รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ มาอิสราเอล ครั้งที่ 3 หลังเกิดสงครามกับฮามาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2737939

รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ มาอิสราเอล ครั้งที่ 3 หลังเกิดสงครามกับฮามาส

3 พ.ย. 2566 19:33 น.

รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ มาอิสราเอล ครั้งที่ 3 หลังเกิดสงครามกับฮามาส

แอนโทนี บลิงเคน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ เดินทางมากรุงเทลอาวีฟ เป็นครั้งที่ 3 หารือกับนายกฯ เนทันยาฮูแห่งอิสราเอล หลังเกิดสงครามครั้งใหม่กับกลุ่มฮามาส

เมื่อ 3 พ.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ เดินทางมายังกรุงเทลอาวีฟ เมืองหลวงอิสราเอล เพื่อพบหารือกับประธานาธิบดีไอแซก เฮอร์ซ็อก และ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูแห่งอิสราเอล ทั้งในเรื่องการผลักดันให้อิสราเอลดำเนินขั้นตอนที่เป็นรูปธรรมในการลดอันตรายต่อพลเรือนชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา จากการโจมตีของอิสราเอล รวมทั้งย้ำว่ารัฐบาลสหรัฐฯ พร้อมให้การสนับสนุนอิสราเอลในการปราบปรามกลุ่มฮามาส แต่ทุกอย่างต้องทำภายใต้การคุ้มครองพลเรือนปาเลสไตน์ด้วย

การมาเยือนของนายบลิงเคนครั้งนี้ นับเป็นการมาเยือนกรุงเทลอาวีฟ เป็นครั้งที่ 3 ของนายบลิงเคน นับตั้งแต่กลุ่มฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลและจับตัวประกันกว่า 200 คนเมื่อ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา และทำให้อิสราเอลตอบโต้ด้วยการโจมตีฉนวนกาซาอย่างหนัก รวมทั้งยังโจมตีค่ายผู้ลี้ภัยจาบาเลีย ทางตอนเหนือของเมืองกาซาซิตี้ จนเป็นเหตุชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตกว่า 9,000 ศพแล้ว 

เกาหลีเหนือยืนยัน ปิดสถานทูตในหลายประเทศ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2737813

เกาหลีเหนือยืนยัน ปิดสถานทูตในหลายประเทศ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพ

3 พ.ย. 2566 17:45 น.

เกาหลีเหนือยืนยัน ปิดสถานทูตในหลายประเทศ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพ

เกาหลีเหนือยืนยัน จะปิดสถานทูตในหลายประเทศ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพทางการทูต หลังเกาหลีใต้ ชี้เป็นเพราะเกาหลีเหนือประสบปัญหาเศรษฐกิจจากการถูกนานาชาติคว่ำบาตร

ทางการเกาหลีเหนือแถลงวันนี้ (3 พ.ย.) ยืนยันว่ามีคำสั่งปิดสถานทูตหลายแห่งทั่วโลกจริง เนื่องจากต้องการยกระดับประสิทธิภาพทางการทูตมากขึ้น พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาจากเกาหลีใต้ ที่ระบุว่า การปิดสถานทูตในหลายประเทศของเกาหลีเหนือ เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า เกาหลีเหนือภายใต้การนำของคิม จอง อึน กำลังประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจจากการถูกนานาชาติคว่ำบาตร

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีเหนือ ระบุว่า เกาหลีเหนือกำลังอยู่ในกระบวนการถอนเจ้าหน้าที่สถานทูต และปิดสถานทูตในหลายประเทศทั่วโลก แต่ในขณะเดียวกันก็เตรียมพร้อมเริ่มความสัมพันธ์ทางการทูตกับอีกหลายประเทศ เพื่อให้ไปเป็นตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมโลก และนโยบายต่างประเทศของชาติต่างๆ และยืนยันว่าการปิดสถานทูตเป็น “กิจกรรมปกติ” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการทูตของประเทศ

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีรายงานว่าทางการเกาหลีได้ปิดสถานทูตในประเทศแองโกลา และยูกันดา ชาติพันธมิตรในทวีปแอฟริกา อีกทั้งมีประกาศเตรียมปิดสถานทูตในฮ่องกงและสเปน โดยปัจจุบัน เกาหลีเหนือมีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับ 159 ประเทศ แต่มีสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ใน 53 ประเทศเท่านั้น

ด้านกระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ แถลงก่อนหน้านี้ว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของเกาหลีเหนือสะท้อนให้เห็นว่าประเทศกำลังประสบปัญหาอย่างหนักจากมาตรการคว่ำบาตร ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อตัดช่องทางการพัฒนานิวเคลียร์และขีปนาวุธ ซึ่งมาตรการดังกล่าวทำให้เศรษฐกิจของเกาหลีเหนืออ่อนแอลง และส่งผลกระทบต่อการรักษาความสัมพันธ์กับบรรดาชาติพันธมิตร

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : ReutersCNA

เมียนมาเดือด กองกำลังต่อต้าน รบ. บุกโจมตีเป้าหมายหลายแห่ง ทหารตาย 26 ศพแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2737858

เมียนมาเดือด กองกำลังต่อต้าน รบ. บุกโจมตีเป้าหมายหลายแห่ง ทหารตาย 26 ศพแล้ว

3 พ.ย. 2566 17:06 น.

เมียนมาเดือด กองกำลังต่อต้าน รบ. บุกโจมตีเป้าหมายหลายแห่ง ทหารตาย 26 ศพแล้ว

กองกำลังพันธมิตรต่อต้าน รบ.เมียนมา บุกโจมตีฐานที่มั่นทางทหารหลายแห่งทั่วประเทศ โดยเฉพาะที่รัฐฉาน ทำให้ทหารสิ้นชีพแล้วอย่างน้อย 26 ศพ และสามารถยึดฐานที่มั่นทหารได้แล้วกว่า 3 แห่ง

เมื่อ 3 พ.ย. 2566 เว็บไซต์อิรวดีในเมียนมา รายงานความคืบหน้าสถานการณ์สู้รบระหว่างกองกำลังป้องกันของประชาชน (People’s Defense Force) หรือ PDF ที่ผนึกกำลังกับกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มชาติพันธุ์ 3 กลุ่ม ในนาม ethnic armed organizations (EAOs) บุกโจมตีภายใต้รหัสปฏิบัติการ 1027 (Operation 1027)  ‘เป้าหมาย’ ฐานที่มั่นทางทหารของกองทัพเมียนมา ที่รัฐฉาน ทางทิศตะวันออกตอนกลางของประเทศ ซึ่งมีพรมแดนทางเหนือติดกับมณฑลยูนนานของจีน และทางชายแดนตอนใต้ติดกับ สปป.ลาว และภาคเหนือของไทยมาตั้งแต่สัปดาห์ก่อนนั้น

กองกำลังพันธมิตรต่อต้านรัฐบาลเผด็จการเมียนมาภายใต้การนำของพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย เดินหน้า บุกโจมตีเป้าหมายหลายแห่งทั่วประเทศ ทั้งรัฐฉาน รัฐพะโค และรัฐสะกาย โดยกองกำลังพันธมิตรภราดรภาพแห่งกองทัพอาระกัน (AA),กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอั้ง (Ta’ang National Liberation Army)  หรือTNLA และกองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา (MNDAA) ได้ออกแถลงการณ์ร่วม เมื่อวันพฤหัสฯที่ 2 พ.ย. ที่ผ่านมา อ้างว่าสามารถยึดฐานที่มั่นทหารได้มากกว่า 3 แห่งแล้ว รวมทั้ง ฐานที่มั่นทางยุทธศาสตร์ในเขตปกครองตนเองโกก้าง และเมืองน้ำคำ ในรัฐฉาน

ขณะที่ การโจมตีของกองกำลังติดอาวุธต่อต้านรัฐบาลเมียนมา ในช่วง 5 วันที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ทหารกองทัพเมียนมาถูกสังหารไปแล้วอย่างน้อย 26 ศพ โดยเว็บไซต์อิรวดี รายงานว่า เมื่อวันพุธที่ผ่านมา กองกำลังต่อต้านรัฐบาล ‘กลุ่มมังกรดำ PDF’ ในรัฐพะโค ได้ใช้ลูกระเบิดยิงขนาด 40 มม.โจมตี เป็นเหตุให้ทหารเมียนมาเสียชีวิต 3 นาย

ที่มา : irrawaddy

มลพิษทางอากาศกรุงนิวเดลี ทะลุ 600 สั่งปิดโรงเรียนหลายแห่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2737810

มลพิษทางอากาศกรุงนิวเดลี ทะลุ 600 สั่งปิดโรงเรียนหลายแห่ง

3 พ.ย. 2566 12:40 น.

มลพิษทางอากาศกรุงนิวเดลี ทะลุ 600 สั่งปิดโรงเรียนหลายแห่ง

ชาวกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดีย เผชิญกับหมอกควันพิษหนาทึบ ส่งผลให้โรงเรียนบางแห่งได้รับคำสั่งให้ปิดเป็นเวลา 2 วัน เนื่องจากดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) เข้าสู่ระดับ “รุนแรง” ในหลายพื้นที่

หมอกควันพิษมักปรากฏขึ้นในกรุงเดลีในช่วงฤดูหนาว เนื่องจากอากาศเย็นที่มีมวลหนักดักจับฝุ่นจากการก่อสร้าง มลพิษจากยานพาหนะ และควันจากการเผาตอซังพืชผลในรัฐใกล้เคียง ทำให้ผู้ป่วยทางเดินหายใจมีจำนวนเพิ่มขึ้นในนิวเดลีที่มีประชากร 20 ล้านคน

เมื่อวันศุกร์ ชาวบ้านร้องเรียนว่ามีอาการระคายเคืองตา และคันคอ โดยอากาศเปลี่ยนเป็นสีเทาหนาทึบ เนื่องจากตัวเลขดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ประมาณ 480 ในสถานีตรวจวัดบางจุด ทั้งนี้ ดัชนีคุณภาพอากาศ 0-50 ถือว่าดี ในขณะที่ตัวเลขที่อยู่ระหว่าง 400-500 จะส่งผลต่อคนที่มีสุขภาพดี และเป็นอันตรายต่อผู้ที่มีโรคประจำตัว

กรุงนิวเดลี ติดอันดับเมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในโลกแบบเรียลไทม์เมื่อวันศุกร์ ซึ่งรวบรวมโดย กลุ่มบริษัท ไอคิวแอร์ (IQAir) ของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งทำให้ดัชนีคุณภาพอากาศของเมืองหลวงของอินเดียซึ่งอยู่ที่ 611 ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “อันตราย”

คณะกรรมการเพื่อการจัดการคุณภาพอากาศแห่งภูมิภาค ระบุเมื่อวันพฤหัสบดี (2 พ.ย.) ว่า “สภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย การจุดไฟเผาพื้นที่เกษตรกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และลมตะวันตกเฉียงเหนือที่พัดพามลพิษไปยังนิวเดลี เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ดัชนีคุณภาพอากาศเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน”

เจ้าหน้าที่สั่งให้โรงเรียนประถมศึกษายังคงปิดทำการในวันศุกร์ และวันเสาร์ ขณะที่การก่อสร้างส่วนใหญ่ในพื้นที่นี้ถูกระงับชั่วคราว ด้านซัพพลายเออร์เครื่องฟอกอากาศบางรายกล่าวว่า เกิดปัญหาการขาดแคลนเครื่องฟอกอากาศอย่างมาก เนื่องจากความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างกะทันหัน

นอกจากนั้นในปีนี้ปัญหาคุณภาพอากาศที่แย่ลงได้ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันคริกเก็ตเวิลด์คัพที่อินเดียเป็นเจ้าภาพ โดยเมืองหลวงทางการเงินอย่างมุมไบก็ประสบปัญหาระดับมลพิษพุ่งสูงขึ้นเช่นกัน นอกจากนั้น กรุงนิวเดลี ยังจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกในวันจันทร์นี้ ระหว่างทีมบังกลาเทศ และศรีลังกา

ตามข้อมูลของไอคิวแอร์เมื่อปีที่แล้ว เมืองภิวาดี ทางตอนเหนือของอินเดีย เป็นเมืองที่มีมลพิษมากที่สุดของประเทศ และเป็นอันดับสามของโลก ส่วนกรุงนิวเดลีอยู่ในอันดับที่ 4 ในขณะที่เมืองละฮอร์ของปากีสถาน และเมืองโฮตัน ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ของจีน อยู่ในอันดับต้นๆ เช่นกัน.

ปาเลสไตน์สุดเครียด ทหารอิสราเอลล้อมเมืองกาซาซิตี้ได้แล้ว เตรียมขยี้ฮามาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2737811

ปาเลสไตน์สุดเครียด ทหารอิสราเอลล้อมเมืองกาซาซิตี้ได้แล้ว เตรียมขยี้ฮามาส

3 พ.ย. 2566 12:31 น.

ปาเลสไตน์สุดเครียด ทหารอิสราเอลล้อมเมืองกาซาซิตี้ได้แล้ว เตรียมขยี้ฮามาส

ทหารอิสราเอลล้อมเมืองกาซาซิตี้ ทางตอนเหนือของฉนวนกาซาได้แล้ว เตรียมบุกขยี้กลุ่มฮามาส ขณะที่กองทัพอิสราเอลยืนกราน ยังไม่ยอม’หยุดยิง’ ยุติการโจมตีฉนวนกาซา ถึงแม้ถูกกดดันจากประชาคมโลก


เมื่อ 3 พ.ย. 2566 โฆษกกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) หรือกองทัพอิสราเอล แถลงความคืบหน้าของปฏิบัติการส่งทหารราบบุกฉนวนกาซาภาคพื้นดินว่า ขณะนี้ กำลังทหารอิสราเอลสามารถโอบล้อมเมืองกาซาซิตี้ ทางตอนเหนือของฉนวนกาซาได้แล้ว เพื่อหวังปราบกลุ่มฮามาสให้สิ้นซาก หลังจากกองทัพอิสราเอลส่งทหารราบพร้อมรถถังบุกภาคพื้นดินเข้าไปในฉนวนกาซาเมื่อสัปดาห์ก่อน

โฆษกกองทัพอิสราเอลยังกล่าวด้วยว่า ‘ข้อตกลงหยุดยิงไม่ได้อยู่บนโต๊ะที่จะเจรจา’ ถึงแม้อิสราเอลกำลังถูกประชาคมโลกกดดันอย่างหนักให้ยุติการโจมตีฉนวนกาซาที่ดำเนินมากว่า 3 สัปดาห์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กองทัพอิสราเอลได้โจมตีค่ายผู้ลี้ภัยจาบาเลีย ซึ่งถือเป็นค่ายผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ที่ใหญ่ที่สุดในฉนวนกาซา ตั้งแต่ 31 ตุลาคม จนทำให้พลเรือนชาวปาเลสไตน์ล้มตายกว่า 9,000 ศพแล้ว

กองทัพอิสราเอลส่งทหารพร้อมรถถังบุกภาคพื้นดินเข้าไปในฉนวนกาซา เมื่อ 25 ตุลาคม 2566 หลังกลุ่มฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลช็อกโลกเมื่อ 7 ตุลาคม 2566

ขณะเดียวกัน กองทัพอิสราเอลแถลงว่ามีทหารอิสราเอลสิ้นชีพกว่า 4 นาย ระหว่างการบุกภาคพื้นดินฉนวนกาซา และเกิดการสู้รบกับกลุ่มฮามาส โดยก่อนที่โฆษกกองทัพอิสราเอลจะออกมาแถลงในวันนี้ (3 พ.ย. 2566) ปฏิบัติการส่งทหารบุกภาคพื้นดินเข้าไปในฉนวนกาซาเป็นเหตุให้ทหารอิสราเอลถูกสังหารไปแล้ว 19 นาย และหากนับจำนวนทหารอิสราเอลที่สิ้นชีพจากการสู้รบกับกลุ่มฮามาส นับตั้งแต่บุกโจมตีอิสราเอลเมื่อ 7 ตุลาคมนั้น มีทหารอิสราเอลสิ้นชีพมากกว่า 335 นายแล้ว 

ที่มา : Aljazeera

ราชาเงินคริปโตฯ “แซม แบงก์แมน-ฟรายด์” ถูกตัดสินความผิดฐานฉ้อโกง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2737797

ราชาเงินคริปโตฯ "แซม แบงก์แมน-ฟรายด์" ถูกตัดสินความผิดฐานฉ้อโกง

3 พ.ย. 2566 11:45 น.

ราชาเงินคริปโตฯ “แซม แบงก์แมน-ฟรายด์” ถูกตัดสินความผิดฐานฉ้อโกง

ศาลสหรัฐฯ ตัดสินให้ แซม แบงก์แมน-ฟรายด์ อดีตผู้ก่อตั้งบริษัท เอฟทีเอ็กซ์ ผู้ให้บริการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก มีความผิดฐานฉ้อโกง

แซม แบงก์แมน-ฟรายด์ อดีตผู้ก่อตั้งบริษัท เอฟทีเอ็กซ์ ผู้ให้บริการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลรายใหญ่ ถูกคณะลูกขุนนิวยอร์กตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาฉ้อโกง การยักยอกเงิน และการสมรู้ร่วมคิดทางอาญาทั้ง 7 กระทง

คณะผู้พิจารณาได้มีคำตัดสินดังกล่าว หลังจากการพิจารณาคดีเป็นเวลา 5 สัปดาห์ และตอนนี้แบงก์แมน-ฟรายด์ต้องเผชิญกับโทษจำคุกสูงสุด 110 ปี โดยการพิจารณาคดีจะเกิดขึ้นในภายหลัง

การพิจารณาคดีของรัฐบาลกลางที่กินเวลานานร่วมเดือนถือเป็นบททดสอบสำหรับแบงก์แมน-ฟรายด์ หลังจากคนที่มีความใกล้ชิดที่สุดของเขาบางคนให้การว่าเขาคือกุญแจสำคัญในการตัดสินใจทั้งหมด ที่ส่งผลให้เงิน 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หายไปจากแพลตฟอร์มการซื้อขายเอฟทีเอ็กซ์

แบงก์แมน-ฟรายด์ วัย 31 ปี เคยเป็นดาวรุ่งของอุตสาหกรรมคริปโตฯ จนถึงปลายปีที่แล้ว โดยนิตยสารฟอร์จูน คาดว่าเขามีสินทรัพย์มูลค่า 26,000 ล้านดอลลาร์ ก่อนที่อาณาจักรของเขาจะล่มสลายลงในที่สุด

ในการแถลงการณ์ปิดคดี อัยการแสดงให้เห็นว่าจำเลยเป็นคนฉลาดที่ถูกครอบงำด้วยความโลภ ซึ่งรู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่เมื่อกองทุนเอฟทีเอ็กซ์ถูกส่งไปยังกองทุนเฮดจ์ฟันด์ส่วนตัวของเขาอย่างลับๆ แดเนียล แซสซูน อัยการสหรัฐฯ กล่าวกับคณะลูกขุนว่า “เขามีความทะเยอทะยาน และมีความเย่อหยิ่งที่คิดว่าเขาจะรอดจากการฉ้อโกงได้” ขณะที่ฝ่ายจำเลยกล่าวว่า ลูกความของพวกเขากระทำการโดย “สุจริตใจ” และถูกครอบงำด้วยสถานการณ์และความไร้ความสามารถทางการเงินของผู้ใกล้ชิด ที่ให้การเป็นพยานปรักปรำเขาว่าได้รับการผ่อนปรนจากอัยการ

พยานสำคัญในการพิจารณาคดีคืออดีตเพื่อนร่วมงานของแบงก์แมน-ฟรายด์ และแคโรไลน์ เอลลิสัน แฟนสาวของเขา ที่บอกต่อคณะลูกขุนว่า พวกเขาได้ขโมยเงิน “ประมาณ 14,000 ล้านดอลลาร์” จากลูกค้าของแพลตฟอร์มการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลเอฟทีเอ็กซ์ ก่อนที่มันจะล้มละลายในช่วงปลายปีที่แล้ว.

เงินถูกใช้เพื่อสนับสนุนบริษัท อะลาเมดา ซึ่งเป็นกองทุนป้องกันความเสี่ยงส่วนบุคคลของแบงก์แมน-ฟรายด์ ซึ่งเขาแต่งตั้งเอลลิสัน เป็นซีอีโอ

ในเดือนพฤศจิกายน 2565 อาณาจักรเอฟทีเอ็กซ์เริ่มระส่ำระสาย หลังจากไม่สามารถรับมือกับคำขอถอนเงินจำนวนมากจากลูกค้า ที่มีความตื่นตระหนกเมื่อทราบว่ากองทุนบางส่วนของเอฟทีเอ็กซ์ ถูกนำไปใช้การบริหารที่มีความเสี่ยงโดยอะลาเมดา เงินดังกล่าวยังถูกใช้เพื่อสนับสนุนข้อตกลงร่วมทุน การสนับสนุนทางการเมือง และอสังหาริมทรัพย์ที่หรูหราในบาฮามาส

นอกจากนี้ บริษัทยังทุ่มเงินหลายสิบล้านดอลลาร์ให้กับคนดัง รวมถึง ทอม เบรดี  และ จีเซล บุนด์เชน นางแบบชื่อดัง เพื่อให้เอฟทีเอ็กซ์มีความน่าเชื่อถือ รวมถึงซื้อสิทธิ์ในการตั้งชื่อสนามเหย้าของทีมไมอามี ฮีต.

อยากได้ก็จัดให้ ‘ศรีสุวรรณ’ ร้อง ‘ป.ป.ช.’ ตรวจสอบ ‘ปูอัด’ วันจันทร์นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562658

04 พ.ย. 2566

อยากได้ก็จัดให้ 'ศรีสุวรรณ' ร้อง 'ป.ป.ช.' ตรวจสอบ 'ปูอัด' วันจันทร์นี้

หลักฐานชัด ‘ปูอัด’ ล่วงละเมิดทางเพศ ‘ศรีสุวรรณ’ อาศัย มติก้าวไกล ร้อง ‘ป.ป.ช.’ พิจารณา จริยธรรมนักการเมืองวันจันทร์นี้

บทสรุปบทลงโทษ สส.ของพรรคก้าวไกลที่ถูกกล่าวหาว่าคุกคาม และล่วงละเมิดทางเพศ 2 กรณี ได้ แจ้ สส. ปราจีนบุรี และ ปูอัด สส.กทม. ฝั่งธนบุรี .ในการประชุม สส.และกรรมการบริหารพรรคที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 1 พ.ย ที่ผ่านมา เข้าทาง ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน

ศรีสุวรรณ บอกว่า มติของพรรคก้าวไกลทั้ง 2 กรณีเป็นหลักฐานยืนยันว่า 2 สส.ที่ถูกกล่าวหามีพฤติกรรมคุกคามทางเพศจริง อันถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯอย่างร้ายแรง ตามที่รัฐธรรมนูญ ม.219 กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระร่วมกันกำหนดไว้          

ดังนั้นในวันจันทร์ที่ 6 พ.ย.66 เวลา 10.00 น .องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงจะนำความไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการไต่สวนและมีความเห็นว่าการกระทำของ สส.ดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมฯอย่างร้ายแรงหรือไม่

หากวินิจฉัยว่าฝ่าฝืนจักได้ส่งให้อัยการยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนตำแหน่ง สส.และตัดสิทธิ์ทางการเมืองตามครรลองของกฎหมายต่อไป

ก่อนหน้านี้ องค์กรฯได้ยื่นตรวจสอบจริยธรรม วุฒิพงศ์ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี พรรคเดียวกันนี้มาแล้ว และจะได้นำมติพรรคก้าวไกลไปยื่นเป็นหลักฐานเพิ่มเติม ต่อ ป.ป.ช. ด้วย ขณะที่ ปูอัด ไชยามพวาน สส.กทม.พรรคก้าวไกล เรียกร้องให้มีคนกลางมาตัดสิน

‘ชัยธวัช’ ฟาดแรง ‘ปูอัด ’ไร้สำนึก-ไม่จริงใจ ส่อถก กก.บห.ไล่พ้นพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562645

03 พ.ย. 2566

‘ชัยธวัช’ ฟาดแรง ‘ปูอัด ’ไร้สำนึก-ไม่จริงใจ ส่อถก กก.บห.ไล่พ้นพรรค

ชัยธวัช สุดทนฟาด ‘ปูอัด’ แถลงไร้สำนึกยอมรับผิด ไม่ขอโทษอย่างจริงใจ ก่อความเสียหายซ้ำผู้ถูกกระทำทั้ง 3 ราย จ่อเรียกประชุมด่วน กก.บห.ก้าวไกล ส่อขับพ้นพรรค

เมื่อเวลา 17.41 น. ของวันที่ 3 พ.ย.2566 นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความภายหลังได้ฟังการแถลงของ “ปูอัด” หรือนายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม. พรรคก้าวไกล ซึ่งถูกคาดโทษและตัดสิทธิพึงมี จากกรณีคุกคามทางเพศ มีความเห็นส่วนตัว ว่าแม้ นายไชยามพวาน จะแถลงว่าน้อมรับมติของพรรคและขอโทษ หากเห็นว่าการกระทำของตนเองถือเป็นการคุกคามทางเพศ แต่เมื่อพิจารณาสาระสำคัญในการแถลงแล้ว จะเห็นได้ว่า นายไชยามพวาน ไม่ได้สำนึกหรือยอมรับว่าพฤติการณ์ของตนนั้น เข้าข่ายเป็นการคุกคามทางเพศแม้แต่น้อย และไม่ได้ขอโทษต่อผู้เสียหายอย่างจริงใจ

นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล

ขณะเดียวกัน นายไชยามพวาน นำข้อความของผู้เสียหายรายที่หนึ่งมาแสดงต่อสาธารณะ โดยเจตนาจะแสดงให้เห็นว่า ตนเองกับผู้เสียหายมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ดังนั้น การล่วงเกินทางเพศที่มีต่อผู้เสียหายคนดังกล่าวตามที่ถูกกล่าวหา จึงเกิดขึ้นโดยความยินยอม หรืออย่างน้อยผู้เสียหายก็ไม่ได้แสดงการต่อต้านหรือความไม่พอใจใดๆ หลังเกิดเหตุ ต่อมา ยังได้แสดงข้อมูลเพื่อแสดงให้เห็นว่า การถ่ายรูปและคลิปของผู้เสียหายรายที่ 2 นั้น ไม่น่าจะถือเป็นการคุกคามทางเพศ และสุดท้าย นายไชยามพวาน ยืนยันว่า ตนเองแตะเนื้อต้องตัวผู้อื่นเป็นประจำ การแตะเนื้อต้องตัวผู้เสียหายรายที่สามนั้นเป็นไปในฐานะเพื่อนร่วมงาน ไม่ได้มีเจตนาหรือเป้าประสงค์ทางเพศ

นายชัยธวัช ระบุต่อไปว่า ในฐานะที่เป็นกรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งของพรรคก้าวไกล ขอชี้แจงว่า คณะกรรมการบริหารพรรคทราบข้อเท็จจริงและข้อโต้แย้งข้อกล่าวหาทั้งหมดของ นายไชยามพวาน โดย นายไชยามพวาน พยายามแสดงหลักฐานเพื่อสื่อว่าการล่วงเกินทางเพศต่อผู้เสียหายรายที่ 1 นั้น เกิดขึ้นโดยอีกฝ่ายไม่เคยแสดงอาการไม่ยินยอมใดๆ เลย ซึ่งคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาแล้วเห็นว่า การล่วงเกินทางเพศเกิดขึ้นโดยผู้เสียหายอยู่ในสภาพมึนเมา ย่อมไม่อยู่ในสถานะที่สามารถให้การยินยอมหรือไม่ยินยอมได้ นอกจากนี้ นายไชยามพวาน ยังมีพฤติกรรมที่ส่อเจตนาไม่บริสุทธิ์ โดยการพาผู้เสียหายไปที่คอนโดมีเนียมของตนเอง

สส.ปูอัดสส.ปูอัด

ทั้งนี้ แม้ความสัมพันธ์ระหว่าง นายไชยามพวาน กับผู้เสียหายก่อนและหลังเกิดเหตุการณ์ล่วงเกินทางเพศจะดูเป็นปกติหรือดีต่อกัน แต่ผู้เสียหายรายที่ 1 ไม่เคยยินยอมให้ นายไชยามพวาน มีสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วยอีกเลย เพราะย่อมต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย การมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันไม่ได้หมายความว่าฝ่ายชายสามารถจะมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับฝ่ายหญิงได้ตามใจชอบ อีกทั้งความสัมพันธ์อันดีอาจเกิดจากความต้องการทำงานร่วมกับพรรคและ สส.ของพรรคในอนาคต เมื่อ นายไชยามพวาน ได้เป็น สส.แล้ว ได้ลดการมอบหมายงานให้ผู้เสียหายรายที่ 1 ภายหลังจากที่ผู้เสียหายรายที่ 2 เข้ามาเป็นทีมงาน

สำหรับกรณีผู้เสียหายรายที่ 2 คณะกรรมการบริหารพรรคไม่ได้พิจารณาความผิดจากข้อเท็จจริงเรื่องการถ่ายรูปและคลิปตามที่ นายไชยามพวาน กล่าวถึง เนื่องจากเห็นว่ารับฟังไม่ได้ว่าเป็นการคุกคามทางเพศจริง แต่คณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่า นอกจากจะมีพฤติการณ์แตะเนื้อต้องตัวผู้เสียหายแล้ว ขณะที่ นายไชยามพวาน เป็น สส. ยังได้ชักชวนผู้เสียหายรายที่ 2 ไปต่างจังหวัดสองต่อสอง 2 ครั้ง โดยไม่เกี่ยวข้องกับงานในความรับผิดชอบของผู้เสียหาย ซึ่งผู้เสียหายปฏิเสธทั้ง 3 ครั้ง ขณะที่กรณีผู้เสียหายรายที่ 3 ผู้เสียหายเห็นว่า นายไชยามพวาน มีพฤติกรรมพยายามเข้าหาและพูดคุยในลักษณะที่ทำให้รู้สึกถูกคุกคามทางเพศ จนทำให้ต้องขอลาออกจากทีมงานหลังเข้ามาทำงานได้ไม่ถึง 1 เดือน

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการบริหารพรรค พิจารณาพฤติการณ์และข้อเท็จจริงทั้ง 3 รายประกอบกัน ซึ่งมีลักษณะต่อเนื่องและมีรูปแบบทำนองเดียวกัน จึงเห็นว่า นายไชยามพวาน มีพฤติกรรมคุกคามทางเพศต่อผู้เสียหายทั้ง 3 ราย และล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เสียหาย 1 ราย โดยผู้เสียหายทั้งหมดมีสถานะเป็นอาสาสมัครหรือผู้ช่วยดำเนินงานของ นายไชยามพวาน ซึ่งด้วยความที่ นายไชยามพวาน มีอำนาจหรือสถานะเหนือกว่าผู้เสียหาย สามารถให้คุณให้โทษต่อผู้เสียหายได้ จึงส่งผลให้ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง นายไชยามพวาน กับผู้เสียหายในระยะเวลาหนึ่ง อาจเกิดจากเนื่องจากปัจจัยด้านสถานะการจ้างงาน ความมั่นคงทางรายได้ หรือความต้องการทำงานร่วมกับพรรคและ สส.ของพรรค

อีกทั้ง ข้อเท็จจริงที่ว่า ผู้เสียหายทั้ง 3 ราย เป็นอาสาสมัครและ/หรือผู้ช่วยดำเนินงานของ นายไชยามพวาน ยังส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อระบบอาสาสมัครของพรรค ทำให้การทำงานเป็นอาสาสมัครหรือทีมงานของพรรคไม่เป็นพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งควรต้องปลอดจากการคุกคามหรือล่วงละเมิดทางเพศในทุกรูปแบบ

“ผมเห็นว่า การแถลงของคุณไชยามพวานในวันนี้ นอกจากจะไม่สำนึกยอมรับผิดและขอโทษต่อผู้เสียหายอย่างจริงใจแล้ว ยังอาจเป็นการก่อความเสียหายซ้ำเติมต่อผู้ถูกกระทำทั้ง 3 รายอีกด้วย ดังนั้น หลังจากวันเสาร์นี้ (4 พฤศจิกายน 2566) ผมในฐานะหัวหน้าพรรคก้าวไกล จะเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อให้พิจารณาว่า นายไชยามพวาน กระทำการให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการบริหารพรรคหรือไม่

หากคณะกรรมการบริหารพรรคเห็นว่า คุณไชยามพวาน กระทำการขัดต่อมติของคณะกรรมการบริหารพรรค ก็จะนำไปสู่กระบวนการทางวินัยจากฐานการฝ่าฝืนมติคณะกรรมการบริหารพรรคดังกล่าว อันเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง และหากมีความผิดจริงก็จะนำไปสู่การจัดประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการบริหารกับ สส.ของพรรค เพื่อมีมติให้คุณไชยามพวาน พ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกลหรือไม่ ต่อไป”

กกต.แจงร้อง ‘ทุจริตเลือกตั้ง66’ ยอมรับมีการ ยกคำร้อง ไปจำนวนมาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562639

03 พ.ย. 2566

กกต.แจงร้อง ‘ทุจริตเลือกตั้ง66’ ยอมรับมีการ ยกคำร้อง ไปจำนวนมาก

แสวง บุญมี แจง กกต. วินิจฉัยเรื่องร้องเรียน ‘ทุจริตเลือกตั้ง66’ กันทุกสัปดาห์ ยอมรับมีการยกคำร้องไปจำนวนมาก ลั่นไม่ใช่เป็นการร้องเพื่อกลั่นแกล้งกัน มองในแง่ดี ให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบ ทำให้การเลือกตั้งสุจริต

นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เปิดเผย ถึงเรื่องร้องเรียนการเลือกตั้งสส.ปี2566 หรือ “ทุจริตเลือกตั้ง66” ที่ผ่านมากว่า 6 เดือน ว่า กกต.มีการพิจารณาเรื่องร้องเรียนทุจริตเลือกตั้งกันทุกสัปดาห์ ถ้าเรื่องที่ไม่สลับซับซ้อน กกต.ก็จะมีมติไม่รับบ้าง ยกคำร้องไปบ้าง แล้วก็จะเหลือเรื่องที่ต้องพิจารณาให้ได้ข้อเท็จจริง จนให้สิ้นกระแสความ

นายแสวง บุญมี เลขาฯ กกต.นายแสวง บุญมี เลขาฯ กกต.

“ อย่างที่บอกว่าการพิจารณาเรื่องการทุจริตเลือกตั้ง กฎหมายได้ออกแบบการทำงานให้เกิดความเป็นธรรม กับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ซึ่งแต่ก่อนเราเคยใช้มาตรฐานคดีเลือกตั้ง แค่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า เราก็ส่งเรื่องให้ศาลตัดสิน แต่ว่ากฎหมายใหม่นั้น ถ้าจะส่งศาลต้องให้ปราศจากข้อสงสัย”

กล่าวคือ มาตรฐานคดีอาญา เพราะถ้าจะให้ใบแดง ต้องดำเนินคดีอาญาด้วย ต้องเรียกค่าใช้จ่ายด้วย หมายความว่าการส่งคดีให้ศาลต้องเป็นไปตามมาตรฐานคดีอาญา

ส่วนที่มีการยกคำร้องไปกว่า 270 คำร้องนั้น ผู้ที่ร้องอาจมองเป็นการกลั่นแกล้งกันได้หรือไม่ นายแสวง อธิบายว่า เรื่องการเลือกตั้งมองได้หลายมิติ อาจจะเป็นการมาช่วยกันตรวจสอบการเลือกตั้ง การทำให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแส ไม่ได้เป็นการมองว่าเขาร้องเรียนเท็จหรือมากลั่นแกล้งกัน 

เพราะเมื่อเราไปสอบตอนที่เขามาร้อง หรือเมื่อมีเหตุให้ต้องมาร้องเรียนนั้น ก็คงมีเหตุให้สงสัยว่ามีการกระทำความผิดจริงๆ เป็นเรื่องที่ดีที่คนถูกร้องก็จะได้มาพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ได้กระทำผิด

ส่วนคนที่มาร้องก็ไม่ได้มีเจตนาไม่ดี เราก็ถือว่าเป็นเรื่องดี ที่ทำให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์และเที่ยงธรรม

‘ปูอัด’ แถลงเปิดใจขอโทษ 3 คู่กรณี ยันยัง ‘ไม่ลาออก’ รอ กกต.ตัดสิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562627

03 พ.ย. 2566

‘ปูอัด’ แถลงเปิดใจขอโทษ 3 คู่กรณี ยันยัง ‘ไม่ลาออก’ รอ กกต.ตัดสิน

‘ปูอัด’ ไชยามพวาน สส.ก้าวไกล แถลงเปิดใจครั้งแรก หลังถูกพรรคก้าวไกล ลงมติคาดโทษ หอบหลักฐาน แจงยิบทั้ง 3 กรณี พร้อมขอโทษทั้งคู่กรณี-สส.ก้าวไกล ยันยังไม่ลาออก รอ กกต.ตัดสิน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 3 พ.ย.2566 ที่สำนักงาน สส.เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร “ปูอัด” หรือ นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล แถลงข่าวเปิดใจเป็นครั้งแรก เพื่อปฏิบัติตามคำสั่งของกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล หลังถูกลงโทษกรณีคุกคามทางเพศ ว่า ตนได้รับเอกสารจากพรรคก้าวไกล เมื่อคืนนี้ โดยขอให้ตนยอมรับและขอโทษต่อสังคม และชดเชยเยียวยาผู้เสียหายทั้ง 3 ราย

‘ปูอัด’ แถลงเปิดใจขอโทษ 3 คู่กรณี ยันยัง ‘ไม่ลาออก’ รอ กกต.ตัดสิน
‘ปูอัด’ แถลงเปิดใจขอโทษ 3 คู่กรณี ยันยัง ‘ไม่ลาออก’ รอ กกต.ตัดสิน

ตนตั้งใจมาชี้แจงและนำเสนอหลักฐานต่อประชาชน ในข้อกล่าวหาตามคำร้องของผู้ร้อง ตนได้ส่งให้กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล(กก.บห.) พิจารณาแล้ว หากเป็นการคุกคามทางเพศ โดยใช้อำนาจบีบบังคับจริง ให้ตนต้องขอโทษสังคมและพร้อมยอมรับในมติพรรค โดยมีผู้ร้อง 3 คน ขอชี้แจงดังนี้

‘ปูอัด’ แถลงเปิดใจขอโทษ 3 คู่กรณี ยันยัง ‘ไม่ลาออก’ รอ กกต.ตัดสิน

กรณีผู้ร้องที่ 1 ระบุมีการใช้อำนาจคุกคามทางเพศ ซึ่งเป็นผู้ช่วยทำพื้นที่ในเขตจอมทอง โดยได้เปิดเผยข้อความในแชท ซึ่งมีการพูดคุยดูแลกันมาตลอด มีช่วยเหลือเรื่องเงิน และเนคไทอันนี้ก็เป็นของพ่อของเขา ในส่วนนี้ตนจะไปชี้แจงต่อ ป.ป.ช.เพิ่มเติม ตนได้แจ้งต่อกรรมการวินัยพรรคไปแล้ว

‘ปูอัด’ แถลงเปิดใจขอโทษ 3 คู่กรณี ยันยัง ‘ไม่ลาออก’ รอ กกต.ตัดสิน

กรณีผู้ร้องที่ 2 ขอชี้แจงว่าคลิปผูกเนคไทและรูปดังกล่าว จัดทำขึ้นเพื่อเป็นคอนเทนต์ลงโซเชียลว่าเราเป็น สส.หน้าใหม่ ผูกเนคไทไม่เป็น ส่วนภาพอื่นๆส่งให้ผู้ร้องลงโซเชียล จากคลิปอัดไว้ มีการสนทนากับตนตลอด เห็นจากเงามีผู้ช่วยคนอื่นอยู่ด้วยไมไ่ด้อยู่กับเพียงสองคน ส่วนสลิปเป็นเงินช่วยเหลือระหว่างการว่างงาน

กรณีผู้ร้องที่ 3 แตะเนื้อต้องตัวเป็นการคุกคามทางเพศ ตนทราบตัวเองดีว่าเวลาลงพื้นที่ ตนมีการสัมผัสตัวคนอื่นค่อนข้างมาก แต่ไม่มีเป้าประสงค์ทางเพศ และการสัมผัสเป็นการแตะตัวในฐานะเพื่อนร่วมงาน หากตนผิดพลาดที่อาจเป็นการคิดไม่รอบคอบว่าแต่ละคนอาจมีขอบเขตการยอมรับแตกต่างกัน ตนขออภัยมา ณ ที่นี้

หากการกระทำของตนทำให้ผู้ร้องไม่สบายใจ และไม่เปิดให้ผู้ร้องสะท้อนความรู้สึกไม่สบายใจนั้นไม่ดีพอ ตนขออภัยและจะระมัดระวังตัวให้มากขึ้น

ตนเคารพในการตัดสินใจมติพรรค ฝากสื่อและประชาชนพิจารณาตามเอกสารด้วยว่าเป็นพฤติกรรมคุกคามทางเพศและเข้าข่ายหรือไม่ และท้ายที่สุดขอโทษเพื่อนๆที่ทำให้พรรคมีรอยร้าวขึ้นมา ขอโทษประชาชนในพื้นที่ที่วันนี้เพิ่งนำหลักฐานมาให้ทราบ และหลังจากเสร็จแถลงข่าว ตนจะไปลงพื้นที่ต่อ เพื่อประชาชนที่ตนรักทุกคน

‘ปูอัด’ แถลงเปิดใจขอโทษ 3 คู่กรณี ยันยัง ‘ไม่ลาออก’ รอ กกต.ตัดสิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการพูดถึงผู้ร้องแต่ละกรณี นายไชยามพวาน ได้ลุกขึ้นโค้งขอโทษ และมีดวงตาแดงกล่ำ เสียงสั่นเครือ ตลอดเวลา

‘ปูอัด’ แถลงเปิดใจขอโทษ 3 คู่กรณี ยันยัง ‘ไม่ลาออก’ รอ กกต.ตัดสิน
‘ปูอัด’ แถลงเปิดใจขอโทษ 3 คู่กรณี ยันยัง ‘ไม่ลาออก’ รอ กกต.ตัดสิน

เมื่อถามว่า จะยังทำหน้าที่ สส.ต่อ ไม่ลาออกแน่นอนใช่หรือไม่ นายไชยามพวาน กล่าวว่า “มีบางท่านไปร้องตนที่ กกต. ตอนนี้อยู่ในกระบวนการที่ กกต.จะเรียกไปสอบสวน ขอพูดอีกครั้งว่า เมื่อ กกต.ตรวจสอบ ถ้าผมบริสุทธิ์ ก็ต้องว่าไปตามบริสุทธิ์ แต่ถ้าผมผิดอย่างสิ้นข้อสงสัย ในการพิจารณาตรงนี้ ผมก็พร้อมที่จะพิจารณาลาออกจากพรรคก้าวไกล”

‘ปูอัด’ แถลงเปิดใจขอโทษ 3 คู่กรณี ยันยัง ‘ไม่ลาออก’ รอ กกต.ตัดสิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ปูอัด” ใช้เวลาแถลงเปิดใจ ตั้งแต่เวลา 13.30 น.-14.07 น.ถึงลุกออกจากจุดสัมภาษณ์ ปรากฏว่ามีประชาชนในพื้นที่เขตจอมทอง กรุงเทพฯ จำนวนมากมาฟังการแถลงเปิดใจของ “สส.ปูอัด” และต่างทยอยลุกเดินมาแตะมือ และสวมกอดให้กำลัง สส.ปูอัด

‘ปูอัด’ แถลงเปิดใจขอโทษ 3 คู่กรณี ยันยัง ‘ไม่ลาออก’ รอ กกต.ตัดสิน