กรมชลฯยกระดับสู่ดิจิทัล พัฒนาบุคลากร-สร้างมูลค่าเพิ่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767590

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ได้ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยียุคดิจิทัล จึงพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยีที่เหมาะสมทันสมัยสอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งได้ดำเนินงานวิจัยพัฒนานวัตกรรม ทั้งที่เป็น Hardware และ Software ในอันจะเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผลให้กับงานในยุคนี้ นอกจากนี้ยังได้มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนการจัดซื้อ ซ่อมบำรุงเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานเป็นสำคัญ ในขณะเดียวกับเร่งจัดเก็บองค์ความรู้ที่สำคัญในการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานในสังกัดกรมชลประทาน ด้วยการจัดทำคู่มือปฏิบัติงานถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เกษียณอายุราชการ ผ่านกิจกรรม KM Buddy และระบบพี่เลี้ยง สู่บุคลากรรุ่นใหม่เพื่อให้เจ้าหน้าที่รุ่นใหม่มีความพร้อมปฏิบัติงานได้รวดเร็ว มีทักษะเหมาะสมกับงาน ลดเปอร์เซ็นต์อัตราการเกิดความผิดพลาด และเพื่อส่งเสริมความสามารถให้บุคลากรมากยิ่งขึ้น

“เราได้ริเริ่มนำหลักสูตรในการพัฒนาบุคลากรและการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้ในการปฏิบัติงานเช่น การรายงานผลและติดตามงานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พัฒนาบุคลากรให้สามารถใช้Application และโปรแกรมที่มีการอัปเดตและเป็นปัจจุบันมากที่สุด อีกทั้งร่วมมือกับองค์กรที่มีความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้เข้ามาบรรยายให้ความรู้แก่บุคลากร โดยให้ความสำคัญในการปรับกระบวนการทางความคิด หรือ Mindset ของข้าราชการทุกระดับ มุ่งสร้างมูลค่าให้กับองค์กรด้วยการทำงานเชิงรุก เฉพาะอย่างยิ่งด้านการสื่อสารกับมวลชนในยุคดิจิทัลให้ได้รับข่าวสารที่ถูกต้อง แม่นยำ รวดเร็วทันเหตุการณ์ ซึ่งช่วยกระชับการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน” นายเดช กล่าว

นอกจากนี้ได้จัดทำแผนพัฒนาบุคลากร(Training Road Map) ซึ่งเป็นแผนฝึกอบรมในแต่ละระดับของตำแหน่งงานที่สอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบและขีดความสามารถ เพื่อให้บุคลากรมีความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลง และเป็นการวางแผนความก้าวหน้าให้บุคลากรทุกระดับตำแหน่ง ทุกสายงาน พร้อมทั้งได้การปรับปรุงหลักสูตรมาตรฐานเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ในการปฏิบัติงานในแต่ละตำแหน่ง และกำหนดเส้นทางสั่งสมประสบการณ์ในการเข้าสู่ตำแหน่งต่างๆ กำหนดคุณสมบัติของข้าราชการที่จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการต้องมีประสบการณ์ในงานที่หลากหลายตามมาตรฐานที่กำหนด จุดประสงค์เพื่อสนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถองค์กรให้เป็นไปตามเป้าประสงค์ข้างต้น

“ยิ่งไปกว่านี้ การพัฒนากลุ่มกำลังคนคุณภาพให้เขาเกิดการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง ช่วยสร้างกรอบความคิดและทักษะได้นำมาซึ่งการสนับสนุนงานค้นคว้า วิจัย ประดิษฐ์นวัตกรรมด้วยกระบวนการ Design Thinking หรือการคิดเพื่อแก้ปัญหา พัฒนาแนวคิดใหม่ให้งานชลประทาน ดังจะเห็นได้จากผลงานประดิษฐ์นวัตกรรมมากมายผ่านงาน RID Innovation Award 2023 ที่ช่วยประหยัดงบประมาณและตอบโจทย์การใช้งานด้านชลประทานได้เป็นอย่างดี” นายเดช กล่าว

รมว.เกษตรฯรุดพบ ชาวไร่กำแพงเพชร รับฟังปัญหาในพื้นที่ หาทางแก้ไขโดยเร็ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767588

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่พบปะชาวบ้านและพี่น้องเกษตรกรสมาชิกสมาคมชาวไร่อ้อย เพื่อรับฟังข้อเสนอ ปัญหา อุปสรรค หารือแนวทางการแก้ไขปัญหาพื้นที่ จ.กำแพงเพชร ที่สมาคมชาวไร่อ้อยเขต 6 กำแพงเพชร ว่า จ.กำแพงเพชร มีทำเลที่ตั้งที่มีศักยภาพเหมาะสมกับการเกษตร โดยมีแม่น้ำต้นทุนสายหลัก คือแม่น้ำปิง ไหลผ่านจังหวัด 104 กิโลเมตร มีพื้นที่ชลประทาน 1.45 ล้านไร่ เหมาะแก่การทำเกษตรกรรม รวมทั้งมีพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง อ้อยโรงงาน และมีกล้วยไข่ที่เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัด

นอกจากนี้ เรื่องปัญหาของพี่น้องเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นปัญหาแหล่งน้ำ ที่ดินทำกิน เรื่องราคาสินค้าเกษตร เช่น อ้อย มันสำปะหลัง เป็นต้น และปัญหาฝุ่น PM2.5 จากการเผาอ้อย กระทรวงเกษตรฯ ได้รับทราบและพร้อมทำงาน จัดทำแผนการดำเนินงานอย่างเร่งด่วน เพื่อยกระดับภาคการเกษตรในพื้นที่ จ.กำแพงเพชร ที่มีวัตถุประสงค์สำคัญที่ในการ “พัฒนาศักยภาพเกษตรปลอดภัย สนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี”

ในโอกาสนี้ รมว.เกษตรฯ ได้มอบหนังสืออนุญาตเข้าทำประโยชน์เขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) เอกสารการทำประโยชน์และการปรับปรุงบำรุงดิน ข้าวสาร ถุงยังชีพ พันธุ์ปลา และพันธุ์พืชผักให้พี่น้องเกษตรกรด้วย

เกษตรฯแก้ปมนำเข้ายางพาราผิดก.ม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767591

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมคณะทำงานแก้ปัญหาการนำเข้าและส่งออกสินค้าด้านพืชที่ผิดกฎหมาย ครั้งที่ 1/2567ว่าได้หารือแนวทางการตรวจสต๊อกยางตามแนวชายแดน เพื่อลดผลกระทบด้านราคายางพาราที่เกษตรกรได้รับ โดยตรวจการเคลื่อนย้ายยาง และตั้งจุดสกัด และกำหนดให้มีการรายงานผลมายังคณะทำงานแก้ไขปัญหาการนำเข้าและส่งออกสินค้าด้านพืชที่ผิดกฎหมายทุก 15 วัน พร้อมทั้งได้พิจารณาแผนการปราบปรามการลักลอบนำเข้ายางพาราผิดกฎหมาย ประจำปีงบประมาณ 2567 และแผนการตรวจสอบปริมาณยางคงเหลือ

ทั้งนี้ จากการเร่งรัดในหลายๆ มาตรการของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ ส่งผลให้ราคายางพาราขยับเพิ่มสูงขึ้น ดังนี้ น้ำยางสดจาก 45 บาท/กิโลกรัม เป็น 49.20 บาท/กิโลกรัม ยางก้อนถ้วยจาก 42.17 บาท/กิโลกรัม เป็น 46 บาท/กิโลกรัม ยางแผ่นดิบจาก 45.95 บาท/กิโลกรัม เป็น 48.75 บาท/กิโลกรัม และยางแผ่นรมควันชั้น 3 จาก 50.82 บาท/กิโลกรัม เป็น 52.55 บาท/กิโลกรัม (ที่มา : การยางแห่งประเทศไทย)จึงต้องมีการดำเนินการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง สำหรับในปี 2566 ปริมาณยางพารากว่าร้อยละ 90 มีการส่งออกผ่านด่านสำคัญ ได้แก่ ด่านแหลมฉบัง ร้อยละ 50.52 ด่านปาดังเบซาร์ ร้อยละ 26.07 และด่านสะเดา ร้อยละ 15.13

นอกจากนี้ กรมวิชาการเกษตร สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 (ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรกาญจนบุรี) ร่วมกับตำรวจ บก.ปคบ.เข้าตรวจร้านจำหน่ายสินค้าทางการเกษตร จ.กาญจนบุรี พบการจำหน่ายสินค้าที่ผิดกฎหมาย 3 รายการ

ชป.วางแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้งสอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน เน้นน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคต้องไม่ขาดแคลน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767514

ชป.วางแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้งสอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน เน้นน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคต้องไม่ขาดแคลน

ชป.วางแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้งสอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน เน้นน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคต้องไม่ขาดแคลน

วันจันทร์ ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 15.30 น.

ชป.วางแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้งสอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน เน้นน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคต้องไม่ขาดแคลน

6 พ.ย.2566 ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ถนนสามเสน ดร.ทวีศักดิ์  ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17  สำนักเครื่องจักรกล  และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการระบายน้ำ (กรุงเทพมหานคร) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เป็นต้น เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่าง ๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่

จากปริมาณฝนที่ตกต่อเนื่องในพื้นที่ตอนบนของประเทศช่วงที่ผ่านมา ส่งผลดีต่อปริมาณน้ำในเขื่อน ทำให้ปัจจุบัน (6 พ.ย. 66) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 61,362 ล้าน ลบ.ม. (80% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) เป็นน้ำใช้การได้ 37,420 ล้าน ลบ.ม. (71% ของความจุอ่างฯรวมกัน)   เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 18,159 ล้าน ลบ.ม. (73% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) เป็นน้ำใช้การได้ 11,463 ล้าน ลบ.ม. (63% ของความจุอ่างฯ รวมกัน)  

กรมชลประทาน ได้วางแผนบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งปี 66/67 ทั้งประเทศตามปริมาณน้ำต้นทุนรวม 40,387 ล้าน ลบ.ม. โดยแบ่งเป็นน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค รักษาระบบนิเวศ เกษตรกรรม และอุตสาหกรรม รวม 21,810 ล้าน ลบ.ม. เพื่อสำรองน้ำไว้ต้นฤดูฝน (พ.ค.- ส.ค.67)  รวม 18,577 ล้าน ลบ.ม. จนถึงขณะนี้มีการจัดสรรน้ำทั้งประเทศไปแล้ว 813 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 4 ของแผนฯ เฉพาะลุ่มเจ้าพระยามีแผนจัดสรรน้ำรวม 6,100 ล้าน ลบ.ม. จากปริมาณน้ำต้นทุน 11,085 ล้าน ลบ.ม. โดยได้จัดสรรไปแล้ว 120 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 2 ของแผนฯ  

ทั้งนี้ ได้เข้าสู่ฤดูแล้งของพื้นที่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก รวมทั้งภาคกลางแล้ว จึงได้กำชับไปยังโครงการชลประทานในพื้นที่ เร่งเก็บกักน้ำในแหล่งน้ำ พร้อมวางแผนการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนในพื้นที่ เฝ้าระวังและเตรียมจัดหาแหล่งน้ำสำรอง พร้อมวางแผนเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือเฝ้าระวังในจุดเสี่ยงขาดแคลนน้ำ  ที่สำคัญให้ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานในท้องถิ่นกลุ่มผู้ใช้น้ำ ทำการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ถึงสถานการณ์น้ำและแผนการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ให้เกษตรกรและประชาชนรับรู้รับทราบอย่างต่อเนื่อง  เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการบริหารจัดการน้ำให้ชุมชน  ให้สามารถมีน้ำใช้ในการอุปโภคบริโภคและการเกษตร ไปตลอดช่วงฤดูแล้งนี้  ตาม 9 มาตรการรองรับฤดูแล้งปี 66/67 ที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เห็นชอบ  สำหรับพื้นที่ภาคใต้ที่กำลังเข้าสู่ช่วงฤดูฝน ขอให้ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด   นำสถิติปริมาณฝนและปริมาณน้ำจากปีที่ผ่านมามาเป็นแนวทางในการวางแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ควบคู่ไปกับการเก็บกัก พร้อมดำเนินการตาม 12 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 66  ที่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) กำหนดอย่างเคร่งครัด

Awakening ผนึกภาครัฐ-เอกชน เนรมิตเทศกาลไฟครั้งแรกใน จ.เชียงใหม่ เพิ่มสีสันการท่องเที่ยวไนท์ไลฟ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/767867

Awakening ผนึกภาครัฐ-เอกชน เนรมิตเทศกาลไฟครั้งแรกใน จ.เชียงใหม่ เพิ่มสีสันการท่องเที่ยวไนท์ไลฟ์

Awakening ผนึกภาครัฐ-เอกชน เนรมิตเทศกาลไฟครั้งแรกใน จ.เชียงใหม่ เพิ่มสีสันการท่องเที่ยวไนท์ไลฟ์

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 19.14 น.

Awakening ผนึกภาครัฐ-เอกชน เนรมิตเทศกาลไฟครั้งแรกใน จ.เชียงใหม่ เพิ่มสีสันการท่องเที่ยวไนท์ไลฟ์และประสบการณ์สุดพิเศษ ระหว่างวันที่ 10-19 พ.ย.นี้

ผู้จัดงาน Awakening ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และเครื่องดื่มตราช้าง ตลอดจนพันธมิตรภาครัฐและเอกชน เปิดตัว “Awakening Chiang Mai” เทศกาลแสงไฟและศิลปะดิจิทัลครั้งแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ ในธีม “Polar-Rise คิด-เหนือ” ระหว่างวันที่ 10-19 พฤศจิกายน 2566

นายพงศ์สิริ เหตระกูล Festival Director เทศกาลแสงไฟ Awakening เปิดเผยว่า “ตลอด 5 ปีที่ผ่านมาของการจัดเทศกาล Awakening ทั้งงานหลักที่กรุงเทพฯ และการขยายไปจ.ขอนแก่น ได้รับผลตอบรับที่ดีจากทั้งศิลปิน นักออกแบบ และนักท่องเที่ยวที่เข้ามาร่วมชมงาน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น ผ่านการสร้างความร่วมมือแบบบูรณาการระหว่างเมือง ชุมชน และหน่วยงานเกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ ส่งเสริมให้เมืองเป็นจุดหมายปลายทางในการจัดงานเทศกาล และการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

“สำหรับปีนี้เราได้ขยายพื้นที่การจัดเทศกาลไฟนอกกรุงเทพฯ มายัง  จ. เชียงใหม่เป็นครั้งแรก ในชื่อ Awakening Chiang Mai  บริเวณย่านช้างม่อย-ท่าแพ ระหว่างวันที่ 10-19 พฤศจิกายน 2566 เพื่อเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่สำคัญในช่วงปลายปีซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของ จ.เชียงใหม่  ซึ่งคาดว่าตลอดทั้งปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติมาเยี่ยมเยือนสูงถึง 9 ล้านคน ดังนั้นการจัดเทศกาลไฟครั้งยิ่งใหญ่นี้ จึงเป็นการสร้างความตื่นตาตื่นใจและดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งยังเป็นการช่วยส่งเสริมและสนับสนุน night-time economy รวมถึงมอบความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว นักเดินทาง ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอีกด้วย”

นางสาวสมฤดี จิตรจง รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท. มีแผนการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยมุ่งเน้นการสร้างกระแสให้กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยออกเดินทางท่องเที่ยวในประเทศตลอดทั้งปี ภายใต้แนวคิด 365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทย เที่ยวได้ทุกวัน ซึ่งคาดว่างาน Awakening Chiang Mai จะสามารถสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ๆ ทางการท่องเที่ยวและสามารถขยายระยะเวลาการท่องเที่ยวจากช่วงกลางวันไปสู่กลางคืน อีกทั้งเป็นการเพิ่มสีสันทางการท่องเที่ยวยามค่ำ สามารถต่อยอดการใช้จ่ายและการกระจายรายได้สู่ชุมชนใกล้เคียง 

ทั้งนี้การขยายการจัดงาน Awakening ไปสู่เมืองท่องเที่ยวในภาคเหนือ คาดว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยในพื้นที่ใกล้เคียงให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวเข้าสู่จังหวัดเชียงใหม่หรือเกิดการท่องเที่ยวข้ามภาค นอกจากนี้การจัดงานดังกล่าวในช่วงปลายปียังเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ตัดสินใจเลือกประเทศไทยเป็นหมุดหมายของการเดินทางมาท่องเที่ยวและเฉลิมฉลองช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ซึ่งจะสามารถสร้าง Economic Impact เกิดการจับจ่ายใช้สอยและกระจายรายได้ทางการท่องเที่ยวมากขึ้นอีกด้วย

นายณรัชฏ์ วัชรเพชร์ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ เครื่องดื่มตราช้าง  กล่าวว่า “ช้างให้ความสำคัญกับมิตรภาพระหว่างเพื่อน ซึ่งการที่เราได้ร่วมสนับสนุน Awakening Chiang Mai เพราะเราเชื่อว่าเทศกาลไฟ Awakening ครั้งแรกในเชียงใหม่นี้จะเปิดพื้นที่ใหม่ๆ ให้กลุ่มเพื่อนได้ออกมาเจอกัน ได้พบประสบการณ์ใหม่ๆ ได้สร้างโมเมนต์ความจดจำของกลุ่มเพื่อนร่วมกัน โดยเฉพาะในย่านช้างม่อย-ท่าแพ ที่กำลังกลับมาคึกคัก ทั้งหมดนี้จะยิ่งช่วยตอกย้ำแบรนด์เครื่องดื่มตราช้างที่มุ่งมั่นสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อเติมเต็มคำว่าเพื่อนอยู่เสมออย่างแน่นอน” 

สำหรับ Awakening Chiang Mai จัดขึ้นในธีม “Polar-Rise คิด-เหนือ” ชวนทุกคนมาสำรวจการเติบโตอีกครั้งของหัวเมืองอายุกว่า 700 ปีในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของภาคเหนือ ที่เกิดขึ้นพร้อมกับความพยายามต่อสู้กับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่กลับมาสร้างผลกระทบในทุกๆ ปี ผ่านศิลปกรรมไฟและศิลปะดิจิทัล 17 ผลงานที่จะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างทีมผู้จัดงาน ศิลปินจากกรุงเทพฯ และศิลปินในพื้นที่ภาคเหนือ โดยจุดแสดงสำหรับงาน Awakening ที่เชียงใหม่ จะอยู่ทั่วย่านช้างม่อย-ท่าแพ ย่านการค้าเก่าแก่ที่เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่ง เช่น ร้านกิติพานิช โรงเลื่อยท่าแพ และโกดังราชวงศ์

 Awakening Chiang Mai   ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรมากมาย อาทิ ตลาดเพลินฤดี (Central Group), Alliance Française และสายการบิน Bangkok Airways  โดยการจัดงาน ‘Awakening’ ประจำปี จะยกระดับสู่การเป็น ‘Awakening Festivals’ ที่จะเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว เชิงประสบการณ์ และศิลปวัฒนธรรมในระดับนานาชาติ

 #awakeningchiangmai #awakeningchiangmai2023

-(016)

สยาม ทาคาชิมายะ อิมพอร์ตแบรนด์ดัง ANTEPRIMA เปิด ‘ANTEPRIMA 30th Anniversary Pop up Store’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/767864

สยาม ทาคาชิมายะ อิมพอร์ตแบรนด์ดัง ANTEPRIMA เปิด 'ANTEPRIMA 30th Anniversary Pop up Store'

สยาม ทาคาชิมายะ อิมพอร์ตแบรนด์ดัง ANTEPRIMA เปิด ‘ANTEPRIMA 30th Anniversary Pop up Store’

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 19.11 น.

สยาม ทาคาชิมายะ อิมพอร์ตแบรนด์ดัง ANTEPRIMA (แอนทิพรีม่า) เปิด “ANTEPRIMA 30th Anniversary Pop up Store” อวดโฉมคอลเลคชั่นพิเศษฉลองครบรอบ 30 ปี ครั้งแรกในประเทศไทย วันนี้ – 10 พฤศจิกายน ณ ธารา ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม

สยาม ทาคาชิมายะ ห้างสรรพสินค้าสไตล์ญี่ปุ่นหนึ่งเดียวในไทย ณ ไอคอนสยาม นำกระเป๋าแฟชั่นแบรนด์ดังจากอิตาลีที่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่น ANTEPRIMA (แอนทิพรีม่า) มาเปิด “ANTEPRIMA 30th Anniversary Pop up Store” อวดโฉมคอลเลคชั่นฉลองครบรอบ 30 ปี “Shine in the Light, Glow in the Dark” ครั้งแรกในประเทศไทย!! พร้อมกระเป๋า 3 รุ่นพิเศษ “LUCCHETTO” ที่มีรูปทรงและฟังก์ชั่นน่าสนใจ กระเป๋ารูปสัตว์ ANIMALE-POODLE และ ANIMALE-PANDA รวมถึงกระเป๋าโชว์เดอร์แบคและกระเป๋ามินิจากคอลเลคชั่น STANDARD ในสีใหม่ที่กำลังมาแรง ให้คนรักกระเป๋าดีไซน์เก๋ได้เลือกชมและจับจองเป็นเจ้าของ พร้อมโปรโมชั่นและข้อเสนอสุดพิเศษ ระหว่างวันนี้ -10 พฤศจิกายน 2566 ณ ธารา ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม

ANTEPRIMA คือแบรนด์กระเป๋าที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2536 ณ ประเทศอิตาลี โดยสตรีชาวญี่ปุ่น Izumi Ogino (อิซูมิ โอกิโน่) ด้วยคอนเซปต์หลักในการออกแบบที่เน้นความสง่างามไร้กาลเวลาและสไตล์ร่วมสมัย ซึ่งเพียง 5 ปีหลังการก่อตั้ง แบรนด์ ANTEPRIMA ได้เปิดตัวที่ Milano Moda Donna (มิลาโน โมด้า ดอนนา) งานแฟชั่นโชว์ที่แฟชั่นนิสต้าทั่วโลกเฝ้าติดตาม ทำให้อิซูมิเป็นดีไซน์เนอร์สตรีชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ได้ร่วมงานในมิลาน คอลเลคชั่น และในปีเดียวกันนั้นเธอได้นำเสนอ ANTEPRIMA WIREBAG กระเป๋าที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยการนำเส้นลวดชนิดพิเศษซึ่งมีความนิ่ม ยืดหยุ่น น้ำหนักเบา มาถักด้วยมืออย่างประณีต จนกลายเป็นไอเทมสุดฮิตทันทีที่วางจำหน่ายครั้งแรกใน พ.ศ.2541 ก่อนจะกลายเป็นกระเป๋าไอคอนนิกของแบรนด์ที่มีการเพิ่มสีสันมากมาย สร้างสรรค์เป็นรูปทรงหลากหลายในคอลเลกชั่นใหม่ ๆ ของแต่ละฤดูกาลจนถึงปัจจุบัน

ซึ่งมาถึงวันนี้ ANTEPRIMA มอบความสง่างามและสไตล์อันร่วมสมัยให้กับสุภาพสตรีทั่วโลกมาแล้วกว่า 3 ทศวรรษ โดยได้รับได้รับความนิยมทั้งในมิลาน ฮ่องกง และโตเกียว ด้วยเอกลักษณ์ในการออกแบบที่ผสมผสานงานคราฟต์เข้ากับวัสดุสมัยใหม่ภายใต้แนวคิดในการสร้างสรรค์ “ความแตกต่าง” (Contrast) อย่างลงตัวในทุกชิ้นงาน จึงเป็นแบรนด์ที่มอบความประทับใจให้กับคนรักกระเป๋าทั่วโลกมาอย่างยาวนาน

“ดีไซน์ที่งดงามและทันสมัยของ ANTEPRIMA รังสรรค์ขึ้นจากคีย์เวิร์ดสำคัญคือ ‘ความแตกต่าง’ เช่นการใช้เส้นลวดพิเศษที่เป็นวัสดุสมัยใหม่มาผสมผสานกับเทคนิคเฉพาะของงานถักคุณภาพสูงทำให้กระเป๋าดูมีความหรูหรา เลอค่า หรือหากมีการใช้วัสดุที่แวววาว ดิฉันก็จะเสริมวัสดุเนื้อด้านเข้าไปด้วย ซึ่งความขัดแย้งกันระหว่างเส้นลวดที่ดูล้ำสมัยและการถักมือแบบดั้งเดิมของ ANTEPRIMA WIREBAG ก็สะท้อนความเป็น ANTEPRIMA ได้ดีที่สุด อีกทั้งความยืดหยุ่นของกระเป๋า เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่พิเศษและมีเสน่ห์เพราะรูปทรงแบบ

ออริจินัลจะเปลี่ยนไปตามสิ่งของที่ผู้ใช้ใส่ลงไปในกระเป๋า ยิ่งใช้งานนานเท่าไหร่ก็จะยิ่งสะท้อนคาแรคเตอร์ของผู้ใช้” อิซูมิ โอกิโน่ ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบและสร้างสรรค์ของแบรนด์ เผยถึงแนวคิดในการออกแบบ ซึ่งสุดท้ายแล้วเป้าหมายที่เธอตั้งใจก็คือ การมอบความสุขให้กับผู้หญิงทุกคนที่ใช้โปรดักส์ของ ANTEPRIMA

 ป๊อปอัพ สโตร์ ครั้งนี้พิเศษที่การนำเสนอคอลเลคชั่นฉลองครบรอบ 30 ปี “30th ANNIVERSARY: Shine in the Light, Glow in the Dark” เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการก้าวสู่ยุคใหม่ของ ANTEPRIMA ผ่านดีไซน์คลาสสิคที่แปลกใหม่ โดยนำคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวปี 2023-2024 มาผสานเข้าด้วยกัน โดยเป็นการจับเอาจุดเด่นของกระเป๋า WIREBAG รุ่น STANDARD MINIATURA มาเพิ่มความน่าสนใจด้วยธีม “Glow in the Dark” ใช้โซ่ทองประดับไข่มุกเรียงร้อยเป็นคำว่า “LOVE” หรือความรัก บนกระเป๋า พร้อมลูกเล่นแสงไฟนีออนที่ส่องประกาย สื่อความหมายถึง “ความหวัง” ที่ดีไซเนอร์เปรียบเป็นดั่ง “ความสามารถในการมองหาแสงสว่างท่ามกลางความมืดมิด” เพื่อสื่อสารว่า ANTEPRIMA มองเห็นคุณค่าของความรักเหมือนแสงสว่างที่ส่องนำทางสู่อนาคต โดยมีไข่มุก 30 เม็ดสื่อถึงจำนวนขวบปีแห่งการเดินทางของแบรนด์ โดยกระเป๋ารุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 30 ปีนี้ นำ 3 สีที่เป็นอัตลักษณ์ของแบรนด์ มาจับคู่กับแสงนีออนในเฉดสีที่เข้ากัน โดยสีเงิน Argento มาพร้อมโซ่ประดับไข่มุกกับแสงนีออนสีขาว, สีเทา Khakigento มาพร้อมโซ่ประดับไข่มุกกับแสงนีออนสีขาว และสีดำ Nero มาพร้อมโซ่ประดับไข่มุกกับแสงนีออนสีแดง โดยกระเป๋าทุกใบจะถูกบรรจุมาในบรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบพิเศษ เพื่อช่วยเก็บรักษากระเป๋าให้สวยและสมบูรณ์ที่สุดก่อนส่งมอบถึงมือผู้เป็นเจ้าของ

สำหรับอีกหนึ่งคอลเลคชั่นที่พลาดไม่ได้คือ “ANIMALE” กระเป๋าลวดถักรูปสัตว์ที่เก๋และมีสไตล์ไม่ซ้ำใคร หนึ่งในซีรีส์อันเป็นเอกลักษณ์ของ ANTEPRIMA โดยครั้งนี้ทางแบรนด์ได้นำ “ANIMALE-POODLE” กระเป๋าที่โดดเด่นด้วยรูปใบหน้าสุนัขพันธุ์พูเดิ้ลทอยกับดวงตากลมโตน่าเอ็นดู และ “ANIMALE-PANDA” กระเป๋ารูปหมีแพนด้าสุดน่ารัก ที่ยกขบวนครอบครัวแพนด้ามาโปรยเสน่ห์ให้หลงรัก ตั้งแต่กระเป๋าสะพายขนาดเล็ก จนถึงกระเป๋าทรงสามมิติที่สามารถใส่ของได้อย่างหลากหลายและตอบโจทย์ทุกการใช้งาน นอกจากนี้ยังมีอีก 2 คอลเลคชั่นน่าสนใจ ทั้งคอลเลคชั่น “STANDARD” กับสีใหม่ที่กำลังมาในคอลเลคชั่น FW 3-24 ซึ่งมีมาให้เลือก 3 รุ่นคือ STANDARD MINI 045 กระเป๋าสะพายสายโซ่ใบเล็กที่เหมาะกับทุกโอกาส และ STANDARD MINI 6T1 กระเป๋ามินิรุ่นคลาสสิก สะพายง่าย และ STANDARD TOTE BAG มาในสีใหม่ที่รับประกันความถูกใจ รวมถึงคอลเลคชั่น “LUCHETTO” กระเป๋าลวดถักทรงสี่เหลี่ยมคางหมู โดยรุ่นนี้ออกแบบให้มีช่องใส่ของรูปสามเหลี่ยมซ่อนอยู่ด้านใน จึงช่วยเพิ่มพื้นที่ในการใส่ของได้มากขึ้น  

พบกับ “ANTEPRIMA 30th  Anniversary Pop up Store” ได้ที่ ธารา ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม พร้อมรับของขวัญสุด Exclusive และคูปองเงินสดมูลค่าสูงสุด 2,000 เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข ระหว่างวันนี้ – 10 พฤศจิกายน 2566 และที่ห้างสยาม ทาคาชิมายะ ชั้น 1 ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง LINE @SiamTakashimaya

-(016)

สัมผัสเสน่ห์ของศิลปะแห่งการเรียงร้อยเรื่องราว ณ โรงแรม มาดี ไปดี กรุงเทพ โรงแรมออโตกราฟ คอลเล็คชั่น แห่งแรกในประเทศไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/767861

สัมผัสเสน่ห์ของศิลปะแห่งการเรียงร้อยเรื่องราว ณ โรงแรม มาดี ไปดี กรุงเทพ โรงแรมออโตกราฟ คอลเล็คชั่น แห่งแรกในประเทศไทย

สัมผัสเสน่ห์ของศิลปะแห่งการเรียงร้อยเรื่องราว ณ โรงแรม มาดี ไปดี กรุงเทพ โรงแรมออโตกราฟ คอลเล็คชั่น แห่งแรกในประเทศไทย

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 19.07 น.

สัมผัสเสน่ห์ของศิลปะแห่งการเรียงร้อยเรื่องราว ณ โรงแรม มาดี ไปดี กรุงเทพ โรงแรมออโตกราฟ คอลเล็คชั่น แห่งแรกในประเทศไทย ด้วยสถานที่ตั้งในซอยอันร่มรื่นเพียงแค่ไม่กี่นาทีจากซอยทองหล่ออันคึกคัก พร้อมเขียนเรื่องราวอันน่าประทับใจครั้งใหม่ให้กับทุกประสบการณ์การเดินทาง

ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น โฮเทลส์ หนึ่งใน 31 แบรนด์โรงแรมในเครือแมริออท บอนวอย ประกาศเปิดตัวแบรนด์โรงแรมออโตกราฟ คอลเล็คชั่นแห่งแรกในประเทศไทยกับโรงแรม มาดี ไปดี กรุงเทพ ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น โรงแรมแห่งใหม่โรงแรมนี้นำเสนอศิลปะแห่งการเรียงร้อยเรื่องราวให้แก่แขกผู้เข้าพักและผู้ที่มาเยี่ยมเยือนย่านทองหล่อ หนึ่งในย่านที่คึกคักที่สุดในกรุงเทพและเป็นย่านที่ควรค่าแก่การมาท่องเที่ยวสำหรับผู้ที่มองหาความหลากหลายทั้งในเรื่องอาหาร วัฒนธรรม และความบันเทิงต่างๆ

“ด้วยวัฒนธรรมที่น่าหลงใหลและสภาพอากาศอบอุ่นในเขตร้อน ประเทศไทยจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวมานาน โรงแรม ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น ได้เปิดตัวในประเทศไทย ซึ่งเหมาะสมกับประเทศไทย ประเทศที่ซึ่งมีเรื่องราวที่น่าสนใจและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยโรงแรม มาดี ไปดี กรุงเทพ มุ่งมั่นที่จะพาแขกผู้เขาพักทุกท่านไปยังการเดินทางที่น่าตื่นเต้นใจกลางกรุงเทพ เพื่อประสบการณ์ที่ตราตรึงใจและไม่เหมือนใคร” เจนนิเฟอร์ คอนเนล หัวหน้าทีม Global Brand และ รองประธาน Distinctive Premium Brands ของแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าว

โรงแรมมาดี ไปดี กรุงเทพ ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น ได้รับแรงบัลดาลใจมาจากความแตกต่างที่ลงตัวของไลฟ์สไตล์และบรรยากาศของซอยไปดี มาดี อันเงียบสงบและเป็นที่อยู่อาศัยโดยทอดตัวขนานกับซอยทองหล่อที่แสนคึกคักและเต็มไปด้วยไลฟ์สไตล์ การตกแต่งภายนอกด้วยระแนงไม้ ใบไม้ร่วง และ แนวหลังคาที่เขียวขจีเข้ากันได้ดีกับบริเวณโดยรอบภายในซอยอันร่มรื่น สำหรับคอนเซปหลักของการต่อแต่งภายในได้รับแรงบันดาลใจมาจากคอนเซปของความตรงกันข้าม (Contrast) เป็นคู่ตรงข้ามที่ผสานกันได้อย่างลงตัวของความคลาสสิคและความร่วมสมัย กลิ่นอายของความเป็นตะวันตกและความตะวันออก ตลอดช่วงเวลาที่เข้าพักนั้นแขกผู้เขาพักจะได้ดื่มด่ำไปกับสุทรียะทางศิลปะ งานฝีมือ รสชาติ และ องค์ประกอบ ที่จะเผยมุมมองใหม่ๆของจุดหมายปลายทางแห่งนี้และความสัมพันธ์กับพื้นที่โดยรอบ

แขกผู้เข้าพักที่มาพักที่โรงแรม มาดี ไปดี จะได้รับการต้อนรับด้วยเอกลักษณ์การต้อนรับแบบไทยที่ทรงเสน่ห์ สะท้อนถึงวัฒนธรรมการต้อนรับแขกบ้านแขกเรือน “มาดี” “อยู่ดี” และ “ไปดี” พร้อมมอบประสบการณ์ให้กับนักเดินทางและความรู้สึกถึงชีวิตความเป็นอยู่ของการอยู่อาศัยในย่านนี้

ห้องพักและห้องสวีททั้ง 56 ห้อง ออกแบบมาให้มีลักษณะเฉพาะและเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าประหลาดใจโดยสะท้อนผ่านทางผลงานศิลปะและการตกแต่ง ห้องพักและห้องสวีทแบ่งออกเป็น 3 สีตามสีของอัญมณีมงคลของไทย ได้แก่ บุษราคัม (สีเหลือง) ไพลิน (สีน้ำเงิน) และ มรกต (สีเขียว) นอกจากนี้ยังมีการตกแต่งด้วย “เฉลว” เครื่องจักสานไม้ไผ่มงคลสำหรับอวยพรให้แขกผู้เข้าพักเดินทางโดยสวัสดิภาพ ห้องพักและห้องสวีทมีขนาดตั้งแต่ 32 – 56 ตารางเมตร และมีพื้นที่ให้แขกผู้เข้าพักได้ผ่อนคลาย ทั้งในโซนนั่งเล่นพร้อมโซฟา และสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น เครื่องทำกาแฟพรีเมี่ยม ทีวี LED ขนาดใหญ่ และ ฝักบัวเรนชาวเวอร์ นอกจากนี้ยังมีบริการเสิร์ฟอาหารภายในห้องพัก (In-room Dining) ที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ความสัมพันธ์ระหว่างความดั้งเดิมและความทันสมัยยังได้ถูกถ่ายทอดมาที่ห้องอาหาร เอกะลักษณ์ ห้องอาหารซิกเนเจอร์ที่เชื่อมโยงประสาทสัมผัสเข้ากับศิลปะการทำอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ โดยห้องอาหารเปิดให้บริการทั้งมื้อเช้าและมื้อกลางวันสำหรับความสุนทรีย์ระหว่างวัน และ มื้อค่ำสไตล์โปรเกรสซีฟไทยในบรรยากาศเอ็กซ์คลูซีฟ เชฟวุฒิศักดิ์ วุฒิอัมพรสรรหาวัตถุดิบท้องถิ่นที่คุณภาพเยี่ยมและตามฤดูกาล รวมทั้งวัตถุดิบหายากจากเจ้าของวัตถุดิบทั้งชาวไร่ ชาวสวน และชาวประมง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าแต่ละเมนูจะบ่งบอกถึงเรื่องราวที่เป็นเอกลักษณ์และน่าสนใจ

นอกจากนี้ แขกผู้เข้าพักยังสามารถเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขได้ที่ฟิตเนสเซ็นเตอร์และสระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้า ให้ทุกท่านได้ออกกำลังกายก่อนออกไปท่องเที่ยวย่านทองหล่อยามราตรี

“ผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้แนะนำโรงแรม มาดี ไปดี กรุงเทพ ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น ให้ทุกท่านได้รู้จัก โดยโรงแรมจะบอกเล่าเรื่องราวของจุดหมายปลายแห่งนี้ อีกทั้งยังสร้างแรงบันดาลใจและประสบการณ์ที่หลากหลายให้กับแขกผู้เข้าพัก โดยแขกผู้เข้าพักสามารถสัมผัสประสบการณ์ที่มีความแตกต่างตรงกันข้ามของซอยไปดี มาดี อันเป็นที่อยู่อาศัยและความคึกคักของซอยทองหล่อ” “พวกเราทุกคนตั้งตารอต้อนรับนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะมองหาประสบการณ์การพักผ่อนอันเรียบง่ายใจกลางเมือง หรือ ประสบการณ์ใหม่ๆที่ตื่นตาตื่นใจ” มร. โรเจอร์ พาร์โนว์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม มาดี ไปดี กรุงเทพ กล่าว

โรงแรม มาดี ไปดี กรุงเทพ ตั้งอยู่ในซอยไปดี มาดี (ซอย สุขุมวิท 53) ถนนที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้บรรยากาศร่มรื่นซึ่งทอดตัวขนานไปกับซอยทองหล่อ (ซอย สุขุมวิท 55) ที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวยามราตรี ร้านอาหาร และบาร์ทันสมัย โดยโรงแรมตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้าทองหล่อทำให้สามารถเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆได้อย่างสะดวก อีกทั้งยังอยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิเพียงแค่ 30 นาที และ ห่างจากสนามบินนานาชาติดอนเมืองเพียงแค่ 40 นาที

โรงแรม มาดี ไปดี กรุงเทพ ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น เป็นโรงแรมในเครือแมริออท บอนวอย โปรแกรมการเดินทางจากแมริออท อินเตอเนชั่นแนล ที่ให้สมาชิกได้สะสมและแลกคะแนนสำหรับการเข้าพักในโรงแรมในครั้งถัดไป หรือใช้สำหรับการสำรองห้องพักที่โรงแรมและรีสอร์ทอื่นๆในเครือแมริออท บอนวอย อีกทั้ง แอพพลิเคชั่น Marriott Bonvoy ช่วยให้สมาชิกเพลิดเพลิดไปกับประสบการณ์ที่สะดวกและปรับแต่งให้เข้ากับลักษณะการใช้งานเพื่อการท่องเที่ยวที่สะดวกสบายไร้ที่ติ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักที่โรงแรม มาดี ไปดี กรุงเทพ ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ http://www.madipaidibangkok.com/

-(016)

ฉลองความสำเร็จครบรอบ 5 ปี ‘ไอคอนสยาม’ จับมือพันธมิตรจัดงานมหาปรากฏการณ์ ‘World Class Event’ ตลอดปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/767859

ฉลองความสำเร็จครบรอบ 5 ปี 'ไอคอนสยาม' จับมือพันธมิตรจัดงานมหาปรากฏการณ์ 'World Class Event' ตลอดปี

ฉลองความสำเร็จครบรอบ 5 ปี ‘ไอคอนสยาม’ จับมือพันธมิตรจัดงานมหาปรากฏการณ์ ‘World Class Event’ ตลอดปี

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 19.04 น.

“ไอคอนสยาม” ต่อยอดความสำเร็จเดินหน้าทุ่มงบการตลาด 500 ล้าน จับมือพันธมิตรจัดงานมหาปรากฏการณ์ฉลองความสำเร็จครบ 5 ปี เริ่ม 9 – 11 พ.ย.นี้ ณ ทรู ไอคอน ฮอลล์ ชั้น 7 ไอคอนสยาม

ไอคอนสยาม ฉลองความสำเร็จครบรอบ 5 ปี ประกาศต่อยอดการเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตอกย้ำความแข็งแกร่งจับมือพันธมิตรทั่วโลก จัด World Class Event ตลอดปี พร้อมยกระดับ Soft Power ชูเทศกาลประเพณีไทยให้เป็นกิจกรรมใหญ่ระดับโลก ล่าสุด ร่วมกับพันธมิตร ธนาคารกสิกรไทย, บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท ดิ ไอคอนสยาม ซูเปอร์ลักซ์ เรสซิเดนซ์ คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด และ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด จัดงานฉลอง ‘ICONSIAM – The 5th Anniversary of The ICON Unrivaled’ เนรมิตพื้นที่งดงามที่สุดริมแม่น้ำเจ้าพระยา รังสรรค์การแสดงแสงสีเสียงอย่างยิ่งใหญ่ ยกกองทัพนักแสดงและศิลปินต่างชาติที่มีชื่อเสียงระดับโลก บินตรงมาร่วมเฉลิมฉลองไอคอนสยามในฐานะ Global Destination บนแนวคิดนำ ‘สิ่งที่ดีที่สุดของไทยบรรจบกับสิ่งที่ดีที่สุดของโลก’ The Best of Thailand Meets The Best of The World สุดยิ่งใหญ่ตลอด 3 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 9 -11 พฤศจิกายนนี้ ณ ทรู ไอคอน ฮอลล์ ชั้น 7 ไอคอนสยาม พร้อมแคมเปญโปรโมชั่นแรงเพื่อขอบคุณลูกค้ายาวตลอดถึงสิ้นปี

นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด เปิดเผยว่า ไอคอนสยาม มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่วันนี้ ได้ดำเนินภารกิจสำคัญตามวิสัยทัศน์ที่ผู้ก่อตั้งและผู้ร่วมลงทุนได้ให้ไว้กับประเทศไทยสำเร็จลุล่วง ด้วยการสร้างแม่เหล็กดึงดูดให้ประเทศไทยเป็นหมุดหมายที่ครองความเป็นที่หนึ่งในใจผู้คนทั่วโลก จนปัจจุบันครบรอบการดำเนินธุรกิจ 5 ปี ไอคอนสยามได้รับการยกย่องทั้งจากนักท่องเที่ยวไทยและนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกให้เป็น Global Destination สัญลักษณ์ประเทศไทยริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างแท้จริง ก้าวต่อไปเพื่อต่อยอดการเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก ไอคอนสยามได้วางกลยุทธ์ที่จะร่วมมือกับพันธมิตรจากทั่วโลกในการจัดกิจกรรม World Class Event ภายในศูนย์การค้าตลอดทั้งปี พร้อมยกระดับงานเทศกาลและประเพณีไทยที่สำคัญให้กลายเป็นกิจกรรมระดับโลก เช่น งานลอยกระทง ประเพณีงานสงกรานต์ การละเล่นว่าวไทย เป็นต้น โดยเราพร้อมจับมือกับภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น การท่องเที่ยว กระทรวงวัฒนธรรม ฯลฯ และพันธมิตรทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางวัฒนธรรมระดับโลก หรือ Global Cultural Influence ผ่านการปั้น Soft power ของไทยสู่เวทีโลก ไม่ว่าจะเป็นด้านวัฒนธรรม อาหาร ภาพยนตร์ แฟชั่น ดีไซเนอร์ และอื่นๆ ในทุกมิติ

นายสุพจน์ กล่าวถึงการจัดงานฉลอง 5 ปี ว่า เพื่อสนับสนุนและกระตุ้นเศรษฐกิจดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและทั่วโลกในช่วงปลายปีนี้ ไอคอนสยามได้ร่วมมือกับพันธมิตรรายสำคัญ ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย, บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท ดิ ไอคอนสยาม ซูเปอร์ลักซ์ เรสซิเดนซ์ คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด และ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด จัดแคมเปญฉลองครบรอบ 5 ปีของไอคอนสยามอย่างยิ่งใหญ่ โดยทุ่มงบประมาณ 500 ล้านบาท เตรียมแผนการตลาดจัดกิจกรรมมหาปรากฏการณ์สุดยิ่งใหญ่ตลอด 5 เดือน  ทั้ง World Class Event โปรโมชั่นเร้าใจ และกิจกรรมบันเทิงมากมาย โดยจะนำ Soft Power ของไทย มาเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกมาเยี่ยมชม ขณะเดียวกัน จะเรียนเชิญศิลปินต่างชาติที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาร่วมแสดงผลงานกับศิลปินไทยในหลากหลายมิติมากขึ้น โดยล่าสุด ได้รับการตอบรับจากศิลปินระดับอินเตอร์ที่จะเดินทางมาร่วมฉลองครบรอบ 5 ปี กับไอคอนสยามในวันที่ 9 พ.ย.นี้ ได้แก่ “อีจุนโฮ” พระเอกซีรีส์ดัง ‘King the Land’ เมมเบอร์บอยแบนด์สุดฮอตวง ‘ทูพีเอ็ม’ (2PM) และ “มาร์ค ต้วน” (Mark Tuan) หนึ่งในอดีตสมาชิกวง GOT7 และเป็นหนึ่งใน K-POP ขวัญใจชาวไทย

มอบประสบการณ์ช็อปปิ้งพิเศษด้วยโปรโมชั่นแรงมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท

นายสุพจน์ กล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับแคมเปญโปรโมชั่นที่จัดขึ้นเป็นพิเศษเพื่อการฉลองครบรอบ 5 ปี ครั้งนี้ ถือเป็นการขอบคุณลูกค้าครั้งใหญ่ โดยมอบของรางวัลมูลค่ารวมทั้งสิ้น 30 ล้านบาทตลอดสองเดือนสุดท้าย แคมเปญแรกเริ่มตั้งแต่วันที่ 9 – 30 พ.ย. 2566 นี้ ภายใต้แนวคิด “The ICON Unrivaled” มอบโชคสามต่อ สำหรับโชคต่อแรกลูกค้าได้ร่วมลุ้นรางวัลใหญ่มากมาย เช่น รถยนต์ TESLA Model 3 มูลค่า 1,599,000 บาท, รถจักรยานยนต์ยามาฮ่าเอ็กซ์แม็กซ์ คอนเน็คเต็ด พร้อมหมวกกันน็อก มูลค่า 200,000 บาท, จี้เพชรจากแบรนด์ Jubilee, และรางวัลอื่นๆอีกมากมายรวม 24,500 รางวัล โชคต่อที่สอง เพียงช็อปครบตามยอดซื้อที่กำหนด สามารถเลือกแลกรับของรางวัล เช่น ICONSIAM Travel Bag Set, THANN set หรือ Siam Gift Card และโชคต่อที่สาม พิเศษระหว่างวันที่ 9-11 พ.ย.นี้ รับเพิ่ม 9,000 Viz Coin ( 1 Viz Coin เท่ากับ 1 บาท) เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตวันสยามกสิกรไทย ครบ 300,000 บาทขึ้นไปต่อเซลส์สลิป แคมเปญใหญ่นี้เป็นการรวมพลังทั้งจากพันธมิตรทางธุรกิจและร้านค้าต่างๆในไอคอนสยามกว่า 300 ร้านค้า ที่พร้อมมอบส่วนลดและสิทธิพิเศษมากมายให้กับลูกค้า เพื่อร่วมฉลองความสำเร็จไปด้วยกัน จึงขอเชิญชวนลูกค้าทุกท่าน พลาดไม่ได้สองเดือนสุดท้ายนี้ต้องจัดเวลามาร่วมประสบการณ์ช็อปปิ้งสุดพิเศษครั้งนี้กับไอคอนสยาม

“ไอคอนสยามถือเป็นหนึ่งในโครงการสุดยอดไอคอนิค นำสิ่งที่ดีที่สุดของไทยมาบรรจบกับสิ่งที่ดีที่สุดของโลก ‘The Best of Thailand Meets The Best of The World’ เป็นการนำเสนอคุณงามความดีในทุกมิติของความเป็นไทย พร้อมนำความยิ่งใหญ่ของสิ่งมหัศจรรย์จากทุกมุมโลก มารวมกันให้ปรากฏเกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร เราเติบโตและทำธุรกิจภายใต้กลยุทธ์การร่วมกันรังสรรค์ (Co-Creation) และการสร้างประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย (Creating Shared Value) ทำให้สามารถเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนกับทุกภาคส่วน เกิดผลตอบรับเชิงบวกสู่สังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม และเป็นส่วนสำคัญที่นำไอคอนสยามก้าวสู่ความยิ่งใหญ่บนเวทีโลกได้ ความสำเร็จตลอด 5 ปีของไอคอนสยาม เกิดจากพลังความร่วมมือของพันธมิตรทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และชุมชนโดยรอบที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการทั้งหมด ในวาระพิเศษนี้ จึงขอเชิญชวนพันธมิตรทุกภาคส่วนและประชาชนมาร่วมเฉลิมฉลองด้วยกัน ภายใต้แนวคิด The 5th Anniversary of The ICON Unrivaled  เพื่อความสุขและความรุ่งเรืองของทุกภาคส่วน และร่วมกันตอกย้ำให้ทุกคนรู้ว่า ประเทศไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก” นายสุพจน์ กล่าวในที่สุด

สำหรับงานฉลองครบรอบ 5 ปี “ICONSIAM – The 5th Anniversary of The ICON Unrivaled” ในครั้งนี้ ไอคอนสยาม มุ่งมั่นและตั้งใจรังสรรค์ในทุกรายละเอียดของกิจกรรม เพื่อส่งมอบประสบการณ์แบบอภิมหาความสุข ในค่ำคืนของวันที่ 9 – 11 พฤศจิกายน 2566 ณ ทรู ไอคอน ฮอลล์ ชั้น 7 ไอคอนสยาม อัดแน่นไปด้วยมหาปรากฏการณ์การแสดงสุดตระการตาจากเหล่าศิลปินชื่อดังมากมายตลอด 3 วัน รายละเอียด ดังนี้

• 9 พฤศจิกายน 256  (เวลา 18.00 – 22.00 น.)

– พบกับมหาปรากฏการณ์ ไฮไลต์สุดยิ่งใหญ่จากศิลปินชื่อดังระดับโลกและเหล่าซุปเปอร์สตาร์ก้องฟ้าเมืองไทยกว่า 40 ชีวิต ที่มาเข้าร่วมเดินพรมแดงท่ามกลางทัศนียภาพริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อร่วมเปิดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 5 ปี  นำโดยศิลปินระดับอินเตอร์อย่าง “อีจุนโฮ” พระเอกซีรีส์ดัง ‘King the Land’ เมมเบอร์บอยแบนด์สุดฮอตวง ‘ทูพีเอ็ม’ (2PM) ที่บินลัดฟ้ามาเมืองไทยเพื่อร่วมงานฉลองในครั้งนี้ พร้อมทัพศิลปินแนวหน้าของไทย อาทิ พีพี – กฤษฏ์ อำนวยเดชกร, บิวกิ้น- พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล, โต๋ – ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร, แอลลี่ – อชิรญา นิติพน, เจมส์ – จิรายุ ตั้งศรีสุข, นนกุล – ชานน สันตินธรกุล, ไบร์ท – รพีพงศ์ ทับสุวรรณ, 789 DEBUT GROUP (12), บลู – พงศ์ทิวัตถ์ ตั้งวันเจริญ, เจสซี่- กิระนา จัสมิน ชูว์เทอร์, วีณา – ปวีนา สิงห์ทักวาล ฯลฯ และเซอร์ไพรส์พิเศษ!! กับศิลปินชื่อดังระดับโลก “มาร์ค ต้วน” (Mark Tuan) ที่บินมาร่วมฉลองในค่ำคืนนี้ด้วย พร้อมชมการแสดง Phenomenon of The ICON Unrivaled แสงสีเสียงสุดตระการตาที่รังสรรค์พิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ตอกย้ำแนวคิด “สิ่งที่ดีที่สุดของไทยบรรจบกับสิ่งที่ดีที่สุดของโลก” ที่นำอัตลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของความเป็นไทยทั้ง 4 ภาค มาผสมผสานกับความทันสมัย พร้อมกับท่วงทำนองแห่งบทเพลงที่สวยงาม The ICON of Dream ร่วมขับร้องโดยศิลปินคุณภาพ โต๋ – ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร และ แอลลี่ – อชิรญา นิติพน ที่มาโชว์พลังเสียงก้องกังวานริมแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งท้ายค่ำคืนสุดประทับใจไปกับมินิคอนเสิร์ต Celebration of Prosperity จากคู่จิ้นสุดฮอต พีพี – กฤษฏ์ อำนวยเดชกร และ บิวกิ้น – พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล ต่อด้วยนักร้องสาวมาดเท่ Sarah Salola ที่มาโชว์เพลงเพราะให้รับฟังและชมกันอย่างเต็มอิ่

• 10 พฤศจิกายน 2566 (เวลา 18.00 เป็นต้นไป)

– แฟนคลับ ATLAS และประชาชนที่สนใจ สามารถเข้าชมการแสดง Phenomenon of The ICON Unrivaled และการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินวง ATLAS กับ 7 หนุ่มบอยกรุ๊ปสุดฮอตในปีนี้ จูเนียร์, ภูมิ, เจ็ท, ไนซ์, เออร์วิน, มิวออน และ แทด

• 11 พฤศจิกายน 2566 (เวลา 18.00 เป็นต้นไป)

– ชมการแสดง Phenomenon of The ICON Unrivaled ต่อด้วยการแสดงคอนเสิร์ตจาก เป๊ก – ผลิตโชค อายนบุตร ที่ขนเพลงฮิตมาเอาใจแฟนๆแบบจัดเต็ม

ร่วมฉลองความสำเร็จอันยิ่งใหญ่และเป็นส่วนหนึ่งในมหาปรากฏการณ์บิ๊กอีเวนท์ระดับโลกกับงานฉลองครบรอบ 5 ปี “ICONSIAM – The 5th Anniversary of The ICON Unrivaled” โดยกิจกรรมจัดขึ้นตั้งแต่เวลาประมาณ 18.00 – 22.00 น. ของวันที่ 9 – 11 พฤศจิกายน 2566 ณ ทรู ไอคอน ฮอลล์ ชั้น 7 ไอคอนสยาม ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าร่วมชมงานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยติดตามรายละเอียดการเข้าร่วมงานได้ที่เฟสบุ๊ค ICONSIAM สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1338

-(016)

สยาม ทาคาชิมายะ ชวนอัพเดตแฟชั่นต้อนรับลมหนาวแบบไม่ซ้ำใคร กับคอลเลคชันใหม่จาก 4 Exclusive Brands จากญี่ปุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/767858

สยาม ทาคาชิมายะ ชวนอัพเดตแฟชั่นต้อนรับลมหนาวแบบไม่ซ้ำใคร กับคอลเลคชันใหม่จาก 4 Exclusive Brands จากญี่ปุ่น

สยาม ทาคาชิมายะ ชวนอัพเดตแฟชั่นต้อนรับลมหนาวแบบไม่ซ้ำใคร กับคอลเลคชันใหม่จาก 4 Exclusive Brands จากญี่ปุ่น

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 18.58 น.

เมื่อลมหนาวพัดผ่านมา ก็ได้เวลาปรับเปลี่ยนสไตล์ จัดแจงตู้เสื้อผ้ารับฤดูกาลใหม่ สยาม ทาคาชิมายะ ห้างสรรพสินค้าสไตล์ญี่ปุ่นหนึ่งเดียวในไทย ณ ไอคอนสยาม จึงอยากชวนทุกคนมาอัพเดตเทรนด์แฟชั่นในคอลเลคชั่น Fall-Winter 2023 หรือสไตล์สำหรับฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวของปีนี้ จากเอ็กซ์คลูซีฟเแบรนด์ที่คัดสรรมาแล้วว่าโดดเด่นน่าสนใจ และจะต้องถูกใจสาว ๆ ชาวไทยอย่างแน่นอน

เริ่มจาก SNIDEL (สไนเดล) แบรนด์สตรีทแฟชั่นขวัญใจวัยรุ่นญี่ปุ่น ที่ยกขบวนไอเท็มเด็ดในคอลเล็กชั่นแรกประจำฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว 2023 มาอย่างครบครัน ตั้งแต่เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ไปจนถึงเครื่องประดับ ให้สาวๆ มิกซ์แอนด์แมตช์ได้อย่างสนุก โดยคอลเลคชั่นนี้มาในคอนเซ็ปต์ “ALL THE FEELS” ให้ความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งอ่อนนุ่ม พลิ้วไหว แข็งแกร่ง ภูมิฐาน ผสมผสานความเป็น Feminine เข้ากับความเข้มแข็งได้อย่างลงตัว ภายใต้รูปทรงอันโดดเด่นและซิลูเอทแสนสง่างามในรูปแบบเฉพาะของ SNIDEL ที่รังสรรค์ขึ้นอย่างประณีต ใส่ใจในทุกรายละเอียด คีย์ลุคของคอลเล็กชั่นนี้คือไอเท็มที่สร้างสรรค์ขึ้นจากขนเฟอร์ ซึ่งให้ความรู้สึกนุ่มละมุนละไมและพลิ้วไหว นอกจากนี้ทางแบรนด์ยังเลือกใช้เนื้อผ้าที่มีน้ำหนักเพื่อสร้างจังหวะอันเพลิดเพลินยามเคลื่อนไหว ทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกเหมือนถูกห่อหุ้มด้วยความอบอุ่นยามลมหนาวมาเยือน

FRAY I.D (เฟรย์ ไอดี) เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่จะทำให้สาว ๆ สนุกกับการแต่งตัวรับอากาศเย็นสบาย ด้วยคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว 2023 ที่มาในดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ เน้นโทนสีเบจและสีเทาเป็นหลักทว่าเติมความเด่นสะดุดตาด้วยสีฟ้าและสีแดง โดยเลือกใช้วัสดุที่หลากหลาย ทั้งผ้าถัก ผ้ากำมะหยี่ ผ้าบูเคล่ ผ้าชีฟอง หนัง ฯลฯ มาออกแบบเป็นชุดเสื้อผ้าที่ให้ลุคนุ่มนวล อ่อนโยน ดูสะอาดตา สื่อถึงความเป็นฤดูใบไม้ร่วงได้เป็นอย่างดี ไอเท็มซึ่งเป็นไฮไลต์ของคอลเล็กชั่นนี้คือชุดเดรสประดับเลื่อมแวววาวสวยจับตา โดยใช้เทคนิคการปักเลื่อมลงบนผ้าถักจึงให้อารมณ์หรูหราและน่าประทับใจ นอกจากนี้ยังมีกระโปรงและแจ็คเก็ตหนังที่จับคู่กับชิ้นเก๋อย่างเสื้อกั๊กผ้าทวีดถัก กระโปรงมินิสเกิร์ต ได้อย่างมีสไตล์ รวมถึงไอเท็มที่ตัดเย็บด้วยผ้าเนื้อบางเบา อย่างผ้าแจ็คการ์ดหรือผ้าชีฟองซึ่งผสมผสานเข้ากับผ้าถักและขนเฟอร์ได้อย่างโดดเด่น นับเป็นคอลเล็กชั่นที่เปิดโอกาสให้สาวๆ

ครีเอทลุคได้อย่างสนุก และเลือกสวมใส่ได้ในหลากหลายโอกาส

หากกำลังมองหากระเป๋าดีไซน์เก๋พร้อมฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง BAG’n’NOUN (แบ็กแอนด์นาว) แบรนด์กระเป๋ายอดนิยมจากประเทศญี่ปุ่น คือตัวเลือกที่ลงตัวที่สุด เพราะเด่นทั้งด้านดีไซน์และฟังก์ชัน อีกทั้งยังเลือกใช้ผ้าใบและผ้าไนล่อนคุณภาพเยี่ยมที่ผลิตในญี่ปุ่นมาตัดเย็บด้วยมาตรฐานชั้นยอด จนได้ออกมาเป็นกระเป๋าที่ให้ความรู้สึกเรียบง่าย แต่แฝงด้วยความพิเศษ น่าใช้งาน สำหรับคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว 2023 BAG’n’NOUN ท้าทายตัวเองและคนรักกระเป๋าผ้าด้วยการนำผ้า Africa และผ้าถัก (Knit) มาผลิตเป็นกระเป๋าในดีไซน์ยอดนิยมตลอดกาลอย่างรุ่น Tool Bag, Spindle, Nylon Pack และกระเป๋าสะพาย Light Shoulder เรียกได้ว่าเป็นคอลเล็กชั่นที่ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ทว่าคุ้นเคยสำหรับสาวกของแบรนด์

สำหรับแฟชั่นนิสต้าสายรักษ์โลกต้องไม่พลาดกระเป๋าสวยแบรนด์ Vee Collective (วี คอลเลคทีฟ) จากเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ที่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยความใส่ใจในความยั่งยืนและไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม โดยกระเป๋าทุกใบผลิตจากวัสดุรีไซเคิล 100% และมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าในทุกขั้นตอนการผลิต นอกจากคุณสมบัติพิเศษที่น้ำหนักเบาและกันน้ำได้ ตัวกระเป๋ายังมีดีไซน์โดดเด่นด้วยรูปทรงเรขาคณิต ที่ดูมินิมอล เรียบง่าย แต่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ อีกทั้งยังมีหลากหลายรูปแบบทั้งกระเป๋าโท้ต กระเป๋าคลัช กระเป๋าสะพาย กระเป๋าคาดเอว และกระเป๋าเป้ โดยคอลเล็กชั่นแรกประจำฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว 2023 นี้ Vee Collective ยังคงรังสรรค์กระเป๋าที่สามารถใช้งานได้หลากหลายและถือได้ทุกวันในสไตล์ที่ทันสมัย โดยออกแบบเป็นกระเป๋าโท้ตและกระเป๋าถือใบเท่ในเฉดสีและลวดลายสดใส เช่น สีชมพูเข้ม สีฟ้าสว่าง และลายพิมพ์เสือดาว เพื่อปลุกสีสันให้สนุกสนานและคึกคักขึ้นกว่าที่เคย

ใครไม่อยากตกเทรนด์มาอัพเดตสไตล์รับลมหนาวกับคอลเล็กชันใหม่และไอเทมมาแรงจาก Exclusive Brands สไตล์ญี่ปุ่นกันได้แล้ววันนี้ ที่ห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม เพียงที่เดียวเท่านั้น สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02-011-7500 หรือ Facebook: SIAM Takashimaya

-(016)

องคมนตรีลงพื้นที่ดูโครงการพัฒนาท้องถิ่นของ มบส.ที่ตลาดน้ำสองคลองวัดตลิ่งชัน กทม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/767857

องคมนตรีลงพื้นที่ดูโครงการพัฒนาท้องถิ่นของ มบส.ที่ตลาดน้ำสองคลองวัดตลิ่งชัน กทม.

องคมนตรีลงพื้นที่ดูโครงการพัฒนาท้องถิ่นของ มบส.ที่ตลาดน้ำสองคลองวัดตลิ่งชัน กทม.

วันอังคาร ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 18.51 น.

ผศ.ดร.ลินดา เกณฑ์มา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา(มบส.)  กล่าวว่า  เมื่อวันที่  2 พ.ย. ที่ผ่านมา พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมผลการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ประจำปี 2566 โดยมี ศ.ดร.ชาติชาย ณ เชียงใหม่ นายกสภามหาวิทยาลัย ผู้บริหาร บุคลากร และผู้แทนนักศึกษา ให้การต้อนรับพร้อมบรรยายสรุปผลการดำเนินงานด้วยการบริหารจัดการเพื่อขับเคลื่อนงานพัฒนาท้องถิ่นในประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่นและการบริหารจัดการเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนา Soft Skills ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม ซึ่งเป็นการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560 – 2579)   โดยมบส.ได้ดำเนินงานใน 3 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่ในกรุงเทพมหานคร  พื้นที่ในจังหวัดสมุทรสาคร และพื้นที่อำเภออู่ทอง และอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งตนได้กล่าววัตถุประสงค์การตรวจเยี่ยมผลการดำเนินงาน พร้อมบรรยายสรุปยุทธศาสตร์ที่ 4 การบริหารจัดการ จากนั้นผศ.ดร.หนึ่งฤทัย เอกธรรมทัศน์ ผู้ช่วยอธิการบดี มบส. ได้บรรยายสรุปยุทธศาสตร์ที่ 1 ผลการดำเนินงานการพัฒนาท้องถิ่น  ส่วนรศ.ดร.บุญมี กวินเสกสรร คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และผศ.ดร.ทชชยา วนนะบวรเดชน์ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ได้บรรยายเกี่ยวกับการบริหารจัดการและการขับเคลื่อนคณะแต่ละคณะว่ามีผลการดำเนินการอย่างไรบ้าง

ผศ.ดร.ลินดา กล่าวต่อว่า การตรวจเยี่ยมผลการดำเนินงานในครั้งนี้ ท่านองคมนตรีได้พบผู้แทนนักศึกษา เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และติดตามผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำนักศึกษาสู่การเป็นนักวิศวกรสังคม และโครงการพัฒนา Soft skills ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม เพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์นักศึกษา จากนั้นในช่วงบ่าย ท่านองคมนตรีได้เดินทางลงพื้นที่และชมการจัดนิทรรศการโครงการพัฒนาท้องถิ่นของราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ณ ตลาดน้ำสองคลองวัดตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร เพื่อดูผลการดำเนินงานโครงการในด้านต่างๆของมหาวิทยาลัย เช่น  ด้านเศรษฐกิจในโครงการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ตลาดน้ำสองคลองวัดตลิ่งชัน เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของชุมชนอย่างยั่งยืนและโครงการพัฒนาและเพิ่มมูลค่าห่วงโซ่อุปทานของมะพร้าวน้ําหอมด้วยเศรษฐกิจ BCG ในพื้นที่อําเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ,ด้านสังคมในโครงการบูรณาการศาสตร์ดนตรีเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะผู้สูงวัย ,ด้านสิ่งแวดล้อม ในโครงการนวัตกรรมเพื่อการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม : การจัดการขยะเพื่อลดสภาวะโลกร้อน และ ด้านการศึกษาในโครงการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ด้านการอ่าน การเขียน และการคิด วิเคราะห์ของนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

-(016)