หมอกทำพิษ รถชนระนาว 200 คันบนสะพานจีน ตาย 1 เจ็บอื้อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2589713

หมอกทำพิษ รถชนระนาว 200 คันบนสะพานจีน ตาย 1 เจ็บอื้อ

29 ธ.ค. 2565 02:13 น.

หมอกทำพิษ รถชนระนาว 200 คันบนสะพานจีน ตาย 1 เจ็บอื้อ

เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ รถตู้ และรถบรรทุก ชนกันระนาวมากกว่า 200 คัน บนสะพานทางหลวงสายหนึ่งในประเทศจีน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย สาเหตุคาดว่ามาจากหมอกลงจัด

เมื่อวันพุธที่ 28 ธ.ค. 2565 สถานีโทรทัศน์ ซีซีทีวี ของจีน รายงานว่า เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันมากกว่า 200 คัน บนสะพานทางหลวง ‘เจิ้งซิน ฮวงโห’ ในเมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน ตอนกลางของประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ภาพถ่ายทางอากาศแสดงให้เห็นรถยนต์ซ้อนทับกันระเนระนาด

ซีซีทีวี ระบุว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันพุธ เนื่องจากทัศนวิสัยลดต่ำเพราะหมอกลงจัดบริเวณสะพานเจิ้งซิน ฮวงโห มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากติดอยู่ภายในรถของตัวเอง สำนักงานดับเพลิงส่งรถดับเพลิง 11 คัน กับเจ้าหน้าที่กู้ภัยอีก 66 นายไปช่วยเหลือในที่เกิดเหตุแล้ว

หมอกทำพิษ รถชนระนาว 200 คันบนสะพานจีน ตาย 1 เจ็บอื้อ
หมอกทำพิษ รถชนระนาว 200 คันบนสะพานจีน ตาย 1 เจ็บอื้อ

ที่มา : CNA

โป๊ปฟรานซิสเผย อดีตพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ กำลังป่วยหนัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2589688

โป๊ปฟรานซิสเผย อดีตพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ กำลังป่วยหนัก

29 ธ.ค. 2565 00:19 น.

โป๊ปฟรานซิสเผย อดีตพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ กำลังป่วยหนัก

พระสันตะปาปาฟรานซิสเผย อดีตพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 กำลังประชวรหนัก ด้านโฆษกวาติกันเผยสุขภาพแย่ลงเพราะอายุมาก แต่ยังอยู่ในการควบคุม

สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า พระสันตะปาปาฟรานซิส แห่งคริสตจักรคาทอลิกเปิดเผยในวันพุธที่ 28 ธ.ค. 2565 ว่า อดีตพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ผู้ตัดสินพระทัยลงจากตำแหน่งเมื่อ 9 ปีก่อน และปัจจุบันมีอายุ 95 ปี กำลังประชวรหนัก หลังจากสุขภาพเสื่อมถอยในวันเดียวกันนี้

โป๊ปฟรานซิสตรัสระหว่างพบประชาชนที่นครรัฐวาติกันเมื่อวันพุธว่า พระองค์ทรงอยากให้ประชาชนทุกคนสวดภาวนาเป็นพิเศษแก่พระสันตะปาปากิตติคุณเบเนดิกต์ ซึ่งตอนนี้กำลังประชวรหนัก “เราขอให้พระเจ้าปลอบโยนและค้ำจุนเขา ด้วยคำปฏิญาณแห่งรักเพื่อคริสตจักรจนถึงที่สุดครั้งนี้”

ก่อนที่ในเวลาต่อมา นายมัตเตโด บรูนี โฆษกของวาติกันจะออกมายืนยันว่า ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา พระอาการของพระสันตะปาปากิตติคุณเบเนดิกต์เสื่อมถอยลงเนื่องจากอายุที่มากแล้ว แต่สถานการณ์ในตอนนี้ยังอยู่ภายใต้การควบคุม และแพทย์ประจำตัวของพระองค์ยังคอยสังเกตพระอาการตลอดเวลา

อาการร่อแร่ “มิ่งขวัญ” เหยื่อเกมลับลวง พี่น้อง 2 ป.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/539857

ขุนน้ำหมึก

29 ธ.ค. 2565

อาการร่อแร่ “มิ่งขวัญ” เหยื่อเกมลับลวง พี่น้อง 2 ป.

อ่านสถานการณ์ผิด “มิ่งขวัญ” เจอแรงต้านเพียบ บ้านใหญ่ พปชร.กดดันหนัก ลุงมิ่งประเมินตัวเองสูง นึกว่า ลุงป้อม-ลุงตู่ แตกกันจริง หลงกลหลงเหลี่ยมลับลวงพราง

รอด-ไม่รอด “มิ่งขวัญ” บนทางวิบากในค่าย พปชร. แรงต้านเพียบ เหตุเหาะเหินเกินลงกา และอ่านสถานการณ์ผิด

“มิ่งขวัญ” คงนึกว่าสองพี่น้อง “ป้อม-ตู่” แตกกันจริง ประเมินตัวเองสูง โดยหารู้ไม่ว่า พี่น้องบูรพาพยัคฆ์ เก่งเล่นลับลวงพราง

มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ กลับมาเป็นข่าวใหญ่ในวันที่ 28 ธ.ค.2565 ช่วงเช้า มีข่าวมิ่งขวัญ ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค พปชร. ที่สำนักงาน กกต.แล้ว

ช่วงเย็น วิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค พปชร. ได้ออกมาปฏิเสธข่าวมิ่งขวัญลาออก โดยยืนยันว่า มิ่งขวัญยังอยู่ช่วยทำงานในพรรค พปชร. และเพิ่งได้รับมอบหมายงานจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไปทำอยู่เลย 

มีข้อน่าสังเกตว่า แกนนำพรรค พปชร.อย่างไพบูลย์ นิติตะวัน ,อนุชา นาคาศัยและนิโรธ สุนทรเลขา ต่างประสานเสียง แคนดิเดตนายกฯ พรรค พปชร. มีคนเดียวคือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ส่วนมิ่งขวัญแถลงเรื่องแคนดิเดตนายกฯ เป็นการพูดเองเออเองคนเดียว

ขณะที่เสี่ยวิรัช พยายามปกป้องมิ่งขวัญ คล้ายจะรั้งตัวเอาไว้ ไม่มีท่าทีขับไสไล่ส่งเหมือนแกนนำพรรคบางกลุ่ม อาจเป็นเพราะวิรัชอยู่ในกลุ่ม ป.ป๊อด ที่ดึงมิ่งขวัญเข้ามาอยู่ใน พปชร.

‘เหาะเหินเกินลงกา’

ย้อนไปเมื่อวันแรกที่ “มิ่งขวัญ” ปรากฏตัวในพรรค พปชร. พล.อ.ประวิตร ในฐานะหัวหน้าพรรค ได้มาต้อนรับด้วยตัวเอง และนั่งเคียงข้างกันระหว่างแถลงข่าว

มิ่งขวัญที่พกพาความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม แถลงเหตุผลการตัดสินใจร่วมงานกับ พปชร. ประการแรก จะมาเติมเต็มทีมเศรษฐกิจ ประการที่สอง เนื่องจากไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ในพรรค และประการที่สาม จะได้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค 

เรื่องแคนดิเดตนายกฯ นี่แหละ ทำเอาแกนนำพรรค พปชร.หลายคน ออกอาการช็อกตาตั้ง เพราะไม่นึกไม่ฝัน มิ่งขวัญจะกล้าพูดเรื่องนี้


ปีกไม่เอาเผด็จการ พากันสุมหัววิเคราะห์ว่า การตัดสินใจเข้าร่วมงานกับพรรค พปชร.ของมิ่งขวัญ หมายความว่า พล.อ.ประวิตร และพรรค พปชร.ตัดขาดออกจากโครงสร้างแห่งรัฐประหาร

บางเสียงยกยอปอปั้นมิ่งขวัญว่า เป็นการฟอกขาวให้กับ พปชร. และเสริมเติมบารมีให้กับลุงบ้านป่ารอยต่อฯ

ในข้อเท็จจริง เจ้าที่เจ้าทางในบ้านป่ารอยต่อฯ กลับไม่พอใจเรื่องเหาะเหินเกินลงกาของมิ่งขวัญ ปฏิริยาต่อต้านมาเร็วและมาแรง จนจอมยุทธ์การตลาดออกอาการถอดใจ 

หัวหน้าซุ้มบ้านใหญ่บางคนรู้แผนลึกว่า ใครเป็นคนชักนำมิ่งขวัญเข้าพรรค และคนกลุ่มนี้ยังมีแผนจะดึง ร.อ.ธรรมนัส เข้ามาเสริมทัพ ทำให้ ป.ที่ 4 มีบทบาทสูงเด่นในพรรค

ดังนั้น การเปิดเกมต้านมิ่งขวัญจากบ้านใหญ่ จึงรุกต่อเนื่อง รวมถึงการผลิตข่าวลาออกจาก พปชร. เพราะสืบรู้แล้วว่า มิ่งขวัญเตรียมถอนสมอจริง
 

  มิ่งขวัญ คนเก่งแต่ไม่ทันเกม หลงเหลี่ยมหลงกลขาใหญ่ พปชร.มิ่งขวัญ คนเก่งแต่ไม่ทันเกม หลงเหลี่ยมหลงกลขาใหญ่ พปชร.

‘แม่ไม้ 3 ป.’

“มิ่งขวัญ” อาจมองแบบชั้นเดียวเชิงเดียว คิดว่า ลุงป้อมกับลุงตู่ แตกแยกกันจริงๆ และพรรค พปชร.มีแนวโน้มจะเลือกไปผสมกับขั้วประชาธิปไตย

จริง ๆ แล้ว การเมืองไทยในปี 2566 พี่น้อง 3 ป.ยังเป็นผู้เล่นหลัก และเป็นผู้กำหนดเกมชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี 

อย่าลืมว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังกุมอำนาจรัฐ ในช่วงการเลือกตั้ง และหลังเลือกตั้ง ในฐานะรัฐบาลรักษาการ กว่าจะมีการโหวตผ่านเลือกนายกฯ และจัดตั้งรัฐบาลใหม่ พี่น้อง 3 ป.อาจอยู่ในอำนาจไปถึงปลายปี 2566

สายสืบจากบ้านป่ารอยต่อฯ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้เข้าไปคุยพี่ใหญ่ พล.อ.ประวิตร อยู่หลายครั้ง เรื่องการแยกทางออกไปร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ และดูเหมือนพี่น้อง 2 ป. ก็แยกจากกันด้วยดี

หลังเลือกตั้ง 2566 จำนวน ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติ จะเป็นตัวกำหนดว่า พี่ใหญ่หรือน้องเล็ก จะได้เป็นนายกฯ 

ฉะนั้น พรรค พปชร. และพรรค รทสช. จึงมีแคนดิเดตนายกฯ เพียงคนเดียวคือ ลุงป้อม เบอร์หนึ่งของ พปชร. และลุงตู่ ก็เบอร์หนึ่งของ รทสช. แต่มิ่งขวัญ กลับไม่ทันเกม จึงออกอาการล้ำเส้น จนอยู่ยาก
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ          โดย … ขุนน้ำหมึก

เจาะอีสานแดง “สุดารัตน์” งัดบ้านใหญ่สยบ “อุ๊งอิ๊ง”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/539849

ขุนน้ำหมึก

28 ธ.ค. 2565

เจาะอีสานแดง “สุดารัตน์” งัดบ้านใหญ่สยบ “อุ๊งอิ๊ง”

ส่องสมรภูมิอีสานเหนือ “สุดารัตน์” งัดแผนสยบ “อุ๊งอิ๊ง” ชูบ้านใหญ่ 5 ดาวเด่น ทสท.หยุดแลนด์สไลด์ แบรนด์หญิงหน่อย ยังเจาะตลาดรากหญ้าได้ ดีกว่าแบรนด์เสี่ยหนู

แบรนด์นี้ขายได้ “สุดารัตน์” เจาะฐานอีสาน “อุ๊งอิ๊ง” ส่อง 5 ดาวเด่น ไทยสร้างไทย นำร่องแผนหยุดแลนด์สไลด์ 

สมรภูมิอีสาน “สุดารัตน์” ยังมีกระแสเหนือกว่าเสี่ยหนู-ภูมิใจไทย แม้ภาพรวมจะเป็นรอง “อุ๊งอิ๊ง” แต่ ส.ส.เขต ได้ลุ้นในโซนอีสานเหนือ

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ติดอันดับท็อปไฟว์นักการเมืองแห่งปี ของอีสานโพล ติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจยิ่ง

วันที่ 27 ธ.ค.2565 อีสานโพล (E-Saan Poll) ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน (ECBER) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เผยผลสำรวจเรื่อง รางวัลแห่งปีของคนอีสาน ปี 2565

เฉพาะหัวข้อนักการเมืองแห่งปี อันดับ 1 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 21.5 ,อันดับ 2 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ร้อยละ 16.9 และอันดับ 3 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ร้อยละ 11.3 

ส่วนนักการเมืองดังคนอื่นๆ ก็มีความนิยมลดหลั่นกันลงไป อย่างอันดับ 4  แพทองธาร ชินวัตร, อันดับ 5 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และอันดับ 6 อนุทิน ชาญวีรกุล

วันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ได้นำแกนนำพรรค ทสท. และผู้สมัคร ส.ส.ในภาคอีสาน ร่วมสัมมนาเรื่องกลยุทธ์สู่ชัยชนะในการเลือกตั้งที่จะมาถึง ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.ร้อยเอ็ด

เกจิการเมืองประเมินว่า “สุดารัตน์” ยังมีความหวังที่จะเจาะพื้นที่ ส.ส.เขตในภาคอีสานได้ เพราะมีสองปัจจัยคือ กระแสหญิงหน่อย ขวัญใจไทบ้าน และฐานคะแนนนิยมส่วนตัวของผู้สมัคร ส.ส.

มองภาพรวมแบรนด์สุดารัตน์-ไทยสร้างไทย ยังขายได้ในอีสาน ต่างจากแบรนด์ภูมิใจไทย ที่คนอีสานส่วนใหญ่ยังฝังใจจำวีรกรรมเนวิน ที่แตกหักนายใหญ่

‘ขุนศึกวังพญานาค’

ในการรวมพลผู้สมัคร ส.ส.อีสานของ “สุดารัตน์” ปรากฏว่า มีการแนะนำตัวเสี่ยอี๊ด-สิทธิชัย โควสุรัตน์ อดีต ส.ส.อุบลฯ 6 สมัย ,อดีต รมช.มหาดไทย และแกนนำกลุ่มวังพญานาค สมัยไทยรักไทย ที่จะเข้ามาเป็นขุนพลภาคอีสานของพรรค ทสท.

คอการเมืองคงจำภาพเสี่ยอี๊ด-สิทธิชัย มือทำงานการเมืองของ พินิจ จารุสมบัติ และปรีชา เลาหะพงศ์ชนะ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งสมัยที่แล้ว เสี่ยอี๊ดช่วยพรรคพลังประชารัฐ

เสี่ยอี๊ดน่าจะเข้ามาช่วยคุณหญิงหน่อย เจาะพื้นที่เมืองอุบลฯ 2 เขตคือ เขต 1 (อ.เมืองอุบลฯ) อดุลย์ นิลเปรม นักการเมืองท้องถิ่น โดยหนที่แล้ว สวมเสื้อพลังประชารัฐ พ่าย วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ลูกชายเสี่ยเกรียง ค่ายเพื่อไทย เพียงแค่พันแต้ม

เขต 6 (อ.เขมราฐ) เชฟบุญธรรม หรือ บุญธรรม ภาคโพธิ์ เจ้าของรางวัลสุดยอดเชฟกระทะเหล็ก เปิดตัวกับพรรค ทสท. และหาเสียงในพื้นที่มานานแล้ว

ใครก็รู้ว่า อ.เขมราฐ เป็นฐานการเมืองของตระกูลโควสุรัตน์ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า อาณาจักร ส.เขมราฐกรุ๊ป หรือบ้านใหญ่ ส.เขมราฐ

การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เสี่ยอี๊ด-สิทธิชัย ช่วยพี่ชาย เสี่ยอู๊ด-ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ เป็น ส.ส.เขต 6 (อ.เขมราฐ) พรรคพลังประชารัฐ ตอนหลัง เสี่ยอู๊ดย้ายไปพรรคเศรษฐ กิจไทย และจบที่พรรคภูมิใจไทย

แสดงว่า เสี่ยอี๊ดต้องช่วยเชฟบุญธรรม แข่งกับเสี่ยอู๊ด พรรคภูมิใจไทย กลายเป็นศึกสายเลือด ส.เขมราฐ

 เสี่ยอี๊ด สิทธิชัย โควสุรัตน์เสี่ยอี๊ด สิทธิชัย โควสุรัตน์

‘บ้านใหญ่-ฐานแน่น’

“สุดารัตน์” โชคดีที่ได้นักการเมืองบ้านใหญ่ ทิ้งค่ายเสี่ยหนูมาซบค่ายคุณหญิงหน่อย จึงมีความหวังที่จะเจาะฐานสีแดงของเพื่อไทยได้อย่างน้อย 3 เขต

อุดรธานี เขต 3 (อ.บ้านดุง) โชคเสมอ คำมุงคุณ อดีตนายกเทศ มนตรีเมืองบ้านดุง ลงสนามมา 2 รอบ ในสีเสื้อภูมิใจไทย แต่ก็พ่ายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรฯ เพื่อไทย

ชาวบ้านเรียกร้องให้โชคเสมอหาสีเสื้อตัวใหม่ เพราะคนอุดรธานี บ่มักพรรคเนวิน เมื่อได้แบรนด์คุณหญิงหน่อยมาขาย ก็มีเสียงตอบรับค่อนข้างดี 

เช่นเดียวกับ หรั่ง ธุระพล นายก อบต.เซียงหวาง อ.เพ็ญ สวมเสื้อภูมิใจไทยลงสนาม ผิดหวัง 2 หนซ้อน สมัยหน้า หรั่งเชื่อว่า จะเอาชนะอนันต์ ศรีพันธุ์ ส.ส.อุดรฯ เพื่อไทย เพราะแบรนด์สุดารัตน์

กาฬสินธุ์ เขต 2 (อ.ยางตลาด) เจ๊นาง-วันเพ็ญ เศรษฐรักษา สวมเสื้อภูมิใจไทย ลงสนาม 2 หน แพ้รวด คราวนี้ จึงเปลี่ยนสีเสื้อตัวใหม่ ตามคำเรียกร้องของชาวบ้าน

  เจ๊นาง วันเพ็ญ สู้ยกสุดท้าย ขอพึ่งแบรนด์สุดารัตน์เจ๊นาง วันเพ็ญ สู้ยกสุดท้าย ขอพึ่งแบรนด์สุดารัตน์

สมัยหน้า เจ๊นาง-วันเพ็ญ คหบดีใจบุญน่าจะเอาชนะ วีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ ส.ส.กาฬสินธุ์ เพื่อไทย วัย 80 กว่าปีไปได้ เนื่องจาก ส.ส.กุ้ง อายุเยอะ และอาศัยต้นทุนของภรรยา อรดี สุทธศรี อดีต ส.ส.กาฬสินธุ์ ทำงานในพื้นที่

กรณีของโชคเสมอ, หรั่ง และเจ๊นาง-วันเพ็ญ แต่ละคนมีฐานเสียงส่วนตัวแน่น แต่พ่ายแพ้ เพราะกระแสพรรคเป็นรอง เมื่อย้ายมาสังกัดค่ายใหม่ได้แบรนด์สุดารัตน์ จึงมีลุ้นกว่าครั้งที่ผ่านมาแน่นอน

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ            โดย … ขุนน้ำหมึก 

“สมศักดิ์”แจง ปม”ประสิทธิ เจียวก๊ก”เข้าห้องน้ำคนทั่วไป จนเกือบหนีสำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539891

29 ธ.ค. 2565

"สมศักดิ์"แจง ปม"ประสิทธิ เจียวก๊ก"เข้าห้องน้ำคนทั่วไป จนเกือบหนีสำเร็จ

“สมศักดิ์”ตอบกระทู้ถามสด”อมรัตน์” สงสัยเหตุใด”ประสิทธิ เจียวก๊ก”เข้าห้องน้ำคนทั่วไป ปลดกุญแจมือ รวมถึงผู้คุมไม่ใส่เครื่อแบบ จนเกือบหนีสำเร็จ พร้อมยอมรับเจ้าหน้าทีหละหลวม

เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. ในที่ประชุมสภาผู้แทยราษฏร นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.พรรคก้าวไกล ตั้งกระทู้ถามสดถึงนายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กรณีนายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงประชาชน และฟอกเงิน พยายามหลบหนีออกจากศาลอาญา ว่า วันนี้ครบ 7 วันแล้วที่กรมราชทัณฑ์จะต้องรายงานข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่มีความคืบหน้า ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว วันเกิดเหตุทำไมผู้คุมไม่ใส่เครื่องแบบควบคุมตัวนักโทษ กลับใส่สูท ไม่ใช่เครื่องแบบปกติ และทำไมนายประสิทธิ จึงเข้าห้องน้ำที่ชั้น9 ได้ ซึ่งเป็นห้องน้ำสำหรับคนมาติดต่อราชการ ต่างจากนักโทษทั่วไปที่ต้องลงไปเข้าห้องน้ำเฉพาะสำหรับผู้ต้องหาในชั้นใต้ถุนศาล 

ด้านนายสมศักดิ์ ชี้แจงว่า ขณะนั้นผู้คุมนำผู้ต้องหามาอยู่บริเวณห้องนักโทษและมีห้องน้ำ ซึ่งในระหว่างนั้น นายประสิทธิไม่ได้ขอใช้ห้องน้ำ แต่หลังจากที่ได้นำตัวนายประสิทธิขึ้นมาที่ห้องพิจารณาที่ชั้น9 นายประสิทธิก็ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าปวดท้องหนัก เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจให้เข้าไปใช้ห้องน้ำสำหรับผู้มาติดต่อ หลังจากนั้นก็ได้พานายประสิทธิเข้าไปห้องพิจารณา ขณะอยู่ในห้องพิจารณา นายประสิทธิได้มีการพูดคุยกับกลุ่มคนที่มาให้กำลังใจ ว่า “จะมีคนได้ถูกปล่อยตัว มีเสื้อผ้ามาให้หรือยัง” คนที่รับคำสั่งคือ นายสมประสงค์

หลังจากออกจากห้องพิจารณา นายประสิทธิได้ขอเข้าห้องน้ำอีกครั้ง เจ้าหน้าที่จึงให้เข้าห้องน้ำชั้น9 เช่นเดิม จึงเป็นเหตุทำให้เกิดการหลบหนี โดยผู้ต้องหามีการเปลี่ยนเสื้อผ้า ทำให้ผู้คุมไม่ได้สังเกตุว่ามีการปลอมตัว 

ส่วนเพราะเหตุใด ผู้คุมไม่แต่งเครื่องแบบตามปกติ ขอแจ้งว่า เจ้าหน้าที่แต่งเครื่องแบบปกติแต่ใส่เสื้อคลุมไว้ ซึ่งกรรมการที่สอบสวนจะสุปผลภายในวันนี้ และต้องมีผู้รับผิดชอบที่ไม่เคร่งครัดเท่าที่ควร

ด้านนางอมรรัตน์ ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับกุญแจพันธนาการและการทำงาน 2 มาตราฐานเมื่อเทียบกับการควบคุมตัวกลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตย อีกทั้งเลขานุการประธานสภาเคยให้สัมภาษณ์ว่านายประสิทธิ มีการส่งจดหมายออกจากเรือนจำ มากกว่า 231 ฉบับ 1ในนั้นบอกให้เครือข่ายของตนเองไปที่วัดบัวขวัญ เพื่อขอบคุณอธิบดีกรมราชทัณฑ์ที่ให้การดูแลมากเป็นพิเศษ ต่อมาอธิบดีกรมราชทัณฑ์ยืนยันว่า ไม่ได้ไปเจอ แต่น่าสังเกตว่าหากเรื่องนี้ไม่เป็นความจริงทำไมอธิบดีจึงไม่ฟ้องร้องดำเนินการกับเรื่องนี้ 

นายสมศักดิ์ ตอบว่า เรื่องกุญแจปลดพันธนาการ นายประสิทธิรับสารภาพแล้วว่าได้มีการปลดกุญแจในจุดควบคุมแดนกลาง เพราะมีที่เก็บอยู่ เมื่อผู้คุมเผลออาจจะแอบไปหยิบกุญแจออกไปด้วย ยอมรับว่าอาจจะเป็นความหละหลวม ทางกรมราชทัณฑ์ จะต้องตั้งกรรมาการสอบผู้ดูแลตรงนี้ ยืนยันให้ความเป็นธรรมและอำนวยความสะดวกให้ได้ดีที่สุดกับผู้ต้องหาทุกคน ไม่ได้เลือกที่รักมักที่ชัง หรือต้องเป็นคนจงรักภักดี ซึ่งคิดว่าไม่ควรจะกระแนะกระแหนกันขนาดนี้ 

ทำให้นางอมรัตน์โต้กลับ นายสมศักดิ์ อาจจะเข้าใจตนผิด ไม่ได้กระแนะกระแหน แต่เปรียบเทียบให้เห็นถึงการเลือกปฏิบัติของเรือนจำ พร้อมเสนอแนะกระทรวงยุติธรรมโดยเฉพาะ เรือนจำกลาง เป็นกรมที่ใหญ่ที่สุด ในกระทรวงและได้งบมากที่สุด แต่กลับเป็นกรมที่โปร่งใสน้อยที่สุด ตรวจสอบยากที่สุดหรือแทบจะตรวจสอบไม่ได้ มีอำนาจนิยมมากที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงนายสมศักดิ์กำลังตอบกระทู้ มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางคน ทำท่าทีไม่สุภาพ จนทำให้นายสมศักดิ์ กล่าวก่อนจะจบการตอบคำถามว่า ถ้าเราให้เกียติกันในการทำงานในสภาฯ การนั่งส่ายหน้า หรือมีความรู้สึกที่ไม่สุภาพ เป็นการไม่ให้เกียรติสภา เราตั้งใจทำงานด้วยกันแต่ไม่น่าจะทำความรู้สึกที่ไม่ดีต่อกันเพราะจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อสังคม

“สุวัจน์”อวยพรปีใหม่ ขอให้เศรษฐกิจดี เลือกตั้งได้คนดีเข้ามาบริหารประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539884

29 ธ.ค. 2565

"สุวัจน์"อวยพรปีใหม่ ขอให้เศรษฐกิจดี เลือกตั้งได้คนดีเข้ามาบริหารประเทศ

“สุวัจน์”อวยพรปีใหม่2566 ให้กับคนไทย ขอให้เป็นปีที่ดี เศรษฐกิจดี นักท่องเที่ยวกลับมา ส่วนการเลือกตั้ง ขอให้ได้คนดีเข้ามาบริหารประเทศ

เนื่องในโอกาสเทศกาลปีใหม่ 2566 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวอวยพรพี่น้องประชาชนคนไทย ว่า ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายได้โปรดอํานวยพร ให้เป็นปีใหม่ที่ดีกับเศรษฐกิจของประเทศชาติ ขอให้เรามีเศรษฐกิจที่ดี นักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวเมืองไทยกันเยอะๆ นักลงทุนกลับมาลงทุน ส่งออกได้มากๆ ขอให้ทุกท่านมีงานทำ ของไม่แพง ค้าขายดี มีกำไร ไม่ขาดทุน และขอให้เป็นปีที่ดีกับคนไทยทุกท่าน มีแต่ข่าวดีๆ มีแต่ความสุข ความรัก ความสามัคคี สุขภาพร่างกายแข็งแรง ปลอดภัยจากทุกเรื่อง และมีแต่โชคลาภ 

ขอให้เป็นปีที่ดีสําหรับการเมืองไทย ขอให้การเลือกตั้ง นําไปสู่การเมืองที่มีคุณภาพ มีเสถียรภาพ ได้รัฐบาลที่มั่นคง ได้คนดี ได้คนเก่ง มาบริหารและแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศ ให้ลุล่วงตลอดไปครับ 
 

“happy new year สุขสันต์ปีใหม่ 2566 ทุกท่านครับ” อดีตรองนายกรัฐมนตรีกล่าว

 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อวยพรปีใหม่นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อวยพรปีใหม่

“วราวุธ”การันตีไม่เงียบ สั่งสอบเส้นทางการเงิน”อธิบดีกรมอุทยานฯ”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539880

29 ธ.ค. 2565

"วราวุธ"การันตีไม่เงียบ สั่งสอบเส้นทางการเงิน"อธิบดีกรมอุทยานฯ"

“วราวุธ”สั่งสอบทุกมิติรวมถึงเส้นทางการเงิน”อธิบดีกรมอุทยานฯ” พร้อมชี้แจงดราม่าสั่งย้ายล่าช้า จน”นายกรัฐมนตรี”ลงมือเอง

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2565 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสอบสวนกรณีตำรวจเข้าจับกุมนายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ฐานเรียกรับสินบนและโยกย้ายตำแหน่งว่า ภายหลังเกิดเรื่อง ยังไม่ได้คุยกับอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ปล่อยให้เรื่องนี้อยู่ในกระบวนการสอบสวน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และโปร่งใส ขอเน้นย้ำว่าทำทุกอย่างตามขั้นตอน เราเสียใจ และขออภัยในสิ่งที่เกิดขึ้น

จากเหตุการนี้ ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เมื่อเกิดเหตุต้องดำเนินการทางวินัยตามกรอบของกฎหมาย ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงและแจ้งให้สาธารณชนรับทราบถึงความคืบหน้าในเรื่องการทำงานของคณะกรรมการชุดดังกล่าว ยืนยันไม่หนีหายไปไหน ผู้บริหารหลายแห่ง เจอปัญหาแบบนี้ ที่มีบุคคลผิดแผกออกไปไม่ปฏิบัติตามนโยบายขององค์กร ในทางการเมืองก็เหมือนกัน เรื่องของปัจเจกบุคคลคาดเดาได้ยาก แต่เราต้องทำหน้าที่ดังกล่าวต่อไป

สำหรับที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกคำสั่งโยกย้ายอธิบดีกรมอุทยานฯ บางฝ่ายมองว่ากระทรวงทำงานล่าช้าหรือไม่นั้น นายวราวุธชี้แจงว่า ตนจะออกคำสั่งให้อธิบดีมาปฏิบัติราชการที่กระทรวงแล้ว แต่ตนมีภารกิจที่สำคัญ จึงไม่ทันลงนามในคำสั่ง ยืนยันคณะกรรมการที่ตั้งมาจะพิจารณาในทุกมิติที่เกี่ยวข้อง จะมีสอบ สืบสาวครบทุกคน ครบทุกมิติ พร้อมเส้นทางการเงินด้วย

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

โดยนายวราวุธยังเน้นย้ำในที่ประชุมมอบนโยบายข้าราชในกระทรวง ทำงานด้วยความสุจริต เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาอีก พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกคน ที่ตั้งใจทำงานแก้ปัญหากันอย่างหนักหน่วง ทุ่มเท ตลอด 3 ปีกว่า เมื่อเกิดปัญหา เราก็ต้องฝ่าฟันไปด้วยกัน ข้าราชการของกระทรวงมีด้วยกันทั้งหมด 30,000 ชีวิต จะให้คิดเหมือนกันหมดคงเป็นไปไม่ได้ แต่อย่างน้อยการทำงาน การรักในองค์กร การรักษาภาพลักษณ์ขององค์กรคือสิ่งที่สำคัญ โดยเฉพาะความสุจริต ความโปร่งใส  


“ผมเชื่อมั่นในองคาพยพที่ชื่อว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เราทำงานมาด้วยกัน 3 ปีกว่า เราสร้างศักยภาพ เราเห็นถึงความสามารถของเพื่อน ๆ ข้าราชการ ในทุก ๆ ระดับของกระทรวงทรัพย์ ผมเองยังมั่นใจ และขอเป็นกำลังใจให้เพื่อน ๆ ข้าราชการทุกคน และผู้บริหาร” นายวราวุธกล่าว

ประชุมมอบนโยบายข้าราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประชุมมอบนโยบายข้าราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประชุมมอบนโยบายข้าราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประชุมมอบนโยบายข้าราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เบื้องหลังเบรคตั้ง “สุพิศ พิทักษ์ธรรม” นั่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539875

29 ธ.ค. 2565

เบื้องหลังเบรคตั้ง “สุพิศ พิทักษ์ธรรม” นั่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร

เปิดเบื้องหลังเบรค “สุพิศ พิทักษ์ธรรม” นั่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร พบเคยโดนร้องเรียนตรวจสอบการทำงาน เรื่องถึงปปท. ปปช. DSI และ สตง.ไล่เช็คบิล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.65 ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่ทำเนียบรัฐบาล หลังเกิดปัญหากรณีแต่งตั้งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์  เสนอเรื่องผ่านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ นำวาระเข้าที่ประชุมครม. โดยเสนอชื่อนายสุพิศ พิทักษ์ธรรม รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อให้ครม.รับทราบ

นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรนายสุพิศ พิทักษ์ธรรม รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร

แต่ปรากฏว่าถูกทักท้วงจากรัฐมนตรีจากพรรคพลังประชารัฐทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายสุนทร ปานแสงทอง รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เนื่องจากเห็นว่า ตำแหน่งดังกล่าวเป็นโควตาในกำกับของรัฐมนตรีพลังประชารัฐ 

ล่าสุด วันที่ 29 ธ.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานข่าวจากแหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยเบื้องหลังถึงกรณีปัญหาเสนอ นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินการเกษตร ในที่ประชุมครม.เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2565  ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ข้าราชการส่วนใหญ่ของกระทรวงเกษตรฯ ต่างวิพาษ์วิจารณ์อย่างหนักกับเรื่องดังกล่าว ว่าเหตุใดจึงมีการเสนอชื่อนายสุพิศ ขึ้นเป็นอธิบดีกรมฝนหลวงคนใหม่ 

เนื่องจากมีข้อมูลภายในกระทรวงฯระบุว่านายสุพิศมีเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและสอบสวนทางวินัยตามระเบียบของทางราชการทั้งจากปปท. สตง. ปปช. ดีเอสไอ และ สตง. มาแล้วตั้งแต่สมัยยังทำหน้าที่ ผอ.สำนักเครื่องจักรกล กรมชลประทาน และล่าสุดในตำแหน่งรองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรเช่นเดียวกัน  ซึ่งขณะนี้หน่วยงานหลายหน่วยงานดังกล่าวยังอยู่ระหว่างตรวจสอบฯ และเรื่องทั้งหมดได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบแล้ว

แหล่งข่าวยืนยันว่ามีเอกสารหลักฐานทั้งหมดที่กรณีนายสุพิศ ถูกตรวจสอบจากทั้งปปท. ปปช. สตง.อาทิ เรื่องการจัดซื้อเครื่องบินขนาดเล็ก  กรณีปรับปรุงอาคารที่ทำการกรมฝนหลวง แขวงลาดยาว เป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์หรือไม่  โครงการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์พระบิดาฝนหลวง ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์หรือไม่ รวมไปถึงกรณีการจัดซื้อเครื่องสูบน้ำ ที่ใช้ในงานกรมชลประทาน มีการเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มบริษัทใด หรือไม่ เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังเกิดปัญหาดังกล่าว นายเฉลิมชัย ได้มีการเผยแพร่คำสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  แก้ไขคำสั่งมอบอำนาจรมช.เกษตรและสหกรณ์ และการปฏิบัติราชการแทนรมช.เกษตรและสหกรณ์

โดยข้อที่ 1.1 ที่ระบุว่ารมช.เกษตรและสหกรณ์(นายสุนทร ปานแสงทอง) มีอำนาจในการสั่งการ การอนุญาต การกำกับดูแล และปฏิบัติราชการหรือดำเนินการอื่น ยกเว้นเรื่องที่เป็นนโยบาย การบริหารงานบุคคล เรื่องที่ต้องเสนอนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ของส่วนราชการ ดังนี้

  1. กรมพัฒนาที่ดิน  
  2. กรมฝนหลวงและการบินเกษตร
  3. สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
เบื้องหลังเบรคตั้ง “สุพิศ พิทักษ์ธรรม” นั่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร

แถลงชัด “สร้างอนาคตไทย-ไทยสร้างไทย” จับมือเป็นพันธมิตร ยังไม่ควบรวมพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539872

29 ธ.ค. 2565

แถลงชัด "สร้างอนาคตไทย-ไทยสร้างไทย" จับมือเป็นพันธมิตร ยังไม่ควบรวมพรรค

“พรรคสร้างอนาคตไทย” และ “พรรคไทยสร้างไทย” นัดหารืออนาคตทางการเมือง จากกระแสควบรวมพรรค ผลปรากฎยังไม่ปิดดีล ขณะที่”สมคิด”ยก”คุณหญิงหน่อย”เป็นน้องสาว หญิงแกร่ง อุดมการณ์เดียวกันทำให้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

เป็นที่ฮือฮากันมาตั้งแต่ช่วงเย็นของเมื่อวานนี้(28ธ.ค.) เมื่อ“พรรคสร้างอนาคตไทย” และ “พรรคไทยสร้างไทย” นัดหารือกันในวันที่ 29 ธ.ค. เวลา 10.00 น. ทำให้สื่อมวลชนและสังคมคาดการณ์ ว่าจะเกิดการควบรวมพรรค เนื่องจากทั้ง2พรรคนี้ เจรจากันมานานหลายเดือน แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป 

ปรากฎว่า เมื่อถึงวันและเวลานัดหมาย ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาดการณ์ ทั้ง 2 พรรค ประกาศ เป็นเพียงพรรคพันธมิตร ยังไม่ได้ควบรวมพรรคแต่อย่างใด

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย เปิดเผยว่า เคยทำงานร่วมกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคสร้างอนาคตไทย มาเป็นระยะเวลาหลายสิบปี หากพูดภาษาชาวบ้านก็เป็นผู้ที่ผ่านประสบการณ์กันมา มองเห็นปัญหา หากปล่อยประเทศเป็นแบบนี้ลูกหลานจะอยู่อย่างไร ดังนั้นเราจะพูดติดปากว่า จะสร้างพรรคการเมืองที่ดี เพื่อทำให้ประเทศดีกว่านี้และส่งมอบประเทศให้คนรุ่นต่อไป

เราเคยทำเรื่องนโยบายสำคัญให้กับประเทศและสำเร็จด้วย จึงต้องหารือกันว่า หากทำงานการเมืองกันต่อจะไม่ทำเพื่อแย่งชิงตำแหน่ง หรือเกิดการใช้อำนาจ แสวงหาทางออกให้กับบ้านเมืองและจะมีความร่วมมือเป็นพันธมิตรกัน เพื่อที่จะหาทางออกให้กับประเทศ สิ่งที่สำคัญคือจากปัญหาประเทศวันนี้แทบจะเดินต่อไม่ได้ทั้งความเหลื่อมล้ำ คนรุ่นใหม่ และการศึกษา เราจำเป็นที่จะต้องริ่มจากการยุติความขัดแย้งทางการเมือง และนำประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนกัน หาแนวทางว่าสามารถทำอะไรให้กับบ้านเมืองได้บ้าง 

ด้านนายสมคิด กล่าวว่า อยู่วงการการเมืองเกือบ20 ปี พวกเราตั้งใจทำงานเพื่อประเทศชาติ ไม่เคยเห็นยุคไหนที่การเมืองของเราค่อนข้างแย่เท่านี้ ทั้งในเชิงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ การแย่งชิงผู้สมัครอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนและทำอย่างโจ่งแจ้ง การโยกย้ายลาออกไม่เว้นแต่ละวัน ภาครัฐไม่สามารถบริหารหรือแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนได้ 

“ในสายตาผม คุณหญิงสุดารัตน์เป็นนักต่อสู้ประชาธิปไตย มองเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง แต่น้องสาวคนนี้แข็งแกร่ง ทำงานหนัก เป็นแม่และภรรยาที่ดี เสียสละให้บ้านเมือง “นายสมคิดกล่าว 

ส่วนนายโภคิน เป็นอาจารย์ด้านกฎหมายเทียบระดับชั้นครูด้านกฎหมาย แก้ปัญหาระดับประเทศมาแล้ว 

ส่วนนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค , นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค มีความคุ้นเคยเชี่ยวชาญ หลายกระทรวงด้านเศรษฐกิจ การที่ทั้ง 2 ฝ่ายพบปะเพราะห่วงใยประเทศ แต่ขออย่าถามหาเรื่องตำแหน่งและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เพราะ มีภารกิจ ต้องการสร้างพรรคที่ดี เน้นความคิดสร้างประเทศเป็นหลักให้ประชาชน หากอนาคตได้เป็น นายกรัฐมนตรี ถือว่า ฟ้าลิขิตฟ้าประทาน

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์พรรคสร้างอนาคตไทยและพรรคไทยสร้างไทยพบปะกันพรรคสร้างอนาคตไทยและพรรคไทยสร้างไทยพบปะกันพรรคสร้างอนาคตไทยและพรรคไทยสร้างไทยพบปะกันพรรคสร้างอนาคตไทยและพรรคไทยสร้างไทยพบปะกัน

จับตา วันนี้ 10 โมง “สอท.-ทสท.” แถลงควบรวมพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539863

29 ธ.ค. 2565

จับตา วันนี้ 10 โมง "สอท.-ทสท." แถลงควบรวมพรรค

วันนี้(29ธ.ค.) เวลา 10.00 น. “พรรคสร้างอนาคตไทย” และ “พรรคไทยสร้างไทย” นัดแถลงข่าว ประเด็นการควบรวมพรรค หลังดีลล่มมาหลายครั้ง จับตาตำแหน่งหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

ความเคลื่อนไวทางการเมืองที่พลาดไม่ได้ เมื่อ 2 พรรคใหม่ระหว่าง “พรรคสร้างอนาคตไทย” และ “พรรคไทยสร้างไทย” นัดหารืออย่างเปิดเผยเป็นครั้งแรก ในวันนี้ 29 ธ.ค. เวลา 10.00 น. โดยคาดว่าจะมี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย , นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย , นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย , นายโภคิน พลกุล ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ , นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย และกรรมการบริหารทั้ง 2 พรรค

ที่ผ่านมามีกระแสข่าวตลอดว่า จะเกิดการควบรวมพรรคกัน ถึงขั้นอาจใช้ชื่อว่า “พรรคสร้างไทย” แต่เจรจากันมาหลายครั้ง ก็ยังไม่ลงตัวเสียที จนสุดท้ายทำให้ ดีลล่มแล้วล่มอีก เนื่องจากต่างไม่ยอมรับเงื่อนไขและวางตำแหน่งไม่ได้ 

พรรคสร้างอนาคตไทย ก็ต้องการชูนายสมคิดเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ส่วนพรรคไทยสร้างไทยต้องการชู คุณหญิงหน่อย เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เบอร์ 1 รวมถึงความไม่ลงรอยกันของคุณหญิงหน่อยและนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทยและประธานภาคกรุงเทพฯ 

แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานายสุรนันทน์ ได้ประกาศลาออกจากพรรค ให้เหตุผล “ขอโทษที่ยังทำให้ท่านทุกคนสำเร็จตามเป้าหมายไม่ได้ คือ การเป็น สส. แต่ผมยังขายกาแฟและอาหารและพร้อมให้คำปรึกษากับทุกคนครับ”

ซึ่งก่อนหน้านี้ยังมีกระแส เมื่อเจรจาไม่ลง พรรคสร้างอนาคตไทย เปิดดีลกับ “พรรคชาติพัฒนากล้า” เพราะต่างเป็นพรรคที่มีระดับกูรู้ด้านเศรษฐกิจและอุดมการณ์ค่อนข้างชัดเจนตรงกัน คือ มุ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แต่แล้วเรื่องก็เงียบไป 

ขณะนี้เป็นที่ชัดเจนเรียกได้ว่าเกือบ 100% ที่ พรรคสร้างอนาคตไทยและพรรคไทยสร้างไทย จะจับมือร่วมงานกัน ซึ่งจะต้องติดตามกันต่อไปว่า ชื่อพรรคจะเป็นอะไร ใครจะได้ขึ้นเป็นประธาน หัวหน้า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี