ว่าที่ดาวดวงใหม่ ‘หนุ่มสาวสุดแซ่บ 8 คนสุดท้าย’ ร่วมเรียลิตี้ ‘อันบ๊อกซ์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/696284

ว่าที่ดาวดวงใหม่ ‘หนุ่มสาวสุดแซ่บ 8 คนสุดท้าย’  ร่วมเรียลิตี้ ‘อันบ๊อกซ์’

ว่าที่ดาวดวงใหม่ ‘หนุ่มสาวสุดแซ่บ 8 คนสุดท้าย’ ร่วมเรียลิตี้ ‘อันบ๊อกซ์’

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

หลังจากเปิดโอกาสดีๆ ให้กับคนที่มีความฝันได้ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง ด้วยโปรเจกท์การเฟ้นหานักแสดงหน้าใหม่เข้าร่วม รายการแคสติ้งเรียลิตี้ HOT YOUNG STAR “UNBOXED” (ฮอต ยัง สตาร์ “อันบ๊อกซ์”) เมื่อวันที่ 1-25 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาล่าสุด มีผู้ผ่านคัดเลือกทั้งชายและหญิงเข้าสู่รอบแรกแล้ว จากผู้สมัครกว่า 300 คน เหลือรวม 29 คนไปแล้วนั้น ล่าสุด ณ วันนี้คัดเหลือแล้วเพียง 8 คนสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบ จากจำนาน 25 คน หลังสละสิทธิ์ไป 4 คน เพื่อร่วมรายการ สำหรับบรรยากาศการคัดเลือกรอบแรก ได้รับเกียรติจากหทัยทิพย์ หมัดจุ้ย ผู้อำนวยการธุรกิจดูหนังออนไลน์ บริษัท โมโน สตรีมมิ่ง จำกัด และครูหลี่เจิน-ณัชชานิษฐ์ จิรรุ่งโรจน์แอ๊กติ้งโค้ชและผู้กำกับภาพยนตร์ My Sex Doll 2 ร่วมเป็นคณะกรรมการคัดเลือกว่าที่ดาวดวงใหม่อย่างเข้มข้นซึ่งตัวแทนคณะกรรมการคัดเลือกรอบแรก “หทัยทิพย์” กล่าวว่า

“รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากค่ะที่ได้ร่วมเป็นหนึ่งคณะกรรมการในการคัดเลือกรอบแรก ผู้เข้าสมัครแต่ละคนต้องบอกว่าความสามารถหยิบมาโชว์กันมากมายซึ่งเราก็พยายามคัดเลือกคนที่ดีที่สุดเพื่อได้เข้ารอบต่อไปเส้นทางบันเทิงสำหรับดาวดวงใหม่กำลังรออยู่ค่ะ รับรองว่าทุกคนจะได้สิ่งดีๆ จากกิจกรรมนี้กลับไปอย่างแน่นอนค่ะ”งานนี้แต่ละคนล้วนไม่ธรรมดาพกโปรไฟล์มาแน่น และท้ายสุด 8 คน ที่ได้รับรับเลือกจะเป็นใคร? สวยแซ่บ จริตเริ่ด ถูกใจคณะกรรมการได้ขนาดไหน? ติดตามได้ในรายการแคสติ้งเรียลิตี้สุดแซ่บแห่งปี HOT YOUNG STAR “UNBOXED” (ฮอตยัง สตาร์ “อันบ๊อกซ์”) แกะกล่องดาราหน้าใหม่ไฟแรงเร็วๆ นี้ ทาง MONOMAX (โมโนแมกซ์)

น้อมรำลึกวันพ่อแห่งชาติ5ธันวาคม ในหลวงรัชกาลที่9 ทั่วปท.ทำบุญถวายเป็นพระราชกุศล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696362

น้อมรำลึกวันพ่อแห่งชาติ5ธันวาคม  ในหลวงรัชกาลที่9  ทั่วปท.ทำบุญถวายเป็นพระราชกุศล

น้อมรำลึกวันพ่อแห่งชาติ5ธันวาคม ในหลวงรัชกาลที่9 ทั่วปท.ทำบุญถวายเป็นพระราชกุศล

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.15 น.

น้อมรำลึกวันพ่อแห่งชาติ5ธันวาคม ในหลวงรัชกาลที่9 ทั่วปท.ทำบุญถวายเป็นพระราชกุศลน้อมจิตมั่นร้อยใจเป็นหนึ่งเดียว ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเทิดทูนเหนือเกล้าฯตราบนิจนิรันดร์

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีวางพานพุ่มและถวายบังคม เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2565 ขณะที่ทั่วประเทศร่วมพิธีตักบาตรทำบุญน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2565 เวลา 08.30 น. ที่บริเวณพิธีท้องสนามหลวง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มและถวายบังคม เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2565 โดยมีประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกาและภริยา ประธานวุฒิสภา ประธานองค์กรอิสระและคู่สมรส คณะรัฐมนตรีและคู่สมรส เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บัญชาการเหล่าทัพและภริยา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและภริยา หัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า ปลัดกรุงเทพมหานคร และภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ร่วมพิธี ดังนี้

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

นายกรัฐมนตรีวางพานพุ่มดอกไม้ในนามนายกรัฐมนตรี 1 พาน และในนามคณะรัฐมนตรี 1 พาน จากนั้น ภริยานายกรัฐมนตรีวางพานพุ่มดอกไม้ในนามคู่สมรสคณะรัฐมนตรี 1 พาน จากนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ความว่า

เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติในวันนี้ ข้าพระพุทธเจ้า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ต่างน้อมจิตมั่นร้อยรวมดวงใจเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาสุดมิได้

ยึดมั่นศาสตรแห่งพระราชา

ตลอดระยะเวลา 70 ปี แห่งการครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงปฏิบัติตามพระราชปณิธาน ด้วยพระราชหฤทัยอันมุ่งมั่น ทรงครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของอาณาประชาราษฎร์โดยถ้วนหน้า ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการด้วยพระราชวิริยอุสาหะ เพื่อให้ทวยราษฎร์มีความผาสุกร่มเย็นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีทรงค้นคิดวิธีคลี่คลายบรรเทาปัญหาของราษฎรผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทรงพระกรุณาพระราชทาน “ศาสตร์แห่งพระราชา” เพื่อเป็นแนวทางให้ราษฎรพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน และใช้ผืนแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผลงานโครงการมากกว่า 4,000 โครงการ อันเกิดจากพระปรีชาสามารถของพระองค์ล้วนได้รับการยกย่องสดุดีพระเกียรติคุณทั้งภายในประเทศและจากนานานาประเทศว่าเป็นผลงานที่ทรงคุณค่าและอำนวยประโยชน์อย่างยิ่งแก่ผองผสกนิกรไทย ทั้งยังสร้างแรงบันดาลใจแก่ประเทศต่าง ๆ หลายประเทศ

ร่วมแสดงความจงรักภักดี

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น ที่ทรงมีต่อปวงประชาประดุจดั่ง “พ่อของแผ่นดิน” พระองค์จึงสถิตอยู่ในดวงหทัยของพสกนิกรชาวไทยสนิทแนบแน่นตลอดมา ทรงเป็นมิ่งขวัญ เป็นกำลังใจ และกำลังศรัทธาของชาวไทยทุกหมู่เหล่า ปวงข้าพระพุทธเจ้าจึงขอร่วมจิต พร้อมน้อมแสดงความจงรักภักดี เทิดทูนพระองค์ไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อมตราบนิจนิรันดร์

จากนั้น นายกรัฐมนตรีและภริยานำผู้ร่วมพิธีถวายบังคมหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยพร้อมเพรียงกัน

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีถวายบังคม ผู้ร่วมพิธีแต่ละหน่วยงานเข้าวางพานพุ่มดอกไม้ตามลำดับ

ทั่วไทยร่วมทำบุญตักบาตร

ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล และพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2565

จากนั้นปลัดกระทรวงมหาดไทย นำผู้ร่วมพิธีฯ กล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิ ทั้งขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ร่วมกันแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงมีต่อพวกเราชาวไทยอย่างอเนกอนันต์ ด้วยการทำความดีเพื่อปฏิบัติบูชาน้อมถวายเป็นพระราชกุศล ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และทฤษฎีใหม่ โครงการพระราชดำริมาทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรม อาทิ การปลูกผักสวนครัว สร้างความมั่นคงด้านอาหาร เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา เพื่อมีอาหารไว้รับประทานในครัวเรือน ตามหลักการพึ่งพาตนเอง รวมทั้งน้อมนำพระราชดำริ ด้านการพัฒนาทรัพยากรดิน ซึ่งพระองค์ได้รับการถวายการยกย่องจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ให้ทรงเป็น “พระบิดาแห่งดินโลก” และกำหนดให้ในวันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันดินโลก ซึ่งทุกจังหวัดได้มีการจัดกิจกรรม และปฏิญาณตนเนื่องในวันดินโลกในวันนี้ เพื่อทำให้เราทุกคนได้เป็นพลเมืองที่ดีของโลกในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ทรัพยากรดิน อันสะท้อนถึงการเป็นลูกที่ดีของพระองค์ เพื่อทำให้ประเทศชาติและโลกใบเดียวนี้ของพวกเราทุกคนมีสิ่งแวดล้อมที่ดี ยังประโยชน์ให้ลูกหลานคนรุ่นต่อ ๆ ไปได้มีอนาคต มีคุณภาพชีวิตที่ดี ดังพระราชประสงค์ที่พระองค์ทรงทำเป็นแบบอย่างไว้ให้กับพวกเราคนไทย ให้ยั่งยืนสืบไป

เบตงจัดพิธีทำบุญตักบาตร

ที่วัดพุทธาธิวาส พระอารามหลวง อ.เบตง จ.ยะลา นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอเบตง นำส่วนราชการและประชาชนทุกหมู่เหล่าที่พร้อมใจกันสวมใส่เสื้อเหลือง ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ ประจำปี 2565

จากนั้น นายอำเภอเบตงเป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มดอกไม้และพิธีถวายบังคม เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ ประจำปี 2565 ณ หอประชุม รร.เบตง “วีระราษฎร์ประสาน” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงอุทิศพระวรกาย พระราชหฤทัยและพระสติปัญญาของพระองค์ บำเพ็ญพระราชกรณียกิจอันยังประโยชน์สุขแก่ราษฎร์ของพระองค์มาโดยตลอด

ระยองร่วมน้อมรำลึกวันพ่อ

ที่บริเวณสนามสวนศรีเมือง อ.เมือง จ.ระยอง นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผวจ.ระยอง เป็นประธานนำหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนทุกหมู่เหล่าชาวจังหวัดระยอง ประกอบพิธีเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2565 โดยได้มีกิจกรรมตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระภิกษุสงฆ์ จำนวน 89 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล และพิธีวางพานพุ่มดอกไม้ พร้อมกับมีพิธีถวายบังคมเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทั้งนี้เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระองค์ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้.

“โคราช”จัดเกี่ยวข้าววันพ่อ

ที่นาบุญทูลกระหม่อม หมู่ที่ 2 ต.จระเข้หิน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา นายพีรวัฒน์ ธีระวัฒน์ นายอำเภอครบุรี นำกลุ่มจิตอาสาอำเภอครบุรี ร่วมทำกิจกรรม เก็บเกี่ยวข้าวเพื่ออาหารกลางวันของน้อง ภายใต้โครงการกลุ่มยุวเกษตรในโรงเรียนชุมชนจระเข้หิน นาบุญทูลกระหม่อม เนื่องในวันคล้ายวันบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกกาทิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ

ด้วยนาบุญทูลกระหม่อมแห่งนี้ทางสำนักงานเกษตรอำเภอครบุรี ร่วมกับ โรงเรียนชุมชนจระเข้หิน ได้จัดกิจกรรมปักดำ ต้นกล้าเพื่อข้าวกลางวันของน้อง เมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมสนับสนุน และเสริมสร้างพัฒนากลุ่มเด็กและเยาวชน ให้มีความเข้มแข็ง พัฒนาความรู้ความสามารถ ทักษะของกลุ่มสมาชิกยุวเกษตรกร ปลูกฝังทัศนคติที่ดีต่อการประกอบอาชีพเกษตรกรรมเรียนรู้จากประสบการณ์และฝึกปฏิบัติจริง เพื่อพัฒนาสู่การเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ สามารถขยายผลสู่ครอบครัวได้ชุมชน และในวันนี้เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ จึงได้ทำการเกี่ยวข้าวที่ได้ปลูกไว้ เพื่อนำไปมอบให้กับโรงเรียนชุมชนจระเข้หินได้ใช้ในโครงการอาหารกลางวันของเด็กนักเรียนภายในโรงเรียน โดยข้าวที่เก็บเกี่ยวในครั้งนี้เป็นพันธุ์มะลิ 105 รวมเนื้อที่ทั้งหมด 10 ไร่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

นอกจากนี้ยังได้มีการจัดกิจกรรมเนื่องในวันดินโลก ด้วยการปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่อีกด้วย

“บุรีรัมย์”จัดพิธีวางพานพุ่ม

นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นำส่วนราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ประชาชนจิตอาสา และกลุ่มพลังมวลชน ประกอบพิธีวางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ ถวายบังคมเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2565 ที่ หอประชุมจังหวัดบุรีรัมย์ หลังศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ

ในส่วนพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เคยเสด็จพระราชดำเนินเพื่อปฏิบัติพระราชกรณียกิจ เยี่ยมเยียนประชาชน จังหวัดบุรีรัมย์จำนวน 4 ครั้ง โดยครั้งแรกเมื่อปีพุทธศักราช 2498 ทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่อำเภอเมืองบุรีรัมย์ ครั้งที่สองเมื่อปีพุทธศักราช 2514 ทรงเยี่ยมราษฎร ณ บริเวณศาลากลางจังหวัด ครั้งที่สามเมื่อปีพุทธศักราช 2522 ทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่อำเภอกระสัง และทรงพระราชดำเนินไปทอดพระเนตร หนองกะนัง และมีพระราชดำริให้ กรมชลประทานพิจารณาก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ในลำน้ำชีน้อย เพื่อประโยชน์สำหรับเพาะปลูกและใช้สอย และครั้งที่สี่เมื่อปีพุทธศักราช 2524 เสด็จพระราชดำเนิน ไปทอดพระเนตรโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคง ในพื้นที่อำเภอละหานทราย

รัฐบาลไทย ผู้ให้บริการอินเตอร์เนตให้คำมั่น ร่วมปกป้องเด็กจากภัยคุกคามที่พุ่งสูงขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696290

รัฐบาลไทย ผู้ให้บริการอินเตอร์เนตให้คำมั่น  ร่วมปกป้องเด็กจากภัยคุกคามที่พุ่งสูงขึ้น

รัฐบาลไทย ผู้ให้บริการอินเตอร์เนตให้คำมั่น ร่วมปกป้องเด็กจากภัยคุกคามที่พุ่งสูงขึ้น

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รัฐบาลไทย ภายใต้การนำของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และการสนับสนุนโดยยูนิเซฟ ผู้ให้บริการอินเตอร์เนต ผนึกกำลังก่อตั้งภาคีเครือข่าย “Thailand Safe Internet Coalition” ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อต้านภัยจากการแสวงประโยชน์และล่วงละเมิดทางเพศเด็กผ่านช่องทางออนไลน์ที่กำลังพุ่งสูงขึ้น และเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชน และเสริมพลังให้เด็กสามารถท่องโลกออนไลน์ได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจ

ภาคี Thailand Safe Internet Coalition เกิดจากแนวคิดการทำงานแบบบูรณาการและการคำนึงถึงสิทธิเด็กเป็นที่ตั้ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการคุ้มครองเด็กในโลกออนไลน์ในด้านต่างๆ ได้แก่ การพัฒนาระบบการแจ้งเหตุการล่วงละเมิดออนไลน์ ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ รวมถึงผู้ให้บริการไอซีทีและภาคเอกชน ปรับปรุงระบบการให้บริการช่วยเหลือผู้เสียหาย หนุนเสริมเพื่อให้เด็ก เยาวชนและผู้ปกครองมีศักยภาพในการรับมือภัยคุมคามและความเสี่ยงออนไลน์ที่เด็กต้องเผชิญ โดย ภาคีฯ ประกอบด้วยหลักการสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ ประสบการณ์ที่ปลอดภัยบนโลกดิจิทัล การมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน บริการที่เข้าถึงได้และตอบสนองความต้องการของเด็ก ความร่วมมือและการสื่อสารที่สอดคล้องไปในทางเดียวกัน และการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน

นางคยองซอน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่าในขณะที่อินเตอร์เนตหยิบยื่นโอกาสการเรียนรู้ การสื่อสาร และความคิดสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัดให้เด็กและเยาวชน แต่ก็นำมาซึ่งความเสี่ยงและภัยคุกคามที่เด็กอาจต้องประสบ หลังการแพร่ระบาดของโควิดยิ่งทำให้ความเสี่ยงบนโลกออนไลน์เลวร้ายลง เพราะเด็กๆ ต้องใช้เวลาออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะอินเตอร์เนตเป็นพื้นที่ไร้พรมแดนจึงไม่มีหน่วยงานหรือองค์กรแห่งใดแห่งหนึ่งสามารถรับมือกับภัยคุกคามออนไลน์ได้เพียงลำพัง ยูนิเซฟจึงให้การสนับสนุนการร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่ไม่เพียงจะร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก แต่ยังสนับสนุนสิทธิเด็กบนโลกออนไลน์อีกด้วย

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า ภาคี Thailand Safe Internet Coalition ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชนที่จะร่วมสร้างพื้นที่บนโลกอินเตอร์เนตที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับเด็กๆทุกคนในประเทศไทย และเราจะก้าวต่อไปข้างหน้าได้หากทุกฝ่ายมุ่งมั่นและร่วมลงมือทำทันที และขอให้การหารือครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือต่อเนื่องไปในอนาคต

รายงานผลการศึกษาวิจัยโครงการ Disrupting Harm in Thailand ที่จัดทำขึ้นโดยองค์การเอ็คแพท องค์การตำรวจสากล (หรืออินเตอร์โพล) และองค์การยูนิเซฟ พบตัวเลขที่น่ากังวลว่ามีเด็กอายุ 12-17 ปีในประเทศไทยร้อยละ 9 หรือประมาณ 400,000 คน ตกเป็นเหยื่อการถูกแสวงหาประโยชน์ทางเพศและล่วงละเมิดทางเพศผ่านทางออนไลน์ในช่วงปี 2564 ที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์เหล่านี้รวมถึงการเผยแพร่ภาพที่ส่อไปในทางเพศของเด็ก การถูกแบล็กเมล การถูกบังคับให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางเพศเพื่อแลกกับเงินหรือสิ่งของ

ยูนิเซฟช่วยปกป้องเด็กและเยาวชนในโลกดิจิทัลในประเทศผ่านการส่งเสริมการปฏิรูปกฎหมายและทำงานร่วมกับพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกระทรวงยุติธรรม กระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้มั่นใจว่าระบบการคุ้มครองเด็กจะครอบคลุมทุกด้านความปลอดภัยออนไลน์ รายงาน Disrupting Harm in Thailand เผยให้เห็นหลักฐานสำคัญและขั้นตอนอันเป็นแนวทางให้ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย การบริการทางสังคม ภาคธุรกิจ โรงเรียน และชุมชนต้องร่วมกันลงมือทำในทันที

สวนดุสิต ร่วมมือ บีเอฟเอส ฝึกงานนักศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696292

สวนดุสิต ร่วมมือ บีเอฟเอส ฝึกงานนักศึกษา

สวนดุสิต ร่วมมือ บีเอฟเอส ฝึกงานนักศึกษา

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ศูนย์การศึกษา หัวหิน ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการฝึกงานได้งาน” กับ บริษัท บางกอกไฟลท์เซอร์วิสเซส จำกัด (บีเอฟเอส)บริษัทผู้ให้บริการในสนามบิน โดยมี นายษมาธร พันธุมโพธิ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลและกฎหมาย บีเอฟเอส และ ดร.พรชณิตว์ แก้วเนตรรองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศและลูกค้าสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เป็นผู้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โดยมีผู้บริหารจากทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นพยาน ณ อาคารอเนกประสงค์ธุรกิจการบิน ศูนย์การศึกษาหัวหิน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต