Fewer head home to Kalasin for holidays #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Fewer head home to Kalasin for holidays

NationalDec 31. 2020

By THE NATION

Fewer people returned to their hometowns in Kalasin for this New Year holiday, compared to the exodus in 2019, Nation Channel reported on its website.

The report took into account travel by both interprovincial buses and trains.

A traveller who took a bus from Bangkok told Nation reporters that passenger numbers were sharply lower than those of last year.

He said the reasons why fewer people returned home this time round included working overtime or the escalating Covid-19 situation.

“Some people think they will be infected from travelling with others, while some are afraid of being virus carriers,” the passenger explained.

Another traveller who took a train from Bangkok to Kalasin confirmed that passenger numbers this year were lower than in previous years. According to him, some passengers had cancelled their tickets or changed the date of their trips due to the virus crisis.

However, Kalasin is presently a “safe” province without any confirmed new Covid-19 cases.

ปีที่บอบช้ำ กรรม ‘ธนาธร’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453759

ปีที่บอบช้ำ กรรม ‘ธนาธร’

ปีที่บอบช้ำ กรรม 'ธนาธร'

31 ธันวาคม 2563 – 16:00 น.

ปี 2563 เป็นปีวิบากของ “ธนาธร” นับแต่ยุบพรรคอนาคตใหม่ จนถึงการปราชัยในสนามเลือกตั้งท้องถิ่น

++
    ความปราชัยของคณะก้าวหน้า ในสนามเลือกตั้งท้องถิ่น 42 จังหวัด น่าจะเป็นความผิดหวังส่งท้ายปี 2563 ของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” 
    การเลือกตั้ง ส.ส. 24 มี.ค.2562 กับการเลือกตั้งนายก อบจ. 20 ธ.ค.2563 ต่างกันแค่ปีเดียว แต่ผลลัพธ์ต่างกัน
    นับแต่พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ได้ก่อกำเนิดพรรคก้าวไกล ที่มารองรับ ส.ส.ที่เหลือของอนาคตใหม่ และทำหน้าที่ในสภาผู้แทนฯ โดย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ถือธงนำ 
    ส่วนนอกสภา “ธนาธร” และสหาย (อดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่) ขับเคลื่อนคณะก้าวหน้า สู่สมรภูมิการเมืองท้องถิ่น

++
ยุบอนาคตใหม่
++
    วันที่ 21 ก.พ.2563 ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ พร้อมเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 10 ปี เนื่องจากกระทำการฝ่าฝืนมาตรา 72 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 จากการกู้เงินจำนวน 191.2 ล้านบาท จากธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค
    พรรคอนาคตใหม่ ได้รับการรับรองจาก กกต. เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 2561 รวมแล้วพรรคอนาคตใหม่ มีชีวิตอยู่ 507 วัน 1 ปี 4 เดือน 18 วัน
    วันที่ 26 ต.ค.2563 ประชุม กกต. มีมติให้สำนักงาน กกต.แจ้งความดำเนินคดีอาญากับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และอดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ 15 คน ปมเงินกู้ เงิน 191.2 ล้าน

++
คณะก้าวหน้าจบเห่
++
    ก่อนจะถึงวันหย่อนบัตรเลือกตั้งนายก อบจ. และ ส.อบจ. วันที่ 30 พ.ย.2563 ที่ประชุมใหญ่ กกต. มีมติสั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวน
กรณีการเคลื่อนไหวของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปิยบุตร แสงกนกกุล และ พรรณิการ์ วานิช ในนามคณะก้าวหน้า ที่ส่งและช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัครลงรับเลือกตั้งนายก อบจ. และ ส.อบจ. ว่าเข้าลักษณะเป็นพรรคการเมือง ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 111 พ.ร.ป.พรรคการเมือง ที่กำหนดว่าผู้ใดสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองที่มีลักษณะคล้ายกับพรรคการเมือง อาจต้องโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งอาจต้องถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี 
    เมื่อทราบผลเลือกตั้งท้องถิ่น “ธนาธร” พยายามปลุกปลอบใจเพื่อนพ้องว่า ถึงจะไม่ได้นายก อบจ.แม้แต่จังหวัดเดียว แต่คะแนนรวมทั้งประเทศ ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก(เลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562)

++
วิบากครอบครัว
++
    ปลายปีนี้ จู่ๆ มีมือดี ขุดคดีเก่าของสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ น้องชายธนาธร ในขณะที่เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด 
    คดีดังกล่าว เป็นเรื่องทุจริตของอดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (ชื่อเดิม) ในกรณีเช่าที่ดินระยะยาว บริเวณองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ย่านชิดลม-เพลินจิต ที่กำลังจะหมดสัญญาในปี 2565 
    โดยสำนักอัยการสูงสุดแถลงว่า สกุลธรยังไม่ใช่ผู้ต้องหาคดีสินบนเจ้าหน้าที่ทรัพย์สินฯ จึงไม่ได้สั่งฟ้อง
    หลังจากนั้น มีผู้เข้าร้องกองบังคับการปราบปราม ให้ดำเนินการสอบสวนคดีการทุจริตเรียกรับสินบนภายในสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ที่มีสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ น้องชายธนาธร ตกเป็นผู้เสียหาย จากการถูกปลอมแปลงเอกสาร
    วันที่ 30 ธ.ค.2563 อดิศร นุชดำรงค์ อธิบดีกรมป่าไม้ เข้าร้องทุกข์ต่อ พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม ผบก.ปทส. เพื่อให้ดำเนินคดีต่อสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาธนาธร หลังตรวจสอบพบว่ามีการบุกรุกที่ดินใน จ.ราชบุรี
    คดีนี้ ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ได้แจ้งร้องทุกข์ให้กรมป่าไม้ดำเนินการตรวจสอบที่ดินจำนวน 77 แปลงเนื้อที่รวมทั้งหมดกว่า 3,098 ไร่เศษของมารดาธนาธร
    จากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพบว่าที่ดินส่วนหนึ่งประมาณ 2 พันไร่ของสมพรนั้น เป็นพื้นที่ป่าสงวนและเขตหวงห้าม 
    สรุปว่า ปี 2563 เป็นปีที่ธนาธร บอบช้ำและเจ็บช้ำที่สุด มิเพียงแต่พ่ายแพ้ทางการเมือง หากแต่ครอบครัวก็พลอยเดือดร้อนตามไปด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ บุคคลการเมืองแห่งปี 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/453732

พล.อ.ประยุทธ์ บุคคลการเมืองแห่งปี 2563

พล.อ.ประยุทธ์ บุคคลการเมืองแห่งปี 2563

31 ธันวาคม 2563 – 12:17 น.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นบุคคลที่อยู่ในข่าวสม่ำเสมอและเป็นอีกปีที่ พล.อ.ประยุทธ์ เผชิญวิกฤตรอบด้าน ทั้งด้านการบริหารประเทศในภาวะโควิดระบาดและด้านการเมืองที่มีการชุมนุมเรียกร้องให้นายกฯ ลาออก จึงเหมาะเป็น”บุคคลการเมืองแห่งปี”ในทัศนะของทีมงาน”คมชัดลึก”

ทุกๆปีช่วงใกล้วันสิ้นปี สื่อระดับโลกหรือสื่อในประเทศจะเปิดเผยรายชื่อการจัดอันดับบุคคลแห่งปี รวมถึงบุคคลการเมืองแห่งปี 
การเมืองไทยในช่วงปี 2563 เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในและนอกสภา โดยเฉพาะปรากฏการณ์ “ม็อบราษฎร” การชุมนุมทางการเมืองรูปแบบใหม่
 เหตุการณ์ต่างๆ จะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่มีตัว”บุคคล”ที่เป็นผู้กระทำ ซึ่งมีบทบาท มีศักยภาพในการสร้างสีสัน สร้างความสั่นสะเทือนให้เกิดขึ้นกับการเมืองไทย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จึงเหมาะแก่การเป็น “บุคคลการเมืองแห่งปี” ในทัศนะของทีมงาน “คมชัดลึก” 
 

สืบเนื่องจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นบุคคลที่อยู่ในข่าวสม่ำเสมอ และเป็นอีกปีที่ พล.อ.ประยุทธ์ เผชิญวิกฤตรอบด้าน ทั้งด้านการบริหารประเทศในภาวะโควิดระบาด และด้านการเมือง ที่มีการชุมนุมเรียกร้องให้นายกฯ ลาออก 
  “คมชัดลึก” ได้ประมวลเหตุการณ์ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเผชิญศึกในศึกนอก ทั้งสั่นคลอนเสถียรภาพรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี ทั้งฝ่าวิกฤตไปได้แบบเหลือเชื่อ
    1.การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ช่วงวันที่ 24-27 ก.พ.2563 ซึ่งเป็นครั้งแรกของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ต้องเผชิญกับการตรวจสอบในระบบรัฐสภา ผ่านการใช้เวลา 4 วัน 3 คืน อภิปรายไม่วางใจนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีรวม 6 คน ก็ได้รับความวางใจจากสมาชิกสภาฯ 
    2.การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในขอบเขตทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อ 26 มี.ค.2563 ป้องกันและระงับยับยั้งการระบาดของโควิด-19 แต่การล็อกดาวน์ประเทศก็ฉุดเศรษฐกิจไทยให้แย่ลง 
  อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยก็ได้รับชื่นชมจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ว่าไทยคุมโควิด-19 ได้ดี จนยกย่องให้เป็นต้นแบบของนานาประเทศ
  3.การชุมนุมของเยาวชน นักศึกษา และประชาชน หลายระลอกตลอดทั้งปี นับแต่ช่วงปลายเดือน ก.พ.2563 นักเรียน นักศึกษาได้ร่วมกันจัดกิจกรรมแฟลชม็อบทั่วประเทศ สืบเนื่องจากการยุบพรรคอนาคตใหม่ เว้นช่วงการระบาดของโควิด-19 จนมาถึงเดือน ก.ค.2563 กิจกรรมแฟลชม็อบกลับมาอีก และมีการยกระดับเป็นการชุมนุมใหญ่ เรียกร้อง 3 ข้อ คือ นายกรัฐมนตรีลาออก ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และปฏิรูปสถาบันฯ
  ปลายปี 2563 การชุมนุมขับไล่นายกฯ ประยุทธ์ ของเยาวชนคนรุ่นใหม่แผ่วลง เพราะติดกับดัก “ข้อเสนอทะลุเพดาน” แนวร่วมลดลง และมีแรงต้านจากพลังจารีต
  4.การตรวจสอบของศาลรัฐธรรมนูญ ในรอบปีนี้ มีคดีความเกี่ยวกับพล.อ.ประยุทธ์ ถูกนำสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 3 กรณี 
  กรณีพักบ้านหลวง กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ พักอาศัยในบ้านพักของข้าราชการทหารทั้งที่เกษียณอายุมาแล้ว 6 ปี ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยคดีชี้ว่า“ไม่ผิด” ความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีต่อ
-กรณีกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ ที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง เพราะไม่อยู่ในอำนาจการตรวจสอบขององค์กรใด แต่เป็นการกระทำทางการเมืองของคณะรัฐมนตรี เฉพาะกับพระมหากษัตริย์
-กรณี 7 พรรคฝ่ายค้านยื่นพิจารณาคุณสมบัติ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องห้ามดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะมีตำแหน่งหัวหน้า คสช.ถือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐค้ำคอหรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย หัวหน้า คสช.คือ รัฏฐาธิปัตย์ ตามผลสืบเนื่องจากการยึดอำนาจ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ ไม่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของหน่วยงานใด  

 แม้ว่าปีนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จะฟันฝ่าวิกฤตที่รายล้อมไปได้ แต่โจทย์ใหญ่ที่รอคอยในปี 2564 คือ โควิด-19 ระบาดระลอกที่ 2 รวมถึงเศรษฐกิจในปีหน้า ก็ยังถดถอยต่อเนื่อง 
 เหนืออื่นใด การชุมนุมของนักเรียน นักศึกษาในปีหน้า ยังจะเป็นเงื่อนไขที่นำสังคมไทยไปสู่ความขัดแย้งแตกแยกหนักกว่าปีนี้ 
 ดังนั้น ย่างก้าวของ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้นำรัฐบาล จะก้าวสู่ความยุ่งยากมากขึ้นกว่าเดิม และหวาดเสียวทั้งปี 

“เพื่อไทย” หนาว กกต.ตอบชัดใช้ “จดหมายน้อยแม้ว” หาเสียง อบจ. ผิดระเบียบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/453754

“เพื่อไทย”หนาว กกต.ตอบชัดใช้ “จดหมายน้อยแม้ว”หาเสียง อบจ. ผิดระเบียบ

"เพื่อไทย"หนาว กกต.ตอบชัดใช้ "จดหมายน้อยแม้ว"หาเสียง อบจ. ผิดระเบียบ

31 ธันวาคม 2563 – 14:51 น.

“เพื่อไทย”หนาว กกต.ตอบชัดใช้ “จดหมายน้อยแม้ว”หาเสียง อบจ. ผิดระเบียบ

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าการรับรองผลการเลือกตั้งนายก และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ทั่วประเทศ ที่กำหนดให้ กกต. รับรองผลได้ภายใน 30 วันนับแต่วันเลือกตั้งเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.63 หากการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตไม่มีเรื่องร้องเรียน อย่างไรก็ตามได้มีข้อร้องเรียนจากหลายจังหวัดทั้งที่สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัด และ กกต.ส่วนกลาง เป็นจำนวนมาก

โดยยังมีข้อหารือจาก กกต.ประจำจังหวัด มายัง กกต.ส่วนกลาง ถึงพฤติกรรมที่เข้าข่ายการกระทำผิดระเบียบกกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหาร ท้องถิ่น พ.ศ.2563 ของผู้สมัครนายก หรือสมาชิก อบจ.อีกส่วนหนึ่ง จึงคาดว่าจะสามารถทยอยประกาศรับรองผลแต่ละจังหวัดได้ช่วงต้นเดือน ม.ค.64 เป็นต้นไป

สำหรับข้อหารือจาก กกต.ประจำจังหวัดที่น่าสนใจ เป็นข้อหารือจากผู้อำนวยการ กกต.ประจำ จ.เชียงราย หนังสือด่วนที่สุดที่ ลต(ชร)0003/510 เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.63 ที่ได้ขอหารือกรณี น.ส.วิสาระดี เตชะธีรวัฒน์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงราย ของพรรคเพื่อไทย ที่ได้ทำสำเนาจดหมายของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เขียนด้วยลายมือมีข้อความสนับสนุน น.ส.วิสาระดี มาจัดทำแผ่นพับใบปลิวใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งว่าสามารถกระทำได้หรือไม่

ทั้งนี้ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ได้มีหนังสือด่วนที่สุดที่ ลต0019/12345 ลงวันที่ 17 ธ.ค.63 ระบุว่า กกต.พิจารณาแล้วเห็นว่า การนำจดหมายหรือเอกสารของบุคคลอื่นมาใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งเป็นการแสวงหาคะแนนนิยมจากประชาชนหรือสมาชิกจากชุมชนเพื่อให้ลงคะแนนให้แก่ตนเอง ถือว่าบุคคลเป็นเจ้าของจดหมายหรือเอกสารดังกล่าวเป็นผู้ช่วยหาเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้ง

ซึ่งหากผู้สมัครรับเลือกตั้งประสงค์จะนำจดหมาย หรือเอกสารของบุคคลดังกล่าวมาหาเสียงเลือกตั้ง จะต้องแจ้งรายชื่อบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ช่วยหาเสียงของตนตามข้อ 15 ประกอบข้อ 4 ของระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียง และลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2563

สำหรับข้อ15 ระเบียบกกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียง และลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2563 ระบุว่า ผู้สมัครที่ประสงค์จะมีผู้ช่วยหาเสียงต้องแจ้งรายละเอียดให้ ผอ.กกต.ประจำจังหวัดทราบก่อนวันดำเนินการ

ขณะที่ข้อ 4 ได้นิยามคำว่า “ผู้ช่วยหาเสียง” ไว้ว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ได้รับการว่าจ้างจากผู้สมัครให้เข้าร่วมกิจกรรมในการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง และต้องเป็นบุคคลที่ได้แจ้งรายละเอียด หน้าที่ และค่าตอบแทนต่อ กกต.ประจำจังหวัด ยกเว้นบุคคลในครอบครัว ได้แก่ สามี ภริยาหรือบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย

นอกจากนี้ในข้อ 16 บัญญัติว่า ในกรณีบุคคลใดซึ่งมิใช่ผู้ช่วยหาเสียงของผู้สมัครตามหมวดนี้ เข้าช่วยเหลือในการหาเสียงเลือกตั้ง ให้ผู้สมัครแจ้งเหตุการณ์นั้นให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทราบโดยเร็ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนำเลขประจำตัวประชาชนนายทักษิณ ตรวจสอบในทะเบียนของ กกต.พบว่า นายทักษิณไม่ถือเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อีกทั้งเมื่อตรวจสอบจาก กกต.เชียงราย ก็ไม่พบว่าผู้สมัครได้แจ้งว่านายทักษิณเป็นผู้ช่วยหาเสียงแต่อย่างใด

มีรายงานอีกว่า หนังสือขอหารือจาก กกต.เชียงราย ไปยัง กกต. อาจถูกนำไปเทียบเคียงกับกรณี จ.เชียงใหม่ เนื่องจาก นายทักษิณ ได้เขียนจดหมายด้วยลายมือตัวเองโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อสนับสนุนผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.หาเสียงใน 2 จังหวัด คือ จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่ กรณี จ.เชียงใหม่ มีทั้งการเขียนจดหมายด้วยลายมือแล้วโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว รวมทั้งเฟซบุ๊กของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว และอดีตนายกฯ ด้วย รวมทั้งก่อนวันเลือกตั้งไม่กี่วัน นายทักษิณ ยังอัดคลิปวิดีโอความยาว 3.17 นาทีเพื่อช่วยผู้สมัครนายกอบจ.เชียงใหม่ ในนามพรรคเพื่อไทยหาเสียง 

ประเด็นดังกล่าวอยู่ในความสนใจและถูกวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นมุมมองทางกฎหมายว่า สุดท้ายแล้วการกระทำลักษณะดังกล่าว ขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 อาทิ มาตรา 28 ที่ระบุว่า “ห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอมหรือกระทําการใดอันทําให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกกระทําการอันเป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํากิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทําให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม”รวมไปถึงบทบัญญัติกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นหรือไม่ เพราะในการหาเสียง บนเวทีปราศรัยหลายเวทีที่จ.เชียงใหม่ มีนำจดหมายของนายทักษิณ ไปอ่านบนเวที โดยมีผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ ของพรรคเพื่อไทย และกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ร่วมปราศรัยและยืนฟังอยู่ด้วย

“หมอระวี” ฉะ “รบ.-อนุทิน” ฉีดวัคซีนโควิดล่าช้า ย้ำภายในเดือน มีค.นี้ คนไทยต้องได้วัคซีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/453735

“หมอระวี” ฉะ “รบ.-อนุทิน”ฉีดวัคซีนโควิดล่าช้า ย้ำภายในเดือน มีค.นี้ คนไทยต้องได้วัคซีน

  "หมอระวี" ฉะ "รบ.-อนุทิน"ฉีดวัคซีนโควิดล่าช้า ย้ำภายในเดือน มีค.นี้ คนไทยต้องได้วัคซีน

31 ธันวาคม 2563 – 13:02 น.

“หมอระวี” ฉะ “รบ.-อนุทิน”ฉีดวัคซีนโควิดล่าช้า ย้ำภายในเดือน มีค.นี้ คนไทยต้องได้วัคซีน หวั่น ศก.พังยับ จี้ รบ.ต้องทุ่มเงินซื้อวัคซีนโดยด่วน

31 ธ.ค.63 นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงเรื่องวัคซีนโควิดว่า เมื่อเดือนพฤศจิกายน 63 ที่ผ่านมา รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณ 6000 ล้านบาท สำหรับการจองวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า โดยคาดว่าจะได้ฉีดประมาณปลายปี 64 แต่ปรากฏว่าในต้นปี 64 นี้ วัคซีนจากหลายค่าย เช่น ไฟเซอร์ แอสตร้าเซนเนก้า จีน รัสเซีย ได้รับการรับรองแบบฉุกเฉินและเริ่มฉีดกับประชาชนในหลายประเทศแล้ว เช่น อเมริกา อังกฤษสิงคโปร์ รัสเซีย จีนและอื่นๆ 

นพ.ระวี กล่าวต่อว่า การฟื้นเศรษฐกิจของโลกตอนนี้ต้องพึ่งพาการฉีดวัคซีนเป็นอย่างมาก ตัวอย่างเช่นอเมริกาและอังกฤษ ที่คาดว่าจะฉีดวัคซีนครอบคลุมพอเพียงในประเทศ ในกลางปี 64 ระบบเศรษฐกิจของประเทศก็จะเริ่มฟื้นได้ทันที ซึ่งประเทศไทยขณะนี้ความเสียหายทางเศรษฐกิจมูลค่าน่าจะเป็นล้านๆ บาทแล้วการใช้งบเพียง 6,000 ล้าน กับการเริ่มฉีดวัคซีนปลายปี 64 เป็นการวางแผนงานที่ผิดพลาดมาก

“ประเทศไทยควรทุ่มเทการเจรจาให้มีการเริ่มฉีดวัคซีนให้ได้ภายในเดือนมีนาคม 64 และควรจะฉีดได้ครบทั่วประเทศภายใน 6 เดือน จะใช้งบประมาณเท่าใด รัฐบาลก็ต้องทุ่มงบประมาณ สมมุติว่า ถ้าไทยเริ่มฉีดวัคซีนได้ภายในมีนาคม 64 หลังจากนี้เพียง 1 เดือนประเทศไทยจะสามารถรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้ไม่ว่าเขาจะฉีดวัคซีนแล้วหรือไม่ ระบบเศรษฐกิจไทยก็จะเริ่มฟื้นทันที ตรงกันข้ามถ้าไทยเริ่มฉีดวัคซีนช้าไปสัก 6 เดือน ความเสียหายทางเศรษฐกิจ จากการฟื้นตัวช้าไป 6 เดือน จะแตกต่างกันหลาล้านบาท และธุรกิจการท่องเที่ยวภาคเอกชนจะตายสนิทก่อน ไม่สามารถฟื้นตัวได้” นพ.ระวี กล่าว 

นพ.ระวี กล่าวทิ้งท้ายว่า ตอนนี้รัฐบาลและนายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการสาธารณสุข ต้องเร่งดำเนินการติดต่อสั่งวัคซีนมาโดยเร่งด่วน เช่นเดียวกับเป็นประเทศสิงค์โปร์และอินโดนิเซียที่จะเริ่มฉีดวัคซีนแล้ว

แจ้งด่วนที่สุด ยกเลิกนัดประชุมวุฒิสภา หนีโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/453722

แจ้งด่วนที่สุด ยกเลิกนัดประชุมวุฒิสภา หนีโควิด-19

แจ้งด่วนที่สุด ยกเลิกนัดประชุมวุฒิสภา หนีโควิด-19

31 ธันวาคม 2563 – 11:26 น.

เลขาวุฒิสภา ส่งหนังสือแจ้งสมาชิกวุฒิสภา ยกเลิกนัดประชุมวันที่ 5 ม.ค.64 ออกไปก่อน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังมีความเสี่ยง

31 ธ.ค.63 นายนัฑ ผาสุข เลขาธิการวุฒิสภา  ส่งหนังสือด่วน ถึง สมาชิกวุฒิสภา  โดยระบุว่า ตามหนังสือที่อ้างถึงประธานวุฒิสภาได้มีคำสั่งให้งดการประชุมวุฒิสภา ในวันจันทร์ ที่ 4  มกราคม 2564  และนัดประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 14  (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 2 ) วันอังคารที่ 5 มกราคม 2564 เวลา 10.00 น. นั้น

โดยที่ขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  ในหลายพื้นที่ และผู้ติดเชื้อมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับอยู่ในช่วงวันหยุดราชการต่อเนื่อง ซึ่งมีการเดินทางของประชาชนจำนวนมาก อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงและโอกาสในการแพร่กระจายเชื้อโรค  อีกทั้ง ท่านสมาชิกวุฒิสภาที่พำนักอยู่ต่างจังหวัดอาจไม่สะดวกในการเดินทาง 

ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกัน และสอดรับกับมาตรการการควบคุมโรค ประธานวุฒิสภาพิจารณาแล้ว จึงมีคำสั่งให้ ยกเลิกกำหนดนัดประชุมวุฒิสภา ในวันอังคารที่  5 มกราคม 2564  

ทั้งนี้ หากจะมีการประชุมวุฒิสภาเมื่อใด จะได้แจ้งให้ท่านสมาชิกทราบต่อไป 

แจ้งด่วนที่สุด ยกเลิกนัดประชุมวุฒิสภา หนีโควิด-19
แจ้งด่วนที่สุด ยกเลิกนัดประชุมวุฒิสภา หนีโควิด-19

“ธนกร” ป้อง “บิ๊กตู่” เชื่อรัฐบาลรับมือศึกซักฟอกสบายๆ มั่นใจนายกฯ ชี้แจงผ่านฉลุย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/453720

“ธนกร”ป้อง”บิ๊กตู่” เชื่อรัฐบาลรับมือศึกซักฟอกสบายๆ มั่นใจนายกฯ ชี้แจงผ่านฉลุย

"ธนกร"ป้อง"บิ๊กตู่" เชื่อรัฐบาลรับมือศึกซักฟอกสบายๆ มั่นใจนายกฯ ชี้แจงผ่านฉลุย

31 ธันวาคม 2563 – 11:07 น.

“ธนกร”ป้อง”บิ๊กตู่” เชื่อรัฐบาลรับมือศึกซักฟอกสบายๆ มั่นใจนายกฯ ชี้แจงผ่านฉลุย วอนทุกฝ่ายร่วมมือทำงานเพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้คนไทย

31 ธ.ค.63 นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ระบุว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยจะเน้นอภิปรายพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า

รัฐบาลไม่ได้รู้สึกกังวลอะไร และพร้อมที่จะชี้แจง โดยเฉพาะการบริหารงานของพล.อ.ประยุทธ์ที่ผ่านมานั้น พล.อ.ประยุทธ์มีความมุ่งมั่นและตั้งใจทำงานให้กับพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ มีผลงานเป็นที่ประจักษ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งด้านคมนาคมมีการขยายรถไฟฟ้าครอบคลุมทุกพื้นที่ การจัดสวัสดิการต่างๆ ให้กับประชาชน รวมไปถึงการแก้ปัญหาโควิด-19 รัฐบาลก็พยายามอย่างเต็มที่ในการควบคุมสถานการณ์ รวมทั้งการออกมาตราการต่างๆ มาเยียวยาประชาชน ตั้งแต่โครงการชิมช้อบใช้ การจ่ายเงินเยียวยา 5000 บาท และล่าลุดโครงการคนละครึ่ง ซึ่งสามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมาก

นายธนกร กล่าวอีกว่า การจะเน้นอภิปรายพล.อ.ประยุทธ์นั้นก็ไม่มีปัญหา เพราะพล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่เคยมีปัญหาทุจริตคอรัปชั่นเหมือนรัฐบาลในอดีต ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์จึงไม่จำเป็นต้องกังวลอะไร เปรียบเสมือนทองแท้ไม่กลัวไฟลน อย่างไรก็ตาม ตนขอชื่นชมพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ใช้เวทีสภาฯในการตรวจสอบรัฐบาล และเป็นโอกาสดีที่รัฐบาลจะได้ใช้เวทีสภาฯในการชี้แจงทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนด้วย ทั้งนี้ เท่าที่ตนตรวจสอบเบื้องต้นนั้น เชื่อว่าคงมีการหยิบยกเรื่องเดิมๆ มาอภิปราย ไม่น่าจะมีข้อมูลใหม่อะไรมากนัก ขณะที่รัฐบาลแข็งแกร่ง คงสั่นคลอนได้ยาก ที่สำคัญ เสียงสนับสนุนยังเหนียวแน่น ไม่น่ากังวล แต่อยากให้ทุกฝ่ายมาร่วมมือกันทำงานให้ประชาชนดีกว่า เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทย

นายกฯอวยพรปีใหม่ 2564 ขอให้ปีใหม่นี้เป็นปีแห่งครอบครัว ทุกคนปลอดภัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/453719

นายกฯอวยพรปีใหม่ 2564 ขอให้ปีใหม่นี้เป็นปีแห่งครอบครัว ทุกคนปลอดภัย

นายกฯอวยพรปีใหม่ 2564 ขอให้ปีใหม่นี้เป็นปีแห่งครอบครัว ทุกคนปลอดภัย

31 ธันวาคม 2563 – 11:01 น.

นายกฯ อวยพรส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2564 ขอให้ปีใหม่นี้เป็นปีแห่งครอบครัว ระมัดระวังมากยิ่งขึ้น เพราะไม่แน่ใจว่า จะต้องเผชิญสถานการณ์ยากลำบากนี้ไปถึงเมื่อไหร่ ขอให้ทบทวนสิ่งที่ผ่านมา เพื่อวางแผนอนาคต 

31 ธ.ค.-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวส่งท้ายปี 2563 ว่า  เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ปี 2564เรากำลังเผชิญสถานการณ์ที่ค่อนข้างจะต้องระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้นเพราะฉะนั้นปีใหม่นี้ก็คงเป็นปีแห่งครอบครัว ปีแห่งความสุขภายในบ้านหรือสถานที่ที่ปลอดภัย ขอให้ทุกคนระมัดระวังมากยิ่งขึ้น ใช้โอกาสวันสิ้นปีทบทวนสิ่งที่ผ่านมา เพื่อวางแผนต่อไปในอนาคตและในปี 2564  เพราะไม่แน่ใจว่าจะเผชิญสถานการณ์อันยากลำบากนี้ไปถึงเมื่อไหร่ ขอให้คนไทยมีความสุขความเจริญ  สมความปรารถนาทุกประการ พรใดที่อวยพรแก่นายกฯครอบครัว และรัฐบาลขอให้สนองตอบเป็นร้อยเท่าพันทวี และให้สำเร็จในสิ่งที่ปรารถนาทุกประการ

“ศุภชัย” แจง “อนุทิน” ไม่เกี่ยวข้อง กับ ซิโน-ไทยฯ หลังโซเชียลฯ จับโยงปมสภาฯไม่ขยายสัญญาก่อสร้าง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/453713

“ศุภชัย” แจง “อนุทิน” ไม่เกี่ยวข้อง กับ ซิโน-ไทยฯ หลังโซเชียลฯ จับโยงปมสภาฯไม่ขยายสัญญาก่อสร้าง

"ศุภชัย" แจง "อนุทิน" ไม่เกี่ยวข้อง กับ ซิโน-ไทยฯ หลังโซเชียลฯ จับโยงปมสภาฯไม่ขยายสัญญาก่อสร้าง

31 ธันวาคม 2563 – 09:49 น.

“ศุภชัย” แจง “อนุทิน” ไม่เกี่ยวข้อง กับ ซิโน-ไทยฯ หลังโซเชียลฯ จับโยงปมสภาฯไม่ขยายสัญญาก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ครั้งที่ 5

31 ธ.ค.63  นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่เพจในโลกโซเชียล มีเดีย แห่งหนึ่งระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุขในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังเกี่ยวพันกับบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)ว่า

ไม่เป็นความจริง นายอนุทินได้ขายหุ้นของบริษัทซิโน-ไทยฯ ทั้งหมดไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี 2562 ก่อนเข้ารับตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี  ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อย

ฉะนั้น นายอนุทิน จึงไม่มีหุ้น ไม่ใช่ผู้บริหาร และ ไม่ใช่ กรรมการบริษัทซิโน-ไทย  ดังนั้น การต่อสัญญาโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ครั้งที่ 5 หรือไม่ต่อสัญญา  จึงไม่เกี่ยวกับหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย  จึงขอความกรุณาตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนก่อนนำเสนอ และอย่าพยายามบิดเบือน และโยงเป็นประเด็นการเมือง จนเป็นเครื่องมือของใคร

ซอกแซกอาเซียน : 31 ธันวาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/542184

ซอกแซกอาเซียน : 31 ธันวาคม 2563

ซอกแซกอาเซียน : 31 ธันวาคม 2563

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สัปดาห์นี้เรายังคงอยู่ในประเด็นเรื่องการวิจัยพันธุ์ข้าวไทยที่ผมอยากทำความเข้าใจ คือ เรื่องของเชื้อพันธุ์ข้าว หรือเรียกอีกอย่างว่า พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ในการผสมพันธุ์ข้าว ผมคิดว่าใครๆ ก็ทราบนะครับว่าข้าวหรือพืชชนิดต่างๆ ก็เป็นสิ่งมีชีวิต ดังนั้น การจะได้พันธุ์ใหม่ (ลูก) ก็จะต้องมีพ่อและแม่ เหมือนคนและสัตว์ทั่วไป (ยกเว้นสมัยใหม่ที่สามารถพัฒนาพันธุ์โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง) ปัจจุบันนอกจากกรมการข้าวจะใช้พันธุ์พ่อพันธุ์แม่ที่มีถิ่นกำเนิดในบ้านเราเองแล้ว เรายังต้องไปขอหยิบยืมแลกเปลี่ยนจากแหล่งอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากสถาบันวิจัยข้าวระหว่างชาติหรือ International Rice Research Institute หรือ “อีรี่”ที่ตั้งอยู่ในประเทศฟิลิปปินส์

โดยธรรมชาติแล้ว พันธุ์ข้าวพื้นเมืองของไทยเกือบทั้งหมด สามารถปลูกและได้ผลผลิตเพียงปีละครั้งเท่านั้น คือในฤดูฝน ซึ่งเรียกว่า นาปี เริ่มต้นปลูกสักช่วงหลังสงกรานต์ แล้วไปเก็บเกี่ยวช่วงลอยกระทง ก่อนหลังเล็กน้อยตามแต่จะเป็นพันธุ์หนักพันธุ์เบา ทางวิชาการเรียกพันธุ์ข้าวกลุ่มนี้ว่า ข้าวไวแสง ก็อย่างที่เคยเล่าไปแล้วครับว่า พันธุ์ข้าวไทยเราเหล่านี้ส่วนใหญ่ฟ้าประทานให้มีคุณภาพดี กินอร่อย เมล็ดยาวสวย แต่กลับโชคร้ายที่ให้ผลผลิตต่อไร่ค่อนข้างต่ำ กล่าวคือ ออกลูกไม่ค่อยดกนั่นแหละครับ ถ้าจะให้เอาพันธุ์พ่อแม่จากภาคต่างๆ มาสลับผสมกัน ยังไงๆ ก็ได้พันธุ์ลูกที่แม้จะมีคุณภาพดี แต่ผลผลิตก็ยังต่ำติดพ่อติดแม่เหมือนเดิม

ครั้นจะเร่งผลผลิตโดยการให้สารอาหารหรือใส่ปุ๋ยมากขึ้น แทนที่จะได้เมล็ดกลับไปงอกงามเฉพาะที่ลำต้นและใบ หนักเข้าก็จะล้มนอนลงและไม่ยอมตั้งท้องออกเป็นลูกเป็นเมล็ดเสียอีก สุดปัญญาของเหล่านักวิจัยไทย
ที่จะพัฒนา จนในที่สุดต้องหันไปเสาะหาพ่อแม่พันธุ์ต่างชาติมาทดลองผสมดูบ้าง ซึ่งก็ได้อานิสงส์จาก IRRI หรือ อีรี่ นี่แหละครับ ที่เขาอนุญาตให้เราไปหยิบยืมพันธุ์ข้าวที่เขาเก็บรวบรวมไว้จากทั่วโลกมาใช้ ทั้งนี้เพราะอีรี่ คือองค์กรระหว่างชาติที่ไม่แสวงหากำไร ทำหน้าที่วิจัยและพัฒนาข้าวในทุกมิติเพื่อเพิ่มปริมาณอาหาร (ข้าว) เพื่อประโยชน์ของมวลมนุษยชาติ ก่อตั้งในช่วงปี 1960 โดยการสนับสนุนเริ่มแรกด้านเงินทุนจากสหรัฐอเมริกา ทั้งภาคและองค์กรเอกชนต่างๆ และจากประเทศสมาชิก ซึ่งได้แก่ประเทศปลูกข้าวย่านเอเชียรวมทั้งประเทศไทย โดยมีข้อตกลงร่วมมือซึ่งกันและกันทางด้านการวิจัยพัฒนาวิชาการด้านข้าว การแลกเปลี่ยนพันธุกรรมข้าว การฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากร และด้านอื่นๆ แต่มีเงื่อนไขว่า ทุกอย่างต้องมิใช่เป็นไปเพื่อธุรกิจการค้า หากแต่เพื่อประโยชน์ในเชิงวิชาการและมนุษยธรรมเท่านั้น และเพื่อความแฟร์ภายใต้ข้อตกลง ไทยเราก็ต้องมอบเชื้อพันธุ์ข้าวของเราไปเก็บรักษาไว้บางพันธุ์ การที่เราไปขอเอาเชื้อพันธุ์ข้าวต่างประเทศที่อีรี่เก็บรักษาไว้มาทำการผสมพันธุ์ สามารถสร้างเป็นข้าวพันธุ์ใหม่ๆ อีกจนกระทั่งปัจจุบันแทบจะนับไม่ถ้วน เช่น ข้าวพันธุ์ กข ต่างๆ

ประโยชน์ของประเทศไทยที่ได้จากอีรี่ที่เห็นได้ชัดคือ ทุกวันนี้ที่ประเทศไทยสามารถมีพันธุ์ข้าวที่สามารถปลูกได้ตลอดปีไม่ว่าจะเป็นช่วงฤดูไหน สามารถผลิตข้าวได้เกินจะพอกินและเหลือส่งขายเป็นอันดับหนึ่งของโลก ก็สืบเนื่องจากหัวเชื้อ หรือ พ่อแม่พันธุ์ข้าวที่มาจากอีรี่นี่แหละครับ ยิ่งไปกว่านั้น ข้าวที่ได้ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น ลำต้นเตี้ย ตั้งตรง ไม่ล้มง่าย รวงใหญ่ นี่ก็เพราะได้พ่อแม่พันธุ์ที่ดีซึ่งมาจากอีรี่เช่นเดียวกัน อาศัยว่าพื้นฐานพันธุ์ข้าวพื้นเมืองของไทยเรามีคุณภาพหุงต้มดี เมล็ดสวย เลยทำให้ข้าวบ้านเราได้ทั้งผลผลิตสูงบวกคุณภาพดีเข้าไปอีก เหนือกว่าข้าวต่างประเทศ และนี่คือความยอดเยี่ยมของพันธุ์ข้าวไทยที่โดดเด่นอยู่ในปัจจุบันไงครับ

ถามว่าแล้วทำไมผลผลิตเฉลี่ยข้าวของไทยเรายังต่ำกว่าเพื่อนบ้าน ตอบว่าถ้าจะวัดกันในเฉพาะพื้นที่ชลประทาน น้ำท่าสมบูรณ์ในภาคกลางแล้ว ข้าวบ้านเราไม่ได้ผลผลิตต่ำหรอกครับ เพราะเราได้กันประมาณ 1,000 กิโลกรัมต่อไร่ เทียบเท่าหรือเกินกว่าประเทศอื่นๆ ที่ได้ผลผลิตข้าวสูงเสียอีก แต่ที่ผลผลิตเฉลี่ยยังต่ำก็เนื่องจากส่วนมากพื้นที่นาบ้านเราถึงร้อยละ 70 ยังอยู่นอกเขตชลประทานและพึ่งพาน้ำฝนเป็นหลักอยู่ไงยิ่งในภาคอีสานที่มีปริมาณพื้นที่ทำนาครึ่งประเทศ เกือบทั้งหมดอาศัยแต่น้ำฝนที่ตกบ้างไม่ตกบ้าง แล้วอย่างนี้จะทำให้ต้นข้าวที่ปลูกออกดอกออกผลมากได้อย่างไร ก็อย่างที่บอกไปแล้วข้างต้น ข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพระดับโลก หรือข้าวเหนียวที่ปลูกในภาคอีสาน ก็เป็นข้าวพื้นเมืองที่ธรรมชาติให้ผลผลิตต่ำอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอขาดน้ำขาดอาหารอีกก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ และเมื่อนำผลผลิตที่ได้มาหารเฉลี่ยทั้งประเทศ ก็เลยไปดึงเอาที่สูงๆ ลงมาด้วยอย่างที่เห็น หมดหน้ากระดาษพอดีฉบับหน้าขอมาว่าต่ออีกนะครับ

ชาญพิทยา ฉิมพาลี

chanpithya@apterr.org