‘ปอย ตรีชฎา’อวดลุคชุดเจ้าสาวสุดปัง จากแบรนด์ดัง วนัช กูตูร์ ขึ้นปกนิตยสาร L’officiel Wedding

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/766473

'ปอย ตรีชฎา'อวดลุคชุดเจ้าสาวสุดปัง จากแบรนด์ดัง วนัช กูตูร์  ขึ้นปกนิตยสาร L'officiel Wedding

‘ปอย ตรีชฎา’อวดลุคชุดเจ้าสาวสุดปัง จากแบรนด์ดัง วนัช กูตูร์ ขึ้นปกนิตยสาร L’officiel Wedding

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.32 น.

แม้ว่าสาวสวย ปอย ตรีชฎา เพชรรัตน์ จะเป็นเจ้าสาวป้ายแดงไปแล้ว แต่ลุคชุดแต่งงานของเธอในวันนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในใจของใครหลาย ๆ คน วันนี้สาวปอยจึงมาอวดลุคชุดแต่งงานขึ้นปกนิตยสาร   L’officiel Wedding ให้แฟน ๆ ได้ชมกันอีกครั้ง ด้วยผลงานสุดสร้างสรรค์ของสองแบรนด์ดังอย่าง  ห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ และ  แบรนด์ไฮจิวเวลรีชื่อดังระดับโลก “คาร์เทียร์” ที่เหล่าซุปตาร์ดาราทั่วฟ้าเมืองไทย ได้เลือกสวมใส่ออกงานสำคัญต่าง ๆ มากมาย

 ซึ่งชุดเจ้าสาวของห้องเสื้อ วนัช กูตูร์ ในคอลเลกชันนี้ เน้นความเรียบโก้หรูหรามีสไตล์แบบโอต์ กูตูร์ อย่างชัดเจน งานดีไซน์ของชุดเจ้าสาวถูกออกแบบไว้ได้สวยงามเหมาะสมกับเครื่องประดับแต่ละชุดของ คาร์เทียร์ได้อย่างลงตัวและสวยสมบูรณ์แบบมาก ๆ เป็นการรวมตัวของสองแบรนด์ดังที่นำเสนอผลงานออกมาได้อย่างน่าประทับใจมากทีเดียว  โดยเฉพาะชุดไฮไลท์ทั้ง 2 ชุด ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในตอนนี้ แต่ละชุดจะสวยงดงามหรูหราตระการตาขนาดไหนไปชมกันเลยค่า

 เดรสยาวแขนกุดสีขาวออฟไวท์ทรงเอไลน์ กระโปรงเล่นเลเยอร์ตกแต่งคริสตัลดีเทลชายกระโปรงด้วยผ้าลูกไม้ฝรั่งเศส สร้อยคอและสร้อยข้อมือประดับเพชร คอลเลกชัน Pluie de Cartier แหวนประดับเพชร

เดรสยาวเกาะอกสีขาวออฟไวท์ทรงสอบและ overskirt ระบายด้านข้างตกแต่งดิ้นทองและคริสตัลสีทอง สร้อยคอและสร้อยข้อมือพิงก์โกลด์ประดับเพชร คอลเลกชัน Agrafe

ติดตามผลงานชุดวิวาห์ของทางห้องเสื้อวนัช กูตูร์ ได้ผ่านช่องทาง facebook.com/vanuscouture  หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-0024895, 02-0024896, 086-491-5445 และ  Line: @ vanuscouture

4 นักเรียน SCA สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย คว้าแชมป์ดนตรีระดับโลก WCOPA ประเทศสหรัฐอเมริกา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/766472

4 นักเรียน SCA สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย คว้าแชมป์ดนตรีระดับโลก WCOPA ประเทศสหรัฐอเมริกา

4 นักเรียน SCA สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย คว้าแชมป์ดนตรีระดับโลก WCOPA ประเทศสหรัฐอเมริกา

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.30 น.

นักเรียน Superstar Academy  ได้แก่ ด.ช. ภูริภัค รักสัตย์ ( เตอร์เตอร์ ),ด.ญ.ลฎาภา ชาญจรูญจิต( ซิดนีย์ ) , ด.ช.ทัตภณ อมรชัยนนท์ ( ตุนตุน ) วง “JIGSAW” สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในงานประกวด World Championships of Performing Arts (WCOPA) เป็นเวทีการแข่งขันศิลปะการแสดงทุกแขนง ทั้งร้องเพลง เล่นดนตรี เต้น เดินแบบ ที่ใหญ่ที่สุดและได้รับการยอมรับมาตรฐานเวทีหนึ่งของโลก ใครที่อยากพิสูจน์ความสามารถกว่าจะได้ไปถึงเวทีนี้ไม่ใช่ง่ายๆเพราะต้องผ่านการคัดเลือกจาก WCOPA ของประเทศนั้นๆเพื่อเป็นตัวแทนประเทศไปแข่งขัน ซึ่งเวทีนี้เปรียบเสมือนแข่งโอลิมปิคด้านศิลปะการแสดง และในปีนี้การแข่งขัน World Championships of Performing Arts จัดเป็นครั้งที่ 26 ณ Anaheim ประเทศสหรัฐอเมริกา 

ซึ่งที่ผ่านมาคนไทยที่เข้าสู่รอบ Grand Final ยังไม่เคยมีใครได้รางวัลประเภทร้อง  โดยน้องๆ ได้รางวัลชนะนักร้องรุ่นจูเนียร์แบบกลุ่มยอดเยี่ยม ระดับโลก ประจำปี 2023 (Grand Champion Junior Vocal Group of The World) ในงาน World Championships of Performing Arts ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ ด.ญ. เจมม่า ฮัทชินสัน (เจมม่า) นักเรียน SCA ได้เข้าร่วมประกวดงาน Asia students arts festival 2024 ได้รางวัล preliminary vocal, Thailand จัดโดย firsteducation HongKong  ณ ประเทศฮ่องกง

โดย ธนภูมิ เกียรติสงคราม ประธานผู้บริหาร CEO (Chief Executive Officer) วิทยาลัยดนตรีและศิลปะการแสดง SCA Superstar College of Arts  เผยว่าทางสถาบัน Super star Academy  รู้สึกดีใจและภูมิใจที่เห็นนักเรียน SCA ได้เข้าประกวดและคว้ารางวัลระดับโลกสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยทางสถาบัน SCA พร้อมสนับสนุนนักเรียน SCA ทุกคน เมื่อมีนักเรียนอยากไปประกวดเวทีทั้งประเทศไทยและต่างประเทศทางสถาบัน SCA มีอาจารย์มากความสามารถและประสบการณ์คอยสอนแนะนำเทคนิคด้านดนตรีศิลปะการแสดง  ร้องเพลง และการเต้นให้นักเรียน SCA  ได้เตรียมความพร้อมสำหรับการประกวดทั้งในประเทศไทยและต่างเทศทางสถาบันภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในสร้างเยาวชนที่มีความสามารถด้านดนตรีให้ทั่วโลกได้รับรู้ว่าเด็กไทยเก่งและมีความสามารถทาง SCA มีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้านดนตรี ให้มีมาตรฐานระดับนานาชาติ”

‘เก้า สุภัสสรา’เปิดโหมดฮอต สวมบิกินีสีหวานดำน้ำที่เกาะเต่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/766465

'เก้า สุภัสสรา'เปิดโหมดฮอต สวมบิกินีสีหวานดำน้ำที่เกาะเต่า

‘เก้า สุภัสสรา’เปิดโหมดฮอต สวมบิกินีสีหวานดำน้ำที่เกาะเต่า

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.10 น.

1 พ.ย.66 เป็นนักแสดงสาวสวยที่ช่วงนี้ดูฮอตไม่เบาจริงๆ สำหรับ “เก้า สุภัสสรา ธนชาต” ดาราสาววัย 28 ปี ขวัญใจวัยรุ่น ที่ช่วงนี้มักจะมีภาพสวยๆ แซ่บๆ ให้แฟนๆ ได้ติดตามผ่านอินสตาแกรมอยู่บ่อยๆ

ล่าสุด เก้า สุภัสสรา ก็ได้แชะภาพในชุดบิกินีสีสันสดใส ที่แอบโชว์เนินอกขาวเนียนเบาๆ แต่เซ็กซี่หนักมา ขณะที่ไปเที่ยวพักผ่อนที่เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อนทำภาระกิจสอบดำน้ำ เรียกว่าทั้งสวยทั้งเก่งจริงๆ

ซีนใหญ่’จั๊กจั่น-หนูนา’ระบำเทพบันเทิงหน้าเมรุ หลอนเห็นภาพปริศนาสวมชฎาจมกองเลือด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/766455

ซีนใหญ่'จั๊กจั่น-หนูนา'ระบำเทพบันเทิงหน้าเมรุ หลอนเห็นภาพปริศนาสวมชฎาจมกองเลือด

ซีนใหญ่’จั๊กจั่น-หนูนา’ระบำเทพบันเทิงหน้าเมรุ หลอนเห็นภาพปริศนาสวมชฎาจมกองเลือด

วันพุธ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 13.54 น.

หลอนต่อแบบไม่มีพัก สำหรับอีพี 7 ของ เรือนชฎานาง ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง8ที่งานนี้ จั๊กจั่น อคัมย์สิริ สุวรรณศุข และหนูนา หนึ่งธิดา โสภณ ต้องมาสวมชุดรำ ตัวพระ- ตัวนางจัดเต็ม เพื่อรำหน้าไฟให้ “พิม พิมพ์พรรณ” ในการแสดงชุด ระบำเทพบันเทิงโดยมี “นิว วงศกร ปรมัตถากร” ตีระนาดเอกให้ เรียกว่านักแสดงทั้งสามคนเฝ้าซุ่มซ้อมรำ และ ตีระนาด มาอย่างดีเพื่อถ่ายทอดการแสดงในฉากใหญ่ฉากนี้ให้ได้อรรถรสมากที่สุด และชุดที่ใส่ก็ยิ่งส่งให้มีความขลังทำให้ฉากนี้ดูน่ากลัวจนอาจจะสร้างภาพจำหลอน ๆ ให้กับแฟนละครจนติดตาเลยทีเดียว

เป็นฉากที่ ชฎาพร(จั๊กจั่น)และ ชฎาพลอย(หนูนา)นําขบวนรถเข็นศพของสินี(พิม)สมาชิกของตระกูลศุภนาฏจรัล(กบ ทรงสิทธิ์),ชฎาเพชร(นนนี่ ณัฐชา), รัชพล(อ่ำ อัมรินทร์)คณา(ฝน สรวงสุดา) และ ประไพ(อ๋อม สกาวใจ), ราเมศ(ไผ่ พาทิศ) ปูน(ภูมิ ภูริพันธ์), พัดชา,(แอริน สิรีภรณ์ตั้งแถวเตรียมนำศพเวียนรอบเมรุธรรม์(นิว วงศกร)ที่ตีระนาดเอกอยู่ ชฎาพรและชฎาพลอยโชว์รําให้สินีเป็นครั้งสุดท้ายแต่จู่ๆตาชฎาพร กลับเห็นสินียืนอยู่ที่มุมหนึ่งที่บันไดเมรุก็ตกใจ

เบื้องหลังความอลังการในงานนี้ก็หนีไม่พ้นฉากระบำเทพบันเทิงหน้าไฟ ซึ่งใช้เวลาในการถ่ายทำ นานถึง 2 วัน ตั้งแต่ตะวันขึ้น จนถึงพระอาทิตย์ตกดินกันเลยทีเดียว และสำหรับความเหน็ดเหนื่อยนั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะเหล่านักแสดงต้องใช้ความอดทนอย่างเต็มพิกัด บวกกับอากาศที่ร้อนจัดเกือบสี่สิบองศา และเป็นลานกว้าง ที่ไม่มีร่มไม้กำบัง ทำเอานักแสดง ทั้งจั๊กจั่น หนูนา และ นิว แทบจะลมจับกันเลยทีเดียว แต่ทุกคนก็สู้ไม่ถอยตั้งใจซักซ้อมกันเป็นพิเศษ  เพราะอยากให้ภาพและท่าทางการรำออกมาถูกต้องสวยงามที่สุด  เมื่อทุกอย่างพร้อม เริ่มถ่ายจริงทันที จั๊กจั่น และ หนูนา ก็เริ่มจีบนิ้ว  ไปพร้อมๆ  กับท่าทางกรีดกรายร่ายรำ  ย่ำเท้าและโยกตัวไปตามบทเพลงอย่างอ่อนช้อย ซ้ายที ขวาที  ด้านนิวก็ตั้งใจตีระนาดตามจังหวะเพลง ระบำเทพบันเทิง ด้วยท่าทางที่ชำนาญ ทำให้บรรยากาศยิ่งดูยิ่งใหญ่ สร้างความสมจริงให้กับละครอย่างเต็มพิกัด แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อจั๊กจั่นเห็นวิญญาณแม่ของตัวเอง และชฎาที่เธอสวมใส่ก็ค่อย ๆ บีบรัดเร้าไปกับจังหวะเสียงระนาด จนเลือดไหลท่วมหน้า งานนี้จะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นอีก หรือเหยื่อรายต่อไปคือ ชฎาพร ตามดูต่อได้ในละครเรือนชฎานางวันพุธที่ 1 พฤศจิกายน 2566 เวลา 18.00 น. และ เวลา 22.15 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27  หรือสามารถรับชมย้อนหลังที่แรกที่เดียวที่ TrueID ผ่าน 3 ช่องทางแอปพลิเคชัน, เว็บ และกล่อง TrueID TV ดูฟรีทุกเครือข่าย

เกษตรฯบูรณาการพัฒนาบึงบอระเพ็ด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766879

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามแผนพัฒนาบึงบอระเพ็ดและการเตรียมความพร้อมในการรับมือภัยแล้งเอลนีโญ พร้อมรับฟังปัญหาด้านการเกษตร ที่บึงบอระเพ็ด ต.พระนอน อ.เมือง จ.นครสวรรค์ โดยให้แนวทางการบริหารจัดการน้ำเพิ่มเติมว่าต้องการพัฒนาให้บึงบอระเพ็ดสามารถเก็บกักน้ำให้ได้มากที่สุด เพิ่มพื้นที่ในการขุดลอกบึงบอระเพ็ดให้มากขึ้น รวมทั้งขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยใหญ่ อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ ให้เป็นแหล่งเก็บกักน้ำในฤดูน้ำแล้ง และเป็นแหล่งหน่วงน้ำใช่ช่วงฤดูน้ำหลาก ก่อนจะไหลลงแม่น้ำสายหลัก โดยประสานกับกระทรวงเกษตรทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ กรมชลประทาน มีแผนพัฒนาและฟื้นฟูบึงบอระเพ็ดออกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ ด้านที่ 1 บริหารจัดการ/การเข้าใช้ประโยชน์ ด้านที่ 2 การแก้ไขปัญหาภัยแล้งและสร้างความมั่นคงด้านน้ำ ด้านที่ 3 คุณภาพตะกอนและรักษาระบบนิเวศ และด้านที่ 4 การจัดการน้ำท่วมบรรเทาอุทกภัย

“พื้นที่ดังกล่าวยังไม่มีการพัฒนาอย่างจริงจังเนื่องจากเป็นพื้นที่ในการดูแลซ้ำซ้อนกันระหว่างจังหวัดนครสวรรค์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงเกษตรฯจึงต้องมาขับเคลื่อนและพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยเน้นย้ำว่าทุกภาคส่วนต้องทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรและประชาชนในจังหวัดนครสวรรค์มากที่สุด” รมว.เกษตรฯ กล่าว

นอกจากนี้ รมว.เกษตรฯ ได้ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ได้แก่ ปลาตะเพียนทองขนาด 7 เซนติเมตร 200,000 ตัว กุ้งก้ามกรามขนาด 2-3 เซนติเมตร 200,000 ตัว ปลาตะเพียนวัยอ่อน 2,000,000 ตัว(ปล่อยแบบ mobile hatcherry)และปลาชะโอน ขนาด 5-10 เซนติเมตร 500 ตัว พร้อมแจกเอกสารสิทธิเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01)รวม 20 ราย

สงขลา เปิดศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติธรรมชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766881

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ถ.เตาอิฐ อ.เมือง จ.สงขลา นายวันชัย ปริญญาศิริ นายกเทศมนตรีนครสงขลา เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจการป้องกันและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และโคลนดินถล่ม ประจำปี 2566

ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยฯ เป็นศูนย์อำนวยการเตรียมความพร้อมไว้รับสถานการณ์ตั้งแต่ยามปกติ เป็นศูนย์การวางแผน สั่งการ วิเคราะห์สถานการณ์ ควบคุมการปฏิบัติงานในการแก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัยพิบัติตลอด 24 ชั่วโมง รับแจ้งเหตุเดือดร้อนพร้อมแก้ไขปัญหา การแจกกระสอบทรายการสนับสนุนน้ำดื่มและน้ำสะอาด รวมถึงเครื่องอุปโภค-บริโภคต่างๆ ที่จำเป็นเมื่อเกิดเหตุซึ่งประชาชนที่อาศัยในเขตพื้นที่ตำบลบ่อยางเขตเทศบาลนครสงขลา สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือ ได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 074-311016, 074-312700 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธี โดยประธานในพิธีได้ตรวจเยี่ยมความพร้อมของกำลังเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ และได้ให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งได้มอบชุดอุปกรณ์ที่ในการปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยแก่เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจฯ และตัวแทนเจ้าหน้าที่ประจำเขต ทั้ง 4 เขต จากนั้นได้ร่วมกันกดสัญญาณปล่อยแถวเจ้าหน้าที่และขบวนรถเพื่อออกปฏิบัติหน้าที่ประจำเขตตามที่ได้รับมอบหมายต่อไป เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ในการป้องกันการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ที่ประสบภัย เมื่อเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ให้เป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพทันต่อเหตุการณ์

เมืองสามหมอกเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766883

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย นายสมชาย ลีหล้าน้อย รอง ผวจ. นายปกรณ์ จีนาคำ สส.แม่ฮ่องสอน พรรคพลังประชารัฐ ว่าที่ร้อยตรีภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน, นางสาวมัลลิกา จีนาคำ นายกเทศมนตรีเมืองแม่ฮ่องสอน หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมกันประชาสัมพันธ์เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวต้อนรับลมหนาว ส่งเสริมการท่องเที่ยว จ.แม่ฮ่องสอน สร้างการรับรู้ไปยังกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งเป็นการเปิดถนนคนเดิน ณ ริมสวนสาธารณะหนองจองคำ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ไปจนถึงเดือนมีนาคม 2567 โดยภายในงานประกอบด้วย การแสดงศิลปวัฒนธรรม ในรูปแบบ Street Show ซึ่งเป็นการเดินแสดงบริเวณถนนคนเดิน และมีการแถลงทิศทางการท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอนในรูปแบบการเสวนา นำโดย นายเชษฐา โมสิกรัตน์ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน, ว่าที่ร้อยตรีภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน, และนางสาวมัลลิกาจีนาคำ นายกเทศมนตรีเมืองแม่ฮ่องสอน จากนั้นมีพิธีเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน มีการแสดงของศิลปิน “ไม้เมือง” สลับกับการแสดงศิลปะวัฒนธรรมของชาวแม่ฮ่องสอน อาทิ กิงกะหร่านก โต ระบำไต และการจับสลากรางวัลให้แก่ผู้เข้าร่วมงาน และจับสลากรางวัลให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง ช่วง Green Season ของ ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน ร่วมกับสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ในกิจกรรม Beyond Flying ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม – 31 ตุลาคม 2566 โดยได้รับการสนับสนุนรางวัลตั๋วโดยสารเครื่องบินจากสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ในเส้นทาง แม่ฮ่องสอน – ลำปาง – กรุงเทพฯ จำนวน 2 รางวัล และยังได้รับการสนับสนุนจากธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จังหวัดแม่ฮ่องสอนอีกด้วย

รมว.เกษตรฯประชุมบริหาร ขับเคลื่อนงานเห็นผลใน3เดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766884

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมนำเสนอโครงการสำคัญ Flagship Project เพื่อขับเคลื่อนนโยบายตามกลุ่มภารกิจต่างๆ ได้แก่ กลุ่มงานภารกิจด้านบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อการผลิต กลุ่มภารกิจด้านพัฒนาการผลิต กลุ่มภารกิจด้านส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรและระบบสหกรณ์ และส่วนราชการที่ไม่ได้อยู่
ภายใต้กลุ่มภารกิจ รัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชน โดยมี นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรฯ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ และหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯเข้าร่วม

ส่วนการดำเนินงานของกลุ่มงานภารกิจด้านบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อการผลิต ประกอบด้วย กรมชลประทาน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กรมพัฒนาที่ดิน และกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กลุ่มภารกิจด้านพัฒนาการผลิต ประกอบด้วย กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว และกรมหม่อนไหม กลุ่มภารกิจด้านส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรและระบบสหกรณ์ ประกอบด้วย กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ส่วนราชการที่ไม่ได้อยู่ภายใต้กลุ่มภารกิจ ประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) นอกจากนี้ยังมีการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัด ทั้งรัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชน อาทิ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อสค.) องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ฯลฯ โดย รมว.เกษตรฯ เน้นย้ำการดำเนินงานให้เห็นผลเป็นรูปธรรม สามารถวัดผลได้ภายในระยะ 3 เดือน อย่างไรก็ดี ต้องมีการพูดคุยและปรับรูปแบบการทำงาน เพื่อให้มีการพัฒนาและปรับปรุงการทำงานอย่างต่อเนื่อง

ไทย-มาเลเซียจับมือ หารือร่วมทำMOU งานด้านการเกษตร พัฒนาหลายสาขา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766876

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ หารือความร่วมมือด้านการเกษตรกับนายโมฮัมหมัด ซาบุ (H.E. Datuk Seri Haji Mohamad bin Sabu) รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและความมั่นคงอาหารของมาเลเซีย โดยมีนายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ น.ส.ลดา ภู่มาศ เอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ นายถาวร ทันใจ รองอธิบดีกรมประมง นายประภาส ภิญโญชีพรองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ผอ.สำนักการเกษตรต่างประเทศ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตาและเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงเกษตรฯเข้าร่วม ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

สำหรับการหารือร่วมกันในครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายเห็นควรพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการและการค้าสินค้าเกษตรระหว่างกันให้เพิ่มมากขึ้นรวมถึงการอำนวยความสะดวกทางการค้าทั้งสินค้าพืชประมงและปศุสัตว์ โดยเฉพาะการส่งออกโคเนื้อ และแพะของไทย นอกจากนี้มาเลเซีย ประสงค์จะนำเข้าข้าวและไก่จากไทยเพิ่มขึ้นด้วย

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันที่จะเร่งรัดจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตรเพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านการเกษตรในหลายสาขาที่สนใจร่วมกันในอนาคตอันใกล้นี้

ชาวจันทบุรีสั่งรากทุเรียน พันธุ์หมอนทอง800ต้น โตเร็วผลดกเนื้ออร่อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766877

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร้านปาดแม่โจ้พันธุ์ไม้ สาขาปริก ต.ปริก อ.สะเดา จ.สงขลา ได้มีชาวจังหวัดจันทบุรี นำรถบรรทุกพ่วง ป้ายจังหวัดจันทบุรี มาบรรทุกต้นทุเรียนเสริมรากถึง 3 ราก พันธุ์หมอนทอง จำนวน 800 ต้น หลังจากที่ศึกษา และติดตามดูชาวจันทบุรี และติดตามทางช่องยูทูบของปาดแม่โจ้พันธุ์ไม้ พบว่าผู้ที่สั่งซื้อทุเรียนหมอนทองเสริมราก 3 หรือ 4 ราก จากร้านดังกล่าว เมื่อนำไปปลูกที่จังหวัดจันทบุรีแล้วพบว่าต้นทุเรียนเสริมรากโตเร็วและให้ผลผลิตมาก เนื้อทุเรียนก็อร่อย จึงตัดสินใจสั่งทุเรียนเสริมรากจากร้านปาดแม่โจ้พันธุ์ไม้ วันนี้จึงได้นำรถบรรทุกพ่วงขับลงมารับต้นกล้าทุเรียนเสริมราก 3 ราก จำนวน 800 ต้น 

ทางด้าน นายเผชิญศักดิ์ สาสุธรรม เจ้าของร้าน ปาดแม่โจ้พันธุ์ไม้ กล่าวว่า “ทุเรียนเสริมรากผมทำมา ตอนนี้ก็ปีที่ 4 ปีที่ 5 แล้ว เริ่มจากเราทำ และก็จำหน่ายลอตแรกที่เราส่งไปจันทบุรีเป็นลูกค้าที่นำไปปลูกทดลองประมาณ ร้อยสองร้อยต้น ชุดนั้นเขาได้ผลผลิต ลูกค้ารายเดิมท่านนั้นนะครับสั่งทางร้านเรามาตลอดทุกปี ปีนี้ก็มีปีนี้สั่งไป 400 ต้น ย้อนกลับทีแล้วสั่ง 500 ต้นทุกปี เพราะว่าเขาเอาไปปลูกโตเร็ว โตเร็วมาก แล้วก็ติดลูกดี อีกอย่างหนึ่งก็คือหลังจากติดลูก หรือหลังจากการเก็บเกี่ยว ต้นจะไม่ค่อยโทรม เพราะรากที่เราเสริมเข้าไป เป็นการช่วยหาอาหารมาเลี้ยงต้น ทำให้ต้นแข็งแรงสมบูรณ์”