จีนเรียกทูต 6 คนกลับ ปมคดีทำร้ายผู้ประท้วงในกงสุลแมนเชสเตอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2578011

จีนเรียกทูต 6 คนกลับ ปมคดีทำร้ายผู้ประท้วงในกงสุลแมนเชสเตอร์

14 ธ.ค. 2565 23:52 น.

จีนเรียกทูต 6 คนกลับ ปมคดีทำร้ายผู้ประท้วงในกงสุลแมนเชสเตอร์

จีนเรียกตัวนักการทูต 6 คนกลับจากสหราชอาณาจักร รวมถึงนักการทูตอาวุโสที่สุด หวังลดความตึงเครียดหลังเกิดเหตุผู้ประท้วงถูกลากเข้าไปทำร้ายในกงสุลแมนเชสเตอร์

สำนักข่าว บีบีซี รายงานในวันพุธที่ 14 ธ.ค. 2565 ว่า ทางการจีนเรียกตัวนักการทูต 6 คน รวมถึงนาย เจิ้ง ซีหยวน กงสุลใหญ่จีนประจำสหราชอาณาจักรกลับประเทศแล้ว ราว 2 เดือนหลังจากเกิดเหตุผู้ประท้วงถูกลากตัวเข้าไปทำร้ายภายในเขตสถานกงสุลจีน จนทำให้ความตึงเครียดระหว่างทั้ง 2 ประเทศเพิ่มสูงขึ้น

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ต.ค. โดยมีผู้ประท้วงราว 30-40 คนมารวมตัวกันที่หน้าสถานกงสุลจีนในเมืองแมนเชสเตอร์เพื่อต่อต้านประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ก่อนที่นาย บ็อบ เฉิน ชาวฮ่องกงหนึ่งในผู้ประท้วงจะถูกลากตัวเข้าไปภายในเขตกงสุลและถูกชายกลุ่มหนึ่งทำร้ายจนบาดเจ็บ ทำให้ตำรวจต้องบุกเข้าไปเพื่อดึงตัวเขาออกมา

นายเจิ้งปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นหนึ่งในผู้ลงมือทำร้ายนายเฉิน แต่มีภาพแสดงให้เห็นว่าเขารวมอยู่ในกลุ่มผู้ก่อเหตุด้วย ซึ่งในเวลาต่อมา นายเจิ้งบอกกับผู้สื่อข่าวว่า เขาแค่พยายามปกป้องเพื่อนร่วมงาน และเสริมว่า นายเฉินสบประมาทประเทศและผู้นำของเขา เขาจึงคิดว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ

ทั้งนี้ การตัดสินเรียกตัวนักการทูตกลับของจีนถูกมองว่าเป็นความพยายามลดความตึงเครียดกับสหราชอาณาจักร เพราะหลังเกิดเหตุทำร้ายนายเฉิน ตำรวจและเจ้าหน้าที่ UK พยายามผลักดันให้มีการเพิกถอนสิทธิ์คุ้มครองทางการทูตของนักการทูตที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ตำรวจสามารถสอบปากคำพวกเขาได้

เจ้าหน้าที่ UK ยังแจ้งต่อสถานทูตจีนในกรุงลอนดอนด้วยว่า หากนักการทูตที่เกี่ยวข้องปฏิเสธให้ความร่วมมือกับการสืบสวน อาจทำให้มีผลที่ตามมาเพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงการประกาศให้พวกเขาเป็นบุคคลไม่พึงปรารถนา และขับออกจากประเทศ จีนจึงตัดสินใจเรียกตัวทูตกลับก่อนเพื่อหลีกเลี่ยงผลลัพธ์นี้

อย่างไรก็ตาม นายเจมส์ เคลฟเวอร์ลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศแห่งสหราชอาณาจักร ออกมาแสดงความผิดหัวงที่ไม่สามารถเอาผิดกับนักการทูตทั้ง 6 คนได้แล้ว ขณะที่นายเฉินรู้สึกว่าเหตุการณ์จบลงเสียที และเชื่อว่านี่เป็นหนึ่งในทางออกของปัญหาทางการทูตอันซับซ้อนนี้

อึมครึม “ประยุทธ์” เปลี่ยนใจ ลอยแพ “เฮ้ง-หิ”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/538811

15 ธ.ค. 2565

อึมครึม “ประยุทธ์” เปลี่ยนใจ ลอยแพ “เฮ้ง-หิ”

อึดอัดอึมครึม “ประยุทธ์” คิดไม่ตก จะไปต่อกับพรรคใหม่ หรือหวนคืนพรรคเก่า ทีมส่วนหน้า “เฮ้ง-หิ” เหมือนถูกลอยแพ บ้านใหญ่ไม่มาตามนัด บ้านเล็กหนีไปซบ ภท.

สถานการณ์อึมครึม “ประยุทธ์” ออกอาการคิดไม่ตก จะไปต่อกับพรรคใหม่ หรือหวนคืนพรรคเก่า ทีมส่วนหน้า “เฮ้ง-หิ” เหมือนถูกลอยแพ


บ้านใหญ่ไม่มาตามนัด บ้านเล็กก็หนีไปภูมิใจไทย “ประยุทธ์” ฝากผีฝากไข้ไว้กับ “เฮ้ง-หิ” มากกว่าอดีต ส.ส.แตกทัพจาก ปชป.


เวลาเดินไปอย่างรวดเร็ว การเมืองก็แปรเปลี่ยนรายวัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่เอ่ยปากชัดๆว่า จะไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ แถมมีข่าวลืออื้ออึงว่า พล.อ.ประยุทธ์ อาจหวนกลับพรรคพลังประชารัฐ หรือไม่ก็วางมือทางการเมืองไปเลย
 

ขณะที่ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ยังมั่นใจว่า พรรค รทสช.ไปต่อได้ และส่งสัญญาณ 24 ธ.ค.2565 จะมีข่าวใหญ่สะเทือนวงการเมือง


อันที่จริง ทีมงาน เสธ.ทำเนียบ ที่เป็นมือทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็คาดหวังที่จะเห็น ส.ส.ซุ้มบ้านใหญ่ พรรคพลังประชารัฐ อย่างเช่นกลุ่มสามมิตร และกลุ่มเพชรบูรณ์ ขยับตามเสี่ยเฮ้ง-สุชาติ ชมกลิ่น ออกไปอยู่พรรคใหม่ 


เอาเข้าจริง กลุ่มบ้านใหญ่ก็ไม่กล้าตัดสินใจ เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ ยังแสดงอาการละล้าละหลัง ไม่แสดงตัวชัดๆว่า จะไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ


ในพรรค พปชร. มี ส.ส.หน้าใหม่จำนวนมาก ส่วนหนึ่งมาจากกลุ่มการเมืองท้องถิ่น มีฐานเสียงเฉพาะตัว เรียกว่า บ้านเล็ก ซึ่ง ส.ส.ประเภทนี้ กลับเลือกที่จะไปอยู่ภูมิใจไทย มากกว่าจะไปกับลุงตู่


‘บ้านเล็กหนีเฮ้ง’
เสี่ยเฮ้ง เป็นคนแรกๆที่ประกาศเลือกข้าง “ประยุทธ์” ไปไหนไปด้วย ตามสไตล์นักเลงเมืองชล ตอนแรก เสี่ยเฮ้งก็หวังจะได้ ส.ส.บ้านเล็ก ในภาคกลางและภาคตะวันตก มาเป็นกำลังหลักของพรรคใหม่


ล่าสุด ส.ส.กลุ่มบ้านเล็ก ภาคตะวันตก 7 คน ประกอบด้วย ปฐมพงศ์ สูญจันทร์ ส.ส.นครปฐม ,กฤษณ์ แก้วอยู่ ส.ส.เพชรบุรี ,สุชาติ อุสาหะ ส.ส.เพชรบุรี ,สมเกียรติ วอนเพียร ส.ส.กาญจนบุรี  ,ธรรมวิชญ์  โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี ,อัฎฐพล โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี และ พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ ส.ส.กาญจนบุรี ได้ยกพลไปอยู่ภูมิใจไทย
 

เป็นที่รู้กันดีว่า สุชาติ เคยดูแล ส.ส.เหล่านี้มาก่อน แต่ ส.ส.ซุ้มบ้านเล็ก จึงเลือกไปอยู่พรรคภูมิใจไทย เพราะมีคนดูแลชื่อ ชาดา ไทยเศรษฐ์ 


เสี่ยเฮ้ง จึงเหลือกำลัง ส.ส.ในมือแค่ 6-7 คน แถมสนามเลือกตั้งชลบุรี สมัยหน้าจะมีการแข่งขันกันสูง โอกาสแพ้-ชนะเท่าๆกัน เพราะกลุ่มบ้านใหญ่แสนสุข ย้ายไปซบเพื่อไทย 

หิมาลัย พร้อมทีม ส.ส. ที่จะเดินหน้าไปกับลุงตู่หิมาลัย พร้อมทีม ส.ส. ที่จะเดินหน้าไปกับลุงตู่


ด้วยเหตุนี้ จึงมีภาพสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล ปรากฏในเฟซบุ๊คส่วนตัว โดยเจ้าตัวเองก็บอกว่า พักผ่อนน้อย พักนี้มีเรื่องมีราวให้ต้องคิดเยอะ สุดท้ายร่างกายก็อ่อนเพลีย


‘ตัวละครลับ’
ในความสับสนเรื่องพรรค รทสช.วงแตก “ประยุทธ์” ถอยดีกว่า ก็มีข่าวแจกจาก เสธ.หิ อดีตนายทหารคนดังว่า อยู่เคียงข้างลุงตู่ ทหารเสือรุ่นพี่ 100%
    

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หิมาลัย ผิวพรรณ ได้นัดนักข่าวสายทหารพูดคุยกันประสาพี่น้องที่รู้จักกันมานาน เพื่อเปิดเผยเรื่องทิศทางการทำงานการเมืองในอนาคต


หิมาลัย บอกว่า ตัวเขาไปช่วยงานการเมืองที่พรรครวมไทยสร้างชาติแน่นอน แต่เป็นการไปช่วยส่วนตัวในฐานะกองเชียร์ และไม่ได้มีตำแหน่งในพรรค 


เหมือนที่ เสธ.หิ พูดมาหลายครั้ง เขามีหลักการทำงานส่วนตัวโดยหลัก 3 ประการคือ กตัญญู สัจจะ และการเมือง ในฐานะที่เคยเป็นรุ่นน้องทหารเสือ ร.21 รอ. กับ พล.อ.ประยุทธ์ จึงไม่ทิ้งให้รุ่นพี่ต้องเดินไปอย่างเดียวดาย


เสธ.หิ มี ส.ส.อยู่ในซุ้มบ้านเล็ก 3 คน และน่าจะเข้ามาเสริมทีมภาคเหนือตอนล่างและภาคอีสาน เพราะมีเครือข่ายนักการเมืองท้องถิ่นอยู่ในมือ 


หากพรรค รทสช. ต้องการเป็นพรรคขนาด 30-40 ที่นั่ง จะหาคนแบบเสี่ยเฮ้ง และ เสธ.หิ มาเพิ่มอีก ไม่เช่นนั้นก็คงเอาตัวไม่รอด ได้ ส.ส.ไม่ถึง 25 ที่นั่ง


ตรงกันข้าม ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ เปลี่ยนใจวางมือ ยุติการทำงานการเมือง ก็เท่ากับลอยแพ “เฮ้ง-หิ” ไปโดยปริยาย 

คอลัมน์…  ท่องยุทธภพ  โดย… ขุนน้ำหมึก 

เมินบุรีรัมย์ “หนานแมว” ส.ส. 4 เดือน โผล่เชียงราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/538781

15 ธ.ค. 2565

เมินบุรีรัมย์ “หนานแมว” ส.ส. 4 เดือน โผล่เชียงราย

ไม่ย้ายขั้ว “หนานแมว” เดชทวี ศรีวิชัย ส.ส.ลำปาง มาแบบเซอร์ไพรส์ ก็ลาออกอย่างมีปริศนา จับตาอดีต ส.ส.ลำปาง ไม่ไปพรรคบุรีรัมย์ อาจโผล่ที่พรรคเชียงราย

มาแบบเซอร์ไพรส์ “หนานแมว” เดชทวี ศรีวิชัย ส.ส.ลำปาง ที่เป็นผู้แทนฯ เพียง 4 เดือนครึ่ง ก็ลาออกอย่างน่าประหลาดใจยิ่ง


“หนานแมว” รู้อยู่แก่ใจสมัยหน้า ไม่ได้ลง ส.ส.ลำปาง เขต 4 ในนามเสรีรวมไทย จับตาอดีต ส.ส.ลำปาง อาจไปโผล่ที่พรรคเชียงราย 


ท่ามกลางกระแสข่าว ส.ส.แห่ลาออกไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย เดชทวี ศรีวิชัย ได้ลาออกจากสมาชิกพรรคเสรีรวมไทย ทำให้ต้องพ้นจาก ส.ส.ลำปาง ท่ามกลางข้อกังขาของผู้คน
 

เนื่องจาก เดชทวี ศรีวิชัย หรือหนานแมว เพิ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. วันที่ 1 ส.ค. 2565 และลาออกเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.2565 รวมระยะเวลาการทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร ประมาณ 4 เดือนครึ่งเท่านั้น


นพ.เรวัต วิศรุต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เปิดเผยกรณีที่ เดชทวี ศรีวิชัย ลาออกจากสมาชิกพรรคเสรีรวมไทย เพราะการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคเสรีรวมไทย จะส่ง ประยูร แก้วเดียว ลงสมัคร ส.ส.ลำปาง เขต 4 ซึ่งเป็นเขตเดียวกันกับ ทำให้เดชทวีไม่มีที่ลงเลือกตั้ง จึงต้องลาออกไปหาพรรคใหม่

ประยูร แก้วเดียว จะลงสมัคร ส.ส.ลำปาง เขต 4 สมัยหน้า แทนหนานแมวประยูร แก้วเดียว จะลงสมัคร ส.ส.ลำปาง เขต 4 สมัยหน้า แทนหนานแมว


แหล่งข่าวในพรรคเสรีรวมไทย บอกว่า หนานแมวจะไม่ไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย แต่จะเลือกไปอยู่พรรคฝ่ายประชาธิปไตย อาจเป็นพรรคเล็ก 


มีความเป็นไปได้ที่หนานแมว จะไปสังกัดพรรคเพื่อชาติ ของยงยุทธ ติยะไพรัช ซึ่งในอดีตหนานแมว เคยเป็นคนเสื้อแดงลำปาง และรู้จักมักคุ้นกับยงยุทธเป็นอย่างดี


‘หนานแมวคนเมืองเถิน’
ชัยชนะของ “หนานแมว” เดชทวี ศรีวิชัย ในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 4 ลำปาง  (อ.เกาะคา อ.สบปราบ อ.แม่พริก และอ.เถิน) ถือว่าเป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์หรือบางคนพูดว่า นี่คือเดชทวีแลนด์สไลด์ 


ช่วงหาเสียงเลือกตั้งซ่อม สื่อทุกสำนักฟันธงว่า วัฒนา สิทธิวัง อดีต ส.ส.ลำปาง พรรคเศรษฐกิจไทย จะได้รับชัยชนะ เพราะ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคได้ลงมาบัญชาการด้วยตัวเอง
 

เดชทวี ศรีวิชัย อายุ 54 ปี ชาว อ.เถิน จ.ลำปาง หรือที่รู้จักในนาม หนานแมวคนเมืองเถิน เคยเป็น ส.อบจ.ลำปาง เขต อ.เถิน และยุคแดงทั้งแผ่นดิน หนานแมวก็เคยเข้าร่วมขบวนการคนเสื้อแดง


พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้เลือกหนานแมวเป็นตัวแทนพรรคลงเลือกตั้งแบบกระทันหัน แต่ผลเลือกตั้งกลับออกมาผิดคาด เดชทวี ศรีวิชัย ได้ 54,359 คะแนน ชนะวัฒนา สิทธิวัง ที่ได้ 30,218 คะแนน  


ความปราชัยของวัฒนา ส่งผลให้ ร.อ.ธรรมนัส ถึงกับเสียศูนย์ และยอมรับว่า พรรคเศรษฐกิจไทยจะเลือกข้างพี่น้อง 3 ป.ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว


หลังปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ได้ 4 เดือนกว่า เดชทวี ได้โพสต์ภาพตัวเขาเข้าไปกราบลาหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และเปิดความในใจว่า พรรคมีผู้สมัคร ส.ส.ลำปาง เขต 4 ไว้แล้ว “…เมื่อครั้งเลือกตั้งซ่อม แต่ด้วยอุบัติเหตุไม่สามารถลงรับสมัครได้ จึงได้ให้ผมลงเป็นตัวสำรองไว้”


หลายคนเพิ่งทราบว่า หนานแมวลงสมัครเลือกตั้งซ่อมในฐานะตัวสำรอง “คราวนี้เลือกตั้งใหญ่ตัวกระผมนายเดชทวี ศรีวิชัย ต้องเคารพ มติพรรคที่ต้องส่งตัวหลักคนเดิมลงอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้ ผมจึงต้องลาออกจากสมาชิกพรรค เพื่อหาสังกัดใหม่ให้ทำตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด”


‘บ้านคาวบอย’
สำหรับตัวจริงของเสรีรวมไทยที่จะลงสนามแทน “หนานแมว” คือ ประยูร แก้วเดียว หัวหน้าสาขาพรรคเสรีรวมไทยภาคเหนือตอนบน และผู้ช่วย ส.ส. ของ พล.ต.ท วิศณุ ม่วงแพรสี รองหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย 


ประยูร แก้วเดียว นายกสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดนครลำปาง และเจ้าของร้านอาหารบ้านคาวบอย เคยลงสมัครนายก อบจ.ลำปาง ในนามกลุ่มอนาคตลำปาง แต่ได้แค่ 3 หมื่นคะแนน


เลือกตั้งสมัยหน้า ประยูร จะเป็นตัวแทนพรรคเสรีรวมไทย ลงสนามเขต 4 ลำปาง ส่วนอดีต ส.ส.หนานแมว ก็น่าจะไปสังกัดพรรคเพื่อชาติ สานฝันยงยุทธ ติยะไพรัช

คอลัมน์… ท่องยุทธภพ   โดย… ขุนน้ำหมึก 

ลุ้นพระเถระรูปใดแทน พระเล็ก พระครูสุทธิญาณโสภณ ลาออกจากเจ้าคณะกาฬสินธุ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/538729

เปรียญ12

14 ธ.ค. 2565

ลุ้นพระเถระรูปใดแทน พระเล็ก พระครูสุทธิญาณโสภณ ลาออกจากเจ้าคณะกาฬสินธุ์

นับได้ว่าการยื่นหนังสือลาออกของ พระเล็ก หรือ พระครูสุทธิญาณโสภณ ทำให้วงการคณะสงฆ์ธรรมยุต คลายความอึดอัดที่มีมานานกว่า 1 ปี

มีข่าวที่เชื่อถือได้ ในวงการคณะสงฆ์ธรรมยุต จังหวัดกาฬสินธุ์ว่า พระครูสุทธิญาณโสภณ(เล็ก) ได้ยื่นหนังสือลาออก จากตำแหน่ง เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธ์ุ เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2565 แล้ว หลังจากถูกต่อต้านมานาน กว่าปี จากคณะสงฆ์และชาวพุทธจังหวัดกาฬสินธ์ุ ตั้งแต่มีข่าวว่า มหาเถรสมาคม ถอดถอนพระเทพสารเมธี ออกจากเจ้าคณะกาฬสินธ์ุ
เพื่อยืนยันว่าข่าวไม่เฟค จึงเผยแพร่ จดหมายพระครูสุทธิญาณโสภณ ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2565 มีเนื้อความว่า กราบเรียนพระเทพดิลก เจ้าคณะภาค 9 (ธรรมยุต) เรื่องขอลาออกจากตำแหน่ง เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธ์ุ


รายละเอียด จดหมายลาออก ระบุว่า พระครูสุทธิญาณโสภณ วัดป่านาขาม ต.แก้งไก่ อ.สังคม จ.หนองคาย ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธ์ุ(ธรรมยุต) ตามมติ มหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2564 ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดและปฏิบัติหน้าที่โดยได้สนองงานคณะสงฆ์ และพระศาสนามาอย่างเต็มกำลังความสามารถ
บัดนี้กระผม มีความประสงค์ที่จะลาออกจากตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธ์ุ(ธ) เพื่อปฏิบัติศาสนกิจด้านวิปัสนาธุระและเพื่อบำเพ็ญประโยชน์ในด้านสาธารณสงเคราะห์ อันเป็นประโยชน์เกื้อกูลพระศาสนา ต่อไป

การลาออกของพระครูสุทธิญาณโสภณทำให้วงการคณะสงฆ์ธรรมยุตคลายความอึดอัดที่มีมานานกว่า 1 ปี นับแต่วันที่มหาเถรสมาคม ทำงานแบบฟ้าแลบ โดยถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด 3 รูป (ในส่วนมหานิกาย) ถอดถอนเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี และเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา (ในส่วนคณะสงฆ์ธรรมยุต) ถอดถอนเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธ์ุ (ธรรมยุต) แล้วตั้งพระรูปอื่นขึ้นมาสวมตำแหน่งทันที
การถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด 3 จังหวัด เมื่อ 30 กันยายน 2564 ขาดเหตุและผล จึงมีการเรียกร้องให้มส.แถลงให้ชาวบ้านทราบ

หนังสือลาออกหนังสือลาออก


แต่ไม่มีใครแถลง ชาวบ้านและคณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธ์ุ ไม่พอใจมาก ต่อต้านไม่ให้พระครูสุทธิญาณโสภณ เจ้าคณะจังหวัด (ใหม่)  มีวัดอยู่ในจังหวัดกาฬสินธ์ุ จึงเป็นเจ้าคณะจังหวัดที่เข้ามารับตำแหน่งไม่ได้
ดังนั้น ปฏิทินศาสนา ปี 2565 จึงระบุว่าพระครูสุทธิญาณโสภณ เป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธ์ุ แต่ยังอยู่วัดบ้านนาขาม อ.สังคม จ. หนองคาย
การตั้งพระครู ขัดแย้งกับกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 5 (พ.ศ.2506) ว่า เจ้าคณะจังหวัด ต้องมีพรรษาพ้น 10 มีสำนักอยู่ในเขตจังหวัดนั้น

พระครูสุทธิญาณโสภณ(เล็ก) พระครูสุทธิญาณโสภณ(เล็ก)

ท่านผู้อ่านที่ติดตามข่าวสารของพระสงฆ์และศาสนา  คงจำได้ว่า การแต่งตั้งพระครูสุทธิญาณโสภณ ข้ามห้วยจากเจ้าอาวาสวัดในเขตปกครองภาค 8 มาภาค 9 และข้ามจังหวัดจากหนองคาย มาเป็นใหญ่ในจังหวัดกาฬสินธ์ุ ทั้งๆ ที่ คณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธ์ุ มีพระราชาคณะเป็นรองเจ้าคณะจังหวัดอยู่ 1 รูปคือพระญาณรักขิต (แผน) วัดวีระวงศาวาส

การตั้งพระครู มาปกครองเจ้าคุณ ยังขัดกับกฎ มส. ฉบับที่ 24 ที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1 พ.ศ.2563 ว่า (4) การแต่งตั้งพระสังฆาธิการ กรณีครบวาระพร้อมกัน ให้ดำเนินการตามลำดับศักดิ์ของตำแหน่งพระสังฆาธิการ จากสูงลงมาต่ำ ความข้อนี้ไม่กระทบถึงการที่จะมีพระราชดำริเป็นประการอื่นในทุกกรณี
 จากนี้ต้องคอยติดตามว่า คณะธรรมยุตจะเสนอพระเถระรูปใด มาเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธ์ุ (ธรรมยุต) 
 รูปใหม่

เรื่อง : เปรียญ12

ไม่ทิ้ง พท. “บุญรื่น ศรีธเรศ” ลับลวงเสี่ยหมู สู้หรือถอย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/538744

14 ธ.ค. 2565

ไม่ทิ้ง พท. “บุญรื่น ศรีธเรศ” ลับลวงเสี่ยหมู สู้หรือถอย

กาฬสินธุ์แปลก ๆ “บุญรื่น ศรีธเรศ” ยันไม่ทิ้งเพื่อไทย มีข่าวลือ ส.ส.อาวุโสจะขอเว้นวรรค ส่งลูกไปลงเขตอื่น คู่ปรับเก่าป้าบุญรื่น เสี่ยหมู ค่ายบุรีรัมย์ ทุ่มเดิมพันสุดท้าย

กาฬสินธุ์ป่วน “บุญรื่น ศรีธเรศ” โต้ไม่ทิ้งคนดูไบ ท่ามกลางข่าวลือในพื้นที่ ส.ส.อาวุโสจะขอเว้นวรรค แถมเพื่อไทยยังไม่เคาะผู้สมัคร ส.ส.เมืองน้ำดำ


สมัยหน้า “บุญรื่น ศรีธเรศ” เจอคู่ปรับเก่า เสี่ยหมู สายตรงค่ายบุรีรัมย์ ที่ทุ่มสรรพกำลังเต็มที่ หวังเอาชนะป้าบุญรื่นให้ได้


ในกระแสข่าว ส.ส.เพื่อไทย 10 คน เตรียมจะไปโชว์ตัวที่พรรคภูมิใจไทย ปรากฏว่า มี ส.ส.เพื่อไทย 2 คนคือ บุญรื่น ศรีธเรศ ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 1 และจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ ส.ส.อุดรธานี เขต 5 ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวยืนยันว่า ไม่ย้ายออกจากพรรคเพื่อไทยตามที่เป็นข่าว 
 

สาเหตุที่ ส.ส.บุญรื่น และจุฑาพัตธน์  ต้องรีบออกมาชี้แจงว่า ไม่ได้ย้ายพรรค เพราะมีบางสำนักข่าวไปรายงานว่า ส.ส.หญิงทั้งสองคนนี้จะไปอยู่พรรคภูมิใจไทย


ป้ารื่นหรือบุญรื่น กล่าวย้ำว่า ตนเป็น ส.ส.ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พลังประชาชน จนมาถึงเพื่อไทย รวม 23 ปี ตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปัจจุบัน ไม่เคยสอบตก เป็น ส.ส.รวม 5 สมัย 


“ป้ารื่นไม่เคยคิดที่จะเปลี่ยนพรรคการเมืองเลย ป้าเกิดที่นี่ จะขอตายที่นี่ในทางการเมือง นี่คือปณิธาน ขอพูดครั้งสุดท้าย อย่าเชื่อข่าว ต้องเชื่อป้าเท่านั้น”


จะว่าไปแล้ว ข่าวเรื่องป้ารื่นจะย้ายพรรค ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ในเมืองน้ำดำกลับมีข่าวซุบซิบว่า สมัยหน้าป้ารื่น จะขอเว้นวรรค และจะสนับสนุนลูกชายให้ลงสมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 6 


ประกอบกับทางพรรคเพื่อไทย ยังไม่ยอมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ ทั้ง 6 เขต ทำให้มีบรรยากาศอึมครึม ข่าวลือจึงบังเกิด ทั้งจากฝ่ายเดียวกัน และฝ่ายตรงข้าม

‘หมดเสน่ห์แล้วหรือ’
“บุญรื่น ศรีธเรศ” หรือ ป้าบุญรื่น เป็นครูเก่า เข้าสู่วงการเมือง หลังจากสามี ครูสังข์ทอง ศรีธเรศ อดีต ส.ส.กาฬสินธุ์ เสียชีวิต ปี 2544 ได้เป็น ส.ส.สมัยแรก สังกัดพรรคไทยรักไทย 


สนามเลือกตั้งเมืองน้ำดำ ตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปี 2562 พรรคการเมืองของทักษิณ ชินวัตร ชนะเลือกตั้งแบบยกจังหวัดมาโดยตลอด


สมัยที่แล้ว เพื่อไทยก็ยกจังหวัด ส.ส.กาฬสินธุ์ 5 คน ได้แก่ บุญรื่น ศรีธเรศ ,วีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์,คมเดช ไชยศิวามงคล,พีระเพชร ศิริกุล และประเสริฐ บุญเรือง


จากผลเลือกตั้งเขต 1 (อ.เมืองกาฬสินธุ์) ป้าบุญรื่น ได้    37,532 คะแนน เอาชนะเสี่ยหมู-วิรัช พิมพะนิตย์ พรรคภูมิใจไทย ที่ได้ 32,275 คะแนน ด้วยช่องว่างคะแนนห่างกันแค่ 5 พันคะแนน จึงเกิดรายการเขย่าขวัญป้าบุญรื่น


คนเพื่อไทยบางกลุ่มก็บอกว่า ป้าบุญรื่นอายุเยอะ หมดแพชชั่นแล้วให้คนรุ่นใหม่ลงสนามแทนดีกว่า ด้วยเหตุนี้ จึงมีกระแสข่าวว่า ป้าจะวางมือ แต่ป้ากลับให้ลูกชาย ทินพล ศรีธเรศ ไปลงสมัคร ส.ส.เขต 6 


ป้าบุญรื่นจะเว้นเขต 1 ไว้ให้ใคร? เป็นคำถามที่ดังเซ็งแซ่ คล้ายจะบอกว่า ป้าบุญรื่น ต้องชัดเจนว่า จะเอายังไงกันแน่

สจ.หมู ขอเดิมพันสุดท้าย เอาชนะป้าบุญรื่นให้ได้ สจ.หมู ขอเดิมพันสุดท้าย เอาชนะป้าบุญรื่นให้ได้


‘เดิมพันสุดท้าย’
การเลือกตั้งครั้งหน้า จ.กาฬสินธุ์ มี ส.ส. 6 คน “บุญรื่น ศรีธเรศ” ก็พยายามดันลูกชายให้ลงสมัคร ส.ส.เขต 6 และตัวเองก็ยังไม่ชัดว่า จะลงสมัคร ส.ส.เขต 1 หรือไม่ 


สำหรับคู่ต่อสู้ของป้าบุญรื่น คือ สจ.หมู หรือ วิรัช พิมพะนิตย์ อดีต ส.อบจ.กาฬสินธุ์ เขต อ.เมือง และมีฉายาว่า สจ.หมู นักสู้ติดดิน 


ต้นปี 2557 เสี่ยหมูลงสมัคร ส.ว. มีพลังหนุนจาก ส.อบจ.กาฬสินธุ์ บางกลุ่มและ ส.ส.เพื่อไทยบางคน อาทิ ประเสริฐ บุญเรือง ทำให้วิรัชเอาชนะผู้สมัคร ส.ว.คู่แข่งจากพรรคเพื่อไทยไปได้  


หลังพ่ายแพ้เลือกตั้ง เสี่ยหมูได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีคมนาคม(ศักดิ์สยาม ชิดชอบ) จึงมีบทบาทในการพัฒนาบ้านเกิด-กาฬสินธุ์ และปูทางสร้างฐานเสียงให้กว้างขวาง


เสี่ยหมูมีพร้อมทรัพยากรสำหรับการเลือกตั้ง แต่จุดอ่อนคือ พรรคภูมิใจไทยไม่มีกระแส และคนเมืองน้ำดำยังฝังใจจำเรื่องคนทรยศนายใหญ่


อย่างไรก็ตาม เซียนการเมืองแถวเมืองน้ำดำ วิเคราะห์ตรงกันว่า หากกาฬสินธุ์จะไม่แลนด์สไลด์ ก็เพราะเขต 1 มีผู้สมัคร ส.ส.ชื่อ เสี่ยหมู ค่ายสีน้ำเงิน นี่แหละ 
     

คอลัมน์… ท่องยุทธภพ  โดย… ขุนน้ำหมึก 

นายกฯไม่สบอารมณ์ ถูกถาม ไปร่วมงานกับ ‘รวมไทยสร้างชาติ’ หรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538820

15 ธ.ค. 2565

นายกฯไม่สบอารมณ์ ถูกถาม ไปร่วมงานกับ 'รวมไทยสร้างชาติ' หรือไม่

การเมืองเป็นเรื่องของสภา ประชาชนคือการบ้าน ‘นายกฯ’ ไม่ชัดไปรวมไทยสร้างชาติ กำชับทุกพรรคให้เข้าร่วมประชุมแล้ว

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ประเด็นการเมืองหลังกลับจากประชุมยุโรป-อาเซียน ที่กรุงบรัสเซล ประเทศเบลเยี่ยม ถึงประเด็นปัญหาการเมืองในขณะว่า การเมืองคือการเมือง ประชาชนคือการบ้านที่นายกฯต้องทำให้เขา การเมืองเป็นการต้อสู้ในสภาก็ว่ากันไป เมื่อเลือกตั้งมาแล้ว ก็ไปดูเอาว่าที่พูดกันมาทำกันได้มากน้อยเพียงใด  ถึงเวลานั้น ถ้าได้ ก็ดีใจ ถ้าไม่ได้ ก็เสียใจ เรื่องทางการเมืองเป็นเรื่องที่ต้องว่ากันไปในสภา

นายกฯอธิบาย คำว่าเสียใจ หมายความว่าเสียใจที่ทำให้ประชาชนมีความสุขไม่ได้ ไม่ใช่เสียใจว่าได้เป็นหรือไม่ได้เป็น  ใครจะไปใครจะมาใครจะลาออก ใครจะอยู่พรรคไหน ก็เป็นเรื่องของสภาทั้งสิ้น   แต่นี่สภาลมก็โทษนายกฯ ทั้งที่บอกทุกพรรคไปแล้วให้ไปร่วมประชุมสภา แต่ละพรรคก็รับปาก ถึงเวลาไปไม่ครบสภาล่ม ก็มาโทษนายกฯทำไมไม่ควบคุม ทั้งที่ทุกคนก็มีหน้าที่

ส.ส.มีหน้าที่ของตัวเองคือทำงานในสภา ถือว่าทุกคนโตๆก็กันแล้ว ส่วนใครจะเข้าใครจะออกพรรคไหนก็ถือเป็นเรื่องของคนนั้น และส่วนตัวไม่เคยทะเลาะกับใครอยู่แล้ว

นายกฯไม่ได้ตอบคำถามที่เป็นไฮไลท์ ทางการเมือง ว่าตัดสินใจอย่างไร เรื่องการไปร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ  โดยระบุสั้นๆด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์ว่า  ถึงเวลาจะพูดเอง

ฟังเสียงสัมภาษณ์ นายกรัฐมนตรีได้ที่นี่

https://backoffice.komchadluek.net/videos/60924

‘เพื่อไทย’ เอาผิดอาญา ทิพานัน บิดเบือนนโยบาย คิดใหญ่ ทำเป็น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538808

15 ธ.ค. 2565

'เพื่อไทย' เอาผิดอาญา ทิพานัน บิดเบือนนโยบาย คิดใหญ่ ทำเป็น

งานเข้า ‘ทิพานัน’ ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ดำเนินคดีอาญา หลังให้ข่าวบิดเบือนนโยบาย คิดใหญ่ ทำเป็น

ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลงนามในหนังสือมอบอำนาจให้  ฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทย ดำเนินคดีเอาผิดกับนางสาวทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  และสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14  ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา เวบไซต์รัฐบาลไทย  http://www.thaigov.go.th  เผยแพร่ข่าวมีเนื้อหาว่า

“ทิพานัน ห่วงเพื่อไทยเปิดนโยบาย ซ้ำรอยอดีต คิดใหญ่ โกงเป็น จี้หยุดวาทกรรมเศรษฐกิจไม่ดี ยกผลประกอบการธุรกิจตระกูลชินวัตร ตอกกลับ ขณะที่ภาคธุรกิจ 112 องค์กรจ่อขึ้นเงินเดือน”    เนื้อหาข่าวดังกล่าวมีการใช้ถ้อยคำในลักษณะที่ทำให้ผู้เห็นและอ่านข้อความ  มีความเข้าใจว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองที่ไม่ดี คิดทำนโยบายเรื่องใหญ่เพื่อหวังจะโกงหรือทุจริต  ซึ่งล้วนเป็นความเท็จทั้งสิ้น 

พรรคเพื่อไทยจึงได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน ให้ดำเนินคดีกับนางสาวทิพานัน ศิริชนะ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง กรณีนำเสนอข่าวดังกล่าว ทำให้พรรคเพื่อไทยได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง  ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง อันเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และมาตรา 328 และความผิดฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง จนกว่าคดีจะถึงที่สุด 

ฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทย ยังได้ยื่นคำร้องต่อประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  ขอให้ดำเนินการสืบสวนและไต่สวน และดำเนินคดีกับนางสาวทิพานัน ตามมาตรา 169 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ 2561 เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 73(5) เป็นความผิดตามมาตรา 159 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ 2561 

พรรคเพื่อไทยยื่นหนังสือเรียกร้องให้กกต.สอบสวนการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยยื่นหนังสือเรียกร้องให้กกต.สอบสวนการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

'เพื่อไทย' เอาผิดอาญา ทิพานัน บิดเบือนนโยบาย คิดใหญ่ ทำเป็น

เนื่องจากการกระทำของนางสาวทิพานัน เป็นการเจตนาใส่ร้ายด้วยความเท็จ เพื่อจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครและพรรคเพื่อไทย และจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งงดเว้นการลงคะแนนให้กับผู้สมัครและพรรคเพื่อไทย

ประธานสภา ยัน หากองค์ประชุมยังครบ ไม่มีผลกระทบจาก’ส.ส.ลาออก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538793

15 ธ.ค. 2565

ประธานสภา ยัน หากองค์ประชุมยังครบ ไม่มีผลกระทบจาก'ส.ส.ลาออก'

‘ประธานสภา’ยกตัวอย่างสมัยพล.อ.เชาวลิต ยงใจยุทธ มีส.ส.ลาออกจำนวนมาก แต่ก็สามารถทำให้งานสภา เดินหน้าต่อไปได้

ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยกตัวอย่างเหตุการณ์ ส.ส.ลาออกจำนวนมากในยุคของ พล.อ.เชาวลิต ยงใจยุทธ แต่สมาชิกที่เหลืออยู่ก็ทำหน้าที่  จนสามารถทำผลงานได้มากที่สุดสมัยหนึ่ง ก่อนจะประกาศยุบสภาตามที่เคยประกาศไว้

แต่ครั้งนี้ ยอมรับว่าสภา แตกต่างจากเมื่อก่อน เพราะหัวหน้าพรรคแกนนำรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เป็น ส.ส. เมื่อมีปัญหาจะหันหน้าไปปรึกษาจึงเป็นเรื่องยาก กรรมการประสานงานจึงน่าเห็นใจ แต่ก็ช่วยได้เยอะ ซึ่งตนเองได้ช่วยประสานผู้นำแต่ละฝ่าย ในเรื่องใดที่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายค้านและรัฐบาล

ประธานสภาฯบอกว่า การที่ส.ส.ทยอยลาออกจำนวนมาก ไม่กระทบต่อการประชุม เนื่องจากองค์ประชุมยังครบสามารถดำเนินการประชุมได้ พร้อมให้กำลังใจสมาขิกที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ให้มาทำงาน เพราะเวลาที่เหลืออยู่มีมากพอที่จะพิจารณาวาระสำคัญ

โดยเฉพาะเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาแล้วเสร็จ ซึ่งมีมากกว่า 20 เรื่อง บางเรื่องใช้เวลาเป็นปี และใช้งบประมาณเสียไปกว่า 2 ล้านบาท เรื่องเหล่านี้ควรจะพิจารณาให้ทันก่อนปิดสมัยประชุมนี้ จึงคาดว่าในช่วงต้นปีหน้า จะหารือในการเพิ่มวันศุกร์ของแต่ละสัปดาห์อีก 1 วัน  

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทยณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่พรรรคภูมิใจไทย เตรียมเปิดตัว ส.ส. ย้ายไปสังกัดในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ว่า หลายพรรคการเมืองรู้อยู่แล้ว รายชื่อที่ย้ายจากพรรคเพื่อไทยนั้นไม่มีอะไรแปลกใหม่ พรรคได้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์นี้ไว้ล่วงหน้า และได้คัดสรรผู้สมัครรายใหม่แล้ว และเรื่องนี้ไม่ส่งผลกระทบกับพรรค แต่ต้องตามดูว่าจะกระทบต่อพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่

เพราะหากนับ ส.ส. ที่ลาออกไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย ส่วนใหญ่มาจากพรรคพลังประชารัฐ ที่เป็นแกนนำรัฐบาล และต้องติดตามว่าส.ส.เหล่านั้นจะได้กลับเข้าสภาหรือไม่

‘รถไฟฟ้าสายสีเขียว’ ปัญหาค้างท่อ ที่ครม.ยังไม่ได้แก้ไข

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538785

15 ธ.ค. 2565

'รถไฟฟ้าสายสีเขียว' ปัญหาค้างท่อ ที่ครม.ยังไม่ได้แก้ไข

4.6 หมื่นล้าน ค่าจ้างค้างจ่าย กว่าสามปี เดิน ‘รถไฟฟ้า’ สายสีเขียว ออกคำสั่งตั้งแต่ปี 2562 กว่าสามปีผ่านมา ยังหาข้อยุติไม่ได้

สามารถ ราชพลสิทธิ์ ผู้ชำนาญด้านโครงการและแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนและท่าอากาศยานโพสเฟสบุ๊ค ทวงถาม ค่าจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว กว่า3ปี หนี้4.6 หมื่นล้าน ยังไม่จ่ายเอกชนผู้รับจ้างเดินรถ 

แม้ว่า BTSC จะออกมาทวงหนี้หลายครั้งด้วยสารพัดวิธี แต่ดูเหมือนว่าโอกาสที่จะได้เงินคืนยังริบหรี่ คงไม่มีผู้รับจ้างเดินรถไฟฟ้ารายใดในโลกที่อดทนให้บริการโดยไม่ได้รับค่าจ้างมานานกว่า 3 ปีแล้ว การให้บริการผู้โดยสารเป็นภาระหน้าที่ของภาครัฐ แล้วทำไมจึงปล่อยให้ภาคเอกชนที่รับจ้างทำหน้าที่แทนภาครัฐเคว้งคว้าง อย่างไร้อนาคตเช่นนี้

ภาพประกอบจากเฟสายบุ๊ค สามารถ ราชพลสิทธิ์ ภาพประกอบจากเฟสายบุ๊ค สามารถ ราชพลสิทธิ์

บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC ยังไม่ได้รับค่าจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย และค่าติดตั้งงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกลประมาณ 46,000 ล้านบาท (รวมดอกเบี้ย) ในส่วนของค่าจ้างเดินรถนั้น BTSC ไม่ได้รับค่าจ้างมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2562 ถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 3 ปีแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม BTSC ยังคงให้บริการเดินรถตลอดมาทุกวัน ไม่มีวันหยุด แม้ไม่ได้รับค่าจ้างก็ตาม

ขณะที่ผู้ว่าฯ กทม. มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2565 ขอให้รัฐบาลช่วยชำระค่างานโยธา (ที่รับโอนมาจาก รฟม.) และค่าติดตั้งงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกลของส่วนต่อขยายที่ 2 (ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-คูคต) รวมทั้งค่าจ้างเดินรถค้างจ่ายแทน กทม.

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2565 ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งให้ กทม. ชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถค้างจ่ายทั้งส่วนต่อขยายที่ 1 และที่ 2 ถึงเดือนกรกฎาคม 2564 เป็นเงิน 11,755 ล้านบาท แต่ กทม. ยังไม่ชำระ โดยได้อุทธรณ์มูลค่าหนี้ต่อศาลปกครองสูงสุด

หลังจาก กทม. มีผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือลงวันที่ 13 มิถุนายน 2565 ถึงผู้ว่าฯ กทม. ขอทราบแนวทางการดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาเสนอ ครม. ต่อไป

เหตุที่ มท. 1 ขอความเห็นจากผู้ว่าฯ กทม. เพราะก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2565 ผู้ว่าฯ กทม. (ในขณะนั้น) ได้มีหนังสือถึง มท. 1 ขอความเห็นชอบให้ขยายสัมปทานให้ BTSC เป็นเวลา 30 ปี ตั้งแต่ปี 2572-2602 โดยมีเงื่อนไขให้ BTSC แบกภาระหนี้สินทั้งหมดที่ กทม. มีอยู่กับ BTSC และ รฟม. พร้อมกับแบ่งรายได้ให้ กทม. ไม่น้อยกว่า 2 แสนล้านบาท อีกทั้ง กำหนดให้ BTSC เก็บค่าโดยสารในอัตรา 15-65 บาท (สูงสุดไม่เกิน 65 บาท)

แต่หลังจากที่ มท. 1 ได้รับหนังสือตอบจากผู้ว่าฯ กทม. แล้ว มท.1 ยังไม่ได้เสนอแนวทางการแก้ปัญหาหนี้ของรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้ ครม. พิจารณา  มท.1 มีข้อมูลครบถ้วนพร้อมที่จะตัดสินใจได้แล้วว่าจะแก้ปัญหาหนี้ได้อย่างไร จะชำระหนี้หรือขยายสัมปทานแทนหนี้ มีแค่ 2 ทางเลือกเท่านั้น ไม่มีทางเลือกอื่น ไม่มีประโยชน์ที่จะปล่อยเวลาให้เนิ่นนานออกไป ถ้าไม่ตัดสินใจในวันนี้ก็ต้องตัดสินใจในวันหน้า

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ควรเร่งรัดการดำเนินงานของกระทรวงมหาดไทย ในฐานะที่เป็นผู้ออกคำสั่ง คสช.ที่ 3/2562 เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2562 ให้กระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งให้แก้ปัญหาการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวเพื่อให้เดินรถได้ต่อเนื่องเป็นโครงข่ายเดียวกัน ไม่ต้องเสียค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน

เมื่อคณะกรรมการฯ ไม่สามารถหาข้อยุติได้ ภาระหน้าที่จึงตกอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย  หากกระทรวงมหาดไทยเสนอแนวทางการแก้ปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ท่านนายกฯ ประยุทธ์ ในฐานะผู้นำรัฐบาลน่าจะมีข้อมูลพร้อมที่จะตัดสินใจได้ว่าจะชำระหนี้หรือขยายสัมปทานแทนหนี้ให้ BTS

สามารถ บอกว่า การตัดสินใจเร็วจะเป็นการสร้างบรรยากาศที่ดีของการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน การลังเลจะทำให้เอกชนไม่มั่นใจที่จะมาร่วมลงทุนในโครงการของรัฐโดยเฉพาะเอกชนจากต่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทย และที่สำคัญ จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

รายชื่อ 31 ส.ส.ยื่นลาออก คาดแห่ซบ’ภูมิใจไทย’ ยืนยันแล้ว 1 พร้อมเหตุผล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538767

14 ธ.ค. 2565

รายชื่อ 31 ส.ส.ยื่นลาออก คาดแห่ซบ'ภูมิใจไทย' ยืนยันแล้ว 1 พร้อมเหตุผล

รายชื่อ 31 ส.ส.ยื่นลาออก คาดส่วนใหญ่เข้า’ภูมิใจไทย’ จับตา 16 ธ.ค.นี้ ใครปรากฎตัวบ้าง ยืนยันแล้ว 1 คือ ส.ส.แนน ไม่ดีลตำแหน่ง แต่ส่งตัวเองลงเขต 8 อุบลราชธานีถื่นเดิม

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ส.ส.ทยอยลาออกตั้งแต่วันที่ 13-15 ธ.ค.2565 จำนวน 31 คน ประกอบด้วย 

พรรคประชาธิปัตย์ 
1.น.ส.บุณย์ธิดา สมชัย หรือ แนน ส.ส.อุบลราชธานี 

พรรคเสรีรวมไทย
2.นายเดชทวี ศรีวิชัย ส.ส.ลำปาง 

พรรคพลังประชารัฐ
3.นายกฤษณ์ แก้วอยู่ ส.ส.เพชรบุรี 
4.นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ส.ส.กทม.
5.นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ส.ส.กทม.
6.นายธรรมวิชญ์  โพธิพิพิธ  ส.ส.กาญจนบุรี 
7.นายปฐมพงศ์ สูญจันทร์ ส.ส.นครปฐม 
8.นายประทวน สุทธิอํานวยเดช ส.ส.ลพบุรี 
9.น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม.
10.นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ส.ส.ชัยนาท 
11.นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ 
12.นายอนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พิษณุโลก 
13.นายอัฎฐพล โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี 

พรรคเพื่อไทย 
14.นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี 
15.นายธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ 
16.นายนพ ชีวานันท์ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา
17.นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก 
18.นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม. 
19.นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก 
20.นายสุชาติ ภิญโญ ส.ส.นครราชสีมา  

พรรคก้าวไกล
21.นายเกษมสันต์ มีทิพย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 
22.นายขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี 
23.นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ
24. นายพีรเดช คําสมุทร ส.ส.เชียงราย 
25.นายเอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย 

พรรคเศรษฐกิจไทย
26.นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี  
27.นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก 

พรรคชาติพัฒนา
28.นายสมัคร ป้องวงษ์ ส.ส.สมุทรสาคร 

พรรคประชาภิวัฒน์
29.น.ส.นันทนา สงฆ์ประชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ 

พรรคเพื่อชาติ
30. นายอารี ไกรนรา ส.ส.บัญชีรายชื่อ 
พรรครวมพลัง
31. น.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ทั้งหมดนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 13-15 ธ.ค.2565 มีรายงานว่า รายชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรส่วนใหญ่ที่ลาออก จะย้ายสังกัดไปอยู่พรรคภูมิใจไทย โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 16 ธ.ค.นี้ 1คนที่ยืนยันชัดเจนแล้วว่า เจอกันแน่นอน คือ น.ส.บุณย์ธิดา หรือ ส.ส.แนน ที่เคยปรากฎภาพร่วมงานวันเกิดเนวิน ชิดชอบ  

น.ส.บุณย์ธิดา สมชัย หรือ แนน ส.ส.อุบลราชธานี ร่วมงานวันเกิดเนวินน.ส.บุณย์ธิดา สมชัย หรือ แนน ส.ส.อุบลราชธานี ร่วมงานวันเกิดเนวิน

ส.ส.แนน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวคมชัดลึกว่า ตนได้ยื่นลาออก 2 แห่ง คือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีผลทันที แต่เพื่อไม่ให้มีปัญหาองค์ประชุมระหว่างรอเรื่องจาก กกต. ประมาณ 2 สัปดาห์ จึงยื่นที่รัฐสภาอีกแห่ง 

ส่วนสาเหตุลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์นั้นไม่ขอเปิดเผย เรื่องอะไรก็ตามที่เคยเกิดขึ้นถือว่าผ่านไปและอยากให้จบที่ตรงนั้น อยากจากด้วยดี ยืนยันไม่ได้ขัดแย้งกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคหรือ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคแต่อย่างใด

ส่วนสาเหตุเลือกเข้าพรรคภูมิใจไทย เนื่องจากเป็นพรรคเดียวที่แสดงความจำนง ที่อยากร่วมทำงานและตนก็มีคนรู้จักอยู่ในพรรคเยอะพอสมควร รวมถึงวิธีการทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และยอมรับว่าตอนที่ภาพหลุดปรากฏร่วมงานวันเกิดนายเนวิน ก็มีคิดไว้บ้างแล้วเรื่องย้ายพรรค ยืนยันว่าไม่ได้ร้องขอตำแหน่ง หรือมีเงื่อนไขอะไรเป็นพิเศษ มีเพียงคุยเรื่องการทำงานและนโยบายในพื้นที่ และไม่กังวลเรื่องพื้นที่ทับซ้อนกับคนอื่น เพราะในพื้นที่นั้น ตนเป็น ส.ส.คนเดียว การเลือกตั้งหน้าลุยพื้นที่เดิม เขต 8 จ.อุบลราชธานี