มกอช.ติวเข้มจนท.โครงการหลวง-สวพส. เตรียมพร้อมยกระดับมาตรฐานผลิตสินค้าเกษตร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – มกอช.ติวเข้มจนท.โครงการหลวง-สวพส. เตรียมพร้อมยกระดับมาตรฐานผลิตสินค้าเกษตร (naewna.com)

มกอช.ติวเข้มจนท.โครงการหลวง-สวพส. เตรียมพร้อมยกระดับมาตรฐานผลิตสินค้าเกษตร

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) หรือ เปิดเผยว่า มูลนิธิโครงการหลวง และสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. เป็นองค์กรที่สำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนบนพื้นที่สูงมีความสำคัญในการอนุรักษ์ป่าและคุณภาพป่าต้นน้ำ ซึ่งประกอบอาชีพด้านการเกษตรและเป็นส่วนสำคัญที่ป้องกันปัญหารุกพื้นที่ป่าไม้ ปัจจุบันมูลนิธิโครงการหลวง มีเกษตรกรผู้ปลูกพืช ได้แก่ ผัก ไม้ผล ไม้ดอก ชา กาแฟ ข้าว และพืชไร่ ในศูนย์พัฒนาโครงการหลวง 39 ศูนย์ ครอบคลุมพื้นที่สูง 6 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูน พะเยา และตาก ด้วยนโยบายที่เน้นคุณภาพ ทำให้ผลผลิตของโครงการหลวง “ดี อร่อย สด สะอาดปลอดภัย” จึงสามารถพัฒนาการผลิตของเกษตรกรจนได้รับการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น การพัฒนาระบบการผลิตให้ได้มาตรฐานปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง จึงสำคัญยิ่ง

มกอช.ในฐานะหน่วยงานกลางด้านการมาตรฐานสินค้าเกษตร ตระหนักถึงความสำคัญในการขับเคลื่อนงานยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรไปสู่การปฏิบัติ ตลอดจนพัฒนาองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรตลอดห่วงโซ่การผลิต จึงร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวง และ สวพส. จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง แนวทางปฏิบัติตามมาตรฐานปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร ภารกิจของที่ปรึกษาเกษตรกร เทคนิคการเป็นผู้ตรวจประเมินภายใน และคู่มือระบบบริหารคุณภาพ ให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริม ที่ปรึกษาเกษตรกรประจำศูนย์พัฒนาโครงการหลวง สถานีเกษตรหลวง เจ้าหน้าที่ประจำโรงคัดบรรจุของมูลนิธิโครงการหลวง และเจ้าหน้าที่ สวพส. 550 คน เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในข้อกำหนดตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร (มกษ.9001-2556) มีทักษะฝึกตรวจประเมินแปลง และเป็นที่ปรึกษาเกษตรกร สำหรับเตรียมความพร้อมตรวจประเมินจากหน่วยรับรอง ตลอดจนเพิ่มพูนความรู้จัดระบบ เพื่อให้ได้รับการรับรองผลิตภัณฑ์

นายพิศาลกล่าวต่อว่า การอบรมดังกล่าวจะจัดขึ้น 6 ครั้ง ในเดือนพฤศจิกายน 2563 และมกราคม 2564 ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่ ถือเป็นการเตรียมความพร้อมให้เจ้าหน้าที่โครงการหลวง และ สวพส.ในการยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรไปสู่มาตรฐาน ตามมาตรฐานสินค้าเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งสอดคล้องทั้งยุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และยุทธศาสตร์ของ มกอช. ในการส่งเสริมผลักดันการนำมาตรฐานสู่การปฏิบัติตลอดทั้งห่วงโซ่อาหาร

“มกอช.จะร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวง และ สวพส. หารือถึงการส่งเสริม ผลักดัน การนำมาตรฐานไปสู่การปฏิบัติ และพัฒนาทักษะองค์ความรู้ด้านการมาตรฐานและการตรวจประเมินให้เจ้าหน้าที่ทั้งสองหน่วยงาน เพื่อเตรียมความพร้อมจัดทำระบบและขอรับรองผลิตภัณฑ์เพื่อให้ได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ (Product Certification)” เลขาธิการ มกอช. กล่าว

ซอกแซกอาเซียน : 17 ธันวาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ซอกแซกอาเซียน : 17 ธันวาคม 2563 (naewna.com)

ซอกแซกอาเซียน : 17 ธันวาคม 2563

ซอกแซกอาเซียน : 17 ธันวาคม 2563

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เมื่อราวต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา สำนักเลขานุการแอปเตอร์ ได้มีโอกาสพาคณะเจ้าหน้าที่ไปศึกษาดูงานในประเทศไทย โดยได้ไปเยี่ยมชม 3-4 จุดด้วยกัน ทั้งนี้ก็อย่างที่ได้เคยเล่าไปแล้วว่า เราต้องการที่จะเพิ่มความรู้และประสบการณ์ให้แก่เจ้าหน้าที่ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าทันโลกทันเหตุการณ์ เพราะในเวทีระหว่างประเทศนั้น เราจะต้องพบปะกับคนทุกชั้นทุกตำแหน่ง ตั้งแต่ระดับเสมียนไปจนถึงระดับรัฐมนตรี ยิ่งหน่วยงานของเราเป็นลักษณะหน่วยบริการกลางเพื่อประเทศสมาชิก ดังนั้นเจ้าหน้าที่เราทุกคนต้องมีความ smartand up to date กันพอสมควร เพราะต้องตอบคำถามต่างๆ ได้เกือบทุกเรื่อง เท่าที่เขาจะต้องการคำตอบ

คณะเราได้ไปเยี่ยมชมศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี ที่ตั้งอยู่อำเภอธัญบุรี ริมคลองรังสิต เพื่อศึกษาดูงานเกี่ยวกับงานวิจัยข้าวของประเทศไทยในด้านต่างๆ ความจริงการที่น้องๆ ในที่ทำงานแอปเตอร์เสนอว่าอยากไปชมศูนย์วิจัยข้าวแห่งนี้ในฐานะที่อดีตที่ผมก็เคยรับราชการทำงานอยู่ในกรมการข้าวมาก่อน ก็รู้สึกเฉยๆ เพราะสถานที่แห่งนี้ เคยไปมานับครั้งไม่ถ้วน แทบจะทราบเกือบทุกรายละเอียด แต่กระนั้นเพื่อประโยชน์ของเจ้าหน้าที่แอปเตอร์ดังที่กล่าวแล้ว ก็เห็นว่าพวกเขาจะได้ประโยชน์ ก็เลยสนับสนุนให้ไปกัน

ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี ตั้งมาจนครบร้อยปีไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้เอง เป็นศูนย์วิจัยข้าวแห่งแรกของประเทศไทย เท่าที่ทราบ การจัดตั้งเกิดจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งในสมัยนั้นทุ่งรังสิต ถือเป็นแหล่งปลูกข้าวที่สำคัญยิ่งของประเทศ เป็นแหล่งผลิตข้าวเพื่อบริโภคภายในและยังสามารถส่งไปจำหน่ายในต่างประเทศได้ จนกระทั่งเป็นที่มาของการขุดคลองรังสิตในระยะต่อมา เพื่อประโยชน์ในการชลประทานนาข้าว และเพื่อให้มีการค้นคว้าวิจัยด้านวิทยาการข้าวควบคู่กันไป ศูนย์ฯ แห่งนี้จึงถือกำเนิดขึ้น ถือเป็นพระวิสัยทัศน์ของในหลวงรัชกาลที่ 5 ที่ทรงวางรากฐานงานวิทยาศาสตร์ด้านข้าวที่ทรงคุณค่ามาจนตราบกระทั่งปัจจุบัน และทุกวันนี้กรมการข้าวได้พยายามอนุรักษ์รวบรวมข้อมูลและประวัติการจัดตั้งรวมทั้งสิ่งก่อสร้างต่างๆ ไว้อย่างพร้อมมูล และศูนย์แห่งนี้ก็ถือว่าเป็นศูนย์อันดับต้นๆ ของกรมการข้าว ที่มีอยู่ทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 28 ศูนย์ รวมทั้งเป็นศูนย์หลักสำหรับต้อนรับขับสู้แขกเหรื่อจากต่างประเทศที่มาดูงาน หรือมาฝึกอบรมทั้งนี้เนื่องจากมีระยะทางไม่ห่างจากกรุงเทพฯ อีกทั้งก็มีวัสดุอุปกรณ์ รวมทั้งกิจกรรมงานวิจัยข้าวที่ค่อนข้างครบถ้วน เมื่อเทียบกับศูนย์อื่นๆ ที่เหลือ ผมเน้นว่าวัสดุอุปกรณ์ค่อนข้างครบถ้วน เมื่อเปรียบเทียบกับศูนย์อื่นในประเทศไทยนะครับ

แต่หากจะไปเปรียบเทียบกับของประเทศญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ที่ผมเคยไปเห็น หรือแม้กระทั่งสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ (International Rice Research Institute:IRRI) หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “อีรี่” ที่ตั้งอยู่ประเทศฟิลิปปินส์แล้ว ของเรายังเป็นรองเขาแบบไม่เห็นฝุ่น ทั้งๆ ที่ประเทศเรานับยี่สิบกว่าปีติดต่อกันที่เราสามารถส่งข้าวออกจำหน่ายเป็นอันดับหนึ่งของโลก คิดเป็นมูลค่าเงินตราปีละมากกว่าแสนล้านบาท แต่การลงทุนเพื่อสร้างศักยภาพในการผลิตข้าวบ้านเรายังไม่รับการเหลียวแลเท่าที่ควรเลยครับ เรื่องนี้คงมิใช่ทางเจ้าหน้าที่ของกรมการข้าวเท่านั้นที่บ่นรำพึงรำพัน แต่ผมก็เคยได้ยินผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ ก็พูดออกทางสื่ออยู่เสมอ เช่น ผู้ส่งออกข้าว ผู้ประกอบการโรงสี รวมทั้งฝ่ายชาวนาโดยตรง

ไหนๆ จะพูดแล้ว ก็ขอระบายเสียเลยนะครับ และก็มิใช่เพื่อประโยชน์ของใครตัวใดๆ ทั้งสิ้น เพราะผมออกจากวงการมานานแล้ว แม้แต่จำนวนคนที่ทำงานเรื่องการพัฒนาการผลิตข้าวก็แสนจะจำกัดจำเขี่ย เสียเหลือเกิน เมื่อแรกเริ่มตั้งกรมการข้าวเมื่อสิบปีที่แล้ว มีการเขียนบทบาทภารกิจขององค์กรไว้เสียใหญ่โต ปานว่าจะทำทุกอย่างให้สำเร็จแบบเนรมิต แต่ให้คนมาเพียงกระหยิบมือเดียว บางภารกิจที่เขียนไว้ กลับต้องไปไหว้วานหน่วยงานอื่นทำให้ ทั้งที่ตัวชี้วัดด้านข้าวเขาก็ไม่มี ทำไปก็ไม่เกิดผลดีแก่เขา ลำพังแค่งานเดิมของเขาแท้ๆก็เต็มกลืนอยู่แล้ว สุดท้ายงานก็ออกมาไม่เต็มร้อย และไม่เป็นไปตามทฤษฎีสวยหรูที่ฝ่ายออกแบบผู้ไม่เคยรู้เคยเห็นความจริงคาดฝันเอาไว้ ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งในหลายๆ ความล้มเหลวของระบบราชการบ้านเรา เขียนไปเขียนมาเลยจบตรงที่ปัญหาที่คนระดับนโยบายน่าจะรู้แต่กลับไม่รู้นี่แหละครับ

ชาญพิทยา ฉิมพาลี

chanpithya@apterr.org

‘หน่อง-อรุโณชา’ ส่งต่อพลังบวกจากดวงอาทิตย์อันเจิดจรัสผ่านงานออกแบบเครื่องประดับคอลเลคชันแรกในชีวิต “The Sun Collection” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ‘หน่อง-อรุโณชา’ ส่งต่อพลังบวกจากดวงอาทิตย์อันเจิดจรัสผ่านงานออกแบบเครื่องประดับคอลเลคชันแรกในชีวิต “The Sun Collection (naewna.com)

'หน่อง-อรุโณชา' ส่งต่อพลังบวกจากดวงอาทิตย์อันเจิดจรัสผ่านงานออกแบบเครื่องประดับคอลเลคชันแรกในชีวิต “The Sun Collection

‘หน่อง-อรุโณชา’ ส่งต่อพลังบวกจากดวงอาทิตย์อันเจิดจรัสผ่านงานออกแบบเครื่องประดับคอลเลคชันแรกในชีวิต “The Sun Collection

วันศุกร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.37 น.

หน่อง-อรุโณชา ส่งต่อพลังบวกจากดวงอาทิตย์อันเจิดจรัส ผ่านงานออกแบบเครื่องประดับคอลเลคชันแรกในชีวิต “The Sun Collection”
โดยความร่วมมือกับบริษัท ไอริส โกลด์ ผู้ผลิตเครื่องประดับทองคำระดับพรีเมียม นำเสนอสุดยอดแห่งงานดีไซน์ภายใต้แบรนด์  “Arunosha x Iris Gold” 

หน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธุ์ ผู้จัดละครหญิงเก่งยืนหนึ่งของเมืองไทยส่งต่อพลังบวกและพลังแห่งความสำเร็จในทุกมิติผ่านเครื่องประดับคอลเลคชันแรกในชีวิต The Sun Collection ภายใต้แบรนด์ Arunosha x Iris Gold เพื่อส่งต่อพลังบริสุทธิ์แห่งการสร้างสรรค์ ผ่านงานออกแบบเครื่องประดับอันประณีตงดงามโดยใช้ตัวเรือน Pink Gold ผสานการตกแต่งด้วยอัญมณีมงคลเสริมอำนาจในทุกมิติ เพื่อให้ “The Sun Collection” เป็นผลงานมาสเตอร์พีซที่เปี่ยมด้วยพลัง นำมาซึ่งความสุขสมหวังและความสำเร็จแก่ผู้ครอบครอง โดยคอลเลคชั่นสุดพิเศษนี้ เป็นผลงานการออกแบบของคุณหน่อง ในฐานะดีไซน์เนอร์ ด้วยความร่วมมือในฐานะผู้ผลิตจาก บริษัท ไอริส โกลด์ จำกัด ผู้นำด้านการผลิตเครื่องประดับทองคำรูปพรรณระดับพรีเมียม  หญิงแกร่งแห่งวงการที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงทั้งในการทำงานและชีวิตส่วนตัว โดยเฉพาะในฐานะผู้จัดละครที่สร้างปรากฏการณ์ “บุพเพสันนิวาสฟีเวอร์” อันโด่งดังไปทั่วประเทศ  คุณหน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธุ์ เป็นธิดาของหม่อมเจ้าอรุณแสงไข ภาณุพันธุ์ และความที่ตราราชสกุลเป็นรูปพระอาทิตย์ ทำให้ดวงอาทิตย์เปรียบเสมือนแรงบันดาลใจในการทำงานของคุณหน่องเสมอมา คุณหน่องตระหนักอยู่เสมอว่าการประสบความสำเร็จนั้นต้องไม่ใช่การโดดเด่นอยู่เพียงคนเดียว หากต้องแบ่งปันสู่คนรอบข้างเพื่อให้ทุกคนส่องประกายแห่งความสำเร็จไปด้วยกัน ซึ่งแนวคิดนี้ก็ได้กลายมาเป็นคอนเซ็ปต์การออกแบบของ “The Sun Collection” ในครั้งนี้

นอกจากชื่อและราชสกุลมีความเกี่ยวพันกับพลังแห่งพระอาทิตย์  ซึ่งเป็นตัวแทนของพลังบวกที่นำมาซึ่งความสำเร็จทั้งความสำเร็จในหน้าที่การงาน ครอบครัว ความรัก สุขภาพ ฯลฯ คุณหน่องยังยึดมั่นในแนวคิดที่ท่านแม่สอน คือให้มีสติและอย่าเสียกำลังใจเมื่อต้องเผชิญกับปัญหาที่วิกฤติมากเพียงใด จึงเกิดไอเดียในการรังสรรค์นามธรรมเชิงบวกเหล่านี้ออกมาเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ ผสานกับความหลงใหลในจิลเวลรี่และความฝันที่จะมีคอลเลคชันของตนเอง และด้วยความร่วมมือกับทีมงานทุกฝ่ายที่มีความเป็นมืออาชีพจึงเกิดเป็น The Sun Collection ขึ้นมา โดยความลงตัวที่สมบูรณ์แบบของการผสมผสานตัวเรือน Pure Pink Gold เป็นตัวแทนพลังบวกของดวงอาทิตย์และพลอยมงคลเพื่อเสริมพลังบวกในด้านต่าง ๆ ของชีวิต

“แนวคิดการออกแบบตัวเรือน The Sun Collection มาจากแสงพระอาทิตย์ทรงกลด 7 แฉก และออกแบบให้หมุนได้โดยรอบเสมือนดวงอาทิตย์ที่ส่องรัศมีอันบริสุทธิ์สู่พื้นโลกจากทุกทิศทาง โดยมีถึง 4 คอลเล็กชั่นให้เลือกสรร มีการใช้พลอยที่คัดสรรมาอย่างดีถึง 3 สี คือสีแดง เหลือง และม่วง” 

คุณหน่อง-อรุโณชา ภาณุพันธุ์ กล่าวว่า “อยากจะส่งมอบพลังบวกให้ทุกๆคนได้มีพลังในการทำสิ่งใด ๆ ที่ตั้งใจไว้ให้ประสบความสำเร็จ และมีชีวิตที่สว่างไสวรุ่งโรจน์เหมือนกับดวงอาทิตย์ นอกจากการใช้รูปทรงที่เป็นมงคลแล้ว เรายังมีการจัดพิธีพุทธาภิเษกเอาฤกษ์เอาชัยให้กับคอลเลคชันพิเศษนี้ เพราะเชื่อว่าคอลเล็กชั่นนี้จะเป็นที่ชื่นชอบของสาวๆสายแฟ ทั้งยังสามารถมอบเป็นของขวัญอันล้ำค่าเพื่อส่งมอบกำลังใจ ความรัก และพลังบวกให้กันและกันได้เป็นอย่างดีในเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง และเพื่อเป็นกำลังใจให้พวกเราทุกคนก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปด้วยกันกับสถานการณ์โควิด -19 นี้”

ด้าน “ฟ้า-ฐิติรัตน์ สิริภัทรวณิช” ผู้จัดการฝ่ายบริหารธุรกิจ บริษัท ไอริส โกลด์ จำกัด อธิบายถึงการผลิต “The Sun Collection” ว่า “Iris Gold มีรากฐานของตระกูลที่ค้าทองมานานกว่า 80 ปี ด้วยประสบการณ์ที่ถูกส่งต่อรุ่นสู่รุ่นตามยุคสมัย ทำให้เราคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ให้ลูกค้าอยู่เสมอ เพื่อที่จะตอบสนองความต้องการของคนทุกช่วงวัย ทำให้เราต้องเรียนรู้ศึกษา และพัฒนาทุกด้าน ทั้งคุณภาพของสินค้า ไปจนถึงการบริการ และนั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลหลัก ที่เราหันมาให้ความสนใจกับ Pink Gold ด้วยสีสันที่สวยทันสมัย มาพร้อมกับงานออกแบบสุดพิเศษจากพี่หน่องที่สามารถใส่ได้ในทุกวัน ที่จะตอบโจทย์การสวมใส่เครื่องประดับทองสำหรับคนยุคใหม่ได้อย่างแน่นอน  ในส่วนของ The Sun Collection เป็นคอลเลกชันที่ใช้วัสดุ Pink Gold 9k ประกอบกับอัญมณีสี รวมถึงเพชรด้วย โดยโรงงานที่เราเลือกผลิต เป็นโรงงานที่ผลิตงานให้กับต่างประเทศหลายประเทศ รวมไปถึงประเทศญี่ปุ่นที่เป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้าเป็นอย่างมาก ทำให้มั่นใจได้ว่า สินค้าคอลเลกชันนี้ของเรา เป็นงานที่ยอมรับในระดับสากล”

ในส่วนของการผลิต กลไลการหมุนของตัวจี้ที่แข็งแรง เกิดจากการทดลองหลายครั้ง กว่าจะได้มาเป็นไฟนอลโปรดักส์ การันตีได้ถึงคุณภาพที่ยากจะลอกเลียนแบบ สามารถหมุนได้มากหลายครั้งโดยที่ตัวกลไกจะไม่หลุดหรือหลวม และตัวสร้อยที่สามารถรับน้ำหนักได้ดี เพราะคุณภาพของเราเป็นงานสร้อยระดับต่างประเทศ   อีกทั้งการนำ 9k Pink Gold มาผสมกับการใช้อัญมณี ซึ่งเป็นพลอยที่คัดสรรมาอย่างดี ทั้งเฉดสี ไปจนถึงขนาด ทำให้มั่นใจได้ว่าจะได้พลอยที่ดีที่สุด ขนาดที่เท่ากันที่สุด และสีที่เท่ากันที่สุด 

นอกจากนั้น The Sun Collection ยังได้รับการันตีจาก GIT Buy with Confidence ที่การันตีทั้งตัวจี้ พลอยและเนื้อทอง เป็นการยืนยันถึงคุณภาพที่ลูกค้าจะมั่นใจได้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการซื้อขายคืน ก็สามารถเดินเข้าร้านทองทุกร้านในประเทศไทยได้ เพราะมีใบการันตีจากสถาบันที่น่าเชื่อถือที่สุดในประเทศไทยรองรับ

อาจารย์เอ๋-รดา พชรวิจิตรเมธี เจ้าของฉายา “ทิพยเนตร” ผู้เชี่ยวชาญด้านสีและเครื่องประดับเพื่อความเป็นสิริมงคล ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกสีอัญมณีมงคลในการเสริมพลังอำนาจด้านต่างๆ ว่า พระอาทิตย์คือสัญลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่ เป็นการเสริมพลังหรือเป็นพลังเสริมสำหรับทุกมิติในพื้นฐานของชีวิตคน โดยจะเสริมทั้งเรื่องการเงิน การงาน สุขภาพ และความรัก  การเงิน   เปิดทางสว่างมองเห็นช่องทางการเงินที่สะดวก และง่ายขึ้น  การงาน นำมาซึ่งความโด่งดัง สะดวกคล่องแคล่ว และมีช่องทางใหม่ๆ ในการทำมาหากิน เหมาะสำหรับยุคสมัยนี้มาก เพราะเราอาจจะหาอาชีพใหม่ๆ โดยมีความสว่างของพระอาทิตย์นำทาง สุขภาพ ด้วยพลังของพระอาทิตย์ที่มีแสงอีกนัยยะหนึ่ง จะส่องสว่างให้เราได้สังเกตและรู้จักดูแลสุขภาพของตัวเอง ให้เรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง  ความรัก เป็นพลังที่จะนำพาสิ่งที่ดีและความสุขมาสู่โลกมนุษย์ ก่อให้เกิดความรักในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นความรักในครอบครัว แบบคนหนุ่มสาว แบบพ่อแม่ แบบเจ้านายลูกน้อง และแบบเพื่อนก็จะเป็นความรักที่ดี สว่าง สดใส

ในส่วนของพลอยทั้ง 3 สี ก็จะมีความหมาย และช่วยเสริมพลังของดวงอาทิตย์ในด้านต่างๆ ดังนี้ 
สีม่วง เสริมพลังด้านชื่อเสียง
สีแดง เสริมพลังด้านชัยชนะ
สีเหลือง เสริมพลังด้านความรัก

 
“โดยในส่วนของThe Sun  Collection นี้ พี่หน่องและทีมงานมีความตั้งใจอย่างมาก และได้ประกอบพิธีพุทธาภิเษกเพื่อที่จะปลุกพลังเมตตาแห่งโชคลาภ ความรัก การงาน การเงิน เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ผู้สวมใส่อย่างแน่นอน”  ภายในงานเปิดตัวครั้งนี้ยังคับคั่งไปด้วยดาราและนักแสดงที่มาร่วมแสดงความยินดีกับบทบาทใหม่ของคุณหน่องในฐานะดีไซเนอร์หน้าใหม่ที่น่าจับตามอง อาทิ ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช, เต้ย-พงศกร เมตตาริกานนท์, จันจิ-จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย และอีกมากมาย  โดยมี จ๊ะจ๋า-พริมรตา เดชอุดม รับหน้าที่พิธีกร 
 
“ในสถานการณ์ที่ทุกอย่างดูยากลำบาก พี่อยากให้ทุกคนมีกำลังใจในการใช้ชีวิตและมีความหวังอยู่เสมอ พี่เชื่อว่าหากเราคิดบวกและยึดมั่นในสิ่งที่เป็นมงคล ย่อมจะดึงดูดสิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิตของเราอย่างแน่นอน สิ่งสำคัญคือพลังใจในการลุกขึ้นมาสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับชีวิตในทุก ๆ วัน – Live Life Like A Sunrise Every Day!   ใช้ชีวิตให้เหมือนดวงอาทิตย์ที่ขึ้นใหม่ได้ทุกวันนะคะ” คุณหน่อง-อรุโณชา กล่าว

“The Sun Collection” มีให้เลือก 4 แบบ ในราคาเริ่มต้น 5,500 – 18,000 บาท โดยสามารถเข้าไปเยี่ยมชมแบบต่างๆได้ที่ @arunoshaxirisgold

ขึ้นแท่นตัวท็อปซินแสยุค 5G ‘อาจารย์เซินกิตติ์ธนิน’ เจ้าของสโลแกนสังคมพยากรณ์สมัยใหม่ ทันสมัย ไม่งมงาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ขึ้นแท่นตัวท็อปซินแสยุค 5G’อาจารย์เซินกิตติ์ธนิน’เจ้าของสโลแกนสังคมพยากรณ์สมัยใหม่ ทันสมัย ไม่งมงาย (naewna.com)

ขึ้นแท่นตัวท็อปซินแสยุค 5G'อาจารย์เซินกิตติ์ธนิน'เจ้าของสโลแกนสังคมพยากรณ์สมัยใหม่ ทันสมัย ไม่งมงาย

ขึ้นแท่นตัวท็อปซินแสยุค 5G’อาจารย์เซินกิตติ์ธนิน’เจ้าของสโลแกนสังคมพยากรณ์สมัยใหม่ ทันสมัย ไม่งมงาย

วันศุกร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 11.53 น.

ก้าวสู่ความสำเร็จและกำลังมาแรงในปี 2563 เป็นอย่างมากสำหรับ “อาจารย์เซิน-กิตติ์ธนิน ศีลเรืองรอง” ที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในนามอาจารย์ซินแสที่ปรึกษาธุรกิจและบุคคล ด้วยโหราศาสตร์ฮวงจุ้ย ให้แก่องค์กร บริษัท และบ้านเรือนต่างๆ และยังสอนวิชาการพยากรณ์ต่างๆ มากว่า 11 ปี ด้วยประสบการณ์เป็นที่ปรึกษาด้านหลักพยากรณ์มาอีกมากกว่า 14 ปี เตรียมพร้อมขึ้นแท่นตัวท็อปของซินแสยุค 5G คนต่อไป เจ้าของฉายาซินแสสายวิทยาศาสตร์ที่ไม่ได้มาจากโชคช่วย เพราะอาจารย์เซินมีดีกรีด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ MBA จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงเป็นซินแสสายวิทยาศาสตร์ เก็บสถิติเยอะ อธิบายหลักต่างๆ ด้วยเหตุและผลไม่งมงาย ด้วยแนวคิดของอาจารย์เซินคือ “ผมไม่ใช่หมอดู ผมเป็นนักวิทยาศาสตร์” ดังนั้นจะเอาวิชามาใช้ลวกๆไม่ได้ อยู่ๆจะเป็นที่ปรึกษาให้ผู้คนได้ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ต้องผ่านการพิสูจน์ก่อน อาจารย์จึงเน้นการเก็บสถิติ และดูเคสจริงเป็นหลัก เช่นใครแต่งงาน เลิกกัน ประสบอุบัติเหตุ ถูกหวย ถูกจับ โดนไล่ออก ตั้งครรภ์ อาจารย์จะเก็บดวงมาเป็นสถิติไว้ทั้งสิ้น เพื่อใช้ในการแนะนำผู้คนในอนาคต เช่นเดียวกับฮวงจุ้ยที่ไปดูบ้านเป็นร้อยๆหลังก่อนจะมาใช้วิชาฮวงจุ้ยแนะนำผู้คน ซึ่งได้ยืนยันแล้วว่าต้องได้ผลจริง และออกแบบให้ทันสมัยเข้ากับบ้าน ดูไม่ออกว่ามีการจัดวางฮวงจุ้ยเอาไว้ เพื่อให้เหมาะสมกับดีไซน์บ้านที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัย

การันตีด้วยเคสการปรับฮวงจุ้ยร้าน Monster Beef  ให้พลิกฟื้นธุรกิจกลับมาอีกครั้งอย่างรวดเร็วหลังเจอวิกฤตการณ์ โควิด-19 ที่อาจารย์เซินช่วยแก้ปัญหาสภาพคล่อง ทั้งยังสร้างเสริมโชคลาภให้ร้านมีรายได้อย่างต่อเนื่องทั้งที่ยังไม่ได้ทำการตลาดอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะลูกน้องที่เคยมีปัญหาก็กลับดีขึ้นหมด ขยันและทุ่มเท ค่าใช้จ่ายต่างๆ ลดลง และสามารถควบคุมทุกอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มีโอกาสเข้ามาเรื่อยๆ ให้กับเจ้าของร้าน เช่น ได้รับข้อเสนอให้พื้นที่เช่าเพิ่ม มีคนเข้ามาสนับสนุนกิจการต่างๆ ให้ราบรื่นขึ้น  และอีกหนึ่งเคสที่บ่งบอกได้ถึงความเป็นที่หนึ่งในชั่วโมงนี้ของอาจารย์เซินกับการได้รับ testimonial จาก บริษัท AMG Auto สาขาเหม่งจ๋าย, สาขารามอินทรา, สาขาสุขาภิบาล 3  และบริษัทในเครือตัวแทนจำหน่าย Hyundai และ Subaru ที่ช่วยให้มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในหลายๆ สัดส่วนขององค์กร ทั้งยังช่วยแก้ให้ปัญหาภายในลดลง รวมถึงบริษัทอื่นๆ อีกกว่าร้อยบริษัท โดยแรกเริ่มเดิมทีจะใช้วิชาฮวงจุ้ยช่วยให้กับธุรกิจเฉพาะคนรู้จักเท่านั้น แต่ยิ่งเศรษฐกิจไม่ดีก็ยิ่งมีคนที่มีปัญหาเยอะมาก จึงตัดสินใจมาเปิดสถาบันเพื่อรับช่วยเหลือธุรกิจและบุคคลทั่วไปอย่างจริงจัง พร้อมกับเปิดสอนวิชาฮวงจุ้ย และการพยากรณ์ดวงทั้งไทย จีน ไพ่ยิปซี เพื่อสร้างนักพยากรณ์ไปช่วยเหลือผู้คนมากมาย ด้วยการการันตีจากบริษัทชั้นนำของประเทศถึงผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมขนาดนี้ เหมาะสมแล้วกับวิสัยทัศน์ของอาจารย์เซิน ที่มีปณิธานเพื่อเผยแผ่วิชาการพยากรณ์ที่ถูกต้องทันสมัยกับยุคที่เปลี่ยนแปลง ไม่งมงาย ไม่ฉาบฉวย เน้นแก้ปัญหาและพัฒนาทรัพยากร รวบรวม ศึกษาและพัฒนาวิชาการพยากรณ์ให้สามารถประยุกต์ใช้ได้ และสร้างประโยชน์ได้จริงต่อองค์กร ธุรกิจ และบุคคล สมกับสโลแกนสังคมพยากรณ์สมัยใหม่ ทันสมัย ไม่งมงาย

โดยอาจารย์เซินมีสาขาที่เชี่ยวชาญได้แก่ ศาสตร์ตัวเลข, โหราศาสตร์ไทยทุกแขนง, โหราศาสตร์พม่า, โหราศาสตร์จีน (โป๊ยหยี่สี่เถี่ยว), ไพ่ยิปซี, ไพ่ทาโรต์, เลขศาสตร์และการตั้งชื่อ, ศาสตร์ลายเซ็น, สุขภาพศาสตร์จีน, โหงวเฮ้ง, และ ฮวงจุ้ย เป็นต้น ที่ยินดีและพร้อมให้คำปรึกษาดูฮวงจุ้ย อสังหาทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นบ้านที่อยู่อาศัย คอนโด ออฟฟิต ที่ดิน โรงงานทุกขนาด และรับสอนวิชาฮวงจุ้ยทั้งท่านที่ต้องการนำไปใช้เลือกบ้านให้ถูกต้อง หรือนำไปประกอบอาชีพ โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นคอร์สออนไลน์วิชาฮวงจุ้ยทำเลร่ำรวย อสังหาที่ช่วยให้คุณรวยแบบก้าวกระโดด (โปรโมชั่นมีส่วนลดพิเศษสำหรับคนที่ดูจากเว็บข่าวต่างๆ) สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและติดต่อได้ทาง FB : https://web.facebook.com/zernhoroacademy, เบอร์ติดต่อ: 088-244-1915, Line: @aj_krichaหรือwww.fengshui-thailand.com และ http://www.horoacademy.com, ยูทูปhttps://www.youtube.com/channel/UCc1h-hGADTOqOj3bVHAfZx

ไวตามิ้ลค์เดินหน้าแคมเปญ #ทีมเที่ยวไทย สุดปัง!! สะสมได้ถึง 8 ล้านไมล์ใน 1 เดือน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ไวตามิ้ลค์เดินหน้าแคมเปญ #ทีมเที่ยวไทย สุดปัง!! สะสมได้ถึง 8 ล้านไมล์ใน 1 เดือน (naewna.com)

ไวตามิ้ลค์เดินหน้าแคมเปญ #ทีมเที่ยวไทย  สุดปัง!! สะสมได้ถึง 8 ล้านไมล์ใน 1 เดือน

ไวตามิ้ลค์เดินหน้าแคมเปญ #ทีมเที่ยวไทย สุดปัง!! สะสมได้ถึง 8 ล้านไมล์ใน 1 เดือน

วันศุกร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ถอดรหัสแคมเปญ #ทีมเที่ยวไทย ทั่วไทยแข็งแรงกับไวตามิ้ลค์ ซึ่งกิมมิคพิเศษอยู่ที่ลวดลายลิมิเต็ด อิดิชั่น โชว์ความน่ารักของดีไซน์ 77 จังหวัด 77 ลายเปิดตัวได้เพียง 1 เดือน ก็ปังปุริเย่!มียอดการร่วมกิจกรรมสะสมไมล์แล้วกว่า 8 ล้านไมล์ จากแผนที่ตั้งเป้าไว้ตลอดแคมเปญ 10 ล้านไมล์ ดูจะใกล้ความเป็นจริงและสำเร็จเร็วเกินคาด พร้อมก้าวต่อไปสู่ปี 2021 ในการพาคนไทย “เที่ยวไทย ทั่วไทยแข็งแรง” เพราะกายพร้อม ใจพร้อม เราทำได้

ศรัณย์ จุฑารัตนกุล ผู้จัดการใหญ่งานปฏิบัติการ บริษัท กรีนสปอต จำกัดกล่าวว่า ทางไวตามิ้ลค์มีแผนในการทำแคมเปญ เที่ยวทั่วไทย อยู่แล้ว โดยในปีนี้เป็นการต่อยอด #ทีมเที่ยวไทย ของปี 2561 ที่สนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองรองร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยวางไว้ว่าจะเปิดตัวช่วงต้นปีให้ทันเทศกาลสงกรานต์ เพราะเป็นช่วงที่คนไทยออกเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนา แต่พอทั่วโลกเจอพิษภัยการระบาดของสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 เราจึงมีการนำแคมเปญนี้กลับมาทบทวนอีกครั้ง เพราะหนนี้ภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบรุนแรง และเศรษฐกิจฐานรากปากท้องคนไทยในจังหวัดต่างๆ ต้องการความช่วยเหลือจากทุกฝ่าย เราในฐานะภาคเอกชนที่ส่งเสริมเรื่องการดูแลสุขภาพอนามัยและสนับสนุนให้คนออกเดินทางใช้ชีวิตให้เต็มที่ จึงนำสโลแกนหลัก “กายพร้อมใจพร้อมเราทำได้” มาตีความใหม่ ในมุมของถ้าเราคือคนไทยคนหนึ่งที่มีความ “พร้อม” ทั้งกาย ใจ เวลา และกำลังทรัพย์ การได้ออกเดินทางท่องเที่ยวในประเทศอาจไม่ใช่แค่เพียงการเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากสถานที่ใหม่ๆ หรือการผ่อนคลายอย่างที่เคยเป็นมา แต่คือการได้ออกไปช่วยคนไทยในท้องถิ่นและภาคธุรกิจต่างๆ ให้เขาได้มีกำลังใจ สร้างงาน สร้างรายได้ เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศอีกทางหนึ่ง

ทั้งนี้ การตลาดที่ดีต้องวัดผลได้ ไวตามิ้ลค์ ใช้กลยุทธ์ Omni-Channel ผสานทุกแพลตฟอร์มดันแคมเปญฯ สร้างการรับรู้ สู่ Call To Action และสามารถสร้างยอดการสะสมไมล์การเดินทางของผู้เข้าร่วมกิจกรรม #ทีมเที่ยวไทย ได้ถึง8 ล้านไมล์ ภายในเดือนแรกของการเปิดตัว

“ไวตามิ้ลค์ตั้งเป้าการสะสมไมล์ตลอดแคมเปญที่ 10 ล้านไมล์ ปรากฏว่าเดือนเดียวทำได้แล้วที่ 8 ล้านไมล์ แสดงให้เห็นว่าคนไทยพากันออกเดินทางท่องเที่ยวไปตามจังหวัดต่างๆ และไม่ลืมที่จะร่วมกิจกรรมกับไวตามิ้ลค์ ด้วยการเตรียมความพร้อมร่างกายดื่มโปรตีนจากพืชที่มีประโยชน์ และเช็คอินใต้ฝาเพื่อสะสมไมล์ร่วมสนุก ลุ้นรางวัลไปกับกิจกรรมแต่ละเดือน โดยไวตามิ้ลค์สื่อสารกับกลุ่มผู้บริโภคทุกช่องทาง ด้วยการจับจุด Customer Journey ไปดักเจอผู้บริโภคตามที่ต่างๆ (online & offline) สร้างความคุ้นเคยกับลายผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ และกระตุ้นให้คนรู้สึกอยากออกเดินทาง นำโดย ณภัทร เสียงสมบุญ (Vitamilk’s Brand Ambassador) ซึ่งเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนปัจจุบันของไวตามิ้ลค์ เพื่อสร้างการรับรู้ให้เกิดขึ้นในคนหมู่มาก โดยปล่อยโฆษณาทางโทรทัศน์, Youtube และ Poster Ad ทางสื่อ Social Media

ในกทม. เราสร้างจุดสังเกตกลางเมือง โดยมีการ Wrap สถานีรถไฟใต้ดินเพชรบุรี Exit 2 ด้านนอกเป็นลวดลายไวตามิ้ลค์ Limited Edition โดยมองว่าเป็นจุดเชื่อมต่อของการเดินทาง ทั้งทางบกเช่น บนถนน-รถยนต์ สู่ใต้ดิน MRT และเชื่อมต่อสู่เครื่องบิน ด้วยสถานีรถไฟ Airport Link ที่เชื่อมถึงกัน ขณะที่ Social Media เข้าถึงผู้บริโภค ผ่าน Facebook Fanpage และ Line OA @Vitamilk ที่จะมีการกระตุ้นด้วยโปรโมชั่น ข่าวสารของรางวัลประจำเดือน และการเป็น Community จากการรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของ #ทีมเที่ยวไทย ที่เมื่อผู้ร่วมกิจกรรมลงทะเบียนผ่านการ Scan QR Code ข้างขวดไวตามิ้ลค์ ทูโก แล้ว ก็สามารถเริ่มสะสมไมล์จากรหัสใต้ฝาได้อย่างง่ายดาย โดยได้แรงเสริมจากอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งเป็น Youtuber อาทิ ภูริ หิรัญพฤกษ์, ว่านไฉ-อาสาพาไปหลง และ Facebook Fan page อาทิ แฟนพาเที่ยว, กินกับพีท เที่ยวกับผม, KP ตะลอนแหลก ฯลฯ มาร่วมเป็น #ทีมเที่ยวไทย ในครั้งนี้

นอกจากนี้ ทางไวตามิ้ลค์มีการทำโปรโมชั่น ณ จุดขาย สม่ำเสมอ โดยนอกจากส่วนลดจากการซื้อไวตามิ้ลค์ลิมิเต็ดอิดิชั่น 77 ดีไซน์ 77 จังหวัด ณ ร้านสะดวกซื้อแล้ว เรายังมีกิจกรรมสะสมไมล์เพื่อลุ้นรางวัลประจำเดือน และแจกรางวัลใหญ่เมื่อจบแคมเปญ ซึ่งของรางวัลที่เราเตรียมไว้ให้มีมากถึง 1,800 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 3 ล้านบาท

มูลนิธิอาจารย์เกษม ปังศรีวงศ์ มอบทุนการศึกษาและวิจัยด้านเภสัชศาสตร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – มูลนิธิอาจารย์เกษม ปังศรีวงศ์ มอบทุนการศึกษาและวิจัยด้านเภสัชศาสตร์ (naewna.com)

มูลนิธิอาจารย์เกษม ปังศรีวงศ์  มอบทุนการศึกษาและวิจัยด้านเภสัชศาสตร์

มูลนิธิอาจารย์เกษม ปังศรีวงศ์ มอบทุนการศึกษาและวิจัยด้านเภสัชศาสตร์

วันศุกร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

มูลนิธิอาจารย์เกษม ปังศรีวงศ์ จัดพิธีมอบทุนสนับสนุนการศึกษาและทุนวิจัยโครงการด้านเภสัชศาสตร์ ปี 2563 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 พร้อมเปิดให้นักศึกษาและเภสัชกรที่สนใจ ยื่นเสนอโครงการเพื่อขอรับทุนด้านเภสัชศาสตร์ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2564 เป็นต้นไป

นายธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์ ประธานกรรมการมูลนิธิอาจารย์เกษมปังศรีวงศ์ กล่าวว่า แม้ปีนี้เป็นปีแห่งความท้าทายและยากลำบาก เนื่องจากทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-19 ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวิถีการดำเนินชีวิต ซึ่งมูลนิธิอาจารย์เกษม ปังศรีวงศ์ ได้ตระหนักถึงความสำคัญอย่างยิ่งในการมอบทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักศึกษาระดับปริญญาตรี จะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงด้านค่าใช้จ่ายในการเรียน รวมทั้งทุนวิจัยด้านเภสัชศาสตร์ เพื่อนำไปใช้พัฒนาต่อยอดและค้นคว้าหาองค์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อเป็นคุณูปการให้กับชาติ บ้านเมืองและสังคมโลกต่อไปในภายภาคหน้าด้วยเล็งเห็นว่าการวิจัยพัฒนาด้านเภสัชศาสตร์ไม่อาจสะดุดหยุดนิ่งได้ ต้องพัฒนาให้ทันท่วงทีต่อการนำมาใช้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และบำบัดภัยคุกคามจากโรคระบาดที่อาจจะเป็นโรคอุบัติใหม่ในอนาคต

สำหรับพิธีมอบทุนในปี 2563 นี้ จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และถือเป็นวาระครบรอบ 4 ปีของการจัดตั้งมูลนิธิฯ แต่เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก ดังที่กล่าวข้างต้น มูลนิธิฯ จำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด จึงทำให้สามารถจัดมอบทุนได้เพียงครั้งเดียวให้แก่นักศึกษาและบุคลากรด้านเภสัชศาสตร์ รวมทั้งทุนสนับสนุนโครงการงานวิจัย ประจำปี 2563 จำนวน 58 ทุน/โครงการ รวมเป็นเงิน 2,000,000 บาท

ในพิธีมอบทุน ศาสตราจารย์(พิเศษ) ดร.จอมจิน จันทรสกุล กรรมการบริหารมูลนิธิฯ ได้เป็นตัวแทนของคณะกรรมการมูลนิธิฯ ในการแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับทุนในปีนี้ และขอให้ปฏิบัติภารกิจสำเร็จตามที่ได้ตั้งใจไว้ โดยมุ่งมั่นดำเนินตามเป้าหมายและอย่าได้ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ เพื่อประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์และประเทศชาติ อีกทั้ง ยังเป็นการยกระดับและพัฒนาวิชาชีพเภสัชกรรมให้ก้าวหน้า ตามวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งมูลนิธิอาจารย์เกษมฯ อีกด้วย

ทั้งนี้ มูลนิธิอาจารย์เกษม ปังศรีวงศ์ ก่อตั้งขึ้นจากแรงบันดาลใจของ นายธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์ บุตรชายเพียงคนเดียวของอาจารย์เกษม และ นางทับทิม ปังศรีวงศ์ ซึ่งได้ประจักษ์ถึงปณิธานอันแน่วแน่ของบิดาในการอุทิศตนริเริ่มและพัฒนาวิชาชีพเภสัชศาสตร์ในประเทศไทย เพื่อสืบสานเจตนารมณ์ของบิดา ผู้เป็นปูชนียบุคคลในสายวิชาชีพเภสัชศาสตร์ โดยจัดตั้งมูลนิธิฯ ขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2559 มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนมอบทุนให้โครงการด้านเภสัชศาสตร์ งานประชุมวิชาการระดับประเทศทุนการศึกษาด้านเภสัชศาสตร์แก่นักศึกษาที่ตั้งใจเรียนแต่ขาดทุนทรัพย์ ทุนอบรมระยะสั้นในต่างประเทศ ทุนสนับสนุนในการเชิญวิทยากรเภสัชศาสตร์จากต่างประเทศมาอบรมให้ความรู้ทุนสนับสนุนพัฒนาวิชาชีพเภสัชกร และทุนวิจัยพัฒนาฯ ภายใต้เงินกองทุนทั้งสิ้น จำนวน 100 ล้านบาท และมีกำหนดการมอบเงินทุนจำนวนนี้ภายในระยะเวลา 20 ปี โดยจัดมอบทุนปีละ 2 ครั้งเป็นจำนวนเงินมูลค่า 3-4 ล้านบาทต่อปี อีกทั้ง เป็นการมอบทุนอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น

ทั้งนี้ มูลนิธิอาจารย์เกษม ปังศรีวงศ์ เปิดให้นักศึกษาและเภสัชกรที่สนใจยื่นเสนอโครงการเพื่อขอรับทุนด้านเภสัชศาสตร์ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2564 เป็นต้นไป ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ มูลนิธิอาจารย์เกษม ปังศรีวงศ์ หรือติดต่อผ่านทางโทรศัพท์ 02-253 0178-81 ต่อ 308 หรือ E-mail: admin@doctorkasem-foundation.org

คุณแหน : 18 ธันวาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – คุณแหน : 18 ธันวาคม 2563 (naewna.com)

คุณแหน : 18 ธันวาคม 2563

คุณแหน : 18 ธันวาคม 2563

วันศุกร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ll “ภูมิปัญญาแผ่นดิน สู่การทำกินที่พอเพียง”…“ภูฟ้า” อัญเชิญภาพฝีพระหัตถ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี “ปีฉลู” ปักบนเสื้อโปโลและ T-Shirt 9 สีใน Theme“อิ่ม”…ตั้งแต่“สีฟ้าอิ่มใจ”…ไปจนถึง“สีม่วงอิ่มทิพย์”…รับปีใหม่..

ll “Art For Love” ณ โรงงานพาซาญ่า ราชบุรี…เปิดตัวงานศิลป์ Rose Garden ของ พันธุ์ศักดิ์ จักกะพาก…ประธาน อานันท์ ปันยารชุน อดสปีชชื่นชม“เด็กคืออนาคตของชาติ”ไม่ได้…ส่วนเจ้าของโรงงาน ชเล วุทธานันท์ ถือโอกาสเปิดตัว“พิพิธภัณฑ์แม่”ของ ครองศักดิ์จุฬามรกต…ที่ใจดีบริจาคที่ให้หลายสิบไร่…เป็นฝันใกล้ความจริง…

ll เป็นเจ้าภาพงานแต่งงานลูกชายสุดหล่อ…นพ.วรตม์โชติ พิทยสุนนท์ คุณพ่อ รศ.นพ.ทวีโชติพิทยสุนนท์ ผู้เชี่ยวชาญระบาดวิทยาโลกเดินโชว์ตัวทั่วงานในโรงแรมหรูกลางกรุง โดยไม่ใส่ Mask…วันรุ่งขึ้น“หมอเชี่ยว”ไปงานแต่งงานลูกสาวเพื่อนหมอที่โรงแรมริมแม่น้ำ กลับใส่“หน้ากากอนามัย” ตลอดเวลา…อธิบายได้ว่างานตัวเองมีหมออาวุโสทั้งงาน รวมทั้ง รมว.,รมช.สาธารณสุข…คงเตรียมมาตรการปลอดโควิดอย่างดี…หาไม่คงต้องประกาศ Lock Down เร็ววันนี้…

ll เพียงหทัย พงษ์สุวรรณ ใช้ “หน้าตาทำงาน”เวลาออกรอบเลยต้องคลุมหน้า“กันแดดกันฝ้า”อย่างดี…ส่วน“โควิด”ในที่ร่ม…“น้องแอนน์”สาวสวยกันด้วยหน้ากากของ“แป้งจี่”Design…งานของ ศุทธิภา บุณยัษฐิติ หลานย่าคนโปรดของท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ…สาวน้อย
จบออกแบบจาก Scotland…

ll ชมรมกอล์ฟตอ.เตรียมอุดมเปิดแล้ว นักกอล์ฟสตรีฝีมือดีจากโรงเรียน เรียนเก่ง มีตั้งแต่ พญ.อภิรมย์ เวชภูติ,ทพญ.รสลิน มัสยวาณิช,ภก.หญิงสายสมร ลีเชวงวงศ์,พัชราภรณ์ สันติเสวี ฯลฯ…“นางฟ้า”ชุดนี้ ชายใดใคร่ประลอง…เชิญพัตได้…แค่ต่อพาร์ 4-1 สโตรค พาร์ 5 ต่อ 2…แล้วจะรู้ว่า“นรก”มีจริง(ฮา)…

ll จากเด็กสาวนิสิตจุฬาฯเอียงอายมาฝึก“ขายของ” ให้คุณน้าคุณอา ลูกศิษย์คณะพาณิชย์ของ คุณพ่อ อ.สังเวียน อินทรวิชัย ตำนานของธรรมศาสตร์…วันนี้ ขัตติยา อินทรวิชัย ขึ้นเป็นผู้บริหาร K Bank CEO หญิงคนแรกแทน บัณฑูร ล่ำซำ…ที่ไม่ลืมคือคาถาที่“อาปั้น”ให้ไว้…“อย่าเหยียบตีนกัน”รักษาสัมพันธ์ในการทำงาน…

ll สถานการณ์ PM2.5 ไม่สนุก…“จอมเตะ” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ซ้อมในร่มเป็นหลักตามคำโค้ช เช ยอง ซอก…หมายเลข 1 ของโลก รุ่น 49 กิโลกรัมหญิง…ไม่ประมาท…

ll ยินดีกับ สุธีธ์ มั่งมี คนดีคนเก่งของกรมที่ดิน ข้ามห้วยไปเติบโตเป็น เลขากรมพัฒนาชุมชน…ชาวบ้านตาดำๆ จะได้รู้วิชาทำมาหากิน…แถมได้จัดระเบียบ“ที่อยู่อาศัย”ก็ดีนะ…

ll แน่ใจว่ารอดจาก “โควิด-19” พล.ร.อ.ฐนิธ กิตติอำพน นัดเพื่อน สถ.จุฬาฯ รุ่น 2510 พบกันที่เก่าเวลาเดิม(สีลมวิลเลจ 11.30 น.)ข้ามปี 17 มกราคม…เพื่อนฝูงรอชมรถจักรยานสุดเท่ Alex Moulton ของ ปรีดา โกมลกิติที่วงการสถาปนิกหวงขนาดหอบขึ้นห้องนอนกอดแทนเมีย…ll

ภิญญ์สิรี

บีซีพีจี สานต่อโครงการ ‘งดให้ เพื่อให้’ ยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับชุมชนและสังคม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – บีซีพีจี สานต่อโครงการ‘งดให้ เพื่อให้’ ยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับชุมชนและสังคม (naewna.com)

บีซีพีจี สานต่อโครงการ‘งดให้ เพื่อให้’ ยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับชุมชนและสังคม

บีซีพีจี สานต่อโครงการ‘งดให้ เพื่อให้’ ยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับชุมชนและสังคม

วันศุกร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

หลายปีมาแล้ว ที่บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสีเขียว เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้สานต่อโครงการ “งดให้ เพื่อให้” มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความมุ่งมั่นและตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมในทุกภาคส่วน เพื่อให้โลกของเราน่าอยู่ และส่งต่อโลกที่สวยงามให้ลูกหลานของเรา

จากแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ให้ความสำคัญกับการใช้ “ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด” สู่แนวคิด “งดให้ เพื่อให้” ที่บีซีพีจีได้ริเริ่มขึ้น โดยการงดจัดทำของขวัญปีใหม่ และนำเงินไปสร้างประโยชน์ให้ส่วนรวม ในด้านสังคม และสิ่งแวดล้อม ทั้งการอนุรักษ์ ปรับปรุงและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้คนในสังคม

โดยในปีนี้ บริษัทได้ร่วมสมทบทุนสร้างโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร โรงพยาบาลขนาด 60 เตียง พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ครบครัน โรงพยาบาลที่มุ่งหวังเป็นผู้นำในการรักษา และพัฒนาเครื่องมือแพทย์ ของคนไทยเพื่อคนไทยทุกคน ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2565

นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บีซีพีจี ได้กล่าวถึงโครงการ “งดให้ เพื่อให้” ว่า เป็นหนึ่งในโครงการ “Breath of the World” หรือ ต่อลมหายใจให้โลก ซึ่งการงดทำของขวัญปีใหม่ เป็นการประหยัดทรัพยากร ลดการสร้างขยะโดยไม่จำเป็น และนำเงินไปสนับสนุนองค์กร หน่วยงาน หรือบุคคล ที่ช่วยดูแล รักษาสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานที่ส่งเสริมยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับชุมชนและสังคม ทั้งด้านการศึกษา การสาธารณสุข ฯลฯ

ทั้งนี้ บริษัทได้เริ่มจัดทำโครงการมาตั้งแต่ปี 2561 โดยที่ผ่านมาได้มอบเงินให้กับมูลนิธิผู้พิทักษ์ป่าและรักษาทะเล และตั้งใจจะดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องต่อไป

เปิดห้องบริจาคโลหิตถาวรที่ ดิ เอ็มโพเรียม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – เปิดห้องบริจาคโลหิตถาวรที่ ดิ เอ็มโพเรียม (naewna.com)

เปิดห้องบริจาคโลหิตถาวรที่ ดิ เอ็มโพเรียม

เปิดห้องบริจาคโลหิตถาวรที่ ดิ เอ็มโพเรียม

วันศุกร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมกับ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดให้บริการห้องบริจาคโลหิตถาวร (Fixed Station) สาขาที่ 5 ที่ ดิ เอ็มโพเรียม เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางในการระดมโลหิต ส่งมอบให้ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย พร้อมเปิดให้บริการแล้ววันนี้ที่บริเวณพื้นที่ชั้น 2 อาคาร B ดิ เอ็มโพเรียม 

นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “เดอะมอลล์ กรุ๊ป เป็นองค์กรภาคเอกชนที่ให้ความสำคัญเป็นสื่อกลางในการจัดหาโลหิต เพื่อนำไปช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์มาโดยตลอด โดยได้ร่วมกับ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ดำเนินงานในโครงการ “M Heart สายโลหิต สายใจ” มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549จนเป็นหน่วยงานที่บริจาคโลหิตมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในประเทศไทย ถึง 14 ปีซ้อน นอกจากนี้ยังเป็นห้างสรรพสินค้าที่จัดทำห้องบริจาคโลหิตถาวร (Fixed Station) เปิดให้บริการ 365 วัน เป็นแห่งแรกในประเทศไทย โดยตลอดระยะเวลากว่า 14 ปี ที่ได้ดำเนินโครงการ เดอะมอลล์ กรุ๊ป สามารถนำส่งโลหิตสนับสนุนศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ได้รวมกว่า 450 ล้านซีซี โดยโลหิตทั้งหมดได้จากการจัดกิจกรรมพิเศษในโอกาสต่างๆ และการบริจาคที่ห้องรับบริจาคโลหิตถาวรของกลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ปทั้ง 4 สาขา ได้แก่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน,เดอะมอลล์ บางแค, เดอะมอลล์ บางกะปิ และ เดอะมอลล์ นครราชสีมา

เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางในการระดมโลหิต ส่งมอบให้ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย นำไปช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ เดอะมอลล์ กรุ๊ป จึงได้เปิดให้บริการห้องบริจาคโลหิตถาวร (Fixed Station) สาขาที่ 5 เพิ่มเติมที่ ดิ เอ็มโพเรียม โดยจะเปิดให้บริการที่บริเวณพื้นที่ชั้น 2 อาคาร B ดิ เอ็มโพเรียม ทุกวันตั้งแต่เวลา 12.00-18.00 น. ภายในห้องรับบริจาคโลหิตจะมีบุคลากรจากศูนย์บริการโลหิต สภากาชาดไทย เป็นผู้ให้บริการในการบริจาค ด้วยมาตรการป้องกันความปลอดภัยและสุขอนามัยเชิงรุก ตามแนวทางปฏิบัติของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข อย่างเคร่งครัด หรือสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02-2691000 ต่อ 1155 หรือ 02-2691155

นิทรรศการภาพถ่าย เล่าเรื่องราวเรือนรับรองราชทูตโปรตุเกส เฉลิมฉลอง 200 ปีที่ได้รับพระราชทานที่ดินจากรัชกาลที่ 2 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – นิทรรศการภาพถ่าย เล่าเรื่องราวเรือนรับรองราชทูตโปรตุเกส เฉลิมฉลอง 200 ปีที่ได้รับพระราชทานที่ดินจากรัชกาลที่ 2 (naewna.com)

นิทรรศการภาพถ่าย เล่าเรื่องราวเรือนรับรองราชทูตโปรตุเกส เฉลิมฉลอง 200 ปีที่ได้รับพระราชทานที่ดินจากรัชกาลที่ 2

นิทรรศการภาพถ่าย เล่าเรื่องราวเรือนรับรองราชทูตโปรตุเกส เฉลิมฉลอง 200 ปีที่ได้รับพระราชทานที่ดินจากรัชกาลที่ 2

วันศุกร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สถานเอกอัครราชทูตโปรตุเกสประจำประเทศไทย ร่วมกับ ไอคอนสยาม, บริษัท ไทย เบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), มูลนิธิสิริวัฒนภักดี, สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ และมูลนิธิส่งเสริมการถ่ายภาพ จัดนิทรรศการภาพถ่ายเล่าเรื่องราวของเรือนรับรองราชทูตโปรตุเกส ที่ยังคงความสง่างามอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา บอกเล่าความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยกับโปรตุเกสทั้งในอดีตและปัจจุบัน เฉลิมฉลอง 200 ปีที่ได้รับพระราชทานที่ดินจากรัชกาลที่ 2นิทรรศการเปิดให้ชมตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 20 ธันวาคม 2563 ณไอคอนลักซ์ แกลเลอรี่ ชั้น 1 ไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร

ฯพณฯ มร.ฟรานซิสกู วาซ ปาตตู เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐโปรตุเกสประจำประเทศไทย  กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ว่า ในวาระสำคัญเฉลิมฉลอง 200 ปีที่สถานเอกอัครราชทูตโปรตุเกสประจำประเทศไทยได้รับพระราชทานเรือนรับรองราชทูตโปรตุเกสที่ตั้งอยู่ภายในสถานเอกอัครราชทูตโปรตุเกสประจำประเทศไทย เป็นอาคารเก่าแก่ที่ทรงคุณค่าในทางสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ และเป็นสัญลักษณ์ตอกย้ำความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 500 ปีตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 2054ซึ่งถือว่าเป็นของขวัญล้ำค่าจากพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) โดยที่ดินผืนนี้ถือเป็นบ้านของโปรตุเกสในผืนแผ่นดินไทย เพื่อเป็นการรำลึกถึงความสัมพันธ์อันดีที่ผ่านมา จึงจัดนิทรรศการภาพถ่ายเล่าเรื่องราวของเรือนรับรองราชทูตโปรตุเกสที่ยังคงความสง่างามอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาให้ประชาชนคนไทยได้มีโอกาสมาชมและบันทึกเป็นความทรงจำที่ดีร่วมกัน

ภายในนิทรรศการ พบกับภาพถ่ายจำนวนทั้งหมด 40 ภาพ ที่ถ่ายทอดความสวยงามของอาคารบ้านพักเอกอัครราชทูตที่ยังคงงดงามเหนือกาลเวลาแม้ว่าจะผ่านเวลายาวนานนับตั้งแต่ถูกสร้างขึ้นในช่วงปีพ.ศ.2403-2413 รูปถ่ายทางประวัติศาสตร์บางภาพที่แสดงในงานนี้ถูกถ่ายโดย Joaquim Antonio ช่างภาพชาวโปรตุเกสที่เป็นที่ยอมรับของสยามประเทศ ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 นอกจากนี้ ยังมีผลงานภาพถ่ายบ้านพักเอกอัครราชทูตในปัจจุบันของช่างภาพที่เข้าร่วมโครงการแข่งขันถ่ายภาพ ที่สนับสนุนโดย บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เพื่อเสริมสร้างโอกาสและประสบการณ์ให้กับช่างภาพรุ่นใหม่อีกด้วย

ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการภาพถ่ายเล่าเรื่องราวของเรือนรับรองราชทูตโปรตุเกสได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 20 ธันวาคม 2563 ณ ไอคอนลักซ์แกลเลอรี่ ชั้น 1 ไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1338 หรือ www.iconsiam.com