Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768623

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คนรักสัตว์จีนต้านกินเนื้อแมว

แม้ผู้คนส่วนใหญ่ในจีนจะไม่ได้กินเนื้อแมวเป็นอาหารกันแล้ว แต่ข้อมูลพบว่ายังคงมีน้องแมวกว่า 4 ล้านตัว ถูกฆ่าเพื่อชำแหละเนื้อนำไปประกอบอาหารตามแหล่งขายเนื้อสัตว์ผิดกฎหมาย ซึ่งรวมถึงตลาดค้าเนื้อสัตว์หลายแห่งในมณฑลกวางตุ้ง และมณฑลกว่างซี นั่นทำให้เกิดการรวมกลุ่มของบรรดาคนรักสัตว์และนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสัตว์ในจีนที่หาทางช่วยเหลือทั้งแมวและสุนัข จากแหล่งค้าสัตว์ใต้ดินผิดกฎหมาย เพื่อช่วยชีวิตน้องแมวน้องหมาเหล่านี้ ให้อยู่เป็นเพื่อนของมนุษย์ต่อไป แทนที่จะไปอยู่บนโต๊ะอาหาร

‘แม็คโคร โฮเรก้า ภูมิภาค โรดโชว์’ จัดเต็ม 5 ภูมิภาค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768630

‘แม็คโคร โฮเรก้า ภูมิภาค โรดโชว์’ จัดเต็ม 5 ภูมิภาค

‘แม็คโคร โฮเรก้า ภูมิภาค โรดโชว์’ จัดเต็ม 5 ภูมิภาค

วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เต็มอิ่มกันไปแล้วกับกิจกรรมงาน “แม็คโคร โฮเรก้า ภูมิภาค โรดโชว์” ทั้ง 5 ภูมิภาค จัดโดย แม็คโคร ผู้นำธุรกิจค้าส่ง แหล่งรวมวัตถุดิบเพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ที่มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหาร กลุ่มโฮเรก้า และวงการเชฟไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล ผ่านกิจกรรมต่างๆ ซึ่งปีนี้จัดขึ้น ภายใต้แนวคิด “Global To Local วิถีโลก…สู่ท้องถิ่น” เพื่อโชว์พลังซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทย

แม็คโคร ในฐานะผู้นำธุรกิจอาหารสดที่มีวัตถุดิบคุณภาพจากแหล่งผลิตชั้นนำระดับโลก ครบครันเพื่อผู้ประกอบการไทย จัดงาน “แม็คโคร โฮเรก้า ภูมิภาค โรดโชว์” ขึ้น เพื่อช่วยเสริมความแข็งแกร่ง และส่งมอบองค์ความรู้ให้กับผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร โดยมุ่งหวังให้ผู้ประกอบการไทยใน 5 ภูมิภาค ได้ร่วมเปิดประสบการณ์ ปลุกศักยภาพผ่านกิจกรรมที่ช่วยยกระดับมาตรฐานผู้ประกอบการร้านอาหาร ให้พร้อมรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยที่ฟื้นตัว สร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้ ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืน หนึ่งในไฮไลท์ของกิจกรรมภายในงานฯ คือการแข่งขัน Makro HoReCa Challenge 2023 เวทีเฟ้นหาสุดยอดเชฟจากทั่วประเทศ ที่จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 16 ภายใต้แนวคิด “Global To Local วิถีโลก…สู่ท้องถิ่น” โดยใช้วัตถุดิบจากทั่วโลกเป็นโจทย์สำคัญ ให้ผู้เข้าแข่งขันแต่ละภูมิภาคหยิบมาสร้างสรรค์เป็นเมนูแบบไทยๆ ให้ถูกใจชาวโลก และคัดเลือกผู้เข้ารอบจาก 5 ภูมิภาค เข้าสู่รอบชิงแชมป์ประเทศไทยชิงถ้วยประทานจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ในงานมหกรรมธุรกิจอาหารประเทศไทย ครั้งที่ 16 หรือ MakroHoReCa 2023 มหกรรมด้านอาหารที่ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการและธุรกิจอาหารสุดยิ่งใหญ่ระดับประเทศ ในวันที่ 16-19 พฤศจิกายน 2566 ฮอลล์ 6-8 ณ อิมแพค เมืองทองธานี

อมราลักษณ์ ลามุล ประธานคณะกรรมการจัดงานมหกรรมธุรกิจอาหารประเทศไทย ครั้งที่ 16 กล่าวถึงเวที MakroHoReCa Challenge 2023 ในปีนี้ว่า“ได้ผู้ชนะเลิศครบ 5 ภูมิภาค ทั้งในระดับมืออาชีพและระดับเยาวชนที่ได้สร้างสรรค์เมนูอาหารจากวัตถุดิบคุณภาพระดับโลก มาผนวกกับเทรนด์อาหารสมัยใหม่ พร้อมผสานเอกลักษณ์ของอาหารไทยได้อย่างลงตัว สะท้อนความสามารถของเชฟไทยในการประยุกต์ใช้วัตถุดิบเพื่อสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ ที่ให้รสชาติและคงเอกลักษณ์ของอาหารไทยในแต่ละภูมิภาค แสดงให้เห็นถึงพลังของซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทยที่จะเฉิดฉายได้ในเวทีโลก อีกทั้งจะเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนที่สนใจเข้าสู่วงการเชฟมืออาชีพได้เห็นโอกาสในการเติบโตของสายอาชีพนี้ และสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารที่จะเห็นแนวทางในการขับเคลื่อนธุรกิจต่อไป”

เวทีการแข่งขัน Makro HoReCa Challenge ได้สร้างบุคลากรในวงการเชฟเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหาร และธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับพันธกิจของบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้าฯที่ต้องการยกระดับวงการเชฟไทยให้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

“งานแม็คโคร โฮเรก้า ภูมิภาค โรดโชว์ ได้มีการเสริมองค์ความรู้ และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการรายย่อย รวมถึงกลุ่มโฮเรก้า ให้มีศักยภาพผ่านกิจกรรมต่างๆ ในการช่วยพัฒนาผู้ประกอบการ อาทิ World Chef Workshopกิจกรรมเวิร์กช็อปกับเชฟระดับโลก เชฟวิลแมน ลีออง เพื่อเสริมองค์ความรู้แบบวิถีคนครัวระดับโลกสู่การเสริมแกร่งให้แก่ผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วประเทศ PRO-CHEF CookingClass เรียนรู้การทำอาหารจากเชฟชื่อดังกับ เชฟอ๊อตโต้-ประภาศน์ ปาณะวีระ ที่สอนทำอาหารเมนูสุดปัง เพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจอาหารได้แบบง่ายๆ สร้างงานสร้างอาชีพให้กับผู้ที่สนใจในทุกภาคส่วนของสังคม ซึ่งการจัดงานทั้ง 5 ภูมิภาคที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการ กลุ่มธุรกิจโฮเรก้า และประชาชนทั่วไป” อมราลักษณ์ กล่าวเสริม

Science Update : นาซาเผยแผนที่ผืนน้ำโลกจากดาวเทียม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768641

Science Update : นาซาเผยแผนที่ผืนน้ำโลกจากดาวเทียม

Science Update : นาซาเผยแผนที่ผืนน้ำโลกจากดาวเทียม

วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือนาซา เผยแพร่ภาพดาวเทียม พื้นผิวน้ำและมหาสมุทรทั่วโลก เป็นแผนที่ใหม่ ของระดับน้ำทะเลทั่วโลก ที่รวบรวมจากดาวเทียม SWOT ที่นาซาส่งเข้าสู่วงโคจรโลกเมื่อวันที่ 16 ธันวาคมปีที่แล้ว สำหรับภารกิจรับมือโลกร้อน นับเป็นแผนที่มหาสมุทรโลกที่ละเอียดที่สุด สามารถเห็นความลึกจากพื้นผิวของมหาสมุทร ตลอดจนทะเลสาบ และแหล่งน้ำจืดของโลก เป็นแผนที่ภาพเคลื่อนไหว ลงรายละเอียดทั้งระดับน้ำ โดยสีแดงและส้มคือพื้นที่ระดับน้ำสูงกว่าค่าเฉลี่ย และสีน้ำเงินคือพื้นที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ข้อมูลนี้จะอธิบายถึงกระแสน้ำในมหาสมุทร เช่น กระแสน้ำจากชายฝั่งต่างๆ และปรากฏการณ์เอลนีโญ

ข้อมูลนี้ถูกรวบรวมระหว่างวงโคจรวิทยาศาสตร์ 21 วันแรกของดาวเทียม SWOT ซึ่งเริ่มเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม และสิ้นสุดเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม เป็นภารกิจร่วมกันระหว่างนาซา และองค์การอวกาศฝรั่งเศส

ดาวเทียม SWOT โคจรรอบโลกที่ระดับความสูงประมาณ 857 กิโลเมตร วัดความสูงของน้ำมากกว่าร้อยละ 90 ของพื้นผิวโลก เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทั่วโลก ในภารกิจพัฒนาการวิจัยผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับโลกร้อน

Health News : สหรัฐฯ อนุมัติวัคซีนชิคุนกุนยาขนานแรกของโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768642

Health News : สหรัฐฯ อนุมัติวัคซีนชิคุนกุนยาขนานแรกของโลก

Health News : สหรัฐฯ อนุมัติวัคซีนชิคุนกุนยาขนานแรกของโลก

วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักงานอาหารและยาสหรัฐฯ หรือเอฟดีเอ อนุมัติให้ใช้วัคซีนป้องกันโรคชิคุนกุนยาขนานแรกของโลก เพื่อป้องกันภัยคุกคามด้านสาธารณสุขโลกอุบัติใหม่ เป็นวัคซีนชื่อ อิกซ์ชิก (Ixchiq) พัฒนาโดยวัลเนวา (Valneva) บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของฝรั่งเศส สำหรับผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และผู้เสี่ยงได้รับเชื้อไวรัสชิคุนกุนยาที่มียุงลายเป็นพาหะ

เอฟดีเอระบุว่า การติดเชื้อไวรัสชิคุนกุนยาอาจทำให้ป่วยร้ายแรงและมีปัญหาสุขภาพในระยะยาว โดยเฉพาะผู้สูงวัยและผู้มีโรคประจำตัว การอนุมัติให้ใช้วัคซีนขนานแรกของโลกตอบโจทย์ความต้องการทางการแพทย์ที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง และเป็นความก้าวหน้าสำคัญในการป้องกันโรคที่ยังมีทางเลือกจำกัดในการรักษา ปัจจุบันยังไม่มียารักษาโรคชิคุนกุนยา วิธีเดียวที่จะป้องกันได้คือการไม่ให้ถูกยุงกัด

ข้อมูลขององค์การอนามัยโลกระบุว่า โรคชิคุนกุนยาทำให้มีไข้และปวดตามข้อ สามารถถ่ายทอดจากมารดาสู่ทารกในครรภ์ ซึ่งอาจทำให้ทารกเสียชีวิต มักพบในพื้นที่เขตร้อนและเขตกึ่งร้อนในทวีปแอฟริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบางพื้นที่ของทวีปอเมริกา แต่ขณะนี้ได้แพร่ไปยังพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ใหม่ๆ โดยพบว่ามีผู้ป่วยมากกว่า 5 ล้านคนในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่พบผู้ป่วยชิคุนกุนยารายแรกในแทนซาเนียเมื่อปี 2495 ปัจจุบันพบแล้วมากกว่า 110 ประเทศ ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเกรงว่า ชิคุนกุนยาจะกลายเป็นโรคระบาดในอนาคตเพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะทำให้ยุงเจริญเติบโตในภูมิภาคใหม่ๆ

โซไซตี้ : ‘มูลนิธิพลังน้ำใจไทย’สนับสนุนซ่อมแซมโรงเรียนประสบอุทกภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768629

โซไซตี้ : ‘มูลนิธิพลังน้ำใจไทย’สนับสนุนซ่อมแซมโรงเรียนประสบอุทกภัย

โซไซตี้ : ‘มูลนิธิพลังน้ำใจไทย’สนับสนุนซ่อมแซมโรงเรียนประสบอุทกภัย

วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นริศรา ศรีสันต์ ที่ปรึกษากลยุทธ์สื่อสารองค์กร เป็นตัวแทน บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับภาคีภาคเอกชน นำโดย อดิศักดิ์ เทพอาสน์ ตัวแทนประธานกรรมการมูลนิธิพลังน้ำใจไทยพร้อมภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่โรงเรียนพรหมบุรีรัชดาภิเษก ตำบลบ้านหม้อ อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี เพื่อส่งมอบอาคารสาธารณูปโภคที่ได้รับการซ่อมแซมหลังจากได้รับความเสียหายในเหตุการณ์น้ำท่วมปีที่ผ่านมา โดยมี สุรสิทธิ์ จันอุทา นายอำเภอพรหมบุรี, วิจิตร เลิศไพบูลย์วงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสิงห์บุรี, ดร.นุชนารถยิ้มจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนพรหมบุรี รัชดาภิเษก และคณะผู้บริหารเป็นตัวแทนรับมอบ นอกจากนี้ยังมีศิลปิน อาทิ แช่ม แช่มรัมย์, แสน นากา, โอม-ภวัต จิตต์สว่างดี และ ฟอร์ด-อรัญญ์ อัศวสืบสกุล มาร่วมกันทำกิจกรรมร้องเพลง มอบความสุข และเสียงหัวเราะให้กับนักเรียนโรงเรียนพรหมบุรีรัชดาภิเษก จังหวัดสิงห์บุรี

สำหรับ มูลนิธิพลังน้ำใจไทย Power of Thai เกิดขึ้นจากความร่วมมือขององค์กรภาคีภาคเอกชน จำนวน 12 บริษัท ประกอบด้วยบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน), บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด, บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน), บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน), บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน), กลุ่มมิตรผล, บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), กลุ่มบริษัท ทรู คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) การรวมตัวของภาคเอกชนในโครงการนี้จะก่อให้เกิด “พลัง” ในการขับเคลื่อนสิ่งที่เป็นประโยชน์ในด้านต่างๆ ร่วมกันโดยมุ่งเน้นการศึกษาเป็นประเด็นหลักด้วยเชื่อว่าการสร้างการศึกษาที่ดี เปรียบดั่งการสร้างพื้นฐานและอนาคตให้กับประเทศไทย และจะยังคงเดินหน้าสานต่อการช่วยเหลือ และบรรเทาความเสียหายให้กับโรงเรียนต่อไป

คุณแหน : 12 พฤศจิกายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768628

วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯไปในงานพระราชพิธี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๖..

ll ๒ เดือนในตำแหน่งหน้าที่นายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน กล่าวโครงการดิจิทัล วอลเล็ต จะใช้ระยะเวลาตีความโดยกฤษฎีกาและขบวนการกฎหมายช่วงปลายปีนี้ และนำเข้าสู่สภาช่วงต้นปีหน้า จัดเตรียมงบประมาณและเปิดให้ประชาชนในช่วงเดือนพฤษภาคม ปีหน้า..

ll ส่วน เลขาธิการ กกต. แสวง บุญมีกล่าวว่า“การแจกเงินดิจิทัล ตามแผนที่เพื่อไทยแจ้งไว้ต่อกกต. เป็นนโยบายที่ใช้งบประมาณแผ่นดิน หากได้ไปเป็นรัฐบาล นโยบายลักษณะนี้จะไม่ผิดกฎหมาย สัญญาว่าจะให้”..

ll เรื่องของ ๒ สส.ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ และ วุฒิพงศ์ ทองเหลา เมื่อไหร่จะสะเด็ดน้ำเสียที ไปๆ มาๆ จะเป็นเรื่องสาวไส้ให้กากินหรืออย่างไร???..

ll ยินดีด้วยกับรางวัลที่เป็นขวัญกำลังใจแก่ ด.ต.พิเชษฐ จำปาทองและ ส.ต.ต.นัธทวัฒน์ เกตุแก้วสองสายตรวจ สภ.เมืองนนท์ ที่จับกุมคนร้ายและตรวจยึดอาวุธปืนได้เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุร้าย..

ll ส่วน พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ กตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ กล่าว“หากผู้มีอำนาจแต่งตั้งดำเนินการไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ ที่กำหนดไว้ผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถร้องทุกข์ ต่อ กพคตร. ได้ภายใน ๓๐ วัน”..

ll พานทอง สอนอิ่มศาสตร์ศรีภรรยา อำนาจ สอนอิ่มศาสตร์ (ดุ่ย ณ วังน้อย) ถึงแก่กรรม มีสวดพระอภิธรรม เวลา ๑๘.๓๐ น. ศาลา ๓วัดประยูรวงศาวาสวรวิหาร ถึง อังคาร๑๔ พ.ย. และมีฌาปนกิจ พุธ ๑๕ พ.ย.เวลา ๑๓.๐๐ น. ร่วมอาลัยและเสียใจ มา ณ โอกาสนี้..ll

น้องนิ่ง….นิ่ง…

ตะลอนเที่ยว : เสน่ห์ความเป็นไทย ผูกใจนักท่องเที่ยวนานาชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768618

ตะลอนเที่ยว : เสน่ห์ความเป็นไทย ผูกใจนักท่องเที่ยวนานาชาติ

ตะลอนเที่ยว : เสน่ห์ความเป็นไทย ผูกใจนักท่องเที่ยวนานาชาติ

วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมื่อได้พูดคุยกับนักท่องเที่ยวนานาชาติ ทั้งกลุ่มที่เคยมาเที่ยวไทยแล้ว และกลุ่มที่ไม่เคยมาเที่ยวไทย แต่ตั้งใจจะมาเที่ยวในอนาคต จะได้รับคำตอบเหมือนๆ กัน เมื่อถามว่า ทำไมต้องการไปเที่ยวเมืองไทย คำตอบที่ได้รับคือ เพราะความประทับใจในรอยยิ้มสยาม และชื่นชอบในอัธยาศัยไมตรี รวมความมีน้ำใจเอื้ออารีของคนไทย

สิ่งเหล่านี้ นับเป็นเสน่ห์สำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติซาบซึ้งและตราตรึงประทับใจในความเป็นไทย แล้วเป็นเครื่องดึงดูดให้นักท่องเที่ยว
จากทั่วโลกต้องการมาสัมผัสรอยยิ้มสยามและความมีน้ำใจของคนไทย

ในงาน World Travel Mart (WTM) 2023 ณ กรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร ซึ่งจัดที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมนานาชาติ Excel วันที่ 6-8 พฤศจิกายน 2566 ทั้งนี้ ในวันที่6 พฤศจิกายน 2566 ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีเสด็จร่วมงานนี้ ณ คูหาประเทศไทย ในพระฐานะทูตการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และพระราชทานสัมภาษณ์สื่อมวลชนไทยถึงประเด็นความมีมิตรไมตรีของคนไทย และรอยยิ้มสยามว่ามีเสน่ห์ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวนานาชาติหลงใหลประเทศไทย และพระราชทานสัมภาษณ์แนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมในการนี้ ทรงประดิษฐ์กระเป๋าถือทำจากวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ (re-cycle) เพื่อทรงเน้นย้ำให้เห็นว่าเราทุกคนต้องช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม และเน้นการท่องเที่ยวที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยกันรักษาโลกของเราให้มีสภาวะแวดล้อมที่ดี ไม่เป็นอันตรายต่อทั้งคนและสัตว์

ในการนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล และผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ได้เข้าเฝ้าและรับพระราชทานกระเป๋าทรงประดิษฐ์จากพระหัตถ์ 

งาน World Travel Mark 2023 ณ กรุงลอนดอน เป็นนิทรรศการส่งเสริมการท่องเที่ยวนานาชาติที่สำคัญ และเก่าแก่มากที่สุดของกรุงลอนดอน เป็นงานจัดแสดงความก้าวหน้า และนำเสนอสินค้าและบริการด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนานาชาติ โดยมีประเทศต่างๆ ทั่วโลกเข้าร่วมงานนี้

สำหรับปีนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดคูหาประเทศไทยโดยเน้นแนวคิดด้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และท่องเที่ยวด้วยความรับผิดชอบต่อธรรมชาติ นอกจากนี้ภายในงานยังมีผู้ประกอบการการท่องเที่ยวภาคเอกชนจำนวนกว่า 40 ราย นำผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวของตนเองไปนำเสนอต่อตัวแทนผู้ประกอบการการท่องเที่ยวจากนานาชาติที่ไปร่วมงานนี้ 

ส่วนความเห็นจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ และผู้ประกอบการการท่องเที่ยวต่างประเทศบอกกับ Mr.Flower ว่า ประเทศไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวยุโรป เพราะไทยมีจุดเด่นด้านการท่องเที่ยวมากมาย ทั้งด้านอาหารการกิน แหล่งท่องเที่ยวหลากหลายทั้งแบบธรรมชาติ และโบราณสถาน รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงกีฬา ศิลปวัฒนธรรม ขนบประเพณี และในระยะหลังยังมีการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการท่องเที่ยวที่เน้นให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปสัมผัสกับวิถีชีวิตที่แท้จริงของคนในชุมชน เพื่อเพิ่มประสบการณ์ตรงในการเรียนรู้แบบเจาะลึก เช่น การเข้าไปเรียนรู้เรื่องชีวิตของช้าง และชีวิตของคนในชุมชนประมงชายฝั่ง

ประโยคสำคัญที่นักท่องเที่ยวต่างชาติบอกกับ Mr.Flower คือ คิดถึงเมืองไทยเสมอ และการได้ไปเที่ยวเมืองไทยคือการได้ไปอยู่ในดินแดนแห่งมิตรไมตรี คนไทยมีความน่ารัก และมีความโอบอ้อมอารี ขอให้เก็บรักษาสิ่งนี้ไว้ให้ดี เพราะเป็นเสน่ห์มัดใจนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

หนังสือเด่น : แนวคิดใช้ ‘จิตบันดาล’ ให้ได้สิ่งที่ปรารถนา และแนวทางปฏิบัติ 7 ประการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768640

หนังสือเด่น : แนวคิดใช้ 'จิตบันดาล' ให้ได้สิ่งที่ปรารถนา  และแนวทางปฏิบัติ  7 ประการ

หนังสือเด่น : แนวคิดใช้ ‘จิตบันดาล’ ให้ได้สิ่งที่ปรารถนา และแนวทางปฏิบัติ 7 ประการ

วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จิตบันดาล หรือ Manifesting  ร็อกซี นาฟูซี ( Roxie Nafousi) ผู้เขียน หนังสือ “Manifest : 7 ขั้นตอนสู่ทุกสิ่งที่ปรารถนา” นิยามว่า คือความสามารถในการสร้างชีวิตที่สมปรารถนา คือตัวเราสามารถดึงดูดสิ่งใดก็ตามที่เราต้องการเข้ามาในชีวิต โดยที่ตัวเราเป็นผู้กำหนดเอง เขียนเรื่องราวด้วยตัวเอง มันดูละม้ายและให้ความรู้สึกเหมือนเวทมนตร์ และเราทุกคนคือนักมายากล

หากใครเคยชื่นชอบและอินกับพลังลึกล้ำของ  เดอะซีเคร็ต  หรือ  หนังสือคลื่นพลังบวกดึงดูดพลังสุข (Good Vibes, Good Life ) ที่สั่นสะเทือนถึงเบื้องลึก หรือหนังสือร้านเวทมนตร์อยู่ในใจ (  Into the Magic Shop )  ที่ทำให้เห็นพลังที่ไม่มีหมดสิ้นในหัวใจตัวเอง หรือเคยเปลี่ยนแปลงชีวิตด้วยบรรดาหนังสือสร้างนิสัยที่ติดท็อปชาร์ตตทุกยุคทุกสมัย หนังสือเล่มนี้คือ จุดบรรจบของพลังเหล่านั้น  และคือคำตอบสิ่งที่ตกหล่นไประหว่างบรรทัดว่า จิตของเราสร้างชีวิตที่เราปรารถนาได้อย่างไร ซึ่งผู้เขียนได้โยงใยพื้นฐานทางจิตวิญญาณกับวิทยาศาสตร์ที่ล้ำไปถึงแนวคิดควอนตัมอย่างน่าสนใจ ต่อจุดและอุดช่องว่างความคิด และการลงมือทำด้วยวิธีที่เรียบง่าย 7 ขั้นตอน  ที่ผู้เขียน ผู้เคยล้มเหลวในชีวิตทุกอย่าง ได้ยึดถือและปฏิบัติจนสามารถพลิกชีวิตมามีทุกสิ่งที่ใจเธอปรารถนา  ทั้งชีวิตส่วนตัวและหน้าที่การงาน ชีวิตเธอได้ทุกอย่างที่จินตนาการไว้

7 ขั้นตอนดังกล่าว เริ่มต้นด้วย  การมองภาพให้ชัดเจน เพราะจะทำให้ถึงปลายทางที่ต้องการ, ต้องมีความกระจ่างชัดว่าเราประสงค์จะให้จักรวาลมอบอะไรให้เรา, ขจัดความกลัวและความกังขา เพราะทรงพลังมาก จะเป็นตัวทำลายความสามารถแห่งจิตดลบันดาลของตัวเอง เป็นการส่งข้อความให้จักรวาลว่าเราไม่มีค่าพอไม่พร้อมที่จะรับสิ่งที่เราปรารถนา , ปรับพฤติกรรมคือการปรับตัวให้เข้ากับตัวตนที่แท้จริงของตนเอง แสดงให้จักรวาลเห็นสิ่งที่เราเชื่อว่าเราสมควรได้รับด้วยการลงมือปฏิบัติ พฤติกรรมสะท้อนคุณค่าตัวเองโดยตรง , เอาชนะบททดสอบจักรวาล  ,โอบรับความสำนึกรู้คุณอย่างไม่มีเงื่อนไข, เปลี่ยนความริษยาเป็นแรงบันดาลใจ และไว้วางใจในจักรวาล ในแต่ละบทอธิบายเนื้อหา การฝึกปฏิบัติโดยละเอียด และแบบฝึกหัดให้ทบทวนตัวเองอีกด้วย

หนังสืออ่านและทำตามได้ง่าย เป็นการอธิบายเรื่องที่ยาก เรื่องกลไกของจิตให้ดูใกล้ตัวและเข้าถึงง่าย เป็นรูปธรรม อาจจะเป็นเพราะว่าผู้เขียนประสบผลสำเร็จจากการปฏิบัติ และได้ถ่ายทอดให้ผู้อื่น มีการเวิร์คช้อป มีสอนออนไลน์ฯลฯ จึงทำให้สื่อสารสิ่งเหล่านี้ออกมาได้เป็นอย่างดี  ทำให้การใช้จิตเปลี่ยนแปลงชีวิตเป็นเรื่องเข้าใจง่ายขึ้น เป็นรูปธรรมขึ้น

ทุกวันนี้มีเรื่องราวกฎแห่งแรงดึงดูด หรือพลังแห่งความคิดและจิตใจที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตคนมากมาย แต่ก็มีหลายคนที่คิดว่าเป็นเรื่องเหลวไหล เพราะว่าเป็นเรื่องที่จับต้องไม่ได้  หรือแม้แต่คิดว่าตัวเองทำไม่ได้โดยอ้างถึงบริบทชีวิต และต้นทุนชีวิตหรือทรัพยากรที่แตกต่างกัน แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าไปศึกษาเรื่องราวของผู้ยิ่งใหญ่ระดับโลกหลายๆคน ก็จะเห็นว่ามีจำนวนไม่น้อยที่เกิดมาแร้นแค้น ขาดแคลน นั่นหมายความว่าที่สำเร็จได้เป็นเรื่องของจิตใจล้วน ๆ  ทุกคนนั้นต้องมีปัจจัย แนวคิดที่มาเสริมพลังใจ ให้เกิดความฝันและความเชื่อมั่น ในตนเอง จนถึงจุดสูงสุดนั้นได้

หากอยากเปลี่ยนแปลงชีวิตที่เป็นอยู่ อยากได้แนวคิดการสร้างสิ่งที่ใจปรารถนาโดยการใช้จิต หรืออยากศึกษาศาสตร์และแนวคิดการเปลี่ยนแปลงชีวิตที่เข้าใจได้ง่าย แนะนำให้อ่านหนังสือเล่มนี้ 

หนังสือเป็น An Instant International Bestseller ติดอันดับ Sunday Times Bestseller ทันทีที่วางขาย และ เป็นหนังสือขายดีในหมวดต่าง ๆ ของ Amazon ดังนี้ อันดับ 1 หมวด Popular Applied Psychology อันดับ 2 หมวด Consciousness & Thought Philosophy  แปลโดย ศรรวริศา เมฆไพบูลย์ จัดพิมพ์ละจำหน่ายโดย อมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์  ราคาเล่มละ 265 บาท

กฎกติกาเพื่อชีวิตที่ดีกว่า สุขกว่า

และประสบผลสำเร็จมากกว่า

“ปรับองศาความคิด ชีวิตมีคุณภาพ : The Rules of Life”  ผู้เขียน Richard Templar (ริชาร์ด เทมพลาร์) ผู้แปล สมิทธิ์ เอกโชติ    หลายคนอาจตั้งข้อสังเกต ทำไมคนบางคนถึงได้เกิดมาโชคดี มีชีวิตที่ง่าย ลื่นไหล ไม่ติดขัด จะพูดหรือทำอะไรในสถานการณ์ไหน ๆ ก็ดูเข้าที่เข้าทางลงตัวไปหมด แถมยังเป็นที่รักใคร่ ชื่นชอบและได้รับความชื่นชมจากใครต่อใครอยู่ตลอด คนกลุ่มนี้จะมีความสุข รู้สึกพึงพอใจ ภาคภูมิใจในตัวเอง และรู้วิธีจัดการปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตได้เป็นอย่างดี ซ้ำมีเวลาเหลือเฟือที่จะดูแลตัวเอง ครอบครัว และคนรอบข้างอย่างสบายอกสบายใจ เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราว่าพวกเขารู้กฎกติกา มารยาท ที่ทรงคุณค่าและมากประโยชน์ ทั้งต่อตัวเองและคนรอบข้าง เป็นกติกาที่จะช่วยให้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ก้าวข้ามอุปสรรคได้อย่างไม่ระคายความรู้สึก และนำชีวิตไปสู่ความสุข สงบ และประสบความสำเร็จได้ในที่สุด หนังสือเล่มนี้จะมาบอกถึงกฎเกณฑ์เหล่านั้น เพื่อให้ผู้อ่านพิจารณาใช้เป็นไกด์ไลน์ในชีวิต โดยหนังสือรวมไว้ทั้งหมดทั้ง กฎเพื่อตัวเอง กฎเพื่อความสัมพันธ์ กฎที่ใช้กับเพื่อนและครอบครัว และกฎกติกาสังคม จำนวน 106ข้อ  หนังสือเคยสร้างปรากฏการณ์ระดับโลกมาแล้วในการพิมพ์ครั้งแรก ด้วยการติดอันดับหนังสือขายดีทั่วโลกอยู่นาน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะได้รับการการันตีจากผู้อ่านว่า สามารถทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จและมีความสุขกับชีวิตทุก ๆ วัน หนังสือราคา 235 บาท

วิเคราะห์โมเดลเศรษฐกิจสีจิ้นผิงรอบด้าน

โดยนักเศรษฐศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญจีนกว่า 30ปี

“โมเดลเศรษฐกิจสีจิ้นผิง : Xinomics” ผู้เขียน รศ.ดร. อักษรศรี พานิชสาส์น นักเศรษฐศาสตร์ที่ติดตามการพัฒนาทางเศรษฐกิจของจีนมากว่า 30ปี     ความสำเร็จทางเศรษฐกิจของจีน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการมีผู้นำที่กล้าตัดสินใจ ปรับแนวทางการพัฒนาให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงและบริบทที่เปลี่ยนไป จีนไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ในยุคสีจิ้นผิง จีนต้องเผชิญกับแรงกดดันจากภายนอกอย่างหนักหน่วง รวมทั้งโมเดลการพัฒนาแบบเดิมของจีนมีจุดอ่อนหลายด้าน เช่น การพึ่งพาภาคต่างประเทศมากเกินไป “โมเดลเศรษฐกิจสีจิ้นผิง” หรือ “สีโนมิกส์ (Xinomics)” จึงเน้นปรับโครงสร้างเศรษฐกิจจีน สร้างความแข็งแกร่งจากภายในเพื่อยืนบนขาตัวเองและเพื่อพลิกเกมมาเป็นผู้นำระดับโลก  เน้นการเมืองนำเศรษฐกิจ โดยพรรคคอมมิวนิสต์จีนมีบทบาทชัดเจนในการชี้นำ กลไกรัฐและกลไกพรรคเข้ามามีบทบาทในการจัดระเบียบกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ เน้นปราบคอร์รัปชั่นและขจัดความยากจน พยายามลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ด้วยแนวคิดรุ่งเรืองร่วมกัน (Common Prosperity)  แต่อย่างไรก็ตามก็ยังคงมีปัญหาเศรษฐกิจที่ค้างคา เช่นปัญหาหนี้สินภาครัฐและหนี้สินครัวเรือน ตลอดจนปัญหาอื่นๆที่ไม่ใช่ประเด็นเศรษฐกิจอีกจำนวนหนึ่ง หนังสือเล่มนี้ศึกษาวิเคราะห์โมเดลเศรษฐกิจสีจิ้นผิง ยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาเศรษฐกิจของจีน ปัญหาและอุปสรรค รวมทั้งทิศทางในอนาคตของจีนที่เป็นวิชาการแต่อ่านง่าย หนังสือราคา 285 บาท

นิยายวางแผนการเงิน-ชีวิตวัยเกษียณ

อ่านง่าย เนื้อหาครอบคลุม วางแผนได้จริง

“จักรวาลการเกษียณ”  ผู้เขียน จิตรกร แสงวิสุทธิ์ เจ้าของเพจ ปั้นเงิน-Artisan Money นักวางแผนการลงทุนรับอนุญาต (Investing Planner) โฮสต์พอดคาสต์การเงิน Money Armageddon วันเงินตราวินาศ  เป็นหนังสือที่เล่าให้ผู้อ่านเข้าใจองค์ประกอบและรายละเอียดของการวางแผนเกษียณ ในรูปแบบนิยายการเงิน โดยถ่ายทอดผ่านตัวละครที่มีเรื่องราวชีวิต เพื่อให้เข้าใจง่ายและไม่ไกลตัวผู้อ่าน พร้อมแนวทางในการวางแผนเกษียณแบบอัดแน่น   หนังสือบอกเล่าเนื้อหาการเตรียมตัวเกษียณได้อย่างครบถ้วน ปูพื้นแบบง่ายๆให้ผู้อ่านคุ้นเคย แล้วค่อยๆพาไปเรื่องยากตามลำดับ ผู้อ่านตามทันได้ไม่อยาก  ผู้เขียนวางโครงสร้างเนื้อหาวิชาการมาอย่างดี ไม่ใช่เรื่องการเงินหนักๆ แต่เป็นการให้ผู้อ่านตั้งคำตามถึงคุณค่าชีวิตเป้าหมายชีวิต และชีวิตที่เป็นจริงของผู้ที่เกษียณเอง บาลานส์กับเรื่องการเงินอย่างพอดี การวางแผนเกษียณไม่ใช่เรื่องไกลตัว  เป็นเรื่องที่รู้อยู่แก่ใจกันดีทุกคนว่าต้องเริ่มให้เร็วที่สุด และสำคัญมากเพราะคือส่วนหนึ่งของการออกแบบชีวิต ถึงแม้จะมีรายละเอียดต่างกันของแต่ละคนแต่ละอาชีพ ไม่มีสูตรตายตัวที่วางแผนเป๊ะๆได้  แต่ขอย้ำว่าคนเราต้องวางแผนเกษียณ  ถ้าใครยังละเลย หรือไม่รู้จะตั้งต้นอย่างไร ให้ลองอ่านหนังสือเล่มนี้  เพราะจะทำให้เข้าใจเรื่ององค์ประกอบของการวางแผนเกษียณ ประยุกติ์เป็นแผนของตนเอง และประสบผลสำเร็จด้วยตนเองได้ หนังสือราคา 245 บาท

เรียนรู้วิธีประสบความสำเร็จทุกอย่าง

ด้วยวิธีการปรับที่ “Mindset”

“Mindset สู่ความสำเร็จ” ผู้เขียน ภูวดล ลายจิรธาดา,ปภภัล ทองวัฒนนันท์, กมลกัญจ์ ทองวัฒนนันท์ จากเพจ MONEYLAND  “Mindset” คือ สารตั้งต้นของการประสบความสำเร็จ เป็นกรอบความคิดที่ถูกหล่อหลอมมาจากประสบการณ์ ซึ่งจะส่งผลต่อทัศนคติ ความรู้สึก พฤติกรรม และการกระทำ ให้เป็นไปตามนั้น  แต่ในความเป็นจริงแล้ว คนเราในโลกนี้สักกี่คนจะมีกรอบความคิดที่ไปสู่ความสำเร็จที่ว่า   แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าใครอยากประสบความสำเร็จก็สามารถเริ่มสร้างและกำหนด”Mindset” ดีๆ ใหม่ๆ ได้ตลอดและประสบความสำเร็จได้  ถ้ายังไม่มีไกด์ไลน์ หรือมมองภาพไม่ออก แนะนำดูจากการชี้นำของหนังสือเล่มนี้ หนังสือจะช่วยปรับกรอบความคิด และให้ผู้อ่านได้เรียนรู้วิธีการเข้าสู่ความความสำเร็จอย่างชาญฉลาดและด้วยวิธีการที่ได้ผลที่ครอบคลุมทั้งเรื่องเงิน เรื่องงาน และการวางเป้าหมายชีวิต  ที่มาจากการรวบรวมเนื้อหาที่ลงในเพจ MONEYLAND  ทั้งในส่วนของผู้เขียนและทีมที่เขียนเอง และส่วนที่เป็นเนื้อหาจากเพจต่างประเทศ  สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อเป็นกำลังใจ เป็นแรงผลักดัน และเป็นคู่มือร่วมทางไปสู่ความสำเร็จทางการเงินและอื่นๆได้ หนังสือราคา 245 บาท

แหวกฟ้าหาฝัน : Cantonal Museum of Fine Arts Lausanne

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768624

แหวกฟ้าหาฝัน : Cantonal Museum of Fine Arts Lausanne

แหวกฟ้าหาฝัน : Cantonal Museum of Fine Arts Lausanne

วันอาทิตย์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบศิลปะ และมีโอกาสเยือน Lausanne ไม่เพียงจะเยี่ยมเยือน Cantonal of Zoology เท่านั้น สถานที่หนึ่งที่ต้องไปให้ได้ก็คือ Cantonal of Fine Arts Lausanne หรือ Museum of Fine Arts เมือง Lausanne นั่นเอง ที่นี่เป็นมิวเซียมที่แยกตัวออกมาจาก Palais de Rumine โดยมาตั้งในสถานที่ใหม่ใกล้กับสถานีรถไฟในอาคารที่มีขนาดใหญ่มาก โครงการที่เริ่มต้นในเดือนมกราคม 2016 เพื่ออุทิศให้กับการเปลี่ยนผังเมืองให้ดูทันสมัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขยายสถานีรถไฟกลางของเมืองพร้อมกับเปิดรถไฟใต้ดินสายใหม่ ผู้ชนะประกวด คือ บริษัท Estudio Barozzi/Veiga จากเมือง Barcelona สเปน บริษัทได้ออกแบบอาคารใหม่ของมิวเซียมให้สามารถเพิ่มพื้นที่จัดแสดงได้ถึง 3 เท่าโดยมีทั้งพื้นที่การจัดแสดง การจัดนิทรรศการ การบริการลูกค้า และการบริหารพร้อมไปกับความแปลกใหม่ที่สอดรับกับความทันสมัยที่ควรจะเป็นสำหรับห้องภาพที่จัดแสดงงานแนว Modern และ Contemporary Art อีกทั้งยังช่วยทำให้เมืองดูทันสมัยเพิ่มขึ้นด้วย

บริษัทออกแบบอาคารเพื่อให้ดูเข้าสมัยแต่ยังคงสะท้อนถึงคุณค่าของอดีตโดยวัตถุที่หุ้มด้านนอกยังคงใช้อิฐเพื่อเป็นประจักษ์พยานของความเป็นโรงงานในอดีต รวมถึงการเน้นความแตกต่างระหว่างส่วนหน้าอาคารทั้งสอง ด้านรางรถไฟเสาหินเรียบและด้านที่ยื่นออกไปสู่จัตุรัสที่มีความสูงเพรียว ด้านในใช้กระจกตรงโถงกลางทั้งบนหลังคาและด้านข้างเพื่อให้แสงจากภายนอกสะท้อนสู่ภายในอาคารอันเป็นการลดทอนค่าไฟในระยะยาวและแสดงให้เห็นถึงความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ภายในอาคารประกอบด้วยโถงกลางซึ่งเป็นที่ขายตั๋ว ส่วนของการจัดแสดงที่มี 3 ชั้นนั้นประกอบด้วย ชั้นล่างเป็นที่เก็บของและเครื่องใช้ทั่วไป รวมทั้งห้องอาหาร ห้องจัดงานแสดงวัฒนธรรม ร้านขายหนังสือและของที่ระลึก ห้องปฏิบัติการทดลอง และห้องประชุม ชั้นสองและสามเป็นที่จัดแสดงผลงานศิลปะต่างๆ ที่ประกอบด้วยผลงานถาวรจำนวน 1,700 ตารางเมตร และนิทรรศการ 1,300 ตารางเมตร ทั้งสองชั้นประกอบด้วย 2 ปีกโดยแต่ละปีกมีความสูงไม่เท่ากันคือ 4.5 และ 5.5 เมตร นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นที่เก็บผลงานเกี่ยวกับผ้าของ Toms Pauli Foundation และเอกสารของ Felix Vallotton Foundation ด้วย

มิวเซียมที่มีประวัติย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 1816 นี้เริ่มต้นจากการได้รับของจัดแสดงที่มาในรูปของการบริจาค การซื้อและการยืมของจัดแสดงจากเมืองต่างๆทั่วทั้งสวิสไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะของเก่าหรือของใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานของศิลปินในคริสต์ศตวรรษที่ 18-19 ที่ย้ายไปอยู่โรมและปารีสเพื่อแสวงหาการศึกษาอย่างเป็นทางการ และตลาดที่ต้อนรับผลงานแนวใหม่อาทิ Louis Ducros จิตรกรสีน้ำที่มีชื่อเสียงในช่วงเวลานั้น ของจัดแสดงที่สำคัญส่วนหนึ่งเป็นมรดกที่ได้มาจาก Dr. Henri-AugutseWidmer นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการรักษาโดยใช้น้ำที่เรียกว่า Hydrotherapy ซึ่งเปิดคลินิกหลายแห่งในเมืองและรอบๆจนกลายเป็นคหบดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานของศิลปินแนว Impressionist, Symbolist,and Post-Impressionist ไม่ว่าจะเป็น Degas, Renoir, Cezanne,Vuillard, Bonnard, Denis,Rodin แนว Cubism and Futurismอาทิ Alice Bailly, GustaveBuchet and Rene Auberjonoisแต่ในช่วงไม่กี่ปีนี้ ห้องภาพเน้นการนำเข้าผลงานของศิลปินชาวสวิส และชาว Vaudซึ่งเป็นชาวพื้นเมืองของเขตนี้ อาทิOlivier Mosset, Claudia Comte,Sylvian Croci-Torti รวมทั้งผลงานแนว Contemporary Arts อีกเป็นจำนวนมาก นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจึงไม่เพียงจะสามารถชื่นชมสถาปัตยกรรมรุ่นใหม่ที่เรียบหรูดูทันสมัย แต่ยังมีโอกาสชื่นชมผลงานของศิลปิน Modern Art ดังๆ และงานแนว ContemporaryArts ที่สนุกได้อย่างจุใจเลยทีเดียว

เอ็นไอเอ ดันงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ มุ่งเป้าเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/768610

เอ็นไอเอ ดันงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ มุ่งเป้าเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

เอ็นไอเอ ดันงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ มุ่งเป้าเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ

วันเสาร์ ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 15.45 น.

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA จับมือหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ส่งต่อผลงานทางเทคโนโลยี และนวัตกรรม ภายใต้แผนงานของกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)  เพื่อยกระดับการสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถขยายผลจากงานวิจัยออกสู่เชิงพาณิชย์ทั้งการดำเนินธุรกิจและการเชื่อมต่อแหล่งเงินทุนจากนักลงทุน ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างรายได้ การจ้างงาน กระจายรายได้สู่ภูมิภาค และก่อให้เกิดอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ที่เป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยมุ่งเน้น 4 แผนงาน ได้แก่ เศรษฐกิจ BCG เทคโนโลยีดิจิทัล อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และธุรกิจฐานนวัตกรรมขนาดใหญ่ (IDEs)

ดร. กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า “NIA ภายใต้บทบาทผู้กำหนดทิศทางนวัตกรรม (Focal Conductor) เล็งเห็นความสำคัญของการสนับสนุนผู้ประกอบการนวัตกรรมที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อเพิ่มโอกาสในการผลักดันงานวิจัยที่มีศักยภาพออกสู่เชิงพาณิชย์ จึงได้ร่วมมือกับ บพข. ในการจัดสรรทุนสนับสนุน โดย บพข. จะจัดสรรทุนวิจัยในการสร้างนวัตกรรมด้วยการสนับสนุนแผนงานที่มีความร่วมมือหรือการร่วมลงทุนกับผู้ใช้ประโยชน์ ในขณะที่ NIA จะทำหน้าที่จัดสรรเงินอุดหนุนเพื่อการสนับสนุนภาคเอกชนในการใช้ประโยชน์และขยายผลนวัตกรรมในเชิงพาณิชย์ ทั้งนี้ ที่ผ่านมา NIA และ บพข. ได้ทำงานร่วมกันในบทบาทหน่วยบริหารและจัดการทุน (PMU: Program Management Unit) และมีตัวอย่างความสำเร็จของธุรกิจนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดจากงานวิจัยสู่นวัตกรรมได้ เช่น โครงการพาเลทจากขยะกล่องบรรจุภัณฑ์ยูเอชที โครงการ Inspectra: แพลตฟอร์ม AI ช่วยวินิจฉัยรอยโรคมะเร็งเต้านม โครงการ Eggyday: เส้นโปรตีนไข่ขาว โปรตีนสูง ไร้แป้ง และโครงการอีทราน: กล่องควบคุมรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าศักยภาพสูง โดยมีมูลค่าทางธุรกิจและสังคมมากกว่า 250 ล้านบาท และความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้การสนับสนุนผู้ประกอบการนวัตกรรมเป็นไปอย่างไร้รอยต่อมากขึ้นด้วยการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่าง NIA และ บพข. เพื่อมุ่งเน้นการสนับสนุนผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมในระดับที่สูงขึ้นและครอบคลุมทุกมิติ”

รองศาสตราจารย์ ดร. พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)  กล่าวว่า  “สกสว. อยากเห็นการทำร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่าง PMU ภายใต้แผนงานของ ววน. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้เกิดธุรกิจนวัตกรรม เริ่มตั้งแต่งานวิจัยและขยายผลต่อในเชิงพาณิชย์ ซึ่งนับเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ได้เห็นแผนงานทั้ง 4 เกิดขึ้นภายใต้การทำงานร่วมกันของ NIA และ บพข. ที่จะได้ส่งต่อโอกาสทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศไทยไปสู่ในเวทีการแข่งขันระดับโลก พร้อมทั้งสามารถช่วยขับเคลื่อนทั้งภาคเศรษฐกิจและสังคมให้เติบโตไปพร้อมกัน โดยในแต่ละแผนมีตัวชี้วัดที่เรียกว่า Key Results หรือ KR ซึ่งเราคิดว่าทั้ง NIA และ บพข. สามารถทำงานร่วมกันและสามารถตอบตัวชี้วัดในแต่ละแผนได้”

รองศาสตราจารย์ ดร. ธงชัย สุวรรณสิชณน์ ผู้อำนวยการ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) กล่าวว่า “เพื่อให้การส่งผ่านงานวิจัยไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีศักยภาพและสามารถขยายผลในเชิงพาณิชย์ได้อย่างยั่งยื่น บพข. และ NIA ได้กำหนดบทบาทการทำงานร่วมกันโดยเฉพาะการประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องในลักษณะของภาคีความร่วมมือแบบจตุภาคี ผ่านการผสานพลังจากมหาวิทยาลัย ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนสังคม โดย บพข. จะสนับสนุนผลงานวิจัยและนวัตกรรมในระดับความพร้อมของเทคโนโลยี (TRL) ตั้งแต่ 4 – 8 หรือช่วงพัฒนาต้นแบบจนถึงช่วงการผลิตและใช้งานอย่างต่อเนื่อง จากนั้นจะส่งต่อให้กับ NIA เพื่อพัฒนาผู้ประกอบนวัตกรรมต่อในระดับที่ 8 นั่นคือช่วงการผลิตและใช้งานอย่างต่อเนื่องขึ้นไป ภายใต้ 4 แผนงาน ประกอบด้วย แผน P4: พัฒนาระบบเศรษฐกิจ BCG ในด้านพลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียน วัสดุชีวภาพ และเคมีชีวภาพฯ แผน P5: พัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ อิเล็กทรอนิคอัจฉริยะฯ แผน P7: พัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าให้สามารถแข่งขันได้ และแผน P8: พัฒนาธุรกิจฐานนวัตกรรมขนาดใหญ่ (IDEs)”

-(016)