ชายคาพระพิรุณ : 23 ธันวาคม 2562 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/461807

586851

ชายคาพระพิรุณ : 23 ธันวาคม 2562

วันจันทร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ปัจจุบัน ภาคการเกษตรของไทยมีแนวโน้มในการใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อเพิ่มประสิทธิการผลิตพืชสูงขึ้น โดยสังเกตได้จากปริมาณและมูลค่าการนำเข้าปุ๋ยเคมีสูตรสำคัญเพิ่มขึ้นจำนวนมากทุกปี ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายต้องช่วยหันหาช่วยเหลือเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิตลง ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้มอบหมายให้หน่วยที่เกี่ยวข้องร่วมกันดำเนินการและเร่งขับเคลื่อน “โครงการสนับสนุนการผลิตหรือจัดหาปุ๋ยสั่งตัดผ่านสถาบันเกษตรกร” ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2561 เป็นหนึ่งกลไกที่จะช่วยปฏิรูปการใช้ปุ๋ยของเกษตรกร โดยให้ความสำคัญกับการใช้ปุ๋ยสูตรที่มีธาตุอาหารพืชเหมาะสม ตามค่าการวิเคราะห์ดินในแต่ละพื้นที่ ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยที่ส่งผลต่อคุณภาพและปริมาณของผลผลิตที่จะได้รับแล้ว ที่สำคัญยังสามารถลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรได้ค่อนข้างมาก และส่งผลต่อการช่วยเพิ่มรายได้ของเกษตรกรในที่สุด โดย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บอกว่า ขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิกรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร บูรณาการร่วมกับสถาบันเกษตรกร ทั้งสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร รวมถึงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมกันดำเนินโครงการสนับสนุนการผลิตหรือจัดหาปุ๋ยสั่งตัดผ่านสถาบันเกษตรกร” ระยะเวลา 2 ปี (2561-2563) โดยกรมพัฒนาที่ดินจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ปุ๋ยอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพและวิธีการผสมปุ๋ยใช้เองให้เหมาะกับสภาพดินและพืชที่จะเพาะปลูกในแต่ละพื้นที่ กรมวิชาการเกษตรจะเข้ามาดูแลเรื่องการผลิตคุณภาพปุ๋ย แนะนำวิธีการผสมปุ๋ยและการเก็บรักษาเพื่อให้ใช้ได้นาน พร้อมทั้งออกใบรับรองปุ๋ยที่ผลิตโดยสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตรจะแนะนำเกี่ยวกับการใช้ปุ๋ยสำหรับช่วงฤดูทำนาหรือทำไร่ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจะสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้นำไปสั่งซื้อแม่ปุ๋ยจากบริษัทเอกชน เพื่อมาผสมและจำหน่ายให้กับเกษตรกร ซึ่งทุกหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมลงไปให้คำแนะนำเรื่องการใช้ปุ๋ยแก่เกษตรกรทุกพื้นที่

สำหรับโครงการ ดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีสถาบันเกษตรกรแจ้งความจำนงและสนใจที่จะเข้าโครงการฯ แล้วกว่า 202 แห่ง จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ จำนวน 500 แห่ง ในจำนวนนี้มีสถาบันเกษตรกรที่สามารถผลิตหรือผสมปุ๋ยเองเพื่อให้บริการจำหน่ายแก่สมาชิกและเกษตรกรทั่วไปแล้วประมาณ 100 แห่ง กำลังการผลิตกว่า 20,000 ตันต่อปี ซึ่งมีทั้งที่เป็นปุ๋ยสูตรทั่วไปและปุ๋ยสั่งตัด ขณะนี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้เร่งขับเคลื่อนและขยายผลโครงการฯ อย่างเต็มที่และมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ต่อเนื่อง อาทิ อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์ดินและปุ๋ยแก่เกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรเข้าใจว่าการผสมปุ๋ยใช้เองมีวิธีการอย่างไร ปุ๋ยสูตรไหนจะเหมาะสมกับพื้นที่ของตนเอง และเทคนิคการใช้ปุ๋ยให้เกิดประสิทธิภาพในการปลูกพืชแต่ละชนิดต้องใช้อย่างไร รวมถึงปรับเปลี่ยนแนวคิดจากเดิมที่นิยมซื้อปุ๋ยสูตรสำเร็จที่ขายตามท้องตลาดซึ่งมีต้นทุนสูง หันมาใช้ปุ๋ยผสมเองที่มีคุณภาพไม่แตกต่างจากปุ๋ยสูตรสำเร็จ

นอกจากนี้ยังมีการเก็บตัวอย่างดินเพื่อส่งตรวจหาธาตุอาหารในดิน การอบรมวิธีการใช้ชุดวิเคราะห์ดินอย่างง่าย (Test Kit) และการส่งโมบายยูนิต (Mobile unit) ลงพื้นที่เพื่อวางแผนการผลิตพืช และสนับสนุนสินเชื่อแก่สถาบันเกษตรกร สำหรับนำไปผลิตปุ๋ยสั่งตัดเพื่อมาให้บริการแก่เกษตรกร ซึ่งการใช้กลไกสถาบันเกษตรกรเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนโครงการดังกล่าว นับว่ารัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก เนื่องจากต้องการผลักดันให้สหกรณ์ได้มีการปรับตัว ทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตปุ๋ย ตลอดจนให้บริการผสมปุ๋ยสั่งตัดแก่สมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรทั่วไป ซึ่งจะช่วยขยายธุรกิจของสหกรณ์ให้ช่วยตอบสนองกับความต้องการของเกษตรกรได้อย่างครบถ้วนและส่งผลต่อการสร้างความเข้มแข็งและมั่นคงให้กับสถาบันเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน ซึ่งโครงการจัดหาปุ๋ยสั่งตัดมุ่งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ปุ๋ยของเกษตรกรให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และพืชแต่ละชนิด เน้นให้เกษตรกรหันมาใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินหรือชุดดิน และตรงตามความต้องการของพืช สามารถช่วยแต่งเติมการใช้ปุ๋ยได้ถูกต้องตามหลักวิชาการ ทั้งยังได้ปุ๋ยสูตรที่มีอาหารพืชเหมาะสมตามค่าวิเคราะห์ธาตุอาหารพืชที่เป็นปัจจุบัน ช่วยลดต้นทุนการผลิต ทำให้เกษตรกรมีรายได้เหลือจากการจำหน่ายผลผลิตเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย…

จากนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการปรับปรุงประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการเพื่อให้ส่วนราชการมีประสิทธิภาพสูงในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ซึ่งหนึ่งในแนวทางการปฏิบัติ คือ การออกเอกสารหลักฐานของทางราชการผ่านระบบดิจิทัล เพื่อให้บริการประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลของภาคราชการ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ประหยัด เพื่อความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดความสิ้นเปลืองลดขยะ และรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย สำหรับในส่วนของกรมประมง นายมีศักดิ์
ภักดีคง อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหนึ่งในหน่วยงานนำร่องในการพัฒนาการออกเอกสารหลักฐานทางราชการผ่านระบบดิจิทัล ทำให้การออกใบอนุญาตของกรมประมงเป็นไปตามมาตรฐานงานบริการภาครัฐ สามารถลดขั้นตอนและลดระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาต ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558 โดยกรมประมงมีการนำระบบดิจิทัลมาพัฒนาใช้ในการออกใบอนุญาตหลายกระบวนงาน อาทิ การออกหนังสือกำกับการจำหน่ายสัตว์น้ำนำเข้า / ใบอนุญาตให้นำเข้าสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ /ใบอนุญาตให้นำเข้าให้ส่งออกหรือให้นำผ่าน ตามมาตรา 23 หรือ มาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 / ใบแจ้งข้อเท็จจริงของผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออกซึ่งวัตถุอันตราย ซึ่งทั้งหมดที่ยกตัวอย่างมานี้ ปัจจุบันกรมประมงได้พัฒนาเป็นระบบดิจิทัลครบถ้วนสมบูรณ์ สามารถดำเนินการได้เป็นไปตามมาตรฐานที่รัฐบาลกำหนดทั้งสิ้นแล้ว ซึ่งการออกเอกสารหลักฐานของทางราชการผ่านระบบดิจิทัล จะเป็นกลไกสำคัญในการช่วยผลักดันการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมของประเทศไทยได้…

ขุนเกษตรา

‘ธรรมนัส’ลงพื้นที่นครศรีธรรมราช รับฟังแก้ไขปัญหาน้ำ’ลุ่มน้ำปากพนัง’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/461826

‘ธรรมนัส’ลงพื้นที่นครศรีธรรมราช รับฟังแก้ไขปัญหาน้ำ’ลุ่มน้ำปากพนัง’

วันอาทิตย์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 17.03 น.

“ธรรมนัส “ลงพื้นที่นครศรีธรรมราช รับฟังแก้ไขปัญหาน้ำ บริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังเดินหน้าแก้ปัญหาน้ำทั้งระะบบ

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2562 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและรับฟังการบริหารจัดการน้ำประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ และประตูระบายน้ำคลองชะอวด – แพรงเมือง ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช ว่า พื้นที่บริหารจัดการน้ำ ที่อยู่ในความรับผิดชอบโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปากพนังล่าง คอบคลุม อ.ปากพนัง อ.เชียรใหญ่ อ.เฉลิมพระเกียรติ และบางส่วนของ อ.หัวไทร รวม 4 อำเภอ มีพื้นที่โครงการ 696,600 ไร่ พื้นที่ชลประทาน 324,000 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 46.50 โดยในส่วนของปัญหาที่พบนั้นได้แก่ 1) ปัญหาน้ำท่วม จะเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝน ระหว่างเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนมกราคม ของปีถัดไป

2) ปัญหาน้ำแล้ง/การขาดแคลนน้ำ จะเกิดในช่วงฤดูแล้ง ตั้งแต่เดือนมีนาคม ถึงเดือนมิถุนายน ของทุกปี 3) ปัญหาน้ำเปรี้ยว จะเกิดในช่วงฤดูแล้ง ต่อฤดูฝนช่วงประมาณปลายเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนกรกฎาคม 4) ปัญหาการรุกล้ำและการหนุนสูงของน้ำเค็ม เกิดในช่วงเดือนมกราคม ถึงกุมภาพันธ์ ของทุกปี 5) ปัญหาน้ำกร่อย จะเกิดในพื้นที่ป่าจากของ ต.ขนาบนาก อ.ปากพนัง ประมาณ 2,500 – 3,000 ไร่ และ 6) ปัญหาน้ำเสีย เนื่องจากประตูระบายน้ำต่างๆ ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังตอนล่างได้จะปิดเก็บกักน้ำจืดช่วงปลายฤดูฝน

ทั้งนี้ จากการพัฒนาโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทำให้เกิดการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมรายได้ภาคเกษตร โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2551 ได้แบ่งพื้นที่การพัฒนาอาชีพและส่งเสริมรายได้ ภาคเกษตรออกเป็น 5 เขตพัฒนาอาชีพภาคเกษตร ยกเว้นเขตป่าไม้ ซึ่งมีหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสงขลา และจังหวัดพัทลุง รวมดำเนินการ เป็น 17 หน่วยงาน 85 โครงการ งบประมาณรวม 188,019,535 บาท และในการขับเคลื่อนโครงการนั้นจะมีการจัดประชุมอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ช่วงต้นฤดูฝนเดือนตุลาคม 1 ครั้ง และช่วงต้นฤดูเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง เดือนมีนาคม อีก 1 ครั้ง โดยคณะกรรมการจัดการน้ำชลประทาน ประตูระบายน้ำอุทกวิภาชประสิทธิ (JMC) โดยมีนายอำเภอปากพนังทำหน้าที่ประธาน และมีผู้แทนจากผู้มีส่วนได้/เสีย ภาคส่วนต่างๆ ที่จะบูรณาการบริหารจัดการน้ำร่วมกัน

‘มาดามจอย’จัดชุดใหญ่ไฟพระพริบ!ชวน’สิริ’ร่วมปาร์ตี้ FC รมย์รวินท์ลาดพร้าว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461975

‘มาดามจอย’จัดชุดใหญ่ไฟพระพริบ!ชวน’สิริ’ร่วมปาร์ตี้ FC รมย์รวินท์ลาดพร้าว

วันจันทร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 14.43 น.

ปีเก่ากำลังจะไป ปีใหม่กำลังจะมา แต่ “รมย์รวินท์ คลินิก” ก็ยังยืนหนึ่งนโยบาย “สนับสนุนให้ผู้หญิงทุกคนสวย” ไม่เปลี่ยนแปลง ล่าสุด “มาดามจอย-ขวัญฤทัย ดำรงค์วัฒนโภคิณ” ผู้บริหารสายเปย์ เอาใจหนุ่มสาวชาวลาดพร้าวแบบเบอร์แรง จัดงาน Thank you party  FC รมย์รวินท์ สาขาลาดพร้าว ด้วยโปรโมชั่นแรงแบบจุกๆ สวยฉ่ำรับปีใหม่ 2563 กันแบบถึงใจถึงอารมณ์ เพื่อเป็นการขอบคุณทุกการสนับสนุนจนก้าวสู่การเป็นคลินิกความงามสุดพรีเมี่ยมอันดับต้นๆของลาดพร้าว

พร้อมชวนดาราสาวสวยช่อง 3“สิริ-ณิชาวรินทร์ เบิกอรุณรุ่ง” มาร่วมปาร์ตี้สุดอบอุ่น ท่ามกลางบรรยากาศแบบเป็นกันเองและอัปเดตนวัตกรรมความงามใหม่ล่าสุดกับคุณหมอของรมย์รวินท์ ที่ยกนิ้วให้ NEW THERMA FLX เป็นโปรแกรม เลเซอร์ยกกระชับ ที่หนุ่มสาวต้องลอง โดยเฉพาะคนที่แก้มยุ้ย แก้มป่อง เนื้อแก้มเยอะ มีไขมันแก้มหนา หรือปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้าเนื่องจากอายุที่มากขึ้น ส่งผลให้คอลลาเจนบนใบหน้าเสื่อมกรอบหน้าหย่อน หน้าเรียวกระชับด้วยวิธีธรรมชาติคงเป็นเรื่องยาก NEW THERMA FLX จะช่วยยกกระชับผิวด้วยพลังงานคลื่นความถี่วิทยุขั้วเดียว ส่งผ่านพลังงานความร้อนลงลึกไปใต้ชั้นผิวหนังแท้ช่วยสลายไขมันบนใบหน้า พร้อมกระตุ้นให้คอลลาเจนเกิดการกระชับตัว และเร่งการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา ส่งผลให้โครงสร้างผิวชั้นในค่อยๆ แข็งแรงขึ้น ผิวแลดูตึง หน้าเรียวกระชับขึ้น ไขมันบนใบหน้าถูกสลาย ใบหน้าก็จะค่อยๆ สวยได้รูปสมใจ

งานนี้แค่ได้ฟังคุณหมอแนะนำโปรแกรมเลเซอร์ยกกระชับ ก็ทำเอาดาราสาวคนสวย “สิริ-ณิชาวรินทร์” ออกอาการสนอกสนใจเป็นพิเศษ ถึงขนาดนั่งฟังคุณหมออธิบายแบบตาไม่กระพริบกันเลยทีเดียว เปิดตัวโปรแกรมใหม่เล่นใหญ่แบบรัชดาลัยเธียเตอร์ซะขนาดนี้ จะไม่ให้FC รมย์รวินท์ เรียก “มาดามจอย” ว่าคุณแม่ของหมู่มวลคนอยากสวยได้ยังไง โปรแกรมความงามแต่ล่ะอย่าง ขนาดผู้ชายแท้ๆ ยังแทบอดใจไม่ไหว อยากสวยต้องไปที่ไหน ถ้าไม่ไปรมย์รวินท์ ที่สำคัญตอนนี้จัดโปรปังๆ บอกลาปัญหาผิวหย่อนคล้อย ลดริ้วรอย ยกกระชับผิว ปรับหน้าเรียว ด้วย โปรแกรม New Therma FLXลดสูงสุด 70% Total tip 400  ราคา 40,000 ปกติ 140,000 ฟรี Skin Tightening Laser มูลค่า 8,000 โปรแกรม New Ultherapyหน้า ลดสูงสุด 25% ราคา 55,000 ปกติ 75,000 ฟรี Skin Tightening Laser มูลค่า 8,000 โอ๊ยฟินเวอร์!

รำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ TOA และศิลปินจิตอาสา รังสรรค์ผลงาน‘สตรีทอาร์ต คิง ภูมิพล’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461823

ภาพวาดพระบรมสาทิสลักษณ์โครงการ สตรีทอาร์ต คิง ภูมิพล บนผนังกาแพงขนาด 20 x 25 เมตร

รำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ TOA และศิลปินจิตอาสา รังสรรค์ผลงาน‘สตรีทอาร์ต คิง ภูมิพล’

วันจันทร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ เทศบาลนครเชียงราย และ ศิลปินจิตอาสา จัดกิจกรรมวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร (ในหลวงรัชกาลที่ 9) เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันพ่อแห่งชาติประจำปี 2562 ภายใต้โครงการ “สตรีทอาร์ต คิง ภูมิพล” ซึ่งจัดขึ้น ณ อาคารขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงราย แห่งที่ 1 หรือ ดาวน์ทาวน์ ถ.ประสพสุข ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจ และพระราชดำรัส ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ผ่านผลงานศิลปะการวาดภาพสตรีทอาร์ตบนกำแพงขนาด 20 x 25 เมตร ในชื่อภาพ “ปลูกป่า ปลูกคน” ซึ่งเป็นภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กับ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรเมื่อครั้งทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแปรพระราชฐานในจังหวัดเชียงราย

โดย ชวัส จำปาเสน หรือ ครูอะไหล่ ตัวแทนศิลปินจิตอาสากลุ่ม Happening กล่าวว่า ตนและเพื่อนศิลปินจิตอาสา ซึ่งประกอบไปด้วยศิษย์เก่าวิทยาลัยเพาะช่าง และ ศิษย์เก่าคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร รวมถึงนักเรียนศิลปะจากสถาบัน Viridian Academy of Art ต่างรู้สึกซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวงรัชกาลที่ 9) ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย และ ประกอบกับเป็นช่วงวันพ่อแห่งชาติ จึงได้รวมตัวกันการวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระองค์ท่านเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี โดยในครั้งนี้ถือเป็นการวาดภาพโครงการ สตรีทอาร์ต คิง ภูมิพล ครั้งที่ 6 ส่วนสาเหตุที่เลือกวาดภาพพระองค์ท่านที่จังหวัดเชียงราย ก็เพราะว่าจังหวัดแห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของโครงการพัฒนาดอยตุง อันเนื่องมาจากพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงต้องการให้ประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือเลิกตัดไม้ทำลายป่าและเลิกปลูกฝิ่น จึงทรงพระราชทานแนวคิด การปลูกพืชเมืองหนาวและโครงการหลวงเพื่อสร้างอาชีพทดแทนให้กับประชาชนแทนการปลูกฝิ่นและทำไร่เลื่อนลอย

ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ ประธานกรรมการ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ TOA ได้มีโอกาสมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์ผลงานที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่เราได้เข้ามามีส่วนร่วม ที่ผ่านมาได้มีโอกาสเห็นผลงานของน้องๆ กลุ่มนี้ มาแล้วหลายครั้ง รู้สึกทึ่งในความเก่ง และ นับถือความตั้งใจของน้องๆ ทุกคนที่แสดงออกถึงความรักที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 TOA ในฐานะผู้นำตลาดสีของเมืองไทยจึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมรำลึกและแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน โดยการสนับสนุนสีทาอาคารเกรดพรีเมียมSupershield และ งบประมาณต่างๆ เพื่อใช้ในกิจกรรมครั้งนี้

ขณะที่ วันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย กล่าวว่า รู้สึกดีใจและภูมิใจ ที่จังหวัดเชียงรายได้มีโอกาส
จัดกิจกรรมเพื่อรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวงรัชกาลที่ 9) แม้จะผ่านมาแล้วกว่า 3 ปี แต่พระองค์ก็ยังคงอยู่ในใจของเราทุกคนเสมอ ซึ่งภาพนี้ถือเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่แสดงออกถึงความรัก ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีต่อประชาชนชาวจังหวัดเชียงรายอย่างแท้จริง ซึ่งหากไม่มีพระองค์ในวันนั้น จังหวัดเชียงราย ก็คงไม่พัฒนาได้ดั่งเช่นทุกวันนี้ ท้ายที่สุดนี้ต้องขอบคุณกลุ่มศิลปินจิตอาสาในนามกลุ่ม Happening และ สี TOA รวมถึง บริษัทรถกระเช้า ที่ช่วยกันสร้างสรรค์ผลงานจนได้ภาพวาดที่สวยงามขนาดนี้

สำหรับโครงการ สตรีทอาร์ต คิง ภูมิพล ครั้งที่ 6 ใช้เวลาในการดำเนินงาน ทั้งสิ้นรวม 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน- 4 ธันวาคม 2562 ซึ่งกลุ่ม Happening และบริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ดี เร้นท์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด ต่างร่วมแรงร่วมใจช่วยกันรังสรรค์ผลงาน จนเกิดเป็นงานศิลป์ที่ทรงคุณค่า ทั้งนี้ ประชาชนทั่วไปสามารถรับชมงานศิลปะชิ้นนี้กันได้ที่บริเวณอาคารขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงรายแห่งที่ 1 หรือ ดาวน์ทาวน์ ถ.ประสพสุข ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย

ภาพวาดพระบรมสาทิสลักษณ์โครงการ สตรีทอาร์ต คิง ภูมิพล บนผนังกาแพงขนาด 20 x 25 เมตร

ภาพวาดพระบรมสาทิสลักษณ์โครงการ สตรีทอาร์ต คิง ภูมิพล บนผนังกาแพงขนาด 20 x 25 เมตร
ภาพเปรียบเทียบระหว่างภาพร่างต้นแบบกับภาพจริง

ภาพเปรียบเทียบระหว่างภาพร่างต้นแบบกับภาพจริง
วันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ทักทายทีมงาน
ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงานสตรีทอาร์ต คิง ภูมิพล ครั้งที่ 6 อย่างเป็นกันเอง

วันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ทักทายทีมงาน ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงานสตรีทอาร์ต คิง ภูมิพล ครั้งที่ 6 อย่างเป็นกันเอง
ศิลปินจิตอาสา Happening ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข ภายหลังวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์
โครงการสตรีทอาร์ต คิง ภูมิพล ครั้งที่ 6 เสร็จสิ้น
เป็นที่เรียบร้อย

ศิลปินจิตอาสา Happening ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข ภายหลังวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ โครงการสตรีทอาร์ต คิง ภูมิพล ครั้งที่ 6 เสร็จสิ้น เป็นที่เรียบร้อย
ชวัส จาปาแสน หนึ่งในทีมศิลปินจิตอาสา HAPPENING ถ่ายภาพคู่กับผลงานการวาดภาพ โครงการสตรีทอาร์ต คิง ภูมิพล ด้วยความภาคภูมิใจ

ชวัส จาปาแสน หนึ่งในทีมศิลปินจิตอาสา HAPPENING ถ่ายภาพคู่กับผลงานการวาดภาพ โครงการสตรีทอาร์ต คิง ภูมิพล ด้วยความภาคภูมิใจ
กลุ่มศิลปินอาสา Happening เตรียมอุปกรณ์และสี เพื่อใช้สาหรับการวาดภาพโครงการสตรีท
อาร์ต คิง ภูมิพล

กลุ่มศิลปินอาสา Happening เตรียมอุปกรณ์และสี เพื่อใช้สาหรับการวาดภาพโครงการสตรีท อาร์ต คิง ภูมิพล
กลุ่มศิลปินอาสา Happening บรรจงวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ลงบนกำแพงยักษ์ขนาด 20 x 25 เมตร อย่างตั้งอกตั้งใจ

กลุ่มศิลปินอาสา Happening บรรจงวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ลงบนกำแพงยักษ์ขนาด 20 x 25 เมตร อย่างตั้งอกตั้งใจ
วันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ถ่ายภาพหมู่ร่วมกับทีมศิลปินอาสา Happening และ ทีมงานผู้สนับสนุนจาก TOA

วันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ถ่ายภาพหมู่ร่วมกับทีมศิลปินอาสา Happening และ ทีมงานผู้สนับสนุนจาก TOA
วันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ถ่ายภาพหมู่ร่วมกับทีมศิลปินอาสา Happening และ ทีมงานผู้สนับสนุนจาก TOA

วันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ถ่ายภาพหมู่ร่วมกับทีมศิลปินอาสา Happening และ ทีมงานผู้สนับสนุนจาก TOA
เกศศิริ ลอยละว้า ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท ทีโอเอ
เพ้นท์ (ประเทศไทย) จากัด (มหาชน) และกลุ่มศิลปินอาสาในนาม Happening ร่วมกัน
ส่งมอบภาพวาดโครงการสตรีทอาร์ต คิง ภูมิพล ครั้งที่ 6 ให้กับ วันชัย จงสุทธานามณี
นายกเทศมนตรีนครเชียงราย หลังใช้เวลาสร้างสรรค์ผลงานรวมทั้งสิ้น 5 วัน 4 คืน

เกศศิริ ลอยละว้า ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จากัด (มหาชน) และกลุ่มศิลปินอาสาในนาม Happening ร่วมกัน ส่งมอบภาพวาดโครงการสตรีทอาร์ต คิง ภูมิพล ครั้งที่ 6 ให้กับ วันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย หลังใช้เวลาสร้างสรรค์ผลงานรวมทั้งสิ้น 5 วัน 4 คืน

GC จับมือ จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ปฏิวัติงานฟุตบอลประเพณี ครั้งที่ 74 ดึงนิสิต-นักศึกษาร่วมแคมเปญ Waste This Way จัดการขยะเหลือ‘ศูนย์’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461799

GC จับมือ จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ปฏิวัติงานฟุตบอลประเพณี ครั้งที่ 74 ดึงนิสิต-นักศึกษาร่วมแคมเปญ Waste This Way จัดการขยะเหลือ‘ศูนย์’

วันจันทร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญ “Waste This Way ร่วมกันรักษ์โลกให้ถูกทาง” ในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 74 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 สร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาขยะ พร้อมนำแนวคิด Circular Living ที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า มาปรับใช้ในการจัดกิจกรรมผ่านคอนเซ็ปต์ “ลด เปลี่ยน แยก” และสื่อสารไปยังนิสิตนักศึกษาจากทั้งสองมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการเป็นพลังเล็กๆ ขยายผลไปยังสังคมในวงกว้างต่อไป

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวว่า บริษัทมุ่งเน้นในการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยการนำแนวคิด Circular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานทั้งภายในและภายนอกองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งความพยายามนี้ไม่อาจสำเร็จได้ด้วยการกระทำขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง เราจึงให้ความสำคัญอย่างมากกับการส่งเสริมให้ทุกคนนำหลักการนี้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน และสร้างไลฟ์สไตล์แบบ Circular Living ด้วยการใช้ชีวิตอย่างรับผิดชอบและใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าเพื่อเปลี่ยนโลกให้ดียิ่งขึ้น

“GC ให้ความสำคัญของการนำทรัพยากรที่ใช้แล้วนำมาใช้ซ้ำใหม่ หรือที่เราเรียก “รีไซเคิล” มานานแล้ว และทราบว่าทั้งจุฬาฯ และธรรมศาสตร์ ก็มีความคิดที่ต้องการเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว เลยร่วมมือกันทำ “Waste This Way” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระบบการบริหารจัดการ หรือเรื่องของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่นำมาใช้ในงานฟุตบอลประเพณี ครั้งที่ 74 โดยสนับสนุนคณะผู้จัดงาน ซึ่งเป็นนิสิต นักศึกษาของทั้งสองมหาวิทยาลัยในการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการให้คำแนะนำเรื่องการออกแบบกิจกรรมจากผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการขยะ รวมถึงสนับสนุนบรรจุภัณฑ์จากพลาสติกชีวภาพที่มีฉลาก GC Compostable สามารถสลายตัวได้ทางชีวภาพ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากพลาสติกใช้แล้ว Upcycling เช่น เสื้อ และถุงยังชีพ เพื่อส่งเสริมการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างพื้นที่ให้เยาวชนได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง ซึ่งนิสิตทั้งสองมหาวิทยาลัยก็เป็นผู้นำทางความคิด ก็หวังว่าเรื่องนี้จะเป็นการต่อยอดไปสู่สังคมต่อไป”

ดร.คงกระพัน กล่าวต่อไปว่า สำหรับการจัดการขยะในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 74 จะมีการดำเนินการใน 2 เรื่อง คือ การสร้างระบบ Eco System และผลิตภัณฑ์ เช่น อาหารกลางวันและของว่างของกองเชียร์ จะบรรจุในกล่องเคลือบพลาสติกชีวภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสลายตัวได้ทางชีวภาพ รวมทั้งได้รับแจกถุงผ้า Upcycling ที่ทำจากพลาสติกใช้แล้ว รวมไปถึงการใช้วัสดุทดแทน เช่น กระดาษและผ้าที่ผ่านกระบวนการรีไซเคิล และแปรรูปใช้สำหรับขบวนพาเหรด รวมทั้งจัดถังแยกขยะพลาสติก ที่เข้าใจง่ายและมองเห็นชัดเจนในงาน เพื่อให้ผู้ชมบนสแตนด์ได้มีส่วนร่วมในการแยกขยะพลาสติก ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นงาน GC จะรวบรวมพลาสติกทั้งหมด แล้วนำไปผลิตสินค้า Upcycling เช่น รองเท้ากีฬา แล้วนำไปบริจาคให้กับสถานศึกษาที่ใกล้เคียงกับทั้ง 2 มหาวิทยาลัยต่อไป

“GC เชื่อมั่นว่าด้วยความมุ่งมั่นในการดำเนินแคมเปญ Waste This Way และความร่วมมือร่วมใจของนิสิตนักศึกษาจากทั้งสองมหาวิทยาลัย จะเป็นจุดเริ่มต้นในการขยายผลไปยังสังคมในวงกว้างต่อไป ยกระดับความรู้ความเข้าใจด้านการจัดการขยะไปสู่การปฏิบัติจริงเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการดูแลทรัพยากรอย่างยั่งยืนและพัฒนาสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น”

ด้าน ผศ.ดร.ชัยพร ภู่ประเสริฐ รองอธิการบดีกำกับดูแลด้านพัฒนานิสิตและนิสิตเก่าสัมพันธ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จุฬาฯ มีเป้าหมายที่จะเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวระดับโลก เพื่อการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และในปี 2563 จุฬาฯ จะเป็นเจ้าภาพงานแข่งขันฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 74 เราจึงตั้งมั่นที่จะใช้งานฟุตบอลประเพณี เป็นพื้นที่ให้นิสิตนักศึกษาได้เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบกิจกรรมที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและได้ลองดำเนินการจัดการขยะด้วยตนเอง โดยเราเชื่อมั่นในศักยภาพของนิสิตนักศึกษาจากทั้งสองมหาวิทยาลัยในการสร้างสรรค์แนวทางใหม่ๆ เพื่อแก้ปัญหาขยะ และหลังจบงานจะมีการคัดแยกเพื่อนำวัสดุที่ใช้ได้มาหมุนเวียนใช้ใหม่ ด้วยการ Reuse Recycle และ Upcycling เพื่อให้ทุกวัสดุถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดังนั้น แคมเปญ Waste This Way ส่งเสริมให้สังคมใส่ใจกับการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านคอนเซ็ปต์ “ลด เปลี่ยน แยก” คือ ลดใช้สิ่งของที่ไม่จำเป็นโดยใช้ Single-use เปลี่ยนมาใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและแยกขยะก่อนทิ้งเพื่อนำกลับไปใช้ประโยชน์ ทั้งหมดนี้มุ่งสร้างและพัฒนาแนวทางในการจัดการปัญหาขยะอย่างยั่งยืนตั้งแต่ต้นทางอย่างถูกต้อง

ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ธรรมศาสตร์เชื่อว่าการปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม ต้องเริ่มต้นตั้งแต่ในรั้วมหาวิทยาลัยเพื่อให้นักศึกษานำแนวคิดนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมในอนาคต ดังนั้น ทางมหาวิทยาลัยจึงได้ให้ความสำคัญกับประเด็นสิ่งแวดล้อมอย่างมาก ตั้งแต่ระดับนโยบาย เพื่อกระตุ้นให้นักศึกษาเห็นถึงความสำคัญของปัญหานี้ด้วยในงานฟุตบอลประเพณีฯ ครั้งที่ 74 นี้ ธรรมศาสตร์มุ่งมั่นที่จะเผยแพร่แนวทางนี้ออกไปสู่สังคม โดยเราต้องการแสดงให้ทุกคนเห็นว่าการรักษ์โลกนั้นไม่ใช่เรื่องยาก หากในปีนี้ทั้งสองมหาวิทยาลัยสามารถเริ่มลงมือทำได้ ทุกภาคส่วนในสังคมก็สามารถเริ่มต้นได้เช่นกัน

นอกจากนี้ ดร.ชญาน์ จันทวสุ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบริหารความยั่งยืนและภาพลักษณ์องค์กร GC กล่าวทิ้งท้ายว่า การดำเนินการในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 74 นี้จะมีการเก็บข้อมูลขยะที่จัดการได้ทั้งหมด เพื่อเป็นข้อมูลและตัวอย่างของการจัดการขยะในกิจกรรมขนาดใหญ่ เพื่อเป็นประโยชน์ในการนำไปปรับใช้ในกิจกรรมอื่นต่อไป

ผู้สนใจสามารถรับชมการดำเนินการกิจกรรมต่างๆ ของแคมเปญนี้ได้ภายในงานแข่งขันฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์
ครั้งที่ 74 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ค WasteThisWay และเว็บไซต์ https://gccircularliving.pttgcgroup.com/th/activities/448/waste-this-way

ผิวหอมสวย…รับปีใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461792

news_default

ผิวหอมสวย…รับปีใหม่

วันจันทร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

อากาศดีรับปลายปีทั้งที บีม-กิตติพนธ์ นามพิชญ์ธนสิน บอสใหญ่แห่ง “มาลิสสา คิส” (Malissa Kiss) แบรนด์บิวตี้ชั้นนำที่ออกแบบเพื่อผู้หญิงเอเชียโดยเฉพาะ เลยปิ๊งไอเดียปล่อย “มาลิสสา คิส ไวท์เทนนิ่ง เพอร์ฟูม บอดี้ โลชั่น” โลชั่นน้ำหอมกลิ่น “เครซี่อิน เลิฟ” ขนาดใหม่ 75 มิลลิลิตร ให้ผู้หญิงยุคใหม่ได้ผิวสวยสุขภาพดี กลิ่นหอม แถมพกพาสะดวกอีกด้วย แถมไม่ต้องไปหาซื้อที่ไหนไกล แอบบอกว่ามีจำหน่ายใน เซเว่น อีเลฟเว่นทุกสาขาทั่วไป ผิวหอมสวย…รับปีใหม่นี้ไปเลย

ชื่นมื่นวันวิวาห์ ลวัณกร ล้ออุไร – ณภูมิ สุนทรพนาเวศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461822

อดีตรองประธานศาลฎีกา ประทีป-ชื่นชีวี เฉลิมภัทรกุล รับไหว้จากเจ้าบ่าวเจ้าสาว

ชื่นมื่นวันวิวาห์ ลวัณกร ล้ออุไร – ณภูมิ สุนทรพนาเวศ

วันจันทร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

บุญชอบ ล้ออุไร นักประชาสัมพันธ์อาวุโสผู้คร่ำหวอดในวงการมากว่า 38 ปี จัดงานแต่งงานลูกสาว ลวัณกร ล้ออุไร บุตรี จุฑามาศ ศิริลักษณ์ ซึ่งมีลูกอยู่คนเดียว งานนี้จึงทุ่มทุกอย่างเพื่อมอบให้กับลูกสาวสุดรัก โดยยกลูกสาวให้แต่งกับ ณภูมิ สุนทรพนาเวศ บุตร ระพินทร์-นารีรัตน์ สุนทรพนาเวศ และจัดพิธีแห่ขันหมากตามประเพณีไทยแต่โบราณ พร้อมทั้งมีพิธีหมั้น ซึ่งได้รับเกียรติจาก ประทีป เฉลิมภัทรกุล อดีตรองประธานศาลฎีกา และ ชื่นชีวี เฉลิมภัทรกุล เป็นประธานในพิธี ณ บริเวณศาลาไทย โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว

ท่ามกลางบรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานของบรรดาเพื่อนๆ ที่มากั้นประตูเงิน-ประตูทอง ที่แกล้งเจ้าบ่าวให้ทำตามที่เพื่อนๆ เจ้าสาวสั่งให้ทำ ทั้งตะโกนบอกรักว่า ผมรักเจ้าสาวเป็นภาษาหลายชาติมาก จากนั้นได้จัดงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสที่ห้องวิภาวดีบอลรูม โดยมี ชีพ จุลมนต์ อดีตประธานศาลฎีกา เป็นประธานในพิธี

ท่ามกลางแขกคนสำคัญมาร่วมงานมากมาย อาทิ สุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์, พล.ต.อ.นพ.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์, ผศ.วุฒิศักดิ์-อ.ตวงทอง ลาภเจริญทรัพย์, อนุชาติ คงมาลัย อดีตรองอัยการสูงสุด, อภิชาติ ไพรรุ่งเรือง, อาภัสรา หงสกุล,รัตนา นรพัลลภ ตลอดจนกลุ่มเพื่อนๆ สื่อมวลชนมาร่วมแสดงความยินดีอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง

อดีตรองประธานศาลฎีกา ประทีป-ชื่นชีวี เฉลิมภัทรกุล รับไหว้จากเจ้าบ่าวเจ้าสาว

อดีตรองประธานศาลฎีกา ประทีป-ชื่นชีวี เฉลิมภัทรกุล รับไหว้จากเจ้าบ่าวเจ้าสาว
ชีพ จุลมนต์ อดีตประธานศาลฎีกา อวยพรมอบให้คู่บ่าวสาว

ชีพ จุลมนต์ อดีตประธานศาลฎีกา อวยพรมอบให้คู่บ่าวสาว
เจ้าสาว พร้อมความยินดีจาก อ้อมจันทร์-ฤทธิ์ พรายพรรณ

เจ้าสาว พร้อมความยินดีจาก อ้อมจันทร์-ฤทธิ์ พรายพรรณ
ดนิตา สุขชาญ, เยาวรัตน์ ทรงศักดิ์, สมกมล เวชชาชีวะ, สุทธาวินี
และ ทัศน์ชัย พัฒนโกศัย

ดนิตา สุขชาญ, เยาวรัตน์ ทรงศักดิ์, สมกมล เวชชาชีวะ, สุทธาวินี และ ทัศน์ชัย พัฒนโกศัย
อบอุ่นและเป็นกันเอง กลุ่มเพื่อนสื่อมวลชน ประชาสัมพันธ์ และผู้บริหารโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา

อบอุ่นและเป็นกันเอง กลุ่มเพื่อนสื่อมวลชน ประชาสัมพันธ์ และผู้บริหารโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา
สุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ และ พล.ต.อ.นพ.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ ร่วมแสดงความยินดี

สุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ และ พล.ต.อ.นพ.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ ร่วมแสดงความยินดี
รัตนา นรพัลลภ จิราธิวัฒน์, สุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ และ อาภัสรา หงสกุล
ยินดีกับคุณพ่อฝ่ายหญิง บุญชอบ ล้ออุไร และบ่าวสาว

รัตนา นรพัลลภ จิราธิวัฒน์, สุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ และ อาภัสรา หงสกุล ยินดีกับคุณพ่อฝ่ายหญิง บุญชอบ ล้ออุไร และบ่าวสาว
อบอุ่นและเป็นกันเอง กลุ่มเพื่อนสื่อมวลชน ประชาสัมพันธ์ และผู้บริหารโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา

อบอุ่นและเป็นกันเอง กลุ่มเพื่อนสื่อมวลชน ประชาสัมพันธ์ และผู้บริหารโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา
พล.อ.ต.ณฤทธิ์ สุดใจธรรม, อภิชาติ ไพรรุ่งเรือง

พล.อ.ต.ณฤทธิ์ สุดใจธรรม, อภิชาติ ไพรรุ่งเรือง
ดวงมณี พิกุลศรี และ พีรกันต์ แก้ววงศ์วัฒนา

ดวงมณี พิกุลศรี และ พีรกันต์ แก้ววงศ์วัฒนา
เพื่อนๆ ปริญญาโท นักบริหารรุ่น 4 มหาวิทยาลัยรามคำแหง

เพื่อนๆ ปริญญาโท นักบริหารรุ่น 4 มหาวิทยาลัยรามคำแหง
พัฒนมาศ วงศ์พัฒนศิริ, เสรี
วังส์ไพจิตร และ สุทธามาศ
วังส์ไพจิตร

พัฒนมาศ วงศ์พัฒนศิริ, เสรี วังส์ไพจิตร และ สุทธามาศ วังส์ไพจิตร
ดร.เสริมศักดิ์ สัตตบงกช และ นฤมล พงษ์ชนะ ยินดีกับเจ้าสาว

ดร.เสริมศักดิ์ สัตตบงกช และ นฤมล พงษ์ชนะ ยินดีกับเจ้าสาว
เจ้าสาวกับเพื่อนๆ

เจ้าสาวกับเพื่อนๆ

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรฯ เสด็จฯ ทรงเปิดอาคาร‘อุทยานเรียนรู้ ป๋วย 100 ปี’มธ. ศูนย์รังสิต #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461830

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรฯ เสด็จฯ ทรงเปิดอาคาร‘อุทยานเรียนรู้ ป๋วย 100 ปี’มธ. ศูนย์รังสิต

วันจันทร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จฯไปทรงประกอบพิธีเปิดอาคาร “อุทยานเรียนรู้ ป๋วย 100 ปี” เมื่อวันอังคารที่ 10 ธันวาคม 2562 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษนรนิติ เศรษฐบุตร นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รองศาสตราจารย์เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ นักศึกษา และศิษย์เก่าเฝ้าฯ รับเสด็จ

ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระราชทานเหรียญที่ระลึกแก่ผู้มีอุปการคุณและผู้บริจาคเงินสนับสนุนโครงการระดมทุนจัดสร้าง “สวนป๋วย” จำนวน 17 ราย ดังนี้

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล, นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร, นางสาวพจณี คงคาลัย, นายสมศักดิ์ จิตติพลังศรี, นางปิยดา จงพยุหะ, นายพิชัย ชุณหวชิร,นางสาวจริยา จิราธิวัฒน์, ดร.ณัฐธยาน์ โชคกนกนภา,นางสาวพัลลภา อชานนท์, นางสาวเชาวนี พันธุ์พฤกษ์,นางสาวบุษบรรณ จีนเจริญ, นางสาวภัทรลดา สง่าแสง, ศาสตราจารย์ ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์, ศาสตราจารย์ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์, นายคณิต พีชวณิชย์, ดร.สุวัฒน์ ทองธนากุล, นายประกิต อภิสารธนรักษ์

อาคารอุทยานเรียนรู้ ป๋วย 100 ปี ได้สร้างขึ้นในวาระที่ศาสตราจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ อดีตเสรีไทยสายอังกฤษ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีชาตกาลครบ 100 ปี ในปี พ.ศ. 2559 ซึ่งองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ได้ประกาศให้ท่านเป็นบุคคลสำคัญของโลกในวาระนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นพื้นที่สาธารณะบริการประชาชน และเป็นศูนย์การเรียนรู้ในด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ภายในอาคารประกอบด้วย คอนเสิร์ตฮอลล์ ห้องเธียเตอร์ ห้องสมุดประชาชน หอจดหมายเหตุ ศูนย์ประชุมและสนทนา พื้นที่โคเวิร์คกิ้งสเปซห้องนิทรรศการ เป็นต้น โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดของอาคารแห่งนี้ คือหลังคาที่เป็นสวนสาธารณะและสวนผักปลอดสารเคมี โดยผักและข้าวที่ปลูกได้จะนำมาใช้บริโภคในโรงอาหารของอาคารแห่งนี้ ด้วยพื้นที่เกือบ 20,000 ตารางเมตร จึงทำให้สวนผักบนหลังคานี้เป็นสวนผักออร์แกนิกและสวนสาธารณะลอยฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย และใหญ่เป็นอันดับสองของโลก

นอกจากนี้ โครงการอุทยานเรียนรู้ ป๋วย 100 ปี ยังประกอบไปด้วย “สวนป๋วย” หรือ Puey Park for People and Sustainability ในพื้นที่ 80 ไร่ ซึ่งอยู่ติดกับอาคาร และจะเริ่มก่อสร้างในปีหน้า เพื่อให้เป็นพื้นที่สาธารณะขนาด 100 ไร่ ในการให้บริการประชาชนในเรื่องสุขภาพ และการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ

1 จังหวัด 1 ถนนเฉลิมพระเกียรติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461819

news_default

1 จังหวัด 1 ถนนเฉลิมพระเกียรติ

วันจันทร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ณพ ณรงค์เดช ประธานกรรมการบริหาร บริษัทวินด์เอนเนอร์ยี่โฮลดิ้ง ร่วมกิจกรรมปลูกต้นรวงผึ้งตามโครงการ “1 จังหวัด 1 ถนนเฉลิมพระเกียรติ” เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ ถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้าโดยมี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมืองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้รับมอบ

ทรูยูชวนลูกค้าใช้ทรูพอยท์แลกอิ่มฟรี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461818

news_default

ทรูยูชวนลูกค้าใช้ทรูพอยท์แลกอิ่มฟรี

วันจันทร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ทรูยู ชวนลูกค้า ใช้ทรูพอยท์ แลกอิ่มฟรีที่ศูนย์อาหารชั้นนำ 58 แห่งทั่วประเทศ ใช้จ่ายผ่าน ทรูมันนี่ วอลเล็ท สแกนปั๊ปรับเงินคืน พร้อมรับทรูพอยท์ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563

ทรูยู โดย นายฐานพล มานะวุฒิเวช ผู้จัดการทั่วไปด้านการผสานสิทธิประโยชน์ลูกค้า บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด ร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำ อาทิบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด, บริษัท เซ็นทรัล พัฒนา จำกัด (มหาชน), บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน), บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน), บริษัท เอฟอาร์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท อิมพีเรียล พลาซ่า จำกัด, บริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) สร้างปรากฏการณ์ให้ลูกค้าทรูได้อิ่มอร่อยจ่ายน้อยกว่า ณ ศูนย์อาหาร 58 แห่งทั่วประเทศ ทั้งที่อยู่ในห้างสรรพสินค้าและคอมมูนิตี้มอลล์ชั้นนำ เพียงใช้ 399 ทรูพอยท์ แลกรับฟรี บัตรรับประทานอาหาร มูลค่า100 บาท และเริ่มต้น 19 ทรูพอยท์ แลกรับฟรีเครื่องดื่มที่ร่วมรายการ และลูกค้าทรูมูฟ เอช เมื่อชำระค่าอาหารและเครื่องดื่มด้วยทรูมันนี่ วอลเล็ท ยังได้รับทั้งทรูพอยท์และเงินคืน โดยรับคืนสูงสุด 100 ทรูพอยท์ /เดือน และเงินคืนสูงสุดครั้งละ 10 บาท รวมสูงสุด 200 บาท ทุกเดือน ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 สิถุยาบน 2563 โดยลูกค้าทรูสามารถเข้าไปดูรายชื่อศูนย์อาหารที่ร่วมรายการได้ทาง privilege.trueid.net และแอพพลิเคชั่น TrueID และลูกค้าทรูมูฟ เอช เพียง Log in ในแอพพลิเคชั่นครั้งแรก รับฟรี 30 ทรูพอยท์ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2563 พิเศษส่งท้ายปี สแกนจ่ายได้ทรูพอยท์ 12 เท่า ในวันเสาร์-อาทิตย์ สูงสุด 300 ทรูพอยท์ / เดือน หมดเขต 31 ธันวาคม 2562