ญี่ปุ่นหวั่นโควิดพุ่ง ประกาศเข้มพรมแดน ตรวจคัดกรองคนเดินทางมาจากจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2589051

ญี่ปุ่นหวั่นโควิดพุ่ง ประกาศเข้มพรมแดน ตรวจคัดกรองคนเดินทางมาจากจีน

28 ธ.ค. 2565 10:04 น.

ญี่ปุ่นหวั่นโควิดพุ่ง ประกาศเข้มพรมแดน ตรวจคัดกรองคนเดินทางมาจากจีน

ญี่ปุ่นประกาศมาตรการคุมเข้มพรมแดน เพิ่มด่านตรวจคัดกรองที่เดินทางมาจากจีน หวั่นผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศพุ่งสูง

สำนักข่าวเอ็นเอชเค รายงานว่า เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2565 นายฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า จะมีมาตรการคุมเข้มพรมแดนเพื่อคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากประเทศจีน โดยเริ่มในวันที่ 30 ธันวาคมนี้ หลังจากทางการจีนประกาศว่าจะเปิดประเทศในวันที่ 8 มกราคมปีหน้า ในขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศกำลังพุ่งสูง

โดยผู้นำญี่ปุ่นกล่าวว่า จะมีการตรวจคัดกรองโควิด สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ รวมไปถึงคนที่พำนักอยู่ในจีนในช่วง 7 วันก่อนไปถึงญี่ปุ่น และหากผลออกมาเป็นบวกจะต้องเข้ารับการกักตัวเป็นเวลา 7 วันในศูนย์อนามัยที่ทางการจัดไว้ให้ นอกจากนี้จะมีคำสั่งลดจำนวนเที่ยวบินระหว่างจีนกับญี่ปุ่นด้วย

ผู้นำญี่ปุ่นย้ำว่า โดยมาตรการนี้มีขึ้นเพื่อป้องกันการเพิ่มขึ้นของตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดภายในประเทศ ไม่ได้มีขึ้นเพื่อสกัดกั้นการเดินทางของผู้คนแต่อย่างใด ขณะที่ก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นได้ประกาศยกเลิกการตรวจโควิดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบ 3 เข็ม.

ไฟไหม้รุนแรงอาคาร 3 หลังของโรงงานเคมีภัณฑ์ในกรุงโตเกียว เร่งอพยพคนงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2589046

ไฟไหม้รุนแรงอาคาร 3 หลังของโรงงานเคมีภัณฑ์ในกรุงโตเกียว เร่งอพยพคนงาน

28 ธ.ค. 2565 09:55 น.

ไฟไหม้รุนแรงอาคาร 3 หลังของโรงงานเคมีภัณฑ์ในกรุงโตเกียว เร่งอพยพคนงาน

ที่ญี่ปุ่น เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงเผาวอดอาคาร 3 หลังในโรงงานเคมีภัณฑ์ในกรุงโตเกียว ทางการสั่งเร่งอพยพคนงานซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้มีอายุประมาณ 50 ปี และอพยพชาวบ้านใกล้เคียง มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2565 เว็บไซต์ข่าวไมนิจิ ของญี่ปุ่น รายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงเผาผลาญอาคารที่อยู่ใกล้เคียงกัน 3 หลังของโรงงานเคมีภัณฑ์ บริษัท “ได อิจิ เคมิคัล อินดัสทรี้” ตั้งอยู่ในแขวงสุมิดะ ในเขตทาจิบานะ ของกรุงโตเกียว โดยต้องใช้รถดับเพลิง 57 คันเข้าช่วยกันควบคุมเปลวไฟ

รายงานข่าวระบุว่า ในตอนแรกไฟเริ่มเผาไหม้อาคารหลังหนึ่งที่มี 2 ชั้น ก่อนจะลามไปยังอาคารอีก 2 หลังที่อยู่ใกล้เคียง ทำให้มีอาคารรวมอย่างน้อย 3 หลัง รวมไปถึงโกดังที่มีขนาดพื้นที่ 600 ตารางเมตรได้รับความเสียหาย ขณะที่มีการอพยพคนงานซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีอายุประมาณ 50 ปี ออกไปจากโรงงานเนื่องจากขณะเกิดเหตุเป็นเวลาประมาณ 10.00 น. ซึ่งมีคนงานทำงานกันอยู่จำนวนมาก รายงานข่าวระบุว่า มีคนงานอายุ 50 ปี จำนวน 1 ราย ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลเล็กน้อย และมีอาการสำลักควัน

นอกจากนี้ยังมีคำสั่งอพยพประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้โรงงานและปิดพื้นที่โดยรอบรัศมี 400 เมตร ซึ่งใกล้กับสถานีรถไฟฮิกาชิ-อะซูมา เนื่องจากภายในโรงงานมีสารเคมีที่เป็นวัตถุระเบิดอยู่ และสภาพอากาศมีความชื้นขั้นต่ำ อากาศแห้ง ซึ่งเป็นอันตรายมาก ขณะที่ในโรงงานยังเป็นอาคารเก่า และพื้นที่แคบทำให้รถดับเพลิงเข้ายากเป็นอุปสรรคต่อการควบคุมเปลวไฟ.

เซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศรัสเซีย ย้ำใช้กองทัพบีบยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2589010

เซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศรัสเซีย ย้ำใช้กองทัพบีบยูเครน

28 ธ.ค. 2565 09:01 น.

เซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศรัสเซีย ย้ำใช้กองทัพบีบยูเครน

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศรัสเซีย ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวทาสส์ถึงจุดยืนรัฐบาลรัสเซียต่อสถานการณ์ในยูเครน โดยนายลาฟรอฟระบุว่า ศัตรูของเรารับรู้ดีถึงเงื่อนไขของรัสเซียในการกำจัดนาซี ลดการสะสมอาวุธกำลังทางทหาร ทำลายภัยคุกคามทางความมั่นคงต่อรัสเซียและดินแดนใหม่ของเรา สิ่งที่เราอยากบอกคือ ทำตามเงื่อนไขเพื่อประโยชน์ของคุณเอง มิฉะนั้น เงื่อนไขต่างๆจะถูกจัดการโดยกองทัพรัสเซีย คำสัมภาษณ์ดังกล่าวมีขึ้นหลังนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ประกาศพร้อมเจรจา แต่ไม่มีใครสนใจ

วันเดียวกัน นายดมิทรี คูเลบา รมว.ต่างประเทศยูเครน ออกแถลงการณ์ว่า ทุกสงครามจบลงด้วยวิธีทางการทูต ทุกสงครามจบลงด้วยผลลัพธ์ทางการรบและการหารือบนโต๊ะเจรจา ด้วยเหตุนี้จึงอยากให้สหประชาชาติจัดการประชุมสุดยอดเพื่อสันติภาพในช่วงปลายเดือน ก.พ.2566 ช่วงครบรอบ 1 ปีสงคราม แต่จะเชิญรัสเซียเข้าร่วมการประชุมก็ต่อเมื่อรัสเซียถูกดำเนินคดีอาชญากรรมสงคราม กระทรวงต่างประเทศยูเครนยังเรียกร้องให้มีการถอดถอนรัสเซียออกจากสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ ขณะที่นายโวโลดิเมียร์
เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เปิดเผยว่า ยังประสบปัญหาไฟตกอย่างต่อเนื่อง พลเรือนกว่า 9 ล้านคน ไม่มีไฟฟ้าใช้.

ภัยจากอากาศหนาวจัด ส่งผลร้ายต่อร่างกายอย่างไร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2587415

ภัยจากอากาศหนาวจัด ส่งผลร้ายต่อร่างกายอย่างไร

28 ธ.ค. 2565 08:00 น.

ภัยจากอากาศหนาวจัด ส่งผลร้ายต่อร่างกายอย่างไร

  • พายุฤดูหนาวจากแถบอาร์กติกที่ปกคลุมแคนาดาและสหรัฐฯ ทำให้อุณหภูมิลดต่ำลงแบบเฉียบพลัน ส่งผลต่อการใช้ชีวิต รวมทั้งยังทำให้อัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง
  • ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารแลนเซ็ท วิเคราะห์ว่า 7 เปอร์เซ็นต์ของการเสียชีวิตของคนทั่วโลกกว่า 74 ล้านคน มีสาเหตุมาจากสภาพอากาศหนาวเย็นจัด
  • ผู้เชี่ยวชาญต่างแสดงความกังวลหลังมีการคาดการณ์ว่าหลายประเทศจะเผชิญสภาพอากาศหนาวเย็นจัดแบบสุดขั้วช่วงปลายปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้โรคต่างๆ กลับมาระบาดหนัก และยังส่งผลเสียต่อสุขภาพของมนุษย์โดยตรงอีกด้วย

เป็นที่ทราบดีว่า ในช่วงฤดูหนาวของทุกปี เรามักจะพบการระบาดรุนแรงของโรคไข้หวัดใหญ่ โรคโควิด-19 รวมทั้งโรคระบบทางเดินหายใจสูงมากขึ้น แต่ในปีนี้ที่สภาพอากาศหนาวเย็นจัดแบบสุดขั้วและรุนแรงกว่าค่าเฉลี่ยที่ผ่านๆ มาโดยเฉพาะในสหรัฐฯ แคนาดาและยุโรป ยิ่งสร้างความกังวลให้แก่ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข ว่าฤดูหนาวนี้อาจจะเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพและความปลอดภัยของมนุษย์กว่าที่เคยมีมา

แอนโตนิโอ แกสพาร์รินี นักวิจัยชาวอังกฤษ ผู้นำการวิจัยในการศึกษาเมื่อปี 2015 ซึ่งที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารแลนเซ็ทวิเคราะห์ว่า จากการเสียชีวิตของคนทั่วโลกกว่า 74 ล้านคน มีถึง 7 เปอร์เซ็นต์ ที่มีสาเหตุมาจากสภาพอากาศหนาวเย็นจัด ซึ่งเป็นหลักฐานที่สรุปได้ว่า สภาพอากาศหนาวเย็นจัด จะเพิ่มความเสี่ยงในการเสียชีวิตมากขึ้น

ภัยจากอากาศหนาวจัด ส่งผลร้ายต่อร่างกายอย่างไร

ขณะที่ทีน่า อิกาเฮอิโม ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัย ทรอมโซ แห่งนอร์เวย์ ระบุว่าปัญหาที่ควบคู่กันมาในเวลานี้ก็คือราคาของก๊าซธรรมชาติที่พุ่งสูงขึ้นจากภาวะสงครามยูเครน ส่งผลให้หลายๆครอบครัว ไม่มีกำลังซื้อมากพอที่จะหาก๊าซธรรมชาติมาสร้างความอบอุ่นในครัวเรือนได้ โดยเฉพาะในยุโรปที่ต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก พร้อมแสดงความกังวลใจแทนคนยากจนและผู้สูงอายุที่ไม่มีกำลังพอจะซื้อก๊าซธรรมชาติได้

สภาพอากาศหนาวเย็นจัดเป็นอันตรายต่อร่างกายอย่างไร?

จากข้อมูลของศูนย์การแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยโรเชสเตอร์ระบุว่า อากาศเย็นจัดจะสร้างความเสียหายเบื้องต้นกับผิวหนังภายนอก จากอาการที่เรียกว่าหิมะกัด เมื่อต้องอยู่ในอากาศหนาวเย็นจัดเป็นเวลานานๆ โดยตำแหน่งที่จะเกิดหิมะกัดได้ง่าย คือ บริเวณนิ้วมือ นิ้วเท้า หู จมูก และแก้ม โดยหากอยู่ในระดับผิวหนัง สีผิวจะแดงขึ้น รู้สึกเจ็บแปลบๆ ที่ผิวหนัง จากนั้นผิวหนังจะมีสีซีดลง เริ่มชา ไม่มีความรู้สึก แต่ถ้าเป็นระดับลึกใต้ผิวหนัง ผิวหนังจะกลายเป็นสีม่วงๆ เทาๆ อาจรู้สึกแข็งๆ เมื่อสัมผัสที่ผิวหนัง ช่วงแรกจะชาไม่รู้สึก หลังจากนั้นจะรู้สึกปวดตุบๆ อาจเกิดตุ่มพองที่เป็นเลือดคั่งด้านใน สร้างความเสียหายให้แก่เนื้อเยื่อ อย่างไรก็ตามก่อนที่อาการจะถึงขั้นรุนแรง เรามักจะเห็นสัญญาณเตือนเบื้องต้นก่อน คือผิวมีสีแดง รู้สึกซ่าที่ผิวหนัง หรือเริ่มชา ให้รีบเข้าไปอยู่ในตัวอาคารและทำให้ร่างกายอุ่นขึ้นทันที

ภัยจากอากาศหนาวจัด ส่งผลร้ายต่อร่างกายอย่างไร

นอกจากนี้ยังมีอาการที่เรียกว่าผิวหนังอักเสบจากลมแรง เนื่องจากต้องอยู่ในสภาพอากาศเย็นจัดนานๆ และมีความชื้นในอากาศต่ำ ซึ่งวิธีการป้องกันง่ายๆ ก็คือการปกปิดร่างกายโดยเฉพาะส่วนของใบหน้า อย่างการสวมแว่นตาหรือสวมหมวกไหมพรมปิดบริเวณใบหน้าเพื่อป้องกันการถูกลมเย็นจัดปะทะ

นอกจากอาการบาดเจ็บภายนอกแล้ว สิ่งที่อันตรายมากที่สุดจากสภาพอากาศหนาวเย็นจัดที่อาจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตได้ก็คือ การเพิ่มความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคหัวใจ อย่างหัวใจวาย และโรคหลอดเลือดสมอง โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มีโรคหัวใจเป็นโรคประจำตัวอยู่แล้ว โดยกลไกในการปกป้องตัวเองตามธรรมชาติจะเกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิลดลง เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการสูญเสียความร้อนในร่างกาย จากการที่เส้นเลือดตามผิวหนังหดตัว ร่างกายจะเพิ่มการสูบฉีดเลือด ซึ่งสิ่งนี้จะเกิดขึ้นทันทีที่ร่างกายรู้สึกหนาวเย็น ซึ่งผลกระทบที่จะตามมา ก็คือความดันเลือดจะอยู่ในระดับสูงกว่าปกติในช่วงฤดูหนาว ทำให้ปัสสาวะบ่อย นำไปสู่ภาวะการขาดน้ำได้หากไม่ดื่มน้ำบ่อยๆ นอกจากนี้อาจส่งผลให้เลือดข้น ทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดลิ่มเลือด และส่งผลให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานหนักขึ้น

ภัยจากอากาศหนาวจัด ส่งผลร้ายต่อร่างกายอย่างไร

ขณะเดียวกันสภาพอากาศหนาวจัดยังส่งผลร้ายต่อระบบทางเดินหายใจและทำให้โรคระบบทางเดินหายใจมีอาการรุนแรงขึ้น เช่น โรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ขณะที่การหายใจเอาอากาศที่มีความเย็นเข้าไปจะทำให้ทางเดินหายใจระคายเคืองและก่อให้เกิดอาการหายใจลำบาก การไอ และเกิดน้ำมูกและเสมหะ

สภาพอากาศหนาวยังเอื้อต่อการระบาดของโรคระบบทางเดินหายใจ อย่างไข้หวัดใหญ่ โควิด-19 ด้วย เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่จะนิยมรวมตัวกันอยู่ภายในอาคารบ้านเรือนเพื่อหนีจากอากาศหนาว ซึ่งทำให้เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสได้ง่ายขึ้น โดยมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชี้ว่า อากาศหนาวเย็นและแห้งจะทำให้เชื้อไวรัสอยู่ได้นานขึ้น และระบาดได้เร็วขึ้นอีก

ใครเป็นกลุ่มเปราะบางที่สุด

กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงมากที่สุดต่อสภาพอากาศเช่นนี้ก็คือคนที่มีโรคเรื้อรังต่างๆ ทั้งโรคที่เกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด โรคระบบทางเดินหายใจ รวมทั้งโรคเบาหวาน ขณะที่ผู้สูงอายุที่มีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ จะยิ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่จะป่วยด้วยโรคที่เกิดจากสภาพอากาศหนาวเย็น

ขณะที่กลุ่มผู้ที่มีรายได้ต่ำก็เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุดด้วย โดยในสหรัฐฯ ครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำ จะต้องใช้เงินไปกับการซื้อหาพลังงานคิดเป็น 3 เท่าของรายได้ ยิ่งในภาวะที่ราคาพลังงานพุ่งสูง การจะซื้อหาพลังงานเพื่อสร้างความอบอุ่นยิ่งทำได้ยากยิ่งขึ้น จนนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องประกาศให้เงินช่วยเหลือในการจ่ายค่าพลังงานในช่วงฤดูหนาวนี้ให้แก่ชาวอเมริกันผู้มีรายได้ต่ำ จำนวนถึง 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว

ภัยจากอากาศหนาวจัด ส่งผลร้ายต่อร่างกายอย่างไร

วิธีการป้องกันตัวเองจากอากาศหนาว

ผลการศึกษาที่น่าสนใจของแกสพาร์รินียังพบด้วยว่า ในบางประเทศอาจจะมีอัตราการเสียชีวิตจากอากาศหนาวจัดสูงกว่าที่อื่น แม้ว่าอากาศที่ประเทศนั้นจะไม่ได้หนาวเท่ากับที่อื่นก็ตาม ยกตัวอย่างเช่นสวีเดน ที่มีสภาพอากาศหนาวจัดกว่าอังกฤษ แต่อัตราการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศหนาวจัดกลับต่ำกว่าในอังกฤษ ซึ่งเหตุผลเป็นเพราะบ้านในอังกฤษจำนวนมากเป็นบ้านแบบเก่าที่ไม่เหมาะกับสภาพอากาศหนาวเย็นจัด ในขณะที่สวีเดนมีมาตรฐานในการสร้างอาคารที่มีความอบอุ่นมากกว่า และยังมีค่าใช้จ่ายแบบคงที่สำหรับค่าเครื่องทำความร้อน ต่างกับในอังกฤษ และสมาชิกอียูชาติอื่นๆ ที่จ่ายค่าใช้จ่ายตามจริง ซึ่งหากต้องอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีความอบอุ่นเพียงพอ ประชาชนก็จำเป็นต้องรู้วิธีในการปกป้องตัวเอง

ภัยจากอากาศหนาวจัด ส่งผลร้ายต่อร่างกายอย่างไร

สิ่งแรกที่ทุกคนสามารถทำได้ง่ายที่สุดในการปกป้องตัวเองก็คือการสวมเสื้อผ้าให้อบอุ่นมากพอ สวมเสื้อผ้าหลายๆ ชั้น เวลาที่ออกไปในที่กลางแจ้ง โดยเสื้อด้านในควรให้ความอบอุ่นและซับเหงื่อ ขณะที่เสื้อผ้าชั้นนอกควรจะกันน้ำและป้องกันลม กันหิมะ และฝนได้ แต่หากต้องอยู่ในสภาพอากาศเย็นจัดในอาคาร ควรจะเพิ่มเครื่องนุ่งห่มให้แก่แขนขา เช่น การสวมถุงเท้า หรือผ้าพันคอ รวมทั้งต้องมั่นใจว่าเตียงนอนจะอุ่นเพียงพอที่จะให้ความอบอุ่นให้คุณได้ตลอดทั้งคืน เพื่อให้อยู่รอดผ่านฤดูกาลหนาวเหน็บแบบนี้ไปให้ได้.

ผู้เขียน : อาจุมมาโอปอล

ที่มา : ไทมส์ , บีบีซี , อินไซด์เดอร์

ซุ้มไก่ชน “สมศักดิ์” เล่นวิชาตัวเบา เหลือ 8 ชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/539789

ขุนน้ำหมึก

28 ธ.ค. 2565

ซุ้มไก่ชน “สมศักดิ์” เล่นวิชาตัวเบา เหลือ 8 ชีวิต

ไก่ต้องชนคนต้องสู้ “สมศักดิ์” ยังไม่เลือกค่าย พลังป้อมหรือรวมไทยสร้างตู่ บนเส้นทางการเมือง 42 ปี ย้าย 6 พรรค ขอเล่นวิชาตัวเบา ดูแลสามมิตร 8 ชีวิต

หัวใจไก่ชน “สมศักดิ์” สู้ทุกสังเวียน แต่ยังไม่เลือกค่าย พลังป้อมหรือรวมไทยสร้างตู่ นี่คือลีลานักการเมืองประสบการณ์สูง  42 ปี ย้าย 6 พรรค รัฐมนตรี 14 สมัย

ซุ้มการเมือง “สมศักดิ์” ไม่ว่าจะชื่อวังน้ำยม ,มัชฌิมา และสามมิตร จำนวนสมาชิกก็ขึ้น-ลง ตามเส้นทางอำนาจ วันนี้ เช็คแล้วเหลืออยู่แค่ 8 ชีวิต

นักการเมืองอาวุโสที่ชื่นชอบกีฬาไก่ชนและฟุตบอล สมศักดิ์ เทพสุทิน จะมีอายุอานามครบ 67 ปี ในวันที่ 13 ม.ค.2566 ซึ่งจะมีการตัดสินใจในอนาคตทางการเมืองของตระกูลเทพสุทิน ในช่วงเดือน ก.พ.ปีหน้า

กี่ครั้งกี่หน ที่นักข่าวถามเรื่องทิศทางการเมืองของกลุ่มสามมิตร สมศักดิ์จะไม่ตอบแบบฟันธง มีลีลาลากเลื้อยตามสไตล์นักเตะทีมค้างคาวไฟ 

สองเดือนที่แล้ว นักข่าวถามว่า ตอนนี้ในกลุ่มสามมิตร มีกี่คน สมศักดิ์ตอบทันทีว่า “ก็คงเหลือน้อย อย่าไปนับเลย ผมไม่ได้โชกโชนตัวเลข”
มูลค่าทางการเมืองของนักเลือกตั้งบางกลุ่ม ก็ไม่ได้ประเมินจากจำนวนไพร่พลในซุ้ม หากแต่พิจารณาจากหัวหน้าซุ้ม ที่มีความช่ำชองเชิงยุทธ์มากกว่า

แม้ ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลูกน้องเก่าที่กลายเป็นมือทำงาน พล.อ.ประยุทธ์ จะเอ่ยปากชวนสมศักดิ์ ไปร่วมงานที่พรรครวมไทยสร้างชาติ แต่สมศักดิ์ก็ยังนิ่ง เหมือนรอจังหวะเวลาอะไรบางอย่าง

‘บนเส้นทาง 42 ปี’

“สมศักดิ์” ทายาทผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย เรียนจบก็เป็น ส.อบจ.สุโขทัย และปี 2526 สมศักดิ์เป็น ส.ส.สุโขทัย สังกัดพรรคกิจสังคม ตอนนั้น เขามีอายุเพียง 26 ปี

ตั้งแต่ปี 2526-2539 สมศักดิ์เป็น ส.ส.สุโขทัย ไม่เคยสอบตกในสีเสื้อพรรคกิจสังคม ก่อนที่จะย้ายมาสังกัดพรรคไทยรักไทย หลังมนตรี พงษ์พานิช เสียชีวิต 

หลังรัฐประหาร 2549 สมศักดิ์นำทีม อดีต ส.ส.กลุ่มวังน้ำยมบางส่วน ตั้งพรรคมัชฌิมาธิปไตย โดยอนงค์วรรณ เทพสุทิน ภรรยาสมศักดิ์ เป็นหัวหน้าพรรค

ปี 2552 อนงค์วรรณต้องพ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี ในคดียุบพรรคมัชฌิมาธิปไตย กลุ่มสมศักดิ์ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย ก่อนจะถอนยวงกลับพรรคเพื่อไทย และเจอการรัฐประหาร 2557

ปี 2561 สมศักดิ์ เทพสุทิน และสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ก่อตั้งกลุ่มสามมิตร รวบรวมอดีต ส.ส.มาอยู่ในสังกัด ก่อนจะเข้าพรรคพลังประชารัฐ

สมัยพรรคไทยรักไทย สมศักดิ์ตั้งกลุ่มวังน้ำยม มี ส.ส.อยู่ในซุ้มมากถึง 80 คน หลังจากเขาไม่ได้เป็นรัฐมนตรีเกษตรฯ ส.ส.ในซุ้มก็เหลืออยู่ไม่ถึง 20 คน

ช่วงก่อนจะเข้ามาอยู่พรรค พปชร. สมศักดิ์ชักชวนอดีต ส.ส.มาอยู่ในกลุ่มสามมิตร ประมาณ 60 คน หลังเลือกตั้ง อดีต ส.ส.สอบตกเพียบ เหลือเข้าสภาฯ ไม่ถึง 10 คน 

สมศักดิ์-สุริยะ ไปช้อนเอา ส.ส.นกแลมาไว้ในกลุ่มสามมิตร นับจำนวนได้มากถึง 30 คน แต่มาถึงวันนี้ กลุ่มสามมิตรเหลือเพียง 8 คน

สมศักดิ์ ,บุญยิ่ง และพรรณศิริ หน่อเนื้อสามมิตรแท้ๆสมศักดิ์ ,บุญยิ่ง และพรรณศิริ หน่อเนื้อสามมิตรแท้ๆ

‘กำลังพลซุ้มไก่ชน’

ปัจจุบัน “สมศักดิ์” มี ส.ส.อยู่ในซุ้มสามมิตร มาจาก 4 ตระกูลคือ เทพสุทิน, จึงรุ่งเรืองกิจ, นาคาศัย และนิติกาญจนา

ส.ส.บัญชีรายชื่อ 3 คนคือ สมศักดิ์ เทพสุทิน, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ

ส.ส.เขต 5 คน ได้แก่ พรรณสิริ กุลนาถศิริ ส.ส.สุโขทัย เขต 1, ชูศักดิ์ คีรีมาศทอง ส.ส.สุโขทัย เขต 2,ภูดิท อินสุวรรณ์ อดีต ส.ส.พิจิตร เขต 2, อนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท เขต 1 และบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี เขต 2 

ส่วนกลุ่มสามมิตรเมืองชล สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี เขต 4 มีแนวโน้มจะอยู่พรรค พปชร. และจองชัย วงศ์ทรายทอง ส.ส.ชลบุรี เขต 2 อาจจะย้ายกลับซุ้มบ้านใหญ่คุณปลื้ม 

อดีตซุ้มสมศักดิ์ที่ย้ายไปพรรคภูมิใจไทย มี 3 คนคือ มณเฑียร สงฆ์ประชา ส.ส.ชัยนาท เขต 1 ,อนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พิษณุโลก เขต 3 และสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ เขต 4 

สำหรับเซียนไก่ชนอย่างสมศักดิ์ เรื่องจำนวน ส.ส.ในซุ้ม มากหรือน้อยไม่สำคัญ เพราะถึงเวลา ก็หาไพร่พลมาเสริมทัพได้ 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ               โดย … ขุนน้ำหมึก

ผ่านแล้ว สภาโหวตร่าง”กู้กยศ.” เก็บดอกเบี้ย1%ต่อปี คะแนน 226:11 เสียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539837

28 ธ.ค. 2565

ผ่านแล้ว สภาโหวตร่าง"กู้กยศ." เก็บดอกเบี้ย1%ต่อปี คะแนน 226:11 เสียง

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โหวตเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบ ร่าง”กู้กยศ.” ฉบับวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ให้เก็บดอกเบี้ย1%ต่อปี

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดพิเศษ มีการหยิบกฎหมาย 5 ฉบับ ที่วุฒิสภาพิจารณาเสร็จแล้วมาลงมติ โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธาน

กฎหมาย 5 ฉบับ ประกอบด้วย 

1.พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติสถาปนิก (ฉบับที่ ..) พ.ศ….  

2.พิจารณากรณีวุฒิสภา แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน(ฉบับที่ ..) พ.ศ…. 

3.พิจารณากรณีวุฒิสภา แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราช บัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ….

4.พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …

5. พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กศย.)(ฉบับที่ ..) พ.ศ. …

โดยกฎหมายฉบับที่1-4 ผลการพิจารณาที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภา

ส่วนกฎหมายฉบับที่ 5 ที่เกี่ยวกับกยศ.นั้น เดิมไม่คิดดอกเบี้ยและไม่มีเบี้ยปรับ แก้ไขเป็นให้เก็บดอกเบี้ยได้ 0-1%ต่อปี และให้มีเบี้ยปรับไม่เกิน 0.5%ต่อปี แต่ยังคงเนื้อหาไม่ต้องมีผู้ค้ำทุกกรณีตามร่างเดิมเอาไว้ 

โดยผู้อภิปรายมีทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ส่วนใหญ่แม้จะไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข เพราะเป็นการซ้ำเติมผู้ที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงการศึกษา สร้างความเดือนร้อนให้เด็กและเยาวชนต้องมีภาระหนี้ในอนาคต และการส่งเสริมการศึกษาเป็นหน้าที่ของรัฐ ในรัฐธรรมนูญยังกำหนดให้มีการเรียนฟรีด้วย  

แต่จะไม่คัดค้านจนนำไปสู่การตั้งกรรมาธิการร่วม 2 สภา เพราะจะทำให้เสียเวลา อาจไม่ทันอายุของสมัยประชุมสภา ส่งผลให้ผู้กู้ยืมได้รับความเดือดร้อนจากการฟ้องร้องและการเรียกเก็บดอกเบี้ยตามกฎหมายเดิม ซึ่งมีดอกเบี้ย 7% ต่อปี และเบี้ยปรับสูงถึง 18% ต่อปี 

โดยการลงมตินั้น ที่ประชุมเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วย กับวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ด้วยคะแนน 226 : 11 เสียง 

ยังไม่ไล่ออก “บิ๊กตู่”เซ็นสั่งย้าย”อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539830

28 ธ.ค. 2565

ยังไม่ไล่ออก "บิ๊กตู่"เซ็นสั่งย้าย"อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ"

“วิษณุ”เผย “บิ๊กตู่”เซ็นสั่งย้าย”อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ” ช่วยราชการสำนักนายกฯ เพื่อให้การสอบสวนเป็นด้วยความเรียบร้อย พร้อมย้ำสั่งย้ายยังไม่ไล่ออก

หลังนายรัชฎา สุริยกุล  อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช ถูกตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) บุกจับกุมคาห้องประชุมฐานเรียกรับสินบนและโยกย้ายตำแหน่ง

ล่าสุด วันนี้ 28 ธันวาคม 2565 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อมีการแจ้งเบาะแส ป.ป.ช. จะรายงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามกรทุจริตในภาครัฐ(ปปท.) และศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(ศอตช.) ก่อนเข้าจับกุม ขณะนี้ถือว่าหลักฐานยังไม่ชัดเจน 100% 

นายกรัฐมนตรีจึงลงนามคำสั่งให้นำตัวนายรัชฎาเข้ามาช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อดึงออกมาจากการเป็นอธิบดี มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เป็นไปตามพระราชบัญญัติบริหารราชการแผ่นดิน มาตรา11 ที่นายกรัฐมนตรีมีอำนาจ ไม่ให้อยู่ตรงนั้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนได้สะดวกและเรียบร้อย

นายวิษณุ กล่าวเพิ่มเติมว่า จะเรียกว่าเข้ากรุก็ได้ แต่ไม่ใช่การย้าย และต้องรอสอบทางวินัย ว่ามีความผิดหรือไม่ ว่าจะปลดหรือไล่ออกหรือย้ายกลับ เพราะขณะนี้ก็เป็นการลงโทษ 50% แล้ว

‘เฉลิมชัย’ ท็อปฟอร์ม ทำแฮตทริก 3 ปีซ้อน รัฐมนตรีในใจประชาชน 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539833

28 ธ.ค. 2565

‘เฉลิมชัย’ ท็อปฟอร์ม ทำแฮตทริก 3 ปีซ้อน รัฐมนตรีในใจประชาชน 

 ‘เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์’ ท็อปฟอร์ม ทำแฮตทริก 3 ปีซ้อน ติดโผผลสำรวจหลายโพล เป็น “รัฐมนตรี” ในใจประชาชน 

หากย้อนสถิติผลสำรวจโพลหลายสำนัก อาทิ มธ. ซูเปอร์โพล RIDC นิด้าโพล ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ‘พี่ต่อ’ เฉลิมชัย นับว่าทอปฟอร์ม ทุบสถิติ กระแสนิยม รัฐมนตรีที่ยังครองหัวใจพี่น้องเกษตรกรและประชาชนมากที่สุด ซึ่งเมื่อย้อนดูตั้งแต่ปี 2562 นิด้าโพลระบุว่า ประชาชนให้ความสำคัญกับรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ มากที่สุด

‘เฉลิมชัย’ ท็อปฟอร์ม ทำแฮตทริก 3 ปีซ้อน รัฐมนตรีในใจประชาชน 

ต่อมาในปี 2563 ทั้ง ซูเปอร์โพล และ RIDC เผยตรงกัน ประชาชนพึงพอใจผลงาน รัฐมนตรีเฉลิมชัย จากการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรช่วงวิกฤตโควิด -19 จนมาในปี 2564 ที่นิด้าโพล และ มธ. ยืนยันอีกครั้ง ว่าภาพรวมรัฐมนตรีที่ประชาชนชื่นชอบผลงานมากที่สุด อันดับ 1 นั่นคือ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ที่โชว์ลีลาจากผลงานสุดท็อปฟอร์มมากมาย

จนล่าสุด เมื่อสวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจอีกครั้ง เรียกได้ว่าไม่ผิดหวัง เพราะพี่ต่อ ยังคงเป็นรัฐมนตรี ในใจประชาชน ทำคะแนนด้วยเรทติ้ง 7.80 คะแนน จากผลงานประกันรายได้เกษตรกร การประกันภัยพืชผล และส่งเสริมตลาดนำการผลิต โดยยังคงเชื่อมั่นในนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โปร่งใส ตรวจสอบได้

‘เฉลิมชัย’ ท็อปฟอร์ม ทำแฮตทริก 3 ปีซ้อน รัฐมนตรีในใจประชาชน 

เรามาดูรายละเอียดสำหรับโพลล่าสุดของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ที่สำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการ ดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรณีศึกษาประชาชนในทุกสาขาอาชีพ ทั่วประเทศทั้ง 6 ภูมิภาค จำนวน 3,038 คน ระหว่างวันที่ 17-22 ธันวาคม 2565 ผลสำรวจพบว่า

นโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ประชาชนชื่นชอบและเห็นว่าเกิดประโยชน์มากที่สุด อันดับ 1 คือ นโยบาย การประกันรายได้ของเกษตรกร ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมันและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ คิดเป็น 57.50% รองลงมา คือ การประกันภัยพืชผล 41.21% และตลาดนำการผลิต 36.54% โดยประชาชนส่วนใหญ่มองว่าโครงการที่มีการดำเนินงาน และประสบผลสำเร็จมากที่สุด คือ โครงการเกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดภัย 52.14% รองลงมา ได้แก่ บริหารจัดการและ พัฒนาแหล่งน้ำ 33.57% และปฏิบัติการฝนหลวง 24.06%

‘เฉลิมชัย’ ท็อปฟอร์ม ทำแฮตทริก 3 ปีซ้อน รัฐมนตรีในใจประชาชน 

และเมื่อสอบถามถึงความต้องการให้กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์เข้าช่วยเหลือด้านใดมากที่สุด พบว่า ประชาชนต้องการให้กระทรวงเกษตรแลบะสหกรณ์ แก้ไขเรื่องปัญหาสินค้า เกษตรตกต่ำมากเป็นอันดับแรกถึง 78.67% รองลงมาคือช่วยเหลือหนี้สิน/กองทุน 53.16% และขอให้ช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ 50.92%

ขณะที่ด้านความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผลสำรวจพบว่า ประชาชนยังมีความเชื่อมั่น ในนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 77.88% ไม่แน่ใจ 17.74% และไม่เชื่อมั่น 4.38% โดยมองว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังคงมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ 65.64% ไม่แน่ใจ 29.69% และเห็นว่าไม่โปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้ที่ 4.67% โดยภาพรวม เต็ม 10 คะแนน ประชาชนให้คะแนนความพึงพอใจต่อการดำเนินงานของ “กระทรวงเกษตรและสหกรณ์” ที่ 7.66 คะแนน

‘เฉลิมชัย’ ท็อปฟอร์ม ทำแฮตทริก 3 ปีซ้อน รัฐมนตรีในใจประชาชน 

และให้คะแนนความพึงพอใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ “ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน” ที่ 7.80 คะแนน ซึ่งนับว่า ยังคงยืนหนึ่งในใจรัฐมนตรีที่ประชาชนชื่นชอบและเชื่อมั่นมากที่สุด สอดคล้องกับผลสำรวจโพลจากหลายสำนักในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ที่ระบุว่า ดร.เฉลิมชัย คือ รัฐมนตรีที่ประชาชนชื่นชอบ ผลงาน

ทั้งจากผลงานการช่วยเหลือการประกันรายได้ แก้ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ การจ่ายเงินเยียวยาเกษตรกร และสร้าง ประวัติศาสตร์ราคายางเจ๋ง พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในรอบ 3 ปี ตลอดจนผลักดันการส่งออก ตลาดนำการผลิตจนเห็นผลเป็น รูปธรรมโดนใจเกษตรกรและพี่น้องประชาชน
 

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ผลักดัน ย้ำถึง 5 ยุทธศาสตร์ นโยบายหลัก 15 ด้านมาอย่างต่อเนื่อง เน้นทำงานเชิงรุก เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับพี่น้องเกษตรกร โดยมีสโลแกนประจำตัว ที่คุ้นปากคุ้นหูกันดีว่า “ลูกผู้ชาย พูดคำไหน…ต้องเป็นคำนั้น!! ขอยึดมั่นสัญญา ทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนทุกคน เพราะครอบครัวเกษตรกร = ครอบครัวเฉลิมชัย”

“ชัชเตาปูน-นพดล”ยื่นลาออกส.ส.พลังท้องถิ่นไท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539823

28 ธ.ค. 2565

"ชัชเตาปูน-นพดล"ยื่นลาออกส.ส.พลังท้องถิ่นไท

“ชัชเตาปูน-นพดล”ยื่นลาออกส.ส.พลังท้องถิ่นไท ทำให้องค์ประชุมสภารวม 437 คน กึ่งหนึ่งเหลือ 219 คน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์สภาล่ม

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. การประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร แจ้งต่อที่ประชุมสภาฯว่า นายชัชวาลล์ คงอุดม และนายนพดล แก้วสุพัฒน์ ขอลาออกจาก ส.ส. พรรคพลังท้องถิ่นไท ทำให้สิ้นสมาชิกภาพตามรัฐธรรมนูญ 

ทำให้ ส.ส. ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ คือ 437 คน องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ 219 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้นายชัชวาลได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นที่เรียบร้อย ด้วยเหตุผลมีนโยบายการทำงานแบบบเดียวกัน นักเรียนเรียนหนังสือฟรี ให้คนหายจน แก้หนี้สินของเกษตรกร จึงคิดว่าหากร่วมงานกัน น่าจะทำให้สิ่งที่ตั้งใจสำเร็จ

“สร้างอนาคตไทย”อวด หลายพรรครุมจีบ เปรียบตัวเองเป็นชายหนุ่มรูปงาม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539814

28 ธ.ค. 2565

"สร้างอนาคตไทย"อวด หลายพรรครุมจีบ เปรียบตัวเองเป็นชายหนุ่มรูปงาม

“วัชระ”อวด “สร้างอนาคตไทย” หลายพรรครุมจีบ เปรียบตัวเองเป็นชายหนุ่มรูปงาม โปรไฟล์ดี ข้อเสียมีเพียงสิ่งเดียว พรรคดีแต่ไม่ดังพอ

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2565 นายวัชระ กรรณิการ์ รองเลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทยและประธานยุทธศาสตร์ภาคกลาง เป็นประธานการประชุมผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ภาคกลาง เพื่อเตรียมความพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งในพื้นที่ภาคกลาง ด้วยบรรยากาศสุดคึกคัก

นายวัชระ กล่าวว่า วันนี้เชื่อว่าผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ภาคกลาง ทุกคน มั่นใจในพรรค แม้จะมีกระแสข่าว แต่ยังเดินหน้าทำงานต่อเนื่องและไม่เคยคิดที่จะหยุดเดิน 

การเมืองเป็นเรื่องของความเชื่อมั่น ถ้าขาดความเชื่อมั่น ขาดใจ ก็เดินไม่ได้ โดยส่วนตัวคิดว่าวันนี้การเมืองเดินด้วย 2 เรื่อง คือ

หัวใจ คือความเชื่อมั่นอยากเดินหน้าร่วมกับพรรค

ปัจจัย ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความพร้อมของผู้สมัครแต่ละคนและสภาพแวดล้อมในแต่ละพื้นที่ 

ขอให้มั่นใจว่า พรรคมีจุดยืนที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแน่นอน หากจะมีจุดอ่อนหรือข้อเสียสำหรับพรรคนี้ มีเพียงข้อเดียว คือ เป็นพรรคที่ดีแต่ยังดังไม่พอ แต่ไม่ใช่เรื่องยากที่จะแก้ไข

“พรรคสร้างอนาคตไทยเปรียบเสมือน ชายหนุ่มรูปงาม ที่จบปริญญาเอก มีความรู้ดี ทรงดี มีฐานะพออยู่พอกิน พอพอเลี้ยงตัวและคนในครอบครัวได้ ไม่ได้ร่ำรวยมหาศาลไม่ใช่ลูกเสี่ย หรือลูกเจ้าสัวตั้งแต่เกิดที่มีเงินมหาศาล ที่จะทุ่มเทหรือจ่ายไม่อั้น ส่วนเรื่องการควบรวมพรรคเหมือนการหาเจ้าสาวมาร่วมชีวิต ที่ต้องหาคนดี ๆ เคมีเข้ากันได้ เพื่อจะส่งเสริมซึ่งกันและกัน” นายวัชระกล่าว

ขอมั่นใจว่าพรรคมีจุดยืนที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแน่นอน หากจะมีจุดอ่อนหรือข้อเสียสำหรับพรรคนี้ สำหรับผมมีเพียงแค่ข้อเดียวคือ เป็นพรรคที่ดีแต่ยังดังไม่พอ แต่ไม่ใช่เรื่องยากที่จะแก้ไข