ททท. จับมือพันธมิตร ฉลองครบ 60 ปี เปิดตัวโครงการเที่ยวไทยรับพลังบวก ปี’63 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461820

ททท. จับมือพันธมิตร ฉลองครบ 60 ปี เปิดตัวโครงการเที่ยวไทยรับพลังบวก ปี’63

วันจันทร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จับมือ โมโน กรุ๊ป โรงแรมในเครือ ฟอร์จูน บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ PTG Energy และ สายการบินแอร์เอเชีย แถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “เที่ยวไทยรับพลังบวก กับ ดร.คฑา ชินบัญชร” เนื่องในโอกาส 60 ปี ททท. เปิดมิติใหม่ดันการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์รับพลังบวกทั่วไทย ภายใต้แนวคิด “เที่ยวไทยรับพลังบวก รักษ์โลก ลดขยะ สะสมบุญ” โดยมี ดร.คฑา ชินบัญชร เป็นพรีเซ็นเตอร์ ร่วมงาน ณ โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพฯ ฟอร์จูน

วรรณภา เกียรติพงษา ผู้อำนวยการกลุ่มงานอำนวยการด้านตลาดในประเทศ ททท. เปิดเผยว่า ในปีพ.ศ.2563 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จะครบรอบ 60 ปี เราจึงร่วมมือกับพันธมิตรจัดทำโครงการ “เที่ยวไทยรับพลังบวก กับ ดร.คฑา ชินบัญชร” เพื่อส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวมิติใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “เที่ยวไทยรับพลังบวก รักษ์โลก ลดขยะ สะสมบุญ” ขานรับนโยบายการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบของรัฐบาล โดยมี ดร.คฑา ชินบัญชร เป็นพรีเซ็นเตอร์ กระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวทั่วประเทศไทย เพื่อรับพลังบวกจากศาสนสถาน ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในสถานที่ท่องเที่ยว พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชนใกล้เคียงเพื่อชูเอกลักษณ์วิถีไทยที่ทรงเสน่ห์ กระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวให้กับชุมชนท้องถิ่น และพิเศษกว่าทุกๆ โครงการ ที่จะผลักดันให้เป็นการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์สร้างพลังบวกให้กับสถานที่ท่องเที่ยว ผ่านกิจกรรมที่ดร.คฑา ชินบัญชร จะนำร่องไปปลูกป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้สถานที่ท่องเที่ยวที่เราไปเยือน และมีกิจกรรมทำถุงผ้าลดโลกร้อนด้วยตนเอง เมื่อเวลาไปท่องเที่ยวหรือจับจ่ายใช้สอย จะได้นำถุงผ้าที่ตัวเองทำขึ้นไปใส่สินค้าต่างๆ ลดการใช้พลาสติก

พร้อมศักดิ์ จรัญญากรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและลูกค้าสัมพันธ์ บริษัท PTG Energy จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่ได้เข้าร่วมโครงการกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยปีที่ผ่านมาได้เข้าร่วมในโครงการ
เที่ยวไทยรับพร 12 ราศี กับ อ.คฑา ซึ่งเราได้จัดทริปท่องเที่ยวพิเศษพาสมาชิกผู้ถือบัตร PT Max Card ของ PT ได้ร่วมทริปไปกับ ดร.คฑา ซึ่งถือว่าเป็นทริปทำบุญที่ได้มากกว่าบุญ เพราะได้ทั้งความสนุกได้ความรู้ และเคล็ดลับดีๆ ในการเพิ่มพลังชีวิตจาก ดร.คฑา ที่ได้มาแบ่งปันกับผู้ร่วมทริปแบบหมดเปลือก ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากสมาชิก เพราะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สมาชิกสายบุญของเราได้เป็นอย่างดี และครั้งนี้กับโครงการเที่ยวไทยรับพลังบวก กับ ดร.คฑา เราจึงพร้อมจะสนับสนุนและประชาสัมพันธ์โครงการที่มีประโยชน์ต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในทุกช่องทางสื่อของเรา เพื่อเป็นสื่อกลางในการส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปได้เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่ๆ เพื่อรับพลังบวกทั้ง 12 แห่ง ที่มีในทุกภาคของประเทศไทยกับสถานที่ใหม่ๆ ทั้งยังเป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติ และลดภาวะโลกร้อนอีกด้วย เช่นเดียวกับ PT ที่พร้อมให้บริการอย่างครอบคลุมในทุกๆ เส้นทางการเดินทางอรรถพล อุไรไพรวัน รองประธานฝ่ายการตลาดและการสื่อสาร บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด กล่าวว่า บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ได้ร่วมโครงการเที่ยวไทยรับพลังบวก กับ ททท. และดร.คฑา ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งเป็นหนึ่งกิจกรรมที่บิ๊กซีตอบแทนสมาชิกบิ๊กการ์ดร่วมกับกิจกรรมอื่นๆ ที่มีอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2562 โดยจัดทริปพาสมาชิกบิ๊กการ์ดไปเที่ยวและไหว้พระในเมืองรองทุกภูมิภาคกับ ดร.คฑา ทั้งสิ้น 5 ทริป และปีที่ 2 ที่กำลังจะเกิดขึ้น บิ๊กซี ยังคงกิจกรรมพาสมาชิกบิ๊กการ์ดเที่ยวไทยรับพลังบวกในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ซึ่งยังคงเป็นทริปที่มีความพิเศษเช่นเดิมและเพิ่มเติมคือ การท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์ธรรมชาติให้เข้ากับกระแสรักษ์โลกอีก ตัวอย่างทริป เช่น ต้อนรับวันตรุษจีน พิธีบูชาดาวที่วัดเขตร์นาบุญญาราม จ.จันทบุรี ต่อด้วยภาคเหนือ วัดจามเทวี จ.ลำพูน, ภาคกลางใต้วัดพระมหาธาตุ จ.นครศรีธรรมราช, ภาคอีสาน พระธาตุพนม จ.นครพนม และ จ.สกลนคร, 5.ภาคตะวันออก ทะเลน้อย จ.ระยอง เชิญชวนลูกค้าสมาชิกบิ๊กการ์ดติดตามข่าวสารได้ที่ facebook Big C สุธี จันทร์แต่งผล บรรณาธิการเว็บไซต์เอ็มไทยดอทคอม กล่าวว่า สมาชิกและผู้ชมให้ความสนใจเป็นอย่างมากกับการจัดกิจกรรมร่วมสนุก ได้ร่วมทริปไปกับ อ.คฑา ชินบัญชร เป็นทริปที่จะได้รับความรู้ทางศาสนา ธรรมชาติ ความประทับใจ เข้าถึงชุมชน อาหารอร่อย และในโครงการเที่ยวไทยรับพลังบวก กับ ดร.คฑา ในปีนี้ นอกจาการไหว้พระขอพรแล้ว ยังมีการอนุรักษ์ธรรมชาติ ลดขยะ ซึ่งเราจะจัดทริปพิเศษขึ้นอีก โดยจะคัดเลือกผู้โชคดีหรือสมาชิกที่ร่วมกิจกรรมจากช่องทางของสื่อในกลุ่มของบริษัท Mono Group Mono 29 Mthai.com และช่องทางสื่อออนไลน์ เพื่อร่วมทริปรับพลังบวกกับ ดร.คฑา ชินบัญชร แบบ Exclusive สำหรับท่านสมาชิกหรือท่านผู้ชมที่อยากร่วมทริปไปกับเรา ขอให้คอยติดตามชมทางสื่อในกลุ่มของบริษัท Mono Group , Mono 29 , Mthai.com

ดร.คฑา ชินบัญชร พรีเซ็นเตอร์ของโครงการ กล่าวว่า ขอเชิญชวนให้ทุกคนได้เดินทางเพิ่มเติมพลังบวกเพิ่มเติมพลังแห่งความสุข ทั้งทางกายและทางใจ จากศาสนสถาน สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศ เพิ่มพลังให้กับชีวิตภายใต้อิทธิพลของดวงดาว จักวาล และธรรมชาติ พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชนใกล้เคียง ช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งรายละเอียดของสถานที่ท่องเที่ยวและเคล็ดลับการไหว้ขอพรต่างๆ สามารถติดตามได้ที่ http://www.เที่ยวไทยรับพลังบวก

เที่ยวป่า เข้าถ้ำ หน้าหนาว ระวังโรคแฝงที่มากับธรรมชาติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461794

เที่ยวป่า เข้าถ้ำ หน้าหนาว ระวังโรคแฝงที่มากับธรรมชาติ

วันจันทร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ยิ่งเข้าใกล้สิ้นปี สถานที่ท่องเที่ยวตามแหล่งธรรมชาติก็ยิ่งมีนักท่องเที่ยวไปพักผ่อนกันมากขึ้น โดยเฉพาะการเข้าป่า ขึ้นดอยหรือเดินถ้ำ เพราะเชื่อว่าหลายคนอยากไปสัมผัสกับอากาศเย็นๆ จากสถานที่เหล่านี้ แต่รู้หรือไม่ว่าธรรมชาติที่สวยงาม ก็มักจะมีโรคแฝงที่เราต้องระวัง โรคบางชนิดอาจทำปฏิกิริยากับร่างกายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

แพทย์หญิงชนิกา กุลภัทราภา แพทย์ประจำศูนย์ผิวหนังและความงาม โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า แมลง ยุง และไรอ่อนที่พบได้ตามแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ เช่น ในป่าบนดอย หรือ ในถ้ำ สามารถทำปฏิกิริยากับคนเราได้ 2 แบบ คือ 1.ปฏิกิริยาที่มาจากการกัดต่อย ทำให้เกิดตุ่มแดงๆ บนผิวหนัง ไม่มีอาการภายใน ไม่มีไข้และไม่มีอาการปวดข้อ ซึ่งในกรณีนี้ไม่ควรเกาบริเวณที่เกิดตุ่มแดง เพราะอาจทำให้ติดเชื้อจากมือหรือเล็บ หรือเป็นแผลใหญ่ขึ้น หรือมีแผลเป็นตามมา ทั้งนี้ วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับผู้ที่เกิดตุ่มแดง คือทายาแก้แพ้ ถ้าเป็นแผลให้ล้างแผลด้วยน้ำเกลือ และทายาฆ่าเชื้อที่เป็นขี้ผึ้งก่อน ถ้ามีน้ำเหลือง หรือหนองร่วมด้วยให้ประคบน้ำเกลือ ทิ้งไว้ 10 นาที วันละ 2-3 ครั้งแล้วค่อยทายาฆ่าเชื้อ

2.ปฏิกิริยาที่มาจากการติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อไวรัสหรือเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เกิดปฏิกิริยาภายในร่างกาย ทำให้เป็นไข้ออกผื่น ผื่นจะมีลักษณะมาจากข้างใน เริ่มจากศีรษะไล่ลงมาตามร่างกาย ไม่มีอาการคัน จากผื่นเรียบกลายเป็นผื่นนูน หากมีอาการเหล่านี้ต้องรีบมาพบแพทย์

ด้าน นายแพทย์อมร แซ่เล้า อายุรแพทย์ โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า โรคติดเชื้อที่ต้องระวังจากการเที่ยวป่า เข้าถ้ำได้แก่ โรคมาลาเรีย มียุงเป็นพาหะ, โรคสครัปไทฟัสมีไรอ่อนเป็นพาหะ, โรคพิษสุนัขบ้า เกิดจากการถูกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกัด หรือการเข้าถ้ำแล้วสัมผัสกับสารคัดหลั่งของค้างคาว นอกจากนี้การเข้าถ้ำที่มีค้างคาวอาจติดโรคนิปป้าได้ด้วย ซึ่งเมื่อเกิดการติดเชื้อจะมีอาการเบื้องต้นที่คล้ายกันคือ มีไข้สูง ปวดศีรษะ และปวดกล้ามเนื้อหากรุนแรงขึ้น อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

ทั้งนี้ อาการเฉพาะของแต่ละโรคมีความแตกต่างกัน เช่น โรคมาลาเรีย จะมีอาการหนาวสั่นตาเหลือง ตัวเหลือง และปัสสาวะมีสีดำ,โรคสครัปไทฟัส จะมีเนื้อตายบริเวณตรงกลางผื่น(Eschar) มีโอกาสเป็นตับอักเสบ, ส่วนโรคนิปป้าจะมีไข้สูง ปวดศีรษะและซึมลง ซึ่งเป็นอาการของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เพราะฉะนั้นถ้ามีอาการดังกล่าว ประกอบกับมีประวัติเสี่ยง เช่น เพิ่งกลับจากเที่ยวป่า ขึ้นดอย หรือเดินถ้ำ มีการถูกแมลงหรือสัตว์กัด หรือสัมผัสสารคัดหลั่งของค้างคาว ควรรีบมาพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อให้แพทย์วินิจฉัย และรักษาได้ทันท่วงที การป้องกันด้วยการใส่เสื้อผ้าที่มิดชิด เพื่อป้องกันแมลงกัดรวมถึงใช้ยาทากันแมลง หลีกเลี่ยงการเข้าถ้ำที่มีค้างคาวหนาแน่น

สำหรับกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษเมื่อไปเที่ยวตามสถานที่ธรรมชาติ คือผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้สูงอายุผู้ป่วยโรคไต โรคเบาหวาน หรือผู้ที่ได้รับยากดภูมิ เช่น ผู้มะเร็งที่ต้องให้คีโม ผู้ที่ทานยากลุ่มสเตียรอยด์ เพราะจะทำให้เกิดอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไปเมื่อโดนกัดต่อย หรือเมื่อได้รับการติดเชื้อ

รพ.กรุงเทพ พร้อมรับมือผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุฉุกเฉินช่วงเทศกาล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461797

รพ.กรุงเทพ พร้อมรับมือผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุฉุกเฉินช่วงเทศกาล

วันจันทร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลกรุงเทพ ประกาศความพร้อมในการประสานงานส่งต่อ และเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุในช่วง 7 วันอันตรายจากการเดินทางระหว่างเทศกาลปีใหม่ที่กำลังมาถึง ด้วยมาตรฐาน CAMTS (Commission on Accreditation of Medical Transport Systems) ของสหรัฐอเมริกา มาใช้เป็นแนวทางในการกำหนดมาตรฐานของบุคลากร รถพยาบาล และอากาศยานพยาบาล ตลอดจนมาตรฐานการส่งต่อและดูแลรักษาผู้ป่วยระหว่างเคลื่อนย้าย โดยได้รับการรับรอง มาตรฐานการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทางบกและทางอากาศ จากสหรัฐอเมริกา CAMTS เป็นครั้งแรกในปี 2015 และมาตรฐาน CAMTS Global ในปี 2018 ทั้งนี้ ศูนย์เคลื่อนย้ายผู้ป่วยบีดีเอ็มเอส มีทีมรับแจ้งเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง

นายแพทย์เอกกิตติ์ สุรการ ผู้อำนวยการศูนย์อุบัติเหตุกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า “ความปลอดภัยของผู้ป่วย บุคลากร และสาธารณะ” ถือเป็นเป้าหมายที่สำคัญสูงสุดในการเคลื่อนย้ายส่งต่อระหว่างสถานพยาบาล นับตั้งแต่การรับข้อมูล จนกระทั่งการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยมายังโรงพยาบาล ทั้งนี้ BDMS Medevac Center ศูนย์เคลื่อนย้ายผู้ป่วยบีดีเอ็มเอส
มีทีมรับแจ้งเหตุฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งประกอบไปด้วยแพทย์อำนวยการการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญในการประสานงานการเคลื่อนย้ายทั้งทางบกและทางอากาศ จะเป็นผู้รับเรื่อง และประสานข้อมูลของผู้บาดเจ็บ วางแผนการดูแลรักษาร่วมกับแพทย์เฉพาะทาง และโรงพยาบาลต้นทาง เพื่อให้ผู้บาดเจ็บได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ตั้งแต่ก่อนเคลื่อนย้ายมายังโรงพยาบาล(Prehospital care) ซึ่งเป็นระบบการดูแลผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บฉุกเฉิน ณ จุดเกิดเหตุ และระหว่างนำส่งโรงพยาบาลที่มีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การปฐมพยาบาล การรักษาเบื้องต้น ณ จุดเกิดเหตุการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย เพื่อมารับการรักษาต่อเนื่องเมื่อมาถึงโรงพยาบาลปลายทาง ตลอดจนการประเมินความเสี่ยงในการเดินทาง สภาพการจราจร สภาพเส้นทางสภาพอากาศ ความพร้อมของบุคลากร และพาหนะ เพื่อเลือกวิธีเคลื่อนย้ายที่เหมาะสม และปลอดภัยต่อผู้ป่วยมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนย้าย ทางบก หรือทางอากาศ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล ซึ่งสภาพการจราจร และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ในการเดินทางจะมีผลอย่างมากต่อความปลอดภัยของผู้ป่วย

แพทย์หญิงสมจินตนา เอี่ยมสรรพางค์ ผู้อำนวยการแผนกฉุกเฉินกรุงเทพ กล่าวว่า มาตรฐานในการเคลื่อนย้ายด้วยรถพยาบาล พนักงานขับรถพยาบาลทุกคนซึ่งได้รับการอบรมเป็น พนักงานฉุกเฉินการแพทย์ หรือ EMT-B เพื่อให้มีความรู้ความสามารถในการดูแลช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ร่วมกับทีมแพทย์ และพยาบาล นั้นจะต้องได้รับการอบรมการขับขี่พาหนะฉุกเฉินอย่างปลอดภัย (Emergency Vehicle Operation Course) รวมทั้งตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ และประเมินความอ่อนล้า ก่อนปฏิบัติงานเพื่อให้มั่นใจว่าบุคลากรจะสามารถควบคุมรถพยาบาลได้อย่างปลอดภัยต่อทั้งผู้ป่วย บุคลากร และผู้ใช้ถนน รถพยาบาลได้ถูกออกแบบให้มีความปลอดภัย โดยที่ผู้ปฏิบัติงานจะต้องสามารถทำการประเมิน และรักษาผู้ป่วยได้ตลอดเวลาที่รถพยาบาลวิ่ง โดยไม่ต้องปลดเข็มขัดนิรภัย ผู้ป่วยทุกรายจะได้รับการรัดตรึงด้วยเข็มขัดนิรภัย ตามมาตรฐาน อุปกรณ์การแพทย์ จะต้องยึดตรึงอย่างแข็งแรงด้วยอุปกรณ์ที่ได้รับการทดสอบการชนตามมาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด ผู้ป่วย และบุคลากร จะต้องปลอดภัยบนรถพยาบาล

จุดเด่นของการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโดยศูนย์เคลื่อนย้ายผู้ป่วยบีดีเอ็มเอส(BDMS Medevac Center) คือ จะมีทีมแพทย์ด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิน และพยาบาลด้านการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉิน ที่ได้รับการฝึกอบรม สามารถตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว พร้อมอุปกรณ์การแพทย์ขั้นสูง เสมือนยกห้อง ICU เคลื่อนที่ไปรับส่งผู้ป่วยอย่างทันท่วงทีทุกวินาทีฉุกเฉิน ด้วยมาตรฐานการเคลื่อนย้ายที่ผ่านการรับรองในระดับสากล

นายแพทย์อัญฤทธิ์ แสงจรัสวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพ กล่าวว่า หากมีผู้ป่วยหรือผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกล หรือในช่วงเทศกาลที่มีการจราจรหนาแน่น ศูนย์เคลื่อนย้ายผู้ป่วยบีดีเอ็มเอส (BDMS Medevac
Center) มีบริการเฮลิคอปเตอร์ทางการแพทย์ฉุกเฉิน (Sky ICU) ให้บริการรับ-ส่ง คนไข้ฉุกเฉินเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วนตั้งแต่แรกรับ ด้วยอุปกรณ์การแพทย์ฉุกเฉินขั้นสูง ติดตั้งบนเฮลิคอปเตอร์ตามมาตรฐานนิรภัยการบินขององค์กรการบินระหว่างประเทศ ปฏิบัติงานบนเครื่องด้วยทีมแพทย์ พยาบาลที่มีวุฒิบัตรและความชำนาญ ประสบการณ์จริงด้านเวชศาสตร์การบิน และได้รับการฝึกจนชำนาญการปฏิบัติการบินทางการแพทย์ฉุกเฉิน โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บให้ได้รับการดูแลรักษาอย่างทันท่วงที รวดเร็ว และปลอดภัย

ทั้งนี้ จุดเด่นของเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทางอากาศคือ การเข้าถึงพื้นที่ห่างไกล พื้นที่จำกัด เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนตั้งแต่แรกรับ นอกจาก SKY ICU บริการเฮลิคอปเตอร์ทางการแพทย์ฉุกเฉิน ทางโรงพยาบาลยังมีบริการรับ-ส่งการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยด้วยอากาศยานอื่นๆ อาทิ เครื่องบินไพรเวท หรือเครื่องบินพาณิชย์ เพื่อเดินทางภายในประเทศและต่างประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call center โทร. 1724

“ศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลกรุงเทพ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าปีใหม่นี้จะเป็นปีที่จำนวนผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตทางถนนของประเทศไทยจะลดน้อยลง ขอให้ทุกท่านเตรียมความพร้อมของตนเอง พาหนะ และวางแผนเส้นทางการขับขี่อย่างปลอดภัยมีน้ำใจให้กันและกัน เพื่อให้คนไทยทุกคนจะฉลองปีใหม่ร่วมกันอย่างมีความสุข”

กรมวิทย์ ตรวจยีนแพ้ยาโรคเกาต์ ฟรี 1 หมื่นรายเป็นของขวัญปีใหม่ 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461795

กรมวิทย์ ตรวจยีนแพ้ยาโรคเกาต์ ฟรี 1 หมื่นรายเป็นของขวัญปีใหม่ 2563

วันจันทร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มอบของขวัญปีใหม่ พ.ศ.2563 ให้กับประชาชน โดยให้บริการตรวจยีนแพ้ยาลดกรดยูริก Allopurinol เพื่อป้องกันผื่นแพ้ยาชนิดรุนแรงในผู้ป่วยโรคเก๊าท์ที่ยังไม่เคยได้รับยามาก่อน หรือเพิ่งได้รับยาลดกรดยูริก มาไม่เกิน 2 เดือน จำนวน 10,000 รายฟรี

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เปิดเผยว่า ในแต่ละปีมีผู้ป่วยโรคเกาต์รายใหม่ที่ต้องใช้ ยาอัลโลพูรินอล(Allopurinol) จำนวนนับแสนราย ซึ่งยาอัลโลพูรินอลเป็นยาลดการสร้างกรดยูริก ใช้รักษาผู้ป่วยโรคเกาต์ สำหรับผู้ที่มียีน HLA-B*58:01 อัลลีล จะมีความเสี่ยงในการเกิดผื่นแพ้ยาชนิดรุนแรง (Severe cutaneous adverse
drug reactions: SCARs) ได้มากกว่าคนที่ไม่มียีนนี้ 348 เท่า โดยในคนไทยสามารถพบการมียีนเสี่ยงนี้ได้ประมาณ
ร้อยละ 15-20 แล้วแต่ภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันการตรวจยีนแพ้ยา HLA-B*58:01 อัลลีลยังไม่สามารถใช้สิทธิประโยชน์จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และสิทธิกองทุนประกันสังคม

ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันผู้ป่วยเป็นโรคผื่นแพ้ยาทางผิวหนังชนิดรุนแรง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงได้เปิดให้บริการตรวจยีน HLA-B*58:01 ในผู้ป่วยโรคเกาต์รายใหม่ก่อนเริ่มยาลดกรดยูริก หรือเริ่มยามาไม่เกิน 2 เดือน จำนวน 10,000 รายฟรี เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ พ.ศ.2563 โดยสามารถส่งตรวจได้ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์นนทบุรี หรือศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์14 แห่งทั่วประเทศ ดังนั้น สถานบริการที่ต้องการ ส่งตัวอย่างตรวจสามารถทำหนังสือถึงกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยระบุ “ขอส่งตัวอย่างตรวจเข้าโครงการของขวัญปีใหม่ พ.ศ.2563 จากกระทรวงสาธารณสุขสู่ประชาชน” เพื่อขอความอนุเคราะห์ยกเว้นค่าบริการการตรวจ หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์การแพทย์จีโนมิกส์ กองการแพทย์จีโนมิกส์และสนับสนุนนวัตกรรม กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โทร.02-9510000 ต่อ 98095-6

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผื่นแพ้ยารุนแรงเป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุขเรื่องหนึ่งที่ต้องมีกระบวนการดูแล แก้ไข จากรายงานที่มีเข้ามาที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมาพบว่า มีผู้ป่วยที่มีผื่นแพ้ยารุนแรงชนิดที่มีการหลุดลอกของผิวหนัง หรือเกิดเป็นแผลพุพองทั่วร่างกายคล้ายไฟไหม้ และเกือบเสียชีวิต มากถึง 1,000-2,000 รายต่อปี โดยยาที่เป็นสาเหตุต้นๆคือ Allopurinol (ยาลดกรดยูริก) และยา Carbamazepine (ยากันชัก) ซึ่งในแต่ละปีมีผู้ป่วยโรคเกาต์รายใหม่ที่ต้องใช้ยา ยาอัลโลพูรินอล(Allopurinol) จำนวนนับแสนราย แม้ว่าผู้ป่วยที่เกิดผื่นแพ้ยารุนแรงจะมีจำนวนไม่มาก แต่ต้องรับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ทุกข์ทรมานจากภาวะแทรกซ้อน บางรายตาบอด และเสียชีวิต หลังจากออกจากโรงพยาบาลยังคงต้องมีการรักษาดูแลรักษาต่อเนื่อง มีผลกระทบถึงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและผู้ใกล้ชิดที่ต้องดูแลเป็นอย่างมาก

“ที่ผ่านมากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยกองการแพทย์จีโนมิกส์และสนับสนุนนวัตกรรม ได้พัฒนาวิธีการตรวจยีนแพ้ยา 3 ชนิด ได้แก่ ยีนแพ้ยากันชัก Carbamazepine ยีนแพ้ยาลดกรดยูริก Allopurinol และยีนแพ้ยาต้านไวรัสเอดส์ Abacavir โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพได้ประกาศเพิ่มสิทธิประโยชน์การตรวจยีนกันชักแล้ว ส่วนยีนแพ้ยาลดกรดยูริก และยีนแพ้ยาต้านไวรัสเอดส์ อยู่ระหว่างการพิจารณาสิทธิประโยชน์ ซึ่งในปี 2562 ที่ผ่านมากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้บริการตรวจยีนแพ้ยากันชักฟรีเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่” นายแพทย์โอภาส กล่าวทิ้งท้าย

เคานท์ดาวน์ส่งท้ายปีที่ ลาบาริส เรสเตอร์รองท์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461798

เคานท์ดาวน์ส่งท้ายปีที่ ลาบาริส เรสเตอร์รองท์

วันจันทร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ลาบาริส เรสเตอร์รองท์ ร้านอาหารที่ซ่อนตัวอยู่ใน โฮเทล ลาบาริส เขาใหญ่ ที่พักติดเทรนด์ของเขาใหญ่ในเวลานี้ ชวนมาฉลองเทศกาลแห่งความสุขปลายปี ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ กับค่ำคืนสุดแสนประทับใจในบรรยากาศชวนฝันราวกับต้องมนต์ เต็มอิ่มไปกับบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติในคอนเซ็ปต์กริวบาร์ เครื่องดื่มหลากหลายชนิดตลอดคืน พร้อมเพลิดเพลินไปกับดนตรีสด และร่วมเค้าท์ดาวน์ส่งท้ายปีกับโชว์ดอกไม้ไฟอันตระการตา ปิดท้ายความสุขด้วยอาหารมื้อพิเศษ ในวันที่ 1 มกราคม 2563

ลาบาริส เรสเตอร์รองท์ เป็นร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารอาหารยูโรเปี้ยนฟิวชั่นและอาหารไทยรสกลมกล่อม ในคอนเซ็ปต์“Grill Bar and Thai Cuisine” โดยทางร้านได้คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดีจากท้องถิ่นและทั่วทุกมุมโลกมาปรุงอาหารด้วยความพิถีพิถัน รังสรรค์ทุกเมนูด้วยความใส่ใจ ทำให้อาหารทุกจานมีรสชาติที่สมบูรณ์แบบ นอกจากรสชาติอาหารที่โดดเด่นแล้ว บรรยากาศโดยรอบยังร่มรื่นรายล้อมไปด้วยสวนสีเขียวและเสียงน้ำไหลในลำธารธรรมชาติ เหมาะสำหรับการรับประทานอาหารกับกลุ่มเพื่อน ครอบครัว และคนที่รัก รวมถึงเป็นสถานที่จัดงานในบรรยากาศแบบสบายๆ

และพิเศษในช่วงเทศกาลแห่งความสุขปลายปี มาร่วมเฉลิมฉลองวันส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ กับค่ำคืนพิเศษในบรรยากาศชวนฝันราวกับต้องมนต์อิ่มอร่อยแบบไม่จำกัดกับบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติในคอนเซ็ปต์กริวบาร์ อาทิ tomahawk steak, BBQ seafood, Homemade smoke salmon รวมถึงเครื่องดื่มหลากหลายชนิดตลอดคืน พร้อมเพลิดเพลินไปกับดนตรีสด ชมบรรยากาศยามเย็นและจิบเครื่องดื่มสไตล์ลาบาริสที่บริเวณ Sirin’s Deck (Rooftop Bar) และร่วมเคานท์ดาวน์ส่งท้ายปีกับโชว์ดอกไม้ไฟอันตระการตา ปิดท้ายความสุขด้วยอาหารมื้อพิเศษในวันที่ 1 มกราคม 2563

พิเศษ Early bird ผู้ใหญ่ 4,400 บาทสุทธิ/ท่าน (จากราคาปกติ 5,500 บาท) เด็ก 3,080 บาทสุทธิ/ท่าน (จากราคาปกติ 3,850 บาท) เมื่อสำรองล่วงหน้าภายในวันที่ 26 ธันวาคม 2562 สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Facebook Hotel Labaris Khao Yai หรือโทร. 063-1901900, 044-300999

คุณแหน : 23 ธันวาคม 2562 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461825

650935

คุณแหน : 23 ธันวาคม 2562

วันจันทร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ll ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ ประธานจัดงาน แสดงมุทิตาจิต ถวายแด่ พลเรือเอกหม่อมเจ้าปุสาณ สวัสดิวัตน์ เจริญพระชันษา 90 ปี 27 ธ.ค. 11.00 น. ณ ห้องชมวัง ราชนาวิกสภา กองทัพเรือ…

ll บุญเนตร-คุณหญิงทิพยวรรณ ตันตกิตติ์ ดีใจมากๆ ที่ ลูกสาวคนเล็ก เณศราภา ทับสุวรรณ คลอดลูกชายหน้าตาน่ารักน่าชัง “น้องจิน” ให้คุณตา-คุณหญิงยาย ยิ้มกันไม่หุบหลังจากรอคอยมานาน งานนี้ไม่รู้ว่าใครเห่อหลานมากกว่ากัน แต่ที่มั่นใจได้คือของรับขวัญหลานชายคนนี้ต้องสมฐานะหลานชายคนแรกอย่างแน่นอน…

ll ใกล้เทศกาลปีใหม่ นพ.สมเกียรติ ลลิตวงศา ผอ. รพ.ราชวิถี ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมต่อชีวิตให้กับผู้ป่วยที่รอโอกาสทางการรักษาโรคมะเร็ง ใน “กองทุนพิชิตมะเร็ง มูลนิธิ รพ.ราชวิถี” เชิญบริจาค “มูลนิธิรพ.ราชวิถี” เลขที่ 0512163221 SCB สาขาโรงพยาบาลราชวิถี http://www.rajavithifoundation.com…

ll ผู้ให้และผู้รับแบรนด์มั่นใจได้ มธุวลี สถิตยุทธการ ผอ.ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บจก.แบรนด์ ซันโทรี่ ร่วมกับ สคบ. เพื่อปฏิญญาความร่วมมือการจำหน่ายกระเช้าของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ด้วยการนำผลิตภัณฑ์ที่ดีมีคุณภาพ มาจัดให้ลูกค้า…

ll โครงการดีๆ จาก TRSC ศูนย์เลสิคนานาชาติ TRSC..Go Paperless ร่วมรักษ์โลก ลดใช้กระดาษ เป็น E-Vocher ผ่าน SMS และ E-mail ให้กับผู้มาใช้บริการนอกจากช่วยรณรงค์ลดโลกร้อนแล้วสิทธิพิเศษยังเหมือนเดิม…

ll ธานินทร์ พานิชชีวะ บิ๊กบอส บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง ร่วมรณรงค์ความปลอดภัยบนท้องถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพื่อลดอุบัติเหตุและขอบคุณผู้ใช้ทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ แจกกระเป๋ากันง่วง ที่บรรจุกาแฟ ผ้าเย็นและเครื่องดื่มชูกำลัง 25 ธ.ค.ด่านดินแดง เวลา 07.30-09.00 น. และด่านอนุสรณ์ เวลา 16.00-18.00 น….

ll หลังเข้ารับตำแหน่งหัวเรือใหญ่เกือบสามปี เขมทัตต์ พลเดช กก.ผอ.ใหญ่ บมจ.อสมท ทุ่มเทแรงกายแรงใจขับเคลื่อนองค์กรให้มีผลประกอบการที่ดี ควบคู่กับผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการในโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (CGR) ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด อสมท ได้รับผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับ“ดีเลิศ” คะแนนเฉลี่ย 95% ถือเป็นของขวัญรับปีหนูทอง ให้กับพนักงานและองค์กรอย่างดีเยี่ยม…

ll ข่าวยินดียิ่งของสมาชิกสมาคมการตลาดฯ ที่นายกสมาคมฯ อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ได้รับเลือกเป็น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. คนที่ 10 ต่อจาก ชาญศิลป์ ตรีนุชกร ที่จะเกษียณอายุในวันที่ 12 พ.ค. 2563….งานนี้ ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน และอดีตนายกสมาคมฯอีกหลายคน รีบจองคิวเลี้ยงยินดีก่อนใคร เพราะคิวยาวเหยียดแน่นอน…ll

คุณแหน

‘มิกิโมโต้’ราชินีแห่งความงามบนเวที’มิสอินเตอร์เนชั่นแนล 2019’ มงกุฎไข่มุกระดับมาสเตอร์พีซ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461894

‘มิกิโมโต้’ราชินีแห่งความงามบนเวที’มิสอินเตอร์เนชั่นแนล 2019’ มงกุฎไข่มุกระดับมาสเตอร์พีซ

วันอาทิตย์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 21.39 น.

“มิกิโมโต้” ราชินีแห่งความงามบนเวที “มิสอินเตอร์เนชั่นแนล 2019” มงกุฎไข่มุกระดับมาสเตอร์พีซที่รังสรรค์จากไข่มุกที่ดีที่สุด 778 เม็ด

“มิกิโมโต้” (Mikimoto) แบรนด์ไข่มุกอันดับหนึ่งจากประเทศญี่ปุ่น สัญลักษณ์แห่งความงามอันทรงคุณค่าที่อยู่คู่สุภาพสตรีทั่วโลกมากว่าศตวรรษ โดยล่าสุดมงกุฎมุกระดับมาสเตอร์พีซที่รังสรรค์โดยมิกิโมโต้ ได้ถูกสวมอยู่บนศีรษะ “บิ๊นท์-สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์” เจ้าของตำแหน่งนางสาวไทยประจำปี 2562 ที่เพิ่งจะไปคว้ามงกุฎบนเวทีนางงามระดับโลก“มิสอินเตอร์เนชั่นแนล 2019” (Miss International 2019) ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อไม่นานนี้ทำให้ “บิ๊นท์” ถือเป็นนางงามสาวไทยคนแรกที่คว้ามงกุฎบนเวทีแห่งนี้ ตั้งแต่มีการจัดการประกวดมากว่า 59 ปี

การประกวดมิส อินเตอร์เนชั่นแนล ถือเป็น 1 ใน 3 ของเวทีการประกวดสาวงามที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก
เริ่มจัดการประกวดครั้งแรกเมื่อปี 1960 ที่สหรัฐอเมริกา และมาจัดที่ประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 1967 นับเป็นเวที
ที่ดึงดูดสาวงามจากทั่วโลกมากกว่า 70 ประเทศในทุกๆ ปี โดยต่างมุ่งมั่นที่จะเอาชนะกัน ไม่เพียงแต่ในด้านความงามภายนอกเท่านั้น ความงามจากภายในก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน  เพราะผู้ครองตำแหน่งมิสอินเตอร์เนชั่นแนล จะต้องทำหน้าที่ “ทูตแห่งความงามและสันติภาพ” ที่แสดงถึงความงามของประเทศญี่ปุ่น และความปรารถนาที่จะให้เกิดสันติภาพในโลกใบนี้

ในฐานะผู้สนับสนุนการประกวด มิกิโมโต้  ไม่เพียงแต่มอบมงกุฎไข่มุกอันล้ำค่าและสง่างามให้แก่นางงาม
ผู้ครองตำแหน่ง มิสอินเตอร์เนชั่นแนล  ระหว่างการทำกิจกรรมสาวงามผู้เข้าประกวดยังได้รับเชิญมาที่ Mikimoto Pearl Island ในเมืองโทบะ จังหวัดมิเอะ ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญในการแนะนำวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นและทำความรู้จักกับการทำฟาร์มไข่มุกระดับโลก รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ที่จะเผยแพร่สู่สายตาคนทั้งโลก

ประวัติศาสตร์ของมิกิโมโต้ร้อยเรียงด้วยไข่มุกอันล้ำค่า การรังสรรค์ความงามและไลฟ์สไตล์ที่เปี่ยมด้วยรสนิยม สำหรับผู้หญิงทั่วโลก คือสิ่งที่มิกิโมโต้ช่วยเติมเต็มให้กับผู้หญิงทุกคน จึงถือเป็นสิ่งที่เข้ากันได้ดีกับปรัชญาของการประกวดมิสอินเตอร์เนชั่นแนลทั้งทัศนคติในเรื่องความงามแบบองค์รวม และกิจกรรมทางสังคมต่างๆที่สอดประสานกับปรัชญาของมิกิโมโต้  ซึ่งมงกุฎไข่มุกนี้ทำขึ้นเมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้ว และถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นมีการซ่อมบำรุง โดยการเปลี่ยนไข่มุกเม็ดใหม่เข้าไปแทน ทั้งหมดมี 778 เม็ดที่ประดับอยู่บนมงกุฏ มากพอที่จะสร้างความโดดเด่นและเหมาะสมกับ ‘ราชินีแห่งความงาม’ ถ้าสังเกตดู จะเห็นว่าในโลกนี้ไม่มีมงกุฏไหนที่ประดับด้วยไข่มุกเช่นนี้ มีเพียงมิกิโมโต้เท่านั้น ที่มีเทคโนโลยีและฝีมือเฉพาะตัว

และเมื่อชื่อผู้ชนะตำแหน่งถูกประกาศ  มงกุฎมิกิโมโต้ ได้ทำหน้าที่เสมือนเป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจนั้น  เช่นเดียวกับคณะกรรมการและผู้ชมที่อยู่ ณ ที่นั้น มันอาจพูดได้ว่าเป็นการสื่อสารถึงชัยชนะ ดังนั้นเมื่อมงกุฎถูกสวมอยู่บนศีรษะของผู้ชนะ ทุกคนที่อยู่ในสถานที่นั้นก็รู้สึกตื่นเต้น มงกุฏนี้ไม่ได้เปิดให้คนดูทั่วไปได้ชม ดังนั้นแทบจะไม่เคยมีใครเห็น และมีผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวที่จะได้สวม จึงนับเป็นความรู้สึกที่พิเศษมากทีเดียว

กล่าวได้ว่า “มิกิโมโต้” คือคุณค่าแห่งความบริสุทธิ์ที่มอบให้หญิงสาวในทุกโอกาส ทั้งยังเคยสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกมงกุฎไข่มุกให้กับเวที Miss Universe มาแล้ว  โดยมิกิโมโต้ได้บรรจงคัดเลือกไข่มุกเม็ดงามที่มีความกลมเกลี้ยง และเงางามที่สุด โดยคัดไข่มุก 1% แรกที่ดีที่สุด หรือเรียกได้ว่าเป็นไข่มุกเพียงหนึ่งในร้อยของไข่มุกทั้งหมดมารวมไว้ด้วยกัน เพื่อประกอบเป็นมงกุฎที่เรียกได้ว่า “สวยงามที่สุด”

ผลงานจากฝีมืออันประณีตซึ่งไม่มีที่ใดเสมอเหมือนของมิกิโมโต้ ได้รวมเอาเทคนิคงานช่างทองตามประเพณีดั้งเดิมของญี่ปุ่น ผสมผสานเข้ากับการดีไซน์เครื่องประดับแบบยุโรปไว้อย่างลงตัว โดยครั้งนี้มิกิโมโต้ได้นำเสนอผลงานชิ้นเอกที่รังสรรค์ได้อย่างวิจิตรบรรจง แสดงออกถึงความประณีตพิถีพิถันจากช่างฝีมือชั้นสูงไว้อย่างแท้จริง  ซึ่งแน่นอนว่า มร.โคคิชิ มิกิโมโต้ ผู้ก่อตั้งแบรนด์มิกิโมโต้ ยังคงปรารถนาให้ผู้หญิงทั่วโลกสวมใส่ไข่มุกอัญมณีแห่งท้องทะเลอันล้ำค่าที่จะมอบความรู้สึกพิเศษให้แก่หญิงสาว เช่นเดียวกับมิสอินเตอร์เนชั่นแนล 2019

‘อาร์ต พลังธรรม’เปิดชีวิตเหตุโสดเพราะมีลูก! เผยใครเข้ามาก็ไม่จำกัดเพศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/462123

‘อาร์ต พลังธรรม’เปิดชีวิตเหตุโสดเพราะมีลูก! เผยใครเข้ามาก็ไม่จำกัดเพศ

วันจันทร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 19.59 น.

เปิดใจ อาร์ต พลังธรรม กล่อมทองสุข คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวสุดสตรองที่ต้องดูแลลูกบุญธรรมอย่างน้องอาร์ตี้มานานร่วม 11 ปี ล่าสุดออกมาเปิดใจในรายการคุยแซ่บShow ทางช่อง One31 ที่มีนุ้ย สุจิรา และ เป๊กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกร ถึงเหตุที่โสดมานานสองปีก็เพราะรักครั้งเก่าที่จบไปเพราะเรื่องลูก พร้อมเผยหากใครจะเข้ามาก็ไม่จำกัดเพศ แค่ขอรับได้กับข้อแม้ในชีวิตก็พอ

ตอนนี้ลูกชายบุญธรรมอายุเท่าไหร่แล้ว ?

อาร์ต :11 ขวบแล้ว ตัวโตกินเก่วมาก กินกล้วยวันละหวี กล้วยน้ำว้ากับฝรั่งต้องมีติดบ้าน

รับมาเลี้ยงตั้งแต่อายุเท่าไหร่ ?

อาร์ต : 6 เดือน

แต่พี่ไม่เคยคิดที่จะปิดบังใช่มั้ย ?

อาร์ต : ไม่เคยคิดที่จะปิดบัง เพราะตอนเอาน้องมาดูแลทางแม่น้องก็มีติดต่อกัน ว่างๆก็โทรมาคุยเค้าก็ได้คุยกับแม่เค้า เค้าก็รู้ว่าแม่เค้าเป็นใครอยู่ที่ไหน

ทำไมถึงตั้งชื่อว่าอาร์ตี้ ?

อาร์ต : ก็เราชื่ออาร์ต ART ของเค้าเติม Y ไปอีกตัวเป็น ARTY

การรับเลี้ยงเด็กคนนึงไม่ใช่เรื่องง่ายพี่อาร์ตมีปรึกษาใครก่อนหรือเปล่า ?

อาร์ต : ถ้าเรื่องของการเลี้ยงดูปรึกษาคุณแม่ก่อนเลย เพราะตอนนั้นเราทำงานดูแลคุณแม่ การที่จะเอาเด็กเข้ามาในบ้านคือเราต้องดูแลเยอะมากถ้าเราตัวคนเดียวเราเอาตัวไม่รอด ต้องถามแม่ก่อนว่าแม่เล่นด้วยมั้ย

แล้วแม่ตอบรับเลยมั้ย ?

อาร์ต : ตอนแรกแม่ค่อนข้างกังวลแล้วเราก็เด็กด้วยย้อนหลังไป 11 ปีเราก็ 32 ตอนแรกแม่รู้สึกว่าไม่มั่นใจเท่าไหร่เราก็ยังเด็กด้วย สุดท้ายเค้าเห็นถึงความตั้งใจ แม่ก็ตัดสินใจว่าถ้าจะเอาจริงเดี๋ยวแม่ช่วยดูแล

จุดที่เราตัดสินใจว่าเราจะรับมาเลี้ยงคืออะไร ?

อาร์ต : หนึ่งเลยคืออยากมีลูกเป็นคนชอบเด็ก ชอบเล่นกับเด็ก เคยคิดไว้สมัยวัยรุ่นวาดฝันไว้ว่าอยากมีลูกสาว ชอบเด็กผู้หญิง จะมีแฟนไม่มีแฟนไม่เป็นไร แต่อยากมีลูกสุดท้ายก็ปุ๊ปปั๊ปรับโชคได้มาจริงๆ โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ

ตอนรับเค้ามาแล้วอยู่ในอ้อมกอดเราตอนนั้นรู้สึกยังไง ?

อาร์ต : ตั้งแต่เจอเค้าเลยดีกว่า พอเจอเค้ารู้สึกว่าอะไรก็ไม่รู้ดึงดูดเหลือเกิน เค้าอยู่ต่างจังหวัดเราทำงานอยู่กรุงเทพฯ พอว่างจากทำงานถ่ายละครวันสองวันเราก็บินละไปเจอเค้าที่ต่าวจังหวัดเทียวไปเทียวมาอยู่แบบนี้เป็น3-4เดือน สุดท้ายก็ได้น้องมาดูแล มันเป็นความรู้สึกรักแรกพบ บอกไม่ถูก

มันมีแว้บมั้ยว่าไม่น่าเลย ?

อาร์ต : ไม่มีเลย มีแต่สิ่งทีทำให้รู้สึกว่าดีจัง ดีจังที่มี ดีจังที่ทำแบบนั้น ระยะทางที่เริ่มต้นจนมาถึงทุกวันนี้มันมีแต่เรื่องดีๆ มันมีแต่ความรู้สึกว่ามันมีความสุขจัง

ก่อนนอนต้องรอคุณพ่อก่อนให้พ่อมากล่อมนอน ?

อาร์ต : เค้าจะมีเวลานอนของเค้าไม่เกิน 3 ทุ่ม เรายังไม่เสร็จงานกลับบ้านดึกซักทุ่มสองทุ่มพอเริ่มรู้เรื่องเค้าจะโทรมาแล้วว่าคุณพ่อกลับกี่โมงเพื่อที่เค้าอยากจะนอนหลับไปพร้อมกับเรา

รู้สึกยังไงตอนลูกโทรมา ?

อาร์ต : แจ้นเลยรีบทำอะไรให้เสร็จไวๆอยากกลับบ้าน ไม่ใช่เค้าคนเดียวที่อยากอยู่กับเราแต่เราก็ติดเค้า ยิ่งช่วงก่อนเค้าจะนอนติดแขนเค้าจะชอบบอกว่าคุณพ่อขอแขนหน่อย แล้วเราจะยังไงไหวล่ะ

เคยคุยว่าถ้า 10 ให้แยกห้องนอน ?

อาร์ต : ใช่ เคยคุยว่าตี้จะไปอยู่ห้องตี้ตอนอายุเท่าไหร่ เค้าบอก 10 ขวบเราก็ดีล 10 ขวบ พอถึงเวลา 11 ขวบ เค้าก็ขอขยับเป็น 15 ขวบ เค้ายังอยากอยู่ใกล้

เคยคุยมั้ยว่าทำไมอาร์ตี้ติดพ่ออาร์ตมากเลย ?

อาร์ต : ไม่เคยคุยกัน แต่พี่จะชอบพูดกับลูกบอกรักกันทุกวัน ก็เลยต่างคนต่างติดกัน

พอมีอาร์ตี้ชีวิตเปลี่ยนไปยังไงบ้าง ?

อาร์ต : เรื่องของการทำงานมีเป้าหมายในชีวิตตัวเองที่ชัดเจนและแข็งแรงมากขึ้น แต่ก่อนเด็กๆ ถึงแม้จำทำงานดูแลที่บ้านดูแลแม่ แต่ยังไม่มีลูก พอทำงานเสร็จว่างก็ไปต่างจังหวัดเพื่อนเยอะ ไปปาร์ตี้บ้าง ไปเที่ยวบ้าง แต่พอมีลูกเราเริ่มงางแผนตัวเราเองชัดเจนขึ้นว่าเราจะเดินไปทางไหน เราต้องเตรียมอะไรไว้ให้เค้าบ้าง สิ่งที่ดีสำหรับตัวเราคือเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแล้วก็มองอนาคตไกลขึ้น

อยากบอกอะไรกับอาร์ตี้ ?

อาร์ต : ก็คงบอกเหมือนทุกวันที่เคยบอกเค้า อาร์ตี้พ่อรักอาร์ตี้ที่สุดในโลกจักรวาลทางช้างเผือก

มัวแต่สุขกับลูกเลยทำให้เราไร้คู่ไร้แฟนจริงมั้ย ?

อาร์ต : จริงๆแล้วช่วงมีลูกมีแฟนก็มีนะ แต่ตอนนี้ไม่ได้มีมาสองปีแล้ว เพราะว่าหลังจบจากคนเก่าไปยังหาไม่ได้ พูดตรงๆ

แล้วเหตุผลที่เราจบกับคนเก่าเกี่ยวกับที่เรามีภาระอะไรแบบนี้มั้ย ?

อาร์ต : ใช่เรื่องนี้ด้วยแล้วก็เราอาจจะบาลานซ์ได้ยังไม่ดี เรื่องของการทำงานด้วย ดูและอาร์ตี้ด้วย ดูแลครอบครัวด้วยรวมถึงดูแลคนที่จะเข้ามาในชีวิตด้วย แล้วก็งานที่มันหนักการทำละครไม่เป็นเวลามันหามรุ่งหามค่ำ มันก็ทำให้เวลาที่อยู่ด้วยกันกับคนที่จะมาใช้ชีวิตกับเราด้วยมันน้อย ไหนจะลูกอีกพอเราว่างจากงานก็ต้องหาลูกที่เราไม่ได้เจอมาทั้งอาทิตย์ มันก็เลยมีปัญหาคือเราพยายามกันแล้วสุดท้ายก็ไม่เวิร์ค ก็คุยกันว่าเป็นความผิดของเราเองเรายังบริหารเวลาได้ยังไม่ดี

แล้วมีใครแวะเวียนเข้ามาบ้างมั้ย ?

อาร์ต : ก็มีนะ พอหลังจากนั้นเราก็ต้องดูมากขึ้นว่าคนที่จะเข้ามาเค้ารับแพ็คเกจแบบเราได้มั้ยคือหนึ่งเรามีลูก สองเรามีงานแบบนี้ สามเรามีเวลาแบบนี้รับได้หรือเปล่ามันก็เลยดูกันเยอะขึ้น ยากขึ้น

หรือเราปฏิเสธเองตั้งกำแพง ?

อาร์ต : ไม่ได้ปฏิเสธนะแต่คนที่เข้ามาเราว่ามันยากขึ้น ถ้าเราเป็นคนตัวเปล่าๆไม่มีอะไรก็ศึกษาดูแลกันไปเรื่อยๆ แต่ตอนนี้เรามีลูกแล้วงานก็หนักด้วยการมีแฟนก็เป้นเรื่องยากสำหรับพี่

จริงมั้ยจะถอดใจชาตินี้จะโสดไม่มีแฟน ?

อาร์ต : ไม่ได้กะเกณฑ์ชีวิตไว้ขนาดนั้นว่าเราจะโสด จะไม่มีแฟน จะไม่มีคบใคร จะไม่เปิดโอกาสให้ใครเข้ามา ไม่ได้ตั้งเอาไว้แบบนั้น แต่ก็ไม่ได้โหยหาตอนนี้เหมือนปล่อยเกียร์ว่างมาก ถ้ามีจะเข้ามาก็คงแล้วแต่โชคชะตา แต่ตอนนี้ดูแลลูก ดูแลที่บ้าน ทำงานหนักเราอาจจะยังไม่มีเวลามาโฟกัสตรงนี้ แต่ในอนาคตถ้าลูกโตขึ้นไม่ต้องดูแลเยอะมากมายเหมือนอย่างทุกวันนี้ก็อาจจะลงตัวขึ้น

แล้วสเปกคนที่จะเข้ามาต้องยังไง ?

อาร์ต : จริงๆแล้วเป็นคนไม่มีสเปก ถ้าถามว่าสเปกเราเป็นยังไงเราตอบไม่ได้ว่ารูปร่างหน้าตาต้องแบบไหน แต่สเปกของเราคือต้องได้เจอแล้วคุย บางทีรุ่นพี่เค้าก็ไล่ให้ไปเจอสังคมใหม่ๆ เราไม่ค่อยได้เปิดโอกาสไปจุดใหม่ๆมากมาย นิสัยขออย่าเยอะ สูงก็ได้ต่ำก็ได้ ในที่นี้หมายถึงว่าอยู่ในที่สูงก็ได้ อยู่ในที่ต่ำก็ได้ตามโอกาสตามสถานการณ์ไม่ใช่ว่าไม่มีที่ให้สูงก็ไปไม่ได้ ต้องอยู่กับเราให้ได้ทุกเลเวลคือพี่เป็นคนง่าย

เปิดกว้างได้ทุกเพศมั้ย ?

อาร์ต : ได้หมด คือเราไม่ได้ชอบใครที่ใครมีอะไร ถ้าคุยกันแล้วเรารู้สึกว่ามันลงตัวจะเป็นผู้หญิงน่ารักเราก็มองว่าน่ารักนะ ถ้าผู้ชายที่หน้าตาดีเราก็มองว่าคนนี้ก็ดูดี อย่าจับเราไปอยู่ในกล่องอะไรที่คุณคิดเลย

ติดตามรายการ คุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 14.00-15.00น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

เริ่มต้นวันแรกของปี2020 ด้วยซีรีส์ฆาตกรรมตอนพิเศษ โดย’ทาคุมิ ซาอิโตะ-มาซาตากะ คุโบตะ’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/462094

news_default

เริ่มต้นวันแรกของปี2020 ด้วยซีรีส์ฆาตกรรมตอนพิเศษ โดย’ทาคุมิ ซาอิโตะ-มาซาตากะ คุโบตะ’

วันจันทร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 18.47 น.

นับว่าเป็นธรรมเนียมของช่องโทรทัศน์ญี่ปุ่นที่ในทุกวันหยุดพิเศษจะมีการผลิตซีรีส์หรือรายการพิเศษเพียงตอนเดียวมาออกอากาศเฉพาะวันหยุดพิเศษเท่านั้นซึ่งคล้ายกับวงการโทรทัศน์ในบ้านเรา สำหรับวันหยุดพิเศษเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ปี 2020 นี้ ค่ายนิปปอนทีวี ซึ่งเป็นค่ายโทรทัศน์แถวหน้าของญี่ปุ่นได้ส่งซีรีส์แนวฆาตรกรรมลึกลับเรื่อง ‘Criminologist Himura and Mystery Writer Arisugawa SP’ นำแสดงโดย ทาคุมิ ซาอิโตะ ผู้โด่งดังมาจากซีรีส์เรื่อง Kamen Teacher และมาซาตากะ คุโบตะ ผู้โด่งดังมากซีรีส์เรื่อง Death Note  มาออกอากาศทางช่อง GEM ทรูวิชั่นส์ 244 ให้แฟนๆชาวไทยได้ชมในวันพุธที่ 1 มกราคม เวลา 20.00 น. เป็นเวลา 1 ชั่วโมงเต็ม

ซีรีส์เรื่อง ‘Criminologist Himura and Mystery Writer Arisugawa SP’ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับนักอาชญาวิทยา ฮิเดโอะ ฮิมุระ (รับบทโดยทาคุมิ ซาอิโตะ) และนักเขียนนวนิยายลึกลับ อาริซุ อาริซุกาว่า (มาซาตากะ คุโบตะ) ที่ได้ทำงานร่วมกันเพื่อแก้ปริศนาการฆาตกรรมพิศวง พวกเขาได้รับคดีใหม่เกี่ยวกับ “ABC Killer” ซึ่งฆาตกรสังหารเหยื่อตามลำดับตัวอักษรของสถานที่และชื่อของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อเช่นเดียวกับในนวนิยายที่โด่งดังของญี่ปุ่นเรื่องหนึ่ง แต่ทว่า…แรงจูงใจและเหตุผลของนักฆ่าคืออะไร ฮิมุระ และ อาริซุ จะแก้ไขคดีนี้ได้อย่างไร ติดตามชมได้ในคืนวันขึ้นปีใหม่นี้!

Red Velvet ปิดท้ายความอลังการปี2019 เพลงเปิดตัว‘Psycho’สุดปังในอัลบั้ม The ReVe Festival’ Finale #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/462089

Red Velvet ปิดท้ายความอลังการปี2019 เพลงเปิดตัว‘Psycho’สุดปังในอัลบั้ม The ReVe Festival’ Finale

วันจันทร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 18.37 น.
เรียกได้ว่า กลับมาปิดท้ายความอลังการของเทศกาลดนตรีปี 2019 ได้อย่างงดงาม สำหรับสาว ๆ ‘Red Velvet’ (เร้ด เวลเว็ท) ที่ล่าสุดได้ปล่อยอัลบั้มรีแพ็คเกจชุดใหม่ ‘‘The ReVe Festival’ Finale’ (เดอะ รีฟ เฟสติวัล ฟินาเล่) ออกมานำเสนอโลกดนตรีที่อัพเกรดขึ้นไปอีก พร้อมเพลงเปิดตัวที่เป็นเพลงรักแสนหวาน และสุดคูล ‘Psycho’ (ไซโค)
โดย Red Velvet ได้สานต่อความสำเร็จด้วยการทำกิจกรรมโปรโมทเพลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดปี 2019 นี้ ภายใต้ชื่อ ‘The ReVe Festival’ ที่มีความหมายในภาษาฝรั่งเศสว่า ‘ความฝัน’ และ ‘จินตนาการ’ ซึ่งพวกเธอได้นำเสนอพาเหรดเพลงในฝันที่มีแนวเพลงเปิดกว้าง และการเปลี่ยนแปลงหลากหลายภาพลักษณ์ผ่านเทศกาลดนตรี หรือ เฟสติวัลครั้งนี้ เริ่มเปิดฉากด้วยมินิอัลบั้ม ‘‘The ReVe Festival’ Day 1’ พร้อมเพลงที่ทำให้ความปรารถนาประสบผลสำเร็จ และติดหูอย่างรุนแรง ‘Zimzalabim’ ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ต่อด้วยมินิอัลบั้ม ‘‘The ReVe Festival’ Day 2’ กับเพลงซัมเมอร์สุดสดชื่น ‘Umpah Umpah’ ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และการปิดท้ายสุดอลังการของเทศกาลดนตรีปี 2019 ด้วยอัลบั้มที่จะเป็นไคลแมกซ์ของพาเหรดดนตรีที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปีนี้อย่าง ‘‘The ReVe Festival’ Finale’

สำหรับอัลบั้มรีแพ็คเกจ ‘‘The ReVe Festival’ Finale’ จะประกอบไปด้วย 16 เพลงที่ทุกคนสามารถพบกับสีสันทางดนตรีแบบจัดเต็มของ Red Velvet โดยจะมาจากการรวม 12 เพลงของมินิอัลบั้ม ‘Day 1’, ‘Day 2’ และบวกเพลงใหม่เพิ่มไปอีก 4 เพลง ได้แก่ เพลงเปิดตัว ‘Psycho’ แนวเออร์เบิน ป๊อปจังหวะเร็ว ซึ่งผสมผสานเสียงร้องที่ไพเราะของ Red Velvet อีกทั้งยังโดดเด่นตรงท่อนฮุคที่มีความติดหู และทำนองที่แตกต่างไปจากเดิม ด้านเนื้อเพลงมีข้อความคูล ๆ เกี่ยวกับคู่รักที่แม้จะดูแปลกประหลาดในสายตาคนทั่วไป แต่ท้ายที่สุดก็ยอมรับซึ่งกันและกัน ฝีมือของนักทำเพลงฮิต Yoo youngjin และ Kenzie ด้านมิวสิควีดีโอเพลงนี้ จะมีภาพอันแสนงดงาม, บรรยากาศอันลึกลับ น่าหลงใหลของเพลงใหม่ และภาพลักษณ์อันมีเอกลักษณ์ของ Red Velvet

นอกจากนี้ ยังมีนักดนตรีทั้งในประเทศเกาหลีใต้ และต่างประเทศมามีส่วนร่วมเพิ่มความสมบูรณ์แบบให้อัลบั้มชุดนี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเพลงใหม่ที่รวมอยู่ในอัลบั้มอย่าง ‘In & Out’ แนวป๊อปแดนซ์กลาง ๆ ที่มีจังหวะแทร็ปแปลกใหม่ และท่อนฮุคติดหู เนื้อเพลงเกี่ยวกับการตกหลุมรักคนที่มีเสน่ห์อย่างไม่สามารถปฏิเสธได้ โดยเปรียบเทียบกับการชิมโดนัทรสชาติหอมหวานที่ทำให้จิตใจสั่นไหว ผลงานของทีมโปรดิวซ์ชื่อดัง Moonshine และ Kenzie, เพลง ‘Remember Forever’ แนวป๊อป บัลลาดที่มีเสียงเปียโนโบราณ และจังหวะวอลซ์ ในเนื้อเพลงจะแสดงความรู้สึกอันอบอุ่นเกี่ยวกับการนึกถึง ‘The ReVe Festival’ ที่เหมือนกับเป็นความฝันในฤดูร้อนที่ผ่านมา เพื่อจดจำช่วงเวลาที่สดใส งดงามยามอยู่ด้วยกัน และคำสัญญาที่จะทำให้ค่ำคืนของพวกเราไม่มีทางจบสิ้น ผลงานของนักแต่งเพลงชื่อดัง Lee Seu Ran และทีมโปรดิวซ์มาแรง Royal Dive, สเปเชียล แทร็ก ‘La Rouge’ ที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างร้อนแรง เพราะสาว ๆ ได้โชว์เป็นครั้งแรกในคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งที่ 3 เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยเป็นเพลงที่ทรงเสน่ห์อย่างรุนแรง ผสมผสานซาวด์วงดนตรีอันทรงพลังและท่วมท้น เข้ากับกีต้าร์, เสียงร้องที่น่าดึงดูด และการแอดลิบที่งดงาม ผลงานของนักทำเพลงระดับโลก Andreas Oberg ฯลฯ

ทั้งนี้ Red Velvet จะโชว์เวทีการแสดงเพลงใหม่ ‘Psycho’ เป็นครั้งแรกที่ ‘2019 SBS Gayodaejun’ ในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ ณ Gocheok Sky Dome กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งทุกคนจะได้พบกับพ้อยท์ท่าเต้นที่น่าดึงดูด รวมถึงไลน์เต้นที่มีเสน่ห์ และคาริสม่าสุดฮิปของพวกเธอ

แฟนเพลงชาวไทยสามารถรับฟังอัลบั้มรีแพ็คเกจชุดใหม่ ‘‘The ReVe Festival’ Finale’ ของ ‘Red Velvet’ ได้ทาง

TrueID Music (http://bit.ly/2PM2aV3) และ JOOX (http://bit.ly/2scTRJ0)