ทอ.ร่วมสวดมนต์บท ‘โพชฌังคปริตร’ถวาย’พระองค์ภาฯ’หายจากอาการประชวร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698538

ทอ.ร่วมสวดมนต์บท 'โพชฌังคปริตร'ถวาย'พระองค์ภาฯ'หายจากอาการประชวร

ทอ.ร่วมสวดมนต์บท ‘โพชฌังคปริตร’ถวาย’พระองค์ภาฯ’หายจากอาการประชวร

วันศุกร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 12.44 น.

ทอ.ร่วมสวดมนต์บท “โพชฌังคปริตร”ถวาย พลเอกหญิง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้หายจากอาการประชวร 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.อ.อลงกรณ์  วัณณรถ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ได้แจ้งให้หน่วยขึ้นตรง ทอ. ให้ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ และทหารกองประจำการ สังกัด ทอ.ร่วมกันกราบถวายพระพรขอให้พลเอกหญิง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว ด้วยการตั้งจิตอธิษฐาน และการสวดมนต์ บูชาธรรม ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 16  ธ.ค.65 เป็นต้นไป ห้วงเวลาหลังการเคารพธงชาติ 8.00 น. (หรือพิจารณาในห้วงเวลาอื่นเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม) ตามบทสวดโพชฌังคปริตร ดังนี้  

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต ส้มมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)

โพชฌังโค สะติสังขาโตธัมมานัง วิจะโย ตะถา วิริยัมปีติปัสสัทธิ โพชฌังคา จะ ตะถาปะเร สะมาธุเปกขะโพชฌังคา
สัตเตเต สัพพะทัสสินา มุนินา สัมมะทักขาตาภาวิตา พะหลีกะตา สังวัตตันติ อะภิญญายะ นิพพานายะ จะ โพธิยา เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ
โสตถิ เต โหตุ สัพพะทาฯ
เอกัสมิง สะมะเย นาโถ โมคคัลลานัญจะ กัสสะปัง คิลาเน ทุกขิเต ทิสวา โพชฌังเค สัตตะ เทสะยิ เต จะ ตัง

อะภินันทิตวาโรคา มุจจิงสุ ตังขะเณ เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เต โหตุ สัพพะทาฯ
เอกะทา ธัมมะราชาปี เคลัญเญนาภิปีพิโต จุนทัตเถเรนะ ตัญเญวะ ภะณาเปตวานะ สาทะรัง สัมโมทิตวา จะ
อาพาธา ตัมหา วุฏฐาสิ ฐานะโส เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เต โหตุ สัพพะทาฯ
ปะหินา เต จะ อาพาธา ติณฉันนัมปี มะเหสินัง มัคคาหะตะกิเลสา วะ ปัตตานุปปัตติธัมมะตัง เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ
โสตถิ เต โหตุ สัพพะทาฯ

‘ชาติพัฒนากล้า’ถวายแจกันดอกไม้ และร่วมลงนามถวายพระพร’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698491

'ชาติพัฒนากล้า'ถวายแจกันดอกไม้ และร่วมลงนามถวายพระพร'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ'

‘ชาติพัฒนากล้า’ถวายแจกันดอกไม้ และร่วมลงนามถวายพระพร’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’

วันศุกร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 11.14 น.

เมื่อเวลา 09.45 น.วันที่ 16 ธันวาคม 2565 ที่ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า พร้อมด้วย นายกรณ์ จากติกวณิช หัวหน้าพรรค นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรค นายดล เหตระกูล นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี และนายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหน้าพรรค พร้อมด้วยคณะผู้บริหารพรรค ถวายแจกันดอกไม้หน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมลงนามถวายพระพร ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน

– 006

‘จุรินทร์’นำลูกพรรคปชป.ลงนามถวายพระพร’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698489

'จุรินทร์'นำลูกพรรคปชป.ลงนามถวายพระพร'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ'

‘จุรินทร์’นำลูกพรรคปชป.ลงนามถวายพระพร’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’

วันศุกร์ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 11.09 น.

“จุรินทร์”นำลูกพรรคปชป.ลงนามถวายพระพร”เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 16 ธันวาคม 2565 ที่อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นำคณะกรรมการบริหาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค สมาชิกพรรค ประกอบด้วย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ นายสาธิต ปิตุเตชะ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ ดร.พิสิฐ ลี้อาธรรม ดร.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล นายไชยยศ จิรเมธากร นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงษ์ นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย และเจ้าหน้าที่พรรคประชาธิปัตย์ ถวายความเคารพพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมถวายแจกันดอกไม้ และร่วมลงนามถวายพระพรให้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์และให้ทรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอันเป็นประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองและพสกนิกรมาโดยตลอด

– 006

มูลนิธิราชสกุลอาภากรมอบตำรายาโบราณ พระโอสถปราสาททอง อายุกว่า 300 ปี ให้กรมแพทย์แผนไทยฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698448

มูลนิธิราชสกุลอาภากรมอบตำรายาโบราณ พระโอสถปราสาททอง อายุกว่า 300 ปี ให้กรมแพทย์แผนไทยฯ

มูลนิธิราชสกุลอาภากรมอบตำรายาโบราณ พระโอสถปราสาททอง อายุกว่า 300 ปี ให้กรมแพทย์แผนไทยฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 20.56 น.

  กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก รับมอบตำรับตำรายาโบราณ อันทรงคุณค่า 2 ตำรับ ได้แก่ ตำรายาหมอพร เล่ม 1 ว่าด้วย พระคัมภีร์อติสารวรรคโบราณะกรรมแลปัจจุบันนะกรรม และ ตำรายาโบราณ พระโอสถปราสาททอง จากมูลนิธิราชสกุลอาภากร ในพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งสืบทอดมากว่า 300 ปี เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อวงการแพทย์แผนไทย รวมทั้งระบบการสาธารณสุขของประเทศ ตลอดจนการต่อยอดทางการวิจัย พัฒนา และ สร้างเศรษฐกิจของประเทศชาติ

15 ธันวาคม 2565 ที่ปราสาทนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายแพทย์ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ อธิบดีกรม  การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก หม่อมราชวงศ์ จิยากร อาภากร เสสะเวช ประธานกรรมการมูลนิธิราชสกุลอาภากร ในพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์  ดร.นันทศักดิ์ โชติชนะเดชาวงศ์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์พื้นบ้านไทย พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิธีบวงสรวงพระเจ้าปราสาททอง องค์เทพ เทพารักษ์ ในพิธีการมอบ ตำรายาโบราณ พระโอสถปราสาททอง  ซึ่งมีอายุกว่า 300 ปี และตำรายาหมอพร เล่ม 1 ว่าด้วยพระคัมภีร์อติสารวรรค โบราณะกรรมแลปัจจุบันนะกรรม โดยรับมอบจากมูลนิธิราชสกุลอาภากร ในพลเรือเอก  พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ โดยหม่อมราชวงศ์จิยากร อาภากร เสสะเวช ประธานกรรมการมูลนิธิฯ

นายแพทย์ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวภายหลังบวงสรวงว่า วันนี้ทางมูลนิธิฯราชสกุลอาภากรฯ ได้ส่งมอบตำราตำรับยาแผนไทยไว้ให้กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกถึง 2 ตำรา ซึ่งทางกรมมีนโยบายในการส่งเสริมและพัฒนาการใช้ประโยชน์จากตำรับตำรายาไทย โดยต้องการให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์คุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ทางการสาธารณสุข และตระหนักในคุณค่าของตำรับตำราไทย โดยที่ผ่านมานั้น กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกได้รับมอบตำรับ ตำราภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยจากหน่วยงานและประชาชนที่มอบให้เป็นภูมิปัญญาชาติ จำนวน 503 แผ่นศิลา 33 แผ่นใบลาน 612 ตำรา 48,159 ตำรับ หลังจากนั้นได้ดำเนินการเชิงประจักษ์ ในการพัฒนาสิ่งที่ได้รับมอบมาโดย จัดทำเป็นตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ 324 ตำรับ ครอบคลุมการรักษาโรค 15 กลุ่มโรค/อาการ ใช้ในโรงพยาบาล/คลินิก โดยแพทย์แผนไทย  ส่วนในครั้งนี้ ทางมูลนิธิราชสกุลอาภากรฯ มีการมอบตำราในความดูแลครอบครองของหมอพร  2 เล่ม คือ  ตำราอติสารวรรค และ  ตำราพระโอสถปราสาททอง ให้กรมฯ ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่มีอำนาจ หน้าที่โดยตรงในการดูแล พัฒนา ปรับปรุง และพิจารณา กลั่นกรองเสนอประกาศเป็นตำราของชาติ ตามเกณฑ์และลำดับขั้นตอน  เมื่อรับมอบแล้ว ปี  2566  กรมฯ จะมีการประชุมผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ ราชบัณฑิต นักอักษรศาสตร์ทรงคุณวุฒิ ทางด้านภาษา เอกสาร และหนังสือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย นักกฎหมาย และมูลนิธิราชสกุลอาภากร  ในพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เพื่อปริวรรต ถ่ายถอด ปรับปรุง พัฒนา และแปล ตำรา โอสถปราสาททอง  ให้แล้วเสร็จ เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป

ทางด้าน หม่อมราชวงศ์ จิยากร อาภากร เสสะเวช ประธานกรรมการมูลนิธิราชสกุลอาภากร ในพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ กล่าวว่า ทางมูลนิธิฯมีความประสงค์มอบตำรายาโบราณของหมอพรทรงรวบรวมไว้ จำนวน 2 รายการตำรา ได้แก่ ตำรายาหมอพร เล่ม 1 ว่าด้วย พระคัมภีร์อติสารวรรคโบราณะกรรมแลปัจจุบันนะกรรม 92 ตำรับ และตำรายาโบราณ  พระโอสถปราสาททอง จำนวน 67 ตำรับ เป็นเอกสารโบราณประเภทสมุดไทยดำ ที่สืบทอดมากว่า 300 ปี สมัยสมเด็จพระนารายณ์และเป็นหนึ่งในจำนวนตำรา 15 เล่ม ประเภททสมุดไทย ของพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงรวบรวมและเรียบเรียงขึ้น เป็นตำรับยาแผนไท ใช้รักษาโรค  ส่งมอบเพื่อให้กรมฯ บริหารจัดการปริวรรต ถ่ายถอด ปรับปรุง พัฒนา อันจะเป็นประโยชน์ทางการแพทย์และสาธารณสุข ต่อสุขภาพของประชาชนและเศรษฐกิจประเทศชาติ และในปี 2566 นี้ จะได้จัดพิมพ์“ตำราพระโอสถปราสาททอง” เผยแพร่และมอบเป็นของที่ระลึก เนื่องในวาระครบรอบ 100 ปี แห่งวันสิ้นพระชนม์ ของพลเรือเอกพระเจ้า บรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งตรงกับวันที่ 19 พฤษภาคม 2566 อีกด้วย 

ด้าน ดร.นันทศักดิ์ โชติชนะเดชาวงศ์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์พื้นบ้านไทยกล่าวว่า บทบาทกองคุ้มครองฯ มีหน้าที่สำคัญมากเพราะเป็นหน่วยงานหนึ่งเดียวในการบริหารจัดการ รวบรวม ปริวรรต ถ่ายถอด สังคายนา ใช้ตำรับยาแผนไทยในอดีตมาใช้ในทางการแพทย์ การสาธารณสุขและการดูแลสุขภาพ ต่อยอดทางเศรษฐกิจของสังคมและประชาชน และมีแนวทางในการพัฒนาและส่งเสริมในราชสกุล, ตระกูล, สมาคม, ชมรม, สถาบัน ที่มีตำรับตำราในครอบครองสามารถนำมามอบเป็นสมบัติของแผ่นดินได้ เมื่อทางกรมการแพทย์แผนไทย ในฐานะหน่วยงานรัฐจะได้นำไปพัฒนาเป็นฐานข้อมูลอ้างอิง ต่อยอดการวิจัยพัฒนายาใหม่ที่มีคุณค่าเกิดประโยชน์ต่อระบบสุขภาพต่อไป 
 

เปิดลงนามถวายพระพร’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698378

เปิดลงนามถวายพระพร'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ' ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

เปิดลงนามถวายพระพร’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.52 น.

สภากาชาดไทย เปิดลงนามถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ตั้งแต่เวลา 08.00 – 16.00 น.วันที่ 16 ธันวาคม 2565 ณ ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไม่เว้นวันหยุดราชการ

อนึ่ง สำนักพระราชวัง ออกแถลงการณ์เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวร ความว่า

ม.นครพนมเปิดเวทีเสวนา ผลิตสื่อตามติดชีวิตเด็กพิการแถบลุ่มแม่น้ำโขง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698308

ม.นครพนมเปิดเวทีเสวนา ผลิตสื่อตามติดชีวิตเด็กพิการแถบลุ่มแม่น้ำโขง

ม.นครพนมเปิดเวทีเสวนา ผลิตสื่อตามติดชีวิตเด็กพิการแถบลุ่มแม่น้ำโขง

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.31 น.

‘เธอคือคนสำคัญ’ มหาวิทยาลัยนครพนมเปิดเวทีเสวนา ผลิตสื่อตามติดชีวิตเด็กพิการแถบลุ่มแม่น้ำโขง ผู้ปกครองภูมิใจลูกมีพัฒนาการดีขึ้น

วันที่ 15 ธ.ค.65 เมื่อเวลา 09.00 น. ณ ห้องล้านช้าง โรงแรมพักพิงอิงโขง ริมถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212 (ชยางกูร) เขตเทศบาลเมืองนครพนม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นาวี อุดร รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยนครพนม ได้เป็นประธานเปิดเวทีถอดบทเรียนโครงการ เวทีเสวนาและพิธีส่งมอบสื่อชุดกระตุ้นพัฒนาการ โครงการวิจัยและพัฒนาการผลิตสื่อเพื่อกระตุ้นพัฒนาการและสร้างการเรียนรู้การใช้วิถีชีวิตใหม่ สำหรับเด็กพิการ แถบชายแดนลุ่มแม่น้ำโขง

ในการนี้มีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เบญจยามาศ พิลายนต์ ในนามหัวหน้าโครงการฯ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานเพื่อสำรวจสภาพปัญหาและความต้องการ ประกอบด้วย วิถีชีวิต ปัญหาและความต้องการในการปรับตัวสู่วิถีชีวิตใหม่ ทักษะที่จำเป็นในการดำรงชีพในวิถีชีวิตใหม่ของเด็กพิการ ความรอบรู้ด้านสุขภาพในการปรับตัวสู่วิถีชีวิตใหม่ของผู้ดูแลและประสบการณ์การจัดการของผู้ดูแลเด็กพิการในวิถีชีวิตใหม่ตามบริบทพื้นที่ศึกษา, เพื่อออกแบบและผลิตสื่อสร้างสรรค์กระตุ้นพัฒนาการและสร้างการเรียนรู้การใช้ชีวิตในวิถีชีวิตใหม่สำหรับเด็กพิการฯและเพื่อประเมินผลและขยายผลการใช้สื่อกระตุ้นพัฒนาการและสร้างการเรียนรู้การใช้ชีวิตในวิถีชีวิตใหม่สำหรับเด็กพิการในแถบชายแดนลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งการจัดโครงการฯในครั้งนี้มีคณะผู้เข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.), เจ้าหน้าที่สาธารณสุข, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม) และจิตอาสาดูแลผู้พิการทางสติปัญญา จากจังหวัดนครพนม บึงกาฬ มุกดาหาร นำเด็กพิเศษและผู้พิการเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว จำนวน 100 คน

ทั้งนี้ ผศ.ดร.เบญจยามาศ พิลายนต์ หัวหน้าโครงการฯ เปิดเผยว่า จากการสำรวจสภาพปัญหาและความต้องการฯ ในพื้นที่ 3 จังหวัด โดยได้รับการพิจารณาจัดสรรงบประมาณจาก กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ประจำปี 2564 ถือว่าได้รับการตอบรับจากผู้ปกครองเด็กพิเศษ ตลอดจนผู้พิการเป็นอย่างดี การจัดเวทีถอดบทเรียน เสวนา และส่งมอบสื่อกระตุ้นพัฒนาการฯ ได้รับการสนับสนุนอาจารย์ และนักวิชาการของมหาวิทยาลัยนครพนม ในการทำงานวิจัยเพื่อสังคม ตามนโยบาย และพันธกิจของมหาวิทยาลัย ประกอบด้วย นายแพทย์ขวัญชัย ประเสริฐยิ่ง นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลนครพนม บรรยายด้านสิทธิด้านสุขภาพของคนพิการ COVID-19 และเข้าสู่ NEXT NORMAL

ผศ.ดร.เบญจยามาศ พิลายนต์ กล่าวต่อว่า ส่วนการเสวนาเรื่องสื่อสร้างสรรค์เพื่อคนพิการ ภายใต้วิถีปกติใหม่ แถบชายแดนลุ่มแม่น้ำโขง มีผู้ร่วมเวทีเสวนาได้แก่ 1.นางสาวสุมินตรา ภมรพล ครูกิจกรรมบำบัด ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดนครพนม 2.นางจีรวรรณ สุพร 3.นางสาวอรสา ปัญญาวงศ์ สองรายหลังนี้เป็นผู้ปกครองเด็กพิการ ซึ่งหลังจบการเสวนาก็จะมอบสื่อแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อนำไปเผยแพร่ในชุมชนของตนต่อไป

โดยก่อนหน้านี้โครงการวิจัยและพัฒนาการผลิตสื่อเพื่อกระตุ้นพัฒนาการและสร้างการเรียนรู้การใช้วิถีชีวิตใหม่สำหรับเด็กพิการแถบชายแดนลุ่มแม่น้ำโขง 3 จังหวัด (บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร) ของ ดร.เบญจยามาศ พิลายนต์ อาจารย์ประจำวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครพนม มหาวิทยาลัยนครพนม พร้อมคณะ ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ได้ติดตามถ่ายทำสารคดีชีวิตของเด็กพิการทางสติปัญญา ใน 3 จังหวัดอย่างต่อเนื่อง และมีผลเป็นที่น่าพอใจ เด็กสามารถพัฒนาตนเองตามคำแนะนำ และปฏิบัติตามคำสั่งได้ ถือเป็นการตอบรับไปในทิศทางที่ด – 003

‘ตรีนุช’มอบ สอศ.ขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วน ตั้งศูนย์การศึกษาพิเศษอาชีวศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698278

‘ตรีนุช’มอบ สอศ.ขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วน ตั้งศูนย์การศึกษาพิเศษอาชีวศึกษา

‘ตรีนุช’มอบ สอศ.ขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วน ตั้งศูนย์การศึกษาพิเศษอาชีวศึกษา

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 12.24 น.

“ตรีนุช”มอบ สอศ.ขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วน ตั้งศูนย์การศึกษาพิเศษอาชีวศึกษา สร้างโอกาส-ความเสมอภาคให้ทุกช่วงวัยมีอาชีพ

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2565 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงศ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า จากนโยบาย น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย ตนจึงได้ประกาศจัดตั้งศูนย์บริหารงานการศึกษาพิเศษอาชีวศึกษา (ศพอ.) เป็นหน่วยงานภายในสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยมอบนโยบายให้เร่งขับเคลื่อนการจัดอาชีวศึกษาและฝึกอบรมวิชาชีพให้เข้าถึงคนพิการทุกช่วงวัย จึงได้มอบหมายให้ ศพอ.และสำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษาและวิชาชีพ ร่วมกับวิทยาลัยสารพัดช่างบรรหารแจ่มใส จังหวัดสุพรรณบุรี ดำเนินการจัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนการจัดการศึกษาพิเศษอาชีวศึกษา ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2566 – 2570) , แผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 และการขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2567 โครงการอาชีวศึกษาเพื่อคนพิการ รวมทั้ง คู่มือการขับเคลื่อนศูนย์การศึกษาพิเศษอาชีวศึกษา ประจำภูมิภาค โดยมี ดร.บุญส่ง จำปาโพธิ์ ดร.สาโรจน์ ขอจ่วนเตี๋ยว นางปัทมา วีระวานิช ที่ปรึกษาการจัดการศึกษาพิเศษอาชีวศึกษา และดร.นิติ นาชิต ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานการอาชีวศึกษา รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาธุรกิจและบริการอาชีวศึกษา ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานการศึกษาพิเศษอาชีวศึกษา

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวต่อว่า โดยผนึกกำลัง ผู้อำนวยการ, รองผู้อำนวยการ , ครู และบุคลากรทางการศึกษา จาก 10 ศูนย์การศึกษาพิเศษอาชีวศึกษา ประจำภูมิภาค มาร่วมดำเนินการ ได้แก่ ศูนย์การศึกษาพิเศษอาชีวศึกษา ภาคกลาง 1 ที่ตั้ง  วิทยาลัยการอาชีพพุทธมณฑล , ศูนย์การศึกษาพิเศษอาชีวศึกษา ภาคกลาง 2 ที่ตั้ง  วิทยาลัยสารพัดช่างบรรหาร – แจ่มใส , ศูนย์การศึกษาพิเศษอาชีวศึกษา ภาคเหนือ 1 ที่ตั้ง วิทยาลัยสารพัดช่างพิษณุโลก , ศูนย์การศึกษาพิเศษอาชีวศึกษา ภาคเหนือ 2 ​ที่ตั้ง วิทยาลัยสารพัดช่างเชียงใหม่ , ศูนย์การศึกษาพิเศษอาชีวศึกษา ภาคใต้ 1 ที่ตั้ง วิทยาลัยสารพัดช่างนครศรีธรรมราช, ศูนย์การศึกษาพิเศษอาชีวศึกษา ภาคใต้ 2 ที่ตั้ง วิทยาลัยสารพัดช่างสุราษฎร์ธานี , ศูนย์การศึกษาพิเศษอาชีวศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 ที่ตั้ง วิทยาลัยสารพัดช่างอุดรธานี , ศูนย์การศึกษาพิเศษอาชีวศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 ที่ตั้ง วิทยาลัยสารพัดช่างสุรินทร์ , ศูนย์การศึกษาพิเศษอาชีวศึกษา กรุงเทพมหานคร ​ที่ตั้ง วิทยาลัยสารพัดช่างนครหลวง และ ศูนย์การศึกษาพิเศษอาชีวศึกษา ภาคตะวันออก ที่ตั้ง วิทยาลัยเทคนิคบางแสน

“การดำเนินการดังกล่าวจะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้พิการทุกช่วงวัยมีโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาอาชีวศึกษาและฝึกอบรมวิชาชีพได้อย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกับคนปกติทั่วไป รวมทั้งเป็นการให้ความรู้ ฝึกทักษะอาชีพ สร้างงานเพื่อให้คนพิการมีอาชีพ สามารถทำงานและได้เลี้ยงดูตนเอง โดยไม่เป็นภาระของสังคมต่อไป” ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าว

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2577438

สุทธิพงษ์ จุลเจริญ แถลงข่าวการจัดงาน “เทศกาลไหมไทย 2565”

15 ธ.ค. 2565 04:58 น.

  • อินทรีเหล็ก

สุทธิพงษ์ จุลเจริญ แถลงข่าวการจัดงาน “เทศกาลไหมไทย 2565”

@สุทธิพงษ์ จุลเจริญ, ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ และ อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ แถลงข่าวการจัด “เทศกาลไหมไทย 2565” ระหว่าง 15-18 ธ.ค. โดยมี ประวิช สุขุม, พิจิตรา บุณยรัตพันธุ์ และ ธีระพันธ์ วรรณรัตน์ มาร่วมงานด้วย ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันก่อน.@

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม 2565

  • การเมืองที่ยังอยู่ในบรรยากาศที่อึมครึม เป็นสุญญากาศในสภา…..สภาล่มเป็นเรื่องธรรมชาติ ….ว่าด้วย กฎหมายกัญชาเสรี…ที่หมอตี๋ สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ….ออกอาการถอดใจ ในฐานะกาวใจ ระหว่าง ประชาธิปัตย์ กับ ภูมิใจไทย….ความขัดแย้งไปไกล เกินกว่าจะเยียวยา…..การเมืองก็เป็นอีกเรื่อง…..อนาคตเด็กและเยาวชนที่ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ก็เป็นอีกเรื่อง……ถ้าจะเอา ยาเสพติดไปแลกกับอนาคตเยาวชนของชาติ ต้องคิดให้รอบคอบ
สุทธิพงษ์ จุลเจริญ แถลงข่าวการจัดงาน “เทศกาลไหมไทย 2565”
7 ขวบ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงานฉลองครบรอบ 7 ปี บลูพอร์ต หัวหิน พร้อมเปิดไฟต้นคริสต์มาสยักษ์และกิจกรรมสุดพิเศษมากมาย โดยมี ว่าที่ พ.ต.อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ และ พลกฤต พวงวลัยสิน มาร่วมงานด้วย ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ วันก่อน.
  • การเตรียม เปิดตัว 43 ส.ส.งูเห่า ที่ฝากเลี้ยงไว้ในพรรคการเมืองต่างๆ ของ พรรคภูมิใจไทย ที่ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค….ประกาศความชัดเจน จะเป็นพรรคใหญ่ เป็น แกนนำจัดตั้งรัฐบาล….พร้อม ขึ้นแท่นนายกฯประเทศไทย ด้วยตัวเอง ไม่เป็นนอมินีให้ใคร …..กลายเป็นชนวนการเมืองร้อน เร่งให้ปิดจ๊อบเร็วขึ้น …..จับตาการเดินทางกลับจากการร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน-สหภาพยุโรป ที่ ประเทศเบลเยียม ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในวันนี้…..และการ เปิดตัว ส.ส.งูเห่า ของ พรรคภูมิใจไทย ในวันพรุ่งนี้ (วันที่ 16 ธันวาคม) …จะมีความสอดคล้องทางการเมืองกับการประกาศความชัดเจนทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ อย่างไร……ถ้าจะบอกว่า รวมไทยสร้างชาติ กับ พลังประชารัฐ กับ ภูมิใจไทย ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน….ให้อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ
สุทธิพงษ์ จุลเจริญ แถลงข่าวการจัดงาน “เทศกาลไหมไทย 2565”
อย่าพลาด สุทธิพงษ์ จุลเจริญ, ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ และ อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ แถลงข่าวการจัด “เทศกาลไหมไทย 2565” ระหว่าง 15-18 ธ.ค. โดยมี ประวิช สุขุม, พิจิตรา บุณยรัตพันธุ์ และ ธีระพันธ์ วรรณรัตน์ มาร่วมงานด้วย ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันก่อน.
  • ในขณะที่ พลังประชารัฐ ที่มีรองนายกฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรคยังจัดทัพ ไม่ลงตัว…..การเปิดตัว นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง ประชาธิปัตย์ และอดีตสมาชิกพรรค สร้างอนาคตไทย ….ให้คุมการเลือกตั้งในภาคใต้ อาจเสีย อันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี ที่ ปัจจุบันยังสังกัดพรรคประชาธิปัตย์…..ขืนทะเล่อทะล่าไปเปิดตัวเป็นสมาชิกพรรค พลังประชารัฐ ตอนนี้มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง….เลยแจ้งป่วยเป็นโควิด กะทันหัน…..ส่วนเหตุผลสำคัญที่ อันวาร์ อาจไปหาโลกใบใหม่ที่ไม่ใช่ พลังประชารัฐ….ไม่อยากพูดมากเจ็บคอ
สุทธิพงษ์ จุลเจริญ แถลงข่าวการจัดงาน “เทศกาลไหมไทย 2565”
สนุกร่าเริง สเตฟาน จูเบิร์ท และ จิรวรรณ วัฒนสมบัติ จัดงาน “Central Let’s Celebrate 2023” เพื่อส่งความสุขความสนุก พร้อมเนรมิตห้างเซ็นทรัลให้เป็นบ้านอันอบอุ่นสำหรับทุกคน โดยมี ตรีรนันท์ ลีฬหาวงศ์ และ อุรัสยา เสปอร์บันด์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว วันก่อน.
  • ส่วนที่เป็นข่าวว่า พลังประชารัฐ มอบหมายให้ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค อดีต รมช.แรงงาน……รับผิดชอบการเลือกตั้งใน กทม. เจ้าตัวถึงกับสะดุ้ง……ในขณะที่มีกระแสข่าวว่า ส.ส.กทม.ของพลังประชารัฐ ทั้ง 12 คน….เตรียมออกจากพรรคไปหาโลกใบใหม่…..เป็นหวังดีแต่ปรารถนาร้ายของคนปล่อยข่าว ….เพราะใครไปคุม การเลือกตั้ง กทม.เที่ยวนี้ ก็เท่ากับเอาคอไปขึ้นเขียงชัดๆ…..ใช่ไม่ใช่
สุทธิพงษ์ จุลเจริญ แถลงข่าวการจัดงาน “เทศกาลไหมไทย 2565”
เดอะมอลล์จัดให้ ศุภลักษณ์ อัมพุช ประธาน กก.เดอะมอลล์ กรุ๊ป มอบเงินจำนวน 200,000 บาท ให้ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี กฤษณา อัมพุช, วรลักษณ์ ตุลาภรณ์, ณัฐศมน วงศ์กิตติพัฒน์ และ นงนุช นามวงศ์ มาร่วมในพิธีด้วย ที่ สนง.นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.
  • เช่นเดียวกับกระแสข่าว การรวบรวมรายชื่อกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ให้ครบ 18 คน เพื่อลาออก บีบ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค…..เนื่องจากมองว่าไม่มีความสามารถแข่งขันในสนามเลือกตั้ง ที่มีแต่เลือดไหลออก…..รายงานข่าวกล่าวว่า ร้อนถึง เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ เลขาธิการพรรค และ นิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค ต้องออกมาเคลียร์ปัญหาเพราะไม่อยากให้เปลี่ยนม้ากลางศึก……จริงเท็จประการใด ไม่มีไฟก็ไม่มีควันฉันใดก็ฉันนั้น
สุทธิพงษ์ จุลเจริญ แถลงข่าวการจัดงาน “เทศกาลไหมไทย 2565”
เพลิดเพลิน ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์, คริสโตเฟอร์ นิโคลส์ และ นทชาติ จินตกานนท์ จัดกิจกรรม “Illuminated Christmas Fayre 2022” งานคริสต์มาสเต็มไปด้วยแสงสีตระการตาสุดยิ่งใหญ่ โดยมี ผศ.ดร.ปนันดา จันทร์สุกรี มาร่วมงานด้วย ที่โรงเรียนนานาชาติเวลลิงตัน คอลเลจ วันก่อน.
  • สำหรับกระแสข่าว การรวมพรรค สร้างอนาคตไทย ที่มี อุตตม สาวนายน เป็นหัวหน้าพรรค สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นเลขาธิการพรรค และมี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นอาจารย์ใหญ่….กับ พรรคไทยสร้างไทย ที่มี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นหัวหน้าพรรค ยังไม่บรรลุข้อตกลง เพราะความยังไม่นิ่งของ ตำแหน่งในพรรคและเงื่อนไข บางอย่าง…..โดยเฉพาะ มีคนเข้าคนออก ทั้งสองพรรคตลอดเวลา…..ที่มีทั้งพรรคจริงและพรรคปลอม…..ถูกกลบด้วย กระแส บวก กระสุน…..จากพรรคใหญ่ ที่ยิงกันในท้องตลาด ยกแรก ไม่ต่ำกว่า 30…..เลยต้องทำใจบางๆ ไม่ให้เปราะบาง ก่อนที่จะตัดสินใจไปอยู่พรรคใหม่ ที่ชื่อสร้างไทย …..เป็นใครก็ทำใจลำบาก จริงมะ
สุทธิพงษ์ จุลเจริญ แถลงข่าวการจัดงาน “เทศกาลไหมไทย 2565”
เบิร์ธเดย์ วสวัตติ์ วัฒนาศิริสมบัติ จัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดให้ เกียรติศักดิ์ เอี่ยมพุทธรักษ์ โดยมี ชาลอต โทณวณิก, ดร.มัทนาปวีณ์ สาระคุณมนตรี, ภารณี จิตรกร, ธัญรัศม์ จิรฐิติเกียรติ และ นิปุณ แก้วเรือน มาร่วมอวยพรด้วย ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.
  • โพลการเมือง ที่ออกมา ปั่นกระแสหุ้นการเมือง อยู่ในตอนนี้…..ถึงขนาดฟันธงว่า มีพรรคการเมืองไหนจะได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล….โดยเฉพาะ นิด้าโพล….ที่มีผลสำรวจว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปเป็นแคนดิเดต นายกฯให้กับ พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มีพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นหัวหน้าพรรค….จะไม่ได้เป็นรัฐบาลต่อ….. ทำเอา พล.อ.ประยุทธ์ รวมทั้ง พีระพันธุ์ หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ต้องรีบ ออกมา เย้ยไม่สนใจโพลการเมือง…..จับตาวันที่ 25 ธ.ค.นี้จะมี โพลการเมืองโค้งสุดท้าย อีกกระทอก
  • มาที่ประเด็น กลุ่มทุนนักธุรกิจจีนสีเทา…ยิ่งสาวก็ยิ่งเจอ….พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. พูดเอง…พบอย่างน้อยมีตำรวจ ตม. 27 ราย….ที่มีเอี่ยวกับการให้ วีซ่า นักลงทุนจีนสีเทา……บางรายถึงกับร้องไห้ในขณะการสอบสวน ….เรื่องนี้ได้รายงานให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ทราบเรียบร้อยแล้ว ….ส่งอัยการให้ดำเนินคดี แม้แต่เพื่อนร่วมรุ่นก็ไม่ละเว้น…..แวดวงสีกากีในยุคการเมืองปะฉะดะ ต้องอยู่ให้เป็นถึงจะรอด
สุทธิพงษ์ จุลเจริญ แถลงข่าวการจัดงาน “เทศกาลไหมไทย 2565”
คริสต์มาส จิรัสย์ วัฒนภัทรเศรษฐ์ จัดงาน “เกษร คริสต์มาส วิลเลจ” เนรมิตพื้นที่แห่งการเฉลิมฉลองท่ามกลางบรรยากาศเทพนิยายของชาวโรมัน โดยมี ชาญ ศรีวิกรม์, ฟ้าฟื้น เต็มบุญเกียรติ, ปิยวดี มาลีนนท์, ชวนล ไคสิริ และ ธนภพ ลีรัตนขจร มาร่วมงานด้วย ที่เกษรวิลเลจ วันก่อน.
  • การเมืองมาแล้วก็ไป….ผลโพลของคนอเมริกันกับผู้นำทางการเมือง….ระบุ คนอเมริกัน ร้อยละ 61 เห็นว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ควรลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯอีก…..ขณะที่ ร้อยละ 70 ก็ระบุว่า โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนปัจจุบัน ก็ไม่ควรลงสมัครชิงประธานาธิบดีสหรัฐฯในครั้งหน้าเช่นกัน…..เหตุผลสำคัญคือ เรื่องของอายุ ทัศนคติ และ วิสัยทัศน์ ในการบริหารประเทศ ….ที่ทั้ง ทรัมป์ และ ไบเดน มีอายุใกล้เคียงกัน 76 กับ 80 ปี ตามลำดับ….ในขณะที่ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน บินไปจับมือกับ เจ้าชายซาอุดีอาระเบีย เจรจาค้าขายน้ำมัน ซึ่งจีนระบุว่า ต้องเป็นสกุลเงินหยวน….ตัดกำลัง เงินสกุลดอลลาร์ในการค้าโลก…..มองโลกก็ต้องมองเราด้วย
  • ห้องอาหารเปรมประชากร โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น จัดเต็มบุฟเฟต์สุดคุ้ม ซีฟู้ดออนไอซ์บาร์บีคิว มื้อค่ำ ราคาท่านละ 790 บาท สำรองที่นั่ง0-2575-5599

“อินทรีเหล็ก”

หนุน ปชช.ซื้อรถไฟฟ้า อินโดฯ เสนอเงินอุดหนุนกว่า 173,000 ต่อคัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2578475

หนุน ปชช.ซื้อรถไฟฟ้า อินโดฯ เสนอเงินอุดหนุนกว่า 173,000 ต่อคัน

15 ธ.ค. 2565 14:59 น.

หนุน ปชช.ซื้อรถไฟฟ้า อินโดฯ เสนอเงินอุดหนุนกว่า 173,000 ต่อคัน

รัฐบาลอินโดนีเซียเตรียมออกมาตรการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของประชาชน โดยเสนอเงินอุดหนุนให้ประชาชนที่ซื้อรถไฟฟ้าคันละกว่า 173,000 บาท และจะรวมถึงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและรถไฮบริดด้วย

นายอากุส กูมิวัง คาร์ตาซัสมิตา รัฐมนตรีอุตสาหกรรมอินโดนีเซียออกมาเปิดเผยว่า รัฐบาลอินโดนีเซียมีแผนที่จะออกมาตรการกระตุ้นการซื้อรถยนต์ไฟฟ้า รวมไปถึงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและรถไฮบริด เพื่อหวังลดการปล่อยมลพิษในอากาศ โดยจะให้เงินอุดหนุนการซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามากกว่า 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่า 173,000 บาทต่อการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าทุกคัน รวมทั้งชดเชย 40 ล้านรูเปียห์ หรือเกือบ 90,000 บาทสำหรับรถยนต์ไฮบริด และ 8 ล้านรูเปียห์ หรือราว 17,000 บาท สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ทำให้ประชาชนที่ซื้อรถประเภทดังกล่าวได้รับส่วนลดตามจำนวน

หนุน ปชช.ซื้อรถไฟฟ้า อินโดฯ เสนอเงินอุดหนุนกว่า 173,000 ต่อคัน

อย่างไรก็ตาม มาตรการอุดหนุนดังกล่าวจะให้เฉพาะการซื้อรถไฟฟ้าจากบริษัทที่มีโรงงานผลิตในอินโดนีเซียเท่านั้น

นอกจากนี้ รัฐบาลจะจ่ายเงินชดเชย 5 ล้านรูเปียห์ หรือราว 11,000 บาท ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการดัดแปลงสภาพเครื่องยนต์จักรยานยนต์ให้เป็นระบบไฟฟ้าด้วย

หนุน ปชช.ซื้อรถไฟฟ้า อินโดฯ เสนอเงินอุดหนุนกว่า 173,000 ต่อคัน

อย่างไรก็ตาม นายอากุส ไม่ได้เผยกรอบเวลาที่แน่นอนว่ามาตรการดังกล่าวจะมีผลเมื่อใด รวมทั้งไม่มีการเปิดเผยถึงงบประมาณทั้งหมดที่รัฐบาลจะใช้สำหรับโครงการนี้ด้วย ขณะที่ พลเอกลูฮุท บินซาร์ ปันด์จัยตัน รัฐมนตรีอาวุโส ระบุว่า โครงการนี้น่าจะเริ่มในปีหน้า โดยรัฐบาลอินโดนีเซียตั้งเป้าที่จะให้มีการใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศอย่างน้อย 1.2 ล้านคัน และมีรถยนต์ EV หรือรถยนต์ไฟฟ้าอย่างน้อย 35,000 คัน ภายในปี 2567.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย