มาแล้ว!! ‘กางเกงแมว’คู่แข่ง’กางเกงช้าง’หอการค้าโคราชดันเป็นซอฟต์พาวเวอร์เมืองโคราช

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/770655

มาแล้ว!! 'กางเกงแมว'คู่แข่ง'กางเกงช้าง'หอการค้าโคราชดันเป็นซอฟต์พาวเวอร์เมืองโคราช

มาแล้ว!! ‘กางเกงแมว’คู่แข่ง’กางเกงช้าง’หอการค้าโคราชดันเป็นซอฟต์พาวเวอร์เมืองโคราช

วันอังคาร ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 19.18 น.

มาแล้ว!! ‘กางเกงแมว’คู่แข่ง’กางเกงช้าง’หอการค้าโคราชดันเป็นซอฟต์พาวเวอร์เมืองโคราช เตรียมต่อยอดสินค้าหลังกระแสตอบรับดี

เมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2566 นางพจนกร รัตนพงษ์วณิช รองประธานฝ่ายท่องเที่ยวและลงทุนหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า หลังจากหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับจ.นครราชสีมา จัดประกวดออกแบบลาย KORAT MONOGRAM (โคราช โมโนแกรม) เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2566 ที่ลานกิจกรรมชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล นครราชสีมา เพื่อนำผลงานออกแบบที่ชนะเลิศต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า และบริการที่มีสัญลักษณ์เมืองโคราช สร้างการจดจำให้กับนักท่องเที่ยว ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ และบริการด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ล่าสุด ในงาน “มามูย่าโคราช” ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จัดระหว่างวันที่ 16-18 พ.ย. 2566 และจะจัดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 23-26 พ.ย. 2566 ซึ่งเป็นเทศกาล และการท่องเที่ยวสายมู ภายในงานจะได้พบกับตลาดวัฒนธรรม สินค้าชุมชนท้องถิ่น อาหารพื้นบ้านจากท้องถิ่น และกิจกรรมการเเสดงศิลปะวัฒนธรรมจากเยาวชนและศิลปินโคราชมากมาย พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์สินค้าท้องถิ่นโดยใช้ลาย “โคราช โมโนแกรม” ที่ชนะเลิศประกวดมาพิมพ์ลงบนเสื้อ หมวก กระเป๋า ถุง และไฮไลต์คือ “กางเกงแมว” คล้าย “กางเกงช้าง”

โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 18-19 พ.ย.ที่ผ่านมา ในงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 41 ณ ภิรัชฮอลล์ ศูนย์นิทรรศกาลและการประชุมไบเทค (BITEC) กรุงเทพฯ ทีมคณะกรรมการหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา นำโดย นายสุดที่รัก พันธ์สายเชื้อ ประธานหอการค้าโคราช พร้อมคณะกรรมการ และ YEC หอการค้าโคราช ร่วมกันใส่ “กางเกงแมว” ไปร่วมงาน สร้างความฮือฮาและถามถึงที่มาของ “กางเกงแมวโคราช” เป็นจำนวนมาก

ด้านนายไพจิตร มานะศิลป์ กรรมการหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า หลังจากหอการค้าร่วมกับจังหวัด จัดกิจกรรมการประกวด KORAT MONOGRAM เป้าหมายของกิจกรรมเพื่อต้องการพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเศรษฐกิจ ด้านการท่องเที่ยว และด้านการกีฬา โดยเฉพาะเรื่องการนำเรื่องราวประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต วัฒนธรรม และอัตลักษณ์พื้นถิ่นของชาวโคราชสื่อผ่านลวดลายโมโนแกรมที่มีเอกลักษณ์ —017

ปลัด มท.เผยชาว OTOP ปลื้ม’นายกฯเศรษฐา’ เป็น Ambassador ผ้าไทยลายพระราชทาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/770590

ปลัด มท.เผยชาว OTOP ปลื้ม'นายกฯเศรษฐา' เป็น Ambassador ผ้าไทยลายพระราชทาน

ปลัด มท.เผยชาว OTOP ปลื้ม’นายกฯเศรษฐา’ เป็น Ambassador ผ้าไทยลายพระราชทาน

วันอังคาร ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 16.32 น.

ปลัด มท.เผยชาว OTOP ปลื้ม”นายกฯ เศรษฐา” เป็น Ambassador ผ้าไทยลายพระราชทาน”ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” หนุนเสริมการสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับช่างทอผ้าในชนบทห่างไกลทั่วประเทศ พร้อมเชิญชวนคนไทยร่วมงาน”Silk Festival 2023″ 30 พ.ย. – 3 ธ.ค.66 และ “Otop City 2023” 16 – 24 ธ.ค.66 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

วันนี้ (21 พ.ย.66) นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สวมใส่ผ้าไหม “ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ไหมพันธุ์ไทย ย้อมสีธรรมชาติสีแดงจากครั่ง ผลงานช่างทอผ้าจังหวัดมหาสารคาม เข้าประชุมคณะรัฐมนตรีช่วงเช้าวันนี้ นำมาซึ่งความปลาบปลื้มใจของพี่น้องช่างทอผ้าและชาว OTOP ผ้าไทยทั่วประเทศ เพราะได้เห็นผู้นำประเทศได้ลุกขึ้นมาเป็นผู้นำทำก่อน สวมใส่ผ้าไทย หนุนเสริมการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้จากงานหัตถศิลป์หัตถกรรมภูมิปัญญาบรรพบุรุษ

“ตลอดทั้งวันนี้ พี่น้อง OTOP ทั่วประเทศต่างส่งข้อความมาแสดงความปลาบปลื้มดีใจที่วันนี้ได้เห็นท่านเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ได้สวมใส่ผ้าไทยเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน พี่น้องชาว OTOP และศิลปาชีพ ปลื้มใจเป็นพิเศษ เพราะท่านงามสง่าด้วยผ้าไทย “ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ที่สร้างสรรค์โดยกลุ่ม OTOP จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นไหมพื้นบ้านและที่สำคัญที่สุด คือ ย้อมสีธรรมชาติจากครั่ง และบรรจงตัดเย็บด้วยความสวยงาม ซึ่งการที่ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้ให้การสนับสนุนพี่น้อง OTOP และพี่น้องศิลปาชีพ ด้วยการสวมใส่ผ้าไทยในทุกโอกาส ถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญ เป็น “พลังขับเคลื่อน” ที่จะทำให้พี่น้องคนไทยและชาวต่างประเทศมีความนิยมหันมาสนใจในการที่จะสวมใส่ผ้าไทยเพิ่มมากขึ้น อันสอดคล้องกับแนวพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงห่วงใยชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องคนไทย จึงได้ทรงลงมาช่วยในการที่จะเป็นต้นแบบทำให้พี่น้องคนไทยได้คิดออกแบบลวดลายใหม่ๆ เกิดขึ้น โดย “ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” เป็นลายผ้าพระราชทานลายแรก ซึ่งชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า “ลายขอเจ้าฟ้า” บ้าง “ลายขอเจ้าหญิง” บ้าง” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงต้น

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่อว่า ลายผ้าพระราชทาน “ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” เป็นลายผ้าพระราชทานลวดลายแรกที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมุ่งมั่นในการใช้พระปรีชาชาญด้านการออกแบบแฟชั่นแบบร่วมสมัย มาสร้างสรรค์ลายและพระราชทานลายให้กับช่างทอผ้าทั่วประเทศ โดยความหมายของลายผ้าพระราชทาน “ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ลาย S หมายถึง Sirivannavari สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ลาย S จำนวน 10 แถว หมายถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ลายเชิงผ้ารูปหัวใจ หมายถึง ความรักที่พระองค์มีต่อประชาชนชาวไทยทุกคน = Eternity Love เพื่อเป็นการจุดประกายความคิดในการพัฒนาลวดลายผ้า และพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย สามารถก้าวสู่ระดับสากลเพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน

“ด้วยพระปณิธานอันแรงกล้าของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการแบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้านการสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการส่งเสริมผ้าไทย งานหัตถศิลป์หัตถกรรมไทย ได้สะท้อนเป็นที่ประจักษ์ผ่านภาพที่ช่างทอผ้าและชาว OTOP ทั่วประเทศจดจำมิรู้ลืม คือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงเป็นองค์ประธานเปิดงาน OTOP City 2020 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2563 พระองค์ได้พระราชทานแบบลายผ้าพระราชทาน “ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ให้แก่นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน คนที่ 29 โดยทรงประทับบนกี่ทอผ้าที่แวดล้อมไปด้วยพี่น้องผู้ประกอบการ OTOP ซึ่งในการเสด็จครั้งนั้น ทรงมีพระดำรัสด้วยพระสุรเสียงที่หนักแน่น ความตอนหนึ่งว่า “ข้าพเจ้าได้มีโอกาสตามเสด็จสมเด็จย่า สมเด็จพระพันปีหลวงมาตั้งแต่เด็ก ได้เห็นท่านทรงงาน และรับรู้ถึงความทุ่มเทของพระองค์ท่าน ในการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านและสืบสานภูมิปัญญาไทยมาโดยตลอด เห็นการสร้างงาน สร้างรายได้ ให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง ข้าพเจ้า มีความตั้งใจที่จะสืบสานพระราชปณิธาน โดยข้าพเจ้าได้นำประสบการณ์การทำงาน การศึกษา การเดินทางไปชมผ้าไทยและงานหัตถกรรมพื้นบ้านตามภาคต่าง ๆ ทำให้เห็นผลงานที่สามารถนำมาพัฒนาให้ร่วมสมัยและเป็นสากลได้” ซึ่งพระกรุณาธิคุณในครั้งนี้เปรียบประดุจแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ที่ทำให้ตั้งแต่หลังวันที่ 21 ธ.ค. 63 เป็นต้นมา เกิดเสียงดังที่ใต้ถุนบ้านทุกหลังในทุกหมู่บ้าน/ชุมชน นั่นคือ “เสียงกี่ที่กระทบกันเพื่อทอผ้าลายพระราชทานกันตลอดทั้งวันทั้งคืน” และทรงโปรดให้กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทยจดลิขสิทธิ์ พร้อมทั้งพระราชทานพระราชานุญาตให้กลุ่มช่างทอผ้าทุกกลุ่มสามารถนำไปใช้ได้ทุกเทคนิค ประยุกต์ดัดแปลงเข้ากับอัตลักษณ์ของชุมชนได้ จนกระทั่งถึงทุกวันนี้พบว่าในหลายหมู่บ้าน ยังทอไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ซื้อ ถือเป็นลายผ้ามหัศจรรย์ลายแรกที่เกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน เพราะพระองค์พระราชทานในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พอดี ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องคนไทยก็ลำบากมาก แต่ปรากฏการณ์ที่สำคัญ ภายหลังชาวบ้านช่วยกันทอผ้า “ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ออกมาขาย  ก็ทำให้เกิดเป็นสิ่งที่เรียกว่าปรากฏการณ์ยอดขายผ้าไทยที่ถล่มทลายมาก ขายดิบขายดี ทำให้มีรายได้หมุนเวียนเพิ่มขึ้นทำให้ผู้ประกอบการทอผ้าได้รอดตายจากภาวะฝืดเคืองทางเศรษฐกิจในช่วงโควิด-19 นำมาซึ่งความปลาบปลื้มปีติยินดีอย่างหาที่สุดมิได้ของพวกเราทุกคน” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าว

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่ออีกว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงลงมาเป็นหัวขบวนในการขับเคลื่อนการพัฒนายกระดับและส่งเสริมให้ผู้คนได้เห็นคุณค่าของผ้าไทย และพระราชทานโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เพราะผ้าไทยนั้นไม่ใช่แค่เครื่องนุ่งห่มที่เรามีไว้เพื่อให้เกิดความสวยงาม แต่ผ้าไทยยังเป็นเครื่องมือในการที่จะพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องในชนบทอีกเป็นล้านครอบครัวให้ได้มีรายได้ที่ดี ซึ่งพระองค์ท่านทรงมุ่งหวังในการที่จะช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์ท่านให้ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยทรงนำองค์ความรู้ทางวิชาการที่ทรงศึกษา ทั้งเรื่องของแฟชั่นสมัยใหม่ ศิลปะ การตลาด มาต่อยอดสิ่งที่สมเด็จย่าของพระองค์ได้พระราชทานไว้ให้กับช่างทอผ้าและคนไทยทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำว่า “ต่อยอดเป็นสิ่งที่ยาก” แต่ด้วยพระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สิ่งมหัศจรรย์จึงได้เกิดขึ้น มีตัวอย่างความสำเร็จ เช่น บ้านดอนกอย ตำบลสว่าง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ที่ภายหลังจากการน้อมนำพระดำริไปเปลี่ยนแปลงวิธีการย้อมผ้าคราม จากครามเข้ม กลายเป็นครามหลายเฉดสี พร้อมพระราชทานชื่อ “ดอนกอยโมเดล” ทำให้ทุกวันนี้พี่น้องสมาชิกกลุ่มบ้านดอนกอย สามารถสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนจากเดิม 700 บาทต่อคนต่อเดือน เพิ่มเป็น 10,000 บาทต่อคนต่อเดือน ด้วยทรงแสดงให้เห็นว่าแฟชั่นลายใหม่นั้นทำให้เกิดเป็นที่นิยม เป็นที่ต้องการ สามารถสร้างรายได้สร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน โดยเริ่มจากให้ผู้ผลิตผ้า ผู้ประกอบการผ้า ออกแบบใส่จินตนาการเพื่อให้เกิดชิ้นงานใหม่ ดังคำว่า “ต่อยอด” ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการพึ่งพาตนเองตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เริ่มตั้งแต่ต้นน้ำด้วยการปลูกฝ้าย ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม และทรงเน้นย้ำสำคัญมาก คือ เรื่องของการใช้สีธรรมชาติที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการพัฒนาออกแบบบรรจุภัณฑ์ (Packaging) รวมถึง สร้าง Story telling และอีกเป้าหมายที่สำคัญอีกประการของพระองค์ท่าน คือ การถ่ายทอดองค์ความรู้ต่อไปยังคนในชุมชนและขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นๆ ต่อไป

ทั้งนี้ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงมุ่งมั่นตั้งใจที่จะสืบสานงานของสมเด็จย่าของพระองค์ท่าน ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่ในวงการผ้าไทย เกิดมูลค่าหมุนเวียน กว่า 50,000 ล้านบาท เพราะผ้าไทยทั้งหมดตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เป็นเศรษฐกิจหมุนเวียนที่อยู่ภายในประเทศทั้งสิ้น ไม่มีว่าต้องนำเข้า ไม่มีเม็ดเงินกระเด็นออกไปต่างประเทศ ทำให้เงินในระบบเศรษฐกิจไทยได้หมุนกลับไปสู่ชุมชน นอกจากนี้สิ่งที่เห็นได้ชัดอีก คือ การเปลี่ยนแปลงในเรื่องของรูปแบบ (Pattern) ทั้งลายผ้าต่างๆ ที่พัฒนามาอย่างมากมาย จนเกิดเป็นความนิยม ทุกคนสวมใส่ได้ในทุกโอกาส ซึ่งเป็นเป้าหมายของแนวพระดำริของพระองค์ท่านตามโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ที่มีการ Mix and Match ทำให้วงการผ้าไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างยิ่งใหญ่อีกด้วย

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันนี้ เมื่อท่านเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ช่วยเป็น Ambassador ผ้าไทย กระทรวงมหาดไทยก็มั่นใจว่า สิ่งที่พี่น้อง OTOP พี่น้องศิลปาชีพดีใจว่าเห็นท่านนายกรัฐมนตรีสวมใส่ ทำให้มีกำลังใจในการที่จะผลิตผ้า ที่จะก่อให้เกิดสิ่งที่ดีในชีวิต มุ่งมั่นทำให้ตนเองและครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งตนในนามพี่น้อง OTOP และพี่น้องศิลปาชีพ ขอกราบขอบพระคุณท่านเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีทุกท่าน ที่ช่วยกันสนับสนุนผ้าไทย เป็นการสนองแนวพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการที่จะทำให้ผ้าไทย งานหัตถกรรมไทย เป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้ดีอย่างยั่งยืนตลอดไป

จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคนมาร่วมกันช่วยชาติบ้านเมือง สวมใส่ผ้าไทยแสดงความรักแผ่นดินสืบสานอนุรักษ์ประเพณีไทย “ผ้าไทย 1 ผืนบนร่างกายของเรา นอกจากจะช่วยเหลือครอบครัวและชุมชน ยังเป็นการสร้างความมั่นคงในเครื่องนุ่งห่ม ช่วยเหลือเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งไม่เพียงจะทำให้ชาวบ้านในถิ่นชนบทได้มีงานทำ แต่เงินทุกบาททุกสตางค์จะหมุนเวียนในประเทศ และไปช่วยหนุนเสริมให้ลูกหลาน ให้ครอบครัว ให้คนอีกหลายล้านชีวิตที่ต้องใช้ชีวิตอันเกิดจากการถ่ายทอดของบรรพบุรุษเป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพ สามารถลืมตาอ้าปากได้ มีเงินให้ลูกได้ไปโรงเรียน มีเงินได้ซื้อหาข้าวปลาอาหารไว้รับประทาน สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน พวกเราทุกคนต้องช่วยกันสวมใส่ผ้าไทยในทุกโอกาสของชีวิตตลอดไป

“และในช่วงเวลาอันใกล้นี้ ประเทศไทยเรากำลังจะมีงานมหกรรมผ้าไหมครั้งสำคัญ และงานมหกรรมรวมสุดยอดผลิตภัณฑ์ OTOP ส่งท้ายปี โอกาสนี้ กระทรวงมหาดไทยขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน ร่วมงานสำคัญ 2 งาน โดยงานแรก คือ ‘Silk Festival 2023’ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้แนวคิด Silk Success Sustainability เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 3 รอบ 36 พรรษา และเพื่อสร้างการรับรู้ถึงความสำเร็จของการขับเคลื่อนโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เพิ่มช่องทางการตลาดให้กับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP สามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืน โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พ.ย. – 3 ธ.ค. 66 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 6-7 เมืองทองธานี และงานที่ 2 คืองาน Otop City 2023 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-24 ธ.ค. 66 ณ ชาเลนเจอร์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงท้าย

หม่อมราชวงศ์ ‘สดศรี’ ภริยา นายอานันท์ ปันยารชุน ถึงแก่อนิจกรรม สิริอายุ 87 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/770568

หม่อมราชวงศ์ ‘สดศรี’ ภริยา นายอานันท์ ปันยารชุน ถึงแก่อนิจกรรม สิริอายุ 87 ปี

หม่อมราชวงศ์ ‘สดศรี’ ภริยา นายอานันท์ ปันยารชุน ถึงแก่อนิจกรรม สิริอายุ 87 ปี

วันอังคาร ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 15.44 น.

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2566  เวลา 08.20 น. หม่อมราชวงศ์สดศรี ปันยารชุน ถึงแก่อนิจกรรม ที่โรงพยาบาลสมิติเวช สิริอายุ 87 ปี

สำหรับหม่อมราชวงศ์สดศรี ปันยารชุน มีชื่อเดิมว่า หม่อมราชวงศ์สดศรีสุริยา จักรพันธุ์ เกิดเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2479 เป็นธิดาของพลโท หม่อมเจ้าคัสตาวัส จักรพันธุ์ (พระโอรสในพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นอนุวัตน์จาตุรนต์ ประสูติแต่หม่อมหวน จักรพันธุ์ ณ อยุธยา) กับหม่อมเจ้าทิตยาทรงกลด รพีพัฒน์ (พระธิดาในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ประสูติแต่ หม่อมอ่อน รพีพัฒน์ ณ อยุธยา)

หม่อมราชวงศ์สดศรี ปันยารชุน เป็นลื่อในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระปนัดดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี กรมพระจักรพรรดิพงษ์ และเป็นพระนัดดาในพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นอนุวัตน์จาตุรนต์

หม่อมราชวงศ์สดศรี ปันยารชุน สมรสกับนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 18 ของไทย มีธิดา 2 คน คือ นางนันดา ไกรฤกษ์ และนางดารณี เจริญรัชต์ภาคย์

ทั้งนี้ หลานสาว ทิพนันท์ ไกรฤกษ์ ศรีเฟื่องฟุ้ง ได้โพสต์กำหนดการอาลัยด้วย

วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2566 จะมีพิธีรดน้ำศพ เวลา 15.30 น. และในเวลา 17.00 น. มีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ สวดพระอภิธรรมตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย. ถึงวันที่ 28 พ.ย. และจะมีสวดพระอภิธรรมอีกครั้งในวันที่ 3, 10, 17 และ 24 ธ.ค.

‘เสมา 1’ตั้งมาตรการคุมเข้ม กำชับสถานศึกษาทุกพื้นที่ต้องปลอดภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/770565

'เสมา 1'ตั้งมาตรการคุมเข้ม กำชับสถานศึกษาทุกพื้นที่ต้องปลอดภัย

‘เสมา 1’ตั้งมาตรการคุมเข้ม กำชับสถานศึกษาทุกพื้นที่ต้องปลอดภัย

วันอังคาร ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 15.38 น.

“เสมา 1″ตั้งมาตรการคุมเข้ม กำชับสถานศึกษาทุกพื้นที่ต้องปลอดภัย ไร้อาวุธ​ สิ่งเสพติด และความรุนแรงทุกรูปแบบ​

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีข้อห่วงใยเรื่องการใช้ความรุนแรงภายในสถานศึกษา การกลั่นแกล้ง​ ทำร้ายร่างกาย​กัน รวมถึงเรื่องการแอบพกอาวุธ สารเสพติด สิ่งมึนเมา เข้ามาในสถานศึกษา กำชับโรงเรียนทุกแห่งทั่วประเทศคอยรับมือสถานการณ์ไม่ปลอดภัย สังเกตพฤติกรรมเด็กอย่างใกล้ชิด หากสุ่มเสี่ยงต้องรีบทำความเข้าใจและให้คำแนะนำอย่างเร่งด่วน

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของผู้เรียนเป็นอันดับหนึ่ง โดยมีข้อห่วงใยต่อสถานศึกษาทุกแห่ง ในการยกกระดับมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาพฤติกรรม เพื่อป้องกันการก่อเหตุความรุนแรง การแอบพกอาวุธ ยาเสพติด และสารมึนเมาเข้ามาในโรงเรียน จึงกำชับครูและบุคลากรในสถานศึกษาเพิ่มความเข้มงวดจริงจังอย่างต่อเนื่อง จัดเวรเดินตรวจตราตามจุดอับ พื้นที่สุ่มเสี่ยง ป้องกันเหตุเยาวชนทะเลาะวิวาท พร้อมกวดขัน ดูแล ติดตามพฤติกรรมผู้เรียน จากภาวะความเครียด ความกดดัน เพื่อความปลอดภัยของผู้เรียนรอบด้าน สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ปกครองไว้วางใจในการส่งผู้เรียนมาอยู่ภายใต้การดูแลของสถานศึกษา

รมว.ศธ.กล่าวว่า ได้รับทราบมาว่าสถานศึกษาในสังกัด สอศ.มีการจัดเวรให้ครูเดินตรวจตราความเรียบร้อยตามจุดเสี่ยง มุมอับของสถานศึกษาอยู่แล้ว จึงขอชื่นชมและให้กำลังใจในการปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง ทั้งนี้ ขอให้ขยายแนวทางดังกล่าวไปยังสถานศึกษาในทุกสังกัดของ ศธ.ด้วย เนื่องจากภาวะสังคมในปัจจุบันอาจทำให้ผู้เรียนมีปัญหาด้านต่างๆ ทั้งภัยจากความรุนแรง ภัยจากสุขภาพกายและจิตใจ​ จนอาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า ประสิทธิภาพการเรียนลดลง หากครูผู้ใกล้ชิดเด็กคอยสังเกตเห็นความผิดปกติและใช้ความเข้าใจพูดคุย  เด็กอาจจะเปิดใจบอกเล่าถึงปัญหาที่มีอยู่ เพื่อช่วยเหลือได้ถูกต้องเหมาะสมและทันท่วงที สิ่งสำคัญคือเน้นย้ำให้สถานศึกษาปลอดการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ

ทั้งนี้ หากนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และประชาชนทุกคน พบเจอสิ่งผิดสังเกตที่จะเป็นบ่อเกิดของความไม่ปลอดภัย สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือได้ที่ “ศูนย์ความปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการ” (MOE Safety Center) โดยสามารถแจ้งเหตุได้ 4 ช่องทาง ดังนี้ แอปพลิเคชัน MOE Safety Center, เว็บไซต์ http://www.MOESafetyCenter.com, LINE @MOESafetyCenter และ Call Center 0-2126-6565 ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ติดตามข้อมูลและเร่งประสานงานช่วยเหลือตลอดเวลา มาร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมของโรงเรียนให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย สอดคล้องนโยบาย “เรียนดี มีความสุข”

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2742221

"ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ" มอบทุนการศึกษาจำนวน 5 ทุน สาขาวิชาการแพทย์และสาธารณสุข

22 พ.ย. 2566 05:15 น.

“ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ” มอบทุนการศึกษาจำนวน 5 ทุน สาขาวิชาการแพทย์และสาธารณสุข

หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสีขายดีที่สุด จีดีพีเข้าขั้นวิกฤติ ฉบับนี้ประจำวันพุธที่ 22 พฤศจิกายน 2566

  • ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ แถลงตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3 ของปีนี้ในวันจันทร์ เศรษฐกิจ ของไทยมีการเติบโตเพียง 1.5% ตํ่ากว่าไตรมาส 2 ที่เติบโตเพียง 1.8% ตัวเลขนี้ไม่เพียงทำให้ นายกฯเศรษฐา ทวีสิน ตกใจ แต่ นายกฯเศรษฐา บอกนักข่าวว่า ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ คนแถลงเองก็ตกใจ “ไต้ฝุ่น” เห็นตัวเลขก็ตกใจ พรรคเพื่อไทยเองก็ควรจะตกใจ เพราะ เข้ามาบริหารประเทศ 3 เดือนแล้ว ไม่เพียงเศรษฐกิจไม่ดีขึ้น แต่เศรษฐกิจกลับแย่ลง ตัวเลขจีดีพีมันฟ้อง
  • นายกฯเศรษฐา บอกนักข่าวว่า เป็นห่วงอย่างมาก เท่าที่สอบถามเลขาธิการสภาพัฒน์ถึงตัวเลขจีดีพีที่ออกมา 1.5% ในไตรมาส 3 เลขาธิการสภาพัฒน์ก็บอกว่าท่านเองก็ตกใจ เพราะ นึกว่าจะเห็นเลข 2 มีเหตุผลหลายอย่าง ทั้งเรื่องการใช้จ่าย การลงทุน และเรื่องการผลิตของโรงงาน “ทุกอย่างเลวร้ายกว่าที่คิดไว้เยอะ” นายกฯเศรษฐาระบุ
วิวาห์ชื่นมื่น – สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงานวิวาห์ระหว่าง อธิษฐาน บุตรี ไชยา–อัญชลี พรหมา กับ โก มยอง จุน บุตร โก กวาง ซับ–ปาร์ค เฮ จวง ท่ามกลางความปลื้มปีติของบรรดาผู้มาร่วมอวยพร ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี ถนนวิทยุ วันก่อน.
  • นักข่าวถามด้วยความเป็นห่วงว่า จะส่งผลกระทบไปถึงปีหน้า 2567 หรือไม่ นายกฯเศรษฐา ตอบว่า ทุกอย่างส่งผลหมด แต่อย่าเพิ่งข้ามไปไตรมาสแรก เพราะไตรมาสที่ 4 ปีนี้ก็ยังเหลืออีกครึ่งไตรมาส (ก๊อเดือนครึ่ง) เราต้องพยายามทำตัวเลขให้ดีขึ้น และยืนยันว่า จะแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท กระตุ้นเศรษฐกิจ “จุดยืนของผมชัดเจน วิกฤติและจำเป็น”
  • ประสา “ไต้ฝุ่น” ได้แต่สะกิด นายกฯเศรษฐา ให้ศึกษาตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3 ที่สภาพัฒน์แถลงให้ดีๆ ข้อมูลสภาพัฒน์ ระบุชัดเจนว่า วิกฤติจีดีพีที่โตตํ่าเตี้ยแค่ 1.5% ในไตรมาส 3 มาจากการส่งออกที่ลดลงอย่างมาก ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 70% ของจีดีพี และ การใช้จ่ายของรัฐบาลที่ลดลง
  • แต่ การลงทุนของภาคเอกชนกลับดีขึ้นมาก และ การอุปโภคบริโภคของครัวเรือนในประเทศก็ดีขึ้นมาก ไตรมาส 3 โตขึ้นถึง 8.1% เพิ่มขึ้นจาก 7.8% ในไตรมาส 2 สูงสุดใน 4 ไตรมาส ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมก็เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 51.7 จากร้อยละ 50.3 ในไตรมาส 2 เป็นระดับความเชื่อมั่นสูงสุดในรอบ 15 ไตรมาส หรือ สูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี เลยทีเดียวนะครับ ท่านนายกฯ เศรษฐา
  • จากข้อมูลของ สภาพัฒน์ จะเห็นว่า จีดีพีในประเทศดีขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ นายกฯเศรษฐา และ พรรคเพื่อไทย บอกว่าเป็นวิกฤติ “ไต้ฝุ่น” จึงเห็นว่า ไม่มีความจำเป็นที่รัฐบาลต้องไปกู้เงิน 500,000 ล้านบาท มาแจกคนในประเทศ 50 ล้านคน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สิ่งที่ นายกฯเศรษฐา และ รัฐบาลเพื่อไทย ควรทำอย่างรีบด่วนก็คือ การเร่งหาตลาดส่งออกให้กับสินค้าไทยที่ลดลงอย่าง
    ต่อเนื่อง เพื่อหารายได้เข้าประเทศ ไม่ใช่การเพิ่มหนี้ให้กับรัฐบาลโดยไม่มีความจำเป็น
ปลายทางชีวิต – พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ สมจิตต์ เจริญนวรัตน์ มารดาของ อุรุวัณณ์–วสันต์–นพดล–วรรธนะ เจริญนวรัตน์ ท่ามกลางญาติมิตรมาร่วมในพิธีด้วย ที่วัดผาณิตาราม ต.บางกรูด อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา วันก่อน.
คุ้มมาก – ชาติศิริ โสภณพนิช และ ศุภลักษณ์ อัมพุช เปิดตัวบัตร “Co-brand Bangkok Bank M Visa” พร้อมสิทธิประโยชน์ทั้งการช็อปปิ้งและไลฟ์สไตล์อย่างรอบด้าน โดยมี กฤษณา อัมพุช, ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล และ เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ มาร่วมงานด้วย ที่ดิ เอ็มควอเทียร์ วันก่อน.
  • “ไต้ฝุ่น” ไม่อยากเห็น การบริหารประเทศที่ผิดพลาดอย่างมีนัยสำคัญทั้งที่รัฐบาลก็รู้อยู่แล้ว และที่สำคัญ นายกฯ เศรษฐา และ พรรคเพื่อไทย มีความรู้ทางเศรษฐกิจและการค้ามากกว่าอดีตนายกฯและรัฐบาลเก่าเยอะ ภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย ก็เป็นรองนายกฯ และรัฐมนตรีพาณิชย์ ดูแลการส่งออกเอง ถ้าการส่งออกสิ้นปีนี้ไม่ดีขึ้น ก็ต้องโทษรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยแน่นอน
  • ประเด็นที่ “ไต้ฝุ่น” เห็นว่า นายกฯเศรษฐา ควรให้ความสำคัญและนำไปปฏิบัติอย่างเร่งด่วนก็คือ ข้อเสนอแนะ ของ ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ ที่ระบุว่า ขณะนี้เศรษฐกิจภายในประเทศยังสามารถเติบโตได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการบริโภค การท่องเที่ยว แต่เรื่องหลักที่มีปัญหาก็คือการส่งออก ต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในภาคอุตสาหกรรมการส่งออก รวมทั้ง ต้องเร่งรัดการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
  • เลขาธิการสภาพัฒน์ ดนุชา พิชยนันท์ ยํ้าว่า เป้าหมายจีดีพี 5% ของรัฐบาลเพื่อไทย จะทำได้ ต้องอาศัยการส่งออกและการลงทุนเป็นสำคัญ เศรษฐกิจไทยมีความจำเป็นต้อง ปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ไม่เช่นนั้น การเติบโตจะอยู่ในระดับแค่ 3% กว่าไปแบบนี้ ไม่ถึง 5% ทุกปีใน 4 ปีนี้อย่างที่ พรรคเพื่อไทย หาเสียงสร้าง ฝันให้กับประชาชนแน่นอน
  • อย่างนี้ดีกว่า “ไต้ฝุ่น” ว่า ทำแบบนี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากกว่าแจกเงินเยอะ 9 ธันวาคมนี้ นายกฯเศรษฐา ทวีสิน พร้อมด้วย อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย รองประธานยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ จะไปเป็นประธานเปิด งานมหกรรมการแสดงศิลปะนานาชาติ Thailand Biennale, Chiang Rai 2023 ที่โด่งดังไปทั่วโลก หนึ่งในยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ ข่าวว่าช่วงพิธีเปิดงานที่ยิ่งใหญ่มโหฬาร 7–10 ธันวาคม ห้องพักโรงแรมในเมืองเชียงรายถูกจองเต็มหมดแล้ว และ คงจองขยายไปถึงอำเภอรองที่อยู่ใกล้เคียงกับอำเภอเมือง สร้างงานสร้างเงินดีกว่าไปสร้างหนี้มาแจกเยอะนะครับ ท่านนายกฯเศรษฐา คิดผิดคิดใหม่ได้ไม่เสียหายอะไร
เพื่อสุขภาพ – ม.ล.พลอยนภัส ลีนุตพงษ์ เปิดตัว “Sharis Foodie Jelly” ซุปเปอร์ฟู้ดในรูปแบบเจลลี่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ทุกช่วงวัย โดยมี พลพัฒน์ อัศวะประภา, มณฑ์ลัชชา สกุลไทย, วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา และ ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์ มาร่วมงานด้วย ที่สยามพารากอน วันก่อน.
ให้ทุน – ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ มอบทุนการศึกษาจำนวน 5 ทุน มูลค่า 1,500,000 บาท ให้ พล.ต.อ.นพ.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ เพื่อนำไปช่วยเหลือนักศึกษาในสาขาวิชาการแพทย์และสาธารณสุข โดยมี ศ.นพ.มนตรี ตู้จินดา มาร่วมในพิธีด้วย ที่สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล วันก่อน.
  • แวบไปดู ดัชนีหุ้นไทยวันจันทร์ ที่มีข่าวว่า นักลงทุนรายย่อยจะประท้วงตลาดเรื่องชอร์ตเซลด้วยการนัดกันไม่ซื้อขายหุ้น แต่ ดัชนีหุ้นวันจันทร์ ปิดตลาดก็เขียวปี๋ในดัชนีหุ้นทุกกลุ่ม ดัชนี SET บวกขึ้นมา 3.66 จุด ปิดที่ 1,419.44 จุด มูลค่าการซื้อขายเบาบางเพียง 37,000 กว่าล้านบาท แสดงว่า รายย่อย ที่เป็น ขาใหญ่ในตลาดหุ้น ยังมีการซื้อขายทำกำไรตามปกติ ส่วน รายย่อยจริงๆ อาจไม่ได้เข้ามาซื้อขาย
  • บนแผงวันนี้ นิตยสาร Gourmet & Cuisine ฉบับพฤศจิกายน เรื่อง A Joyous Afternoon Tea สุขใจไปกับน้ำชายามบ่าย 10 ชุดน้ำชายามบ่ายที่ห้ามพลาด กิน scone ตามวิถีชาวอังกฤษ พากินเที่ยว “ทรงวาด” รอยต่อเก่าใหม่ที่น่าหลงใหล, BAZAAR Thailand ฉบับ The Travel Planner ทุกแรงบันดาลใจพร้อมไปรับลมหนาวกับแบรนด์เนมหรู, อนุสาร อ.ส.ท. พาไปเที่ยวย่านคนหลากชนชาติ Living in Harmony สตูล ลำปาง แม่ฮ่องสอน, ศิลปวัฒนธรรม สู่ปีที่ 45 แถมพิเศษศิลปวัฒนธรรมฉบับปฐมฤกษ์ ชำแหละประวัติศาสตร์สุโขทัย, 4 WHEELS ทดสอบคู่จิ้นมหานิยม TOYOTA ForTuner GR Sport & Innova Zenix, หนังสือ รู้กฎหมายง่ายนิดเดียว โดยชูชัย งามวสุลักษณ์.
5 ขวบ – อัตสึชิ โอะคูโมริ จัดงาน “The WAGASHI Japanese Sweets & Crafts Festival” เทศกาลขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม ในโอกาสครบรอบ 5 ปี สยาม ทาคาชิมายะ โดยมี ไพรัช วิเศษศิริลักษณ์, ฮิโรโมริ อุชิดะ และ ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ มาร่วมงานด้วย ที่ไอคอนสยาม วันก่อน.
ขอบคุณค่ะ – ม.ล.ปุญยนุช เกษมสันต์ ดุลยจินดา จัดงาน “ราตรีผ้านานาชาติ” เพื่อเป็นการขอบคุณผู้สนับสนุนการจัดพิมพ์หนังสือเพลินพัสตรา ภูษาแห่งสยาม โดยมี ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล, ศศิวิมล ดารารัตนโรจน์ และ เพิ่มศิริ งามโพธิ์ทอง มาร่วมงานด้วย ที่ร้าน LAX-RCA วันก่อน.

“ไต้ฝุ่น”

ระทึก ดินถล่มในรัฐอะแลสกา ดับสลดอย่างน้อย 3 สูญหายหลายคน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2742475

ระทึก ดินถล่มในรัฐอะแลสกา ดับสลดอย่างน้อย 3 สูญหายหลายคน

22 พ.ย. 2566 13:23 น.

ระทึก ดินถล่มในรัฐอะแลสกา ดับสลดอย่างน้อย 3 สูญหายหลายคน

เกิดเหตุดินถล่มลงบนถนนสายหลักทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐอะแลสกา สหรัฐอเมริกา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย และสูญหายอีกหลายคน

เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ของวันจันทร์ที่ 20 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น เกิดเหตุดินถล่มจากภูเขาลงมาถมทับถนน-ทางหลวงซิโมเวีย เมืองแรงเกล ห่างจากจูโน เมืองเอกของรัฐอะแลสกา ไปทางใต้ประมาณ 250 กม. หลังมีพายุพัดผ่านพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐอะแลสกา ประเทศสหรัฐฯ จนทำให้เกิดฝนตกหนัก

ตามรายงานของหน่วยงานความปลอดภัยสาธารณะของรัฐ ระบุว่า เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตจากเหตุดินถล่ม 3 ราย และสูญหายอีกหลายคน ซึ่งบริเวณที่ดินถล่มก็มีบ้านเรือนตั้งอยู่หลายหลัง ทำให้เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ติดอยู่ในพื้นที่ดินถล่ม

อย่างไรก็ดี ปฏิบัติการค้นหาผู้รอดชีวิตทางภาคพื้นดินถูกระงับชั่วคราว หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมกู้ภัยได้รับแจ้งจากนักธรณีวิทยาว่ามีโอกาสเกิดดินถล่มเพิ่มเติมในบริเวณดังกล่าว ในระหว่างนี้ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องบินและอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน เพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตแทน

หลังเกิดดินถล่มจากภูเขา ทำให้ทางหลวงสายหลักต้องปิดเป็นระยะทาง 5 ไมล์ชั่วคราว พร้อมกับที่เจ้าหน้าที่ออกคำแนะนำให้ผู้ที่อยู่อาศัยบริเวณใกล้กับพื้นที่ดินถล่มอพยพชั่วคราว 

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Reuters

Cr.ภาพ : Alaska Department of Transportation

กษัตริย์ชาร์ลส์เปิดวังบักกิงแฮม จัดงานเลี้ยงต้อนรับ ปธน.เกาหลีใต้-แบล็กพิงก์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2742520

กษัตริย์ชาร์ลส์เปิดวังบักกิงแฮม จัดงานเลี้ยงต้อนรับ ปธน.เกาหลีใต้-แบล็กพิงก์

22 พ.ย. 2566 13:00 น.

กษัตริย์ชาร์ลส์เปิดวังบักกิงแฮม จัดงานเลี้ยงต้อนรับ ปธน.เกาหลีใต้-แบล็กพิงก์

กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร เปิดวังบักกิงแฮม จัดงานเลี้ยงต้อนรับประธานาธิบดีเกาหลีใต้ พร้อมแขกสุดเซอร์ไพรส์ 4 สาววงแบล็กพิงก์ 

เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ทรงเปิดพระราชวังบักกิงแฮม ณ กรุงลอนดอน เมื่อวานนี้ (21 พ.ย.) เพื่อจัดงานเลี้ยงต้อนรับการมาเยือนอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดี ยุน ซอก-ยอล แห่งเกาหลีใต้ และภริยา คิม กอน-ฮี พร้อมกับแขกสุดเซอร์ไพรส์ วงแบล็กพิงก์ เกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังระดับโลกจากเกาหลีใต้ เนื่องในโอกาสกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ชาติ

กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 และราชินีคามิลลา พร้อมด้วยประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล แห่งเกาหลีใต้ และภริยา

ในงานเลี้ยงนี้ กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ได้ตรัสชื่นชมความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและการเมืองของเกาหลีใต้ พร้อมกับทรงยกย่องวัฒนธรรมเกาหลีใต้ว่า “มีความน่าทึ่งในการสร้างจินตนาการ” 

นอกจากนี้ กษัตริย์ชาร์ลส์ยังทรงชื่นชม 4 สาวสมาชิกวงแบล็กพิงก์ วงเคป๊อปชื่อดังจากเกาหลีใต้ ว่า “เราขอชื่นชมเจนนี่ จีซู ลิซ่า และโรเซ่ ซึ่งรู้จักกันดีในนามแบล็กพิงก์ (Blackpink) ในฐานะซุปเปอร์สตาร์ระดับโลก ที่พยายามผลักดันประเด็นความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมต่อไปสู่ผู้คนทั่วโลก” 

4 สาวสมาชิกวงแบล็กพิงก์ แขกสุดเซอร์ไพรส์

สำนักข่าวบีบีซี สื่อท้องถิ่นของสหราชอาณาจักร ระบุว่า งานเลี้ยงระดับประมุขแห่งรัฐเมื่อวานนี้ เป็นงานที่ผสมผสานระหว่างการกระชับความสัมพันธ์ทางการทูต และการเมืองเชิงปฏิบัติ ซึ่งการปูพรมแดงต้อนรับผู้นำเกาหลีใต้ถือเป็นการแสดงความเคารพต่อพันธมิตร และประเทศคู่ค้าที่มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความตึงเครียดกับจีนที่เพิ่มมากขึ้น

สหราชอาณาจักรคาดหวังว่า การมาเยือนของประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล เป็นเวลา 3 วัน จะช่วยประสานนโยบายต่างประเทศและการค้าที่ “ความไม่สมดุล” ในอินโดแปซิฟิกได้

โดยก่อนหน้าเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ เมื่อช่วงเช้าของวันอังคารที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3  และราชินีคามิลลา พร้อมด้วยเจ้าชายวิลเลียม และนายกรัฐมนตรีริชี ซูแน็ก ก็ได้ต้อนรับประธานาธิบดียุน และภริยา โดยขบวนพาเหรดทหารม้ามากกว่า 1,000 นาย พร้อมการยิงสลุตต้อนรับในกรีนพาร์ค ใจกลางกรุงลอนดอน

นอกจากนี้ ผู้นำเกาหลีใต้ ยังมีกำหนดการพบกับนายกฯ ริชี ซูแน็ก ในวันพุธที่ 22 พ.ย. เพื่อหารือในประเด็นการค้า เทคโนโลยี และการป้องกันประเทศ ซึ่งจะรวมถึงการทำข้อตกลงทางการทหาร เพื่อให้กองทัพเรือของทั้ง 2 ชาติ ทำงานร่วมกันเพื่อควบคุมการลักลอบขนส่งค้า และบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรประเทศเกาหลีเหนือตามมติของสหประชาชาติ เพื่อควบคุมความทะเยอทะยานของเกาหลีเหนือด้านอาวุธนิวเคลียร์

เจ้าชายวิลเลียม และเจ้าหญิงแคเธอรีน เสด็จฯร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ต้อนรับประธานาธิบดีเกาหลีใต้และแขกพิเศษ 4 สาว สมาชิกวงแบล็กพิงค์
ริชี ซูแน็ก นายกรัฐมนตรี และภริยา

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : BBCAP

รบ.อิสราเอลอนุมัติ ‘หยุดยิง’ พักโจมตีกาซา 4 วัน แลกฮามาสปล่อย 50 ตัวประกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2742530

รบ.อิสราเอลอนุมัติ ‘หยุดยิง’ พักโจมตีกาซา 4 วัน แลกฮามาสปล่อย 50 ตัวประกัน

22 พ.ย. 2566 11:18 น.

รบ.อิสราเอลอนุมัติ ‘หยุดยิง’ พักโจมตีกาซา 4 วัน แลกฮามาสปล่อย 50 ตัวประกัน

รบ.อิสราเอลอนุมัติข้อตกลง‘หยุดยิง’ พักโจมตีฉนวนกาซา 4 วัน แลกกลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันอย่างน้อย 50 คนแล้ว

เมื่อ 22 พ.ย.2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน รัฐบาลอิสราเอลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู อนุมัติข้อตกลง‘หยุดยิง’ พักการโจมตีฉนวนกาซาเป็นเวลา 4 วันแล้ว เพื่อแลกเปลี่ยนกับการที่กลุ่มฮามาสจะยอมปล่อยตัวประกันอย่างน้อย 50 คน ที่เป็นผู้หญิงและเด็ก หลังกลุ่มฮามาสบุกโจมตีอิสราเอล และจับตัวประกันไปกว่า 240 คน ตั้งแต่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา

การบรรลุข้อตกลงในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลกาตาร์ ทำหน้าที่เป็น ‘ตัวกลางเจรจา’ ระหว่างรัฐบาลอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส เมื่อเช้าวันพุธที่ 22 พ.ย. 2566 

สำหรับการอนุมัติข้อตกลงนี้ มีรัฐมนตรีของอิสราเอลเห็นชอบ 38 เสียง คัดค้านเพียง 3 เสียง คือItamar Ben-Gvir รมว.ความมั่นคงแห่งชาติของอิสราเอล และรมว.จากพรรคฝ่ายขวาจัดอีก 2 คน

ในขณะที่สำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีอิสราเอลได้บรรลุข้อตกลงหยุดพักการโจมตีฉนวนกาซา 4 วัน แลกกับการที่กลุ่มฮามาสจะต้องปล่อยตัวประกันที่เป็นผู้หญิงและเด็กอย่างน้อย 50 คนแล้ว และกรณีมีตัวประกันทุก ๆ 10 คนได้รับการปล่อยตัวเพิ่ม นอกเหนือจากข้อตกลง อิสราเอลจะขยายการหยุดยิงออกไปอีก 1 วัน

ที่มา : Aljazeera

เนเธอร์แลนด์เตือนภัย “งูกรีนแมมบา” หลุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2742484

เนเธอร์แลนด์เตือนภัย "งูกรีนแมมบา" หลุด

22 พ.ย. 2566 09:08 น.

เนเธอร์แลนด์เตือนภัย “งูกรีนแมมบา” หลุด

ตำรวจเนเธอร์แลนด์เผยว่า “งูกรีนแมมบา” ที่มีพิษร้ายแรง ความยาว 2 เมตร ได้หลุดออกจากบ้านหลังหนึ่ง พร้อมเตือนประชาชนให้อยู่ในบ้าน และอย่าพยายามดักจับงูดังกล่าวเด็ดขาด

เทศบาลเมืองทิลเบิร์ก เปิดเผยว่า งูกรีนแมมบาได้หลุดออกจากบ้านหลังหนึ่งเมื่อคืนวันจันทร์ (20 พ.ย.) หลังตำรวจได้รับแจ้งเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. จากประชาชนคนหนึ่ง ซึ่งบอกว่าเขาทำงูหาย

งูชนิดนี้เป็นงูซึ่งมีพิษร้ายแรงมาก ตำรวจและทางการเมืองทิลเบิร์กได้ขอให้ประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวัง และอย่าเข้าใกล้หากพบงู และกล่าวว่า หากมีผู้ถูกงูกัด สิ่งสำคัญคือต้องได้รับการรักษาพยาบาลโดยทันที งูพันธุ์ดังกล่าวมีลำตัวสีเขียวและมีความยาวระหว่าง 1.80 ถึง 2.00 เมตร เป็นที่ทราบกันดีว่างูกรีนแมมบา เป็นงูที่มีความสามารถในการหลบหนี และถึงแม้มันจะเป็นสัตว์ที่ไม่ชอบการเผชิญหน้า แต่มันก็ยังคงเป็นอันตราย

เทศบาลเมืองทิลเบิร์ก แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้มีความตื่นตัว หากใครพบงูควรรักษาระยะห่างและโทรแจ้ง 112 ทันที และย้ำว่าอย่าพยายามจับงูด้วยตัวเอง

เพื่อเป็นการป้องกัน ตำรวจได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรความช่วยเหลือทางการแพทย์ระดับภูมิภาค (GHOR) ทราบถึงเหตุดังกล่าว ซึ่งพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์ในกรณีเกิดภัยพิบัติและวิกฤตการณ์ และองค์กรสามารถเข้าแทรกแซงสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วหากมีผู้ถูกงูกัด

เทศบาลระบุว่า งูไม่น่าจะอยู่ข้างนอก เนื่องจากสภาพอากาศเย็น เนื่องจากงูชอบอยู่ในที่มืดและอบอุ่น ซึ่งสิ่งนี้เกิดขึ้นจริง งูตัวดังกล่าวก็จะไม่ออกไปเลื้อยเพ่นพ่าน ขณะที่ไม่มีใครทราบว่างูสามารถหลบหนีได้อย่างไร แต่เจ้าของบอกกับสื่อท้องถิ่นว่า มีโอกาสที่งูจะซ่อนตัวอยู่ในบ้านของเขา

เทศบาลได้ติดต่อผู้เชี่ยวชาญหลายคนในประเทศ เพื่อระบุตำแหน่งของงูโดยเร็วที่สุด และมีรายงานว่า สุนัขดมกลิ่นเข้ามาตรวจบ้านที่เกิดเหตุเมื่อบ่ายวันอังคาร แต่การค้นหาไม่ประสบผลสำเร็จ.

สหรัฐฯงบใกล้หมด แต่ไม่ทอดทิ้ง ส่งมอบอาวุธยุทโธปกรณ์ให้ยูเครนเพิ่มเติม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2742486

สหรัฐฯงบใกล้หมด แต่ไม่ทอดทิ้ง ส่งมอบอาวุธยุทโธปกรณ์ให้ยูเครนเพิ่มเติม

22 พ.ย. 2566 08:30 น.

สหรัฐฯงบใกล้หมด แต่ไม่ทอดทิ้ง ส่งมอบอาวุธยุทโธปกรณ์ให้ยูเครนเพิ่มเติม

เมื่อวันที่ 21 พ.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พล.อ.ลอยด์ ออสติน รมว.กลาโหมสหรัฐฯ เดินทางเยือนกรุงเคียฟของยูเครนแบบไม่เปิดเผยกำหนดการล่วงหน้า และแสดงจุดยืนให้การสนับสนุนด้านขวัญกำลังใจแก่รัฐบาลยูเครนด้วยการประกาศมอบอาวุธยุทโธปกรณ์เพิ่มเติมแก่กองทัพยูเครน แม้ว่าสภาคองเกรสสหรัฐฯจะยังไม่สามารถผ่านร่างงบประมาณต่อท่อน้ำเลี้ยงแก่ยูเครนมาตั้งแต่เดือน ก.ย. และทำให้งบช่วยเหลือยูเครนเหลือเพียง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (36,000 ล้านบาท) จากทั้งหมด 60,000 ล้านดอลลาร์ (2.16 ล้านล้านบาท)

ทั้งนี้ อาวุธที่ รมว.กลาโหมสหรัฐฯประกาศส่งมอบเพิ่มเติมประกอบด้วย รถยิงจรวดรุ่นไฮมาร์ส 1 คัน กระสุนจรวด กระสุนปืนใหญ่ 155 มม. และ 105 มม. ไม่เปิดเผยจำนวน รวมถึงจรวดต่อต้านอากาศยานสำหรับทหารราบรุ่นสติงเกอร์ จรวดต่อต้านรถถังรุ่นโทว์ และอุปกรณ์การรบ สำหรับหน้าหนาว ขณะที่นายอานาโตนี แอนโตนอฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐฯ วิจารณ์ว่า การให้ของขวัญอันตรายรอบนี้เปรียบเสมือน การให้ยาระงับปวด ไม่ได้ช่วยอะไรต่อการรบแม้แต่น้อย พร้อมมองว่าเป็นความพยายามเกลี้ยกล่อมให้ยูเครนเชื่อว่าสหรัฐฯยังไม่ทอดทิ้งยูเครน.