ศูนย์การค้าแพลทินัม เอาใจสายกิน ปั้น Food Destination

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699954

ศูนย์การค้าแพลทินัม เอาใจสายกิน  ปั้น Food Destination

ศูนย์การค้าแพลทินัม เอาใจสายกิน ปั้น Food Destination

วันศุกร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สุฐิตา โชติจุฬางกูร

บริษัท เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เดินหน้าปรับภาพลักษณ์ศูนย์การค้าแพลทินัม ปั้น Food Destination “Platinum food floor MORE a MEAL” โฉมใหม่ สไตล์ Modern Loft เพิ่ม Magnet ร้านดัง เอาใจฟู้ดเลิฟเวอร์ พร้อมเปิดบริการ Phase 1 แล้ว กับการเปิดตัวร้านใหม่ Kanom-Nom-Cha by Lhong Thou

นางสาวสุฐิตา โชติจุฬางกูร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการตลาด บมจ.เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป กล่าวว่า ศูนย์การค้าแพลทินัม ได้ปรับภาพลักษณ์ใหม่ สะท้อนตัวตนผ่านคอนเซ็ปต์ Platinum “Bringing Fresh Fashion to You”หนึ่งในภารกิจสำคัญที่ได้ทำควบคู่กันมาเพื่อเติมประสบการณ์การช้อปปิ้งของลูกค้าให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น คือการปรับปรุงพื้นที่ Food Center ชั้น 6 ด้วยงบประมาณลงทุนกว่า 40 ล้านบาท โดยได้ทำการปรับปรุง Food Center โซนเดิม ขนาด 2,400 ตร.ม. พร้อมกับปรับเปลี่ยนพื้นที่บริเวณด้านข้างขยายออกไปเพิ่มเติมเพื่อเปิดให้พื้นที่ทั้งหมดของ ชั้น 6 เป็นส่วนให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม ที่ครบครันด้วยความหลากหลายของร้านค้า รสชาติอาหาร พร้อมปรับภูมิทัศน์ให้มีความสวยงามปรับที่นั่งให้สะดวกสบาย ด้วยพื้นที่ทั้งหมดกว่า5,700 ตร.ม. ตั้งเป้า เพื่อให้เป็น Food Destination -“Platinum food floor MORE a MEAL”โฉมใหม่สไตล์ Modern Loft รองรับร้านค้าได้มากถึง 100 ร้านค้า และสามารถต้อนรับผู้มาใช้บริการได้มากกว่า1,500 ที่นั่ง

“ที่ผ่านมา หลายคนอาจจะคิดว่าการมาที่แพลทินัม คือสวรรค์แห่งการช้อปปิ้งสินค้าแฟชั่นสุดอินเทรนด์ในราคาส่ง ซึ่งเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังไม่รู้ว่าภายในศูนย์การค้าแพลทินัม แห่งนี้รวบรวมร้านอาหารอร่อยๆ ไว้มากมายอยู่ที่นี่ การปรับโฉมใหม่ในครั้งนี้ จึงต้องการตอกย้ำความโดดเด่นด้าน Dining ให้พิเศษมากยิ่งขึ้นให้ทุกคนได้รู้จัก แพลทินัม มากขึ้นในทุกมุมของการบริการที่หลากหลายตอบโจทย์ความต้องการทุกไลฟ์สไตล์ได้มากขึ้นสำหรับความคืบหน้าด้านการคัดสรรร้านค้าอาหารและเครื่องดื่ม ร้านดังยอดนิยมในย่านต่างๆ เพื่อเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Food Destination – “Platinum food floor MORE a MEAL” โฉมใหม่นั้น ปัจจุบันได้รับการตอบรับจากร้านค้าแล้วมากกว่า 98% โดยจะทยอยเปิดให้บริการในแต่ละส่วน จนเต็มพื้นที่ทั้งหมดได้ประมาณช่วงต้นปีพ.ศ.2566”

สำหรับการเปิดให้บริการใน Phase 1 นั้น
เป็นการพบกันครั้งแรก! กับการเปิดตัวร้านใหม่ Kanom-Nom-Cha by Lhong Thou ร้านขนมหวานแนวเอเชียร่วมสมัย ภายใต้เครือร้านหลงโถว เปิดตัวร้านใหม่พร้อมกับการครีเอทเมนูสุดเซอร์ไพรส์ จากขนมหวานยอดนิยมที่คุ้นเคย สู่ขนมรสชาติแปลกใหม่ใส่ไอเดีย อร่อยลงตัวสุดๆ นอกจากนี้ ยังมีเมนูขนมปังปิ้ง Topping ฉ่ำๆ กัดชุ่มๆ อร่อยเต็มคำ ทานคู่กับนมสดรสอร่อยหลากสีสัน พร้อมเสิร์ฟในแพ็กเกจสุดเก๋เสริมสร้างจินตนาการ สร้างกิมมิค ให้ได้สนุกสนานกับการถ่ายรูปก่อนรับประทานสำหรับสายโซเชียลด้วย

โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพ เปิดตัวต้นคริสต์มาสประจำปี 2565 ด้วยแนวคิดสุดพิเศษ Sustainably Conscious

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699925

โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพ เปิดตัวต้นคริสต์มาสประจำปี 2565 ด้วยแนวคิดสุดพิเศษ Sustainably Conscious

โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพ เปิดตัวต้นคริสต์มาสประจำปี 2565 ด้วยแนวคิดสุดพิเศษ Sustainably Conscious

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.33 น.

โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพ ฉลองช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ จัดงานเปิดไฟต้นคริสต์มาสประจำปี 2565 โดยปีนี้โรงแรมตกแต่งต้นคริสต์มาสโดยใช้แนวความคิดเรื่อง Celebration Sustainably Conscious ใช้วัสดุตกแต่งจากต้นไม้จริงทั้งหมด โดยต้นไม้และอุปกรณ์ทั้งหมดสั่งซื้อจากผู้ผลิตท้องถิ่นเพื่อเป็นการสนับสนุนชุมชน ตามการดำเนินโครงการ Sustainably Conscious 

กิจกรรมการร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุข ที่ผนวกเข้ากับกิจกรรมเพื่อสังคมนี้ โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพ มีความตั้งใจที่จะปลูกฝังจิตสำนึกเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนตามแนวความคิด Sustainably Conscious โดยมุ่งหวังจะมีส่วนในการดูแล อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมๆ ไปกับการส่งมอบความสุขกับลูกค้าผู้มารับบริการของโรงแรมและชุมชน

ภายในงานมีแขกผู้มีเกียรติที่พักกับโรงแรม กลุ่มคู่ค้าทางธุรกิจ สื่อมวลชนและคณะนักเรียนและครูจากศูนย์ฝึกอาชีพปัญญาคาร และโรงเรียนปัญญาวุฒิกร โครงการในมูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ให้เกียรติเข้าร่วมงาน ได้แก่ พันตำรวจเอกหญิง รัชณีย์กร เทศมณี ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอาชีพปัญญาคาร ดร. สมบูรณ์ อาศิรพจน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนปัญญาวุฒิกร คุณวุฒิเวท เวชบุษกร SVP, Group Head of Finance ONYX Hospitality Group คุณสุขมาล มอนดอล Area General Manager Amari Watergate Bangkok หม่อมราชวงศ์อุษณิษา สุขสวัสดิ์ บรรณาธิการ Koktail Magazine และคุณไอยย์รัศ สิทธิพูล CEO Notable Bangkok

นอกจากอาหารและเครื่องดื่มยังมีกิจกรรมต่างๆ ให้ความสนุกเพลิดเพลินกับแขกผู้เข้าร่วมงาน อาทิ นักแซกโซโฟนจาก Slam dunk, คณะนักร้องประสานเสียงจาก The Bangkok Voices และ Santa Clause มามอบของขวัญพิเศษให้แขกผู้ร่วมงานและน้องๆจากมูลนิธิ เป็นต้น

สำหรับต้นไม้ที่ใช้ในการจัดงานนั้น มีด้วยกัน 5 สายพันธุ์ ซึ่งต่างมีความหมายที่ดีและสวยงาม สื่อถึงการก้าวเข้าสู่ปีใหม่ด้วยความสุข สมหวังและประสบความสำเร็จ

พลูด่าง มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นสัญลักษณ์ของความโชคดีและมักใช้ในช่วงเทศกาลต่างๆ เชื่อว่าจะนำมาซึ่งความรักและการสนับสนุน

มะเดื่อยางอินเดีย เป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่ให้ความหมายของความประสบความสำเร็จ ใบกลมของต้นไม้เหมาะที่จะวางไว้ตามมุมต่างๆ ภายในบ้าน ซึ่งแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์และความสุข

ในทำนองเดียวกัน ซินโกเนียมให้ความหมายในเรื่องโชคลาภ ส่งเสริมสุขภาพและความมั่งคั่ง

Aglaomena แสดงถึงความบริสุทธิ์ ธรรมชาติ และพลังงานด้านบวก เป็นตัวแทนของความโชคดี ด้วยต้นไม้ชนิดนี้เป็นต้นไม้ที่อายุยืนยาว จึงให้ความหมายในเรื่องการมีอายุที่ยืนยาวอีกด้วย

และสุดท้าย Brassica Oleracea เป็นต้นไม้ที่เติบโตในฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์และความเจริญรุ่งเรือง

และเมื่อถึงเวลารื้อถอนต้นคริสมาสต์หลังช่วงเทศกาล ทางโรงแรมจะนำต้นไม้ทั้งหมด บริจาคแก่ศูนย์ฝึกอาชีพปัญญาคาร ซึ่งเป็นโครงการในมูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ต่อไป

-(016)

แพนทีน ดึง ‘แอนนา เสืองามเอี่ยม’ ตัวแทนสาวยุคใหม่บอกเล่าเรื่องราวผ่านแคมเปญ ‘#BehindTheShine’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699923

แพนทีน ดึง ‘แอนนา เสียงามเอี่ยม’ ตัวแทนสาวยุคใหม่บอกเล่าเรื่องราวผ่านแคมเปญ ‘#BehindTheShine’

แพนทีน ดึง ‘แอนนา เสียงามเอี่ยม’ ตัวแทนสาวยุคใหม่บอกเล่าเรื่องราวผ่านแคมเปญ ‘#BehindTheShine’

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.25 น.

‘แพนทีน’ ผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์แชมพูในเครือ P&G ที่อยู่เคียงข้างผู้หญิงมาทุกยุค ได้ออกแคมเปญล่าสุด #BehindTheShine สื่อสารถึงกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย หวังส่งพลังให้ทุกคนสร้างความมั่นใจจากภายใน โดยมีแอนนา เสืองามเอี่ยม Miss Universe Thailand 2022 เป็นตัวแทนเล่าเรื่องราวเปรียบเทียบชีวิตของตัวเองที่ผ่านมา กับความพยายามและความมุ่งมั่น จนในวันที่เธอสัมผัสได้ถึงความมั่นใจเต็มเปี่ยมจากภายใน และ Shine ออกมาจนมีวันนี้

 “แอนนา เสือ” ตัวแทนสาวยุคใหม่ ที่มี #BehindTheShine เหมือนผู้หญิงทุกคน

 ‘แอนนา เสือ’คือตัวแทนของสาวยุคใหม่ ที่ได้รับการยอมรับอย่างไม่ค้านสายตาถึงความสวยที่เปล่งประกายและความมั่นใจในการตอบคำถามบนเวทีประกวด แม้ว่าสตอรี่ที่ติดตัวเธอมาจะเป็นการถูกพูดถึงว่าเป็น “นางงามกองขยะ” แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคที่จะมาด้อยค่าตัวเธอ แต่เป็นหนึ่งในแรงขับให้เธอสามารถ shine ความงามและความมั่นใจได้อย่างมีคุณค่า จนชนะใจทั้งกรรมการและผู้ชมทั้งประเทศ

วันประกวดรอบชุดว่ายน้ำถือเป็น proud moment ของเธอ และถูกนำมาใช้เป็นแกนหลักของการเล่าเรื่อง PANTENE เชื่อมโยงสตอรี่ได้อย่างแยบยล แอนนา เสือบอกเล่าถึงจุด Turning Point ว่าเธอสัมผัสได้ถึงความมั่นใจจากภายในที่มัน Shine ออกมา ซึ่งในวันนั้นเธอรู้สึกรักเส้นผมของตนเองมาก เพราะมันได้ทำหน้าที่ Represent การเดินที่พลิ้วไหว การหมุนตัว สะบัดผมอย่างมีพลัง จนเธอสามารถดึงความสนใจจากผู้ชมทุกคนได้ และชื่อ ‘แอนนา เสือ’ ก็ถูกจดจำและเริ่มมีคนพูดถึงนับแต่นั้น

เจาะลึก Customer Insight ‘ทำไมผู้หญิงอยากมีผมสวย’

แคมเปญ #BehindTheShine เริ่มจากการตั้งคำถามว่า “ทำไมผู้หญิงจึงอยากมีผมสวย?” โดยเริ่มจากการทำ Focus Group กลุ่มตัวอย่างผู้หญิงในวัยนักศึกษาและ First Jobber ซึ่งพบว่า แม้หลายคนจะบอกว่าโซเชียลมีเดียเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เป็นพื้นที่แสดงตัวตน และโชว์ความเปล่งประกาย แต่ในเบื้องลึกกลุ่มตัวอย่างต่างบอกว่าความสุขที่ shine ออกมาอย่างมั่นใจของเธอนั้นต้องมาจากภายในก่อน การเติมเต็มความสวยให้ผมสุขภาพดีจากภายในจน Shine สู่ภายนอกทำให้เธอมั่นใจและไม่อายที่จะเปิดเผยตัวตนสู่สังคมออนไลน์ 

กว่าจะมาเป็น #BehindTheShine จาก PANTENE

แพนทีนพบว่าผู้บริโภคปัจจุบัน เลือกที่จะสร้างบุคลิกภาพ และ represent ตัวตน ผ่านเส้นผมอย่างสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นการดัด กัด หรือทำสี ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ได้ทำลายเส้นผมในเวลาเดียวกัน ผมที่ทำสี โดนสารเคมี ความร้อน จะถูกรีดสารอาหารและความชุ่มชื้นออกไปจนผมช็อตแห้งเสีย การมีตัวช่วยสำคัญด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม จึงเป็นทางเลือกในการแก้ปัญหา ซึ่งครีมนวด PANTENE MIRACLE สูตร Collagen Repair หรือที่ถูกเรียกกันจนติดปากว่า #ครีมนวดดุจเคลือบแก้ว ตอบโจทย์การดูแลเส้นผมให้มีสุขภาพแข็งแรงจากภายใน

บทสรุป แพนทีนส่งต่อความ Shine ให้ทุกคนมีความมั่นใจจากข้างใน

‘ไม่ว่าคนเราจะมีลุคแบบไหนหรือมีต้นทุนชีวิตต่างกันอย่างไร แต่ถ้ามีความมุ่งมั่นใส่ใจ ก็จะสามารถส่งพลังเปล่งประกายให้คนภายนอกสัมผัสได้’ นี่คือ Message ที่ PANTENE ส่งถึงผู้บริโภคผ่านการเปรียบ ‘ความมั่นใจกับเส้นผม’ ที่หากได้รับการดูแลให้แข็งแรง เงางาม ก็เปล่งประกายพลิ้วลื่นน่าสัมผัส

และนี่คือที่มาของแคมเปญ #BehindTheShine ที่ปลุกพลังให้เราลุกขึ้นสร้างความมั่นใจจากภายใน เพราะแม้จะมีต้นทุนแตกต่าง แต่ความพยายามและความมุ่งมั่นสร้างได้  ที่สุดแล้วผลลัพธ์ของความตั้งใจ จะเปล่งประกายเฉิดฉาย Shine ออกมาให้เห็นแบบที่เราได้ประจักษ์กับ ‘แอนนา เสืองามเอี่ยม’ มาแล้วนั่นเอง ชมคลิป https://bit.ly/3uu6Y51

-(016)

ธรรมศาสตร์ ชูวิสัยทัศน์ ปี2023 มุ่งสู่วิทยาการมาตรฐานโลกการเรียน-การสอน ผลิตคนตอบโจทย์โลกอนาคต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699916

ธรรมศาสตร์ ชูวิสัยทัศน์ ปี2023 มุ่งสู่วิทยาการมาตรฐานโลกการเรียน-การสอน ผลิตคนตอบโจทย์โลกอนาคต

ธรรมศาสตร์ ชูวิสัยทัศน์ ปี2023 มุ่งสู่วิทยาการมาตรฐานโลกการเรียน-การสอน ผลิตคนตอบโจทย์โลกอนาคต

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.15 น.

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวในการแถลงข่าว TU-Toward 2023 World-Class University “วิสัยทัศน์ธรรมศาสตร์ 2023 มุ่งสู่วิทยาการมาตรฐานโลก” ว่า วิสัยทัศน์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ส่งเสริมความเป็นผู้นำการเรียนการสอนที่ตอบโจทย์โลกอนาคตทุกมิติ ก้าวสู่มหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับสูงในระดับโลก ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉบับที่ 13  เพิ่มการคิดค้นวิจัยพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆให้ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ การพัฒนาอย่างยั่งยืน รับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ตามเป้าหมาย SDGs ของสหประชาชาติ  ปัจจุบันธรรมศาสตร์ยังเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ประสบความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีมาส่งเสริมการศึกษา เปิดหลักสูตรออนไลน์ 100% โดยระดับปริญญาโทบริหารธุรกิจ(M.B.A) มีนักศึกษาสมัครถึง 1,700 คน และสร้างองค์ความรู้ให้ผู้เรียนได้อีกนับหมื่นคน สร้างความเท่าเทียมกันทางการศึกษาพัฒนาวิทยาเขตในต่างจังหวัด ผลักดันทุนการศึกษาให้มากขึ้นและรับฟังความคิดเห็นที่ครอบคลุม

 “การดำเนินงานทั้งหมดขับเคลื่อนให้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับการจัดอันดับเป็นมหาวิทยาลัยด้าน Impact of Education อันดับ 1 ของประเทศไทย จาก QS World University Rankings: Sustainability 2023 โดย Quacquarelli Symonds (QS) สถาบันการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ได้รับความเชื่อถือของประเทศอังกฤษ ในด้านการจัดการและคุณภาพการศึกษา ด้านการเมือง นโยบายสังคม กฎหมาย และศิษย์เก่ามีบทบาทในภาคการศึกษา”

ด้าน ศ.ดร.นพ.รัฐกร วิไลชนม์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มธ. กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันธรรมศาสตร์มุ่งเน้นการเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา Learn Anywhere Anytime Any Device และเปิดกว้างคนนอกเรียนเพิ่มพูนทักษะตลอดเวลา เช่น โครงการ  TU NEXT e-learning แพลตฟอร์มการเรียนรู้ในรูปแบบดิจิทัล เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเลือกเรียนในเรื่องที่สนใจและได้ประกาศนียบัตรในนามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TU Certificate)  มีหลักสูตรให้เลือกเรียนมากมาย นอกจากนั้น ร่วมกับ SkillLane เปิด TUXSA (ทักษะ) หลักสูตรปริญญาโทออนไลน์ด้านบริหารธุรกิจ สาขา Business Innovation และ Data Science for Digital Business Transformation รวมถึงหลักสูตร Applied AI หลังจากนี้ยังมีความร่วมมือกับภาคเอกชนชั้นนำ เช่น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ ไอบีเอ็ม และ DEPA สร้างความรู้ประสบการณ์ให้นักศึกษามีความเป็นผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ 

ส่วน รศ.ดร.สุรัตน์ ทีรฆาภิบาล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารท่าพระจันทร์และวิเทศสัมพันธ์ มธ. กล่าวว่า การยกระดับการเรียนรู้มิติใหม่ใน  Thammasat Metaverse Campus เปรียบเสมือนวิทยาเขตแห่งที่ 5 ของมหาวิทยาลัยตั้งอยู่บนโลกเมตาเวิร์ส และโครงการ “88 Sandbox Spaces” สร้างสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ เพิ่มการเรียนผ่านโลกเสมือนจริงจะเปิดได้ภายใน 3-6 เดือนนี้ หลังจากเสร็จเฟส 1 แล้วจะเปิดให้คนนอกเข้ามาร่วมเรียนรู้ได้ ปัจจุบันมีภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศสนใจเข้าร่วมเป็นพันธมิตร ที่ผ่านมาธรรมศาสตร์ ยังปรับการเรียนการสอนมุ่งเน้น การพัฒนาทักษะเดิม (Upskill) และการเพิ่มเติมทักษะใหม่  (Reskill) ตอบโจทย์โลกที่คนมีชีวิตยืนยาว ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมต่อหลายๆภาคส่วนเข้าด้วยกัน ขณะที่งานวิจัยพบว่าโลกที่เปลี่ยนมีงานหายไปถึง 90 ล้านตำแหน่ง ขณะเดียวกันก็มีตำแหน่งที่เพิ่มขึ้น 100 ล้านตำแหน่ง โดยงานที่จะหายไปจะเป็นอาชีพที่มีทักษะเดียว ขณะเดียวกันตำแหน่งงานที่ต้องใช้หลายๆศาสตร์ในการทำงาน เช่น การบริหารจัดการคน จะอยู่ต่อไปได้

รศ.ดร.สุรัตน์ กล่าวอีกว่า นอกจากนั้น ยังมีการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ มีความเป็นนานาชาติ ชุมชนมีส่วนร่วม มีโครงการที่วางไว้ 3 ปี ปีแรกเปิดให้ชุมชนเข้ามาเรียนรู้ในเรื่องอาชีพต่างๆ ดึงร้านอาหารชื่อดังรอบท่าพระจันทร์สอนทำอาหาร ปีต่อไปจะสอนงานศิลปะและการดูแลสุขภาพ โครงการนี้ทำให้มหาวิทยาลัยมีชีวิตชีวา ดึงหลายกลุ่มเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งนักศึกษา อาจารย์ ชุมชน และศิษย์เก่า ขณะเดียวกันยังอยู่ระหว่างปรับปรุงตึกโดม ท่าพระจันทร์ เพื่อให้แข็งแรงขึ้นและประชาชนสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ประชาธิปไตย

ทางด้าน รศ.นพ.กัมมาล กุมาร ปาวา รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์พัทยา มธ. กล่าวว่า ที่ศูนย์พัทยา มุ่งเน้นการเรียนการสอนที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมเกิดใหม่ (New S-Curve) เช่น หลักสูตรเทคโนโลยีพลังงานชีวภาพและการแปรรูปเคมีชีวภาพ หลักสูตรวิศวกรรมการแพทย์ หลักสูตรล่ามทางการแพทย์ เป็นต้น

 รศ.นพ.กัมมาล กล่าวเพิ่มเติมว่าสำหรับความคืบหน้าของโครงการ EECmd บนพื้นที่ 585 ไร่ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา ขณะนี้เริ่มก่อสร้าง โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ศูนย์พัทยา (Digital Hospital) แล้ว และกำลังพัฒนาให้เป็น ศูนย์นวัตกรรมการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub) สมาร์ทซิตี้ (Smart City) และสมาร์ทแคมปัส (Smart Campus) สมบูรณ์แบบ ถือว่าเป็นหนึ่งใน Medical Valley ไม่กี่แห่งของโลกที่ทำได้ครบวงจร  โดยปัจจุบันมีเอกชนมีแผนเข้ามาพัฒนาแล้วหลายส่วน เช่น บริษัท บีกริม  เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) พัฒนาระบบไฟฟ้า , Health Resort ศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโดย บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด ,  พื้นที่ Health Tech (Med Park ) Startup Medical Technology ดำเนินการโดย บริษัท วัน จีโนม เอเชีย และบริษัท ฮอริบา (ประเทศไทย) และ บริษัท TEAM Group จำกัด , พื้นที่ Sport Complex ครอบคลุมพื้นที่ 51 ไร่ ดำเนินการโดย บริษัท สยามกลการ จำกัด , ศูนย์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ดำเนินการโดย บริษัท ภูฟ้า เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด สำหรับ Senior Living พื้นที่ 50 ไร่ อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนา รวมถึงโครงการสร้างโรงเรียนนานาชาติ เป็นต้น

-(016)

มิวเซียมสยาม จัดงาน Night at the Museum ครั้งที่ 12 รวมพล ‘คนมู’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699888

มิวเซียมสยาม  จัดงาน Night at the Museum ครั้งที่ 12 รวมพล ‘คนมู’

มิวเซียมสยาม จัดงาน Night at the Museum ครั้งที่ 12 รวมพล ‘คนมู’

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.57 น.

มิวเซียมสยาม  จัดงาน Night at the Museum (ไนท์ แอด เดอะ มิวเซียม) ครั้งที่ 12 คนสายมู อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้กับ ปรากฏการณ์ความเชื่อ “มูเตลู”

นายราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) เป็นประธานเปิดงาน Night at the Museum (ไนท์ แอด เดอะ มิวเซียม) ครั้งที่ 12 คนสายมู ในธีม มูเตลู “เชื่อ” ไปให้สุดแล้วหยุดที่ศรัทธา ที่บริเวณเวทีเล็ก ด้านหน้าอาคารมิวเซียมสยาม พร้อมด้วย นางสาวสุขุมาล ผดุงศิลป์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติและมี  “ยีน” เกวลิน ศรีวรรณา นักแสดง และ รองอันดับ 2 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2555ที่มาโชว์ รำบวงสรวงพญานาค ร่วมด้วย “หมอบี” เสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล ทูตสื่อวิญญาณ

สำหรับทาง สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) ได้ พาเปิดประสบการณ์การเรียนรู้เรื่อง “มูเตลู”  กับการจัดงานในบรรยากาศยามค่ำคืน พร้อมกับชวนเปิดประสบการณ์เรียนรู้แบบสับ สนุกเร้าใจ ไม่เหมือนใคร สนุกกับกิจกรรมไฮไลท์มากมาย อาทิ คนดัง ผู้มีชื่อเสียง และศิลปิน หนึ่งปีจะมีครั้งเดียวเท่านั้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและการเรียนรู้ศาสตร์สาขาของมูเตลูแบบองค์รวม ตลอดระยะเวลาการจัดงานเป็นเวลา 3 วัน เวลา 16.00-22.00 น. ที่ มิวเซียมสยาม MRT “เอ็มอาร์ที” สนามไชย (ทางออกที่1) กรุงเทพฯ  (ไม่เสียค่าใช้จ่าย)

นายราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) เปิดเผยว่า “การจัดงาน Night at the Museum “ไนท์ แอด เดอะ มิวเซียม” ครั้งที่ 12 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ และดึงดูดความสนใจ สร้างความแปลกใหม่ให้กับผู้ชมด้วยการนำเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับมูเตลู มารวมไว้ในงาน ในชื่อธีมงานเตลู “เชื่อ” ไปให้สุดแล้วหยุดที่ศรัทธา เพราะคนไทยกับความเชื่อคือของคู่กันมาช้านาน ปรากฏการณ์ความเชื่อหรือที่รู้จักกันในชื่อ มูเตลู ของคนไทยปัจจุบันนี้ ถือว่าเป็นการต่อยอดรูปแบบความเชื่อจากอดีตมาปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยและเป็นไปตามแฟชั่นมากขึ้น รวมถึงการที่มูเตลูจะเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจได้ด้วย”

“กระแสมูเตลู ยังแผ่ไปถึงการท่องเที่ยว สามารถสร้างรายได้อย่างมหาศาล และธุรกิจสายมูหรือความเชื่อ ไสยศาสตร์ ได้แตกยอดต่อไปเป็นบริการและสินค้าที่เข้าถึงคนได้หลากหลาย เป็นการปรับเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมของคนและสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน โดย  มิวเซียมสยามตั้งใจที่จะนำเสนอในรูปแบบสร้างสรรค์ ให้เข้าใจถึงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม สังคม และความเชื่อ พัฒนากระบวนการเรียนรู้ผ่านพิพิธภัณฑ์ภายใต้แนวคิด PLAY + LEARN (เพลย์ บวก เลิร์น) คือการเล่นและการเรียนรู้”

ทั้งนี้ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมที่หลากหลายและไฮไลท์สำคัญ คือพบความสนุกสไตล์มูกับ Concept (คอนเซ็ปท์) 5 โซน จากผลงานของ ศิลปิน: ASITNAHC ฉันทิศา เตตานนทร์สกุล ที่ว่าด้วยความเชื่อจะมาเติมความรู้ สร้างสีสันให้สนุกมากยิ่งขึ้น ทั้งยังทำให้เราเข้าใจปรากฏการณ์ความเชื่อในมิติร่วมสมัย ประกอบด้วย 5 โซน ได้แก่

1.POWERFULL UP  (พาวเวอร์ฟูล อัพ)นำเสนอเรื่องราวอำนาจ โดยห้องที่ออกแบบเป็นการจำลองความรู้สึกของเส้นทางการไปสู่อำนาจที่ไม่รู้ว่าจะพบเจอเมื่อไหร่ และเมื่อได้มาแล้ว ในที่สุดสิ่งนั้นก็มีวันหายไป

2.INVISIBEL LOVE  (อินวิสิเบิล เลิฟ) สถานที่นี้ได้จำลองการขอความรักขึ้นมาเป็นรูปธรรม ผู้ชมจะมีโอกาสได้เลือกวัตถุ เมื่อเข้าไปในพื้นที่แล้วพบภาพจำลองของวัตถุที่ได้ ให้วางบนแท่นบูชา และทางออกของห้องนี้จะนำไปสู่ความจริงของความรัก คือ เส้นทางออกที่ไม่ได้ง่ายเหมือนตอนที่เข้ามา

3.TREE OF LIFE (ทรี ออฟ ไลฟ์) ในพื้นที่ที่พูดถึงเรื่องสุขภาพเป็นพื้นที่เปิดที่ให้คนเข้ามาสัมผัสสิ่งมีชีวิตที่อายุยืนอย่างต้นไม้ จำลองร่างกายมนุษย์บนต้นไม้ และตามทางเดินจะมีแสงไฟที่ทอดยาวนำไปสู่ทางออก แสงไฟจะค่อยๆ มืดลงจนในที่สุดแสงไฟก็ดับไป เช่นเดียวกันกับสุขภาพไม่ว่าแข็งแรงหรือขอให้อายุยืน สุดท้ายร่างกายก็มีอายุขัยจำกัด

4.WORK WALK WALK  (เวิร์ค วอล์ค วอล์ค) พื้นที่นี้จำลองให้เห็นว่า ถ้ามองว่างานคืองาน สิ่งที่คุณจะได้รับคือประสบความสำเร็จแต่งานจะไม่มีวันสิ้นสุด แล้วเมื่อไหร่คือเวลาที่จะได้ใช้ชีวิต พื้นที่จำลองจะสะท้อนภาพที่เรายืนอยู่ด้านล่าง ให้เห็นเราอีกมุมหนึ่งจากด้านบน

5.LUCKY เฮง เฮง (ลัคกี้ เฮง เฮง) ห้องนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน ผู้ชมจะได้หมุนเข็มว่าจะได้เข้าห้องซ้ายหรือขวา ห้องขวา – ห้องที่เต็มไปด้วยดาวทั้งห้อง เหมือนหลุดไปยังอวกาศ ห้องซ้าย – ห้องที่สามารถมองเห็นอีกห้องได้ซึ่งความรู้สึกของคนที่ได้เข้าห้องขวาก็อยากรู้ว่าอีกห้องเป็นอย่างไร คนที่ได้เข้าห้องซ้ายก็รู้สึกว่าคนที่ได้เข้าห้องขวาโชคดี ผู้ชมก็จะเล่นวงล้อเข็มจนได้เข้าทั้ง 2 ห้อง สุดท้ายคนที่พาเราไปเจอโชคคือ ตัวเรา หรือ โชคดี ?  

ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้อย่าง “เวทีแห่งความมู” รวบรวมประสบการณ์มูเตลูจากเหล่าคนมีชื่อเสียง อาทิเช่น ช่วง FAITH TALK (เฟธ ทอล์ค) คุยกับหมอช้าง ทศพร ศรีตุลาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับความเชื่อ พลัง และการพยากรณ์  เกริก ชิลเลอร์ มูไนท์ ไขความเชื่อ เรื่องเล่าเหลือเชื่อเหนือปาฏิหาริย์จากประสบการณ์คนมีของ อาจารย์ตุลย์-คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง ถอดรหัสมูเตลู ปรากฏการณ์ความเชื่อ ศรัทธาหรืองมงาย หมอบี-เสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุลจากเพจ งมงายสไตล์หมอบี เจาะปรากฏการณ์มูเตลูเล่าคำถามจากคนทางบ้านผ่านทูตสื่อวิญญาณ MU INSPIRE  (มู อินสไปร์) เปิดใจคนรุ่นใหม่สายมู ศรัทธาหรืองมงาย??? อธิบายได้ด้วยเหตุปัจจัย และการต่อยอดในธุรกิจของสายมูแชร์ให้ได้รู้กัน อาทิเช่น MU INSPIRE (มู อินสไปร์) ดีไซน์สร้างสรรค์จากพลังศรัทธา QLAY + SUKERTHING MU INSPIRE (เคลย์ +ซูเคอร์ติง มู อินสไปร์) ดีไซน์สร้างสรรค์จากพลังศรัทธา WK.STUDIO (ดับเบิลยูเค.สตูดิโอ) และ พระสติ/ พลาสติก พุทธคุณบูชากับการรักษาสิ่งแวดล้อม QUALY (เคลย์) เป็นต้น

และกิจกรรมการเรียนรู้ที่จะพาไปสนุกกับการเล่าเรื่องสั้นผีไทย นิทานผีไทย ผีในตำนาน และ Workshop (เวิร์คช็อป) การประดิษฐ์หน้ากากผีตาโขน หรือสายชอบช้อปก็มี “ตลาดคนมีของ” ให้ได้เลือกซื้อกัน อิ่มอร่อยเสริมดวงกับร้านอาหารต่างๆ บูท Horo world (โหรา เวิลด์) ที่จะมาดูดวงให้คุณฟรี!! โชว์พิเศษ “PERFORMANCE ART SHOW” (เพอร์ฟอร์แมนซ์ โชว์) มูเตลู: ใจเรานั้นเองที่มีกำลังแรงมาก การแสดงโดย วรรณศักดิ์ ศิริหล้า ศิลปินรางวัลศิลปาธร และสายบุญสามารถร่วมกิจกรรมแม่เอิบให้พรนำสิ่งของมาแลกเพื่อนำไปใช้ประโยชน์กับมูลนิธิกระจกเงาอีกด้วย

นอกจากนี้ เอาใจคนชอบเที่ยวพิพิธภัณฑ์ โดยมิวเซียมสยามได้ผนึกกำลังเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศ ส่งเสริมการเรียนรู้และการท่องเที่ยวในช่วงสิ้นปีให้ความสุขแก่ประชาชน จัดงานเทศกาลท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ในยามค่ำคืน” Night at The Museum Festival 2022 (ไนท์ แอด เดอะ มิวเซียม เฟสติวัล 2022) ภายใต้คอนเซ็ปต์  “Make your own night with Museum Experiences” (เมค ยัวร์ โอน ไนท์ วิท มิวเซียม  เอ็กซ์พีเรียนซ์) ร่วมสัมผัสประสบการณ์เที่ยวพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืนด้วยตัวคุณ ไปกับพิพิธภัณฑ์ 43 แห่ง ในกรุงเทพฯ ทั้งหมด 20 แห่ง จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 16-18 ธันวาคม 2565  และปริมณฑลและต่างจังหวัด รวม 23 แห่งซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 23-25 ธันวาคม 2565 นี้

ค่ำคืนนี้ของคุณจะไม่ธรรมดาอีกต่อไป กับ เทศกาลท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน : Night at the Museum (ไนท์ แอด เดอะ มิวเซียม) ครั้งที่ 12 คนสายมู มาเปิดประสบการณ์เรียนรู้แบบสายมูไปด้วยกันเป็นเวลา 3 วัน เวลา 16.00-22.00 น. ที่ มิวเซียมสยาม MRT “เอ็มอาร์ที” สนามไชยทางออกที่ 1 (ไม่เสียค่าใช้จ่าย) สามารถติดต่อข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.facebook.com/museumsiamfan และwww.museumsiam.org  หรือสอบถามโทร.0 2225 2777

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699879

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลแด่เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.24 น.

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลและลงนามถวายพระพรแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)ทุกแห่งทั่วประเทศ ผ่านระบบออนไลน์

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ นำโดยศาสตราจารย์คลินิก แพทย์หญิงโฉมศรี โฆษิตชัยวัฒน์ อธิการบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและบุคลากรราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคลและลงนามถวายพระพรแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา  ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)ทั่วประเทศ ผ่านระบบออนไลน์ ทั้งนี้ พิธีจัดขึ้น ณ CRA HALL ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

การนี้ ศาสตราจารย์คลินิก แพทย์หญิงโฉมศรี โฆษิตชัยวัฒน์ อธิการบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ กล่าวคำถวายพระพรชัยมงคลต่อหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมคณะผู้บริหารและบุคลากรราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ น้อมจิตร่วมกันถวายพระพรชัยมงคลและลงนามถวายพระพร ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว และทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง สถิตเป็นมิ่งขวัญของพสกนิกรชาวไทยยิ่งยืนนานตลอดไป

-(016)

เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ฯ ชวนเปิดประสบการณ์ใหม่กับการศึกษานิวซีแลนด์ 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699878

เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ฯ ชวนเปิดประสบการณ์ใหม่กับการศึกษานิวซีแลนด์ 2022

เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ฯ ชวนเปิดประสบการณ์ใหม่กับการศึกษานิวซีแลนด์ 2022

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.17 น.

ฯพณฯ นายโจนาธาน คิงส์ เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย เป็นประธานเปิดงาน  “การศึกษานิวซีแลนด์ 2022” (New Zealand Education Fair 2022) ซึ่งหน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand; ENZ)  สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย ร่วมกับ 47 สถาบันการศึกษาชั้นนำของนิวซีแลนด์ ร่วมกันจัดขึ้น โดยได้รับความสนใจจากน้องๆ นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนพ่อแม่ผู้ปกครองและผู้สนใจเข้าร่วมงานกันอย่างคึกคักกว่า 900 คน  ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ 2 เมื่อเร็วๆ นี้

ฯพณฯ นายโจนาธาน คิงส์ เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย เปิดเผยถึงเหตุผลที่ทำให้คนไทยและนักเรียนต่างชาติให้ความสนใจไปศึกษาต่อที่ประเทศนิวซีแลนด์ เนื่องจากการศึกษาของนิวซีแลนด์มีความแตกต่างจากที่อื่น ประการแรก  การศึกษาในนิวซีแลนด์มีคุณภาพสูงและเป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก มหาวิทยาลัยทั้ง 8 แห่งของนิวซีแลนด์ติดอันดับท็อป 3% ของโลก และในทุกระดับการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน รัฐบาลนิวซีแลนด์มีระบบรับรองคุณภาพมาตรฐานการศึกษาที่เข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะให้การศึกษาที่มีคุณภาพสูงสุดกับนักเรียนทุกคน

ประการที่สอง การศึกษาในนิวซีแลนด์ นักเรียนจะได้เรียนเนื้อหาวิชาการที่มีความจำเป็นมากเท่ากับการเรียนทักษะอื่นๆที่จำเป็นต้องเรียนรู้ หรือทักษะที่นักเรียนถนัดอยู่แล้ว อีกทั้งการศึกษาในนิวซีแลนด์ยังส่งเสริมให้นักเรียนคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณและเป็นอิสระ มีความคิดสร้างสรรค์ และค้นหาคำตอบด้วยตนเอง ไม่เพียงแต่ฝึกฝนจนคล่องแคล่วเท่านั้น แต่นักเรียนยังต้องรู้จักทำงานร่วมกับผู้อื่น ปรับตัว และแสวงหาความรู้อยู่เสมอ

“นักเรียนต่างชาติที่เรียนในนิวซีแลนด์ นอกจากจะได้รับวิชาการแล้ว ยังจะได้รับทักษะกลับไปด้วย อย่างเช่น รูปแบบการสอนของนิวซีแลนด์ช่วยให้นักเรียนได้รับทักษะที่เกี่ยวข้องกับการทำงานจริง แก้ไขปัญหาในการทำงานได้จริง และมีความเป็นผู้นำ โดยหลายหลักสูตรที่เปิดให้นักเรียนเข้ามาเรียนรู้ นักเรียนจะได้รับประโยชน์จากการทำงานเป็นทีมและการรับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายในกลุ่ม แม้ว่าสิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่ทุกคนคุ้นเคยกันดี แต่ทักษะที่นักเรียนได้เรียนรู้จากการทำงานเป็นทีมและการทำงานร่วมกันนี้ จะทำให้นักเรียนก้าวไปสู่ความสำเร็จในหน้าที่การงาน และการมีทักษะดังกล่าวนี้เอง ยังช่วยให้ทุกคนทำงานอย่างมีประสิทธิภาพร่วมผู้อื่นได้ด้วย” ฯพณฯ นายโจนาธาน คิงส์ กล่าว

ด้านคุณแม่คนเก่ง “สู่ขวัญ บูลกุล” ที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์การศึกษาในนิวซีแลนด์ของน้อง“ปราบ บูลกุล” ลูกชายเพียงคนเดียวไปเรียนที่ประเทศนิวซีแลนด์ว่า “เรื่องการศึกษาพ่อแม่ทุกคนอยากให้การศึกษาที่ดีที่สุดกับลูกแน่นอน  แต่การจะเลี้ยงดูเด็กคนหนึ่งให้โตขึ้นมา มันมีสิ่งอื่นที่สำคัญมากไม่แพ้การศึกษา คือสิ่งแวดล้อม และสังคมที่เขาจะต้องไปใช้ชีวิตอยู่  ขวัญคิดว่า ณ ปีนี้ ปัจจุบันนี้ นิวซีแลนด์ตอบโจทย์ทั้งสองฝั่ง ทั้งในเรื่องระบบการศึกษา และสภาพแวดล้อมสังคมที่เด็กจะต้องเจริญเติบโต  ทำให้ขวัญกับพี่โชค (โชค บูลกุล) รู้สึกมั่นใจว่าเป็นตัวเลือกที่ตัดสินใจดีที่สุดแล้วสำหรับลูกเรา

“เหตุผลที่ส่งน้องปราบไปเรียนที่นิวซีแลนด์ เพราะประเทศนิวซีแลนด์ คือประเทศแห่งการศึกษาที่น่าอยู่ติดอันดับโลก ยอมรับว่าตอนแรกเราก็มองประเทศใหญ่ไว้ แต่ก็ยังไม่ตัดสินใจ ก็ช่วยกันหาข้อมูลดูว่าประเทศไหนที่จะเหมาะต่อการศึกษาของลูกเรามากที่สุด พี่โชค (โชค บูลกุล) ก็พูดถึงประเทศนิวซีแลนด์ขึ้นมา  ขวัญและน้องปราบก็ชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเราก็เลยไปเซอร์เวย์ที่ประเทศนิวซีแลนด์กันทั้งครอบครัว ซึ่งก็ประทับใจมากๆ เลยตัดสินใจส่งน้องปราบไปเรียนที่ประเทศนิวซีแลนด์ (ปัจจุบันน้องปราบกำลังศึกษาระดับมัธยมอยู่ที่ประเทศนิวซีแลนด์)

“ขวัญเป็นเด็กโรงเรียนไทยตั้งแต่อนุบาลจนถึงจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 เรามีความรู้สึกว่าการศึกษาถูกแบ่งเป็นสายวิทย์-คณิต สายศิลป์ และต้องเรียนแบบนี้  แต่สำหรับที่นิวซีแลนด์จะต่างออกไป แต่ละโรงเรียนอยู่ในภูมิภาคไหน ความถนัดด้านไหน สามารถมีวิชาเป็นลักษณะพิเศษได้เลย เราคิดว่าเราเลือกสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว แต่เราไม่รู้ว่าเมื่อลูกเราไปอยู่จริงๆ เขาจะชอบด้วยหรือเปล่า ซึ่งตั้งแต่ไปถึงเขาบอกว่าโอเคมาก แม่ไม่ต้องห่วง จนเข้าโรงเรียน เริ่มเรียนหนังสือ สิ่งที่เขาบอกกลับมาคือ เขามีความสุขมาก ไม่รู้สึกว่าต้องปรับตัวเยอะ เพราะคนที่นิวซีแลนด์ค่อนข้างเป็นมิตร และมีน้ำใจ ถ้าเป็นเด็กต่างชาติมาเขาจะช่วยกันเลย นอกจากครูบอกแล้ว เด็กในหอพักซึ่งมีเด็กต่างชาติและเด็กนิวซีแลนด์ด้วย จะช่วยกันดูแลเป็นอย่างดี”

ผู้สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการศึกษานิวซีแลนด์ ดูได้ที่ http://www.studywithnewzealand.govt.nz

-(016)

สำนักงานปลัด อว. คว้ารางวัล ‘หน่วยงานที่มีผลงานโดดเด่น’ ประจำปี 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699854

สำนักงานปลัด อว. คว้ารางวัล ‘หน่วยงานที่มีผลงานโดดเด่น’ ประจำปี 2565

สำนักงานปลัด อว. คว้ารางวัล ‘หน่วยงานที่มีผลงานโดดเด่น’ ประจำปี 2565

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 12.35 น.

สำนักงานปลัดกระทรวง อว. คว้ารางวัล “หน่วยงานที่มีผลงานโดดเด่น ด้านระบบบัญชีข้อมูลหน่วยงานยอดนิยม ระดับดีเด่น (Gold Award)” ปี 2565

22 ธันวาคม 2565 ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้มอบหมายให้ น.ส.จันทนา วงศ์เยาว์ฟ้า ผอ.กองระบบและบริหารข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานปลัดกระทรวง อว. เป็นผู้แทน ขึ้นรับ “รางวัลหน่วยงานที่มีผลงานโดดเด่นด้านระบบบัญชีข้อมูลหน่วยงานยอดนิยม ระดับดีเด่น (Gold Award)” ในการขับเคลื่อนบัญชีข้อมูลภาครัฐ (Government Data Catalog) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 โดยรางวัลนี้เป็นการประกาศเกียรติคุณและเชิดชูหน่วยงานที่มีความมุ่งมั่นในการจัดทำบัญชีข้อมูลภาครัฐ เพื่อให้ประเทศขับเคลื่อนไปสู่การเป็นรัฐบาลอัจฉริยะ (Smart & Open Government)

ปลัดกระทรวง อว. กล่าวว่า กระทรวง อว. ได้พัฒนาชุดข้อมูลต่างๆ ทั้งทางวิชาการและทางการบริหาร โดยเฉพาะข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยรวบรวม วิเคราะห์และได้นำเสนอเผยแพร่ในรูปแบบที่ชัดเจน เข้าใจได้ง่าย และเข้าถึงได้อย่างสะดวก มีการนำเอาไปใช้งานต่อไป และเผยแพร่ขยายผลเป็นจำนวนมาก รวมทั้งเป็นการพัฒนาระบบรัฐบาลดิจิทัลตามนโยบายของรัฐบาล

“ขอขอบคุณกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่ได้มอบรางวัลสำคัญนี้ ในระดับดีเด่น (Gold Award) นี้ ซึ่งเป็นกำลังใจให้กับสำนักงานปลัดกระทรวง อว. ที่มีผลงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยประมวลจากยอดผู้เข้าชมชุดข้อมูลของ อว. ที่พัฒนาขึ้นตามแนวคิดการเป็นศูนย์กลางในการเข้าถึงข้อมูลเปิด ที่ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก รวดเร็ว ตลอดเวลา มีข้อมูลที่เผยแพร่อยู่ในรูปแบบไฟล์ที่สามารถแสดงตัวอย่างข้อมูล (Preview) การแสดงข้อมูลด้วยภาพ (Visualization) และเชื่อมต่อไปใช้งานได้ผ่านเอพีไอ (API) แบบอัตโนมัติให้กับชุดข้อมูลที่เผยแพร่ได้ ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้เกิดธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ นำไปสู่การยกระดับการให้บริการข้อมูลแก่ประชาชนผ่านบริการอิเล็กทรอนิกส์ ตาม พ.ร.บ. การบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 โดยมีเป้าหมายสำคัญในการให้หน่วยงานภาครัฐที่เป็นเจ้าของข้อมูลที่เป็น “ข้อมูลเปิดภาครัฐ” หรือ “ข้อมูลที่หน่วยงานของรัฐต้องเปิดเผยต่อสาธารณะตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการในรูปแบบดิจิทัลที่สามารถเข้าถึงและใช้ได้อย่างเสรี ไม่จำกัด Platform ไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมทั้งสามารถเผยแพร่ ทำซ้ำ หรือใช้ประโยชน์ได้โดยไม่จำกัดวัตถุประสงค์” ซึ่งข้อมูลของ อว. นี้ได้นำข้อมูลมาเปิดเผยต่อสาธารณะ โดยผู้สนใจสามารถเข้าใช้งานชุดข้อมูล และนำไปใช้ประโยชน์ต่อไปได้ง่าย

ก่อนหน้านี้ สำนักงานปลัดกระทรวง อว. เพิ่งได้รับรางวัลรัฐบาลดิจิทัล ถึง 4 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลผู้นำองค์กรดิจิทัลดีเด่น ได้แก่ ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวง อว., รางวัลรัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานระดับกรมที่จัดทำนโยบาย ประสานงาน กำกับดูแล หรืออื่นๆ เป็นอันดับที่ 1, รางวัลหน่วยงานดีเด่นด้านการใช้ธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ (Data Governance) และรางวัลหน่วยงานดีเด่นด้านการเปิดเผยข้อมูลผ่านศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ

-(016)

เอสเคป รูฟท็อปบาร์-ฟลาเมงโก แบงค็อก ชวนมาสนุกกับปาร์ตี้ 2 รสชาติ พร้อมเคาท์ดาวน์สู่ปี 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/699852

เอสเคป รูฟท็อปบาร์-ฟลาเมงโก แบงค็อก ชวนมาสนุกกับปาร์ตี้ 2 รสชาติ พร้อมเคาท์ดาวน์สู่ปี 2023

เอสเคป รูฟท็อปบาร์-ฟลาเมงโก แบงค็อก ชวนมาสนุกกับปาร์ตี้ 2 รสชาติ พร้อมเคาท์ดาวน์สู่ปี 2023

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 12.27 น.

เอสเคป รูฟท็อปบาร์ และ ฟลาเมงโก แบงค็อก ชวนมาสนุกกับปาร์ตี้ 2 รสชาติ พร้อมเคาท์ดาวน์สู่ปี 2023 ไปด้วยกัน 

ใครที่กำลังมองหาสถานที่เคาท์ดาวน์ ในคืนส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปี 2023 และเบื่อกับสถานที่เดิมๆ วันนี้เราจะพาไปส่อง 2 ร้านคอนเซ็ปต์สุดเก๋ใจกลางเมือง ที่จัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่มรสชาติเยี่ยม พร้อมปาร์ตี้สุดมันส์ ให้คุณปักหมุดสนุกสนานกันในคืนข้ามปี

ร้านแรก เอสเคป แบงค็อก (Escape Bangkok) รูฟท็อปบาร์ใจกลางกรุงเทพฯที่ตั้งอยู่บน ชั้น 5 ของศูนย์การค้าดิ เอ็มควอเทียร์ (The EmQuartier) ที่พร้อมชวนให้ทุกคนได้ Escape  หลีกหนีจากชีวิตประจำวันในแบบเดิมๆ กับแหล่งแฮงค์เอ้าท์ที่มีสไตล์บรรยากาศโดดเด่นด้วยการตกแต่งสไตล์บิชบาร์ในร้านถูกเนรมิตให้เป็นบีชบาร์ริมชายหาด ด้วยการตกแต่งในสไตล์ทรอปิคอลโทนสีเขียว-ชมพู ในบรรยากาศสบายๆ ราวกับได้พักผ่อนริมทะเล ผสมผสานระหว่างวิวสวนสีเขียว วิวเมืองพาโนรามาเข้ากับวิวพระอาทิตย์ตกดินยามเย็นในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และที่โดดเด่นด้วยการตกแต่ง 4 สไตล์ 4 โซน 

ZAIL ZONE โซนเบียร์บาร์และทาปาส ประกอบไปด้วยเบียร์หลากหลายชนิด ตั้งแต่เบียร์ไทยไปจนถึงเบียร์ที่หาทานยากทั้งเบียร์สด และคราฟเบียร์ที่มาจากทั่วโลก เสิร์ฟพร้อมเมนูทาปาสทานเล่นกับเครื่องดื่มมากมาย  
ELLIPSE BAR โซนบาร์เครื่องดื่ม โดดเด่นด้วยการตกแต่งบาร์สีขาวสไตล์เมดิเตอร์เรเนี่ยน พร้อมโคมไฟผ้าสไตล์บาหลีที่สลับเปลี่ยนสีเปรียบเสมือนท้องทะเล ที่เปลี่ยนสีไปตามแสงแดดและสายลม โดยโซนนี้ สามารถพูดคุยกับบาร์เทนเดอร์พร้อมบอกความต้องการและรสชาติของเครื่องดื่มได้อย่างใกล้ชิด นอกเหนือจากหน้าบาร์แล้วบริเวณนี้ยังมีโซนโซฟาที่สามารถรองรับเพื่อนกลุ่มใหญ่หรือสามารถจองจัดไพรเวทปาร์ตี้ได้

TENT ZONE โซนอินดอร์ตกแต่งสไตล์บาหลี พร้อม Long Bar เหมาะสำหรับครอบครัว หรือแขกที่ไม่ชอบเสียงดังสามารถนั่งทานอาหารพร้อมคุยงานหรือสังสรรค์ในกลุ่มเพื่อนแบบฉบับส่วนตัว โดยโซนนี้ลูกค้าสามารถจัดไพรเวทปาร์ตี้หรืออีเว้นท์ได้ตามความต้องการ ซึ่งจุดเด่นอยู่ที่โต๊ะไม้ตัวใหญ่ยังอยู่ตรงกลางที่ลูกค้าสามารถแชร์พื้นที่กันได้ ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนมาปาร์ตี้บ้านเพื่อน 

TERRACE ZONE มุมโซฟาที่แยกออกมาบริเวณพื้นที่ระเบียง ถูกออกแบบมาเพื่อให้ลูกค้าได้ชมวิว
พระอาทิตย์ตกได้อย่างโรแมนติกและเป็นส่วนตัว โดยตกแต่งแบบผสมผสานระหว่างสไตล์ Cabana และ Tropical เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์นำเข้าจากบาหลีและโมร็อคโคเป็นหลัก  

เอสเคป แบงค็อก (Escape Bangkok) ยังมีอีกไฮไลท์คือ สะพานเชื่อมอาคาร และพื้นกระจกใสให้ผู้กล้าได้มองเห็นบรรยากาศเบื้องล่าง หรือมาถ่ายรูปท้าทายความสูง การเดินทางมาง่ายๆด้วยไฟฟ้า ลงสถานีพร้อมพงษ์ หรือ จะขับรถมานั้นไม่ต้องห่วงเรื่องที่จอดรถ สามารถจอดได้ทั้ง 2 ฝั่งคือศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ และ 
ดิ เอ็มโพเรียม  เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 17.00 – 00.00 น. เบอร์โทรศัพท์  063 816 6969  

สำหรับค่ำคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เอสเคป แบงค็อก ขอนำเสนอปาร์ตี้สีชมพูสดใส “PRETTY PINK NYE 2023”  จัดเตรียมความสนุกแบบพิเศษสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหารจานพิเศษที่เชฟปรุงด้วยความพิถีพิถัน คัดสรรวัตถุดิบจากแหล่งที่ดีที่สุดมาให้ได้ลิ้มรส เครื่องดื่มหลากหลายเมนู และที่ขาดไม่ได้ในทุกปาร์ตี้นั่นคือดนตรี ยกขบวนความมันส์ให้ปาร์ตี้บอยและปาร์ตี้เกิร์ลให้สนุกสุดเหวี่ยง กับดีเจ นักร้อง นักดนตรี หลากหลายแนว อาทิ LINE – UP, KINGSIZE, KINKY D, RabbitDisco, CHAMP on Violin, SARIT on Trumpet, Percussion by TIGER DRUMS และ Grupo de Roberto Uno (Cuban Band) สำหรับทุกการจองบัตรล่วงหน้าผ่าน Megatix รับฟรีทันที 1 ดริ๊งค์ ตั้งแต่เวลา 18.00 – 01.00 น. 

หากใครที่ชื่นชอบมนต์เสน่ห์ความเป็นละติน ต้องไม่พลาด ฟลาเมงโก แบงค็อก (FLAMENCO BANGKOK) ชั้น 9 เดอะฮีลิกส์ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ที่หยิบเอามนต์เสน่ห์เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ดนตรี และศิลปะร่วมสมัยสไตล์โมเดิร์น มานำเสนอในมุมมองใหม่ ๆ ที่ให้กลิ่นอายของความเป็นละตินจากทั่วทุกมุมโลก ภายใต้คอนเซ็ปต์ Without Passion Life is Nothing 

รูฟท็อปบาร์แห่งนี้ ตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่กว่า 800 ตารางเมตร ภายในตกแต่งในบรรยากาหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นโซน In-Door แกรนด์ฮอลล์ขนาดใหญ่ ที่ประดับด้วย Chandelier Crystals, โซน Lounge ความโมเดิร์นสไตล์ในพื้นที่ที่เป็นส่วนตัว, โซน Live Stage เต้นให้สุดไปกับไลฟ์มิวสิคสไตล์ละติน รุมบ้า และแซมบ้า รวมไปถึงความสนุกสนานจากดีเจชื่อดัง แล้วปิดท้ายด้วยโซน Out-Door รูฟท็อปบาร์ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนแวะเข้ามาดื่มด่ำบรรยากาศยามเย็นกับวิวสวย ๆ ใจกลางเมืองที่กว้างกว่า 180 องศา ทำให้ ฟลาเมงโก แบงคอก กลายเป็นอีกหนึ่ง Destination แห่งใหม่ใจกลางเมือง 

ในค่ำคืนเคาท์ดาวน์ ฟลาเมงโก แบงค็อก จัดเต็มกับปาร์ตี้สุดมันส์ “NYE BKK 2023” พบกับดีเจฮิป
ฮอประดับตำนาน ไม่ว่าจะเป็น LINE-UP, DJ ONO, DJ BUDDAH, DJ ARM, MC CALO และโชว์ส่งท้ายปีเก่าด้วย PERCUSSION BY TIGER DRUMS และต้อนรับปีใหม่ด้วย DRUM SHOW รวมถึงแดนซ์เซอร์สาวสุดเซ็กซี่มาเพิ่มดีกรีความร้อนแรงต้อนรับปีใหม่ ปาร์ตี้เริ่มตั้งแต่ 20.00 – 03.00 น. 

คุณยุ้ย – ไพพรรณ หลักแหลม กรรมการผู้จัด ศูนย์การค้าดิ เอมโพเรียม และ ดิ เอมควอเทียร์ ผู้บริหาร ร้าน เอสเคป แบงค็อก (Escape Bangkok) และ ฟลาเมงโก แบงค็อก (FLAMENCO BANGKOK) ฝากบอกว่าจัดเตรียมปาร์ตี้ให้คุณมาร่วมเฉลิมฉลองแบบสุดพิเศษ เพื่อเป็นการเริ่มต้นปีด้วยความร่าเริงสดใส ในบรรยากาศการเคาท์เดาวน์มุมสูง ที่มองเห็นแสงไฟระยิบระยับใจกลางกรุงเทพฯ ที่จะทำให้ปีใหม่ 2023 จะอยู่ในความทรงจำตลอดไป

ฌอน ไมเคิล เวนเตอร์ ผู้จัดการทั่วไป ร้าน เอสเคป แบงค็อก (Escape Bangkok) และ ฟลาเมงโก 
แบงค็อก (FLAMENCO BANGKOK) เตรียมเมนูอาหารหลากหลายสไตล์ทั้งอเมริกัน อิตาเลียน แม็กซิกัน อาหารไทย และฟิวชั่น รวมไปถึงเมนูเครื่องดื่มมากมาย มีซิกเนอร์เจอร์ดริ๊งค์ที่เป็นเอกลักษณ์ ให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับอาหารที่ปรุงด้วยวัตถุดิบคุณภาพสดใหม่มาให้ลิ้มลอง ส่วนเครื่องดื่มมีบาร์เทนเดอร์ฝีมือเยี่ยมมารังสรรค์ดริ๊งค์สุดพิเศษในทุกค่ำคืน

อยากได้บรรยากาศแบบไหน ตัดสินใจแล้วอย่ารอช้า ที่จะไปสนุกสุดเหวี่ยงกับปาร์ตี้ที่คัดสรรมาเพื่อคุณ ทั้งอาหารอร่อย บรรยากาศดี ท่ามกลางวิวสวยแบบพาโนรามา 180 องศา ในแบบมุมที่แตกต่างจากที่เคย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.FLAMENCO-BANGKOK.com Facebook: FlamencoBKK จองบัตรเข้างานล่วงหน้าได้ที่ https://megatix.in.th/events/prettypinknyeparty2023 ทุกบัตรจะได้รับ 1 ดริ๊งค์ฟรีทันที ส่วน NYE BKK 2023 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www. ESCAEP-BANGKOK.com Facebook: ESCAEP BANGKOK และจองบัตรเข้างานล่วงหน้าได้ที่ https://megatix.in.th 

รับรองว่าจะเป็นคืนข้ามปีที่คุณจะลืมไม่ลง !!!

‘แพทริเซีย กู๊ด’ควง’โน้ต วิเศษ’ฉลองวิวาห์ คนดังวงการบันเทิงแห่ร่วมยินดีพรึ่บ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/700074

'แพทริเซีย กู๊ด'ควง'โน้ต วิเศษ'ฉลองวิวาห์ คนดังวงการบันเทิงแห่ร่วมยินดีพรึ่บ

‘แพทริเซีย กู๊ด’ควง’โน้ต วิเศษ’ฉลองวิวาห์ คนดังวงการบันเทิงแห่ร่วมยินดีพรึ่บ

วันศุกร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 10.26 น.

‘แพทริเซีย กู๊ด’ควง’โน้ต วิเศษ’  คนวงการบันเทิงแห่ร่วมยินดีพรึ่บ 

ต้องขอแสดงความยินดีกับเจ้าบ่าวเจ้าสาวป้ายแดง “แพทริเซีย กู๊ด” และ “โน้ต วิเศษ รังษีสิงห์พิพัฒน์” หลังจากที่เพิ่งเข้าพิธีฉลองมงคลสมรสไปเมื่อค่ำวานนี้ (22 ธ.ค.65) แพทริเซีย กู๊ด  เจ้าสาวคนสวยด้วย 2 ชุด 2 สไตล์จากแบรนด์ระดับโลก Elie Saab Bridal 

งานนี้มีเพื่อนๆทั้งในวงการและนอกวงการเข้าร่วมแสดงความยินดีเป็นจำนวนมากอย่างอบอุ่น  ขอบคุณภาพ : #PatNote

ขอบคุณภาพ : LOfficielThailand

ขอบคุณภาพ : LOfficielThailand

ขอบคุณภาพ : LOfficielThailand

ขอบคุณภาพ : LOfficielThailand

ขอบคุณภาพ : LOfficielThailand

ขอบคุณภาพ : LOfficielThailand

ขอบคุณภาพ : #PatNote

ขอบคุณภาพ : #PatNote

ขอบคุณภาพ : #PatNote

ขอบคุณภาพ : #PatNote

ขอบคุณภาพ : #PatNote

ขอบคุณภาพ : #PatNote

ขอบคุณภาพ : #PatNote

ขอบคุณภาพ : #PatNote

ขอบคุณภาพ : #PatNote

ขอบคุณภาพ : #PatNote

ขอบคุณภาพ : #PatNote

ขอบคุณภาพ : #PatNote

ขอบคุณภาพ : #PatNote

ขอบคุณภาพ : #PatNote

ขอบคุณภาพ : #PatNote

ขอบคุณภาพ : #PatNote

ขอบคุณภาพ : #PatNote

ขอบคุณภาพ : #PatNote

ขอบคุณภาพ : #PatNote

ขอบคุณภาพ : #PatNote

ขอบคุณภาพ : #PatNote

ขอบคุณภาพ : #PatNote

ขอบคุณภาพ : #PatNote

ขอบคุณภาพ : #PatNote

ขอบคุณภาพ : #PatNote

ขอบคุณภาพ : #PatNote

ขอบคุณภาพ : #PatNote

ขอบคุณภาพ : #PatNote

ขอบคุณภาพ : #PatNote

ขอบคุณภาพ : #PatNote

ขอบคุณภาพ : #PatNote

ขอบคุณภาพ : #PatNote