ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘ชุมชนสวนหลวง’ ภูมิอาหารฮาลาลย่านบางคอแหลม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296287

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘ชุมชนสวนหลวง’  ภูมิอาหารฮาลาลย่านบางคอแหลม

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘ชุมชนสวนหลวง’ ภูมิอาหารฮาลาลย่านบางคอแหลม

วันอาทิตย์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ชุมชนมุสลิมในอดีต

อาทิตย์นี้ สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้เชื้อชวนให้ไปช่วยกันตามหาภูมิอาหารฮาลาลที่ชุมชนสวนหลวง เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ในซอยถนนเจริญกรุง ๑๐๓ นั้น มีเรื่องราวน่าสนใจสืบสายกันไปถึงชาวมุสลิมรุ่นแรกที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นและสมัยอยุธยา

ชุมชนแถบนี้เป็นถิ่นฐานบ้านเรือนของชาวมุสลิมเชื้อสายมลายู-ตานี ซึ่งมีการสร้างมัสยิดขึ้น ๓ แห่ง คือ มัสยิดอัสสะละฟียะห์ มัสยิดบางอุทิศนอกและมัสยิดบางอุทิศใน ซึ่งเรียกกันว่า มัสยิดหรือสุเหร่าแม่บาง ตามชื่อผู้อุทิศที่ดินสร้างมัสยิด ชาวมุสลิมเชื้อสายชวานั้นมีกรรมสิทธิ์จากการซื้อที่ดินมาตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๔๒๕ เป็นต้นมาดังนั้นบริเวณที่ดินในเขตบางคอแหลม บางโคล่ คอกกระบือบางรัก ทุ่งวัวลำพอง บางขวาง บ้านใหม่ บ้านทวาย คอกกรวย บางมด สามเสน หนองจอก เลยไปถึงจังหวัดปทุมธานีและจังหวัดนนทบุรี จึงมีการอุทิศที่ดินเพื่อสร้างมัสยิดขึ้นหลายแห่ง เช่น มัสยิดยะหวาซอยโรงน้ำแข็ง (วัดปรก) แขวงยานนาวา เขตสาทร สร้างปีพ.ศ.๒๔๓๗, มัสยิดบาหยัน ตั้งชื่อตามเกาะบาหยัน หรือโบหยัน ในชวา สร้างขึ้นเมื่อประมาณปีพ.ศ.๒๔๕๔, มัสยิดดารุลอาบิดีน ตรอกจันทน์ หรือสุเหร่าคลองกรวย ถูกสร้างขึ้นโดยชาวยะวา เป็นต้น


ชุมชนชาวมุสลิมสวนหลวง

เมื่อสืบค้นประวัติพื้นที่บางคอแหลม พบว่าเดิมนั้นอยู่ในพื้นที่อำเภอบ้านทะวาย เมืองพระประแดง ต่อมาอำเภอบ้านทะวายนั้น ย้ายมาขึ้นกับพระนคร เปลี่ยนชื่อเป็นยานนาวา พื้นที่บางคอแหลมแห่งนี้ มีชุมชนมุสลิมตั้งอยู่เป็นช่วงๆ ตลอดแนวถนนเจริญกรุง มีมัสยิดทั้งหมด๖ แห่ง คือ มัสยิดดารุ้ลอาบีดีน (ตรอกจันทน์) มัสยิดบาหยัน มัสยิดอัลอะติ๊ก มัสยิดบางอุทิศนอก มัสยิดบางอุทิศใน และมัสยิดอัสสะละฟียะห์ตามลำดับชาวมุสลิมที่ตั้งชุมชนและสร้างมัสยิดขึ้นตลอดแนวด้านในของถนนเจริญกรุงนี้ เป็นชาวมุสลิมเชื้อสายชวา (ยะวา- อินโดนีเซีย) และมลายู (มาเลย์) โดยส่วนใหญ่ สำหรับชาวมุสลิมเชื้อสายชวานั้นพบว่าเริ่มเข้ามาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๐๕ เป็นชาวชวาจากเมืองสุราบายา และเป็นคนในบังคับของฮอลันดา ที่ทยอยเข้ามาในไทยเป็นระยะ สำรวจเมื่อพ.ศ.๒๔๑๔ นั้น มีชาวชวา (ยะวา-ยะหวา) เดินทางมาอยู่ในไทยประมาณ ๑๖๒ คน  ชาวมุสลิมเชื้อสายชวารุ่นแรกที่เดินทางเข้ามาสู่เมืองไทยในรัชกาลที่ ๕ นั้นเดินทางด้วยเรือใบ ต่อมาเมื่อมีเรือกลไฟเดินเรือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การเดินทางสู่เมืองไทยจึงสะดวกรวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น ในรัชกาลที่ ๔ มีชื่อเรือ เรือกะตง เรือเดลฮี เรือกฤษณา เรือกะมุหนิง เรือบันดหรา รับผู้โดยสารชาวชวาจากสิงคโปร์สู่เมืองไทย โดยส่งผู้โดยสารขึ้นที่ท่าเรือเอเชียติค ท่าเรือบอร์เนียว ท่าเรือบี.ไอ.ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และคงได้ทำงานตามท่าเรือสินค้าเหล่านี้ โดยมีถนนสายสำคัญที่สร้างเมื่อครั้งรัชกาลที่ ๔คือ ถนนเจริญกรุงสายนอก ซึ่งเป็นถนนสายแรกที่ใช้เทคนิคการสร้างแบบยุโรป โดยให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง) ที่สมุหพระกลาโหม เป็นแม่กองให้พระยาอินทราธิบดีสีหราชรองเมือง เป็นนายงาน รับผิดชอบในการก่อสร้างถนนช่วงตั้งแต่คูเมืองชั้นในถึงถนนตกริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ตำบลบางคอแหลม ถนนเจริญกรุงสายนี้ แบ่งเป็นสองตอนคือ ถนนเจริญกรุงตอนในอยู่เขตกำแพงเมือง เริ่มจากบริเวณหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามจนถึงสะพานดำรงสถิตย์ ต่อกับถนนเจริญกรุงตอนนอกอยู่นอกเขตกำแพงเมืองจนถึงตำบลดาวคะนอง ที่ถนนตก โดยตัดผ่านพื้นที่เขตพระนครเขตสัมพันธวงศ์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตบางรักเขตสาทร และเขตบางคอแหลม

ชาวมุสลิมเชื้อสายชวา (ยะวา) ในเขตบางคอแหลมโดยเฉพาะชุมชนสวนหลวงนั้น วันนี้เป็นชาวไทยมุสลิมที่ผสมผสานไปกับชาวมุสลิมเชื้อสายมลายู-ตานีอย่างกลมกลืนและสืบสานศาสนาอิสลามในชุมชนของตนอย่างมั่นคง โดยมีมัสยิดและโรงเรียนสอนศาสนาที่ชาวมุสลิมทั้งสองกลุ่มได้ร่วมกันสร้างขึ้น และช่วยกันพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งโดยรักษาวิถีชุมชนตามวัฒนธรรมของตนดังนั้นการท่องเที่ยวหาอาหารฮาลาล ที่มีรสชาติแบบเดิม ด้วยเป็นอาหารตามกฎบัญญัติอนุมัติให้มุกัลลัฟ (มุสลิมที่อยู่ในศาสนนิติภาวะ) กระทำได้คือได้รับการอนุมัติให้ทำด้วยความสะอาด จึงเป็นเสน่ห์ที่หาได้ไม่ยากในชุมชนสวนหลวงแห่งนี้

ชุมชนสวนหลวงในปัจจุบัน

ชุมชนสวนหลวงในปัจจุบัน
มัดยิคอัลอะติ๊กในชุมชน

มัดยิคอัลอะติ๊กในชุมชน
มัดยิคอัลอะติ๊กหลังเดิม

มัดยิคอัลอะติ๊กหลังเดิม
ถนนเจริญกรุงในอดีต

ถนนเจริญกรุงในอดีต

แหวกฟ้าหาฝัน : National Museum วอร์ซอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296289

แหวกฟ้าหาฝัน : National Museum วอร์ซอร์

แหวกฟ้าหาฝัน : National Museum วอร์ซอร์

วันอาทิตย์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ขึ้นชื่อว่า National Museumนั่นหมายความว่าที่นี่ต้องเป็นมิวเซียมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศและเป็น The must ที่นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบมิวเซียมต้องไปให้ได้เมื่อไปถึงประเทศหรือเมืองนั้นๆ National Museum วอร์ซอร์ประเทศโปแลนด์ ก็ไม่ผิดหวังโดยเฉพาะกับนักท่องเที่ยวขามิวเซียม มิวเซียมที่ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1862 ในฐานะ Museum of Fine Arts และปัจจุบันเป็นมิวเซียมที่เก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์นี้มีของสะสมมากถึง 830,000 ชิ้น ของจัดแสดงมีตั้งแต่ยุคโบราณไม่ว่าจะเป็นอียิปต์ กรีก หรือโรมันมากถึง 11,000 ชิ้น และผลงานด้านจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพถ่าย เหรียญและงานพิมพ์ยุคต่างๆ เรื่อยมาจนถึงผลงานของศิลปินชาวโปลศิลปินพื้นเมืองตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีผลงานศิลปะของศิลปินต่างชาติไม่ว่าจะเป็นอิตาเลียน ฝรั่งเศส ดัชท์ เยอรมันหรือแม้แต่รัสเซียก็มีเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญที่นี่ยังมีผลงานศิลปะดังๆ ที่อดอล์ฟ ฮิตเลอร์แห่งเยอรมนีเคยปล้นจากประเทศต่างๆ มาสะสมไว้อีกต่างหากด้วย

หลังจากที่โปแลนด์ประกาศอิสรภาพและเปลี่ยนชื่อ Museum City of Fine Arts เป็น National Museum ในปี 1918 มิวเซียมนี้ก็ได้รับของสะสมเพิ่มขึ้นมากมาย รวมทั้งของสะสมเก่าๆ จากเทศบาลเมือง มูลนิธิ TheMianmowski มหาวิทยาลัยวอร์ซอร์ และ The Society for the Protection of Historical Monument นอกจากนี้ที่นี่ยังได้ก่อตั้งแผนก Museum of the Polish Army ขึ้นเพื่อเก็บสะสมอาวุธต่างๆ ด้วย ในช่วงแรก ภัณฑรักษ์หมดเวลาไปกับการหาสถานที่ก่อตั้งมิวเซียมจนสิ้นปี 1923 รัฐบาลก็เลือกสถานที่ได้และตัดสินใจให้ Tadeusz Tolwinski เป็นสถาปนิกออกแบบ แต่กว่าที่อาคารของมิวเซียมจะสร้างเสร็จก็ใช้เวลากว่า 4 ปี และใช้เวลาอีก 3 ปีกว่า จะได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 1938 โดยมี Stanisław Lorentz เป็นผู้อำนวยการ

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง มิวเซียมต้องประสบปัญหาเฉกเช่นเดียวกับมิวเซียมอื่นๆ ทั่วโลกในเรื่องการย้ายทรัพย์สมบัติเพื่อหลบภัย ไม่เพียงแต่สมบัติของมิวเซียม แต่ยังรวมของ Royal Castle ด้วย ไม่เพียงส่วนใหญ่ของอาคารจะถูกทำลายไปในช่วงสงคราม ทรัพย์สมบัติส่วนใหญ่ก็ถูกกองทัพนาซีปล้นไปด้วย ซ้ำร้ายภายหลังการจลาจลภายในประเทศยังทำความเสียหายกับมิวเซียมอีกต่างหาก ผู้อำนวยการมิวเซียมได้บันทึกไว้ว่า การถูกทำลายของโปแลนด์และชาวโปล การทำลายล้างชาวยิวในโปแลนด์ และการย้ายเขตแดน การถูกขับไล่ และความโหดเหี้ยมทั้งหลายได้ถูกทิ้งร่องรอยไว้แล้วที่มิวเซียมแห่งนี้

ในช่วงที่ Lorentz เป็นผู้อำนวยการนั้นเขาได้พัฒนามิวเซียมให้ก้าวหน้าอย่างมาก โดยมีการปรับปรุงการจัดแสดง และมีการนำแขกรับเชิญสำคัญๆ เยี่ยมชมเอง นอกจากนี้เขายังเป็นผู้นำเข้าผลงานศิลปะดังๆ เช่น ภาพเขียนของ Bernardo Bellotto หรือ Canaletto แห่งโปแลนด์เข้ามาจัดแสดง รวมทั้งแจกันจาก Gołuchów Castle ภาพเขียนจาก Wilanów ภาพ Lady with an Ermine ของ Leonardo Davinci รวมทั้งผลงานศิลปะนานาชาติเข้ามาสะสมไว้อีกด้วย การเติบโตอย่างรวดเร็วของมิวเซียมสิ้นสุดลงในทศวรรษที่ 1980 จากเหตุผลทางการเมือง และLorentz ก็ถูกปลดในเวลาต่อมาจากกฎอัยการศึก

นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาเยือนจะสามารถสัมผัสได้ถึงความใหญ่โตของสถานที่และความอลังการของสะสมที่มีอยู่ ของสะสมส่วนที่น่าสนใจมีหลากหลายมาก นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบงานสะสมคริสต์ศตวรรษที่ 19 จะได้ดูอย่างเต็มอิ่ม แต่หากต้องการดูจนครบทุกช่วงเวลา คงต้องเผื่อเวลาไว้ไม่น้อยกว่า 4 ชั่วโมงเลยทีเดียว

Science Update : ระบบแบตเตอรี่ใหญ่ที่สุดของเทสลา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296310

Science Update : ระบบแบตเตอรี่ใหญ่ที่สุดของเทสลา

Science Update : ระบบแบตเตอรี่ใหญ่ที่สุดของเทสลา

วันอาทิตย์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
บริษัทเทสลา อยู่ระหว่างดำเนินการสร้างระบบแบตเตอรี่พลังงานลมขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งจะนำไปติดตั้งใช้งานในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดารของออสเตรเลีย โดยขณะนี้มีความคืบหน้าไปถึง 50% แล้ว ทำให้คาดได้ว่าการสร้างแบตเตอรี่ดังกล่าวจะเสร็จสิ้นลงก่อนกำหนดเส้นตาย 100 วัน ซึ่งเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมาอย่างแน่นอน ระบบแบตเตอรี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี้ เป็นแบตเตอรี่ลิเทียม-ไอออน ซึ่งกักเก็บไฟฟ้าได้ 100 เมกะวัตต์ (129 เมกะวัตต์ชั่วโมง) ชาร์จไฟจากพลังงานลม ซึ่งเทสลาได้ร่วมมือกับบริษัท Neoen ของฝรั่งเศส ในการติดตั้งกังหันลมที่ใช้งานประกอบกัน โดยจะนำไปใช้งานในรัฐออสเตรเลียใต้ซึ่งพื้นที่ห่างไกลมักประสบปัญหาไฟฟ้าดับอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่มีอยู่มีกำลังไม่เพียงพอต่อความต้องการไฟฟ้าของชุมชนที่เพิ่มขึ้น

Tech for life : 8 ตุลาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296313

Tech for life : 8 ตุลาคม 2560

Tech for life : 8 ตุลาคม 2560

วันอาทิตย์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คลิกก่อนซื้อ

Google ผลงานวิจัยพฤติกรรมก่อนการตัดสินใจซื้อรถยนต์หัวข้อ “Drive to Decide” พบว่า การค้นหาข้อมูลบน “เสิร์ชเอ็นจิ้น” มีอิทธิพลมากที่สุด โดยคนไทยมากกว่า 9 ใน 10 (96%) ใช้เสิร์ชเอ็นจิ้นในการหาข้อมูลบนเนตเกี่ยวกับแบรนด์รถยนต์ รายละเอียด และแม้กระทั่งตัวแทนจำหน่ายก่อนซื้อ

เกมใหม่

ในที่สุดเกมแนวแอ๊กชั่นมูโซว Dynasty Legends (ไดนาสตี้ เลเจนส์) สัญชาติไต้หวัน ที่มีเนื้อเรื่องอ้างอิงจาก วรรณกรรมดังเรื่อง “สามก๊ก” ได้เปิดตัวเวอร์ชั่นภาษาไทย แล้วรับกระแสเกมบนมือถือ

จุดเด่นของเกมนี้คือกราฟิก 3D สวยงาม ตั้งเป้าเกมเมอร์ไทยเข้ามาโหลดและเล่นไม่ต่ำกว่า 1,000,000 ไอดี ภายในปี 2560

ขยะไอที

มีรายงานจาก ดีแทค ระบุว่า ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ถือเป็นขยะที่กำลังสร้างปัญหาเรื่อยๆ มีปริมาณปีละ 600 ตันต่อปี แต่สามารถจัดการได้เพียงแค่ 40%

ขณะที่ปี 2559 ดีแทค จัดเก็บขยะมือถือได้ 380,000 เครื่อง ช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่สิ่งแวดล้อมได้ถึง 4.8 ตัน หรือเท่ากับสระว่ายน้ำ 1 สระ ล่าสุดได้จับมือเทสโก้ โลตัส วางถังขยะในห้างเพื่อนำไปกำจัด

จอยักษ์

ซัมซุง เปิดตัว Samsung CHG90 QLED Monitor หน้าจอโค้งขนาดกว้าง 49 นิ้ว อัตราส่วนภาพ 32:9 เอาใจผู้เล่นเกม โดยสามารถมองเห็นฉากทั้งหมดของเกมได้อย่างครบถ้วน

ภาพสมจริงจากเทคโนโลยีควอนตัมดอท(Quantum Dot Technology) ภาพไม่สะดุด แม้ว่าภาพนั้นจะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว สนนราคา 49,900 บาท

Health News : ไต้หวันหาทางให้คนเลิกเคี้ยวหมาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296311

Health News : ไต้หวันหาทางให้คนเลิกเคี้ยวหมาก

Health News : ไต้หวันหาทางให้คนเลิกเคี้ยวหมาก

วันอาทิตย์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ไต้หวันกำลังหาทางรณรงค์ให้ประชาชนเลิกเคี้ยวหมากที่เป็นวัฒนธรรมหยั่งรากลึกมานาน เพราะเป็นผลเสียต่อสุขภาพโดยเฉพาะการเป็นมะเร็งช่องปาก โดยผู้เคี้ยวหมากมีโอกาสเป็นมะเร็งช่องปากมากกว่าคนอื่นถึง 28 เท่า แม้จำนวนผู้เคี้ยวหมากลดลงตั้งแต่มีผลการศึกษาปี 2546 ยืนยันว่าหมากเป็นสารก่อมะเร็ง แต่ประชาชนร่วม 2 ล้านคน จากทั้งหมด 23.55 ล้าน ก็ยังไม่เลิก โดยเฉพาะกลุ่มคนใช้แรงงานเพศชายที่พึ่งพาฤทธิ์การกระตุ้นจากหมากเพื่อให้สามารถใช้แรงงานหนักได้นานขึ้น หมากเป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมดั้งเดิมของไต้หวันมาหลายพันปี มักใช้ในการประกอบพิธีกรรมและงานเลี้ยงต่างๆ องค์กรนอกภาครัฐที่ให้บริการดูแลผู้ป่วยมะเร็งช่องปากเผยว่า ลำพังการรณรงค์เรื่องอันตรายต่อสุขภาพยังไม่เพียงพอ เพราะการเคี้ยวหมากอยู่คู่กับสังคมไต้หวันมายาวนาน นอกจากนี้การเป็นมะเร็งช่องปากใช้เวลานาน 10-20 ปี กว่าผู้เคี้ยวหมากจะรู้ตัวก็มักเกินสายไป จึงต้องอาศัยความร่วมมือของหลายฝ่ายทั้งด้านการศึกษา การเกษตร และเศรษฐกิจเพื่อแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ

ตะลอนเที่ยว : งานของ’พ่อ’ก่อสุขให้แผ่นดิน ‘ดวงใจราษฎร์ ปราชญ์แห่งป่าและดิน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296319

ตะลอนเที่ยว : งานของ'พ่อ'ก่อสุขให้แผ่นดิน  'ดวงใจราษฎร์ ปราชญ์แห่งป่าและดิน'

ตะลอนเที่ยว : งานของ’พ่อ’ก่อสุขให้แผ่นดิน ‘ดวงใจราษฎร์ ปราชญ์แห่งป่าและดิน’

วันอาทิตย์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ความมหัศจรรย์ที่สุดจะบรรยายได้โดยง่ายอย่างหนึ่งของสังคมไทยคือ คนไทยเทิดทูน เคารพ บูชา และรักพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร อย่างมากมายล้นเหลือ มากจนขนาดที่ว่าคนไทยพร้อมใจกันถวายพระนามแด่พระองค์ท่านว่า “พ่อของแผ่นดินไทย”

“พ่อ” พระองค์นี้ได้พระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเพื่อความอยู่ดีมีสุขของพสกนิกรของพระองค์รวมทั้งหมด 4,447 โครงการ โดยโครงการเหล่านั้นได้กระจายอยู่ทั่วทุกจังหวัดของประเทศไทย ซึ่งสามารถแก้ไขและบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนให้กับคนไทยได้อย่างเป็นรูปธรรมมาหลายทศวรรษ อาทิ ปัญหาเกี่ยวกับน้ำ ดิน ป่าไม้ การเกษตร พลังงานทดแทน และการจราจร เป็นต้น

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มีเป้าประสงค์สำคัญคือการให้ความรู้ และสติปัญญากับพสกนิกร เพื่อใช้เป็นแนวทางและเป็นเครื่องมือเพื่อแก้ไขและขจัดปัญหาของประชาชน เพราะพระองค์ท่านทรงมีพระราชวินิจฉัยว่า การให้ความรู้และให้ปัญญากับประชาชนคือการให้อย่างยั่งยืน เพราะความรู้และปัญญาสามารถใช้แก้ปัญหาในชีวิตได้อย่างแท้จริง ให้แล้วความรู้นั้นไม่สูญหาย แล้วถ้ายิ่งปฏิบัติอย่างจริงจังตลอดเวลาก็จะยิ่งเป็นการเพิ่มพูนต่อยอดความรู้ได้อย่างไม่รู้จบ

ความจริงเชิงประจักษ์ที่สาธารณชนและประชาคมทั่วโลกต่างรับรู้เป็นอย่างดีคือ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระองค์ท่าน ถือได้ว่าเป็นรากฐานที่มั่นคงของการดำเนินชีวิตประชาชนผู้ซึ่งปฏิบัติตามแนวพระราชดำริ และเป็นสิ่งที่ทำให้สังคมไทยสามารถฝ่าฟันเอาชนะอุปสรรคต่างๆ นานาได้เสมอมา และที่สำคัญคือทำให้ประเทศไทยก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคงท่ามกลางความผันผวนอย่างรวดเร็วรุนแรงและวิกฤติของกระแสโลก

ตะลอนเที่ยววันนี้จะขอพาคุณๆ ไปชม “งานของพ่อ” ที่พระราชทานให้กับคนไทย โดยเราจะไปชมนิทรรศการ “ดวงใจราษฎร์ ปราชญ์แห่งป่าและดิน” ซึ่งจัดขึ้น ณ พระลานพระราชวังดุสิต (ฝั่งเดียวกับเวทีใหม่สวนอัมพร) นิทรรศการนี้จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติและเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดขึ้น โดยนิทรรศการนี้สืบเนื่องต่อมาจากนิทรรศการ “เย็นศิระ เพราะพระบริบาล” และ “ดวงในราษฎร์ ปราชญ์แห่งน้ำ”

สำหรับนิทรรศการ “ดวงใจราษฎร์ ปราชญ์แห่งป่าและดิน” แสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพด้านการพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่ป่าและผืนดินของประเทศไทย ซึ่งเคยประสบปัญหาขั้นวิกฤติมาหลายทศวรรษ แต่สุดท้ายก็สามารถพลิกฟื้นแก้วิกฤติได้ด้วยโครงการในพระราชดำริของพระผู้ทรงเป็นพ่อของแผ่นดินไทย

เนื้อหาสาระของนิทรรศการนี้มิได้แค่เพียงมุ่งเน้นการเฉลิมพระเกียรติเท่านั้น แต่ยังมีวัตถุประสงค์สำคัญอีกประการคือ เพื่อให้ผู้ที่เข้าชมสามารถได้รับความรู้อย่างแท้จริง และสร้างแรงบันดาลใจ จนสามารถนำไปปฏิบัติให้เกิดผลจริงได้ในชีวิตประจำวัน

เมื่อเข้าชมนิทรรศการนี้แล้วจะได้ทราบอย่างชัดเจนว่า “พ่อ” ได้ทรงฟื้นฟูพัฒนาป่าและดินของไทยมาอย่างยาวนานโดยพระราชทานแนวพระราชดำริการปลูกป่าในใจคน ฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมด้วยวัฏจักรของธรรมชาติ การปลูกป่าทดแทน ป่าสามอย่าง-ประโยชน์สี่อย่าง การแก้ปัญหาดินเปรี้ยว ดินเค็ม ดินเสื่อมสภาพขาดสารอาหารสำหรับพืช เรื่องป่าพลุ และป่าชายเลน เป็นต้น

นิทรรศการนี้เปิดให้ชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. และขอเรียนให้ทราบว่า เมื่อคุณไปชมนิทรรศการ “ดวงใจราษฎร์ ปราชญ์แห่งป่าและดิน” แล้ว คุณก็ควรไปกราบถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระลานพระราชวังดุสิต ซึ่งทั้งนี้ คุณสามารถขอรับพวงมาลัยพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เพื่อนำไปกราบถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

OKMD เปิดสถาบัน YouTuber Academy แห่งแรกของไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296302

OKMD เปิดสถาบัน YouTuber Academy แห่งแรกของไทย

OKMD เปิดสถาบัน YouTuber Academy แห่งแรกของไทย

วันอาทิตย์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เพื่อสอดรับกับนโยบาย Thailand 4.0 และลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) สำนักนายกรัฐมนตรี หรือ OKMD จึงได้เปิดค่าย OKMD YouTuber Academy ขึ้นเป็นแห่งแรกของประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้าง Video Content Creator รุ่นใหม่ให้กับสังคม ในการสร้างสรรค์ช่อง YouTube ที่มีสาระ และเป็นการส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์กับเยาวชนในยุค Digital

โดยได้รับการสนับสนุนวิทยากรจาก YouTube Thailand คือ สิริลักษณ์ กิ่งก้าน Strategic Content Partnership Manager ที่ได้มาให้ความรู้กับน้องๆ เกี่ยวกับ Platform Value ของ YouTube และการสร้างช่อง YouTube ให้เกิดคุณค่าสูงสุดต่อตนเองและสังคม พร้อมด้วย YouTube ซุป’ตาร์ คือสาวน้อยร้อยล้านวิวน้องพลอยชมพู และน้องซาน แห่ง Sunbeary Channel ได้มาร่วมแชร์ประสบการณ์การสร้างช่อง YouTubeให้ได้รับความนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากวิทยากรชื่อดัง อ.เสกสรร เทิดสิริภัทร แห่งเว็บไซต์ เสกสรร ปั้น YouTube ที่มาสอนเทคนิคการเขียนบทการถ่ายทำ และการตัดต่อ Video Clip โดยให้น้องๆ แบ่งกลุ่ม และลงมือทำช่อง YouTube เข้าประกวดชิงรางวัล LED Ring Light จาก YouTube Thailand อีกด้วย

หนังสือเด่น : รู้จักคนรุ่นใหม่ ‘เจเนอเรชันแอลฟา’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296314

หนังสือเด่น : รู้จักคนรุ่นใหม่ ‘เจเนอเรชันแอลฟา’

หนังสือเด่น : รู้จักคนรุ่นใหม่ ‘เจเนอเรชันแอลฟา’

วันอาทิตย์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ในขณะที่สังคมไทยกำลังเพ่งมอง และให้ความสำคัญกับ สภาพสังคมผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มมากขึ้น แต่มีน้อยคนที่จับตามองถึง สถานภาพของประชากรในสังคมอีกกลุ่มหนึ่งที่เรียกกันว่า กลุ่มคนในเจเนอเรชันแอลฟา ซึ่งเป็นกลุ่มชนใหม่ ของสังคมไทยศตวรรษที่ 21

เจเนอเรชันแอลฟา คือ เด็กที่เกิดระหว่าง ค.ศ.2010-2025 หรือ พ.ศ. 2553-2568 เป็นเจเนอเรชันใหม่ของสังคม ในศตวรรษที่ 21 ที่จะได้รับประสบการณ์ร่วมไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีที่มีความเจริญก้าวหน้า ดังนั้นการจัดประสบการณ์และการศึกษาของเด็กในเจเนอเรชันนี้ จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนให้สอดรับกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปในศตวรรษที่ 21 แบบรู้เท่าทัน

หนังสือ “เจเนอเรชันแอลฟา : เจเนอเรชันใหม่ในสังคมไทยศตวรรษที่ 21” เขียนโดย “พัชราภา ตันติชูเวช” คือ หนังสือที่ได้พูดถึงการจัดประสบการณ์การเลี้ยงดูเด็ก การจัดกระบวนการทางการศึกษาให้เหมาะสมกับเด็กในเจเนอเรชันนี้ ไว้อย่างละเอียดและชัดเจน โดยผู้เขียนได้ปูพื้นฐานให้ผู้อ่านได้รู้จักเจเนอเรชันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเบบี้บูมเมอร์ เจเนอเรชันเอ็กซ์ เจเนอเรชันวาย เจเนอเรชันซี เพื่อให้เห็นภาพของการเปลี่ยนผ่านของคนในแต่ละเจเนอเรชัน ก่อนที่จะมาพบกับคนรุ่นใหม่ล่าสุด

ผู้เขียนกล่าวว่า การเลี้ยงดูเด็กในเจเนอเรชันแอลฟานั้น พ่อแม่ ถือเป็นบุคคลที่มีความสำคัญยิ่ง บทบาทของแม่ในยุคนี้จึงมีความแตกต่างไปจากเดิม บทบาทสำคัญคือการให้ความรัก การให้เวลา ทั้งในเชิงปริมาณ และคุณภาพ การเล่นกับลูกเป็นบทบาทสำคัญที่ส่งผลให้เกิดความผูกพัน ความไว้ใจ ก่อให้เกิดฐานของพีระมิดที่แข็งแรง โดยเฉพาะในช่วง 3 ปีแรกของเด็ก แม้เด็กยุคนี้จะเกิดมาพร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่ไม่มีเทคโนโลยีใดจะมาทดแทนการแสดงออกทางความรักและปริมาณเวลาที่พ่อแม่มีให้กับลูกได้ ผู้เขียนได้แบ่งประเภทของพ่อแม่ในแบบต่างๆ ที่มีการเลี้ยงดูที่ต่างกันไป ซึ่งจะสะท้อนภาพให้เห็นกลับมาที่ลูก อย่างเด่นชัด พร้อมนำเสนอวิธี เทคนิคการเลี้ยงดูเชิงบวกเพื่อให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัวไว้อีกด้วยนอกจากนี้โรงเรียนก็ต้องปรับเปลี่ยนบทบาทด้วย เพราะในศตวรรษที่ 21 นั้น ความรู้หาได้รอบตัว ความรู้อยู่เพียงปลายนิ้ว อยากรู้อะไรก็สามารถค้นหาได้จากแท็บเลต สมาร์ทโฟน แล้วการเรียนการสอนในเจเนอเรชันแอลฟาควรเป็นอย่างไร? หนังสือเล่มนี้จะบอกให้รับทราบไว้ทั้งหมด

หนังสือ “เจเนอเรชันแอลฟา : เจเนอเรชันใหม่ในสังคมไทยศตวรรษที่ 21” จึงเป็นหนังสือที่ พ่อแม่ หรือ ผู้ปกครองทั้งหลายควรได้รับรู้เป็นอย่างยิ่ง ราคาจำหน่ายเล่มละ 130 บาท จากสำนักพิมพ์จุฬาฯ

ร่วมค้นหาคำตอบ… ปัญหาของความรัก

การค้นหาคำตอบโดยการค้นหาที่สมุหฐาน

หนังสือ “รักของเราไม่เท่ากัน #ทวิตรัก” เขียนโดย ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ เนื้อเรื่อง เป็นเรื่องใน วงสนทนาปัญหาความรักที่มีจุดเริ่มต้นแลกเปลี่ยนทัศนะกันผ่านทวิตเตอร์ ตามมาด้วยเฟซบุ๊ก และขยายกว้างไปถึงการจัดเวทีพูดคุยกับผู้คนในหลายวาระตลอดร่วม 10 ปีที่ผ่านมา การพูดคุยเรื่องความรักในแบบ #ทวิตรัก ผู้แต่งได้ตอบปัญหาเกี่ยวกับความรักมากมาย พร้อมเปิดรับกับคำถามใหม่ๆ ที่มาพร้อมสถานการณ์ความรักที่เข้มข้นและซับซ้อนที่หลายๆ คนสงสัยและค้นหาคำตอบกันอยู่ทุกวัน ความรัก… ความสัมพันธ์… ที่หลายๆ คนพบเจอกันอยู่มากมาย แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถไขปัญหาหัวใจโดยย้อนเข้าไปสู่ต้นตอของปัญหานั้นได้อย่างแท้จริง จำหน่ายในราคาเล่มละ ราคา 230 บาท (220 หน้า)

ร็อกเกอร์หนุ่มถ่ายแบบกับเด็กน้อยผู้น่ารัก

พร้อมเปิดคอนโด 30 ล้าน ‘ใหม่ เจริญปุระ’

นิตยสารแพรว ดึงหนุ่มหล่อร็อกเกอร์และหนูน้อยน่ารักโคจรมาขึ้นปกร่วมกันเป็นครั้งแรก ระหว่าง โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ในฐานะทูตขององค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกและ น้องมะลิ-พาขวัญ สหวงษ์ จับคู่ทวีความน่ารักกับการถ่ายแฟชั่นร่วมกับน้องหมา 4 สายพันธุ์ เผยเบื้องหลังการถ่ายแฟชั่นที่สนุกปนฮากับการร่วมงานกับน้องมะลิ ซึ่งด้านแม่โบว์ก็มาช่วยเสริมถึงความน่ารักแสนซนของลูกสาวคนนี้ และพิเศษสุด! ครั้งแรกกับการเปิดคอนโดริมทะเลร่วม 30 ล้านของดีว่า ใหม่ เจริญปุระ เผยทุกมุมมองอาณาจักรส่วนตัวและไลฟ์สไตล์ยามพักผ่อนแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ราคาเล่มละ 100 บาท

สิ่งประดิษฐ์ ชีวิตเปลี่ยนที่โลกยอมรับ

36 งานที่เหมือนธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา

“สิ่งประดิษฐ์ ชีวิตเปลี่ยน” เป็นหนังสือที่รวบรวมและจัดลำดับสิ่งประดิษฐ์อันยิ่งใหญ่ ที่ส่งผลกระทบต่อมวลมนุษยชาติ ที่ดูเหมือนธรรมดา แต่ไม่ธรรมดาไว้ถึง 36 ชิ้น ทุกชิ้นล้วนมีอิทธิพลต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์มาจนถึงปัจจุบัน เพื่อเปิดมุมมองของผู้อ่านผ่านสิ่งของรอบตัว เขียนโดย “ทอม พิลบิน” แปลเป็นไทยโดย “ญาณิณี พจน์วิบูลย์ศิริ” โดยกล่าวถึงประวัติย่อของอุปกรณ์ต่างๆ ที่คุ้นเคยในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะทำให้ได้เห็นถึงสติปัญญาของเหล่านักคิด นักประดิษฐ์ทั้งที่มีชื่อเสียงและนิรนามทั้งหลาย ตลอดช่วงประวัติศาสตร์อันยาวนาน ซึ่งจะทำให้ผู้อ่านเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวิตมนุษย์เมื่อมีสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้เข้ามาในชีวิต จำหน่ายเล่มละ 200 บาท

กระตุ้นกำลังใจด้วยนิทานสำหรับเด็ก

ไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำข้อสอบให้ได้ผล

“ไม่ยากถ้าอยากทำข้อสอบได้” เป็นหนังสือการ์ตูนสำหรับเด็กเล็กที่ผู้เขียนต้องการสร้างขวัญและกำลังใจให้เด็กรับรู้ว่าการทำข้อสอบ หรือการแก้ไขอุปสรรคปัญหานั้นไม่ใช่เรื่องยาก โดยเขียนเป็นนิทานผูกกันเป็นเรื่องเป็นราวว่า มีเด็กหญิงคนหนึ่งเป็นโรคกลัวการสอบ เพราะสอบครั้งไรก็ได้คะแนนต่ำทุกครั้ง จนมาเจอกับเด็กลึกลับผู้หนึ่งที่สอนชี้แนะวิธีการที่ล้ำลึกให้เธอรับรู้ ทำให้เธอเกิดกำลังใจ และสามารถเอาชนะความกลัวในเรื่องการสอบได้ เขียนโดย Mo Yun – sook แปลเป็นไทยโดย พิริยาพร ค้าเจริญดี ราคาเล่มละ 148 บาท

คุณแหน : 8 ตุลาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296297

คุณแหน : 8 ตุลาคม 2560

คุณแหน : 8 ตุลาคม 2560

วันอาทิตย์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานเปิดงานพิธีพระราชทานรางวัล สมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี รางวัลคุณากร ครูยิ่งคุณ และครูขวัญศิษย์ ครั้งที่ ๒ ปี๒๕๖๐ พุธ ๑๑ ต.ค. เวลา ๐๘.๕๕ น. ณ เวิลด์บอลรูม ชั้น ๒๓ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์…

 

ll “ผมอยู่ทุกวันนี้ได้เพราะคนไทยส่วนใหญ่ยังรับในตัวผมได้ ทำให้มีกำลังใจในการทำงานต่อไป ส่วนจะอยู่ต่อไปอีกแค่ไหนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง การพัฒนาการเมืองเป็นไปตามโรดแมป ยังไง เราต้องเป็นประชาธิปไตย ปีหน้าได้ประกาศเลือกตั้งแน่นอน กฎหมายตามเวลาถ้าเสร็จ ประมาณปลายเดือน พ.ย. ๖๑”คำกล่าวของหัวหน้าคสช.และนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาขณะเยือนสหรัฐ ตามคำเชิญของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ …

ll คนกรุงได้ ผบช.น.คนใหม่นาม พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช แทนคนเก่า พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวรเริ่มงานด้วย ยกเลิกด่านกวดขันวินัยจราจรโดยเฉพาะสายหลักช่วง ๑๐.๐๐-๑๒.๐๐ น. ฝากให้กำลังใจทำงานเพื่อชาวกรุงโดยแท้จริง …

ll มาฟังโหร อดีตสว.ฉะเชิงเทรา บุญเลิศ ไพรินทร์ “อยากจะเตือนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เรื่องบริวารเป็นพิษ เพราะดาวบริวารคือดาวพฤหัสบดี จากราศีธนูวินาศไปปรากฏในราศีพฤษภราศีบริวาร คือบริวารด้านกฎหมาย การศึกษา ศาสนาและสาธารณสุข ซึ่งดาวพฤหัสบดีเป็นตัวแทนของอาชีพเหล่านั้นต้องระวังให้มาก พวกเขาได้นำและจะนำความผิดหวังและความเสียหายมาให้เจ้าชะตาได้ตลอดเวลา” เป็นสีสันไปอีกแบบหนึ่ง…

ll คนเก่งเรื่องเจ๊ทสกีนาม ธนภัทรวัตน์ โจสรรค์นุสนธิ์(โอปอ) ชนะเลิศรุ่นเจ๊ทสกีนั่งกึ่งอาชีพในการแข่งขันเจ๊ทสกีชิงแชมป์โลกเวิลด์ไฟนอล ๒๐๑๗ ณ สหรัฐอเมริกาพร้อมทีมไทยคว้า ๔ แชมป์ โลก กับ ๕ รองแชมป์โลก ฯลฯ…

ll คณบดีวิทยาดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล คนใหม่ได้รับการสรรหามีผลงานคอมโพสเซอร์ระดับโลก นาม ดร.ณรงค์ ปรางค์เจริญแทน ดร.สุกรี เจริญสุข อดีตคณบดีผู้ทำให้องค์กรนี้มีชื่อเสียงไประดับโลก คณะผู้สรรหาคงจะไม่ผิดหวัง…

ll อดีตนักพูดและวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการพูดจากหลักสูตรต่างๆ แถมเป็นนักโต้คารม มัธยมศึกษารุ่นที่ ๑ มานั่งในตำแหน่ง โฆษกศาลยุติธรรม จำชื่อไว้ให้ดี สุริยัณห์ หงษ์วิไล…ll

น้องโน้ต

ร้านYEAH! ร่วมน้อมรำลึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/296129

ร้านYEAH! ร่วมน้อมรำลึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่9

ร้านYEAH! ร่วมน้อมรำลึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวงรัชกาลที่9

วันเสาร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.10 น.

บริษัท อรสาสินทวี จำกัด ผู้นำเข้ารองเท้า PALLADIUM (พาลาเดี่ยม) แบรนด์ดังจากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งจัดจำหน่ายภายใต้ร้าน YEAH! (เย่ห์)  นำโดยผู้บริหาร คุณ ศิรินพร ตัณฑุลวิสุทธิ์  กรรมการผู้จัดการ พร้อมคณะตัวแทนจากร้าน YEAH! (เย่ห์)  ร่วมกันถ่ายภาพเพื่อน้อมรำลึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่9)

นับเป็นกิจกรรมที่ทรงคุณค่าครั้งสำคัญที่ร้าน YEAH! (เย่ห์) ได้จัดถ่ายภาพเพื่อน้อมรำลึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่9) โดยครั้งนี้ได้นำ พระบรมรูปที่ชื่อว่า “ทรงงาน” เสมือนจริงขนาด 60 เซนติเมตร ตามที่พสนิกรคนไทยคุ้นเคยและเห็นเป็นประจำถึงพระจริยวัตรของพระองค์ท่านเวลาทรงงานทีจะต้องมีสิ่งของประจำพระองค์คือ กล้องถ่ายภาพ แผนที่ ทรงสูทฉลองพระองค์ และ รองเท้าบูทแบรนด์ PALLADIUM (พาลาเดี่ยม) รุ่นพิเศษหัวเป็นยาง มีหนังหุ้มด้านข้าง ที่ทรงโปรดไว้เสร็จฯทรงงานในแต่ละพื้นที่ โดยรูปหล่อเสมือนจริงนี้เป็นผลงานฝีมือของประติมากร คุณ กิตติชัย ตรีรัตน์วิชชา

โดยครั้งนี้เหล่าคณะตัวแทนได้เดินทางมารวมตัวกันตั้งแต่เวลา 08.00 น. และร่วมใจกันก้มกราบสักการะพระบรมรูปหล่อปั้นเสมือนจริง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่9) ขนาดความสูง 2 เมตร 30 เซนติเมตร ในสูทฉลองพระองค์ พร้อมเพรียงกันในเวลา 09:09 น.  เพื่อแสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ณ บริเวณลาน สวนสุขภาพ คลองลัดโพธิ์ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ