เลขาธิการ กศน. เคาะวันจัดกีฬา ‘กศน.เกมส์ 2563’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/403371?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=edu-health

เลขาธิการ กศน. เคาะวันจัดกีฬา ‘กศน.เกมส์ 2563’

8 ธันวาคม 2562 – 13:20 น.
ดรดิศกุล เกษมสวัสดิ์,กศนเกมส์ 2563,กศนwow
เปิดอ่าน 23 ครั้ง

เลขาธิการ กศน. เคาะวันจัดกีฬา “กศน.เกมส์ 2563” เตรียมเฟ้นหานักกีฬา ตัวแทนภาค ลงแข่งระดับประเทศ ระหว่าง 19 -21 ก.พ. 63 นี้ที่จังหวัดอุบล ฯ

ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการ กศน. เปิดเผยว่า เนื่องด้วยพระราชบัญญัตินโยบายการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ.2561 ได้มอบให้หน่วยงานของรัฐ มีหน้าที่ดำเนินการตามภารกิจร่วมกัน ตามที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2560 – 2564)

 อ่านข่าว :  กศน.ส่งเสริมการอ่านเพิ่มอาชีพชุมชน

ต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการ เพื่อให้การกีฬาเป็นส่วนสำคัญของวิถีชีวิตประชาชนทุกภาคส่วน และเป็นกลไกสำคัญในกาสร้างคุณค่าทางสังคมและให้คนไทย มีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งสำนักงาน กศน. เล็งเห็นว่า ในการพัฒนาทักษะด้านกีฬาและส่งเสริมสุขภาพนั้น เป็นการยกระดับและพัฒนาผู้เรียนที่สำคัญ

โดยผู้เรียนจะได้มีโอกาสออกกำลังกายและเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพ เสริมสร้างพลานามัยที่ดี รวมทั้งสร้างนิสัยความมีน้ำใจเป็นนักกีฬาและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ นอกจากได้ออกกำลังกายแล้ว ยังเป็นการสร้างความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะ และสร้างสัมพันธภาพอันดี ระหว่างนักศึกษา กศน.

รวมทั้งส่งเสริมให้คณะผู้บริหารหน่วยงาน สถานศึกษา ครู และบุคลากร ในสังกัดสำนักงาน กศน. นำทักษะหรือทัศนคติใหม่ที่เกิดจากกิจกรรมกีฬาไปประยุกต์ใช้ยกระดับทักษะความสามารถในการทำงานได้เป็นอย่างดี

ล่าสุด สำนักงาน กศน. ได้กำหนดจัดกิจกรรมกีฬาระดับประเทศ หรือ “กศน.เกมส์ 2563” ซึ่งครั้งนี้นับเป็นการแข่งขันครั้งที่ 5 แล้ว มีเป้าหมายให้ นักศึกษา กศน. คณะผู้บริหาร หน่วยงาน สถานศึกษา ครู กศน บุคลากรทางการศึกษา ในสังกัดสำนักงาน กศน. ได้รับการพัฒนาโดยใช้ในกิจกรรมด้านกีฬา และส่งเสริมสุขภาพ

รวมทั้งสร้างสัมพันธภาพอันดีและความสามัคคีในหมู่คณะ จึงกำหนดจัดกิจกรรมกีฬาดังกล่าวขึ้น ระหว่างวันที่ 19 – 21 กุมภาพันธ์ 2563 ณ สนามกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี โดยประเภทกีฬาที่จะทำการแข่งขันครั้งนี้ ประกอบด้วย การแข่งขันฟุตบอล เซปักตะกร้อ วอลเลย์บอล เปตอง กรีฑา และกอล์ฟ โดยมีคัดเลือกตัวแทนภาคละ 1 ทีม เข้าร่วมการแข่งขันในทุกประเภทกีฬา

ดร.ดิศกุล กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการค้นหาตัวแทนภาค เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาระดับประเทศ “กศน. เกมส์ 2563” ณ จังหวัดอุบลราชธานี ทั้งนี้ สำนักงาน กศน. ได้มีการเตรียมความพร้อม โดยมีการจัดการแข่งขันกีฬาในทุกหัวเมืองใหญ่เพื่อเฟ้นหาทีมและนักกีฬาหัวกะทิในระดับภาค เข้าร่วม“กศน. เกมส์ 2563” ตลอดทั้งเดือน มกราคม 2563

ได้แก่ภาคเหนือ กำหนด แข่งขันกีฬา วันที่ 4 – 5 มกราคม 2563 ณ จังหวัดลำปางภาคใต้ กำหนดแข่งขันกีฬา วันที่ 7- 8 มกราคม 2563 ณ จังหวัดสงขลาภาคกลาง กำหนดแข่งขันกีฬา วันที่ 13 มกราคม 2563 ณ จังหวัดสุพรรณบุรีภาคตะวันออกกำหนดแข่งขันกีฬาวันที่ 18 -19 มกราคม 2563 ณ จังหวัดนครนายก

และภาคตะวันออกเฉียงเหนือกำหนดแข่งขันกีฬา วันที่ 20 มกราคม 2563 ณ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งการจัดการแข่งขันกีฬาในครั้งนี้เชื่อว่านอกจากจะเป็นการแข่งขันระดับประเทศที่ยิ่งใหญ่ มีความสนุกสนาน ทุกคนได้ออกกำลังกายแล้ว ยังเป็นกิจกรรมหนึ่งที่สามารถเชื่อมความสามัคคี ความมีสัมพันธ์ดีอันดีให้เกิดขึ้นระหว่างนักศึกษา กศน. และบุคลากรทุกคนในสังกัดสำนักงาน กศน. ได้เป็นอย่างดี

อินไซด์รับตรง…ยื่นผลงานเข้าเรียน ‘ราชมงคลพระนคร’ ได้เลย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/403308?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=edu-health

อินไซด์รับตรง…ยื่นผลงานเข้าเรียน ‘ราชมงคลพระนคร’ ได้เลย

8 ธันวาคม 2562 – 08:55 น.
ราชมงคลพระนคร,อินไซด์รับตรง,รศสุภัทรา โกไศยกานนท์
เปิดอ่าน 24 ครั้ง

อินไซด์รับตรง…ยื่นผลงานเข้าเรียนราชมงคลพระนครได้แล้ว ระบุเปิดโควตา 130 ที่นั่งรองรับผู้มีความสามารถพิเศษ ด้าน”นักกีฬา-ศิลปะการแสดง” ปีการศึกษา 2563

ได้เวลาโชว์ผลงานกันแล้ว หลังเรียนหนักเพื่อชิงที่นั่งเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยที่ชื่นชอบ แต่สำหรับน้องๆ นักเรียนชั้นม.ุ6 ,ปวช. , ปวส. หรือเทียบเท่า หากมีความสามารถพิเศษสามารถใช้ผลงานยื่นเข้าเรียนได้เลย

  อ่านข่าว : 9 มทร.ตั้งคกก.กลางจัดสวัสดิการให้เท่าเทียม

รศ.สุภัทรา โกไศยกานนท์ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (มทร.พระนคร) เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามหาวิทยาลัยมุ่งเน้นการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนให้ทันสมัย เพื่อผลิตบัณฑิตให้มีศักยภาพสูงครบถ้วนสอดคล้องกับความต้องการของโลกในยุคดิจิทัล และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย เข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0

ทั้งนี้ ราชมงคลพระนคร เปิดการเรียนการสอน 9 คณะ ประกอบด้วยคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน คณะบริหารธุรกิจคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอและออกแบบแฟชั่น คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ

                              รศ.สุภัทรา โกไศยกานนท์

ปัจจุบันเปิดรับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านกีฬา ประจำปีการศึกษา 2563 ได้แก่ วอลเลย์บอล วอลเลย์บอลชายหาด ฟุตบอล ฟุตซอล ฟุตวอลเลย์ บาสเกตบอล เซปักตะกร้อ เปตอง มวยสากลสมัครเล่น ปันจักสีลัต คาราเต้โด เทควันโด แบดมินตัน เทเบิลเทนนิส ลีลาศ กรีฑา เทนนิส ว่ายน้ำ หมากรุก หมากล้อม ตะกร้อลอดห่วง จักรยาน เป็นต้น และด้านศิลปะการแสดง ผ่านระบบโควตาพิเศษ จำนวน 130 คน

รศ.สุภัทรา กล่าวต่อว่า ผู้สมัครโควตาดังกล่าวต้องมีประวัติ ผลงาน และความสามารถทางกีฬาดีเด่นในระดับทีมชาติหรือตัวแทนเยาวชนทีมชาติ ฯลฯ โดยนับผลงานตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 (ย้อนหลัง5 ปี) มีเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.00และมีคุณสมบัติตรงตามคณะและสาขาวิชาที่เลือกเข้าศึกษา ผู้สนใจสามารถสมัครผ่านระบบออนไลน์ http://www.rmutp.ac.th

สำหรับวุฒิการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สมัครได้ตั้งแต่บัดนี้ – 15 ธันวาคม 2562 และวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 สมัครตั้งแต่บัดนี้ – 16 ธันวาคมนี้ และยื่นแฟ้มสะสมผลงานด้วยตนเองงได้ที่กองพัฒนานักศึกษา ชั้น 2 สำนักงานอธิการบดี ราชมงคลพระนคร (ศูนย์เทเวศร์) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.0 2665 3777ต่อ6305 หรือ 6963

MOUศูนย์ความเป็นเลิศด้านสิ่งทอและแฟชั่น

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/403151?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=edu-health

MOUศูนย์ความเป็นเลิศด้านสิ่งทอและแฟชั่น

8 ธันวาคม 2562 – 01:05 น.
สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ,MOUศูนย์ความเป็นเลิศด้านสิ่งทอและแฟชั่น,สิ่งทอ,แฟชั่น
เปิดอ่าน 54 ครั้ง

มทร.ธัญบุรี ผนึก สถาบันฯ สิ่งทอ และ4มหาวิทยาลัย MOUศูนย์ความเป็นเลิศด้านสิ่งทอและแฟชั่น

สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี พร้อมด้วย มทร.กรุงเทพ มทร.พระนคร ม.เกษตรศาสตร์ และ ม.ราชภัฏอุดรธานี ลงนามความร่วมมือ ‘ศูนย์ความเป็นเลิศด้านสิ่งทอและแฟชั่น’ พัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ ณ ห้องประชุม อาคารสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ โดยมี นายปราโมทย์ วิทยาสุข ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ร่วมเป็นสักขีพยาน

   นายปราโมทย์ วิทยาสุข เผยว่า จากการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีภายใต้ยุคดิจิทัล ทำให้ภาคอุตสาหกรรมต้องเร่งปรับตัว คณะกรรมการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ภายใต้อุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ หน่วยงานเครือขยของกระทรวงอุตสาหกรรม เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว จึงได้หารือเพื่อหาแนวทางพัฒนาขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสิ่งทอร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายและสถาบันการศึกษา

โดยจัดตั้ง ‘ศูนย์ความเป็นเลิศด้านสิ่งทอและแฟชั่น’ (Center of Textile & Fashion Excellence : CTE)ภายใต้งบประมาณกองทุนสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ พร้อมลงนามความร่วมมือกับ5สถาบันการศึกษา ประกอบไปด้วย

คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะศิลปกรรมศาสตร์ มทร.ธัญบุรี คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอและออกแบบแฟชั่น มทร.พระนคร คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอ มทร.กรุงเทพ ศูนย์นวัตกรรมแฟชั่น ภาควิชาวิทยาการสิ่งทอ คณะอุตสาหกรรมเกษตร ม.เกษตรศาสตร์ พร้อมด้วย ศูนย์ออกแบบสร้างสรรค์ผ้และสิ่งทอ ม.ราชภัฏอุดรธานี โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ ในทุกมิติให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

 นายชาญชัย สิริเกษมลิศ ผอ.สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กล่าวว่า ศูนย์ความเป็นเลิศด้านสิ่งทอและแฟชั่น ถือเป็นศูนย์กลางความร่วมมือ เพื่อทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ และ5สถาบันการศึกษา มุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์วิจัยพัฒนา และการจัดการองค์ความรู้ ภายใต้กรอบความร่วมมือ ที่จะร่วมกันพัฒนางานวิจัยเพื่อตอบโจทย์และแก้ปัญหาอุตสาหกรรมสิ่งทอและแฟชั่นไทย

ร่วมกันจัดกิจกรรม อบรม สัมมนา ประชาสัมพันธ์ ถ่ายทอดประสบการณ์ และกระจายความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมสิ่งทอและแนวโน้มการพัฒนาสิ่งทอในอนาคต ร่วมจัดประชุมวิชาการเฉพาะทางด้านสิ่งทอและแฟชั่น ในระดับประเทศและต่างประเทศ เพื่อยกระดับการนำงานวิจัยทางด้านสิ่งทอและแฟชั่นสู่สากล ทั้งยังร่วมกันจัดทำวารสารทางวิชาการนานาชาติที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมสิ่งทอและแฟชั่น เพื่อเป็นโอกาสให้นิสิตนักศึกษาได้เผยแพร่ผลงานทางวิชาการสู่สากล

ด้าน ผศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด รองอธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวเสริมว่า ในส่วนของ มทร.ธัญบุรี นำ3คณะร่วมในการลงนามความร่วมมือศูนย์ความเป็นเลิศด้านสิ่งทอและแฟชั่น คือ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะศิลปกรรมศาสตร์ เพื่อให้เกิดร่วมมือ การพัฒนาร่วมกัน ในการขับเคลื่อนภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอ แฟชั่น ไสฟ์สไตล์

ผศ.ดร.สมหมาย  กล่าวอีกว่า และภายในงาน มทร.ธัญบุรี ยังได้จัดแสดงนิทรรศการเชิงวิชาการ โชว์ผลงานวิจัยที่เกิดขึ้นของทั้ง3คณะ และเชื่อมั่นว่าการผนึกกำลังร่วมกันในครั้งนี้จะก่อให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทออย่างเป็นรูปธรรม เกิดองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะตอบโจทย์และช่วยแก้ปัญหาอุตสาหกรรมสิ่งทอและแฟชั่นไทยต่อไป โดยผู้สนใจสามารถเข้าดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่www.thaitextile.org

อลงกรณ์ ยืนยันปัญหาประมงจบภายในเดือนนี้

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/403419?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

อลงกรณ์ ยืนยันปัญหาประมงจบภายในเดือนนี้

8 ธันวาคม 2562 – 17:54 น.
ประมง,อลงกรณ์,กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เปิดอ่าน 30 ครั้ง

อลงกรณ์ แจงข้อเรียกร้องสมาคมประมง ยืนยันแก้ปัญหาคืบหน้า 3 โครงการเร่งด่วน เชื่อจบภายในเดือนนี้

8 ธันวาคม 2562 “อลงกรณ์”แจงข้อเรียกร้องสมาคมประมง ยืนยันแก้ปัญหาคืบหน้าโดยเฉพาะ3โครงการเร่งด่วน”สินเชื่อ-เรือออกนอกระบบ-แรงงานขาดแคลน”เชื่อจบจบภายในเดือนนี้ เตรียมประชุมร่วมสมาคมประมงและทุกหน่วยงาน 12 ธ.ค.นี้

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงเกี่ยวกับข้อเรียกร้องของชาวประมง 22 จังหวัดที่ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเมื่อวันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมาว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมงเป็นวาระเร่งด่วนโดยเฉพาะ 3 เรื่องใหญ่คือโครงการสินเชื่อแก้ไขปัญหาขาดสภาพคล่องและโครงการนำเรือออกนอกระบบวงเงินเกือบ 2 หมื่นล้านได้ส่งถึงคณะรัฐมนตรีแล้วรวมทั้งการแก้ไขปัญหาแรงงานประมงขาดแคลนรอคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวที่มีรัฐมนตรีแรงงานเป็นประธานประชุมเห็นชอบภายในเดือนนี้

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาชาวประมงอย่างเป็นระบบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้ที่ปรึกษารัฐมนตรีและกรมประมงจัดประชุมร่วมกับสมาคมการประมงทุกประเภททุกจังหวัดและหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ ตั้งแต่เดือนสิงหาคมจนถึงเดือนพฤศจิกายนเพื่อแก้ไขปัญหาจนมีความคืบหน้าอย่างมีนัยยะสำคัญภายใต้กลไกคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทย ร่วมกับคณะอนุกรรมการ 5 คณะ

ทั้งนี้ประกอบด้วยคณะอนุกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงพื้นบ้าน คณะอนุกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงพาณิชย์ และการประมงนอกน่านน้ำไทย คณะอนุกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงการเพาะเลี้ยง คณะอนุกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพผลิตผลผละผลิตภัณฑ์และการพาณิชย์ และคณะอนุกรรมการยก ร่างพ.ร.บ.จัดตั้งกองทุนพัฒนาการประมง และ ร่างพ.ร.บ.จัดตั้งสภาการประมงแห่งชาติให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันหรือภายในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้

นอกจากนี้กรมประมงยังได้แต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขกฎหมายประมงประกอบไปด้วยตัวแทนสมาคมประมงทุกประเภทและหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเป็นกลไกในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาการประมงของไทยทั้งระบบแบบครบวงจร รวมทั้งยังประสานการทำงานกับคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ของสภาผู้แทนราษฎรอย่างใกล้ชิด

ทุกฝ่ายพยายามแก้ไขปัญหาให้าวประมงให้ลุล่วงเร็วที่สุดภายใต้อำนาจทางการบริหารของรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีแต่เรื่องการแก้ไขปัญหากฎหมายไม่สามารถทำได้เร็วนักเพราะต้องผ่านขั้นตอนรัฐบาลและรัฐสภาทั้งยังต้องอยู่คำนึงถึงกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศเช่นไอยูยูสำหรับข้อเรียกร้องที่เกี่ยวกับกระทรวงแรงงานกรณีปัญหาการจ่ายเงินเดือนลูกเรือประมงผ่านเอทีเอ็ม.และกระทรวงการคลังกรณีFleet Cardทางกรมประมงจะช่วยประสานงานกับหน่วยงานดังกล่าวต่อไป

ส่วนข้อเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการเยียวยาผลกระทบจากกฎหมายประมงตั้งแต่ปี2558จนถึงปัจจุบันนั้นจะขอความชัดเจนจากสมาคมประมงในที่ประชุมคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพประมงไทยในวันที่12ธ.ค.นี้ที่กรมประมงว่าควรเป็นคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรีหรือไม่เพราะเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวงรวมทั้งพิจารณาข้อเรียกร้องต่างๆด้วย
นายอลงกรณ์ ยังได้ชี้แจงประเด็นข้อเรียกร้องของสมาคมประมงที่เกี่ยวข้องกับกรมประมงจำนวน 8 ข้อ คือ1.ขอให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการประมงทั้งหมดหยุดออกกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ คำสั่งต่าง ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของชาวประมง มาเพิ่มเติมขึ้นอีก (ยกเว้นการออก กฎ ระเบียบ ประกาศ คำสั่งที่ผ่อนคลายปัญหาให้กับชาวประมง) โดยชี้แจงว่า ปัจจุบันไม่ได้มีการออกกฎหมายที่สร้างภาระแก่ชาวประมงเพิ่มเติม มีแต่การออกกฎกระทรวงที่ส่งเสริมต่อการประกอบอาชีพของชาวประมง

2.ขอให้มีการเสนอแก้ไขกฎหมายพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยเร่งด่วนในช่วงที่มีการประชุมสภานิติบัญญัตินี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาปรังปรุงแก้ไขกฎหมายประมงของคณะทำงานร่วมทุกภาคส่วนของกรมประมง ประกอบด้วย ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับประมงพื้นบ้าน จำนวน 3 มาตรา และข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับประมงพาณิชย์ จำนวน 15 มาตรา ทั้งนี้การแก้ไขกฎหมายต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายต่อต้านไอยูยู(IUU fishing combating policy)และนโยบายของรัฐบาลซึ่งต้องผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีและกระบวนการนิติบัญญัติของรัฐสภา

3.ขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการการซื้อเรือประมงออกนอกระบบคืนโดยเร็ว โดยขอให้รัฐบาลมีการตั้งงบประมาณจำนวน 1 หมื่นล้าน ในปีงบประมาณ 2563 ในการที่จะนำเรือประมงออกนอกระบบ ทั้งนี้กรมประมงได้เร่งรัดดำเนินการนำเรือประมงออกนอกระบบตั้งแต่ปี 2562 โดยมีการดำเนินการโครงการการนำเรือประมงออกนอกระบบเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน ระยะที่ 1 จำนวน 305 ลำ โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ปีปีงบประมาณ 2562 นำเรือออกนอกระบบจำนวน 252 ลำ งบประมาณ 469,603,900

2.กรมประมงได้จัดทำโครงการการนำเรือประมงออกนอกระบบ ระยะที่ 2 โดยนำเรือประมงที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐและหรือมีความประสงค์จะเลิกอาชีพทำการประมง จำนวน 2,768 ลำ งบประมาณ7,143,847,900 บาท ขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาแล้ว

ส่วนข้อเรียกร้องข้อที่ 4.ขอให้รัฐบาลเร่งรัดการช่วยเหลือชาวประมงในโครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับชาวประมงโดยเร่งด่วน ภายในเดือนธันวาคม 2562  นั้นกรมประมงจัดทำโครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องประมงพื้นบ้านประมงพาณิชย์และประมงนอกน่านน้ำ วงเงินสินเชื่อรวม 10,300 ล้านบาทขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาแล้ว

5.ขอให้กรมประมง กรมจัดหางาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดการอนุญาตให้ใช้กฎหมาย มาตรา 83 แห่ง พรก.การประมง พ.ศ. 2558 ในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานประมงโดยเร่งด่วน ภายในเดือนธันวาคม 2562 นี้นั้น ทางกรมประมงมีมติให้ใช้มาตรา 83 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 เป็นแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคประมงโดยเสนอต่อกระทรวงแรงงานในเมื่อเดือนสิงหาคม 2562

ต่อมากระทรวงแรงงานได้ให้ความเห็นชอบเมื่อเดือนพฤศจิกายนและให้กรมประมงประชุมขอความเห็นชอบจากหน่วยงานกระทรวงคมนาคม กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานทางด้านความมั่นคง (กองทัพเรือ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ)และได้ยืนยันผลการประชุมส่งถึงกระทรวงแรงงานเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (คบต.)ซึ่งมีรมว.แรงงานเป็นประธานเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบภายในเดือนธันวาคมนี้

6.เรือประมงที่มีขนาดไม่เกิน 30 ตันกรอส ไม่ควรมีนโยบายให้ติด VMS เช่น การชักชวนให้เรือประมงขนาดต่ำกว่า 30 ตันกรอส ทดลองติด VMS ฟรี  กรมประมงยังไม่มีนโยบายในการติดตั้งหรือทดลองใช้แต่อย่างใด ส่วนเรือขนาด 30 ตันกรอสขึ้นไปได้ออกกฎกระทรวงผ่อนปรน 4 กรณีตามที่สมาคมประมงเสนอก่อนหน้านี้แล้ว

7.ขอให้หยุดการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำจากต่างประเทศโดยทันที ด้วยเหตุผล ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตามพระราชกำหนด พ.ศ. 2558 มาตรา 92 ซึ่งการนำเข้าสัตว์น้ำจะต้องมีการตรวจสอบว่าสัตว์น้ำเหล่านั้นได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ตามมาตรา 92 วรรคสองและวรรคสาม สินค้าประมงจากต่างประเทศจึงเข้ามาถล่มตลาดสินค้าสัตว์น้ำของชาวประมงที่ทำตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทำให้ต้นทุนสูงกว่า ราคาจึงตกต่ำ เพราะมีการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำแบบเสรี ไร้การควบคุม มาสต๊อกไว้เต็มห้องเย็นไปหมดแล้ว ดังนั้นจึงต้องแก้ไขระเบียบกรมประมงเดิมที่อนุญาตให้บุคคลธรรมดาสามารถนำเข้าสัตว์น้ำได้เสรี มีมาตรการปกป้องสินค้าสัตว์น้ำภายในประเทศนั้น

นายลงกรณ์ กล่าวว่า การห้ามนำเข้าสัตว์น้ำเข้ามาในประเทศไม่สามารถกระทำได้เพราะประเทศไทยต้องปฏิบัติตามพันธกรณีที่มีต่อองค์การการค้าโลก(WTO)และเอฟทีเอ.ทั้งทวิภาคีและพหุภาคี โดยกรมประมงได้สั่งการด่านตรวจสัตว์น้ำทั่วประเทศ จำนวน 27 แห่งทำการตรวจสอบสินค้าสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำให้ถูกต้องตามใบอนุญาต และ ตามมาตรฐานสากลอย่างเคร่งครัดเพื่อดูแลผลประโยชน์ของชาวประมงและราคาสัตว์น้ำในประเทศทั้งนี้ต้องไม่เข้าข่ายการกีดกันทางการค้าจนอาจถูกร้องเรียนหรือตอบโต้ทางการค้า จากมาตรการการตรวจตราและความเข้มงวดในการนำเข้าสัตว์น้ำจากต่างประเทศทำให้มีบางจังหวัดที่เป็นด่านนำเข้าสัตว์น้ำถึงกับมีหนังสือจากผู้ว่าราชการจังหวัดขอให้กรมประมงผ่อนปรน

ส่วนข้อเรียกร้องอันสุดท้ายขอให้พิจารณาเพิ่มวันทำการประมงให้กับพี่น้องชาวประมงทั้งประเทศโดยเร่งด่วน เพราะทำให้เกิดปัญหาการประกอบอาชีพขาดทุนมา 4 – 5 ปีแล้ว เนื่องจากมีการกำหนดให้ทำการประมงได้ไม่ทั้งปี แต่ต้องมีรายจ่ายค่าแรงงานตลอดทั้งปีนั้น นายลงกรณ์ กล่าวว่า ในปีการประมง 2562 มีเรือประมงบางส่วนที่ได้รับการจัดสรรปริมาณสัตว์น้ำไว้แล้ว แต่ไม่ได้ออกทำการประมง ทำให้มีปริมาณสัตว์น้ำคงเหลือที่ไม่ได้จับขึ้นมาใช้ประโยชน์ ซึ่งอาจนำสัตว์น้ำกลุ่มนี้มาจัดสรรเพื่อเพิ่มจำนวนวันทำการประมงได้ ขณะนี้กรมประมงกำลังดำเนินการรวบรวมข้อมูลปริมาณสัตว์น้ำคงเหลือ เพื่อนำมาจัดสรรเพิ่มวันทำการประมงให้กับเรือประมงในปีการประมง 2562

“เข้าใจถึงความเดือนร้อนที่ชาวประมงประสบมา 4 ปีแต่เพียง 4 เดือนที่รัฐบาลใหม่เข้ามาแก้ปัญหาจะให้ลุล่วงสำเร็จทั้งหมดคงไม่ได้ 100 % ขอให้ร่วมกันทำงานต่อไปอย่างจริงจังจริงใจไม่นานปัญหาจะลดลงและหมดไปในที่สุดครับ”นายอลงกรณ์กล่าว

ขอเพลทค่ะ

“อลงกรณ์”แจงข้อเรียกร้องสมาคมประมง ยืนยันแก้ปัญหาคืบหน้าโดยเฉพาะ3โครงการเร่งด่วน”สินเชื่อ-เรือออกนอกระบบ-แรงงานขาดแคลน”เชื่อจบเดือนธันวาคม เตรียมประชุมร่วมสมาคมประมงและทุกหน่วยงาน12ธ.ค.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ชี้แจงวันนี้(8ธ.ค.)เกี่ยวกับข้อเรียกร้องของชาวประมง22จังหวัดที่ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเมื่อวันที่6ธันวาคมที่ผ่านมาว่านายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมงเป็นวาระเร่งด่วนโดยเฉพาะ3เรื่องใหญ่คือโครงการสินเชื่อแก้ไขปัญหาขาดสภาพคล่องและโครงการนำเรือออกนอกระบบวงเงินเกือบ2หมื่นล้านได้ส่งถึงคณะรัฐมนตรีแล้วรวมทั้งการแก้ไขปัญหาแรงงานประมงขาดแคลนรอคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวที่มีรัฐมนตรีแรงงานเป็นประธานประชุมเห็นชอบภายในเดือนนี้
นายอลงกรณ์กล่าวว่าเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาชาวประมงอย่างเป็นระบบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้ที่ปรึกษารัฐมนตรีและกรมประมงจัดประชุมร่วมกับสมาคมการประมงทุกประเภททุกจังหวัดและหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ตั้งแต่เดือนสิงหาคมจนถึงเดือนพฤศจิกายนเพื่อแก้ไขปัญหาจนมีความคืบหน้าอย่างมีนัยยะสำคัญภายใต้กลไกคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทย ร่วมกับคณะอนุกรรมการ 5 คณะ ประกอบด้วยคณะอนุกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงพื้นบ้าน คณะอนุกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงพาณิชย์ และการประมงนอกน่านน้ำไทย คณะอนุกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงการเพาะเลี้ยง คณะอนุกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพผลิตผลผละผลิตภัณฑ์และการพาณิชย์ และคณะอนุกรรมการยก ร่างพ.ร.บ.จัดตั้งกองทุนพัฒนาการประมง และ ร่างพ.ร.บ.จัดตั้งสภาการประมงแห่งชาติให้แล้วเสร็จภายใน90วันหรือภายในเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ นอกจากนี้กรมประมงยังได้แต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขกฎหมายประมงประกอบไปด้วยตัวแทนสมาคมประมงทุกประเภทและหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเป็นกลไกในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาการประมงของไทยทั้งระบบแบบครบวงจร รวมทั้งยังประสานการทำงานกับคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ของสภาผู้แทนราษฎรอย่างใกล้ชิด
นายอลงกรณ์กล่าวต่อไปว่า จะเห็นได้ว่าทุกฝ่ายทุ่มเทความพยายามทำงานแทบไม่มีวันหยุดเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับชาวประมงของเราให้ลุล่วงเร็วที่สุดภายใต้อำนาจทางการบริหารของรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีแต่เรื่องการแก้ไขปัญหากฎหมายไม่สามารถทำได้เร็วนักเพราะต้องผ่านขั้นตอนรัฐบาลและรัฐสภาทั้งยังต้องอยู่คำนึงถึงกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศเช่นไอยูยูสำหรับข้อเรียกร้องที่เกี่ยวกับกระทรวงแรงงานกรณีปัญหาการจ่ายเงินเดือนลูกเรือประมงผ่านเอทีเอ็ม.และกระทรวงการคลังกรณีFleet Cardทางกรมประมงจะช่วยประสานงานกับหน่วยงานดังกล่าวต่อไป ส่วนข้อเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการเยียวยาผลกระทบจากกฎหมายประมงตั้งแต่ปี2558จนถึงปัจจุบันนั้นจะขอความชัดเจนจากสมาคมประมงในที่ประชุมคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพประมงไทยในวันที่12ธ.ค.นี้ที่กรมประมงว่าควรเป็นคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรีหรือไม่เพราะเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวงรวมทั้งพิจารณาข้อเรียกร้องต่างๆด้วย

นายอลงกรณ์ยังชี้แจงประเด็นข้อเรียกร้องของสมาคมประมงที่เกี่ยวข้องกับกรมประมงจำนวน8ข้อ
1.ขอให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการประมงทั้งหมดหยุดออกกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ คำสั่งต่าง ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของชาวประมง มาเพิ่มเติมขึ้นอีก (ยกเว้นการออก กฎ ระเบียบ ประกาศ คำสั่งที่ผ่อนคลายปัญหาให้กับชาวประมง)
คำชี้แจง: ปัจจุบันไม่ได้มีการออกกฎหมายที่สร้างภาระแก่ชาวประมงเพิ่มเติม มีแต่การออกกฎกระทรวงที่ส่งเสริมต่อการประกอบอาชีพของชาวประมง
2.ขอให้มีการเสนอแก้ไขกฎหมายพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยเร่งด่วนในช่วงที่มีการประชุมสภานิติบัญญัตินี้
คำชี้แจง: ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาปรังปรุงแก้ไขกฎหมายประมงของคณะทำงานร่วมทุกภาคส่วนของกรมประมง ประกอบด้วย ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับประมงพื้นบ้าน จำนวน 3 มาตรา และข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับประมงพาณิชย์ จำนวน 15 มาตรา ทั้งนี้การแก้ไขกฎหมายต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายต่อต้านไอยูยู(IUU fishing combating policy)และนโยบายของรัฐบาลซึ่งต้องผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีและกระบวนการนิติบัญญัติของรัฐสภา
3.ขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการการซื้อเรือประมงออกนอกระบบคืนโดยเร็ว โดยขอให้รัฐบาลมีการตั้งงบประมาณจำนวน 1 หมื่นล้าน ในปีงบประมาณ 2563 ในการที่จะนำเรือประมงออกนอกระบบ
คำชี้แจง: 1.กรมประมงได้เร่งรัดดำเนินการนำเรือประมงออกนอกระบบตั้งแต่ปี 2562 โดยมีการดำเนินการโครงการการนำเรือประมงออกนอกระบบเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน ระยะที่ 1 จำนวน 305 ลำ โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ปี
ปีงบประมาณ 2562 นำเรือออกนอกระบบจำนวน 252 ลำ งบประมาณ 469,603,900
2.กรมประมงได้จัดทำโครงการการนำเรือประมงออกนอกระบบ ระยะที่ 2 โดยนำเรือประมงที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐและหรือมีความประสงค์จะเลิกอาชีพทำการประมง จำนวน 2,768 ลำ งบประมาณ7,143,847,900 บาท
ขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาแล้ว
4.ขอให้รัฐบาลเร่งรัดการช่วยเหลือชาวประมงในโครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับชาวประมงโดยเร่งด่วน ภายในเดือนธันวาคม 2562
คำชี้แจง: กรมประมงจัดทำโครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องประมงพื้นบ้านประมงพาณิชย์และประมงนอกน่านน้ำ วงเงินสินเชื่อรวม 10,300 ล้านบาท
ขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาแล้ว
5.ขอให้กรมประมง กรมจัดหางาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดการอนุญาตให้ใช้กฎหมาย มาตรา 83 แห่ง พรก.การประมง พ.ศ. 2558 ในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานประมงโดยเร่งด่วน ภายในเดือนธันวาคม 2562 นี้
คำชี้แจง: กรมประมงมีมติให้ใช้มาตรา 83 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 เป็นแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคประมงโดยเสนอต่อกระทรวงแรงงานในเมื่อเดือนสิงหาคม 2562 ต่อมากระทรวงแรงงานได้ให้ความเห็นชอบเมื่อเดือนพฤศจิกายนและให้กรมประมงประชุมขอความเห็นชอบจากหน่วยงานกระทรวงคมนาคม กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานทางด้านความมั่นคง (กองทัพเรือ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ)และได้ยืนยันผลการประชุมส่งถึงกระทรวงแรงงานเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (คบต.)ซึ่งมีรมว.แรงงานเป็นประธานเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบภายในเดือนธันวาคมนี้
6.เรือประมงที่มีขนาดไม่เกิน 30 ตันกรอส ไม่ควรมีนโยบายให้ติด VMS เช่น การชักชวนให้เรือประมงขนาดต่ำกว่า 30 ตันกรอส ทดลองติด VMS ฟรี
คำชี้แจง: กรมประมงยังไม่มีนโยบายในการติดตั้งหรือทดลองใช้แต่อย่างใด ส่วนเรือขนาด30ตันกรอสขึ้นไปได้ออกกฎกระทรวงผ่อนปรน4กรณีตามที่สมาคมประมงเสนอก่อนหน้านี้แล้ว
7.ขอให้หยุดการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำจากต่างประเทศโดยทันที ด้วยเหตุผล ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตามพระราชกำหนด พ.ศ. 2558 มาตรา 92 ซึ่งการนำเข้าสัตว์น้ำจะต้องมีการตรวจสอบว่าสัตว์น้ำเหล่านั้นได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ตามมาตรา 92 วรรคสองและวรรคสาม สินค้าประมงจากต่างประเทศจึงเข้ามาถล่มตลาดสินค้าสัตว์น้ำของชาวประมงที่ทำตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทำให้ต้นทุนสูงกว่า ราคาจึงตกต่ำ เพราะมีการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำแบบเสรี ไร้การควบคุม มาสต๊อกไว้เต็มห้องเย็นไปหมดแล้ว ดังนั้นจึงต้องแก้ไขระเบียบกรมประมงเดิมที่อนุญาตให้บุคคลธรรมดาสามารถนำเข้าสัตว์น้ำได้เสรี มีมาตรการปกป้องสินค้าสัตว์น้ำภายในประเทศ
คำชี้แจง: การห้ามนำเข้าสัตว์น้ำเข้ามาในประเทศไม่สามารถกระทำได้เพราะประเทศไทยต้องปฏิบัติตามพันธกรณีที่มีต่อองค์การการค้าโลก(WTO)และเอฟทีเอ.ทั้งทวิภาคีและพหุภาคี โดยกรมประมงได้สั่งการด่านตรวจสัตว์น้ำทั่ว

โหรคมช.ฟันธง บิ๊กตู่ อยู่ครบเทอม ไม่ยุบสภาปีหน้าปรับใหญ่

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/403425?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

โหรคมช.ฟันธง บิ๊กตู่ อยู่ครบเทอม ไม่ยุบสภาปีหน้าปรับใหญ่

8 ธันวาคม 2562 – 18:19 น.
โหรคสช,ปรับครม,รัฐบาล
เปิดอ่าน 40 ครั้ง

โหรคมช.ฟันธง บิ๊กตู่ อยู่ครบเทอม ไม่ยุบสภา ปีหน้าปรับครม.ครั้งใหญ่ ผ่าตัดยกพวง พรรคที่ไม่หวังดี ตีรวน ในสภา โดนเททิ้ง หมดอนาคตสูญพันธุ์การเมือง

8 ธันวาคม 2562 นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ เจ้าสำนักสุขิโต จ.เชียงใหม่ หรือโหรคมช.กล่าวทำนายจากนั่งญาณเพ่งนิมิตรจากฤาษีหลวงปู่เกวลัญแห่งเทือกเขาหิมาลัย ว่ากรณีปัญหาเสถียรภาพรัฐบาล เสียงปริ่มน้ำ อย่างไรจะเดินหน้าไปได้มีหน้าที่ขับเคลื่อน 3 ป.ยังอยู่ ทำหน้าที่ในบ้านเมือง

ส่วนกลุ่มต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายในรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาล มือไม่พาย คอยเอาเท้าราน้ำ กลุ่มนี้ จะหลุดไปเอง ในปีหน้ามีการปรับครม.ภายใน 3 – 6 เดือน

รัฐบาลขับเคลื่อนทุกอย่างดำเนินงานไป แต่บางกลุ่มคอยแสวงหาผลประโยชน์ เอาดีตัวใส่ตัว เอาชั่วให้คนอื่น ถึงเวลาสูญพันธ์ แตกไปเอง พรรคพวกที่เข้ามาทำหน้าที่มาแสวงผลประโยชน์ให้ตัวเอง ไม่คำนึงถึงประชาชน มอบหมายมาทำหน้าที่เพื่อบ้านเมือง มาคอยจ้องผลประโยชน์หวังได้อะไร เหน็บแนมหาเหตุ เก่งแต่พูด อ้างตรงนั้นตรงนี้ที่สุดพอเอาจริงก็ไม่กล้า ในปี 2563 เป็นต้นไปมีการพูดคุย เห็นความสำคัญ ชาติบ้านเมือง หันหน้ามาคุยกัน ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านบางพรรค ที่มีหน้าที่บ้านเมือง ช่วยกันขับเคลื่อน

ส่วนพรรคที่หมดหน้าที่ก็หมดไป รัฐบาล เดินไปได้ อยู่รอด ชาติปลอดภัย ทุกอย่างราบเรียบ และทรัยากรสำคัญจะผุดออกมาเอง เรียกว่าเป็นปีชาวศิวิไลย ปรากฏปีหน้าเป็นต้นไป ความมั่นคง ของรัฐบาล ปรากฏมาอย่างเข้มแข็ง อยู่ครบ4ปีไม่มียุบสภา

นายวารินทร์ กล่าวว่าได้เห็นภาพนิมิตร เห็นฝ่ายค้านบางพรรค เห็นประโยชน์ส่วนร่วมหันมาขับเคลื่อนกันไปกับรัฐบาลเห็นชัดเจนในปีหน้าส่วนกลุ่มต่างๆหาเหตุ หาเรื่องแตกไปเอง เหมือนอะไรไม่เป็นความจริง ทำอะไรจอมปลอมลูบหน้าปะจมูกหลุดไปเอง มาสร้างความวุ่นวาย ก่อกวน ชาติบ้านเมือง ไม่ให้รัฐบาลขับเคลื่อน จะหลุดไปเองและหมดอนาคตทางการเมือง ประชาชนเห็นธาตุแท้

พวกคอยตีรวน หาเรื่อง หาเหตุ สร้างราคาตัวเอง ในรัฐสภา พวกนี้ถึงเวลาหลุดไปเอง จากครึ่งปี ประชาชนได้เห็นสันดานการเมือง ที่หาเหตุสร้างความปั่นป่วน ชาวบ้านเขารู้ ปีหน้าจะไม่ได้มาและการปรับครม.หรือ การปรับหน้าที่ในรัฐบาล ยืนยันมีแน่นอน หลังปีใหม่ 3 – 6 เดือน กลุ่มที่ไม่จริงใจ ไม่สร้างผลงาน หมดหน้าที่ไป ไม่ได้อยู่แล้ว หมดอนาคต ซึ่งรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ อยู่ได้ 4 ปี

ส่วนปีหน้าผ่าตัดปรับเปลี่ยนรัฐบาลใครไม่ดีออกไป นำกลุ่มต่าง ๆ เริ่มเห็นประโยชน์ส่วนรวมมาร่วม คนที่ไม่เผาผีกัน อาจเข้ามาร่วมทำงานกับฝ่ายการเมือง และพรรคพวกกลุ่มไม่หวังดี หมดหน้าที่หมดไป สำหรับปัญหาภาวะเศรษฐกิจ ย่ำแย่เป็นทั่วโลก และของไทยบางคนในรัฐบาล ไม่ให้ความร่วมมือหาเหตุ หาเรื่อง จะเอาออกไป ปรับกลุ่มหวังดีเข้ามาใหม่ มาขับเคลื่อนร่วมกัน ทรัพยากรต่าง ๆ ผุดออกมา ประชาชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้น จากการแก้ปัญหาของรัฐบาลด้วย ไม่ใช่เป็นปีเผาจริง อย่าไปเชื่อ ลองย้อนไปดูคำทำนาย มาสามสี่ปี ที่ผ่านมาวุ่นวายหรือไม่ ผ่านจุดนั้นมาแล้ว ที่บอกว่าจะมีคนเดินเต็มถนน เป็นเรื่องเพ้อฝัน ซึ่งใครมาไล่รัฐบาล คนรู้กันหมดแล้ว มาจากใคร

วีระ อัดยับ วราวุธ หายจ้อย ปล่อย ธรรมนัส จุ้นปารีณารุกที่ป่า

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/403424?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

วีระ อัดยับ วราวุธ หายจ้อย ปล่อย ธรรมนัส จุ้นปารีณารุกที่ป่า

8 ธันวาคม 2562 – 18:12 น.
วีระ,อัดยับ,วราวุธ,หายจ้อย,ธรรมนัส,จุ้นคดี,ปารีณา,รุกที่ปา
เปิดอ่าน 113 ครั้ง

“วีระ” โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุหนังสือขอส่งคืนพื้นที่ของ ปารีณา คือใบเสร็จ สารภาพชัดบุกรุกที่ป่า อัดยับ “วราวุธ” คุมกรมป่าไม้ แต่หายจ้อย ปล่อย “ธรรมนัส” จุ้น

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2562 – นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น โพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊ก กรณีปัญหาฟาร์มไก่ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ว่า

หนังสือขอส่งคืนพื้นที่ของปารีณาคือใบเสร็จ คือคำรับสารภาพว่าได้บุกรุก เข้าครอบครองพื้นที่ดังกล่าว (682 ไร่) จริง ซึ่งเข้าครอบครองก่อนปี 2554 ซึ่ง ส.ป.ก. ประกาศพระราชกฤษฎีกาเป็นเขตปฏิรูปที่ดิน ที่สำคัญปารีณายอมรับการเข้าครอบครองพื้นที่ดังกล่าวโดยอ้างการเสียภาษีตามใบภ.บ.ท.5

ดังนั้น จึงเป็นการรับสารภาพว่าได้เข้าไปบุกรุก ครอบครอง ที่ดินที่เป็นเขตป่าไม้ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ปี พ.ศ.2484 และที่ดินที่เป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตามพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ปี พ.ศ.2507 มานานแล้ว

เมื่อชัดเจนเช่นนี้แล้ว อธิบดีกรมป่าไม้ทำไมไม่รีบดำเนินคดีตามกฎหมายกับปารีณาในทันที ที่ผ่านมาป่าไม้ก็เข้าข่ายเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบมาตั้งแต่ปารีณาบุกรุก ครอบครอง ที่ป่าไม้และที่ป่าสงวนแห่งชาติทำธุรกิจฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อ(ตั้งแต่ปี 2545)จนร่ำรวยหลายร้อยล้านบาท กรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวถือเป็นของรัฐ ไม่ใช่เป็นของ ส.ป.ก. ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 15189/2558 , 14487/2558 และคำพิพากษาฎีกาที่ 4825/2559 พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในการดูแลของกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีกระทรวงทรัพย์ฯหายหัวไปไหนเรื่องอยู่ในอำนาจหน้าที่ของตัวเองแท้ๆ กลับไม่ทำอะไร ปล่อยให้นายธรรมนัส ซึ่งเป็นแค่รัฐมนตรีช่วยต่างกระทรวงเข้ามายุ่ง มาตั้งตัวเองเป็นผู้พิพากษาตัดสินเอาเองว่า ปารีณาไม่ผิด คืนที่ให้ส.ป.ก.แล้วจบ ไม่ดำเนินคดีอาญา ทั้งๆที่ดินดังกล่าวทั้งหมดเป็นที่ดินของรัฐ กรรมสิทธิ์ในที่ดินยังเป็นของรัฐ ไม่ใช่เป็นของ ส.ป.ก. แต่อย่างใด

นายธรรมนัส พรหมเผ่า ต้องตอบมา หากปารีณาไม่ได้ทำความผิด แล้ว ส.ป.ก. ใช้อำนาจอะไรไปสั่งให้ปารีณาส่งคืนที่ดินให้ ส.ป.ก. แล้วใช้อำนาจอะไรสั่งให้ปารีณา รื้อถอนสิ่งก่อสร้างออกไปให้หมด ตกลงคุณใช้อำนาจอะไร? สรุป ปารีณาผิด หรือไม่ผิด คุณต้องตอบคำถามนี้ต่อสังคมนะ

คุณเตรียมตัวรับผลกรรมที่คุณทำในเร็วๆนี้ เมื่อคุณต้องตกอยู่ในสภาพเดียวกับปารีณา คุณจะแก้ตัว และหาทางออกให้ตัวเองอย่างไร? คุณจะคืนที่ดินให้ ส.ป.ก. หรือไม่?

ฝ่ายค้านจ่อแถลงผลงาน 6 เดือน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/403402?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ฝ่ายค้านจ่อแถลงผลงาน 6 เดือน

8 ธันวาคม 2562 – 16:37 น.
จ่อแถลงผลงาน,ฝ่ายค้าน,สุทิน,อัด สว,ไม่เข้าใจ,โครงสร้างการเมือง,มุ่งแต่ปกป้องรัฐบาล
เปิดอ่าน 52 ครั้ง

“สุทิน” เผยฝ่ายค้านจ่อแถลงผลงาน 6 เดือน อัด ส.ว. ไม่เข้าใจโครงสร้างการเมือง มุ่งแต่ปกป้องรัฐบาล

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2562 – นายสุทิน คลังแสง ส.ส. มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า กรณีมี ส.ว. ท่านหนึ่งได้โพสต์ให้ข่าวว่า 6 เดือนที่ผ่านมา ฝ่ายค้านไม่เคยทำอะไรให้ประชาชน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ นอกจากจ้องล้มรัฐบาลและแก้รัฐธรรมนูญเท่านั้น พร้อมระบุว่าประชาชนเบื่อนักการเมืองมาก

ขอเรียนว่า ส.ว. ท่านนี้ไม่เข้าใจโครงสร้างการเมือง ไม่เข้าใจบทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่าย ไม่ติดตามการทำงานของสภาฯ ไม่ดูตัวเองและไม่เข้าใจบริบทโลก แต่มุ่งปกป้องรัฐบาลเพื่อตอบแทนบุญคุณอย่างไม่รับผิดชอบต่อความทุกข์ยากของประชาชน

ที่กล่าวเช่นนี้ เพราะฝ่ายค้านมีหน้าที่ควบคุม ตรวจสอบ เสนอแนะรัฐบาลให้ทำงานสนองประโยชน์ประชาชน การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ฝ่ายค้านทำได้ทางอ้อมโดยผ่านกลไกสภาฯเท่านั้น แต่หน้าที่โดยตรงเป็นของรัฐบาล ซึ่งมีกฎหมาย ข้าราชการ และงบประมาณเป็นเครื่องมือ แต่ที่ผ่านมาฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่นี้อย่างมาก เช่น การหารือเสนอแนะ ตั้งกระทู้รวมทั้งเสนอญัตติต่างๆ เช่น ญัตติตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาแนวทางแก้ไขสินค้าราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ญัตติศึกษาแนวทางราคาสินค้าอุปโภคบริโภคสูงขึ้น ญัตติศึกษาผลกระทบการใช้สารเคมีเพื่อการเกษตร ซึ่งเป็นข่าวโด่งดังอยู่ในขณะนี้

ญัตติเหล่านี้ศึกษาเสร็จแล้วและได้เสนอรัฐบาลไปแล้ว นอกจากนี้การป้องปรามการทุจริต ฝ่ายค้านได้เสนอญัตติศึกษาผลกระทบและแนวทางการบริหารโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC) ญัตติศึกษาทบทวนการทำสัญญาโครงการสร้างรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน การต่อสัญญาทางด่วนและรถไฟฟ้าอีกหลายสาย ซึ่งล้วนแล้วแต่ส่อทุจริตและเอื้อทุนใหญ่ทั้งสิ้น ปัญหาเรื่องการศึกษา ศาสนา ยาเสพติด เราเสนอทางแก้ตลอด ซึ่ง ส.ว. ท่านนี้คงไม่ทราบ

เราทำงานช่วยรัฐบาลหลายเรื่อง ซึ่งเราตั้งใจจะเปิดแถลงผลงานในรอบ 6 เดือนในเร็วๆนี้ แม้รัฐธรรมนูญจะไม่กำหนดให้เราต้องแถลง แต่เราจะแถลงด้วยจิตสำนึกของการรับใช้และรายงานประชาชน สังคมจะได้เปรียบเทียบว่าใครทำประโยชน์ให้ประชาชนมากกว่ากัน ซึ่งเรื่องนี้เชื่อว่าไม่อยู่ในสำนึกของ ส.ว.

อยากฝากไปถึง ส.ว. ท่านนี้ว่า ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้ง และกระบวนการได้มาที่ไร้มาตรฐาน นี่คือภาพอัปลักษณ์ของประเทศ และการหลับหูหลับตาปกป้องรัฐบาลโดยไม่แยกแยะถูกผิด จะทำให้ความศรัทธาเชื่อมั่นในรัฐบาลลดลงในสายตาโลก ส่งผลให้เป็นอุปสรรคต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ

การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อขจัดภาพอัปลัษณ์เหล่านี้จึงจำเป็น ฝ่ายค้านถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องทำและทำควบคู่ไปกับภารกิจอื่นตามบทบาทหน้าที่ของเรา

วิลาศ จี้ ปรับผู้รับเหมา วันละ12ล.สร้างสภาใหม่ ล่าช้า

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/403386?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

วิลาศ จี้ ปรับผู้รับเหมา วันละ12ล.สร้างสภาใหม่ ล่าช้า

8 ธันวาคม 2562 – 14:36 น.
วิลาศ,ปรับผู้รับเหมา,วันละ12ลสร้างสภาใหม่
เปิดอ่าน 103 ครั้ง

วิลาศ แนะ สภาเรียกค่าปรับผู้รับเหมาวันละ 12.28 ล้านบาท เหตุสร้างสภาใหม่ล่าช้า จี้สอบสวนเลขาสภาฯเหตุอ้างเอกสารเท็จ จ่อร้องป.ป.ช.-สตง.ถ้าต่อสัญญารอบ 4

วันที่ 8 ธ.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ อดีตประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวปัญหาการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ล่าช้าว่า

การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ที่มีความล่าช้าและต่อสัญญาอย่างต่อเนื่อง รวมแล้ว 3 ครั้ง การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ที่มีความล่าช้าและต่อสัญญาอย่างต่อเนื่อง รวมแล้ว 3 ครั้ง ซึ่งครั้งที่ 3 จะสิ้นสุดลงในวันที่ 15 ธ.ค.2562 และแน่นอนว่าจะต้องมีการต่อสัญญาอีกเป็นครั้งที่ 4 เพราะการก่อสร้างทั้งหมดมีความคืบหน้าไม่ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตนได้รับข้อมูลจากข้าราชการว่าบริษัทที่ปรึกษาโครงการดังกล่าวจะขอต่อสัญญาขยายเวลาไปอีก 502 วัน แต่ทางรัฐสภาจะให้ต่อเวลาได้แค่ 382 วัน โดยให้สิ้นสุดในวันที่ 31 ธ.ค.2563

ทั้งนี้ บริษัทที่ปรึกษาอ้างว่าระหว่างการก่อสร้าง บริษัทผู้ว่าจ้างใช้สิทธิ์เข้าไปใช้งานในสิ่งก่อสร้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จอดรถ ห้องประชุมจันทรา และห้องประชุมกรรมาธิการของวุฒิสภา ตั้งแต่วันที่ 5 มิ.ย.2562 รวมถึงยังมีปัญหาการส่งมอบพื้นที่บางส่วนที่ยังล่าช้า ซึ่งตนเห็นว่าเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น เพราะในสัญญาข้อที่ 34 ระบุว่าการเข้าใช้พื้นที่ก่อนไม่ถือว่าเป็นการรับมอบงานตามสัญญา จึงจะนำไปเป็นเหตุในการขอขยายสัญญาไม่ได้ หรือถ้ามีอุปสรรคในการทำงาน ผู้รับเหมาต้องแจ้งให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรทราบภายใน 15 วัน ซึ่งบริษัทดังกล่าวไม่ได้แจ้งใดๆต่อสำนักงานเลขาธิการสภาฯ

“จะเห็นได้ว่า โครงการนี้เละเทะและเลวร้ายมาก เพราะข้ออ้างต่างๆในการขอต่อสัญญานั้น ไม่สามารถรับฟังได้ เช่นการส่งมอบพื้นที่ เป็นต้น ในเร็ววันนี้จะยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบว่า การต่อสัญญาทั้งหมดนั้นไม่ชอบ เพราะทุกครั้งที่มีการต่อสัญญา พบว่ามีการทำงานเป็นกระบวนการ ซึ่งมีการหารือล่วงหน้าระหว่างผู้ใหญ่ของคู่สัญญา

นายวิลาศ กล่าวว่า ส่วนตัวได้รายละเอียดทั้งหมดมาจากข้าราชการในสภาที่ทนไม่ไหว โดยพบว่าบริษัทผู้รับจ้างมีการดึงตัววิศวกรรายหนึ่งไปอยู่กับผู้รับจ้างรายนั้น ซึ่งเป็นผู้ร่างเอกสารขอขยายสัญญาในครั้งนี้ อย่างเช่น สัญญาสาธารณูปโภค เป็นสัญญาประกอบที่มีการว่าจ้างทีหลัง โดยมีบริษัทซิโนทัยฯเป็นผู้รับงาน จะอ้างไม่ได้  และสัญญาในครั้งนี้จะเชื่อถือได้อย่างไรว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในวันที่ 31 ธ.ค. 2563 ทั้งนี้มองว่าควรถึงเวลาในการปรับค่าล่าช้าการก่อสร้าง 12.28 ล้านบาทต่อวัน พร้อมกับตั้งคณะกรรมการสอบ นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาฯ ว่ามีการเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มบริษัทหรือไม่

สุดารัตน์ขอปชช.เลือกธนิกไปบอกรัฐบาลเลิกซื้อเรือดำน้ำ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/403382?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

สุดารัตน์ขอปชช.เลือกธนิกไปบอกรัฐบาลเลิกซื้อเรือดำน้ำ

8 ธันวาคม 2562 – 14:09 น.
เลือกตั้ง,ขอนแก่น,สุดารัตน์
เปิดอ่าน 57 ครั้ง

สุดารัตน์ขอชาวหนองเรือ-มัญจาคีรี เลือก ธนิก ไปบอกรัฐบาลให้เลิกซื้อเรือดำน้ำ เพราะประชาชนอยากได้ค่าชดเชยภัยแล้ง-น้ำท่วม ธนิกก้มกราบอ้อนขอคะแนน

8 ธันวาคม 2562 ที่บ้านเม็ง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่นพรรคเพื่อไทยหาเสียงเลือกตั้งซ่อมเขต 7 ต่อเนื่อง เปิดเวทีปราศรัยซึ่งมี แกนนำพรรคและส.ส.ร่วมเวทีเนื่องแน่นเช่นเคย อาทิ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย

นายพงศกร อรรณนพพร ผู้อำนวยการการเลือกตั้งจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ประธานภาคอีสาน และส.ส.อีกหลายคน อาทิ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร นายไพจิต ศรีวรขาน นางสาวจิราพร สินธุไพร นางสาวชนก จันทาทอง นายวันนิวัติ สมบูรณ์ นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ นายการุณ โหสกุล นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักมีพี่น้องประชาชนร่วมฟังการปราศรัยนับพัน

ก่อนขึ้นเวทีการปราศรัยคุณหญิงสุดารัตน์ได้เดินพบปะพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด ทั่วพื้นที่ซึ่งจัดเป็นเวทีการปราศรัย ประชาชนต่างบอกเล่าถึงความรู้สึกยินดีที่ได้พบปะคุณหญิงสุดารัตน์และถือโอกาสสะท้อนปัญหาต่างๆ และหวังว่าในอนาคตหากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล จะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

จากนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ ขึ้นเวทีปราศรัย สอบถามความทุกข์ยาก ของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะราคาพืชผลทางการเกษตร สถานภาพทางเศรษฐกิจ ซึ่งทราบว่ายากจนกันถ้วนหน้า “คนจนหมดทั้งประเทศจริงๆตามที่รัฐบาลได้ประกาศไว้”

ประธานยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย ย้ำถึงกฎกติกาที่บิดเบี้ยว กลไกต่างๆที่ทำให้พรรคซึ่งได้เสียงอันดับ 1 ไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ และเมื่อเสียงในสภาไม่พอ ก็ต้องคอยมาฉกงู เพาะฟาร์มงูเห่า แต่อย่างไรก็ตามขอให้พี่น้องมั่นใจว่านายธนิกเข้าไปทำหน้าที่ผู้แทนจะไม่เป็นงูเห่าแน่นอน

“เสียงของธนิกจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงให้เราเป็นรัฐบาลได้ในอนาคต เพราะวันนี้เสียงของฝ่ายค้านและรัฐบาลใกล้ ๆ กัน เลือกเบอร์อื่น เลือกคนอื่น เขาไปอยู่พรรคที่สนับสนุนพ่อใหญ่ประยุทธ์ ให้เป็นนายกฯเขาก็ไปยกมือให้พ่อใหญ่ประยุทธ์ ได้เป็นนายกฯต่อ พ่อใหญ่ประยุทธ์ และรัฐบาลจะซื้อเรือดำน้ำพรรคที่สนับสนุนพ่อใหญ่ประยุทธ์ เขาก็ต้องไปยกมือให้ซื้อเรือดำน้ำ แต่ถ้าเลือกธนิก ธนิกจะเข้าไปยกเลิกซื้อเรือดำน้ำจะเข้าไป เรียกร้องให้พี่น้องได้ค่าชดเชยภัยแล้งน้ำท่วม ธนิกนี้แหละจะเข้าไปทวงหนี้ให้” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว

คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า ครั้งนี้ จะเป็นโอกาสที่พี่น้องได้ตัดสินใจว่าจะเอาเศรษฐกิจความเป็นอยู่แบบในปัจจุบัน หรือจะร่วมกันเปลี่ยนแปลงเดินหน้าไปสู่ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเหมือนสมัยรัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดังนั้นถึงเวลาที่ต้องส่งเสียงไปถึง ผู้มีอำนาจว่าชีวิตความเป็นอยู่ ของประชาชนนั้นยากลำบาก

คุณหญิงสุดารัตน์ ทราบข้อมูลว่า มีการให้เงินให้ทอง ดังนั้นวันกาบัตร ขอให้พี่น้องตัดสินใจ เพราะผลประโยชน์ที่เขานำมาให้ก็เป็นผลประโยชน์เพียงชั่วครั้งชั่วคราว และที่สำคัญคราวนี้แบ่งคะแนนไม่ได้ เพราะกังวลว่าเขาจะโกงอีก
“ไปเลือกให้ถล่มทลาย ได้รับชัยชนะจะมาขอข้าวกิน ขอตำบักหุ่งกิน 1 จาน” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว

ด้านนายธนิก ขึ้นเวทีปราศรัย ขอเป็นญาติมิตร ขอมีความสัมพันธ์ ขอคะแนน ขอความเมตตา จากพี่น้องชาวอำเภอหนองเรือ วันนี้มาพูดมาคุย มีความตั้งใจมาเป็นตัวแทนของพี่น้องทุกคน ทั้งอำเภอมัญจาคีรีและอำเภอหนองเรือ ยืนยันให้ความสำคัญอย่างเท่าเทียมกัน ขอพี่น้องอย่ากังวลว่า นายธนิกจะดูแลในเฉพาะอำเภอบ้านเกิด วันนี้นายธนิก จะมาขอเป็นเพื่อนมาขอเป็นพี่ เป็นน้อง มั่นใจว่าจะเอาปัญหาต่างๆไปพูดคุยในสภาผู้แทนราษฎรแทนพี่น้องประชาชน

นายธนิก ระบุว่าไปมาหลายหมู่บ้านพบพี่น้องประชาชนมีปัญหาเรื่องราคาข้าว แต่ด้วยความพร้อมจะทำหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ ดังนั้นขอโอกาสจากพี่น้องประชาชนให้เข้าไปเป็นตัวแทน

“ข้าวราคาตกต่ำใช่หรือไม่วันนี้จะขอเข้าไปทวงสัญญาแทนพี่น้อง ทวงสัญญาราคาข้าว ตามที่บางพรรคการเมืองได้หาเสียงไว้ จะเข้าไปทวงค่าแรงให้พี่น้องประชาชน” นายธนิกล่าว

ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยย้ำว่า ขอให้เลือกพรรคเพื่อไทย เพื่อส่งสัญญาณไปถึงรัฐบาลว่าการบริหารของรัฐบาล พี่น้องประชาชนไม่พอใจ จึงขอเข้าไปทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร พร้อมก้มกราบพี่น้องประชาชนซึ่งได้รับเสียงปรบมือเป็นกำลังใจนายอดิศร เพียงเกษ ขึ้นเวทีปราศรัย ขอชาวอำเภอหนองเรือ แสดงจุดยืน ต้านรัฐบาล สืบทอดอำนาจจากการรัฐประหาร ให้แสดงจุดยืนต่อต้านการบริหารที่ไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจปากท้องของพี่น้องประชาชน รวมถึงราคาพืชผลทางการเกษตรดีได้ และต้องแสดงจุดยืนว่าพลเอกประยุทธ์ต้องออกไป ลูกน้องพลเอกประยุทธ์ต้องออกไป

จากนั้นในช่วงบ่าย นายธนิก นำคุณหญิงสุดารัตน์ ขึ้นรถแห่ รอบตำบลโนนทัน ขึ้นรถปราศรัยกราบขอคะแนน โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น เดินออกมาต้อนรับริมรั้วบ้าน พูดจาทักทาย กับคุณหญิงสุดารัตน์ด้วยรอยยิ้ม

ชวน รับ ก่อสร้างสภาฯใหม่ มีปัญหาแต่ต้น

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/403376?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ชวน รับ ก่อสร้างสภาฯใหม่ มีปัญหาแต่ต้น

8 ธันวาคม 2562 – 13:52 น.
ชวน,ก่อสร้างสภาฯใหม่,มีปัญหาแต่ต้น,สรศักดิ์,อาคารรัฐสภา,วิลาศ
เปิดอ่าน 136 ครั้ง

“ชวน” ชี้ ตั้งคณะกรรมการสอบ “สรศักดิ์” แล้ว หลัง “วิลาศ” ร้อง ยอมรับโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภามีปัญหาตั้งแต่เริ่มต้น ขออย่าวิจารณ์ตามกระแส

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2562 – นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการต่อสัญญาการก่อสร้างอาคารรัฐสภาเกียกกาย ที่มีความไม่ชอบมาพากล ว่า ขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบอยู่ พร้อมยอมรับว่า เป็นปัญหาการก่อสร้างตั้งแต่เริ่มต้นตกลงทำสัญญาอย่างต่อเนื่องเท่าที่ทุกคนทราบ

ส่วนที่มีการร้องให้เริ่มการเรียกค่าปรับการก่อสร้างนั้น นายชวน กล่าวว่า จะต้องถามรายละเอียดกับผู้รับผิดชอบโดยตรง โดยส่วนตัวไม่ทราบรายละเอียดการต่อสัญญา จึงไม่สามารถตอบได้ว่าเห็นควรหรือไม่ เนื่องจากเป็นเรื่องของฝ่ายข้าราชการประจำและฝ่ายกฎหมาย ซึ่งประธานรัฐสภาไม่ใช่คู่สัญญา ตนมีหน้าที่เพียงติดตามเรื่องความพร้อมต่างๆ โดยศึกษาจากกรณีการใช้ห้องประชุมจันทราในส่วนของสมาชิกวุฒิสภา ที่นำมาใช้ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในขณะนี้ ว่าจะต้องทำอย่างไรให้มีปัญหาให้น้อยที่สุด

ส่วนที่ผู้รับเหมามีการอ้างว่าการใช้สถานที่ ก่อนการก่อสร้างแล้วเสร็จ นายชวน ยืนยันว่าในการใช้สถานที่ต้องมีการทำหนังสือขอใช้สถานที่ล่วงหน้าอยู่แล้ว และตนก็ยังไม่เคยได้ยินว่ามีการนำข้อดังกล่าวไปเป็นข้ออ้างในการก่อสร้างอาคารรัฐสภา และส่วนที่จะมีการขยายสัญญาออกไปแล้วกว่า 1,482 วัน และล่าสุดจะมีการขยายออกไปอีก 382 วันนั้นจะสมเหตุสมผลหรือไม่ นายชวนระบุว่า ขอให้ไปดูเหตุผล แต่จะวิจารณ์โดยใช้กระแสความรู้สึกส่วนตัวไม่ได้

ทั้งนี้ในฐานะประธานรัฐสภา ตนได้เข้าไปดูโครงการก่อสร้างมาโดยตลอด แต่ยังคงย้ำว่าเรื่องสัญญาการก่อสร้าง และตนเองก็ไม่สามารถลงไปดูว่าส่วนไหนผิดหรือถูกได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ฝ่ายกฎหมายคอยตรวจสอบ

ส่วนนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เหตุผลเท็จในการขอขยายเวลาการก่อสร้างนั้น นายชวน กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังมีการยื่นเรื่องให้ดำเนินการตรวจสอบ