สมรภูมิแพร่ หลานแม่เลี้ยงติ๊ก พลิกไล่บี้ ‘วงศ์วรรณ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สมรภูมิแพร่ หลานแม่เลี้ยงติ๊ก พลิกไล่บี้ ‘วงศ์วรรณ’ (komchadluek.net)

สมรภูมิแพร่ หลานแม่เลี้ยงติ๊ก พลิกไล่บี้ ‘วงศ์วรรณ’

สมรภูมิแพร่  หลานแม่เลี้ยงติ๊ก  พลิกไล่บี้ 'วงศ์วรรณ'

13 ธันวาคม 2563 – 11:10 น.

เมืองแพร่แห่ธนาธร “โกลี่” หลานแม่เลี้ยงติ๊ก เกาะกระแสม็อบเด็ก มีโอกาสล้มตระกูล “วงศ์วรรณ”…คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดย ขุนน้ำหมึก

เมืองแพร่กำลังตกเป็นข่าวใหญ่ เมื่อเด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งได้แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง ในกีฬาสีของโรงเรียนดังประจำจังหวัด

อ่านข่าว : ฤทธิ์แดงดูไบ “ทัศนีย์” ชีช้ำ โน่นก็ “เจ๊” นี่ก็ “ลุง”

สำหรับเวทีเลือกตั้งนายก อบจ.แพร่ ผู้คนต่างเฝ้าจับตามองว่า อาจมีปรากฏการณ์ “ล้มช้าง” เหมือนการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2538

เหตุการณ์ในอดีต คนเมืองแพร่ยังจำได้ “แม่เลี้ยงติ๊ก” ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู พรรคประชาธิปัตย์ โค่นพ่อเลี้ยงณรงค์ วงศ์วรรณ แบบเหนือความคาดหมาย

แม่เลี้ยงติ๊ก เป็นลูกสาว “ศานิตย์ ศุภศิริ” อดีตมือขวาของพ่อเลี้ยงณรงค์ ซึ่งต้องการสร้างประวัติศาสตร์ให้แก่ตระกูล “ศุภศิริ” จึงผลักดันลูกสาวลงสนามการเมืองระดับชาติ

สมรภูมิแพร่  หลานแม่เลี้ยงติ๊ก  พลิกไล่บี้ 'วงศ์วรรณ'

อนุวัธ ลูกพ่อเลี้ยงณรงค์ วงศ์วรรณ

นับจากวันนั้นเป็นต้นมา ตระกูล “ศุภศิริ” จึงมีที่ยืนในเวทีการเมืองเมืองแพร่ เคียงข้าง “วงศ์วรรณ” และ “เอื้ออภิญญากุล”

++

หลานแม่เลี้ยงติ๊ก

++

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.2563 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้า เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ที่บริเวณสามแยกพญาพล ต.ป่าแมต อ.เมือง จ.แพร่ เพื่อหาเสียงช่วย สุภวัฒน์ ศุภศิริ ผู้สมัครนายกอบจ.แพร่ ปรากฏว่า มีชาวแพร่เข้าร่วมฟังมากกว่าพันคน

“โกลี่” สุภวัฒน์ ศุภศิริ เป็นลูกชาย “โกโรจน์” สาโรจน์ ศุภศิริ นักการเมืองท้องถิ่นเมืองแพร่ และโกโรจน์ เป็นลูกพี่ลูกน้องกับแม่เลี้ยงติ๊ก

“โกลี่” เป็น ส.อบจ.แพร่ เขต อ.เมืองแพร่ โดยการสนับสนุนของพ่อ-โกโรจน์ และเคยไปช่วยงานฟุตบอลที่สโมสรแพร่ ยูไนเต็ด ซึ่ง “โกปี้” พงษ์สวัสดิ์ ศุภศิริ น้องชายแม่เลี้ยงติ๊กดูแลอยู่

ในทางการเมือง ตระกูล “ศุภศิริ แบ่งเป็น 2 สายคือ สายแม่เลี้ยงติ๊ก ที่ยังภักดีกับ ปชป. และสายโกโรจน์-สาโรจน์ ศุภสิริ ที่เลือกทางสายใหม่

สบจังหวะ พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ส.ส.แพร่ 2 คน ย้ายไปพรรคภูมิใจไทย โกโรจน์จึงส่ง “โกลี่” ลงสนามนายก อบจ.ในสีเสื้อก้าวหน้า

มาถึงวันนี้ โกลี่ หรือ สจ.ลี่ มีโอกาสสร้างปรากฏการณ์ “ล้มช้าง” ด้วยกระแสธนาธร

++

‘วงศ์วรรณ’ที่เหลืออยู

++

หลังพ่อเลี้ยงณรงค์ วงศ์วรรณ วางมือทางการเมือง ก็มีทายาทสองคน ที่เข้ามาสานต่องานการเมืองคือ “เสี่ยโอน” อนุสรณ์ วงศ์วรรณ และ “เสี่ยเอน” อนุวัธ วงศ์วรรณ

การเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2548 “เสี่ยเอน” อนุวัธ วงศ์วรรณ ในสีเสื้อไทยรักไทย เอาชนะ “แม่เลี้ยงติ๊ก” ล้างแค้นให้พ่อเลี้ยงณรงค์ ได้สำเร็จ

ปี 2550 อนุวัธ เบนเข็มมาเล่นการเมืองท้องถิ่น และได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.แพร่ และเป็นต่อเนื่องมาจากถึงวันนี้

สมรภูมิแพร่  หลานแม่เลี้ยงติ๊ก  พลิกไล่บี้ 'วงศ์วรรณ'

โกลี่ หลานแม่เลี้ยงติ๊ก

ตลอดระยะเวลาที่บริหาร อบจ.แพร่ เสี่ยเอน สานสัมพันธ์กับกลุ่มท้องถิ่นต่างๆ ทั้งที่สังกัดพรรคเพื่อไทย และคู่แข่งขันทางการเมืองอย่างกลุ่มแม่เลี้ยงติ๊ก

การเลือกตั้งนายก อบจ.แพร่ เที่ยวนี้ เสี่ยเอน ต้องทำงานหนัก เพราะกระแสคนรุ่นใหม่มาแรง จนทำให้อดีต ส.อบจ. กลุ่มฮักเมืองแป้หวั่นไหว

“อัครเดช” รองโฆษกปชป. ยันรมต. 7 คนของพรรค ทำงานซื่อสัตย์สุจริต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“อัครเดช” รองโฆษกปชป. ยันรมต. 7 คนของพรรค ทำงานซื่อสัตย์สุจริต (komchadluek.net)

“อัครเดช” รองโฆษกปชป. ยันรมต. 7 คนของพรรค ทำงานซื่อสัตย์สุจริต

"อัครเดช" รองโฆษกปชป. ยันรมต. 7 คนของพรรค ทำงานซื่อสัตย์สุจริต

13 ธันวาคม 2563 – 17:20 น.

อัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ รองโฆษกปชป. ยันรมต. 7 คนของพรรค ทำงานซื่อสัตย์สุจริต จี้ฝ่ายค้านเปิดหลักฐานรัฐบาลทุจริต อย่าพูดลอยๆ

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.2563 นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ทางรัฐมนตรีของพรรคทุกคนพร้อมให้การตรวจสอบและมั่นใจว่ารัฐมนตรีทั้ง 7 คนของพรรค ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ดังนั้น การที่ฝ่ายค้านใช้มาตรการตรวจสอบก็ถือเป็นเรื่องที่ดีในกลไกลรัฐสภา และเคารพการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน แต่โดยปกติแล้วของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ต้องรอให้ฝ่ายค้านมาตรวจสอบ ส.ส.ของพรรคก็ตรวจสอบกันเองอยู่แล้ว ถ้ามีความไม่ชอบมาพากล ทางส.ส.จะต้องมีกระบวนการตรวจสอบ

นายอัครเดช กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมารัฐมนตรีของพรรค ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีเหตุที่ต้องถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในส่วนของนายกฯ ที่ฝ่ายค้านพุ่งเป้านั้น ตนมั่นใจว่าเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น นายกฯ คงไม่มี แต่หากฝ่ายค้านมีข้อมูลอะไรก็ควรเปิดเผยออกมา ไม่อยากให้พูดลอยๆ เพราะหลายครั้งที่ฝ่ายค้านพูดมาก็ไม่มีอะไร และไม่มีข้อมูลใหม่นอกจากข้อมูลตามสื่อต่างๆ จึงอยากให้ฝ่ายค้านพูดและแสดงหลักฐานออกมาเลย เพราะเชื่อว่านายกฯ พร้อมที่จะชี้แจงอยู่แล้ว

นายอัครเดช กล่าวถึงกรณีที่นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.ที่ระบุว่าหลังวันที่ 1 เม.ย. 2564 จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ ความสมานฉันท์จะเกิดขึ้นว่า ในฐานะนักการเมืองอยากให้ความสมานฉันท์เกิดขึ้นในบ้านเมืองอยู่แล้ว เพราะจากที่ตนลงพื้นที่ชาวบ้านก็ต้องการความสงบ อยากให้รัฐบาลได้แก้ปัญหาประเทศชาติ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใด ก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะวันนี้กระบวนการสมานฉันท์ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

“การที่ระบุว่าสมานฉันท์จะเกิดหลังวันที่ 1 เม.ย. 2564 นั้น คงเพราะคณะกรรมการสมานฉันท์ที่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ตั้งขึ้น จากนี้ไป 4 เดือน จะออกดอกออกผล และฝ่ายค้านกลับใจเข้ามาร่วมในคณะกรรมการฯ รวมทั้งผู้ชุมนุมที่คิดว่าการสมานฉันท์เป็นทางออก ก็น่าจะเข้ามาร่วมกัน” นายอัครเดช กล่าว

ด่วน..ราชกิจจาฯ พระบรมราชโองการ พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ เพิ่มเติม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ด่วน..ราชกิจจาฯ พระบรมราชโองการ พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ เพิ่มเติม (komchadluek.net)

ด่วน..ราชกิจจาฯ พระบรมราชโองการ พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ เพิ่มเติม

ด่วน..ราชกิจจาฯ พระบรมราชโองการ พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ เพิ่มเติม

13 ธันวาคม 2563 – 15:39 น.

พระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ ในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช (ฉบับที่ ๒)

เมื่อวันนี้ 13 ธ.ค.2563 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยลงนามรับสนองพระบรมราชโองการโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

อ่าน..โปรดเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ 2563 (ฉบับแรก)

ทั้งนี้ ท้ายประกาศ ยังหมายเหตุถึงการออกฉบับที่ 2 โดยระบุว่า เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๓ (๑) แห่งพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๓ กำหนดให้นักโทษเด็ดขาดซึ่งมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษประหารชีวิตที่เคยได้รับพระราชทานอภัยโทษแล้วไม่อยู่ในข่าย ได้รับพระราชทานอภัยโทษอีก

สมควรให้โอกาสนักโทษเด็ดขาดกลุ่มดังกล่าวได้รับพระราชทานอภัยโทษ เพื่อให้โอกาสกลับประพฤติตนเป็นพลเมืองดี อันจะเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไป จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

ด่วน..ราชกิจจาฯ พระบรมราชโองการ พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ เพิ่มเติม
ด่วน..ราชกิจจาฯ พระบรมราชโองการ พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ เพิ่มเติม
ด่วน..ราชกิจจาฯ พระบรมราชโองการ พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ เพิ่มเติม

“แรมโบ้” ยืนยัน นายกฯและรัฐบาล มี นโยบายเร่งด่วนปราบปรามการทุจริตต่อเนื่อง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“แรมโบ้” ยืนยัน นายกฯและรัฐบาล มี นโยบายเร่งด่วนปราบปรามการทุจริตต่อเนื่อง (komchadluek.net)

“แรมโบ้” ยืนยัน นายกฯและรัฐบาล มี นโยบายเร่งด่วนปราบปรามการทุจริตต่อเนื่อง

"แรมโบ้" ยืนยัน นายกฯและรัฐบาล มี นโยบายเร่งด่วนปราบปรามการทุจริตต่อเนื่อง

13 ธันวาคม 2563 – 14:12 น.

“แรมโบ้” ยืนยัน นายกฯและรัฐบาล มี นโยบายเร่งด่วนปราบปรามการทุจริตต่อเนื่อง แตกต่างจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยไม่เคยคิด มีแต่จะทุจริตเองโดยเฉพาะโครงการจำนำข้าว ซัด “อนุสรณ์” ก่อนตำหนิรัฐบาลให้ย้อนดูตัวเองด้วย

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2563 นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุประธาน ป.ป.ช.ยอมรับสถานการณ์คอร์รัปชั่นไทยเข้าขั้นวิกฤต โดยเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยเห็นแล้วว่าตั้งแต่นายกฯเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ไม่เคยมีการทุจริต และยังได้ให้การปราบปรามการทุจริตเป็นนโยบายเร่งด่วน อีกทั้งมีความพยายามที่จะปราบปรามการทุจริตมาอย่างต่อเนื่อง ไม่เคยละเว้น 

และที่นายอนุสรณ์อ้างว่าประชาชนตั้งคำถามว่าสมัย คสช.มี ม.44 นายกฯมีอำนาจเต็ม เข้ามาปราบโกงแต่เอาเข้าจริงตัวเองโกงมากกว่า นายสุภรณ์กล่าวว่าหากพรรคเพื่อไทยเห็นว่านายกฯ หรือรัฐบาลโกงก็ขอให้มีหลักฐานมา เพราะนายกฯย้ำเสมอว่าหากมีหลักฐานให้นำมาเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

นายอนุสรณ์ อย่ามัวแต่มาสงสัยนายกฯหรือรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศแล้วจะโกง เพราะนายกฯ เข้ามาทำงานแก้ไขปัญหาให้ประเทศ และไม่เคยทำการทุจริตเลย นอกจากนี้ยังมีความพยายามที่จะเข้ามาปราบโกง ซึ่งแตกต่างจากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่มีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ ไม่เคยคิดที่จะปราบปรามการทุจริตอะไรเลยเลย  มีแต่จะทำเพื่อตัวเองและพวกพ้อง ช่วยกันทุจริตเอง โดยเฉพาะโครงการรับจำนำข้าว สร้างความเสียหายให้กับบ้านเมืองมีมูลค่าหลายแสนล้านบาท ทำไมนายอนุสรณ์และพรรคเพื่อไทย ไม่เอาเรื่องนี้มาพูดบ้าง ทั้งที่เรื่องนี้ได้สร้างความเสียหายกับประเทศเป็นอย่างมาก

"แรมโบ้" ยืนยัน นายกฯและรัฐบาล มี นโยบายเร่งด่วนปราบปรามการทุจริตต่อเนื่อง

นายสุภรณ์ กล่าวว่าตั้งแต่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นนายกฯ ยังไม่เคยมีข้อกล่าวหาใดๆที่เป็นประเด็นในการโกงกินบ้านเมือง ยังไม่เคยมีประวัติเสียหาย มีแต่คำชื่นชมจากประชาชนว่าเป็นนายกฯที่ใจซื่อมือสะอาด นายอนุสรณ์ฯลองย้อนกลับไปดูนายกฯสมัยพรรคไทยรักไทย และพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ถูกตรวจสอบว่ามีการออกกฎหมายเอื้อประโยชน์ครอบครัววงศ์ตระกูลและพวกพ้องรวมกี่คดี มีการดำเนินคดีทุจริตฉ้อโกงจนรัฐมนตรีหลายคนติดคุกติดตารางมากมายหลายคน ความจำเสื่อมหรือเปล่า

“ยิ่งพูดยิ่งเข้าตัว ยิ่งพูดยิ่งทำให้นายใหญ่เดือดร้อน จะยิ่งทำให้คนไทยลืมคดีโคตรโกงข้าวจากชาวนาไม่มีวันลืมลง เพราะนายอนุสรณ์พยายามรื้อฟื้นช่วยให้คนไทยไม่มีวันลืมคดีโกงข้าวชาวนา ทำให้ชาวนาคิดถึงไม่มีวันลืมนายใหญ่ตลอดเวลา  ดังนั้นช่วยหุบปากเหม็นๆของนายอนุสรณ์เสียทีเถอะ แค่นี้พรรคก็ตกตำ่จะแย่แล้ว แกนนำพรรคทยอยลาออกเลือดไหลไม่หยุด เป็นเพราะปากเน่าๆเหม็นๆที่อยากดังอย่างนายอนุสรณ์นี่แหละ ทำไมผู้ใหญ่ในพรรคไม่ห้ามปรามเสียที ยิ่งพูดพรรคยิ่งเสียหาย นายใหญ่ยิ่งเดือดร้อนเพราะคนปากประเภทนี้แน่นอนครับ” นายสุภรณ์ กล่าว

"แรมโบ้" ยืนยัน นายกฯและรัฐบาล มี นโยบายเร่งด่วนปราบปรามการทุจริตต่อเนื่อง

กกต.จัด “บิ๊กเดย์” 16 ธ.ค.นี้ทั่วประเทศปลุกใช้สิทธิเลือกตั้ง อบจ. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กกต.จัด “บิ๊กเดย์” 16 ธ.ค.นี้ทั่วประเทศปลุกใช้สิทธิเลือกตั้ง อบจ. (komchadluek.net)

กกต.จัด “บิ๊กเดย์” 16 ธ.ค.นี้ทั่วประเทศปลุกใช้สิทธิเลือกตั้ง อบจ.

กกต.จัด "บิ๊กเดย์" 16 ธ.ค.นี้ทั่วประเทศปลุกใช้สิทธิเลือกตั้ง อบจ.

13 ธันวาคม 2563 – 12:51 น.

กกต.จัด “บิ๊กเดย์” 16 ธ.ค.นี้ทั่วประเทศปลุกใช้สิทธิเลือกตั้ง อบจ.

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.63 สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการ​การ​เลือกตั้ง​(กกต.) ออกเอกสารข่าวระบุว่า ในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ สำนักงานกกต.จะจัดกิจกรรมเดินรณรงค์โค้งสุดท้ายเชิญชวนประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งกิจกรรมเดินรณรงค์จะจัดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ  ในเวลา 10.00 ถึง 12.00 น.

โดยส่วนกลางคือ กทม.ก็จะจัดงานเช่นกัน แม้จะไม่มีการเลือกตั้งท้องถิ่น แต่กกต. พร้อมด้วยปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และเลขาธิการ กกต. จะร่วมกันรณรงค์เชิญชวนให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาอยู่ หรือทำงานใน กทม.กลับไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกและนายก อบจ.ในวันอาทิตย์ที่ 20 ธ.ค. ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ภายใต้แนวคิด “ 20 ธันวา กลับบ้านใช้สิทธิ เลือกตั้งท้องถิ่น อย่างสุจริตโปร่งใส” ซึ่งในงานดังกล่าวจะมี ผู้บริหาร  พนักงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง  นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎ พิธีกร ดารา นักแสดง  รวมพลังรณรงค์เชิญชวนประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ภายในอาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ  

ทัังนี้สำนักงาน กกต. ยังขอเชิญชวนให้ประชาชนเตรียมความพร้อมไปใช้สิทธิเลือกตั้งแต่เนิ่นๆโดยเฉพาะผู้ที่จะต้องเดินทางกลับไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ควรวางแผนการเดินทาง  รวมทั้งเตรียมบัตรประจำตัวประชาชน (บัตรที่หมดอายุก็ใช้ได้)  หากไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน ก็สามารถใช้บัตรหรือหลักฐานที่ทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐออกให้ที่มีรูปถ่ายและมีเลขประจำตัวประชาชน  ตลอดทั้งสามารถตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง โดยกรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลักได้ที่ https://stat.bora.dopa.go.th/Election/enqelectloc/เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนไปใช้สิทธิในวันเลือกตั้ง

ในเบื้องต้นจังหวัดต่างๆ เตรียมพร้อมจัดกิจกรรมในวันดังกล่าว โดยแต่ละจังหวัดจะมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ในการเดินรณรงค์และร่วมกิจกรรม ซึ่งผู้บริหารสำนักงงาน กกต.ได้กำชับถึงการจัดกิจกรรมจะต้องอยู่ภายใต้เกณท์มาตราฐานการป้องกันโควิด-19  ของกระทรวงสาธารณสุขทุกจังหวัด แต่หากถึงวันจัดกิจกรรมจังหวัดใดที่อยู่ในเกณฑ์ต้องเฝ้าระวังก็สามารถงดได้ 

“วัชระ” ค้าน มหากาพย์โครงการก่อสร้างรัฐสภาขอขยายเวลาไม่รู้จบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“วัชระ”ค้าน มหากาพย์โครงการก่อสร้างรัฐสภาขอขยายเวลาไม่รู้จบ (komchadluek.net)

“วัชระ”ค้าน มหากาพย์โครงการก่อสร้างรัฐสภาขอขยายเวลาไม่รู้จบ

"วัชระ"ค้าน มหากาพย์โครงการก่อสร้างรัฐสภาขอขยายเวลาไม่รู้จบ

13 ธันวาคม 2563 – 10:12 น.

“วัชระ”ค้าน มหากาพย์โครงการก่อสร้างรัฐสภาขอขยายเวลาไม่รู้จบ ตั้งคำถามเบิ้มๆมีอิทธิพลการเมืองแทรกแซงเอื้อเอกชนหรือไม่

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.63 นายวัชระ  เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา มอบให้นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไปพิจารณาการขยายเวลาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ครั้งที่ 5 ว่า การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ สัญญาก่อสร้าง 900 วันเป็นเงิน 12,280 ล้านบาท เงื่อนไขที่ระบุไว้ผู้ซื้อซองทราบทุกบริษัทคือ ต้องสร้างเสร็จภายใน 900 วัน ก่อสร้าง 24 ชั่วโมง คนงานต้องไม่ต่ำกว่า 4,000 คน ถ้าสร้างไม่เสร็จต้องจ่ายค่าปรับวันละ 12 ล้านบาทเศษ แต่ปรากฏว่าที่ผ่านมามีการขยายเวลาไปแล้วถึง 4 ครั้งรวม 1,864 วัน ในสมัยนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติถึง 3 ครั้ง คือครั้งแรก 387 วัน ครั้งที่สอง 421 วัน และครั้งที่สาม 674 วันรวม 1,482 วัน สมัยนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา 1 ครั้ง 382 วันรวมทั้งสิ้นขยายสัญญามาแล้ว 4 ครั้ง จำนวน 1,864 วัน

โดยนายสรศักดิ์  เพียรเวช อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้อนุมัติทั้งสิ้น ซึ่งส่อว่าเอื้อประโยชน์ให้เอกชนอย่างเห็นได้ชัดและทำให้ราชการได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง ที่ผ่านมาได้ยื่นหนังสือคัดค้านการขยายเวลาก่อสร้างต่อนายชวนและนายสรศักดิ์  แต่นายสรศักดิ์กลับงุบงิบเซ็นอนุมัติย้อนหลัง โดยไม่ใส่ใจความเห็นของกลุ่มงานพัสดุ สำนักการคลัง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และกลุ่มบริษัทATTA ผู้ควบคุมงาน จึงได้ยื่นหนังสือถึงปปช.ให้สอบทุจริตการขยายเวลาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ทั้ง 4 ครั้งแล้วและให้สอบสวนกรณีนายสมชาย แสวงการ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เคยอภิปรายระบุชัดว่าโครงการนี้มีเงินหล่นหลักร้อยหลักพัน(ล้าน)ให้กับผู้ที่รับไปแล้ว ฝากนายกรัฐมนตรีและคสช.ขณะนั้นไปดำเนินการ  จึงเชื่อได้ว่ามีการทุจริตจริง แต่ยังไม่ทราบผลการดำเนินการจนบัดนี้ 

นายวัชระ ย้ำว่า เมื่อการขยายเวลาครั้งที่ 4 ไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้วการขยายเวลาครั้งที่ 5 ย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วย หากมีการต่อสัญญาอีกครั้งจริง ก็ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนนโยบายของนายชวนที่เคยให้สัมภาษณ์หลายครั้งว่าไม่มีนโยบายให้ต่อสัญญาการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่อีกต่อไป ดังนั้นตนจะยื่นหนังสือคัดค้านการขยายเวลาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ครั้งที่ 5 ต่อนายชวน หลีกภัย นางพรพิศ เพชรเจริญและปปช.เพื่อขอให้ระงับการขยายเวลาครั้งที่ 5 ต่อไป 

นายวัชระ ยังตั้งคำถามว่ามีบริษัทก่อสร้างใดในประเทศไทยได้รับอภิสิทธิ์การขยายเวลาก่อสร้างมากกว่าสัญญาหลักถึง 2 เท่า และทางราชการใจดีไม่เรียกค่าปรับเลยแม้แต่บาทเดียว มิหนำซ้ำบริษัทผู้รับเหมายังฟ้องเรียกค่าโง่จากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่ศาลปกครองกลางมากถึง 1,600 ล้านบาทแล้วยังมีหน้ามาขอขยายเวลาครั้งที่ 5 อีกไม่น้อยกว่า 133 วัน จึงต้องถามประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศว่าจะยินยอมให้ขยายเวลาการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ครั้งที่ 5 และขยายต่อไปไม่มีที่สิ้นสุดหรือไม่

ถ้าบริษัทก่อสร้างทั่วๆไปจะได้ขยายเวลาก่อสร้างอย่างง่ายดายเช่นนี้หรือ มีอิทธิพลการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องแทรกแซงด้วยหรือไม่ ขอเตือนนางพรพิศ  เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร หากกล้าสวนนโยบายประธานรัฐสภา หลังเกษียณก็เตรียมตัวไปให้การต่อปปช.เช่นเดียวกับนายสรศักดิ์ และเรื่องนี้จะต้องจบที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางแน่นอน

“ธนกร” อัด “เลขาก้าวไกล” อย่าแกล้งโง่ ชี้ผิด ม.112เพราะแสดงความเห็นหมิ่นสถาบันฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ธนกร”อัด “เลขาก้าวไกล” อย่าแกล้งโง่ ชี้ผิด ม.112เพราะแสดงความเห็นหมิ่นสถาบันฯ (komchadluek.net)

“ธนกร”อัด “เลขาก้าวไกล” อย่าแกล้งโง่ ชี้ผิด ม.112เพราะแสดงความเห็นหมิ่นสถาบันฯ

"ธนกร"อัด "เลขาก้าวไกล" อย่าแกล้งโง่ ชี้ผิด ม.112เพราะแสดงความเห็นหมิ่นสถาบันฯ

13 ธันวาคม 2563 – 09:57 น.

“ธนกร”อัด “เลขาก้าวไกล” อย่าแกล้งโง่ ชี้ผิด ม.112เพราะแสดงความเห็นหมิ่นสถาบันฯ ยัน รัฐบาลไม่ได้แกล้งใคร ถ้าแสดงความเห็นแล้วติดคุกก็เพราะหมิ่นประมาท

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2563 นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ระบุว่า กังวลกรณีที่รัฐใช้ มาตรา112 รับมือนักศึกษา และไม่ควรมีใครถูกจำคุกเพราะแสดงความเห็นว่า ตนพยายามจะเข้าใจว่านายชัยธวัชแกล้งโง่ เพราะรัฐบาลไม่ได้มีนโยบายใช้ มาตรา 112 เอาผิดใคร แต่ใครทำผิดก็ต้องรับโทษ ไม่ใช่อยู่เฉยๆ แล้วโดนมาตรา112 ที่สำคัญหากมีการแจ้งความแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ดำเนินคดี ตำรวจก็จะโดนมาตรา157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ทั้งนี้ คณะราษฏรโดนมาตรา112 เพราะเหิมเกริม มีการจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ พี่น้องประชาชนจำนวนมากรับไม่ได้กับพฤติกรรมจึงไปแจ้งความดำเนินคดี ส่วนกรณีที่นายชัยธวัชระบุว่า ไม่ควรมีใครต้องติดคุกเพราะแสดงความเห็นนั้น นายชัยธวัชแกล้งตีมึนหรืออย่างไร เพราะถ้าเป็นการแสดงความเห็นปกติไม่มีใครต้องติดคุก แต่ที่ติดคุกเพราะเป็นการแสดงความเห็นที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพคนอื่น เป็นการหมิ่นประมาท เป็นการจาบจ้างสถาบันพระมหากษัตริย์

นายธนกร กล่าวอีกว่า ตนอยากถามนายชัยธวัชว่า ถ้ามีใครมาแสดงความเห็นดูหมิ่น ดูถูกดูแคลนนายชัยธวัช นายชัยธวัชรับได้หรือไม่ นายชัยธวัชก็คงต้องปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์โดยการไปแจ้งความดำเนินคดี ในทางกลับกัน หากไม่มีมาตรา112 สถาบันพระมหากษัตริย์คงถูกย่ำยีมากกว่านี้ เพราะขนาดมีมาตรา112 แกนนำคณะราษฏรยังไม่เกรงกลัว พูดจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์จนพี่น้องคนไทยทั่วประเทศต้องออกมาแสดงพลังปกป้อง ที่สำคัญมาตรา112 ทั่วโลกก็ใช้ ขอให้นายชัยธวัชเข้าใจด้วย วันนี้บ้านเมืองบอบช้ำมามากแล้ว อย่าหวนไปสู่ความขัดแย้งอีกเลย

“ศรีสุวรรณ” ร้องถอดถอนศิลปินแห่งชาติฐานหนุนม็อบหมิ่นสถาบัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ศรีสุวรรณ” ร้องถอดถอนศิลปินแห่งชาติฐานหนุนม็อบหมิ่นสถาบัน (komchadluek.net)

“ศรีสุวรรณ” ร้องถอดถอนศิลปินแห่งชาติฐานหนุนม็อบหมิ่นสถาบัน

"ศรีสุวรรณ" ร้องถอดถอนศิลปินแห่งชาติฐานหนุนม็อบหมิ่นสถาบัน

13 ธันวาคม 2563 – 09:30 น.

“ศรีสุวรรณ” ร้องถอดถอนศิลปินแห่งชาติฐานหนุนม็อบหมิ่นสถาบัน

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2563  นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่มีการจัดกิจกรรมงานรำลึกอนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม 2535 สวนสันติพร ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ โดยคณะกรรมการญาติพฤษภา 35 มีการเชิญศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ พร้อมด้วยปัญญาชนสยาม อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตร พร้อมด้วยญาติวีรชน เข้าร่วมกิจกรรมด้วยนั้น

ในงานดังกล่าว ได้มีศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันและเห็นด้วยอย่างมากกับข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อของนักศึกษา ไม่ว่าจะเป็น 1.ให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีลาออก 2.ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 3.ปฏิรูปสถาบัน ได้ติดตามข่าวการชุมนุมทุกวัน เคยนั่งรถมาสังเกตการณ์การชุมนุมด้วย “เห็นแล้วปลื้มใจ ที่เด็กตัวเล็กๆ ยังมีความสำนึกทางด้านการเมืองอย่างนี้แล้ว ดูข่าวแล้วน้ำตาไหล ประทับใจว่านอกจากนิสิต นักศึกษา ยังมีเด็กระดับประถมตัวนิดเดียวออกมาเดิน ดูแล้วเด็กสมัยนี้เขาก้าวหน้าจริงๆ ติดตามข่าวทุกวัน เคยแว่บมาดูการชุมนุมด้วย”

คำพูดดังกล่าวถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากถึงความเหมาะสมของคำให้สัมภาษณ์ของศิลปินแห่งชาติดังกล่าว เพราะไม่เชื่อว่าจะมาจากคนที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคล ผู้ที่สร้างสรรค์ผลงานศิลป์อันทรงคุณค่า มาเป็นระยะเวลายาวนาน โดยคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติและได้รับค่าตอบแทนให้หลายหมื่นบาทต่อเดือนจากภาษีของประชาชนจนกว่าจะสิ้นชีวิต ซึ่งคนที่อายุมากขนาดนี้แล้ว ยังไม่รู้จักบุญคุณสถาบัน ก็ไม่ควรต้องเกรงใจอีกต่อไป และเมื่อศิลปินแห่งชาติคนดังกล่าวกล้าที่จะแสดงออกถึงการสนับสนุนกลุ่มคนที่ออกมาจาบจ้วงสถาบัน จนกระทั่งต้องคดีอาญา รวมทั้งต้อง ม.112 กันอย่างไม่ละอายนั้น ทำให้เป็นที่เสื่อมเสียต่อสถานะของศิลปินแห่งชาติ ซึ่งต้องห้ามตามกฎกระทรวง กำหนดสาขา คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีกำรคัดเลือก และประโยชน์ตอบแทนของศิลปินแห่งชำติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2563 คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติโดยมติด้วยคะแนนเสียงอย่ำงน้อยสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่อาจยกเลิกการยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติที่มีความประพฤติเสื่อมเสียนั้นได้

ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงได้ทำหนังสือด่วนพร้อมพยานหลักฐานถึง รมว.วัฒนธรรมและเพื่อสั่งการไปยังคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาเพื่อเพิกถอนตำแหน่งศิลปินแห่งชาติจากบุคคลดังกล่าวเสีย เพราะตำแหน่งดังกล่าวมีศักดิ์สูงส่งเกินกว่าที่คนที่มีความคิดเยี่ยงนี้จะสมควรได้รับการยกย่องเชิดชูอีกต่อไป และเงินเดือนจากภาษีประชาชนจะได้นำไปใช้ในทางอื่นให้กับคนตกทุกข์ได้ยาก อันเป็นประโยชน์ต่อสังคมมากกว่าที่จะเอามาให้กับพวกที่ “แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน” นั่นเอง นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

“เรืองไกร” จี้ “บิ๊กตู่” สอบ AOT แก้ไขสัญญา ผ่าน ครม. หรือไม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“เรืองไกร” จี้ “บิ๊กตู่”สอบ AOT แก้ไขสัญญา ผ่าน ครม. หรือไม่ (komchadluek.net)

“เรืองไกร” จี้ “บิ๊กตู่”สอบ AOT แก้ไขสัญญา ผ่าน ครม. หรือไม่

"เรืองไกร" จี้ "บิ๊กตู่"สอบ AOT แก้ไขสัญญา ผ่าน ครม. หรือไม่

13 ธันวาคม 2563 – 09:20 น.

“เรืองไกร” จี้ “บิ๊กตู่”สอบ AOT แก้ไขสัญญา ผ่าน ครม. หรือไม่ ผิดวินัยการเงินการคลัง หรือไม่

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 63 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต สว. เปิดเผยว่า เห็นข่าวอดีต รมว.คลัง ตั้งประเด็นผ่านสื่อเกี่ยวกับ AOT แก้ไขสัญญาลดรายได้ที่ภาคเอกชนต้องจ่ายตามสัญญาเดิมโดยมีข้อสงสัยนั้น 

นายเรืองไกร กล่าวว่า เรื่องนี้ เกี่ยวข้องกับรายได้ของภาครัฐ และอาจเป็นเหตุให้งดโบนัสพนักงาน AOT ด้วย ตนจึงทำหนังสือถึงนายกฯประยุทธ์ เพื่อให้ชี้แจงและดำเนินการ ดังนี้

1. คณะรัฐมนตรีเคยมีมติให้ AOT แก้ไขสัญญาดังกล่าว หรือไม่

2. การที่ AOT แก้ไขสัญญาดังกล่าว เป็นการเอื้อประโยชน์ให้ภาคเอกชนหรือไม่ ทำให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ หรือไม่   และฝ่าฝืน พรบ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ มาตรา 27 หรือไม่

3. เรื่องนี้มีการร้องไปที่ก.คลัง ปัจจุบัน ก.คลังดำเนินการ หรือไม่

4. การประมูลตามสัญญาปัจจุบันอาจมีความไม่ชอบด้วย TOR นายกฯ รู้หรือไม่ และกล้าตรวจสอบหรือไม่ 

5. ขอให้นายกฯ ลงมากำกับดูแลด้วยตนเอง ได้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาอาจมีการวิ่งเต้นและร้องขอจากหลายฝ่ายเพื่อไม่ให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้

นายเรืองไกร กล่าวสรุป ว่า ตนจะส่งหนังสือพร้อมหลักฐานที่เกี่ยวข้องถึงนายกฯ ในเช้าพรุ่งนี้วันที่ 14 ธ.ค.  ทางไปรษณีย์ EMS

"เรืองไกร" จี้ "บิ๊กตู่"สอบ AOT แก้ไขสัญญา ผ่าน ครม. หรือไม่
"เรืองไกร" จี้ "บิ๊กตู่"สอบ AOT แก้ไขสัญญา ผ่าน ครม. หรือไม่

Health News : พบร่องรอยปอดเสียหายแม้ติดโควิด 3 เดือน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – Health News : พบร่องรอยปอดเสียหายแม้ติดโควิด 3 เดือน (naewna.com)

Health News : พบร่องรอยปอดเสียหายแม้ติดโควิด 3 เดือน

Health News : พบร่องรอยปอดเสียหายแม้ติดโควิด 3 เดือน

วันอาทิตย์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 09.10 น.

คณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ในอังกฤษ ทำการทดสอบให้ผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 10 คน อายุระหว่าง 19-69 ปี สูดแก๊สซีนอนระหว่างการสแกนด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือเอ็มอาร์ไอ เพื่อให้เห็นภาพปอดเสียหาย ผู้ป่วย 8 คน ยังคงมีปัญหาเรื่องหายใจลำบากและเหนื่อย หลังจากติดเชื้อไปแล้ว 3 เดือน แม้ว่าไม่ต้องเข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤติหรือต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ โดยการให้สูดแก๊สซีนอนระหว่างเอ็มอาร์ไอเห็นสัญญาณความเสียหายของทั้ง 8 คน ได้จากพื้นที่ในภายปอดที่อากาศไม่สามารถไหลเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างสะดวก

คณะนักวิจัยเตรียมทดลองกับผู้ป่วยมากถึง 100 คน เพื่อดูว่าได้ผลแบบเดียวกันกับผู้ป่วยโควิด-19 ที่ไม่ได้เข้าโรงพยาบาลและอาการไม่หนักหรือไม่ เพราะต้องการ
ศึกษาว่าเป็นความเสียหายชั่วคราวหรือถาวร และหากเกิดขึ้นกับผู้ป่วยทุกกลุ่มอายุ ไม่เฉพาะผู้สูงวัย ก็จะมีผลสำคัญต่อการรักษาผู้ป่วย เพราะอาจอธิบายได้ว่าเหตุใดผู้ป่วยจึงยังไม่แข็งแรงดังเดิมหลังจากติดเชื้อไปแล้วหลายเดือน