ประกาศ 2020 ปีแห่งเทคโนฯ 4 โครงการยักษ์จุดเปลี่ยนเกษตรกร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/406788?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ประกาศ 2020 ปีแห่งเทคโนฯ 4 โครงการยักษ์จุดเปลี่ยนเกษตรกร

26 ธันวาคม 2562 – 00:18 น.
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์,เทคโนโลยีทางการเกษตร
เปิดอ่าน 272 ครั้ง

เกษตรฯประกาศ 2020 ปีแห่งเทคโนโลยีเกษตรคิกออฟ 4 โครงการใหญ่สร้างจุดเปลี่ยนสู่เกษตร 4.0

26  ธันาคม 2562 นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเทคโนโลยีเกษตร4.0 กล่าวว่า ภายใต้นโยบายเทคโนโลยีเกษตร4.0 ของดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ทั้งนี้ได้ตั้งเป้าหมายปฏิรูปการบริหารและการบริการของกระทรวงเกษตรฯและภาคเกษตรกรรมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล วันนี้การขับเคลื่อนนโยบายเกษตร 4.0 ได้ปรากฎผลเป็นรูปธรรมสู่ยุคดิจิทัลทรานสฟอร์มเมชั่น(Digital Transformation)เฟสที่1เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่2563ด้วย4โครงการดิจิทัลดังนี้

1. โครงการบริการออนไลน์ ควิกวิน(22 Quick Win)แก่เกษตรกร หน่วยงานภาครัฐ และสาธารณะ โดยแบ่งเป็น 6 กลุ่ม Cluster เริ่มบริการ1มกราคม2563พร้อมกัน 22 หน่วยงาน

2. โครงการ วันแอพ (One App)กระทรวงเกษตรได้พัฒนาโมบายแอปพลิเคชัน ที่รวบรวมงานบริการ ด้านการเกษตร องค์ความรู้ด้านการเกษตร และเชื่อมโยงบริการโมบายกว่า50แอปพลิเคชันของทุกหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงและสหกรณ์ มาไว้ในที่เดียวคือ แอปพลิเคชัน ”เกษตรดิจิทัล”  เริ่มคิกออฟ 1 มกราคม 2563

3. โครงการจัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (Agritech and Innovation Center : AIC) ใน 77 จังหวัด ทำหน้าที่ส่งเสริมเทคโนโลยีเกษตร การประดิษฐ์นวัตกรรมรวมทั้งเครื่องจักรกลเกษตรทั้งยังเป็นศูนย์อบรมบ่มเพาะเกษตรกรและสนับสนุนสตาร์ทอัพในแต่ละจังหวัดเป็นรูปแบบการบริหารจัดการในภูมิภาคมิติใหม่โดยความร่วมมือของ6ภาคีหลัก คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกร ภาควิชาการ และภาคเอกชน เริ่มจัดตั้งตั้งแต่เดือนมกราคมให้แล้วเสร็จภายใน ปี พ.ศ.๒๕๖๓4. โครงการศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ (National Agriculture Big Data Center : NABC

มีการลงนามบันทึกความร่วมมือในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านการเกษตรแห่งชาติของ10หน่วยงานภาครัฐประกอบด้วย(1) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (2) กระทรวงการคลัง (3) กระทรวงดิจิทัล เพื่อ เศรษฐกิจและสังคม (4) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม (5) กระทรวงพาณิชย์(6) กระทรวงอุตสาหกรรม (7) กระทรวงมหาดไทย (8) กระทรวงสาธารณสุข (9) สํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (10)กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยมีสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร(สศก.)เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ

โดยเฟส 1 ตั้งแต่เดือนมกราคมเริ่มบริการฐานข้อมูลสินค้าเกษตรที่สำคัญเช่นข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน และยางพารา รวมทั้งฐานข้อมูลทางด้านเศรษฐกิจการเกษตรและข้อมูลครัวเรือนเกษตร ทั้งนี้ในเฟสที่2จะเพิ่มฐานข้อมูลและเชื่อมฐานข้อมูลร่วมกับหน่วยงานรัฐอื่นๆและนำระบบปัญญาประดิษฐ์(AI)มาใช้เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูล

อย่างไรก็ตามโครงการทั้ง4ดำเนินการมาโดยไม่ใช้งบประมาณใหม่จนแล้วเสร็จภายใน120วันภายใต้คณะกรรมการขับเคลื่อนเทคโนโลยีเกษคร4.0ซึ่งประกอบไปด้วยคณะอนุกรรมการรัฐบาลเทคโนโลยี่(GovTech)และบิ๊กดาต้า (Big Data)คณะอนุกรรมการเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture )คณะอนุกรรมการเทคโนโลยีอนาคต(Future Tchnology )และคณะอนุกรรมการอีคอมเมิร์ซ(E-Commerce)

โดยความร่วมมือของศูนย์ไอที 22 หน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯและหน่วยงานรัฐหน่วยงานวิชาการหน่วยงานเอกชนพร้อมเปิดบริการเป็นของขวัญปีใหม่ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของภาคเกษตรกรรมสู่มิติใหม่ของไทยแลนด์ 4.0 นับได้ว่าปี2563คือปีแห่งเทคโนโลยีเกษตร(AgriTech 2020)

ด่วน…กรมชลฯตั้งศูนย์ช่วยน้ำขาดแคลน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/406745?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ด่วน…กรมชลฯตั้งศูนย์ช่วยน้ำขาดแคลน

26 ธันวาคม 2562 – 00:13 น.
กรมชลประทาน,ภัยแล้ง
เปิดอ่าน 111 ครั้ง

เฉลิมชัย สั่งด่วน กรมชลประทานตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจแก้ไข บรรเทาวิกฤตภัยแล้ง ช่วยเหลือประชาชนขาดน้ำทันที

26 ธันวาคม 2562 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้สั่งการด่วนที่สุดให้อธิบดีกรมชลประทานตั้ง “ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจแก้ไขและบรรเทาวิกฤตภัยแล้ง ปี 2562/63”

ทั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบตามคำสั่งของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งวันนี้ (25 ธ.ค.) เดินทางมาตรวจติดตามการแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่จังหวัดชัยภูมิ นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งขณะนี้กระทรวงมหาดไทยประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งทั่วประเทศแล้ว 11 จังหวัด นอกจากนี้ยังสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดชุดออกสำรวจข้อมูลน้ำแยกเป็นน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร หากพบพื้นที่ใดขาดแคลนน้ำได้เร่งออกแจกจ่ายน้ำให้แก่ประชาชน รวมทั้งยังขุดบ่อบาดาลนำน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนโดยด่วน

นายเฉลิมชัยกล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทานเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ โดยในเขตชลประทานนั้นยืนยันว่า ไม่มีปัญหาขาดแคลนน้ำแน่นอน เนื่องจากวางแผนบริหารจัดการน้ำมาล่วงหน้าและดำเนินการตามแผนอย่างเคร่งครัด ส่วนพื้นที่นอกเขตชลประทานนั้นก็ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ช่วยเหลือ

ทั้งนี้ขอความร่วมมือเกษตรกรงดเว้นการปลูกข้าวนาปรังในพื้นที่ที่แจ้งล่วงหน้าแล้วว่า ไม่มีน้ำสนับสนุนโดยเฉพาะลุ่มเจ้าพระยา สำหรับบางพื้นที่ที่มีน้ำเพียงพอทำการเกษตร ขอให้ฟังคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ว่า สามารถเพาะปลูกพืชใดได้บ้าง โดยฤดูแล้งนี้เน้นการปลูกพืชใช้น้ำน้อยซึ่งขอความร่วมมือเกษตรกรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อไม่ให้พืชผลเสียหายจากการขาดน้ำ

นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า เตรียมลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานแก้ไข บรรเทาวิกฤตภัยแล้ง และการบูรณาการให้ความช่วยเหลือประชาชนของกรมชลประทานเพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะบูรณาการทั้งหน่วยงานในกระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานในพื้นที่เพื่อเชื่อมโยงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ

สำหรับ “ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจแก้ไขและบรรเทาวิกฤตภัยแล้ง ปี 2562/63” นี้มีอธิบดีกรมชลประทานเป็นประธาน จะใช้ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) เป็นสถานที่ปฏิบัติงาน มีหน้าที่เฝ้าระวัง ติดตาม ประเมินวิเคราะห์แนวโน้มของสถานการณ์ รวมทั้งแจ้งเตือนภัยให้กับประชาชน สื่อสาร ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ภัยแล้งและแนวทางในการลดผลกระทบจากวิกฤตภัยแล้ง กำหนดแนวทางการปฎิบัติงานเชิงบูรณาการในการแก้ไขและการให้ความช่วยเหลือ ประสานข้อมูล วิเคราะห์สถานการณ์ ประเมินความต้องการและความจำเป็นเพื่อจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรเครื่องมือในการบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยแล้ง ตลอดจนจัดทำรายงานสถานการณ์ รวมทั้งผลการดำเนินการ แก้ไข บรรเทา และการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตภัยแล้งรายงานต่อรมว. เกษตรฯ อย่างต่อเนื่องทุกระยะ

เที่ยววันเด็กซึมซับวิถีเกษตร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/406790?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

เที่ยววันเด็กซึมซับวิถีเกษตร

26 ธันวาคม 2562 – 00:05 น.
วันเกษตรแห่งชาติ,วันเด็ก,กรมการข้าว
เปิดอ่าน 166 ครั้ง

วันเด็กปีนี้เกษตรฯ ชวนผู้ปกครองนำเด็กเที่ยวงานวันเกษตรแห่งชาติ เรียนรู้เทคโนโลยี ซึมซับวิถีเกษตร

26 ธันวาคม 2562 นายสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยว่านายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้ความสำคัญแก่เด็กและเยาวชนเป็นอย่างมาก

โดยมุ่งเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เข้ามาเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรใหม่ ๆ พร้อมซึมซับวิถีวัฒนธรรมทางการเกษตร ซึ่งในปีนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และจังหวัดนครราชสีมา จัดงานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2563 ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมเกษตรไทย ยิ่งใหญ่ด้วยศาสตร์พระราชา” ระหว่างวันที่ 10-19 มกราคม 2563 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจด้านการเกษตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 พร้อมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์

รวมทั้งยังเป็นการเผยแพร่เทคโนโลยีใหม่ด้านการเกษตร เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคน และองค์ความรู้ทางด้านเกษตรกรรม สำหรับในปีนี้ทุกหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีความพร้อมเข้าร่วมจัดนิทรรศการ โดยการการจัดนิทรรศการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครั้งนี้ แบ่งเป็น 2 ภาคส่วน ได้แก่ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล  อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ที่นำเสนอนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “พระบิดาแห่งการวิจัยและพัฒนาข้าวไทย” และ “พระบิดาแห่งฝนหลวง”

รวมไปถึงนิทรรศการศาสตร์พระราชา เช่น การปลูกป่า 3 อย่างได้ประโยชน์  4 อย่าง การจัดการทรัพยากรน้ำ การพัฒนาที่ดิน การปลูกพืช ทั้งการปลูกไม้ผล การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม การปลูกยางพารา การปรับปรุงพันธุ์พืช ระบบการเกษตร และด้านการปศุสัตว์ และนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อส่งเสริมด้านการเกษตรกรรมอันเป็นอาชีพหลักของปวงชนชาวไทยตลอดมา อันเป็นการสานต่อพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9

ในส่วนของนิทรรศการภาควิชาการ ได้นำเสนอความสำเร็จของกลุ่มเกษตรกร เช่น กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ ที่ชนะเลิศการแข่งขันระดับประเทศ รายการแข่งขันเกมเกษตรกร รวมถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในภาคเกษตร ไม่ว่าจะเป็น โดรนพ่นสารชีวภัณฑ์ โดรนสำรวจเพื่อทำแผนที่การบริหารจัดการน้ำ ตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์ (DGT FARM) ระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตร เครื่องหมายรับรองสินค้าเกษตรปลอดภัย แอพพลิเคชั่นฟาร์มดี

การบริหารจัดการเขตเกษตรเศรษฐกิจสำหรับสินค้าเกษตรที่สำคัญ นวัตกรรมผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากหม่อนไหม การปรับโครงสร้างการผลิตปศุสัตว์ตลอดห่วงโซ่อุปทาน นวัตกรรมของปราชญ์ชาวบ้าน รวมถึงการสร้างผู้นำต้นแบบรุ่นใหม่ในสหกรณ์ (Smart Cooperative Directors) นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำโมเดลจำลอง ทั้งในเรื่องของการจัดตั้งตลาด อ.ต.ก.โรงทอ จอหอ ตลาด Farmer Market ระบบการจัดการฟาร์มโคเนื้อแบบประณีต รวมถึงการทำอาชีพเสริมต่าง ๆ

ไม่ว่าจะเป็น การเพาะเลี้ยงปลานิลครบวงจร การเลี้ยงปลานิล/ปลาตะเพียน/กบ ในนาข้าว การส่งเสริมการเลี้ยงโคนม นำไปสู่การแสดงเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่สามารถนำมาปรับใช้ในจังหวัดนครราชสีมา และในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่สามารถนำมาปรับใช้ในพื้นที่ราบทุ่งกุลาร้องไห้ พื้นที่ราบทุ่งสัมฤทธิ์ ทั้งการปรับปรุงดินเค็มปานกลางเพื่อปลูกข้าว และไร่นาสวนผสม การปรับปรุงดินเค็มจัดด้วยไม้ทนเค็มและหญ้าเลี้ยงสัตว์สร้างรายได้ และนำเสนอปลาประจำจังหวัดนครราชสีมา ได้แก่ ปลาพวง

ขอเชิญชวนให้ผู้ปกครองนำบุตรหลานมาเยี่ยมชม และร่วมสนุกกับกิจกรรมต่าง ๆ ภายในงานวันเกษตรแห่งชาติ ประจำปี 2563 ตามวันและเวลาดังกล่าว ซึ่งนอกจากบุตรหลาน จะได้รับความสนุกสนาน และตื่นตาตื่นใจแล้ว ยังจะได้ชื่นชมศาสตร์พระราชาทางด้านเกษตรกรรม และได้สัมผัสถึงคุณค่าของอาชีพเกษตรกร อันเป็นอาชีพที่มีความสำคัญของประเทศไทยอีกด้วย

ชงครม.3,000 ล้านสินเชื่อชะลอขายเกลือทะเล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/406769?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ชงครม.3,000 ล้านสินเชื่อชะลอขายเกลือทะเล

25 ธันวาคม 2562 – 18:00 น.
เกลือ,อลงกรณ์ พลบุตร,นาเกลือ
เปิดอ่าน 47 ครั้ง

เกษตรฯเตรียมเสนอโครงการสินเชื่อชะลอการขายเกลือทะเล วงเงิน 3,000 ล้านบาทให้ครม.พิจารณาเพื่อแก้ปัญหาเกลือล้นตลาด ส่งผลให้ราคาเกลือตกต่ำ 

25 ธันวาคม 2562 นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานประชุม คณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย ครั้งที่ 4 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ว่าการประชุมดังกล่าวเพื่อแก้ปัญหาราคาเกลือตกต่ำ

ทั้งนี้เนื่องจากปัญหาด้านประมงทำให้ความต้องการใช้เกลือทะเลลดลง การนำเข้าเกลือทะเลมีราคาต่ำกว่าราคาจำหน่าย รวมถึงประกาศกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับการกำหนดปริมาณไอโอดีนในเกลือบริโภคให้ทำผลผลิตเกลือทะเลตกค้าง โดยฤดูกาลผลิต 2561/62 ตกค้างในยุ้งเกษตรกร 15,783 เกวียนและจะมีผลผลิตปี 2562/63 อีก 620,000 เกวียน เกินความต้องการตลาดส่งผลให้ราคาตกต่ำขณะนี้ราคาเกลือที่เกษตรกรขายได้อยู่ที่กิโลกรัมละ 80 สตางค์ ต่ำกว่าทุนที่กิโลกรัมละ 1 บาท 50 สตางค์

เบื้องต้นได้เห็นชอบโครงการสินเชื่อชะลอการขายเกลือทะเล ปีการผลิต 2563/2564 วงเงิน 3,000 ล้านบาท โดยจะเสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาในเดือนมกราคมปีหน้า วงเงินสินเชื่อไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ 0.01 ต่อปีเพื่อให้เกษตรกรสามารถชะลอการขายเกลือในช่วงที่ปริมาณมากเกินความต้องการ เพื่อทำให้ราคาเกลือสูงขึ้นบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรนาเกลือ

กำหนดพื้นที่เป้าหมาย 7 จังหวัด คือ เพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ชลบุรี จันทบุรี ฉะเชิงเทรา และปัตตานี มีพื้นที่ทำนาเกลือประมาณ 78,289 ไร่ และกำหนดวงเงินสินเชื่อและการกำหนดราคาเกลือทะเลในการจ่ายเงินกู้ ในอัตราร้อยละ 80 ของราคาที่กำหนดประเภทเกลือคุณภาพปานกลาง ในอัตรา 937.50 บาทต่อตัน ระยะเวลาการจัดทำสัญญาเงินกู้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 ถึง 31 พฤษภาคม 2563

นอกจากนั้น ยังได้ขอความร่วมมือจากสถานประกอบการ ภาคอุตสาหกรรม   ภาคการเกษตร ในการเร่งระบายผลผลิตเกลือทะเล ระหว่างชุมนุมสหกรณ์การเกษตรเกลือทะเลไทย กับ สหกรณ์การเกษตรผู้ปลูกมะนาวแพ้วดำเนิน จำกัด สหกรณ์ปศุสัตว์และสัตว์น้ำฉะเชิงเทรา จำกัด สหกรณ์การเกษตรด่านขุนทด จำกัด สหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งนครปฐม จำกัดและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สำหรับผลผลิตเกลือทั้งประเทศ  มีปริมาณเฉลี่ย 992,000 ตัน ขณะที่ความต้องการอยู่ที่ 9 แสนตันในจำนวนนี้ ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ร้อยละ 30.50/ประมง ร้อยละ19.50/โรงงานดองผัก ร้อยละ 20.7/อื่นๆ ร้อยละ 19.30/ผู้บริโภคร้อยละ 7.10 และอื่นๆร้อยละ 2.9

ร.10ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยช่วยเหลือโครงการราษฎร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/406748?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ร.10ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยช่วยเหลือโครงการราษฎร

25 ธันวาคม 2562 – 17:24 น.
กรมชลประทาน,ร10,โครงการพระราชดำริ,พระบรมราชวินิจฉัย
เปิดอ่าน 140 ครั้ง

ในหลวง ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยรับโครงการที่ราษฎรขอพระราชทานความช่วยเหลือ (ฎีกา) ไว้จำนวน 10 โครงการ ทรงมีพระราชปณิธานในการสืบสาน รักษา และต่อยอด โครงพระราชดำริ

25 ธันวาคม 2562 นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน เข้าร่วมประชุมกับพลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในเขตพื้นที่ภาคใต้ ครั้งที่ 1/2563

พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง และคณะอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ จังหวัดนครศรีธรรมราช

นายประพิศ กล่าวว่าสำหรับการประชุมในครั้งนี้ เพื่อรับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ 14 จังหวัด ภาคใต้ ซึ่งในส่วนของกรมชลประทานได้รายงานความก้าวหน้าและการดำเนินงาน โครงการอ่างเก็บน้ำทำนบ 1 อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครศรีธรรมราช โครงการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำทำการเกษตรของหมู่บ้านทะเลปัง ตำบลหัวไทร อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช โครงการอ่างเก็บน้ำคลองสังข์ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครศรีธรรมราช

โครงการวังหีบอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครศรีธรรมราช โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครศรีธรรมราช โครงการอ่างเก็บน้ำคลองสีสุก อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสุราษฎร์ธานี โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านเขาพลู อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดตรัง โครงการอ่างเก็บน้ำเหมืองตะกั่วอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง และโครงการอ่างเก็บน้ำลำพะยาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดยะลา พร้อมเร่งสร้างความรับรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชนได้รับทราบความสำคัญของแต่ละโครงการอย่างต่อเนื่อง

โดย พลเอก กัมปนาท ได้เร่งรัดให้ทุกหน่วยงานติดตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ยังติดปัญหา เพื่อร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแก้ไขปัญหา พร้อมทั้งติดตามโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช และแนวทางการดำเนินงานป้องกัน และแก้ไขปัญหาไฟไหม้พื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง จังหวัดนครศรีธรรมราช

ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยรับโครงการที่ราษฎรขอพระราชทานความช่วยเหลือ (ฎีกา) ไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวน 10 โครงการ โดยทรงมีพระราชปณิธานในการสืบสาน รักษา และต่อยอด การดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎร

โหรโสรัจจะ ชี้สุริยุปราคา อาเพศใหญ่กระทบบ้านเมือง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/407015?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

โหรโสรัจจะ ชี้สุริยุปราคา อาเพศใหญ่กระทบบ้านเมือง

26 ธันวาคม 2562 – 19:57 น.
โหรโสรัจจะ,สุริยุปราคา,กระทบบ้านเมือง,ม็อบใหญ่
เปิดอ่าน 277 ครั้ง

“โหรดัง” ชี้สุริยุปราคา เป็นอาเพศใหญ่กระทบบ้านเมือง ปีหน้าม็อบใหญ่เดินเต็มถนนทั่วประเทศ ยุบสภา-ปฏิวัติ การเมืองเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงขัดแย้งแรงถึงปี 65

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2562 นายโสรัจจะ นวลอยู่ หมอดูชื่อดัง ฉายา “นอสตราดามุสเมืองไทย” ทำนายเหตุเกิดสุริยุปราคา ว่า ไม่ค่อยเกิดขึ้นอย่างนี้ และค่อนข้างนานหลายปีกว่าจะเกิดครั้ง ส่งผลไม่ดีมากๆ ต่อบ้านเมือง โดยเฉพาะการเมืองยุ่งมากตั้งแต่นี้เป็นต้นไป น่าเป็นห่วงมาก เพราะเกิดสุริยุปราคาในช่วงขึ้นปีใหม่ อีกทั้งมีม็อบมาเดินถนนมากมายทั้งประเทศ ผนวกกับปีหน้าดาวเสาร์ตั้งฉากดาวมฤตยู ทับลักขณาเมือง ราศีเมษ ยิ่งส่งผลการเมืองเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ๆ เช่น ยุบสภา ปฏิวัติ มีการเปลี่ยนแปลงถึงปี 65

“เป็นลางมาเตือนทุกคนเริ่มระวังตัว ให้เห็นสัญญาณ อย่าประมาท เกิดการแตกแยกไม่ยอมกัน ถึงขั้นแตกหัก ทั้งปีเผญิชการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงมากที่สุด โดยเฉพาะการเมือง เกิดอะไรดูชัดเจนขึ้นแบ่งฝ่ายแบ่งขั้วทั้งประเทศ อีกทั้ง ภัยพิบัติใหญ่ๆ ความแห้งแล้ง เยอะมากยาวนาน ไปทั่วทุกแห่งหนทั้งประเทศ หาทางเตรียมน้ำไว้เองในครัวเรือน น้ำการเกษตร ใช้อย่างประหยัด น้ำเขื่อนต่างๆแห้งไปหมด น้ำประปา หายาก ขาดแคลนจะได้เห็นปีหน้า เหตุสุริยุปราครามาคล้องจองกับดวงดาว เกิดช่วงขึ้นปีใหม่ ด้านการเมือง เศรษฐกิจ การเงิน คดีความ ทุกอย่างแรงมาก ปีหน้าเผาจริง เริ่มตั้งแต่ต้นปี ไปเลย อากาศภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง แต่ละฤดูกาล ผิดเพี้ยนไป เป็นปีที่ฝนก็หายไป ขาดน้ำ หน้าหนาวหนาวจัด คนเจ็บป่วยจากโรคภัย ฝุ่นละอองมากขึ้นเกิดขึ้นเกือบทั้งปี แตกต่างจากปีก่อนๆ” นายโสรัจจะ กล่าว

นายโสรัจจะ กล่าวว่า เหตุอาเพศมาเตือนเราทุกคนอย่าประมาท อาจมีเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติ ครั้งใหญ่ๆ ตั้งแต่วันนี้ไป มีการเมือง การเงิน สังคม กระทบชีวิตคนไทย พอเกิดแล้วจากนี้ของไทย บ้านเมืองเกิดความวุ่นวาย อะไรที่เคยคุยกันได้เริ่มขัดแย้ง โดยเฉพาะการเมือง อิงปีหน้า ดวงดาวต่างๆ มาตั้งฉากดาวมฤตยู น่าหนักใจ ม็อบต่างๆ มากขึ้น เรื่องตัวบุคคลความคิดขัดแย้งกัน อีกฝ่ายคิดเรื่องตัวเองถูกต้อง อีกฝ่ายเดือดร้อน ออกมาถนนมากขึ้นเรื่อนๆ กลายเป็นความวุ่นวาย เริ่มมีเรื่องราว ขัดแย้ง ทั่วๆ ไป เล็กๆ ไปถึงเรื่องใหญ่ๆ

กกต.รับรอง สมศักดิ์ คุณเงิน เป็นส.ส.ขอนแก่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/406991?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

กกต.รับรอง สมศักดิ์ คุณเงิน เป็นส.ส.ขอนแก่น

26 ธันวาคม 2562 – 18:17 น.
กกต,สมศักดิ์ คุณเงิน,สสขอนแก่น,กกตรับรอง
เปิดอ่าน 91 ครั้ง

กกต.ประกาศรับรอง “สมศักดิ์ คุณเงิน” เป็นส.ส.เขต 7 ขอนแก่น รับหนังสือรับรองได้ทันที เผยสถิติบัตรเสียน้อยกว่า เลือกตั้ง 24 มี.ค.

เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2562 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติประกาศรับรองผลการเลือกตั้งส.ส. เขต 7 ขอนแก่น แทนตำแหน่งที่ว่าง ที่นายสมศักดิ์ คุณเงิน จากพรรคพลังประชารัฐ ได้รับเลือกตั้ง

โดยนายสมศักดิ์ สามารถเดินทางมารับหนังสือรับรองการได้รับเลือกตั้ง (สส. 6/4)จากสำนักงานกกต.เพื่อนำไปรายงานตัวต่อสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งแต่วันนี้ (26 ธ.ค.) เป็นต้นไป ระหว่างเวลา 08.30-16.30 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ ทั้งนี้การเลือกตั้งดังกล่าวในวันที่ 22 ธ.ค. ที่ผ่านมา มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามบัญชี ผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 132,063 คน มาแสดงตนจำนวน 81,063 คน คิดเป็นร้อยละ 61.38 บัตรเลือกตั้งที่ใช้และที่ใช้นับคะแนน จำนวน81,063 บัตร เป็นบัตรดี 78,568 บัตร คิดเป็นร้อยละ 96.92 บัตรเสีย 1,680 บัตร คิดเป็นร้อยละ 2.07

สำหรับบัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด จำนวน 815 บัตร คิดเป็นร้อยละ 1.01 อย่างไรก็ตามการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งส.ส.แทนตำแหน่งที่ว่างทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาแสดงตนขอใช้สิทธิน้อยกว่าในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 62 และไม่มีการออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง แต่เมื่อพิจารณาจำนวนบัตรเสียแล้วพบว่ามีจำนวนน้อยกว่าในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่มีบัตรเสีย 5,524 บัตร คิดเป็นร้อยละ 5.81 โดยในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีบัตรเสียเพียง 1,680 บัตร คิดเป็นร้อยละ 2.07 เท่านั้น

กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง จัดงานสวัสดีปีใหม่ ปชต.จงเจริญ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/406989?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง จัดงานสวัสดีปีใหม่ ปชต.จงเจริญ

26 ธันวาคม 2562 – 18:04 น.
กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง,จัดงานสวัสดีปีใหม่,ปชตจงเจริญ,จ่านิว
เปิดอ่าน 105 ครั้ง

กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง นำโดย อานนท์-จ่านิว จัดกิจกรรม สวัสดีปีใหม่ ประชาธิปไตยจงเจริญ บริเวณอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา พระมหาไพรวัลย์ เสรีพิศุทธ์ โผล่ร่วม

เมื่อเวลา17.00 น. วันที่ 26 ธันวาคม นายอานนท์ นำพา ทนายความกลุ่มคนเสื้อแดง พร้อมด้วย นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ พร้อมมวลชนรวมตัวจัดกิจกรรม สวัสดีปีใหม่ ประชาธิปไตยจงเจริญ ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถนนราชดำเนิน เขตพระนคร กทม. ตั้งแต่เวลา17.00 น. ถึง 22.00 น.

สำหรับกิจกรรมในวันนี้จัดขึ้นโดยกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เป็นลักษณะบันเทิงส่งท้ายดีเก่าต้อนรับปีใหม่ ภายในงานมีอาหาร เครื่องดื่มจัดไว้สำหรับมวลชนที่เดินทางเข้ามาร่วม มีการนิมนต์พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ วัดสร้อยทอง มาแสดงธรรมเทศนา และในเวลา 19.00 น. พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย จะเดินทางมาร่วมกิจกรรมด้วย

คลิปที่ 3

ยกฟ้อง ประชา ประสพดี ไม่ผิด ตั้ง บอร์ด อ.ต.ก. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/406951?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ยกฟ้อง ประชา ประสพดี ไม่ผิด ตั้ง บอร์ด อ.ต.ก.

26 ธันวาคม 2562 – 16:38 น.
ยกฟ้องประชา ประสพดี,ไม่ผิดตั้งบอร์ด อตก
เปิดอ่าน 146 ครั้ง

“ประชา” อดีต รมช.มหาดไทยรัฐบาลปู พ้นผิด ม.157 ป.ป.ช.ฟ้องใช้อำนาจก้าวก่ายตั้ง บอร์ด อ.ต.ก. ศาลชี้ไม่มีพิรุธทำผิดขั้นตอน ลุ้น ป.ป.ช.อุทธรณ์ได้อีกยก

26 ธ.ค.2562 – เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อม.222/2561 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง “นายประชา ประสพดี” อดีต รมช.มหาดไทย รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พรรคเพื่อไทย เป็นจำเลย ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

กรณีถูกกล่าวหาว่า ใช้สถานะหรือตำแหน่งรัฐมนตรี เข้าไปก้าวก่าย แทรกแซง การดำเนินงานของคณะกรรมการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กระทรวงมหาดไทย ที่กำลังพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องการทุจริตของนายธีธัช สุขสะอาด ขณะดำรงตำแหน่ง ผอ. อ.ต.ก.

โดย “ศาลฎีกา” วินิจฉัยแล้ว เห็นว่า การที่จำเลยโทรศัพท์ไปหา นายสมิทธิ ดารากร ณ อยุธยา ก่อนที่จะได้รับมอบหมายให้กำกับดูแล อ.ต.ก.ในวันที่ 12 พ.ย.55 ก็เพียงเพื่อขอให้คณะกรรมการ อ.ต.ก.เลื่อนการประชุมออกไปเพื่อรอจำเลยมอบนโยบายการดำเนินการให้แก่ อ.ต.ก.ก่อนเท่านั้น ซึ่งสอดคล้องกับบันทึกข้อความกระทรวงมหาดไทย สำนักนโยบายและแผน ลงวันที่ 8 พ.ย.55 ที่เวียนให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ชะลอโครงการและเรื่องสำคัญออกไปจนกว่าจะทราบข้อมูลหรือนโยบายจาก รมว.มหาดไทยหรือ รมช.มหาดไทยซึ่งได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้มาดำรงตำแหน่งใหม่เสียก่อน

อีกทั้งก็เคยมีหนังสือ อ.ต.ก.เลื่อนการประชุมอ้างเหตุผลเช่นเดียวกัน พฤติการณ์ที่จำเลยโทรศัพท์ขอเลื่อนการประชุมดังกล่าว จึงฟังได้ว่าเป็นไปโดยมีเจตนาเพื่อให้รอฟังการมอบนโยบายเท่านั้น การกระทำของจำเลย จึงเป็นไปตามแนวปฏิบัติในกรณีที่มีรัฐมนตรีได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้มาดำรงตำแหน่งใหม่ ไม่ใช่เป็นสั่งการเพื่อให้คณะกรรมการ อ.ต.ก.จัดประชุม และลงมติตามที่จำเลยต้องการดังที่โจทก์กล่าวอ้างแต่อย่างใด

การที่จำเลยเสนอให้กรรมการ อ.ต.ก.ชุดเดิมพ้นจากตำแหน่งก่อนถึงวาระและแต่งตั้งกรรมการ อ.ต.ก.ชุดใหม่ โดยไม่เสนอให้บุคคล 4 คนมีชื่อในชุดเดิมเป็นกรรมการ อ.ต.ก.ชุดใหม่ ทำให้ทั้งสี่คนต้องพ้นจากตำแหน่งกรรมการ อ.ต.ก.ซึ่งการพ้นจากตำแหน่งนั้นมีกฎหมายบัญญัติไว้ ตามพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ,) จัดตั้งองค์การตลาด พ.ศ.2496 มาตรา 17 วรรคหนึ่ง คณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงมีอำนาจที่จะปรับเปลี่ยนคณะกรรมการ  อ.ต.ก.ชุดเดิมก่อนครบวาระ โดยที่กรรมการฯ ชุดเดิมไม่จำต้องมีข้อบกพร่อง หรือ ครม.ต้องมีเหตุผลในการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการ อ.ต.ก.ชุดเดิมแต่อย่างใด

อีกทั้งยังปรากฏว่า กรรมการชุดเดิม ยังคงได้รับการแต่งตั้งให้กลับเข้ามาเป็นคณะกรรมการ อ.ต.ก.ชุดใหม่ 8 คน ซึ่งกรรมการ 8 คนนี้มี 3 คน ได้แก่ นายสมิทธิ , นายอนันต์ สิริแสงทักษิณ และนายปฐม แหยมเกตุ ที่เคยลงมติเลิกจ้างนายธีธัชในวันที่ 15 พ.ย.55 และนายอนันต์กับนายปฐมก็เคยเป็นประธานกรรมการและกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงนายธีธัช ส่วน น.ส.กรประณม วงษ์มงคล เคยเป็นกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงข้อร้องเรียนนายธีธัชมาก่อน

ดังนั้น หากจำเลยมีเจตนาที่จะช่วยเหลือนายธีธัช ตามที่โจทก์กล่าวอ้าง จำเลยก็ไม่น่าจะเสนอ ครม.ให้แต่งตั้งบุคคลทั้ง 4 คนกลับเข้ามาดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการ อ.ต.ก.ชุดใหม่อีก

การกระทำของนายประชา จำเลย ตามที่โจทก์กล่าวอ้างมายังฟังไม่ได้ว่า จำเลยมีเจตนาใช้ตำแหน่งหน้าที่รัฐมนตรีแทรกแซงการดำเนินงานของคณะกรรมการ อ.ต.ก. ในการพิจารณากรณีการทุจริตของนายธีธัช ผอ.อ.ต.ก.การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามฟ้อง จึงพิพากษายกฟ้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ดีหาก ป.ป.ช. โจทก์ ยังประสงค์ที่จะยื่นอุทธรณ์คดี ก็สามารถทำได้ตามกฎหมายใหม่โดยยื่นอุทธรณ์ผลการพิพากษา 2 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ได้ต่อไปภายในเวลา 30 วัน นับจากที่ศาลฎีกาฯ ได้อ่านคำพิพากษาในวันนี้

บิ๊กตู่ ลั่นอุปสรรคมีไว้แก้ไข เป้าหมายมีไว้มุ่งเข้าหา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/406927?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

บิ๊กตู่ ลั่นอุปสรรคมีไว้แก้ไข เป้าหมายมีไว้มุ่งเข้าหา

26 ธันวาคม 2562 – 15:47 น.
บิ๊กตู่,บิ๊กป้อม,นายกฯ,นขต,อวยพรปีใหม่,สภากหวาระพิเศษ,ผบเหล่าทัพ,อุปสรรคมีไว้แก้ไข
เปิดอ่าน 83 ครั้ง

“บิ๊กตู่” ควง “บิ๊กป้อม” ร่วมถกสภากห.วาระพิเศษ ผบ.เหล่าทัพ-นขต.กห.ตบเท้าอวยพรปีใหม่ ด้าน “นายกฯ” ฝากทุกคนระมัดระวังสถานการณ์ ชี้ยังไม่ปกติ ลั่นอุปสรรคมีไว้แก้ไข

เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2562 – ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมสภากลาโหมวาระพิเศษครั้งสุดท้ายในปี 2562 โดยมี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม (นขต.กห.) เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ซึ่งการประชุมครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เชิญ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เข้าร่วมประชุมด้วย โดยก่อนการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ได้นำผู้บัญชาการเหล่าทัพ และหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมอวยพรและขอพร พล.อ.ประวิตร เนื่องในโอกาสวาระขึ้นปีใหม่ 2563 ขณะที่พล.อ.ชัยชาญ เป็นตัวแทนนำผู้บัญชาการเหล่าทัพ และหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม อวยพรและรับพรจากพล.อ.ประยุทธ์ เนื่องในโอกาสเทศกาลปีใหม่

ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับผู้บัญชาการเหล่าทัพและนขต.กห.ในที่ประชุมว่า ขอขอบคุณทุกคนที่มาอวยพร เพราะทุกคนเปรียบเสมือนครอบครัวของตน จนถึงขณะนี้ครอบครัวของตนก็ใหญ่ขึ้น และขอให้ทุกคนทำงานให้ส่วนรวมเกิดประโยชน์ สิ่งที่เป็นห่วงและกังวลคือเรื่องของสุขภาพร่างกาย จิตใจต้องเข้มแข็งไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค เพราะอุปสรรคมีไว้ให้แก้ไข แต่เป้าหมายมีไว้ให้มุ่งเข้าหาไปสู่เป้าหมายสุดท้ายที่เราต้องการ ซึ่งก็ยังอยู่ห่างไกลมากพอสมควร และก็มีโอกาสไปถึงจุดนั้นได้ด้วยฝีมือของพวกเราทุกคน ซึ่งการทำงานหลังจากนี้เป็นต้นไป ที่ผ่านมาถือเป็นประวัติศาสตร์ของพวกเราในการเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ให้คนมีความสุขมากขึ้น ซึ่งปัญหาก็ต้องมากแน่นอน จึงขออย่าย่อท้อต่อปัญหาต้องขยันและทุ่มเท ต้องคิดหาวิธีที่เหมาะสมในการดำเนินงานภายใต้อำนาจหน้าที่ทุกคนมีอยู่ สิ่งเหล่านี้จากเป็นบุญกุศลส่งให้ทุกคนมีความสุข แต่อย่างน้อยจิตใจเราก็มีความสุขไม่ต้องไปหวาดระแวงอะไรกับใคร และการทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเป็นประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่ง

“ทุกคนจะต้องระมัดระวัง เพราะสถานการณ์ต่างๆก็ยังไม่เป็นไปปกติสุขนัก ฝากทุกคนช่วยดูแล และในช่วงปีใหม่นี้สิ่งที่เป็นห่วงกังวล คือความสงบเรียบร้อยความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน การจราจร รู้ว่าทุกคนทุ่มเทและสั่งการ เหลืออย่างเดียวคือการกำกับดูแลให้เป็นไปตามแผนงาน และขอร่วมให้กำลังใจกำลังพลของเราในการปฏิบัติหน้าที่ทางราชการในสนามชายแดนและกองกำลังต่างๆ รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เสียสละในช่วงที่ประชาชนมีความสุข ปีใหม่หลายคนไม่ได้ไปเที่ยว ต้องเสียสละอยู่เวรอยู่ยาม ฝากให้ระลึกถึงและดูแลเขาด้วย ทั้งนี้คำอวยพรใดๆที่ปรารถนาดีให้ผมและให้ครอบครัว ขอให้สนองตอบพวกเราเป็นร้อยเท่าพันทวี ก็ขอให้ประสบความสำเร็จตามความตั้งใจทุกประการ และในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2563 ขอให้ทุกคนตั้งความหวังว่าเราต้องทำทุกอย่างให้ดีขึ้นกว่าเดิม ทั้งในส่วนของตนเองและงานในหน้าที่ ตั้งจิตมั่นตั้งจิตอธิฐานร่วมกันสิ่งต่างๆ เพื่อเกิดผลตอบสนอง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

สำหรับการประชุมครั้งนี้ เป็นการมอบนโยบายในการดูแลความมั่นคงตามแนวชายแดน และความสงบเรียบร้อยบ้านเมืองในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 อาทิ การป้องกันปัญหายาเสพติด การลักลอบนำเข้าสิ่งผิดกฎหมาย และสินค้าเกษตร พร้อมบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับการดูแลความปลอดภัยทางถนน และอำนวยความสะดวกประชาชนในการสัญจรกลับภูมิลำเนา ตลอดจนการดูแลนักท่องเที่ยว