‘ธรรมนัส’ลงพื้นที่แก้ปัญหา จัดการอุทกภัยจ.ตากอย่างยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766878

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการและพบปะประชาชน เกษตรกร อ.สามเงา และ อ.บ้านตาก หลังจากรับผลกระทบจากน้ำท่วมก่อนหน้านี้ ซึ่ง จ.ตาก มีพื้นที่ 5 อำเภอ ที่ได้รับผลกระทบ แบ่งเป็นด้านพืช เกษตรกรได้รับผลกระทบ 3,268 ราย พื้นที่คาดว่าจะเสียหายทั้งข้าว 7,643 ไร่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์6,843 ไร่ มันสำปะหลัง 1,025 ไร่ ไม้ผล(กล้วยและฝรั่ง) 1,500 ไร่ พืชผัก 71 ไร่รวม 17,011 ไร่ ด้านปศุสัตว์ เกษตรกรได้รับผลกระทบ 201 ราย สัตว์ (โค) 3,213 ตัวด้านประมง เกษตรกรได้รับผลกระทบ 1,066 ราย พื้นที่บ่อดินเสียหาย 547 ไร่

สำหรับการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น กรมชลประทาน ได้ติดตามสถานการณ์และแก้ปัญหาระยะยาว นอกจากนี้กรมปศุสัตว์ ได้มอบเสบียงอาหารสัตว์หญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรด้วยทำให้ปัจจุบันสถานการณ์ได้เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ทั้งนี้ กรมชลประทาน มีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำใน จ.ตาก ที่ดำเนินแล้วเสร็จรวม 34 แห่ง แบ่งเป็น โครงการขนาดกลาง17 แห่ง ความจุรวม 87.30 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) และโครงการขนาดเล็ก 17 แห่ง ความจุรวม 6.17 ล้าน ลบ.ม.

อย่างไรก็ดี กรมชลประทาน มีแผนพัฒนาแหล่งน้ำที่สำคัญของ จ.ตาก 5 แผน ได้แก่ 1.อ่างเก็บน้ำห้วยฉลอม (อ.บ้านตาก) 2.อาคารบังคับน้ำบ้านแม่ยะ(อ.บ้านตาก) 3.โครงการระบบผันน้ำจากเขื่อนภูมิพลไปยังฝั่งตะวันออกสู่คลองแม่ระกา จ.ตาก (อ.เมือง) 4.โครงการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำในลุ่มน้ำวัง จ.ตาก (อ.สามเงา และ อ.บ้านตาก) และ 5.อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ปะแล้ง (อ.แม่สอด) โดยอ่างเก็บน้ำห้วยฉลอม (อ.บ้านตาก) มีแผนดำเนินการในปี 2567 ระยะเวลาโครงการ 4 ปี (พ.ศ.2567–2570) เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร ในพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อ.เมือง อ.บ้านตาก และ อ.สามเงา มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 9,000 ไร่ปัจจุบันได้มีการดำเนินงานออกแบบแล้วเสร็จ พร้อมทั้งมอบกรมชลประทาน ศึกษาและออกแบบเพิ่มเติมทั้งในโครงการที่เหลือ ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

ในการนี้ รมว.เกษตรฯ ได้มอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.4-01) อ.สามเงา และ อ.บ้านตาก 10 ราย 10 แปลง เนื้อที่69-2-59 ไร่ มอบถุงยังชีพ 500 ถุง มอบข้าวสาร บรรจุ 5 กิโลกรัม 500 ถุง มอบชุดผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพของกรมพัฒนาที่ดิน/น้ำหมักฮอร์โมน พด.2/ สารบำบัดน้ำเสียซุปเปอร์ พด.6/ น้ำหมักไล่แมลง พด.7 และมอบเมล็ดพันธุ์พืชผัก 1,000 ชุด

เกษตรฯจัดทำงบฯ ยึดนโยบายรัฐบาล ช่วยเหลือเกษตรกร สร้างรายได้เพิ่มขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766781

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรฯ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ประชุมหารือการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 ร่วมกับนายอนันต์ แก้มกำเนิด รอง ผอ.สำนักงบประมาณ และคณะ ที่กรมชลประทาน ถนนสามเสน

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า การจัดสรรงบประมาณจะทำให้การขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรฯ ดำเนินการตามเป้าหมายได้ ซึ่งมุ่งดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายของนายกรัฐมนตรี ในการตั้ง GDP มีเป้าหมายต้องสามารถเพิ่มรายได้ให้พี่น้องเกษตรกร 3 เท่า ในระยะเวลา 4 ปี โดยนโยบายที่เกี่ยวข้องด้านการเกษตร ประกอบด้วย 1.นโยบายพิทักษ์รักไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ 2.นโยบายแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และ 3.นโยบายระยะกลาง ระยะยาว “สร้างรายได้ สร้างโอกาส และสร้างคุณภาพชีวิต” อย่างไรก็ดี กระทรวงเกษตรฯ พร้อมที่จะนำนโยบายของรัฐบาลมาขับเคลื่อนเพื่อให้เห็นผลเป็นรูปธรรม และนำงบประมาณมาใช้ให้เกิดประโยชน์และความคุ้มค่ามากที่สุด

ด้านนายอนุชากล่าวว่า นโยบายกระทรวงเกษตรฯ จะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาภาคการเกษตร และนำประโยชน์ไปสู่พี่น้องเกษตรกร ซึ่งหากภาคการเกษตรสำเร็จ จะสามารถเป็นเม็ดเงินตั้งต้นในการพัฒนาประเทศต่อไป อย่างไรก็ดี พร้อมจะขับเคลื่อนงานตามนโยบายของรมว.เกษตรฯ ให้บรรลุเป้าหมาย

‘เกษตร-พาณิชย์’ติดตามความคืบหน้ามาตรการบริหารจัดการข้าวเปลือกนาปี 2566/67

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766944

'เกษตร-พาณิชย์'ติดตามความคืบหน้ามาตรการบริหารจัดการข้าวเปลือกนาปี 2566/67

‘เกษตร-พาณิชย์’ติดตามความคืบหน้ามาตรการบริหารจัดการข้าวเปลือกนาปี 2566/67

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 19.03 น.

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2566 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมนโยบายคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) โดยมี นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว​ ผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยในที่ประชุมได้พิจารณามาตรการบริหารจัดการข้าวเปลือกนาปี 2566/67 ได้แก่ 1) สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี และ 2) การชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการเก็บสต็อก ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้กรมการข้าว และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมจัดทำข้อมูลเพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาต่อไป

– 006

‘ชาวนาพิจิตร’พ้อ ข้าวราคาลง ขอรัฐบาลเร่งหนุนเงินช่วยไร่ละ 1 พันบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766681

'ชาวนาพิจิตร'พ้อ ข้าวราคาลง ขอรัฐบาลเร่งหนุนเงินช่วยไร่ละ 1 พันบาท

‘ชาวนาพิจิตร’พ้อ ข้าวราคาลง ขอรัฐบาลเร่งหนุนเงินช่วยไร่ละ 1 พันบาท

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 10.41 น.

‘ชาวนาพิจิตร’เร่งเก็บเกี่ยวข้าวแข่งกับราคาที่ลดลงวันต่อวัน ขอรัฐบาลเร่งสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ไว้เป็นค่ารถเก็บเกี่ยวข้าว ลดต้นทุนการทำนา

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2566 จากกรณีที่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) มีมติเห็นชอบ 4 มาตรการ รักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก และช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ปีการผลิต 2566/2567 วงเงิน 69,043.03 ล้านบาท โดยหนึ่งในมาตรการจะมีการให้เงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาทด้วย ขณะที่ชาวนา อ.สามง่าม จ.พิจิตร เร่งนำรถลงเก็บเกี่ยวข้าวที่กำลังให้ผลผลิต ส่งขายโรงสี แข่งกับราคาข้าวที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง เหลือราคาขาย ตันละ 9,600-9,700 บาท  จากเมื่อเดือนที่ผ่านมา ราคาขายอยู่ที่ตันละ 11,000 -12,000 บาท แต่ปัจจุบันกลับมีราคาลดลง และสวนทางกับราคาข้าวสารที่มีการปรับสูงขึ้น จึงขอให้รัฐบาล เร่งให้การช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยว หรือสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ไร่ละ 1,000 บาทไว้เป็นค่ารถเก็บเกี่ยวข้าว ลดต้นทุนการทำนา   

โดยนายคำรณ รักษา ชาวนาหมู่ที่ 2 ต.รังนก อ.สามง่าม จ.พิจิตร กล่าวว่า ราคาข้าวในช่วงนี้ลดลง เหลือไม่ถึงตันละ 10,000 บาท ซึ่งแตกต่างจากราคาที่ผ่านมา มีการปรับราคาสูงถึงตันละ 11,000 -12,000 บาท จึงอยากให้รัฐบาลช่วยในเรื่องราคาข้าว รวมถึงค่าเก็บเกี่ยว ไร่ละ 1,000 บาท อย่างน้อย เงินช่วยเหลือที่ได้มา ไว้เป็นค่ารถเก็บเกี่ยวข้าว ลดต้นทุนการทำนา     

สำหรับราคาข้าว ในปัจจุบัน ข้าวเปลือกเจ้า มีราคาขายอยู่ที่ตันละ 9,600-9,700 บาท  และมีแนวโน้มลดลง ในส่วนข้าวหอมมะลิ ซึ่งอยู่ระหว่างรอเก็บเกี่ยว และมีแนวโน้มราคาลดลง ชาวนาส่วนใหญ่ อยากให้ช่วยเหลือเรื่องราคาข้าวหอมมะลิให้มีราคาสูง เนื่องจากใช้เวลาการปลูกที่ยาวนาน รวมถึงประสบปัญหาภัยแล้ง และน้ำท่วมตลอดระยะเวลาของการเพาะปลูก แต่กลับมีราคาตกต่ำสวนทางกลับราคาข้าวสารในปัจจุบัน —017

‘ไชยา’ถกรัฐมนตรีอาเซียนด้านเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/766776

วันพฤหัสบดี ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ร่วมประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 45 (45th ASEAN Ministers on Agriculture and Forestry : AMAF) และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ที่โรงแรม Grand Hyatt Kuala Lumpur กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อหารือด้านการเกษตรและป่าไม้ของอาเซียน ในโอกาสนี้ รมช.เกษตรฯ กล่าวสนับสนุนนโยบายในกรอบอาเซียนด้านการเกษตรที่สอดคล้องกับนโยบายด้านการเกษตรของไทย ที่ให้ความสำคัญกับแนวปฏิบัติทางการเกษตรที่ยั่งยืนเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร การปรับตัวและรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการดำเนินการด้านการเจรจาการเกษตรของ ASEAN Negotiating Group on Agriculture หรือ ANGA ภายใต้กรอบสนธิสัญญาสหประชาชาติด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(UNFCCC) ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ผลักดันความร่วมมือด้าน e-SPS ให้มีการเชื่อมต่อและใช้งานจริงระหว่างกันโดยเร็ว รวมทั้งผลักดันความร่วมมือด้าน traceability และ rapid alertsystem ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้า ยกระดับความเชื่อมั่น

สำหรับการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียน-ญี่ปุ่น ด้านการเกษตรและป่าไม้ ที่ประชุมเห็นชอบการจัดทำแผนความร่วมมือมิโดริ อาเซียน-ญี่ปุ่น เพื่อเสริมสร้างระบบการเกษตรและอาหารที่ยั่งยืนผ่านนวัตกรรม เพื่อประกันความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ประเทศไทย ยังสนับสนุนนโยบายส่งเสริมการผลิตและพัฒนาอุตสาหกรรมทางเลือกที่เกี่ยวข้องกับโปรตีน โดยหวังว่าจะได้รับความร่วมมือด้านโปรตีนทางเลือกภายใต้แผนความร่วมมือมิโดริที่ส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ด้านการเกษตรกรรมที่ยั่งยืนซึ่งสอดคล้องกับโมเดล BCG และแผนความร่วมมือมิโดริ

‘กรุงทองพลาซา’จัดบิ๊กเซอร์ไพรส์ กับกิจกรรมสุดพิเศษ ‘ควงซุปตาร์ ตะลุยช้อปฟรี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766980

'กรุงทองพลาซา'จัดบิ๊กเซอร์ไพรส์  กับกิจกรรมสุดพิเศษ 'ควงซุปตาร์ ตะลุยช้อปฟรี'

‘กรุงทองพลาซา’จัดบิ๊กเซอร์ไพรส์ กับกิจกรรมสุดพิเศษ ‘ควงซุปตาร์ ตะลุยช้อปฟรี’

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 13.30 น.

กรุงทองพลาซา ศูนย์ค้าส่งเครื่องแต่งกายสาวพลัสไซซ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ จัดกิจกรรมสุดพิเศษ “ควงซุปตาร์ ตะลุยช้อปฟรี” เอาใจขาช้อป เพื่อแทนคำขอบคุณและคืนกำไรให้ลูกค้าที่สนับสนุนด้วยดีตลอดมา โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณอัญชลี ตันติวงษากิจ กรรมการผู้จัดการ ห้างกรุงทองพลาซา ให้การต้อนรับและให้ข้อมูล พร้อมพบกับแขกรับเชิญสุดพิเศษ อย่าง ณเดชน์ คูกิมิยะ ซุปตาร์สุดฮอต ที่มาร่วมพูดคุย และสร้างประสบการณ์สุดประทับใจแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับลูกค้าของกรุงทองพลาซา โดยมีแขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน ร่วมงานเป็นจำนวนมาก ณ กรุงทองพลาซา

คุณอัญชลี ตันติวงษากิจ กรรมการผู้จัดการ ห้างกรุงทองพลาซา กล่าวว่า สำหรับธุรกิจค้าปลีกและส่งเสื้อผ้าย่านประตูน้ำยังมีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง ทั้งที่ตั้งทำเลที่มีศักยภาพ รวมถึงยังมีดีมานด์ของลูกค้า ทั้งจากคนไทยและชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งห้างกรุงทองพลาซาได้รับการตอบรับที่ดีทั้งจากร้านค้า และลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง เพราะกรุงทองพลาซาเป็นแหล่งที่สามารถรองรับความต้องการในการเลือกซื้อสินค้า เสื้อผ้า เครื่องแต่งกายได้อย่างครบครัน โดยเฉพาะสาวพลัสไซส์ และเพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้าที่ให้การสนับสนุนด้วยดีมาตลอด รวมถึงคืนกำไรให้ลูกค้า     ทุกท่าน จึงได้จัดบิ๊กแคมเปญสุดพิเศษ “ควงซุปตาร์ ตะลุยช้อปฟรี” ซึ่งเป็นแคมเปญสำคัญแห่งปีของบริษัทฯ และยังถือเป็นการตอกย้ำของกรุงทองพลาซาในการเป็นศูนย์ค้าส่งเครื่องแต่งกายสาวพลัสไซซ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

“สำหรับกิจกรรม “ควงซุปตาร์ ตะลุยช้อปฟรี” ในครั้งนี้ บริษัทฯ ยังได้ชวน ณเดชน์ คูกิมิยะ ซุปตาร์สุดฮอต ที่มีแฟนคลับมากมายทุกเพศทุกวัย มาร่วมสร้างความสนุกและความประทับใจ ซึ่งนอกจากกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ผู้โชคดีของ
กรุงทองพลาซาจะได้ควงแขนซุปตาร์ช้อปปิ้งภายในกรุงทองพลาซา ฟรี ! มูลค่า 10,000 บาทแล้ว ยังมีกิจกรรมเกมสนุก ๆ       อีกมากมาย ที่นำมาคืนกำไรให้แก่ลูกค้าทุกคน นอกจากนี้ทางบริษัทฯ ยังได้ส่งต่อความสุข คืนกำไรสู่สังคม กับการประมูลเสื้อที่ได้ออกแบบโดยณเดชน์ คูกิมิยะ ซึ่งมีเพียงตัวเดียวในโลก โดยรายได้จากการประมูล ทางกรุงทองพลาซายังได้ทำการสมทบทุนเพิ่มเติม เป็นยอดเงินบริจาคจำนวน 100,000 บาท เพื่อนำไปมอบให้มูลนิธิร่วมกตัญญูต่อไป” คุณอัญชลี กล่าว

ฉลองครบรอบ 4 ปี ‘ยูเรนัส คลินิก’จัดงาน ‘4thMeet&Greet’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766977

ฉลองครบรอบ 4 ปี 'ยูเรนัส คลินิก'จัดงาน '4thMeet&Greet'

ฉลองครบรอบ 4 ปี ‘ยูเรนัส คลินิก’จัดงาน ‘4thMeet&Greet’

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 13.28 น.

เส้นทางสายความงามไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป ไม่ว่าจะวงการไหน ๆ ล้วนต้องมีการแข่งขันเพื่อสร้างจุดเด่นและสร้างความแตกต่าง แบรนด์ความงามอาจจะไม่จำเป็นต้องดูแลแค่ความสวย เพราะทุกวันนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหม่ ไลฟ์สไตล์และความต้องการที่มีการปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ การปรับตัวตามเทรนด์ ค้นหากลยุทธ์ต้องรวดเร็วและทันท่วงที “ยูเรนัส คลินิก” กับระยะเวลา 4 ปี แม้จะเป็นเวลาไม่นานนัก แต่จากกระแสตอบรับทำให้ต้องปรับแผนขยายอาณาจักรความงามเพิ่มขึ้นกว่าแผนเดิมที่ได้วางไว้เพื่อให้ทันกับความต้องการของผู้ที่มาใช้บริการ มั่นใจเดินหน้า สร้างแบรนด์ด้วยกลยุทธ์ Beautytainmentเชื่อมั่นว่าความสวยต้องมาพร้อมความสุข ดึงศิลปิน-ดาราแถวหน้า ร่วมงานคับคั่ง

ในวันที่ 31 ตุลาคม 2566 ยูเรนัส คลินิก ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการความงาม โดยจัดโชว์เต็มรูปแบบ เนรมิต MCC Hall The Mall Nagmwongwanให้เป็นเวทีสุดอลังการ มีทั้งโชว์พิเศษ กิจกรรมเซอร์ไพรส์แฟนคลับและคอนเสิร์ตจัดเต็มให้บรรดาลูกค้าของ ยูเรนัส คลินิก จากทุก ๆ ที่ ได้มาร่วมสนุกและมีความสุข ถือเป็นกิจกรรมส่งท้ายเดือนที่สร้างความสุขและความประทับใจ ทั้งผู้มาร่วมงานและผู้จัดงานได้แบบเต็มหัวใจ  ภายในงานมีทั้งพรีเซนเตอร์ร่วมด้วยดาราศิลปินมากมาย อาทิ  รถเมล์ คะนึงนิจ,อาเล็ก ธีรเดช, เข้ม หัสวีร์, ยูโร ยศวรรธน์,พิ้งพลอย ปภาวดี,กระทิง ขุนณรงค์,ภณ ณวัสน์, กุน กิตติคุณ, เกี๊ยก วัทธิกร, ฟ้าใส ปวีณสุดา, บิ๊นท์ สิรีธร,ฮาน่า ลีวิส, สกาย มาเรีย,ธ๊อป ณฐนน,คิม ธิติสรรค์ และปิดท้ายโชว์ด้วยคอนเสิร์ตจากดีว่าตัวแม่ นิว-จิ๋ว ที่มามอบความสุขส่งท้าย

“ยูเรนัส คลินิก” ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตัวเอง มุ่งเน้นความต้องการลูกค้าผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ มอบประสบการณ์ความงามแบบ Private Luxury ที่ยังคงเป็นมาตรฐานและหัวใจสำคัญในการให้บริการ สร้างความแตกต่าง New Beauty มุมมองใหม่ ๆ ของแบรนด์ความงามไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในคลินิก แต่รวมไปถึงกิจกรรมที่มีส่วนร่วมกับลูกค้า  More Space การขยายอาณาจักรความงามให้ครอบคลุมความต้องการการใช้บริการทั่วประเทศมากยิ่งขึ้น For All อาณาจักรความงามที่ตอบโจทย์ทุกเซกเม้นต์ ทุกเพศ ทุกวัย ไม่จำกัดไลฟ์สไตล์ทั้งความต้องการด้านความงาม รวมไปถึงการดูแลสุขภาพ เปิดประสบการณ์ใหม่ในการดูแลตัวเองให้ดูดีได้ยิ่งกว่า สัมผัสการให้บริการที่แตกต่าง เติมเต็มความสุขทุกครั้งเมื่อมาใช้บริการ เพราะความสวย..คู่ความสุข ต้องที่ “ยูเรนัส คลินิก” เท่านั้น https://www.facebook.com/uranusclinic.th/โทร.02-0778980

ไขความลับหน้าเด็ก!’บีม-ออย’ปลื้มรับงานคู่ผลิตภัณฑ์ฯ JIL WINK by Dr.JiLLวิตามินผิวที่ดูแลผิวคุณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766975

ไขความลับหน้าเด็ก!'บีม-ออย'ปลื้มรับงานคู่ผลิตภัณฑ์ฯ JIL WINK by Dr.JiLLวิตามินผิวที่ดูแลผิวคุณ

ไขความลับหน้าเด็ก!’บีม-ออย’ปลื้มรับงานคู่ผลิตภัณฑ์ฯ JIL WINK by Dr.JiLLวิตามินผิวที่ดูแลผิวคุณ

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 13.27 น.

ไม่บอกก็คงไม่รู้กับเคล็ดลับหน้าเด็กของคุณพ่อคุณแม่ลูกสี่สำหรับ “บีม กวี ตันจรารักษ์” และภรรยาคนสวย “ออย อฏิพรณ์ จิตต์ธรรม” ที่ใส่ใจดูแลตัวเองยังไงให้ไม่เหมือนคนในวัยเลข 4  เพราะตารางชีวิตที่ทั้งคู่ต้องทำงานเกือบจะทุกวัน และยังต้องดูแลลูกแฝดถึง 4 คน แทบไม่มีเวลาดูแลตัวเองล่าสุดได้มาร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว “Dr.JiLL(ดร.จิล)” ด้วยการเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “JIL WINK (จิล วิงซ์)”  วิตามินผิวที่ดูแลผิวคุณ พร้อมชู “เซร่า ออร่า เอ็กซ์” สารสกัดเข้มข้นจากข้าวญี่ปุ่น พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร JIL WINK by Dr.JiLLณ โรงแรมสยามเคมปินสกี้

โดยบรรยากาศภายในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร JIL WINK มีแขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนเดินทางมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ซึ่งงานนี้ทางพรีเซนเตอร์คนใหม่ล่าสุด “บีม กวี ตันจรารักษ์” ควงภรรยา “ออย อฏิพรณ์ จิตต์ธรรม”  ได้มาร่วมพูดคุย ทักทายสื่อมวลชนอย่างเป็นกันเอง พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์ ที่มาช่วยทำให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น กระจ่างใส พร้อมสุขภาพผิวที่ดีขึ้น และบอกเล่าประสบการณ์ที่มีโอกาสได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น เพื่อเยี่ยมชมโรงงานผลิตสารสกัด เซร่า ออร่า เอ็กซ์ ที่สกัดเข้มข้นจากข้าวญี่ปุ่น 80,000 กก.

บีม กวี เผยว่า “เราดีใจมากๆ ที่วันนี้เราได้เข้ามาเป็นครอบครัว Dr.JiLLเราสองคนได้มีโอกาสไปดูโรงงานที่ผลิตสารสกัด เซร่า ออร่า เอ็กซ์ ซึ่งเป็นสารสกัดหลักที่สำคัญมากๆ ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร JIL WINK เราเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปไกลถึงประเทศญี่ปุ่น จะบอกว่าเรื่องมาตรฐานคุณภาพการผลิตต่างๆ ญี่ปุ่นเค้าเคร่งครัดมากๆ และที่น่าทึ่งมากๆ เราได้เข้าไปดูกระบวนการผลิต กว่าจะได้สารสกัดเซร่า ออร่า เอ็กซ์  1 กิโลกรัมนั้นเขาต้องใช้ข้าวญี่ปุ่นจากฮอกไกโดมากถึง 80,000 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าเป็นสารสกัดเซราไมด์ที่เข้มข้นที่สุดในท้องตลาดในตอนนี้เลย  ที่สำคัญทีมนักวิจัยมีเอกสารการทดสอบจำนวนโดสที่แนะนำสำหรับ เซร่า ออร่า เอ็กซ์ เพื่อให้เห็นผลที่ชัดเจน คือ 6 มิลลิกรัม ซึ่ง เป็นปริมาณ ที่อยู่ใน JIL WINK 1 แคปซูลพอดี”

ออย อฏิพรณ์ เผยว่า “ที่อยากนำเสนอมากๆ ก็คือ JIL WINK เขาใช้นวัตกรรม Double capsule ถือว่าเป็นสุดยอดนวัตกรรมของวงการผิวในตอนนี้เลยนะคะ เพื่อคงคุณค่าของสารสกัดให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเขาจะแตกตัวถึง 2 ครั้ง และเพิ่มความสามารถในการการดูดซึม เพื่อผลลัพธ์ผิวที่ดีมากขึ้น เห็นผลได้ชัดเจนมากขึ้น แนะนำ ทาน JIL WINK หลังตื่นนอน ตอนท้องว่าง 1-2 แคปซูล   เพื่อ ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น กระจ่างใส สุขภาพดีนะคะ”

สำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร JIL WINK ดับเบิ้ลแคปซูล (DOUBLE CAPSULES Technology) ที่รวมสารสกัดในรูปแบบผง และน้ำมันไว้ในที่เดียวช่วยคงคุณค่าสารสกัดและช่วยให้ดูดซึมได้ดียิ่งขึ้น มีสารสกัดสุดพรีเมียมเพื่อผิวสุขภาพดี โดยมี CeraAuraX™ (เซร่า ออร่า เอ็กซ์ ) สารสกัดจากข้าวญี่ปุ่น 6 มิลลิกรัมเต็มโดสตามงานวิจัย

ซึ่งผ่านการทดสอบคุณภาพจากประเทศญี่ปุ่น พร้อมด้วย Sea Buckthorn Oil (น้ำมันซีบัคทอร์น) Grape Seed Oil (น้ำมันเมล็ดองุ่น) และ Astaxanthin (สารสกัดจากสาหร่ายสีแดง) Coenzyme Q10  (โคเอมไซม์ คิวเทน) ทั้งหมดรวมไว้ใน 1 แคปชูล เพื่อผลลัพธ์ของผิวที่นุ่ม ชุ่มชื้น กระจ่างใส สุขภาพดี สามารถรับประทานหลังตื่นนอน ตอนท้องว่าง 1-2 แคปซูล (ควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ)

ติดตามเรื่องราวดีๆ ของครอบครัวสุดน่ารัก พรีเซนเตอร์ JIL WINK (จิล วิงซ์) วิตามินผิวที่ดูแลผิวคุณ พร้อมติดตามโปรโมชั่น และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.drjill.co.th Line @JIL56, Shopee, Lazada, Tiktok shop และตัวแทนจำหน่ายของ Dr.JiLLทั่วประเทศ

ไปรษณีย์ไทยเปิดสตอรี่แสตมป์ที่แพงที่สุดดวงเดียวในโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766803

ไปรษณีย์ไทยเปิดสตอรี่แสตมป์ที่แพงที่สุดดวงเดียวในโลก

ไปรษณีย์ไทยเปิดสตอรี่แสตมป์ที่แพงที่สุดดวงเดียวในโลก

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 07.00 น.

รู้หรือไม่ว่าในวงการศิลปะอย่างแสตมป์ ก็มีผลงานที่เปรียบได้กับผลงานโมนาลิซาด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งแสตมป์ชิ้นนั้นก็คือ The British Guiana 1c magenta หรือถ้าเรียกในชื่อไทยก็คือ แสตมป์สีม่วงแดง 1 เซ็นต์ บริติชกีอานา ดวงตราไปรษณียากรที่มีราคาแพงที่สุดในโลก ด้วยสถิติราคา 8,307,000 USD หรือราว 300 ล้านบาท และที่สำคัญคือมีเหลือเพียงดวงเดียวในโลก

เป็นเรื่องที่น่าดีใจและตื่นเต้นอย่างมากที่แสตมป์ดวงนี้ กำลังจะถูกนำมาจัดแสดงที่งานแสดงตราไปรษณียากรโลก 2566 ที่ไปรษณีย์ไทย โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เฉลิมฉลองครบรอบ 140 ปี เพื่อทำให้คนไทยได้เห็นสิ่งที่หาชมยากของโลก และเป็นไกด์ไลน์ให้ทุกคนได้มีโอกาสสะสมแสตมป์ที่แน่นอนว่าในอนาคตจะมีมูลค่าหรืออาจจะประเมินค่าไม่ได้

ด้านหน้าแสตมป์บริติชกีอานา

สำหรับแสตมป์สีม่วงแดง1 เซ็นต์ บริติชกีอานา เป็นแสตมป์ที่มีราคาสูงที่สุดในโลกที่นักสะสมทั่วโลกให้การยอมรับ โดยแสตมป์ดวงนี้กำเนิดขึ้นที่บริติชกายานา ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ และในปัจจุบันก็คือประเทศกายานานั่นเอง โดยแสตมป์ดวงนี้ถูกพิมพ์ที่สำนักงานราชกิจจานุเบกษา ในจอร์จ ทาวน์ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอาณานิคมในยุคนั้น ถูกพิมพ์ออกมาแบบหยาบๆ ด้วยวิธีการพิมพ์แบบง่ายๆ ทำให้ในยุคนั้นจำเป็นต้องหาวิธีป้องกันการปลอมแปลงด้วยการให้เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์เซ็นชื่อแบบย่อลงบนดวงแสตมป์ก่อนที่จะนำออกมาใช้งานในอัตราค่าฝากส่งสำหรับ 1 เซ็นต์ ซึ่งเป็นอัตราค่าฝากส่งสำหรับหนังสือพิมพ์ที่ฝากส่งภายในเมืองเท่านั้น

ส่วนสาเหตุที่ว่ากันว่าสิ่งที่ทำให้แสตมป์ดวงนี้มีความหายาก และเหลืออยู่เพียงดวงเดียว เพราะว่าในยุคนั้นไม่มีใครคิดเก็บแสตมป์ที่ติดอยู่บนหนังสือพิมพ์ ส่วนใหญ่อ่านแล้วก็จะถูกทิ้งหรือถูกทำลายไปตามกาลเวลานั่นเอง

ด้านหลังแสตมป์บริติชกีอานา

ในมิติทางศิลปะ แสตมป์ดวงนี้มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแต่ถูกตัดที่มุมทั้งสี่ออกจึงมีลักษณะเป็นแปดเหลี่ยม ไม่ปรุรูพิมพ์ด้วยหมึกดำลงบนกระดาษสีม่วงแดง หรือสี Magenta และประกอบด้วยภาพเรือใบ มีคำขวัญภาษาละตินของอาณานิคมที่ว่า “Damus Petimus QueVicissim” เราให้และจะหวังผลตอบแทนอยู่ตรงกลางภายในกรอบสี่เหลี่ยม บริเวณขอบบนล่างพิมพ์ชื่อประเทศ BRITISH GUIANA และขอบซ้ายขวาพิมพ์ชนิดราคา ONE CENT มีลายเซ็นอยู่ด้านซ้ายพร้อมอักษรย่อ EDW และประทับตราไปรษณีย์ “DEMERARAAP 4 1856”

อีกความน่าสนใจก็คือ แสตมป์ชิ้นนี้ ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 1873 โดยเด็กชายชาวสก็อตที่อายุเพียงแค่ 12 ปีเท่านั้น แล้วสมบัติชิ้นนี้ก็ถูกเด็กชายคนเดียวกันขายออกไปด้วยราคา 6 ชิลลิ่ง เพราะเขามีความเชื่อว่าน่าจะหาดวงใหม่ที่มีสภาพที่ดีกว่านี้ได้อีก อย่างไรก็ตาม แสตมป์ดวงนี้ยังมีประวัติการถูกขายต่อๆ กันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเป็นจำนวนถึง 12 ครั้ง และราคาครั้งสุดท้ายถูกซื้อโดยบริษัท สแตนลีย์ กิบบอนส์ จำกัด ประเทศอังกฤษ ไปในราคา 8,307,000 USD เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2021 ซึ่งแสตมป์ The British Guiana 1c magenta ไม่ได้เป็นเพียงแสตมป์ที่มีมูลค่าในทางศิลปะ และเป็นสมบัติชิ้นเอกของโลกเท่านั้น แต่แสตมป์ชิ้นนี้ยังซ่อนเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ซ่อนเส้นทางการสื่อสาร และสะท้อนวิวัฒนาการการเชื่อมให้คนถึงกันในอดีตอีกด้วย

นักสะสมและผู้ที่สนใจ สามารถมาชื่นชมแสตมป์ The British Guiana 1c magenta ได้ที่งาน “POSTiverse” 140 ปี ไปรษณีย์ไทย และงานแสดงตราไปรษณียากรโลก 2566 ระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน-3 ธันวาคม 2566 ณ ไปรษณีย์กลาง บางรัก ซึ่งภายในงานยังมีแสตมป์ที่จะถูกรวบรวมจากทั่วทุกมุมโลกมาจัดแสดงให้สายอาร์ต สายประวัติศาสตร์ สายสะสม หรือจะสายฮอปเปอร์สามารถมาท่องจักรวาลแห่งแสตมป์ และใครที่อยากเรียนรู้วิธีสะสมแสตมป์ให้มีมูลค่าก็สามารถมาเรียนรู้ได้ที่งานนี้เช่นเดียวกัน

ติดตามข่าวสารไปรษณีย์ไทยเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ : http://www.thailandpost.co.th เฟซบุ๊ก : บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด

ภูฟ้า อัญเชิญ ส.ค.ส. และพรพระราชทาน‘ปีมะโรงงูใหญ่’ของ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766797

ภูฟ้า อัญเชิญ ส.ค.ส. และพรพระราชทาน‘ปีมะโรงงูใหญ่’ของ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

ภูฟ้า อัญเชิญ ส.ค.ส. และพรพระราชทาน‘ปีมะโรงงูใหญ่’ของ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ในปีมะโรง 2567 ที่กำลังจะมาถึงนี้ ร้านภูฟ้าขออัญเชิญพรพระราชทานของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี พระราชทานแด่พสกนิกรชาวไทยทุกคนเพื่อเป็นสิริมงคลของชีวิตใหม่ในปี “มะโรงงูใหญ่” 2567 นี้ จากกลอนพระราชทานปีมะโรงงูใหญ่ จะเห็นตามคติความเชื่อของคนไทยคนจีน คำว่า งูใหญ่ อาจหมายรวมถึง พญานาค และ มังกร ที่มีอิทธิฤทธิ์ มีอำนาจและสามารถดลบันดาลให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาลยังความสมบูรณ์พูนสุขให้เกิดแก่ประชาชนชาวไทยทุกผู้ทุกนาม จนมีแต่ความสุขสนุกสนานตลอดปีมะโรงงูใหญ่ พุทธศักราช 2567 ที่ใกล้เข้ามาแล้ว

ในปีแห่งความสมบูรณ์พูนสุขและเป็นสิริมงคลยิ่งนี้ ทางร้านภูฟ้าจึงได้ขอพระราชทานพระราชานุญาต สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีนำภาพฝีพระหัตถ์ มังกรบิน หน้าตาน่ารักยิ้มหวาน มีปีกเล็กๆ 2 ข้าง พร้อมที่จะโบยบินโปรยปรายความอุดมสมบูรณ์ แจกจ่ายความสุขสนุกสนานให้แก่ชาวไทยทุกคน โดยนำภาพฝีพระหัตถ์ดังกล่าวมาปักบนกระเป๋าเสื้อโปโล จำนวน 8 สีเสื้อโปโลลายริ้ว 4 สี เสื้อคอกลมทีเชิ้ต 2 สี เสื้อคอกลมลายริ้ว 2 สี เสื้อทุกตัวมีสีสันสวยงาม ลูกค้าจะซื้อสวมใส่เองหรือซื้อเป็นของขวัญให้ญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงก็จะเป็นสิริมงคลยิ่งทั้งผู้ให้และผู้ได้รับของขวัญนี้กันถ้วนหน้า

เสื้อทุกๆ ตัวจะมีชื่อสีต่างๆ ที่คล้องจองกัน ล้วนแล้วแต่เป็นชื่อของความสุขสนุกสนานและความรื่นเริงทั้งสิ้น ดังชื่อต่อไปนี้ เสื้อโปโลสีเหลือง มีชื่อว่า มังกรเริงรื่น เสื้อโปโลสีม่วง มีชื่อว่า มังกรชื่นตา เสื้อโปโลสีออฟไวท์ มีชื่อว่า มังกรพาฝัน เสื้อโปโลสีกรมท่า มีชื่อว่า มังกรหรรษา

เสื้อโปโลสีเขียว มีชื่อว่า มังกรผาสุก เสื้อโปโลสีแสด มีชื่อว่า มังกรสนุกสนาน เสื้อโปโลชมพูมีชื่อว่า มังกรสราญรมย์ เสื้อโปโลสีฟ้า มีชื่อว่า มังกรสมหวัง เสื้อโปโลลายริ้วม่วง มีชื่อว่า มังกรไร้ทุกข์ เสื้อโปโลลายริ้วเหลือง มีชื่อว่า มังกรสุขล้ำ เสื้อโปโลลายริ้วเขียว มีชื่อว่า มังกรร่ำรวย

เสื้อโปโลลายริ้วน้ำเงิน มีชื่อว่ามังกรสวยสม เสื้อคอกลมทีเชิ้ตสีฟ้า มีชื่อว่า มังกรฟูฟ่อง เสื้อคอกลมทีเชิ้ตสีม่วงมีชื่อว่า มังกรฟูเฟื่อง เสื้อคอกลมทีเชิ้ตลายริ้วม่วง มีชื่อว่า มังกรโชคดี เสื้อคอกลมทีเชิ้ตลายริ้วแสด มีชื่อว่า มังกรมีชัย

นอกจากเสื้อหลากสีและหลายแบบแล้ว ทางร้านภูฟ้ายังได้รับพระราชทานพระราชานุญาต ให้นำภาพวาดฝีพระหัตถ์ดังกล่าว นำมาพิมพ์ลงในสินค้าชนิดต่างๆเพื่อให้ผู้ซื้อสินค้าเป็นของขวัญ จะได้รับพรพระราชทานอันประเสริฐและเป็นสิริมงคลยิ่ง ทั้งผู้ให้และผู้รับ จะได้มีความสุขลืมความทุกข์ และสิ่งร้ายๆ ต่างๆ ที่ผ่านมาในปีมะโรง พุทธศักราช 2567 โดยทั่วหน้ากัน สินค้าดังกล่าวได้แก่ สมุดบันทึกกระบอกน้ำ หมวก ปากกา และเครื่องใช้อื่นๆ รวมทั้ง ยังจัดจำหน่าย กระเป๋าผ้า รูปแบบต่างๆ ซึ่งออกแบบ และให้สีโดยแบรนด์ “PAINKILLER และ PDM” สินค้าชุดนี้มีจำหน่ายที่ร้านภูฟ้าทั้ง ๑๙ สาขา และสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ http://www.phufa.org/shop หรือผ่านทางแอปพลิเคชั่น ONESIAM SuperApp และติดตามข่าวสารทาง Facebook : PHUFA #Phufa #Phufa2567

ร้านภูฟ้า เป็นร้านที่จัดตั้งขึ้นในกองทุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากโครงการส่งเสริมอาชีพตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเด็กและชาวบ้านในถิ่นทุรกันดาร และได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ให้แก่ร้านภูฟ้าเพื่อนำไปผลิตสินค้าต่างๆ จำหน่าย โดยรายได้เหนือรายจ่ายของร้าน ทรงพระกรุณาพระราชทานเพื่อช่วยเหลือและพัฒนาชาวบ้านรวมทั้งนักเรียนถิ่นห่างไกล เป็นจำนวนเงินมากกว่า ๑๗๐ ล้านบาท ในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมา