เศรษฐกิจเวสต์แบงก์ซบเซาหนัก อีกหนึ่งผลพวงจากสงครามกาซา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2742067

เศรษฐกิจเวสต์แบงก์ซบเซาหนัก อีกหนึ่งผลพวงจากสงครามกาซา

22 พ.ย. 2566 08:00 น.

เศรษฐกิจเวสต์แบงก์ซบเซาหนัก อีกหนึ่งผลพวงจากสงครามกาซา

  • ร้านค้าต่างๆ ต้องปิดตาย ถนนแทบทุกสายว่างเปล่า สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่สะท้อนถึงผลกระทบจากวิกฤติสงครามระหว่างอิสราเอลและฮามาส ที่มีต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งสหประชาชาติประเมินว่าสงครามที่เกิดขึ้นอาจจะทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่ถอยหลังไปอีกหลายสิบปี
  • ผู้ประกอบการธุรกิจ ร้านค้า โรงแรมในเขตเวสต์แบงก์ต่างยอมรับว่ากำลังเผชิญวิกฤติอย่างหนัก ซึ่งนอกจากจะต้องหวาดผวากับภัยจากสงครามแล้ว แต่พวกเขากำลังจะอดตายจากการที่ไม่สามารถหาเลี้ยงปากท้องได้อีกต่อไป เพราะรายได้หลักของเมืองมาจากการท่องเที่ยว

จากเดิมที่โรงแรมในย่านนี้จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้แก่ที่พักขนาดเล็กที่ดำเนินธุรกิจโดยชาวบ้าน แต่ตอนนี้ในย่านการค้าในเขตเมืองโบราณของเวสต์แบงก์ เต็มไปด้วยความว่างเปล่าและต้องปิดกิจการลงนับตั้งแต่อิสราเอลประกาศทำสงครามกับกลุ่มฮามาส ทำให้เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กหลายแห่ง ตัดสินใจที่จะทิ้งอาชีพ และต้องมองหาช่องทางในการทำมาหากินอื่นแทน

คริสต์มาสถูกยกเลิก

ตามปกติแล้วเมืองศักดิ์สิทธิ์ อย่างเบธเลเฮม ที่เชื่อกันว่าเป็นสถานที่ประสูติของพระเยซู จะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ยอดนิยมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 1 ล้านคนในทุกๆ ปี โดยเฉพาะในช่วงคริสต์มาสที่ใกล้จะมาถึง แต่ในปีนี้ การจัดงานเฉลิมฉลองคริสต์มาสได้ถูกประกาศยกเลิกไปแล้ว เนื่องจากภาวะสงคราม แต่ยังคงมีการประกอบพิธีทางศาสนาตามปกติของคริสต์ศาสนิกชนเท่านั้น

โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า พวกเขากำลังรื้อต้นคริสต์มาส และของประดับตกแต่งที่ติดตั้งไว้เมื่อหลายปีก่อน รวมถึงที่จัตุรัสมังเกอร์ใจกลางเมือง ซึ่งมักมีการจัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่

นับตั้งแต่เกิดสงคราม นักท่องเที่ยวต่างหนีออกจากพื้นที่ ขณะที่มาตรการคุมเข้มต่างๆก็ทำให้ภาคธุรกิจในพื้นที่อยู่ในภาวะชะงักงัน อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ใกล้เข้าสู่เทศกาลคริสต์มาสเช่นนี้ ส่วนร้านค้าที่ยังคงเปิดทำการอยู่อีกไม่กี่ร้าน ก็กำลังกัดฟันต่อสู้ดิ้นรน กับสภาพที่ไม่มีลูกค้ามาใช้บริการ

นายคาลิล ซาลาฮัต เจ้าของร้านขายของที่ระลึก โอลด์ เคฟ ระบุว่า ร้านค้าที่ต้องขึ้นอยู่กับการท่องเที่ยวโดยตรงอย่างเขา มักจะโกยรายได้ ได้มากเป็นกอบเป็นกำในช่วงเทศกาลความสุขราว 2 เดือนนี้ แต่จนวันนี้กำลังจะสิ้นเดือนพฤศจิกายนแล้ว ในพื้นที่ไม่มีนักท่องเที่ยวอยู่เลย ซึ่งมันกระทบอย่างมากต่อธุรกิจและการใช้ชีวิตของพวกเขา

ขณะที่มัคคุเทศก์ชาวปาเลสไตน์ ระบุว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเวสต์แบงก์ ต้องดิ้นรนเป็นอย่างมาก ในช่วงที่อิสราเอลบุกเข้ามายังเวสต์แบงก์เมื่อปี 1967 แต่สถานการณ์ ณ ตอนนี้ยิ่งเลวร้ายกว่านั้น

ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ

นับตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคมที่กลุ่มฮามาสจู่โจมอิสราเอลแบบไม่ทันตั้งตัว จนกระทั่งอิสราเอลตอบโต้กลับอย่างหนักหน่วง ซึ่งนอกจากในฉนวนกาซาแล้ว กองกำลังอิสราเอลก็ยังมีการสู้รบกับกองกำลังติดอาวุธในเขตเวสต์แบงก์ไปพร้อมๆกันด้วย
โดยการสู้รบที่เกิดขึ้นมีผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจของชาวปาเลสไตน์ โดยองค์การสหประชาชาติเตือนว่าสงครามที่เกิดขึ้นอาจจะทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่ถอยหลังไปอีกหลายสิบปี

โครงการพัฒนาของสหประชาชาติรายงานผลการประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงคราม ว่า จีดีพีของพื้นที่สู้รบได้รับผลกระทบถึง 4.2 เปอร์เซ็นต์ตั้งแต่ช่วงเดือนแรกของการสู้รบ และคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของปาเลสไตน์ จะดิ่งลง 8.4 เปอร์เซ็นต์ หรือสูญเสียเป็นมูลค่าถึง 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนหน้า ทำให้ผู้คนอีกเกือบครึ่งล้านคนตกอยู่ในความยากจน

โดยข้อมูลจากองค์กรแรงงานนานาชาติของยูเอ็น พบว่ามีรายงานชาวปาเลสไตน์ราว 390,000 คน ที่ตกงานนับตั้งแต่สงครามเปิดฉากขึ้น ซึ่งรวมถึงประชาชนจากกาซาที่ทำงานในอุตสาหกรรมการก่อสร้างในอิสราเอลด้วย เพราะพวกเขาถูกยกเลิกใบอนุญาตทำงานหลังจากอิสราเอลถูกโจมตีโดยกลุ่มฮามาส

นอกจากนี้ภายในเขตเวสต์แบงก์เอง ประชาชนก็พบว่าเป็นเรื่องยากที่จะไปทำงานตามปกติภายใต้ข้อบังคับและข้อกำหนดที่เข้มงวดจากภาวะสงคราม ที่มีทั้งการปิดถนน มีจุดตรวจพิเศษตามที่ต่างๆ กระทบต่อการสัญจรไปมาในชีวิตประจำวัน

โดยองค์การสหประชาชาติเตือนว่าความเสียหายทางเศรษฐกิจจะทำให้สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมเลวร้ายยิ่งขึ้นไปอีก และทำให้โอกาสในการฟื้นตัวเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก และจะทำได้ช้าลงหากสงครามยังยืดเยื้อออกไป

ล่าสุด เสียงเรียกร้องให้มีการหยุดยิงและเจรจาสันติภาพในภูมิภาคเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ โดยรัฐมนตรีอาหรับ และชาติมุสลิม กำลังพยายามกดดันชาติตะวันตก ปฏิเสธความชอบธรรมของอิสราเอลที่อ้างว่าทำไปเพื่อป้องกันตัวเอง ขณะเดียวกันประเทศจีนก็เริ่มเคลื่อนไหวเพื่อระงับการสู้รบโดยเร็วที่สุด ซึ่งสถานการณ์ในเขตเวสต์แบงก์รวมทั้งในกาซายิ่งตอกย้ำถึงความเร่งด่วนของความพยายามเหล่านี้.

ผู้เขียน : อาจุมมาโอปอล

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย , BNN

สมัชชาใหญ่ยูเอ็นเรียกร้อง “พักรบโอลิมปิก” ช่วงปารีสเกมส์ 2024

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2742469

สมัชชาใหญ่ยูเอ็นเรียกร้อง "พักรบโอลิมปิก" ช่วงปารีสเกมส์ 2024

22 พ.ย. 2566 07:26 น.

สมัชชาใหญ่ยูเอ็นเรียกร้อง “พักรบโอลิมปิก” ช่วงปารีสเกมส์ 2024

สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเรียกร้องให้มีการปฏิบัติตามธรรมเนียม “การพักรบโอลิมปิก” แบบดั้งเดิม ในระหว่างการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสในปีหน้า

สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเรียกร้องให้มีการปฏิบัติตามธรรมเนียม “การพักรบโอลิมปิก” แบบดั้งเดิม ในระหว่างการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสในปีหน้า ในขณะที่รัสเซียประณามว่าเป็น “การแทรกแซงทางการเมือง” ในวงการกีฬาอีกครั้ง

มติดังกล่าวซึ่งผ่านมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 118 เสียง “เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกร่วมสังเกตการณ์ธรรมเนียมการพักรบโอลิมปิกร่วมกัน” ตั้งแต่ 7 วันก่อนเริ่มการแข่งขันในช่วงฤดูร้อนปีหน้า จนถึง 7 วันหลังการแข่งขันพาราลิมปิก ซึ่งจัดขึ้นที่ปารีสเช่นเดียวกัน ขณะที่รัสเซียและซีเรียงดออกเสียง

มติดังกล่าวซึ่งเสนอโดยฝรั่งเศส ประเทศเจ้าภาพโอลิมปิก ยังเรียกร้องให้มีความร่วมมือเพื่อนำคุณค่าของการพักรบโอลิมปิกไปปฏิบัติร่วมกันทั่วโลก

โธมัส บาค ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) กล่าวในปราศรัยต่อสมัชชาใหญ่ยูเอ็นในนครนิวยอร์กว่า “ผมจำไม่ได้ว่าครั้งหนึ่งโลกกำลังเผชิญกับการเผชิญหน้าความแตกแยก และการแบ่งขั้วมากมายขนาดนี้” 

“ในโลกที่เปราะบางนี้ ข้อมติการพักรบโอลิมปิกมีความสำคัญมากขึ้นกว่าที่เคย ข้อมตินี้เป็นโอกาสของเราที่จะส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปทั่วโลก เราสามารถร่วมมือกันได้แม้ในช่วงเวลาแห่งสงครามและวิกฤตการณ์ เราจะร่วมมือกันและทำงานร่วมกันเพื่ออนาคตที่ดีกว่า”

โทนี เอสแตนเก็ต ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันปารีสเกมส์ กล่าวเสริมว่า “การแข่งขันถือเป็นตัวอย่างที่สร้างแรงบันดาลใจอย่างยิ่ง เพราะมันแสดงให้เห็นว่าเรามีอะไรที่เหมือนกัน มากกว่าที่จะแบ่งแยกเรา”

ทั้งนี้ ธรรมเนียม “การพักรบโอลิมปิก” ได้รับแรงบันดาลใจจากประเพณี “เอเคไคเรีย” ของกรีกโบราณ  ซึ่งจำเป็นต้องยุติความเป็นปรปักษ์ระหว่างนครรัฐระหว่างการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกยุคโบราณ โดยธรรมเนียม “การพักรบโอลิมปิก” ถูกนำมาใช้อีกครั้งโดยสหประชาชาติในปี 1993 หลังจากการผลักดันของ IOC

มติ “การพักรบโอลิมปิก” ได้รับการรับรองโดยฉันทามติทุกๆ สองปีก่อนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวและฤดูร้อน แต่รัสเซียเรียกร้องให้มีการลงคะแนนเสียงในปีนี้ โดยกล่าวว่าข้อความดังกล่าวควรรวมการอ้างอิงถึงการแข่งขัน “การเข้าถึงกีฬาที่ถูกลดทอนการเมืองอย่างเท่าเทียมกัน”

ไอโอซีถือว่าการรุกรานยูเครนของรัสเซียในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงพักรบโอลิมปิกที่ผ่านไปก่อนโอลิมปิกฤดูหนาวที่กรุงปักกิ่ง และแนะนำมิให้สหพันธ์กีฬานานาชาติจัดกิจกรรมการแข่งขันในดินแดนรัสเซีย และการห้ามใช้สัญลักษณ์ของรัสเซีย เช่น เพลงชาติและธงชาติในการแข่งขัน ขณะที่ไอโอซียังไม่ได้ตัดสินใจว่านักกีฬารัสเซียจะสามารถเข้าร่วมการแข่งขันปารีสเกมส์ได้หรือไม่

เมื่อวันอังคาร รัสเซียประณามสิ่งที่เรียกว่า “แนวโน้มที่เป็นอันตรายของการแทรกแซงทางการเมืองในกีฬา”

มาเรีย ซาโบลอตสกายา รองเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหประชาชาติ กล่าวว่า “ความหน้าซื่อใจคดและการเหยียดหยามในระดับสูงสุด เป็นสิ่งที่เราไม่เคยเห็นมาก่อนในประวัติศาสตร์ รวมถึงการห้ามนักกีฬารัสเซียเข้าแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติอย่างไม่ชอบธรรม เช่นเดียวกับความพยายามที่จะกีดกันรัสเซียจากสิทธิ์ในการจัดการแข่งขันกีฬาในประเทศของเรา”

บาค กล่าวตอบโต้หลังการลงคะแนนเสียง โดยกล่าวว่ามติดังกล่าว “ไม่ได้เกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติของนักกีฬาคนใด” แต่เป็นการปฏิบัติตามกฎบัตรโอลิมปิก

นอกจากนี้ เขายังกล่าวด้วยว่าแผนการของรัสเซียที่จะเป็นเจ้าภาพ “กีฬามิตรภาพ” ในปีหน้า แท้จริงแล้ว “จะนำไปสู่การแตกแยกทางการเมืองของกีฬาระหว่างประเทศ.”

อ่านข่าวเพิ่มเติม: https://www.thairath.co.th/news/foreign

เบลเยียมจัดแข่งทำอาหาร ‘Be Cheffe’ ครั้งแรก หวังส่งเสริมฐานะเชฟหญิง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2742465

เบลเยียมจัดแข่งทำอาหาร ‘Be Cheffe’ ครั้งแรก หวังส่งเสริมฐานะเชฟหญิง

22 พ.ย. 2566 06:25 น.

เบลเยียมจัดแข่งทำอาหาร ‘Be Cheffe’ ครั้งแรก หวังส่งเสริมฐานะเชฟหญิง

เบลเยียมจัดการแข่งขันทำอาหารสำหรับเชฟหญิงโดยเฉพาะเป็นครั้งแรก หวังยกระดับเชฟหญิงให้ขึ้นมาอยู่แถวหน้า หลังจากถูกมองข้ามมาตลอด

เมื่อ 20 ธันวาคม 2565 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม รายงานว่า นายอเล็กซานเดอร์ เดอครู นายกรัฐมนตรีเบลเยียม มอบรางวัลเชฟหญิงเบลเยียม 2023 จัดโดยสมาพันธ์ร้านอาหารบรัสเซลส์ HORECA Brussels การแข่งขันทำอาหาร Be Cheffe เพื่อ “การเสริมพลังและยกระดับเชฟหญิงเบลเยียม” โดยสหพันธ์ฯ ริเริ่มจัดเป็นครั้งแรก

การประกาศผลการตัดสินและพิธีมอบรางวัลโดย นายอเล็กซานเดอร์ เดอครู แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ ระดับ “นักศึกษา” นางสาวจูเลีย เลอแมร์ อายุ 18 ปี จากโรงเรียนการโรงแรมเมืองนามูร์ (École Hôtelière Regionale de Namur) ระดับ “เชฟร้านอาหาร” นางโอเรเลีย ดอลลองเดอร์ ผู้ช่วยเชฟร้านอาหาร Ucclois Ivresse รางวัลสุดท้าย “เชฟเจ้าของธุรกิจหรือหุ้นส่วน” นางจู สตาสซาร์ท ร้านอาหาร Racines

การแข่งขันเชฟหญิงเบลเยียมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ที่ Food Market บริเวณ Gare Maritime กรุงบรัสเซลส์ มีผู้เข้าแข่งขัน 15 คน ที่ได้รับการคัดเลือกจากผู้สมัครกว่า 50 คน จากทั่วประเทศเบลเยียม

นายอเล็กซานเดอร์ เดอครู กล่าวว่า “เบลเยียมเป็นประเทศที่มีความหลากหลายในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นภาษา วัฒนธรรม รวมทั้งอาหาร ความแตกต่างดังกล่าวเป็นผลดีที่ทำให้คนเบลเยียมเปิดใจกว้าง รับฟังความเห็นต่างอย่างจริงใจ เป็นความคิดริเริ่มที่ดีมากที่จะยกระดับเชฟหญิงให้ขึ้นมาอยู่แถวหน้า เพื่อแสดงศักยภาพความประณีตในครัวให้เป็นที่ยอมรับ”

แม้ว่าผู้หญิงจะมีความรู้ความสามารถเทียบเท่าหรือไม่แพ้ผู้ชายในหลายด้าน แต่ก็มักจะถูกมองข้าม ไม่เว้นแม้ความโดดเด่นในการทำอาหารมืออาชีพหรือเชฟ สังเกตได้จากรายการทีวีที่จัดโดยเชฟที่มีชื่อเสียง หรือการแสดงการทำอาหารที่มักจะมีแต่ผู้ชาย ผู้หญิงไม่ค่อยได้รับการนำเสนอหรือให้ความสำคัญมากนัก

ลุ้น ครม.อิสราเอลพิจารณาดีลตัวประกัน ลือปล่อยตัวผู้หญิง-เด็ก 50 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2742464

ลุ้น ครม.อิสราเอลพิจารณาดีลตัวประกัน ลือปล่อยตัวผู้หญิง-เด็ก 50 คน

22 พ.ย. 2566 05:40 น.

ลุ้น ครม.อิสราเอลพิจารณาดีลตัวประกัน ลือปล่อยตัวผู้หญิง-เด็ก 50 คน

คณะรัฐมนตรีอิสราเอลกำลังประชุมเต็มคณะ เพื่อพิจารณาร่างข้อตกลงแลกเปลี่ยนตัวประกันที่ถูกฮามาสจับเอาไว้ โดยผู้นำอิสราเอลเรียกร้องให้ ครม.สนับสนุนข้อตกลงนี้

สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานในวันอังคารที่ 21 พ.ย. 2566 อ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวว่า ข้อตกลงปล่อยตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮามาสจับตัวเอาไว้ แลกกับการหยุดยิงในฉนวนกาซา อาจถูกประกาศออกมาในไม่ช้า โดยตอนนี้คณะรัฐมนตรีอิสราเอลกำลังประชุมเต็มคณะเพื่อพิจารณาเรื่องข้อตกลงดังกล่าว

เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศคนหนึ่งบอกกับ ซีเอ็นเอ็น ว่า กาตาร์ ซึ่งเป็นตัวกลางเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่าย ส่งร่างข้อตกลงที่ทำร่วมกับฮามาสให้แก่อิสราเอล เมื่อเช้าวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น

ขณะที่แหล่งข่าวหลายคนบอกกับ ซีเอ็นเอ็น ว่า ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ผู้หญิงและเด็ก 50 คน ที่ถูกจับเอาไว้จะได้รับการปล่อยตัว แลกกับการหยุดยิงเป็นเวลา 4-5 วัน นอกจากนั้น จะมีการปล่อยนักโทษชาวปาเลสไตน์ที่ถูกจับในอิสราเอล 3 คน ต่อตัวประกัน 1 คนที่เป็นอิสระด้วย

ด้าน นายเบนจามิน เนทันยาฮู เรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีสนับสนุนข้อตกลงแลกเปลี่ยนตัวนักโทษปาเลสไตน์กับตัวประกันชาวอิสราเอลที่ถูกจับเอาไวในฉนวนกาซา โดยระบุว่า กองกำลังความมั่นคงสนับสนุนข้อตกลงนี้ อย่างไรก็ตาม เขาย้ำด้วยว่า สงครามจะยังดำเนินต่อไป จนกว่าจะกำจัดกลุ่มฮามาส และปลดปล่อยตัวประกันได้ครบทุกคน

ที่มา : cnn , bbc

ซีอีโอไบแนนซ์ลาออก หลังยอมรับผิดในศาล ข้อหาฟอกเงิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2742463

ซีอีโอไบแนนซ์ลาออก หลังยอมรับผิดในศาล ข้อหาฟอกเงิน

22 พ.ย. 2566 05:15 น.

ซีอีโอไบแนนซ์ลาออก หลังยอมรับผิดในศาล ข้อหาฟอกเงิน

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ สั่งปรับเงิน ไบแนนซ์ แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนทรัพย์สินดิจิทัลรายใหญ่ของโลก ขณะที่ซีอีโอประกาศลาออกหลังรับผิดข้อหาฟอกเงิน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายจ้าว ฉางเผิง ซีอีโอของ ‘ไบแนนซ์’ (Binance) แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ที่สุดของโลก ประกาศลาออกจากตำแหน่ง หลังจากเขายอมรับความผิดข้อหาฟอกเงิน ที่ศาลแขวงสหรัฐฯ ในเมืองซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน เมื่อ 21 พ.ย. 2566 ที่ผ่านมา

นายจ้าวระบุในโพสต์บน X หรือชื่อเดิมคือ ทวิตเตอร์ ว่า “ผมทำผิดพลาด และผมต้องรับผิดชอบ นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดต่อสังคมของเรา, ต่อไบแนนซ์ และต่อตัวผมเอง”

ขณะที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ สั่งปรับเงิน ไบแนนซ์ จำนวน 4.3 พันล้านดอลลาร์ โดยระบุว่า แพลตฟอร์มนี้ทำให้ผู้ใช้งานสามารถหลบเลี่ยงการคว่ำบาตรต่างๆ ที่บังคับใช้ทั่วโลกได้

“ไบแนนซ์ทำให้เกิดการทำธุรกรรมมูลค่าเกือบ 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ระหว่างผู้ใช้งานชาวอเมริกันกับอิหร่าน และอำนวยความสะดวกให้เกิดการทำธุรกิจมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ ระหว่างผู้ใช้งานสหรัฐฯ กับผู้ใช้งานในซีเรีย และในแคว้นไครเมีย, โดเนตสก์ และลูฮานสก์ ของยูเครนที่ตอนนี้ถูกรัสเซียยึดครอง” โฆษกกระทรวงยุติธรรม ระบุ

ทั้งนี้ ไบแนนซ์ ซึ่งจดทะเบียนบริษัทที่หมู่เกาะเคย์แมน เป็นที่รู้จักในฐานะแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ที่สุดของโลก รวมถึงเงินคริปโต อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตรวจสอบของสหรัฐฯ พยายามหาทางแบนแพลตฟอร์มนี้ โดยกล่าวหาว่า บริหารงานในประเทศอย่างผิดกฎหมาย

ขณะที่คณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าล่วงหน้า (CFTC) ของสหรัฐฯ ยื่นฟ้องร้องต่อศาล โดยกล่าวหาไบแนนซ์ว่า บ่มเพาะธุรกิจของตัวเองในสหรัฐฯ โดยไม่ได้ลงทะเบียนกับทางการอย่างถูกต้องเหมาะสม นอกจากนั้นยังทำผิดกฎหมายการเงินของสหรัฐฯ หลายข้อ รวมถึงกฎหมายป้องกันการฟอกเงิน

ไบแนนซ์ยังถูกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา (SEC) กล่าวหาว่าเป็นเครือข่ายหลอกลวง โดย SEC ระบุว่า แพลตฟอร์มนี้รวมถึงนายจ้าว เพิกเฉยต่อกฎหมายซึ่งมีไว้สำหรับคุ้มครองนักลงทุน เพื่อรักษาการดำเนินการในสหรัฐฯ เอาไว้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

คองโกเหยียบกันตายสลด 37 ศพ ขณะเกณฑ์ทหาร เจ็บอีกอื้อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2742462

คองโกเหยียบกันตายสลด 37 ศพ ขณะเกณฑ์ทหาร เจ็บอีกอื้อ

22 พ.ย. 2566 04:15 น.

คองโกเหยียบกันตายสลด 37 ศพ ขณะเกณฑ์ทหาร เจ็บอีกอื้อ

เกิดเหตุเหยียบกันตายที่ประเทศคองโก หลังผู้คนแห่เข้าสนามกีฬาเพื่อรับการเกณฑ์ทหาร ท่ามกลางปัญหาคนหนุ่มสาวว่างงานจำนวนมาก

เมื่อวันอังคารที่ 21 พ.ย. 2566 รัฐบาลของประเทศสาธารณรัฐคองโก ออกมาเปิดเผยว่า เกิดเหตุเหยียบกันที่สนามกีฬาแห่งหนึ่ง ในกรุงบราซซาวิลล์ ขณะกำลังมีการเกณฑ์ทหารในคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา (20 พ.ย.) เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 37 ศพ บาดเจ็บอีกจำนวนมาก

ทางการคองโกไม่ได้ระบุจำนวนผู้บาดเจ็บที่แน่ชัด แต่มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ต้องจัดตั้งหน่วยฉุกเฉินขึ้นในที่เกิดเหตุตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี อนาโตลี คอลลิเนต มากอสโซ

ทั้งนี้ คองโกเป็นประเทศที่มีอัตราว่างงานในหมู่คนหนุ่มสาวสูงถึง 42% โดยคนหนุ่มจำนวนมากมองว่า กองทัพคือหนึ่งในสถานที่ไม่กี่แห่งที่พวกเขาสามารถหางานได้

เมื่อสัปดาห์ก่อน กองทัพคองโกประกาศแผนรับสมัครทหาร จำนวน 1,500 นาย ที่มีอายุระหว่าง 18-25 ปี ทำให้มีผู้คนแห่เดินทางไปยังสนามกีฬาในกรุงบราซซาวิลล์ ไม่ต่ำกว่า 700 คน เพื่อลงทะเบียน

แต่ในวันเกิดเหตุ มีคนหนุ่มมารวมตัวกันที่สนามกีฬาแห่งนี้หลายพันคน และตามการเปิดเผยของผู้รอดชีวิต ผู้คนจำนวนมากพยายามผลักกันเพื่อลอดผ่านประตูทางเข้าสนาม จนเกิดเหตุเหยียบกันขึ้น

นายแบรนดอน เซตู หนึ่งในผู้รอดชีวิตบอกกับสำนักข่าว เอพี ว่า “จากที่ผู้จัดงานบอก นี่เป็นวันสุดท้ายแล้ว (ของการเกณฑ์ทหาร) นั่นคือเหตุผลที่พวกเราอยู่รอกันจนดึกดื่น เพราะหวังจะได้ลงทะเบียน” “แต่บางคนทนไม่ไหวและพยายามฝ่าไป ทำให้การเหยียบกันจนมีคนตายและบาดเจ็บหลายราย ซึ่งเราเสียใจมาก”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

นายกฯ เลบานอนอ้าง อิสราเอลโจมตีชายแดนทำนักข่าวตาย 2 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2742461

นายกฯ เลบานอนอ้าง อิสราเอลโจมตีชายแดนทำนักข่าวตาย 2 ศพ

22 พ.ย. 2566 03:00 น.

นายกฯ เลบานอนอ้าง อิสราเอลโจมตีชายแดนทำนักข่าวตาย 2 ศพ

อิสราเอลกับเลบานอนยังคงยิงต่อสู้ข้ามพรมแดนกันอย่างดุเดือด ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตในฝั่งเลบานอน 4 ศพ รวมนักข่าวท้องถิ่นด้วย 2 ศพ

เมื่อวันอังคารที่ 21 พ.ย. 2566 นายนาบจิบ มิคาติ นายกรัฐมนตรีเลบานอน ออกมาประณามการโจมตีของอิสราเอลซึ่งไปตกใส่หมู่บ้าน ตาอีร์ ฮาร์ฟา (Tayr Harfa) บริเวณชายแดน ซึ่งทำให้ผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์ อัล มายาดีน ทีวี (Al Mayadeen TV) กับช่างภาพ และพลเรือนอีก 1 คน เสียชีวิต

ด้านกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) อ้างว่า พวกเขามีปฏิบัติการต่อต้านภัยคุกคามในพื้นที่เดียวกันกับที่ฝ่ายเลบานอนกล่าวอ้าง และตอนนี้กำลังตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่สื่อท้องถิ่นของเลบานอนรายงานว่า มีหญิงชราเสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลที่หมู่บ้าน คฟาร์เคลา (Kfarkela) ทางตะวันออกด้วย

ทั้งนี้ อิสราเอลยิงมิสไซล์กับปืนใหญ่ข้ามชายแดนตอบโต้กับเลบานอนมาตั้งแต่เริ่มสงครามอิสราเอล-ฮามาส ในฉนวนกาซา เมื่อ 6 สัปดาห์ก่อนแล้ว โดยก่อนหน้านี้ในวันอังคาร IDF เพิ่งออกมาบอกว่า เครื่องบินรบของพวกเขาโจมตีที่ซ่อนของกลุ่มก่อการร้ายบริเวณชายแดน รวมถึงโจมตีเป้าหมายที่เป็นของกลุ่มฮีซบอลเลาะห์ ของเลบานอนด้วย

ด้านสถานีโทรทัศน์ อัล มายาดีน ทีวี ยืนยันว่า นักข่าวของพวกเขาชื่อ ฟาราห์ โอมาร์ กับช่างภาพชื่อ ราบีห์ อัล-มาอามารี ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีอย่างจงใจขณะรายงานข่าวอยู่ที่หมู่บ้าน ตาอีร์ ฮาร์ฟา ซึ่งห่างจากชายแดนราว 2 กม.

“เครื่องบินรบของอิสราเอลยิงมิสไซล์ 2 ลูก เข้าใส่จุดที่ฟาราห์กับราบีห์อยู่” อัล มายาดีน ทีวี ระบุ “ฟาราห์กับราบีห์เพิ่งเสร็จสิ้นการรายงานสดในเวลา 10.00 น. อัปเดตสถานการณ์การโจมตีล่าสุดของอิสราเอลในภาคใต้ของเลบานอน”

ขณะที่สื่อของเลบานอนอีกสำนักอย่าง NNA รายงานว่า มีพลเรือนอีกคนชื่อว่า ฮุสเซน อาคีล เสียชีวิตในการโจมตีเดียวกันนี้ด้วย โดยผู้อำนวยการของ อัล มายาดีน ทีวี ชายคนนี้เป็นผู้ให้การสนับสนุนด้านข้อมูลพวกเขา

ส่วนผู้เสียชีวิตรายที่ 4 ของวันอังคาร NNA รายงานว่า เป็นหญิงชราวัย 80 ปี ชื่อ ไรคา ซาร์ฮาน หลังจากบ้านของเธอในหมู่บ้านคฟาร์เคลา ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางตะวันออก ถูกโจมตีอย่างหนักและเสียชีวิต โดยที่สมาชิกครอบครัวของเธอหลายคน รวมถึงเด็กๆ ได้รับบาดเจ็บด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เกาหลีเหนืออ้าง ปล่อยดาวเทียมสอดแนมแล้ว-ญี่ปุ่นสั่ง ปชช.เข้าที่กำบัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2742460

เกาหลีเหนืออ้าง ปล่อยดาวเทียมสอดแนมแล้ว-ญี่ปุ่นสั่ง ปชช.เข้าที่กำบัง

22 พ.ย. 2566 02:35 น.

เกาหลีเหนืออ้าง ปล่อยดาวเทียมสอดแนมแล้ว-ญี่ปุ่นสั่ง ปชช.เข้าที่กำบัง

เกาหลีเหนืออ้าง ปล่อยดาวเทียมสอดแนมขึ้นสู่อวกาศแล้ว ขณะที่ญี่ปุ่นต้องสั่งประชาชนเข้าที่กำบังเพื่อความปลอดภัย ขณะจรวดบินข้ามไปแปซิฟิก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการเกาหลีเหนืออ้างในวันอังคารที่ 21 พ.ย. 2566 ว่า พวกเขายิงจรวดส่งดาวเทียมสอดแนมขึ้นสู่อวกาศแล้ว เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่รัฐบาลเปียงยางแจ้งต่อประเทศญี่ปุ่นว่า พวกเขาเตรียมปล่อยดาวเทียมเป็นครั้งที่ 3 ในปีนี้

ด้านสำนักนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นออกมาระบุว่า เกาหลีเหนือปล่อยสิ่งที่ต้องสงสัยว่าเป็นขีปนาวุธ ทำให้ทางการต้องสั่งให้ประชาชนบนเกาะโอกินาวะ ทางตอนใต้ของประเทศ เข้าที่กำบังเพื่อความปลอดภัย ก่อนที่คำสั่งจะถูกยกเลิกในเวลาต่อมา หลังจากที่มิสไซล์ดังกล่าวบินผ่านเข้าสู่มหาสมุทรแปซิฟิกแล้ว

นายฟุมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ออกมาประณามการยิงจรวดส่งดาวเทียมครั้งนี้อย่างรุนแรง และได้ยื่นหนังสือประท้วงต่อทางเกาหลีเหนือแล้ว

“ถึงแม้ว่าจุดประสงค์คือการส่งดาวเทียม แต่การใช้เทคโนโลยีขีปนาวุธนั้นเป็นการละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติอย่างชัดเจน” นายคิชิดะ กล่าว “เรื่องนี้ยังเป็นเรื่องร้ายแรงที่สร้างความกังวลอย่างมากต่อความปลอดภัยของประชาชนของเราด้วย”

ทั้งนี้ ยังไม่มีฝ่ายใด รวมถึงเกาหลีเหนือ ออกมายืนยันว่า การปล่อยดาวเทียมครั้งนี้ประสบความสำเร็จหรือไม่ แต่มันเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดเอาไว้ เนื่องจากรัฐบาลเปียงยางแจ้งต่อญี่ปุ่นว่า จะปล่อยดาวเทียมภายใน 9 วันระหว่างวันพุธที่ 22 พ.ย. ไปจนถึงวันที่ 30 พ.ย.

หากการปล่อยดาวเทียมของเกาหลีเหนือครั้งนี้ได้รับการยืนยัน ก็จะถือว่าเป็นความพยายามครั้งที่ 3 ของพวกเขาในปีนี้ หลังจากความพยายาม 2 ครั้งก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคมและเดือนสิงหารคม ประสบความล้มเหลว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทีมกู้ภัยอินเดียเผยวิดีโอแรก 41 คนงานติดอุโมงค์ถนนกว่า 9 วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2742320

ทีมกู้ภัยอินเดียเผยวิดีโอแรก 41 คนงานติดอุโมงค์ถนนกว่า 9 วัน

21 พ.ย. 2566 19:59 น.

ทีมกู้ภัยอินเดียเผยวิดีโอแรก 41 คนงานติดอุโมงค์ถนนกว่า 9 วัน

ทีมกู้ภัยอินเดียเผยวิดีโอแรก จับภาพคนงาน 41 คนที่ติดอยู่ใต้ซากอุโมงค์ถนนในอินเดียมานานถึง 9 วัน พบคนงานยังปลอดภัยดี สามารถยิ้มแย้มและโบกมือทักทายกล้องได้

เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2566 สำนักข่าวบีบีซีเผยทีมกู้ภัยอินเดียได้แพร่ภาพจากกล้องวิดีโอจับภาพคนงาน 41 คนที่ติดอยู่ใต้ซากอุโมงค์ถนนที่พังถล่มลงมาในรัฐอุตตราขัณฑ์ นับเป็นวิดีโอแรกที่ถูกเผยแพร่ออกมา หลังจากที่คนงานติดอยู่ในอุโมงค์นานถึง 9 วัน

บีบีซีระบุว่าเจ้าหน้าที่อินเดียถ่ายวิดีโอนี้โดยการใช้กล้องแคปซูลขนาดเล็ก ที่สอดเข้าไปในช่องที่เพิ่งเจาะใหม่จากแนวดิ่งเข้าไปในอุโมงค์เมื่อวันจันทร์ (20 พ.ย.) ที่ผ่านมา ซึ่งช่องนี้ก็เป็นช่องที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้สำหรับส่งอาหารให้กับคนงานที่ติดอยู่ในอุโมงค์ตั้งแต่วันที่ 12 พ.ย. 2566

นับตั้งแต่เกิดเหตุเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 พ.ย. เจ้าหน้าที่ของอินเดียใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ ทั้งเครื่องเจาะและรถตักดินขนย้ายคอนกรีต ดิน และซากปรักหักพังออกจากอุโมงค์ โดยหวังจะเปิดช่องเพื่อสอดท่อเหล็กเส้นผ่านศูนย์กลางราว 90 ซม. เข้าไป และให้คนงานคลานลอดออกมา

เมื่อช่วงเย็นวันจันทร์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยก็สามารถดันท่อขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 นิ้วผ่านเศษซากลงไปถึงอุโมงค์ได้สำเร็จ อีกทั้งสามารถหย่อนกล้องแคปซูลขนาดเล็กเข้าไปในช่องดังกล่าว เพื่อบันทึกภาพผู้ประสบภัยที่ติดอยู่ภายในทั้ง 41 คน

ในวิดีโอที่เผยแพร่ออกมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยขอให้คนงานเหล่านี้ปรากฏตัวต่อหน้ากล้อง ยิ้มและโบกมือทักทาย พร้อมบอกกับบรรดาคนงานว่า พวกเขาจะได้รับการช่วยเหลือในไม่ช้า 

แม้ปฏิบัติการกู้ภัยจะเดินหน้าเข้าสู่วันที่ 10 แต่การกู้ภัยถือว่าเป็นไปอย่างล่าช้า เนื่องจากเผชิญอุปสรรคหลายประการ โดยมีสาเหตุหลักมาจากดินที่ถล่มลงมาปิดทางเข้า-ออกอุโมงค์ ที่มีลักษณะเป็นดินร่วนและเศษซากที่ตกลงมา

ทั้งนี้ แผนการหลักของปฏิบัติการกู้ภัยคือการเจาะช่องให้กว้างพอที่จะวางท่อขนาด 900 มม. ซึ่งคนงานสามารถใช้เพื่อคลานออกจากอุโมงค์ได้

ตุรกีอ่วม เจอพายุ น้ำท่วมดับ 9 ศพ-เรือบรรทุกสินค้าล่ม ลูกเรือสูญหาย 11

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2742269

ตุรกีอ่วม เจอพายุ น้ำท่วมดับ 9 ศพ-เรือบรรทุกสินค้าล่ม ลูกเรือสูญหาย 11

21 พ.ย. 2566 19:34 น.

ตุรกีอ่วม เจอพายุ น้ำท่วมดับ 9 ศพ-เรือบรรทุกสินค้าล่ม ลูกเรือสูญหาย 11

เกิดเหตุพายุลมแรงและน้ำท่วมถล่มตุรกี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 9 คน และทำให้เรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่งล่มนอกชายฝั่งทะเลดำ ลูกเรือยังสูญหาย 11 คน 

เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เหตุพายุลมแรงและน้ำท่วมตุรกีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 พ.ย. ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 9 คน และทำให้เรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่งล่มนอกชายฝั่งทะเลดำ เป็นเหตุให้ลูกเรือยังสูญหาย 11 คน

อาลี เยร์ลิกายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของตุรกี กล่าววานนี้ (20 พ.ย.) ว่า เรือลำที่ประสบภัยมีชื่อว่า เรือคาฟคาเมตเลอร์ (Kafkametler) ติดธงชาติตุรกี และมีลูกเรือทั้งหมด 12 คน ได้จมลงนอกชายฝั่งเอเรกลี ในจังหวัดซองกุลดัค ทางตะวันตกเฉียงเหนือของตุรกี เบื้องต้นสามารถนำศพลูกเรือขึ้นฝั่งได้ 1 ราย และทางการตุรกีก็ได้ส่งทีมกู้ภัยไปปฏิบัติภารกิจค้นหาผู้สูญหายเรียบร้อยแล้ว

เยร์ลิกายาแถลงเพิ่มเติมว่า หน่วยยามฝั่ง ได้รับแจ้งจากกัปตันเรือคาฟเคเมตเลอร์ว่าขณะที่เรือกำลังแล่นไปทางเขื่อนกันคลื่นที่เอเรกลี เรืออาจชนตัวเขื่อน จนเป็นเหตุให้เรือล่ม

ทั้งนี้ ภาคตะวันตกของตุรกีได้รับผลกระทบจากพายุลมแรงเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ด้วยสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยทั้งทางอากาศและทางทะเล ทำให้ทีมกู้ภัยต้องประสบอุปสรรคจนทำให้ความช่วยเหลือล่าช้าและเพิ่งสามารถไปถึงจุดเกิดเหตุเมื่อวานนี้ 

ขณะเดียวกันก็มีรายงาน เรือบรรทุกสินค้าอีกลำหนึ่งคือ ปัลลาดา ซึ่งติดธงแคเมอรูน แตกออกเป็นสองท่อน หลังโดนพายุพัดถล่ม และเกยตื้นด้วยคลื่นสูง 5 เมตร นอกชายฝั่งเอเรกลี ซึ่งลูกเรือทั้ง 13 คนได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Reuters