‘ราเมศ’ ย้ำ ‘เศรษฐา’ รับฟังเสียงสวรรค์ เตือนระวังลงเหว นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560440

07 ต.ค. 2566

'ราเมศ' ย้ำ 'เศรษฐา' รับฟังเสียงสวรรค์ เตือนระวังลงเหว นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต

‘ราเมศ’ ย้ำ ‘เศรษฐา’ รับฟังเสียงท้วงติงนโยบาย ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ เดินหน้าต่อ ประชาชนรับกรรม ฝากถึงคนใน ‘เพื่อไทย’ อย่ายุ่งเลือกหัวหน้า ‘พรรคประชาธิปัตย์’

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยกรที่กรณีมีข้อท้วงติงนโยบาย “ดิจิทัลวอลเล็ต” แจกเงิน 10,000 บาท ว่า ตนเคยท้วงติงตั้งแต่ช่วงแรกวันที่มีการแถลงนโยบายรัฐบาลยังแจงรายละเอียดต่อประชาชนไม่ได้ว่าจะมีหลักการใช้จ่ายงบประมาณอย่างไร ใช้จากส่วนไหน วิธีการดำเนินการยังกลับไปกลับมา 

ขณะที่อาจารย์เศรษฐศาสตร์ออกมาแถลงการณ์ให้เหตุผล ซึ่งรัฐบาลต้องรับฟังความเห็นด้วยความจริงใจ แต่ดูเหมือนนายกรัฐมนตรีไม่ได้ให้ความสนใจ ทั้งๆที่เป็นประเด็นเกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ เพราะงบประมาณที่จะต้องนำไปใช้กับโครงการดังกล่าวมีจำนวนมากถึง 560,000 ล้านบาท คำท้วงติงที่บอกว่าจะได้ไม่คุ้มเสียนายกรัฐมนตรีต้องละเอียดในการตรึกตรอง การใช้จำนวนเงินมากมายมหาศาล หากนำมาสร้างงานเพื่อให้ประชาชนได้เกิดรายได้ที่ยั่งยืนได้ 

ดังนั้นนายกรัฐมนตรีต้องคิดให้ดี เพราะหากจะเดินหน้าโดยไม่สนใจใยดี ท้ายที่สุดประชาชนก็ต้องรับผลกระทบ ต้องจ่ายภาษีเพิ่มขึ้นหรือไม่ ราคาสินค้าจะแพงขึ้นหรือไม่ จะมีผลต่อหนี้สาธารณะหรือไม่ รัฐบาลต้องคิดและอย่าเอาชีวิตประชาชนและประเทศมาเป็นตัวประกัน เพราะหากเกิดความเสียหายรัฐบาลจะรับผิดชอบอย่างไร

นายราเมศ กล่าวต่อว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ต้องไม่ลืมคำพูดของตนเองที่พูดว่า “บางทีเสียงที่เราไม่อยากได้ยินกลับเป็นเสียงสวรรค์” ดังนั้นก็ควรระลึกถึงคำพูดและปฏิบัติให้เห็นด้วย เพราะคนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดีได้ควรรักษาคำพูด รับฟังความเห็นอย่างจริงใจสำคัญที่สุด อย่าลืมว่านายเศรษฐา เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ประธานบริษัท จะกระทำสิ่งใดต้องยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศ 

มีคำเตือนอยู่ว่าข้างหน้านายกรัฐมนตรีกำลังจะพาประชาชนพาประเทศไปลงเหว ก็ควรหยุดคิดพิจารณาคำท้วงติง คำเตือน เพื่อไปปรับปรุงแก้ไข การบริหารประเทศไม่อยากให้ทำการเมืองด้วยนโยบายที่ไม่รับผิดชอบ แล้วทิ้งภาระไว้ให้ประชาชนในวันอนาคต

นายราเมศฝากถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้เตือนคนของพรรคเพื่อไทยที่ออกมาแถลงข่าวโต้ตอบด้วยว่า อย่าทำตัวเหมือนโดนน้ำร้อนลวก ควรออกมาชี้แจงด้วยเหตุด้วยผล แต่ที่ออกมาส่วนมากจะเอาประเด็นว่า พรรคประชาธิปัตย์ไปเลือกหัวหน้าพรรคให้ได้ก่อนถึงจะวิจารณ์คนอื่นได้นั้น ในทางการเมืองพวกที่พูดเช่นนี้มีปัญหาทางสภาพจิตใจ ควรมีวุฒิภาวะในทางการเมืองให้มากกว่านี้

เรื่องเลือกหัวหน้าพรรคเป็นเรื่องภายใน เรื่องประชาธิปไตยภายในพรรคไม่มีใครมาชี้นิ้วสั่งได้ คนที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ ก็ต้องมีการคัดสรร กลั่นกรองจากสมาชิก พรรค และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยมีใครกระทำการทุจริตแล้วติดคุกหรือต้องถูกยึดทรัพย์ เพราะฉะนั้นถ้าจะมาโต้ตอบในทางการเมืองควรออกมาอย่างมีวุฒิภาวะอย่างผู้มีปัญญาด้วย

นายราเมศ รัตนะเชวงนายราเมศ รัตนะเชวง

ไทย เลื่อนส่ง ‘THEOS-2’ สำรวจโลกกระทันหัน หลังพบสัญญาณผิดปกติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/560436

07 ต.ค. 2566

ไทย เลื่อนส่ง 'THEOS-2' สำรวจโลกกระทันหัน หลังพบสัญญาณผิดปกติ

‘รมว.อว.’ แจ้ง เลื่อนส่ง ‘THEOS-2’ ดาวเทียมสำรวจโลกกระทัน ก่อนเพียง 14 วินาที หลังพบค่ากระแสไฟฟ้าเกินที่อุปกรณ์จรวด

จากที่เช้าวันนี้ไทยต้องส่งดาวเทียมสำรวจโลก “THEOS-2″ ขึ้นสู่วงโคจร ที่ท่าอวกาศยานเฟรนช์เกียนา ทวีปอเมริกาใต้ แต่ปรากฎระบบมีการแจ้งเตือน พบปัญหาจากอุปกรณ์บางอย่าง จึงเลื่อนการนำส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรออกไปก่อนนั้น

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยหลังจาก Arianespace แจ้งเลื่อนการนำส่งดาวเทียม THEOS-2 ก่อนนับถอยหลังเพียง 14 วินาที เนื่องจากระบบตรวจสอบพบ “ค่ากระแสไฟฟ้าเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (threshold)” ที่อุปกรณ์ Safety Management Unit ของจรวดนำส่ง 

ระบบจึงตัดการทำงานทั้งหมดโดยอัตโนมัติ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดจาก Arianespace และคาดว่าจะทราบผลและสามารถยืนยันกำหนดการส่งได้ในช่วงเช้าวันที่ 8 ต.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น) ส่วนความคืบหน้าในการนำส่งดาวเทียม THEOS-2 จะแจ้งให้ทราบต่อไป

ส่งดาวเทียม THEOS-2 ขึ้นสู่วงโคจรส่งดาวเทียม THEOS-2 ขึ้นสู่วงโคจร

นำส่งดาวเทียม THEOS-2 ขึ้นสู่วงโคจรนำส่งดาวเทียม THEOS-2 ขึ้นสู่วงโคจร

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2730895

สมพล ชัยสิริโรจน์ มอบเงิน ให้ ดร.สุเมธ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างน้ำ

7 ต.ค. 2566 05:01 น.

สมพล ชัยสิริโรจน์ มอบเงิน ให้ ดร.สุเมธ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างน้ำ

สนับสนุน  –  สมพล ชัยสิริโรจน์ กก.บริษัทไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล มอบเงินจำนวน 878,700 บาท ให้ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างน้ำ สหกรณ์การเกษตรแบบรวมกลุ่มเพชรน้ำหนึ่ง จ.เพชรบุรี โดยมี ดร.รอยล จิตรดอน มาร่วมในพิธีด้วย ที่มูลนิธิอุทกพัฒน์ วันก่อน.

หน้าที่รัฐบาลคือการทำให้ชาวบ้านปลอดภัย หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม 2566

  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…ชัดเจนกันไปเปลาะหนึ่งสำหรับเหตุการณ์สะเทือนขวัญสังคม กรณี เด็กชายอายุ 14 ปี ใช้อาวุธกราดยิงคนในห้างดัง เป็นเหตุให้มี ผู้เสียชีวิต 2 ราย และ ได้รับ บาดเจ็บอีก 5 คน…โดยทางด้านการดำเนินคดี เมื่อวันที่ 4 ต.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัว เด็กชายที่ก่อเหตุ ไปแสดงตัวต่อ ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง พร้อมยื่นคำร้อง ตรวจสอบการจับกุมตัว หลังถูกจับภายใน 24 ชั่วโมง ตามขั้นตอน พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว
ตรวจเองได้  –  นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข เปิดโครงการคัดกรองตรวจมะเร็งปากมดลูก เก็บสิ่งส่งตรวจด้วยตนเอง ในสถานประกอบการมีพนักงานสตรี โดยมี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ และ สิริพงศ์ อรุณรัตนา มาร่วมงานด้วย ที่โรงงานแปรรูปเนื้อไก่ซีพีเอฟ นครราชสีมา วันก่อน.
  • พ.ศ.2553 ตั้งข้อหากระทำความผิด คดีฆ่าคนตาย พยายามฆ่า และ พ.ร.บ.อาวุธปืน โดย ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ตรวจสอบการจับกุมแล้ว มีคำสั่งว่า ศาลพิเคราะห์ข้อเท็จจริงจากการสอบผู้ร้องและตรวจเอกสารของผู้ร้องแล้ว เห็นว่า ผู้ต้องหา เป็นผู้ซึ่งต้องหากระทำผิดจริง ตำรวจผู้จับกุมพบผู้ต้องหาในขณะกระทำผิด การจับกุมเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย…ส่วนที่ขอให้ศาลส่งตัวผู้ต้องหาไปให้ แพทย์จิตเวช สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ เพื่อรักษาจนกว่าผู้ต้องหาจะสามารถต่อสู้คดีได้นั้น พนักงานสอบสวนไม่ได้นำ แพทย์ผู้ทำความเห็น มาให้ศาลได้สอบถาม หรือไต่สวนให้ฟังได้ว่าผู้ต้องหา มีอาการป่วยทางจิตจริง ดังนั้นข้อเท็จจริงจึงยังไม่ยุติว่าผู้ต้องหามีอาการป่วยทางจิตเวช และเนื่องจากการกระทำของผู้ต้องหา อาจเป็นภัยร้ายแรงต่อผู้อื่น จึงเห็นควรส่งตัวไป ควบคุมไว้ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และให้สถานพินิจฯดำเนินการตรวจสอบสภาพจิตใจของผู้ต้องหา ให้หมายควบคุมเว้นแต่มีประกัน และเมื่อปรากฏไม่มี ผู้ปกครอง มายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว เจ้าหน้าที่จึงนำส่งตัวไปยัง สถานพินิจฯ ตามคำสั่งศาล เพื่อรอรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมในส่วนของ เยาวชน ต่อไป…ผลสรุปสุดท้ายคำตัดสินคดีนี้จะออกมาอย่างไร รับโทษมากน้อยแค่ไหน ต้องติดตามกันต่อไป
ขยายธุรกิจ  –  สุภรัฐ จิราธิวัฒน์ และ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ลงนามในสัญญาสนับสนุนการเงินจาก EXIM BANK จำนวน 1,000 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทาราในไทยและต่างประเทศ โดยมี กีรติ คงคาทิพย์ มาร่วมในพิธีด้วย ที่ EXIM BANK สนง.ใหญ่ วันก่อน.
  • ที่แน่ๆ…ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันแก้ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของ อาวุธปืน ทั้ง ปืนที่ถูกกฎหมาย ปืนเถื่อน และ สิ่งเทียมอาวุธปืน ที่มีอยู่มากมายหลายล้านกระบอก แถมยังมีการลักลอบซื้อขายทางออนไลน์ ง่ายต่อการจัดหามาใช้ก่อเหตุรุนแรง…เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณา ควบคุมการครอบครอง การพกพาอาวุธปืน เครื่องกระสุน และสิ่งเทียมปืน โดย รมต.อนุทิน ระบุว่าได้เชิญ อธิบดีกรมการปกครอง มาหารือเกี่ยวกับการควบคุมการใช้อาวุธปืน เพื่อต้องการรับทราบถึงข้อกฎหมายต่างๆที่เกี่ยวกับ การครอบครองอาวุธปืน รวมถึง แบลงก์กัน และ บีบีกัน รวมทั้งปืนของเล่นต่างๆ ที่สามารถสร้างอันตราย แก่ผู้อื่นได้ โดยต้องมาดูว่าตรงไหนที่ต้องควบคุม…รมต.อนุทิน ยังเน้นย้ำ
ชื่นมื่น  –  สุริยน ศรีอรทัยกุล เชิญเพื่อนคนสนิทมาร่วมชมโชว์สุดพิเศษของบิวตี้เจมส์ พร้อมฉลองวันเกิดให้ วิจิตรา ส่งทวีผล โดยมี วิชัย ส่งทวีผล, ดร.สุมาลี ศรีสุภรณ์วาณิชย์, สุจิตราภรณ์ ศิริวรรณพร, อาภัสรา เตชะรัตนไชย และ ปรียามล ธนวิสุทธิ์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลชิดลม วันก่อน.
  • ด้วยว่าได้ให้นโยบายไปว่า จะไม่อนุญาตให้ออกใบอนุญาตพกอาวุธ ให้แก่ บุคคลทั่วไป หากมีความจำเป็นจะต้องแก้ไข พ.ร.บ.อาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน ก็ต้องทำ สอดรับกับแนวทางของ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการ จำกัดการใช้อาวุธปืน จากนี้ผู้ที่พกปืนได้จะมีเพียง เจ้าหน้าที่ เท่านั้น โดยจะมีการประชุมกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อหารือในเรื่องเหล่านี้ด้วย และต่อไปนี้ สนามยิงปืน ก็ต้องมีการควบคุมด้วย เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ก็ไม่ควรที่จะเข้าไปซ้อมยิงปืน แต่สำหรับกรณีที่เป็น กีฬายิงปืน ก็จะกำหนดให้ฝากปืนไว้ที่สนามยิงปืน จะไม่สามารถนำออกมาข้างนอกได้ สิ่งเหล่านี้เป็นแนวทางที่ได้มอบหมายไป ส่วนจะออกมาเป็น ข้อปฏิบัติหรือไม่ ก็ต้องให้ทาง กรมการปกครอง เสนอมาอีกครั้ง…งานนี้ถือเป็นการล้อมคอกครั้งใหญ่ เพื่อป้องกันการก่อเหตุร้ายจากอาวุธปืน และ สิ่งเทียมอาวุธปืน หรือ ปืนที่ดัดแปลง จากปืนของเล่นให้สามารถใช้ยิงกระสุนจริงได้ ถือว่าเดินมาถูกทาง
วิชาการ  –  ศ.นพ.อมร ลีลารัศมี และ นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ เป็นวิทยากรในการประชุมวิชาการระดับชาติด้านเวชศาสตร์วิถีชีวิตและการดูแลสุขภาวะแบบองค์รวม ครั้งที่ 1 โดยมี รศ.ดร.นพ.ภูดิท เตชาติวัฒน์ และ นพ.สมพงษ์ ชัยโอภานนท์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ วันก่อน.
  • อย่างไรก็ตาม การที่ รัฐบาล โดย กระทรวงมหาดไทย จะออกมาตรการควบคุม การครอบครองอาวุธปืน ก็จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบรอบด้านด้วยเช่นกัน เพราะหาก ห้ามสุจริตชนบุคคลทั่วไปซื้อ หรือ ครอบครองอาวุธปืน โดย ถูกต้องตามกฎหมาย ที่ปกติต้องผ่านการตรวจสอบหลายขั้นตอนอยู่แล้ว อาจกลายเป็นการปิดกัน สุจริตชน จะมี อาวุธปืน เอาไว้ ใช้ป้องกันชีวิตและทรัพย์สินภายในเคหสถาน บ้านเรือน โดยเฉพาะ บางคนอาจอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ที่ต้องมีอาวุธไว้ ป้องกันโจร ผู้ร้าย ขณะที่การรักษาความปลอดภัยจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ไม่ทั่วถึง หรือแม้แต่ใน เมืองใหญ่ สมัยนี้ก็แทบไม่มี ตำรวจสายตรวจ ออก ตระเวนตรวจตรา อาศัยแต่กล้องวงจรปิดรอแกะรอยหลังเกิดเหตุ ตรงนี้ยิ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาที่กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนมากขึ้นไปอีก ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่า มิจฉาชีพ โจร ผู้ร้าย มือปืนรับจ้าง ส่วนใหญ่มักใช้ ปืนเถื่อน ในการก่อเหตุมากกว่าปืนที่มีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย หาก รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีมาตรการรองรับ แก้ปัญหาไม่ครบวงจรอาจเป็นช่องทางให้อาชญากรก่อเหตุร้ายกับสุจริตชนเพิ่มมากขึ้น เพราะรู้ว่า ไม่มีเขี้ยวเล็บป้องกันตัว…เหรียญมีสองด้าน ดาบมีสองคม สมควรต้องวิเคราะห์ให้ดีๆนะจ๊ะ
ฝีมืออิตาเลียน  –  เอสเทล ฮู–ไพรอท และ ภัทรมน วรรณพานิช จัดงานเปิด “TOD’S Pop-up Store” แบรนด์สินค้าเครื่องหนัง เพื่อแสดงถึงวัฒนธรรมและงานฝีมือของชาวอิตาเลียน โดยมี ไพพรรณ หลักแหลม, แอน ทองประสม และ ธัญชนก กู๊ด มาร่วมงานด้วย ที่ดิ เอ็มโพเรียม วันก่อน.
อย่าพลาด  –  ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา และ สุพัตรา จิราธิวัฒน์ เปิดแคมเปญ “Thailand J Food Festival 2023” ชวนมาอิ่มบุญ อิ่มใจ อิ่มอร่อยจากเมนูเจกว่า 5,000 รายการ ระหว่าง 12-23 ต.ค. โดยมี ปิยนันท์ คุ้มครอง และ มัทนา แก้วกระจ่าง มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
  • สังคมทั่วไป…ฉลองมงคลสมรส มณฑิกานต์ สนโสภณ กับ ภูวดล ตีรถานนท์ ห้องอัศวิน แกรนด์ บีซี โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น 7 ต.ค. 12.00 น.
  • อิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต, ธนินทร์ วโนธาดา และ วิทยา สิงห์อุบล นัดเพื่อนสามเสนวิทยาลัย รุ่น 24 พบปะสังสรรค์ ที่ร้านนาทอง รัชดาฯ 7 ต.ค. ตั้งแต่ 17.30 น.
  • ฌาปนกิจศพ คุณพ่อประศาสน์ วรศานต์ วัดบัวขวัญ ซอยงามวงศ์วาน 23 อ.เมืองนนทบุรี 7 ต.ค. 15.00 น.
  • ศพ ปรีชา พงศ์อิศวรานันท์ บิดา ศ.ดร.ทพญ.วรานันท์–พล.อ.ต.จักรฤทธิ์ บัวจีบ ตั้งสวดวัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน 18.00 น. ถึง 11 ต.ค. พระราชทานเพลิง 12 ต.ค.16.00 น.

“ธนูเทพ”

รถบัสบรรทุกผู้อพยพพลิกคว่ำในเม็กซิโกดับอย่างน้อย 18 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2731117

รถบัสบรรทุกผู้อพยพพลิกคว่ำในเม็กซิโกดับอย่างน้อย 18 ศพ

7 ต.ค. 2566 11:41 น.

รถบัสบรรทุกผู้อพยพพลิกคว่ำในเม็กซิโกดับอย่างน้อย 18 ศพ

รถบัสบรรทุกผู้อพยพต่างชาติ ประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำทางตอนใต้ของเม็กซิโก ส่งผลให้ผู้โดยสารเสียชีวิตอย่างน้อย 18 ศพ และบาดเจ็บ 27 คน

เกิดอุบัติเหตุรถบัสบรรทุกผู้อพยพซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเวเนซุเอลา และเฮติ รวม 55 คน เสียหลักพลิกคว่ำในพื้นที่ทางตอนใต้ของเม็กซิโก ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18 ศพ บาดเจ็บอีก 27 คน

คำแถลงของสำนักงานอัยการรัฐโออาซาการะบุว่า ในจำนวนผู้ที่เสียชีวิต 18 ศพบนรถโดยสารคันดังกล่าว มีเด็กรวมอยู่ด้วย 3 คน และมีผู้หญิงอีก 2 คน ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลแล้ว แต่ยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของพวกเขา

ทั้งนี้ จากภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุของหน่วยกู้ภัยรัฐโออาซากา พบว่ารถโดยสารอยู่ในสภาพตะแคงพลิกคว่ำบริเวณทางโค้งเลียบภูเขา ขณะที่สาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน

เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นอุบัติเหตุเกี่ยวกับผู้อพยพข้ามแดนครั้งล่าสุดที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตในเม็กซิโก ท่ามกลางปัญหาผู้อพยพจำนวนมหาศาลที่หลั่งไหลเข้าไปยังพรมแดนสหรัฐอเมริกา จนประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศ เตรียมสร้างกำแพงสูงกั้นพรมแดน เพื่อสกัดการอพยพ โดยผู้อพยพส่วนใหญ่มักถูกนำพามาโดยขบวนการลักลอบ ซึ่งมักหาวิธีเดินทางเข้ามาด้วยความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นรถบัสผิดกฎหมาย รถไฟ รวมทั้งรถเทรลเลอร์บรรทุกสินค้า เป็นต้น.

ที่มา : เอพี

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ “ผู้อพยพ“

โรงหนังปลื้ม ยอดตั๋ว “เทย์เลอร์ สวิฟต์” ทะลุ 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2731101

โรงหนังปลื้ม ยอดตั๋ว "เทย์เลอร์ สวิฟต์" ทะลุ 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

7 ต.ค. 2566 10:23 น.

โรงหนังปลื้ม ยอดตั๋ว “เทย์เลอร์ สวิฟต์” ทะลุ 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

เอเอ็มซี เครือโรงภาพยนตร์ใหญ่สุดในโลกแถลงเมื่อ 6 ต.ค. ว่าภาพยนตร์คอนเสิร์ต “เอราส์ ทัวร์” ของเทย์เลอร์ สวิฟต์ ซุปเปอร์สตาร์สาวชาวอเมริกันวัย 33 ปี มียอดจำหน่ายตั๋วล่วงหน้าทั่วโลกทะลุ 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือราว 3,698 ล้านบาท) ภายในเวลาน้อยกว่า 24 ชั่วโมง ทำลาย สถิติยอดขายสูงสุดใน 1 วัน ในประวัติศาสตร์ 103 ปีของเอเอ็มซี และยังทำกำไรสูงสุดแซงหน้าภาพยนตร์คอนเสิร์ต 3 มิติ “เนเวอร์ เซย์ เนเวอร์” ในปี 2554 ของจัสติน บีเบอร์ เอเอ็มซียังระบุว่าภาพยนตร์คอนเสิร์ตเอราส์ ทัวร์ จะเข้าฉาย 8,500 โรง ใน 100 ประเทศทั่วโลกวันที่ 13 ต.ค. นี้

นักวิเคราะห์ยังคาดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้อาจทำรายได้ทะลุบ็อกซ์ออฟฟิศอีก 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 3,701 ล้านบาท) ในอเมริกาเหนือช่วงสุดสัปดาห์ที่เปิดตัว ขณะที่ทัวร์คอนเสิร์ตทั่วโลกมีกำหนดแสดงต่อไปจนถึงปลายปี 2567 และคาดว่ามียอดจำหน่ายบัตรเป็นมูลค่าสูงถึง 1,400 ล้านดอลลาร์ หรือราว 51,818 ล้านบาท อาจทำลายสถิติทัวร์ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของเอลตัน จอห์น ยอดศิลปินจากอังกฤษ ในคอนเสิร์ตอำลา ขณะที่สวิฟต์เพิ่งได้ชื่อเป็นศิลปินหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งสปอติฟายที่มีผู้ฟังเพลง 100 ล้านคนต่อเดือน.

อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่

ชาวเวเนซุเอลาแห่บริจาคผม ใช้เป็นวัสดุขจัดคราบน้ำมันรั่วไหล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2731096

ชาวเวเนซุเอลาแห่บริจาคผม ใช้เป็นวัสดุขจัดคราบน้ำมันรั่วไหล

7 ต.ค. 2566 10:14 น.

ชาวเวเนซุเอลาแห่บริจาคผม ใช้เป็นวัสดุขจัดคราบน้ำมันรั่วไหล

ชาวเวเนซุเอลาแห่ตัดผมฟรี เพื่อร่วมบริจาคเส้นผม สำหรับนำไปใช้ในการดูดซับน้ำมันที่รั่วไหลในทะเลสาบ

ชาวเวเนซุเอลาจำนวนมากต่างเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยกลาง แห่งเวเนซุเอลา โดยบางคนก็นำสุนัขมาตัดขน เพื่อเข้าร่วมโครงการตัดผม-ขนฟรีเพื่อรับบริจาคผม โดยโครงการนี้เป็นหนึ่งในโครงการเมอเมด โปรเจกต์ ขององค์กรไม่แสวงผลกำไรในเวเนซุเอลา เพื่อจะรวบรวมเส้นผมมนุษย์รวมทั้งขนสัตว์เหล่านี้ไปใช้ทำเป็นแพเส้นผม เพื่อแก้ปัญหาน้ำมันรั่วไหลในแหล่งน้ำต่างๆ โดยเฉพาะทะเลสาบมาราไกโบ ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในลาตินอเมริกา ที่ตอนนี้กำลังประสบปัญหาจากน้ำมันรั่วไหลและยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น

โดยทางองค์กรระบุว่าเส้นผมจำนวน 1 ปอนด์ สามารถดูดซับน้ำมันได้ราว 5-8 ปอนด์เลยทีเดียว ซึ่งนอกจากบางคนจะมาตัดผมแล้ว ก็มีบางส่วนที่รวบรวมผมมาจากร้านตัดผมนำมามอบให้ด้วย

สำหรับโครงการเมอร์เมดนี้ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีฐานอยู่ในเมืองมาราไกโบ ห่างจากกรุงคาราคัสเมืองหลวงของประเทศไปทางตะวันตกราว 600 กิโลเมตร เพื่อหวังเร่งแก้ปัญหาทะเลสาบมาราไกโบซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมือง และกำลังเชิญปัญหามลพิษอย่างหนักหน่วงในเวลานี้

ก่อนหน้านี้ แมทเทอร์ ออฟ ทรัสต์ องค์กรไม่แสวงผลกำไรในซานฟรานซิสโก ก็เคยใช้วิธีนี้ในการทำความสะอาดแหล่งน้ำมาแล้ว โดยตอนนั้นเป็นการรวบรวมเส้นผมจากมากกว่า 33 ประเทศ.

ที่มา: เอพี

คลิกเพื่ออ่านข่าวเกี่ยวกับ “น้ำมันรั่วไหล“

ยูนิเซฟเผย ภัยธรรมชาติทำให้เด็กๆ ทั่วโลกต้องพลัดถิ่นฐานมากกว่า 20,000 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2731087

ยูนิเซฟเผย ภัยธรรมชาติทำให้เด็กๆ ทั่วโลกต้องพลัดถิ่นฐานมากกว่า 20,000 คน

7 ต.ค. 2566 09:53 น.

ยูนิเซฟเผย ภัยธรรมชาติทำให้เด็กๆ ทั่วโลกต้องพลัดถิ่นฐานมากกว่า 20,000 คน

องค์การยูนิเซฟเผยรายงานล่าสุดที่ระบุว่า ภัยธรรมชาติ พายุ น้ำท่วม ไฟป่า และสภาพอากาศสุดขั้วในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ทำให้เด็กราว 43 ล้านคน ต้องกลายเป็นคนพลัดถิ่นในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2566 องค์การยูนิเซฟ เปิดเผยรายงานฉบับล่าสุดที่ระบุว่า ภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพายุ น้ำท่วม ไฟป่า และสภาพอากาศสุดขั้วต่างๆ ได้ทำให้ในแต่ละวันมีเด็กกว่า 20,000 คนต้องพลัดถิ่นที่อยู่อาศัย หรือคิดเป็นเด็กทั่วโลกราว 43 ล้านคนที่กลายเป็นคนพลัดถิ่นระหว่างปี 2559-2564 

โดยยกตัวอย่างภาวะน้ำท่วมในอินเดียและจีน ที่เป็นสาเหตุให้เด็กต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นกว่า 19 ล้านคน ขณะที่ไฟป่าคือสาเหตุที่ทำให้เด็กในสหรัฐฯ และแคนาดา เป็นคนพลัดถิ่นถึง 810,000 คน ขณะที่โดยรวมแล้ว ฟิลิปปินส์ อินเดีย และจีน เป็นประเทศที่มีเด็กพลัดถิ่นเพราะภัยพิบัติทางสภาพอากาศมากที่สุด และคิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของเด็กพลัดถิ่นทั่วโลก

ข้อมูลที่ระบุไว้ในรายงานที่เผยแพร่ออกมายังประเมินด้วยว่า ตัวเลขของเด็กพลัดถิ่นในช่วง 3 ทศวรรษจากนี้จะพุ่งเป็นกว่า 113 ล้านคน เมื่อพิจารณาปัจจัยความเสี่ยงจากภาวะแม่น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือน ลมพายุไซโคลน และน้ำท่วมที่เกิดขึ้นหลังพายุกระหน่ำ

ยูนิเซฟระบุว่า ที่ผ่านมาเวลาสื่อนำเสนอรายงานข่าว มักจะไม่ได้ลงรายละเอียดถึงความทุกข์ หรือผลกระทบของผู้ประสบภัยพิบัติรุนแรง โดยเฉพาะภัยแล้งซึ่งโดยปกติประเทศต่างๆ จะไม่มีการวางแผนอพยพหนีภัยเพราะภาวะแล้ง เหมือนกรณีของภาวะน้ำท่วม หรือพายุโหมกระหน่ำ ซึ่งหมายความว่า ไม่สามารถจัดเก็บตัวเลขอย่างเป็นระบบได้ ทำให้ตัวเลขข้างต้นอาจยังต่ำกว่าความเป็นจริง

ทางด้านผู้เชี่ยวชาญในประเด็นการอพยพถิ่นฐานของยูนิเซฟ หนึ่งในทีมงานจัดเตรียมรายงานล่าสุดนี้ ระบุว่า มีเด็กจำนวนสูงกว่านี้มากที่จะได้รับผลกระทบในอนาคต เพราะผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ยังมีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง.

ต้นไม้ใหญ่ล้มทับรถบัสที่ศรีลังกา ดับอย่างน้อย 5 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2731095

 ต้นไม้ใหญ่ล้มทับรถบัสที่ศรีลังกา ดับอย่างน้อย 5 ศพ

7 ต.ค. 2566 09:53 น.

ต้นไม้ใหญ่ล้มทับรถบัสที่ศรีลังกา ดับอย่างน้อย 5 ศพ

เกิดเหตุสลด ต้นไม้ใหญ่ล้มทับรถบัสโดยสารที่กำลังแล่นอยู่ในกรุงโคลัมโบ ของศรีลังกา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ศพ นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก17 รายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2566 โฆษกประจำโรงพยาบาลแห่งชาติในกรุงโคลัมโบ ของประเทศศรีลังกา เปิดเผยว่า เกิดเหตุสลด ต้นไม้ใหญ่ล้มทับรถบัสโดยสารที่กำลังแล่นอยู่ในกรุงโคลัมโบ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ศพ นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก17 รายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

โดยขณะเกิดอุบัติเหตุ รถบัสคันนี้กำลังมุ่งหน้าจากกรุงโคลัมโบไปยังเมืองเดนิยายา ทางตอนใต้ของประเทศ ก่อนถูกต้นไม้ล้มทับที่บริเวณถนนดูพลิเคชัน ซึ่งเป็นถนนที่มีการจราจรพลุกพล่านที่สุดสายหนึ่งของกรุงโคลัมโบ

สื่อท้องถิ่นของศรีลังการายงานว่า ถนนสายนี้ถูกปิดการจราจรในเวลาต่อมา เนื่องจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเพื่อเคลื่อนย้ายต้นไม้ใหญ่ที่ล้มลงมาและรถบัสที่เสียหายออกจากถนน.

รู้จัก นาร์เกส โมฮัมมาดี นักสู้เพื่อสิทธิสตรี เจ้าของโนเบลสันติภาพ 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2731084

รู้จัก นาร์เกส โมฮัมมาดี นักสู้เพื่อสิทธิสตรี เจ้าของโนเบลสันติภาพ 2023

7 ต.ค. 2566 09:00 น.

รู้จัก นาร์เกส โมฮัมมาดี นักสู้เพื่อสิทธิสตรี เจ้าของโนเบลสันติภาพ 2023

  • คณะกรรมการรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ประกาศมอบรางวัลประจำปี 2023 ให้แก่นาง นาร์เกส โมฮัมมาดี นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนชาวอิหร่าน
  • ชื่อของโมฮัมมาดีกลายเป็นสัญลักษณ์การต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนในอิหร่านไปแล้ว หลังจากเธอถูกจับกุมนับครั้งไม่ถ้วน และถูกตัดสินจำคุกรวมมากกว่า 30 ปี
  • แต่โมฮัมมาดียังคงไม่หยุดต่อสู้ เธอเผยแพร่บทความต่างๆ ออกมาจากเรือนจำ และให้คำมั่นว่าเธอจะเคลื่อนไหวต่อไป แม้ต้องใช้เวลาทั้งชีวิตในคุกก็ตาม

คณะกรรมการโนเบลประกาศชื่อผู้ได้รับรางวัลสาขาสันติภาพประจำปี 2023 ออกมาแล้ว ได้แก่นาง นาร์เกส โฮฮัมมาดี นักเคลื่อนไหวหญิงชาวอิหร่าน ผู้ต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีและความเท่าเทียมมาตลอดชีวิต

โมฮัมมาดีในวัย 51 ปี กลายเป็นสัญลักษณ์การต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนในอิหร่าน หลังจากเธอถูกจับกุมนับครั้งไม่ถ้วนจากการทำกิจการทางการเมือง ถูกตัดสินลงโทษจำคุกรวมกันนานกว่า 30 ปี และตอนนี้เธอก็ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำเมืองเอวิน พร้อมถูกห้ามพบหน้าสามีและลูกๆ

อย่างไรก็ตาม แม้จะถูกคุมขัง แม้สุขภาพจะย่ำแย่ และไม่ได้พบหน้าบุคคลอันเป็นที่รัก โมฮัมมาดียังให้เดินหน้าทำกิจกรรมเพื่อเรียกร้องความเท่าเทียมต่อไป พร้อมให้คำมั่นว่า เธอจะอยู่ในอิหร่านเพื่อทำการเคลื่อนไหวต่อไป แม้มันอาจจะหมายความว่า เธอต้องใช้เวลาทั้งหมดที่เหลือในชีวิตในคุกก็ตาม

นาร์เกส โมฮัมมาดี

นาร์เกส โมฮัมมาดี เป็นใคร?

โมฮัมมาดีเกิดเมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2515 ที่เมืองซันจัน ประเทศอิหร่าน และเติบโตขึ้นในหลายเมืองทั้งกอร์เวห์, คาราจ และโอชนาวิเยห์ ก่อนจะเรียนจบปริญญาตรีสาขาฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยนานาชาติ อิหม่าม โคเมนี และกลายมาเป็นวิศวกรมืออาชีพ

ช่วงเธอที่โมฮัมมาดีเรียนมหาวิทยาลัยนั้น เธอเขียนบทความสนับสนุนสิทธิสตรีหลายฉบับลงในหนังสือพิมพ์นักศึกษา และเคยถูกจับกุมถึง 2 ครั้งขณะเข้าร่วมการประชุมของกลุ่มนักศึกษาผู้รู้แจ้ง (Enlightened Student Group) เธอยังเป็นสมาชิกกลุ่มนักปีนเขา จนกระทั่งเธอถูกห้ามเข้าร่วมเนื่องจากการทำกิจกรรมทางการเมืองของเธอ

จากนั้นโมฮัมมาดีผันตัวไปทำงานเป็นนักข่าวให้กับหนังสือพิมพ์หัวก้าวหน้าหลายฉบับ และตีพิมพ์เรียงความทางการเมืองของตัวเองชื่อว่า ‘การปฏิรูป, ยุทธศาสตร์ และกลยุทธ์’ ก่อนที่ในปี 2546 เธอจะเข้าร่วมศูนย์ผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชน (DHRC) ของนาง ชีริน เอบาดี หญิงอิหร่านคนแรกที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ และได้เป็นรองประธานองค์กรในเวลาต่อมา

โมฮัมมาดีแต่งงานกับนาย ทากี ราห์มานี เพื่อนนักข่าวหัวปฏิรูปในปี 2542 แต่ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็ถูกจับกุม ทำให้นายราห์มานีตัดสินใจย้ายไปอยู่ฝรั่งเศสในปี 2555 หลังรับโทษจำคุกนานเกือบ 14 ปี ส่วนโมฮัมมาดีเลือกที่จะอยู่ทำงานเพื่อสิทธิมนุษยชนในอิหร่านต่อ โดยทั้งสองมีลูกแฝดด้วยกัน 1 คู่

นาร์เกส โมฮัมมาดี

ต่อสู้เพื่อสิทธิจนโดนจับนับครั้งไม่ถ้วน

โมฮัมมาดีถูกทางการอิหร่านจับกุมครั้งแรกในปี 2541 โทษฐานวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล และติดคุกนาน 1 ปี จากนั้นในปี 2553 เธอถูกนำตัวขึ้นศาลการปฏิวัติอิสลามฐานเป็นสมาชิกกลุ่ม DHRC โดยเธอประกันตัวออกมาสู้คดีด้วยวงเงิน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ก็ถูกจับและคุมขังในเรือนจำเมืองเอวินในไม่กี่วันต่อมา

อย่างไรก็ตาม ระหว่างถูกคุมขัง สุขภาพของโมฮัมมาดีย่ำแย่ลงอย่างรวดเร็ว โดยเกิดโรคคล้ายลมบ้าหมู ทำให้เธอสูญเสียการควบคุมกล้ามเนื้อเป็นครั้งคราว ทำให้เธอได้รับการปล่อยตัวหลังจากอยู่ในคุกราว 1 เดือน เพื่อเข้ารับการรักษาทางการแพทย์

แต่ในเดือนกรกฎาคม 2554 โมฮัมมาดีก็ถูกดำเนินคดีอีกครั้ง ซึ่งศาลตัดสินว่าเธอมีความผิดจริงในข้อหา กระทบการต่อต้านความมั่นคงของชาติ, เป็นสมาชิกกลุ่ม DHRC และ โฆษณาชวนเชื่อต่อต้านรัฐบาล และในเดือนกันยายนปีเดียวกัน เธอก็ถูกพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 11 ปี โดยเธอพยายามอุทธรณ์จนได้รับการลดโทษเหลือ 6 ปีในเดือนมีนาคม 2555 และเริ่มรับโทษจำคุกในวันที่ 26 เม.ย.ปีเดียวกัน

การจำคุกนางโมฮัมมาดีทำให้เกิดการประท้วงอย่างหนักจากนานาชาติและองค์กรระหว่างประเทศ จนในเดือนกรกฎาคม 2555 อิหร่านต้องยอมปล่อยตัวเธอออกจากเรือนจำ

2 ปีหลังจากนั้น ในเดือนตุลาคม 2557 โมฮัมมาดีกล่าวปราศรัยที่สุสานของนาย ซัตตาร์ เบเฮชติ วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลที่เสนอแผนส่งเสริมศีลธรรมและป้องกันความชั่วร้าย แต่กลับไม่มีใครพูดอะไรเลยตอนที่นายเบเฮชติถูกตำรวจไซเบอร์ทรมานจนตายเมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งวิดีโอการปราศรัยของเธอกลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว และทำให้เธอถูกเรียกตัวขึ้นศาลเรือนจำเอวินอีกครั้ง

วันที่ 5 พ.ค. 2558 ถูกจับกุมอีกครั้งด้วยข้อหาใหม่ ซึ่งศาลปฏิวัติฯ พิพากษาลงโทษจำคุกเธอเป็นเวลา 10 ปีจากข้อหาก่อตั้งองค์กรผิดกฎหมายที่เรียกว่า ‘Legam’, อีก 5 ปีสำหรับข้อหารวมตัวและสมคบกันต่อต้านความมั่นคงของชาติ และอีก 1 ปีจากการที่เธอให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศระหว่างพบผู้แทนฝ่ายนโยบายความมั่นคงของ EU เมื่อมีนาคม 2557

ทากี ราห์มานี สามีของโมฮัมมาดี โชว์ูปภาพเก่าที่ทั้งคู่ถ่ายด้วยกัน



หลังถูกจำคุกได้ 3 ปีกว่า โมฮัมมาดีก็เริ่มอดอาหารร่วมกับผู้ต้องขังชาวอังกฤษเชื้อสายอิหร่าน นาซานิน ซาการี-แรตคริฟฟ์ เมื่อมกราคม 2562 เพื่อประท้วงเรือนจำเอวินที่ปฏิเสธไม่ให้เข้าถึงการรักษาทางการแพทย์ จนในเดือนกรกฎาคม 2563 เธอเริ่มแสดงอาการป่วยของโรคโควิด-19 ก่อนจะดีขึ้นในเดือนสิงหาคม และได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 8 ต.ค. 2563

แม้จะเข้าออกคุกเป็นว่าเล่น โมฮัมมาดียังคงทำกิจกรรมการต่อสู้ของเธออย่างไม่ลดละ ในเดือนมีนาคม 2564 เธอเขียนบทความเรื่องโทษประหารในอิหร่านส่งถึงองค์กรสิทธิมนุษยชนอิหร่าน (IHR) ก่อนที่ในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน เธอจะถูกศาลกรุงเตหะรานตัดสินจำคุกเป็นเวลา 2 ปีครึ่ง เฆี่ยนอีก 80 ครั้ง และถูกปรับอีก 2 กระทงโทษฐาน โฆษณาชวนเชื่อต่อต้านระบบ

4 เดือนต่อมา เธอได้รับหมายเรียกให้ไปรับโทษจำคุก แต่เธอไม่ตอบสนองเพราะมองว่า คำตัดสินของศาลไม่ยุติธรรม แต่จนแล้วจนรอด โมฮัมมาดีก็ถูกจับกุมในวันที่ 16 พ.ย.ปีเดียวกันนั้นที่เมืองคาราจ ระหว่างร่วมพิธีรำลึกถึงนาย เอบราฮิม เคตาบดาร์ ผู้ถูกกองกำลังความมั่นคงอิหร่านสังหารตอนเกิดการประท้วงใหญ่ช่วงปลายปี 2562

ในเดือนธันวาคม 2565 ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดการประท้วงใหญ่จากการเสียชีวิตของ น.ส.มาห์ซา อามินี ผู้ถูกตำรวจศีลธรรมอิหร่านทำร้ายระหว่างควบคุมตัวโทษฐานไม่สวมฮิญาบ โมฮัมมาดียังฝากรายงานของเธอออกมาจากในคุกให้สื่อเผยแพร่ เป็นเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศและทารุณกรรมทางการต่อผู้หญิงที่ถูกคุมขัง

เดือนต่อมาเธอเผยแพร่รายงานอีกฉบับ เรื่องสถานการณ์ของผู้หญิงในเรือนจำเอวิน เผยรายละเอียดการสอบสวนและการทรมานที่นักโทษหญิง 58 คนต้องเผชิญ โดยที่ 57 คนในจำนวนนี้ถูกขังเดียวรวมกันถึง 8,350 วัน ขณะที่ 56 คนถูกลงโทษจำคุกรวมกันถึง 3,300 เดือน

คว้าโนเบลสันติภาพ 2023

การต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีของโมฮัมมาดีอยู่ในสายตาของคนทั่วโลก ทำให้เธอได้รับรางวัลเกียรติยศมากมาย เช่น รางวัล เพอร์ แองเกอร์ ไพรซ์ (Per Anger Prize) จากรัฐบาลสวีเดน หรือรางวัลเสรีภาพด้านการเขียนจากองค์กร เพน อเมริกา (PEN America) และล่าสุดคือ รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2023

คณะกรรมการโนเบลระบุในพิธีประกาศรางวัลเมื่อ 6 ต.ค. 2566 ว่า ขอมอบรางวัลนี้ให้เพื่อเป็นเกียรติแก่ การต่อสู้เพื่อต่อต้านการกดขี่สตรีในอิหร่านของเธอ และการต่อสู้เพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพของทุกคน

ทางคณะกรรมการยอมรับว่า มีคนหลายแสนคนที่เมื่อปีก่อน ร่วมแสดงพลังต่อต้านนโยบายเลือกปฏิบัติและกดขี่ซึ่งมีเป้าหมายไปที่ผู้หญิงของรัฐบาลอิหร่าน แต่การต่อสู้ของโมฮัมมาดีมาพร้อมกับสิ่งที่ต้องเสียไปมหาศาล เธอถูกจับกุมรวมทั้งหมด 13 รอบ ถูกตัดสินความผิด 5 ครั้ง และถูกพิพากษาให้จำคุกรวม 31 ปี และเฆี่ยนอีก 154 ครั้ง

“ขณะที่เราพูดกันอยู่ในตอนนี้ น.ส.โมฮัมมาดีก็ยังอยู่ในเรือนจำ” เบริต รีส-แอนเดอร์เซน ประธานคณะกรรมการโนเบลสาขาสันติภาพกล่าว

เบริต รีส-แอนเดอร์เซน ประธานคณะกรรมการโนเบลสาขาสันติภาพ

ให้คำมั่น จะสู้เพื่อความเท่าเทียมต่อไป

ตอนนี้ยังไม่แน่ชัดว่า น.ส.โมฮัมมาดีรู้ว่าตนเองได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพหรือไม่ เนื่องจากเรือนจำเอวินไม่อนุญาตให้เธอใช้โทรศัพท์ในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ แต่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เธอฝากข้อความมาถึงสำนักข่าวต่างๆ รวมถึง ซีเอ็นเอ็น ผ่านทางครอบครัว เพื่อให้เผยแพร่ในกรณีที่เธอได้รับรางวัล

ข้อความของโมฮัมมาดีระบุว่า เธอจะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย, เสรีภาพ และความเท่าเทียมต่อไป และเธอจะอยู่ในอิหร่านเพื่อทำการเคลื่อนไหวของเธอต่อไป แม้ว่าเธอต้องใช้เวลาทั้งหมดที่เหลือในชีวิตในคุกก็ตาม

“ฉันจะยืนหยัดเคียงข้างเหล่ามารดาผู้กล้าหาญในอิหร่าน ต่อสู้กับการเลือกปฏิบัติอย่างไร้ความปรานี, การข่มเหง และการกดขี่ทางเพศของรัฐบาลศาสนาผู้ปกครองอย่างกดขี่ต่อไป จนกว่าเหล่าสตรีจะได้รับการปลดปล่อย”

ด้านนายทากี ราห์มานี สามีของโมฮัมมาดี บอกกับซีเอ็นเอ็นว่า รางวัลนี้เป็นของชาวอิหร่านทุกคน “นี่ไม่เพียงเป็นรางวัลสำหรับนาร์เกสเท่านั้น แต่ยังเป็นของชาวอิหร่านทุกคน การเคลื่อนไหวที่หญิงและชายชาวอิหร่านออกมาร่วมเดินบนท้องถนน นานหลายเดือน ต่อสู้เพื่อแสดงให้เห็นว่า พวกเขาจะดิ้นรนเพื่อประชาธิปไตยและความเท่าเทียมทางสังคมต่อไป”


ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี

ที่มา : aljazeera , bbc , cnn

ช็อก พบแมวกว่า 140 ตัวถูกทิ้งในทะเลทรายอาบูดาบี ตายไป 50 ตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2731076

ช็อก พบแมวกว่า 140 ตัวถูกทิ้งในทะเลทรายอาบูดาบี ตายไป 50 ตัว

7 ต.ค. 2566 04:55 น.

ช็อก พบแมวกว่า 140 ตัวถูกทิ้งในทะเลทรายอาบูดาบี ตายไป 50 ตัว

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มอาสาสมัครพบแมวถูกนำมาทิ้งไว้กลางทะเลทรายอาบูดาบีมากกว่า 140 ตัว โดย 50 ตัวในจำนวนนี้ตายไปแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มชาวบ้านในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์พบแมวมากกว่า 140 ตัวถูกทิ้งเอาไว้ในทะเลทรายในกรุงอาบูดาบี เมืองหลวงของประเทศ ขณะที่องค์กรสิทธิสัตว์ระหว่างประเทศออกมาวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์นี้อย่างหนัก ส่วนทางการยูเออีเริ่มการสืบสวนหาข้อเท็จจริง

นายชิคู เชอร์กิลล์ ชาวกรุงอาบูดาบีหนึ่งในอาสาสมัครผู้ร่วมปฏิบัติการช่วยเหลือเผยว่า แมวหลากหลายสายพันธุ์ รวมถึงสายพันธุ์ต่างถิ่นอย่าง เปอร์เซีย ถูกทิ้งเอาไว้ภายในกรงของพวกมัน หรือให้เร่ร่อนในทะเลทรายโดยไม่มีน้ำ, ที่กำบัง หรือน้ำ โดยนับตั้งแต่ 28 ก.ย. พวกเขาเจอแมวเสียชีวิต 50 ตัว และช่วยเหลือได้ 95 ตัว

นอกจากนั้นพวกเขายังช่วยเหลือสุนัขโกลเดนรีทรีฟเวอร์ 1 ตัวและพบสุนัขฮัสกีเสียชีวิต 1 ตัว โดยสัตว์ที่พบบางตัวได้รับการฝังชิพด้วย บ่งชี้ว่าพวกมันเคยเป็นสัตว์เลี้ยงมาก่อน

เมื่อเดือนกันยายนอุณหภูมิในกรุงอาบูดาบีสูงถึง 40.5 องศาเซลเซียส ซึ่งอุณหภูมิในทะเลทรายตอนกลางวันสามารถสูงได้มากกว่านี้อีก

อนึ่ง หมาและแมวดังกล่าวถูกทิ้งทั่วพื้นที่ระหว่างถนนหลวงที่เชื่อมต่อกับศูนย์พักพิงสัตว์อาบูดาบีในเมืองฟาลาห์ โดยทางศูนย์บอกกับซีเอ็นเอ็นว่า พวกเขาไม่ทราบเรื่องแมวถูกทิ้งเลยและปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเพิ่มเติม

องค์กรเพื่อสิทธิสัตว์ ‘พีต้า’ (PETA) ประกาศจะมอบเงินรางวัลจำนวน 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่ใครก็ตามที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ที่นำแมวเหล่านี้มาทิ้งในทะเลทราย โดยย้ำว่า พฤติกรรมความโหดร้ายนี้ต้องไม่ถูกซุกไว้ใต้พรม

ส่วนสำนักงานเทศบาลและการคมนาคมแห่งอาบูดาบี ระบุในวันพุธที่ผ่านมาว่า พวกเขาจะสืบสวนกรณีนี้ โดยขอความร่วมมือจากประชาชนให้ช่วยแจ้งข้อมูล และว่าพวกเขากำลังใช้มาตรการต่างๆ เพื่อหาตัวคนที่ต้องรับผิดชอบ

ขณะที่องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการคุ้มครองสัตว์ (OIPA) ออกแถลงการณ์ระบุว่า เหตุการณ์ล่าสุดนี้ไม่ใช่เหตุการณ์เดียวที่เกิดขึ้น จุดทิ้งสัตว์เลี้ยงถูกพบอยู่ทั่วอาบูดาบีและดูไบ ซึ่งพวกเขารณรงค์ในยูเออีให้มีการช่วยเหลือสัตว์เหล่านี้มานานหลายปีแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn