เปิดตัวแหวนเพชร‘ออโรร่า ไดมอนด์ เผยเคล็ดลับการเลือกซื้อเพชรสำหรับมือใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370709

เปิดตัวแหวนเพชร‘ออโรร่า ไดมอนด์ เผยเคล็ดลับการเลือกซื้อเพชรสำหรับมือใหม่

เปิดตัวแหวนเพชร‘ออโรร่า ไดมอนด์ เผยเคล็ดลับการเลือกซื้อเพชรสำหรับมือใหม่

วันพุธ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ไม่ว่ากี่ยุคสมัยเพชรก็ยังคงเป็นอัญมณีอันแสนล้ำค่าที่เหล่าหญิงสาวล้วนอยากมีไว้ในครอบครองเพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าเพชรนั้นสามารถช่วยเติมเต็มลุคให้ดูหรูหรา สง่างาม และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ที่สวมใส่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเครื่องประดับยอดนิยมสำหรับผู้หญิงยุคใหม่นั้นก็คือ “แหวนเพชร” เพราะสวมใส่ได้ง่าย สามารถใส่ได้ทั้งในชีวิตประจำวัน รวมถึงเวลาออกงานในโอกาสสำคัญต่างๆ และเมื่อใกล้เข้าสู่ช่วงปลายปีเช่นนี้ หลายคนก็คงอยากซื้อเพชรเพื่อมอบเป็นรางวัลให้กับตัวเอง หลังจากที่เหนื่อยกับการทำงานมาตลอดทั้งปี

ล่าสุด ลภัสรดา ฤติวรางค์กูรผู้อำนวยการธุรกิจเพชรแบรนด์ “ออโรร่าไดมอนด์’ (AURORA Diamond) จึงได้แนะนำเคล็ดลับการเลือกเพชรสำหรับมือใหม่ พร้อมเปิดตัวแหวนเพชรคอลเลคชั่น “สปาร์คเกิ้ล” (Sparkle) ที่ได้บรรจงคัดสรรเพชรสวยหายากซึ่งมีแค่ 2% ของเพชรในโลกจากเพชร “ดิ อัลติเมท เลิฟ” (The Ultimate Love) ของทางแบรนด์ มาดีไซน์อย่างสวยสง่าที่สามารถสวมใส่ได้กับทุกลุค

ลภัสรดา ฤติวรางค์กูร แนะนำเคล็ดลับการเลือกซื้อเพชรตามแบบฉบับของผู้หญิงยุคใหม่ว่า “สำหรับผู้หญิงที่กำลังเริ่มวางแผนจะซื้อเครื่องประดับเพชรให้กับตัวเอง สิ่งสำคัญอย่างแรกเลยก็คือเราควรมีงบประมาณในใจก่อน เพราะเพชรนั้นมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน เมื่อมีงบในใจแล้วก็ควรเลือกซื้อจากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือเครื่องประดับดีไซน์มีความทันสมัย สามารถสวมใส่ได้ง่ายในชีวิตประจำวัน และที่สำคัญต้องมีใบรับประกันคุณภาพสินค้า พร้อมใบรับรองคุณภาพเพชรรวมถึงตัวแบรนด์มีบริการหลังการขายที่ดี แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องมีความรู้เรื่องการดูเพชรด้วยเช่นกัน”

โดยข้อควรรู้พื้นฐานก่อนการตัดสินใจซื้อเพชรที่สาวๆ ควรรู้นั้นมีพื้นฐานอยู่ 4 ประการด้วยกัน หรือเรียกว่า 4 Cs เพราะความแตกต่างของราคาเพชรนั้นจะขึ้นอยู่กับปัจจัยเหล่านี้ด้วย

เริ่มจาก สีของเพชร (Color) ระดับสีของเพชรนั้นจะถูกแบ่งตามตัวอักษรภาษาอังกฤษที่เริ่มตั้งแต่ D Color ซึ่งเทียบเท่ากับน้ำ 100 จะเป็นสีที่ขาวใส ไม่มีสีอื่นเจือปน ไปจนถึง Z Color คือสีที่ค่อนข้างเหลือง ฉะนั้นเพชรที่สีขาวใสก็จะมีมูลค่าสูงกว่าโดยความขาวของเพชรนั้นสามารถดูได้ด้วยตาเปล่า ด้วยเทคนิคง่ายๆ คือให้วางเพชรลงบนกระดาษสีขาว จะช่วยให้เห็นสีของเพชรได้ง่ายขึ้น

ต่อมาที่ ระดับความสะอาดของเพชร (Clarity) มีตั้งแต่เพชรที่สะอาดหมดจดไม่มีตำหนิเลย ไปจนถึงมีตำหนิมาก ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อราคา โดยเพชรที่ไม่มีตำหนิเลยนั้น จะเป็นเพชรที่มีราคาค่อนข้างสูงแต่หากมีตำหนิเพียงเล็กน้อย ส่วนใหญ่ก็จะพบอยู่ในเนื้อเพชร ซึ่งหากจะให้ดีควรเลือกเพชรที่มีตำหนิเป็นสีขาวเพราะจะทำให้มองเห็นได้ยาก โดยระดับความสะอาดที่นิยมของเพชรในเมืองไทยจะเป็นเพชรมีตำหนิที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เพราะจะราคาไม่สูงมากและคุ้มค่ากับการลงทุน

การเจียระไน (Cut) อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของการเลือกเพชรนั้นก็คือสัดส่วนการเจียระไน ซึ่งจะส่งผลต่อความสวยงามและการเล่นแสงของไฟ โดยรูปทรงที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือเพชรทรงกลมเนื่องจากเมื่อเจียระไนออกมาแล้วจะสวยและเล่นไฟวิบวับที่สุด

และ น้ำหนักเพชร (Carat Weight)ซึ่งหน่วยที่ใช้ในการชั่งน้ำหนักเพชรคือ “กะรัต”เป็นปัจจัยสำคัญที่จะมีผลต่อราคาของเพชร เพราะเพชรที่มีขนาดใหญ่ ราคาก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าเป็นเพชรที่มีน้ำหนักเท่ากันก็ต้องพิจารณาจากปัจจัยข้างต้นประกอบไปด้วย

นอกจากนี้เธอยังแนะนำแหวนเพชรคอลเลคชั่น “สปาร์คเกิ้ล”(Sparkle) จากแบรนด์ “ออโรร่า ไดมอนด์”(AURORA Diamond) นั้นเป็นแหวนที่เหมาะสำหรับผู้หญิงยุคใหม่ด้วยดีไซน์ที่สวมใส่ได้ทุกวัน โดยทีมดีไซน์ได้เลือกใช้เพชรจาก “ดิ อัลติเมท เลิฟ” (The Ultimate Love) ของทางแบรนด์ ซึ่งมีสถาบัน Sarine รับรองว่าเพชรเปล่งประกายงดงามเล่นแสงไฟสวยที่สุดในระดับ Ultimate light performance โดยสามารถมองเห็นความงดงามระยิบระยับได้ด้วยตาเปล่า ซึ่งประดับบนตัวเรือนที่ดีไซน์ขึ้นมาผสานนวัตกรรมการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีการตัดเหลี่ยมของเนื้อทองบริเวณหน้าเพชร ให้มีลักษณะคล้ายกับเหลี่ยมเพชร เพื่อเพิ่มการเปล่งประกาย ส่งผลให้เพชรเม็ดยอดดูมีขนาดใหญ่และโดดเด่นมากยิ่งขึ้น ด้วยฝีมือการเจียระไนเพชรสุดพิถีพิถันเพื่อให้ได้เพชรในรูปทรงคลาสสิกอย่างทรงกลม ที่มีความงดงามอย่างสมบูรณ์แบบ และเปล่งประกายแวววาวในทุกองศาบนดีไซน์ของตัวเรือนที่ทำจากทองคำแท้ ซึ่งมีทั้งหมด 2 โทนสีด้วยกัน ได้แก่ เยลโล่ โกลด์ (Yellow gold) และไวท์ โกลด์ (White gold) เพิ่มความสวยสง่าด้วยการประดับเพชรเม็ดเล็กเรียงกันตรงบริเวณตัวเรือน ซึ่งมาในราคาที่เอื้อมถึง หน้าเพชรใหญ่เทียบเท่าขนาด 0.50 กะรัต และ 1.00 กะรัต ราคาเริ่มต้นเพียง 37,900 บาท ซึ่งสามารถสร้างความโดดเด่นบนนิ้วอันเรียวยาวของหญิงสาวผู้สวมใส่ได้อย่างน่าจดจำ

ลภัสรดา ฤติวรางค์กูร

ลภัสรดา ฤติวรางค์กูร

‘เต้ย’งัดสารพันหน้า ฉะ‘เคน-ธีรเดช’ใน…มีเพียงรัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370727

‘เต้ย’งัดสารพันหน้า ฉะ‘เคน-ธีรเดช’ใน...มีเพียงรัก

‘เต้ย’งัดสารพันหน้า ฉะ‘เคน-ธีรเดช’ใน…มีเพียงรัก

วันพุธ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ได้เวลาตัวพ่อ “เคน-ธีรเดช” ทวงบังลังก์พระเอกซุป’ตาร์โปรยเสน่ห์ผ่านหน้าจอกันบ้าง โดยคัมแบ๊กคราวนี้ ขอเสิร์ฟความสนุกหวานใส ผ่านบทประพันธ์ “กิ่งฉัตร” บทโทรทัศน์ “กัลยาณมิตร”ในละครเรื่อง “มีเพียงรัก” สังกัด ค่ายซิติเซ่น เคน โดยผู้จัดฯ หน่อย-บุษกร วงศ์พัวพันธ์ ที่มอบหน้าที่ให้ กฤษฎา เตชะนิโลบล รับหน้าที่กำกับการแสดง จ่อออนแอร์ทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.20 น.ช่อง 3 เริ่ม 21 ตุลาคมนี้

“มีเพียงรัก” เล่าเรื่องของ “เจ้าขา” (เต้ย-จรินทร์พรจุนเกียรติ) นักสืบออนไลน์สาวเนิร์ด เจ้าของเพจดัง “Moon Secret” ผู้หมกมุ่นกับการขุดคุ้ยเรื่องของคนอื่นจนเป็นที่ยอมรับในโลกโซเชียลมีเดีย จับพลัดจับผลูต้องมาสืบประวัติ “ธนดล” (เคน-ธีรเดชวงศ์พัวพันธ์) เพลย์บอยรุ่นใหญ่สายเปย์สุด Cool…โลกของ “เจ้าขา” และ “ธนดล” ต่างกันสุดขั้ว แต่ต้องมาเจอกันเพราะความคิดสุดพิสดารของ “ธีรดา” (คริสซี่-กฤษณ์สิรี สุขสวัสดิ์) น้องสาวโลกสวยสุดขอบที่ต้องการจับคู่ให้พี่ชาย ทำให้เจ้าขาต้องควบตำแหน่ง “นักสืบ” และ “Match Maker” จำเป็น

คนสองคนที่ไม่คิดว่าโลกแห่งการสร้างภาพและการหลอกลวง จะยังคงมี “รักแท้” แทรกตัวอยู่อย่างลึกลับ รักแท้ที่ต้องใช้หัวใจค้นหา และแลกมาด้วยความจริงใจ แต่กว่าจะได้รักมานั้น ต้องอลหม่าน
ปวดหัวแค่ไหน!? หน่อย-บุษกร การันตีความเพลียใจ อุ๊ปส์!! สนุกสนาน เบาสมอง และอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะเพื่อผู้ชม

ร่วมด้วยนักแสดงคุณภาพอีกเพียบ อาทิ หญิง-รฐา โพธิ์งาม, เค้ก-นัทธวัชร์ แก้วบัวสาย, ตุ๊ก-ดวงตา ตุงคะมณี, จ๊อบ-นิธิ สมุทรโคจร,แอร์-ภัณฑิรา ฟูกลิ่น, มิค-บรมวุฒิ หิรัญยัษฐิติ, ตุ๊ก-ชนกวนันท์ รักชีพ, เอ-อนันต์ บุนนาค, แจ๊ค-เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์ ฯลฯ

คุณแหน : 17 ตุลาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370725

คุณแหน : 17 ตุลาคม 2561

วันพุธ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll วิภาศิริ มะกรสาร นายกสมาคมสตรีไทยดีเด่นแห่งชาติ เชิญชวนร่วมทำบุญเป็นเจ้าภาพถวายกฐิน ณ พุทธวิหารอ๊อกซฟอร์ดสหราชอาณาจักร เพื่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมนานาชาติ ณ เซนต์เบรียเวลล์ เมืองซิดนีย์โดยมี พระครูสุตพุทธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม กรุงลอนดอน เป็นพระธรรมเทศนาภาษาไทย และพระ ดร.คำหมาย ธัมมสามิเจ้าอาวาสวัดพุทธวิหารอ๊อกซฟอร์ด เป็นพระธรรมเทศนาภาษาอังกฤษ 4 พ.ย.สอบถาม 089-9211555…

ll สุรินทร์ โกสิยางกูร ประธานจัดงาน เชิญ อ.พรพรหม ชัยฉัตรพรสุข ผอ.รร.สาธิตจุฬาฯ รองคณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์งาน“23 ตุลา น้อมระลึกสมเด็จพระปิยมหาราช”ปีที่ 25 ที่พระอุโบสถวัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร 23 ต.ค.10.00  น. โดยมี พระเทพวิมลมุนี เจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม เป็นประธานคณะสงฆ์…

ll นพ.เอกเทศ ชันซื่อ นำทีมแพทย์จาก TRSC ไปกรุงเวียนนา ออสเตรีย เพื่อร่วมยินดีกับ พญ.สุกานดา สวัสดิบุตรรับรางวัล STAAR Toric ICL 500 lens userซึ่งเป็นจักษุแพทย์คนไทยของประเทศที่ผ่าตัดเลนส์เสริมมากที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ในงานThe 36th Congress of the EuropeanSociety of Cataract and Refractive Surgeous(ESCRS)…

ll ปรีญาณี สุพุทธิพงศ์ แห่งกลุ่มบ.นานมี ชวนเด็กๆ ร่วมประกวดภาพวาด “ฮอร์สอะวอร์ด ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี”รังสรรค์ผลงาน“ธรรมชาติ พฤกษา พนาลี” รีบส่งด่วน http://www.nanmee.com…

llศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง,ผศ.พญ.สุวิรากร โอภาสวงศ์,ภัทธิรา หาญสกุล และเพื่อนๆ เลี้ยงยินดีกับ ทพญ.มณหทัย คงอุไร ที่ลูกชายทั้ง 2 ภัทร บัญญัติปิยพจน์ จบ Columbia Business School มาทำงานที่ฮ่องกง และณัฐดนัย บัญญัติปิยพจน์ จบ Columbia University ย้ายที่ทำงานจากนิวยอร์กมาที่สิงคโปร์…งานนี้เพื่อนคุณแม่ตีปีกพึ่บพั่บเตรียมตามไปเยี่ยมพร้อมช็อปปิ้งด้วย…

llพลตรีหญิงคุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ประธานสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ จะอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานไปทอดถวาย ณ วัดอัมพวันเจติยารามอ.อัมพวา สมุทรสงคราม 4 พ.ย. 14.00  น. …

llอัญรัตน์ พรประกฤต จัดงาน Jubille LoveAlive เปิดตัวแหวนเพชรแต่งงานเทคโนโลยีสุดล้ำที่ช่วยเก็บความทรงจำแห่งรักให้อยู่คู่แหวนเป็นครั้งแรกในโลก 20 ต.ค. 14.00 น. ลานอีเดนเซ็นทรัลเวิลด์…

ll น้ำหนักที่ค่อยๆ ลดลงอย่างต่อเนื่องหลังจากขึ้นไปสูงสุดในชีวิตด้วยโรคตับอักเสบและกินยาสเตียรอยด์ ของ อุษณีย์ วรวงศ์วสุ เป็นผลมาจากหลายเหตุผล ทั้งความเคร่งครัดมีวินัย เพลิดเพลินกับการทำอาหารคลีนจากธรรมชาติ ลดละยาปฏิชีวนะทั้งหลาย รวมถึงเลิกรับทานอาหารนอกบ้านที่ปรุงแต่งผงชูรส…ส่วนงานศิลป์ที่ชอบทำให้ได้ฝึกสมาธิจากงานปักและเย็บผ้าด้วยมือที่มีความสุขเพิ่มเติมจากงานวาดรูปที่จัดโชว์ในห้องภาพส่วนตัว TeaRose Gallery By Usanee ที่เขาใหญ่และหัวหิน…ll

น้อง

ปัญหาโรคกระดูกสันหลัง ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370683

ปัญหาโรคกระดูกสันหลัง ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ

ปัญหาโรคกระดูกสันหลัง ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ

วันพุธ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ปัญหากระดูกสันหลังไม่ใช่เรื่องเล็ก หากมีอาการปวดหลังเพียงไม่นานแล้วหายได้จากการดูแลตัวเองคงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่ถ้าปวดหลังเรื้อรังเป็นเวลานานและรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอาการจากโรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท หรือโพรงประสาทตีบแคบทับเส้นประสาท รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันจนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจวินิจฉัยกับแพทย์ด้านกระดูกสันหลัง

นายแพทย์สาริจฉ์ ศรีสุภาพ ผู้อำนวยการสถาบันโรคกระดูกสันหลังกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวถึงปัญหาของโรคกระดูกสันหลังว่า แนวโน้มการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บกระดูกสันหลังของคนไทยมีเพิ่มขึ้น เพราะไม่ว่าจะอยู่ในวัยทำงานหรือวัยกลางคน ก็สามารถพบปัญหาโรคหมอนรองกระดูกสันหลัง เคลื่อนกดทับเส้นประสาทได้ จากการใช้ชีวิตประจำวันของคนในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวในท่าที่ไม่ถูกต้อง การนั่งทำงานในท่าเดิมเป็นเวลานานๆ การยกของที่หนัก การก้มหรือบิดเอี้ยวตัวผิดท่า รวมทั้งการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาหรืออุบัติเหตุ ทำให้เกิดอาการปวดเฉียบพลันและรุนแรง จนไม่สามารถลุกเดินหรือช่วยเหลือตัวเองได้ อาการปวดที่รุนแรงไม่ได้บ่งชี้ว่าต้องผ่าตัดเสมอไป โดยส่วนใหญ่โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทมีวิธีการรักษาให้หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

และด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์จึงมีหลายทางเลือกในการรักษาโรคทางกระดูกสันหลังแก่ผู้ป่วยมากขึ้น ประกอบด้วย 1.การรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด (Non Operative Treatment) เป็นการรักษาด้วยวิธีการทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยฟื้นคืนความแข็งแรงและความสามารถในการเคลื่อนไหว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตของคนไข้ รวมถึงการให้ยาเพื่อบรรเทาอาการปวดและลดการอักเสบของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น ซึ่งการรักษาด้วยวิธีนี้ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์เป็นสำคัญ หากอาการต่างๆ ยังไม่ทุเลาลง จึงค่อยทำการรักษาขั้นถัดไป

2.วิธีระงับความปวด (Spinal Intervention) ตัวช่วยในการวินิจฉัยหาต้นเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา (Pain Intervention) และเป็นเครื่องมือสำคัญในการกำหนดตำแหน่งของความปวดหากต้องเข้ารับการผ่าตัด ช่วยให้แพทย์ผ่าตัดทราบบริเวณที่จะผ่าได้จำเพาะเจาะจงมากขึ้น และไม่ต้องผ่าตัดกว้างเกินความจำเป็น ถ้าคนไข้มีอาการปวดหลัง อันดับแรกแพทย์ต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าจุดกำเนิดหรือสาเหตุของความปวดมาจากอะไร การใช้ยารับประทานเพื่อแก้ปวดอาจช่วยทุเลาอาการได้ แต่หากสาเหตุของอาการปวดยังคงอยู่ อาการปวดก็จะกลับมาอีก ซึ่งคนไข้แต่ละคนอาจให้คำจำกัดความของอาการปวดที่แตกต่างกัน แพทย์จึงต้องรับฟังและนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์เพื่อประกอบการวินิจฉัยให้กับผู้ป่วยแต่ละราย การดูเพียงภาพจากรังสีวินิจฉัยอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ Pain Intervention จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยวินิจฉัย เพื่อหาตำแหน่งเส้นประสาทและระดับของกระดูกสันหลังที่มีปัญหาแล้วเริ่มต้นรักษา อาทิ การฉีดยาลดการอักเสบแบบตรงจุด หรือใช้การจี้เส้นประสาทด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง ถ้าการฉีดยายังไม่ได้ผลจึงจะพิจารณาเรื่องการผ่าตัดเพื่อช่วยบรรเทาอาการให้ทุเลาลง

3.การผ่าตัดกระดูกสันหลังแผลเล็ก (Minimally Invasive Spine Surgery :MISS) เป็นเทคโนโลยีการผ่าตัดแผลเล็กที่ช่วยให้คนไข้เสียเลือดน้อย ลดการทำลายโครงสร้างกระดูกสันหลัง เนื้อเยื่อข้างเคียงบาดเจ็บน้อยลง ช่วยให้การฟื้นตัวเร็วขึ้นกว่าการผ่าตัดเปิดแผลกว้าง ประกอบด้วย 3 วิธี 1) Microscopic Discectomy เป็นการผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็กแบบมาตรฐานด้วยกล้องจุลทรรศน์ (Microscope) ที่มีกำลังขยายมากกว่าปกติ 20-100 เท่า ทำให้ศัลยแพทย์มองเห็นรายละเอียด เส้นประสาท และพยาธิสภาพที่ต้องการแก้ไขได้ชัดเจนโดยใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ โอ-อาร์ม (O-ARM) เก็บข้อมูลเอกซเรย์สามมิติ และระบบนำวิถี (Stealth Navigation System) ซึ่งจะนำข้อมูลที่ได้จากโอ-อาร์มมาช่วยให้ศัลยแพทย์ประเมินระยะที่สามารถเข้าถึงบริเวณที่ต้องการผ่าตัดได้ในระดับมิลลิเมตร จึงช่วยให้ศัลยแพทย์กระดูกสันหลังผ่าตัดได้แม่นยำยิ่งขึ้น เมื่อใช้ร่วมกับเครื่องติดตามการทำงานของระบบประสาทขณะผ่าตัด (Intraoperative Neurological Monitoring-IOM) ป้องกันเส้นประสาทบาดเจ็บขณะผ่าตัด จึงช่วยให้สามารถผ่าตัดในจุดที่ต้องการได้มีประสิทธิภาพ แผลมีขนาดเล็กประมาณ 2-3 เซนติเมตร
ผู้ป่วยที่เหมาะกับการผ่าตัดด้วยเทคโนโลยี Microscopic Discectomy ได้แก่ ผู้ป่วยโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทในคนวัยทำงาน ผู้ป่วยโพรงประสาทตีบแคบทับเส้นประสาทจากภาวะเสื่อมของกระดูกสันหลังข้อต่อ และหมอนรองกระดูกสันหลังในผู้สูงอายุ เป็นต้น

2) Microendoscopic Discectomy เป็นการผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก โดยใช้ท่อโลหะขยายทางเข้าของช่องทางผ่าตัด จากนั้นส่องกล้องเข้าไปในโพรงแผลที่มีขนาดเล็กเพื่อเข้าไปผ่าตัดในตำแหน่งที่ต้องการ วิธีนี้แผลผ่าตัดมีขนาด 0.5-2 ซม. ลดการทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียงโดยไม่จำเป็น และต้องอาศัยแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์

3) Endoscopic Discectomy เป็นการผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็กด้วยกล้องเอ็นโดสโคป (Endoscope) แผลผ่าตัดมีขนาดประมาณ 0.8 เซนติเมตรผ่านท่อขนาดเล็กเพียงแผลเดียว (Single Port) มีการใช้คลื่นความถี่วิทยุช่วยจี้หยุดเลือดขณะศัลยแพทย์ผ่าตัด โดยมองผ่านจอภาพแสดงผลเห็นความผิดปกติได้อย่างชัดเจน ช่วยให้ใช้เวลาในการผ่าตัดสั้นลง ผ่าตัดรักษาแก้ปัญหาได้ตรงตามตำแหน่งที่ต้องการ วิธีนี้ช่วยให้กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อโดยรอบบาดเจ็บน้อย เสียเลือดน้อย ลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคแทรกซ้อน ฟื้นตัวเร็ว แต่ยังมีข้อจำกัดในการผ่าตัดที่ทำได้ในพื้นที่จำกัด ไม่เหมาะที่จะทำในคนไข้ที่มีกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทหลายๆ ข้อ หรือภาวะกระดูกสันหลังไม่มั่นคง เป็นต้น

สถาบันโรคกระดูกสันหลังกรุงเทพ คำนึงถึงผู้ป่วยเป็นสำคัญ เน้นการทำงานร่วมกันเป็นทีม โดยผู้ป่วย ญาติ และแพทย์คือทีมเดียวกัน ทุกคนมีส่วนร่วมในการรับรู้รายละเอียดในการรักษา การตัดสินใจเลือกแนวทางการรักษา การวางแผนตั้งแต่ก่อนและหลังการผ่าตัดร่วมกันที่สำคัญคือ การให้ข้อมูลแก่คนไข้และญาติก่อนผ่าตัด การผ่าตัดมีความเสี่ยงอย่างไรและจะแก้ไขความเสี่ยงนั้นได้อย่างไร รวมถึงวิธีปฏิบัติตัวของคนไข้เพื่อให้การรักษาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Centerโทร.1719

บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018 สุขสะพรั่ง พลังอาร์ต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370726

บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018 สุขสะพรั่ง พลังอาร์ต

บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018 สุขสะพรั่ง พลังอาร์ต

วันพุธ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สิ้นสุดการรอคอยของสายอาร์ต ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ สนับสนุนการจัดงาน“บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018” นำเสนอภายใต้แนวคิด “สุขสะพรั่ง พลังอาร์ต” ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 ณ ควอเทียร์พาร์ค ชั้น M และควอเทียร์ อเวนิว ชั้น G ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์

ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ในนามประธานอำนวยการและผู้อำนวยการศิลป์ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ เผยว่า งานบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ จัดขึ้นในทุกๆ 2 ปี และทีมภัณฑารักษ์จากไทยและต่างประเทศ คัดสรรงานศิลปะร่วมสมัยหลากหลายแขนงมาจัดแสดง ด้วยการนำผลงานศิลปะร่วมสมัยกว่า 200 ผลงาน จากของ 75 ศิลปินชั้นนำระดับโลกจาก 33 ประเทศ ณ สถานที่สำคัญ 20 แห่งในกรุงเทพมหานคร ในระยะเวลา 4 เดือน

หนึ่งในแลนด์มาร์คจัดแสดงผลงาน นั่นคือ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ สถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์ ซึ่ง นายมนาเทศ อันนวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ กล่าวว่า ในฐานะที่เราเป็นศูนย์กลางแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ระดับโลกใจกลางสุขุมวิท มีแบรนด์ชั้นนำมากมายที่รองรับทั้งลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมไปถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากทั่วโลก การสนับสนุนการจัดแสดงผลงานนี้จะทำให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ชาวต่างชาติแวะเวียนกันมาสำรวจและสัมผัสความสุขผ่านงานศิลปะ ถือเป็นงานที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม

นอกเหนือจากจะมีนักท่องเที่ยวแล้วยังมีนักสะสมงานศิลปะ ภัณฑารักษ์ ศิลปิน เครือข่ายศิลปะทั่วโลกมาร่วมงานจำนวนมาก เป็นมิติแตกต่างจากงานเบียนนาเล่ทั่วไป ผู้ร่วมงานจะได้เห็นมรดกศิลปวัฒนธรรมไทยควบคู่กับงานศิลปะร่วมสมัยโดย ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ได้รับเกียรติในการจัดแสดงผลงานของ ชเว จอง ฮวา ศิลปินร่วมสมัยดีไซเนอร์ และผู้นำเทรนด์ จากสาธารณรัฐเกาหลีใต้ ผู้มีรางวัลการันตีฝีมือมากมาย โดดเด่นในเรื่องการเล่นกับพื้นที่และการใช้รูปทรงชิ้นงานขนาดใหญ่ที่ชวนให้มองตั้งแต่ระยะไกลงาน จัดแสดง 2 ชิ้นงานประติมากรรม HAPPY HAPPY PROJECT 2018 : Inflatable Flower (Orange) จัดแสดงระหว่างวันที่ 16-21 ตุลาคม 2561และ HAPPY HAPPY PROJECT 2018 : Inflatable Robot (Black) จัดแสดงระหว่างวันที่ 22-30 ตุลาคม 2561 ณ บริเวณควอเทียร์ พาร์ค ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์

นอกจากนี้ จะมีผลงานการสร้างสรรค์ของศิลปินไทย สนิทัศน์ ประดิษฐ์ทัศนีย์ ศิลปินที่ทำงานออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม ควบคู่ไปกับการทำงานศิลปะสเกลใหญ่ ในครั้งนี้เธอนำจัดแสดงศิลปะกลางแจ้ง Equilibrium ผลงานศิลปะจัดวางตุ๊กตาเป่าลมล้มลุกลวดลายเหมือนเครื่องเคลือบลายครามที่จัดวาง ณ บริเวณควอเทียร์ อเวนิว ชั้น G ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ระหว่างวันที่ 1-7 พฤศจิกายน 2561

วิศุทธิ์ พรนิมิตร ศิลปินการ์ตูนระดับโลก เจ้าของคาแร็กเตอร์สุดน่ารัก เด็กหญิงมะม่วง สำหรับงานนี้จะพามะม่วงพร้อมเพื่อนสี่ขา มะนาวมาโลดแล่นในรูปแบบของการ์ตูนแอนิเมชั่นระหว่างวันที่ 19 ตุลาคม 2561 ไปจนถึงวันที่3 กุมภาพันธ์ 2562

ท้ายสุด กวิตา วัฒนะชยังกูร ศิลปินหญิงดาวรุ่ง ที่ใช้ศิลปะ วีดีโอ อาร์ต เธอใช้ร่างกายของเธอเองเข้าไปแทนที่เครื่องใช้ในบ้านต่างๆ ด้วยการสื่อสารแบบเล่นจริง การใช้ สีสันจัดจ้าน ผลงานของกวิตาได้รับการยอมรับและถูกแสดงในเทศกาลศิลปะทั่วโลก สำหรับ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ครั้งนี้ กวิตามาพร้อมกับผลงานวีดีโอ อาร์ตชุดใหม่ล่าสุดของเธอ ระหว่างวันที่ 19 ตุลาคม 2561ไปจนถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562

ติดตามข่าวสารและตารางกิจกรรมของเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติครั้งนี้เพิ่มเติมได้ทาง www.facebook.com/Bkkartbiennale หรือทาง www.bkkartbiennale.com

นิตยสารสุดสัปดาห์ มอบรางวัลสุดยอดไอเท็มความงามแห่งปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370707

นิตยสารสุดสัปดาห์ มอบรางวัลสุดยอดไอเท็มความงามแห่งปี

นิตยสารสุดสัปดาห์ มอบรางวัลสุดยอดไอเท็มความงามแห่งปี

วันพุธ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ลักขณา คมคาย มอบรางวัลให้กับ เนตรนพิศ รุ่งธนเกียรติ จากแบรนด์ bloss

หลังจากผ่านการเลือกเฟ้นค้นหาสุดยอดผลิตภัณฑ์ความงามที่ครองใจสาวไทยกันอย่างเข้มข้น ล่าสุด นิตยสารสุดสัปดาห์ จัดงานมอบรางวัล “สุดสัปดาห์ Beauty Awards 2018”ให้กับบรรดาบิวตี้แบรนด์ดังมากถึง 50 รางวัล โดยมี ลักขณา คมคาย บรรณาธิการอำนวยการนิตยสารสุดสัปดาห์ เป็นผู้มอบรางวัล พร้อมด้วย มณเฑียร ศิริพงศ์ปรีดา,ดุจฤทัย ศานติวงศ์สกุล, ฮั้ว-กานต์นิพัทธ์ สนั่นวงศ์, แพท-นิธิภรณ์ เลิศนิติวงศ์ และ ไอซ์-ภาวิดา ภาควิวรรธ ร่วมแสดงความยินดี ณ The Botanical House Bangkok

ลักขณา คมคาย บรรณาธิการอำนวยการนิตยสารสุดสัปดาห์ เผยว่า “สำหรับการเฟ้นหาสุดยอดไอเท็มความงามของ “สุดสัปดาห์ Beauty Awards 2018” ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 แล้ว เพื่อค้นหาแบรนด์เครื่องสำอางที่ “ดีที่สุดเริ่ดที่สุด ปังที่สุด” แห่งปี มาอัพเดทให้สาวกบิวตี้ได้ติดตามกัน โดยปีที่ผ่านมานิตยสารสุดสัปดาห์ได้มีการสร้างสรรค์เนื้อหาหลากรูปแบบเพื่อให้ตอบโจทย์กับผู้หญิงยุคใหม่อย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งเนื้อหาในนิตยสารที่รวบรวบเรื่องราวด้านบันเทิง แฟชั่น ความงามทั้งไทยและต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการรุกหนักคอนเทนต์ทางออนไลน์โดยสำหรับด้านความงามได้มีการแนะนำไอเท็มสุดฮอต บิวตี้ทิปส์ และเทรนด์ต่างๆ นอกจากนี้ยังมีคลิปวีดีโอรายการบิวตี้วัยใส, รีวิวพลีชีพ และ I Love Sudsapda ผ่านทางเว็บไซต์ SUDSAPDA.COM และFacebook สุดสัปดาห์แฟนคลับ”

ด้าน ใยนุ่น-ดุจฤทัย ศานติวงศ์สกุล บรรณาธิการความงามและบิวตี้กูรูนิตยสารสุดสัปดาห์ หนึ่งในคณะกรรมการในการคัดเลือกรางวัล สุดสัปดาห์ Beauty Awards 2018 เผยว่า “การคัดเลือกในปีนี้สร้างความหนักใจให้เหล่าคณะกรรมการทุกท่านมากๆ เพราะแต่ละคนจะต้องใช้เวลาในการทดสอบกองทัพของเครื่องสำอางกันอย่างจริงจัง ซึ่งแต่ละชิ้นก็มีความดีงามที่แตกต่างกันไป แต่ในที่สุดก็ได้สุดยอดไอเท็มความงามมาจนได้ โดยรางวัลเราแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ Guru’s Pick เป็นคะแนนรวมจากคณะกรรมการ 5 ท่าน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความงามโดยเฉพาะ และ Reader’s Vote ผลิตภัณฑ์ขวัญใจมหาชนจากแฟนๆ สุดสัปดาห์ทั่วประเทศได้มาจากการนับคะแนนจากโหวตการ์ดในนิตยสาร สุดสัปดาห์และคะแนนโหวตออนไลน์จาก WWW.SUDSAPDA.COM จนได้สุดยอดไอเท็มความความแห่งปีมามอบเป็นรางวัลในครั้งนี้ถึง 50 รางวัล รับรองว่าแต่ละชิ้นจะถูกใจสาวกบิวตี้อย่างแน่นอน”

แพท-นิธิภรณ์ เลิศนิติวงศ์ นางแบบดาวรุ่ง ได้เผยถึงเกณฑ์การตัดสินของตนเองในครั้งนี้ว่า “แพทอยู่ในวงการนี้ จึงค่อนข้างผ่านผลิตภัณฑ์ต่างๆ มาค่อนข้างเยอะ สำหรับแพทจะเป็นคนที่ค่อนข้างผิวแพ้ง่าย ผลิตภัณฑ์ไหนที่เหมาะกับคนผิวแพ้ง่ายแพทจะรู้เลย โดยจะมีการทดสอบที่จุดอื่นก่อน ส่วนผลิตภัณฑ์อื่นๆ ก็ได้มีการทดสอบทั้งหมด ทั้งแต่เส้นผมลงไปทั้งตัวเลยค่ะ ซึ่งก็ใช้เวลาให้การคัดเลือกพอสมควร เพราะมีผลิตภัณฑ์ส่งเข้ามาเยอะมากจริงๆ”

ชื่นสุข บัวเกษ จากแบรนด์ NARS เผยถึงความรู้สึกที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ว่า “ดีใจที่ได้รับรางวัลต่อเนื่องมายาวนาน และได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากทางสุดสัปดาห์ และผู้อ่านที่ยังคงนึกถึงเสมอมา ด้วยจุดเด่นที่เป็นสีในดวงใจของผู้หญิง ซึ่งสามารถเข้าได้กับทุกสีผิวของสาวไทย ไม่ว่าจะแต่งหน้าโทนไหน เรียกได้ว่าอันเดียวอยู่ และถือเป็นไอเท็มสำคัญที่ขาดไม่ได้ของผู้หญิงเลย เพราะบลัชออนเป็นไอเท็มสำคัญที่ทำให้ผู้หญิงดูมีเสน่ห์ และบ่งบอกความเป็นธรรมชาติของผิวได้ดีอีกด้วย”

เนตรนพิศ รุ่งธนเกียรติ จากแบรนด์ Bloss เผยว่า “เซอร์ไพรส์มาก ที่ผลิตภัณฑ์ของเราได้รับรางวัล ซึ่งผลิตภัณฑ์เพิ่งออกมาได้ไม่ถึงปี แต่ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า ดีใจ และภูมิใจที่ทุกคนชอบ เพราะเป็นแบรนด์ของคนไทยเอง เหตุผลที่ถูกใจสาวไทย เพราะด้วยเนื้อครีมที่ทาง่าย มีสารสกัดจากธรรมชาติ ปกป้องแสงแดดได้ 12 ชั่วโมงจริงๆ และแสงบลูไลท์ด้วย เหมาะกับผิวคนไทยในสภาพแวดล้อมปัจจุบันมากจริงๆ”

ใยนุ่น-ดุจฤทัย ศานติวงศ์สกุล

ใยนุ่น-ดุจฤทัย ศานติวงศ์สกุล

ชื่นสุข บัวเกษ จากแบรนด์ NARS

ชื่นสุข บัวเกษ จากแบรนด์ NARS

แพท-นิธิภรณ์ เลิศนิติวงศ์

แพท-นิธิภรณ์ เลิศนิติวงศ์

‘มูลนิธิสตาร์ฟิชเอ็ดดูเคชั่นร่วมลงนาม (MOU)เผยแพร่โครงการ “Starfish Maker”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370631

'มูลนิธิสตาร์ฟิชเอ็ดดูเคชั่นร่วมลงนาม (MOU)เผยแพร่โครงการ “Starfish Maker”

‘มูลนิธิสตาร์ฟิชเอ็ดดูเคชั่นร่วมลงนาม (MOU)เผยแพร่โครงการ “Starfish Maker”

วันอังคาร ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 13.18 น.

นายสุทธิชัย เดชสุวรรณนิธิ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงาน พิธีร่วมลงนามระหว่างมูลนิธิสตาร์ฟิชเอ็ดดูเคชั่น โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กรุงเทพมหานครและ โรงเรียนนำร่องในโครงการ Innovative School ของสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สำนักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานรวม 9 แห่ง เพื่อร่วมมือส่งเสริมโครงการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาจัดการเรียนรู้ให้กับเด็กปฐมวัยและประถมศึกษาโดยใช้กิจกรรมสร้างสรรค์เป็นฐานบูรณาการความรู้ผ่านกระบวนการสะเต็มศึกษา หรือStarfish Maker ณ  โรงแรมรอยัลเบญจา กรุงเทพฯ โดยนายสุทธิชัย กล่าวว่า

“กิจกรรมสตาร์ฟิชเมกเกอร์ ช่วยเสริมสร้างทักษะให้กับเด็กได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้เด็กได้ค้นหา กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น กล้าคิดกล้าทำ พร้อมทั้งพัฒนาทักษะแห่งความสำเร็จที่จำเป็นต่อการทำงานในศตวรรษที่ 21  เช่น การแก้ไขปัญหา การคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับเด็กในยุคนี้นอกจากนี้ ยังเปิดชุมชนออนไลน์ ให้บุคลากรทางการศึกษา ได้เข้ามาแลกเปลี่ยน แบ่งปันความรู้กัน ได้ทุกที่ ทุกเวลา นับเป็นอีกหนึ่งองค์กร ที่เข้ามาร่วมขับคลื่น เพื่อลดช่องว่างการศึกษาให้กับเด็กไทย โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย”

ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิสตาร์ฟิชเอ็ดดูเคชั่น กล่าวเพิ่มเติมว่า “ ที่ผ่านมาได้จัดอบรมให้ความรู้แก่นักการศึกษา ครู ผู้สอน จำนวน 483 คน จาก 170 โรงเรียนเพื่อพัฒนาศักยภาพและนำไปใช้ในการเรียน การสอน โดยได้ก่อตั้งศูนย์สาธิตที่ได้รับการยอมรับ 4 สาขา ได้แก่เชียงใหม่ แม่แตง เชียงราย และสมุทรสาคร เปิดพื้นที่ให้เด็ก โรงเรียน ชุมชน ได้เข้ามาใช้บริการโดยไม่มีค่าใช้จ่ายปัจจุบันโครงการ Starfish Maker มีผู้เข้าใช้บริการทั้งสิ้น 12,041 คน แบ่งเป็นนักเรียน 10,629 คน และครู 1,412 คนเป้าหมายที่วางไว้คือเข้าถึงการพัฒนาศักยภาพให้กับผู้สอน จำนวน 500 โรงเรียนภายใน 5 ปี สำหรับปีนี้มีตั้งเป้าไว้ที่ 100 โรงเรียนอย่างไรก็ตาม คุณภาพของผู้สอนที่ผ่านการพัฒนาอย่างมีศักยภาพคือสิ่งที่สำคัญ จึงได้มีการติดตาม ดูแลโรงเรียนที่ทำ MOU ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับครูหรือนักการศึกษาท่านใดสนใจ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ www.starfishmaker.org

นิทรรศการนานาชาติ‘Baby Carriers’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370490

นิทรรศการนานาชาติ‘Baby Carriers’

นิทรรศการนานาชาติ‘Baby Carriers’

วันอังคาร ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เปิดนิทรรศการ ดร.พิรงรอง รามสูต รองอธิการบดี จุฬาฯ,รศ.ดร.สันติ ฉันทวิลาสวงศ์, รศ.ดร.ศุภกรณ์ ดิษฐพันธุ์, กรรชิต จิตระทาน จาง จึ ซ่าน

นิทรรศการ “Baby Carriers” Taiwan National Museum of Prehistory ร่วมกับ Taipei Economic & Cultural Office in Thailand และสำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดนิทรรศการนานาชาติ “Baby Carriers” ณ นิทรรศสถาน อาคารศิลปวัฒนธรรมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันนี้-วันที่ 26ตุลาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

โดยวันเปิดงานมี ศ.ดร.พิรงรอง รามสูตรองอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, รศ.ดร.สันติ ฉันทวิลาสวงศ์ ที่ปรึกษาอธิการบดี, กรรชิตจิตระทาน ผู้อำนวยการสำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม,หรรษา คำล้วน ผู้อำนวยการฝ่ายพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์ สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม,รศ.ดร.ศุภกรณ์ ดิษฐพันธุ์ อาจารย์ประจำภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์, รัชฎากรณ์กล้าเกิด ภัณฑารักษ์ สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และชือ ป๋อ ชื่อ รองผู้แทนรัฐบาลประจำสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทยร่วมเปิดงาน พร้อมทั้งมีการแสดงชุดพิเศษ “cuddle” ฝึกซ้อมการแสดงโดย ผศ.มาลินี อาชายุทธการ อาจารย์ภาควิชานาฏยศิลป์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หรรษา คำล้วน ผอ.ฝ่ายพิพิธภัณฑ์และหอศิลป์ สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรมจุฬาฯ

จาง จึ ซ่าน ภัณฑารักษ์นิทรรศการ “Baby Carriers” Taiwan National Museum of Prehistory กล่าวว่า นิทรรศการ “Baby Carriers” หรือการอุ้มเด็ก ได้เริ่มจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในไต้หวันเมื่อปี 2014 และมีการจัดแสดงหมุนเวียนในต่างประเทศโดยประเทศไทยได้จัดขึ้นในปีนี้ ซึ่งวัตถุประสงค์คือการแสดงถึงความรักของแม่และศิลปวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ที่มีมช้านาน

สำหรับลักษณะของนิทรรศการนั้นจะเป็นการจัดแสดงอุปกรณ์ที่ใช้อุ้มเด็กห่อหุ้มเด็กและผ้าอุ้มเด็กในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งเป็นการแสดงออกซึ่งความรักที่แม่มีต่อลูก ผสมผสานกันกับการเล่าเรื่องราวนับตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์และวิจัยทางโบราณคดีที่กล่าวถึงความสัมพันธ์กับการเลี้ยงดูและการดูแลเด็กในไต้หวันตั้งแต่ดอีตจนถึงปัจจุบัน

“นิทรรศการจะนำเสนอภาพรวมของวัฒนธรรมของผ้าอุ้มเด็กและการเลี้ยงดูเด็กของชาวหมิ่นหนาน(Minnan) ชาวฮากกา (Hakka) กลุ่มคนที่พูดภาษาในตระกูลออสโตรนีเซียนในไต้หวัน และครอบคุลมถึงประชากรในบริเวณรอบไต้หวัน อีกทั้ง นิทรรศการยังจัดแสดงผ้าสะพายและอุ้มเด็ก รวมไปถึงสิ่งของเครื่องใช้ที่ใช้ในการดูแลเด็กจากชนกลุ่มน้อยในบริเวณตะวันตกเฉียงใต้ของจีน กลุ่มคนที่พูดภาษาในตระกูลออสโตรนีเซียนจากเกาะบอร์เนียว, บาหลี, ไซบีเรีย และกลุ่มชาติพันธุ์ในเอเชียใต้ซึ่งชนเผ่าต่างๆ และกลุ่มคนได้มีการพัฒนาระบบและรูปแบบของผ้าอุ้มเด็ก อันมีพื้นฐานที่มาจากวัฒนธรรมเฉพาะตัวของพื้นถิ่นนั้นๆวิถีชีวิต สภาพอากาศ รวมไปถึงประสบการณ์ทางสุนทรียภาพ อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีความแตกต่างกันในการออกแบบผ้าอุ้มเด็กแต่ก็มีบางสิ่งที่เหมือนกัน คือ แนวคิดของการเลี้ยงดูการให้ความสุขและการป้องกันอันตราย นอกจากนี้ยังมีความรักที่มีความเป็นอมตะและเป็นภาษาสากล”

รศ.ดร.ศุภกรณ์ ดิษฐพันธุ์ อาจารย์ประจำภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่านิทรรศการศิลปะต่างๆ ล้วนแล้วแต่เป็นการสื่อถึงข้อคิด การดำเนินชีวิต รวมทั้งเป็นสิ่งเชื่อมความสัมพันธ์อันดีในมิติต่างๆ เช่นศิลปะและวัฒนธรรม การท่องเที่ยว ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สำหรับนิทรรศการ “Baby Carriers” นั้นนับเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับไต้หวัน ซึ่งเรามีรากเหง้าทางวัฒนธรรมอะไรหลายๆ อย่างคล้ายคลึงกัน อย่างเรื่องผ้าอุ้มเด็ก ประเทศไทยเราก็มี สะท้อนให้เห็นถึงพลังรักที่อบอุ่นของแม่ ด้วยอ้อมกอดสองมือแม่ คือสิ่งที่สร้างสรรค์พลเมืองโลกให้เป็นคนที่มีคุณภาพ

‘ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370495

‘ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์’

‘ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์’

วันอังคาร ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สราวุธ อิสรานุวรรธน์ ศิลปินผู้วาดภาพ

เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด จัดงาน “ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์”นิทรรศการภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 จำนวน 4 ชุด ได้แก่ พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์, กษัตริย์นักพัฒนา พระราชานักปราชญ์, สืบสานพระราชปณิธาน และ ธ สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์ พระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจ ตลอดจน นิทรรศการไปรษณีย์ไทย “ทุกดวงตราจารึกไว้..สถิตใจไทยนิรันดร์” อันแสดงถึงความรัก ความห่วงใยของพระองค์ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย ตลอดการครองราชย์กว่า 70 ปี ที่อีเว้นต์ ฮอลล์ จีเอชั้นจี เดอะมอลล์ บางกะปิ

แม้ว่าพระองค์จะเสด็จสวรรคตสู่สวรรคาลัยไปแล้ว แต่พระเกียรติยศ พระเกียรติศักดิ์พระเกียรติคุณของพระองค์ยังปรากฏขจรขจายท่วมท้นเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า เสมือนหนึ่งว่าพระองค์ยังทรงพระชนม์ชีพอยู่ พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ผู้ยิ่งใหญ่ ทรงสถิตอยู่ในความเคารพสักการะนับถือบูชาอย่างยิ่งของปวงชนชาวไทยตราบชั่วนิจนิรันดร์

สราวุธ อิสรานุวรรธน์ ศิลปินผู้วาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวง รัชกาลที่ 9 พูดถึงผลงานที่นำมาจัดแสดงในนิทรรศการ“ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” ว่า “ภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ในหลวง รัชกาลที่ 9” ที่นำมาจัดแสดง มีจำนวน 17 ภาพ จัดทำขึ้นพิเศษด้วยเทคนิคการรีโพสต์ องค์ประกอบใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะ เป็นผลงานที่ทำมาเป็นเวลาสิบกว่าปี ทำให้เราเห็นว่าพระองค์ท่านทรงงานหนักเพียงใดแม้จะทรงงานหนัก แต่ยังทรงมีงานอดิเรกอยู่เสมอ ในหลวง รัชกาลที่ 9 จึงทรงเป็นต้นแบบของความเพียร และความพยายามสำหรับผม ถ้ารู้จักแบ่งเวลา บาลานซ์ชีวิต และมีความเพียรอยู่ในนั้น เราทุกคนสามารถทำให้ทุกอย่างสำเร็จได้”

พร้อมกันนี้ เดอะมอลล์ ร่วมกับ “ไปรษณีย์ไทย” จัดจำหน่ายแสตมป์พระบรมฉายาลักษณ์ และจัดแสดงนิทรรศการแสตมป์ “ทุกดวงตราจารึกไว้…สถิตใจไทยนิรันดร์”ประกอบด้วย ชุดพระบรมฉายาลักษณ์ชุดวาระเฉลิมพระชนมพรรษา ชุดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ชุดพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ชุดพระราชกรณียกิจและพระราชอัจฉริยภาพ และชุดอื่นๆ สิ่งสะสมพิเศษที่เกี่ยวเนื่อง มาจัดแสดงในงาน โดยเป็นดวงตราไปรษณีย์หายาก โดยผู้สนใจสามารถซื้อดวงตราไปรษณีย์ที่ระลึก และโอกาสพิเศษต่างๆ ได้ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทุกสาขา ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมโทร.02-8313853

จรัสศรี ศรีมณี ผอ.สำนักบริหารมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยฯ, รสพร นิวาตวงศ์ รองประธานกก.มูลนิธิฯ, ณัฐศมน วงศ์กิตติพัฒน์ เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด และ นัฏฐา มะระกานนท์ กรรมการและเหรัญญิกมูลนิธิฯ

เผยผลสำรวจผู้หญิงกับสายงานเทคโนโลยี คือ ‘งานในฝัน’ ไม่หวั่นแม้เจออคติทางเพศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370484

เผยผลสำรวจผู้หญิงกับสายงานเทคโนโลยี คือ ‘งานในฝัน’ ไม่หวั่นแม้เจออคติทางเพศ

เผยผลสำรวจผู้หญิงกับสายงานเทคโนโลยี คือ ‘งานในฝัน’ ไม่หวั่นแม้เจออคติทางเพศ

วันอังคาร ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

Booking.com เผยผลการสำรวจชุดแรกของการสำรวจข้อมูลทั่วโลก ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อทำความเข้าใจมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับปัญหาความหลากหลายทางเพศ ที่ยังคงพบอยู่เรื่อยมาในแวดวงเทคโนโลยี รวมถึงความคิด ประสบการณ์และความมุ่งมั่นของผู้หญิงทั่วโลกที่มีต่อโอกาสและความก้าวหน้าในอาชีพการงานสายเทคโนโลยี โดยการสำรวจนี้ได้เก็บข้อมูลจากผู้หญิงที่ทำงานในวงการเทคโนโลยี รวมถึงนักศึกษาหญิงที่สนใจทำงานในแวดวงนี้ และพบว่าผู้หญิงทั่วโลกเห็นว่างานในวงการเทคโนโลยีนั้นน่าทำ และมีความคิดเห็นเชิงบวกว่าเส้นทางของสายอาชีพนี้น่าจะเติบโตได้ดีอย่างไรก็ตามยังคงมีอุปสรรคอยู่บ้าง ซึ่งปัญหาหลักๆ คืออคติในขั้นตอนการคัดเลือกบุคคลเข้าทำงาน สัดส่วนจำนวนพนักงานในปัจจุบัน รวมถึงการขาดผู้หญิงที่มีอำนาจตัดสินใจและเป็นแบบอย่างที่ชัดเจน

โดย Booking.com ได้ดำเนินการสำรวจข้อมูลจากผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 6,898 ราย (จากสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส บราซิล เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี จีน ออสเตรเลีย อินเดีย และสเปน) ซึ่งตอบแบบสอบถามออนไลน์ระหว่างวันที่ 2 สิงหาคม-6 กันยายน 2018 ซึ่งผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า จากผู้หญิงทั่วโลกกว่า 3 ใน 5 (64%) ที่ทำงานด้านเทคโนโลยี รวมถึงนักศึกษาที่สนใจสายงานด้านนี้ กล่าวว่า การเป็นผู้หญิงนั้นส่งผลดีต่อการทำงานในสายเทคโนโลยี ซึ่งโดยหลักแล้วเป็นเพราะในปัจจุบันยังขาดแคลนผู้หญิงที่ทำงานด้านนี้อย่างเห็นได้ชัด (34%) และเป็นโอกาสอันดีที่นักศึกษาหญิง (43%) และนักเรียนมัธยมปลาย (37%) ต่างยอมรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีได้ดึงดูดผู้หญิงทั่วโลกด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น นวัตกรรมใหม่ (50%) อาศัยความคิดสร้างสรรค์ (44%) และสร้างแรงบันดาลใจ (26%) ในขณะเดียวกันก็เป็นงานที่ท้าทายด้วย (34%)

นอกจากนี้ ผู้หญิงหลายคนยังเห็นว่าการได้ทำงานด้านเทคโนโลยีนั้นจัดเป็น “งานในฝัน” หรืออาชีพในอุดมคติ โดยพบว่าผู้หญิงทั่วโลกกว่า4 ใน 5 ให้คำจำกัดความของ “งานในฝัน” ว่าเป็นงานที่สร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเอง (84%) รองลงมาคือการได้ทำงานที่ตรงความสามารถ (83%) และงานที่เลือกเส้นทางได้ด้วยตัวเอง (81%)

กิลเลียน แทนส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Booking.com กล่าวว่า “ผู้หญิงในแวดวงเทคโนโลยีนั้นยังคงมีจำนวนน้อยมาก สิ่งที่ผลการสำรวจของเราบอกได้ตอนนี้คือ อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดสำหรับผู้หญิงคืออะไร และควรจะเริ่มต้นแก้ไขที่จุดใด โดยเรามองเห็นความกระตือรือร้นและความมุ่งมั่นของผู้หญิงทั่วโลกที่จะประสบความสำเร็จในแวดวงเทคโนโลยีหรือไอที ซึ่งเสริมสร้างแรงบันดาลใจโดยเฉพาะในหมู่คนเจนเนอเรชั่นใหม่ ซึ่งมองเห็นหนทางที่จะเติบโตในสายอาชีพนี้ดังที่ได้ตั้งเป้าไว้สูงสำหรับตัวเอง”

ในขณะเดียวกันแม้ผลสำรวจเผยให้เห็นว่าผู้หญิงมีความสนใจในสายเทคโนโลยีและมองเห็นโอกาสในการทำงาน แต่ผู้หญิงทั่วโลกก็ยังคงมีข้อกังขาและมองว่าการเป็นผู้หญิงนั้นเป็นการเสียเปรียบต่อการเติบโตในสายอาชีพเทคโนโลยี โดยกว่าครึ่ง (52%) ประสบปัญหานี้เพราะวงการเทคโนโลยีนั้นเป็นวงการที่คนส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ตามมาด้วยปัญหาอคติทางเพศในขั้นตอนการคัดคนเข้าทำงาน ซึ่งผู้หญิงเกือบ 1 ใน 3 ได้เผชิญกับอุปสรรคนี้ (32%) เช่นในประเทศบราซิลผู้หญิงจำนวนครึ่งหนึ่ง (50%) รู้สึกว่าความลำเอียงทางเพศในขั้นตอนการคัดเลือกบุคคลนั้นส่งผลเสียต่อโอกาสที่จะได้รับการว่าจ้าง ซึ่งนับเป็นอัตราสูงสุดในกลุ่มประเทศที่ทำการสำรวจ ในขณะที่ผู้หญิงจากประเทศอื่นๆ ในทวีปยุโรปที่รู้สึกเช่นนี้มีจำนวนน้อยกว่า (18% ในประเทศเนเธอร์แลนด์ และ 22% ในสหราชอาณาจักรและเยอรมนี)

“เพื่อช่วยส่งเสริมให้ผู้หญิงประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานในสาขาเทคโนโลยีได้อย่างแท้จริง เราในฐานะผู้นำในอุตสาหกรรมนี้สามารถทำอะไรได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มจำนวน
ผู้หญิงที่เป็นแบบอย่าง กำจัดอคติทางเพศที่เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการสมัครงานก่อนที่ผู้หญิงจะได้รับการว่าจ้าง และลงทุนในการริเริ่มใหม่ๆ ที่จะเน้นย้ำความน่าสนใจในการทำงานในวงการนี้ และทำให้รู้สึกเป็นที่ต้อนรับในทุกขั้นตอน ทั้งคนที่เพิ่งเริ่มงานไปจนถึงผู้นำระดับอาวุโสที่สุด”

ผลการสำรวจของ Booking.com ยืนยันถึงความสนใจอาชีพในสาขาเทคโนโลยีในกลุ่มคนที่มีความสามารถในเจนเนอเรชั่นถัดไป และเวลาเดียวกันก็เน้นย้ำว่าเราจะสามารถเริ่มลดความแตกต่างระหว่างเพศได้ที่จุดใด นักเรียนหญิงมัธยมปลาย (43%) และนักศึกษาหญิง (40%) ทั่วโลกเชื่อมั่นว่าอาชีพด้านเทคโนโลยีเปิดให้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างอิสระ (เทียบกับอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ 33%) นักเรียนมัธยมปลายรู้สึกว่าอาชีพทางเทคโนโลยีน่าสนใจอย่างยิ่งเพราะเปิดโอกาสให้ประสบความสำเร็จได้ตั้งแต่ยังอายุน้อย (29% เมื่อเทียบกับผู้ประกอบอาชีพด้านนี้ที่มีประสบการณ์ซึ่งตัวเลขอยู่ที่ 20%)เช่นเดียวกับความเชื่อที่สามารถกำหนดเส้นทางของตนเอง (30% เมื่อเทียบกับผู้ประกอบอาชีพด้านนี้ที่มีประสบการณ์ซึ่งอยู่ที่ 22%) ถึงแม้ว่าวงการเทคโนโลยีในปัจจุบันจะยังคงสนับสนุนแนวคิดดังกล่าวในหลากหลายรูปแบบ แต่บริษัทต่างๆ ด้านเทคโนโลยี รวมถึงทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรม สามารถมีส่วนร่วมได้มากขึ้นกว่าเดิมในการช่วยเหลือผู้หญิงที่มุ่งมั่นที่จะทำงานในสายงานนี้ โดยไม่ได้จำกัดเพียงสนับสนุนความมุ่งหมายที่จะประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ หรือสร้างความเชี่ยวชาญในสายงาน แต่รวมไปถึงการช่วยกำจัดอุปสรรคต่างๆ ออกไปอีกด้วย

“วงการเทคโนโลยีนั้นมอบโอกาสมากมายมหาศาลที่จะเติมเต็ม “งานในฝัน” และความมุ่งหวังทางอาชีพตามที่ผู้หญิงทั่วโลกได้ให้คำนิยามไว้การปลดล็อกสิ่งนี้และกระตุ้นให้ผู้หญิงจำนวนมากขึ้นเข้าสู่สาขาเทคโนโลยีต้องอาศัยทั้งความร่วมมือจากวงการการศึกษา การพัฒนาสังคม ความรับผิดชอบของบริษัทต่างๆ และการริเริ่มจากทางรัฐบาล และหากต้องรักษาสมดุลของเหล่าผู้มีความสามารถต่อไปในอนาคต เราต้องมุ่งมั่นที่จะให้ผู้หญิงเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ในช่วงเวลาที่ยังเรียนอยู่ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจเชิงบวกในการสร้างการรับรู้ของผู้หญิงที่มีต่อสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์” กิลเลียน แทนส์ กล่าวสรุป