‘อภัย’ติดตามงานโคบาล ในจังหวัดชายแดนภาคใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765375

วันศุกร์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมติดตามขับเคลื่อนงานโคบาลชายแดนใต้ ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน ผ่านระบบ Zoom Meeting โดยติดตามผลการดำเนินงานฯ ดังนี้ 1.ผลการดำเนินงานโครงการโคบาลชายแดนใต้ ระยะนำร่องของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนใน จ.ปัตตานี และ จ.นราธิวาส ที่เข้าร่วมโครงการฯ ระยะนำร่อง แบ่งการดำเนินงานเป็น 3 ด้าน คือ ด้านแปลงพืชอาหารสัตว์ ด้านโรงเรือน และด้านแม่พันธุ์โค

2.ความก้าวหน้าการเบิกจ่ายเงิน (เงินกู้ยืม)ค่าจัดทำแปลงพืชอาหารสัตว์ และวัสดุอุปกรณ์ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนใน จ.ปัตตานี และ จ.นราธิวาส ที่เข้าร่วมโครงการฯ ระยะนำร่อง

ทั้งนี้ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้ข้อเสนอแนะในการดำเนินงานคือควรมีการออกแบบการประเมินผลโครงการและเสนอคณะกรรมการฯ การจัดตั้งคณะประเมินผลงาน เพื่อใช้ในการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน และเสนอขออนุมัติเพื่อปรับเปลี่ยนจำนวนกลุ่มวิสาหกิจชุมชน หรือกลุ่มเกษตรกรของแต่ละจังหวัดต่อไป

‘ธรรมนัส’จับมือ ร่วมรมช.เกษตรฯ ดูสถานการณ์ภัย พื้นที่เกษตรอุดรฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765381

วันศุกร์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายไชยา พรหมา รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตร พร้อมมอบถุงยังชีพให้กับเกษตรกรที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อ.สร้างคอม จ.อุดรธานี และมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.4-01) ตลอดจนปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 1 ล้านตัว ตามโครงการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในลุ่มน้ำสำคัญของประเทศ 62 ล้านตัว ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ที่อ่างเก็บน้ำห้วยเสียว ต.บ้านหินโงม อ.สร้างคอม

ทั้งนี้ จ.อุดรธานี ได้รับความเสียหาย/ประสบภัยอุทกภัยน้ำท่วมขังน้ำล้นตลิ่ง ซึ่งส่งผลให้บ้านเรือนราษฎรสิ่งก่อสร้างถนนได้รับความเสียหายและเกิดสภาวะน้ำท่วมขังและรอการระบายในพื้นที่ ดังนี้ 1.ด้านพืช พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ15 อำเภอ ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติภัย 5 อำเภอ พื้นที่ประสบภัย 8,487 ไร่ ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติภัยเรียบร้อยแล้ว 2.ด้านปศุสัตว์ ได้รับผลกระทบน้ำท่วมแปลงหญ้าธรรมชาติ ทำให้ขาดแคลนอาหารสัตว์ 4 อำเภอ6 ตำบล 6 หมู่บ้าน เกษตรกรได้รับผลกระทบ32 ราย และ 3.ด้านประมง ได้รับผลกระทบ 10 อำเภอ เบื้องต้นพื้นที่ประสบภัย 2,142 ไร่ และอยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย

ในโอกาสนี้ รมว.เกษตรฯ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น และเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อจะได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบต่อไป

รองปลัดฯจัดทำร่างแผนฯ ช่วยเกษตรกรประสบสาธารณภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765377

วันศุกร์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร ครั้งที่ 6/2566 โดยมีผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมโดยนายเศรษฐเกียรติ เน้นย้ำในที่ประชุมให้ทุกหน่วยงานเข้าให้ความช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร และเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อให้ได้ตัวเลขที่ชัดเจน ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รายงานสรุปสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือ ซึ่งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลากและน้ำเอ่อล้นตลิ่งรวม 42 จังหวัด ปัจจุบันเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว โดยมีผลกระทบด้านการเกษตร ดังนี้ 1.ด้านพืชพื้นที่ได้รับผลกระทบ 23 จังหวัด เกษตรกร 63,670 ราย พื้นที่ 453,364 ไร่ แบ่งเป็น ข้าว 310,018 ไร่ พืชไร่และพืชผัก 136,911 ไร่ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่นๆ 6,435 ไร่ สำรวจพบความเสียหายแล้ว เกษตรกร 1 ราย พื้นที่ (ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่นๆ) 1 ไร่ คิดเป็นเงิน 4,048 บาท

2.ด้านประมง พื้นที่ได้รับผลกระทบ 11 จังหวัด เกษตรกร 1,619 ราย พื้นที่ (บ่อปลา) 1,586 ไร่ อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย และ 3.ด้านปศุสัตว์ พื้นที่ได้รับผลกระทบ 12 จังหวัด เกษตรกร 4,036 ราย สัตว์ได้รับผลกระทบ 176,093 ตัว แบ่งเป็นโค 8,134 ตัว กระบือ 2,721 ตัว สุกร 4,361 ตัวแพะ/แกะ 91 ตัว สัตว์ปีก 160,786 ตัว แปลงหญ้า 496 ไร่ อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย

ขณะเดียวกัน หน่วยงานในพื้นที่ได้เข้าให้ความช่วยเหลือ อาทิ สนับสนุนเครื่องมือ และอุปกรณ์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เครื่องสูบน้ำ 24 เครื่อง เครื่องผลักดันน้ำ 22 เครื่อง กระสอบทราย 1,750 ใบ เครื่องจักร-เครื่องมือ รวมทั้งสนับสนุนพืชอาหารสัตว์ 60.43 ตัน ถุงยังชีพสัตว์ 361 ถุง ส่งเสริมสุขภาพสัตว์ 718 ชุด รักษาสัตว์ 266 ตัว และอพยพสัตว์ 4,192 ตัว

สำหรับในช่วงฤดูแล้ง ปี 2566/67 เตรียมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้านการเกษตร ประกอบด้วย มาตรการรองรับฤดูแล้ง พื้นที่เสี่ยงภัยแล้งซ้ำซาก อุทกภัย ดินถล่ม การเตรียมความพร้อมเครื่องมือ อุปกรณ์ และปัจจัยการผลิต แผนการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้ง ปี 2566/67 ทั้งประเทศ แผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง นโยบายและมาตรการการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง โดยเฉพาะรายละเอียดข้อมูลแผนงาน/โครงการ การป้องกันและเผชิญเหตุภัยแล้ง ปี 2566/67 โดยกำชับให้เร่งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และดำเนินงานตามภารกิจของหน่วยงานโดยมุ่งเน้นให้ความช่วยเหลือเกษตรกรเป็นสำคัญ

นอกจากนี้ที่ประชุมพิจารณาทบทวนแผนงาน/โครงการรองรับผลกระทบจากภัยแล้ง ปี 2566/67 ที่กำหนดไว้ 4 แผนงาน 14 โครงการ ในกรณีที่มีสถานการณ์ฉุกเฉินและจำเป็น

‘ไชยา’เผยเกษตรฯเตรียมส่งเสริมปศุสัตว์สีเขียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/765310

'ไชยา'เผยเกษตรฯเตรียมส่งเสริมปศุสัตว์สีเขียว

‘ไชยา’เผยเกษตรฯเตรียมส่งเสริมปศุสัตว์สีเขียว

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 22.03 น.

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2566 นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการหารือแนวทางในการส่งเสริมพัฒนาธุรกิจอาหารสัตว์และปศุสัตว์ไทย ร่วมกับ สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย โดยมี นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ทั้งนี้ นายไชยา กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์กระแสตลาดอาหารสัตว์โลกได้ให้ความสำคัญต่อกระบวนการผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการบริหารจัดการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารนโยบายการจัดการทรัพยากรทางการเกษตร ทำการเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Go Green) ด้วย BCG และ Carbon Credit โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานราชการภายในสังกัด เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการจัดการทรัพยากรทางการเกษตรที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนางานจากผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง ในการส่งเสริมพัฒนาองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรอย่างทั่วถึง พร้อมทั้งประสานหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรม โรงฆ่าสัตว์ เพื่อการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่ปศุสัตว์ต่อไป

– 006

Amarin Baby & Kids Awards 2023 มอบรางวัลแก่สุดยอดแบรนด์เพื่อแม่ลูกปีที่5 สะท้อนความเป็นคอมมูนิตี้ที่รู้ใจแม่ลูกยุคใหม่มากที่สุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765522

Amarin Baby & Kids Awards 2023 มอบรางวัลแก่สุดยอดแบรนด์เพื่อแม่ลูกปีที่5 สะท้อนความเป็นคอมมูนิตี้ที่รู้ใจแม่ลูกยุคใหม่มากที่สุด

Amarin Baby & Kids Awards 2023 มอบรางวัลแก่สุดยอดแบรนด์เพื่อแม่ลูกปีที่5 สะท้อนความเป็นคอมมูนิตี้ที่รู้ใจแม่ลูกยุคใหม่มากที่สุด

วันศุกร์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 14.29 น.

Amarin Baby & Kids เครือข่ายแม่ลูกอันดับหนึ่งของประเทศไทยภายใต้ Amarin Media & Event ในเครือฯ อมรินทร์กรุ๊ปจัดงานประกาศรางวัล Amarin Baby & Kids Awards 2023ในคอนเซ็ปต์ “GROW UP INTO FUTURE” เฟ้นหาสุดยอดแบรนด์สินค้าและไลฟ์สไตล์ในดวงใจแม่ลูก เพื่อการเลี้ยงดูลูกรักอย่างมีคุณภาพและสร้างสรรค์ โดยในปีนี้มอบรางวัลให้แก่แบรนด์สินค้าและบริการที่ครอบคลุมไลฟ์สไตล์รวมทั้งสิ้น85 รางวัล โดยแบ่งออกเป็น 4ประเภทได้แก่MOMMY’S Choices Awards, EDITOR’S Choices Awards, RISING STAR Choices Awards และรางวัลใหม่ล่าสุดอย่าง INNOVATIVE Choices Awardsที่มอบให้กับสินค้านวัตกรรมที่ตอบโจทย์คุณแม่ยุคใหม่ภายในงานได้รับเกียรติจากผู้บริหารตัวแทนจากแบรนด์ต่างๆ รวมถึงคุณแม่ศิลปิน และคุณแม่บล็อกเกอร์ชื่อดัง ร่วมรับรางวัลในครั้งนี้ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค

ดร. สรัญ ฐิตะวสันต์ Deputy Managing Director บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า “Amarin Baby & Kids Awards 2023จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยกองบรรณาธิการเว็บไซต์ Amarin Baby & Kids เครือข่ายแม่ลูกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศมาพร้อมคอนเซ็ปต์“GROW UP INTO FUTURE – เติบโตไปพร้อมกับอนาคต” เพื่อสร้างองค์ความรู้จากแม่สู่แม่ แชร์เทคนิคการดูแลลูกน้อย แนะนำผลิตภัณฑ์ใช้ดี มีประโยชน์จริง พร้อมกับสร้างประสบการณ์การเลี้ยงลูกรูปแบบใหม่ ตามแบบฉบับคุณแม่ยุคใหม่ เพราะในปัจจุบันผู้สร้างแบรนด์ มีการปรับตัวไปตามยุคสมัย นำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้นรวมไปถึงการช่วยเหลือสังคม และการใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อโลกอีกด้วย”

โดยในปีนี้ Amarin Baby & Kids Awards มีการนำ Social Listening Tools จากบริษัท Wisesight  (Thailand) มาใช้เป็นครั้งแรก เพื่อช่วยคัดกรองแบรนด์สินค้าแม่ลูกเพื่อให้ได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ก่อนนำให้คุณแม่ตัวจริงกว่า 30,000 คนทั่วประเทศลงคะแนนโหวตแบรนด์สินค้าและบริการที่โดนใจมากที่สุด ร่วมกับการคัดเลือกจากทีมบรรณาธิการ Amarin Baby & Kids โดยมีแบรนด์สินค้าเข้ารับรางวัลมากถึง 61 ประเภท 85 รางวัล แบ่งเป็นสาขาต่างๆ ได้แก่ MOMMY’S Choices Awardsที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจากคุณแม่ที่ใช้สินค้าจริงทั่วประเทศ จำนวน 41 รางวัล, EDITOR’S Choices Awardsได้รับการคัดเลือกจากกองบรรณาธิการเว็บไซต์ Amarin Baby & Kids ว่าเป็นสินค้าใช้ดี มีประโยชน์จริงจากสินค้า 7 หมวด ได้แก่  ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ แต่งตัว, ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพและความสะอาด, อุปกรณ์การดูแลเด็ก, ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเด็ก, ผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับคุณแม่,

ผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อการเรียนรู้สำหรับเด็ก, ผลิตภัณฑ์บริการและสื่อสำหรับครอบครัวจำนวน29รางวัล,

RISING STAR Choices Awardsมอบให้กับผลิตภัณฑ์แม่และเด็กที่น่าจับตามองปี 2023 ที่ใช้ดี มีคุณภาพผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการในแต่ละหมวด เพื่อเป็นทางเลือกของคุณแม่ยุคใหม่ในการตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ให้ลูกน้อย จำนวน9รางวัล และรางวัลใหม่ล่าสุดINNOVATIVE Choices Awards มอบให้แก่สินค้านวัตกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณแม่ยุคใหม่ เพื่อช่วยให้คุณแม่ดูแลลูกน้อยได้อย่างเหมาะสม และยังเป็นคุณแม่ที่มีความสุขไปพร้อมกัน จำนวน6รางวัล ตลอดจนรางวัลพิเศษอื่นๆ ที่เพิ่มประสบการณ์การเลี้ยงดูลูกในช่วงวัยที่โตขึ้น และการสร้างความสัมพันธ์ให้ครอบครัวแข็งแรง มอบให้กับคุณแม่ศิลปินที่มีชื่อเสียง และอินฟลูเอนเซอร์ด้านแม่และเด็กชื่อดังของเมืองไทย ได้แก่ คุณแม่ฮารุ สุประกอบ รับรางวัลแม่ดาราในดวงใจ, คุณเมริษา ยอดมณฑป นักจิตวิทยาเด็กและครอบครัว เจ้าของเพจตามใจนักจิตวิทยา รับรางวัลเพจผู้เชี่ยวชาญเด็กในดวงใจและคุณแม่การ์ตูน จากเพจแม่จ๋าๆ พามาตาไปเที่ยวหน่อย รับรางวัลเพจคุณแม่บล็อกเกอร์ในดวงใจ”

พร้อมกันนี้ ดร. สรัญ ยังได้เผยทิศทางของ Amarin Baby & Kids ปี 2024 ว่า “Amarin Baby & Kidsยังคงเดินหน้าสู่การเป็น No.1 Biggest Media and Event Publisher ofModern Parenting Community ด้วยการขยายฐานแม่กลุ่มใหม่ ภายใต้ชื่อ “ABK Mom Club”ที่ชวนแม่ลูกเล็กและแม่ลูกโตลงทะเบียนเข้าคลับ เพื่อรับสิทธิประโยชน์มากมายในเครืออมรินทร์ฯ และจากพันธมิตรต่างๆ รวมทั้งยังได้รับสิทธิพิเศษภายในงาน Amarin Baby & Kids Fair อีกด้วย

ด้านออนไลน์ www.amarinbabyandkids.com ยังทำหน้าที่เป็นสื่อที่ส่งต่อความรู้ดีๆ ให้แก่คุณแม่ทั่วประเทศ ตั้งแต่การวางแผนสู่การเป็นแม่ ตั้งครรภ์ การดูแลลูกเล็กจนกระทั่งลูกในวัยเติบโต ผ่านคอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์สำหรับทั้งครอบครัว อาทิ School Visit แนะนำโรงเรียนที่น่าสนใจ นำเสนอแบบเจาะลึกที่แม่ๆ ต้องทราบก่อนตัดสินใจเลือกโรงเรียนให้แก่ลูกน้อย, ห้องเรียนพ่อแม่ คู่มือสำหรับพ่อแม่ในการเลี้ยงลูกให้เติบโตแบบมีคุณภาพ ที่คุณแม่ใส่ใจและให้ความสำคัญ ผ่านหัวข้อหลักๆ เช่น เทคนิคการเลี้ยงลูก โภชนาการ และโรคในเด็ก และ Mommy’s Review โดยทีมแม่ ABK ที่จะมาบอกต่อสิ่งดีๆ สินค้าน่าใช้รีวิวให้เห็นภาพสำหรับแม่และลูกน้อย

ส่วนออนกราวน์ งาน Amarin Baby & KidsFair มหกรรมสินค้าแม่ลูกที่ครบครันที่สุด ที่จัดอย่างต่อเนื่องโดยครั้งที่ 26 จะจัดขึ้นในวันที่ 30 พ.ย. – 3 ธ.ค. 66 ณ ไบเทค บางนา พร้อมแล้วที่จะชวนคุณแม่ทั่วประเทศมาช้อปปิ้งสนุกกับสินค้าสำหรับแม่และลูกที่ลดมากถึง 90% และยังเพลิดเพลินได้ความรู้กับกิจกรรมที่ทางทีม Amarin Baby & KidsFair จัดเต็มสนุกทุกกิจกรรม ซึ่งในปีหน้าได้เตรียมแผนเพิ่มช่วงเวลาแห่งความสนุกนี้มากถึง 4 ครั้งต่อปี โดยช่วงต้นปีจะเป็นการจัดงานร่วมกับงานบ้านและสวนแฟร์ เรียกได้ว่ามาที่เดียวสนุก ได้สาระ ครบทั้งครอบครัว”

สามารถติดตามภาพบรรยากาศการมอบรางวัลในหมวดต่างๆ และบทความดีๆ ได้ทาง http://www.amarinbabyandkids.com หรือ Facebook: Amarin Baby & Kids

กู้หน้าพังเผยผิวปังได้ง่ายๆด้วย’เเจ๊บส์ไฮยาเซรั่ม’4 สูตรเข้มข้น เคล็ดลับของคนรักผิว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765506

กู้หน้าพังเผยผิวปังได้ง่ายๆด้วย'เเจ๊บส์ไฮยาเซรั่ม'4 สูตรเข้มข้น เคล็ดลับของคนรักผิว

กู้หน้าพังเผยผิวปังได้ง่ายๆด้วย’เเจ๊บส์ไฮยาเซรั่ม’4 สูตรเข้มข้น เคล็ดลับของคนรักผิว

วันศุกร์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 14.03 น.

ใครว่าหน้าพังจะกู้ให้กลับมาปังไม่ได้ อย่าเพิ่งถอดใจหากยังไม่ได้ทดลองใช้ ไฮยาเซรั่ม4 สูตร ตัวดัง  ของแบรนด์แจ๊บส์ ที่ออกแบบมาให้แก้ทุกปัญหาผิวกวนใจได้อย่างตรงจุด อีกหนึ่งเคล็ดลับของเหล่าอินฟลูเอนเซอร์และลูกค้าแจ๊บส์ เลือกใช้เป็นไอเทมในดวงใจ จะมีสูตรไหนและเหมาะกับปัญหาผิวแบบไหนบ้างไปลองเช็คผิวหน้ากันเลยค่า

สำหรับใครที่ผิวหน้าคล้ำเสียง่ายอยากกู้ผิวให้กลับมากระจ่างใสเหมือนเดิม ต้องลองสูตรนี้เลยค่ะ “แจ๊บส์ ฟรุต คอมเพล็กซ์ ไฮยา เซรั่ม”เซรั่มบำรุงผิวหน้าอันดับหนึ่งที่ช่วยในการฟื้นฟูผิวให้แลดูกระจ่างใสขั้นสุด อุดมด้วยอนุพันธ์ของวิตามินซี ไฮยาลูรอนชนิดพิเศษที่ผสานกันอย่างลงตัวกับ โอเมก้า3 เพิ่มประสิทธิภาพการซึมซาบสู่ผิวให้สม่ำเสมอ จุดด่างดำแลดูจางลง ผสานด้วยอัลฟ่าร์อาร์บูติน และ ไนอะซินาไมด์ ช่วยให้ผิวแลดูกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

สำหรับไอเทมนี้ชวนคุณสาว ๆ มาบูสผิวกัน ใครประสบปัญหาผิวขาดน้ำ หน้าแห้งแตกเป็นขุย ดูไม่เรียบเนียนรับรองว่าไอเทมนี้มัดใจคุณสาว ๆได้อย่างแน่นอน ขอแนะนำ“แจ๊บส์เรดอัลจี ไฮยา เซรั่ม”เซรั่มสูตรเข้มข้นสูตรช่วยฟื้นฟูผิวแห้งแบบเร่งด่วนอุดมด้วยสารสกัดจากสาหร่ายสีแดงจากมหาสมุทรแอตแลนติกผสานด้วยไฮยารูลอน โปร-วิตามินบี5  และสารสกัดจากพืชและผลไม้นานาพันธ์ ที่ช่วยล็อกความชุ่มชื้นให้ผิวแลดูฉ่ำน้ำ เนียนนุ่มชุ่มชื้นได้ยาวนาน พร้อมเสริมเกราะป้องกันให้ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนใครที่ผิวหน้าแห้งมาก ๆ ริ้วรอยเริ่มจะถามหาเพราะผิวขาดน้ำ ปัญหานี้จะหมดใจหากคุณดูแลผิวได้อย่างถูกวิธี หลังจากที่เติมมอยเจอร์ไรเซอร์ให้ผิวแล้ว ก็มาล็อกอายุผิวอีกชั้นด้วย “แจ๊บส์ เรตินอล ไฮยา เซรั่ม”สูตรแอนตี้ เอจจิ้ง ที่อุดมไปด้วยสารเรตินอล ไฮยาลูรอน ไนอะซินาไมด์ และสารสกัดจากชะเอมเทศ ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นและปลอบประโลมผิวอย่างอ่อนโยน ริ้วรอยและดูจากลง ช่วยให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ขึ้นหลังใช้เป็นประจำ

และปิดท้ายด้วยเรื่องของ สิว ปัญหาใหญ่ที่ลดทอนความมั่นใจในตัวคุณ ใครกำลังตามหาไอเทมเด็ดที่ช่วยสยบปัญหาสิวได้ตรงจุด โดยเฉพาะสิวผด และสิวอุดตัน ขอแนะนำ “แจ๊บส์ แอคเน่ไบโอ ไฮยา เซรั่ม”เซรั่มสูตรไกลสิวที่จบทุกปัญหาสิวโดยเฉพาะอุดมด้วยสารสกัดจากโนนิกรดซาลิไซลิก และสารสกัดจากต้นวิลโลว์ที่มีคุณสมบัติช่วยลดการสะสมของ P.acnesที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิวอย่างได้ผล ผสานด้วยไฮยาลูรอน และ ไนอะซินาไมด์ ช่วยปรับสมดุลผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ คืนความเรียบเนียนมีสุขภาพดีให้กับผิวหน้าได้อีกครั้ง

ใครอยากมีผิวหน้าสวยสุขภาพดี หมดปัญหาผิวกวนใจ “แจ๊บส์ ไฮยาเซรั่มทั้ง 4 สูตร”จะช่วยปลดล็อกปัญหาผิวของคุณได้อย่างตรงจุดสามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ ขนาด 30ml. ในราคาเพียง 320 บาท ผ่านช่องทางออนไลน์ของ Jabs Beauty ได้ที่ Tiktok, Lazada,Shopee และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป อาทิ 7-Eleven, Watsons, Lotus’s,CJ Express, Big C, Tops, Beautrium, Tsuruha, และร้านค้าใกล้บ้าน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/jabsbeautyหรือโทร02-035-5500Line: @Jabs

‘นิโตริ’เปิดตัวสาขาที่ 2 ‘ซีคอน บางแค’ พื้นที่ใหญ่สุดในเมืองไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765497

'นิโตริ'เปิดตัวสาขาที่ 2 'ซีคอน บางแค' พื้นที่ใหญ่สุดในเมืองไทย

‘นิโตริ’เปิดตัวสาขาที่ 2 ‘ซีคอน บางแค’ พื้นที่ใหญ่สุดในเมืองไทย

วันศุกร์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 13.49 น.

NITORI (นิโตริ)แบรนด์เฟอร์นิเจอร์และสินค้าตกแต่งบ้านที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ1ในประเทศญี่ปุ่นบริหารงานโดยบริษัท นิโตริ โฮลดิงส์ จำกัด (Nitori Holdings Co., Ltd.)จากเมืองซัปโปโร ทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น ประกาศความพร้อมในการขยายสาขาใหม่เพิ่มเติมครอบคลุมทั่วภูมิภาคเอเชีย พร้อมเดินหน้ารุกตลาดเฟอร์นิเจอร์และสินค้าตกแต่งบ้านเมืองไทยเต็มสูบ ด้วยการเปิดตัวNITORI สาขาที่ 2 ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์สรรพสินค้าซีคอน บางแคซึ่งนับเป็นสาขาที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยในปัจจุบัน ชูแนวคิด “มอบความเป็นอยู่ที่ดีแก่ผู้คนทั่วโลก” ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคในพื้นที่ ด้วยสินค้าเฟอร์นิเจอร์ของใช้ภายในบ้านและของแต่งบ้านสไตล์มินิมอลจากประเทศญี่ปุ่นที่ได้รับการยอมรับด้านคุณภาพและราคา แบบไม่ต้องเดินทางเข้าเมือง ตลอดจนสร้างสีสันให้กับตลาดกรุงเทพฯฝั่งตะวันตกมีความคึกคักมากยิ่งขึ้น โดยพร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบแล้ววันนี้ ณ ชั้น 1 ศูนย์สรรพสินค้าซีคอน บางแค

นายทาเคดะมาซาโนริ (Mr.Takeda Masanori) กรรมการ, ผู้จัดการทั่วไปแผนก Global Merchandising และผู้จัดการทั่วไปแผนก Global Sales Promotion รับผิดชอบส่วนธุรกิจขายต่างประเทศ บริษัท นิโตริ โฮลดิงส์ จำกัด กล่าวว่า “สำหรับ NITORI สาขาซีคอน บางแค นับเป็นสาขาที่ 2 ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการของนิโตริ กรุ๊ป เพื่อตอบโจทย์ความต้องการสินค้าญี่ปุ่นคุณภาพดีของลูกค้าในพื้นที่ โดยเราเล็งเห็นว่าศูนย์สรรพสินค้าซีคอน บางแค เป็นศูนย์การค้าชั้นนำที่เป็นเสมือนจุดศูนย์กลางของย่านบางแค อีกทั้งยังตั้งอยู่ในย่านชุมชนขนาดใหญ่ มีการเดินทางสะดวกสบาย เชื่อมต่อได้ทั้งทางรถยนต์ รถประจำทาง และรถไฟฟ้าใต้ดิน ส่งผลให้ในแต่ละวันมีปริมาณผู้ใช้บริการในพื้นที่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังถือเป็นการเปิดตลาดใหม่ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของ NITORI ในฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเราเชื่อว่าการเปิดตัวร้านสาขาใหม่ในครั้งนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีและเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคชาวไทย พร้อมช่วยยกระดับการช้อปปิ้งสไตล์ญี่ปุ่นให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เพื่อรองรับความต้องการด้านสินค้าเฟอร์นิเจอร์ของใช้ภายในบ้านและของแต่งบ้าน ตลอดจนช่วยผลักดันในการขยายฐานลูกค้าและผู้มาใช้บริการภายในพื้นที่ศูนย์การค้าให้เติบโตอย่างมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น”

ทั้งนี้นิโตริ กรุ๊ป (Nitori Group) ดำเนินธุรกิจตามพันธกิจที่ว่า“มอบความเป็นอยู่ที่ดีแก่ผู้คนทั่วโลก”โดยตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นไป มีเป้าหมายที่จะเร่งขยายสาขาในเอเชียเพิ่มเติมให้ถึง3,000 สาขา เพื่อชิงส่วนแบ่งในตลาดเอเชียที่เป็นอีกหนึ่งตลาดหลักของนิโตริ กรุ๊ป ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายด้านยอดขายที่วางไว้ที่ประมาณ 720,000 ล้านบาท (ราว 3 ล้านล้านเยน) ภายในปี 2032 เนื่องจากคาดการณ์ว่าภูมิภาคเอเชียมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งสอดรับกับทิศทางการตลาด การสานต่อพันธกิจ ตลอดจนวิสัยทัศน์ของบริษัทได้เป็นอย่างดี โดยในปัจจุบันร้าน NITORI มีสาขาทั่วโลกรวมกว่า 954 สาขา ซึ่งแบ่งเป็นสาขาในประเทศญี่ปุ่น จำนวน 805 สาขา และสาขาในภูมิภาคเอเชีย เช่น สาธารณรัฐประชาชนจีนไต้หวันมาเลเซียสิงคโปร์และฮ่องกงอีกกว่า 149 สาขา ส่วนในประเทศไทย หลังจากได้รับการตอบรับที่ดีจากการเปิดตัวสาขาแรกที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2023 ที่ผ่านมา ทางนิโตริได้วางแผนที่จะขยายสาขาเพิ่มเติมเป็น 25 สาขาทั่วประเทศ ภายในระยะเวลา 5 ปี ซึ่งนอกเหนือจากร้าน NITORI ที่วางขายสินค้าประเภทเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านแล้ว ทางนิโตริ กรุ๊ป ยังมีสินค้าแบรนด์อื่นๆ ในเครือฯ มากมาย อาทิ แบรนด์ DECO HOME ที่เน้นสินค้าตกแต่งบ้านที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน,แบรนด์ SHIMACHU ที่เพิ่มการจำหน่ายสินค้างานช่าง เครื่องมือช่าง ไปพร้อมๆ กับสินค้าตกแต่งบ้าน และแบรนด์ N PLUS ที่จำหน่ายเครื่องแต่งกายสำหรับผู้หญิง เป็นต้น

นิโตริ กรุ๊ปให้ความสำคัญและมุ่งมั่นในการขยายสาขาให้ครอบคลุมทั่วภูมิภาคเอเชียอย่างเต็มกำลัง ผ่านการสร้างรูปแบบโมเดลธุรกิจอย่างครบวงจร ที่ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ไปจนถึงขั้นตอนการผลิต การกระจายสินค้า และการจัดจำหน่าย เพื่อการนำเสนอสินค้าที่หลากหลาย โดยนำเสนอ “สิ่งที่คาดไม่ถึง” และมีคุณภาพดีเยี่ยมในราคาที่ “ย่อมเยาว์” พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายทางธุรกิจทั่วภูมิภาคเอเชียผ่านพันธมิตรทางธุรกิจหลายราย โรงงานการผลิต และบริษัทเทรดดิ้งของตนเอง เช่น ในประเทศไทยมีการก่อตั้งบริษัทที่มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลจัดส่งสินค้าภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาตั้งแต่ปี 1999 และโรงงานสยามนิโตริ (Siam Nitori)ผู้ผลิตพรมรีไซเคิลจากขวดพลาสติกซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมรวมถึงมีกระบวนการผลิตทั้งหมดภายในโรงงานเป็นของตัวเองด้วยรูปแบบธุรกิจที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร ส่งผลให้มีเครือข่ายซัพพลายเออร์ที่แข็งแกร่งในการผลิตสินค้าให้กับนิโตริกรุ๊ปมาอย่างยาวนาน เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอการสร้างที่อยู่อาศัยที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน มั่งคั่ง และมอบความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้แก่ผู้คนทั่วโลกได้อย่างเหมาะสม

ทั้งนี้เมื่อปี 2022 ที่ผ่านมา ทางนิโตริ กรุ๊ปได้ทำการขยายสาขาเพิ่มเติมอีก 37 สาขาใน 4 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชีย รวมถึงทำการเปิดตัวสาขาแรกในประเทศมาเลเซียสิงค์โปร์ และประเทศไทย ตลอดจนวางแผนที่จะเปิดสาขาแรกในประเทศเวียดนามอินโดนีเซียฟิลิปปินส์และเกาหลีใต้เพิ่มเติมอีกด้วย โดยคาดการณ์ว่าภายในเดือนมีนาคม 2024 นิโตริจะสามารถเปิดสาขาได้เพิ่มได้มากขึ้นกว่า 78 สาขา ส่งผลให้จะมีจำนวนสาขารวมทั่วภูมิภาคเอเชียมากถึง 206 สาขา พร้อมตั้งเป้าว่าตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นไป จะเปิดสาขาใหม่ในต่างประเทศให้ได้ปีละประมาณ 300 สาขา เพื่อสานต่อพันธกิจและวิสัยทัศน์ของบริษัทอย่างยั่งยืน

นายตะติยะซอโสตถิกุลกรรมการผู้จัดการบริษัทซีคอนดีเวลลอปเมนท์จำกัด (มหาชน)ผู้บริหารศูนย์สรรพสินค้าซีคอนบางแค กล่าวว่า “ผมมีความยินดีและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับนิโตริ กรุ๊ป ในการเปิดตัวร้านNITORI สาขาซีคอน บางแค ซึ่งถือเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในปัจจุบัน รวมถึงสาขาอื่นๆที่จะวางแผนร่วมกันในอนาคตเพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านการช้อปปิ้งให้กับลูกค้าอย่างครบครัน ซึ่งน่าจะถูกใจนักช้อปที่มีไลฟ์สไตล์ชื่นชอบในคุณภาพของสินค้าตกแต่งบ้านให้ได้จับจ่ายใช้สอยสินค้าที่ครอบคลุมทุกความต้องการ และมีความหลากหลายในแบบฉบับของ NITORI ที่คุ้มค่าเหนือราคาโดยไม่ต้องบินไปไกลถึงญี่ปุ่น โดยสำหรับการเปิดสาขาในครั้งนี้ ทางซีคอน บางแค มีความตั้งใจจัดหาพื้นที่ในโลเคชั่นที่ดีที่สุดของชั้น 1 ซึ่งมีพื้นที่กว่า 2,600 ตารางเมตร ซึ่งอยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวกทั้งทางรถยนต์ และรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน‘สถานีภาษีเจริญ’ ที่มีSkywalk เชื่อมต่อเข้ามายังศูนย์สรรพสินค้าของเราโดยตรง ถือเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่รองรับการเดินทางของลูกค้าได้เป็นอย่างดี อีกทั้ง NITORI ยังเป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และสินค้าตกแต่งบ้านยอดนิยมอันดับ 1 จากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเสมือนแหล่งรวมของเทรนด์ญี่ปุ่นที่เข้าถึงง่าย เป็นร้านที่ทุกคนตั้งตารอคอย โดยผมเชื่อว่าลูกค้าที่มาใช้บริการภายในศูนย์สรรพสินค้าซีคอน บางแคจะตื่นตาไปกับสินค้าที่หลากหลายและมาจับจ่ายที่ร้าน NITORI กันอย่างคึกคัก รวมถึงช่วยเติมเต็มสีสันของการช้อปปิ้งให้กับลูกค้าย่านฝั่งธนฯ ให้มีชีวิตชีวามากขึ้นและประสบความสาเร็จตรงตามเป้าหมายไปด้วยกันอย่างแน่นอน”

 ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางhttps://www.nitori.co.th

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒนฯ เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมการปฏิบัติงานของหน่วยแพทย์ พอ.สว.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765335

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒนฯ เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมการปฏิบัติงานของหน่วยแพทย์ พอ.สว.

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒนฯ เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมการปฏิบัติงานของหน่วยแพทย์ พอ.สว.

วันศุกร์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เป็นที่ประจักษ์โดยทั่วกันว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงมุ่งมั่นปฏิบัติพระกรณียกิจเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขด้านการแพทย์และสาธารณสุขแก่ประชาชนชาวไทยเสมอมา ด้วยทรงห่วงใยปัญหาสุขภาพอนามัยของประชาชนชาวไทยที่เจ็บป่วยยากไร้ และห่างไกลจากวิทยาการทางการแพทย์อันทันสมัย จึงทรงอุทิศพระองค์ พระราชทานการรักษา และส่งเสริมให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขที่มีมาตรฐานกระจายไปในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ผ่านการดำเนินงานของมูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) ที่มีบุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค ร่วมผนึกกำลังปฏิบัติงานตามพระปณิธานฯ ในฐานะประธานกิตติมศักดิ์ มูลนิธิ พอ.สว. ตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 เป็นต้นมา

นับเป็นเวลากว่าทศวรรษที่ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่เพื่อสืบสานการดำเนินงานของมูลนิธิ พอ.สว. ด้วยความมุ่งหวังให้ประชาชนชาวไทยมีสุขภาวะที่ดีและแข็งแรง จึงได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมดูแลทุกข์สุขและความเป็นอยู่ของประชาชน ตลอดจนทรงติดตามการปฏิบัติงานของหน่วยแพทย์ พอ.สว. ประจำจังหวัดต่างๆ อย่างต่อเนื่องดังการเสด็จฯไปทรงเยี่ยมการปฏิบัติงานของหน่วยแพทย์ พอ.สว. ประจำจังหวัดมหาสารคาม กาฬสินธุ์ และขอนแก่น ระหว่างวันที่ 20-24 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา

เมื่อพสกนิกรในพื้นที่ และจังหวัดใกล้เคียงได้ทราบข่าวการเสด็จฯมาในครั้งนี้ ต่างมีความปลื้มปีติ และพร้อมใจกันมาเฝ้ารอชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงห่วงใยในทุกข์สุขของประชาชนอย่างหาที่สุดไม่ได้โดยตลอดเส้นทางที่ได้เสด็จฯ ผ่าน ทรงโบกพระหัตถ์ทักทายประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จอย่างเนืองแน่น

และในการออกหน่วยแพทย์ พอ.สว. แต่ละพื้นที่ครั้งนี้ มีประชาชนที่เจ็บป่วยเดินทางเข้ามาเพื่อขอรับบริการตรวจรักษาเป็นจำนวนมาก มีตั้งแต่ผู้ที่เจ็บป่วยด้วยโรคพื้นฐานทั่วไปจนถึงโรคที่ซับซ้อน ยากต่อการรักษา และมีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูงจึงจำเป็นที่จะต้องช่วยเหลืออย่างทันท่วงที เพื่อให้ประชาชนผู้เจ็บป่วยและด้อยโอกาสได้เข้ารับการบำบัดรักษาโรคให้สามารถดำรงชีวิตอย่างปกติสุข

ในการนี้ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารีได้พระราชทานพระวโรกาสให้แพทย์ผู้ทำการตรวจรักษานำผู้ป่วยด้อยโอกาสและยากไร้ เฝ้า ซึ่งป่วยเป็นโรคเรื้อรังที่มีความรุนแรงต่างๆ เช่น โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคมะเร็งจอตา โรคมะเร็งเต้านม โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดโรคสมองพิการ เป็นต้น โดยทรงได้ซักถามถึงอาการและความเป็นอยู่ของผู้ป่วยด้วยความห่วงใย พร้อมกับทรงมีพระวินิจฉัยร่วมกับแพทย์ เพื่อหาแนวทางการรักษาโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของคนไข้เป็นสำคัญ ตลอดจนทรงพระเมตตารับไว้เป็นคนไข้ในพระอนุคราะห์ เพื่อให้มีโอกาสได้รับการรักษาอย่างดีที่สุดในโรงพยาบาลต่างๆ ที่มีความพร้อมด้านแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย อีกทั้ง ได้พระราชทานเงินช่วยเหลือจากมูลนิธิจุฬาภรณ์แก่ผู้ป่วยในพระอนุเคราะห์สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการเดินทางไปรักษาตัวและดำรงชีพในเบื้องต้นต่อไป

นอกจากพระราชทานการรักษาพยาบาลและให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ประชาชนผู้เจ็บป่วยในพื้นที่อย่างทั่วถึงแล้ว ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารียังได้พระราชทานเครื่องแบบนักเรียนแก่ผู้แทนนักเรียน และชุดของเล่นเด็กที่เสริมพัฒนาการเรียนรู้ พร้อมสมุดวาดภาพระบายสีแก่เด็กเล็กด้วย

พร้อมกันนี้ พระราชทานเข็มเครื่องหมายกรรมการ อนุกรรมการแก่ผู้แทนกรรมการ และอนุกรรมการ พอ.สว. และพระราชทานเข็มเครื่องหมาย พอ.สว. เข็มพระนามาภิไธยย่อ สว.และโล่ แก่อาสาสมัคร พอ.สว. ผู้ปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเทเสียสละ และอุทิศตนบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวมโดยไม่มุ่งหวังผลตอบแทน

โอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงนำสมาชิก พอ.สว. ร่วมขับร้องเพลงพระนิพนธ์ “เลือดหยดเดียว” พร้อมพระราชทานพระดำรัสชื่นชมการปฏิบัติงานของคณะแพทย์และเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร มูลนิธิ พอ.สว.ทุกคน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และทรงเน้นย้ำถึงการทำงานต้องครองด้วยสติอยู่เสมอ เพื่อประชาชนชาวไทยและประเทศชาติ ดังพระดำรัสพระราชทานแก่ สมาชิก พอ.สว. ณ โรงเรียนอนุบาลนครจัมปาศรีอำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พุทธศักราช 2566 ที่มีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า…

“…การทำดี เป็นของดีอยู่แล้วแต่ที่จะทำงานทุกอย่างให้สำเร็จเสร็จสิ้นด้วยดี และไม่มีพลาดพลั้ง สิ่งที่ทุกคนต้องมี ประดับไว้ในใจ คือสติ ถ้าเรามีสติ เรารู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ งานจะออกมาดี ไม่ผิดพลาด คนที่ขาดสติ ก็จะทำงานผิดพลาดอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นขอให้ชาว พอ.สว. มีสติ อยู่เสมอ…”

สำหรับการออกปฏิบัติงานหน่วยแพทย์ พอ.สว. ของพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม กาฬสินธุ์ และขอนแก่น ในครั้งนี้ โปรดให้โรงพยาบาลประจำจังหวัด และโรงพยาบาลประจำท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ เช่น โรงพยาบาลมหาสารคาม โรงพยาบาลนาดูนโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกุฉินารายณ์ สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น และโรงพยาบาลน้ำพอง เป็นต้น ร่วมปฏิบัติงานกับหน่วยแพทย์พระราชทานโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เพื่อให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข แก่ประชาชนผู้เจ็บป่วยประกอบด้วย การตรวจสุขภาพและรักษาโรคทั่วไป ตรวจสุขภาพตา บริการด้านทันตกรรม บริการให้คำปรีกษาปัญหาสุขภาพจิต บริการพยาบาลผู้ป่วยอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน รวมทั้งบริการแพทย์แผนไทย ซึ่งตลอดระยะเวลาของการออกหน่วยแพทย์ พอ.สว. ในครั้งนี้มีประชาชนผู้เจ็บป่วยมารับบริการตรวจรักษา รวมทั้งหมด 1,161 คน ปัญหาสุขภาพส่วนใหญ่ที่พบ อาทิโรคกล้ามเนื้อและกระดูก โรคระบบทางเดินอาหาร โรคระบบหัวใจ

นับเป็นพระกรุณาธิคุณที่ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี ทรงมีพระเมตตาและทรงห่วงใยในสุขภาพอนามัยแก่ประชาชนเสมอมา ด้วยทรงตระหนักว่าสุขภาพพลานามัยอันดีของประชาชนเป็นปัจจัยสำคัญของการสร้างสรรค์ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพไว้เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป

คุณแหน : 27 ตุลาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765333

วันศุกร์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll ศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.อุบลราชธานี เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมวันรักต้นไม้ประจำปีของชาติ พ.ศ.2566 จ.อุบลราชธานี..

ll ข่าวสุดยินดีของ วิทยา-ศิริวรรณ พานิชตระกูล ที่ลูกสาวคนเก่งชัญญา พานิชตระกูล จะฉลองมงคลสมรสกับ ยศกร ชัยวัฒนายน บุตร นฤนาท-ลักษณา ชัยวัฒนายน 12 พ.ย.นี้ ณ ห้องโฟร์ซีซั่นส์แกรนด์บอลรูม รร.โฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ..

ll เพื่อนๆ ยินดีกับ ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ซีอีโอ บมจ.นอร์ทอีสรับเบอร์ (NER)ที่ได้รับรางวัล CEO Econmass Awards 2023 สุดยอดซีอีโอรุ่นใหญ่ สาขาเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร จาก เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี..

ll ดร.ปรีสาร รักวาทิน ร่วมยินดีกับผู้เข้ารับการอบรมในหลักสูตร Digital Jumpstart for Young Executives รุ่นที่ 1 เช่น ชาตรี วงษ์วิบูลย์สิน, ฉัตรชัย ลิ้มสังคมเลิศ,ดร.จอมพล ทองแป้น, นิธิรุจน์ จิระปรีชาสิทธิ์,จักรทอง ตั้งจิตรเจริญ, สินีลาภิศ ธีรพิทยานนท์,อนัคฆ์ ตังทัตสวัสดิ์, สิทธา อาภาศิริกุล,ดร.มหิศร ว่องผาติ,ปาร์ย อรรถพิสาล,พัชรินทร์ นิสยะพันธุ์,ทวีศักดิ์ หินอ่อน,พจน์ รงค์นพรัตน์,นิติ สุขานนท์สวัสดิ์, รศ.นพ.ไชยวัฒน์ ช่วยชูสกูล, พญ.ธัญนุช สัญชาติ,สพญ.อังคนางค์ ชากีร่า บำรุงสรณ์, พัชรพร พงษ์ทัดศิริกุล,สดุดี ลิ่มวิไลกุล, พญ.มัลลิกา ชวนเสงี่ยม,ณภัทร รัตนกุล, เมทินี หัตถิ,ร.ท.ภูวิภพ ทองท่าฉาง,จารุวรรณ ภูวจรูญกุล,ณัฐวัฒก์ ฤทธิ์เรืองนาม,ศรุต อุดมการ,สิริมน เทพชะนะกุล,ยศพล มาลีมงคล, อิสริยา บวรเศรษฐวัฒน์..

ll วันเกิดปีนี้ของ ดร.ปิยะนุช สัมฤทธิ์ ตักบาตรทำบุญแล้วรับทานข้าวกับครอบครัวด้วยบรรยากาศอบอุ่นและเรียบง่าย..

ll ส่วน พ.อ.สรวิศ ปานเจริญ วันเกิดเช้าไปถวายสังฆทาน ขอพรจากคุณพ่อวัย 84 ปี แล้วพารับทานข้าวกันตกเย็นไหว้พระสวดมนต์..

ll รศ.ภก.สุรกิจ นาฑีสุวรรณ พร้อมผู้บริหารคณะเภสัชฯ มหิดล ร่วมต้อนรับคณาจารย์และนักศึกษาจาก SMBT College of Pharmacy ประเทศอินเดีย ที่มาศึกษาดูงานและหารือความร่วมมือระหว่างสองสถาบัน..

ll ชัชชฎา ก้องธรนินทร์ ไปเยี่ยมชมการดำเนินงานพร้อมมอบเงินบริจาคให้กับน้องๆ ผู้พิการของมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการซึ่งมีผู้พิการในความดูแลที่อาศัยอยู่ประจำกว่า 800 คน..

ll ม.ร.ว.สุทธิภาณี ยุคล แจ้งสมาคมการตลาดฯ เปิดหลักสูตรใหม่ TikTok Marketing ที่จะช่วยอัปสกิลการสร้างคอนเทนต์ เพิ่มยอดขาย พร้อม Key Successที่เน้นในการใช้เครื่องมือ TikTok Shop,Live Commerce และ Affiliate Marketing ดันแบรนด์ให้ปังชนะคู่แข่ง ลงทะเบียนได้ที่ https://www.marketingthai.or.th/en/event/tiktok-marketing/หรือ โทร.081-4566663..ll

น้องใหม่

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จัดพิธีคำนับครู เพื่อความเป็นสิริมงคล เตรียมความพร้อมการแสดงโขนตอน‘กุมภกรรณทดนํ้า’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/765332

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จัดพิธีคำนับครู เพื่อความเป็นสิริมงคล  เตรียมความพร้อมการแสดงโขนตอน‘กุมภกรรณทดนํ้า’

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จัดพิธีคำนับครู เพื่อความเป็นสิริมงคล เตรียมความพร้อมการแสดงโขนตอน‘กุมภกรรณทดนํ้า’

วันศุกร์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พลอากาศเอกสถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประธานในพิธีคำนับครู โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯตอน “กุมภกรรณทดน้ำ” โดยมีคณะกรรมการ ผู้กำกับ ครูผู้เชี่ยวชาญ อาจารย์ผู้ฝึกซ้อม ศิลปิน นักแสดงโขน ทั้งระดับศิลปินชั้นครูและเยาวชน และผู้ปฏิบัติงานร่วมพิธีคำนับครู เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2566 เวลา 09.00 น. ณ วิทยาลัยนาฏศิลป (ศาลายา) สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ซึ่งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จัดขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลโดยมี นายสมบัติ แก้วสุจริต ครูผู้ประกอบพิธีนำเข้าสู่พิธีคำนับครูจากนั้นเริ่มทำการซ้อมการแสดงครั้งแรกเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน“กุมภกรรณทดน้ำ” ซึ่งมีกำหนดจัดแสดงขึ้นในระหว่างวันที่ 5 พฤศจิกายน-วันที่5 ธันวาคม 2566 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

พิธีคำนับครู เป็นพิธีสำคัญในวงการนาฏศิลป์และดุริยางคศิลป์ ด้วยถือกันว่า เพลงหน้าพาทย์ ดนตรี และท่ารำ เป็นเพลงและท่ารำที่ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเริ่มกิจกรรมแรกด้วยพิธีคำนับครู จะเป็นสิริมงคลสำหรับครูอาจารย์ ศิลปิน นักแสดงทุกคนรวมถึงผู้ที่เข้าร่วมพิธี หลังจากจบพิธีคำนับครูพลอากาศเอกสถิตย์พงษ์สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พบปะพูดคุยกับคณะครู อาจารย์ นักแสดงและผู้ปฏิบัติงานอันเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการอนุรักษ์และสืบทอดศิลปวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่ หลังจากนั้นผู้ฝึกซ้อมและนักแสดงทั้งหมด เริ่มทำการฝึกซ้อมเป็นครั้งแรก ซึ่งนักแสดงแต่ละฝ่ายได้ทุ่มเทฝึกซ้อมกันอย่างตั้งใจ โดยได้มีการแบ่งการซ้อมตามบทบาทที่ได้รับ ได้แก่ รำถวายพระพร ฝ่ายพระ ฝ่ายยักษ์ ฝ่ายลิงดนตรีไทย และคีตศิลป์ไทย โดยมีครูผู้เชี่ยวชาญควบคุมดูแลฝึกซ้อมอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เกิดความชำนาญ ก่อนที่จะฝึกซ้อมเข้าเรื่องโดยรวมตัวนักแสดงทุกฝ่าย เพื่อให้เกิดความพร้อมสำหรับการแสดงที่ยิ่งใหญ่สมการรอคอยของผู้ชม

นอกจากการแสดงที่วิจิตรงดงามที่แสดงโดยนักแสดงเยาวชนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นผู้ที่ผ่านการคัดเลือกและฝึกซ้อมจากครูผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ จนมีฝีมือการร่ายรำอันงดงามถูกต้องตามจารีตแล้ว ผู้ชมจะได้รับฟังการบรรเลงดนตรีและขับร้องเพลงไทยอันไพเราะ รับชมความวิจิตรของเครื่องแต่งกายอันประณีตพบกับความพิเศษของสุดยอดฉากการแสดงที่ยิ่งใหญ่ตระการตาของกุมภกรรณทดน้ำเพื่อไม่ให้ไหลไปสู่พลับพลา ฉากหนุมานแปลงกายเป็นเหยี่ยวใหญ่ ฉากหนุมานดำลงสู่ใต้น้ำและอีกมากมายที่จัดสร้างขึ้นเพื่อการแสดงโขนที่ยิ่งใหญ่บนเวที ระหว่างวันที่ 5 พฤศจิกายน-วันที่ 5 ธันวาคม 2566 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย บัตรราคา 2,000 บาท, 1,800 บาท, 1,000 บาท, 800 บาทและ 600 บาท (รอบนักเรียน ราคา 180 บาท) เปิดจำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ที่เคาน์เตอร์ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา โทร. 02-2623456