ปลัด อว. สุดปลื้ม ปิดงานยิ่งใหญ่ ‘มหกรรมดนตรี อว. เทิดพระเกียรติ 5 ธ.ค.64

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623262

ปลัด อว. สุดปลื้ม ปิดงานยิ่งใหญ่ 'มหกรรมดนตรี อว. เทิดพระเกียรติ 5 ธ.ค.64

วันอาทิตย์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 21.16 น.

ปลัด อว. สุดปลื้ม ปิดงานยิ่งใหญ่ “มหกรรมดนตรี อว. เทิดพระเกียรติ 5 ธันวาคม 2564” “มทร.ธัญบุรี” จัดเต็ม วงดนตรีไทย โชว์กลางกรุง

วันที่ 19 ธันวาคม 2564 บรรยากาศงาน “มหกรรมดนตรี อว.เทิดพระเกียรติ 5 ธันวาคม 2564 ธ สถิตในดวงใจ ไทยนิรันดร์” อบอวลไปด้วยความสุข คณะผู้บริหาร อว. ร่วมร้องเพลงพรปีใหม่ กับคณะวงดนตรีไทย และประชาชนที่มาร่วมงาน

ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  กล่าวว่า มหกรรมดนตรี อว. เทิดพระเกียรติ 5 ธันวาคม 2564 ปิดฉากอย่างสมบูรณ์ สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ได้ร่วมกันจัดงาน “มหกรรมดนตรี อว. เทิดพระเกียรติ 5 ธันวาคม 2564 ธ สถิตในดวงใจ ไทยนิรันดร์” นี้ กว่า 70 แห่ง ทุกภูมิภาคของประเทศ ในวันที่ 5 ธันวาคม จัดเกือบทุกจังหวัด ในกรุงเทพมหานคร ที่ผ่านมา กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้จัดงาน “มหกรรมดนตรี อว.เทิดพระเกียรติ 5 ธันวาคม 2564 ธ สถิตในดวงใจ ไทยนิรันดร์” โดยมีวงดนตรีของนิสิต นักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดของ อว. ผลัดเปลี่ยนและหมุนเวียนกันมาจัดแสดง รวม 15 วันที่จัดแสดง ระหว่างวันที่ 5-19 ธันวาคม 2564 ซึ่งแบ่งเป็น 3 ช่วง ช่วงแรกระหว่างวันที่ 5-7 ธันวาคม 2564 ณ ลานพาร์คพารากอนโดยมีวงดนตรีจาก วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยสยาม และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ช่วงที่ 2 จัดระหว่างวันที่ 8-12 ธันวาคม 2564 ณ ไอคอนสยาม ริเวอร์พาร์ค โดยมีวงดนตรีจาก มหาวิทยาลัยรามคำแหง, มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยรังสิต, และมหาวิทยาลัยศิลปากร และช่วงที่ 3 จัดระหว่างวันที่ 13-19 ธันวาคม 2564 ณ ลานหน้าเซ็นทรัลเวิล์ด โดยมีวงดนตรีจาก สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, มหาวิทยาลัยสยาม, สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,  รร. สาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี  ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา มีวงดนตรีสากล วงดนตรีไทย วงดนตรีเครื่องสาย ร่วมถึงการแสดง 70 สถาบัน ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีประชาชนให้ความสนใจมาฟังดนตรีเทิดพระเกียรติ ที่สำคัญมีน้อง ๆ นิสิต นักศึกษา ศิษย์เก่าของสถาบันต่าง ๆ ร่วมจัดแสดงเป็นการเทิดพระเกียรติมหกรรมการรวมตัวกันของสมาชิกของ อว. ครั้งใหญ่ที่สุด ที่ได้ร่วมใจมาน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระผู้ทรงเป็น “อัครศิลปิน” ในโอกาสเดียวกัน ได้ส่งความสุขให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทย อีกด้วย

มหกรรมดนตรี อว.เทิดพระเกียรติ 5 ธันวาคม 2564 ธ สถิตในดวงใจ ไทยนิรันดร์ ได้รับความสนใจจากนักเรียน นักศึกษา ตลอดจนประชาชนทั่วไปเข้าร่วมชมคับคั่ง ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้าย โดยได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มาร่วมชมการแสดง พร้อมมอบช่อดอกไม้แสดงความชื่นชม และขอบคุณ คณะดนตรีที่มาร่วมแสดงในครั้งนี้ นอกจากนี้ยังมี ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และรองศาสตราจารย์ ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เข้าร่วมชมการแสดงฯ 

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี นำวงดนตรีไทย จากภาควิชานาฏดุริยางคศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มาบรรเลงเพลงส่งท้ายในงานมหกรรมดนตรี อว. เทิดพระเกียรติ 5 ธันวาคม 2564 ได้บรรเลงเพลงทั้งหมด 7 เพลง อาทิ การแสดงรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เพลงโหมโรงมหาราช (วงปี่พาทย์ผสมเครื่องสาย) เพลงแขกขาว เถา (วงเครื่องสายเครื่องคู่) เพลงเต่ากินผักบุ้ง สองชั้น (วงปี่พาทย์ผสมเครื่องสาย) เพลงไทยดำเนินดอย เพลงเขมรโพธิสัตว์ (วงดนตรีไทยพิเศษ) และเพลงเงี้ยวรำลึก (วงปี่พาทย์ไม้แข็ง) ซึ่งการแสดงในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถและความตั้งใจในการทำนุบำรุง สืบสานศิลปวัฒนธรรมประจำชาติของไทย และการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง รัชกาลที่ 9 ให้ซาบซึ้งอยู่ในใจของผู้ที่ได้รับชม และรับฟัง

ช่วงท้ายของการจัดงานมหกรรมดนตรี อว. เทิดพระเกียรติ 5 ธันวาคม 2564 ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำทีมคณะผู้บริหาร ขึ้นเวทีร้องเพลง พรปีใหม่ ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ที่กำลังจะมาถึง

ม.เกริก จัดประชุมวิชาการระดับชาติ เน้นพัฒนางานวิจัยด้านสังคมและนวัตกรรม ไทย-จีน สู่ความยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623100

ม.เกริก จัดประชุมวิชาการระดับชาติ เน้นพัฒนางานวิจัยด้านสังคมและนวัตกรรม ไทย-จีน สู่ความยั่งยืน

วันอาทิตย์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 00.03 น.

ม.เกริก จัดประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 17 เน้นพัฒนางานวิจัยด้านสังคมและนวัตกรรม ไทย-จีน สู่ความยั่งยืน สอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของโลกในยุคปัจจุบัน

18 ธันวาคม 2564 ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเกริกวิชาการระดับชาติ ประจำปี 2564 ครั้งที่ 17 เรื่อง “ทิศทางการพัฒนางานวิจัยด้านสังคมและนวัตกรรม ไทย-จีน สู่ความยั่งยืน” ณ มหาวิทยาลัยเกริก กรุงเทพมหานคร โดยมีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ นักวิจัย นักศึกษา จากมหาวิทยาลัยเกริก เข้าร่วมในงานดังกล่าว

ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การวิจัยและนวัตกรรม มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา เป็นนโยบายหลักของ กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งทุกมหาวิทยาลัยจะต้องนำนโยบายนี้ไปขยายผลต่อยอดให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด โดยมหาวิทยาลัยเกริกได้จัดประชุมวิชาการระดับชาติมาอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้มุ่งเน้นประเด็นวิชาการและความร่วมมือระหว่างประเทศที่สำคัญ คือ ทิศทางการพัฒนางานวิจัยด้านสังคมและนวัตกรรมไทย-จีน สู่ความยั่งยืน สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวง ซึ่งหวังว่าการประชุมครั้งนี้จะช่วยพัฒนาคุณภาพการศึกษา และการวิจัยไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ การพัฒนางานวิจัยระดับนานาชาติ โดยเฉพาะด้านสังคมและนวัตกรรมไทย-จีนเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาอย่างยาวนาน อีกทั้งประเทศจีนมีนักวิจัย มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมมากมาย สามารถร่วมมือพัฒนางานวิจัยร่วมกันและต่อยอดสร้างนวัตกรรมอย่างยั่งยืนได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม กระทรวงศึกษาธิการ พยายามเพิ่มช่องทางการสื่อสารเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหรือผู้สนใจสามารถเข้าถึงแหล่งผลงานวิจัยได้สะดวกมากยิ่งขึ้น เพื่อขยายผลต่อยอดผลงานวิจัยสู่การนำไปใช้ได้จริง อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ

ด้านรองศาสตราจารย์สุพัฒน์ ธีรเวชเจริญชัย รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเกริก ได้จัดให้มีการประชุมวิชาการระดับนานาชาติต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 17 แล้ว เพื่อเป็นเวทีสำหรับการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการของคณาจารย์ประจำและคณาจารย์จากภายนอกมหาวิทยาลัย เป็นการส่งเสริมในการบริการวิชาการสู่สังคมโลกในการพัฒนาประเทศ รวมทั้งเปิดโอกาสให้นักศึกษาปัจจุบันได้มีส่วนร่วมในการแสดงผลงานทางวิชาการ และจัดกิจกรรมส่งเสริมความรักและความสามัคคีในหมู่คณะ ทั้งยังเป็นการประกันคุณภาพการศึกษาของคณะวิชาการและมหาวิทยาลัยเกริก

สำหรับการจัดงานประชุมวิชาการครั้งนี้แบ่งเป็นการปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “การศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม” โดย ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นอกจากนี้ยังมีการบรรยายพิเศษในหัวข้อที่น่าสนใจ ได้แก่ “สัมพันธ์ไทย-จีน สู่การศึกษาที่ยั่งยืน” โดยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญ ศาสตราจารย์ฟู่ เจิงโหยว ที่ปรึกษาอาวุโสสถาบันขงจื่อแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และการบรรยายพิเศษ เรื่อง “ทิศทางการพัฒนาเมืองสู่ความยั่งยืน โดยนายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งการนำเสนอผลงานวิชาการของนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษารวมทั้งนักวิจัยภายนอก

การประชุมเกริกวิชาการระดับชาติในปีนี้ ภายใต้หัวข้อทิศทางการพัฒนางานวิจัยด้านสังคมและนวัตกรรม ไทย-จีน สู่ความยั่งยืน เนื่องจากในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา จีนถือเป็นประเทศที่มีอิทธิพลต่อโลกเป็นอย่างมาก และยังเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีและการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันประเทศจีนเป็นประเทศที่โดดเด่นและเป็นหนึ่งในมหาอำนาจที่ถูกจับตามองมากที่สุด ดังนั้น การพัฒนางานวิจัยด้านสังคมและนวัตกรรมไทย-จีนจึงมีความสำคัญและมีส่วนผลักดันให้เกิดองค์ความรู้ที่สอดคล้องกับทิศทางการเติบโตของโลก ซึ่งนับเป็นโอกาสอันดีเพราะมหาวิทยาลัยเกริกมีผู้บริหาร และคณาจารย์ ที่มีความรู้ความสามารถและวิสัยทัศน์ที่จะพัฒนาการศึกษาให้ก้าวไกลและสอดคล้องต่อการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลก จึงเชื่อมั่นว่าความร่วมมือกันทางวิชาการของทั้งประเทศไทยและประเทศจีนในครั้งนี้ จะสามารถผลักดันให้เกิดการพัฒนางานวิจัยร่วมกันของทั้ง 2 ประเทศทั้งด้านสังคมและนวัตกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน -(016)

‘ตรีนุช’เดินหน้าสานต่อโรงเรียนคุณภาพ สร้างเครือข่ายพัฒนานักเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623040

'ตรีนุช'เดินหน้าสานต่อโรงเรียนคุณภาพ สร้างเครือข่ายพัฒนานักเรียน

วันเสาร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 16.42 น.

วันที่ 18 ธันวาคม 2564 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมาตนได้ไปเป็นประธานเปิดงาน “ TUB-UBON : มิติใหม่โรงเรียนคุณภาพมัธยมศึกษา ” ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ อุบลราชธานี ได้ชมการแสดงโปงลางของนักเรียน และ นิทรรศการหลักสูตรที่หลากหลาย อาทิ ห้องเรียนพิเศษ ห้องเรียน E-Sport, ห้องเรียนภาษาต่างประเทศ, ห้องเรียนฟุตบอล, ห้องเรียนศิลปะ ทำให้เห็นถึงความสามารถที่หลากหลายของนักเรียน รวมถึงห้องเรียนทวิศึกษา ที่จัดการเรียนการสอบหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) บวกกับ หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งทำให้นักเรียนสายสามัญศึกษา ได้มีโอกาสเข้ามาสัมผัสการเรียนในสายอาชีพ ซึ่งเป็นการช่วยเสริมจุดแข็งให้ผู้เรียน ได้มีทั้งองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานและการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21

“ดิฉันขอชื่นชมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ได้ผลักดันเรื่องการสร้างความเชื่อมั่น ไว้วางใจให้กับสังคม หรือ TRUST ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) คือ เรื่อง “โรงเรียนคุณภาพ” โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ อุบลราชธานี หรือ TUP-UBON เป็นตัวอย่างของโรงเรียนมัธยมคุณภาพประจำจังหวัดที่มีความน่าเชื่อถือ โดยเห็นได้จากการออกแบบหลักสูตรที่มีความหลากหลาย เพื่อรองรับศักยภาพและความต้องการของผู้เรียนที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามดิฉันฝากให้เน้นย้ำถึงหลักใหญ่ ของการพัฒนาโรงเรียนมัธยมคุณภาพประจำจังหวัด คือ ทำอย่างไรให้โรงเรียนมีคุณภาพ และได้มาตรฐานตามบริบทของตนเอง ลดความเหลื่อมล้ำให้เกิดความเท่าเทียม มีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอน มีอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เน้นผู้บริหารและครูที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพให้แก่ผู้เรียน ซึ่งการสร้างเครือข่ายของโรงเรียนเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ” รมว.ศธ.กล่าว

นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ตนยังได้เป็นประธานเปิดงาน “การเปิดตลาดน้ำซับ@UBN4 เวทีคนอวดดี อวดเก่ง อวดรู้ สู่อาชีพ”ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) อุบลราชธานี เขต 4 ด้วย ซึ่งพบว่า สพป.เขต 4 ได้นำนโยบายของ ศธ. และที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้มอบไว้มาปฏิบัติเป็นรูปธรรม ทั้งรูปแบบการทำงาน TRUST 12 นโยบายการจัดการศึกษา 7 วาระเร่งด่วน รวมถึง สพฐ.วิถีใหม่ วิถีคุณภาพ การใช้พื้นที่เป็นฐาน ใช้นวัตกรรมในการขับเคลื่อน โดยทาง สพป.เขต 4 ได้นำแนวนโยบายดังกล่าวมาพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ PARA MODEL หรือ การเรียนรู้แบบคู่ขนาน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา ทั้ง 5 ON โดยเน้นความปลอดภัยของผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งช่วยพลิกวิกฤตในการจัดการศึกษา ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้ผู้เรียนไม่พลาดโอกาสที่จะเรียนรู้ และยังได้สร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์

ทั้งนี้ การจัดการศึกษามีผู้เรียนเป็นเป้าหมายแห่งการพัฒนา เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และเป็นโจทย์สำหรับทุกเขตพื้นที่ฯ ที่จะต้องแสวงหาวิธีการ ที่จะทำให้ผู้เรียนของเรามีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้หลักความปลอดภัย วันนี้นอกเหนือไปจากการเรียนรู้แล้วจะต้องคิดถึงการต่อยอดองค์ความรู้ ออกมาเป็นทักษะ ออกมาเป็นผลงาน ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ หรือสร้างรายได้ให้กับผู้เรียน เพื่อให้การพัฒนาทักษะอาชีพ เป็นการศึกษาเพื่อสร้างอาชีพอย่างแท้จริง

รมว.ศธ. กล่าวด้วยว่า วันนี้เรากำลังอยู่ระหว่างการจัดการเรียนการสอนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ซึ่งเป็นการจัดการเรียนการสอนท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ซึ่งตนได้ติดตามข้อมูลการแพร่ระบาดในสถานศึกษาของแต่ละจังหวัดมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นข้อมูลในการประเมินความพร้อม รวมถึงกำหนดมาตรการที่จำเป็น เพื่อช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ซึ่งทราบว่า จังหวัดอุบลราชธานี มีจำนวนโรงเรียนที่เปิดเรียนเแบบ On-site ถึง 238 โรงเรียน มากเป็นอันดับ 6 ของประเทศ แต่หากมองเป็นเปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับจำนวนโรงเรียนทั้งจังหวัดที่มีอยู่ทั้งหมด 1,268 โรงเรียนแล้ว ก็คิดเป็น 19% เท่านั้น ซึ่งนับว่ายังต้องช่วยกันสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ปกครอง และประชาชนให้มากขึ้น ซึ่งการเข้ารับวัคซีน ก็เป็นทางหนึ่งที่จะช่วยให้ทุกคนผ่านพ้นสถานการณ์ในครั้งนี้ไปด้วยกัน
 

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ และ ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ร่วมประชุมขับเคลื่อนโครงการราชทัณฑ์ปันสุข

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/622972

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ และ ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ร่วมประชุมขับเคลื่อนโครงการราชทัณฑ์ปันสุข

วันศุกร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 20.00 น.

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ และ ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ร่วมประชุมขับเคลื่อนโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565

นพ.สกานต์ บุนนาค ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ นพ.วัฒน์ชัย มิ่งบรรเจิดสุข ผู้อำนวยการทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ นพ.ดนุภัทร รัตนวราห ประธานคณะกรรมการโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ และคณะเจ้าหน้าที่ของทั้งสองหน่วยงาน ได้ร่วมประชุมปรึกษาหารือแผนการดูแลรักษาผู้ต้องขังที่มีความเสี่ยงหรือป่วยเป็นโรคมะเร็ง ตลอดจนวางแผนถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านโรคมะเร็ง เพื่อให้ผู้ต้องขังกลุ่มดังกล่าวได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม อันเป็นการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภายใต้โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ณ ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2564

ปลัดศธ. เผย สอบคัดเลือก ศธจ.ต้องบริสุทธิ์ยุติธรรม ถ้าพบหลักฐานทำผิดฟันไม่เลี้ยง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/622914

ปลัดศธ. เผย สอบคัดเลือก ศธจ.ต้องบริสุทธิ์ยุติธรรม ถ้าพบหลักฐานทำผิดฟันไม่เลี้ยง

วันศุกร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 18.03 น.

วันที่  17 ธันวาคม 2564 นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ปลัดศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(สป.ศธ.)  ประกาศรับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัด(ศธจ.) ที่ว่างอยู่ 18 ตำแหน่ง ซึ่งจะมีการสอบข้อเขียนภาค ก ความรู้ ความสามารถเกี่ยวกับการบริหารงานในหน้าที่ และความรู้ ความสามารถเกี่ยวกับการวิเคราะกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน ในวันที่ 19 ธันวาคม นี้ที่โรงเรียนราชวินิตมัธยม โดยมีผู้มีสิทธิ์สอบจำนวน 88 คน แต่ขณะนี้มีข่าวว่าเริ่มมีการซื้อขายตำแหน่ง ล้ว ทั้งที่ยังไม่ได้ออกข้อสอบเลย และได้มีการเก็บตัวกรรมการออกข้อสอบและกรรมการคัดเลือกแล้วตั้งแต่เมื่อวาน โดยไม่มีใครได้ออกไปไหนเลย ดังนั้นข้อสอบจะไม่มีทางรั่วออกจากกรรมการแน่นอน การสอบครั้งนี้จะขึ้นบัญชีไว้ 2 ปี ใครสอบผ่าน 60% ก็จะขึ้นบัญชีทั้งหมด ซึ่งคาดว่าบัญชีนี้จะใช้ถึงปี 2566  

“ผมยืนยันว่าการสอบคัดเลือกในยุคของผมต้องเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม จะคัดเลือกคนที่ดีที่สุดเป็น ศธจ. การจ่ายเงินไม่มีทางเป็นไปได้ ความชั่วร้ายอย่างนั้นจะต้องไม่เกิดขึ้นในยุคของผม ผมเติบโตมาโดยไม่เคยซื้อขายตำแหน่ง เพราะฉะนั้นลูกน้องผมก็ต้องไม่ซื้อตำแหน่ง ต้องเติบโตมาด้วยความรู้ความสามารถของตัวเขาเอง  เพราะฉะนั้น การคัดเลือกต้องเป็นไปอย่างยุติธรรมแน่นอน ถ้ามีหลักฐานผมก็ไม่เลี้ยงไส้แน่ คนเราทำงานผิดพลาดได้ โกงไม่ได้” ปลัด ศธ.กล่าว  

‘พระมหาสมปอง’ลาสิกขา 29 ธ.ค.นี้-เพื่อไทยปืนไวทาบเล่นการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/622793

'พระมหาสมปอง'ลาสิกขา 29 ธ.ค.นี้-เพื่อไทยปืนไวทาบเล่นการเมือง

วันศุกร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 14.14 น.

แฟนคลับเอาใจช่วย “พระมหาสมปอง” กราบลา “พระพยอม” เตรียมลาสิกขาวันที่ 29 ธ.ค.นี้ ก่อนมุ่งหน้าทำธุรกิจในชื่อแบรนด์ “แม่ปอง” ส่วนอนาคตสนใจเล่นการเมือง เปรยคุย “วัน อยู่บำรุง” อยากทำทีมโฆษกพรรคเพื่อไทย แต่ถ้าไม่ได้ ยังมีเบอร์ “สิระ” พรรคพลังประชารัฐอยู่

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 17 ธันวาคม 2564 ที่วัดสวนแก้ว  ต.บางเลน  อ.บางใหญ่  จ.นนทบุรี พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต พระนักเทศน์ชื่อดัง จากวัดสร้อยทอง เดินทางไปกราบลาพระราชธรรมนิเทศ หรือพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว หลังตัดสินใจเตรียมลาสิกขา  พร้อมทั้งร่วมฉันเพล กับพระพยอม

พระมหาสมปอง  กล่าวว่า เบื้องต้นจะลาสิกขาในวันที่ 29 ธ.ค.เวลา 13.09 น.ที่วัดสระเกศ แต่ขอห้ามสื่อมวลชนไปทำข่าว แต่จะบันทึกคลิปไว้ให้ และวันที่ 30 ธ.ค.จะไปออกรายการชื่อดัง ส่วนวันที่ 31 ธ.ค.เดินทางไปสวดมนต์ข้ามปีที่ปากช่อง จ.นครราชสีมาที่ต้องเลื่อนวันสึก จากเดิมวันที่ 2 ม.ค.2565 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดแม่ ทางพระผู้ใหญ่บอกว่า ฤกษ์ไม่ดีหากสึกในวันนั้น ส่วนตัวก็เชื่อเรื่องแบบนี้ เพราะบวชมา 30 กว่าปี แต่ถ้าให้เลือกวันที่ 1 หรือ 3 ม.ค.2565 ก็กลัวไม่มีอะไรให้ทีมงานทำ จึงเลือกเองเป็นวันที่ 29 ธ.ค.นี้แทนสาเหตุที่สึก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความไม่เป็นธรรมในวงการสงฆ์ ใครจะขึ้นเป็นเจ้าอาวาส ไม่ได้สนใจอยู่แล้ว ความยุติธรรมในโลกนี้ไม่มีร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว เราเข้าใจ

พระมหาสมปอง  กล่าวต่อว่า  หลังจากลาสิกขา จะมุ่งไปทำธุรกิจครบวงจร ภายใต้ชื่อแบรนด์ “แม่ปอง” จะทำธุรกิจคอสเมติก หรือแม่ปอง คอสเมติก , แม่ปองของกิน (ปลาร้า น้ำพริก กาแฟ) , แม่ปองของใช้ (ยาสีฟัน) , การเขียนหนังสือ หรือทำรายการชวนวัยรุ่นเข้าวัด อาจชักชวนน้องจัดร่วมกัน (อดีตพระมหาไพรวัลย์) , ค่ายเพลง แม่ปองฮักมิวสิกที่เชียงใหม่ รับออดิชั่นรับคนทุกเพศวัยมาร้องเพลง , และรับรีวิวสินค้า รวมถึงสินค้าบางอย่างจะฝาก “พิมรี่พาย” ขาย โดยทุกยอดการขาย จะคืนสู่สังคม 10 เปอร์เซ็นต์

“ส่วนเรื่องลงเล่นการเมือง มีการพูดคุยกันจริง เพราะอยากช่วยเหลือสังคม โดยอาจเข้าไปทำหน้าที่ทีมโฆษกพรรคใดพรรคหนึ่ง เบื้องต้นมีการพูดคุยกับคุณวัน อยู่บำรุง ที่ช่วยพูดคุยให้กับผู้ใหญ่พรรคเพื่อไทย ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการพูดคุย และขอออกไปทำธุรกิจสักพัก จนถึงเวลาที่เหมาะสมเสียก่อน แต่ถ้าไม่ได้ ส่วนตัวมีเบอร์คุณสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐอยู่  เบื้องต้นมีการยื่นข้อเสนอ 3 ข้อ อาทิ 1.ช่วยชดใช้หนี้ 10 ล้านบาท 2.ขอเงินขวัญถุงติดตัว เพราะตนเองไม่มีเงินเลย 3.ขอเงินเดือนให้มีรายได้ครองชีพได้ โดยขอย้ำว่า ถ้าตนเองเล่นการเมืองในอนาคต จะไม่ทิ้งอุดมการณ์ที่จะช่วยเหลือประชาชน”พระมหาสมปอง กล่าว -001
 

ศธ.จับมือ สธ.พร้อมฉีดวัคซีนเข็ม 3 ให้ครูทุกคน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/622767

ศธ.จับมือ สธ.พร้อมฉีดวัคซีนเข็ม 3 ให้ครูทุกคน

วันศุกร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 12.22 น.

17 ธ.ค.64 ที่จังหวัดอุบลราชธานี นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 16 – 17 ธ.ค.นี้ ตนพร้อมด้วยนายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษา รมว.ศธ., นางสาวอรพินทร์ เพชรทัต เลขานุการ รมว.ศธ. ,ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และ นพ.สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยในวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมาได้เยี่ยมชมห้องเรียนของโรงเรียนอนุบาลตระการพืชผล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) อุบลราชธานี เขต 2 ซึ่งทำการสอนในระดับชั้นอนุบาล 1 ถึง ประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนทั้งสิ้น 860 คน นอกจากนี้ ยังได้ไปเยี่ยมชมการนำเสนอผลงานการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของสถานศึกษาและนักเรียน โดยใช้เครือข่ายพื้นที่เป็นฐาน จำนวน 19 เครือข่ายสถานศึกษา ในเขตพื้นที่บริการ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอตระการพืชผล อำเภอนาตาล อำเภอเขมราฐ อำเภอโพธิ์ไทร และอำเภอกุดข้าวปุ้น ที่ สพป.อุบลราชธานี เขต 2 ทั้งนี้ ในภาพรวมของสพป.อุบลราชธานี เขต 2 ที่มีโรงเรียนในสังกัดทั้งหมด 217 แห่ง ขณะนี้มีการเรียนการสอนในรูปแบบ On-site ทุกโรงเรียน

นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลา 8 เดือนที่ตนได้เข้ามาดำรงตำแหน่ง รมว.ศธ. มีความตั้งใจที่จะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงนักเรียนมาโดยตลอด แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีความรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา จึงทำให้ต้องติดตามการดำเนินงานของสถานศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษาผ่านระบบออนไลน์มาเป็นระยะ และเริ่มมีโอกาสได้ทยอยลงพื้นที่ตามที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่เมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งอำเภอตระการพืชผล ก็เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ตนให้ความสนใจ โดยได้หารือกับนายสุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษา รมว.ศธ. ในฐานะคนพื้นที่ ให้ช่วยดูแลและประสานความช่วยเหลือให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ดังกล่าวอยู่สม่ำเสมอ

“โรงเรียนเป็นข้อต่อที่สำคัญของนักเรียนในช่วงเปลี่ยนผ่าน ทำอย่างไรที่จะทำให้เด็กที่จบการศึกษาชั้น ป.6 ทุกคน สามารถเข้าเรียนต่อในระดับชั้น ม.1 ได้ทุกคน ไม่ตกหล่นออกจากระบบ ข้อนี้เป็นโจทย์สำคัญที่อยากเน้นย้ำให้ทุกโรงเรียนให้ความสำคัญ ซึ่งโรงเรียนอนุบาลตระการพืชผล สามารถนำโจทย์ดังกล่าวมาพัฒนาการดำเนินงานได้ดี จนวันนี้นักเรียนของโรงเรียนทุกคนได้เข้าเรียนต่อ ม.1 ครบ 100% ก็ต้องขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้รักษาสิ่งดีๆ นี้ต่อไป” รมว.ศธ. กล่าว

ด้าน นพ.สราวุฒิ กล่าวว่า ข้อมูลการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 นักเรียนอายุ 12 ปีขึ้นไป ของ สพป.อุบลราชธานี เขต 2 ได้รับวัคซีนเข็มหนึ่ง 4,231 คน คิดเป็น 74.40% ของนักเรียนทั้งหมด  ได้รับเข็มสอง 2,444 คน คิดเป็น 42.98% ยังไม่ได้รับวัคซีน 1,456 คน คิดเป็น 25.60% ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้รับเข็มหนึ่ง 2,278 คน คิดเป็น 87.99% ได้รับเข็มสอง 1,524 คน คิดเป็น 58.86% ได้รับเข็มสาม 200 คน คิดเป็น 7.72% ยังไม่ได้รับวัคซีน 311 คน คิดเป็น 12.01% ซึ่งขึ้นอยู่กับความสมัครใจ อย่างไรก็ตามขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีความพร้อมในการให้บริการฉีด Booster เข็ม 3 ให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน ภายใน 3 เดือนหลังได้รับวัคซีนเข็ม 2 แล้ว

‘เอนก’เปลี่ยนลุค!! กอดคอชวนนักศึกษาร่วมพัฒนาประเทศกับคนทุกช่วงวัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/622700

'เอนก'เปลี่ยนลุค!! กอดคอชวนนักศึกษาร่วมพัฒนาประเทศกับคนทุกช่วงวัย

วันพฤหัสบดี ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 20.51 น.

“เอนก” เปลี่ยนลุค!! กอดคอชวนนักศึกษาร่วมพัฒนาประเทศกับคนทุกช่วงวัย ย้ำการสื่อสารที่ดีเป็นพลังลดช่องว่าง ชี้ไทยเป็นประเทศที่ดีไม่แพ้ชาติใดในโลก  ยันไม่แทรกแซงการทำงานของอธิการบดี ด้าน”ผู้นำนักศึกษา” เชียร์ต่อยอดโครงการทุกปี

วันที่ 16 ธ.ค.64 ที่พิพิธภัณฑ์พระราม 9 จ.ปทุมธานี กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)จัดกิจกรรม U2T CAMP GROWTH MINDSET ระหว่างวันที่ 13-17 และ20-24 ธ.ค. ภายใต้โครงการ “มหาวิทยาลัยสู่ตำบลสร้างรากแก้วให้ประเทศ” โดยในวันนี้เป็นกิจกรรมต่อเนื่องวันที่ 4 ซึ่งมี นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.กระทรวง อว.เดินทางมาพบปะผู้นำนักศึกษา พร้อมด้วย นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการและโฆษกกระทรวงอว. และนายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย ร่วมพูดคุยกับนักศึกษาด้วย ซึ่งบรรยากาศภายในงานได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางอย่างเป็นกันเอง

นายเอนก กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้ทำไมการสื่อสารถึงสำคัญมาก เพราะเราเป็นสัตว์สังคม ต้องมีการสื่อสารกันแบบเข้าใจ ไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดพลาด การสื่อสารที่ดีอยู่ที่อินเนอร์ ต้องสร้าง ประชาสัมพันธ์ สิ่งที่เป็นบวก เพราะการสื่อสารที่ไม่เป็นทางการเต็มสังคม มีแต่ข่าวร้ายมากเกินข่าวจริง เราต้องมีข่าวดี เพื่อให้เห็นว่าโลกมีสองด้าน และต้องทำเรื่องลบให้เข้าใจว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ อยากฝากให้คนรุ่นใหม่เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ หน้าที่ของคนรุ่นใหม่ต้องสร้างความกระตือรือร้นในหัวใจ มองบวกจะเป็นพลังที่สำคัญ ให้รู้ว่าคนรุ่นเก่าจะช่วยพวกเราเต็มที่ ยืนยันว่ากระทรวงอว.พร้อมช่วยเต็มที่ ตนในฐานะรัฐมนตรี อว.ให้ความสำคัญคนรุ่นใหม่ เพราะเป็นทรัพยากรที่มีค่า เพราะฉะนั้นการที่นักศึกษามาร่วมกิจกรรมเข้ามาเป็นโฆษกกระทรวงอว. จะทำให้เข้าใจคนทุกวัย มาร่วมกันประสานจุดแข็งที่ไม่เหมือนกัน

“ประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลก ไม่เช่นนั้นต่างชาติคงไม่นิยมมาท่องเที่ยว เรามีสังคมวัฒนธรรมที่ดี ไม่แตกต่างจากญี่ปุ่นที่มีวัฒนธรรม ฉะนั้นจึงอยากให้ช่วยการสื่อสารสิ่งดีดี เราต้องตีปี๊ปอย่าทำอะไรเงียบๆ การเป็นนักศึกษาก็เป็นพลังคนรุ่นใหม่ที่สำคัญ ไม่อยากให้มองว่าเรื่องของผู้ใหญ่ทะเลาะกันเป็นปัญหาของเรา เพราะเป็นเรื่องนอกเหนือการควบคุม นักศึกษาไม่ควรเป็นนักประท้วงอาชีพ หรือไปทะเลาะกับอธิการบดี แต่ควรจะร่วมมือกันทำงาน ชีวิตผมเจออะไรที่ปั่นป่วน เคยเข้าป่าอันตรายมากแต่ก็รักษาตัวจนอยู่มาถึงอายุ 67 ปี มีโอกาสเป็นรัฐมนตรี ซึ่งถ้าเปรียบก็เป็นดอกไม้ก็อาจจะบานช้าเพราะว่ามีการวางแผนชีวิตและรู้จักรอคอย“

นายเอนก กล่าวว่า กระทรวงอว.มีลักษณะพิเศษเป็นกระทรวงที่ต้องทำงานทั้งระยะปานกลางและระยะยาวเพื่อทำให้ประเทศเจริญ และผลประโยชน์ต้องตกอยู่กับประชาชนภายใต้เครื่องมือเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์  ขณะเดียวกันคนรุ่นใหม่ต้องมีวินัย เพราะวินัยทำให้สังคมมีอารยะ วินัยจะมาคู่กับคุณธรรม  เพราะฉะนั้นโครงการวิศวกรสังคมจะทำเรื่องเหล่านี้ ทั้งนี้ขอยืนยันว่า ตนเป็นรัฐมนตรีที่ให้อิสระการทำงานกับผู้ใต้บังคับบัญชา พร้อมทั้งให้อิสระทางความคิดกับนักศึกษา จะไม่ไปสั่งอธิการบดีของมหาวิทยาลัย เพราะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย คนในมหาวิทยาลัยเป็นคนเก่งคนดี ชอบความเป็นอิสระ สิ่งที่ตนทำได้คือการให้นโยบายและการสื่อสารที่เข้าใจและถูกต้องกับคนเหล่านี้

ด้านนายเฉลิมรัฐ ปัดสำราญ อายุ 20 ปี นายกองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวเป็นโครงการที่ดี น่าสนใจ เปิดโอกาสให้นักศึกษาคนรุ่นใหม่ ได้พูดถึงความต้องการ ความรู้สึกที่อยากจะร่วมพัฒนาสังคม สะท้อนให้เห็นว่าผู้ใหญ่ยังรับฟังความคิดเห็นของเด็ก ทำให้ประเทศไทยเป็นสังคมที่น่าอยู่ จึงอยากให้กระทรวงอว.ทำโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง

“อุตตม-สนธิรัตน์”เคลื่อนไหวหนักเล็งชื่อ”อนาคตประเทศไทย” ลุยศึกเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/497617

20 ธ.ค. 2564 |10:20 น.

“อุตตม-สนธิรัตน์”เคลื่อนไหวหนักเล็งชื่อ"อนาคตประเทศไทย" ลุยศึกเลือกตั้ง

“อุตตม-สนธิรัตน์” เคลื่อนไหวต่อเนื่อง เล็งชื่อ อนาคตประเทศไทย จ่อตั้งพรรค ลุยศึกเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้า เชิญชวนผู้สนใจการเมืองมาร่วมงาน ด้วยการมองหาโอกาสใหม่ ๆ บนเส้นทางใหม่ ๆ อนาคตประเทศไทย เผยส่งคนไปกกต.จดแจ้งตั้งพรรค

วันนี้ (20 ธ.ค.) นายอุตตม สาวนายน อดีต รมว.คลังและอดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ในชื่อ ดร.อุตตม สาวนายน พร้อมระบุข้อความว่า “ชวนทุกท่านร่วมมองหาโอกาสใหม่ ๆ บนเส้นทางใหม่ ๆ เพื่ออนาคตประเทศไทย กับผมและคุณสนธิรัตน์ ครับ” พร้อมกันนี้ยังได้แนบคลิปภาพบรรยากาศวันที่นายอุตตม และนายสนธิรัตน์  สนธิจิรวงศ์ อดีต รมว.พลังงานและอดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ นั่งจิบกาแฟกันที่ร้านกาแฟริมแม่น้ำเจ้าพระยา เชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมทำงานการเมืองกับคนทั้งสองในนามพรรคอนาคตไทย 

“อุตตม-สนธิรัตน์”เคลื่อนไหวหนักเล็งชื่อ"อนาคตประเทศไทย" ลุยศึกเลือกตั้ง

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวแจ้งว่าการทำงานการเมืองในนามของพรรคอนาคตไทยนี้ ได้มีได้การส่งคนไปขอจดทะเบียนพรรคกับกกต.แล้ว แต่ขณะเดียวกันก็มีรายงานข่าวระบุว่านายสุวิทย์  เมษินทรี อดีต รมว.การอุดมศึกษาฯและอดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อาจไม่มาร่วมทำงานการเมืองในครั้งนี้ด้วย 
 

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ที่ผ่านมา นายอุตตม ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊ก โดยมีข้อความว่า “มาจิบกาแฟกันครับ… ก็ได้พูดคุยเรื่องอนาคตของประเทศ ซึ่งผมเชื่อว่าคนไทยคงคิดถึงเรื่องนี้กันมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ที่ใกล้จะหมดปีแล้ว คิดว่าคนไทยต้องการเห็นโอกาสใหม่ๆ ต้องการมีความหวัง และเมื่อมีความหวัง ทุกคนก็จะสามารถร่วมกันสร้างความหวังนั้นให้เป็นความจริง ผมคงมีเรื่องมาแลกเปลี่ยนกันหลังปีใหม่อย่างแน่นอนครับ”

“อุตตม-สนธิรัตน์”เคลื่อนไหวหนักเล็งชื่อ"อนาคตประเทศไทย" ลุยศึกเลือกตั้ง

ขณะที่ นายสนธิรัตน์  สนธิจิรวงศ์ อดีต รมว.พลังงานและอดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ  ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กภาพขณะนั่งจิบกาแฟพูดคุยกับนายอุตตม  เช่นเดียวกัน พร้อมกับโพสต์ข้อความว่า “คุยกันหลายเรื่องครับ  มุมมองของเรา 2 คน ยังเป็นเรื่องอนาคตประเทศไทย แล้วจะมาเล่าให้ฟังต่อ ๆ ไปนะครับ” 
 

ทั้งนี้ นายสนธิรัตน์และนายอุตตมจัดอยู่ใน “กลุ่ม 4 กุมาร” ซึ่งนอกจากทั้งสองคนแล้ว มีนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ และนายกอบศักดิ์  ภูตระกูล อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองและอดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเคยร่วมทำงานกันในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ 1 และมีบทบาทในการขับเคลื่อนพรรคพลังประชารัฐแต่เมื่อเกิดปัญหาขัดแย้งภายในพรรคเกี่ยวกับโควตารัฐมนตรี ทำให้ทั้ง 4 คนประกาศลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ พร้อมกับมีข่าวเตรียมจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่

“อุตตม-สนธิรัตน์”เคลื่อนไหวหนักเล็งชื่อ"อนาคตประเทศไทย" ลุยศึกเลือกตั้ง

ขณะที่ก่อนหน้านี้นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รับผิดชอบภาคใต้ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า  “I shall return (ฉันจะกลับมา)” และมีข่าวว่านายนิพิฏฐ์จะไปเป็นร่วมงานกับนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เพื่อก่อตั้งพรรคการเมืองใหม่เพื่ออนาคตประเทศไทยที่ดีกว่า โดยอยู่ในระหว่างกระบวนการจัดหาทีมนักการเมืองมาร่วมงานและพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นใหม่จะไม่ทะเลาะกับใคร เน้นฟื้นเศรษฐกิจประเทศ แก้ปัญหาปากท้อง รวมไปถึงภาคใต้

“อุตตม-สนธิรัตน์”เคลื่อนไหวหนักเล็งชื่อ"อนาคตประเทศไทย" ลุยศึกเลือกตั้ง

อีกทั้ง นายนิพิฏฐ์  ได้เคยให้สัมภาษณ์ในวันที่เดินทางไปยื่นหนังสือลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า จะไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่ในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยจะลง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และได้รับหน้าที่ให้ดูแลพื้นที่ภาคใต้ด้วย โดยพรรคการเมืองที่นายนิพิฏฐ์สังกัดจะเปิดตัวช่วงปลายเดือนมกราคม 2565 ตั้งแต่นี้ถือว่าตนเองได้เปลี่ยนค่าย เหมือนนักกีฬา เมื่อมีการเลือกตั้งใหม่ก็จะสู้กับพรรคประชาธิปัตย์ตามกติกาและกฎหมาย

“ศาลทหาร”ออกระเบียบกรณีกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีหมดความจำเป็นฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/497581

20 ธ.ค. 2564 |00:03 น.

"ศาลทหาร"ออกระเบียบกรณีกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีหมดความจำเป็นฯ

ราชกิจจาฯเผยแพร่ระเบียบที่ประชุมใหญ่ตุลาการพระธรรมนูญใน “ศาลทหารสูงสุด” ว่าด้วยการดำเนินการกรณีบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีหมดความจำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตหรือการประกอบอาชีพ

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ระเบียบที่ประชุมใหญ่ตุลาการพระธรรมนูญใน “ศาลทหารสูงสุด” ว่าด้วยการดำเนินการกรณีบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีหมดความจำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์หรือที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตหรือการประกอบอาชีพพ.ศ. ๒๕๖๔

ความว่า โดยที่มาตรา ๖ วรรคหนึ่งและวรรคสามของพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๖๒ กำหนดให้การที่ “ศาลทหาร” จะใช้บทบัญญัติทางกฎหมายที่มีโทษทางอาญา โทษทางปกครอง หรือสภาพบังคับที่เป็นผลร้ายอื่นแก่ผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบังคับแก่คดีใด

ถ้าศาลเห็นเองหรือคู่ความโต้แย้ง พร้อมด้วยเหตุผลว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นหมดความจำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์หรือที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตหรือการประกอบอาชีพและมิใช่กรณีบทบัญญัตินั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญอันเป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญและยังไม่มีคำวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ตุลาการพระธรรมนูญใน”ศาลทหารสูงสุด”

ในส่วนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินั้นหากศาลเห็นว่าเป็นเหตุผลอันสมควรให้ศาลส่งความเห็นต่อหัวหน้าสำนักตุลาการทหารเพื่อเสนอที่ประชุมใหญ่ตุลาการพระธรรมนูญใน”ศาลทหารสูงสุด”วินิจฉัย 

ในกรณีที่ประชุมใหญ่ตุลาการพระธรรมนูญใน”ศาลทหารสูงสุด”มีคำสั่งยกคำ ร้องหรือมีคำวินิจฉัยว่าบทบัญญัติกฎหมายยังมีความจำเป็นหรือสอดคล้องกับสภาพการณ์หรือไม่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตหรือการประกอบอาชีพให้ “ศาลทหารสูงสุด” แจ้งให้ศาลทราบเพื่อแจ้งให้ผู้ร้อง และผู้คัดค้านทราบโดยเร็วแล้วให้ศาลนั้นดำเนินการพิจารณาและมีคำพิพากษาต่อไป(ข้อ ๒๙ ของระเบียบฯ )

ในกรณีที่ที่ประชุมใหญ่ตุลาการพระธรรมนูญใน”ศาลทหารสูงสุด”มีคำวินิจฉัยว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายตามที่ศาลเสนอความเห็นหมดความจำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์หรือเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตหรือการประกอบอาชีพ ให้ “ศาลทหารสูงสุด” แจ้งให้ศาลทราบเพื่อแจ้งให้ผู้ร้อง และผู้คัดค้านทราบโดยเร็วและเพื่อพิจารณาใช้ดุลพินิจไม่ลงโทษ ลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือกำหนดสภาพบังคับที่เป็นผลร้ายแตกต่างจากที่กฎหมายกำหนดตามที่เห็นสมควร

ทั้งนี้สภาพบังคับที่เป็นผลร้ายแตกต่างจากที่กฎหมายกำหนดหมายถึง สภาพบังคับที่ไม่ใช่โทษอาญาและมีความร้ายแรงน้อยกว่าโทษที่กฎหมายกำหนดให้ศาลลงได้สำหรับความผิดนั้น เช่น การรอการกำหนดโทษหรือการรอการลงโทษในคดีที่ตามกฎหมายไม่อาจรอการกำหนดโทษหรือรอการลงโทษได้การนำวิธีการเพื่อความปลอดภัยมาใช้แก่จำเลยแทนการลงโทษ การนำเงื่อนไขคุมประพฤติมาใช้แทนการลงโทษ ( ข้อ 30 ของระเบียบฯ )

สำหรับระเบียบที่ประชุมใหญ่ตุลาการพระธรรมนูญใน”ศาลทหารสูงสุด”ว่าด้วยการดำเนินการกรณีบทบัญญัติกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีหมดความจำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์หรือที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตหรือการประกอบอาชีพ พ.ศ. ๒๕๖๔  มีทั้งหมด 31 ข้อ 

รายละเอียดดังนี้ 

"ศาลทหาร"ออกระเบียบกรณีกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีหมดความจำเป็นฯ
"ศาลทหาร"ออกระเบียบกรณีกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีหมดความจำเป็นฯ
"ศาลทหาร"ออกระเบียบกรณีกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีหมดความจำเป็นฯ
"ศาลทหาร"ออกระเบียบกรณีกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีหมดความจำเป็นฯ
"ศาลทหาร"ออกระเบียบกรณีกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีหมดความจำเป็นฯ
"ศาลทหาร"ออกระเบียบกรณีกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีหมดความจำเป็นฯ
"ศาลทหาร"ออกระเบียบกรณีกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีหมดความจำเป็นฯ