‘เพื่อไทย’ มั่นใจ 10 นโยบาย ประสบความสำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538569

12 ธ.ค. 2565

'เพื่อไทย' มั่นใจ 10 นโยบาย ประสบความสำเร็จ

‘เลือกตั้ง’ ครั้งหน้า เพื่อไทยไม่ชะล่าใจ แม้โพลเกิน 70 เปอร์เซ็นต์ ให้เป็นรัฐบาล ยัน ไม่หยุดแค่ 10 นโยบายที่บอกไปก่อนหน้านี้

นพดล ปัทมะ รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพล  ระหว่างวันที่ 7-9 ธันวาคม 2565 พบว่า พรรคเพื่อไทย มีโอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างมาก 40.38%  และมีโอกาสได้เป็นรัฐบาลแน่นอน 32.44% รวมประชาชนกว่า 72.82% ที่เห็นโอกาสพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลว่า

เป็นผลมาจากการประกาศวิสัยทัศน์ของ แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย  และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย การประชุมใหญ่วิสามัญ ประจำปี 2565 เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2565

ซึ่งการสำรวจดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลัง จึงมีความเป็นไปได้ว่าประชาชนมีความเชื่อมั่นในนโยบายของพรรคเพื่อไทย 10 ด้านที่จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการและแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากให้กับพี่น้องประชาชนได้

ซึ่งก่อนที่พรรคเพื่อไทยจะประกาศนโยบายใดออกมา ได้ศึกษาว่าสามารถทำได้จริง ไม่ขายฝัน และเป็นความมุ่งมั่นตั้งใจที่อยากให้พี่น้องประชาชนหลุดพ้นจากความทุกข์ยาก โดยเฉพาะปัญหาปากท้อง หนี้สินในขณะนี้

สำหรับ 10 นโยบายที่พรรคเพื่อไทยได้ประกาศไว้ เป็นนโยบายเบื้องต้นที่สามารถตอบโจทย์ประเทศ สร้างรายได้ ลดรายจ่าย และขยายโอกาส  ซึ่งมั่นใจว่าจะแก้ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ ความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้ และยังมีอีกหลายนโยบายที่จะทยอยเปิดเพิ่มเติม  

เพราะหลังจากนี้ไปการต่อสู้ทางการเมืองในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง  จะเป็นการสู้กันทั้งในเชิงนโยบาย และการได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนว่าพรรคนั้นจะทำตามสัญญาหาเสียงได้หรือไม่ 

พรรคการเมืองใดก็ตามที่เคยหาเสียงและสัญญากับประชาชนไว้ แต่หากไม่สามารถทำได้ ก็เป็นโอกาสที่พี่น้องประชาชนจะได้ใคร่ครวญพิจารณาในการลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งที่กำลังมาถึง

พรรคเพื่อไทยขอขอบคุณการสนับสนุนของพี่น้องประชาชนจากการสำรวจความคิดเห็นอย่างต่อเนื่องโดยพรรคมุ่งมั่นที่จะนำเสนอนโยบายที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประเทศต่อไป    

เปิดผลโพลรัฐบาล พบคะแนนเชื่อมั่น “การบริหาร-แก้ปากท้อง” ได้ไม่ถึง50%

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538564

12 ธ.ค. 2565

เปิดผลโพลรัฐบาล พบคะแนนเชื่อมั่น "การบริหาร-แก้ปากท้อง" ได้ไม่ถึง50%

โฆษกรัฐบาล เผยผลสำรวจความต้องการของประชาชน พ.ศ. 2566 พบ คะแนนความพึงพอใจการบริหารงานได้ 42.1% และเชื่อมั่นแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ 35% ส่วน “คนละครึ่ง” เป็นโครงการยอดฮิตคะแนนพุ่ง

วันที่ 19 ธ.ค.65 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ผลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) ที่ได้ดำเนินการสำรวจความต้องการของประชาชน พ.ศ. 2566 (ของขวัญปีใหม่ที่ต้องการจากรัฐบาล)

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ซึ่งเป็นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2545 ที่ให้สำนักงานสถิติแห่งชาติจัดเก็ฐข้อมูลและสถิติตัวเลข

รวมทั้งสำรวจและสอบถามประชาชนเกี่ยวกับนโยบายหลัก ๆ ของรัฐบาล โดยเป็นการสัมภาษณ์สมาชิกในครัวเรือนที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 6,970 ราย ระหว่างวันที่ 17-31 ตุลาคม 2565 นั้น

พบว่า ในประเด็นมาตรการ/โครงการที่เกิดประโยชน์ต่อประชาชนในชุมชน/หมู่บ้านมากที่สุด ผลสำรวจระบุ ได้แก่

  1. โครงการคนละครึ่ง  (ร้อยละ 75.8)
  2. โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ร้อยละ 69.9)
  3. มาตรการลดค่าไฟฟ้า (ร้อยละ 59.2)
  4. โครงการเราชนะ (ร้อยละ 25.1)
  5. โครงการ ม.33 เรารักกัน (ร้อยละ 14.8) 

นายอนุชาฯ กล่าวว่า ส่วนความพึงพอใจต่อการบริหารงานของรัฐบาลที่ผ่านมา พบว่า ประชาชนมีความพึงพอใจในระดับมาก-มากที่สุด ร้อยละ 42.1 แบ่งเป็น พึงพอใจมากที่สุด ร้อยละ 7.7 และพึงพอใจมาก ร้อยละ 34.4 และพึงพอใจระดับปานกลางอยู่ที่ ร้อยละ 41

ขณะที่พึงพอใจในระดับน้อย-น้อยที่สุด อยู่ที่ร้อยละ 14.7 และไม่พึงพอใจ ร้อยละ 2.2

ทั้งนี้ พบว่าประชาชนที่มีอายุมากกว่า 40 ปี มีความพึงพอใจในระดับมาก-มากที่สุดในสัดส่วนที่สูงกว่าผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี เช่นเดียวกับกลุ่มอาชีพเกษตรกรและกลุ่มอาชีพอื่น ๆ ได้แก่ พ่อบ้าน แม่บ้าน ผู้เกษียณอายุ นักเรียน นักศึกษา และผู้ว่างงาน มีความเชื่อมั่นในระดับมาก-มากที่สุดในสัดส่วนที่สูงกว่ากลุ่มอาชีพอื่น 

สำหรับความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานของรัฐบาลในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศนั้น นายอนุชาฯ กล่าวว่า ผลสำรวจระบุประชาชนมีความเชื่อมั่นในระดับมาก-มากที่สุด อยู่ที่ร้อยละ 35.4

แบ่งเป็นเชื่อมั่นมากที่สุด ร้อยละ 5.8 และเชื่อมั่นมาก ร้อยละ 29.6 ระดับปานกลาง อยู่ที่ร้อยละ 40.8  

ซึ่งผลสำรวจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนยังมีความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานของรัฐบาลในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศอยู่มาก แม้จะมีตัวเลขจากผลสำรวจบางส่วนที่ระบุเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานของรัฐบาลในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศระดับน้อย-น้อยที่สุด อยู่ที่ร้อยละ 20.6 และไม่เชื่อมั่น ร้อยละ 3.2

ส่วนผลสำรวจเกี่ยวกับเรื่องที่ประชาชนต้องการให้รัฐบาลดำเนินการช่วยเหลือเร่งด่วนเพื่อเป็นขวัญปีใหม่ในปี 2566 มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. ควบคุมราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค (ร้อยละ 91.1)
  2. ลดค่าไฟฟ้า/ค่าน้ำประปา (ร้อยละ 67)
  3. แก้ปัญหาด้านการเกษตร เช่น ราคาพืชตกต่ำ จัดหาตลาดรองรับผลผลิต และราคาปุ๋ยแพง (ร้อยละ 30)
  4. แก้ปัญหาการว่างงาน (ร้อยละ 23.4)
  5. เพิ่มมาตรการ/สวัสดิการ/เงินช่วยเหลือเยียวยา เช่น โครงการคนละครึ่ง เพิ่มเงินผู้มีรายได้น้อย และเพิ่มเบี้ยยังชีพคนชรา/ผู้พิการ 

“จากผลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ดังกล่าว เป็นที่ยืนยันได้ว่านโยบายของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดนใจประชาชน ทั้งโครงการคนละครึ่ง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มาตรการลดค่าไฟฟ้า โครงการเราชนะ โครงการ ม.33 เรารักกัน เกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด ซึ่งสถิติตัวเลขและข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้จากการสำรวจครั้งนี้ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะได้นำไปใช้ในการวางแผน กำหนดนโยบายและมาตรการที่เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์และบริบทปัจจัยภายในประเทศและนอกประเทศที่เกิดขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนมีความชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นต่อไป” นายอนุชาฯ กล่าว
 

ที่มา : ทำเนียบรัฐบาล

“ไพศาล พืชมงคล” ประเมินทางเดิน ‘พล.อ.’ประยุทธ์’ หลังเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538553

12 ธ.ค. 2565

"ไพศาล พืชมงคล" ประเมินทางเดิน 'พล.อ.'ประยุทธ์' หลังเลือกตั้ง

“ไพศาล พืชมงคล ” อดีตที่ปรึกษารองนายกฯ ประเมิน ‘เลือกตั้ง’ ครั้งหน้า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีโอกาสกลับมา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีก

ไพศาล พืชมงคล อดีตที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี โพสเฟสบุ๊คหัวข้ออัพเดทนับถอยหลังการเลือกตั้ง ประมวลความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าสนใจ มีเนื้อหาว่า แผนการวิ่งผลัดนายกฯ คนละ 2 ปี ไม่มีใครเอาด้วย เพราะรัฐธรรมนูญบัญญัติชัดว่า สว. ปัจจุบันมีวาระแค่ 5 ปี จึงไม่มีสิทธิ์โหวตเลือกนายกฯ เมื่อครบ 2 ปีหลังจากการเลือกตั้ง แผนวิ่งผลัดนายกฯ 2 ปีจึงพังพาบแล้ว

ภาพประกอบจากเฟสบุ๊คไพศาล พืชมงคลภาพประกอบจากเฟสบุ๊คไพศาล พืชมงคล

การเปิดตัวมิ่งขวัญ คือการรุกฆาตทางการเมือง โดยการเปิดไต๋ว่าไผ่แยกกอ น้ำแยกสาย จริง และไม่มีวันหวนกลับแล้ว

ภูมิหลังของมิ่งขวัญก้าวสู่ตำแหน่งสูงสุดในรัฐวิสาหกิจก็เพราะแรงหนุนจาก สายจันทร์ส่องหล้า และมาเข้าพรรคพลังประชารัฐก็โดยการประสานงานของ “ป๊อด-ตุ๊” มือประสานงานล่องหนของลุงป้อม ซึ่งมีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับจันทร์ส่องหล้า เช่นเดียวกัน  ที่กล่าวว่าเป็นแต้มรุกฆาตก็เพราะ

ประการแรกพลเอกประยุทธ์ถูกขีดเส้นว่าได้ไปจาก พปชร. แล้ว ทางเดินจึงเหลืออยู่ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ต้องฝ่าด่านหินแรกสุด คือได้ สส. 25 คน ซึ่งถึงวันนี้ยังจุกอกอยู่

ประการที่2 นายอนุทิน ประกาศตนพร้อมเป็นนายกฯ แว่วว่ามีการปรับแผนจำนวน สส.จากเดิมที่เคยกะไว้ 120 และบ้านใหญ่ประเมินให้เหลือเพียง 80 มาวันนี้เตรียมขยายเป็น 120 ถึง 150 เมื่อวานนี้มีข่าวว่าจะมี สส. 43 คนลาออกจาก 9 พรรคการเมืองไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย ต้องดูต่อไปว่าล็อต 2 ที่จะยกขบวนไปเข้าร่วมนั้นจะมีจำนวนเท่าใด  

จำนวนสส.ขนาดนี้แม้เป็นแกนรัฐบาลไม่ได้ก็ได้ร่วมรัฐบาลแน่ ต้องไม่ลืมว่า บิดานายอนุทินนั้น เคยเป็นนายกฯ รักษาการณ์ให้กับพรรคเพื่อไทยมาแล้ว ซึ่งสายสัมพันธ์นี้มองข้ามไปไม่ได้

มีการรุกต่อภูมิใจไทยให้แยกตัวออกจากขั้วอำนาจเดิม ซึ่งเพิ่งแตกหักกันในเรื่องกัญชา มีการเตะตัดขา เตะประกาศเรื่องกัญชาเข้า ครม. จน สส.ภูมิใจไทยต้องเรียงหน้าออกมาขู่ว่าจะลาออก และต้องลนลานลงประกาศราชกิจจานุเบิกษา ทั้งที่มีมติคณะรัฐมนตรีให้ทบทวนก่อน 

กระบวนการรุกฆาตอาจทำให้เกิดความลังเล ยังไม่ประกาศเข้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ความลังเลถ้าเกิดขึ้น ทำให้บรรดาลูกหาบที่ตามไปอาจลังเลตาม และบางส่วนก็ไปภูมิใจไทยเสียแล้ว หรือเรื่องที่ได้ยินมาว่า ผมพอแล้ว จะเป็นจริง

นักการเมืองแบบไหน ที่คนไทยต้องการ ตอบได้ใน ‘สวนดุสิตโพล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538545

12 ธ.ค. 2565

นักการเมืองแบบไหน ที่คนไทยต้องการ ตอบได้ใน 'สวนดุสิตโพล'

สวนดุสิตโพล ออกแบบสอบถามออนไลน์ ‘นักการเมือง’ แบบไหน ที่คนไทยต้องการ มีเวลาส่งคำตอบได้ ถึงวันที่ 14 ธันวาคมนี้

สวนดุสิตโพลมหาวิทยาลัยราชภัฎ สวนดุสิต ส่งแบบสอบถามออนไลน์ สำรวจความเห็นของประชาชน ในหัวข้อนักการเมืองไทย ไปทางไหนดี ในหลายหัวข้ออาทิ
คิดว่านักการเมืองไทย ณ วันนี้ กับ 5 ปีที่ผ่านมาเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง มีคำตอบให้เลือกคือ ดีขึ้น  เหมือนเดิมและแย่ลง

อยากได้ “นักการเมือง” แบบใด (ตอบได้มากกว่า 1 คำตอบ)เช่น
-เข้าใจประชาชน เป็นปากเสียงแทนได้
-เคารพกฎหมาย ดำรงตนอยู่ในระบอบประชาธิปไตย
-ดูแลเอาใจใส่ ทำงานใกล้ชิดประชาชน ช่วยเหลือประชาชนได้
-ทำงานเร็ว แก้ปัญหาเร็ว
-นักการเมืองหน้าใหม่ คนรุ่นใหม่
-เป็นคนดี ซื่อสัตย์ ไม่เห็นแก่อำนาจและผลประโยชน์
-เป็นคนในพื้นที่ รู้และเข้าใจปัญหาอย่างแท้จริง
ฯลฯ

พฤติกรรมนักการเมืองแบบใดที่เบื่อหน่ายหรืออยากให้หมดไป (ตอบได้มากกว่า 1 คำตอบ)เช่น
-ใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ไม่ถูกต้อง
-พูดแต่ทำไม่ได้ ไม่รักษาสัญญา
-พูดให้ร้าย ใส่ร้ายป้ายสี
-มีกลุ่มนายทุนอยู่เบื้องหลัง
-มุ่งหวังอำนาจและผลประโยชน์
ฯลฯ

คิดว่านักการเมืองทุกคนควรสังกัดพรรคการเมืองหรือไม่ มีคำตอบให้เลือกประกอบด้วย  ควร   ไม่ควร และจะสังกัดพรรคการเมืองหรือไม่ก็ได้

อยากได้ ‘พรรคการเมือง‘ แบบใด (ตอบได้มากกว่า 1 คำตอบ)
-การดำเนินกิจการของพรรคเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฏหมาย
-เป็นพรรคการเมืองที่โปร่งใส ตรวจสอบได้
-เปิดโอกาสให้คนที่สนใจด้านการเมืองได้เข้ามาร่วมงาน
-พรรคที่เข้มแข็ง มีความพร้อม มีเงินทุน
-ภายในพรรคมีความสามัคคี ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน
ฯลฯ

ปัญหาเร่งด่วนที่อยากให้นักการเมืองช่วยแก้ไข (ตอบได้มากกว่า 1 คำตอบ)
-การเกษตร ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ
-การเดินทาง/ระบบขนส่งสาธารณะ
-ขึ้นค่าแรง เงินเดือน
-คนจน
-คนตกงาน ไม่มีงานทำ
-ความขัดแย้งทางการเมือง
ฯลฯ

ทำอย่างไร ประเทศไทยจึงจะเป็นประชาธิปไตยมากกว่าที่ผ่านมา (ตอบได้มากกว่า 1 คำตอบ)
-กฎหมายเข้มแข็ง เหมาะสมกับโลกที่เปลี่ยนไป
-การเลือกตั้งที่โปร่งใส ยุติธรรม มาจากเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง
-ประชาชนต้องตระหนักรู้ ให้ความสำคัญ เป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง
-ประชาชนต้องมีสิทธิเสรีภาพ ไม่ปิดกั้น
ฯลฯ

ท้ายแบบสอบถามยังให้ระบุข้อมูลที่จำเป็นได้แก่ เพศ อายุ การศึกษา อาชีพ หมดเขตตอบแบบสอบถาม วันที่ 14 ธันวาคมนี้

อยากได้นักการเมืองแบบไหน ตอบแบบสอบถามได้ที่นี่

https://forms.gle/YrzCFQz7UMbQ1bbL6

‘พ.ต.ท.กุลธน’เล่าย้อนฆ่าตัดตอน’ยาเสพติด’ฝีมือตำรวจ?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538529

11 ธ.ค. 2565

'พ.ต.ท.กุลธน'เล่าย้อนฆ่าตัดตอน'ยาเสพติด'ฝีมือตำรวจ?

‘พ.ต.ท.กุลธน’เล่าย้อนฆ่าตัดตอน’ยาเสพติด’ในอดีต แท้จริงแล้วไม่ใช่ฝีมือตำรวจอย่างเดียว มีนักค้าฆ่ากันเอง จี้เพิ่มรางวัลนำจับ

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ในฐานะประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการด้านความมั่นคงแห่งชาติและป้องกันปัญหายาเสพติด เปิดเผยว่า ปัจจุบัน “ยาเสพติด” ในประเทศไทยมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น หรืออาจเป็น “สงครามยาเสพติด” คนขายไม่กลัว คนเสพเยอะขึ้น และหากติดตามข่าวสารจะพบว่าเกือบทุกคดีอาชญากรรมต้องเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เมายาอาละวาด บางกรณีรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต 

ส่วนนโยบายฆ่าตัดตอนในอดีต พ.ต.ท.กุลธน อธิบายว่า เข้าใจประชาชนรู้สึกอย่างไรที่อาจมีการปราบปรามอย่างจริงจังจนอาจทำให้มีผู้เสียชีวิต แต่เพียงอยากให้เข้าใจว่าทั้งหมดไม่ใช่เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงอย่างเดียว มีการฆ่ากันเองของพ่อค้ายาเสพติดด้วย “พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ส่งให้รายเล็ก แต่ส่งบ้างไม่ส่งบ้าง และถูกจับบ้าง สุดท้ายเก็บกันเอง”

ทั้งนี้หากพรรคไทยสร้างไทยได้เป็นรัฐบาลคงประสานงานกับหน่วยงานต่างๆได้ง่ายมากขึ้น เช่น ด้านการปราบปราม คือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้านการบำบัด คือกระทรวงสาธารณสุข กองทัพ พร้อมวิงวอนผบ.เหล่าทัพ มองเห็นปัญหาเหล่านี้ การบำบัดทุกวันนี้ใช้ไม่ได้ผล ไปเช้าเย็นกลับ ค่าใช้จ่ายก็สูง อยากขอพื้นที่ตามค่ายต่างๆได้ไหม ซึ่งมีครูฝึกอยู่แล้ว รวมถึงรู้มาว่ากระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพอยู่ แต่พอมีการระบาดของโรคโควิด-19 ก็หายไป ไม่ได้เปิดให้มีการเข้าบำบัดอีกและอยากให้นายกรัฐมนตรีหยิบเอามาเป็นเจ้าภาพเองเลย

กฎหมายควบคุม ยังมีช่องโหว่ ให้ผู้กระทำผิดซ้ำ คือ ถูกจับขึ้นศาลแล้วปล่อยตัว ต้องมีกฎหมายที่เข้มมากขึ้นทำให้เกรงกลัว แก้ไม่ได้ก็ไม่มีวันจบ และต้องเพิ่มเงินรางวัลนำจับ ที่ดึงดูดให้ตำรวจตั้งใจทำหน้าที่ 

3 ข้อ’ขึ้นค่าแรง’สำเร็จ แนะหลักคิด ‘ค่าจ้างเพื่อชีวิต’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538522

11 ธ.ค. 2565

3 ข้อ'ขึ้นค่าแรง'สำเร็จ แนะหลักคิด 'ค่าจ้างเพื่อชีวิต'

‘องอาจ’ แนะ 3 ข้อ ทำได้เร็ว’ขึ้นค่าแรง’สำเร็จ สร้างเศรษฐกิจเติบโต พัฒนาทักษะแรงงาน ปราบทุจริต พร้อมแนะหลักคิด ‘ค่าจ้างเพื่อชีวิต’

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2565 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส. และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการประกาศนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทว่า เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย เพราะการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำแต่ละครั้งส่งผลทั้งด้านบวก ด้านลบ หลายมิติ โดยปกติการขึ้นค่าแรงย่อมเป็นสิ่งที่ผู้ใช้แรงงานต้องการเป็นพื้นฐาน แต่ด้านผู้ประกอบการมักจะมีความเห็นไม่สอดคล้อง

โดยทั่วไป ค่าแรงขั้นต่ำ กำหนดโดยคณะกรรมการค่าจ้างที่มี 3 ฝ่ายคือ ฝ่ายรัฐ นายจ้าง ลูกจ้าง การคิดค่าจ้างขั้นต่ำจะดูจากอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อเป็นหลัก โดยอาจพิจารณาเพิ่มเติมด้วยอัตราสมทบของแรงงานต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ และอัตราการเติบโตของผลิตภาพแรงงานเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี

หลักคิดของการขึ้นค่าแรง ควรจะพิจารณาจากรายได้ที่เพียงพอต่อการดูแลครอบครัว คือรวมคู่สมรสและบุตรอีก 1-2 คน จึงจะถือว่า คำนึงถึงการมีชีวิตที่พออยู่ได้ของแรงงานอันเป็นเป้าหมายหลักของ หลักคิด ค่าจ้างเพื่อชีวิต

การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ควรอยู่บนพื้นฐาน 3 ประการคือ 
1. ต้องบริหารราชการให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ มีอัตราการเจริญเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
2. ต้องพัฒนาศักยภาพของผู้ใช้แรงงานทุกระดับอย่างจริงจัง โดยเน้นพัฒนาทักษะที่ผู้ประกอบการต้องการโดยเฉพาะการทำหน้าที่ที่ใช้ฝีมือ มีความเชี่ยวชาญเฉพาะเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยทุกประเภท
3. ต้องขจัดการทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจัง เพื่อทำให้นักธุรกิจ ผู้ประกอบการเอกชน ไม่ต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะ จ่ายค่าหัวคิว หักเปอร์เซ็นต์ จะได้นำเงินจากการจ่ายใต้โต๊ะมาจ่ายเป็นค่าแรงงานเพิ่มขึ้นได้

หากทำให้เกิดผลสำเร็จได้เท่าไหร่ก็จะทำให้เราสามารถขึ้นค่าแรงขั้นต่ำให้ผู้ใช้แรงงานได้เพิ่มมากขึ้น อันเป็นเป้าหมายของทุกพรรคการเมืองที่อยากเห็นแรงงานไทยมีรายได้เพิ่มขึ้น 

‘นิด้าโพล’ เผย 6 พรรคการเมืองประชาชนเลือกเป็นรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538491

11 ธ.ค. 2565

'นิด้าโพล' เผย 6 พรรคการเมืองประชาชนเลือกเป็นรัฐบาล

‘นิด้าโพล’ เผยผลสำรวจประชาชนเลือก ‘พรรคเพื่อไทย’ มีโอกาสรัฐบาลมากที่สุด รองลงมา ‘พรรคก้าวไกล’ ขณะที่ ‘พรรครวมไทยสร้างชาติ’ ไม่มีโอกาสเป็นรัฐบาลสูงสุด

โอกาสที่พรรคการเมืองทั้ง 6 พรรค กำลังมีกระแสข่าวส.ส.หรือนักการเมืองไหลเข้า-ออก เพื่อเตรียมตัวเลือกตั้งในปี 2566  “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “6 พรรคกับโอกาส ได้เป็นรัฐบาล” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 7-9 ธันวาคม 2565 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,310 ราย

ประเด็น โอกาสที่พรรคการเมืองจะได้เป็นรัฐบาล
พรรคเพื่อไทย (นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว/น.ส.แพทองธาร ชินวัตร) 
ร้อยละ 40.38  โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างมาก 
ร้อยละ 32.44 ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน 
ร้อยละ 16.88 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างน้อย 
ร้อยละ 8.24 ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน 
ร้อยละ 2.06 ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

พรรคก้าวไกล (นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์)
ร้อยละ 31.45 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างน้อย 
ร้อยละ 30.23 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างมาก 
ร้อยละ 23.66 ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน 
ร้อยละ 11.00 ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน 
ร้อยละ 3.66 ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

พรรคพลังประชารัฐ (พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ) 
ร้อยละ 33.51 ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน
ร้อยละ 32.60 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างน้อย 
ร้อยละ 20.38 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างมาก 
ร้อยละ 10.76 ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน 
ร้อยละ 2.75  ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

พรรคประชาธิปัตย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์)
ร้อยละ 40.69 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างน้อย
ร้อยละ 38.93 ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน 
ร้อยละ 13.20 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างมาก 
ร้อยละ 4.58 ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน
ร้อยละ 2.60 ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ        

พรรคภูมิใจไทย (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) 
ร้อยละ 39.16 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างน้อย 
ร้อยละ 30.84 ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน 
ร้อยละ 21.60 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างมาก 
ร้อยละ 4.96 ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน
ร้อยละ 3.44 ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
พรรครวมไทยสร้างชาติ (นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค/พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) 
ร้อยละ 43.12 ไม่ได้เป็นรัฐบาลแน่นอน 
ร้อยละ 31.45 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างน้อย 
ร้อยละ 15.73 โอกาสได้เป็นรัฐบาลค่อนข้างมาก 
ร้อยละ 5.73 เป็นรัฐบาลแน่นอน 
ร้อยละ 3.97 ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ประเด็น กระแสข่าวพรรคพลังประชารัฐกับพรรคเพื่อไทยร่วมจัดต้องรัฐบาล ภายหลังการเลือกตั้งสมัยหน้า 
อันดับ 1 ร้อยละ 45.65 ไม่เชื่อเลย เพราะ เป็นเพียงแค่กระแสข่าวลือ โอกาสเป็นไปได้ยาก เนื่องจากอุดมการณ์ทางการเมืองแตกต่างกัน 
อันดับ 2 ร้อยละ 29.24 ไม่ค่อยเชื่อ เพราะ ทั้งสองพรรคต่างต้องการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของตนเองจึงไม่น่าจะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลได้ 
อันดับ 3 ร้อยละ 16.64 ค่อนข้างเชื่อ เพราะ การเมืองเป็นเรื่องของการหาผลประโยชน์จึงมีความเป็นไปได้ที่ทั้งสองพรรคจะตกลงจัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน 
อันดับ 4 ร้อยละ 5.19 เชื่อมาก เพราะ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐกับพรรคเพื่อไทยเคยมีความสัมพันธ์กันในอดีต จึงอาจมีการหารือเพื่อตกลงเรื่องผลประโยชน์หากได้เป็นรัฐบาลร่วมกัน 
อันดับ 5 ร้อยละ 3.28 ไม่ตอบ/ไม่แน่ใจ

ผลสำรวจประชาชนผลสำรวจประชาชน

‘แพทองธาร’อ้อนให้โอกาส’สามี’ เลือกเพื่อไทยเปลี่ยนชีวิตชาวเมืองคอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538518

11 ธ.ค. 2565

'แพทองธาร'อ้อนให้โอกาส'สามี' เลือกเพื่อไทยเปลี่ยนชีวิตชาวเมืองคอน

ลุยนครศรีธรรมราชครั้งแรก ‘แพทองธาร’อ้อนชาวบ้านให้โอกาส’สามีทำงานจะเปลี่ยนชีวิตชาวเมืองคอน ชูแก้ปัญหายางพารา เรือประมง ยาเสพติด พลังงาน เลือก’เพื่อไทย’ ทำได้แน่

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2565 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วน ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และผู้บริหารแกนนำพรรคเพื่อไทย เยือนจ.นครศรีธรรมราชครั้งแรก เพื่อร่วมกิจกรรม “ครอบครัวเพื่อไทย แหลงจริง ทำได้ คนใต้หรอยแรง” ซึ่งถือว่า น.ส.แพทองธาร เป็นสะใภ้นครศรีธรรมราช เนื่องจากนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามีเป็นคนที่นี่

เมื่อเดินทางมาถึงที่ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชเมื่อเวลา 7.40 น. มีประชาชนที่มารอต้อนรับให้กำลังใจมอบดอกกุหลาบสีแดงให้กับน.ส.แพทองธาร

จากนั้นเดินทางไปกราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร วัดอารามหลวงชั้นเอก โดยมีพระเทพวินยาภรณ์ (สมปอง ปัญญาทีโป) เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช มอบพระพุทธสิหิงค์ให้ กล่าวมอบพรว่า ทุกท่านที่มามียศมีตำแหน่งจะอยู่ในช่วงการทำงาน แต่ตำนานจะอยู่ในจิตใจประชาชน การจะเป็นตำนานได้จะต้องสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมและประเทศชาติ พร้อมอนุโมทนาและขอให้คณะของ น.ส.แพทองธาร ปราศจากทุกข์ โรคภัย อันตรายทั้งหลายทั้งปวง ปรารถนาสิ่งใดขอให้สมพรทุกประการ

กราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารกราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

น.ส.แพทองธาร ยืนยัน วิสัยทัศน์และนโยบาย รายได้ขั้นต่ำ 600 บาท/วัน และค่าตอบแทนปริญญาตรีขั้นต่ำ 25,000 บาท ในปี 2570 สามารถทำได้จริง เช่นเดียวกับปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร คือ ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ เป็นเรื่องที่เรามีประสบการณ์มาแล้วตั้งแต่สมัยไทยรักไทย เราก็จะต้องพูดคุยกับประเทศผู้ผลิตน้ำยางพารารายใหญ่ เพื่อหามาตรการยกระดับราคาน้ำยางให้เกษตรกรได้ในราคาที่เหมาะสมกับเขา

ปัญหาเรือประมงที่ถูกบังคับด้วยกรอบกฎหมายเข้มงวด จนส่งผลกระทบถึงธุรกิจต่อเนื่องอื่น ต้องแก้ปัญหาอย่างรอบคอบ เป็นระบบและยั่งยืน ตรงนี้ต้องใช้เวลาก็ต้องเริ่มคิดทำ

ปัญหายาเสพติดที่กำลังระบาดหนักในขณะนี้ พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยมา ยาเสพติดต้องหมดไป

ปัญหาราคาค่าไฟฟ้า ค่าแก๊ส ที่สูงขึ้นมาก ต้องแก้อย่างเร่งด่วน หากเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลจะรีบเจรจาหาแหล่งพลังงานราคาถูก พร้อมหามาตรการปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงานรวมถึงมาตรการภาษี เพื่อแก้ปัญหาลดภาระให้พี่น้องประชาชนทันที

“ในฐานะสะใภ้คนคอน เปิดใจรับเพื่อไทยไว้ในอ้อมใจได้ไหมคะ หนุ่ย(สามี)ตั้งใจจริง อย่าถุมหนุ่ยนะ เลือกเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน”น.ส.แพทองธารกล่าว 

พรรคเพื่อไทยลงพื้นที่จ.นครศรีธรรมราชพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่จ.นครศรีธรรมราช น.ส.แพทองธาร ชินวัตรน.ส.แพทองธาร ชินวัตร

‘ปลัดมท.’แจงดราม่าภาพ’ชัชชาติ’ยืนรับพระราชทานสิ่งของ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538511

11 ธ.ค. 2565

'ปลัดมท.'แจงดราม่าภาพ'ชัชชาติ'ยืนรับพระราชทานสิ่งของ

‘ปลัดมท.’ชี้แจงกรณีวิพากษ์วิจารณ์ภาพ’ชัชชาติ’ยืนรับพระราชทานสิ่งของจากกรมสมเด็จพระเทพฯในพิธีเปิดงานกาชาด ยืนยันปฏิบัติตามที่สำนักงานพระราชวังซักซ้อม

จากกรณีปรากฎภาพนาย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยืนรับพระราชทานสิ่งของจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขณะเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด “งานกาชาด” ประจำปี 2565 ณ สวนลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.

ล่าสุดวันนี้ 11 ธ.ค. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตนเห็นรูปดังกล่าวที่ส่งมาทางไลน์แล้ว ซึ่งแจ้งทุกคนไปว่า ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปฏิบัติตามที่ทางสำนักพระราชวังได้ซักซ้อม คือ ให้ยืนรับพระราชทานสิ่งของ ยืนยันนายชัชชาติไม่ได้กระทำผิด การไปต่อว่าเป็นบาปกรรมเปล่าๆ 

นายสุทธิพงศ์ จุลเจริญ กล่าวอีกว่า ในปีพิธีเปิดงานกาชาด มีประชาชนเข้าเฝ้าทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงินเพื่อสมทบทุนสภากาชาดไทย และรับของที่ระลึก จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพฯเป็นร้อยคน ซึ่งประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จเกือบทั้งหมดก็ยืนเฝ้าด้วยความจงรักภักดีเช่นเดียวกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทยนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย

Adidas reveals ‘Al Hilm’, the official match ball of the FIFA World Cup 2022™ Finals

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/pr-news/more/pr-news/40022982

Adidas reveals ‘Al Hilm’, the official match ball of the FIFA World Cup 2022™ Finals

Adidas reveals ‘Al Hilm’, the official match ball of the FIFA World Cup 2022™ Finals

SUNDAY, DECEMBER 11, 2022

Bangkok, 11 December 2022 – Today, adidas reveals Al Hilm – the Official Match Ball for the semifinals and final of the FIFA World Cup Qatar 2022™. Al Hilm, which translates as “The Dream” in Arabic, follows on from the Official Match Ball of the group stages, Al Rihla, which translates as “The Journey”.

Both balls feature the same technology, engineered to support the highest game speeds as they travel faster in flight than any other World Cup ball. Al Hilm is revealed with a unique graphic design, befitting of an occasion as historic as the final matches of a FIFA World Cup™.

The design is set on a textured gold base color which features a subtle triangular pattern, drawing inspiration from the sparkling deserts of the region that surround the city, the color of the FIFA World Cup™ trophy, and the pattern of the Qatar flag. Bold red accents complement the graphic, reflecting both the generative architecture of Qatar, and once again, the country’s flag.

Adidas reveals ‘Al Hilm’, the official match ball of the FIFA World Cup 2022™ Finals

The ball encapsulates its namesake, Al Hilm – “The Dream”, as it connects to the twilight hours, where the red sky meets the desert sand at dusk – a time when dreams are set to come true under the floodlights of the Lusail Stadium – the stage for the Final.

“Al Hilm represents a beacon of light on the power of sport and football to bring the world together. Millions will tune in from almost every country around the globe, united by their passion for the game. We wish all teams involved in the final stages of the tournament the best of luck as they compete on the largest stage that football has to offer” said Nick Craggs, General Manager – Football, adidas.

Adidas reveals ‘Al Hilm’, the official match ball of the FIFA World Cup 2022™ Finals

Designed from the inside out using data from rigorous testing in adidas labs, wind tunnels, and on-pitch, Al Hilm features the same new panel shape and surface textures introduced for Al Rihla:

  • CTR-CORE – An innovative core within the ball that is tuned to support fast, precise play with maximum shape and air retention
  • SPEEDSHELL – The ball’s polyurethane (PU) skin featuring micro and macro textures and a 20-piece panel shape

Utilizing the latest technological advances in ball design, Al Hilm includes the same unprecedented adidas ‘Connected Ball’ technology as Al Rihla, which has proven invaluable in helping match officials making faster and more accurate decisions during this World Cup.

Combined with player position data, the innovation offers Video Assistant Referees instant data, to help optimize decision making for a seamless fan experience. By combining the ball tracking data captured by sensors within the ball and applying artificial intelligence, the new technology provides an automated offside alert to the VAR team.

The ball was also designed with the environment at its heart – all components have been carefully considered, and Al Hilm is the first World Cup semifinals and final ball made using only water-based inks and glues.

Adidas reveals ‘Al Hilm’, the official match ball of the FIFA World Cup 2022™ Finals

The adidas Al Hilm Pro (5,000 THB) and Al Hilm Mini (500 THB) drop on 11th of December, 4 PM and will be available via adidas Brand Center, adidas app, www.adidas.co.th, and LINE: @adidasthailand, Ari Football, Supersports, and retail stores.

To find out more, please visit: www.facebook.com/adidasTH and Instagram @adidasThailand or @adidasfootball. Follow the conversation on Instagram and Facebook using #adidasfootball #FIFAWorldCup #ImpossibleIsNothing and #adidasThailand.