ผู้ช่วยปลัดฯร่วมวง ประชุมเสนอผลงาน โครงการCapacity หนุนโมเดลBCGไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698189

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.นฤมล สงวนวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าว ภายหลังร่วมประชุมเสนอผลโครงการ Capacity Building to Reduce Avoidable Food Waste in Micro, Small and Medium Food Processing Enterprises and in Retail พร้อมกับผู้แทนหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯ อาทิ กรมปศุสัตว์ กรมประมง ว่าโครงการนี้อยู่ภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างไทยและ FAO ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณการดำเนินงานจากกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง ประเทศญี่ปุ่น มีระยะเวลาการดำเนินโครงการ 4 ปี (2560–2564) ในการดำเนินงานของประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปประกอบการจัดทำคู่มือการลด Food Waste and Loss และให้ภาคธุรกิจนำไปเป็นแนวทางการพัฒนาและเผยแพร่ไปยังภูมิภาคอื่น และเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายนำไปปฏิบัติ ตามคำแนะนำการจัดทำ Draft National Strategy for Food Waste Reduction

น.ส.นฤมล กล่าวต่อว่า การดำเนินโครงการดังกล่าว นอกจากจะสนับสนุน Thailand’s Road Map for Food Waste Management แล้วยังสนับสนุนโมเดลเศรษฐกิจ BCG ของรัฐบาล ซึ่งเป็นรูปแบบเศรษฐกิจที่ให้ความสำคัญกับการจัดการขยะและของเสียภายหลังการบริโภค ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถนำผลมาบูรณาการร่วมกับแผนงานและกิจกรรมที่ดำเนินการในเรื่อง Food loss and Food waste เพื่อสนับสนุนระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืน ให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในปี 2030

‘อลงกรณ์’โต้ปมผูกขาดทุเรียน มั่นใจสร้างรายได้ที่จีนแสนล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698187

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้
(ฟรุ้ทบอร์ด) ชี้แจงถึงกรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้จัดรายการ Sonthitalk เผยแพร่เรื่อง “แฉทุนจีนสีเทาผูกขาดทุเรียนไทย” และให้คำแนะนำเรื่องการป้องกันการผูกขาดและการค้าทุเรียนอ่อนด้อยคุณภาพ ว่าสอดคล้องกับข้อห่วงใยของฟรุ้ทบอร์ด โดยให้กรมวิชาการเกษตร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 ทั้งนี้ จากผลการบริหารจัดการผลไม้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ สามารถยกระดับการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานผลไม้ไทย โดยเฉพาะทุเรียนจนประสบความสำเร็จ ทำให้ผู้บริโภคจีนเชื่อมั่นในคุณภาพผลไม้ไทย ส่งผลให้ราคาทุเรียนหน้าสวนและหน้าล้งดีขึ้น

อย่างไรก็ดี ในปีที่ผ่านมาผลไม้ไทยสามารถครองใจผู้บริโภคชาวจีน จนครองส่วนแบ่งตลาด (มาร์เก็ตแชร์) ในประเทศจีนเพิ่มขึ้นเป็นกว่าร้อยละ 40 สามารถสร้างรายได้จากตลาดจีนกว่า 2 แสนล้านบาท ยิ่งกว่านั้นทุเรียนสดของไทยยังสามารถครองส่วนแบ่งในตลาดโลกกว่าร้อยละ 70 และครองส่วนแบ่งในตลาดจีนสูงเกินกว่าร้อยละ 90 ด้วยปริมาณการส่งออกไปตลาดจีนกว่า 8 แสนตัน คิดเป็นมูลค่าทะลุ 1 แสนล้านบาท เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สำหรับปีนี้ได้ส่งออกทุเรียนสดไปจีนแล้วกว่า 7 แสนตัน มูลค่ากว่า 8 หมื่นล้านบาท ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์-17 พฤศจิกายน 2565

ปลัดเกษตรฯเน้นคุณภาพ เชื่อมั่นในทุเรียนไทยส่งขายจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/698190

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังตรวจราชการ จ.ชุมพร และเป็นประธานมอบนโยบายแนวทางพัฒนาการตรวจสอบย้อนกลับทุเรียนส่งออกไปจีน และการยกระดับมาตรฐานผลไม้ไทย พร้อมมอบใบรับรองแหล่งผลิตพืช GAP พืช และเยี่ยมชมสวนทุเรียนที่ได้รับการรับรอง GAP ที่แปลงใหญ่ทุเรียน ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อ.ปะทิว จ.ชุมพร โดยมีนายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่าการส่งออกทุเรียนไทยไปจีน ต้องรักษามาตรฐานและคุณภาพโดยการควบคุมตั้งแต่ต้นทางและเพิ่มสินค้าประเภทใหม่เป็นทางเลือก อาทิ ทุเรียนภูเขาไฟ ทุเรียนพันธุ์หลงลับแล ตลอดจนการแปรรูปผลิตภัณฑ์ เพื่อรักษาตลาดจีน โดยใช้การทำงานในลักษณะบูรณาการระหว่างเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร สมาคมผู้ประกอบการส่งออก และหน่วยงานทุกภาคส่วน ต้องร่วมมือกันกำหนดทิศทางทุเรียนไทย ที่สำคัญคือมาตรฐานและคุณภาพ โดยภารกิจการติดตามมาตรการตรวจสอบคุณภาพและรับรองสุขอนามัยพืชสำหรับทุเรียนส่งออกไปจีนเป็นภารกิจของกรมวิชาการเกษตร ซึ่งต้องดำเนินการให้เป็นรูปธรรม

“การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้ให้ความสำคัญกับการสร้างการรับรู้ให้กับพี่น้องเกษตรกร และข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ ทราบถึงแนวทางการดำเนินงาน โดยเฉพาะเรื่องมาตรฐาน GAP ที่ปรับรหัสรับรองรูปแบบใหม่สำหรับสินค้าผลไม้ที่ส่งออกไปจีนและประเทศอื่น ให้สอดคล้องกับระเบียบที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติดำเนินการ โดยออกกฎกระทรวงกำหนดลักษณะการใช้แสดงเครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร หรือรหัสเครื่องหมาย Q ได้สั่งการให้กรมวิชาการเกษตร แนะนำเกษตรกรตั้งแต่ตอนขึ้นทะเบียนเกษตรกร บูรณาการให้อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น เพื่อช่วยในการกระจายองค์ความรู้เรื่อง GAP และการขึ้นทะเบียน สำหรับเรื่องทุเรียนอ่อนที่มีกระแสข่าวว่าเป็นเพราะฝนที่ตกทำให้สีและรสชาติเปลี่ยนไป ต้องตัดทุเรียนก่อนกำหนด ส่งผลให้ทุเรียนไม่ได้คุณภาพ ให้ตรวจสอบว่าเป็นจริงหรือไม่ และเรื่องการสวมสิทธิ์ทุเรียน หากมีข้อมูลหรือเบาะแส ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร ดำเนินการเอาผิด” นายประยูร กล่าว

ทั้งนี้ กรมวิชาการเกษตร ได้ดำเนินการออกทะเบียน GAP รูปแบบใหม่ให้กับทุเรียนภาคตะวันออก
80,000 ฉบับ ให้แล้วเสร็จ ด้านการออกทะเบียน GAP พืชทุกประเภทในเขตพื้นที่ของสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรที่ 7 (สวพ.7) 8 จังหวัดภาคใต้นั้น ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นทั้งหมดแล้ว โดยแบ่งเป็น จ.สุราษฎร์ธานี 7,785 แปลง เกษตรกร 6,865 ราย จ.ชุมพร 18,357 แปลง เกษตรกร 17,328 ราย จ.ประจวบคีรีขันธ์ 3,571 แปลง เกษตรกร 3,359 ราย จ.นครศรีธรรมราช 15,461 แปลง เกษตรกร 13,493 ราย จ.กระบี่ 1,522 แปลง เกษตรกร 1,287 ราย จ.ภูเก็ต 580 แปลง เกษตรกร 463 ราย จ.ระนอง 4,433 แปลง เกษตรกร 3,891 ราย และ จ.พังงา 2,867 แปลง เกษตรกร 2,377 ราย

เปิดตัว ‘ไลฟ์ ดีดี มาร์เก็ต’ ตลาดกลางค้าส่งสินค้าคุณภาพ ทางเลือกใหม่สำหรับคนรักสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/698336

เปิดตัว ‘ไลฟ์ ดีดี มาร์เก็ต’ ตลาดกลางค้าส่งสินค้าคุณภาพ ทางเลือกใหม่สำหรับคนรักสุขภาพ

เปิดตัว ‘ไลฟ์ ดีดี มาร์เก็ต’ ตลาดกลางค้าส่งสินค้าคุณภาพ ทางเลือกใหม่สำหรับคนรักสุขภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.31 น.

องค์การตลาด กระทรวงมหาดไทย ร่วมสนับสนุนเกษตรกรไทย รวมไปถึงสินค้าโอทอป เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนรักและใส่ใจสุขภาพ เปิดตัวตลาด “ไลฟ์ดีดี มาร์เก็ต” พร้อมเป็นตัวกลางเชื่อมโยงผู้ผลิตทั้งเกษตรกร ผู้ผลิตสินค้าท้องถิ่น สินค้าโอทอป กับผู้ขายที่กำลังมองหาสินค้าดีๆ มีคุณภาพเพื่อไปต่อยอดสร้างรายได้ต่อไป

นายภาณุพล รัตนกาญจนภัทร รองประธานกรรมการองค์การตลาด ทำการแทนผู้อำนวยการองค์การตลาด เปิดเผยว่า “องค์การตลาด กระทรวงมหาดไทย มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทำการเปิดตัวตลาด “ไลฟ์ดีดี มาร์เก็ต” อย่างเป็นทางการ สำหรับวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งตลาดนั้น เนื่องจากว่าเราต้องการที่จะเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงระหว่าง ผู้ผลิต,เกษตรกร ที่ต้องการขายสินค้าของตนเองไปยังผู้ขาย เพื่อที่จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้ขายในการที่จะต้องการแสวงหาสินค้าเกษตร รวมไปถึงสินค้าโอทอป ที่มีคุณภาพ ส่งต่อไปยังผู้บริโภค

สำหรับจุดเด่นของตลาด “ไลฟ์ดีดี มาร์เก็ต” นั้นเราต้องการเน้นการขายสินค้าที่เหมาะกับคนรักสุขภาพ โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลักๆประกอบด้วย

– กลุ่มผักสด GAP ,ORGANICS ส่งตรงจากแปลงเป็นสินค้าเกษตร พร้อมส่งด้วยมาตรฐาน GAP , GMP และ Organics Thailand

– ผลไม้ตามฤดูกาล ผลไม้สดจากเกษตรกรส่งตรงจากสวนมาให้ผู้สนใจได้เลือกซื้อ ซึ่งจะเป็นผลไม้คุณภาพสดใหม่ เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพอย่างแท้จริง

– สินค้าท้องถิ่น ส่งตรงจากผู้ผลิต(ของกิน) โดยในกลุ่มนี้จะเป็นสินค้า โอทอป ประเภทของกิน ที่ใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นนั้นๆมาผลิตเป็นอาหารที่มีคุณภาพและรสชาติที่อร่อย เช่น สมุนไพร อาหาร และเครื่องดื่ม ที่สื่อถึงวัฒนธรรมในชุมชน และหาได้จากแหล่งผลิตนั้นๆโดยเฉพาะ

– สินค้าท้องถิ่น ส่งตรงจากผู้ผลิต(ของใช้) กลุ่มนี้จะเป็นสินค้า โอทอป ประเภทของใช้ที่ใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นมาผลิตของใช้ เช่น งานฝีมือระดับคุณภาพ ที่สื่อถึงวัฒนธรรมในชุมชน และหาได้จากแหล่งผลิตนั้นๆโดยเฉพาะ

นอกจากนี้ องค์การตลาดก็ได้เดินหน้าสนองนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลด้านการระบายสินค้าเกษตรที่ประสบปัญหาผลผลิตล้นตลาด เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ Covid-19 ซึ่งส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะภาคการเกษตร โดยเปิดช่องทางการจำหน่ายผลผลิตลองกองจากชาวสวนโดยตรง เพื่อจำหน่ายให้กับประชาชนในราคาที่รับซื้อโดยตรงจากชาวสวน ภายใต้ Life DD Hub

สำหรับ “ไลฟ์ดีดี มาร์เก็ต” นั้นถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำหรับสินค้าเกษตรค้าส่ง รวมไปถึงโอทอป ต่างๆที่น่าสนใจ เพื่อให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่สนใจในสินค้าคุณภาพ และรักสุขภาพ นอกจากนี้สินค้ายังเป็นสินค้าที่มีมาตรฐาน ส่งตรงจากเกษตรกรมายังผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งถือเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างแท้จริงอีกด้วย สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเบื้องต้นได้ที่ http://www.lifeddmarket.com  หรือโทร. 02-0249270-74 ต่อ 26” นายภาณุพล กล่าวทิ้งท้าย

-(016)

Airbnb เผยเทศกาลปีใหม่นักท่องเที่ยวไทยเตรียมแพ็คกระเป๋ามุ่งหน้าประเทศญี่ปุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/698330

Airbnb เผยเทศกาลปีใหม่นักท่องเที่ยวไทยเตรียมแพ็คกระเป๋ามุ่งหน้าประเทศญี่ปุ่น

Airbnb เผยเทศกาลปีใหม่นักท่องเที่ยวไทยเตรียมแพ็คกระเป๋ามุ่งหน้าประเทศญี่ปุ่น

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.25 น.

ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ หลายคนเตรียมแพ็คกระเป๋าออกเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยญี่ปุ่นยังเป็นหนึ่งในประเทศน่าเที่ยวสำหรับชาวไทยไม่เปลี่ยนแปลง ล่าสุด Airbnb* เผยผลสำรวจพบ 4 ใน 5 (หรือ 80%) ของนักท่องเที่ยววัยทำงานชาวไทย ตั้งใจเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น โดย 50% ระบุว่า ญี่ปุ่นเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งที่พวกเขาอยากเดินทางไปเยี่ยมเยือน สิ่งที่ประเทศญี่ปุ่นดึงดูดความสนใจนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยเฉพาะชาวไทย นอกจากเป็นประเทศที่สวยงามยังสะดวกในการเดินทางเข้าประเทศที่ไม่จำเป็นต้องขอวีซ่า จำนวน เที่ยวบินสามารถรองรับความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้นได้

จากผลสำรวจที่จัดทำขึ้นนี้ พบอีกว่า 1 ใน 4 ของผู้ที่แสดงความเห็น ตั้งใจเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นให้บ่อยขึ้นในอนาคต และยังมีอีกจำนวนมากที่กำลังมองหาเส้นทางและสถานที่ท่องเที่ยวที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มากกว่า 1 ใน 3 (หรือ 36%) กำลังเลือกจุดหมายปลายทางที่อยู่นอกเมืองใหญ่ และเกือบ 1 ใน 4 ให้ความสำคัญกับการสำรวจเยี่ยมชมเมืองเล็ก ๆ ที่จะทำให้พวกเขาสามารถเข้าถึงคนในท้องถิ่นได้

นางสาวชนารดี ฉัตรกุล ณ อยุธยา (หรือ จูลี่ เบเกอร์ แอนด์ ซัมเมอร์) ศิลปินรุ่นใหม่ไฟแรงและคอนเท้นท์ครีเอเตอร์ ได้กล่าวถึงแผนการเดินทางท่องเที่ยวญี่ปุ่นว่า “ส่วนตัวรู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้เดินทางไปต่างประเทศอีกครั้งหลังจากเกิดการระบาดของโควิด-19 และญี่ปุ่นก็เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ชื่นชอบอยู่แล้ว ป่านรักญี่ปุ่นมาก ไม่ว่าจะศิลปะ วัฒนธรรม ไปจนถึงธรรมชาติ อาหาร และมีความทรงจำดีๆที่เคยได้รับผ่านการทำงานและไปเที่ยวญี่ปุ่นมาโดยตลอด การได้กลับมาญี่ปุ่นรอบนี้เหมือนได้กลับบ้าน อบอุ่นใจมาก ๆ ขณะที่อยู่ที่นั่น ป่านก็วางแผนไปชมสถานที่ท่องเที่ยวที่คุ้นเคย ไปเจอเพื่อนเก่า แวะร้านอาหารที่ชอบและสำรวจละแวกใกล้เคียงในท้องถิ่นใกล้กับที่พัก Airbnb ที่เลือกจองไว้เพื่อจะได้ซึมซับบรรยากาศและวิถีชีวิตแบบlocalจริง ๆ รวมถึงเพลิดเพลินกับอาหารด้วยค่ะ”

แนะนำ 5 ที่พัก Airbnb ที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ที่วางแผนเดินทางไปญี่ปุ่น

Charming Traditional Villa in Yui Valley, ฟูจิเอดะ (Fujieda)

บ้านไม้แบบดั้งเดิมของชาวสวน รายล้อมด้วยป่าไผ่ ภูเขา และไร่ชา เป็นสถานที่พักผ่อนในชนบทที่เหมาะสำหรับผู้รักธรรมชาติ นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับการเดินป่า แช่ตัวในบ่อน้ำพุร้อน เข้าเวิร์กช็อปการทำเครื่องจักสานไม้ไผ่ การรักษาด้วยชิอัตสึหรือการฝังเข็ม และกิจกรรมอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียง

Niseko Mountain Guides Lodge, ฮอกไกโด (Hokkaido)

ตั้งอยู่ ณ เชิงเขาโยเทอิ (Yotei-san) ซึ่งเป็นภูเขาไฟอันเป็นสัญลักษณ์ของเขตนิเซโกะ (Niseko) ที่พักแห่งนี้มาพร้อมกับเตาฟืน และเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเล่นสกีในช่วงฤดูหนาว เมื่อหิมะหยุดตกในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน จะเป็นฤดูที่ดอกซากุระเบ่งบาน เหมาะกับการเดินป่า และการรับประทานอาหารใต้ร่มเงาไม้กลางแจ้ง ซึ่งเป็นอะไรที่พลาดไม่ได้เลย

Machiya Home, เกียวโต (Kyoto)

ที่พักอายุ 100 ปี ที่ได้รับการตกแต่งใหม่ พร้อมสวนส่วนตัวที่ผสมผสานระหว่างแบบดั้งเดิมกับความทันสมัยแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในเขตวัดชอมโยจิ มาชิยะ (Chomyoji Machiya) พร้อมมอบช่วงเวลาอันเงียบสงบตามวิถีเซนให้แก่ผู้เข้าพัก โดยสามารถเข้าถึงที่พักได้ด้วยรถไฟใต้ดิน มีร้านค้าและสิ่งอำนวยความสะดวกในท้องถิ่นที่อยู่ในระยะเดินถึง ทำให้ที่พักแห่งนี้เหมาะสำหรับการสำรวจเมืองเกียวโตเป็นที่สุด

Modern Pine Tree House, ชิโมดะ (Shimoda)

บ้านไม้สนที่สร้างขึ้นใหม่หลังนี้มีบ่อน้ำพุร้อนส่วนตัวและห้องอาบน้ำแบบเปิดโล่ง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อน ในขณะที่ภายในมีขนาดใหญ่ มีพื้นที่กว้างขวางสำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่ทำงานจากทางไกล ที่ชิโมดะยังมีชายหาดและแนวชายฝั่งที่สวยงาม อยู่ห่างออกไปเพียง 5 นาที โดยรถยนต์

Kouhaku Machiya, เกียวโต (Kyoto)

ที่พักพร้อมเครื่องปรับอากาศและระบบทำความร้อนใต้พื้นทำให้ มาชิยะ (Machiya) แห่งนี้ กลายเป็นที่พักในอุดมคติตลอดทั้งปีพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย ที่พักตั้งอยู่ห่างจากศาลเจ้า กิตาโนะ เทนมังงุ (Kitano Tenmangu) เพียงเดินแค่ 2 นาที และหลังจากสำรวจพื้นที่บริเวณโดยรอบมาทั้งวันแล้ว ยังสามารถกลับมาผ่อนคลายในห้องอาบน้ำกลางแจ้งที่บ่อแช่ ทำจากเซรามิกชิการากิ (Shigaraki) ได้อีกด้วย

*อ้างอิงจากการสำรวจออนไลน์ที่มีผู้ตอบแบบสำรวจ 1,041 ราย ในประเทศไทย ดำเนินการสำรวจโดย YouGov และสนับสนุนโดย Airbnb ผลสำรวจระหว่างวันที่ 5-10 ตุลาคม 2565

บ้านพักที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ มีจุดประสงค์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและอธิบายลักษณะของที่พักที่พบได้บน Airbnb เท่านั้น

วธ.เชิญชวนเข้าประกวดบรรยายธรรม ชิงโล่พระราชทานกรมสมเด็จพระเทพฯ สืบทอดพระพุทธศาสนาและหลักคุณธรรม 5 ประการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/698328

วธ.เชิญชวนเข้าประกวดบรรยายธรรม ชิงโล่พระราชทานกรมสมเด็จพระเทพฯ สืบทอดพระพุทธศาสนาและหลักคุณธรรม 5 ประการ

วธ.เชิญชวนเข้าประกวดบรรยายธรรม ชิงโล่พระราชทานกรมสมเด็จพระเทพฯ สืบทอดพระพุทธศาสนาและหลักคุณธรรม 5 ประการ

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.19 น.

กระทรวงวัฒนธรรมโดยกรมการศาสนา ร่วมกับภาคีเครือข่ายศาสนา สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด สถานศึกษาและศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ทั่วประเทศ จัดการประกวดบรรยายธรรมประจำปี 2565 ส่งเสริมให้เด็กเยาวชนเป็นคนเก่งคนดี ร่วมกันสืบทอดหลักธรรมทางพุทธศาสนา และหลักคุณธรรม 5 ประการ ผ่านกระบวนการบรรยายธรรม

นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมโดยกรมการศาสนาดำเนินนโยบายเสริมภูมิคุ้มกันให้เด็กเยาวชนเป็นคนเก่งคนดีภายใต้หลักธรรมทางศาสนา และหลักคุณธรรม 5 ประการ “พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา กตัญญู” เชิญชวนให้เด็กเยาวชนในสถานศึกษาและศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ทั่วประเทศ เข้าร่วมการประกวดบรรยายธรรม โดยแบ่งออกเป็น การประกวดระดับจังหวัด การประกวดระดับภาคคณะสงฆ์ และการประกวดระดับประเทศ ทั้งนี้ โรงเรียนที่ชนะการประกวดระดับประเทศ จะได้เข้ารับโล่รางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา ประจำปี 2565 

สำหรับการประกวดบรรยายธรรมนี้เป็นการสร้างต้นแบบเยาวชนให้เป็นคนดี เป็นคนเก่ง และคนมีความสุขด้วยการส่งเสริมให้เด็กเยาวชนมีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมอย่างแตกฉาน ทั้งยังเป็นเวทีฝึกทักษะการพูดที่ถูกต้องตามหลักวาทศิลป์ สร้างไหวพริบปฏิภาณ มีความกล้าแสดงออกต่อที่ประชุมด้วยมารยาทไทยที่งดงาม เป็นกระบวนการเพิ่มพูนการเรียนรู้ให้เด็กเยาวชนมีทักษะความสามารถอย่างรอบด้าน ที่สามารถต่อยอดจากองค์ความรู้สู่วิชาชีพในการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพในอนาคต

สถานศึกษาและศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ในกรุงเทพมหานคร ที่สนใจเข้าร่วมการประกวดสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมการศาสนา http://www.dra.go.th  หรือติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2209 3730 สำหรับสถานศึกษาและศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ในส่วนภูมิภาค สามารถสอบถามรายละเอียดและสมัครได้ที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทุกจังหวัดตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

-(016)

ศน.จัดประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัยทำนองสรภัญญะ ชิงโล่พระราชทานกรมสมเด็จพระเทพฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/698323

ศน.จัดประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัยทำนองสรภัญญะ ชิงโล่พระราชทานกรมสมเด็จพระเทพฯ

ศน.จัดประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัยทำนองสรภัญญะ ชิงโล่พระราชทานกรมสมเด็จพระเทพฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.14 น.

กรมการศาสนาจัดประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัยทำนองสรภัญญะ ชิงโล่รางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา (ศน.) กล่าวว่า กรมการศาสนา มีนโยบาย 9 ดี 12 เดือน 12 เด่น นำธรรมะสู่ใจประชาชน จึงจัดการประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะโดยเชิญชวนสถานศึกษาทั่วประเทศส่งนักเรียนและนักศึกษาเข้าร่วมประกวด สวดมนต์ ประจำปีพุทธศักราช 2566 ซึ่งเป็นกิจกรรมครั้งนี้ กรมการศาสนาบูรณาการความร่วมกับเครือข่ายภาคคณะสงฆ์ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด สถานศึกษาทั้งในส่วนกลาง (กรุงเทพมหานคร) และส่วนภูมิภาค จัดการประกวดขึ้นฯ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนให้เด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของชาติ ได้ร่วมสืบสานพระพุทธศาสนา รวมทั้งสร้างสามัคคีธรรมในหมู่คณะ ภายใต้ขนบประเพณี มารยาทชาวพุทธที่งดงาม และปฏิบัติตนตามหลักศาสนา เพื่อให้เป็นคนดี คนเก่ง และคนมีความสุข ผ่านกระบวนการประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะที่น้อมรำลึกถึงคุณพระรัตนตรัยด้วยท่วงทำนองที่ไพเราะ โดยผู้ชนะการประกวดระดับประเทศจะเข้ารับโล่รางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี

นายชัยพล สุขเอี่ยม  กล่าวเพิ่มเติมว่า   การประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ ประเภททีม 5 คน แบ่งการประกวดออกเป็น 2 ระดับ 4 ประเภท คือ ระดับประถมศึกษา ได้แก่ ประเภททีมหญิงล้วนและประเภททีมชายล้วน  ระดับมัธยมศึกษา/ระดับอาชีวศึกษา (ปวช.) ได้แก่ ประเภททีมหญิงล้วนและประเภททีมชายล้วน โดยจะดำเนินการจัดประกวดภายในช่วงงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลมาฆบูชา ประจำปีพุทธศักราช พ.ศ.2566 ซึ่งการประกวดในครั้งนี้ กรมการศาสนา มุ่งเน้นการส่งเสริมให้เยาวชนนำหลักธรรมทางศาสนามา ให้เกิดการเรียนรู้คู่คุณธรรม และเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมให้คนในสังคมมีคุณภาพ

ทั้งนี้ สถานศึกษาที่สนใจเข้าร่วมประกวด สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่เว็บไซต์กรมการศาสนา http://www.dra.go.th หรือติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2209 3730 สถานศึกษาในส่วนกลางกรุงเทพมหานคร หมดเขตรับสมัครวันที่ 3 มกราคม 2566 สถานศึกษาในส่วนภูมิภาคสามารถสมัครได้ที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทุกจังหวัดตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 25 ธันวาคม 2565 หรือตามวัน เวลาที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแต่ละจังหวัดกำหนด

-(016)

2 นศ.แพทย์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ คว้า 2 รางวัลชนะเลิศ ‘IMRC2022’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/698318

2 นศ.แพทย์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ คว้า 2 รางวัลชนะเลิศ ‘IMRC2022’

2 นศ.แพทย์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ คว้า 2 รางวัลชนะเลิศ ‘IMRC2022’

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.07 น.

นักศึกษาแพทย์ วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ คว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดในงานประชุมวิชาการนานาชาติ International Medical Student Research Conference 2022 (IMRC2022) ซึ่งเป็นการประกวดงานวิจัยของนักศึกษาแพทย์ทั้งในและต่างประเทศ ที่วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า เมื่อวันที่ 10-11 ธันวาคม 2565 จำนวน 2 รางวัล ได้แก่

1. รางวัลชนะเลิศจากการนำเสนอผลงานวิจัยแบบ Poster presentation ด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐาน (Best of Basic Science Research) โดย นางสาวณิชาภา จินดาดวงรัตน์ หรือ “น้องแซนดี้” นักศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2563)  วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ชั้นปีที่ 3

2. รางวัลชนะเลิศจากการนำเสนอผลงานวิจัยแบบ Oral presentation ด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐาน (Best of Basic Science Research) โดย นางสาววนภัส วชิรเดชกุล หรือ “น้องฮันเนส” นักศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2563)  วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ชั้นปีที่ 2

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ขอแสดงความยินดีกับนักศึกษาแพทย์ที่ได้รับรางวัลมา ณ โอกาสนี้ นับเป็นความภูมิใจของวิทยาลัยฯ เป็นอย่างยิ่ง

-(016)

SKECHERS เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ ‘SKECHERS Sport Court 92’ รองเท้าสปอร์ตทรงเรโทร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/698313

SKECHERS เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ ‘SKECHERS Sport Court 92’ รองเท้าสปอร์ตทรงเรโทร

SKECHERS เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ ‘SKECHERS Sport Court 92’ รองเท้าสปอร์ตทรงเรโทร

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.58 น.

สเก็ตเชอร์ส (SKECHERS) แบรนด์กีฬาและไลฟ์สไตล์ชั้นนำสัญชาติอเมริกัน เปิดตัวรองเท้ารุ่นใหม่ล่าสุด “SKECHERS Sport Court 92” รองเท้าคลาสสิกที่เบาสบายอย่างมีสไตล์ มาพร้อมกับสีสันสดใสที่ได้แรงบันดาลใจมาจากบรรยากาศชายหาดของเมืองแคลิฟอร์เนียซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแบรนด์ “สเก็ตเชอร์ส”

สำหรับรองเท้า “SKECHERS Sport Court 92” คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดนี้เป็นรองเท้าสปอร์ตไลฟ์สไตล์ทรงเรโทร สปอร์ตคลาสสิค คอร์ท แบบผูกเชือก ผลิตจากหนังสังเคราะห์เน้นการเย็บให้ความรู้สึกเรียบหรู น้ำหนักเบาใส่สบาย บ่งบอกถึงความทันสมัยที่สามารถจับคู่กับเสื้อผ้าตามสไตล์ต่างๆ ได้ง่าย มาพร้อมกับ 4 เทคโนโลยีที่มอบความสบายอย่างเหนือชั้น ได้แก่ 1. “Air Cooled Memory Foam” insole – แผ่นอินโซล “แอร์คูลเม็มโมรี่โฟม” ที่ให้สัมผัสรองรับนุ่มสบาย ระบายอากาศได้ดี ช่วยลดกลิ่นอับ , 2. Synthetic Leather upper: water repellent – หน้าผ้าสังเคราะห์กับดีไซน์เรโทรสปอร์ต , 3. Lighweighted EVA midsole – พื้นโฟมอีวีเอ ที่มีน้ำหนักเบา ช่วยรองรับแรงกระแทกได้ดี และ 4. Non-Marking Ruber outsole – พื้นนอกชิ้นเดียวกับพื้นกลางโฟมอีวีเอ เป็นพื้นแบบ non-marking ที่ไม่ทิ้งรอย หรือกัดทำลายพื้นผิวคอร์ทสนามกีฬาในร่ม

โดยคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดนี้มีจำหน่ายทั้งสำหรับผู้ชายและผู้หญิง ในราคา 2,790 บาท สำหรับคอลเลคชั่นผู้หญิงมีให้เลือก 6 สี คือ เบจ, พิงก์, ลาเวนเดอร์, แบล็กโกลด์, ไวท์ และแบล็ก คอลเลคชั่นผู้ชายมีให้เลือก 6 สี คือ ไวท์, โอลีฟ, บราวน์, บลู, แบล็กโกลด์ และแบล็ก

นอกจากคอลเลคชั่นนี้ที่ได้กลิ่นอายคอลเลคชั่นจากเมืองแคลิฟอร์เนียแล้ว ยังได้แรงบันดาลใจมาจากสีสันและรสชาติเจลาโตของแบรนด์ Ampersand (แอมเพอร์แซนด์) ซึ่งเป็นแบรนด์เจลาโตไทยเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 25 สุดยอดร้านเจลาโตจากทั่วโลก โดยในการเปิดตัว “SKECHERS Sport Court 92” รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ สเก็ตเชอร์ส ได้ร่วมกับ Ampersand สร้างสรรค์เจลาโตรสชาติพิเศษ “Acai Berry Sorbet” ให้เฉพาะสเก็ตเชอร์สเท่านั้น โดยมีรสชาติเปรี้ยว สดชื่น สอดคล้องกับรูปลักษณ์และกลุ่มเป้าหมายของคอลเลคชั่นนี้ที่มีสีสันสดใส

นอกจากนี้ ผู้ที่ซื้อ “SKECHERS Sport Court 92” จะได้รับสิทธิพิเศษ 2 ต่อทันที ต่อที่ 1 รับคูปอง Get Free! เจลาโตรส Acai Berry Sorbet inspired by SKECHERS ที่ร้าน Ampersand จำนวน 1 ถ้วยทันที  , ต่อที่ 2 เมื่อซื้อรองเท้าคอลเลคชั่นนี้ร่วมกันสินค้าอื่นๆ อีก 1 ชิ้น รับ SKECHERS California Tote Bag จำนวน 1 ใบ/ใบเสร็จ* สินค้ามีจำนวนจำกัด (สเก็ตเชอร์ส สาขาเดอะมอลล์ โคราช และสาขาเมญ่า จะได้รับโปรโมชั่นต่อที่ 2 เท่านั้น)

ติดตามข่าวสารและโปรโมชันได้ที่ Facebook: SKECHERSThailand และ Instagram @SkechesTH

-(016)

งานฉลองเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ ‘The Standard Bangkok Mahanakhon’ ที่สุดของโรงแรมระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/698305

งานฉลองเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ ‘The Standard Bangkok Mahanakhon’ ที่สุดของโรงแรมระดับโลก

งานฉลองเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ ‘The Standard Bangkok Mahanakhon’ ที่สุดของโรงแรมระดับโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.13 น.

15 ธันวาคม 2565 – The Standard, Bangkok Mahanakhon (เดอะ สแตนดาร์ด แบงค็อก         มหานคร) สุดยอดโรงแรมไลฟ์สไตล์ที่เป็นศูนย์รวมความสนุกสนานอันเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่น่าหลงใหล ร่วมกับ คิง เพาเวอร์ มหานคร แลนด์มาร์ค เดสติเนชั่น ใจกลางกรุงเทพฯ จัดงานเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ด้วยสีสันและบรรยากาศของเทศกาลดนตรีเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา นับเป็นการเฉลิมฉลองที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดแห่งปี กับโรงแรมแฟล็กชิปในเครือ The Standard ของเอเชีย

Amber Asher ซีอีโอของ The Standard กล่าวว่า “ในค่ำคืนนี้ที่เราเปิดตัวโรงแรมแฟล็กชิปของเราในเอเชีย รู้สึกปลื้มใจและรู้สึกขอบคุณทีมงานของเราที่ทำงานกันอย่างเต็มที่ รวมไปถึงพันธมิตรที่ดีอย่างคิง เพาเวอร์ มหานคร และแสนสิริ โรงแรมนี้ตั้งอยู่ใน คิง พาวเวอร์ มหานคร ที่ถือได้ว่าเป็น แลนด์มาร์ค เดสติเนชั่นที่ดึงดูดนักเดินทางท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องแวะเวียนมา “ช้อปปิ้ง เข้าพัก เล่นสนุก และกินดื่ม” ทั้งนี้ทีมของเราได้พิสูจน์ความทุ่มเทอย่างหนักซึ่งก้าวผ่านความท้าทายอย่างสาหัสจากวิกฤติการระบาดใหญ่มาได้ และสามารถนำแบรนด์ The Standard มาทำให้คนเอเชียได้รู้จักและเข้าใจแบรนด์ที่พวกเรารักและภูมิใจมายังเอเชีย ได้เกินที่เราคาดหวังไว้เสียอีก”

ในงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการทุกครั้ง ธรรมเนียมปฎิบัติของแบรนด์ได้ถูกนำเสนอผ่านการแสดงของนักดนตรีมากฝีมือชาวไทยและสุดยอดดีเจระดับโลก ซึ่งออกแบบและสร้างสรรค์โดย Stephane Vacher ผู้ดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการบริหารด้าน Nightlife and Entertainment นำเสนอโปรแกรมดนตรีในทุกห้องอาหารและบาร์ของโรงแรม เริ่มจาก ล็อบบี้เลานจ์ที่ทุกคนโปรดปราน The Parlor โดยใช้ดนตรีที่หลากหลายเริ่มต้นด้วยฮิพฮอพยุค 90 ไปกับผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงดนตรีอันเดอร์กราวนด์ของนิวยอร์กอย่าง Stretch Armstrong และดีเจสายปาร์ตี้ชื่อดังจากฝั่งอีสต์โคสต์อย่าง Rich Medina เป็นสองดีเจผู้สร้างบรรยากาศในช่วงหัวค่ำ ส่วนของปาร์ตี้ริมสระที่ The Pool ได้วงดนตรีโมเดิร์นแจ๊สรุ่นใหม่ Onyx Collective เป็นผู้ถ่ายทอดดนตรีแจ๊สแบบคลาสสิกที่ผสานเข้ากับฮิพฮอพและอาร์แอนด์บีจนกลายเป็นซาวนด์แจ๊สสไตล์อะวองการ์ด นอกจากนี้แขกที่มาร่วมงานยังได้ตื่นตาตื่นใจไปกับการแสดงของนักแสดงเบอร์เลสก์ระดับตำนานจากนิวยอร์ก Dita Von Teese ในแก้วมาร์ตินีขนาดยักษ์ที่ The Standard Grill และตบท้ายค่ำคืนแห่งสีสันและซาวนด์ดนตรีสุดเร้าใจด้วยการแสดงของดีเจและนักแต่งเพลงสไตล์อิเล็กทรอนิกส์ดัง Diplo ที่ทำให้แดนซ์ฟลอร์ลุกเป็นไฟ คอมพลีทโลกแห่งแสงสีและดนตรีของ The Standard, Bangkok Mahanakhon ได้อย่างอลังการ

เซเลบริตี้มากมายนำโดยดาราแถวหน้าระดับโลก อาทิ Lewis Tan, Douglas Little, Jodi O’Keefe, Fiona Xie พร้อมด้วยคนดังจากเมืองไทย วรมาศ ศรีวัฒนประภา, ระวิ อิทธิระวิวงศ์, พร้อม-ชลดา สิริสันต์, พอล สิริสันต์, คณชัย เบญจรงคกุล, ปริญญา รุ่นประพันธ์, เพลินจันทร์ วิญญรัตน์, กฤษฏิ์ จิระเกียรติวัฒนา, สิตามนินท์ สุสมาวัตนะกุล, นิษฐา และ ธราภุช คูหาเปรมกิจ, บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์, เบญจ เบญจรงคกุล, แอริน ยุกตะทัต, โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์, พลอยมน-มนสภรณ์ ชาญเฉลิม, กัปตัน-ชลธร คงยิ่งยง, อิน-สาริน รณเกียรติ, พลอย หอวัง, แพต-ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช, หลิน-มชณต สุวรรณมาศ, ออกแบบ-ชุติมณฑน์      จึงเจริญสุขยิ่ง, เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ, มิเรียม ศรพรหมมาศ, ลูกเกด-เมทินี กิ่งโพยม ชาร์พเพิร์ล, ซินดี้ สิรินยา บิชอพ, รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น, โยเกิร์ต-ณัฐฐชาช์ บุญประชม, มิ้นต์-ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง, เวย์-ปริญญา อินทชัย, นานา ไรบีนา มาร่วมสังสรรค์บรรยากาศ

เพียงแค่คืนเดียวเท่านั้น ที่ให้ทุกคนสนุกเต็มที่ไปด้วยความสนุกสนานกับปาร์ตี้ที่ออกแบบมาอย่างลงตัว โดยมีเสียงดนตรีปลุกเร้าและกระตุ้นให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์ของ The Standard ในแบบของตนเองอย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นที่ The Parlor, Tease, The Standard Grill และ The Pool ที่ประดับด้วยไฟนีออนตระการตาเสมือนเป็นโลกแห่งเสียงดนตรีที่หลากหลาย ในขณะที่ชั้นสามของโรงแรมถูกเนรมิตให้เป็นไนท์คลับสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่สุดของกรุงเทพฯ

The Palor เสิร์ฟค็อกเทล คราฟท์เบียร์และแชมเปญ พร้อมเพลย์ลิสต์สไตล์ The Standard โดยดีเจแขกรับเชิญจากนิวยอร์กที่ชวนขยับร่างกายไปตามจังหวะเอาใจขาแดนซ์ หรือจะเป็น Tease ห้องน้ำชาสีโมโนโครมให้บรรยากาศที่แตกต่างออกไปกับการจัดงานศิลปะแนว Retrofuturism ที่ดึงดูดความสนใจ และช่วยทำค่ำคืนนี้โดดเด่นเพิ่มขึ้น

บริเวณห้องอาหารและด้านนอกของ The Standard Grill มอบบรรยากาศค็อกเทลปาร์ตี้ที่แขกผู้ร่วมงานได้อิ่มอร่อยไปกับเมนูหลากหลายจากทีมครัวที่เสิร์ฟจับคู่กับแชมเปญระดับพรีเทียมและซิกเนเจอร์ค็อกเทล เคล้าเสียงเพลงกับค่ำคืนในบรรยากาศสบาย ๆ และสนทนากันอย่างออกรส

The Pool บริเวณสระว่ายน้ำเอาท์ดอร์ เสิร์ฟค็อกเทลสุดครีเอท ท่ามกลางแสงไฟของสระว่ายน้ำเป็นฉากหลัง พร้อมการแสดงสดของนักดนตรีแจ๊สร่วมสมัยอย่าง Louie Lion และ Onyx Collective ผสานดนตรีแนวฮิพฮอพ อาร์แอนด์บี แร็พ อะโฟรบีทและละติน

และท้ายสุดกับ The Club การสปินแผ่นสด ๆ ของ DJ Alex From Tokyo และ Diplo ดีเจแถวหน้าและโปรดิวเซอร์ระดับโลก ที่ออกแบบเพลงมาเพื่อสนุกโดยเฉพาะ พร้อมระบบไฟแอลอีดีสุดคูล  เฉลิมฉลองการเปิดตัวอย่างเป็นทางการตามวัฒนธรรมของ The Standard อย่างแท้จริง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ http://www.standardhotels.com/bangkok/properties/bangkok โทร 02 085 8888 หรือแอดไลน์ @thestandardbangkok

The Standard, Bangkok Mahanakhon:     

-(016)