สุดเจ๋ง! ‘ชุดอสรพิษ’ ผลงานนศ.อาขีวะนครราชสีมา ชนะเลิศการประกวดชุดผ้าไหมไทยร่วมสมัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696215

สุดเจ๋ง! 'ชุดอสรพิษ' ผลงานนศ.อาขีวะนครราชสีมา ชนะเลิศการประกวดชุดผ้าไหมไทยร่วมสมัย

สุดเจ๋ง! ‘ชุดอสรพิษ’ ผลงานนศ.อาขีวะนครราชสีมา ชนะเลิศการประกวดชุดผ้าไหมไทยร่วมสมัย

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 10.12 น.

สุดเจ๋ง! “ชุดอสรพิษ”ผลงานนศ.อาขีวะนครราชสีมา ชนะเลิศการประกวดชุดผ้าไหมไทยร่วมสมัยThe 4th Next  Big Silk Designer Contest 2022

วันที่ 5 ธันวาคม 2565 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) เปิดเผยว่า การประกวด The 4th Next Big Silk Designer Contest (ครั้งที่ 4) จัดโดยสมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทย การประกวดชุดผ้าไหมไทยร่วมสมัยโดยนิสิตนักศึกษาของรัฐและเอกชนทั่วประเทศ กว่า 300 ผลงาน ตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และดีไซน์เนอร์ชื่อดังของประเทศเทศไทย คัดเลือก 30 ผลงานสุดท้ายของการออกแบบชุดผ้าไหม โดย 30 ผลงานที่เข้ารอบจะต้องผลิตชิ้นงานจากผ้าไหมไทยมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ และการตัดสินรอบสุดท้าย โดยการคัดเลือก 10 ผลงานที่ดีที่สุด ในครั้งนี้ สาขาวิชาแฟชั่นและสิ่งทอ วิทยาลัยอาชีวศึกษานครราชสีมา ได้เข้าร่วมประกวดเป็นครั้งที่ 4 และได้เข้ารอบ 30 ผลงาน จำนวน 2 ผลงาน ได้แก่ ผลงานอสรพิษ และผลงานทางช้างเผือกแห่งจักรวาล และได้ผ่านเข้ารอบ 10 ผลงานที่ดีที่สุด จนทำให้ผลงานอสรพิษ คว้ารางวัลชนะเลิศ ในการประกวด The 4th Next Big Silk Designer Contest2022 (ครั้งที่ 4)ได้รับเงินรางวัล 200,000 บาท พร้อมโล่รางวัลจากนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ ผลงานอสรพิษ ผู้ออกแบบได้นำคอนเซ็ปต์ของอสรพิษที่มีนิสัยดุว่องไวปราดเปรียว น่ากลัวและน่าเกรงขาม มาเป็นแรงบันดาลใจในการทำชุด โดยนำโครงสร้างของงูอสรพิษ ผิวหนัง เกล็ด มาเป็นส่วนประกอบของตัวชุด
 

เปิดมุมคิด‘สุทธิพงษ์ จุลเจริญ’ ‘วันดินโลก’หมุดหมาย‘มหาดไทย’ ‘ปรับวิถีชีวิต-ฟื้นฟูธรรมชาติ’เพื่อความยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696141

เปิดมุมคิด‘สุทธิพงษ์ จุลเจริญ’ ‘วันดินโลก’หมุดหมาย‘มหาดไทย’  ‘ปรับวิถีชีวิต-ฟื้นฟูธรรมชาติ’เพื่อความยั่งยืน

เปิดมุมคิด‘สุทธิพงษ์ จุลเจริญ’ ‘วันดินโลก’หมุดหมาย‘มหาดไทย’ ‘ปรับวิถีชีวิต-ฟื้นฟูธรรมชาติ’เพื่อความยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“5 ธันวาคม” ของทุกปี นอกจากจะเป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวงรัชกาลที่ 9)รวมถึงเป็นวันพ่อแห่งชาติแล้ว ยังเป็น “วันดินโลก(World Soil Day)” อีกด้วย ซึ่งสืบเนื่องจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการพัฒนาดินอย่างต่อเนื่องจนปรากฏผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ทั้งในประเทศและนานาชาติ

ทำให้ที่ประชุม องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ในปี 2555 ผลักดันให้เกิดวันดินโลกขึ้น และได้รับการรับรองจากที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UN) ในปี 2556 โดยดินนั้นเปรียบเสมือนรากฐานของสิ่งมีชีวิต ดังที่คนไทยมีคำเรียกว่า “แม่ธรณี” เพราะดินเป็นแหล่งกำเนิดอาหารเลี้ยงประชากรโลกทั้งพืช สัตว์และมนุษย์ ดังนั้นจึงต้องดูแลรักษาดินให้ดี ซึ่งก็จะเชื่อมโยงกับการดูแลระบบนิเวศ รักษาสิ่งแวดล้อมของโลกใบนี้ด้วย

“ข้าวของเครื่องใช้มาจากดินเยอะที่สุด ป่าไม้ ต้นไม้ พืชผัก ธัญญาหาร หรือการเลี้ยงสัตว์ก็ต้องอาศัยดินทั้งนั้น แต่สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นคือดินของเรามันถูกการพัฒนาเศรษฐกิจแผนใหม่หรือแบบตะวันตกเข้ามารุกราน จนกระทั่งทุ่งนาเราก็ดินแข็งโป๊ก ที่ดอนหน่อยปลูกมันก็แข็งโป๊ก เป็นดินดาน ถ้าสูงขึ้นไปบนเขา สูงกว่าดอนหน่อยก็ตัดต้นไม้กันจนเหี้ยนเต้ จุดไฟเผาปลูกข้าวโพด สภาพอะไรต่างๆ พวกนี้เป็นสภาพของปัญหา”

สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) กล่าวถึงความสำคัญของทรัพยากรดินและปัจจัยที่ทำให้สภาพดินเสื่อมโทรม ซึ่งกระทรวงมหาดไทยมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหา โดยเชิญชวนประชาชนให้หันกลับไปดูวิถีชีวิตของบรรพบุรุษที่ทำมาหากินอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมโดยไม่เบียดเบียน เมื่อเทียบกับคนรุ่นต่อมาจนถึงปัจจุบันที่ดำรงชีวิตแบบทำลายสิ่งแวดล้อม และการทำลายนั้นก็ส่งผลกระทบย้อนกลับมาถึงมนุษย์เอง เช่น การถางป่าซึ่งมีการเผาในที่โล่งผลที่ตามมาคือมลพิษจากฝุ่นขนาดเล็ก 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 เป็นต้น

ทั้งนี้ หน้าที่หลักของกระทรวงมหาดไทยคือ “บำบัดทุกข์-บำรุงสุข” โดยเฉพาะ “การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน” โดย มท. มีข้าราชการคือผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอกระจายกันไปทำงานในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินยังกำหนดให้ผู้ว่าฯ-นายอำเภอ มีบทบาทเป็นผู้นำ ทำงานขับเคลื่อนร่วมกับทุกกระทรวง เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ ฯลฯ

หนึ่งในนั้นคือการผลักดันให้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (ในหลวงรัชกาลที่ 10 หรือรัชกาลปัจจุบัน) ทรงมีพระราชปณิธานแน่วแน่ในการที่จะสืบสาน รักษาและต่อยอด เพื่อให้ประชาชนมีความสุขและประเทศชาติมีความมั่นคง

โดย มท. ได้น้อมนำแนวพระราชดำริในเรื่องการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา” ซึ่งในหลวงรัชกาลที่ 10 พระราชทานแนวทาง “อารยเกษตร” อันเป็นการบริหารจัดการพื้นที่และมีป่าเกิดขึ้นด้วย เรียกว่า “ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” หรือ “ไม้ 5 ระดับ” มาขับเคลื่อนร่วมกับหลายภาคส่วน เช่น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ผู้นำชุมชนและประชาชน เป็นต้น เพื่อนำทฤษฎีใหม่ไปใช้ปรับปรุงพื้นที่ให้อุดมสมบูรณ์ มีแหล่งกักเก็บน้ำที่ช่วยลดความเสี่ยงน้ำท่วมในฤดูฝนและมีน้ำใช้ในฤดูแล้ง

“ที่สำคัญที่สุด สิ่งที่เรารณรงค์ส่งเสริมเพื่อให้เป็นไปตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คนพึ่งพาตนเองได้ เราก็ให้ความสำคัญที่จะต้องลด-เลิกใช้สารเคมี ใช้พวกยาฆ่าแมลงปุ๋ยเคมีอะไรพวกนี้ แล้วก็ให้หันกลับมาใช้แนวทางกสิกรรมธรรมชาติ มีการฝึกอบรมทั้งข้าราชการ ทั้งพี่น้องประชาชน แล้วก็ลงไปทำขับเคลื่อนจริงในพื้นที่ สร้างพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ตามหลักอารยเกษตร สวยงามด้วยสมบูรณ์ด้วย แล้วก็มีเรื่องของทฤษฎีใหม่ เรื่องของการห่มดิน เรื่องของการทำป่าเปียก เรื่องของการปลูกต้นไม้ 5 ระดับ เรื่องของการแบ่งพื้นที่ในการสร้างความมั่นคงด้านอาหาร โดยรวมอย่างนี้แล้วก็ขับเคลื่อนอย่างรุนแรง เข้มข้น” สุทธิพงษ์ กล่าว

ปลัด มท. กล่าวต่อไปว่า “การบริหารจัดการขยะในครัวเรือน” ก็มีความสำคัญและเชื่อมโยงกับการดูแลคุณภาพดิน โดยส่งเสริมให้ครัวเรือนคัดแยก “ขยะอินทรีย์” หมายถึงขยะที่เน่าเปื่อยได้ เข้าสู่ระบบปิดโดยการใส่ลงใน “ถังขยะเปียกลดโลกร้อน” ตั้งเป้าทำครบทุกพื้นที่ภายในเดือนธ.ค. 2565 เพื่อเปลี่ยนขยะให้เป็นปุ๋ยอินทรีย์สำหรับนำไปบำรุงดินเพื่อใช้ปลูกพืชผักต่างๆ

ประการต่อมา “การปลูกพืชผักสวนครัว”ตามแนวพระราชดำริของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นอีกเรื่องที่ มท. ขับเคลื่อนเพื่อให้ประชาชนสนใจบำรุงดิน ซึ่งได้ประโยชน์ทั้งการมีความมั่นคงด้านอาหาร ลดค่าใช้จ่ายจากการไปซื้อพืชผักมาทำอาหารรับประทาน และมีพืชผักที่ปลอดภัยไว้บริโภคในครัวเรือนซึ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพด้วยเพราะปลูกแบบอินทรีย์

“เสื้อผ้า-เครื่องนุ่งห่ม” เป็นอีกด้านที่หากปรับปรุงกระบวนการผลิตแล้วจะช่วยรักษาดินและสิ่งแวดล้อมด้วย ซึ่ง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงสืบสานพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงโดยทรงมีพระวินิจฉัย แนะนำให้กระทรวงมหาดไทยไปพูดคุยกับประชาชนที่เป็นเกษตรกรและใช้เวลาว่างประกอบอาชีพทอผ้า ให้ลดการพึ่งพาเส้นใยผ้าแบบอุตสาหกรรม หันมาปลูกฝ้ายและปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเพื่อใช้เป็นเส้นใยแทน รวมถึงปลูกไม้สำหรับใช้เป็นสีย้อม

เนื่องจากการใช้สีย้อมที่เป็นสารเคมีส่งผลต่อสุขภาพของผู้สวมใส่ ขณะที่กระบวนการย้อมสีหากเทสีเคมีที่ใช้แล้วลงสู่พื้นดินจะกระทบต่อคุณภาพดิน เช่น ทำให้ดินแข็ง หรือเทลงแหล่งน้ำก็ทำให้น้ำเน่าเสีย ดังนั้นการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตเสื้อผ้า-เครื่องนุ่งห่มจากเคมีเป็นอินทรีย์จึงเป็นการเกื้อกูลต่อดิน ทั้งนี้ เมื่อมองไปทั่วประเทศไทย มีหลายชุมชนหรือหลายพื้นที่ ที่สามารถเป็น “ต้นแบบ” แหล่งเรียนรู้ดูงานสำหรับผู้สนใจ

อาทิ “บ้านดอนกอย ต.สว่าง อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร” ซึ่งสนองพระดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในเรื่องหมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village) โดยเป็นชุมชนทอผ้าย้อมครามจากสีธรรมชาติ, “จังหวัดอุบลราชธานี” เช่น วัดป่าศรีแสงธรรม ต.ห้วยยาง อ.โขงเจียม หรือที่ วัดวังอ้อ ต.หัวดอน อ.เขื่องใน ที่ส่งเสริมโคก หนอง นา อารยเกษตร,

“ตำบลโก่งธนู อ.เมือง จ.ลพบุรี” ซึ่งเข้าร่วมโครงการบ้านนี้มีรักปลูกผักกินเอง ตามพระราชดำริของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แต่ละบ้านปลูกผักสวนครัวไว้บริโภคในครัวเรือน จากนั้นกระทรวงมหาดไทยได้ส่งเสริมให้เป็นพื้นที่ต้นแบบและยังมีอีกมากมายทุกภาคไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ใน จ.เชียงใหม่ จ.ลำพูน, ภาคใต้ ใน จ.พัทลุง จ.นครศรีธรรมราช จ.ภูเก็ต จ.ยะลา เป็นต้น ซึ่งในเบื้องต้นแม้จะยังมีจำนวนน้อย เพียงหลักแสนครัวเรือนต่อประชากรทั้งหมด 24 ล้านครัวเรือน แต่ก็จะพยายามส่งเสริมต่อไป

กลับมาที่การจัดงานวันดินโลก ซึ่งมีการประกวดผลงานและมอบรางวัล King Bhumibol World Soil Day Award สำหรับบุคคล ชุมชน องค์กร หน่วยงาน สถาบันการศึกษา ที่มีผลงานและกิจกรรมเป็นที่ประจักษ์ในการส่งเสริมและการสร้างความตระหนักในความสำคัญของทรัพยากรดินและการจัดการดินอย่างยั่งยืน ซึ่ง สุทธิพงษ์กล่าวว่า การประกวดถือเป็นกุศโลบายที่ดีอย่างหนึ่งเพราะเป็นรางวัลระดับสากลที่มอบโดยองค์กรระดับโลกอย่าง FAO อีกทั้งยังใช้พระนามของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตั้งเป็นชื่อรางวัล

“ไหนๆ เราก็ทำอยู่แล้ว และมีรางวัลของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เป็นชื่อรางวัล เราก็ได้ถือโอกาสนี้ในการปลุกระดมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด นายอำเภอทุกอำเภอ ช่วยกันระดมสรรพกำลังทีมงานทั้งภาคประชาชน ภาควิชาการ ภาคผู้นำศาสนา ภาคธุรกิจ ภาคสื่อมวลชน อะไรทั้งหลาย ช่วยกันในการที่จะให้ความสำคัญกับการที่จะให้พี่น้องประชาชนทุกครัวเรือน ได้พลิกฟื้นผืนดินของตัวเองให้เป็นผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ ใช้ผืนดินทุกตารางนิ้วให้เป็นประโยชน์ในการปลูกพืชผักสวนครัว ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ

คือถ้าไม่ปล่อยให้ดินมันรกร้างเตียนโล่งไม่มีการดูแล ปลูกพืชผัก พรวนดิน ไม่อะไรเลยดินมันก็เสีย แต่ว่าถ้าเราได้ใช้ประโยชน์ ได้พรวนดิน ได้รดน้ำ พวกไส้เดือน จุลินทรีย์มันก็มา เราไม่ทำให้หน้าดินมันโดนแดดโดยตรง มีร่มเงาของต้นไม้ มีเศษหญ้าเศษฟางมาปกคลุม มีการไม่ทิ้งขยะเปรอะเปื้อนไปเรื่อย แล้วยังเอาขยะเปียกมาทำปุ๋ยหมักใส่บำรุงดินอีก ฉะนั้นมันก็เข้าข่ายเข้าเกณฑ์ที่เราจะไปรณรงค์กัน” ปลัด มท. ระบุ

สำหรับการจัดกิจกรรมวันดินโลก ประจำปี 2565 โดยกระทรวงมหาดไทย ในช่วงระหว่างวันที่ 1-15 ธ.ค. 2565 นั้น สุทธิพงษ์ เปิดเผยว่าทุกกรมและรัฐวิสาหกิจในสังกัด มท. จะลงพื้นที่ไปทำงานร่วมกับประชาชนที่เป็นภาคีเครือข่าย เพื่อให้ผืนดินบริเวณนั้นกลายเป็นพื้นที่ต้นแบบ เช่น การนำวัสดุเหลือใช้ อาทิ เศษใบไม้-วัชพืชมาทำปุ๋ยอินทรีย์ การทำน้ำยา EM เพื่อเร่งปฏิกิริยาของวัสดุเหลือใช้ดังกล่าวให้เน่าเปื่อยกลายเป็นปุ๋ยเร็วขึ้น การห่มดิน การเลี้ยงดินเพื่อให้ดินเลี้ยงพืช เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมตลอดทั้ง 15 วัน จะเป็นเหมือนการปลุกกระแส

จากนั้นตลอดทั้งปี 2566 มท. จะเดินหน้าขับเคลื่อนในเชิงปฏิบัติเพื่อทำนุบำรุงดิน ป้องกันหรือลดปัญหาการเผาตอซังข้าว รวมถึงใช้บทบาทของผู้ว่าราชการจังหวัด ประสานกับศึกษาธิการจังหวัด วางนโยบายให้เด็กทุกคนที่เข้าเรียนใหม่ในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ได้ปลูกไม้ประจำชีวิต อย่างน้อย 1 คน 1 ต้น ไม่ว่าที่บ้าน โรงเรียนหรือพื้นที่สาธารณะ โดยให้นักเรียนรายงานครูเรื่องการดูแลต้นไม้นั้นเป็นระยะๆ ว่าต้นไม้นั้นเติบโตเพียงใด ตลอดจนการขยายผลแนวทางอารยเกษตร ที่ในหลวงรัชกาลที่ 10 พระราชทานไว้และแนวทางหมู่บ้านยั่งยืน ตามพระดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ให้เพิ่มขึ้น

ขณะที่การส่งผลงานประกวดรางวัล King Bhumibol World Soil Day Award นั้น ในส่วนของ มท. ต้องการให้เป็นหมุดหมายเพื่อกระตุ้นผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอและประชาชน ได้ลุกขึ้นมาดูแลแผ่นดินของเราให้อุดมสมบูรณ์ ส่วนจะได้รับรางวัลหรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่หากได้รับรางวัลก็นับว่าเป็นเกียรติที่หน่วยงานระดับสหประชาชาติให้การยอมรับว่าชาวไทยได้ช่วยกันดูแลแผ่นดินให้อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งกำเนิดอาหารการกินเลี้ยงคนในครอบครัว ในชาติและในโลก อีกทั้งยังได้ภาคภูมิใจในฐานะชาวไทย ว่าได้ปฏิบัติตามคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 เรื่องการช่วยกัน“แก้ไขในสิ่งผิด” เพราะเราใช้ชีวิตกันแบบทำร้ายธรรมชาติมานาน

“กราบเรียนว่าไม่ใช่เพราะมีวันดินโลกแต่จริงๆ ชีวิตพวกเราย่ำแย่เพราะว่าพวกเราช่วยกันทำลายล้างมาเป็นระยะเวลายาวนานพอสมควร ฉะนั้นถึงเวลาที่เราต้องกลับไปทำให้แผ่นดินของเราเป็นแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแผ่นดินที่เหมาะสมกับการที่จะเป็นแหล่งอาหาร เป็นแหล่งที่พักผ่อนหย่อนใจเป็นที่อยู่อาศัยของทั้งเราแล้วก็ของสัตว์โลกอย่างอื่นด้วย” ปลัด มท. กล่าวทิ้งท้าย

ทั่วไทยน้อมรำลึกในหลวงรัชกาลที่9 5ธ.ค.วันพ่อแห่งชาติ นายกฯนำเหล่าพสกนิกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696182

ทั่วไทยน้อมรำลึกในหลวงรัชกาลที่9 5ธ.ค.วันพ่อแห่งชาติ นายกฯนำเหล่าพสกนิกร

ทั่วไทยน้อมรำลึกในหลวงรัชกาลที่9 5ธ.ค.วันพ่อแห่งชาติ นายกฯนำเหล่าพสกนิกร

วันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ทั่วไทยน้อมรำลึกในหลวงรัชกาลที่9 5ธ.ค.วันพ่อแห่งชาติ นายกฯนำเหล่าพสกนิกรทำบุญตักบาตรสนามหลวง พิธีวางพานพุ่ม-ถวายบังคม วัดทั่วปท.จัดพิธีถวายพระราชกุศล

รัฐบาลจัดกิจกรรมน้อมรำลึกในหลวงรัชกาลที่ 9 วันที่ 5 ธันวาคม2565 สำนักนายกรัฐมนตรีจัดกิจกรรม ทั้งพิธีทางศาสนา การจัดพิธีวางพานพุ่มดอกไม้และพิธีถวายบังคม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 5 ธันวาคม 2565 รัฐบาลเตรียมจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่9 วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ ในการนี้ รัฐบาลได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ดำเนินการจัดกิจกรรม

โดย นายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยรายละเอียดการจัดกิจกรรมรำลึกในหลวงรัชกาลที่9 วันที่ 5ธันวาคม2565 ดังนี้ การจัดพิธีทางศาสนา 1.จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เริ่มเวลา 07.30น.ส่วนกลางจัดพิธี ณ ท้องสนามหลวง พระสงฆ์ จำนวน 189รูป มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธี พร้อมภริยา ส่วนภูมิภาคทุกจังหวัดจัดพิธี ณ ศาลากลางจังหวัด หรือสถานที่ที่เหมาะสม

ส่วนในต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลพิจารณาการจัดพิธีตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม

การจัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล พิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา ถวายพระราชกุศล สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ดำเนินการเสนอมหาเถรสมาคมเพื่อพิจารณาให้วัดทุกวัดในประเทศไทยจัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล พิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาถวายพระราชกุศล ในวันจันทร์ที่ 5ธันวาคม2565 สำหรับวัดไทยในต่างประเทศให้พิจารณาการจัดพิธีตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม

การจัดพิธีวางพานพุ่มดอกไม้และพิธีถวายบังคม เริ่มเวลา 08.30 น.ส่วนกลางจัดพิธี ณ ท้องสนามหลวง มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธี พร้อมภริยา ส่วนภูมิภาคทุกจังหวัด จัดพิธี ณ ศาลากลางจังหวัด หรือสถานที่ที่เหมาะสม ส่วนในต่างประเทศสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลพิจารณาการจัดพิธีตามที่เห็นสมควรและเหมาะสม การจัดกิจกรรมจิตอาสาบริการประชาชน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและความสุขของประชาชน ส่วนกลางจัดกิจกรรม ณ ท้องสนามหลวง เวลา 09.00-17.00น.ซึ่งมีหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนร่วมดำเนินการจัดกิจกรรมจิตอาสาบริการและให้คำปรึกษาแก่ประชาชน ในด้านการประกอบอาชีพและด้านอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความสุขของประชาชน

ส่วนภูมิภาค ทุกจังหวัดดำเนินการจัดกิจกรรมจิตอาสาตามความเหมาะสม

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังจัดทำสารคดีโทรทัศน์น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 5ธันวาคม 2565 ในนามคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ เพื่อเผยแพร่ในช่วงวันวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ

ทั้งนี้ รัฐบาลขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชน ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยจัดตั้งโต๊ะหมู่ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมเครื่องราชสักการะ ตามอาคารสถานที่ พร้อมทั้งจัดทำคำกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมนำเสนอภาพพระราชกรณียกิจเพื่อเผยแพร่ทางเว็บไซต์และสื่อออนไลน์ของหน่วยงาน โดยดำเนินการตลอดเดือนธันวาคม2565

‘วัดทั่วประเทศ’จัดกิจกรรมเจริญพระพุทธมนต์ออนไลน์-ถวายพระราชกุศลฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696164

'วัดทั่วประเทศ'จัดกิจกรรมเจริญพระพุทธมนต์ออนไลน์-ถวายพระราชกุศลฯ

‘วัดทั่วประเทศ’จัดกิจกรรมเจริญพระพุทธมนต์ออนไลน์-ถวายพระราชกุศลฯ

วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 22.05 น.

วัดทั่วประเทศจับมือภาคีเครือข่ายโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข จัดกิจกรรม Big Cleaning สร้างสัปปายะสู่วัดด้วยวิถี 5ส และเจริญพระพุทธมนต์ออนไลน์ ถวายพระราชกุศลฯ เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ 2565

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2565 ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติฯ วัดเขียนเขต พระอารามหลวง จ.ปทุมธานี คณะอนุกรรมการโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ฝ่ายสาธารณูปการของมหาเถรสมาคม ร่วมกับวัด และองค์กรภาคีเครือข่ายโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ทั่วประเทศ จัดให้มีพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ และวันพ่อแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2565 โดยมีพระธรรมรัตนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต พระอารามหลวง จ.ปทุมธานี และประธานคณะอนุกรรมการโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข (ส่วนกลาง) ฝ่ายสาธารณูปการของมหาเถรสมาคม เป็นประธานสงฆ์นำเจริญพระพุทธมนต์ และปฏิบัติธรรมเพื่อถวายพระราชกุศลฯ ร่วมกับศูนย์กลางการจัดพิธีฯ ประจำหนในแต่ละภูมิภาค ประกอบด้วย หนกลาง ณ วัดขนอน จ.ราชบุรี วัดบางอ้อยช้าง จ.นนทบุรี , หนเหนือ ณ วัดพระธาตุผาเงา จ.เชียงราย วัดพระธาตุแช่แห้ง จ.น่าน, หนใต้ ณ วัดบางครั่ง จ.พังงา และหนตะวันออก ณ วัดพระธาตุพนม จ.นครพนม วัดดาวเรือง จ.ชัยภูมิ โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ ระบบซูม (Zoom) จากศูนย์กลางการจัดพิธีฯ ส่วนกลาง ณ วัดเขียนเขต พระอารามหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อให้คณะสงฆ์ ประชาชน และองค์กรภาคีเครือข่ายโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ทั่วประเทศ เข้าร่วมพิธีฯ โดยพร้อมเพรียงกัน

นอกจากนี้ เมื่อวันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ.2565 เวลา 09.30 น.คณะอนุกรรมการโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ฝ่ายสาธารณูปการของมหาเถรสมาคม ยังได้ร่วมกับวัด และองค์กรภาคีเครือข่ายโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ทั่วประเทศ จัดให้มีกิจกรรม “Big Cleaning รวมพลังสร้างสัปปายะสู่วัดด้วยวิถี 5ส วัดสวยด้วยความสุข” โดยมีศูนย์กลางการจัดกิจกรรมฯ ประจำหนในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ พร้อมเพรียงกับวัดที่มีความพร้อมในการจัดกิจกรรมฯ ทั่วประเทศ ซึ่งในระหว่างการดำเนินกิจกรรมฯ วัด และองค์การภาคีเครือข่ายฯ ที่มีความพร้อมได้ร่วมกันถ่ายทอดสดภาพบรรยากาศการทำกิจกรรมฯ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ ระบบซูม (Zoom) ให้คณะสงฆ์ ประชาชน และองค์กรภาคีเครือข่ายฯ ทั่วประเทศ ได้ติดตาม และร่วมอนุโมทนาบุญ ในการรวมพลังการทำความดีร่วมกันอีกด้วย

พระธรรมรัตนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต พระอารามหลวง และประธานคณะอนุกรรมการโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข (ส่วนกลาง) ฝ่ายสาธารณูปการของมหาเถรสมาคม กล่าวว่า “การจัดกิจกรรมเนื่องในวันพ่อแห่งชาติ ประจำปี 2565 ของคณะสงฆ์ โดยความร่วมมือขององค์กรเครือข่ายโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ทั่วประเทศ เพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดการดำเนินงานโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ซึ่งเป็นหนึ่งใน 14 โครงการของแผนปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ซึ่งมีสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานฝ่ายสาธารณูปการของมหาเถรสมาคม เป็นประธานฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาวัดให้เป็นสถานที่สัปปายะ เป็นแหล่งเรียนรู้ทางพระพุทธศาสนา และเป็นรมณียสถานอันเป็นความสงบทางจิตใจเจริญปัญญาของประชาชน มีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมให้มีเกิดการขับเคลื่อนกิจกรรม และองค์ความรู้ 5ส ไปสู่การปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ การจัดการสิ่งแวดล้อม การรักษาความสะอาดภายในวัดให้ถูกต้องตามสุขลักษณะ และการพัฒนาการเรียนรู้ทางสังคมวิถีพุทธ ภายใต้แนวทางการประสานความร่วมมือในการส่งเสริมสนับสนุนขององค์กรภาคีเครือข่าย และประชาชนที่มีจิตอาสาเพื่อการพัฒนาสังคม ซึ่งปัจจุบันมีวัดทั่วประเทศรวมจำนวน 2,400 กว่าวัด เข้าร่วมโครงการฯ อาตมภาพในนามของคณะอนุกรรมการโครงการฯ ซึ่งมีการขับเคลื่อนดำเนินงานร่วมกันระหว่างคณะอนุกรรมการส่วนกลาง และคณะอนุกรรมการประจำหน ต้องขออนุโมทนาขอบคุณคณะสงฆ์ องค์กรภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน และประชาชนทั่วประเทศ ที่ได้ให้การส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข ด้วยความเรียบร้อยดีงาม อันส่งผลให้วัดสวยด้วยความสุข ร่วมกันสร้างสรรค์ให้วัดมั่นคง ชุมชนเข้มแข็ง และประชาชนมีความสุข”

สำหรับวัด และองค์กรภาคีเครือข่ายฯ ที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข หรือผู้ที่สนใจติดตามข้อมูลข่าวสารของโครงการฯ สามารถเข้าชมรายละเอียดได้ทางเว็บไซต์ www.wat3579.com หรือทาง Facebook page : โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข @wat3579

– 006

‘สมเด็จพระสังฆราช’มีพระดำรัสเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ’รัชกาลที่ 9’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696166

'สมเด็จพระสังฆราช'มีพระดำรัสเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ'รัชกาลที่ 9'

‘สมเด็จพระสังฆราช’มีพระดำรัสเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ’รัชกาลที่ 9’

วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 18.44 น.

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2565 เพจเฟซบุ๊ก “สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช” โพสต์ข้อความระบุว่า เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระดำรัสเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ ๕ ธันวาคม ๒๕๖๕ ว่า

“อภิลักขิตสมัยคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง ทางราชการยังกำหนดให้เป็นวันชาติ และเป็นวันพ่อแห่งชาติอีกด้วย จึงควรที่เราทั้งหลาย ผู้อาศัยพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมเป็นที่พึ่ง จักพึงน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และประกอบกรณียกิจ อุทิศถวายพระราชกุศลแด่พระองค์ ผู้ทรงเปรียบได้ดั่งบิดาแห่งประชาราษฎร

ธรรมะของพระราชา หรือราชธรรม ๑๐ ประการ ที่เรียกกันว่า “ทศพิธราชธรรม” นั้น แท้จริงแล้ว ย่อมยังประโยชน์ทั่วไปสำหรับสาธารณชน คนไทยทุกคนจึงควรศึกษาใคร่ครวญให้ถ้วนถี่ แล้วเชิดชูขึ้นเป็นวิถีนำทางประพฤติสำหรับตน ในปีนี้ จักได้ปรารภถึงธรรมะประการที่สามแห่งทศพิธราชธรรม กล่าวคือ “ปริจจาคะ” หรือ “บริจาค” ซึ่งหมายถึงการเสียสละโดยปราศจากความเห็นแก่ตัว โดยไม่หวังผลตอบแทน เป็นการยอมพลีให้พร้อม ๆ กับการละกิเลส เช่น สละทรัพย์ สละชีวิต สละกามสุข สละจากอกุศล เป็นต้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์นั้น ทรงสละพระราชทรัพย์ ความสุขส่วนพระองค์ และโอกาสที่จะทรงแสวงหาความสำราญ อันอาจจะทรงได้รับอย่างง่ายดายตามพระราชสถานะ หรือแม้ในบางคราวก็ทรงพร้อมที่จะเสียสละสวัสดิภาพแห่งพระชนมชีพ ยอมเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเสี่ยงภยันตรายอยู่ท่ามกลางสถานการณ์อันน่าหวั่นวิตก ทั้งนี้ ก็ด้วยมีพระบรมราชปณิธานอย่างแน่วแน่ ในอันที่จะเกื้อกูลประโยชน์สุขของปวงประชา ทรงถึงพร้อมด้วยพระราชอุดมการณ์อันแรงกล้า ที่จะนำพาสังคมไทยให้รุดหน้าไปสู่ความรุ่งเรืองอยู่ทุกขณะ ทำให้ทรงรักษาพระราชสัตยาธิษฐานแห่งความเสียสละไว้ได้อย่างมั่นคง เหตุฉะนี้ จึงทรงงามสง่าด้วย “ปริจจาคะ” เป็นปรกติในการสั่งสมพระบารมีธรรม

เราทั้งหลายผู้เป็นไทย จึงควรเจริญรอยตามพระราชจริยาในรัชกาลที่ ๙ ด้วยการเพิ่มพูนความเสียสละ ไม่ว่าจะเป็นกำลังทรัพย์ กำลังกาย กำลังใจ หรือกำลังสติปัญญา เพื่อสร้างสรรค์ความสวัสดีให้บังเกิดในหมู่ญาติมิตร บริวาร ชุมชน และสังคมประเทศชาติในวงกว้าง โดยยึดถือประโยชน์ส่วนรวม ยิ่งกว่าประโยชน์ส่วนตน หลีกเลี่ยงให้พ้นจากการมีผลประโยชน์ทับซ้อน เพื่อบันดาลความมั่นคงสถาพรให้บังเกิดแก่บ้านเมืองไทย สมพระบรมราชปณิธานในรัชกาลที่ ๙ และสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้าทั้งสองพระองค์ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ

ขออานุภาพแห่งกุศลสมบัติที่สาธุชนทั้งหลายได้ร่วมกันสั่งสม จงสำเร็จเป็นทิพยารมณ์แห่ง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเป็นเครื่องปกปักรักษาประชาชาติ ให้องอาจแกล้วกล้าในคุณธรรมจรรยาทุกสถาน พร้อมเพรียงกันทำนุบำรุงราชอาณาจักรไทย ให้เจริญสวัสดิ์วัฒนาการยิ่ง ๆ ขึ้นสืบไป เทอญ.”

เนืองแน่น! ปชช.ทยอยกราบสักการะซุ้มพระบรมฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ 9

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696142

เนืองแน่น! ปชช.ทยอยกราบสักการะซุ้มพระบรมฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ 9

เนืองแน่น! ปชช.ทยอยกราบสักการะซุ้มพระบรมฉายาลักษณ์ รัชกาลที่ 9

วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 17.26 น.

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณหน้าพระบรมมหาราชวัง ว่า มีประชาชนทยอยเข้ากราบสักการะซุ้มพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

ปลัดมท.’ชวนช้อปผ้าไทย ‘ใส่ให้สนุก’ เลือกซื้อเลือกหาลายพระราชทาน‘ลายขิดนารีรัตนราชกัญญา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/696098

ปลัดมท.’ชวนช้อปผ้าไทย ‘ใส่ให้สนุก’ เลือกซื้อเลือกหาลายพระราชทาน‘ลายขิดนารีรัตนราชกัญญา’

ปลัดมท.’ชวนช้อปผ้าไทย ‘ใส่ให้สนุก’ เลือกซื้อเลือกหาลายพระราชทาน‘ลายขิดนารีรัตนราชกัญญา’

วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 12.46 น.

2 วันสุดท้าย! ‘ปลัดมท.’ ชวนช้อปผ้าไทย ‘ใส่ให้สนุก’ เลือกซื้อเลือกหาสุดยอดผ้าไทยลายพระราชทาน ‘ลายขิดนารีรัตนราชกัญญา’ ถึง5 ธ.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น. ที่เอ็ม ควอเทียร์

4 ธันวาคม 2565 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า “ผ้าไทย” มรดกภูมิปัญญา หัตถศิลป์ หัตถกรรม อันล้ำค่าของพวกเราคนไทย ที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของพี่น้องช่างทอผ้าจากทุกที่ถิ่นในชนบทห่างไกล ผู้สืบสานภูมิปัญญา ต่อลมหายใจด้วยการถักทอ ใส่ใจ ออกแบบเทคนิคลวดลายผ้าจากบรรพบุรุษ เพื่อรักษาหัตถศิลป์หัตถกรรมอันทรงคุณค่า สะท้อนความมั่นคงของชาติด้านเครื่องนุ่งห่ม อันเป็น 1 ในปัจจัย 4 ของชีวิตประจำวันให้คงอยู่คู่กับแผ่นดินไทย

ทั้งนี้ นับเป็นพระกรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทานโครงการพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” มาเป็นหลักคิดในการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้มีความทันสมัย ใส่ได้ในทุกโอกาส จึงทรงพระกรุณาโปรดให้ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย และผู้มีความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการทอผ้า การตัดเย็บเสื้อผ้า ได้ลงพื้นที่ Coaching พัฒนาทักษะ เทคนิค การทอผ้า การออกแบบลวดลาย และการตัดเย็บเสื้อผ้า ให้กับช่างทอผ้าและผู้ประกอบการ OTOP ผ้าไทย ในทั่วประเทศ ด้วยทรงห่วงใยพี่น้องช่างทอผ้าทั่วประเทศ และพระราชทานพระกำลังใจด้วยการสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนด้วยการจัด “การประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายขิดนารีรัตนราชกัญญา” ประจำปี 2565 ซึ่งมีผู้สมัครส่งผลงานผ้าเข้าประกวด จำนวนทั้งสิ้น 2,946 ผืน และงานหัตถกรรม จำนวนทั้งสิ้น 298 ชิ้น 

โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นองค์ประธานคณะกรรมการตัดสินการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายขิดนารีรัตนราชกัญญา” และงานหัตกรรม รอบตัดสินระดับประเทศ เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 65 ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร

นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า ผลงานผ้าทุกผืนที่ถูกถักทอส่งเข้าประกวด ผู้เข้าประกวดทุกคนได้นำเสนอแนวคิด เทคนิค และวิธีการทอผ้า ย้อมสีผ้าด้วยสีธรรมชาติ ด้วยความมุ่งมั่น โดยผลงานทุกชิ้น ล้วนเป็นสุดยอดผลงานผ้าไทยลายขิดนารีรัตนราชกัญญา พี่ผ่านการรังสรรค์ ความตั้งใจ ความใส่ใจ ในการถักทอด้วยระยะเวลานาน แต่อุปสรรคปัญหาทั้งหลายต่างกลายเป็นความทุ่มเทในการสร้างสรรค์ชิ้นงานเพื่อบรรลุความต้องการของผู้เข้าประกวดทุกคน ที่มีความมุ่งมาดปรารถนาในการน้อมนำลายผ้าพระราชทาน “ผ้าลายขิดนารีรัตนราชกัญญา” มาผลิตเป็นผลงานอันทรงคุณค่า เพื่อให้ถูกอก ถูกใจ เป็นที่ต้องการของพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม ทุกช่วงวัย และจากการประกวดผ้าลายขิดนารีรัตนราชกัญญาที่ผ่านมา มีพี่น้องประชาชนผู้สนใจและหลงใหลในผืนผ้าไทยจำนวนมาก ติดต่อสอบถามเพื่อเป็นเจ้าของผืนผ้าที่มีความประณีตบรรจงและงดงามเหล่านี้

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมด้านการตลาดและเปิดโอกาสให้พี่น้องช่างทอผ้าผู้ส่งผืนผ้าเข้าประกวดได้มีโอกาสนำเสนอผลงานออกสู่สายตา พี่น้องประชาชนและทำให้พี่น้องประชาชนผู้มีความสนใจในผืนผ้าไทยได้ร่วมสนับสนุนและอุดหนุนเลือกซื้อผืนผ้าที่ผ่านการประกวดจากผู้ประกอบการโดยตรง กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน จึงได้จัดงาน “สืบสานภูมิปัญญาวัฒนธรรมไทย “ผ้าลายขิดนารีรัตนราชกัญญา”” ระหว่างวันที่ 1-5 ธันวาคม 2565 เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ Quartier Gallery, M Floor, The EmQuartier ซึ่งมีกลุ่มผู้ประกอบการร่วมออกร้าน จำนวน 50 บูท เพื่อจำหน่ายสุดยอดผลิตภัณฑ์ผ้าและงานหัตถศิลป์หัตถกรรมให้กับผู้สนใจ เช่น  กลุ่มผาสาทแก้ว ผ้าทอลายโบราณ จ.มหาสารคาม กลุ่มผ้าชิ่นตีนจกลับแล จ.อุตรดิตถ์ กลุ่มเย็บผ้าด้วยมือ (แบรนด์ขวัญตา) จ.หนองบัวลำภู กลุ่มตลาดไหมใต้ถุนเรือน (Young OTOP) จ.สุรินทร์ กลุ่มทอผ้าแม่บ้านเกษตรบ้านม่วงงาม จ.ชัยนาท saloma patek จ.นราธิวาส กลุ่มศิวะนาฎกนกไทย จ.พัทลุง กลุ่มหัตถกรรมงานทองเหลือง จ.ระยอง กลุ่มหัตถกรรมผ้าด้นมืออู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เป็นต้น” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเน้นย้ำ

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวด้วยว่า กระทรวงมหาดไทยขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนผู้สนใจ ได้เลือกซื้อผืนผ้าไทยและหัตถกรรมที่ผ่านการประกวด “ผ้าลายขิดนารีรัตนราชกัญญา” ทุกลวดลาย ทุกเทคนิค จากผู้ประกอบการทั้ง 4 ภาค ที่นำมาได้จัดแสดงและจำหน่าย รวมทั้งเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย ผ้าพันคอ กระเป๋า และสินค้าประเภทต่าง ๆ  ซึ่งจะจำหน่ายถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ Quartier Gallery, M Floor, The EmQuartier เพื่อร่วมสืบสานภูมิปัญญาวัฒนธรรมผ้าไทย และร่วมให้กำลังใจผู้ประกอบการช่างทอผ้าจากทั่วประเทศ อันเป็นการทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนภายในประเทศ และต่อลมหายใจผืนผ้าไทย ธำรงรักษามรดกภูมิปัญญาที่ล้ำค่าให้คงอยู่คู่กับแผ่นดินไทยอย่างยั่งยืน