัน พัฒนาทั้งอาหารหวาน อาหารคาว เบเกอรี่ ไม่ว่าจะเป็นสูตรดั้งเดิม หรือสร้างสรรค์สูตรใหม่ ซึ่งมีทั้งที่เป็นแบรนด์ที่ผลิตโดย ซีพี ออลล์ เอง และอีกส่วนหนึ่งคือผู้ผลิตที่เป็นพันธมิตรกับเรา โดยส่วนใหญ่จะเป็นระดับ SME ที่เราจะเข้าไปช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเขาให้มีคุณภาพได้มาตรฐานในการวางจำหน่ายใน 7-11

การทำงานเป็นเชฟที่ซีพี ออลล์ กับเชฟในร้านอาหารของโรงแรมหรือร้านอาหาร ไม่มีอะไรที่เหมือนกันเลย เพราะโรงแรมจะมีเมนูกำหนดมาแล้วว่าต้องทำแบบนี้เท่านี้ เราก็ต้องทำตามเชฟใหญ่หรือความต้องการของลูกค้าที่มาทาน แต่การเป็นเชฟที่ ซีพี ออลล์ ทุกอย่างคิดเองทำเอง สร้างขึ้นมาเองหมด ภายใต้โจทย์หลักๆ คือ ผลิตโดยเครื่องจักร มีโภชนาการครบ ที่สำคัญคือต้องอร่อย และได้รสชาติที่แน่นอน ตรงนี้คือความยาก ดังนั้น สูตรเมนูที่เราคิดนั้นจึงต้องผ่านกระบวนการต่างๆ มากมาย คิดสูตรได้แล้ว ปรุงแล้วก็ต้องมีการทดลองคือไปให้กลุ่มเป้าหมายชิมว่าจะผ่านหรือไม่ผ่าน จนนำไปผลิตและจำหน่ายจริง ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายความสามารถของตัวผมและทีมงานทุกคน”

ก่อนหน้าจะมาเป็นเชฟ ผู้อยู่เบื้องหลังความอร่อยของ 7-11 เคยร่วมงานกับห้องอาหารโรงแรมดังมาแล้วหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นครัวจีนที่โรงแรมอโนมา ห้องอาหารเบญจรงค์ โรงแรมดุสิตธานี และครัวเบเกอรี่ โรงแรมโอเรียนเต็ล ก่อนจะมาร่วมงานกับฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซีพี ออลล์

“ผมเห็นประกาศรับสมัครของเครือซีพี ก็ส่งใบสมัครมาแบบไม่ได้ระบุตำแหน่ง เพราะไม่รู้ว่าด้วยวุฒิการศึกษาและประสบการณ์ของตัวเองจะเหมาะกับตำแหน่งอะไร ไม่คิดว่าจะได้ จนถูกเรียกสัมภาษณ์ ตอนแรกเขาจะให้ไปเป็นอาจารย์สอนทำอาหาร แต่ผมคิดว่าประสบการณ์ผมยังไม่มากพอที่จะไปทำตรงนั้นได้ ก็เลยได้มาลงที่ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ ก็ใช้เวลาปรับตัวไม่นาน เพราะมันต่างจากการทำครัวที่เราเคยผ่านมาก่อน แต่การได้มาทำงานที่นี่ทำให้ผมได้รู้จักกับทีมงานที่มีความสามารถ ผมได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จากการทำงานที่นี่ โดยเฉพาะการทำงานเป็นทีม ในบรรยากาศความเป็นพี่เป็นน้อง และองค์กรเองก็พร้อมสนับสนุนในการพัฒนาศักยภาพของเรา ทำให้มีความสุข และสนุกกับการทำงาน”

ล่าสุด เชฟบีม และเชฟอีก 2 ท่าน คือ พรศิริ จงวัฒนธรรม และ อังศุมาลิน พันธ์เรืองวงศ์ เป็นตัวแทนทีมเชฟซีพี ออลล์ เข้าร่วมกันแข่งขัน Thailand’s International Culinary Cup (TICC) 2017 รายการแข่งขันทำอาหารเพื่อค้นหาสุดยอดเชฟไทยในระดับโลกรายการใหญ่ของประเทศไทย โดยผู้เข้าแข่งขันส่วนใหญ่คือ เชฟจากห้องอาหารโรงแรม ร้านอาหาร และโรงแรมสอนทำอาหาร ที่ไม่เฉพาะแต่เชฟไทย ยังมีเชฟจากนานาชาติเข้าร่วมแข่งขันอีกด้วย แม้จะเป็นการแข่งขันครั้งแรก แต่เชฟบีมและทีมก็สามารถคว้ารางวัล The Best of Culinary Team ประเภท 3 Course Style Set Menu ด้วยเเมนูเรียกน้ำย่อย แซลมอนเทอร์รีนและกุ้ง เมนูอาหารจานหลัก ข้าวรีซอตโต้และมัสมั่นแกะ และเมนูอาหารหวาน คือแอปเปิ้ล ครัมเบิ้ล ซอสราสเบอร์รี่ และไอศกรีมวนิลลา

“เป็นการแข่งขันที่ท้าทายมาก เพราะคู่แข่งแต่ละทีมแต่ละคนคือ เชฟมืออาชีพที่ทำอาหารเสิร์ฟกันทุกวัน สิ่งที่เป็นจุดอ่อนของเราคือเวลา เมื่อเราได้รับโจทย์และรู้ข้อกำหนดต่างๆ ผมกับเพื่อนๆ ก็เข้าคอร์สฝึกกันร่วมเดือนที่จะต้องปรุงทั้ง 3 เมนู ในเวลา 1 ชั่วโมง ซึ่งตัวผมรับผิดชอบเมนูอาหารจานหลัก โดยพวกเราต้องการนำเสนอเมนูที่เป็นฟิวชั่นชูจุดเด่นของอาหารไทยผสมผสานกับความเป็นตะวันตก นี่เป็นการแข่งขันครั้งแรกของบริษัทเรา และสามารถคว้ารางวัลมาได้ ก็รู้สึกดีใจ เหมือนกับเราได้พัฒนาตัวเองไปอีกขั้นหนึ่ง จากที่ทำอาหารเพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ พวกเราก็สามารถที่จะสู้กับเชฟมืออาชีพได้ และเป็นกำลังใจการทำงานที่จะคิดค้นเมนูใหม่ๆ เพื่อนำเสนอความอร่อยให้กับลูกค้า 7-11 ทั่วประเทศได้ครับ”

นอกเหนือจากงานประจำ เชฟบีม ยังมีธุรกิจเล็กๆ ส่วนตัวอีกหลายอย่างที่เกี่ยวกับอาหาร ทั้งที่เป็นเจ้าของเองและร่วมหุ้นกับเพื่อนๆ และเพิ่งแตกไลน์ไปสู่ธุรกิจเสื้อผ้าขายออนไลน์

“หลายคนชอบถามผมว่า ทำไมทำอะไรหลายๆ อย่างพร้อมๆ กัน ส่วนตัวผมมองว่าทุกคนเรามีเวลาเท่ากันแต่ใช้ไม่เท่ากัน ในขณะที่เราหลับ แต่อีกซีกโลกเขาตื่น ในโลกนี้มีคนเก่งกว่าเราเยอะมาก แล้วเราจะอยู่เฉยๆ ทำไม ผมทำธุรกิจของตัวเอง ก็มีแบรนด์ที่ยังอยู่ บางแบรนด์ก็ปิดตัวไปไม่ใช่ว่าขาดทุน ผมเคยทำธุรกิจเงินทุนมีตั้งแต่หลักล้านหลักแสน ต่ำสุดคือหลักหมื่น แต่ผมได้เรียนรู้แล้ว ผมพอใจก็หยุด และมองหาสิ่งที่ดีกว่า การทำธุรกิจผมไม่กลัวที่จะล้ม เพราะมันหมายถึงประสบการณ์ ก็เหมือนกับการทำอาหาร กว่าเราจะเก่งได้ ประสบความสำเร็จได้ มันต้องมีร่องรอยบาดแผลบนมือของเราเช่นกัน”

เชฟบีม ทิ้งท้ายถึงสไตล์การทำงานของตัวว่า “พรสวรรค์ไม่สำคัญเท่าพรแสวงที่นำพาให้ผมมาถึงจุดนี้ การทำงานของเราต้องมีความซื่อสัตย์ซื่อตรง ทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เกินร้อย ห้ามต่ำกว่าร้อย ถ้าเรารู้ว่าเรายังอ่อนด้อยตรงไหน เราใฝ่หาความรู้ ต้องพัฒนาตัวเอง ทำแบบคูณสอง คูณสาม เพราะผมเชื่อว่ามันไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ ถ้าเราสู้”

คุณแหน : 7 ตุลาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296171

คุณแหน : 7 ตุลาคม 2560

คุณแหน : 7 ตุลาคม 2560

วันเสาร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll ใบไม้ผลัดใบ คงไม่ช้าเกินไปที่จะแสดงความยินดีกับ พุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ คนใหม่ และ นภา เศรษฐกร เป็นอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ…ส่วนที่กระทรวงมหาดไทย เฉลิม พรหมเลิศ สิงห์ดำ รุ่น 32 เป็นปลัด มท. สำหรับจรินทร์ จักกะพาก สิงห์ดำรุ่น 30 ย้ายข้ามห้วยไปเป็นปลัดกระทรวงแรงงาน และ สุทธิพงษ์ จุลเจริญ รุ่น 36 เป็น อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น…

 

ll ยินดีด้วยกับ วิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ได้รับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์…

ll ดีใจด้วยกับ มีชัย วีระไวทยะ, สายสม วงศาสุลักษณ์, ดร.วัลลภา วิศวสุขมงคล ที่ได้รับรางวัล ประชาบดีในฐานะที่เสียสละอุทิศตนทำงานเพื่อสังคมและสนับสนุนกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการต่อเนื่องมายาวนาน…

ll ผศ.ดร.จุมพล พูลภัทรชีวิน ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯ จัดหยั่งเสียงเลือกตั้งกรรมการชุดใหม่ วันที่ 8 ธ.ค.ปีนี้ และประชุมใหญ่ ก.พ.ปีหน้าใครสนใจสมัครได้แล้ว…

ll พงศ์พันธ์ เพ็งเพา ผอ.กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาสารสนเทศระบบตลาด กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กำหนดอุปสมบท ที่วัดไทรใหญ่ นนทบุรี วันที่ 20 ต.ค. เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พ่อหลวง ร.9…

ll พรพรรณ รอดวรรณะ ไปกราบพ่อหลวง ร.9 ร่วม 5 ชั่วโมง เตรียมเสื้อกันฝนไปใส่พร้อม…แต่เมื่อสุดสัปดาห์ก่อนมีพสกนิกรผู้จงรักภักดีต่อ พ่อหลวง ร.9หลายหมื่นคนยืนเข้าแถวรอ 13 ชั่วโมงกว่าจะได้เข้ากราบ ท่ามกลางฝนที่ตกไม่หยุดแทบทั้งวัน ทว่าทุกคนก็ตั้งมั่นจะเข้าไปกราบพระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้ายให้ได้…สาธุ…

ll ไพฑูรย์ งามยิ่ง เข้าผ่าตัดตาที่ศิริราชเห็นใสแจ๋วแล้ว ส่วนกัลยาณี บัวสรวง วสุวานิช เข้าผ่าตัดหัวเข่าที่ศิริราชเช่นกัน ล้วนวัย limited edition ทั้งนั้น…

ll กว่าหลานยายคนแรกจะคลอดก็เดือน ม.ค.ปีหน้า ลานทิพย์ ทวาทศิน เตรียมตั้งชื่อไว้แล้วว่าชื่อ “โนอาร์” เท่มาก…

ll ฐาปบุตร ชมเสวี นำทีมลงสมัครเป็นบอร์ดราชกรีฑาสโมสรวาระใหม่ ในวันที่ 9 ต.ค.นี้ ประกอบด้วย ปานสรวง ชุมสาย ณ อยุธยา, สุเทพ สืบสันติวงศ์, ดร.การุญจันทรางศุ, ดร.ปัญญา เสนาดิศัย, กิตติพงศ์ เดชอำไพ และชาวต่างประเทศอีก 6 คน…เอ่ยชื่อมาผู้อาสาล้วนบิ๊กเนมทั้งนั้น !!…

ll ไปเที่ยวชะอำกับเพื่อนๆ ธรรมศาสตร์ ประภาพรรณ สายัณห์วิกสิต เดินชนกระจก โชคดีที่สวมแว่นถึงกระนั้นแรงกระแทกก็ทำให้ขอบตาเขียวปี๋ในทันทีทันใด !!…ll

บารอนเนส

‘พิ้งค์-เปรมิกา สุจริตกุล’ ทุ่มชีวิตแปลบทเพลงพระราชนิพนธ์เป็นภาษาฝรั่งเศส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296178

‘พิ้งค์-เปรมิกา สุจริตกุล’ ทุ่มชีวิตแปลบทเพลงพระราชนิพนธ์เป็นภาษาฝรั่งเศส

‘พิ้งค์-เปรมิกา สุจริตกุล’ ทุ่มชีวิตแปลบทเพลงพระราชนิพนธ์เป็นภาษาฝรั่งเศส

วันเสาร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่ความสามารถเกินตัวจริงๆ สำหรับ “พิ้งค์-เปรมิกา สุจริตกุล” ผู้แปลบทเพลงพระราชนิพนธ์ถึง 27 เพลง เป็นภาษาฝรั่งเศส ทางรายการ “แนวหน้าวาไรตี้” ทุกวันอาทิตย์เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2ช่อง 784 โดยพิธีกร “ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย” พาไปพูดคุยถึงแรงบันดาลใจในการแปลบทเพลงพระราชนิพนธ์ครั้งนี้

พิ้งค์-เปรมิกา สุจริตกุล เล่าว่า “แรงบันดาลใจในการแปลบทเพลงพระราชนิพนธ์ครั้งนี้ ก็เพราะเพลงพระราชนิพนธ์ในหลวง รัชกาลที่ 9 ก็อยู่ในดวงใจคนไทยมาโดยตลอดร่วม 60-70 ปีที่ผ่านมา เราก็ได้เห็นว่ามีทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ รวมทั้งสิ้นก็ 70 กว่าเวอร์ชั่น แต่ก็ยังไม่มีภาษาฝรั่งเศสแต่อย่างใด

ก็คิดว่าถึงแม้ว่าภาษาฝรั่งเศส ไม่ใช่ภาษาต่างชาติภาษาแรกของคนไทย แต่ก็ยังคงเป็นภาษาที่สอง แล้วก็ได้พูดโดยประชากรโลก 200 ล้านกว่าคนอีกอย่างก็ยังเป็นภาษาต่างประเทศภาษาแรกที่พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถ เนื่องจากได้ประทับอยู่ที่เมืองโลซานน์ร่วม 16 ปี

บทเพลงแรกที่แปล คือเพลง อาทิตย์อับแสง ก็รู้สึกว่าชอบมากๆ เลย แล้วก็ไพเราะมาก การแปลแต่ละบทเพลงถามว่าใช้เวลานานไหม เพราะแน่นอนเป็นเพลงของในหลวง รัชกาลที่ 9 แล้วทุกคนก็จับตามอง ตอนที่ทำงานนี้มีแรงกดดันมากๆ เลย เพราะในเรื่องของภาษา เราก็ต้องใช้ภาษาที่สละสลวย แล้วก็ที่สามารถร้องได้ เป็นอะไรที่ออกมาในรูปแบบร้อยกรองที่ถูกต้อง และใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุด

ตอนแรกๆ ก็ใช้เวลานานมาก ตอนที่แปลเพลงยามเย็น เพื่อนก็บอกว่าทำไมไม่ลองแปลเพลงยามเย็นดู จำได้ว่ามันใช้เวลานาน เพราะต้องมานั่งนับนิ้วอันนี้มันมีกี่ตัวอักษร แล้วเราก็ไม่ใช่ว่านักดนตรีใช่ไหมคะ ก็ใช้เวลานาน แต่หลังจากความยาก ทำๆ ไปก็กลายเป็นความลื่นไหล เลยทำให้เราสามารถแปลขึ้นมาได้

ในฐานะที่เป็นน้องสาวคุณสมเถา สุจริตกุลถามว่าในเรื่องดนตรีที่จะแปลลงแล้วให้เล่นกับเนื้อเพลงกับดนตรีได้นี้ คุณสมเถาได้ช่วยอะไรตรงนี้ไหมจริงๆ ก็ไม่ค่อยได้ช่วยเท่าไหร่นะคะ เพราะว่าอันนี้ที่เราแปล เป็นเรื่องของภาษามากกว่า ความยากของการแปลนี่ก็คือ มันไม่ใช่เป็นเพียงร้อยเรียงถ้อยคำ มันเป็นสื่อของหัวใจที่ละเอียดอ่อนและลึกซึ้ง ซึ่งถ่ายทอดถึงวัฒนธรรมประเพณี ซึ่งต่างกันของแต่ละประเทศนั้นๆ

อย่างที่บอก เวลาแปล ถ้าแปลธรรมดาเป็นร้อยกรองก็ยากแล้ว แต่นี่จะต้องแปลให้เป็นเพลงซึ่งจะต้องลงจังหวะให้ได้ด้วย มันเป็นการตีความหมายเพื่อถ่ายทอดให้ต่างชาติได้สัมผัสถึงความไพเราะตรงนี้จะยกตัวอย่างว่าในเรื่องของวัฒนธรรมประเพณีที่แตกต่าง อย่างเพลง สายฝน ถ้าเกิดเราอยู่เมืองร้อนใช่ไหมคะ เวลาเราพูดถึงสายฝนมันเป็นอะไรที่นำความชื่นฉ่ำกับชีวิต แต่พอเวลาที่เราอยู่ต่างประเทศ อย่างเมืองปารีส เรานึกถึงสายฝน เราก็จะนึกถึงสายน้ำป่า ซึ่งมันเป็นอะไรที่เศร้า แต่ง่ายๆ คือเราจะต้องหาวิธีการแปลอย่างไรที่สายฝนจะนำความชื่นฉ่ำมาสู่ชีวิตเราได้

เวลาเราพูดถึงสายฝนอย่างบ้านเราคนเอเชีย เวลาเห็นฝนตกรู้สึกชุ่มชื้นชุ่มฉ่ำ แต่สำหรับคนโดยเฉพาะยุโรปเวลาฝนตกเขาจะรู้สึกค่อนข้างเศร้า เหงา เวลาเราจะแปลเพลงพระราชนิพนธ์ ซึ่งคนไทยประทับใจมากๆ ให้คนต่างชาติโดยเฉพาะคนยุโรปมีความประทับใจเหมือนคนไทย ถามว่าต้องใช้ความพยายามขนาดไหนที่จะให้เนื้อหามันไม่กลายเป็นเรื่องเศร้าสำหรับเขา เราก็นึกถึงภาษาฝรั่งเศสนะคะ เขาก็จะมีคำพูดที่ว่า หลังจากที่ฝนตกพระอาทิตย์ก็จะส่องแสงก็คือเหมือนกับฟ้าหลังฝน เราก็มองไปอีกมุมหนึ่งพลิกแพลงเพลงไปอีกมุมหนึ่งโดยที่เราก็ยังคงความหมายเดิม ซึ่งก็ทำให้คนฟังที่เป็นคนละวัฒนธรรมกับเรา สามารถจะชื่นชอบ ซึมซับในสิ่งที่เราอยากจะบอกได้ เพราะเราไม่สามารถจะแปลตรงตัวได้

วันแรกเมื่อรู้ว่าทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แปลบทเพลงได้ ถามว่าความรู้สึกในวันนั้นเป็นอย่างไรบ้าง ตอนแรกๆ คือก็ไม่นึกไม่ฝันนะคะ ก็ส่งไปก่อนคือ 4 เพลงแรก ก็คิดว่าเราก็ส่งไปตามปกติ ไม่ได้มีอะไร ก็คิดว่าแต่ละท่านที่ได้ถ่ายทอดเพลงพระราชนิพนธ์เป็นอาจารย์ทั้งนั้น เราก็เป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง แล้ววันหนึ่งก็ส่งเข้าไป

ไม่นานหลังจากนั้นก็มีจดหมายมาจากสำนักพระราชวัง เปิดอ่านดูเขาเขียนว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทอดพระเนตรแล้ว ได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ก็ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาต มันก็เป็นอะไรที่รู้สึกว่ามันเป็นความฝัน ซึ่งเราไม่เคยคิด ไม่เคยแม้แต่กล้าที่จะฝัน แล้วเป็นอะไรที่นำความภาคภูมิใจที่สูงที่สุดในชีวิตของดิฉันก็ว่าได้

4 บทเพลงแรกที่ส่งเข้าไปตอนนั้นก็ยังไม่มั่นใจเลย จนได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ลงมาให้แปลต่อได้ อันนั้นก็ถือเป็นยาชูกำลังชิ้นเยี่ยม เพราะเรารู้สึกเราห่างไกลเหลือเกิน แล้วเรารู้สึกเรานึกอะไรขึ้นมาอยู่ๆ ถึงมาทำตรงนี้ จากนั้นมาก็เลยเกิดแรงบันดาลใจและความกล้าหาญอย่างแรงกล้าที่จะแปลต่อไป รวมทั้งสิ้น 27 เพลง

จริงๆ บทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มีทั้งหมด 48 บทเพลง สาเหตุที่แปลแค่ 27 เพลง จริงๆ แล้วตอนนั้นที่ทำก็ตั้งใจว่าจะทำเพื่อถวายพระองค์ท่าน เมื่อพระชนมพรรษา80 พรรษา ทีนี้มันใช้เวลานานมากในการทำทุกขั้นตอน ในการส่งเข้าไปให้ทางสำนักพระราชวัง เขาจะมีกรรมการตรวจสอบ เพราะว่าไม่ได้เป็นการแปลอย่างเดียว มันจะต้องอัดเสียงไปให้เขาฟังด้วยนะว่ามันสามารถที่จะถ่ายทอดได้ มันร้องได้จริงๆ นะมันไม่ใช่แค่เป็นการเขียน

เขาจะมีกรรมการค่อนข้างจะฟิตมากๆ ว่าคอร์ดดนตรีจะต้องตรง จะต้องอะไรอย่างนี้ ก็เลยใช้เวลานานมากๆ ส่วนคำแปลไม่นาน แต่ว่าโปรเจกท์ของเราในการทำซีดีก็ใช้เวลาทั้งหมด 5 ปี ก็เลยกลายเป็นมาถวายช่วงพระชนมพรรษา 84 พรรษาแทน

เมื่อแปลบทเพลงออกมาแล้ว ดนตรี โน้ต ทุกอย่างแล้ว คนร้อง ถามว่าเลือกอย่างไร ต้องบอกตามตรงว่าเป็นอะไรที่ยากมากๆ เลย เพราะเนื่องจากมันเป็นครั้งแรก แล้วเราก็ยังไม่มีต้นแบบ อย่างภาษาอังกฤษก็ยังมีคนร้องเยอะแยะ เรายังมาเลียนเสียงอะไรได้ นี่มันไม่มีต้นแบบเลย ก็คือหมายความว่าเราก็ต้องมานั่งร้องเอง ทั้งที่บางทีก็ร้องผิดๆ ถูกๆ แล้วก็ให้เขามาก๊อบปี้เสียง ซึ่งเป็นอะไรที่ค่อนข้างยากว่าฟิลลิ่งมันควรเป็นอย่างไร ออกมาอย่างไรแล้วก็หาคนที่เข้าใจภาษาฝรั่งเศสคนไทยนี่ยากมีไม่เยอะค่ะ

แต่เราก็มีนักร้องอยู่เยอะนะคะ รวมทั้งหมดรู้สึกจะ 28 คน ก็มีที่ร้องภาษาฝรั่งเศสได้อย่าง คริสติน่า อากีล่าร์ เทเรซ่า ก็ร้องได้ แล้วก็มี มิ้นท์-อรรถวดี และ เมย์-ฝนพา แต่ก็ต้องเฟ้นหาสักหน่อย สุดท้ายก็ได้นักร้องที่จะมาถ่ายทอดบทเพลงพระราชนิพนธ์ทั้ง 27 บทเพลงที่แปลเป็นภาษาฝรั่งเศส ก็ช่วยๆ กันดู ก็จะเน้นเรื่อง เสียงต้องไพเราะด้วย ภาษาต้องได้ เพราะเดี๋ยวออกมาเขาฟังไม่รู้เรื่อง ก็จะอายเขา ก็คือหมายความว่า ทุกเทคก็ต้องอยู่ตรงนั้น แล้วก็ต้องแก้ ก็เหนื่อยเหมือนกันนะคะ คือก็เทคแล้วเทคอีกๆ เราต้องแก้พวกการออกเสียง ก็พยายามทำให้ดีที่สุด

เมื่องานเสร็จแล้วถามว่ามีความปลื้มใจมีความปีติที่งานชิ้นนี้ออกมาอย่างไรบ้าง ต้องบอกตามตรงว่าระหว่างที่ทำเนื่องจากมันเป็นงานซึ่งใหญ่ อุปสรรคก็ย่อมต้องมี บางทีเราก็รู้สึกท้อซะเหลือเกินว่าทำไมมันเจอแต่อุปสรรค เจอโน่นนี่นั่น ต้องแก้แต่ปัญหา ทำไมเดี๋ยวเรื่องโน้นเรื่องนี้ สุดท้ายแล้วพอเรามานั่งนึกถึงว่าจะมีสักกี่ครั้งที่คนเราจะได้มีโอกาสสร้างความดีและถวายงาน ก็เลยเป็นอะไรซึ่งเป็นแรงบันดาลใจ ทำให้พิ้งค์มีความรู้สึกจะต้องสู้ต่อไป จะต้องทำให้ได้ ถามว่าอุปสรรคที่บั่นทอนกำลังใจในการทำงานชิ้นสำคัญนี้คืออะไร มันก็เยอะค่ะ อย่างไม่ผ่าน ก็แก้แล้ว และเราก็ไม่รู้ทำไม ด้วยสาเหตุใดมันก็ยากเหมือนกัน”

เรื่องราวดีๆ ที่ครบครันทั้งสาระและบันเทิงแบบนี้ มีให้ชมในรายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน” ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทาง TNN 2 (และช่อง 784 ทางดิจิตัลทีวี) หรือ True Visions 8 ชมรายการย้อนหลังได้ที่ youtube ผู้หญิงแนวหน้า by คุณแหน

‘แฮปปี้ฟาร์มเมอร์ส’ ธุรกิจเพื่อสังคมของคนรุ่นใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295997

‘แฮปปี้ฟาร์มเมอร์ส’ ธุรกิจเพื่อสังคมของคนรุ่นใหม่

‘แฮปปี้ฟาร์มเมอร์ส’ ธุรกิจเพื่อสังคมของคนรุ่นใหม่

วันศุกร์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ช่วงไม่กี่ปีมานี้จะเห็นได้ว่าคนรุ่นใหม่ สนใจมาทำธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise : SE) กันมากขึ้น ขณะเดียวกันมีหลายองค์กรที่ให้สนับสนุนและส่งเสริมด้านนี้เช่นกัน เมื่อเร็วๆ นี้
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้จัดงาน SET Social Impact Day 2017 : รวมพลังเพื่อความยั่งยืน เปิดเวทีให้บริษัทจดทะเบียนพบผู้ประกอบการ SE กระตุ้นให้เกิดความร่วมมือสนับสนุนการดำเนินธุรกิจระหว่างกัน เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีทางสังคม ซึ่งได้รับความสนใจจากเจ้าของธุรกิจกิจการเพื่อสังคม และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

แฮปปี้ ฟาร์มเมอร์ส จำกัด (HappyFarmers) เป็นหนึ่งในธุรกิจเพื่อสังคมด้านการพัฒนาชุมชนที่ได้รับเลือกเข้าร่วมงานนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งมี นายอชิตศักดิ์ พชรวรณวิชญ์ หนุ่มวัย 29 ปี เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้บริหาร บอกว่า การมาร่วมงานนี้ทำให้ได้เจอและมีโอกาสบอกเล่าให้ธุรกิจอื่นๆ ที่ต้องการแก้ไขปัญหาสังคมได้รู้ถึงความมุ่งมั่นเพื่อจะได้มาเป็นพันธมิตรกัน

สำหรับที่มาของ แฮปปี้ฟาร์มเมอร์ส นั้น อชิตศักดิ์ เล่าย้อนว่า หลังจากเรียนจบปริญญาตรี ด้านวิศวกรรมศาสตร์ ก็ทำงานที่บริษัทเอกชนระยะหนึ่ง ลาออกมาทำธุรกิจที่บ้าน และมองหาธุรกิจที่มีความหมายทั้งกับตัวเองและสังคม ก็พบว่าหลายๆ ปัญหาของสังคมเกิดขึ้น ก็เพราะสังคมมีความเหลื่อมล้ำ จึงตั้งเป้าที่อยากจะมีส่วนช่วยแก้ปัญหาสังคม โดยใช้กลไกการทำธุรกิจ มุ่งไปที่ต้นเหตุมากกว่าที่ปลายเหตุ และเลือกที่จะช่วยคนที่อยู่ในภาคการเกษตรของไทย เพราะยังคงเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของคนทั้งประเทศ

“คนไทยกว่า 1 ใน 3 หรือราว 20 ล้านคน มีอาชีพที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทว่าภาคการเกษตรของทั้งประเทศสามารถสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจได้เพียงแค่ 10% ซึ่งหมายความว่า คนไทยในภาคการเกษตรกำลังจนลงเมื่อเทียบกับคนไทยทั้งประเทศ และนี่คือที่มาของความเหลื่อมล้ำ และแรงผลักดันที่ส่งให้ผมมาทำงานที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรไทย เพื่อเข้าใจและสามารถแก้ปัญหาจากต้นเหตุ ในนาม แฮปปี้ฟาร์มเมอร์ส โดยมุ่งเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจให้มากขึ้นระหว่างเกษตรกรกับผู้บริโภคโดยตรง และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมวางเป้าหมายที่จะลดความเหลื่อมล้ำระหว่างชุมชนเกษตรกรรมกับชุมชนเมืองผ่านการดำเนินธุรกิจของเรา”

สำหรับแพลตฟอร์มการดำเนินธุรกิจของ แฮปปี้ ฟาร์มเมอร์ส เน้นในสามรูปแบบหลัก คือ Online Farmers Market ที่มุ่งช่วยให้เกษตรกรอินทรีย์ที่กำลัง เริ่มตั้งต้นธุรกิจให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางและเข้าถึงตลาดได้อย่างเท่าเทียมกัน โดยแพลตฟอร์มของ แฮปปี้ ฟาร์มเมอร์ส ไม่คิดค่าธรรมเนียมการขายเพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงประโยชน์ของแพลตฟอร์มให้ได้มากที่สุด

สอง Social Products โดยหลักการเกิดจากที่ แฮปปี้ ฟาร์มเมอร์ส ต้องการช่วยแก้ปัญหาสังคมในชุมชนเกษตรกรในพื้นที่ต่างๆ เช่น การตัดไม้ทำลายป่าในจังหวัดตาก การลักลอบการปลูกฝิ่น
ในจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงชาวนาที่ยังไม่สามารถเริ่มธุรกิจของตนเองได้ในภาคอีสาน ปัญหาและความต้องการเหล่านี้จึงถูกพัฒนาเป็นสินค้าเพื่อสังคมโดยการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในพื้นที่โดยตรงในราคาที่เป็นธรรม รายได้เหล่านี้จะส่งไปยังเกษตรกรที่สร้างผลกระทบทางสังคมในพื้นที่ของตน ทำให้การซื้อสินค้าทุกชิ้นมีผลช่วยให้ปัญหาสังคมในแต่ละพื้นที่ที่ แฮปปี้ ฟาร์มเมอร์ส ทำงานอยู่คลี่คลายไปอย่างเห็นได้ชัด

สาม คือแนวทางการทำ Crowd funding Platform for Thai Farmers โดยปัญหาเงินทุนของเกษตรกรไทยยังเป็นปัญหาสำคัญในการเริ่มต้นฤดูกาลทำเกษตรของทุกปี และส่วนใหญ่ยังพึ่งพาหนี้นอกระบบเป็นสำคัญ ทำให้เกษตรกรไทยยากที่จะลืมตาอ้าปากและหลุดพ้นจากวงจรหนี้สิน ในขณะที่ชาวเมืองต้องดิ้นรนหาวิธีการออมเงินเพื่อให้ได้ผลตอบแทนมากกว่าการออมทรัพย์ และฝากประจำ ที่ให้ผลตอบแทนเพียงน้อยนิด Platform นี้จึงต้องการเชื่อมโยงความต้องการของทั้งสองฝั่งให้เข้ากัน เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางการเงินและสังคมสูงสุด โดยขณะนี้โครงการกำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาและพัฒนาร่วมกับพันธมิตรอื่นๆ

แม้จะเพิ่งก่อตั้ง แต่กระบวนการคิดอย่างเป็นระบบและความตั้งใจจริงก็ทำให้ กิจการเพื่อสังคม แฮปปี้ฟาร์มเมอร์ส เริ่มได้ชิมความสำเร็จที่นำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

“ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ช่วยให้พื้นที่นากว่า 27 ไร่ หรือกว่า 20 ครัวเรือน ในบุรีรัมย์ เปลี่ยนจากนาเคมีเป็นนาอินทรีย์ได้สำเร็จ โดยสามารถให้ราคาข้าวเปลือกได้สูงถึง 25,000 บาทต่อตัน กับทั้ง
12 สายพันธุ์ที่ชาวนานำมาเข้าโครงการ ในด้านผลิตภัณฑ์ เกิดของขวัญเพื่อสังคม 3 โครงการ ได้แก่ “ข้าวอินทรีย์เปลี่ยนชีวิต” (Organic Rice for the Better Lives) สนับสนุนให้ชาวนาภาคอีสานเปลี่ยนจากนาเคมีเป็นนาอินทรีย์ได้สำเร็จตั้งแต่การปลูกจนถึงการทำตลาดและการขาย ประกอบด้วย ชุดของขวัญข้าวอินทรีย์ 4 เซต “กาแฟปลุกป่า”(Coffee Grows a Forest) ส่งเสริมการรักษาและขยายพื้นที่ป่าดิบชื้นด้วยวิธีการปลูกกาแฟใต้ร่มไม้ใหญ่ ประกอบด้วยชุดของของขวัญกาแฟอินทรีย์ 3 เซต และ “จากฝิ่นสู่ฝ้าย” (From Fhin to Fhai) แก้ปัญหาการปลูกฝิ่นอย่างผิดกฎหมายด้วยการส่งเสริมอาชีพทอผ้าฝ้ายแทนการปลูกฝิ่น”

ภายใต้ SET Social Impact Platform ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ยังมีข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการเพื่อสังคมในด้านอื่นๆ ครอบคลุมทั้งการพัฒนาชุมชน การศึกษา สิ่งแวดล้อม สุขภาพและด้อยโอกาส บริษัทที่ต้องการเชื่อมโยงหาพันธมิตรแก้ไขปัญหาสังคม เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดี ทางสังคม สามารถเข้าไปดูข้อมูลภาคธุรกิจ และภาคสังคม ตลอดจนองค์ความรู้ต่างๆ ได้ที่ www.setsocialimpact.com หรือ FB: SET Social Impact

‘ครีม-ณัฏฐ์ชญาภา’ ลุ้น ‘มิสโกลบอลซิตี้ เพเจ้นท์ 2017’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295982

‘ครีม-ณัฏฐ์ชญาภา’ ลุ้น ‘มิสโกลบอลซิตี้ เพเจ้นท์ 2017’

‘ครีม-ณัฏฐ์ชญาภา’ ลุ้น ‘มิสโกลบอลซิตี้ เพเจ้นท์ 2017’

วันศุกร์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ผู้บริหาร บริษัท อีอาร์เอ็ม (ไทยแลนด์) แถลงข่าวการส่งตัวแทนสาวไทยร่วมประกวด“มิสโกลบอลซิตี้ เพเจ้นท์ 2017”

หลังประสบความสำเร็จจากการส่ง เอิร์น-โสภิณัฐ มรรคผล คุณครูสอนภาษาอังกฤษ เป็นตัวแทนสาวไทยจนคว้ามงกุฎ “Miss China Asean Etiquette Pageant 2017” ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน บริษัทอีอาร์เอ็ม (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ดูแลการบริหารลิขสิทธิ์การประกวดในระดับนานาชาติรายแรกของประเทศไทยที่ถือครองลิขสิทธิ์การจัดการประกวดมากที่สุดในเอเชียกว่า 30 เวที เตรียมส่ง ครีม-ณัฏฐ์ชญาภา ศรีจุมพลมิสไทยแลนด์ โกลบอลซิตี้ เพเจ้นท์ 2017เข้าชิงมงกุฎ “มิสโกลบอลซิตี้ เพเจ้นท์ 2017” ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน

งานแถลงข่าวจัดขึ้น ณ โรงแรมอลอฟท์ กรุงเทพ สุขุมวิท 11 เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมี นายณัฐวิชช์ เกตุทวี ที่ปรึกษาประธาน บริษัท อีอาร์เอ็ม (ไทยแลนด์) จำกัด,นายณัฏฐกรณ์ ศิริบุตร ผู้ซื้อลิขสิทธิ์“มิสไทยแลนด์ โกลบอลซิตี้ เพเจ้นท์ 2017” (MISS THAILAND GLOBALCITY PAGEANT2017), นายเดอร์ริค แอนดรู กู๊ซ (DerrickAndrew Gooch) ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมอลอฟท์ กรุงเทพ สุขุมวิท 11 เครือแมริออท, อนุรี อนิลบล กรรมการบริหาร บริษัท เมคอัพเทคนิคอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (MTI),นายแพทย์สมชาย เชี่ยวชาญเวช ศัลยแพทย์ความงามและผิวพรรณแห่ง คลินิกแพทย์สมชาย, นายประเสริฐ เจิมจุติธรรม กูรูนางงามและผู้เชี่ยวชาญการประกวดในฐานะที่ปรึกษาการจัดงาน ร่วมให้รายละเอียด พร้อมกับครีม-ณัฏฐ์ชญาภา ศรีจุมพล มิสไทยแลนด์ โกลบอลซิตี้ เพเจ้นท์ 2017

นายณัฐวิชช์ เกตุทวี ที่ปรึกษาประธาน บริษัท อีอาร์เอ็ม (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า อีอาร์เอ็ม (ไทยแลนด์) มีนโยบายที่ชัดเจนคือ การคัดเลือกตัวแทนคนไทยไม่จะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายเข้าสู่การประกวดเวทีระดับนานาชาติ เพราะเราต้องการเปิดโอกาสคนไทยได้แสดงศักยภาพด้านการประกวดว่า บุคลากรของเรามีความพร้อมทุกด้าน และสิ่งสำคัญเหนืออื่นใดคือ การเป็นทูตทางด้านต่างๆ เช่น การท่องเที่ยว วัฒนธรรม การศึกษา ของไทยเพื่อเผยแพร่ชื่อเสียงของประเทศไทยให้เป็นรู้จักกันอย่างแพร่หลาย เช่นเวทีการประกวด มิสโกลบอลซิตี้ เพเจ้นท์ 2017 จะเน้นเรื่องการประชาสัมพันธ์ทางด้านสันติภาพ สิทธิมนุษยชนและการท่องเที่ยวเชิงเศรษฐกิจวัฒนธรรม

นายณัฏฐกรณ์ ศิริบุตร ผู้ซื้อลิขสิทธิ์ “มิสไทยแลนด์ โกลบอลซิตี้ เพเจ้นท์ 2017” (MISS THAILAND GLOBALCITY PAGEANT 2017) เพื่อคัดเลือกตัวแทนสาวไทยเข้าร่วมประกวดเวที “มิสโกลบอลซิตี้ เพเจ้นท์2017” กล่าวว่า นางงามไทยจะประสบความสำเร็จบนเวทีได้ หลักๆ เลยคือ ต้องตอบโจทย์ของเวทีนั้นให้ได้ว่า เขาต้องการนางงามที่มีคุณสมบัติอย่างไร ทำหน้าที่อะไร ความสามารถของนางงามเราก็ต้องรอบด้านด้วย ฉลาดพูดคือ มีทักษะการพูดที่ดี รวมถึงภาษาอังกฤษต้องพอสื่อสารได้ ฉลาดคิดคือคิดอย่างสร้างสรรค์ คิดบวก ฉลาดทำคือ ทำให้ดีโดยเฉพาะด้านโซเชียลมีเดียต้องใช้ให้เป็นและเกิดประโยชน์ต่อตนเอง ตามสโลแกนของเราคือ “นางงามไทยยุคใหม่ต้องคิดสร้างสรรค์ได้ ใช้เทคโนโลยีเป็น”

นายเดอร์ริค แอนดรู กู๊ซ (DerrickAndrew Gooch) ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมอลอฟท์ กรุงเทพ สุขุมวิท 11 เครือแมริออท ในฐานะผู้ให้การสนับสนุน กล่าวว่า เหตุผลที่เราสนับสนุนการจัดงานแถลงข่าวการส่งตัวแทนไปประกวด มิสโกลบอลซิตี้ เพเจ้นท์ 2017 เนื่องจากว่าสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายของโรงแรมที่ให้ความสำคัญกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือเจนวายเป็นพิเศษ เพราะคนกลุ่มนี้มีศักยภาพ มีความสนใจและน่าค้นหา เหมือนเช่นโรงแรมของเราที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์หลากหลาย เรามีความเข้าใจในชีวิตยุคเทคโนโลยีและดิจิทัล มีพื้นที่โปร่งโล่งและบรรยากาศสดใส และมีความเป็นส่วนตัว

ด้าน ครีม-ณัฏฐ์ชญาภา ศรีจุมพลมิสไทยแลนด์ โกลบอลซีตี้ เพเจ้นท์ 2017 กล่าวว่า มีสองสิ่งในชีวิตของครีมที่จะต้องรักษาไว้ให้ดี เพราะถ้าหากพลาดแล้วเราจะไม่มีวันได้กลับคืนมา นั่นคือ โอกาสดีๆ และ เวลาดีๆ ดังนั้น เมื่อ อีอาร์เอ็ม (ไทยแลนด์)มีการคัดเลือกตัวแทนไปประกวด “มิสโกลบอลซิตี้เพเจ้นท์ 2017” ครีมจึงไม่พลาดโอกาสและเวลาเลย เรามองว่าการที่มีคนหรือทีมงานจัดคัดเลือกตัวแทนนางงามไปประกวดต่างประเทศ เขาต้องย่อมตกผลึกความคิดและการทำงานแล้วว่าดี ถือว่าเป็นการันตีในเบื้องต้น

“ความพร้อมในการประกวดครั้งนี้ครีมมีหลักในการเตรียมตัวคือ อีอาร์เอ็ม (ERM) E- Education การศึกษาในทุกมิติ ทั้งจากในและนอกตำรา เช่น ศึกษาเวทีการประกวด ความรู้รอบตัว เหตุบ้านการเมือง ทั้งนี้ การศึกษาจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน R-Relationship ความสัมพันธ์อย่างที่มีคนกล่าวไว้ว่า “ปรารถนาสารพัดในปฐพี เอาไมตรีแลกไว้ดั่งใจจง” ครีมจะใช้ความสัมพันธ์ที่ดีและเสน่ห์ความเป็นไทยมัดใจทุกคน M- Management เราต้องมีการบริหารจัดการที่ดี มีความเตรียมพร้อมไม่ว่าจะเป็นเรื่องเสื้อผ้า หน้าผม กิจกรรมต่างๆ ความสามารถ การพูด บุคลิกภาพ และปฏิภาณไหวพริบในการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า ครีมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ขอกำลังใจจากทุกๆ คนด้วยนะคะ”

ทั้งนี้ ครีม-ณัฏฐ์ชญาภา ศรีจุมพล จะออกเดินทางไปประกวด “มิสโกลบอลซิตี้ เพเจ้นท์ 2017” ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในวันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม 2560

นิทรรศการศิลปกรรม‘ร.๙ ในหลวงในดวงใจนิรันดร’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/295998

นิทรรศการศิลปกรรม‘ร.๙ ในหลวงในดวงใจนิรันดร’

วันศุกร์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ผลงานของ เดชา วราชุน ศิลปินแห่งชาติ

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้และด้วยความอาลัยยิ่ง เนื่องในโอกาสพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สมาคมศิลปินทัศนศิลป์นานาชาติ แห่งประเทศไทย จับมือ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ จัดนิทรรศการศิลปกรรมสมาคมศิลปินทัศนศิลป์นานาชาติ แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 11 “ร.๙ ในหลวงในดวงใจนิรันดร” ชวนชมผลงานศิลปะอันทรงคุณค่า พระบรมสาทิสลักษณ์ และผลงานที่ได้แรงบันดาลใจจากพระราชจริยวัตร และพระราชกรณียกิจ รวมถึงภาพเชิงสัญลักษณ์ มากกว่า 50 ผลงาน โดย 50 ศิลปินแห่งชาติและศิลปินชั้นแนวหน้าของไทย ที่จรดปลายพู่กันสร้างสรรค์ด้วยหัวใจแห่งความจงรักภักดี พร้อมชวนบริจาคเพื่อรับสูจิบัตรที่ระลึกรวมภาพผลงาน เพื่อนำรายได้สมทบมูลนิธิชัยพัฒนา สามารถเข้าชมได้ ณ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ ระหว่างวันที่ 11 ตุลาคม ถึง 5 พฤศจิกายน 2560

นวลลออ ปิ่นทอง นายกสมาคมศิลปินทัศนศิลป์นานาชาติ แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สมาคมศิลปินทัศนศิลป์นานาชาติ แห่งประเทศไทย จัดตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2560 จากการรวมตัวของศิลปินไทยในสาขาทัศนศิลป์ ได้แก่ ด้านจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ ซึ่งจัดแสดงผลงานของสมาชิกเป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้ นับเป็นช่วงเวลาสุดท้ายแห่งการแสดงความอาลัย หลังจากคนไทยทั้งชาติผ่านความโศกเศร้ามาแรมปี นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต


ผลงานของ กนกพร เหล่าปิยะสกุล

“สมาคมได้หารือกันว่าเราควรจัดนิทรรศการ เพื่อเป็นศูนย์รวมใจในการแสดงพลังความจงรักภักดีอีกครั้ง โดยร่วมกันคัดเลือกศิลปินที่มีฝีมือและมีความชำนาญพิเศษ สร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมคนละ 1 ผลงาน เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ในพระองค์ท่าน ผ่านปลายพู่กัน สร้างสรรค์พระบรมสาทิสลักษณ์ และภาพพระราชกรณียกิจ รวมถึงภาพเชิงสัญลักษณ์ที่สื่อถึงพระองค์ท่าน มากกว่า 50 ผลงาน เพื่อเป็นการแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดยได้รับความสนับสนุนอย่างดียิ่งอีกครั้ง จากศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ ในการมอบพื้นที่จัดแสดงผลงานอันทรงคุณค่า

พร้อมกันนี้ ภายในงาน เพื่อเป็นอนุสรณ์ที่มีคุณค่าทางใจของชาวไทยทุกคน เราขอเชิญชวนผู้ที่รักการสะสมผลงานศิลปะ ร่วมบริจาคเงิน จำนวน 599 บาท เพื่อรับสูจิบัตรรวบรวมภาพผลงานในนิทรรศการเก็บรักษาไว้เป็นที่ระลึก โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย สมาคมฯ จะนำสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อร่วมสืบสานโครงการในพระราชดำริ ต่อไป

สำหรับพิธีเปิดนิทรรศการจะมีขึ้นในวันที่ 19 ตุลาคม 2560 เวลา 18.30 น. โดยได้รับเกียรติจาก กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงาน”

ด้าน บรม พิจารณ์จิตร กรรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ เปิดเผยว่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ได้ร่วมกับ สมาคมศิลปินทัศนศิลป์นานาชาติ แห่งประเทศไทยเตรียมจัดนิทรรศการครั้งนี้ขึ้น ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คนไทยทุกคนยากที่จะทำใจได้ เพราะอาลัยรักในพระมหากษัตริย์ผู้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อพระราชทานความช่วยเหลือพสกนิกร และพัฒนาประเทศไทยตลอด 70 ปี แห่งการครองราชย์”

นิทรรศการเปิดให้เข้าชมไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.02-1197777

ผลงานของ จินตนา เปี่ยมศิริ

ผลงานของ จินตนา เปี่ยมศิริ
ผลงานของ มูฮัมหมัด โรจนอุดมศาสตร์

ผลงานของ มูฮัมหมัด โรจนอุดมศาสตร์
ผลงานของ ณัฐิวุฒิ พวงพี

ผลงานของ ณัฐิวุฒิ พวงพี
ผลงานของ พุรพล โซใต้หยิน

ผลงานของ พุรพล โซใต้หยิน