Science Update : ค้นพบ ‘เส้นนาซกา’ ในเปรูเพิ่มเติม

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/458802

news_default

Science Update : ค้นพบ ‘เส้นนาซกา’ ในเปรูเพิ่มเติม

วันอาทิตย์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ทีมนักโบราณคดีและนักมานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยยามากาตะของญี่ปุ่น เผยว่า ได้ค้นพบ “เส้นนาซกา” (Nazca lines) ลวดลายปริศนาขนาดใหญ่บนผืนทะเลทรายในประเทศเปรูเพิ่มเติมอีก 143 ภาพ ผ่านการลงสำรวจพื้นที่จริง และใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(เอไอ) ของไอบีเอ็ม วิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศจากโดรนและภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูงจำนวนมาก เพื่อช่วยมองหาร่องรอยของแบบแผนลวดลายที่เลือนรางไปตามกาลเวลา ลายเส้นที่ค้นพบใหม่ในครั้งนี้ มีทั้งรูปคนและสัตว์ชนิดต่างๆ ในธรรมชาติ เช่น นก หนู แมว ลามา รวมทั้งสัตว์ที่ถือเป็นเทพเจ้าในตำนานอย่างงูสองหัวในวัฒนธรรมแอซเท็กด้วย โดยพบตั้งแต่ภาพลายเส้นขนาดเล็กที่กว้างไม่เกิน 5 เมตร ไปจนถึงภาพลายเส้นขนาดใหญ่ที่กว้างถึงกว่า 100 เมตร มีอายุเก่าแก่ระหว่าง 1,700-2,500 ปี บางภาพจะสามารถมองเห็นได้จากที่สูงหรือจากทางอากาศเท่านั้นเป็นที่มาของข้อสันนิษฐานที่ว่าเส้นนาซกาถูกสร้างขึ้นเพื่อสื่อสารกับเทพเจ้าบนท้องฟ้า หรือเพื่อใช้ประโยชน์ทางดาราศาสตร์ อย่างไรก็ตาม นักโบราณคดียังไม่สามารถถอดรหัสให้ทราบถึงความหมายที่อยู่เบื้องหลังภาพคนและสัตว์ต่างๆ ของเส้นนาซกาได้ จึงยังคงจะต้องมีการศึกษาค้นคว้าต่อไป

‘เมกา แฮปปี้เนส ซีซั่น’ เฉลิมฉลองคริสต์มาส ต้อนรับปีใหม่

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/458808

ปพิตชญา สุวรรณดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าเมกาบางนา

‘เมกา แฮปปี้เนส ซีซั่น’ เฉลิมฉลองคริสต์มาส ต้อนรับปีใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ร่วมแถลงข่าว Mega Happiness Season

นับถอยหลังเข้าสู่เทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองคริสต์มาส และปีใหม่ นักแสดงสาวคนดัง ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ พร้อมด้วย 2 นักแสดงหนุ่มสุดฮอต โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ และ ธิติ มหาโยธารักษ์ร่วมมอบรอยยิ้มและความสุขแบบจัดเต็มให้กับแฟนๆในงานแถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรม “เมกา แฮปปี้เนส ซีซั่น”(Mega Happiness Season) ที่ศูนย์การค้าเมกาบางนาซึ่งจัดขึ้นระหว่างนี้จนถึง 31 ธันวาคมนี้ เพื่อส่งมอบความสุขและความประทับใจในช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองพร้อมจัดเต็มทุกกิจกรรม ครบทุกไลฟ์สไตล์บันเทิง สำหรับลูกค้าทุกเจนเนอเรชั่น โดยเนรมิตการตกแต่งภายในและภายนอกศูนย์ด้วยแนวคิด คริสต์มาส อิน เดอะ ฟอเรส (Christmas in The Forest) กับต้นคริสต์มาสขนาดสูง12 เมตร และ “หมียักษ์จีโอเมทริค” รูปปั้นหมีตัวยักษ์สุดฮิปไอคอนนิคแห่งการเฉลิมฉลอง ที่มาพร้อมกับเหล่าผองเพื่อนสุดน่ารัก เพื่อเป็นแลนด์มาร์คสุดชิคให้ทุกคนได้มาร่วมถ่ายภาพและแชร์ความสุขต่อกันอย่างเต็มที่ โดยภายในงานได้เนรมิตบรรยากาศของ สวนเมกา พาร์ค ด้วยกลิ่นอายแบบงานสไตล์คันทรี่ ชิคโดย ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์, โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ และ ธิติ มหาโยธารักษ์ ได้ร่วมแสดงเป็นไฮไลท์ของโชว์ชุด “Wondrous rhythm of happiness” ขบวนพาเหรดเฉลิมฉลองคริสต์มาสและปีใหม่ที่สนุกสนานร่าเริง เพื่อมอบรอยยิ้มและความสุขให้ผู้มาร่วมงานอีกด้วย

ปพิตชญา สุวรรณดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าเมกาบางนา กล่าวว่า “เมกาบางนา ชูแนวคิด“Meeting Place” สุดยอดแหล่งช็อปปิ้งและสถานที่พบปะสังสรรค์ที่เป็นศูนย์รวมของทุกคนในครอบครัว รองรับทุกเจนเนอเรชั่น ตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงกลุ่มคนสูงอายุเป็นสถานที่พบปะและทำกิจกรรมร่วมกันได้อย่างครบวงจร ทั้งรับประทานอาหาร ช็อปปิ้ง และกิจกรรมสันทนาการต่างๆ โดยในช่วงเดือนธันวาคม นับเป็นเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองความสุขของทุกๆ คน ที่จะใช้เวลาและแบ่งปันความสุขร่วมกัน รวมไปถึงการจับจ่ายช็อปปิ้งของขวัญสำหรับคนที่รัก ทางเมกาบางนา จึงได้จัดงาน “เมกา แฮปปี้เนส ซีซั่น” กิจกรรมไฮไลท์สำหรับเทศกาลแห่งความสุขคริสต์มาสและปีใหม่ ด้วยการเนรมิตกิจกรรมเติมเต็มความสุขในทุกพื้นที่ เพื่อให้ลูกค้าได้มีประสบการณ์แปลกใหม่อย่างครบวงจร พร้อมทั้งเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่”

ปพิตชญา สุวรรณดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าเมกาบางนา

ปพิตชญา สุวรรณดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าเมกาบางนา
ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ ในโชว์ชุด Wondrous rhythm of happiness

ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ ในโชว์ชุด Wondrous rhythm of happiness
โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ และ ธิติ มหาโยธารักษ์

โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ และ ธิติ มหาโยธารักษ์
การตกแต่งอาคารของเมกาบางนา ในแนวคิด Christmas in The Forest

การตกแต่งอาคารของเมกาบางนา ในแนวคิด Christmas in The Forest
การตกแต่งอาคารของเมกาบางนา ในแนวคิด Christmas in The Forest

การตกแต่งอาคารของเมกาบางนา ในแนวคิด Christmas in The Forest

ตะลอนเที่ยว : อิสิปตนมฤคทายวัน สถานที่แสดงปฐมเทศนาของพระพุทธองค์

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/458816

ตะลอนเที่ยว : อิสิปตนมฤคทายวัน สถานที่แสดงปฐมเทศนาของพระพุทธองค์

วันอาทิตย์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ก่อนอื่นต้องกราบขออภัยสมาชิกคอลัมน์ตะลอนเที่ยว เนื่องจากในสัปดาห์ที่แล้วมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น เนื่องจากมีภาพของสถานที่แสดงปฐมเทศนา ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ผสมเข้าไปกับเรื่องมโนราห์ แห่งเมืองพัทลุง

สัปดาห์นี้ผมขอพาคุณไปยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพุทธศาสนิกชน นั่นคือป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ที่เมืองสารนาถ แห่งแคว้นพาราณสี ประเทศอินเดีย ซึ่งในสมัยโบราณครั้งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงมีพระชนม์ชีพ สถานที่แห่งนี้ได้รับการยอมรับและเชื่อถือต่อๆ กันมาว่าเป็นบริเวณที่มีความศักดิ์สิทธิ์มาก เพราะมีฤๅษี จำนวนมากซึ่งเป็นผู้แกร่งกล้าในวิชาอาคมไปชุมนุมรวมตัวกันอยู่ในบริเวณดังกล่าว อันที่จริงป่าแห่งนี้ในสมัยโบราณก็คือศูนย์รวมของสรรพวิทยา อันอยู่ในเขตสวนกวาง แล้วฉะนั้นจึงมีชื่อเรียกว่าป่าอิสิปตนมฤคทายวัน (อิสิคือฤๅษี ส่วนมฤคคือกวาง)

ผมเชื่อว่าหลายคนที่ศึกษาด้านพุทธศาสนาโดยเบื้องต้นมาบ้าง น่าจะต้องเคยได้ยินเรื่องราวการแสดงปฐมเทศนาโปรดปัญจวัคคีย์ โดยปัญจวัคคีย์คนแรกที่ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์เมื่อได้ฟังพระธรรมจากพระโอษฐ์ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็คืออัญญาโกณฑัญญะ ดังนั้นเมื่อพูดถึงตรงนี้หลายคนคงนึกถึงวันอาสาฬหบูชาได้โดยทันที แต่ถ้ายังนึกไม่ออกก็คงจะต้องกลับไปทบทวนวิชาศีลธรรมซึ่งสอนเกี่ยวกับวันสำคัญในพระพุทธศาสนา

ขอย้อนกลับไปพูดถึงป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ซึ่งในปัจจุบันเรียกสถานที่แห่งนี้ว่าธัมเมกขะสถูป ซึ่งมีสถูปองค์มหึมาที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกการแสดงปฐมเทศนา เพราะฉะนั้นที่แห่งนี้จึงมีพุทธศาสนิกชน รวมถึงศาสนิกชนในศาสนาอื่นไปเยี่ยมชมและแสดงความเคารพอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา และจะได้ยินเสียงสวดมนต์ของพระสงฆ์ในพุทธศาสนาดังต่อเนื่องตลอดเวลาเช่นกัน

สำหรับผู้ที่ยังจดจำได้ถึงเรื่องการแสดงปฐมเทศนาที่ชื่อว่าธัมมจักรกัปปวัตนสูตรหรือแปลได้ว่าการเคลื่อนไปของกงล้อแห่งธรรมะ

เมื่อพูดถึงสถานที่สำคัญตรงนี้ก็ต้องย้อนถึงเรื่องราวเมื่อครั้งพระพุทธองค์ได้เสด็จไปประทับที่บริเวณดังกล่าว ดังมีหลักฐานอ้างอิงคือมูลคันธกุฎี ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากองค์มหาสถูปที่ถูกสร้างขึ้นภายหลัง ซึ่งตามประวัติระบุว่าพระเจ้าอโศกมหาราชโปรดให้สร้างขึ้น ณ บริเวณที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา

แล้วจะมีหลักฐานสำคัญยืนยันว่าบริเวณดังกล่าวมีความสำคัญในพระพุทธศาสนานั่นคือเสาอโศก ที่แม้ปัจจุบันจะหักแล้วแตกเป็นหลายท่อน แต่เสาอโศกก็ยังคงถูกเก็บรักษาไว้ในบริเวณที่หน้ามูลคันธกุฎีของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

และสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในบริเวณที่กล่าวถึงก็คือสถานที่ซึ่งสมเด็จพระพุทธองค์ได้ทรงกล่าวกับยสกุลบุตร โดยทรงเทศนาแสดงอนุปุพพิกถา แล้วได้ทรงประกาศหลักธรรมคืออริยสัจ 4 ได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค แก่ยสกุลบุตรรวมถึงบริวารและบิดามารดากระทั่งถึงญาติพี่น้องของยสกุลบุตร จึงทำให้เกิดอุบาสก และอุบาสิกาขึ้นเป็นครั้งแรก และขณะเดียวกันก็มีพระอรหันต์เพิ่มขึ้นในโลกในขณะนั้นอีก 55 องค์

หลายคนคงจำได้ถึงสิ่งที่ยสกุลบุตรเดินบ่นออกมาว่า ที่นี่วุ่นวายหนอ ที่นี่ยุ่งหนอที่นี่สับสนจริงหนอ โดยยสกุลบุตรเดินบ่นไปเรื่อยๆ จนผ่านที่ประทับของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธองค์ จึงตรัสตอบว่า ที่นี่ไม่วุ่นวาย ที่นี่ไม่สับสน เมื่อยสกุลบุตรได้ยินคำตรัสของพระพุทธองค์ จึงเข้าไปเฝ้าแล้วได้ฟังธรรม หลังจากนั้นจึงได้บรรลุเป็นพระอรหันต์

นี่เป็นเพียงแค่เรื่องเล่าที่หลายคนอาจจะเคยได้ยินได้ฟังมาก่อนแต่ปัจจุบันอาจจะลืมเลือนไปบ้างแล้ว ดังนั้นผมจึงใคร่ขอเชิญชวนคุณผู้อ่านซึ่งเป็นแฟนคอลัมน์นี้และเป็นแฟนของหนังสือพิมพ์แนวหน้าได้โปรดหาเวลาไปแสดงความเคารพสักการะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้

ทัวร์คุณแหน โดย Mr.Flower จะพาคุณผู้อ่านแนวหน้าและผู้สนใจไปกราบนมัสการสังเวชนียสถานทั้งสี่คือสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนาและเสด็จ
ดับขันธปรินิพพาน โดยตั้งใจว่าจะพาท่านผู้สนใจไปกราบนมัสการสังเวชนียสถานต่างๆ คราวละหนึ่งแห่ง เพราะว่าถ้าไปคราวเดียวทั้งหมดสี่แห่ง จะต้องใช้เวลานาน ซึ่งสมาชิกหลายคนมีเวลาว่างไม่เพียงพอ

กำหนดการไปกราบนมัสการสังเวชนียสถานแห่งแรกน่าจะเป็นที่แสดงปฐมเทศนาแห่งนี้ก่อน เพราะนับว่าเดินทางได้สะดวกมากที่สุด ซึ่งถือได้ว่าสะดวกไม่แพ้กับการเดินทางไปกราบนมัสการสถานที่ประสูติ ณ พุทธคยา

กำหนดการเดินทางไปกราบนมัสการสังเวชนียสถาน โดยเบื้องต้นกำหนดไว้ว่าประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563 หากคุณผู้อ่านแนวหน้าท่านใดสนใจร่วมเดินทางไปกราบนมัสการสังเวชนียสถานด้วยกัน โปรดติดต่อที่หมายเลขโทรศัพท์ 091-7233615

Health News : อินเดียเรียกร้องห้ามขายยาออนไลน์

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/458803

news_default

Health News : อินเดียเรียกร้องห้ามขายยาออนไลน์

วันอาทิตย์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์การควบคุมมาตรฐานยากลางของอินเดียกำลังร้องขอให้ทุกรัฐบังคับใช้คำสั่งศาลที่ห้ามขายยาผ่านระบบออนไลน์ หรืออี-ฟาร์มาซี ตามคำสั่งศาลสูงอินเดียตั้งแต่เมื่อปลายปีที่แล้ว ที่ให้รัฐบาลคุมเข้มคำสั่งห้ามขายยาออนไลน์ในระยะนี้ ที่กำลังเติบโตจนคุกคามธุรกิจร้านขายยาแบบดั้งเดิม อีกทั้งมีเสียงร้องเรียนจากแพทย์รายหนึ่งว่าการปล่อยให้มีการขายยาออนไลน์โดยที่ไม่ควบคุมอาจนำไปสู่การใช้ยาในทางที่ผิด และว่า การขายยาออนไลน์ยังจะทำให้การนำใบสั่งยา
ใบเดียวไปซื้อยาได้หลายครั้งทำได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ก่อตั้งบริษัทขายยาออนไลน์รายหนึ่งยืนยันว่า บริษัทของเขาทำตามกฎหมายและกฎระเบียบของทางการอินเดียทุกประการ และว่า ธุรกิจของเขายังคงดำเนินต่อไปตามปกติ

Good news : ยิ้มกันวันอาทิตย์

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/458785

Goodnews : ยิ้มกันวันอาทิตย์

วันอาทิตย์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

งอน : ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เดินหน้ามุ่ยเข้ากลุ่มถ่ายรูปหมู่ร่วมกับบรรดาผู้นำชาติสมาชิกกลุ่มประเทศองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโตโดยมีประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส และนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิลของเยอรมนี มองตาม ก่อนการประชุมสุดยอดที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ว้ายกรี๊ด : นางโจ สวินสัน แกนนำพรรคลิเบอรัล เดโมแครตของอังกฤษ ทำหน้าตาตื่นตกใจเมื่อได้เห็นหุ่นกระบอกล้อเลียนนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ระหว่างร่วมเล่นเกมกับเด็กๆ ช่วงการตระเวนหาเสียงในเมืองเอดินเบอระ ของสกอตแลนด์

ชิลล์ : ชายในชุดสูทและสวมแว่นตาดำยืนดื่มน้ำอัดลมอย่างสบายใจ ขณะที่ตำรวจปราบจลาจลวิ่งไล่ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล ระหว่างการชุมนุมประท้วงที่เกิดขึ้นรายวันต่อเนื่องมานานกว่าสองเดือน ในกรุงซานติอาโก ประเทศชิลี

ต้นคริสต์มาส : ต้นคริสต์มาสประจำอาคารรัฐสภาสหรัฐ ซึ่งเป็นต้นสนสปรูซที่ตัดมาจากป่าในอุทยานแห่งชาติคาร์สัน ในรัฐนิวเม็กซิโก ได้รับการเปิดดวงไฟที่ประดับไว้อย่างสว่างไสว ด้านนอกอาคารรัฐสภาในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

แหวกฟ้าหาฝัน : Cesky Krumlov เมืองมรดกโลกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/458786

แหวกฟ้าหาฝัน : Cesky Krumlov เมืองมรดกโลกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

วันอาทิตย์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่มาสาธารณรัฐเช็ก เมืองหนึ่งที่ต้องไปเยือนให้ได้นอกเหนือจากกรุงปราก เมืองโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของโลกแล้ว ไม่เช่นนั้น เหมือนไปไม่ถึงประเทศนี้ นั่นคือ Cesky Krumlov เมืองมรดกโลกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกการเดินทางจากปรากไปเมืองนี้โดยทางรถไฟมีทั้งแบบรถตรงและรถต่อโดยใช้เวลา 2 ชั่วโมง 50 นาที แต่เมื่อเดินทางจริงๆ แล้วส่วนใหญ่ไม่มีรถตรง รถไฟจะไปจอดที่ Cesky Budojuvic แล้วให้นักท่องเที่ยวนั่งรถบัสต่อโดยการรถไฟมีบริการให้

คำว่า Krumlov อันเป็นชื่อเมืองนั้นมาจากคำเยอรมัน Krumme Aue ที่แปลว่าทุ่งหญ้าคดเคี้ยวซึ่งหมายถึงทุ่งหญ้าบริเวณแม่น้ำ Vltava นั่นเอง แม้ว่าเมืองนี้จะถูกกล่าวขวัญถึงครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อปี 1253 แต่แท้ที่จริงแล้วบริเวณแม่น้ำ Vltava อันเป็นแม่น้ำหลักของเมืองนี้มีผู้มาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ 7 หมื่นปีก่อนคริสตกาลแล้วโดยมีหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของผู้คนเป็นจำนวนมากในยุคทองแดงหรือ 1,500 ปีก่อนคริสตกาล ส่วนชาว Celticก็ตั้งถิ่นฐานในยุคเหล็กราว 400 ปีก่อนคริสตกาล และชาวสโลวิคก็มาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ 600 ปีก่อนคริสตกาลเช่นกัน

ดินแดนแห่งนี้เป็นเส้นทางการค้ามาตั้งแต่สมัยต้นยุคกลาง และในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 9 ก็ถูกครอบครองโดยตระกูล Slavikovci ภายใต้การอนุญาตของตระกูล Premyslovci ผู้ครองนครที่บางตำราเชื่อว่าอพยพมาจากกรุงโรม ในปี 1251 พระเจ้า Premysl Otakar ที่สอง ได้แผ่นดินออสเตรียจากการแต่งงานกับ Anna Maria of Bamberg พระองค์พยายามที่จะเข้าครอบครองดินแดนส่วนนี้จนเกิดข้อพิพาทกับตระกูล Vitkovec ผู้ครอบครองพื้นที่ในเวลานั้น ความขัดแย้งดำเนินมาอีกหลายสิบปีจวบจนกระทั่งตระกูล Rosenberg ซึ่งเป็นหลานของตระกูล Vitkovecได้ดำเนินการต่อรองกับกษัตริย์จนเสร็จสิ้นยังผลให้พื้นที่แห่งนี้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้งและเติบโตจนเป็นเมืองในที่สุด เมืองนี้มีการปกครองโดยระบบสภามาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1420 และเจริญรุ่งเรืองที่สุดในสมัย Wilhelm von Rosenberg

อย่างไรก็ดีในปี 1601 Peter Wok von Rosenberg สมาชิกคนสุดท้ายของตระกูลจำเป็นต้องขายเมืองให้กับพระเจ้า Rudolf ที่สองแห่งราชวงศ์ Habsburg จากภาระหนี้สิน พระองค์ได้มอบหมายให้พระโอรสมาปกครอง ในปี 1611 กองทัพเมือง Passau ได้เข้าโจมตีเมืองและสู้รบกันอยู่นาน 30 ปี พระเจ้า Ferdinand ที่สองแห่งราชวงศ์ Habsburg ได้มอบเมืองให้กับตระกูล Eggenberg เป็นการตอบแทนในการสนับสนุนเงินทุนในการสู้รบ Schwarzenbergs ลูกหลานตระกูล Eggenberg ได้พัฒนาเมืองและปรับโฉมปราสาทใหม่จนอยู่ในระดับเดียวกันกับปราสาทเด่นๆ ในยุโรปกลาง กลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 เมืองก็ได้รับการพัฒนาให้มาอยู่ในระดับเดียวกันกับเมืองอุตสาหกรรมโดยมีโรงงานทอผ้าและโรงงานเบียร์เฉกเช่นเดียวกันกับเมืองอื่นๆ ในยุโรป

เมืองนี้ถูกควบรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเช็กโกสโลวาเกียหลังการประกาศอิสรภาพของประเทศในวันที่ 28 ตุลาคม 1918 แต่ชาวเยอรมันที่อาศัยอยู่ในเมืองกลับแข็งขืนและตั้งเมืองใหม่ในดินแดนนี้ ถึงกระนั้นก็ตาม ชาวเยอรมันก็ถูกกองทัพเช็กปราบปรามในที่สุด และถูกตั้งชื่อใหม่เป็น Cesky Krumlov ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ทหารสหรัฐฯ เข้าขับไล่ชาวเยอรมันออกจากเมืองในปี 1945 ในยุคคอมมิวนิสต์ เมืองนี้เสื่อมโทรมลงมาก แต่หลังการปฏิวัติ Velvet ในปี 1989 Cesky Krumlov ได้รับการพัฒนาอีกครั้งจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1992 และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของทั้งชาวยุโรปและชาวเอเชียโดยเฉพาะชาวจีนและชาวญี่ปุ่นในปัจจุบัน

หนังสือเด่น : สร้างภูมิคุ้มกันให้ชีวิตด้วยการอ่าน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/458800

news_default

หนังสือเด่น : สร้างภูมิคุ้มกันให้ชีวิตด้วยการอ่าน

วันอาทิตย์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เนื้อหาในหนังสือ ชื่อ “พฤติกรรมผู้บริโภค”เขียนโดย “ชูชัย สมิทธิไกร” จัดพิมพ์ออกมาจำหน่ายโดย “ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย”ในรูปเล่มขนาด กระดาษ เอ สี่ หนา 406 หน้า ราคาขาย 300 บาท เขามีความเชื่อว่า ผู้บริโภคในยุคนี้ไม่เชื่อในสิ่งที่แบรนด์พูดถึงตัวเอง แต่มักจะเชื่อตามที่คนทั่วไปพูดถึงแบรนด์นั้นๆ มากกว่า การที่คนส่วนใหญ่ในสังคมชอบ เปิดอ่านและดูรีวิว จาก เฟซบุ๊คไลฟ์ การไลฟ์สด ทำให้ลูกค้าได้ใกล้ชิดกับผู้ขาย สื่อสารกับผู้ขายได้ง่ายขึ้น ส่วนผู้ขายก็ได้พูดคุยและสังเกตได้ว่าลูกค้าต้องการแบบไหน ทำให้โน้มน้าวใจลูกค้า และสามารถปิดการขายได้ไม่ยาก

สรุปรวบยอดได้ว่า เป็นเพราะสังคมออนไลน์ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปเพราะการช็อปปิ้งและใช้บริการต่างๆ อยู่แค่ปลายนิ้วผู้บริโภคสามารถหาสินค้าได้โดยผ่านคีย์เวิร์ดใน Online Retail หรือ Search engine ได้ง่าย รวดเร็ว ธุรกิจออนไลน์จึงขยายเติบโต และมีการแข่งขันกันสูงมาก

จึงไม่น่าแปลกใจที่ สังคมไทยยุคนี้ “เกิดเศรษฐีใหม่ไฟแรงได้อยู่ตลอดเวลา”

หนังสือ “พฤติกรรมผู้บริโภค” เล่มนี้ ผู้เขียนได้รวบรวมแนวคิด หลักการ และทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภค ในเชิงวิชาการออกมาให้รับรู้กัน โดยมีการยกกรณีศึกษาต่างๆ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับทฤษฎีผู้บริโภคของสังคมไทย ซึ่งจะทำให้ผู้ขายทราบว่าผู้ซื้อจะตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการอย่างไร มีการใช้สินค้าหรือบริการในลักษณะใด และมีปริมาณหรือความถี่มากน้อยเพียงไร นอกจากนี้ยังทำให้ทราบว่า มีปัจจัยใดบ้างที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการบริโภคของบุคคล

ดังนั้น หนังสือเล่มนี้จึง เกิดประโยชน์ทั้งต่อตัวผู้บริโภคเอง ที่จะได้รับความรู้ความเข้าใจมองเห็นแนวทางการบริโภคที่เหมาะสม และไม่ตกเป็นเหยื่อทางการตลาดของธุรกิจที่มุ่งแต่ผลกำไรเพียง ประการเดียว และยังเป็นประโยชน์ต่อผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภค ให้สามารถนำความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคมาปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของสังคมไทยได้

ยุคนี้เป็นยุคที่ สิ่งแวดล้อมรอบตัวในทุกมิติ ล้วนเสแสร้ง หลอกลวง เป่าหู ยุยงส่งเสริม ให้คนคล้อยตามได้โดยง่าย การได้สั่งสม ภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง ด้วยการเรียนรู้ถึงหลักการในความเป็นวิชาการที่มีความเป็นวิทยาศาสตร์เอาไว้ให้มากที่สุดย่อมเกิดประโยชน์สูงสุดกับคนคนนั้น

สรุปถ้ามีเวลา และมีสมาธิมั่นคง สามารถทนอ่านบางสิ่งบางอย่าง (ที่มีประโยชน์)เอาไว้บ้าง ประโยชน์ หรือคุณค่าจากการอ่าน ซึ่งเป็นผลลัพธ์สุดท้ายย่อมเกิดขึ้นกับตัวเองอย่างไม่รู้ตัว…ลองทนทำดู

ได้ประโยชน์ทั้งคนเก่งและคนไม่เก่ง เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองแบบง่ายๆ

หนังสือ “เก่งเสียงเพื่อรู้คำศัพท์” เขียนโดย“ผศ.ดร.ปราณภา โหมดหิรัญ” ราคา 195 บาท เป็นหนังสือที่เหมาะสำหรับผู้ที่อยากมีความรู้ด้านภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา และคนทั่วไป ที่มักประสบปัญหาการอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก เนื้อหาในเล่มจะตอบโจทย์การเริ่มต้นใหม่ของนักเรียนที่ยังอ่อนในวิชาภาษาอังกฤษ ควบคู่ไปกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ เพื่อแก้ปัญหาการอ่านภาษาอังกฤษของเด็กที่ยังอ่านไม่ออก พร้อมส่งเสริมทักษะการคิดของเด็กที่เก่ง ผ่านการทำกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกัน จนก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่โดยผู้เขียนได้ย่อองค์ความรู้ที่จำเป็น และนำเสนอด้วยภาษาง่ายๆ ในการเชื่อมโยงเสียงกับตัวอักษร และความหมาย

โลกวันนี้ ‘ผู้หญิง’ เริ่มตะโกนแล้ว ทศวรรษแห่งการเปลี่ยนแปลงของสตรี

นิตยสาร “NATIONAL GEOGRAPHIC” ฉบับภาษาไทยประจำเดือนพฤศจิกายน นำเสนอเรื่องใหญ่ เกี่ยวกับสตรีทั่วโลกด้วยการนำเสนอ แนวคิดและบทสัมภาษณ์ของผู้หญิงที่มีชื่อเสียงทั่วโลกให้สังคมได้รับรู้ถึงปัญหาที่เคยเกิดขึ้นกับเธอมาตลอดชั่วหลายศตวรรษด้วยการบอกเล่าเรื่องราว ที่บรรดาเหล่าสตรีทั้งโลกได้สร้างเอาไว้ โดยที่ไม่ได้รับการยกย่องจากบรรดาผู้ชาย ทั้งๆ ที่มีความสามารถของพวกเธอไม่แพ้ผู้ชาย และหลายคนมีความโดดเด่นมากกว่าผู้ชายด้วยซ้ำไป อาทิ ผู้หญิงกับความเป็นนักวิทยาศาสตร์, ผู้หญิงกับแรงงาน, ผู้หญิงในสนามรบ ที่บ่งบอกว่าเธอคือนักรบ, ผู้หญิงกับสิทธิของความเสมอภาคในสังคม และผู้หญิงกับการเมืองการปกครอง จำหน่ายเล่มละ 120 บาท

เห็นแล้วเกิดความสนใจในทันที ปลูกผักง่ายๆสไตล์คนขี้เกียจทำงาน

“ปลูกผักง่ายๆ สไตล์คนขี้เกียจ”หนังสือของคนญี่ปุ่น เขียนโดย “ Kazuo Nishimura” แปลเป็นไทยโดย “จิตรา มีเสมา” เป็นหนังสือที่ต้องการนำเสนอให้คนที่มีเวลาไม่มากนักหันมาปลูกผักไว้ในบ้านด้วยวิธีแบบง่ายๆ ราคาค่าวัสดุไม่แพงเกินไปแต่ได้ผลคุ้มค่าเอาไว้รับประทานในครัวเรือนได้สบายๆ โดยผู้เขียนให้คำจำกัดความเพื่อล่อใจให้คน เห็นแล้วเกิดความสนใจในทันที ด้วยประโยคที่ว่า ไม่ต้องถอนหญ้า ไม่ต้องพรวนดิน ไม่ต้องลงแรง แต่สุดท้ายผลลัพธ์ที่ออกมาได้สมความตั้งใจ เพราะเป็นการปลูกผักไปพร้อมกับต้นหญ้าที่ชอบขึ้นโดยไม่ได้ปลูก จำหน่ายเล่มละ 195 บาท มีภาพประกอบทั้งวิธีทำ และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

การปฏิบัติให้อยู่ร่วมกับคนสมองเสื่อม ปัญหาของผู้สูงอายุภายในบ้านที่ต้องดูแล

หนังสือตามหลักวิชาแพทย์ “สมองเสื่อมดูแลได้” แต่เขียนให้อ่านง่ายๆ สไตล์ชาวบ้าน เป็น คู่มือสำหรับผู้สูงอายุในบ้านของคนทุกคนที่เกิดภาวะอาการสมองเสื่อม นำเสนอทั้งแบบ เรื่องราวที่เป็นการ์ตูน และเรียงความ โดย “Yuiko Takahashi” แปลเป็นไทยโดย “จิตรลดา มีเสมา” จำหน่ายเล่มละ 195 บาท บอกเล่าให้ทราบถึงอาการสมองเสื่อมที่เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ ซึ่งส่งผลกระทบจนกลายเป็นปัญหาต่อตัวเองและทุกคนในครอบครัว หนังสือเล่มนี้ เขียนขึ้นจากการปฏิบัติจริงที่ทำสำเร็จมาแล้วจากแม่บ้านคนหนึ่ง ซึ่งสามารถถ่ายทอดให้คนอื่นนำไปทำตามได้อย่างไม่ยากมากนัก

เอ็นเฮลท์ เซ็นเอ็มโอยู ทีเซลส์ พัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพทางด้านชีววิทยาศาสตร์

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/458713

news_default

เอ็นเฮลท์ เซ็นเอ็มโอยู ทีเซลส์ พัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพทางด้านชีววิทยาศาสตร์

วันเสาร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 07.39 น.

นพ. ตฤณ จารุมิลินท กรรมการบริหาร บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ (เอ็นเฮลท์), นายณรงค์ฤทธิ์ กาละพุฒ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นเฮลท์ ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) กับ ดร. นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์กรมหาชน) (ทีเซลส์) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมมือส่งเสริม สนับสนุน พัฒนา งานวิจัยและเทคโนโลยีชีวภาพทางด้านชีววิทยาศาสตร์ที่เหมาะสมต่อเวชกรรมตรงเหตุ ระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ณ โรงแรม เมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆนี้

วัวควายและสัตว์ทุกชนิดล้วนรักชีวิตไม่แตกต่างไปจากคน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/458647

วัวควายและสัตว์ทุกชนิดล้วนรักชีวิตไม่แตกต่างไปจากคน

วันเสาร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เมื่อเขาพยายามที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้ ถึงแม้เขาจะยืนได้ยากลำบากมาก เพราะขาหลังข้างหนึ่งหักจนใช้การไม่ได้ แต่เราก็ได้เห็นว่าเขายังพยายามที่จะยืนและพยายามจะอยู่กับลูกอ่อนของเขาต่อไป เมื่อเห็นเช่นนี้แล้ว สัตวแพทย์อย่างเรา รวมถึงใครก็ตามที่ได้เห็นความเข้มแข็งของแม่วัวตัวนี้แล้ว ก็ต้องให้ความช่วยเหลือเขาอย่างเต็มกำลังความสามารถ ซึ่งก็นับเป็นบุญของเขาที่ได้รับความอนุเคราะห์อย่างดีจากผู้อ่านหนังสือพิมพ์แนวหน้า รวมถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้ที่ร่วมกันบริจาคเพื่อรักษาพยาบาลเขา เพราะความตั้งใจอยากให้เขามีชีวิตอยู่ต่อไป และขอบอกว่าการรักษาแม่วัวตัวนี้ด้วยการผ่าตัดดามแผ่นไททาเนียมคือการรักษาที่ต้องบันทึกในประวัติศาสตร์การรักษาสัตว์ใหญ่ด้วยว่าเป็นครั้งแรกของไทยและของโลก

แนวหน้าวาไรตี้สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัยพาคุณไปสนทนากับ นายสัตวแพทย์ ทนุวงศ์ ทัศนกาญจนาคร หรือ หมอเต้ แห่งโรงพยาบาลปศุสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิทยาเขตจังหวัดนครปฐม และไปเยี่ยมวัวตัวหนึ่งซึ่งเข้าไปรับการรักษาพยาบาลเมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมาเนื่องจากขาหลังข้างซ้ายหักเพราะถูกวัวตัวอื่นเหยียบ สำหรับวัวตัวนี้คือแม่วัวที่คณะผู้อ่านแนวหน้าได้ร่วมกันบริจาคไถ่ชีวิตจากโรงฆ่าสัตว์แล้วนำไปมอบให้เกษตรกรในอำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เลี้ยงดูเมื่อ 3 ปีก่อน (ทั้งนี้กลุ่มผู้อ่านแนวหน้าได้ร่วมกันบริจาคไถ่ชีวิตโคกระบือจากโรงฆ่าสัตว์มาแล้ว 55 ตัว แล้วโคกระบือเหล่านี้ก็ได้ตกลูกออกมาแล้วรวม 14 ตัว)

l ขอความกรุณาหมอเต้ช่วยเล่าให้ฟังด้วยครับว่าตลอดเวลาประมาณ 1 ปีเศษที่ผ่านมา ที่แม่วัวตัวนี้มารับการผ่าตัดแล้วดามไททาเนียมเพื่อช่วยให้กระดูกที่หักสามารถเชื่อมติดกันได้ หมอเต้ดูแลเขาอย่างไรบ้างหลังจากผ่าตัดแล้ว จนปัจจุบันเขาสามารถเดินได้ดีขึ้น แม้จะยังไม่ปกติ 100 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม

หลังจากที่แม่วัวตัวนี้ได้รับการผ่าตัดดามแผ่นไททาเนียม ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างคณะสัตวแพทย์ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายจากกลุ่มผู้ใจบุญที่เป็นสมาชิกของหนังสือพิมพ์แนวหน้า โดยแม่วัวตัวนี้เข้ารักการรักษาอยู่ประมาณ 1 ปีเศษ ๆ ตลอดเวลาที่ผมดูแลเขา จะเห็นได้ตลอดเวลาว่า เขามีความอดทนมาก พยายามยืนด้วยตัวเอง แม้ว่าขาหลังข้างซ้ายจะหักจนใช้การไม่ได้ คือผมเห็นเขาตั้งแต่วันแรกๆ หลังจากผู้เลี้ยงติดต่อไปยังอาจารย์เฉลิมชัย ยอดมาลัย ในฐานะผู้ทำโครงการไถ่ชีวิตโคกระบือ โดยเจ้าของแจ้งให้ทราบว่าวัวขาหักเพราะถูกเหยียบ แล้วถามว่าจะทำอย่างไรดี ซึ่งในวันนั้นก็ได้คำตอบว่า เราจะไม่ฆ่าเขา แต่เราจะรักษาเขาให้ดีที่สุดอย่างเต็มกำลังความสามารถ หลังจากตัดสินใจว่ารักษาเขา ผมก็เดินทางจากโรงพยาบาลปศุสัตว์ไปยังบ้านเจ้าของวัวที่เดิมบางนางบวช วันแรกที่ไปพบเขาก็รู้ได้ทันทีว่าเขามีความพยายามจะมีชีวิตอยู่ อาจเป็นเพราะเขามีลูกที่เพิ่งเกิดได้ไม่นานนัก เขาอาจจะเป็นห่วงลูก แม้ขาเขาจะหัก แต่เขาก็พยายามยืนเพื่อให้นมกับลูกอ่อน นี่คือภาพที่ผมเห็นว่าเขาพยายามจะมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้ เมื่อเห็นเช่นนี้ก็ทำให้ผมและทีมสัตวแพทย์ จุฬาฯ ทุ่มเทความพยายามจะรักษาเขา ตามปกติของวัวขาหักนั้น เขามักจะนอน ไม่ยอมยืน แต่สำหรับแม่วัวตัวนี้เขาอดทนมากไม่เคยแสดงให้เห็นว่ามีอาการเซื่องซึม และเขาพยายามกินอาหาร ดังนั้นในช่วงแรกผมและทีมสัตวแพทย์จึงรักษาแผลของเขาให้สะอาดที่สุด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ แล้วหลังจากนั้นอีกประมาณ 2 สัปดาห์ จึงย้ายเขามารักษาที่โรงพยาบาลปศุสัตว์

l แสดงว่าแรงบันดาลใจที่ทำให้ทีมสัตวแพทย์ จุฬาฯ ตั้งใจรักษาแม่วัวตัวนี้เกิดมาจากความพยายามของแม่วัวที่จะดำรงชีวิตต่อไปให้ได้ โดยเฉพาะการที่เขาพยายามยืนให้นมลูก แต่ถ้าหากทีมสัตวแพทย์เห็นว่าเขานอนโดยไม่ยอมลุกขึ้น ก็หมายความว่าหมดหวังจะรักษา ผมขอถามต่อไปว่า ตามปกติแล้ววัวเนื้อแบบนี้ถ้าหากเกิดปัญหาเช่นเดียวกันแม่วัวตัวนี้ โดยทั่วๆ ไปเจ้าของก็มักจะ put to sleep หรือฆ่าใช่ไหมครับ แต่สำหรับการที่คณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ ให้การรักษาพยาบาลแม่วัวตัวนี้จนกระทั่งหายเกือบเป็นปกติก็หมายความว่านี่คือครั้งแรกของเมืองไทย และของโลกพูดแบบนี้เกินความจริงไหมครับ

ผมคิดว่าไม่เกินความจริงครับ เพราะส่วนมากวัวเนื้อที่ขาหักจะไม่ได้รับการรักษาพยาบาล แต่อาจจะไม่ได้ฆ่าทันที แต่อาจจะปล่อยให้อยู่ต่อไปอีกสักพัก แต่
สุดท้ายก็ต้องตายเพราะอาการติดเชื้อ หรือไม่เช่นนั้นเมื่อเจ้าของไม่ต้องการเลี้ยงต่อไป เขาก็จะนำไปฆ่า สาเหตุที่ไม่รักษาวัวควายหรือสัตว์ใหญ่ที่บาดเจ็บก็อาจจะมาจากต้องเสียค่ารักษาพยาบาลเป็นเงินจำนวนมาก และต้องมีทีมสัตวแพทย์และบุคลากรด้านสัตวแพทย์เข้าไปช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด พูดง่ายๆ คือการรักษาสัตว์ใหญ่ด้วยการผ่าตัดดามกระดูกที่หักเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องใช้ความพยายามมาก และต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นหลายคนจึงไม่รักษาสัตว์ใหญ่ที่บาดเจ็บ โดยเฉพาะวัวและควาย เพราะเห็นว่าสิ้นเปลือง รักษาไปก็ไม่คุ้มค่า แต่สำหรับเคสนี้ ผมเห็นว่าเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างคณะสัตวแพทย์ คณะวิศวกรรมฯ จุฬาฯ และหนังสือพิมพ์แนวหน้า แล้วทุกอย่างก็สำเร็จลุล่วงเป็นอย่างดี หลายคนทราบข่าวว่าแม่วัวขาหักได้รับการรักษาจนหายเกือบปกติ ก็ยินดีด้วยกันทุกคน และผมก็เชื่อว่าแม่วัวก็คงยินดีมากเพราะจะได้กลับไปพบกับลูกของเขา

l หมอเต้ดูแลแม่วัวตัวนี้มา 1 ปีเศษ มีปัญหาและอุปสรรคในการรักษาพยาบาลในเรื่องใดบ้างครับ

อุปสรรคอย่างหนึ่งคือ ในเวลาทำแผล ทำความสะอาดแผลของเขา เขาจะไม่ชอบ อาจเป็นเพราะแรกๆเขาไม่คุ้นกับคน และบางครั้งมีอาการหงุดหงิดง่ายดูเหมือนเขาดื้อ แต่ผมก็เข้าใจได้ครับ เพราะเขาอาจจะฝังใจกับการที่เขาถูกทำให้เจ็บในช่วงการผ่าตัดเพื่อดามแผ่นไททาเนียม ซึ่งต้องเจาะกระดูกของเขา เขาคงเจ็บมากแล้วฝังใจว่าเวลาคนพวกนี้มาเข้าใกล้เขา อาจจะทำให้เขาเจ็บอีก แต่เมื่อรักษาเขาต่อเนื่องกัน 2-3 เดือน เขาก็ดื้อน้อยลง และยอมให้เราล้างแผลได้ง่ายขึ้น แต่ก็ยังไม่ค่อยเต็มใจร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะตอนล้างแผล เขาก็เจ็บพอประมาณ เขาจึงไม่ค่อยชอบ แต่เขาก็ไม่เคยทำร้ายผมนะครับ เพียงแต่ดูเหมือนไม่ค่อยเต็มใจให้เข้าไปทำแผลเท่านั้น แรกๆ ก็ต้องค่อยๆ เข้าไปหาเขา ค่อยๆ จับตัวของเขา แล้วก็ต้องพยายามสื่อสารกับเขาว่าเราเข้ามาช่วยเขา ไม่ได้มาทำอันตรายกับเขา ซึ่งผมเห็นว่าเขาเข้าใจเราได้นะครับ

l ผมสังเกตว่าแม่วัวตัวนี้ไม่ชอบให้จับหัว หรือจับใบหน้าของเขา นี่คืออาการปกติทั่วไปของวัวไหมครับเพราะผมสังเกตว่าเวลาผมจะลูบหัวเขา เขาจะสะบัดหัวไปมา เหมือนบอกว่าอย่าจับหัว  

ตามปกติวัวจะเป็นสัตว์ที่หวงหน้า เขาไม่ชอบให้ใครไปจับต้องใบหน้าเขา ยกเว้นวัวที่คุ้ยเคยกับคนเลี้ยงมากเป็นพิเศษ แต่ก็ขึ้นอยู่กับลักษณะการเลี้ยงดูตั้งแต่
วัวยังเล็กๆ ด้วยครับ แต่ถ้าวัวที่ไม่คุ้นเคยกับคนอื่นๆเขาก็ไม่ชอบให้คนที่ไม่คุ้นเคยไปจับต้องตัวเขา แต่ถ้าวัวหรือควายตัวไหนคุ้นเคยกับคนมาโดยตลอด เขาก็จะไม่หวงหน้าไม่หวงตัว และจะชอบอยู่ใกล้ชิดกับคน แล้วยอมให้คนจับต้องตัวได้ ดังนั้นจึงเห็นว่าวัวที่คุ้นเคยกับคนเลี้ยงจะยอมให้คนเลี้ยงลูบหัว ลูบตัวได้โดยง่าย บางทีได้ยินเสียงคนเลี้ยงเข้ามาใกล้ๆ ก็จะเดินเข้าไปหาคนเลี้ยง เพราะเขารู้ว่าคนเลี้ยงไม่ทำอันตรายเขา

l หมอเต้ช่วยวิเคราะห์ด้วยครับว่า ตอนนี้แม่วัวเดินได้ปกติไหมครับ คือเดินสี่เท้าได้ปกติไหมครับ

เดินได้ครับ แต่ไม่สามารถลงน้ำหนักได้เต็มที่บนขาข้างที่หัก เพราะแม้กระดูกจะเชื่อมติดกันแล้วก็จริงแต่ก็ยังไม่สามารถรับน้ำหนักของตัวที่หนักกว่า 200กิโลกรัม ได้ เขาอาจจะใช้ขาข้างที่หักเป็นเสมือนเครื่องช่วยทำให้เกิดความสมดุลเมื่อขณะยืน เราจะเห็นว่าแม้ช่วงที่เขาลุกขึ้นยืนนั้น เขาก็ไม่ใช้ขาข้างที่หักเป็นเครื่องดันตัวขึ้นมา เพราะเขาคงรู้ดีว่า หากลงน้ำหนักไปบนขาข้างที่หัก เขาจะเจ็บ คือเขาเรียนรู้ด้วยตัวเขาเองว่า เขาใช้ขาข้างที่หักได้มากน้อยแค่ไหน แต่ต้องชมเชยเขานะครับ เพราะเขาสามารถลุกขึ้นได้ด้วยขาหลังเพียงขาเดียว ซึ่งนับว่าเก่งมาก เพราะเขาตัวใหญ่มีน้ำหนักมาก แต่เขาใช้ขาหลังเพียงขาเดียวพยุงตัวให้ลุกขึ้นได้

l เมื่อเราส่งมอบเขาคืนกลับไปในบ้านที่เขาเคยอยู่ หมอเต้จะต้องกำชับอะไรเป็นพิเศษกับคนที่เลี้ยงดูเขาบ้างครับ เพื่อไม่ให้เขาเกิดอันตรายขึ้นมาอีก

เรื่องแรกก็คือ ต้องดูความสะอาดของแผล เพราะแผลยังหายไม่สนิทร้อยเปอร์เซ็นต์ ต้องรักษาความสะอาดให้มากที่สุด คนดูแลต้องใส่ยาและทำความสะอาดทุกวัน โดยเฉพาะยาฆ่าเชื้อ และยาทำความสะอาดแผล ซึ่งผมมั่นใจว่าคนดูแลจัดการได้ และที่สำคัญต้องทำให้คอกสะอาด อย่าให้เปียกชื้นสกปรก แล้วต้องแยกเขาไว้
ต่างหาก ห้ามให้อยู่ร่วมกับวัวตัวอื่นๆ เพราะเขาอาจจะถูกวัวตัวอื่นเหยียบขาข้างที่หักอีก แล้วที่สำคัญคือต้องห้ามตัวผู้ขึ้นขี่หรือปีนเพื่อผสมพันธุ์กับเขาเป็นอันขาด เพราะหากถูกปีนแล้ว ขาข้างที่หนักจะไม่สามารถรับน้ำหนักตัวผู้ได้ซึ่งอาจจะทำให้ขาหักได้อีกครั้ง ดังนั้นต้องแยกเลี้ยงครับ ส่วนเรื่องการกินอาหารก็ถือว่าเขากินได้ตามปกติแล้วครับไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง วัวตัวนี้น่ารักตรงที่กินอาหารได้เอง กินเก่งด้วย เมื่อเราเทอาหารให้เขา เขาก็จะเข้าไปกินโดยทันที วัวที่กินได้เอง ยืนได้เอง แม้จะเป็นวัวที่บาดเจ็บ แต่ก็นับว่าเป็นวัวที่เข้มแข็ง และอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป ดังนั้นเราจึงไม่จำเป็นต้องฆ่าเขาทิ้ง เพราะเมื่อเราเห็นชัดเจนว่าเขาพยายามจะมีชีวิตอยู่ให้ได้ เราก็ต้องช่วยกันรักษาเพื่อให้เขามีชีวิตยืนยาวต่อไป

l หมอเต้ครับ case study นี้ ผมถือได้ว่าเป็นความภาคภูมิใจของคณะสัตวแพทย์ และคณะวิศวกรรม จุฬาฯ ผมขอย้ำเรื่องนี้หลายๆ ครั้ง และเป็นความอิ่มใจของผู้สนับสนุนโครงการนี้ ซึ่งเป็นผู้อ่านแนวหน้าเพราะหลายท่านได้ร่วมกันบริจาคเพื่อการนี้ โดยเฉพาะท่านผู้หญิงหลายท่าน ขออนุญาตไม่เอ่ยนามท่านท่านบอกว่า ขอให้บอกกับหมอด้วยว่า หากจำเป็นต้องใช้จ่ายเงินเท่าไร ขอให้บอกมาจะยินดีสนับสนุน ขอแค่เพียงให้แม่วัวรอดชีวิตแล้วกลับไปหาลูกได้เท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้เท่ากับเป็นการบอกกับสังคมว่า ความคิดที่เคยเชื่อกันว่าเมื่อวัวควายขาหักต้องฆ่าทิ้งไป เพราะไม่มีใครรักษา ความคิดนี้สมควรได้รับการเปลี่ยนแปลงใช่ไหม เพราะจริงๆ แล้วเรารักษาได้ หากเรายินดีรักษาเขา และอยากจะบอกว่า หากคุณผู้อ่านทราบว่ามีเคสเช่นนี้เกิดขึ้น ก็ขอให้แจ้งหนังสือพิมพ์แนวหน้าหรือแจ้งที่คณะสัตวแพทย์ จุฬาฯ เรายินดีหารือร่วมกันและยินดีรักษาวัวควายที่บาดเจ็บ เพื่อให้เขามีชีวิตต่อไป

ครับ สัตว์ทุกชนิดรักตัว กลัวตาย และพยายามหนีจากการถูกกระทำให้เจ็บปวดทั้งนั้นครับ สัตว์ทุกตัวรักชีวิตของเขา ไม่ต่างไปจากคน ทีมสัตวแพทย์จะพิจารณาก่อนให้การช่วยเหลือสัตว์บาดเจ็บว่า เขาทรมานมากไหมหากต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป ถ้าเขาอยู่ต่อไปได้โดยไม่ทรมานมากจนเกินเหตุ สัตวแพทย์ จุฬาฯ ก็ยินดีช่วยเหลือพวกเขาทุกชีวิต การที่เขายังสามารถดำรงชีวิตได้ ยังกินอาหารได้ผมว่าเขาก็ยังมีโอกาสที่จะอยู่ต่อไปได้

l หมอช่วยประเมินค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเคสนี้ด้วยครับ

ทั้งหมดนี้ต้องบอกว่าเป็นเงินหลายแสนครับ แต่ก็ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากกลุ่มผู้อ่านแนวหน้า แล้วก็ได้รับความร่วมมือร่วมไม้อย่างดีจากคณาจารย์ในคณะสัตวแพทย์ และคณะวิศวกรรม จุฬาฯ บางอย่างทางคณะก็ไม่ได้คิดค่าบริการ แต่ส่วนที่คิดค่าบริการก็คิดในราคาที่เป็นต้นทุนการทำงานจริงๆ ส่วนพวกหมอไม่ได้คิดค่าบริการอะไรเลยครับ ซึ่งทางอาจารย์และนิสิตคณะวิศวกรรมฯ ก็ช่วยเหลือในการทำงานนี้เป็นอย่างดีเมื่อผลออกมาสำเร็จเราทุกคนก็ภาคภูมิใจ และอิ่มเอมใจครับ การทำงานแบบนี้ต้องอาศัยทั้งแรงสนับสนุนด้านการเงิน ผสมกับความตั้งใจจริงครับ เราไม่พยายามพูดเรื่องเงิน แต่เราคิดเพียงว่าเราต้องการช่วยเขาให้มีชีวิตอยู่รอดต่อไป ผมเห็นว่าทุกคนทำงานด้วยใจมากกว่าครับ เมื่อเรามีความตั้งใจจริงแล้ว ทุกอย่างก็ประสบความสำเร็จได้ แม้จะมีอุปสรรคบ้าง แต่เราก็เอาชนะอุปสรรคได้ครับ โดยส่วนตัวของผมเอง ผมดีใจมากที่เขาได้กลับบ้านกลับไปหาลูกของเขา ส่วนทางเจ้าของวัวที่รับวัวไปเลี้ยงก็โทรศัพท์หาผมเป็นประจำถามว่าวัวเป็นอย่างไรบ้างหายหรือยัง เมื่อผมบอกว่าหายเกือบดีแล้ว และจะส่งกลับบ้านได้แล้ว เมื่อเจ้าของได้ยินเขาก็ยินดีมาก เขาคงผูกพันกันด้วยครับ ผมขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่มีส่วนช่วยให้วัวตัวนี้หายเป็นปกติ

l  โครงการไถ่ชีวิตโคกระบือจากโรงฆ่าสัตว์ แล้วมอบให้เกษตรกรนำไปเลี้ยงดู ซึ่งดำเนินโครงการโดยหนังสือพิมพ์แนวหน้า และได้รับการอนุเคราะห์เรื่องสวัสดิภาพสัตว์จากคณาจารย์คณะสัตวแพทย์ และบรรดาสัตวแพทย์ของจุฬาฯ เป็นโครงการที่เราดำเนินการมาแล้วเกือบ 6 ปี ไถ่ชีวิคโคกระบือมาแล้ว 55 ตัว โครงการนี้ยินดีมอบสัตว์ให้ผู้ที่พร้อมนำไปเลี้ยงดู แต่ต้องทำสัญญากับหนังสือพิมพ์แนวหน้าก่อน โดยมีเงื่อนไขคือห้ามขายต่อ ห้ามฆ่าโดยเด็ดขาด หากผิดสัญญาจะถูกดำเนินคดีอาญา ผมขอเรียนถามหมอเต้ว่า มีบางคนบอกว่าไม่ได้เป็นเกษตรกร แต่อยากรับสัตว์ไปเลี้ยง หมอเต้จะแนะนำอย่างไรครับ

อันดับแรกคือคนที่จะรับไปเลี้ยงดูต้องดูว่าตนเองมีความพร้อมหรือไม่ มีที่ดิน มีคอก มีที่อยู่ให้เขาหรือไม่ มีอาหารการกินให้เขาหรือไม่ มีคนดูแลหรือไม่ และต้องศึกษาหาความรู้ในการเลี้ยงดูสัตว์ก่อนนำไปเลี้ยงด้วยต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนว่าเราดูแลเขาได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่เพราะการที่เรารับเขาไปเลี้ยงดูก็หมายถึงเราต้องรับผิดชอบต่อชีวิตของเขาด้วย หากคุณมีความพร้อมจริงๆ ก็โปรดติดต่อหนังสือพิมพ์แนวหน้า โดยติดต่อโดยตรงที่อาจารย์เฉลิมชัย หมายเลขโทรศัพท์ของแนวหน้าคือ091-7233615 ผมฝากทิ้งท้ายว่า หากคุณสนใจร่วมโครงการนี้ก็สามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์เดียวกันครับ

คุณสามารถพบรายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความบันเทิง รายการ แนวหน้าวาไรตี้ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา16.00-16.25 น. ทางโทรทัศน์ TNN2 ช่อง 784 ดิจิทัลทีวี หรือ True Visions 8 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTubeผู้หญิงแนวหน้า by คุณแหน

วัวเข้ารับการผ่าตัดเมื่อ 1 ปีที่แล้ว

วัวเข้ารับการผ่าตัดเมื่อ 1 ปีที่แล้ว

มูลนิธิ ณภาฯ ในพระราชดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/458609

มูลนิธิ ณภาฯ ในพระราชดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

วันเสาร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ด้วยน้ำพระทัยที่มุ่งมั่นในการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสอันเกิดจากผลที่ได้รับทางด้านกฎหมายและสังคม นั่นคือ ผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษมูลนิธิ ณภาฯ ในพระราชดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา หรือ“ณภาฯ” จึงก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะเป็นตัวกลางในการแสวงหาโอกาส และช่วยเหลือกลุ่มผู้ด้อยโอกาส รวมทั้งสร้างความตระหนักแก่สังคมให้เห็นถึงศักยภาพของกลุ่มคนเหล่านี้

มูลนิธิ ณภาฯ ให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้ต้องขังหญิง-ชาย และกลุ่มผู้พ้นโทษหญิง-ชาย เป็นกลุ่มแรก โดยมีการจัดโครงการเข้าฝึกอบรมวิชาชีพและการผลิต ภายในเรือนจำและภายในมูลนิธิ ณภาฯ เพื่อให้คนกลุ่มนี้สามารถผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน เป็นการแสดงศักยภาพและความสามารถของพวกเขาผ่านทางผลิตภัณฑ์ ตลอดจนนำไปจัดจำหน่าย ภายใต้แบรนด์ของ ณภาฯ อันก่อให้เกิดรายได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนแก่กลุ่มผู้ด้อยโอกาสเหล่านี้

มูลนิธิ ณภาฯ ให้ความสำคัญกับการให้ “โอกาส” เพราะเชื่อว่าทุกคนสามารถเป็นผู้ให้โอกาสได้ไม่สิ้นสุด ดังจะเห็นได้จากนัยสำคัญของตราสัญลักษณ์ประจำองค์กร คือ สัญลักษณ์คล้าย เครื่องหมายอินฟินิตี้ ที่แสดงถึงการให้โอกาสที่ไม่มีที่สิ้นสุด ในขณะเดียวกัน คำว่า ณภาฯ ก็สามารถสื่อถึงนัยสำคัญได้สองประการ ประการแรก คือณภาฯ ที่เป็นคำพ้องเสียงกับ คำว่า นภา อันหมายถึงท้องฟ้า แสดงให้เห็นถึงความกว้างใหญ่ไพศาล เปรียบเสมือนจิตใจที่พร้อมที่จะให้อภัยและให้โอกาสเสมอ ซึ่งมีความหมายโดยนัยว่า “ที่แห่งนี้จะมองเห็นและให้โอกาสทุกคนอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่มีที่สิ้นสุด” สำหรับประการที่สอง เมื่อนำความหมายของคำว่า ณ (อันหมายถึง อยู่ที่นี่) และ ความหมายของคำว่า ภาฯ (อันเป็นพระนามโดยย่อของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ) มารวมกัน จึงมีความหมายโดยนัยว่า “อยู่กับพระองค์ท่าน ก้าวไปพร้อมกันกับพระองค์ท่าน ณ ที่แห่งนี้ ที่ ณภาฯ” อันแสดงให้เห็นถึงน้ำพระทัยและความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือราษฎรของพระองค์ท่านอย่างแท้จริง

มูลนิธิ ณภาฯ ต้องการให้สังคมได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของการให้โอกาส ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้กลุ่มผู้ด้อยโอกาส สามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข โดยเริ่มต้นจากการสร้างคุณค่าในตัวเองและการยอมรับจากสังคม ณภาฯ จึงสนับสนุนให้กลุ่มคนเหล่านี้ได้ฝึกฝนอาชีพ และเข้าอบรมองค์ความรู้ที่สำคัญในการใช้ชีวิตด้านต่างๆ เพื่อให้สังคมเปิดใจให้อภัย ให้โอกาส และยอมรับพวกเขาผ่านผลงานและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่แสดงถึงศักยภาพความสามารถที่มีอยู่ในตัวของเขา อันจะก่อให้เกิดความภาคภูมิใจและมองเห็นคุณค่าในตัวเขาเอง ทำให้พวกเขาเหล่านี้อยากทำความดีเพื่อสังคมต่อไป

มูลนิธิ ณภาฯ มุ่งเน้นการช่วยเหลือกลุ่มคนเหล่านี้อย่างยั่งยืน มิใช่เพียงแค่สนับสนุนด้านการจัดฝึกอบรมวิชาชีพ และทักษะชีวิตในด้านต่างๆเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้พวกเขามีรายได้ ผ่านการทำงานในด้านต่างๆ ตามทักษะที่ถนัด รวมทั้งผ่านการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากฝีมือของตนเอง อันจะส่งผลให้พวกเขาสามารถเลี้ยงชีพตัวเองและครอบครัวได้ รวมทั้งยังเป็นที่ต้องการของสังคมและตลาดแรงงานต่อไป

มูลนิธิ ณภาฯ เข้ามามีบทบาทในการให้ความช่วยเหลือในด้านดังกล่าว ตั้งแต่การทำความเข้าใจและฝึกอบรม ในขณะที่เป็นผู้ต้องขังที่ไม่มีโอกาสได้รับรู้ความเป็นไปของสังคมภายนอกให้สามารถผลิตสินค้าได้ตรงตามความต้องการของตลาด และในขณะที่พ้นโทษแล้วนั้น ก็สามารถฝึกวิชาชีพต่อยอดเพิ่มเติมเพื่อให้รู้จักวิธีการใหม่ๆที่ข้อจำกัดของเรือนจำทำให้ไม่สามารถเรียนรู้ได้อันเป็นการเพิ่มมูลค่าของสินค้าที่ผลิต รวมทั้งสอนการบริหารจัดการทรัพยากร การผลิต เพื่อการรู้จักการประกอบอาชีพอย่างครบวงจร

แบรนด์ผลิตภัณฑ์ภายใต้ ณภาฯ ปัจจุบันได้แก่ จัน ที่มาจากคำว่า จันทรา อันแปลว่า พระจันทร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ต้องขังนั้น ไม่ได้พบเห็น เนื่องจากพวกเขาเหล่านั้นต้องเข้านอนตั้งแต่พระจันทร์ยังไม่มืด ประกอบกับกำแพงเรือนจำที่สูงทำให้พวกเขาไม่มีโอกาสได้เห็นพระจันทร์อันเป็นแสงสว่างของท้องฟ้าในยามค่ำคืน คำว่า จันทรา จึงกลายมาเป็นแรงบันดาลใจของชื่อกลุ่มผลิตภัณฑ์ปัจจุบันของ ณภาฯ ที่อยากจะสื่อให้เห็นว่าพวกเขาอยากมีโอกาสเห็นพระจันทร์อย่างคนทั่วไปผลิตภัณฑ์ “จัน” (chann) จึงเป็นเสมือน “โอกาส”ที่จะมอบให้คนด้อยโอกาสเหล่านั้น ได้เห็นว่า สังคมรับรู้และให้โอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ7 ธันวาคม 2562 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ขอพระองค์ทรงพระเกษมสำราญ มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน