ภูเขาไฟชิลี ปะทุครั้งแรกในรอบ 30 ปี ยกระดับเตือนภัยปิดเส้นทางท่องเที่ยวชั่วคราว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2575643

ภูเขาไฟชิลี ปะทุครั้งแรกในรอบ 30 ปี ยกระดับเตือนภัยปิดเส้นทางท่องเที่ยวชั่วคราว

12 ธ.ค. 2565 08:26 น.

ภูเขาไฟชิลี ปะทุครั้งแรกในรอบ 30 ปี ยกระดับเตือนภัยปิดเส้นทางท่องเที่ยวชั่วคราว

ภูเขาไฟ “ลาสคาร์” สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของชิลี ได้เกิดการปะทุเถ้าถ่านควันไฟพวยพุ่งสูงกว่า 6,000 เมตร ทางการประกาศยกระดับเตือนภัย และสั่งปิดเส้นทางท่องเที่ยวขึ้นภูเขาไฟเป็นการชั่วคราว

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2565 สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า ภูเขาไฟ “ลาสคาร์” (Lascar) บนแนวเทือกเขาแอนดีส ทางภาคเหนือของประเทศชิลี ได้เกิดการปะทุควันและเถ้าถ่านสูงขึ้นไปในอากาศกว่า 6,000 เมตร ซึ่งนับเป็นการปะทุครั้งแรกในรอบ 30 ปี

โดยทางการชิลีประกาศยกระดับเตือนภัยภูเขาไฟ จากสีเขียว เป็นสีเหลือง โดยเฉพาะเมืองทาลาเบร และอันโตฟากาสต้า เมืองเล็กๆ ที่อยู่ห่างจากภูเขาไฟเพียง 12 กิโลเมตร และประกาศเป็นเขตอันตรายห้ามเข้าในรัศมี 5 กิโลเมตรรอบปากปล่องภูเขาไฟ ทางด้านสำนักงานเหมืองแร่และธรณีวิทยาของชิลี เปิดเผยว่า มีรายงานการเกิดแรงสั่นสะเทือนขนาดไม่รุนแรงในหลายพื้นที่ใกล้กับภูเขาไฟ แต่เคราะห์ดีไม่มีรายงานความเสียหาย

ทั้งนี้ ภูเขาไฟลาสคาร์ ตั้งอยู่ห่างจากเมืองซาน เปโดร เดอ อะตาคามา เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมไปเพียง 70 กิโลเมตร ปกติแล้วจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากไปเดินเขา และเที่ยวชมทะเลทรายอะตาคามาที่สวยงามแต่เป็นสถานที่แห้งแล้งที่สุดในโลก.

สภายุโรปฉาว รอง ปธ.กับอีก 3 คน โดนจับ ข้อหารับสินบนจากชาติอ่าวอาหรับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2575625

สภายุโรปฉาว รอง ปธ.กับอีก 3 คน โดนจับ ข้อหารับสินบนจากชาติอ่าวอาหรับ

12 ธ.ค. 2565 06:50 น.

สภายุโรปฉาว รอง ปธ.กับอีก 3 คน โดนจับ ข้อหารับสินบนจากชาติอ่าวอาหรับ

รัฐสภายุโรปตกเป็นข่าวอื้อฉาว หลังจากมีการตั้งข้อหาบุคคล 4 คน รวมถึงรองประธานสภา ฐานรับสินบนจากประเทศในอ่าวอาหรับ ซึ่งรายงานระบุว่าคือกาตาร์

สำนักข่าว บีบีซี รายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ธ.ค. 2565 ว่า ผู้พิพากษาสืบสวนของประเทศเบลเยียม ซึ่งเป็นผู้นำการสืบสวนคดีรับสินบนจากชาติประเทศในอ่าวอาหรับ ซึ่งรายงานระบุว่าคือกาตาร์ ภายในรัฐสภายุโรป โดยตั้งข้อหาผู้ต้องสงสัย 4 รายที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ด้วยข้อหามีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรม, ฟอกเงิน และคอร์รัปชัน

ตามการเปิดเผยของสำนักงานอัยการกลางเบลเยียม ตำรวจได้ยึดเงินสดจำนวนราว 600,000 ยูโร ได้ในระหว่างปฏิบัติการตรวจค้น 16 จุดในกรุงบรัสเซลส์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ยึดคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือหลายเครื่องมาเพื่อตรวจสอบเนื้อหาภายใน และจับกุมผู้ต้องสงสัย 6 ราย ก่อนจะปล่อยตัวไป 2 รายในเวลาต่อมา

หนึ่งในผู้ที่ถูกจับกุมและถูกตั้งข้อหาคือ น.ส.อีวา ไคลี รองประธานสภายุโรปและสมาชิกหัวสังคมนิยมจากประเทศกรีซ โดยเธอถูกพักจากการปฏิบัติหน้าที่ในกลุ่มพันธมิตรสังคมนิยมและประชาธิปไตยก้าวหน้า (S&D) ในรัฐสภายุโรป และถูกขับออกจากพรรคปาซอค (Pasok) สายกลางซ้ายในประเทศกรีซด้วย

อัยการเบลเยียม ระบุอีกว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนสงสัยว่าประเทศในอ่าวอาหรับชาติหนึ่งพยายามใช้เงิน หรือของขวัญ เพื่อเข้ามามีอิทธิพลในการตัดสินทั้งทางการเมืองและทางเศรษฐกิจของรัฐสภายุโรปมานานหลายเดือนแล้ว

สื่อท้องถิ่นของเบลเยียม ระบุว่า ประเทศต้องสงสัยดังกล่าวคือ กาตาร์ อย่างไรก็ตามโฆษกรัฐบาลกาตาร์ปฏิเสธผ่านสื่อ โดยระบุว่า เราไม่ทราบรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับการสืบสวน คำกล่าวอ้างใดๆ เรื่องการกระทำผิดโดยรัฐกาตาร์เป็นการให้ข้อมูลผิดอย่างร้ายแรง ประเทศของพวกเขาบริหารโดยทำตามข้อบังคับและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ น.ส.ไคลี มีหน้าที่รับผิดชอบในฐานะรองประธานรัฐสภายุโรปในหลายภูมิภาค รวมถึงในตะวันออกกลาง เมื่อเดือนก่อนเธอเพิ่งออกมากล่าวปกป้องกาตาร์ที่ถูกกล่าวหาว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนระหว่างการตรวจความพร้อมจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก ทำให้แรงงานเสียชีวิตหลายร้อยรายในโปรเจกต์ก่อสร้างสนามและอื่นๆ

“กาตาร์คือผู้นำด้านสิทธิมนุษยชนแรงงาน จากการที่พวกเขายกเลิกกฎหมายคาฟาลา ที่ชาติอ่าวอาหรับอื่นๆ ใช้ และถูกองค์กรสิทธิมนุษยชนมากมายนำไปเปรียบเทียบว่าเป็นการใช้แรงงานทาสในยุคปัจจุบัน” น.ส.ไคลี กล่าวเมื่อเดือนพฤศจิกายน เธอยังกล่าวหาสมาชิกสภายุโรปบางคนด้วยว่ารังแกและกีดกันกาตาร์.

เดือด ยูเครนถล่มฐานทหารรับจ้างรัสเซีย ‘Wagner’ ในแคว้นลูฮานสก์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2575613

เดือด ยูเครนถล่มฐานทหารรับจ้างรัสเซีย ‘Wagner’ ในแคว้นลูฮานสก์

12 ธ.ค. 2565 04:39 น.

เดือด ยูเครนถล่มฐานทหารรับจ้างรัสเซีย ‘Wagner’ ในแคว้นลูฮานสก์

ยูเครนโจมตีฐานของกลุ่มติดอาวุธรัสเซีย Wagner ในแคว้นลูฮานสก์ซึ่งถูกมอสโกยึดครอง ในขณะที่ฝ่ายรัสเซียโจมตีอย่างหนักในภาคใต้ของยูเครน

สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า นายเซอร์ฮี ไฮได เจ้าหน้าที่ยูเครนผู้ว่าการแคว้นลูฮานสก์ เปิดเผยในวันอาทิตย์ที่ 11 ธ.ค. 2565 ว่า กองทัพของยูเครนโจมตีถูกโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองคาดิฟกา ที่กลุ่มทหารรับจ้าง ‘Wagner’ (แวกเนอร์) ของรัสเซียใช้เป็นสำนักงานใหญ่ สร้างความเสียหายอย่างหนักแก่ฝ่ายรัสเซีย

กลุ่มทหารรับจ้าง Wagner ก่อตั้งโดย นายเยฟจีนี พริโกชิน คนรู้จักใกล้ชิดกับประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน โดยทหารกลุ่มนี้ถูกชาติตะวันตกกล่าวหาอย่างต่อเนื่องว่า ก่ออาชญากรรมสงคราม และละเมิดสิทธิมนุษยชน พวกเขายังเคยส่งทหารไปยังไครเมีย, ซีเรีย, ลิเบีย, มาลี และสาธารณรัฐแอฟริกากลางด้วย

การโจมตีโรงแรมดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่การต่อสู้กลับมาดุเดือดอีกครั้งในภาคใต้ของยูเครน หลังโดรนของรัสเซียเปิดฉากโจมตีหลายจุดในแคว้นโอเดสซา ขณะที่กองทัพยูเครนต้องตอบโต้การโจมตีด้วยมิสไซล์ที่เมืองเมลิโทปอลในแคว้นซาปอริชเชีย ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ บาดเจ็บอีก 10 ราย

ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ยูเครน ยอมรับว่า สถานการณ์ที่โอเดสซายากลำบากมาก “โชคไม่ดีที่การโจมตีนั้นวิกฤติมาก ดังนั้นจึงต้องใช้เวลามากกว่าในการฟื้นฟูพลังงานไฟฟ้า และไม่ใช่เวลาแค่หลักชั่วโมง แต่ต้องใช้ 2-3 วัน”

ทั้งนี้ ตลอดช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา การต่อสู้ส่วนใหญ่ในยูเครนเกิดขึ้นที่ภาคตะวันออก แต่เมื่อคืนวันเสาร์ นายโอเลคซี อาเรสโตวิช ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีเซเลนสกีชี้ว่า เมืองเมลิโทปอลจะเป็นเป้าหมายหลักของกองทัพยูเครน เพราะหากยึดกลับมาได้ จะทำให้แนวป้องกันของรัสเซียพังทลายไปจนถึงแคว้นเคอร์ซอน

นายอาเรสโตวิช กล่าวอีกว่า หากเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น กองทัพยูเครนจะได้เส้นทางตรงสู่แคว้นไครเมีย ดินแดนที่ถูกรัสเซียผนวกรวมเป็นของตัวเองตั้งแต่ปี 2557 และยูเครนหมายมั่นที่จะยึดกลับมา.

ผู้ต้องหาเป็นมือทำระเบิดโศกนาฏกรรมล็อกเคอร์บี ถูกคุมขังในสหรัฐฯ แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2575606

ผู้ต้องหาเป็นมือทำระเบิดโศกนาฏกรรมล็อกเคอร์บี ถูกคุมขังในสหรัฐฯ แล้ว

12 ธ.ค. 2565 03:26 น.

ผู้ต้องหาเป็นมือทำระเบิดโศกนาฏกรรมล็อกเคอร์บี ถูกคุมขังในสหรัฐฯ แล้ว

ชายชาวลิเบียผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนทำระเบิดที่ใช้ในเหตุโจมตีเที่ยวบิน แพน แอม 103 เหนือเมืองล็อกเคอร์บี เมื่อ 34 ปีก่อน ถูกคุมขังในสหรัฐฯ แล้ว

สำนักข่าว บีบีซี รายงานเมื่อ 11 ธ.ค. 2565 ว่า นายอาบู อากิลา มาซุด ชาวลิเบียผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนทำระเบิดที่ใช้ในเหตุโจมตีเครื่องบินโบอิ้ง 747 เที่ยวบิน แพน แอม 103 เหนือเมืองล็อกเคอร์บี ในสหราชอาณาจักร เมื่อ 21 ธ.ค. 2531 จนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 270 ศพ ได้ถูกส่งตัวไปคุมขังในสหรัฐฯ เพื่อรอดำเนินคดีแล้ว

กรมอัยการสกอตแลนด์ (COPFS) เป็นผู้เปิดเผยเรื่องดังกล่าว หลังจากเมื่อเดือนก่อนมีรายงานว่า นายมาซุด ถูกกลุ่มติดอาวุธกลุ่มหนึ่งในลิเบียลักพาตัว ทำให้เกิดข่าวลือว่าเขากำลังจะถูกส่งตัวให้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ซึ่งเมื่อ 2 ปีก่อนมีการตั้งข้อหานายมาซุด ฐานมีบทบาทสำคัญในการโจมตีเที่ยวบินแพน แอม 103

ขณะที่โฆษกกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า นายมาซุด จะถูกนำตัวขึ้นศาลรัฐบาลกลางในกรุงวอชิงตัน

ทั้งนี้ เครื่องบินแพน แอม 103 ถูกระเบิดโจมตีขณะเดินทางจากกรุงลอนดอนไปยังนครนิวยอร์ก เป็นเหตุให้ผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่อง 259 ชีวิต เสียชีวิตทั้งหมด ไม่เพียงเท่านั้นเศษซากที่ตกลงมายังทำให้ชาวเมืองล็อกเคอร์บีที่อยู่บนพื้นเสียชีวิตด้วย 11 ศพ นับเป็นการโจมตีก่อการร้ายที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดที่เคยเกิดขึ้นบนแผ่นดินสหราชอาณาจักร

ในปี 2544 นายอับเดีลบาเซต อัล-เมกราฮี อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองลิเบีย ถูกศาลพิเศษสกอตแลนด์ ในเนเธอร์แลนด์ ตัดสินว่ามีความผิดข้อหาฆาตกรรมหมู่ และเป็นคนเดียวจนถึงตอนนี้ที่ถูกตัดสินความผิดในคดีนี้ เขาถูกพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต แต่ได้รับการปล่อยตัวในปี 2552 เนื่องจากป่วยรุนแรงด้วยโรคมะเร็ง ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตที่ลิเบียในปี 2555

นายเมกราฮี ยืนกรานมาตลอดว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ และพยายามขอยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งจำคุก 2 ครั้ง โดยครั้งแรกในปี 2545 ไม่สำเร็จ ส่วนครั้งที่ 2 ในปี 2552 เขาขอถอนคำร้อง ก่อนได้รับการปล่อยตัว

ด้าน นายมาซุด เขาถูกตัดสินจำคุกในลิเบียเมื่อ 5 ปีก่อน ข้อหาผลิตระเบิด อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าระหว่างถูกคุมขัง เขายอมรับสารภาพว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับนายเมกราฮีในการวางระเบิดโจมตี แพน แอม 103

แต่ นายอาเมอร์ อันวาร์ อดีตทนายความของนายเมกราฮีโต้แย้งว่า นายมาซุดถูกคุมขังโดยผู้นำทหารที่ถูกประณามอย่างกว้างขวางจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการสารภาพภายใต้สถานการณ์เช่นกันสมควรถูกต่อต้านโดยศาลใดๆ ของสหรัฐฯ หรือสกอตแลนด์

อนึ่ง การประกาศว่าตอนนี้นายมาซุดถูกคุมขังในสหรัฐฯ หมายความว่าการไต่สวนครั้งที่ 2 ของคดีฆาตกรรมหมู่ครั้งใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักรกำลังจะเกิดขึ้น แต่ภายใต้กฎหมายของสหรัฐฯ ไม่ใช่สกอตแลนด์ แต่ยังมีอุปสรรครออยู่อีกมาก รวมถึงเรื่องสถานะทางกฎหมายของคำสารภาพของนายมาซุด.

ผู้เชี่ยวชาญจีนเตือน คนติดโควิดจ่อพุ่งหลังรัฐผ่อนการควบคุม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2575600

ผู้เชี่ยวชาญจีนเตือน คนติดโควิดจ่อพุ่งหลังรัฐผ่อนการควบคุม

12 ธ.ค. 2565 01:19 น.

ผู้เชี่ยวชาญจีนเตือน คนติดโควิดจ่อพุ่งหลังรัฐผ่อนการควบคุม

ดร.จง หนานชาน หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขชั้นนำของจีนออกมาเตือนว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 อาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังรัฐบาลตัดสินใจผ่อนคลายมาตรการควบคุมเข้มงวด

สำนักข่าว แชนเนลนิวส์เอเชีย รายงานว่า ดร.จง หนานชาน ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาและอดีตหัวหน้าทีมรับมือการระบาดของไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาลจีน ในสัมภาษณ์กับสื่อเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ธ.ค. 2565 เตือนให้ระวังการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศ หลังรัฐบาลตัดสินใจผ่อนคลายมาตรการควบคุมเข้มงวด

“สายพันธุ์โอมิครอนนั้น แพร่กระจายได้ง่ายมาก ผู้ติดเชื้อ 1 คนสามารถติดต่อไปได้อีก 22 คน” ดร.จงกล่าว “ตอนนี้การระบาดในจีนกำลังแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และภายใต้สถานการณ์เช่นนั้น ไม่ว่ามาตรการป้องกันหรือควบคุมจะเข้มแข็งขนาดไหน ก็คงเป็นเรื่องยากที่จะตัดห่วงโซ่การติดต่อได้”

รัฐบาลจีนตัดสินใจผ่อนคลายมาตรการควบคุมเข้มงวดตามนโยบายทำให้โควิดเป็นศูนย์ (zero-COVID) ทั่วประเทศไปเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากเกิดการประท้วงใหญ่ของประชาชนผู้ไม่พอใจที่ต้องถูกจำกัดการเคลื่อนไหวมาอย่างยาวนาน

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้จีนกำลังเผชิญการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อระลอกใหม่ ในขณะที่ยังมีผู้สูงอายุอีกหลายล้านคนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกัน ส่วนโรงพยาบาลหลายแห่งก็ขาดความสามารถในการรองรับผู้ป่วยจำนวนมาก

นางเจียว หยาฮุ่ย ผู้อำนวยการสำนักงานฝ่ายกิจการยาของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน เตือนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ตอนนี้หน่วยไอซียูทั่วประเทศมีเตียงรองรับผู้ป่วยได้ 10,000 คนเท่านั้น โดยหลังจากนี้ แพทย์ 106,000 คนกับพยาบาลอีก 177,700 คน จะถูกโยงย้ายไปยังหน่วยไอซียู เพื่อรับมือกับผู้ป่วยโควิด-19 ที่กำลังเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ การผ่อนคลายมาตรการควบคุมเข้มงวดของจีน ทำให้ผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการสามารถกักตัวอยู่ที่บ้านได้แล้ว จากเดิมที่ต้องไปยังอาคารที่รัฐจัดสรรไว้ ขณะที่มาตรการล็อกดาวน์ขนาดใหญ่ถูกยกเลิก

แต่การระบาดที่เพิ่มสูงขึ้นกลับทำให้ประชาชนไม่กล้าออกจากบ้าน ที่กรุงปักกิ่ง ร้านค้าและร้านอาหารหลายแห่งติดป้ายไว้หน้าอาคารว่า “ปิดชั่วคราว” โดยไม่ระบุสาเหตุ ขณะที่แอปพลิเคชันบริการส่งอาหารและสิ่งของออนไลน์หลายเจ้ารวมถึง เหม่ยถวน (Meituan) และ Fresh Hippo กำลังรับมือกับยอดสั่งของไม่ไหว เพราะมีพนักงานขนส่งไม่พอ

นอกจากนั้น ประชาชนจำนวนมากยังไปเข้าคิวยาวตามร้านขายยา เพื่อกักตุนยาแก้ไข้และชุดตรวจโควิด บางคนถึงกับสั่งจากมาจากร้านขายยาในเมืองใกล้เคียงด้วย

มือขวาปูตินเผย รัสเซียกำลังยกระดับผลิตอาวุธทรงพลังที่สุด รับมือศัตรู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2575583

มือขวาปูตินเผย รัสเซียกำลังยกระดับผลิตอาวุธทรงพลังที่สุด รับมือศัตรู

11 ธ.ค. 2565 23:33 น.

มือขวาปูตินเผย รัสเซียกำลังยกระดับผลิตอาวุธทรงพลังที่สุด รับมือศัตรู

อดีตประธานาธิบดีรัสเซียเผย ประเทศกำลังยกระดับการผลิตอาวุธที่ทรงพลังที่สุด เพื่อรับมือกับศัตรูซึ่งมีอยู่ทั้งในยุโรปและอเมริกาเหนือ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายดีมิทรี เมดเวเดฟ อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตประธานาธิบดีรัสเซีย รวมถึงเป็นมือขวาคนสนิทของวลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวในวันอาทิตย์ที่ 11 ธ.ค. 2565 ว่า ประเทศของเขากำลังยกระดับการผลิตอาวุธรุ่นใหม่ เพื่อปกป้องตัวเองจากศัตรูในยุโรป, สหรัฐฯ และออสเตรเลีย

นายเมเวเดฟ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานสภาความมั่นคงรัสเซีย ระบุผ่านแอปพลิเคชัน เทเลแกรมว่า “เรากำลังเพิ่มการผลิตอาวุธทำลายล้างที่ทรงพลังที่สุด รวมถึงอาวุธภายใต้หลักการใหม่”

“ศัตรูของเราไม่เพียงเข้าไปยุ่งในแคว้นเคียฟในดินแดนมาโลรอสซิยาของเราเท่านั้น แต่ยังอยู่ในยุโรป, อเมริกาเหนือ, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ และสถานที่อีกจำนวนมากที่เคยสวามิภักดิ์ต่อนาซี” เมดเวเดฟกล่าว โดยเรียกยูเครนด้วยชื่อที่ใช้สมัยยังเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิรัสเซีย

ทั้งนี้ นายเมดเวเดฟไม่ได้เปิดเผยว่าอาวุธดังกล่าวคืออะไร แต่ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินเคยพูดหลายครั้งว่า รัสเซียกำลังพัฒนาอาวุธใหม่หลายอย่างรวมถึง อาวุธความเร็วเหนือเสียง ที่เขาอ้างว่าสามารถหลบเลี่ยงมิสไซล์ของระบบป้องกันทั้งหมดที่มีอยู่ในปัจจุบันได้

ที่มา : CNA

37 ส.ส.ซบ “อนุทิน” ล้วงลึกไส้ใน ไผเป็นไผ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/538573

12 ธ.ค. 2565

37 ส.ส.ซบ “อนุทิน” ล้วงลึกไส้ใน ไผเป็นไผ

ไผเป็นไผ 37 ส.ส.ซุ้มแตก “อนุทิน” รับลูกครูใหญ่ “เนวิน” จัดอีเวนท์เปิดตัว ส.ส.ย้ายพรรค เมื่อส่องลึกถึงพื้นที่ พบ ส.ส.เกรดเอมีน้อย ส่วนใหญ่เกรดบีเกรดซี เสี่ยงสอบตก

โชว์พลังดูด “อนุทิน” รับลูกครูใหญ่ “เนวิน” จัดอีเวนท์เปิดตัว ส.ส.ย้ายพรรค-ย้ายขั้ว 37 คน เมื่อส่องไส้ใน พบมากกว่าครึ่งจัดอยู่ในเกรดบีเกรดซี


“อนุทิน” ต้องการความชัดเจน 37 ส.ส.โชว์ใบลาออก ส่งผลให้เสียงในสภาฯ หายไป ก็เหมือนกดดันลุงตู่ให้ยุบสภาไปโดยปริยาย

โฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงว่า วันที่ 16 ธ.ค.2565 อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรค จะเป็นประธานเปิดที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ภายหลังปรับปรุงครั้งใหญ่ พร้อมเปิดตัว ส.ส.ที่จะย้ายเข้ามาร่วมงานทางการเมืองจำนวนหนึ่ง แสดงพร้อมเข้าสู่สนามเลือกตั้ง 2566 โดยจะมีการถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน บริเวณลานด้านที่ทำการหน้าพรรค ย่านสามแยกเกษตรฯ ถ.พหลโยธิน

อาคารพรรคภูมิใจไทย ที่มีการรีโนเวทรองรับ ส.ส.ย้ายพรรค 37 คนอาคารพรรคภูมิใจไทย ที่มีการรีโนเวทรองรับ ส.ส.ย้ายพรรค 37 คน


สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการปล่อยข่าว 40 ส.ส.จะลาออก กดดันลุงตู่ยุบสภาฯ แต่เมื่อเช็กข่าวที่ไปที่มาแล้ว เป็นการอีเวนท์การเมืองของพรรคภูมิใจไทย ซึ่ง ส.ส.จำนวน 37 คน ไปยื่นใบลาออกจากพรรคเดิม เตรียมเปิดตัวกับพรรคภูมิใจไทยอย่างเป็นทางการ


จริง ๆ แล้ว ส.ส.ที่มีรายชื่อโผล่ทุกสื่อออนไลน์ ก็เป็น ส.ส.ชุดเดียวกับที่ไปอวยพรวันเกิดครูใหญ่ เนวิน ชิดชอบ ที่ จ.บุรีรัมย์ 


คาดว่า ครูใหญ่เนวินคงไม่อยากให้ ส.ส.เหล่านั้น ยื้อเวลาการเป็น ส.ส.ออกไปอีก จึงต้องจัดอีเวนท์เปิดตัว พร้อมโชว์ใบลาออกจากพรรคเดิม  
 

‘เปิดหน้าเกรดเอ’
“อนุทิน” รวมถึงครูใหญ่เนวิน ผู้มากประสบการณ์ ก็คงรู้ดีว่า 37 ส.ส. มีหลายเกรด โดยกลุ่ม ส.ส.พรรษาแรก ไม่ใช่บ้านใหญ่ เสี่ยงสอบตกสูง


ส.ส.เกรดเอ ที่ย้ายมาจากพรรคเพื่อไทย มีประมาณ 7 คน จากทั้งหมด 10 คน


กลุ่ม ส.ส.ศรีสะเกษ ได้แก่ จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ,ธีระ ไตรสรณกุล และ ผ่องศรี แซ่จึง ที่สมัยหน้าให้สามี ปวีณ แซ่จึง ลงสนามแทน


กลุ่มบ้านใหญ่วันไชยธนวงศ์ รังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.เชียงราย .กลุ่มบ้านใหญ่บางระกำ นิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก ,กลุ่มบ้านใหญ่วังน้อย นพ ชีวานันท์ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา และกลุ่มบ้านใหญ่เฮียอ๋า  วุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก 


ส่วนที่ย้ายมาจากพรรคพลังประชารัฐ 14 คน มีเกรดเอ 6 คน นอกนั้น เป็น ส.ส.นกแล ได้มาเพราะกระแสลุงตู่ ทั้งในกรุงเทพฯ และภาคกลาง


กลุ่มบ้านใหญ่เมืองกาญจน์ ได้แก่ สมเกียรติ วอนเพียร ส.ส.กาญจนบุรี ,ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี ,อัฎฐพล โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี และ พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ ส.ส.กาญจนบุรี


กลุ่มบ้านใหญ่หันคา มณเฑียร สงฆ์ประชา ส.ส.ชัยนาท พ่วงน้องสาว นันทนา สงฆ์ประชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาภิวัฒน์ และกลุ่มบ้านใหญ่เทพสถิต สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ


ส.ส. 3 คน ที่ย้ายมาจากพรรคเศรษฐกิจไทย จัดอยู่ในกลุ่มเกรดเอ ได้แก่ ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก ,ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี และณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์


รายเดียวที่ย้ายมาจากพรรคประชาธิปัตย์คือ แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี พ่อใหญ่อิสสระ สมชัย การันตีว่าจะได้เป็น ส.ส.อีกสมัย


‘กลุ่มเกรดบีเกรดซี’
“อนุทิน” รู้อยู่แก่ใจว่า ส.ส.หลายคนที่แหกคอกมายกมือให้ฝั่งรัฐบาล ไม่ใช่ผู้สมัคร ส.ส.สมัยหน้าในระดับเกรดเอ แต่ก็ต้องเอาอุ้มรัฐบาลลุงตู่ให้เดินต่อไปได้


2 ส.ส.เพื่อไทยจากอีสานอย่าง สุชาติ ภิญโญ ส.ส.นครราชสีมา และจักรพรรดิ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี ก็อาจพ่ายกระแสอุ๊งอิ๊ง เช่นเดียวกับ ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ส.ส.กทม. เขตห้วยขวาง ยากจะสู้กระแสเพื่อไทยและก้าวไกล


ส่วน 5 ส.ส.ที่มาจากพรรคก้าวไกล ทั้ง ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โอกาสกลับเข้าสภาฯ มีแค่ 40%


3 ส.ส.กทม.พลังประชารัฐ อย่าง จักรพันธ์ พรนิมิตร, กษิดิ์เดช ชุติมันต์ และพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ไม่มีกระแสลุงตู่ ก็จบเกม 


สำหรับ ส.ส.พปชร.สมัยแรก อย่าง ปฐมพงศ์ สูญจันทร์ ส.ส.นครปฐม ,กฤษณ์ แก้วอยู่ ส.ส.เพชรบุรี ,สุชาติ อุสาหะ ส.ส.เพชรบุรี ,อนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พิษณุโลก และประทวน สุทธิอํานวยเดช ส.ส.ลพบุรี หนที่แล้วได้เป็น ส.ส.กระแสลุงตู่ช่วยอุ้ม สมัยหน้า โอกาสสอบตกสูง ทำนองเดียวกับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่มาจากพรรคเล็ก 5-6 คน คงสอบไม่ผ่าน


ประเมินเบื้องต้น ส.ส.ที่ย้ายมาจาก 9 พรรค 37 คน มีโอกาสได้กลับสภาฯ ในสีเสื้อภูมิใจไทย แค่ 23-24 คนเท่านั้น
 

คอลัมน์…ท่องยุทธภพ   โดย…ขุนน้ำหมึก 

ส่องเจ๊แดง “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” สะใภ้เมืองคอน แกนนำ-แกนใน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/538559

12 ธ.ค. 2565

ส่องเจ๊แดง “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” สะใภ้เมืองคอน แกนนำ-แกนใน

ส่อง 2 สะใภ้เมืองคอน จากเจ๊แดง เยาวภา ถึง “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” โชว์ลูกอ้อนสาวนุ้ยรักจริง หวังเปลี่ยนใจคนใต้ ลบภาพจำสะใภ้คนแรก ที่ผูกติดแบรนด์ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์

ลุยเก็บแต้มปาร์ตี้ลิสต์ “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” เปิดใจสะใภ้เมืองคอน โชว์ลูกอ้อนสาวนุ้ยรักจริง หวังเปลี่ยนใจคนใต้


หลายคนเพิ่งรู้ว่า “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” มีสามีเป็นชาวนครศรีธรรมราช ตามรอยเจ๊แดง เยาวภา สะใภ้เมืองคอนคนแรกในสายตระกูลชินวัตร


ยึดพื้นที่สื่อวันหยุดยาว เมื่อ อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยยกทัพไปจัดกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทยที่ จ.นครศรีธรรมราช พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคใต้ 

สำหรับแม่งานใหญ่คือ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ในฐานะเลือดเนื้อเชื้อไขนครศรีธรรมราช แต่ที่กลายเป็นประเด็นพาดหัวข่าวสื่อออนไลน์ คงหนีไม่พ้นเรื่องอุ๊งอิ๊ง สะใภ้เมืองคอน

จริง ๆ แล้ว  มีสื่อบางสำนักแพลมเรื่องครอบครัวของ  ปิฎก สุขสวัสดิ์ สามีอุ๊งอิ๊งเป็นชาวนครศรีธรรมราช  จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่เลือกพื้นที่เมืองคอน  จัดกิจกรรมครอบ ครัวเพื่อไทยในภาคใต้


ดังนั้น สคริปต์ปราศรัยของอุ๊งอิ๊ง จึงมีประโยคที่ว่า “วันนี้ในฐานะสะใภ้คนคอน ขอให้พี่น้องชาวใต้เปิดใจรับเพื่อไทย” พร้อมพูดเป็นภาษาใต้ว่า “นุ้ยตั้งใจจริงอย่าทิ้งนุ้ยนะ เลือกเพื่อไทย ทั้งคนทั้งพรรค เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น”


เสี่ยเต้น ณัฐวุฒิ คาดหวังกับการหาเสียงในภาคใต้  ไว้ที่คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ มากกว่าการปักธง ส.ส.เขต เพราะเข้าใจสภาพความเป็นจริงในพื้นที่


สอดรับกับนิด้าโพล เรื่องคนที่ใช่ พรรคที่ชอบ ของคนใต้ ซึ่งบุคคลที่คนใต้จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 23.94 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และอันดับ 2 ร้อยละ 13.24 ระบุว่าเป็น แพทองธาร ชินวัตร 


แกนนำเพื่อไทยจึงมองว่า แบรนด์อุ๊งอิ๊ง ขายได้ เมื่อเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งครั้งก่อน ๆ ที่แบรนด์ทักษิณติดลบ จึงทำให้เพื่อไทย ไม่ได้ ส.ส.ในปักษ์ใต้
 

งอิ๊ง และคนใกล้ชิดในวันลุยนครศรีธรรมราชงอิ๊ง และคนใกล้ชิดในวันลุยนครศรีธรรมราช

‘สะใภ้คนคอนหมายเลข 2’
ทุกวันนี้ “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” ขึ้นเหนือล่องใต้ ก็จะมีสามีชื่อ ปอ-ปิฎก สุขสวัสดิ์ ตามติดไปทุกเวที พร้อมเพื่อนรัก เอิง-คณาพจน์ โจมฤทธิ์  ย้อนไปในวันที่มีข่าว ปิฎก เป็นลูกเขยเล็กของทักษิณ ชินวัตร ก็มีข่าวตามหน้าสื่อเพียงปอ-ปิฎก จบคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเครื่องกล สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และไม่ปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัว


กระทั่ง อุ๊งอิ๊ง เปิดตัวว่าเป็นสะใภ้นครศรีธรรมราช ผู้คนจึงทราบว่า ครอบครัวของปิฎก เป็นชาวเมืองคอน


ว่ากันว่า ปอรู้จักกับอุ๊งอิ๊ง ผ่านการแนะนำของเอิง-คณาพจน์ โจมฤทธิ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ ลูกพี่ลูกน้องของปิฎก 

แม้เอิง คณาพจน์ จะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง แต่ก็ยังทำงานให้กับพรรคเพื่อไทย และเป็นพี่เลี้ยงทางการเมืองให้อุ๊งอิ๊งอีกสถานะ เช่นเดียวกับปอ-ปิฎก ที่คอยตามติดภรรยาเป็นเงาตามตัว 

‘สะใภ้คนคอนหมายเลข 1’
สรุปว่าตระกูลชินวัตร มีเขยเป็นคนเมืองคอน 2 คน คนแรกคือเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และคนที่สองคือ “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” 


ดังที่รู้กัน สมชาย วงศ์สวัสดิ์ สามี เจ๊แดง-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เป็นชาว อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช โชคชะตาพาส่งให้เป็นนายกรัฐมนตรี  หลังอุบัติเหตุทางการเมืองที่ทำให้ สมัคร สุนทรเวช ต้องหลุดออกจากตำแหน่งนายกฯ จากกรณีชิมไปบ่นไป เมื่อปลายปี 2551


สมชายเป็นนายกฯ ท่ามกลางวงล้อมการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ  ไม่ได้เข้าไปนั่งทำเนียบรัฐบาล  จนกระทั่งหลุดจากตำแหน่งนายกฯ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญ ยุบพรรคพลังประชาชน 


ในสายตาคนใต้จำนวนไม่น้อย  สมชายและเจ๊แดง  ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเดียวกับทักษิณและยิ่งลักษณ์  จึงมีภาพเป็นลบ  ฉะนั้น สมชายจึงไม่ได้กลับไปเคลื่อนไหวทางการเมืองที่บ้านเกิด-นครศรีธรรมราช


ปัจจุบัน สมชาย วงศ์สวัสดิ์ และเจ๊แดง มีสถานะเป็นแกนในกรรมการครอบครัวชินวัตร คอยสนับสนุนหลานอุ๊งอิ๊ง ที่เป็นแกนนำพรรคเพื่อไทย 


ว่ากันถึงบทบาทแกนในของตระกูลชินวัตร ยังรวมถึงมณฑาทิพย์ โกวิทเจริญกุล น้องสาวทักษิณ ที่มีเข้าดูแลสนามเลือกตั้งฝั่งอันดามันให้พรรคเพื่อไทยแบบลับ ๆ


แกนนำ-แกนใน จึงเป็นการบริหารจัดการสไตล์ทักษิณ ที่ใช้มาตั้งแต่ยุคไทยรักไทย จนมาถึงเพื่อไทย และครอบครัวเพื่อไทย
 

คอลัมน์… ท่องยุทธภพ   โดย…ขุนน้ำหมึก

‘ประชาธิปัตย์’ กรีด ภูมิใจไทย อย่าทำเหมือนโดนน้ำร้อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538578

12 ธ.ค. 2565

'ประชาธิปัตย์' กรีด ภูมิใจไทย อย่าทำเหมือนโดนน้ำร้อน

ปมกัญชา ก่อวิวาทะ อย่าทำตัวเหมือนโดนน้ำร้อน ประชาธิปัตย์ กรีด ‘ภูมิใจไทย’ ก่อนเปิดที่ทำการพรรคปรับปรุงใหม่ 16 ธ.ค.นี้

ราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงกรณีที่สมาชิกพรรคภูมิใจไทยได้ออกมาชี้แจงแทนศุภชัย ใจสมุทร ว่า
เพราะมีกล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์โดยการโพสต์เฟสบุ๊คก่อน ในฐานะโฆษกพรรคจึงต้องออกมาชี้แจง ไม่เช่นนั้นพรรคจะเสียหาย ตอนนี้ทุกคนห่วงอนาคตของลูกหลานที่จะต้องสูญสิ้นอนาคตไปกับนโยบายกัญชาเสรีมากกว่า 

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าคนที่ไม่เห็นสิ่งเหล่านี้ คือคนที่ใจบอด ไม่มีเหตผลต้องจ้องทำลายในทางการเมือง แต่ท้วงติงเพื่อส่วนรวม การมีนโยบายที่มีผลกระทบต่อสังคม เด็กและเยาวชน ระเบิดที่แขวนไว้รอบตัวนักการเมือง พรรคการเมือง รอเวลาระเบิดทำลายตัวเองอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นใดต้องทำเช่นนั้น  ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยเริ่มพาดพิงมาก่อนตลอด พอถูกออกมาตอบโต้ชี้แจง ก็จะดิ้นเหมือนโดนน้ำร้อนลวกทุกที

ภราดร ปริศนานันทกุล โฆษกพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 16 ธันวาคม 2565 จะมีการเปิดตัวที่ทำการพรรคที่ได้มีการปรับปรุงใหม่แล้วเสร็จ ซึ่งจะมี ส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เข้าร่วมงานกว่า 300 คน

โดยมี ส.ส. ที่จะเข้ามาสมัครสมาชิกพรรค เพื่อทำกิจกรรมร่วมกับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งการจัดประชุม ส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร พร้อมกันเป็นครั้งแรก โดยจะมีการถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน ทั้งหมดบริเวณลานด้านหน้าพรรค  การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความพร้อมขั้นสูงสุด ในการเตรียมตัวเข้าสู่สนามเลือกตั้ง

ที่ทำการพรรคภูมิใจไทยที่ทำการพรรคภูมิใจไทย

ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่า ผลงานของพรรคภูมิใจไทย เป็นที่ประจักษ์หลายเรื่อง ทั้งเรื่องกัญชาเสรี เพื่อการแพทย์ สุขภาพ และเศรษฐกิจ, การแบน 3 สารเคมีพิษภาคเกษตร, ค่าโง่โฮปเวล์, ฟอกไตฟรี, 30 บาทรักษาทุกที่, ผ้าอ้อมฟรี วันละ 3 ผืน คนป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ, แก้ปัญหาโควิด จนได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

พฤติกรรมชัด ฮั้วประมูล ‘รถไฟฟ้าสายสีส้ม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538574

12 ธ.ค. 2565

พฤติกรรมชัด ฮั้วประมูล 'รถไฟฟ้าสายสีส้ม'

‘ประมูล’ รถไฟฟ้าสายสีส้ม พฤติกรรมฮั้วประมูลชัด อดีตอธิบดีดีเอสไอ ชี้ช่องเอาผิดกฎหมายการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ

พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ อดีตอธิบดีดีเอสไอโพสเฟสบุ๊คระบุว่าแถลงการรฟม.ยิ่งเพิ่มข้อสงสัยว่าการทุจริตมากกว่า 6.8 หมื่นล้านบาทอาจมีจริง มีเนื้อหาว่า สำนักสื่อสารองค์กร การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจง โต้ BTS ปมทุจริต สัมปทาน รถไฟฟ้าสายสีส้ม ตามที่ปรากฎเป็นข่าวในสื่อนั้น

รฟม. ไม่ได้ตอบชี้แจงให้หายสงสัยในประเด็นของการทุจริต ที่รัฐต้องรับภาระแพงขึ้นประมาณ 68,612 ล้านบาท  ซึ่งต้องใช้ภาษีของพี่น้องประชาชนมาชดเชยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของรัฐในส่วนนี้  แต่การชี้แจงของ รฟม ได้เพิ่มความสงสัยและน่าเชื่อว่าการทุจริตมากกว่า 6.8 หมื่นล้านบาท มีจริง เพราะ

กราฟฟิคประกอบจากเฟสบุ๊ค พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง กราฟฟิคประกอบจากเฟสบุ๊ค พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง

ข้อกล่าวหา รฟม. เปลี่ยนเกณฑ์ประมูล โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงเนื้องาน เป็นการออกข้อกำหนด กีดกันไม่ให้มีผู้เข้าแข่งขันมากราย และไม่เป็น international competition Bidding ตาม มติ ครม.  เพียงเพราะต้องการกีดกันไม่ให้ BTS เข้าประมูล ครั้งที่ 2  

การกีดกัน BTS ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่ประเทศไทยยาวนานประมาณ 23 ปี (ประเทศไทยมีผู้ให้บริการเดินรถมีเพียง 3 รายเท่านั้น) ไม่ให้มีสิทธิ์เข้าประมูลรอบใหม่เพราะขาดคุณสมบัติต้องห้ามด้านการรับเหมา

ทำให้มีผู้เสนอราคาได้แค่รายเดียวคือ BEM ซึ่งเสนองานแพงกว่ากลุ่ม BTS ที่เสนอราคาครั้งที่ 1 มากกว่า 6.8 หมื่นล้านบาท จึงมีคำถามว่า ทำไมรัฐต้องไปจ่ายเงินเพิ่มถึง 6.8 หมื่นล้านบาท ?


 
การอนุญาตให้กลุ่ม ITD เข้าประมูล ทั้งที่ประธานบริหารและกรรมการ ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ขัดพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 มาตรา 33 ไม่อาจผ่านคุณสมบัติได้   บทบัญญัติของกฎหมายที่มีสภาพบังคับให้เอกชนที่มีลักษณะดังกล่าว ไม่มีสิทธิได้รับคัดเลือกเป็นคู่สัญญาร่วมลงทุนในโครงการร่วมลงทุน

แต่ รฟม. และคณะกรรมการคัดเลือกฯ ก็ดันทุรังให้บริษัท ITD ผ่านทั้งเกณฑ์คุณสมบัติ และเทคนิค แม้จะมีเสียงทักท้วงถึงความไม่ถูกต้อง จึงมองได้อย่างเดียวว่า มีเจตนาเคลือบแฝง คือต้องการให้มีผู้ผ่านเกณฑ์มากกว่า 1 ราย เพื่อเปิดซองราคา เป็นคู่เทียบที่กล้าทำก็เพราะน่ารู้อยู่แล้วว่าใครจะเป็นผู้ชนะ และถึงแม้เกิดการพลิกล็อก ITD ยื่นขอเงินสนับสนุนต่ำกว่า ก็ยังสามารถจัดการตี ITD ให้ตกในขั้นตอนสุดท้ายได้ ไม่ว่าจะออกหน้าใหน ผู้ได้ผลประโยชน์ก็ยังเป็นผู้รับเหมาเจ้าเดิมอยู่ดี

ตามมาตรา 10 พ.ร.บ ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 ระบุว่า เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐผู้ใดซึ่งมีอํานาจหรือหน้าที่ในการอนุมัติการพิจารณาหรือการดําเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเสนอราคาครั้งใด รู้หรือมีพฤติการณ์ปรากฏแจ้งชัดว่าควรรู้ว่าการเสนอราคาในครั้งนั้น

มีการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ละเว้นไม่ดําเนินการเพื่อให้มีการยกเลิกการดําเนินการเกี่ยวกับการเสนอราคาในครั้งนั้น มีความผิดฐานกระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปีและปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท

พฤติการณ์และการกระทำเป็นไปตามขั้นตอนและกระบวนการ ตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ที่มีมูลเชื่อได้ว่า รู้หรือมีพฤติการณ์ปรากฏแจ้งชัดว่าควรรู้ว่าการเสนอราคา “รถไฟฟ้าสายสีส้ม” ถึงการล็อคเสปค กีดกันและเอื้อประโยชน์

แต่เจ้าหน้าที่รัฐที่มีอำนาจหรือหน้าที่ในการอนุมัติการพิจารณาหรือการดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ ยังละเว้นไม่ดําเนินการเพื่อให้มีการยกเลิกการดําเนินการเกี่ยวกับการเสนอราคา  อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 10 มาตรา 11 และมาตรา 12 ที่เป็นความผิดทางอาญาร้ายแรง

และทำให้รัฐต้องรับภาระแพงมากกว่า 6.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งต้องใช้ภาษีของพี่น้องประชาชนมาชดเชยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของรัฐในส่วนนี้ หรือชดเชยโดยการเรียกค่าโดยสารจากพี่น้องประชาชนจะต้องจ่ายเพิ่มขึ้นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

จึงขอชี้เบาะแสให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. และหน่วยงานบังคับใช้กฏหมายในกระบวนการยุติธรรมที่มีหน้าที่และอำนาจในการสืบสวนสอบสวน ตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่เป็นหน้าที่ของรัฐและประชาชนต้องช่วยกันขจัดอันตรายที่เกิดจากการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน

ซึ่งรัฐธรรมนูญได้ให้ความคุ้มครองผู้ที่ชี้การชี้เบาะแส (ตามมาตรา 63) และหน้าที่ของปวงชนชาวไทยต้องไม่ร่วมมือหรือสนับสนุนการทุจริตและประพฤติมิชอบทุกรูปแบบต่อไป