กรมข้าวถกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ มุ่งสร้างความเข้มแข็งชาวนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701006

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานการประชุมหารือการขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว ปี 2566 โดยมีนายขจร โนวัฒน์ ผอ.สำนักส่งเสริมการผลิตข้าว น.ส.กุลศิริ กลั่นนุรักษ์ ผอ.กองวิจัยและพัฒนาข้าว นายกฤษฎิน คำตัน รักษาราชการ ผอ.กองเมล็ดพันธุ์ข้าว ตลอดจนผอ.ศูนย์วิจัยและศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวจากทั่วประเทศ และคณะกรรมการศูนย์ข้าวชุมชนระดับประเทศ เข้าร่วมที่ สำนักงานกลางศูนย์ข้าวชุมชนระดับประเทศ ต.รอบเมือง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี

นายณัฏฐกิตติ์ กล่าวภายหลังการประชุม ว่าสำหรับโครงการส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าว ปี 2566 เป็นการส่งเสริมให้ชาวนาสามารถเข้าถึงและได้ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีจากกรมการข้าวทั่วประเทศ โดยเกษตรกร สามารถเข้าร่วมโครงการโดยผ่านกลุ่มเกษตร และสถาบันเกษตรกร เช่น ศูนย์ข้าวชุมชนในพื้นที่ของแต่ละจังหวัด ในราคาตามหลักเกณฑ์ที่กรมการข้าวกำหนดไว้ เพื่อให้ชาวนามีเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดีสำหรับการเพาะปลูกและขยายพันธุ์ ซึ่งในปีนี้มีเป้าหมายดำเนินการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี 58,700 ตัน อีกทั้งยังเป็นการยกระดับปริมาณและคุณภาพผลผลิตข้าว ให้สามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้ และในส่วนเกษตรกรที่ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการในปีนี้ กรมการข้าวมีแผนการดำเนินงานโครงการนี้ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ปี ซึ่งกรมการข้าวคาดหวังว่าเกษตรกรจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากโครงการนี้

‘ประภัตร’รุกสร้างอาชีพให้เกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701007

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเปิดงานเสวนา “โครงการสานฝันสร้างอาชีพ ยกระดับรายได้เกษตรกร” ที่อาคารประชาคมวัดสมานรัตนาราม ต.บางแก้ว อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ว่าจาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจของประเทศถดถอย รายได้จากการส่งออกสินค้าลดลง การเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจหลายชนิดมีปัญหา กระทรวงเกษตรฯ ได้ส่งเสริมเกษตรกรในการประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม (พืช ปศุสัตว์ ประมง) ที่มีตลาดรองรับชัดเจน หรืออาชีพที่มีลักษณะการลงทุนค้าขายเพื่อเลี้ยงชีพในครัวเรือน โดยมีเป้าหมายการส่งเสริมอาชีพให้กับเกษตรกร ลูกหลานเกษตรกร ภายใต้โครงการ “สานฝันสร้างอาชีพ และยกระดับรายได้เกษตรกร” เน้นอาชีพที่มีตลาดรองรับชัดเจน มีการประกันราคารับซื้อ ผลผลิต สามารถสร้างรายได้ในระยะเวลา ไม่เกิน 6 เดือน มีผลตอบแทนเบื้องต้นเพียงพอต่อ การดำรงชีพ สามารถต่อยอดเป็นอาชีพที่มั่นคงต่อไปได้ในอนาคต

ทั้งนี้ โครงการสานฝันสร้างอาชีพและยกระดับรายได้เกษตรกร เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างกรมปศุสัตว์ กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่สนับสนุนสินเชื่อเกษตรกรรายย่อย โดยใช้บุคคลค้ำประกันเงินกู้ ภายใต้หลักการ 3 คนร่วมมือ1 คนกู้ 2 คนค้ำ หนี้เสียสามารถกู้ได้เงินได้ไม่เกินรายละ 100,000 บาท วงเงินกู้ทั้งหมด 30,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี ระยะเวลาปล่อยเงินกู้ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2564-31 มีนาคม 2567 ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ที่ ธ.ก.ส.สาขาใกล้บ้าน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรได้มีเงินทุนสร้างงาน สร้างอาชีพ หรือประกอบอาชีพเกษตรกรรมตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หรือประกอบอาชีพนอกภาคการเกษตร เสริมรายได้ ซึ่งใช้เงินลงทุนไม่มากนัก และต้องไม่เป็นการประกอบอาชีพในลักษณะที่ทำลายสิ่งแวดล้อมหรือผิดกฎหมาย

ผักสดหลายชนิดปรับราคารับปีใหม่ เหตุอากาศเย็นและมีน้ำค้างลงแรง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701005

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานราคาผักสดก่อนถึงช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง โดยเฉพาะที่ตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา  ซึ่งพบว่าราคาผักมีการปรับราคาจำหน่ายขึ้นแทบทุกชนิด โดยเฉพาะผักบุ้งจีน  มะเขือเทศ  ผักคะน้า ราคาปรับขึ้น พ่อค้าผักเผยว่า ผักบางชนิดขาดตลาด สาเหตุมาจากอากาศหนาว น้ำคางลงแรงทำให้ผักออกน้อยและพื้นที่เพาะปลูกน้อยลงตั้งแต่ช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา

ด้านเจ้าของแผงขายผักสด กล่าวว่า เป็นประจำทุกปีในช่วงก่อนเทศกาลปีใหม่ ผักหลายชนิดจะปรับราคาขึ้นเกือบทุกอย่าง โดยเฉพาะ ผักบุ้งจีน  มะเขือเทศ  ผักคะน้า  สาเหตุที่ราคาผักสดปรับราคาเพิ่มขึ้น คาดว่าน่าจะเป็นผลมาจากสภาพอากาศแปรปรวนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในหลายจังหวัด ที่เป็นแหล่งปลูกผักตั้งแต่น้ำท่วมช่วงกลางปีที่ผ่านมาเกษตรกรหลายรายก็ได้เลิกปลูกผักทำให้ผลผลิตออกน้อยลง พืชผักต่างๆก็ทยอยขึ้นราคาอย่างชัดเจนตามกลไกลการตลาด

โดยเจ้าของแผงขายผักสด บอกอีกว่า ทางร้านได้แจ้งลูกค้าให้ทราบตลอดถึงการปรับขึ้นราคา ของผักสดซึ่งลูกค้าก็เข้าใจโดยวันนี้ราคาผักคะน้า จาก กก.ละ 50 บาท ขึ้นเป็น กก.ละ 60  บาท, ผักบุ้งจีนจากกก.ละ 80  บาท เป็น กก.ละ 90 บาท,มะเขือเทศ จาก กก.ละ 40 บาท ขึ้นเป็นกก.ละ 50 บาท และผักชีฝรั่งจาก กก. 70 บาท เป็น กก.ละ 80 บาท ฟักทองจาก กก.ละ 35 บาท ขึ้นเป็น กก.ละ 50  บาท ส่วนโหระพา จาก กก.ละ 70 บาท ขึ้นเป็น กก.ละ 100 บาท

เจ้าของแผงขายผักสดกล่าวต่ออีกว่า ผักบางชนิดขาดตลาด เช่น ผักน้ำ  ฟักทอง โหระพา ขณะเดียวกัน ผักพื้นบ้าน อย่าง ผักเหรียงช่วงนี้ขายดีโดยขายมัดละ 10 บาทซึ่งผักเหลียงเป็นผักสมุนไพรพื้นบ้านที่มีการปลูกแพร่หลายในภาคใต้ เป็นผักกินใบ โดยนำใบอ่อนหรือยอดเพสลาดไปปรุงอาหารได้หลายเมนู บ้างก็นำมาทำเป็นแกงเหลือง ทำห่อหมก แกงจืด แกงส้ม นำไปลวกจิ้มกินกับน้ำพริก ใบสดกินพร้อมกับกับข้าวหรือขนมจีนน้ำยาที่มีรสเผ็ดจัดได้รสชาติอร่อยถูกปาก ซึ่งเป็นผักที่ต้องการของร้านอาหารในพื้นที่สั่งนำไปประกอบอาหาร  นอกจากนี้สามารถนำใบอ่อนหรือยอดเพสลาดไปทำเป็นเมนูใหม่อื่นๆ เช่น ลาซานญ่า พิซซ่าโรลหรือพายผักเหลียง ด้วยคุณสมบัติของผักเหลียง มีแคลเซียมสูง ช่วยบำรุงสายตา เส้นเอ็นและกระดูกที่เสริมให้ผู้กินมีสุขภาพแข็งแรง และช่วยให้เกษตรกรในพื้นที่ผู้มีรายได้ซึ่งก่อนปีใหม่นี้คาดราคาผักยังคงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและหลังจากนั้นก็จะมีการปรับราคาลดลงตามกลไกการตลาด ที่มักจะเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี

โซเซียลแชร์ให้ดูคำสั่งอธิบดีกรมอุทยานฯงดรับของขวัญ ก่อนถูกจับรีดส่วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701018

โซเซียลแชร์ให้ดูคำสั่งอธิบดีกรมอุทยานฯงดรับของขวัญ ก่อนถูกจับรีดส่วย

โซเซียลแชร์ให้ดูคำสั่งอธิบดีกรมอุทยานฯงดรับของขวัญ ก่อนถูกจับรีดส่วย

วันอังคาร ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 20.52 น.

27 ธ.ค.65 ความคืบหน้ากรณี พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป.นำกำลังเข้าจับกุมตัวนายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช คาห้องทำงาน พร้อมตรวจยึดเงินสดอีกประมาณ 5 ล้านบาทในตู้เซฟ พร้อมทำการแจ้งข้อหาในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือ ประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเอง เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งโดย ไม่ชอบด้วยหน้าที่ และเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบโดยทุจริต ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น ( อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : อธิบดีกรมอุทยานฯยังให้การภาคเสธ อ้างรับซองมาจริง แต่ไม่รู้ข้างในมีเงินสด)

ล่าสุด ในโลกโซเซียลมีการเปิดเผยหนังสือคำสั่งของนายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งได้ลงนามในประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเรื่อง นโยบายการไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ (No Gift Policy) เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2565 โดยมีใจความสำคัญว่า

“เพื่อให้เป็นไปตามแผนปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และเป็นการแสดงเจตนารมณ์ในการต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น เสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรและค่านิยมสุจริตในการปฏิบัติงานอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนจากการปฏิบัติหน้าที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จึงประกาศนโยบายการไม่รับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ ตลอดจนกำหนดให้เจ้าหน้าที่ต้องไม่แสวงหาเพื่อให้ได้มาซึ่งของขวัญของกำนัล หรือผลประโยชน์ที่มิชอบด้วยกฎหมาย”

นอกจากนี้ ยังมีการแชร์ภาพกราฟฟิกของนายรัชฏา พร้อมข้อความที่ระบุตัวโตๆ ว่า “กรมอุทยานงดรับของขวัญทุกชนิด” อีกด้วย ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นเพียงพิธีการเพื่อให้ดูดีเท่านั้น แต่ในทางปฏิบัติไม่สามารถแก้ไขปัญหาการทุจริตในแวดวงราชการได้จริง และเป็นเรื่องที่น่าอับอาย

สำหรับประวัติของนายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะวิทยาศาสตรบัณฑิต (วนศาสตร์) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และจบปริญญาโทจากคณะศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง

ส่วนการรับราชการเคยเป็นผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ รองอธิบดีกรมป่าไม้ ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565

‘กานา’ ยกไทยต้นแบบทำนารักษ์โลก กรมการข้าวส่งกูรูเดินทางสำรวจเตรียมช่วยพัฒนาร่วมกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701030

‘กานา’ ยกไทยต้นแบบทำนารักษ์โลก กรมการข้าวส่งกูรูเดินทางสำรวจเตรียมช่วยพัฒนาร่วมกัน

‘กานา’ ยกไทยต้นแบบทำนารักษ์โลก กรมการข้าวส่งกูรูเดินทางสำรวจเตรียมช่วยพัฒนาร่วมกัน

วันอังคาร ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.00 น.

นายกสมาคมพัฒนาเศรษฐกิจเกษตรรักษ์โลก นำ กงสุลกิติมศักดิ์สาธารณรัฐกานา เข้าพบเพื่อหารือแนวทางความร่วมมือการให้ความช่วยเหลือการพัฒนาการปลูกข้าวรักษ์โลก  BCG โมเดล ในประเทศกานา

27 ธันวาคม 2565 ที่กรมการข้าว “ดร.ภณ ทัพพินท์กร” นายกสมาคมพัฒนาเศรษฐกิจเกษตรรักษ์โลก และที่ปรึกษาอธิบดีกรมการข้าว นำ “ดร.สิชา สิงห์สมบุญ” กงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐกานา เข้าพบนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในการให้ความช่วยเหลือพัฒนาการปลูกข้าวรักษ์โลก BCG โมเดล ตามแนวทาง BCG ในประเทศกานา ซึ่งจะเป็นความร่วมมือทางด้านการเกษตรระหว่างประเทศไทยและประเทศกานา

โดยกงสุลกิตติมศักดิ์สาธารณรัฐกานา กล่าวถึงการเข้าหารือในครั้งนี้ว่า “ทางรัฐบาลและนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนเรื่องของข้าวในประเทศกานามีความสนใจในแนวทางในแนวทางพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการทำการเกษตรแบบ BCG โดยเฉพาะข้าวรักษ์โลกที่ช่วยในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ลดการใช้สารเคมี และยังเป็นแนวทางใหม่ของการทำการเกษตรโลก โดยทางประเทศกานาจะนำเอาประเทศไทยเป็นต้นแบบในการปลูกข้าว และการพัฒนาในด้านการเกษตร จึงเป็นที่มาของการเข้าหารือและขอความร่วมมือในการพัฒนาร่วมกันในครั้งนี้ 

โดยจะมีคณะสำรวจจากประเทศไทยเดินทางไปยังประเทศกานาเพื่อศึกษาแนวทางการสร้างความร่วมมือพัฒนาการปลูกข้าว เข้าสำรวจ และหาข้อมูลในเบื้องต้น ราว 30 คนก่อนที่จะนำข้อมูลมาสรุปและสร้างเป็นแผนการให้ความช่วยเหลือกับการปลูกข้าวและพัฒนาการเกษตรในประเทศกานาต่อไป” ดร.สิชา กล่าว

ด้านนายณัฏฐกิตติ์ อธิบดีกรมการข้าวกล่าวว่า “ทางกรมการข้าวยินดีสนับสนุนด้านต่างๆ ในเรื่องของการผลิตข้าวซึ่งทางกรมมีบุคลากรและมีความรู้ความชำนาญในเรื่องของการผลิตข้าวเป็นอย่างดี เมื่อทางประเทศไทยได้รับการประสานงานจากทางประเทศกานาทางกรมการข้าวก็พร้อมที่จะสนับสนุนในด้านต่างๆ เพื่อให้ทางประเทศกานาได้เกิดองค์ความรู้นำเอาไปต่อยอดการผลิตข้าวภายในประเทศอย่างเหมาะสมตามวัฒนธรรมและประเพณีของกานา ซึ่งจะช่วยให้เกิดประโยชน์ในระยะยาวกับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ 

โดยทางกรมการข้าวจะได้ส่งทีมงานจากสมาคมพัฒนาเศรษฐกิจเกษตรรักษ์โลก และยังเป็นที่ปรึกษาอธิบดีกรมการข้าว ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านเกษตรแนวทาง BCG โมเดล เดินทางไปยังประเทศกานา เพื่อนำข้อมูลในด้านต่างๆ ของประเทศกานามาสรุปและประเมินผล  ซึ่งในวันนี้ก็จะได้มีการบันทึกส่งไปยัง ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ได้รับทราบว่าได้มีการหารือในเบื้องต้นแล้วและรอให้คณะสำรวจเดินทางกลับมา จึงจะทำหนังสือเรียนนำเสนอไปอีกครั้ง และรอหนังสืออย่างเป็นทางการจากรัฐบาลกานาเพื่อสร้างเป็นบันทึกความเข้าใจร่วมกัน

ทั้งนี้กรมการข้าวเองก็มีนักวิชาการที่เชี่ยวชาญในเรื่องของเทคโนโลยีการผลิต ที่สมบูรณ์และครบวงจร แต่การถ่ายทอดเทคโนโลยีก็ต้องให้เหมาะสมกับสภาวะแวดล้อมและวัฒนธรรมของแต่ละประเทศเพื่อนำเอาไปปรับใช้ตามความเหมาะสม” อธิบดีกรมการข้าว กล่าว

ด้าน “ดร.ภณ” นายกสมาคมพัฒนาเศรษฐกิจเกษตรรักษ์โลก และที่ปรึกษาอธิบดีกรมการข้าว หนึ่งในทีมงานที่จะเดินทางไปยังประเทศกานาช่วงปลายเดือนธ.ค.นี้กล่าวว่า “เบื้องต้นได้รับทราบข้อมูลในด้านต่างๆ ของประเทศกานามาแล้วในระดับหนึ่ง และมีทั้งหมด 16 จังหวัดที่จะปลูกข้าว ซึ่งได้มีการศึกษาสภาพอากาศและสภาวะแวดล้อมในประเทศกานาแล้ว โดยมีความใกล้เคียงกับประเทศไทยในระดับหนึ่ง ซึ่งภาพรวมในการส่งเสริมการเพาะปลูกข้าวคงไม่น่าจะมีปัญหา

ส่วนเรื่องที่จะเน้นในการเข้าไปศึกษาหาข้อมูลคือเรื่องของความพร้อมในด้านต่างๆ ของทางประเทศกานาเอง โดยเฉพาะด้านบุคลากรและองค์ความรู้ต่างๆ รวมถึงสภาพของดินและน้ำว่าจะมีความเหมาะสมกับพันธุ์ข้าวประเภทต่างๆ อย่างไร และจำนำเอาข้อมูลทั้งหมดกลับมาเพื่อปรึกษากับทางกรมการข้าว เพื่อเตรียมแนวทางในการสร้างความร่วมมือพัฒนาและส่งเสริมการปลูกข้าวในประเทศกานาต่อไป” ดร.ภณกล่าว

-(016)

LIFE & HEALTH : ปีใหม่และวันเด็กนี้พาลูกหลานไปเรียนรู้ที่สวนสัตว์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/700979

LIFE & HEALTH : ปีใหม่และวันเด็กนี้พาลูกหลานไปเรียนรู้ที่สวนสัตว์

LIFE & HEALTH : ปีใหม่และวันเด็กนี้พาลูกหลานไปเรียนรู้ที่สวนสัตว์

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.10 น.

คุณพ่อคุณแม่หลายคนวางแผนว่าจะพาลูกไปเที่ยวที่ต่างๆ ช่วงเทศกาลวันหยุดยาวปีใหม่และวันเด็กที่จะถึงนี้ วัยเด็กเป็นวัยที่ควรได้เรียนรู้ทักษะชีวิต สิ่งแวดล้อมและเก็บเกี่ยวประสบการณ์นอกรั้วโรงเรียนกับครอบครัว การเปิดโลกทรรศน์จะช่วยให้ ลูกน้อยเติบโตมาฉลาดรอบด้านอย่างสมวัย พ่อและแม่สามารถกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ของลูกได้จากการพา เขาไป
สัมผัสกับสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวที่หลากหลาย เช่น เมื่อไปสวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์ หรือท่องเที่ยวตามธรรมชาติ

“สวนสัตว์” หลายคนคงนึกถึงแค่สถานที่มีสัตว์เลี้ยงในกรงเท่านั้น ในความเป็นจริงสวนสัตว์เป็นแหล่งเรียนรู้ชั้นดีของเด็กๆ และเป็นที่ที่ครอบครัวจะได้ใช้เวลาร่วมกันอีกด้วย ในต่างประเทศสวนสัตว์จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวของทั้งในกลุ่มเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ รวมทั้งนักท่องเที่ยวด้วย

สำหรับเมืองไทย องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ มีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องการจัดหา รวบรวมสัตว์ป่านานาชนิด การให้การศึกษา การอนุรักษ์และขยายพันธุ์ การวิจัย และการจัดสวนสัตว์ให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั่วไป ปัจจุบันมีสวนสัตว์อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบ คือ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวนสัตว์นครราชสีมา สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนสัตว์สงขลา สวนสัตว์อุบลราชธานี สวนสัตว์ขอนแก่น และโครงการคชอาณาจักร จ.สุรินทร์

ข้อมูลจาก นายอรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยเปิดเผยถึงการจัดกิจกรรม “องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ชวนเที่ยวสวนสัตว์ทั่วไทย ฉลองปีใหม่ 2566” เนื่องในวันส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ โดยมีกิจกรรมพิเศษต่างๆ มากมาย เทศกาลวันพิเศษสำหรับเด็กๆ ขอเชิญคุณพ่อคุณแม่พาลูกๆ ไปมีประสบการณ์การเรียนรู้ใหม่ๆในสวนสัตว์ทั่วไทย ซึ่งพร้อมใจกันลด แลก แจกแถมกันทั้งประเทศ มีไฮไลท์น่าสนใจกับเหล่ามาสคอตสัตว์น่ารักๆ และคุณลุงซานตาครอสที่จะพาเหรดมาแจกของขวัญ จับรางวัล มอบความสุขทั้งช่วงปีใหม่และวันเด็กแห่งชาติ ดังนี้

เริ่มต้นจากขึ้นเมืองเหนือ สัมผัสลมหนาวที่ “สวนสัตว์เชียงใหม่” เปิดบ้านแพนด้า พบกับ “หลินฮุ่ย” แพนด้ายักษ์ตัวเดียวในประเทศไทย ขวัญใจคนไทยทั้งประเทศ “กาลิ” แรดอินเดีย ตัวเดียวในประเทศไทย สวนไม้ดอกเมืองหนาว จัดเต็มในช่วงฤดูกาลนี้

มาทางอีสานที่ “สวนสัตว์ขอนแก่น” จัดชมสะพานดอกไม้ “Sky Walk Flora” สะพานกระจกที่ทอดผ่านฝูงยีราฟ ม้าลาย ในสไตล์ทุ่งแอฟริกา พบกับ เจ้าบอย สิงโตขาวเซียนบอลโลกที่ทำนายแม่นที่สุดในประเทศไทย สวนน้ำลอยฟ้า พิเศษสุด ด้วย ลานกางเต็นท์ ดูดาว ท่ามกลางลมหนาว บนสันเขื่อน

ไปที่ “สวนสัตว์นครราชสีมา” ซาฟารีแห่งอีสาน อยากดูช้าง ดูที่ไหนก็ได้ แต่ถ้า “ช้างแอฟริกา ตัวใหญ่ยักษ์” ต้องที่นี่ ที่เดียวเท่านั้น เพลิดเพลินกับการปั่นจักรยานชมสัตว์ จากทุ่งแอฟริกา แรดขาว เสือดาว สิงโต ควายป่า และชม “ศูนย์นกกระเรียนโลก” ที่มีนกกระเรียนนานาพันธุ์จากหลากหลายประเทศ โดยเฉพาะความสวยงามของนกกระเรียนไทยที่นี่

ส่วนที่ “สวนสัตว์อุบลราชธานี” สวนสัตว์ที่มีแนวคิด สวนสัตว์ท่ามกลางป่าธรรมชาติ ผสมกลมกลืนกับความงามของ “ป่ายางนา”ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย สอดแทรกกับการดูแลสัตว์ป่า ในรูปแบบ จังเกิ้ล ปาร์คเสือดาว เสือดำ เสือโคร่ง สิงโต ฝูงกวางชนิดต่างๆ พลาดไม่ได้ ที่ ต้องไปชม เจ้าบอย จระเข้น้ำจืดขนาดใหญ่ ความยาวกว่า 6 เมตร และขวัญใจผู้ชม พะโล้ ฮิปโปโปเตมัสแคระ ที่โด่งดังจากสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ในส่วนจัดแสดงใหม่ ดูได้ทั้งบนพื้นดินและใต้น้ำ

ล่องใต้ไปที่ “สวนสัตว์สงขลา” สวนสัตว์ที่มีวิวธรรมชาติสวยงาม “ด้วยมุมมองส่องทะเล บนยอดเขา” มาที่นี่ ต้องเดินชม“ฝูงนกเงือก” ที่มีหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งนกกก นกกาฮัง นกเงือกกรามช้าง นกชนหิน นกเงือกหัวหงอกและอื่นๆ และพบขวัญใจชาวใต้ “เจ้าจ้อน” ลิงชิมแปนซีแสนรู้ มาดเท่ ที่มาปรากฏตัวทุกช่วงเวลาแห่งความสุข

กลับมาชมความยิ่งใหญ่ทันสมัยที่สวนสัตว์ใกล้กรุงเทพฯ ที่ “สวนสัตว์เปิดเขาเขียว” จ.ชลบุรี ซึ่งได้รับการชื่นชมว่า “เป็นสวนสัตว์ที่มีความหลากหลายของกิจกรรมและการจัดแสดงสัตว์” รวมถึงซูเปอร์สตาร์ที่มีแฟนคลับติดตามกันอย่างมากมาย เช่น “คุณแฟลช” สลอธสองนิ้ว, “ขาหมู” ฮิปโปโปเตมัสพี่ใหญ่ในวงการ “หมูตุ๋น” ฮิปโปโปเตมัสแคระสุดซ่า
แก๊งหน้านิ่ง ฝูงคาปิบาร่าหนูยักษ์ ที่สำคัญต้องไปชม“พาเหรดเพนกวิน” และช้างเล่นน้ำ ที่น่าตื่นตาตื่นใจดูทุกครั้งมีความสุขทุกครั้ง และช่วงเวลานี้ยังมี “ลูกแรดขาว” ตัวน้อย วัย 4 เดือน ที่เพิ่งได้ชื่อว่า“พาวเวอร์” จอมพลังแสนซนและน่ารักมาก

แถมให้กับ “mini zoo” ที่ สวนสัตว์แห่งใหม่ที่คลองหก อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี สวนสัตว์เล็กๆ ที่มอบให้ชุมชน มีสัตว์จัดแสดงให้ชมเกือบ20 ชนิด ไปดูนกกระเรียนไทย ลีเมอร์ เต่าชนิดต่างๆ คาปิบาร่า ในบรรยากาศชาวทุ่ง เรียบง่าย สบายๆ ใกล้กรุง เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ที่องค์การสวนสัตว์จะเริ่มก่อสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่เร็วๆ นี้

ทั้งหมดนี้ “มีส่วนลด ของแถม และฟรี” โดยในวันที่ 30 ธันวาคม 2565 ส่งท้ายปี และวันปีใหม่ 2 มกราคม 2566 สวนสัตว์จัดโปรแกรม “มา 4 คน จ่ายแค่ 3 คน (ผู้ใหญ่ ชาวไทย เท่านั้น )” มอบเป็นของขวัญปีใหม่จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพร้อมรับของแจก ของรางวัลมากมายในสวนสัตว์

วันเด็กแห่งชาติ วันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2565 “คุณตาคุณยาย คุณปู่คุณย่า และหลานๆเที่ยวฟรี” ไม่ต้องเสียค่าบัตรเข้าชม เฉพาะเด็กความสูงไม่เกิน 135 เซนติเมตร และผู้สูงอายุ 60 ปี ขึ้นไป

สนใจเพิ่มเติม ติดตามได้ที่เฟซบุ๊ก : Zoothailand และเฟซบุ๊กของสวนสัตว์ทุกแห่ง ทั้งนี้สวนสัตว์เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่
08.00-17.00 น.

ทั้งนี้ องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยฯ ได้มีมาตรการด้านความปลอดภัยสำหรับรองรับนักท่องเที่ยวในทุกด้านอย่างเคร่งครัด เพื่อยกระดับมาตรฐานการเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ตามนโยบายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มุ่งให้ประชาชนมีคุณภาพที่ดีตามแนววิถีใหม่ภายใต้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์ป่า ทั้งนี้ ขอเชิญท่านที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและสมทบทุนโครงการอุปถัมภ์สัตว์ โดยสามารถบริจาคเงินผ่านบัญชี ธ.กรุงไทย สาขาวิสุทธิ์กษัตริย์ ชื่อบัญชี“กองทุนเพื่อหมีแพนด้า” เลขที่บัญชี 006-0-23655-8 ใบเสร็จสามารถไปหักภาษีได้

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ ชวนคนไทยต้อนรับปีใหม่ด้วยร่างกายที่แข็งแรง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/700977

เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ ชวนคนไทยต้อนรับปีใหม่ด้วยร่างกายที่แข็งแรง

เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ ชวนคนไทยต้อนรับปีใหม่ด้วยร่างกายที่แข็งแรง

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เดือนธันวาคม นับเป็นฤดูกาลแห่งการให้ เพื่อส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ที่จะมาถึง เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ (Virgin Active) คลับออกกำลังกายระดับโลก ชวนทุกคนมาร่วมฉลองช่วงเทศกาลอันครึกครื้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ Celebrate You “ฉลองให้คุณ” ด้วยการดูแลเอาใจใส่สุขภาพ เพื่อให้รางวัลตัวเอง

เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ ประเทศไทย และคลับชั้นนำระดับโลกทั้ง 8 แห่ง ในกรุงเทพฯ นนทบุรี และเชียงใหม่ ได้ร่วมตกแต่งสถานที่ เพื่อเพิ่มความสุข ความสนุกสนานและสีสันในการออกกำลังกายตลอดทั้งเดือน อีกทั้ง ยังจัดคลาสเลสมิลส์ ธีมเฟสทีฟ พร้อมชุดแต่งกายสุดพิเศษสำหรับเหล่าเทรนเนอร์ และเพลงชุดใหม่ที่จะช่วยเสริมสร้างจิตวิญญาณแห่งการเฉลิมฉลองให้กับทุกคนที่เข้ามาร่วมคลาส

คลาสเลสมิลส์ของ เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ เป็นหนึ่งในรูปแบบการออกกำลังกายที่ช่วยเสริมสร้างการเคลื่อนไหวร่างกายไปพร้อมกับความสนุก ด้วยจังหวะเสียงเพลง สตูดิโอที่ล้ำสมัย และอุปกรณ์คุณภาพ ซึ่งประกอบไปด้วยคลาส บอดี้ปั๊ม™ การออกกำลังแบบที่ใช้อุปกรณ์บาร์เบล ให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ พร้อมการเผาผลาญแคลอรี่อย่างเต็มที่ คลาส บอดี้คอมแบต™ การออกกำลังด้วยศิลปะการป้องกันตัวที่จะช่วยให้คุณทั้งเบิร์นแคลอรี่และลดความเครียด และคลาส บอดี้แจม™ ที่เป็นการออกกำลังกายแบบเต้น ด้วยเพลงจังหวะติดหู พร้อมให้ทุกคนมันส์ไปด้วยกัน โดยแต่ละคลาสจะใช้ระยะเวลาประมาณ 45-60 นาที และให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นการปรับและกระชับรูปร่าง เพิ่มกล้ามเนื้อให้ร่างกายที่แข็งแรงยิ่งขึ้น และที่สำคัญที่สุด ให้ความสนุกเป็นแรงกระตุ้นให้คุณรักการการออกกำลังกายแบบที่มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เพื่อผลักดันให้ทุกคนสร้างเป้าหมายออกกำลังกายที่เห็นผลเพื่อต้อนรับปีใหม่ที่จะถึงนี้ เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ ยังได้จัดโปรสุดพิเศษ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่สมัครสมาชิกระยะยาวแบบ Long Termer สามารถออกกำลังกายกับเทรนเนอร์ส่วนตัว (Personal Trainer: PT) ฟรี 4 ครั้ง สามารถสอบถามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่คลับเวอร์จิ้น แอ็คทีฟ ทุกสาขา และผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ www.virginactive.co.th ทาง Facebook @VirginActiveThailand และ Instagram @VirginActiveThailand

‘CENTRAL FOODPARK ชวนทิ้งดีกับ Hero’ ชวนประชาชนคัดแยกขยะอาหาร โดยการไม่เทรวม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/700957

‘CENTRAL FOODPARK ชวนทิ้งดีกับ Hero’  ชวนประชาชนคัดแยกขยะอาหาร โดยการไม่เทรวม

‘CENTRAL FOODPARK ชวนทิ้งดีกับ Hero’ ชวนประชาชนคัดแยกขยะอาหาร โดยการไม่เทรวม

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้นำเบอร์หนึ่งอสังหาริมทรัพย์ไทยเพื่อความยั่งยืน มุ่งมั่นสร้างโลกที่ดีขึ้นภายใต้วิสัยทัศน์ Imagining Better Futures for All พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ด้วยกลยุทธ์Power of Synergy จับมือ บริษัท คิงส์แพ็คอินดัสเตรียล จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายถุงขยะชั้นนำของไทย จัดแคมเปญ “CENTRAL FOODPARK ชวนทิ้งดีกับ Hero” สนับสนุนโครงการของกทม. เชิญชวนประชาชนคัดแยกขยะอาหารโดยการไม่เทรวม ซึ่งต่อยอดจากโครงการไม่เทรวมของกรุงเทพมหานคร นำร่องการ “แยกขยะเศษอาหาร” ใน 3 เขต คือ ปทุมวัน หนองแขม พญาไท และเดินหน้าขยายไป 50 เขต

เซ็นทรัลพัฒนา ได้รณรงค์ให้ร้านอาหารในศูนย์การค้า และศูนย์อาหารFOODPARK ทำการคัดแยกขยะอาหารโดยการไม่เทรวม ทั้งนี้ยังได้มีสิทธิพิเศษมอบถุงขยะ สำหรับลูกค้าที่สั่งอาหารDelivery กับทาง FoodPark นอกจากนี้ยังมอบสิทธิพิเศษสำหรับร้านค้าภายในศูนย์การค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการได้ส่วนลดพิเศษในการซื้อถุงขยะ Hero เพื่อแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เพื่อร่วมกันคัดแยกขยะอาหารตั้งแต่ต้นทางด้วยวิธีง่ายๆ เริ่มจากการจัดการคัดแยกเศษอาหารในบ้าน ในร้าน ใส่ถุงขยะคัดแยกชัดเจน เริ่มที่เรา เริ่มที่บ้าน เริ่มในครัว เริ่มที่รถขนขยะ กทม. แล้วต่อยอดขยายผลจนเป็นชีวิตประจำวัน เริ่มกันวันนี้ เพราะโลกร้อนรอไม่ได้ ทิ้งดี เพื่อโลกเพื่อเรา ทั้งนี้ เซ็นทรัลพัฒนา ยกระดับมาตรฐานศูนย์อาหารสู่ระดับสากล โดย foodwOrld เป็นศูนย์อาหารแห่งแรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านอาคารเขียวระดับสากล (LEED) อีกทั้งยังดำเนินการจัดการสิ่งแวดล้อมภายใต้การรับรองมาตรฐาน ISO 14001 ครอบคลุมการจัดการขยะ แยกขยะเปียก ขยะแห้งนำขยะที่แยกไปรีไซเคิลเป็นเชื้อเพลิงและหมักเป็นก๊าซชีวภาพและปุ๋ย ทำการบันทึกข้อมูลขยะขนออกเพื่อติดตามปริมาณการลดขยะฝังกลบอย่างจริงจัง ตามแผนงาน The Journey to Net Zero สู่การเป็นองค์กรปลดปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2050

แฮงค์เอ้าท์ ฉลองเทศกาลแห่งความสุข พร้อมช้อปปิ้งสุดคุ้ม ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/700952

แฮงค์เอ้าท์ ฉลองเทศกาลแห่งความสุข  พร้อมช้อปปิ้งสุดคุ้ม ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ

แฮงค์เอ้าท์ ฉลองเทศกาลแห่งความสุข พร้อมช้อปปิ้งสุดคุ้ม ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

คิง เพาเวอร์ รางน้ำ จัดงาน KING POWER CELEBRATION 2023…HAVE A NEW BESTINATION รวมร้านอาหารดังกว่า 30 ร้าน มาให้ แฮงค์เอ้าท์ พร้อมช้อปปิ้งสุดคุ้ม ทั้งที่มีไฟลท์บินและไม่มีไฟลท์บินก็ช้อปได้

เริ่มต้นเทศกาลความสุขที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำกับการเปิดไฟประดับที่ตกแต่งในธีมให้นึกถึงการออกเดินทางครั้งใหม่ที่มีสีสันและความสุข พร้อมกับการรวบรวมอาหารร้านดังกว่า 30 ร้าน มาให้อิ่มอร่อยฉลองคริสต์มาส พร้อมพาเหรดดาราศิลปินมามอบความสุขประเดิมตั้งแต่ JAYLERR หรือ เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม, เกิร์ลกรุ๊ปวง 4EVE แบรนด์แอมบาสซาเดอร์
โปรเจกท์พิเศษ MY DUTY ต่อด้วยความสุขจากพระเอกชื่อดัง ณเดชน์ คูกิมิยะ,แอลลี่-อชิรญา นิติพน

สำหรับอาหารชื่อดังที่มามอบความอร่อยในงานกับกิจกรรม Christmas Village ได้แก่ คอหมูเจ๊แดง คอหมูย่างมิชลินไกด์ในตำนานแห่งสามย่านที่ทุกคนชื่นชอบ สูตรข้าวคั่วของร้านเจ๊แดงสามย่านที่การันตีความอร่อยจาก Michelin Guide Bangkok 2019 เฮงหอยทอดชาวเล สูตรเก่าแก่จากภูเก็ต การันตีความอร่อยกับรางวัล Top 5 Street food of the World by CNN ขาหมูกระทะทองขาหมูต้มถั่วสูตรโบราณจากภูเก็ต คงรสชาติดั้งเดิมที่มาพร้อมน้ำซุปต้มถั่วลิสงแบบต้นตำรับ เล่งหงส์ซาลาเปา ภัตตาคารจีนที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย เปิดให้บริการมาอย่างยาวนานกว่า 60 ปี เมนูซิกเนเจอร์ของร้าน เช่น ซาลาเปาไข่เค็มลาวา ขนมจีบกุ้งเสี่ยวหลงเปาไส้ตับห่าน ฮ่อยจ๊อปูทะลัก by เชฟกีส ร้านฮ่อยจ๊อออนไลน์ร้านดัง จัดเต็มเมนูมาให้ทุกท่านได้อร่อยทั้ง “ฮ่อยจ๊อปูทะลัก” ที่มาพร้อมกรรเชียงปูล้นทะลัก กรอบอร่อยรสกลมกล่อม ฯลฯ อีกหลากหลายร้านชั้นนำ และเมื่อศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ที่ผ่านมา มาเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาส กับ เจฟ ซาเตอร์ ในวันเสาร์ที่ 24 ธันวาคม และพบกับ ไอซ์-พาริส ในวันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม

นอกจากนี้ ยังชวนฉลองรับปีใหม่ให้นักเดินทางที่มีไฟลท์บิน หรือไม่มีไฟลท์บินก็ช้อปได้ กับโปรโมชั่นสุดพิเศษที่มอบความคุ้มค่าต่อเนื่อง ตั้งแต่วันนี้- 2 มกราคม 2566 นี้ ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ, พัทยา, ภูเก็ต (เปิดให้บริการทุกวันทั้ง 3 สาขา) และศรีวารี (เปิดให้บริการทุกวันเสาร์-อาทิตย์) เพื่อมอบประสบการณ์ช้อปสุดคุ้มกับสินค้า ดิวตี้ ฟรี ฉลองรับปีใหม่ให้นักเดินทางที่มีไฟลท์บิน หรือไม่มีไฟลท์บินก็สามารถช้อปสินค้าดิวตี้ ฟรี ในรูปแบบโฮมเดลิเวอรี โดยเมื่อลงทะเบียนช้อปรับทันที คูปองส่วนลด 2 ใบ รวมมูลค่า 4,500 บาท และยังจัดเต็มความสุขด้วยโปรโมชั่นพิเศษลุ้นรางวัล Exclusive Dinner กับนักแสดงชื่อดัง มาริโอ้ เมาเร่อ เมื่อช้อปครบทุก 10,000 บาท (สุทธิ) และรับกระเป๋าเดินทางฟรี 1 ใบ เมื่อช้อปครบ 40,000 บาท (สุทธิ) นอกจากนี้ เพิ่มความคุ้มค่ามากขึ้นเมื่อสมัครสมาชิก คิง เพาเวอร์

สัมผัสประสบการณ์แห่งความสุขให้แฮปปี้กันยาวๆ ตลอดปีกับ คิง เพาเวอร์ ด้วยโปรโมชั่นและความบันเทิงมากมาย ตั้งแต่วันนี้-2 มกราคม 2566 โดยสามารถตรวจสอบโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับสมาชิกก่อนช้อป เพียง Add LINE Official Account : @kingpower หรือช้อป ผ่านช่องทาง CALL TO SHOP เพียงโทร.02-3387870 และ CHAT TO SHOP เพียง Add LINE : @KP_ChatToShop

ลงนามความร่วมมือ The Mall for UNHCR ช่วยเหลือสังคมโลกด้านมนุษยธรรมเพื่อผู้ลี้ภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/700959

ลงนามความร่วมมือ The Mall for UNHCR  ช่วยเหลือสังคมโลกด้านมนุษยธรรมเพื่อผู้ลี้ภัย

ลงนามความร่วมมือ The Mall for UNHCR ช่วยเหลือสังคมโลกด้านมนุษยธรรมเพื่อผู้ลี้ภัย

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ร่วมกับ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดตัวความร่วมมือ
The Mall for UNHCR ช่วยเหลือสังคมโลกด้านมนุษยธรรมเพื่อผู้ลี้ภัย พร้อมกระตุ้นการสร้างความเปลี่ยนแปลงและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันจากคนไทยเดินหน้าช่วยเหลือครอบครัวผู้ลี้ภัยทั่วโลก ด้วยแนวทางการสนับสนุนการทำงานของ UNHCR ผ่านพื้นที่กิจกรรมพิเศษน้อง Mamuang for UNHCR เมื่อวันที่ 1-7 ธันวาคม ที่ผ่านมา ณ ลาน Atrium ชั้น G เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ

ปัจจุบัน จำนวนผู้ที่ถูกบังคับให้หนีออกจากบ้านของตน เนื่องจากความขัดแย้ง ความรุนแรง การถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน และการประหัตประหาร พุ่งสูงกว่า 103 ล้านคน ซึ่งเป็นสถิติที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติการณ์ สืบเนื่องมาจากสงคราม และสถานการณ์ฉุกเฉินที่ร้ายแรงต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก อาทิ สงครามในประเทศยูเครน ซึ่งบังคับให้เกิดการพลัดถิ่นที่
ขยายตัวเร็วที่สุดและเป็นหนึ่งในสถานการณ์การพลัดถิ่นครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

“ความเร็วและจำนวนการพลัดถิ่นทั่วโลกทวีขึ้นอย่างรุนแรง ปัจจุบัน เราพบว่าในทุกๆ 77 คนบนโลกนี้ จะมี 1 คนถูกบังคับให้พลัดถิ่น นี่คืออัตราที่แทบไม่มีใครเคยคาดการณ์มาก่อนในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ท่ามกลางวิกฤตรอบโลก ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันจากทุกภาคส่วนในสังคม โดยเฉพาะความเชี่ยวชาญจากภาคเอกชนคือแรงขับเคลื่อนสำคัญในการกระตุ้นการสนับสนุนเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวก” อรุณี อัชชะกุลวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการแผนกส่งเสริมความร่วมมือภาคเอกชนสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย กล่าวถึงวิกฤตการพลัดถิ่นทั่วโลก

“การช่วยเหลือสังคมเป็นวิสัยทัศน์และแนวทางการพัฒนาสังคมขององค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจให้ประสบความสำเร็จควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม และมีความเป็นผู้นำที่พร้อมเติบโตไปในระดับโลกเราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างความเปลี่ยนแปลงในฐานะประชาคมโลกให้แก่ภาคเอกชนในประเทศไทยในโลกยุคใหม่ไร้พรมแดน” วรลักษณ์ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวถึงความร่วมมือครั้งสำคัญนี้

“เรื่องผู้ลี้ภัย ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเราอีกต่อไป การพลัดถิ่นทั่วโลกทวีขึ้นหลายเท่าตัว ทำให้การมอบความช่วยเหลือและความคุ้มครองมีความซับซ้อนขึ้นมาก เพราะฉะนั้นเรื่องเล็กๆ ที่เราทุกคนสามารถทำได้ไม่ว่าจะเป็นการช่วยสร้างการรับรู้บนช่องทางสื่อสารส่วนตัว หรือการช่วยระดมทุนจากสื่อต่างๆ ทุกการลงมือทำของทุกคนและทุกฝ่ายนั้นสำคัญและสามารถสร้างความหวังให้แก่อนาคตของผู้ลี้ภัยได้” ปิยะรัฐ “เต้” กัลย์จาฤก ผู้อำนวยการ บริษัทกันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และผู้สนับสนุนที่มีชื่อเสียงของ UNHCR กล่าวเสริ

ทุกท่านสามารถร่วมกิจกรรมในแคมเปญThe Mall for UNHCR เพื่อสะสมแสตมป์น้อง Mamuang for UNHCR ทั้ง 6 ลายที่ได้รับความสนับสนุนจากคุณวิศุทธิ์ “ตั้ม” พรนิมิตร ศิลปินวาดภาพประกอบที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศไทยและญี่ปุ่น ได้ที่เดอะมอลล์และเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ในกรุงเทพฯ เพื่อแลกรับของที่ระลึกพิเศษ โดยสามารถติดตามตารางการออกเดินทางส่งต่อความรัก ความหวังดี และมอบน้ำใจกับเพื่อนร่วมโลกของน้องมะม่วงได้บนหน้าเฟซบุ๊กเพจของ UNHCR

อรุณี อัชชะกุลวิสุทธิ์

อรุณี อัชชะกุลวิสุทธิ์

วรลักษณ์ ตุลาภรณ์

วรลักษณ์ ตุลาภรณ์

เต้-ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก

เต้-ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก