ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘ชุมชนบางน้ำผึ้งใน’ ภูมิวิถีธรรมชาติบางกะเจ้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/700366

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘ชุมชนบางน้ำผึ้งใน’ ภูมิวิถีธรรมชาติบางกะเจ้า

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘ชุมชนบางน้ำผึ้งใน’ ภูมิวิถีธรรมชาติบางกะเจ้า

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

พื้นที่สีเขียวบางกะเจ้า

อาทิตย์นี้ได้ตามรอยสยามไปเยี่ยม ชุมชนบางน้ำผึ้งใน ชุมชนต้นแบบ ๑ ใน ๑๐ ของกระทรวงวัฒนธรรมในพื้นที่เกาะบางกะเจ้า ที่อยู่ในอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่มที่น้ำท่วมถึง ชุมชนแห่งนี้อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาส่วนล่างที่ไหลออกสู่อ่าวไทย ห่างจากอำเภอพระประแดงปัจจุบัน ประมาณ ๕ กิโลเมตร ด้วยเหตุที่เป็นพื้นที่ได้รับอิทธิพลจากน้ำทะเลเข้าหนุนเนื่อง ดังนั้นช่วงเวลาที่น้ำผ่านขึ้นมาในบริเวณลำคลองต่างๆ ของชุมชน จึงทำให้ชาวบ้านได้เรียนรู้ในการใช้น้ำจากแม่น้ำเข้าทำสวนและทำให้ดินชุ่มน้ำสร้างวงจรธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุและสารอาหารของพืชนานาชนิด

ในอดีตนั้นชาวตำบลบางน้ำผึ้งมีอาชีพทำสวนผลไม้ โดยวิธีขุดช่องน้ำทำเป็น “บาง” คือ ร่องน้ำตันที่ขุดเพื่อทำสวน ที่สามารถปิดกั้นเก็บน้ำและป้องกันน้ำกร่อยในยามน้ำทะเลหนุนขึ้นมา ดังนั้นตามริมแม่น้ำเจ้าพระยาจึงปรากฏชื่อของ “บาง” ต่างๆ อยู่ตามริมแม่น้ำขึ้นไปไปจนถึงบางปะอิน ของอยุธยา เมื่อพื้นที่นี้ทำสวนทำนา น้ำหวานจากเกสรดอกไม้นานาชนิดในสวน จึงทำให้หมู่ผึ้งได้พากันมาอาศัยทำรังอยู่ตามต้นไม้ และชาวสวนแห่งนี้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์มอญ มีประเพณีทำบุญที่นำน้ำผึ้งเหล่านั้นมาตักบาตรทำบุญจนเป็นวัฒนธรรมสืบทอดกันมาด้วย ชุมชนแห่งนี้จึงมีชื่อเรียกรู้กันว่า “บางน้ำผึ้ง” อยู่ในบางกะเจ้า

กลองยาวชาวบ้าน

สำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “บางกะเจ้า”นั้นด้วยเหตุที่เส้นทางแม่น้ำนั้นน้ำไหลคดเคี้ยวและคอดกิ่ว จนทำให้เกิดภูมิลักษณะเป็น “กระเพาะหมู” นั้นเมื่อเกิดน้ำไหลเข้ามาทุกด้านและท่วมเป็นเวลานานทั้ง ๖ ตำบลของอำเภอพระประแดง พอน้ำลดลงก็ทำให้แผ่นดินนั้นกลายเป็นแอ่งธรรมชาติหรือแอ่งกระทะขนาดใหญ่ของการเพาะปลูกพืชสวนและทำนาปลูกข้าวมาแต่ครั้งอยุธยา ถือว่าเป็นพื้นที่มีโอโซนมากที่สุดและเป็นพื้นที่สีเขียวที่ใหญ่ที่สุดอยู่ใกล้กรุงเทพมหานครที่ได้รับการอนุรักษ์พื้นที่ไว้ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๒๐ให้อนุรักษ์พื้นที่สีเขียวบริเวณบางกะเจ้า ที่เป็น“ปอดของคนกรุงเทพฯ” ไว้ จากประวัติศาสตร์ชุมชนแห่งนี้น่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๐๐ ปี จากหลักฐานของการที่พื้นที่บางกะเจ้าได้มีการออกโฉนดที่ดินทุกแปลงในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แม้ว่าก่อนหน้านั้นจะได้มีการสร้างเมืองนครเขื่อนขันธ์ หรืออำเภอพระประแดง ปัจจุบันขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๒ แล้วก็ตาม ผู้คนในชุมชนนี้ส่วนใหญ่เป็นคนไทยจากภาคกลางลงมา มอญที่อาศัยมาแต่ต้นรัตนโกสินทร์ และจีนที่เดินทางค้าขายบางส่วน วันนี้ตำบลบางน้ำผึ้งมี ๑๑ หมู่บ้าน ต่อมากระทรวงมหาดไทยได้ประกาศจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบลบางน้ำผึ้ง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการขึ้น เมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๓๙มีประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไปเล่มที่ ๑๑๓ ตอนพิเศษ ๕๒ ง ลงวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๓๙ ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของบางกะเจ้า โดยมีสวนป่าชุมชนหมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๖ และหมู่ที่ ๑๑ เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจภายในบรรยากาศร่มรื่นที่มีการบริหารจัดการให้เป็นชุมชนท่องเที่ยวที่มีความรู้และความเพลิดเพลินไปกับธรรมชาติที่สามารถขี่รถจักรยานเที่ยวได้โดยรอบ การเปิดป้ายสุดยอดชุมชนบางน้ำผึ้งในให้เป็นชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชนยลวิถี” โดย ดร.ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวรปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และนายชัยพจน์ จรูญพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการนั้นจึงเป็นต้นแบบของความสำเร็จโดยชุมชนที่ทุกคนนำต้นทุนทางวัฒนธรรมของตนนั้นมาสร้างสินค้าชุมชน กิจกรรมฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม จนสร้างตลาดชุมชนที่มีสินค้าท้องถิ่นเช่นขนมจากจากต้นและลูกจาก ขนมไทย การนวดแผนไทยที่ใช้ชุดลูกประคบธัญพืชสมุนไพร การเที่ยวทางเรือและจักรยานไปตามเส้นทางมรกตให้ป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติสีเขียว จนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชุมชนอีกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจใกล้กรุงเทพมหานคร

พื้นที่สีเขียวบางกะเจ้า

พื้นที่สีเขียวบางกะเจ้า

ผังชุมชนในบางกะเจ้า

ผังชุมชนในบางกะเจ้า

ขนมกงของไทยโบราณ

ขนมกงของไทยโบราณ

เสน่ห์ร้านในชุมชน

เสน่ห์ร้านในชุมชน

สาธิตการทำขนมจาก

สาธิตการทำขนมจาก

วัดบางน้ำผึ้งใน

วัดบางน้ำผึ้งใน

พิธีเปิดชุมชุดต้นแบบบางน้ำผึ้งใน

พิธีเปิดชุมชุดต้นแบบบางน้ำผึ้งใน

ผลิตภัณฑ์ชุดธัญพืชสมุนไพร

ผลิตภัณฑ์ชุดธัญพืชสมุนไพร

นวดแผนไทย

นวดแผนไทย

จักรยานเที่ยวเส้นทางมรกต

จักรยานเที่ยวเส้นทางมรกต

คณะผู้มีส่วนร่วมของชุมชน

คณะผู้มีส่วนร่วมของชุมชน

คุณแหน : 25 ธันวาคม 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/700386

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ll ขอถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯให้ทรงหายจากพระอาการประชวร และมีพระพลานามัยแข็งแรง ทรงเป็นขวัญใจของพสกนิกรชาวไทยตลอดกาลด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม…

ll กลับจากต่างประเทศ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำเอาความสำเร็จการลงนาม PCA เพื่อเดินหน้าไปสู่ FTAในอนาคต พร้อมกับกล่าวว่า “การทำอะไรก็ตามไม่ได้ง่ายมากนัก ถ้าเราร่วมมือกันไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน ก็ไปได้หลายคนชื่นชมประเทศไทย แล้วเราภูมิใจกันบ้างหรือไม่ หลายอย่างดีขึ้น โรงแรมเต็ม หากินดีขึ้น แต่เรายังไม่พอใจฯลฯ ”…

ll จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ กล่าว “นายกรัฐมนตรีนั้นจะต้องได้เสียงจากสส.ในสภาเกินกว่ากึ่งหนึ่ง ไม่อย่างนั้นก็จะกลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย การบริหารราชการแผ่นดินก็จะไปต่อไม่ได้ดังนั้นจึงไม่ได้อยู่ที่เงื่อนไขเดียวว่าได้เสียง สส. สว. เกินครึ่งหรือไม่ แต่จะต้องมีเสียงในสภาผู้แทนฯ เกินครึ่งด้วยไม่อย่างนั้นก็บริหารไม่ได้ เป็นนายกฯได้อย่างเดียว แล้วรัฐบาลก็ไปต่อไม่ได้” พูดอีกก็ถูกอีก…

ll ส่วนรองนายกฯ วิษณุ เครืองาม กล่าว “ครม.มีมติให้ก.พ.ร. เป็นศูนย์กลางในการดำเนินการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้ส่วนราชการเพื่อให้ประชาชนมีความสะดวกในการติดต่อราชการ ทุกรูปแบบนอกจากนี้ยังมีการกำหนดเวลา ให้การปฏิบัติงานของหน่วยงาน ในกระบวนการยุติธรรมด้วย…

ll อ่าน คิดเหนือกระแสย้าย..เพื่อ ของ เสรี วงษ์มณฑา สรุป ขออธิษฐานการย้ายพรรคของสส.มีเหตุผลดีๆ ไม่ใช่เหตุผล บอกไม่ได้ขอให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งหน้าใช้วิจารณญาณ เลือกสส.ที่ดีที่สุด เข้าสภาฯเพื่อเป็นตัวแทนท่าน บ้านเมืองจะได้เจริญก้าวหน้าในอนาคต …

ll ปิดฉาก ฟุตบอลโลก เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ณ สนาม ลูซาอิล สเตเดี้ยม กาตาร์กัปตันทีม เมสซี่ นำลูกทีม อาร์เจนตินาชนะ ฝรั่งเศส โดยการยิงลูกโทษ ๔-๒เป็นการปิดฉากในทีมชาติของอาร์เจนตินาอย่างสวยงาม…

ll “นายกรัฐมนตรีห่วงใยสุขภาพของประชาชน ขอให้ดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง เฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุและผู้ป่วยดูแลร่างกายให้อบอุ่น พร้อมทั้งออกกำลังกาย และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และระมัดระวังอัคคีภัยด้วย” คำเตือนของท่านนายกฯ โดย อนุชา บูรพชัยศรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกรัฐบาล…ll

น้องนิ่ง….นิ่ง…

Aurora Diamond แบรนด์เพชรเดียวที่มีใบเซอร์ CoO พร้อมร่วมสร้างค่านิยมเพชรสร้างโลกยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/700389

Aurora Diamond แบรนด์เพชรเดียวที่มีใบเซอร์ CoO พร้อมร่วมสร้างค่านิยมเพชรสร้างโลกยั่งยืน

Aurora Diamond แบรนด์เพชรเดียวที่มีใบเซอร์ CoO พร้อมร่วมสร้างค่านิยมเพชรสร้างโลกยั่งยืน

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

Aurora Diamond ออกคอลเลคชั่นใหม่ พร้อมชวนมอบของขวัญในเทศกาลความสุขปลายปีนี้กับเครื่องประดับเพชรใบเซอร์น้ำหนักเริ่มต้นตั้งแต่0.08 กะรัต ตามปณิธานของแบรนด์ที่อยากให้คนไทยได้ใส่เครื่องประดับเพชรคุณภาพในราคาที่เอื้อมถึง พร้อมประกาศเป็นผู้นำกลุ่มธุรกิจเครื่องประดับเพชรขับเคลื่อนสร้างค่านิยมที่ยั่งยืน การันตีแหล่งที่มาของเพชรที่ได้ช่วยเหลือโลก ผู้คนและสิ่งแวดล้อม รับรองคุณภาพโดยสถาบันรับรองคุณภาพเพชรยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง De Beers ด้วยมาตรฐานใบเซอร์ Code of Origin (CoO)

ลภัสรดา ฤติวรางค์กูร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดธุรกิจเพชร บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เครื่องประดับเพชรเป็นเครื่องประดับกลุ่มหนึ่งที่วางจําหน่ายในร้านออโรร่ามานานกว่า 50 ปีเน้นคุณภาพที่มาพร้อมราคาที่เอื้อมถึง ดีไซน์ทันสมัย เรียบหรูและสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจําวัน เรามุ่งเน้นใส่ใจพิถีพิถันในการคัดสรรคุณภาพเพชรและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในช่วงเวลาที่สำคัญ เพราะเครื่องประดับทุกชิ้นเปรียบเสมือนของขวัญแห่งความสุขที่มีคุณค่าที่ให้กับตัวเองและคนที่เรารัก

ใบเซอร์ (Certificate) หรือใบรับรองคุณภาพเพชรเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเสริมความมั่นใจของผู้บริโภค ในการตัดสินใจซื้อเครื่องประดับเพชร เพราะมีการรับรองคุณภาพเพชรจากสถาบันที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการประเมินคุณภาพเพชรโดยตรงเป็นกลางและมีความน่าเชื่อถือ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงเครื่องประดับเพชรใบเซอร์ในช่วงน้ำหนักเพชรที่หลากหลายมากขึ้น ออโรร่าไดมอนด์เป็นแบรนด์แรกในประเทศไทยที่นำเสนอคอลเลคชั่นเครื่องประดับเพชรใบเซอร์น้ำหนักเริ่มต้นตั้งแต่ 0.08 กะรัตขึ้นไป ซึ่งถือว่าเป็นช่วงน้ำหนักเพชรที่หลากหลายมากกว่าในท้องตลาด เพราะแบรนด์เพชรทั่วไปจะรับรองเพชรใบเซอร์น้ำหนักตั้งแต่ 0.30 กะรัตขึ้นไปเท่านั้น แต่เพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าได้ครอบครองเพชรใบเซอร์ที่มีคุณภาพในราคาจับต้องได้ ออโรร่าไดมอนด์จึงขยายช่วงน้ำหนักเพชรใบเซอร์ในขนาดที่เล็กลง เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการเพชรใบเซอร์ขนาดเล็กด้วย พร้อมคัดเลือกสถาบันระดับโลกที่มีความน่าเชื่อถือยาวนานกว่า 140 ปี อย่าง De Beers สถาบันรับรองคุณภาพเพชรจากประเทศอังกฤษ มารับรองคุณภาพเพชรและแหล่งที่มาโดยใบเซอร์ที่มีสัญลักษณ์ Code of Origin (CoO) มั่นใจได้ว่าลูกค้าจะได้รับมอบเพชรแท้ที่มีคุณภาพระดับสากลอย่างแน่นอน เนื่องจากDe Beers ตรวจสอบเฉพาะเพชรที่มาจากธรรมชาติเท่านั้น จึงปราศจากเพชรสังเคราะห์หรือเพชรเลียนแบบพร้อมรับรองมาตรฐาน 5C’s ซึ่งเหนือกว่าเกณฑ์ประเมินทั่วไปที่ใช้หลัก 4C’s ประเมินเพชรตามรายละเอียดที่มีทั้งสี (Color) น้ำหนัก (Carat) ความสะอาด (Clarity) การเจียระไน (Cut) และความมั่นใจ (Confidence) ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเพชรเม็ดนี้มาจากธรรมชาติ และค้นพบโดย De Beers รหัสนี้เป็นข้อความที่จารึกลงบนเพชรของคุณ และไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

นอกจากนี้ ออโรร่าไดมอนด์ยังมีเครื่องประดับเพชรสุดเลอค่า LEVA Collection ถือเป็นเครื่องประดับเพชรไลน์พรีเมียมที่เป็นเพชรแท้หายาก พบเพียง2% ในโลก มีน้ำหนักตั้งแต่ 0.18 กะรัตขึ้นไปและได้รับใบเซอร์รับรองจาก 3 สถาบัน ได้แก่De Beers Institute of Diamond (เดอเบียร์ส), Sarine(ซารีน) และใบรับรองจาก Aurora Diamond โดยความงดงามฉบับเพชรแท้ของ Aurora Diamondที่อยู่ใน LEVA Collection โดดเด่นที่เอกลักษณ์ของเพชรแท้ที่หายากมาก จากการคัดสรรเพชรที่เปล่งประกายงดงามที่สุดระดับ Ultimate Light Performance ทุกเม็ดและแสงที่ส่องประกายเหนือกว่านี้สามารถสัมผัสได้ด้วยตาเปล่า เหมาะสำหรับเป็นของขวัญเลอค่าให้กับคนพิเศษในช่วงเวลาแสนพิเศษนี้ นอกจากมั่นใจในความสวยงามและคุณภาพแล้ว ผู้ครอบครอง Aurora Diamond ยังภาคภูมิใจจากการเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโลกยั่งยืน ด้วยการมีส่วนช่วยเหลือผู้คนตั้งแต่ต้นน้ำในอุตสาหกรรมเพชรในหลากหลายมิติ ทั้งด้านการศึกษา ส่งเสริมอาชีพ ด้านสาธารณสุขรวมไปถึงการปกป้องเด็กและสตรี ไปจนถึงช่วยเหลือด้านสิ่งแวดล้อมจากการอนุรักษ์สัตว์ป่าและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ในปี 2030

ร่วมเติมเต็มความสุขและรอยยิ้มให้ทั้งผู้ให้และผู้รับ มอบของขวัญล้ำค่าในเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง ด้วย Aurora Diamond แบรนด์เพชรเดียวที่มีเพชรใบเซอร์ CoO น้ำหนัก 0.08 กะรัตสู่การเป็นเจ้าของความงดงามเปล่งประกายที่จับต้องได้ที่ Aurora Diamond ในร้านห้างเพชรทองออโรร่า215 สาขาทั่วประเทศ หรือติดตามได้ที่ www.auroradiamondofficial.com และ facebook.com/AuroraDiamondOfficial

แหวกฟ้าหาฝัน : เที่ยวเมืองชายแดน Passau

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/700365

แหวกฟ้าหาฝัน : เที่ยวเมืองชายแดน Passau

แหวกฟ้าหาฝัน : เที่ยวเมืองชายแดน Passau

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนมิวนิค และชอบแคว้นบาวาเรีย เมืองชายแดนเมืองหนึ่งที่มีความสวยงามและน่าสนใจ อีกทั้งอยู่ไม่ไกลจากมิวนิคมากนักก็คือ Passau เมืองทางทิศตะวันออกสุดของเยอรมนีที่อยู่ห่างจากมิวนิคทางรถไฟเพียงแค่ 2 ชั่วโมงเศษเท่านั้น มีความพิเศษตรงที่เป็นเมืองที่เป็นทางเชื่อมของแม่น้ำ 3 สาย คือ แม่น้ำ Danube, Inn และ Ilz

เมือง Passau มีประวัติย้อนไปถึงคริสต์ศตวรรษที่ 2 เมื่อชาว Boii ถูกไล่ออกจากทางเหนือของอิตาลีมาตั้งรกรากอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ ที่นี่เลยกลายเป็นอาณานิคมของโรมันโดยมีชื่อว่า Batavis ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 2-5 St.Severinus ได้ตั้งสำนักสงฆ์ขึ้นหลังจากนั้นอีกกว่า 200 ปี Archbishop Boniface จึงได้สถาปนา Diocese ofPassau ซึ่งถือเป็นสำนักสงฆ์ที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนีของจักรวรรดิโรมันโดยดูแลทั้งแคว้นบาวาเรียและออสเตรีย

ในยุครุ่งเรืองของเรอเนสซองส์ เมืองนี้เป็นโรงงานผลิตมีดดาบที่สำคัญ ผู้ผลิตต้องประทับตรายี่ห้อของตัวเองไว้จนเกิดความเชื่อที่ว่า มีดดาบจากเมืองนี้ทำให้ผู้ถือฟันแทงไม่เข้าจนกลายเป็นตัวอย่างให้กับเมืองอื่นเลียนแบบในการทำการตลาดของการค้าอาวุธ การตลาดมีดดาบของเมืองนำความรุ่งเรืองมาสู่เมืองอยู่หลายศตวรรษจวบจนกระทั่งปี 1662 เมืองก็ประสบหายนะจากไฟไหม้ หลังจากนั้นรัฐบาลต้องสร้างเมืองขึ้นใหม่ จึงหันมาใช้สถาปัตยกรรมแนวบาโรกซึ่งเป็นแนวทางที่ทันสมัยที่สุดในช่วงเวลานั้น Passau ยังคงให้ความสำคัญกับศาสนจักรเรื่อยมาจวบจนปี 1803 ที่รัฐบาลได้ทำการแยกศาสนจักรออกจากทางโลกอันเป็นผลมาจากการแบ่งแยกระหว่างแคว้นบาวาเรียกับซาล์สบวก

Dreiflusseeck

Passau เป็นอีกเมืองหนึ่งที่ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เคยมาอยู่ และเป็นเมืองสำคัญในการทำสงครามโลกครั้งที่สองโดยเป็นที่กักกันขนาดย่อมถึง 3 แห่ง ในการประกาศยอมแพ้อย่างเป็นทางการของเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่สองนั้น Passau ก็เป็นอีกเมืองหนึ่งที่นายพล Stanley Eric Reinhart ผู้บังคับบัญชาที่อยู่ประจำเมืองนี้ประกาศยอมแพ้แบบไม่มีเงื่อนไข หลังสงครามโลก ทหารสหรัฐฯ ได้เป็นผู้ควบคุมดูแลเมืองนี้อยู่เป็นเวลานาน เมืองนี้จึงหมดความสำคัญลง หลังเยอรมันตะวันออกและตกควบรวมกันในปี 2000 เมืองนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นอีกครั้ง แต่โชคร้ายในวันที่ 2 มิถุนายน 2013 เกิดน้ำท่วมใหญ่ขึ้นกลางเมืองหลังฝนตกอย่างหนักหลายวันจนทำให้น้ำท่วมกลางเทศบาลเมืองเฉกเช่นเดียวกันกับหายนะที่เคยเกิดขึ้นในปี 1501 ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับเมืองเป็นอย่างมาก

ถึงกระนั้นก็ตาม นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสเยือนเมืองนี้ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายให้เยือนโดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งปากน้ำที่แม่น้ำทั้งสามมาบรรจบกันที่เรียกว่า Dreiflusseeck ณ บริเวณ Niederhaus Castle โดยน้ำจากแม่น้ำทั้งสามจะมีสีต่างกันนั่นคือ สีเขียวจากแม่น้ำ Inn ซึ่งไหลตรงจากเทือกเขาแอลป์สีฟ้าจากแม่น้ำดานูป และสีดำจากแม่น้ำ Ilz นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายที่น่าสนใจ อาทิ เมืองเก่าที่มีตึกหลากสีห้างสรรพสินค้าที่มีดีไซน์สวยเก๋ St.Stephen Cathedral, Museum of Modern Art และ Glass Museum

โซไซตี้ : ‘เคทีซี’ ยืนหนึ่ง 4 ปีซ้อน ครองมาตรฐานความปลอดภัยข้อมูล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/700387

โซไซตี้ : ‘เคทีซี’ ยืนหนึ่ง 4 ปีซ้อน ครองมาตรฐานความปลอดภัยข้อมูล

โซไซตี้ : ‘เคทีซี’ ยืนหนึ่ง 4 ปีซ้อน ครองมาตรฐานความปลอดภัยข้อมูล

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยตัวแทนสายงานหลัก รับมอบ 2 ใบรับรองมาตรฐานการจัดการความปลอดภัยของข้อมูล ISO/IEC 27001: 2013 และมาตรฐานการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล ISO/IEC 27701: 2019 โดยเป็นสถาบันการเงินรายแรกและรายเดียวในประเทศไทยที่ต่ออายุการรับรองมาตรฐานทั่วองค์กร ครอบคลุมทั้งศูนย์ข้อมูล (Data Center) และทุกกระบวนการทำงานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำของธุรกิจหลัก บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคลและการรับชำระเงิน ซึ่งการได้รับมาตรฐานสำคัญต่อเนื่องนี้ ช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นและเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่าเคทีซีมุ่งเน้นความสำคัญกับระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ในการปกป้องข้อมูลของลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนให้ปลอดภัยจากการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต โดย บุคลากร ใจดี ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายและการตลาด บริษัท บีเอสไอ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด สถาบันรับรองมาตรฐานแห่งชาติของประเทศอังกฤษให้เกียรติมอบใบรับรองฯ ณ เคทีซี อาคารสมัชชาวาณิช 2

มาตรฐาน ISO/IEC 27001: 2013 และ ISO/IEC 27701: 2019 ออกให้โดยสถาบันรับรองมาตรฐานแห่งชาติของประเทศอังกฤษ (The British Standards Institution-BSI) โดยได้เข้าตรวจประเมินวิธีปฏิบัติงานของเคทีซีว่าเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ เพื่อให้แน่ใจว่าเคทีซีได้จัดการและปกป้องข้อมูลของบริษัทและข้อมูลส่วนบุคคลของผู้มีส่วนได้เสีย พนักงานและลูกค้าองค์กรให้มีความปลอดภัย (Confidentiality)ถูกต้อง ครบถ้วนสมบูรณ์ (Integrity) และพร้อมใช้งาน (Availability) ภายใต้ระบบจัดการความปลอดภัยของข้อมูล (Information Security Management System:ISMS) และระบบจัดการข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Information Management System: PIMS) ที่มีประสิทธิภาพ

ISO/IEC 27001:2013 เป็นมาตรฐานสากลสำหรับระบบจัดการความปลอดภัยของข้อมูล(Information Security Management System : ISMS) เพื่อให้องค์กรนำข้อกำหนดไปใช้ในการประเมินความเสี่ยง ออกแบบด้านการรักษาความปลอดภัยและการนำไปปฏิบัติ รวมถึงการบริหารจัดการความปลอดภัยของข้อมูล ทั้งในรูปแบบของดิจิทัลและเอกสาร มาตรฐานนี้จะให้การรับรองว่าองค์กรได้ดำเนินงานสอดคล้องกับกฎหมายกฎระเบียบ ข้อบังคับและข้อกำหนดตามสัญญาอันเกี่ยวเนื่องกับข้อมูลสำคัญ

ISO/IEC 27701:2019 เป็นมาตรฐานการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นส่วนขยายจากISO/IEC 27001 มาตรฐานการจัดการความปลอดภัยของข้อมูล และมาตรฐาน ISO/IEC 27002หลักปฏิบัติสำหรับการควบคุมความปลอดภัยของข้อมูล เพื่อให้องค์กรสามารถบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Information ManagementSystem : PIMS)ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำไปประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ได้เสริมความแข็งแกร่งของระบบการจัดการความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลที่มีอยู่ให้ดียิ่งขึ้น ลดความเสี่ยงอันเนื่องมาจากการละเมิดความเป็นส่วนบุคคลของผู้มีส่วนได้เสีย พนักงานและลูกค้าขององค์กร

Science Update : เพนกวินจักรพรรดิกำลังลำบาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/700380

Science Update : เพนกวินจักรพรรดิกำลังลำบาก

Science Update : เพนกวินจักรพรรดิกำลังลำบาก

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

องค์การประมงและสัตว์ป่าแห่งสหรัฐฯ ออกคำเตือนว่า เพนกวินจักรพรรดิของแอนตาร์กติกากำลังถูกคุกคามหนัก จากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมกับประกาศเรียกร้องอย่างเป็นทางการให้มีการคุ้มครองเพนกวินจักรพรรดิภายใต้ กฎหมายว่าด้วยสัตว์ใกล้จะสูญพันธุ์ หรือ (ESA)

นกทะเลที่บินไม่ได้ชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปแอนตาร์กติกา แต่หน่วยงานของสหรัฐฯ กล่าวว่า อุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรที่ร้อนขึ้นซึ่งเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศได้กลายมาเป็นภัยคุกคามต่อสภาพแวดล้อมในทะเลน้ำแข็งสำหรับเพนกวิน ซึ่งสัตว์เหล่านี้ต้องการเพื่อขยายพันธุ์ ออกล่าหาอาหาร และหลบหลีกจากสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ

นอกจากนี้แล้ว การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศยังลดอัตราการแพร่พันธุ์ในอาณานิคมของเพนกวินจักรพรรดิ อย่างเช่นที่อาณานิคม Halley Bay ในทะเล Weddell ซึ่งเป็นอาณานิคมของเพนกวินจักรพรรดิที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ซึ่งเจ้าหน้าที่กล่าวว่า สภาพน้ำแข็งที่ย่ำแย่มาเป็นเวลาหลายปีในพื้นที่รอบๆ อาณานิคมทำให้นกเพนกวินเกิดใหม่ทั้งหมดจมน้ำตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา

ตะลอนเที่ยว : วันมูลนิธิสิรินธร ประจำปี 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/700362

ตะลอนเที่ยว : วันมูลนิธิสิรินธร ประจำปี 2565

ตะลอนเที่ยว : วันมูลนิธิสิรินธร ประจำปี 2565

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มูลนิธิสิรินธร จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการรักษาพยาบาล (คิลานเภสัช) การศึกษาอบรมวิชาพยาบาล การส่งเสริมพระพุทธศาสนา การก่อสร้างและบูรณะโรงพยาบาล รวมทั้งให้ความร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธยย่อ ส.ธ. ภายใต้พระชฎาล้อมกรอบด้วยแถบผ้าด้านล่าง มีข้อความว่า มูลนิธิสิรินธรเป็นเครื่องหมายของมูลนิธิ

สถานพยาบาลของมูลนิธิสิรินธร ตั้งอยู่ในบริเวณวัดชูจิตธรรมาราม ถนนพหลโยธิน อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดให้บริการตรวจรักษาพระภิกษุ สามเณร และประชาชนที่อาศัยในบริเวณใกล้เคียงกับสถานพยาบาลของมูลนิธิสิรินธร เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2520

ปัจจุบันสถานพยาบาลของมูลนิธิสิรินธรให้บริการตรวจสุขภาพ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ แก่พระภิกษุ สามเณร และประชาชน ปีละมากกว่า 1,000 ราย ต่อมาในปี พ.ศ. 2543 ได้เปิดห้องพยาบาลในอาคารเรียนกฤษณเวฬุพุทธาราม ตำบลทองเอน อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี 

สถานพยาบาลของมูลนิธิสิรินธรทั้งสองแห่งให้บริการโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายใดๆจากผู้ไปขอรับบริการ ในเรื่องต่อไปนี้ ตรวจสุขภาพ รักษาเบื้องต้นทางด้านอายุรกรรมจักษุกรรม และทันตกรรม ดูแลด้านโภชนาการโดยทำโครงการสามเณรน้อยเติบโตสมวัย เพื่อให้สามเณรทุกรูปมีสุขภาพสมบูรณ์

และเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2565 เวลา09.00 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดงาน วันมูลนิธิสิรินธร ประจำปี 2565 เพื่อจัดหาทุนสำหรับบริหารกิจการของสถานพยาบาลของมูลนิธิสิรินธรโดยจัดงาน ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานการแสดงชุด เที่ยวไปในแดนชวา ซึ่งเป็นบทพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงระนาดเอกร่วมกับวงดนตรีไทยสายใยจามจุรี และวงดนตรีสากลสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วงอังกะลุง และการจับระบำ โดยคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมกับวงกาเมลันสำนักการสังคีต กรมศิลปากร

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/700363

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ปี 2022 กำลังจะผ่านไป ทีมงานข่าวต่างประเทศจึงขอรวบรวมภาพเด็ดและสุดแปลกประจำปี ที่ผ่านการคัดสรรแล้วโดยสำนักข่าว Reuters มาให้ได้ชมกันส่งท้ายปลายปี ก่อนที่ในปีหน้า จะได้มาพบเจอกันใหม่ที่นี่เหมือนเดิม

ฉลองแชมป์ : แฟนบอลทีมชาติฟ้า-ขาว อาร์เจนตินา หลายแสนคน ไปรวมตัวกันที่ถนนโดยรอบอนุสรณ์สถานเสาโอบีลิสก์ ใจกลางกรุงบัวโนไอเรส เพื่อร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของนักเตะทีมชาติอาร์เจนตินา ที่สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2022 มาครองเป็นสมัยที่ 3 ได้อย่างยิ่งใหญ่

ตบสะท้านโลก : วินาทีที่ วิลล์ สมิธ ขึ้นไปตบหน้า คริส ร็อค จนหน้าหัน เพราะไม่พอใจที่ฝ่ายหลังพ่นมุขตลกลามปามถึงภรรยาอันเป็นที่รักของเขา ระหว่างงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 94 ที่ฮอลลีวู้ด นครลอสแองเจลิส จนกลายเป็นข่าวดังกระฉ่อนโลก

ป้องกันไว้ก่อน : เจ้าหน้าที่ห้องอาหารในโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น สาธิตวิธีการรับประทานอาหารในโคมไฟใสแยกส่วน ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าที่เข้ามารับประทานอาหารยังสามารถเอร็ดอร่อยกับอาหารร่วมกับเพื่อนๆ พร้อมกับป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 ในได้เวลาเดียวกัน

ผลงานภาพ 3 มิติ : ซาชิ ศิลปินชาวญี่ปุ่น แสดงผลงานการสร้างสรรค์ภาพใบหน้าน้องแมวในแบบ 3 มิติ ด้วยการใช้ขนสัตว์จริงๆ จนดูเหมือนใบหน้าน้องแมวโผล่จากกรอบรูปจริงๆ ที่บ้านของเธอในเมืองซางะมิฮาระ ประเทศญี่ปุ่น

หนังสือเด่น : เรียนรู้เรื่องความฉลาดทางการเงิน เพื่อบริหารจัดการเงินให้งอกเงย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/700379

หนังสือเด่น : เรียนรู้เรื่องความฉลาดทางการเงิน  เพื่อบริหารจัดการเงินให้งอกเงย

หนังสือเด่น : เรียนรู้เรื่องความฉลาดทางการเงิน เพื่อบริหารจัดการเงินให้งอกเงย

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ทุกๆวันมีคนออกไปทำงานหาเงิน ทำงานหนัก มีรายได้เพิ่มขึ้นทุกปี แต่ไม่สามารถเป็นคนร่ำรวยได้ หรือบางคนพลิกผันถูกลอตเตอรี่รางวัลที่1 ที่ชีวิตผลิกผันกลายเป็นคนรวยเพียงชั่วค่ำคืน แต่สุดท้ายไม่นานก็กลับมาเป็นคนจนอีกครั้ง ความร่ำรวยไม่ได้วัดกันว่ามีเงินมากแค่ไหน แต่จะวัดกันว่าสามารถจัดการเรื่องเงินให้งอกเงยขึ้นมาได้อย่างไร มีเงินมากแต่ถ้าจัดการไม่เป็น เพียงระยะเวลาไม่นานก็หมดไปอย่างง่ายดาย และนับตั้งแต่เกิดวิกฤติการณ์โควิด-19 ระบาด ทั่วโลก  ตามติดด้วยสงครามรัสเซีย ยูเครนและเกิตมหันตภัยต่างๆอีกมากมาย ทำให้เกิดวิกฤติการเงินเกิดขึ้นทุกหัวระแหง  มีหลายคนที่ไม่สามารถเอาตัวรอดและล้มเหลวทางการเงินอย่างหนัก แต่ก็มีบางคนก็อยู่ได้อย่างสบายไม่เดือดร้อน คนที่รวยอยู่แล้วก็หาโอกาสจากวิกฤติได้อีก และก็จะยิ่งร่ำรวยมหาศาลขึ้นไปเรื่อย ๆ  เหตุการณ์วิกฤติต่างๆก็จะวนเวียนเกิดขึ้นแบบนี้เรื่อยๆ ลองถามตัวเองว่าอยากเป็นคนล้มเหลว หรืออยากเป็นคนที่เอาตัวรอดทุกสถานการณ์ หากอยากเป็นคนที่ได้ไปต่อก็ต้องมีคุณสมบัติที่เรียกว่า “ความฉลาดทางการเงิน”

พ่อรวยสอนปลุกอัจฉริยภาพทางการเงิน เรียนรู้วิธีสร้างความร่ำรวยด้วยความฉลาดทางการเงินผู้เขียน   Robert T. Kiyosaki (โรเบิร์ต ที. คิโยซากิ) ผู้แปล จักรพงษ์ เมษพันธุ์,เกียรติศักดิ์ ลีลาวโรภาสหนังสือเล่มนี้ได้ขยายความอย่างชัดเจน และอธิบายเหตุผลที่มาที่ไปซึ่งอยู่เบื้องหลังแนวคิดของ โรเบิร์ต คิโยซากิ ที่มีอยู่ในหนังสือชุด “พ่อรวยสอนลูก” ตั้งแต่เล่มแรก (เช่น บทเรียนทั้ง 6 บทของพ่อรวย) นั่นคือ แนวคิดที่ว่า “สิ่งที่จะช่วยให้เราร่ำรวยหรือมีอิสรภาพทางการเงินได้ ไม่ใช่ตัวเครื่องมือทางการเงิน แต่เป็นความฉลาดทางการเงินที่มีอยู่ในตัวเราต่างหาก”  คนจน คนชั้นกลาง คนรวยก็มีปัญหาทางการเงินเหมือนกัน  คนจนและคนชั้นกลางมีปัญหาคือมีเงินไม่เคยมากพอ และมักจะหลีกเลี่ยงและเสแสร้งว่าไม่มีปัญหาทางการเงิน ทัศนคติแบบนี้ ปัญหาเรื่องเงินก็ยังอยู่และความฉลาดทางการเงินก็พัฒนาช้า  คนรวยก็มีปัญหาคือมีเงินเยอะเกินไป และพวกเขาจะเผชิญหน้ากับปัญหา และแก้ไขอย่างไม่รอช้า เพราะการแก้ไขจะทำให้พวกเขาฉลาดขึ้น มี IQ การเงินที่สูงขึ้น และความฉลาดทางการเงินคือสิ่งที่ทำให้พวกเขารวย ไม่ใช่เพราะเงิน

หนังสือเล่มนี้เป็นการบอกวิธีที่จะทำให้ผู้อ่านมีระบบการเงินที่ดีขึ้น ร่ำรวยขึ้นโดยอาศัยความฉลาดทางการเงิน และช่วยเพิ่มพูน IQ ทางการเงิน 5 ประการ ได้แก่การทำเงินให้มากขึ้น วัดกันได้ที่ใครหาเงินได้มากกว่ากัน หรือรายได้เท่ากันใครเสียภาษีน้อยกว่ากันเป็นต้น, การปกป้องเงินที่หามาให้ได้ในทุกๆวันเช่นการดูแลการเสียภาษีให้ได้ในปริมาณที่เหมาะสมหรือน้อยที่สุดในขอบเขตกฎหมายกำหนด ,การจัดงบประมาณให้เหมาะสม เพื่อให้กินดีอยู่ดีและมีเงินเหลือเก็บ,สร้างพลังทวีให้เงินเก็บ คนที่ได้รับผลตอบแทนการลงทุนที่มากกว่าฉลาดทางการเงินมากกว่า และการจัดการและมีพื้นฐานข่าวสารทางการเงินที่ดีที่จะนำพาไปสู่ผลตอบแทนที่สูงขึ้น

เนื้อหาเข้าใจง่าย โดยหวังว่าผู้อ่านนำความรู้ที่ได้รับ สามารถยืนหยัดต่อสู้กับพายุทางการเงิน และกระแสทุนนิยมของโลกเราได้อย่างแข็งแกร่งและมีความสุข สามารถพัฒนาข้อมูลข่าวสารการเงินที่ได้รับให้กลายเป็นคนที่มีอิสรภาพทางการเงิน และร่ำรวยขึ้นด้วยตัวเอง  หนังสือราคาเล่มละ 265 บาท จัดจำหน่ายโดย ซีเอ็ด ยูเคชั่น

ทำความรู้จักสินทรัพย์ดิจิทัลทุกแง่มุม

เพื่อวางแผนการเงินการลงทุนให้ได้กำไร

DeFi และ NFT ความมั่งคั่งยุคดิจิทัล เล่มนี้ เขียนโดย นเรศ เหล่าพรรณราย ผู้ประสบการณ์ในด้านสื่อธุรกิจการเงินการลงทุนมากกว่า 15 ปี ที่ปรึกษาด้านธุรกิจบล็อกเชน ผู้ก่อตั้ง Ricco Wealth และเลขาธิการสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย และถ้าหากความมั่งคั่งของคนในยุค Baby Boomer จนถึง Gen Y คือ อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ และหุ้น ความมั่งคั่งของผู้คนในยุคดิจิทัลก็คือ “สินทรัพย์ดิจิทัล” จากยุคของการเทรด Bitcoin มาจนถึง Altcoin ถือเป็นยุคทองของ ICO กันเลยทีเดียว สินทรัพย์ดิจิทัลได้มีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งปัจจุบัน “DeFi หรือการเงินไร้ตัวกลาง รวมถึง “NFT” คือสินทรัพย์ดิจิทัลนั้นมีแนวโน้มเติบโตสูงภายในอนาคต ที่สำคัญยังรองรับกับเทคโนโลยีที่ถูกคาดว่าจะเป็นเมกะเทรนด์ใหม่อย่าง Metaverse อีกด้วย อย่างไรก็ตาม การลงทุนย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยง และในโลกออนไลน์เรามีสิทธิ์ที่จะตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดีได้เช่นกัน หนังสือเล่มนี้จะทำให้ผู้อ่านเข้าถึงข้อมูล Blockchain ได้ง่ายขึ้น ในโลกรู้เท่าทันต่อภัยอันตรายบนโลก DeFi ที่ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาดูแล ในช่วงที่เมกะเทรนด์ก็เพิ่งจะเริ่มต้น  สามารถศึกษาโอกาสและความเสี่ยงในการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อการเป็นนักลงทุนที่มีคุณภาพ หนังสือเล่มนี้ถือเป็นแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือในการเงินการลงทุนการวางแผนทางการเงิน Cryptocurrency ของนักลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลได้  ราคา 250 บาท

แนวทางบันทึกประจำวัน “PDCA Nippo”

และวงจรบริหารคุณภาพธุรกิจของญี่ปุ่น

PDCA For SMEs แค่จดวันละนิด ธุรกิจก็โตหลายเท่าตัว ผู้เขียน Yoshiki Nakazuka (โยชิกิ นาคาซึกะ) ผู้แปล ภัทรพล เหลือบุญชู (บูม Japan Salaryman)   หนังสือเล่มนี้ ได้นำเสนอแนวทางการจดบันทึกประจำวัน ควบคู่ไปกับการใช้วงจรบริหารคุณภาพอย่างต่อเนื่องแบบ “PDCA Nippo” ที่ผู้เขียนได้พัฒนาขึ้นมาสำหรับผู้ประกอบการ SMEs เขาเคลมว่าการจดบันทึกในแบบฉบับของเขาช่วยให้ผู้บริหารธุรกิจ SMEs ประสบความสำเร็จมาแล้วกว่า 200 บริษัท โดยในเล่มเล่าถึงได้แก่ การเขียนบันทึกประจำวัน (PDCA Nippo) สามารถเพิ่มยอดขายให้ได้หลายเท่าตัว เทคนิคการหมุนวงล้อ PDCA  การเล่าถึงกรณีตัวอย่างการใช้ PDCA Nippo ที่ประสบผลสำเร็จในสถานการณ์ธุรกิจจริง การกลบจุดอ่อน 2 อย่างในธุรกิจ SMEs  คือการฝึกเรื่อง “การขาย” ให้เต็มที่ และวิเคราะห์การเงินเพื่อเพิ่มรายได้ให้บริษัท การปรับธุรกิจให้ดีขึ้นกว่าเดิม 180 องศา เทคนิคการใช้แบบฟอร์มเพิ่มยอดขายหลายเท่าตัว และการจดบันทึกประจำวัน ฯลฯ ผู้เขียนเชื่อว่าถ้าหากรู้จักการจดบันทึกประจำวันเพียงแค่วันละ 2นาทีตามวิธี “PDCA Nippo”  จะทำให้ธุรกิจเติบโตขึ้น มีรายได้และยอดขายเพิ่มขึ้นหลายเท่า หนังสือราคาเล่มละ 315 บาท

ย้อนรอย ชาวนูเบีย ชนชาติผิวดำโบราณ

ที่ร่วมยุคและถูกกลืนด้วยอารยธรรมอียิปต์

เปิดโลกอารยธรรมนูเบีย Ancient Nubia  ผู้เขียน ณัฐพล เดชขจร   เป็นเรื่องราวของ ชนผิวดำ ชนชาติโบราณร่วมยุคอารยธรรมอียิปต์ เผ่าพันธุ์ผู้มีตำนานและเทพเจ้าเป็นของตนเอง  บ่อยครั้งที่เรารู้จักชาวนูเบียผิวดำผ่านหนังสือประวัติศาสตร์อียิปต์โบราณ ที่พูดถึงชาวนูเบียผ่านไอยคุปต์ แต่ยังไม่เคยมีหนังสือภาษาไทยเล่มใดที่เจาะลึกลงไปเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของชนผิวดำกลุ่มนี้   “นูเบีย” อารยธรรมที่ถูกอียิปต์กลืนกิน แต่ยังคงหลงเหลือความเป็นตัวตนอยู่ โบราณสถานโดดเด่นอย่าง พีระมิด เช่นเดียวกับอียิปต์ แต่มีมากกว่าถึง 2 เท่า มีตำนานความเชื่อใกล้เคียงกับอียิปต์ แต่มีเทพเจ้าเป็นของตนเอง หนังสือเล่มนี้จะพาทุกท่านไปเปิดโลกอารยธรรมนูเบีย   เริ่มจากประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม จนถึงช่วงที่อยู่ภายใต้การปกครองของอียิปต์ ต่อด้วยช่วงที่นูเบียก้าวขึ้นมาเป็นฟาโรห์ปกครองอียิปต์ และสุดท้ายที่อารยธรรมนูเบียเริ่มถดถอยลง นอกจากพีระมิดและสถาปัตยกรรมอื่น ๆ ที่คล้ายอียิปต์แล้ว ก็มีสถาปัตยกรรมแบบนูเบียแท้ ๆ คือ “เดฟฟูฟา” ทั้งยังมีเรื่องของภาษาที่เป็นอักขระเมโรอิติค และปิดท้ายด้วยแหล่งโบราณคดีที่สำคัญของนูเบีย ราคาเล่มละ 430 บาท

ชี้แนวทางให้วัยรุ่นตอนปลายรับมือ

กับความเปลี่ยนแปลงเข้าสู่วัยผู้ใหญ่

เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด ผู้เขียน Rando Kim (คิมรันโด) ผู้แปล วิทิยา จันทร์พันธ์ เป็นหนังสือจิตวิทยาประยุกต์ จิตวิทยาวัยรุ่น ที่มีเนื้อหาที่ช่วยปลอบประโลมและชี้แนวทางการใช้ชีวิตให้กับวัยรุ่นที่กำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงและหลงทางในโลกของความเป็นผู้ใหญ่ที่เพิ่งเริ่มต้น เมื่อรับมือไม่ได้ก็จะทำให้ทรมานใจ เกิดความว่างเปล่าในจิตใจ หวั่นไหว เปลี่ยวเหงา โดดเดี่ยว เป็นต้น “คิมรันโด” เป็นที่ปรึกษาวัยรุ่นแห่งสาธารณรัฐเกาหลีใต้ เขาเขียนหนังสือเล่มนี้เพราะต้องการให้ลูกชายซึ่งอยู่ในช่วงวัยรุ่นอ่าน เขาเล่าเหตุการณ์ที่พบเจอกับลูกศิษย์หลากหลายประเภทในมหาวิทยาลัย ช่วยชี้แนวทางวัยรุ่นเกี่ยวกับเรื่องการเรียน การเก็บเงิน การหางานทำที่มีความสุขและสามารถมีเงินเก็บได้เป็นกอบเป็นกำ ซึ่งส่วนใหญ่เมื่อเด็กอยู่ในช่วงวัยใกล้เรียนจบ กำลังจะเข้าสู่วัยทำงาน มักจะมีความกังวลเรื่องเหล่านี้มากเป็นพิเศษ หนังสือเล่มนี้อาจไม่ได้ให้คำตอบคำตอบสำเร็จรูปในทันที แต่ยืนยันว่ามีคำตอบปลายเปิดให้วัยรุ่นได้ค้นหาว่าจะผ่านช่วงวัยเรียน วัยทำงาน และวัยผู้ใหญ่ เพื่อสร้างฝันให้เป็นจริงได้อย่างไร? มียอดขายในเกาหลีมากกว่า 2,000,000 เล่ม ได้รับการตีพิมพ์เป็นภาษาต่างๆ อาทิเช่น ไทย ไต้หวัน อิตาลี เนเธอร์แลนด์ บราซิล ญี่ปุ่น เวียนนาม ฯลฯ ติดอันดับหนึ่งหนังสือขายดี ในเว็บไซต์ Amazon.com ประเทศจีน ยาวนานถึง 16 สัปดาห์ หนังสือราคาเล่มละ 245 บาท

‘มาดามนุ้ย’ คว้ารางวัล The BEST INTERNATIONAL OF K BEAUTY AWARD 2022 บนเวทีระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/700373

‘มาดามนุ้ย’ คว้ารางวัล  The BEST INTERNATIONAL OF K BEAUTY AWARD 2022 บนเวทีระดับโลก

‘มาดามนุ้ย’ คว้ารางวัล The BEST INTERNATIONAL OF K BEAUTY AWARD 2022 บนเวทีระดับโลก

วันเสาร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.43 น.

นับเป็นรางวัลอันทรงเกียรติบนเวทีระดับโลกในงาน “THE BEST INTERNATIONAL OF K BEAUTY AWARDS 2022”  จัดขึ้นโดยสมาพันธ์ความงามมืออาชีพแห่งประเทศเกาหลีใต้ ( The Federation of K-Beauty Professional, South Korea ) เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณยกย่องชูเกียรติ และเป็นการให้กำลังใจแก่สถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการและนักธุรกิจในอุตสาหกรรมด้านสุขภาพและความงาม ผู้ประกอบการในสาขาวิชาชีพต่างๆ รวมถึงบุคคลที่ทำคุณประโยชน์และการอุทิศตนเองเพื่อประโยชน์ส่วนรวมจนเป็นที่ยอมรับของบุคคลอื่นๆ ทั้งจากภายในประเทศและต่างประเทศ ที่ได้รับความร่วมมือจากทางสถาบัน มหาวิทยาลัยทั้งภาครัฐและเอกชนจากหลายประเทศชั้นนำทั่วโลก อาทิ Myongji University ( South Korea ) ,  Cloud Nine College ( Canada ) , Concordia International University ( USA ) , Heritage Reformed College ( Australia ) , Hanoi International ( Vietnam ) รวมถึงอีกหลายภาคส่วนในระดับนานาชาติ

ซึ่งพิธีการมอบรางวัลในครั้งนี้ ทางคณะกรรมการของสมาพันธ์ความงามมืออาชีพแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้มีการเชิญ MR.HWANG JONG YUL ประธานสมาพันธ์ความงามมืออาชีพแห่งประเทศเกาหลีใต้ ( Chairman Of The Federation of K-Beauty Professional , South Korea )มาเป็นประธานในพิธีและเป็นผู้มอบรางวัล เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2565  ณ โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ รางน้ำ กรุงเทพมหานคร ที่ผ่านมา

โดยครั้งนี้ “มาดามนุ้ย หรือ คุณณัชชา กิจจริยภูมิ” ผู้บริหารสถาบันความงามครบวงจรในเครือโรงพยาบาลวิภาวดีและพิธีกรสาวชื่อดังในรายการ Face 2 Face Thailand ได้รับเลือกให้ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในสาขา “The BEST INTERNATIONAL ( PRODUCT AND SERVICE OR TYPES OF PRODUCT AND SERVICE ) OF K BEAUTY AWARD 2022” บนเวทีระดับโลกในงาน  “THE BEST INTERNATIONAL OF K BEAUTY AWARDS 2022” ( ครั้งที่ 1 ) ประจำปี 2565 ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2565  ณ โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ รางน้ำ กรุงเทพมหานคร