รวบ แอนดรูว์ เทต อดีตนักมวยจอมกร่าง พัวพันคดีข่มขืน-ค้ามนุษย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2591325

รวบ แอนดรูว์ เทต อดีตนักมวยจอมกร่าง พัวพันคดีข่มขืน-ค้ามนุษย์

31 ธ.ค. 2565 03:18 น.

รวบ แอนดรูว์ เทต อดีตนักมวยจอมกร่าง พัวพันคดีข่มขืน-ค้ามนุษย์

แอนดรูว์ เทต อดีตนักคิ๊กบ็อกซิ่งจอมกร่าง โดนจับกัมตัวในโรมาเนีย เป็นผู้ต้องสงสัยในคดีข่มขืนและค้ามนุษย์ โดยเชื่อกันว่า ภาพกล่องพิซซ่าที่เขาโพสต์กลายเป็นเบาะแสในการจับกุมครั้งนี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แอนดรูว์ เทต อดีตนักคิ๊กบ็อกซิ่งชาวอังกฤษเชื้อสายอเมริกัน ผู้ผันตัวไปเป็นอินฟลูเอนเซอร์บนโลกออนไลน์จนมีชื่อเสียงฉาวโฉ่ ถูกจับกุมตัวในประเทศโรมาเนีย พร้อมกับ ทริสตัน น้องชายของเขา ในฐานะผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับคดีข่มขืนและการค้ามนุษย์

นายเทตมีชื่อเสียงขึ้นมาในปี 2559 หลังจากเขาถูกตัดออกจากรายการทีวีโชว์ชื่อดังอย่าง ‘บิ๊ก บราเธอร์’ (Big Brother) เนื่องจากเผยแพร่วิดีโอทำร้ายผู้หญิงด้วยเข็มขัด จากนั้นเขาผันตัวไปเป็นอินฟลูเอนเซอร์บนโลกออนไลน์ ก่อนถูกทวิตเตอร์แบนเพราะโพสต์ข้อความว่า ผู้หญิงควรเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบหากพวกเธอถูกล่วงละเมิดทางเพศ แต่ตอนนี้ถูกปลดแบนแล้วหลัง อีลอน มัสก์ เทกโอเวอร์ทวิตเตอร์

เทตยังถูกโซเชียลมีเดียแบนอีกหลายเจ้า ไม่ว่าจะ ยูทูป, เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม และติ๊กต็อก แต่ถึงกระนั้น อดีตนักมวยวัย 36 ปีรายนี้กลับมีความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในหมู่ผู้ชายวัยหนุ่ม ด้วยการส่งเสริมความเป็นชายอย่างสุดโต่ง และการใช้ชีวิตอย่างหรูหราสุดขีด เขามักโพสต์วิดีโอโดยมีรถสปอร์ตราคาแพงหลายคันอยู่ด้วย หรือภาพตอนที่เขาอยู่บนเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว และวิดีโอการใช้ชีวิตวันหยุดอย่างฟุ่มเฟือย

ทั้งนี้ โฆษกสำนักงานเพื่อการสืบสวนอาชญากรรมและการก่อการร้าย (DIICOT) ของโรมาเนียเปิดเผยโดยไม่ระบุชื่อของ แอนดรูว์ เทต ว่า ชายชาวสหราชอาณาจักร 2 คนถูกจับกุมพร้อมกับชาวโรมาเนียอีก 2 คน ที่บ้านในกรุงบูดาเปสต์ เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 29 ธ.ค.ที่ผ่านมา

“ผู้ต้องสงสัยทั้ง 4 คน ดูเหมือนจะก่อตั้งกลุ่มอาชญากรรมโดยมีเป้าหมายในการจัดหา, ให้ที่อยู่ และใช้ประโยชน์จากผู้หญิงด้วยการบังคับให้พวเธอสร้างเนื้อหาลามกอนาจาร เผยแพร่บนเว็บไซต์เฉพาะทางเพื่อหารายได้” DIICOT ระบุ และเสริมว่า เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวผู้เสียหาย 6 คนที่ถูกใช้ประโยชน์ทางเพศโดยกลุ่มอาชญากรรมกลุ่มนี้ได้แล้ว

DIICOT เผยอีกว่า ผู้เสียหายถูกจัดหามาโดยพลเมืองชายสหราชอาณาจักรทั้งสองคน โดยหลอกว่าจะคบหากัน ก่อนจะขู่บังคับให้เหยื่อสร้างคอนเทนต์ลามกอนาจาร ตำรวจยังเผยแพร่วิดีโอขณะจับกุม แสดงให้เห็น ปืนหลายกระบอก, มีดหลายเล่ม และเงินจำนวนมากจัดแสดงอยู่ภายในห้องพักของเทตด้วย

ข่าวระบุว่า เทตย้ายไปอยู่โรมาเนียเมื่อ 5 ปีก่อน ท่ามกลางข่าวลือว่า ที่อยู่ของเทตถูกเปิดเผยหลังจากเขาโพสต์วิดีโอหาเรื่อง เกรียตา ทุนแบร์ก นักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้มคนดังวัย 19 ปี โดยคลิปดังกล่าวแสดงให้เห็นกล่องพิซซ่ากล่องหนึ่ง จากร้านท้องถิ่น ซึ่งผู้ใช้งานทวิตเตอร์เชื่อว่า นี่เป็นเบาะแสที่บอกที่อยู่ของเขา

ปัญหาระหว่างเทตกับทุนแบร์กเริ่มขึ้นเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากเขาเทตติดแท็กโพสต์คุยโวว่า เขามีรถยนต์ 33 คันที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจำออกมาปริมาณมหาศาล ซึ่งเกรียตาก็รีทวีตข้อความดังกล่าว พร้อมข้อความท้าทาย และหลังจากที่นายเทตถูกจับกุม เกรียตาก็ทวีตข้อความว่า “นี่แหละคือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณไม่รีไซเคิลกล่องพิซซ่า

รวบ แอนดรูว์ เทต อดีตนักมวยจอมกร่าง พัวพันคดีข่มขืน-ค้ามนุษย์

ที่มา : bbc

อินโดนีเซียยกเลิกกฎคุมโควิดที่เหลือทั้งหมด ชี้คนป่วยน้อย-ภูมิคุ้มกันดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2591310

อินโดนีเซียยกเลิกกฎคุมโควิดที่เหลือทั้งหมด ชี้คนป่วยน้อย-ภูมิคุ้มกันดี

31 ธ.ค. 2565 00:18 น.

อินโดนีเซียยกเลิกกฎคุมโควิดที่เหลือทั้งหมด ชี้คนป่วยน้อย-ภูมิคุ้มกันดี

ประธานาธิบดีอินโดนีเซียประกาศยกเลิกกฎคุมโควิดทั้งหมดแล้ว หลังมีจำนวนผู้ติดเชื้อกับเข้าโรงพยาบาลน้อย และมีภูมิคุ้มกันที่ดี

เมื่อวันศุกร์ที่ 30 ธ.ค. 2565 ประธานาธิบดี โจโก วิโดโด แห่งประเทศอินโดนีเซีย ประกาศยกเลิกมาตรการควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เหลือทั้งหมดแล้ว โดยให้มีผลบังคับใช้ในทันที เนื่องจากตอนนี้ จำนวนผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลอยู่ในระดับต่ำ

โจโกวีระบุว่า การระบาดของโควิด-19 อยู่ในการควบคุมมากขึ้นแล้วด้วยอัตราผู้ป่วยต่อวันเพียง 1.7 รายต่อประชากร 1 ล้านคน และในกลุ่มผู้ติดเชื้อนั้น มีเพียง 4.79% ที่ต้องรับการรักษาในโรงพยาบาล นอกจากนั้น การเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับไวรัสมรณะตัวนี้ยังต่ำด้วย

“หลังจากการพิจารณาตัวเลขสถิติอย่างรอบคอบมานานกว่า 10 เดือน วันนี้รัฐบาลตัดสินใจยกเลิกมาตรการ PPKM แล้ว” ประธานาธิบดีอินโดนีเซียกล่าว สื่อถึงมาตรการจำกัดกิจกรรมในสังคม และเสริมว่า “จะไม่มีการจำกัดการรวมตัวและการเดินทางอีกต่อไป”

ทั้งนี้ หลายเดือนที่ผ่านมารัฐบาลอินโดนีเซียบังคับใช้มาตรการ PPKM ในระดับต่ำสุดมาตลอด โดยอนุญาตให้สำนักงาน, โรงเรียน และสถานที่สาธารณะบางแห่งเปิดทำการได้เต็มความจุ แต่ยังคงบังคับให้ผู้คนสวมหน้ากากเวลาอยู่นอกอาคาร และอนุญาตให้แค่ผู้ที่ฉีดวัคซีน 3 เข็มแล้วเท่านั้นจึงจะสามารถโดยสารเครื่องบินพาณิชย์ได้

แต่ปัจจุบันจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวันของอินโดนีเซียต่ำกว่า 1,000 รายแล้ว ขณะที่โจโกวีระบุว่า ประชากรราว 98.5% ของประเทศมีภูมิคุ้มกันไวรัสแล้ว “ภูมิคุ้มกันของเราดี ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องตรวจ PCR ที่สนามบินอีกต่อไป”

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีอินโดนีเซียยังคงเรียกร้องให้ประชาชนระมัดระวังตัวต่อไป และแนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากเวลาอยู่ในที่ร่มที่มีผู้คนแออัด

ที่มา : cna , france24

“ฮุน เซน” แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความสูญเสียโศกนาฏกรรมไฟไหม้ปอยเปต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2590850

"ฮุน เซน" แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความสูญเสียโศกนาฏกรรมไฟไหม้ปอยเปต

30 ธ.ค. 2565 17:15 น.

“ฮุน เซน” แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความสูญเสียโศกนาฏกรรมไฟไหม้ปอยเปต

สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าวแสดงความเสียใจต่อเหตุโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้โรงแรมกาสิโนในเมืองปอยเปต ที่คร่าชีวิตคนงานและนักท่องเที่ยวแล้วอย่างน้อย 19 ศพ บาดเจ็บ 73 ราย

เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2565 สำนักข่าวกัมพูชา รายงานว่าสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชาได้กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งจากเหตุโศกนาฏกรรมไฟไหม้รุนแรงที่โรงแรมและบ่อนกาสิโน “แกรนด์ ไดมอนด์ ซิตี้” ในเมืองปอยเปต จังหวัดบันทายมีชัย ติดกับด่านพรมแดนของไทยเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 19 ศพ บาดเจ็บ 73 ราย

ผู้นำกัมพูชากล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการซ่อมแซมถนนสาย NR31 และ NR33 ในจังหวัดกำปอต เมื่อเช้าวันที่ 30 ธันวาคม โดยระบุว่า ช่วงเช้าวันนี้ทีมกู้ภัยได้เข้าไปค้นหาผู้ที่ยังติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของโรงแรม พร้อมกันนี้สมเด็จฮุน เซน กล่าวว่า นี่เป็นโศกนาฏกรรมร้ายแรงที่เกิดขึ้นส่งท้ายปีนี้ พร้อมขอบคุณหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะจากทางฝั่งไทยที่ร่วมด้วยช่วยกันในปฏิบัติการกู้ภัย โดยสั่งการให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ด่านข้ามแดนดำเนินไปตามปกติเพื่ออำนวยความสะดวกและนักท่องเที่ยวและขนส่งสินค้า. 

บ้านใหญ่สายใต้ “สอนไซ สีพันดอน” ยึดกุม “ลาว” เบ็ดเสร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/539994

ขุนน้ำหมึก

31 ธ.ค. 2565

บ้านใหญ่สายใต้ “สอนไซ สีพันดอน” ยึดกุม “ลาว” เบ็ดเสร็จ

เกมอำนาจบ้านใหญ่ “สอนไซ สีพันดอน” ทายาทคำไต อดีตผู้นำสูงสุดสายใต้ ยึดกุม “ลาว” หลังอดีตนายกฯ พันคำ เจอวิบากกรรมส่วนตัว ถูกบีบให้ลาออกกลางสภาฯ

บ้านใหญ่สายใต้ “สอนไซ สีพันดอน” ทายาทอดีตผู้นำสูงสุด คำไต สีพันดอน ก้าวขึ้นเป็นนายกฯ “ลาว” เบื้องลึกคือเกมชิงอำนาจ

“สอนไซ สีพันดอน” มีชัย จึงยึดกุม “ลาว” เบ็ดเสร็จ หลัง พันคำ วิพาวัน อดีตนายกฯ เจอวิบากกรรมส่วนตัว ถูกบีบให้ลาออกกลางสภาฯ 

การแถลงลาออกกลางสภาฯ ของ พันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว และที่ประชุมสภาแห่งชาติ โหวตรับรอง สอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรี เป็นนายกฯคนที่ 9 ก็แค่พิธีกรรมทางการเมืองเท่านั้น

ลึก ๆ แล้ว คณะกรมการเมือง พรรคประชาชนปฏิวัติลาว ได้คุยกันจบแล้วตั้งแต่กลางเดือน ธ.ค.2565 เมื่อเห็นว่า พันคำ วิพาวัน ประสบปัญหาส่วนตัวที่อื้อฉาว จึงต้องหาทางลง และเห็นชอบให้ สอนไซ สีพันดอน เป็นนายกฯ แทน

ข้ออ้างของพันคำ ที่ว่า สุขภาพไม่แข็งแรง จึงออกขอลาออกเพื่อรับเงินอุดหนุนบำนาญ เป็นเพียงสคริปต์ละครการเมืองของ “ลาว” เท่านั้น

ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า สปป.ลาว ปกครองโดยระบบพรรคเดียว คือพรรคประชาชนปฏิวัติลาว (พปปล.) โดยพรรคมีการประชุมใหญ่กันทุก 5 ปี เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารศูนย์กลางพรรค กรมการเมือง และเลขาธิการพรรค 

  สอนไซ สีพันดอน นายกฯลาว คนใหม่สอนไซ สีพันดอน นายกฯลาว คนใหม่

ปัจจุบัน กรมการเมืองศูนย์กลางพรรค 13 คน ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่มีอำนาจสูงสุดในการบริหารประเทศ ประกอบด้วย 1.สหายทองลุน สีสุลิด 2.สหายพันคำ วิพาวัน 3.สหายปานี ยาทอตู้ 4.สหายบุนทอง จิดมะนี  5.สหายไซสมพอน พมวิหาน 6.พล.อ.จันสะหมอน จันยาลาด 7.สหายคำพัน พมมะทัด 8.สหายสินละวง คุดไพทูน 9.สหายสอนไซ สีพันดอน 10.สหายกิแก้ว ไขคำพิทูน 11.พล.ท.วิไล หล้าคำฟอง 12.สหายสีใส ลีเดดมูนสอน 13.สหายสะเหลิมไซ กมมะสิด

กรมการเมืองทั้งหมดนี้ แบ่งออกเป็น 2 สายคือ สายเหนือ นำโดยทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศ สปป.ลาว และเลขาธิการพรรคฯ และสายใต้ ที่มี คำไต สีพันดอน อดีตผู้นำสูงสุด วัย 98 ปี เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ 

วันที่ 22 มี.ค.2564 สายเหนือ ผลักดันให้ พันคำ วิพาวัน วัย 70 กว่าปีขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี สายใต้ก็ถอย เพราะสอนไซ สีพันดอน เพิ่งมีอายุ 56 ปี ยังรอได้

พันคำเป็นนายกฯ มาได้แค่ 1 ปี 8 เดือน ก็เจอมรสุมเรื่องส่วนตัว บวกกับการไร้ความสามารถในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ จึงเกิดวิกฤตศรัทธาในตัวผู้นำ ถูกกดดันให้ลาออก

‘สีพันดอนเกรียงไกร’

คำไต สีพันดอน ผู้มากบารมีเหนือพรรค รอคอยเวลาที่ลูกชายคนโต “สอนไซ สีพันดอน” จะขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว มานานแล้ว

ปี 2549 คำไต สีพันดอน ก้าวลงจากตำแหน่งประธานประเทศ และเลขาธิการพรรคฯ ประสบความสำเร็จในการสนับสนุนให้ บัวสอน บุบผาวัน เลขานุการส่วนตัว เป็นนายกรัฐมนตรี 

เวลาเดียวกันนั้น สอนไซ สีพันดอน ลูกชายคนโตของคำไต ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าแขวงจำปาสัก ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่า เขาคือทายาททางการเมืองของคำไต

บังเอิญว่า บัวสอน บุบผาวัน มีปัญหาภายในครอบครัว คล้ายกรณีของพันคำ จึงทำให้บัวสอน ต้องลาออกจากนายกฯ ก่อนครบเทอม(5 ปี) 

 คำไต สีพันดอน สหายอาวุโส บ้านใหญ่จำปาสักคำไต สีพันดอน สหายอาวุโส บ้านใหญ่จำปาสัก

‘สอนไซผงาด’

“สอนไซ สีพันดอน” รอเวลาอยู่หลายปี ในช่วงที่กลุ่มขุนศึกสายใต้ ปีกจุมมะลี ไซยะสอน อดีตประธานประเทศ กำลังเรืองอำนาจ

กระทั่งเกิดอุบัติเหตุเครื่องบินตกที่แขวงเชียงขวาง ทำให้ผู้นำระดับสูงทั้งทหาร-ตำรวจ เสียชีวิต จึงเป็นอัสดงของสายจุมมะลี และเป็นอรุณรุ่งของ ทองลุน สีสุลิด ผู้นำสายเหนือ ขยับเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี 

ขณะเดียวกัน คำไตก็ผลักดันขุนศึกสายใต้อย่าง พล.อ.จันสะหมอน จันยาลาด คุมกระทรวงป้องกันประเทศ และ พล.ท.วิไล หล้าคำฟอง คุมกระทรวงป้องกันความสงบ(ตำรวจ) 

เมื่อ พันคำ วิพาวัน ระเริงอำนาจดันพลาดเพราะเรื่องส่วนตัว โอกาสของทายาทบ้านใหญ่จำปาสัก ก็มาถึงเมื่อปลายปี 2565

สหายสอนไซ สีพันดอน เกิดเมื่อวันที่ 26 ม.ค.2509 ที่แขวงหัวพัน สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยโอเดชา เหล่าทหารราบ-ยานเกราะ และสถาบันทหารขั้นสูงสหภาพโซเวียต

นอกจากสอนไซ จะเป็นนายกรัฐมนตรี พ่อใหญ่คำไต ยังมีทายาท 3 คน เป็นคณะกรรมการบริหารพรรค และผู้บริหารระดับสูงคือ เวียงทอง สีพันดอน ประธานศาลประชาชนสูงสุด, เวียงสะหวัด สีพันดอน รัฐมนตรีโยธาธิการและขนส่ง และอาดสะพังทอง สีพันดอน เจ้าผู้ครองนครหลวงเวียงจันทน์

ใน สปป.ลาว วันนี้ ไม่มีใครยิ่งใหญ่ไปกว่า “บ้านใหญ่สีพันดอน” แห่งลาวใต้ และนี่คือความภาคภูมิใจของสหายอาวุโสวัย 98 ปี คำไต สีพันดอน
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ               โดย … ขุนน้ำหมึก 

หักเหลี่ยม “ชัช เตาปูน” เจ้าพ่อวังน้ำเขียว “กำนันประนอม” ซบป้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/539984

ขุนน้ำหมึก

30 ธ.ค. 2565

หักเหลี่ยม “ชัช เตาปูน” เจ้าพ่อวังน้ำเขียว “กำนันประนอม” ซบป้อม

ตู่ไม่มีมนต์ขลัง “ชัช เตาปูน” โดน พล.อ.ประวิตร ฉก “กำนันประนอม” เจ้าพ่อวังน้ำเขียว กลับ พปชร. ปักธง ส.ส.โคราช ฟาดคู่ปรับเก่า สมศักดิ์ พันธ์เกษม ค่าย ภท.

หักเหลี่ยมเฉือนคม “ชัช เตาปูน” โดน พล.อ.ประวิตร ฉก “กำนันประนอม” เจ้าพ่อวังน้ำเขียว กลับ พปชร. อดมาร่วมงาน รทสช.

ปี 2564 “ชัช เตาปูน” บุกวังน้ำเขียว กล่อม “กำนันประนอม” หวังเจาะฐาน ส.ส.โคราช แต่นาทีสุดท้าย วิรัชจูงมือกำนันคนดังเข้าบ้านป่ารอยต่อฯ

ชัช เตาปูน หรือ ชัชวาลล์ คงอุดม อดีตหัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท และนพดล แก้วสุพัฒน์ ได้ยื่นใบลาออกจากพรรคพลังท้องถิ่นไท เมื่อ 26 ธ.ค.2565 ซึ่งมีผลพ้นจากสมาชิกภาพความเป็น ส.ส.ทันที โดยทั้งคู่ จะมาร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) 

จริง ๆ แล้ว ชัช เตาปูน มีชื่อว่าเป็นหนึ่งในแกนนำพรรค รทสช. ตั้งแต่สมัยแรมโบ้อีสาน เสกสกล อัตถาวงษ์ พยายามก่อการตั้งพรรคนี้ใหม่ ๆ 

ในเวลาใกล้เคียงกัน กำนันประนอม หรือประนอม โพธิ์คำ อดีต ส.ส.นครราชสีมา ก็ได้ไปเปิดตัวกับพรรคพลังประชารัฐ โดยถูกวางตัวให้เป็นผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต อ.วังน้ำเขียว

หลายคนอาจไม่ทราบว่า ปีที่แล้ว กำนันประนอมได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรคพลังท้องถิ่นไท และขยับเป็นรองหัวหน้าพรรค เมื่อเดือน พ.ย.นี้เอง  เนื่องจากชัช เตาปูน ต้องการแม่ทัพอีสาน และอยากได้ ส.ส.เขต จึงชักชวนเจ้าพ่อวังน้ำเขียวให้มาอยู่พรรคเดียวกัน

พลันที่ชัช เตาปูน เลือกจะไปช่วยลุงตู่ วิรัช รัตนเศรษฐ ก็วิ่งหากำนันประนอมพาเข้าพบลุงป้อม และส่งลงสู้ศึกสมัยหน้าในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว

  กำนันประนอม ซบอกลุงป้อม กำนันประนอม ซบอกลุงป้อม

‘ความหวังของชัช’

“ชัช เตาปูน” ไม่ได้รู้จักกับ “กำนันประนอม” เป็นการส่วนตัว ช่วงต้นปี 2564 สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ได้แนะนำให้ชัชวาลล์ รู้จักกับกำนันคนดังแห่งวังน้ำเขียว

วันที่ 17 ธันวาคม 2564 ที่โกลด์เมาเท่น วังน้ำเขียว รีสอร์ท ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท ได้เปิดตัว ประนอม โพธิ์คำ ในฐานะเลขาธิการพรรค โดยวันนั้น มีอดีต ส.ส.อีสานหลายสิบคนมาร่วมงานด้วย

พ.ศ.โน้น ชัชวาลล์ ก็หวังจะให้กำนันประนอม เป็นแม่ทัพอีสาน และหวังปักธง ส.ส.เขตให้ได้ที่สนามโคราช 

ปลายปี 2565 พรรคพลังท้องถิ่นไท มีการปรับโครงสร้างพรรค  โกวิทย์ พวงงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ส่วนชัชวาลย์ เป็นประธานที่ปรึกษาพรรค และประนอม โพธิ์คำ กลายเป็นรองหัวหน้าพรรค 

การปรับขบวนของชัช เตาปูน ก็เพื่อเตรียมสละเรือลำเก่า ไปขึ้นเรือลำใหม่ที่ชื่อ รทสช. และชัชก็หวังจะดึงกำนันประนอม ไปสนับสนุนลุงตู่ด้วยเหมือนกัน

สุดท้าย กำนันประนอมก็เลือกที่จะมุดบ้านป่ารอยต่อฯ และหวนคืนไปสวมเสื้อ พปชร.เหมือนปี 2562 เพราะเที่ยวนี้ มีเสี่ยวิรัชดูแลใกล้ชิด

‘เจ้าพ่อวังน้ำเขียว’


“กำนันประนอม” ผู้มากบารมีแห่ง อ.วังน้ำเขียว เป็น ส.ส.สมัยแรก ในนามพรรคเพื่อแผ่นดิน และสมัยที่ 2 กำนันสวมเสื้อภูมิใจไทย แข่งกับสมศักดิ์ พันธ์เกษม พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน กำนันประนอมก็เอาชนะไปได้

การเลือกตั้งสมัยที่แล้ว กำนันประนอม และสมศักดิ์ พันธ์เกษม ย้ายมาสังกัดพรรค พปชร.พรรคเดียวกัน แถมเขตเลือกตั้งโคราช ลดลงเหลือ 14 เขต เฉพาะ อ.วังน้ำเขียว ถูกผ่าซีกวิรัช รัตนเศรษฐ จึงเจรจาให้สมศักดิ์ ลง ส.ส.เขต 11 กำนันประนอมย้ายไปลง ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ช่วงหาเสียงเลือกตั้งปี 2562 กำนันประนอม ได้ช่วยแรมโบ้อีสาน ที่ลงสมัครเขต 10 และสมศักดิ์ ลงสมัครเขต 11 หลังเลือกตั้ง กำนันประนอม และแรมโบ้อีสาน ไม่ได้เป็น ส.ส.

ปัจจุบัน เสี่ยเบี้ยว-สมศักดิ์ พันธ์เกษม ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย กำนันประนอมก็ย้ายกลับ พปชร. ตามคำชักชวนของวิรัช

สมัยหน้า สนามโคราช แบ่งเป็น 16 เขต โดย อ.วังน้ำเขียว กับ อ.ปักธงชัย จะกลับมาเป็นเขตเดียวกัน กำนันประนอม ย่อมเหนือกว่าเสี่ยเบี้ยว-สมศักดิ์ 

ปี 2554 เสี่ยเบี้ยว-สมศักดิ์ สวมเสื้อชาติพัฒนา สู้กับกำนันประนอม ผู้ยิ่งใหญ่วังน้ำเขียว สวมเสื้อภูมิใจไทย ปรากฏว่า เสี่ยเบี้ยวพ่ายกำนันประนอม โดยคะแนนชี้ขาดคือ ต.ไทยสามัคคี และ ต.วังน้ำเขียว

ดังนั้น ลุงป้อมจึงประกาศอัดฉีดกำนันประนอมเต็มที่ ด้วยหวังเติมเต็ม ส.ส.เขต ตามแผนยึดโคราช ที่เสี่ยวิรัชวาดฝันไว้
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ          โดย … ขุนน้ำหมึก

รวมพรรคจิ๋วแต่แจ๋ว ปี2565 สู้ศึกเลือกตั้งปีหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540024

31 ธ.ค. 2565

รวมพรรคจิ๋วแต่แจ๋ว ปี2565 สู้ศึกเลือกตั้งปีหน้า

การเมืองร้อนแรงตลอดปี 2565 ยิ่งช่วงสิ้นปีเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเตรียมสู้ศึกเลือกตั้งปีหน้า มีทั้งพรรคสำรองเมื่ออกหัก ควบรวมพรรค ย้ายพรรค

ตลอดปี 2565 การเมืองร้อนแรงอย่างต่อเนื่องกับความสัมพันธ์ 3 ป. “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม-บิ๊กป้อม” จะรวมกันอยู่ หรือ แยกกันเดิน ถึงขั้นมีกระแส ส่งสมุนล่วงหน้าจัดตั้งทัพรองรับตัวเองกันเลยทีเดียว ป้องกันเหตุ “พรรคพลังประชารัฐ” ไม่เอา เกรงจะยืนโดดเดี่ยวเดียวดาย ไร้ที่พึ่ง

มาเริ่มกันที่ความไม่ลงรอยกันระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จากปัญหาข่าวลือโค่นล้มพล.อ.ประยุทธ์ จนทำให้สมาชิกพรรคเกิดความไม่พอใจ มีมติขับออกจากพรรค ขณะนั้น ร.อ.ธรรมนัส นำทีม ส.ส. ในก๊วนกว่า 20 ชีวิต ออกมา และเข้าร่วมเป็นสมาชิก “พรรคเศรษฐกิจไทย” ซึ่งต่างพูดกันว่า เป็นพรรครองรับพล.อ.ประวิตร 

พรรคเศรษฐกิจไทยพรรคเศรษฐกิจไทย

อีกฟากฝั่ง ที่รองรับ พล.อ.ประยุทธ์ คือ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ก่อตั้งจากองค์พิทักษ์บิ๊กตู่ที่ออกตัวแรง อย่าง “แรมโบ้อีสาน” ที่ประกาศชัดตั้งแต่แรกว่า “จะเป็นบ้านหลังที่ 2 หากวันหนึ่งพรรคพลังประชารัฐ เปลี่ยนใจไม่สนับสนุนเป็นนายกรัฐมนตรี พรรครวมไทยสร้างชาติก็พร้อมเป็นพรรคที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี” แต่ต่อมา แรมโบ้อีสาน ก็ลาออกจากพรรค จัดตั้ง “พรรคเทิดไท” เพื่อหลีกทางให้ “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” ลูกน้องข้างกายฝีมือดี เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรค พร้อมกันยกตำแหน่งล่าสุด เป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี 

พรรครวมไทยสร้างชาติพรรครวมไทยสร้างชาติ

แต่อย่างไรก็ตาม การเมืองมีเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ล่าสุดเมื่อไม่กี่สัปดาห์ พล.ประยุทธ์ ยอมรับจะไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ แรมโบ้อีสาน ก็ลาออกจากพรรคเทิดไททันที เพื่อจะกลับมารอซบออก พล.อ.ประยุทธ์ ส่วนฟาก ร.อ.ธรรมนัส ก็มีกระแสว่าจะกลับเข้ามาซบออก พล.อ.ประวิตร เช่นกัน 

ท่ามกลางกระแส 2 ป. ไม่รักกันแล้ว แต่ล่าสุด วันนี้(31 ธ.ค.) ป.คนพี่อย่าง พล.อ.ประวิตร ออกมายืนยัน “อยู่กันมา 40-50 ปี ดูแลกัน ยังรักกันเหมือนเดิม ไม่มีความขัดแย้งอะไรกัน” ถือว่า จบปีและจบปัญหาแตกหัก

ขณะเดียวกันก็มี พรรคเล็ก พรรคใหม่ ที่มีบทบาททางการเมือง สู้ศึกเลือกตั้งปี2566  เช่น

“พรรคสร้างอนาคตไทย” รวมตัวกูรูทางด้านเศรษฐกิจ อย่างนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรค , นายอุตตม สาวนายน อดีตรมว.คลัง , นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตรมว.พลังงาน เป็นฝ่ายบริหาร ชูนโยบายมุ่งแก้ปัญหาปากท้องประชาชน แม้จะเป็นพรรคเล็กและพรรคใหม่ แต่ถือว่า เสน่ห์แรงแซงโค้ง หลายพรรคติดต่อรุมจีบอยากให้ควบรวมพรรค

เด่นๆ คือ “พรรคไทยสร้างไทย” ที่มี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นหัวหน้า ซึ่ง 2 พรรคนี้ เจรจากันมานานหลายเดือน แต่ยังปิดดีลไม่ได้ เนื่องจากต่างไม่ยอมรับเงื่อนไขและวางตำแหน่งไม่ลงตัว 

แต่เกือบจะมีลุ้น เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของพรรคสร้างอนาคตไทยแจ้งหมายนัดแถลงข่าว หลายฝ่ายฟันธงว่า ควบรวมพรรคแน่นอน แต่แล้วผิดคาด เมื่อ “ไม่ใช่ควบรวมพรรค แต่เป็นเพียงพันธมิตร” เท่านั้น 

พรรคสร้างอนาคตไทยและพรรคไทยสร้างไทยพรรคสร้างอนาคตไทยและพรรคไทยสร้างไทย

ไม่เหมือน “พรรคชาติพัฒนา” ที่คุยลงตัวกับ “พรรคกล้า” ไม่ต้องรอลุ้นกันนาน จนเกิดชื่อใหม่ว่า “พรรคชาติพัฒนากล้า” ซึ่งเป็นอีกพรรคที่โดดเด่นเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เต็มไปด้วยบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งระดับประเทศมาแล้ว เช่น นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค เคยเป็นอดีตรมว.คลัง , นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรค เคยเป็นรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 

พรรคชาติพัฒนากล้าพรรคชาติพัฒนากล้า
อย่างไรก็ตามขณะนี้การเมืองไทยยังไม่มีความชัดเจน อะไรก็เกิดขึ้นได้ ปีหน้า 2566 ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ว่าจะเกิดการควบรวมพรรค ย้ายพรรค ลาออกจากพรรค หรือ “ยุบสภา” แต่ที่แน่ๆ รัฐบาลยุคพล.อ.ประยุทธ์จะครบเทอมวันที่ 24 มีนาคม 2566 หากเป็นเช่นนั้น ก็จะเกิดการ “เลือกตั้ง” วันที่ 7 พฤษภาคม 2566 ตามที่ กกต. กำหนด

สิ้นปีแล้ว”อรรถวิชช์”จี้รัฐบาลเก็บภาษีลาภลอยโรงกลั่น แก้ปัญหาราคาน้ำมัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540014

31 ธ.ค. 2565

สิ้นปีแล้ว"อรรถวิชช์"จี้รัฐบาลเก็บภาษีลาภลอยโรงกลั่น แก้ปัญหาราคาน้ำมัน

“อรรถวิชช์”จี้สิ้นปีภาษีแล้ว รัฐบาลยังไม่เก็บภาษีลาภลอยโรงกลั่น ถึงเวลารื้อโครงสร้างพลังงาน ช่วยนายทุน แต่ประชาชนเจ็บเอง

ที่ผ่านมานายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า และดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ต่างออกมาแนะการแก้ปัญหาราคาน้ำมันที่พุ่งสูง โดยให้รัฐบาลเข้าไปกำกับดูแลค่าการกลั่น เพื่อไม่ให้โรงกลั่นกำหนดค่าการกลั่นสูงเกินไป 

เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. ดร.อรรถวิชช์ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันสิ้นปีภาษี แต่รัฐบาลยังไม่มีความคืบหน้าในการเก็บภาษีลาภลอย โรงกลั่นน้ำมัน ขณะที่บริษัทโรงกลั่นเริ่มเอากำไร ไปการลงทุนเพิ่ม จ่ายเงินปันผลกันแล้ว 
 

ตนทวงเรื่องภาษีลาภลอยตั้งแต่หนี้กองทุนน้ำมันยังไม่ถึงแสนล้าน ทางกระทรวงพลังงานบอก จะไปขอบริจาคโรงกลั่น 2 หมื่นล้าน ขณะนั้นเตือนแล้วว่า โรงกลั่นเป็นบริษัทมหาชนจะบริจาคแบบนั้นได้อย่างไร มันต้องชัดเจน ให้ทำเป็นพระราชกำหนดเก็บภาษีจะชัดเจนกว่า

แต่รัฐบาลก็ไม่ทำจนถึงวันนี้ วันสิ้นปีภาษี 1 ปีผ่านไป อย่าให้ระบอบอุปถัมภ์จากธุรกิจพลังงานกัดกินประเทศ พลังงานเป็นรากฐานของราคาสินค้า ปัญหาของแพง ขอให้ผู้ใหญ่ทั้งหลายคิดให้ดี ถึงเวลารื้อโครงสร้างพลังงานหรือยัง ช่วยเขาแต่เราประชาชนต่างหากที่เจ็บ

นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2565 เตือนเรื่องกำไรเกินจริงของโรงกลั่น อันเกิดจากราคาน้ำมันสำเร็จรูป มีราคาห่างจากราคาน้ำมันดิบมหาศาล เพราะสงครามรัสเซีย-ยูเครน เมื่อช่วงต้นปี ทำให้โรงกลั่นเกิดกำไรเกินจริงไปทั่วโลก

โดยหลายประเทศมีการเก็บภาษีลาภลอยในส่วนนี้ เพื่อนำไปบรรเทาสถานการณ์พลังงาน แต่ไทยกลับไม่เก็บภาษีลาภลอย ดันไปเลือกใช้วิธีค้ำประกันหนี้ให้กองทุนน้ำมัน 1.5 แสนล้านบาท เอาเงินกู้มาอุ้มราคาพลังงาน แทนที่จะเก็บภาษีจากโรงกลั่นที่กำไรมหาศาล 

ผลคือคนไทยต้องผ่อนหนี้ให้กองทุนน้ำมันยาวถึง 7 ปี โดยรัฐบวกไว้ในราคาน้ำมันที่เราเติมแบบไม่รู้ตัว เพื่อจ่ายให้กองทุนน้ำมัน เหตุที่เป็นแบบนี้ เพราะกระทรวงพลังงานไม่กล้าไปเก็บภาษีลาภลอย ปล่อยให้โรงกลั่นโกยกำไร

ทวงเก็บภาษีลาภลอยโรงกลั่นน้ำมัน ทวงเก็บภาษีลาภลอยโรงกลั่นน้ำมัน

“บิ๊กป้อม”เปิดใจ 2ป.แยกกันเดิน ไร้ปัญหา รัก”บิ๊กตู่”ดั่งพี่น้อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540008

31 ธ.ค. 2565

"บิ๊กป้อม"เปิดใจ 2ป.แยกกันเดิน ไร้ปัญหา รัก"บิ๊กตู่"ดั่งพี่น้อง

“บิ๊กป้อม”เปิดใจ 2ป.แยกกันเดิน ไร้ปัญหาขัดแย้ง ยังรัก”บิ๊กตู่”เหมือนเดิม เปรียบเสมือนน้องชาย ขณะเดียวกันไม่ขอตอบถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ พปชร.

หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศความชัดเจนทางการเมืองจะไป “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ยิ่งถูกจับตามองถึงความสัมพันธ์กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่าถึงจุดแตกหัก แยกกันเดินจริงแล้วหรือไม่ 

เมื่อวันที่ 31 พล.อ.ประวิตร เปิดใจว่า เรื่องการเมืองเป็นการเมือง เรื่องส่วนตัวเป็นเรื่องส่วนตัว การที่ พล.อ.ประยุทธ์ แยกไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ทำให้การวางตัวและการทำงาน ลำบาก ยังเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิม เพราะอยู่กันมา 40-50 ปี เราก็ดูแลกันมา ยืนยันยังรักกันเหมือนเดิม ไม่มีความขัดแย้งอะไรกัน เพราะพรรคพลังประชารัฐ ต้องการก้าวข้ามความขัดแย้ง หัวใจสำคัญในการเดินหน้าของพรรค ตนจะไม่ขัดแย้งกับใครและที่ผ่านมาก็ไม่เคยทะเลาะกับใคร

นอกจากนี้พล.อ.ประวิตร ยังไม่ขอพูดถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของ พปชร. แม้จะมีสมาชิกพรรคเสนอชื่อจนก็ตาม เพราะต้องรอการประชุมจากพรรคก่อน และไม่ขอไม่แสดงความเห็นหากจะได้เป็น นายกรัฐมนตรี เพราะไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องผ่านขั้นตอนการเลือกในสภา

ส่วนจะเป็นคู่แข่งกับพล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ เนื่องจากก็ได้รับการสนับสนุนจากพรรครวมไทยสร้างชาติให้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเช่นกันนั้น 
พล.อ.ประวิตร ยืนยัน ไม่ถือเป็นคู่แข่ง เพราะพล.อ.ประยุทธ์เป็นน้อง แต่ถ้าทางการเมืองใครดีกว่าคนนั้นก็เป็นไป ไม่มีปัญหา 

ส่วนการย้ายพรรคของสมาชิก ก็ไม่กังวลใจ เป็นเรื่องธรรมดาของนักการเมือง มีย้ายเข้า-ออก พรรคไหนสะดวกใจกว่าได้ผลประโยชน์มากกว่าก็อยู่ที่นั่น เป็นเรื่องส่วนตัวที่บังคับกันไม่ได้

“รัฐบาล”เชิญชวน”สวดมนต์ข้ามปี”เสริมสิริมงคล มีทั้งวัดและออนไลน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540001

31 ธ.ค. 2565

"รัฐบาล"เชิญชวน"สวดมนต์ข้ามปี"เสริมสิริมงคล มีทั้งวัดและออนไลน์

“รัฐบาล”เชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรม”สวดมนต์ข้ามปี”เสริมสิริมงคลชีวิต ทั้งวัดและแบบออนไลน์ พร้อมเขียนคำอวยพรปีใหม่แบบอิเล็กทรอนิกส์

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

เสริมสิริมงคลช่วงส่งท้ายปีเก่าตอนรับปีใหม่วันนี้ 31 ธ.ค. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ขอชวนประชาชนร่วมกิจกรรม “สวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคลทั่วไทย ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับศักราชใหม่ 2566″  ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2566 ซึ่งมีกิจกรรมทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และออนไลน์ ดังนี้

ทั้งนี้ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร จัดที่วัดอรุณราชวราราม เขตบางกอกใหญ่ และ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เขตพระนคร กำหนดให้วัดพระเชตุพนฯ เป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดสัญญาณภาพกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี เชื่อมโยงกับส่วนภูมิภาคของประเทศไทยและต่างประเทศ ผ่านทางสถานีวิทยุโทรทัศน์และช่องทางอื่นๆ

ขณะที่ภูมิภาค สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด(สวจ.) ทั้ง 76 จังหวัด จัดตั้งศูนย์อำนวยการกลางการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีของจังหวัด และอำนวยความสะดวกหน่วยงานต่างๆ  

นอกจากนี้ใครที่ไม่สะดวกเดินทางไปยังวัดหรือสถานที่จัดกิจกรรม สามารถสวดมนต์ข้ามปีออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ www.prayer2566.com เพื่อเพิ่มโอกาสให้เด็ก เยาวชน และประชาชนได้มีโอกาสสวดมนต์ได้ในทุกสถานที่ ทุกช่วงเวลาตามอัธยาศัย และยังสามารถเขียนคำอวยพรในการ์ดอวยพรปีใหม่ (ส.ค.ส) แบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Card) แล้วส่งต่อให้ผู้อื่นผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ได้อีกด้วย

สวดมนต์ข้ามปีออนไลน์สวดมนต์ข้ามปีออนไลน์

“พรรคประชาธิปัตย์”ชูยุทธศาสตร์ 3 สร้าง ชิงศึกเลือกตั้ง เตรียมแถลงเร็วๆนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539982

30 ธ.ค. 2565

"พรรคประชาธิปัตย์"ชูยุทธศาสตร์ 3 สร้าง ชิงศึกเลือกตั้ง เตรียมแถลงเร็วๆนี้

“พรรคประชาธิปัตย์” เปิดยุทธศาสตร์ 3 ส. ชูเป็นนโยบาย พร้อมสู้ศึกเลือกตั้งปีหน้าแล้ว บางส่วนเหลือแค่จัดสรรผู้สมัคร พร้อมเตรียมแถลงใหญ่ ม.ค. นี้

เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้อำนวยการเตรียมการเลือกตั้งของพรรค เปิดเผยว่า ขณะนี้พรรคมีความพร้อมทุกด้านกว่า 90% เพื่อเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งที่จะถึง ส่วนอีก 10% คือ การเตรียมผู้สมัครในแต่ละพื้นที่ เพราะหลายพื้นที่ มีจำนวนผู้สนใจลงสนามและมีคุณภาพหลายคน หรือบางพื้นที่ต้องเตรียมผู้สมัครใหม่ลงแทน หลังสมาชิกผู้แทนราษฏร (ส.ส.) บางคนมีแนวโน้มจะไปสมัครในนามพรรคอื่น 
 

สำหรับนโยบายหาเสียง พรรคให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ แต่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบทุกด้าน ทั้งความเป็นไปได้ในการปฎิบัติ กรอบงบประมาณ ระยะเวลา เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ ขณะนี้หลักคิดเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งจะเป็นทั้ง มาสเตอร์แพรน (Master plan) นโยบายในการหาเสียงครั้งนี้คือ สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ 
 

สร้างเงิน โดยการแยะเป็นสองส่วนใหญ่ๆคือ สร้างเงินให้ประเทศ และสร้างเงินให้ประชาชน
สร้างคน ที่พรรคจะสนับสนุนและส่งเสริมดูแลคนตั้งแต่ในครรภ์มารดา จนส่งสู่เชิงตะกอนสร้างสวัสดิ์การเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่มั่นคงขึ้น เพราะพรรคเชื่อว่าเมื่อเราสร้างคนให้มีความความรู้และความมั่นคงในชีวิต จะแปรเปลี่ยนพลังของประชาชนให้เป็นพลังในการสร้างประเทศชาติได้อย่างมั่นคง 
สร้างชาติ ด้วยระบบประชาธิปไตย ที่สุจริต ควบคู่ไปกับการกระจายอำนาจมุ่งสู่สร้างเมืองมหานครพร้อมกับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม เพื่อเชื่อมประเทศไทยกับโลก 


นายนิพนธ์ กล่าวว่า ทั้งหมดนี้มีความคืบหน้าจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว หลังจากนี้หัวหน้าและเลขาธิการพรรคจะแถลงเปิดนโยบายพรรคประชาธิปตย์อย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมกราคม 2566