อีลอน มัสก์ เทขายหุ้นเทสลา มูลค่ากว่า 3,580 ล้านดอลลาร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2578451

อีลอน มัสก์ เทขายหุ้นเทสลา มูลค่ากว่า 3,580 ล้านดอลลาร์

15 ธ.ค. 2565 14:31 น.

อีลอน มัสก์ เทขายหุ้นเทสลา มูลค่ากว่า 3,580 ล้านดอลลาร์

“อีลอน มัสก์” เทขายหุ้นบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าเทสลา จำนวน 22 ล้านหุ้น มูลค่า 1.24 แสนล้านบาท ถือเป็นการขายครั้งที่สองนับตั้งแต่เข้าซื้อกิจการทวิตเตอร์

“อีลอน มัสก์” อดีตมหาเศรษฐีร่ำรวยสุดของโลก เทขายหุ้นบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าเทสลา จำนวน 22 ล้านหุ้น มูลค่า 3,580 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.24 แสนล้านบาท ถือเป็นการขายครั้งที่สองนับตั้งแต่เข้าซื้อกิจการทวิตเตอร์ ส่งผลให้ปีนี้มูลค่าหุ้น Tesla ลดลงกว่า 60% โดยเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนที่แย่ที่สุดในกลุ่มเทคโนโลยี และยานยนต์

ข้อมูลจากหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินสหรัฐฯ เปิดเผยว่า หุ้นเทสลาถูกขายเมื่อวันจันทร์ อังคาร และพุธในสัปดาห์นี้ ทำให้ในปีนี้ มัสก์ขายหุ้นเทสลาไปทั้งหมดราว 40,000 ล้านดอลลาร์ ส่วนสาเหตุการขายหุ้นเทสลาครั้งล่าสุดยังไม่ถูกเปิดเผย

ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ก่อนมัสก์ประกาศขายหุ้นเทสลา 19.5 ล้านหุ้น มูลค่า 3,950 ล้านดอลลาร์ หลังจากบรรลุข้อตกลงเข้าซื้อทวิตเตอร์มูลค่า 44,000 ล้านดอลลาร์

จากข้อมูลของ เรฟินิทีฟ ผู้บริการข้อมูลตลาดการเงิน เผยว่า มัสก์ยังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของเทสลาซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ 13.4%

เมื่อวันพุธ (14 ธ.ค.) ที่ผ่านมา มูลค่าหุ้นเทสลาในดัชนีแนสแด็กในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ปิดต่ำกว่า 500 ล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2563 และกลายเป็นหนึ่งในหุ้นที่มีผลตอบแทนแย่ที่สุดในกลุ่มหุ้นบริษัทผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ในปีนี้ เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าการเข้าซื้อทวิตเตอร์ ทำให้มัสก์หันเหความสนใจจากเทสลา 

นอกจากนี้ นักลงทุนยังกังวลว่า ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าเทสลาอาจตกต่ำ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย ต้นทุนกู้ยืมสูง และบริษัทรถยนต์อื่นๆ เริ่มเร่งผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเช่นกัน ทั้งยังได้รับผลกระทบจากการเรียกคืนรถยนต์จำนวนมากอีกด้วย

เมื่อปลายปีที่แล้ว มูลค่าของบริษัทเทสลาอยู่ที่มากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และเริ่มลดลงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ รายงานล่าสุดของ ฟอร์บส์ และบลูมเบิร์ก จัดอันดับความร่ำรวยของมหาเศรษฐีทั่วโลก อีลอน มัสก์ หลุดจากตำแหน่งบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ซึ่งผู้ที่ขึ้นมาเป็นหมายเลขหนึ่งแทนก็คือ นายแบร์นาร์ด อาร์โนลต์ มหาเศรษฐีชาวฝรั่งเศส ซีอีโอของกลุ่มธุรกิจสินค้าหรู “แอลวีเอ็มเอช” (LVMH). 

เปรูประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหลังประท้วงยืดเยื้อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2578300

เปรูประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหลังประท้วงยืดเยื้อ

15 ธ.ค. 2565 13:22 น.

เปรูประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหลังประท้วงยืดเยื้อ

เปรูประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ หลังจากการประท้วงที่ดุเดือดนาน 1 สัปดาห์ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย

เปรูประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศเมื่อวันพุธ โดยให้อำนาจพิเศษแก่ตำรวจ และจำกัดเสรีภาพในด้านต่างๆ ซึ่งรวมถึงสิทธิในการชุมนุม หลังจากการประท้วงที่ดุเดือดนาน 1 สัปดาห์ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย

การประท้วงดังกล่าวมีสาเหตุจาการขับไล่อดีตประธานาธิบดีเปโดร คาสติญโญ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม หลังถูกรัฐสภาเปรูพิจารณาการถอดถอนเขาออกจากตำแหน่งถึง 3 ครั้งภายในช่วงเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากนายคาสติญโญพยายามที่จะยุบสภามาเป็นระยะเวลา 9 เดือน รวมทั้งเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และประกาศเคอร์ฟิว ซึ่งก่อให้เกิดกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงทั้งจากสมาชิกสภา กองทัพ คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ รวมไปถึงคณะรัฐมนตรี ซึ่งสถาบันทางการเมืองระดับสูงในเปรูต่างชี้ว่าการกระทำดังกล่าวไม่ต่างจากการก่อรัฐประหาร

อัยการเปรูกล่าวว่า กำลังขอฝากขังนายคาสติญโญเป็นเวลา 18 เดือน ในข้อหากบฏและสมรู้ร่วมคิด ขณะที่ศาลฎีกาของเปรูหารือเพื่อพิจารณาคำร้องดังกล่าว แต่ได้ระงับการประชุมจนถึงวันพฤหัสบดี

นางดินา โบลูอาร์เต อดีตรองประธานาธิบดีในสมัยของนายคาสติญโญ ได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ หลังจากที่เขาถูกถอดถอน และตำแหน่งประธานาธิบดีของเธอได้ทำให้ผู้นำลาตินอเมริกาคนอื่นๆ มีความเห็นที่แตกต่างกัน

ความวุ่นวายทางการเมืองก่อให้เกิดการประท้วงอย่างรุนแรงทั่วเปรู โดยมีรายงานผู้เสียชีวิต 8 คน ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นในการปะทะกับตำรวจ ด้านกลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่า มีอย่างน้อย 6 คนตกเป็นเหยื่อของการยิง

โดยผู้ประท้วงได้ปิดถนนในกรุงลิมา และในอีกหลายเมือง เพื่อเรียกร้องอิสรภาพของนายคาสติญโญ และเรียกร้องให้นางดินา โบลูอาร์เต ผู้นำคนปัจจุบันลาออกจากตำแหน่ง และกำหนดการเลือกตั้งทั่วไปโดยทันที เพื่อเลือกประธานาธิบดีและสมาชิกสภาคองเกรสใหม่ทั้งหมด

ผู้ประท้วงยังได้จุดไฟเผาสถานีตำรวจ บุกยึดทางวิ่งของเครื่องบินที่ใช้โดยกองทัพ รวมถึงบุกรุกรันเวย์ของสนามบินนานาชาติอาเรกีปา ทางภาคใต้ของประเทศ

อัลเบอร์โต โอตาโรลา รัฐมนตรีกลาโหมกล่าวว่า “เราตกลงที่จะประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ เนื่องจากการกระทำป่าเถื่อนและความรุนแรง” พร้อมเสริมว่าการประกาศครั้งนี้หมายถึงการระงับเสรีภาพบางประการ รวมถึงสิทธิในการชุมนุมและเสรีภาพในการเดินทาง และทำให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจค้นบ้านได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น

โบลูอาร์เตได้กล่าวเรียกร้องความสันติ และกล่าวว่า “เราไม่สามารถมีการเจรจาได้หากมีความรุนแรง”

เธอกล่าวว่าการเลือกตั้งสามารถเลื่อนมาเป็นเดือนธันวาคม 2566 จากเดิมเดือนเมษายน 2567 ซึ่งเป็นวันที่เธอให้คำมั่นไว้ก่อนหน้านี้ 

รัฐบาลของโบลูอาร์เตยังได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่จากหลายประเทศในลาตินอเมริกา ซึ่งมีแนวโน้มว่าเพื่อหาเสียงสนับสนุนจากนานาประเทศ ในขณะที่ผู้นำเปรูต้องเผชิญกับคำวิจารณ์จากผู้นำฝ่ายซ้ายในลาตินอเมริกา เช่น นายอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ประธานาธิบดีเม็กซิโก.

ระทึก เครื่องเล่นสลิงช็อตในอังกฤษเชือกหลุด บาดเจ็บ 2 ราย (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2578226

ระทึก เครื่องเล่นสลิงช็อตในอังกฤษเชือกหลุด บาดเจ็บ 2 ราย (คลิป)

15 ธ.ค. 2565 12:50 น.

ระทึก เครื่องเล่นสลิงช็อตในอังกฤษเชือกหลุด บาดเจ็บ 2 ราย (คลิป)

เกิดเหตุผิดพลาดกับเครื่องเล่นสลิงช็อตในสวนสนุกวินเทอร์ วันเดอร์แลนด์ในไฮด์ปาร์กของอังกฤษ ส่งผลให้นักท่องเที่ยว 2 คนถูกเหวี่ยงไปกระแทกเสาบาดเจ็บ

นักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการสวนสนุกวินเทอร์ วันเดอร์แลนด์ในสวนสาธารณะไฮด์ปาร์ก กรุงลอนดอน ต่างช็อกไปตามๆ กัน เมื่อเครื่องเล่นสลิงช็อตที่มีนักท่องเที่ยวอยู่ภายใน 2 คน เชือกสปริงหลุดออกมา 1 ข้าง ขณะที่เพิ่งปล่อยตัว ทำให้ส่วนตัวแคปซูล

ที่นักท่องเที่ยว 2 คนอยู่ภายในกระเด้งไปกระแทกเสา ก่อนจะเหวี่ยงหมุนไปหลายรอบและหยุดลง โดยหลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เร่งเข้าช่วยเหลือนำตัวผู้บาดเจ็บทั้งสองคนลงมาและนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ยังไม่มีการเปิดเผยอาการบาดเจ็บของทั้งคู่แต่อย่างใด

ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้เข้าปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุ และปิดบริการเครื่องเล่นดังกล่าว พร้อมทั้งอพยพนักท่องเที่ยวออกจากบริเวณดังกล่าว เพื่อรอเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบสาเหตุต่อไป.

ญี่ปุ่นเล็ง 5 ปียกระดับกลาโหมรับมือทัพจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2578153

ญี่ปุ่นเล็ง 5 ปียกระดับกลาโหมรับมือทัพจีน

15 ธ.ค. 2565 10:00 น.

ญี่ปุ่นเล็ง 5 ปียกระดับกลาโหมรับมือทัพจีน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในวันที่ 16 ธ.ค. รัฐบาลญี่ปุ่นจะประกาศแผนการยกเครื่องนโยบายทางความมั่นคงของประเทศครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ซึ่งจะรวมถึงการเพิ่มงบประมาณกลาโหม การปรับเปลี่ยนสายบัญชาการทางทหาร และการจัดซื้อจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ที่จำเป็นในจำนวนมาก

ทั้งนี้ เอกสารความมั่นคงและกลาโหม 3 ฉบับ ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่อย่างเร็วที่สุดในวันดังกล่าว จะเป็นการเปลี่ยนโครงสร้างทางความมั่นคงของญี่ปุ่นครั้งสำคัญ ซึ่งนายคิชิดะ ฟุมิโอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นกล่าวว่า การเพิ่มความเข้มแข็งของรากฐานด้านความมั่นคงของประเทศ ถือเป็นเรื่องท้าทายอันเร่งด่วน เนื่องด้วยสภาพแวดล้อมทางความมั่นคงที่ตึงเครียด ญี่ปุ่นจำเป็นต้องยกระดับขีดความสามารถด้านกลาโหมภายใน 5 ปีหลังจากนี้

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานด้วยว่า เพื่อหลีกเลี่ยงคำครหาว่าเป็นการละทิ้งแนวทางสันติที่ญี่ปุ่นยึดมั่นมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในเอกสารความมั่นคงของรัฐบาลญี่ปุ่นจะเน้นย้ำจุดยืนว่าญี่ปุ่นยังคงยึดมั่นต่อนโยบายป้องกันตนเอง และจะไม่กลายเป็นประเทศทรงอิทธิพลด้านการทหาร ขณะที่เป้าหมายประสงค์การยกเครื่องครั้งนี้ ชัดเจนว่ามาจากความกังวลของรัฐบาลญี่ปุ่นต่อการขยายกำลังทางทหารของรัฐบาลจีน และการแสดงท่าทีของจีนในภูมิภาค ไปจนถึงความกังวลเรื่องการยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ

แผนการยกเครื่องความมั่นคงของรัฐบาลญี่ปุ่น มีประเด็นหลักคือ การเพิ่มงบประมาณกลาโหมให้เทียบเท่า 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศญี่ปุ่น (GDP) ภายในปี 2570 จากที่ผ่านมาจะคงไว้ที่ระดับ 1% ของจีดีพี ซึ่งการเปลี่ยนเป็น 2% ดังกล่าวจะทำให้ญี่ปุ่นมีมาตรฐานงบกลาโหมแบบเดียวกับชาติ สมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) งบประมาณจะถูกใช้ในการจัดซื้อจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีขีดความสามารถในการโจมตีตอบโต้ และสกัดกั้นการโจมตีจากแหล่งต้นทาง ในส่วนนี้ยังรวมถึงการจัดซื้อจรวดร่อนโทมาฮอว์กจากสหรัฐฯ สูงสุด 500 ลูก เพื่อใช้อุดจุดอ่อน และญี่ปุ่นจะได้มีเวลาพัฒนาจรวดและขีปนาวุธของตนเอง

ก่อนหน้านี้ สื่อท้องถิ่นญี่ปุ่นรายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศร่วมมือผลิตเครื่องบินรบรุ่นใหม่ ร่วมกับอังกฤษและอิตาลี ทั้งมีเป้าหมายที่จะพัฒนาจรวดความเร็ว เหนือเสียง ขณะที่พรรครัฐบาลญี่ปุ่นยังต้องการตีตราว่าจีนคือภัยคุกคามของประเทศ แต่ได้รับแรงกดดันจากพรรคร่วมจนมีการปรับแก้คำให้อ่อนลง โดยเปลี่ยนเป็นมองว่าจีนเป็นสิ่งที่น่าวิตกกังวลอย่างหนัก และความท้าทายทางยุทธศาสตร์ของญี่ปุ่น.

สหรัฐฯเปิด “ฐานทัพอวกาศ” ที่เกาหลีใต้ ป้องกันภัยคุกคามจากขีปนาวุธเกาหลีเหนือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2578118

สหรัฐฯเปิด "ฐานทัพอวกาศ" ที่เกาหลีใต้ ป้องกันภัยคุกคามจากขีปนาวุธเกาหลีเหนือ

15 ธ.ค. 2565 09:44 น.

สหรัฐฯเปิด “ฐานทัพอวกาศ” ที่เกาหลีใต้ ป้องกันภัยคุกคามจากขีปนาวุธเกาหลีเหนือ

กองทัพสหรัฐฯ ทำพิธีเปิดฐานทัพอวกาศ ในเกาหลีใต้ เพื่อช่วยให้กองทัพเกาหลีใต้ยกระดับความสามารถในการป้องกันตนเองจากภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นของขีปนาวุธเกาหลีเหนือ

สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2565 กองทัพสหรัฐฯ ได้ทำพิธีเปิดฐานทัพอวกาศ ในเกาหลีใต้ เพื่อช่วยให้กองทัพเกาหลีใต้ยกระดับความสามารถในการป้องกันตนเองจากภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นของขีปนาวุธเกาหลีเหนือ โดยฐานทัพอวกาศของสหรัฐฯ ตั้งอยู่ที่ฐานทัพอากาศโอลซาน ของสหรัฐฯ ใกล้กับกรุงโซล ซึ่งการก่อตั้งฐานทัพอวกาศของกองทัพอวกาศสหรัฐฯ นับเป็นการเคลื่อนไหวล่าสุดที่เปิดทางให้รัฐบาลสหรัฐฯ จับตาเกาหลีเหนือ จีน และรัสเซียได้ดียิ่งขึ้น หลังจากเกาหลีเหนือระดมทดสอบขีปนาวุธพิสัยไกลที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้ ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยขีปนาวุธนี้ออกแบบมาให้สามารถโจมตีได้ไกลถึงดินแดนสหรัฐฯ

พลโทโจชัว แมคคัลเลียน ผู้บัญชาการฐานทัพอวกาศของสหรัฐฯ ในเกาหลีใต้ กล่าวว่า เพียงแค่ 48 ไมล์ทางเหนือของเรามีภัยคุกคามอยู่ ภัยคุกคามที่เราต้องเตรียมพร้อมที่จะยับยั้ง ป้องกัน และหากจำเป็นก็ต้องเอาชนะ ให้ได้

ทางด้านพอล ลาคาเมรา ผู้บัญชาการกองกำลังผสมสหรัฐฯ-เกาหลีใต้ กล่าวว่า การตั้งฐานทัพอวกาศที่เกาหลีใต้ เป็นการเสริมศักยภาพในการป้องกันมาตุภูมิ ช่วยผดุงสันติภาพและความมั่นคงในคาบสมุทรเกาหลีและเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ.

อียูต้อนรับนายกฯ พร้อมผู้นำอาเซียน ร่วมประชุมสุดยอด ตอกย้ำความสัมพันธ์ 45 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2578113

อียูต้อนรับนายกฯ พร้อมผู้นำอาเซียน ร่วมประชุมสุดยอด ตอกย้ำความสัมพันธ์ 45 ปี

15 ธ.ค. 2565 09:21 น.

อียูต้อนรับนายกฯ พร้อมผู้นำอาเซียน ร่วมประชุมสุดยอด ตอกย้ำความสัมพันธ์ 45 ปี

อียู ต้อนรับบรรดาผู้นำชาติสมาชิกอาเซียน เข้าร่วมประชุมสุดยอดครั้งที่ 45 ฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองภูมิภาค ท่ามกลางปัญหาสงครามในยูเครน และคดีคอร์รัปชันพัวพันสภายุโรป

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. นายชาร์ล มิเชล ประธานคณะมนตรีสหภาพยุโรป และนางเออซูลา วอน เดอ โวเยน ประธานคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป ให้การต้อนรับบรรดาผู้นำประเทศสมาชิกกลุ่มอาเซียน รวมไปถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่สำนักงานใหญ่สหภาพยุโรป ในกรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยียม ก่อนที่จะเปิดการประชุมสุดยอด “อียู-อาเซียน” ครั้งที่ 45 และฉลองครบรอบ 45 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างอียู และอาเซียน

โดยการประชุมสุดสุดยอด “อียู-อาเซียน” ในครั้งนี้ จะมุ่งเน้นการหารือขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างสองภูมิภาค ตลอดจนขยายโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานระหว่าง 2 กลุ่มประเทศ มูลค่า 10,000 ล้านยูโร ภายใต้โครงการ “โกลบัล เกตเวย์” ท่ามกลางการแผ่ขยายอิทธิพลของจีนในอาเซียน ภายใต้โครงการ “ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” (Belt and Road Initiative-BRI) ท่ามกลางความท้าทายของอียู จากปัญหาสงครามในยูเครน การคดีคอร์รัปชันพัวพันสภายุโรป

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ไม่ได้เดินทางมาเข้าร่วม เนื่องจากต้องเดินทางไปกาตาร์ เพื่อร่วมเชียร์ฟุตบอลโลกรอบรองชนะเลิศ ระหว่างทีมชาติฝรั่งเศส กับโมร็อกโก ในขณะที่พลเอกอาวุโส มิน อ่องหล่าย ของเมียนมา ก็ไม่ได้เดินทางมาเนื่องจากทางเจ้าภาพอียู ปฏิเสธที่จะเชิญผู้นำเมียนมามาเข้าร่วม

อียูต้อนรับนายกฯ พร้อมผู้นำอาเซียน ร่วมประชุมสุดยอด ตอกย้ำความสัมพันธ์ 45 ปี


ขณะเดียวกันอาเซียนและอียู ตั้งเป้าจะหารือประเด็นการขยายความร่วมมือในการผลิตพลังงานสะอาด เพิ่มขึ้น เพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ขณะที่อียูจะเดินหน้าผลักดันข้อตกลงการค้าเสรีกับอาเซียน ปูทางสู่การข้อตกลงแยกต่างหากระหว่างอียูกับแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียน อย่างสิงคโปร์และเวียดนาม และอินโดนีเซียที่ได้มีการเจรจาไปแล้ว ขณะที่ในส่วนของไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ อยู่ระหว่างกระบวนการเปิดเจรจา

ด้านนายชาร์ล มิเชล กล่าวว่าการค้าคือเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับการส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดมากขึ้นระหว่างสองภูมิภาค โดยข้อตกลงการค้าระหว่างอยู่กับเวียดนาม และอียู กับสิงคโปร์ ได้ช่วยเสริมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง.

ฝนกระหน่ำดีอาร์คองโก ทำดินถล่ม-น้ำท่วมเมืองหลวง ดับแล้ว 120 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2578053

ฝนกระหน่ำดีอาร์คองโก ทำดินถล่ม-น้ำท่วมเมืองหลวง ดับแล้ว 120 ศพ

15 ธ.ค. 2565 04:59 น.

ฝนกระหน่ำดีอาร์คองโก ทำดินถล่ม-น้ำท่วมเมืองหลวง ดับแล้ว 120 ศพ

เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องที่กรุงคินชาซา ของดีอาร์คองโก ทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงและดินถล่มหลายจุด ล่าสุดพบผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 120 ศพ

สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) ออกแถลงการณ์ในวันพุธที่ 14 ธ.ค. 2565 ระบุว่าฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันจันทร์และตลอดวันอังคารที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มหลายจุดในเมืองหลวงกรุงคินชาซา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 120 ศพแล้ว

ฝนที่กระหน่ำลงมาสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อบ้านเรือนและท้องถนน ทำให้นายกรัฐมนตรี ฌอง-มิเชล ซามา ลูคงเด จัดการประชุมฉุกเฉินเมื่อคืนวันอังคาร ร่วมกับเจ้าหน้าที่และตำรวจท้องถิ่น รัฐบาลยังประกาศให้มีการไว้อาลัยทั่วประเทศให้แก่ผู้เสียชีวิตเป็นเวลา 3 วัน และจะออกค่าทำศพให้ผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติครั้งนี้ด้วย

ด้านนาย ฌอง-ฌาคส์ เอ็มบุนกานี เอ็มบันดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของดีอาร์คองโก บอกกับสำนักข่าว รอยเตอร์สว่า จำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีกซึ่งกระทรวงสาธารณสุขระบุจำนวนผู้เคราะห์ร้ายไว้ที่ 141 ศพ มากกว่าตัวเลขจากรัฐบาล แต่พวกเขาย้ำว่า จำเป็นต้องมีการตรวจสอบอีกครั้งร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ

เฟดขึ้นดอกเบี้ยระยะสั้นอีก 0.5% คาดเงินเฟ้อสูงเกินเป้าจนถึงปี 68

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2578050

เฟดขึ้นดอกเบี้ยระยะสั้นอีก 0.5% คาดเงินเฟ้อสูงเกินเป้าจนถึงปี 68

15 ธ.ค. 2565 04:10 น.

เฟดขึ้นดอกเบี้ยระยะสั้นอีก 0.5% คาดเงินเฟ้อสูงเกินเป้าจนถึงปี 68

ธนาคารกลางสหรัฐฯ ขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.5% น้อยกว่าช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และคาดการณ์ด้วยว่า อัตราเงินเฟ้อจะสูงเกินไปหมายไปจนถึงปี 2568

สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 14 ธ.ค. 2565 ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อนุมัติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นขึ้นอีก 0.5% ตามมาตรการแข็งกร้าวเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อซึ่งพุ่งขึ้นสูงที่สุดนับตั้งแต่ยุคต้นทศวรรษที่ 80 ทำให้อัตราดอกเบี้ยตอนนี้อยู่ที่ 4.25-4.5% สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2550

การขึ้นดอกเบี้ย 0.5% นับว่าต่ำกว่า 4 ครั้งก่อนหน้านี้ที่เฟดปรับขึ้นถึงครั้งละ 0.75% เกิดขึ้นหลังจากสำนักงานสถิติแรงงานเผยแพร่ดัชนีราคาผู้บริโภคซึ่งชี้ว่า อัตราเงินเฟ้อในเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 7.1% เมื่อคิดแบบปีต่อปี ลดลงจากเมื่อเดือนตุลาคมที่เพิ่มขึ้น 7.7% และลดลงเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกันส่งสัญญาณว่าวิกฤติเงินเฟ้อเริ่มบรรเทาลงแล้ว

เฟดยังเผยแพร่รายงานสรุปการคาดการณ์เศรษฐกิจที่นักลงทุนเฝ้ารอมานาน โดยการคาดการณ์ในเดือนธันวาคมชี้ว่า ดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ จะขึ้นไปอยู่ที่ 5-5.25% จากเมื่อเดือนกันยายนที่คาดไว้ที่ 4.5-4.75%

ขณะที่ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่เฟดใช้เป็นตัวชี้วัดอัตราเงินเฟ้อ จะอยู่เหนือเป้าหมายที่ 2% ไปจนถึงปี 2568 เป็นอย่างน้อย ส่วนอัตราว่างงานจะเพิ่มขึ้นจาก 3.7% ในปัจจุบันไปเป็น 4.6% เมื่อถึงสิ้นปี 2566 และจะอยู่ในระดับนั้นไปตลอดปี 2567 ด้าน GDP จะลดลงเหลือ 0.5% ในปีหน้า จากเดิมที่คาดไว้ที่ 1.2%

สหรัฐฯ เล็งส่งมิสไซล์ป้องกันโจมตีทางอากาศ ‘แพทริออต’ ให้ยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2578040

สหรัฐฯ เล็งส่งมิสไซล์ป้องกันโจมตีทางอากาศ ‘แพทริออต’ ให้ยูเครน

15 ธ.ค. 2565 03:09 น.

สหรัฐฯ เล็งส่งมิสไซล์ป้องกันโจมตีทางอากาศ ‘แพทริออต’ ให้ยูเครน

สหรัฐฯ เตรียมประกาศแผนส่งระบบป้องกันการโจมตีทางอากาศ แพทริออต ให้ยูเครนภายในสัปดาห์นี้ ในขณะที่ยูเครนกำลังโดนรัสเซียโจมตีอย่างหนัก

สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานในวันพุธที่ 14 ธ.ค. 2565 อ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 3 คน ว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน กำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการวางแผนส่งระบบป้องกันมิสไซล์ที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้าที่สุดของพวกเขาอย่าง ‘แพทริออต’ (Patriot) ให้แก่ยูเครน และเตรียมจะประกาศเรื่องดังกล่าวภายในสัปดาห์นี้

เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 นาย ระบุว่า แผนการดังกล่าวยังต้องรอการอนุมัติจาก นายลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก่อนจะส่งไปให้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ลงนาม โดยยังไม่แน่ชัดว่าสหรัฐฯ จะส่งแพทริออตให้กี่เครื่อง

ยูเครนเรียกร้องมาตลอดให้สหรัฐฯ ส่งระบบป้องกันการโจมตีทางอากาศระยะไกลนี้มาช่วยเหลือพวกเขา เนื่องจากมันมีประสิทธิภาพสูงในการสกัดขีปนาวุธทิ้งตัว (Ballistic missile) และขีปนาวุธร่อน (Cruise missile) ท่ามกลางการโจมตีอย่างหนักหน่วงของรัสเซีย ที่มุ่งเป้าทำลายโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทั่วประเทศ

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ บอกอีกว่า เมื่อแผนได้รับอนุมัติ แพทริออตน่าจะถูกส่งให้ยูเครนภายในเวลาไม่กี่วัน โดยทหารยูเครนจะได้รับการฝึกสอนการใช้งานที่ฐานทัพสหรัฐฯ ในเมืองกราเฟนเวอร์ ประเทศเยอรมนี

ทั้งนี้ แพทริออต เป็นระบบป้องกันการโจมตีทางอากาศที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้าที่สุดของสหรัฐฯ เริ่มถูกนำมาใช้งานในช่วงปี ค.ศ.1980 และมีชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ หลายประเทศในภูมิภาคแปซิฟิกและยุโรปซื้อไปใช้งาน

ด้านรัฐบาลเครมลินของรัสเซียออกโรงเตือนในวันพุธว่า แพทริออตจะตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของรัสเซียอย่างถูกต้องตามกฎหมาย.

‘เมตา’ โดนฟ้องชดเชย 2 พันล้าน อัดเฟซบุ๊กจุดชนวนความรุนแรงในเอธิโอเปีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2578035

‘เมตา’ โดนฟ้องชดเชย 2 พันล้าน อัดเฟซบุ๊กจุดชนวนความรุนแรงในเอธิโอเปีย

15 ธ.ค. 2565 01:43 น.

‘เมตา’ โดนฟ้องชดเชย 2 พันล้าน อัดเฟซบุ๊กจุดชนวนความรุนแรงในเอธิโอเปีย

บริษัท เมตา โดนฟ้องร้องเรียกเงินชดเชย 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จวกเฟซบุ๊กสนับสนุนข้อความเกลียดชัง ทำให้ความรุนแรงในเอธิโอเปียแพร่กระจาย

สำนักข่าว อัลจาซีรา รายงานว่า นักวิจัยชาวเอธิโอเปีย 2 คน กับสถาบัน คาติบา องค์กรสิทธิมนุษยชนในประเทศเคนยา ยื่นฟ้องร้องบริษัท เมตา ผู้ให้บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดังอย่าง เฟซบุ๊ก ต่อศาลสูงกรุงไนโรบี ของเคนยา เมื่อวันอังคารที่ 13 ธ.ค. ที่ผ่านมา

ผู้ฟ้องกล่าวหาว่า อัลกอริทึมของเฟซบุ๊กโปรโมตเนื้อหาสร้างความเกลียดชังและปลุกปั่นในเอธิโอเปีย เนื่องจากมีโอกาสที่เนื้อหาเหล่านี้จะทำให้ผู้ใช้เข้ามามีปฏิสัมพันธ์มากขึ้น แต่กลับทำให้ความรุนแรงในเอธิโอเปียเลวร้ายลง รวมถึงหลายข้อความที่นำไปสู่การฆาตกรรมพ่อของหนึ่งในนักวิจัยที่ยื่นฟ้องร้องครั้งนี้

พวกเขาร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ เมตา ใช้มาตรการฉุกเฉินเพื่อลดการสนับสนุนเนื้อหารุนแรง, เพิ่มเจ้าหน้าที่คัดกรองเนื้อหาที่ศูนย์ในกรุงไนโรบี และจัดตั้งกองทุนชดเชยมูลค่าราว 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่เหยื่อความรุนแรงจากการปลุกปั่นของเฟซบุ๊กด้วย

ทั้งนี้ เอธิโอเปียเผชิญสงครามภายในประเทศมาตั้งแต่ปี 2563 หลังรัฐบาลเริ่มการต่อสู้กับกลุ่มกบฏในภูมิภาคทิเกรย์ มีผู้เสียชีวิตนับแสนราย ประชาชนกว่า 400,000 คนต้องใช้ชีวิตในภาวะเสมือนอดอยาก

ระหว่างนั้น เครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ก ถูกใช้เพื่อแพร่กระจายข้อความปลุกปั่นจำนวนมาก ทำให้เหตุความรุนแรงตามมามากมาย รวมถึงทำให้ศาสตราจารย์ มีเรก อามาเร อับรา พ่อของนาย อับราฮัม มีเรก หนึ่งในผู้ฟ้องร้องถูกฆาตกรรมเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564

ราว 1 เดือนก่อนเกิดเหตุ มีการโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก เผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวของ ศ.อับรา พร้อมกล่าวหาว่าเขาใช้ข้อความเหยียดเชื้อชาติและเรียกร้องให้สังหารนายอับรา กระทั่งในวันที่ 3 พ.ย. 2564 ศ.อับราก็ถูกยิงที่หน้าบ้านของตัวเอง โดยคนร้ายข่มขู่ผู้เห็นเหตุการณ์ไม่ให้เข้าช่วยเหลือ ทำให้เขาเสียชีวิตอยู่ตรงนั้นในอีก 7 ชั่วโมงต่อมา

นายมีเรกผู้เป็นลูกชายระบุว่า เขาพยายามแจ้งเฟซบุ๊กเรื่องข้อความเกลียดชังแล้ว แต่พวกเขาก็ยังไม่ลบโพสต์จนกระทั่งสายเกินไป และลบโพสต์หลังจากที่พ่อของเขาถูกสังหารไปแล้ว “ถ้าเฟซบุ๊กหยุดกระจายความเกลียดชังและคัดกรองโพสต์อย่างเหมาะสม พ่อของผมก็คงยังมีชีวิตอยู่”