จับ นทท.อเมริกัน ทำลายรูปสลักอายุ 1,800 ปี ในพิพิธภัณฑ์อิสราเอล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2731074

จับ นทท.อเมริกัน ทำลายรูปสลักอายุ 1,800 ปี ในพิพิธภัณฑ์อิสราเอล

7 ต.ค. 2566 03:46 น.

จับ นทท.อเมริกัน ทำลายรูปสลักอายุ 1,800 ปี ในพิพิธภัณฑ์อิสราเอล

(ภาพจาก Israel police / BBC)

ตำรวจอิสราเอลจับกุมตัวนักท่องเที่ยวชาวอเมริกัน หลังจากเขาก่อเหตุทำลายรูปสลักอายุกว่า 1,800 ปี ในพิพิธภัณฑ์อิสราเอลถึง 2 ชิ้น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2566 ว่า ตำรวจอิสราเอลจับกุมตัวนักท่องเที่ยวอเมริกันวัย 40 ปี โทษฐานทำลายรูปสลักโรมันโบราณจากยุคศตวรรษที่ 2 ในพิพิธภัณฑ์อิสราเอล กรุงเยรูซาเลม ถึง 2 ชิ้น และกล่าวหาว่าชายคนนี้ตั้งใจก่อเหตุโดยมีแรงจูงใจจากความเชื่อทางศาสนา

เจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์อิสราเอลโทรแจ้งตำรวจทันทีหลังจากเห็นชายคนนี้สร้างความเสียหายต่อรูปสลักทั้ง 2 ตัว ก่อนเจ้าหน้าที่จะเดินทางมาถึงและจับกุมตัวเขาได้ในที่เกิดเหตุ โดยตอนนี้ชาวอเมริกันกำลังอยู่ระหว่างถูกสอบปากคำ และยังไม่มีการเผยข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับตัวเขาออกมา

อย่างไรก็ตาม ตำรวจอิสราเอลระบุว่า ระหว่างการสืบสวนเบื้องต้น ชายคนนี้อ้างว่า รูปสลักที่เสียหายคือตัวแทนของการบูชาวัตถุไม่ใช่พระเจ้า ซึ่งขัดต่อพระคัมภีร์โทราห์ (Torah) ขณะที่ทนายความของชายคนนี้ออกมายืนยันว่า ลูกความของเขาไม่ได้กระทำการโดยมีความเชื่อสุดโต่งทางศาสนา

ทั้งนี้ ผลงานศิลปะที่ได้รับความเสียหายคือรูปสลักศีรษะของเทพีอาเธนา ธิดาของเทพซุส ในตำนานเทพเจ้ากรีก และรูปสลักกริฟฟินจับกงล้อแห่งชะตาของเทพโรมันนามว่า เนเมซิส ซึ่งอยู่ในพื้นที่จัดแสดงถาวรของพิพิธภัณฑ์ โดยตอนนี้รูปสลักทั้ง 2 ถูกส่งไปยังห้องปฏิบัติการของผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการบูรณะแล้ว

ที่มา : bbc

เหยื่อน้ำท่วมรัฐสิกขิมพุ่ง 40 ศพ อินเดียเร่งค้นหาผู้สูญหายอีกนับสิบราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2731073

เหยื่อน้ำท่วมรัฐสิกขิมพุ่ง 40 ศพ อินเดียเร่งค้นหาผู้สูญหายอีกนับสิบราย

7 ต.ค. 2566 02:42 น.

เหยื่อน้ำท่วมรัฐสิกขิมพุ่ง 40 ศพ อินเดียเร่งค้นหาผู้สูญหายอีกนับสิบราย

เหตุน้ำท่วมฉับพลันในรัฐสิกขิม ของอินเดีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 40 ศพแล้ว และยังมีผู้ประสบภัยอีกหลายสิบคนที่ยังคงสูญหาย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมฉับพลันในรัฐสิกขิม ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 40 ศพแล้วในวันศุกร์ที่ 6 ต.ค. 2566 ขณะที่ทีมกู้ภัยกำลังพยายามค้นหาตัวผู้ที่ยังคงสูญหายอีกหลายสิบราย

เหตุน้ำท่วมฉับพลันครั้งนี้ มีสาเหตุมาจากฝนตกหนักในบริเวณหุบเขาลาเชน (Lachen Valley) ทางตอนเหนือของรัฐสิกขิม ทำให้น้ำในทะเลสาบโลนัค (Lhonak) ล้นทะลักตลิ่ง จนทางการต้องปล่อยน้ำจำนวนมากจากเขื่อนจุงทัง (Chungthang Dam) ลงสู่แม่น้ำทีสตา (Teesta) ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้น 15-20 ฟุต ทะลักเข้าสู่เมืองต่างๆ ที่อยู่ริมแม่น้ำ

เจ้าหน้าที่ของรัฐสิกขิมรายงานพบผู้เสียชีวิต 18 ศพเมื่อช่วงเย็นวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แต่ล่าสุด ทางการรัฐเบงกอลตะวันตกซึ่งอยู่ติดกันและอยู่ปลายน้ำ บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ ว่า ทีมฉุกเฉินของพวกเขาพบร่างผู้เสียชีวิตที่ถูกน้ำพัดพามาเพิ่มอีก 22 ศพ ขณะที่ยังไม่ผู้สูญหายอีก 75 ราย

สะพานข้ามแม่น้ำทีสตา ถูกกระแสน้ำซัดจนขาด

เหตุน้ำท่วมทำให้เจ้าหน้าที่ต้องอพยพประชาชนแล้วประมาณ 2,400 คน และอย่างน้อย 7,600 คนต้องไปอาศัยที่แคมป์ชั่วคราว โดยระดับน้ำลดลงแล้วในบางพื้นที่ แต่ทางเหนือของรัฐสิกขิมยังคงถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง หน่วยงานรัฐและเอกชนในพื้นที่ดังกล่าวต้องปิดทำการไปจนถึง 15 ต.ค.

ด้านความช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากน้ำท่วมทำให้สะพานขาดถึง 15 แห่ง ทำให้กองทัพต้องวางแผนอพยพนักท่องเที่ยวที่ติดค้างอีกเกือบ 1,500 คนด้วยเฮลิคอปเตอร์หลังสภาพอากาศดีขึ้น

ขณะที่โฆษกกระทรวงกลาโหมเปิดเผยผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ว่า กระแสน้ำท่วมยังได้พัดพาอุปกรณ์ของกองทัพหลายอย่างลงสู่แม่น้ำทีสตา รวมถึงอาวุธปืนและระเบิด โดยมีรายงานว่า ชาวบ้านในรัฐเบงกอลตะวันตกเก็บกระสุนปืนครกได้ ก่อนจะเกิดระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บอีก 6 ราย

ทั้งนี้ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของอินเดียระบุว่า ในช่วง 5 วันแรกของเดือนตุลาคม รัฐสิกขิมรัฐน้ำฝนไปแล้ว 101 มม. ซึ่งมากกว่าระดับปกติเกินเท่าตัว  แต่คาดว่าหลังจากนี้ฝนจะเริ่มบรรเทาลง

ที่มา : cna

นักสิทธิหญิงผู้ถูกจองจำในอิหร่าน 31 ปี คว้าโนเบลสาขาสันติภาพ 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2731054

นักสิทธิหญิงผู้ถูกจองจำในอิหร่าน 31 ปี คว้าโนเบลสาขาสันติภาพ 2023

7 ต.ค. 2566 00:21 น.

นักสิทธิหญิงผู้ถูกจองจำในอิหร่าน 31 ปี คว้าโนเบลสาขาสันติภาพ 2023

นักเคลื่อนไหวหญิง ผู้ต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีในอิหร่าน จนถูกลงโทษจำคุกนานกว่า 30 ปีและยังถูกจองจำจนถึงตอนนี้ ได้รับเลือกเป็นเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2023

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 6 ต.ค. 2566 คณะกรรมการโนเบลสาขาสันติภาพที่กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ ประกาศว่า น.ส.นาร์เกส โมฮัมมาดี นักเคลื่อนไหวผู้ถูกจองจำในประเทศอิหร่าน คือผู้ที่คว้ารางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2023 ไปครอง

คณะกรรมการโนเบลระบุว่า ขอมอบรางวัลนี้ให้เพื่อเป็นเกียรติแก่ การต่อสู้เพื่อต่อต้านการกดขี่สตรีในอิหร่านของเธอ และการต่อสู้เพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพของทุกคน

ทั้งนี้ น.ส.โมฮัมมาดี ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 51 ปี ถูกอิหร่านตัดสินจำคุกเป็นเวลานานกว่า 30 ปี และถูกห้ามไม่ให้พบหน้สามีและลูกๆ หลังจากชื่อของเธอกลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีในอิหร่าน นับตั้งแต่การประท้วงครั้งใหญ่ทั่วประเทศเมื่อปีก่อน ตามหลังการเสียชีวิตของ มาห์ซา อามินี วัยเพียง 22 ปี ผู้ถูกตำรวจศีลธรรมทำร้ายจนเสียชีวิตระหว่างถูกควบคุมตัวเพราะไม่สวมผ้าคลุมศีรษะ

ในพิธีประกาศรางวัล คณะกรรมการโนเบลฯ ระบุว่า พวกเขารู้ว่ามีคนหลายแสนคนที่เมื่อปีก่อน ร่วมแสดงพลังต่อต้านนโยบายเลือกปฏิบัติและกดขี่ซึ่งมีเป้าหมายไปที่ผู้หญิงของรัฐบาลอิหร่าน แต่การต่อสู้ของโมฮัมมาดีมาพร้อมกับสิ่งที่ต้องเสียไปมหาศาล เธอถูกจับกุมรวมทั้งหมด 13 รอบ ถูกตัดสินความผิด 5 ครั้ง และถูกพิพากษาให้จำคุก 31 ปี และเฆี่ยนอีก 154 ครั้ง

“ขณะที่เราพูดกันอยู่ในตอนนี้ น.ส.โมฮัมมาดีก็ยังอยู่ในเรือนจำ” เบริต รีส-แอนเดอร์เซน ประธานคณะกรรมการโนเบลสาขาสันติภาพกล่าว

ทั้งนี้ ยังไม่แน่ชัดว่า น.ส.โมฮัมมาดีรู้ว่าตนเองได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพหรือไม่ แต่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เธอฝากข้อความมาถึงสำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น ผ่านทางครอบครัว เพื่อให้เผยแพร่ในกรณีที่เธอได้รับรางวัล

ข้อความของโมฮัมมาดีระบุว่า เธอจะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย, เสรีภาพ และความเท่าเทียมต่อไป และเธอจะอยู่ในอิหร่านเพื่อทำการเคลื่อนไหวของเธอต่อไป แม้ว่าเธอต้องใช้เวลาทั้งหมดที่เหลือในชีวิตในคุกก็ตาม

“ฉันจะยืนหยัดเคียงข้างเหล่ามารดาผู้กล้าหาญในอิหร่าน ต่อสู้กับการเลือกปฏิบัติอย่างไร้ความปรานี, การข่มเหง และการกดขี่ทางเพศของรัฐบาลศาลนาผู้ปกครองอย่างกดขี่ต่อไป จนกว่าเหล่าสตรีจะได้รับการปลดปล่อย” น.ส.โมฮัมมาดีระบุ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

สุดแปลก ศุลกากรสหรัฐฯตรวจยึดอึยีราฟ จากผู้โดยสารหญิง เผยจะเอาไปทำสร้อยคอ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2730926

สุดแปลก ศุลกากรสหรัฐฯตรวจยึดอึยีราฟ จากผู้โดยสารหญิง เผยจะเอาไปทำสร้อยคอ

6 ต.ค. 2566 15:33 น.

สุดแปลก ศุลกากรสหรัฐฯตรวจยึดอึยีราฟ จากผู้โดยสารหญิง เผยจะเอาไปทำสร้อยคอ

เจ้าหน้าที่หน่วยงานศุลกากรสหรัฐฯ ตรวจยึดสิ่งแปลกปลอมจากกระเป๋าเดินทางของหญิงชาวอเมริกัน ขณะที่เธอเดินทางมาถึงสนามบินมินนิโซตา โดยพบก้อนอุจจาระของยีราฟหลายก้อนอยู่ภายใน ซึ่งเธออ้างว่าจะนำไปทำเป็นสร้อยคอ

หญิงสาวชาวไอโอวา ถูกหน่วยศุลกากรในสนามบินมินนิอาโพลิส เซนต์ ปอล ในรัฐมินเนโซตาสหรัฐฯ เรียกตรวจ หลังพบสิ่งผิดปกติอยู่ในกระเป๋าเดินทางของเธอ โดยหลังจากตรวจค้นก็พบก้อนอุจจาระของยีราฟหลายก้อน อยู่ในภายในกล่อง ซึ่งเธอระบุว่าเธอเก็บมาจากประเทศเคนยา เพื่อหวังจะนำมาทำเป็นสร้อยคอ หลังจากที่เธอเคยลองทำสร้อยจากอุจจาระของกวางมูสมาแล้ว

เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า แม้ว่าอุจจาระของยีราฟจะสามารถนำเข้ามายังสหรัฐฯได้ แต่ก็ต้องมีการยื่นขออนุญาตอย่างถูกต้อง และต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบก่อนที่จะนำเข้ามา เพราะการนำของต่างถิ่นเข้ามายังสหรัฐฯ โดยไม่มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อน อาจจะมีความเสี่ยงที่จะติดโรค และอาจกลายเป็นปัญหาด้านสุขภาพอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะประเทศเคนยาที่มีการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร โรคไข้หวัดหมู โรคมือเท้าปาก โรคนิวคาสเซิล และโรคอหิวาต์สุกร เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม หญิงสาวรายนี้ไม่ได้ถูกดำเนินการเอาผิด หรือถูกสั่งห้ามเดินทางระหว่างประเทศแต่อย่างใด เพราะเธอได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ศุลกากร และยินดีให้ยึดของตามขั้นตอน โดยมีรายงานว่าอุจจาระดังกล่าวถูกนำไปทำลายแล้ว.

ที่มา : abcnews

คลิกอ่านข่าวต่างประเทศไทยรัฐออนไลน์ https://www.thairath.co.th/news/foreign

คิง เพาเวอร์ ส่งเสริมสินค้าไทยสู่เวทีโลก ครั้งแรก! ที่ลายสุนัขจิ้งจอกและผ้าขาวม้าทอมือมาประชันกัน ภายใต้ชื่อ ‘LCFC BAN KHAO TAO COLLECTION’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761479

คิง เพาเวอร์ ส่งเสริมสินค้าไทยสู่เวทีโลก ครั้งแรก! ที่ลายสุนัขจิ้งจอกและผ้าขาวม้าทอมือมาประชันกัน ภายใต้ชื่อ 'LCFC BAN KHAO TAO COLLECTION'

คิง เพาเวอร์ ส่งเสริมสินค้าไทยสู่เวทีโลก ครั้งแรก! ที่ลายสุนัขจิ้งจอกและผ้าขาวม้าทอมือมาประชันกัน ภายใต้ชื่อ ‘LCFC BAN KHAO TAO COLLECTION’

วันเสาร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 14.13 น.

คิง เพาเวอร์ ส่งเสริมสินค้าไทยสู่เวทีโลกครั้งแรก!! ที่ลายสุนัขจิ้งจอกและผ้าขาวม้าทอมือมาประชันกัน ภายใต้ชื่อ LCFC BAN KHAO TAO COLLECTION
                                 
6 ตุลาคม 2566 – การเปิดตัวครั้งแรกของ LCFC BAN KHAO TAO COLLECTION บนมินิรันเวย์ที่ถูกเนรมิตขึ้น ณ ศูนย์หัตถกรรมทอผ้าบ้านเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปรากฏตราสัญลักษณ์“สุนัขจิ้งจอก”ของสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ที่นำมาอวดโฉมอยู่ในคอลเลกชันเสื้อผ้าแอคเซสซอรี และสินค้าไลฟ์สไตล์แนวสตรีทแวร์ ที่เกิดจากแนวคิดที่ต้องการชูความงดงามของผ้าทอฝีมือคนไทย สะท้อนความเชื่อในพลังคนไทย และพลังแห่งความเป็นไปได้ ตามคอนเซปต์ของ KING POWER THAI POWER พลังคนไทย ภายใต้แกน “Community Power” ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากชุมชนไทยให้ไปสู่เวทีโลก พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการวันที่ 7 ตุลาคม นี้ ณ Foxes Fanstore เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ, Shop.lcfc.com, ร้าน LCFC ที่ คิง เพาเวอร์ ทุกสาขา และออนไลน์ที่ http://www.kingpower.com และ Facebook : Leicestershop_th

กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ภายใต้โครงการเพื่อสังคม “KING POWER THAI POWER พลังคนไทย” ร่วมกับ สโมสรฟุตบอล เลสเตอร์ ซิตี้ (LCFC) เปิดตัวคอลเลกชันประจำปี 2023 ซึ่งเป็นคอลเลกชันที่ 6 ภายใต้ชื่อ LCFC BAN KHAO TAO COLLECTION (แอลซีเอฟซี บ้านเขาเต่า คอลเลกชัน) สานต่อภูมิปัญญาของผ้าทอเอกลักษณ์จากฝีมือ และภูมิปัญญาที่ตกทอดมาจากรุ่นสู่รุ่นของศูนย์หัตถกรรมทอผ้าบ้านเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล  โดยผลงานคอลเลกชันนี้ เผยให้เห็นถึงเสน่ห์และความงดงามของการทอผ้าขาวม้า 9 เส้น และการทอผ้ายกดอกเป็นรูปกระดองเต่าด้วยกี่กระตุก ที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชนบ้านเขาเต่า โดยร่วมกับทีมดีไซเนอร์จาก บริษัท MULTIPLY BY EIGHT ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการด้านการออกแบบชั้นนำ ในกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ พัฒนาลายผ้าให้ยังคงความงดงามของภูมิปัญญาชาวบ้าน ทว่าผสมผสานความเป็นสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ เข้าด้วยกันในรูปแบบใหม่ มีการใช้เทคนิคการต่อผ้า PATCH WORK  เพื่อให้คอลเลกชันนี้มีความร่วมสมัย และ เป็นงานคราฟท์มากยิ่งขึ้น โดยได้ออกแบบลวดลายพิเศษ “สุนัขจิ้งจอกที่กำลังกระโดด” เพื่อสะท้อนเรื่องราวการข้ามผ่านยุคสมัยของหมู่บ้านเขาเต่า จากหมู่บ้านประมงสู่หมู่บ้านหัตถกรรม สะท้อนถึงสุนทรียภาพในหลากมิติของวัฒนธรรมท้องถิ่นและศิลปะที่ส่งต่อผ่านสตรีทแวร์คอลเลกชันนี้ 

นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เปิดเผยว่า คิง เพาเวอร์ เชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทยเสมอมา และมีแนวคิดที่ว่าทุกความตั้งใจและความมุ่งมั่น จะก่อให้เกิดพลังแห่งความเป็นไปได้ การเปิดตัว LCFC BAN KHAO TAO COLLECTION ในครั้งนี้ จึงเป็นกิจกรรมภายใต้ Community Power ที่เห็นความสำคัญของสินค้าไทยและต้องการที่จะสนับสนุนความสามารถของคนไทยให้เป็นที่ประจักษ์กับชาวต่างชาติ ด้วยการนำความทันสมัยมาผสานกับวัฒนธรรมไทย ก่อเกิดเป็นสินค้าที่มีความลงตัว เหมาะสมกับยุคสมัย สวมใส่ได้ทุกวัน  และสามารถก้าวไกลไปสู่เวทีโลกได้ อีกทั้งยังเป็นการช่วยสร้างงาน  สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับชุมชนอีกด้วย
“ความร่วมมือของ คิง เพาเวอร์ สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ และชุมชน เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความเป็นไปได้ ที่เราสามารถผนึกกำลังทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน และนำสินค้าไทยไปสู่เวทีโลก ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยสืบสานวิถีชีวิต และอนุรักษ์ภูมิปัญญาชาวบ้านในภูมิภาคต่างๆ ให้คงอยู่อย่างยั่งยืน เสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน และนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในที่สุด” อัยยวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย” 

สำหรับ LCFC BAN KHAO TAO COLLECTION มีทั้งเสื้อผ้า แอคเซสซอรี และไลฟ์สไตล์ไอเทมต่างๆ ที่มาในโทนสีเอกลักษณ์ของ คิง เพาเวอร์ และสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ นั่นคือ สีน้ำเงิน สีคราม และสีฟ้า โดยมีลายสุนัขจิ้งจอก และโลโกสโมสรฯ มาปรากฏด้วย  เสื้อผ้าเป็นผ้าฝ้ายเนื้อละเอียด 100% มีความนุ่ม  สวมใส่สบาย ดูนำสมัย และสามารถ Mix & Match กับการแต่งตัวได้หลากหลายสไตล์ ประกอบด้วย เสื้อแจ็คเก็ต ,เสื้อ T-shirt ,  Bucket Hat , หมวกแก๊ป ,กระเป๋าสะพายข้าง – สะพายไหล่ และลูกฟุตบอลผ้าฝ้าย

KING POWER THAI POWER พลังคนไทย เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าการผนึกกำลังอย่างเข้มแข็งจากทุกภาคส่วนที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ จะก่อเกิดเป็นพลังแห่งความเป็นไปได้ ที่จะช่วยต่อยอดแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้น และสามารถสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้อย่างยั่งยืนต่อไป สำหรับผู้สนใจสามารถร่วมสนับสนุนสินค้าไทยคอลเลกชันนี้ ได้ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม นี้ ณ Foxes Fanstore เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ, Shop.lcfc.com, ร้าน LCFC ที่คิง เพาเวอร์ ทุกสาขา และออนไลน์ที่ http://www.kingpower.com และ Facebook : Leicestershop_th./

เกี่ยวกับโครงการ KING POWER THAI POWER พลังคนไทย

KING POWER THAI POWER พลังคนไทย ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมตั้งแต่ระดับบุคคล ชุมชน ประเทศชาติ ไปจนถึงระดับสากล ผ่าน 3 แกนหลัก คือ ด้านกีฬา (Sport Power) ด้านดนตรี (Music Power) และด้านชุมชน (Community Power) รวมถึงให้ความสำคัญกับความยั่งยืน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้าทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ในด้านชุมชน กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ร่วมกับ สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ (LCFC) และชุมชนทั่วทุกภูมิภาคของไทย พัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าไทยเป็นของที่ระลึกรุ่นพิเศษ มาแล้วจำนวน 5 คอลเลกชันด้วยกัน ทั้งบ้านนาขาม จ.สกลนคร (ภาคอีสาน), ชุมชนทุ่งหัวช้าง จ.ลำพูน และกลุ่มทอผ้าตีนจกไทย อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ (ภาคเหนือ), ชุมชนบ้านคีรีวง จ.นครศรีธรรมราช (ภาคใต้) และชุมชนบ้านดอนมะนาว อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี (ภาคกลาง) 

สำหรับประวัติความเป็นมา :  
เมื่อปี พ.ศ. 2507 มีการตั้งศูนย์ฝึกอบรมทอผ้าบ้านเขาเต่า เพื่อส่งเสริมอาชีพแก่ชาวบ้าน ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ต่อมา พ.ศ. 2545 ภาครัฐได้สนับสนุนให้พัฒนาลวดลายตามแนวพระราชดำริ คือทอผ้าฝ้ายด้วยกี่กระตุก ใช้เส้นฝ้าย 100 % กลุ่มทอผ้าจึงได้ผลิตผ้าขาวม้า 9 เส้น เพื่อสนองพระราชดำริและเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน คือ ลวดลายสีสันในด้านยืนแบบใดก็ตาม เวลาทอด้านพุ่งกระสวยต้องมี 9 เส้นเสมอ ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของบ้านเขาเต่าได้ถูกคัดสรรเป็นสินค้า OTOP ระดับ 5 ดาว และเป็นสินค้าที่สร้างรายได้ให้กับสตรีในหมู่บ้านจนกลายเป็นอาชีพหลัก

ทั้งนี้ เสื้อแจ็คเก็ต LCFC ผลิตจากผ้ายีนส์และผ้าฝ้ายทอมือ นอกจากนี้ ยังมีใบ Certificate of Authenticity ยืนยันว่าเสื้อตัวนี้เป็นรุ่นลิมิเต็ด โดยมีเพียง 350 ตัว ทั่วโลกเท่านั้น เสื้อแจ็คเก็ตดีไซน์สตรีทแฟชั่น ด้านหน้าแบ่งเป็น 4 ส่วน เพื่อชูความโดดเด่นของผ้าแต่ละลาย ปกเสื้อและเสื้อครึ่งบนด้านซ้ายทำจากผ้ายีนส์สีฟ้าอ่อน ปักลายหน้าสุนัขจิ้งจอกด้วยผ้าขาวม้าลาย 9 เส้น คอเสื้อด้านในทำจากผ้าขาวม้า 9 เส้น ตัดเป็นรูป Halfmoon เสื้อครึ่งล่างด้านซ้ายทำจากผ้าขาวม้าลายตาราง มีกระเป๋าที่เย็บตัดขอบด้วยผ้าขาวม้าลาย 9 เส้น เพิ่มให้ขอบล่างมีลูกเล่นด้วยผ้ายีนส์สีกรมท่า เสื้อครึ่งบนด้านขวาทำจากผ้าขาวม้าลายเส้นตรงพร้อมปักคำว่า Leicester City สีขาว เสื้อครึ่งล่างด้านขวาทำจากผ้ายีนส์สีกรมท่า ขอบล่างทำจากผ้าขาวม้าลายเส้นตรง บริเวณแขนขวาทำจากผ้ายีนส์สีกรมท่า ปักโลโก้ Leicester City Football Club และแขนซ้ายทำจากผ้ายีนส์สีกรมท่า ปักลายสุนัขจิ้งจอกกำลังกระโดดสีขาว ด้านหลังทำจากผ้ายีนส์สีกรมท่าและผ้าทอขิต Ban Khao Tao Heritage X Fox ตกแต่งเพิ่มด้วยห่วงผ้าจากผ้าขาวม้าลาย 9 เส้น (ราคา 8,888 บาท มีจำหน่าย 350 ตัวทั่วโลก)

เสื้อยืดคอกลมสีเทา ผลิตจากผ้า Cotton 100% ด้านหน้าปักผ้าขาวม้า 9 เส้น บริเวณคอเสื้อกุ๊นด้วยผ้าขาวม้า 9 เส้น แขนด้านขวาปักลายคำว่า LCFC Leicester City Football Club ด้านหลังปัก คำว่า Leicester City Football Club สีกรมท่า พร้อมปักรูปหน้าสุนัขจิ้งจอกด้วยผ้าขาวม้า 9 เส้น และผ้าทอขิต Ban Khao Tao Heritage X Fox (ราคา 1,990 บาท)

เสื้อยืดคอกลมสีขาว ผลิตจากผ้า Cotton 100% ด้านหน้าบริเวณอกซ้ายปักลายคำว่า LCFC Leicester City Football Club สีกรมท่า บริเวณคอเสื้อกุ๊นด้วยผ้าขาวม้าทอมือลายตาราง แขนด้านขวาปักลายหน้าสุนัขจิ้งจอกสีกรมท่า และด้านหลังปักผ้าขาวม้า 9 เส้น (ราคา 1,990 บาท)

หมวกบัคเก็ตทรงสวย สามารถใส่ได้ทั้งสองด้าน ผลิตจากผ้าฝ้ายทอมือและผ้ายีนส์คอตตอน ด้านหน้าปักลายหน้าสุนัขจิ้งจอก สีกรมท่า พร้อมคำว่า LCFC Collaboration Baan Khao Tao Thailand บนผืนผ้าสีขาว ปีกหมวกทำจากผ้ายีนส์ฟอก หมวกด้านนอกทำจากผ้าขาวม้าพิมพ์ลาย Jumping Fox X Cheeker Loincloths และลาย Jumping Fox X Straight Line Pattern Loincloths ที่เพิ่มลูกเล่นด้วยผ้าทอขิต Ban Khao Tao Heritage X Fox ปักด้านข้าง ด้านในทำจากผ้ายีนส์ฟอก และปีกหมวกด้านในทำจากผ้าขาวม้า 9 เส้น (ราคา 890 บาท)

หมวกแกป ผลิตจากฝ้ายทอมือและผ้ายีนส์คอตตอน ด้านหน้าปักลายหน้าสุนัขจิ้งจอก สีกรมท่า ด้านหลังมีสายปรับขนาดได้ หมวกด้านนอกทำจากผ้าขาวม้า 9 เส้น (ราคา 790 บาท)

กระเป๋าสะพายข้าง LCFC Mini Crossbody Bag ขนาดเล็ก ผลิตจากผ้าฝ้ายทอมือ ด้านหน้ามีช่องซิป 1 ช่อง ทำจากผ้าขาวม้าลายตารางกับผ้าทอขิต Ban Khao Tao Heritage X Fox มาพร้อมตีนตุ๊กแกสำหรับเปิด-ปิดกระเป๋า ฝากระเป๋าด้านนอกทำจากผ้าขาวม้าลาย 9 เส้น พิมพ์คำว่า Leicester City Football Club สีขาว ฝากระเป๋าด้านในปักตัวอักษร LCFC สีขาว บนผืนผ้าคอตตอนทวิลสีกรมท่า ด้านหลังกระเป๋าทำจากผ้าขาวม้าลายตารางกับผ้าขาวม้าลาย 9 เส้น มากับสายคล้องสีกรมท่า สามารถถอดเก็บได้ (ราคา 990 บาท)

กระเป๋าสะพายไหล่ (กระเป๋าผ้า LCFC Tote Bag ขนาดกลาง) ผลิตจากผ้ายีนส์ฟอกและผ้าฝ้ายทอมือ ผ่าน 3 ลวดลายบนกระเป๋า ได้แก่ ผ้าขาวม้าลาย 9 เส้น ผ้าขาวม้าลายตาราง และผ้าขาวม้าพิมพ์ลาย Jumping Fox X Straight Line Pattern Loincloths  บริเวณฐานและสายกระเป๋าทำจากผ้ายีนส์ฟอก ด้านหน้าปักลายหน้าสุนัขจิ้งจอก พร้อมคำว่า Leicester City Football Club สีขาว มีซิปและเชือกสำหรับเปิด-ปิดกระเป๋า ซับในด้วยผ้าคอตตอนทวิลพร้อมช่องซิป 1 ช่อง (ราคา 2,090 บาท)

ลูกฟุตบอลผ้าฝ้าย ลูกฟุตบอล Leicester City Football Club ผลิตจากผ้ายีนส์คอตตอน และผ้าฝ้ายทอมือ ผ่าน 4 ลวดลายบนลูกบอล ได้แก่ ผ้าขาวม้าลาย 9 เส้น ผ้าทอขิต Ban Khao Tao Heritage X Fox ผ้าขาวม้าพิมพ์ลาย Jumping Fox X Cheeker Loincloths และลาย Jumping Fox X Straight Line Pattern Loincloths บริเวณด้านหน้าปักลายหน้าสุนัขจิ้งจอก ด้วยผ้าทอขิต Ban Khao Tao Heritage X Fox พร้อมคำว่า Leicester City Football Club สีขาว (ราคา 990 บาท)

-(016)

เชิญชวนร่วมเดินการกุศล Walk for Freedom เพื่อเสรีภาพของผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761346

เชิญชวนร่วมเดินการกุศล Walk for Freedom  เพื่อเสรีภาพของผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์

เชิญชวนร่วมเดินการกุศล Walk for Freedom เพื่อเสรีภาพของผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์

วันเสาร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ในทุกๆ ปี เรากำลังเข้าใกล้การสร้างวัฒนธรรมการตระหนักรู้ และเเจ้งเหตุระดับโลกนั่นคือเหตุผลที่เราปรากฏตัวปีแล้ว ปีเล่าในหลายร้อยเมืองทั่วโลก เพราะเมื่อเรารวมตัวกันในท้องถิ่น หลายชีวิตทั่วโลกจะเปลี่ยนแปลง ยังไม่สายเกินไปที่จะเข้าร่วมในการต่อสู้กับการค้ามนุษย์ ในงาน Walk for Freedom เดินการกุศลเพื่อเสรีภาพของผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ที่ศูนย์การค้าเดอะ มาร์เก็ต แบงคอก

มูลนิธิเอ-ทเวนตี้วัน ร่วมกับ หน่วยงานราชการและเอ็นจีโอ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอเชิญชวนร่วมรณรงค์ในกิจกรรม Walk for Freedom เดินการกุศลเพื่อเสรีภาพของผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ในวันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม 2566 เวลา 14.30-17.00 น. โดยจะมีพิธีเปิดงานและการแสดงที่น่าสนใจพร้อมร่วมกิจกรรมได้ที่ ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ราชประสงค์ บริเวณ Main Hall ชั้น M สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : A21Thailand

โซไซตี้ : เทศกาลกีฬากรุงเทพ ปี’66 จัดแข่งขันกีฬาเพาะกายและสแต็ค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761353

โซไซตี้ : เทศกาลกีฬากรุงเทพ ปี’66  จัดแข่งขันกีฬาเพาะกายและสแต็ค

โซไซตี้ : เทศกาลกีฬากรุงเทพ ปี’66 จัดแข่งขันกีฬาเพาะกายและสแต็ค

วันเสาร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เดินหน้าส่งเสริมการออกกำลังกายและการเล่นกีฬา เพื่อสุขภาพที่ดีของคนกรุง ล่าสุดที่เพิ่งจบไปหมาดๆ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดเทศกาลกีฬากรุงเทพ ประจำปี 2566 สนับสนุนพื้นที่ชั้น G ลานกิจกรรมเอ็ม บี เค อเวนิว โซน A เป็นสนามแข่งขันกีฬาเพาะกายและการแข่งขันสแต็ค(STACK) เพื่อส่งเสริมการกีฬาของกรุงเทพมหานครให้เป็นที่ยอมรับของชาวต่างชาติ และใช้กีฬาเป็นสื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติมาร่วมชมการแข่งขันกีฬา เกิดการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีลูกค้าและประชาชนร่วมเข้าชมตลอดการแข่งขัน

โดยในวันแถลงข่าวและพิธีเปิดเทศกาลกีฬากรุงเทพ ประจำปี 2566 ได้รับเกียรติจากชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธี ทางศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ โดย สมพล ตรีภพนารถ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจศูนย์การค้า บริษัทเอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ร่วมงาน และตลอดการจัดกิจกรรมการแข่งขันเพาะกายและสแต็ค มี ศตกมล วรกุล ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท อินเทลลิเจ้นท์ ครีเอทีฟ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ให้การต้อนรับ นิวัตน์ลิ้มสุขนิรันดร์ อธิบดีกรมพลศึกษา ศุกรีย์สุภาวรีกุล นายกสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย สิงห์ ลิ้มพิรัตน์รองผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร พรหมพร พจนานนท์ ผู้อำนวยการกลุ่มกีฬาระหว่างประเทศและวิเทศสัมพันธ์ โดยการแข่งขันกีฬาเพาะกาย ผู้ชมตื่นตาตื่นใจกับการโพสท่าอวดกล้ามเนื้อสวยงามสมดุล ซึ่งทางคณะทีมผู้ฝึกสอนนักกีฬาเพาะกายและฟิตเนสทีมชาติไทยได้นำนักกีฬาเพาะกายและฟิตเนสทีมชาติไทย ชุดชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 55 มาโชว์การสาธิตกีฬาเพาะกายและฟิตเนสในงาน ส่วนรายกาสแต็คมีน้องๆ จากโรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานครเข้าร่วมชมการสาธิตและสอนการเล่นกีฬา STACKซึ่งน้องๆ นักเรียนร่วมกิจกรรรมอย่างสนุกสนาน

แนวหน้าไกด์ : เที่ยวเมืองไทยไปได้ทุกวัน เพลิดเพลินกันทั้งปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761316

แนวหน้า ไกด์ : เที่ยวเมืองไทยไปได้ทุกวัน เพลิดเพลินกันทั้งปี

แนวหน้า ไกด์ : เที่ยวเมืองไทยไปได้ทุกวัน เพลิดเพลินกันทั้งปี

วันเสาร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“แนวหน้า ไกด์” คอลัมน์รวบรวมที่กินที่เที่ยวพร้อมโปรโมชั่นพิเศษมาอัปเดตให้คุณก่อนใคร สำหรับฉบับประจำวันเสาร์นี้ ช่วงที่เด็กๆ ปิดเทอมการศึกษา พาครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อน สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติที่งดงามในจังหวัดต่างๆ เดินทางท่องเที่ยวเมืองไทย ไปเริ่มต้นกันที่

โรงแรมดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ท นำเสนอ“The Ultimate Beach and Well-Being Escape in Krabi” รีสอร์ทหรู 5 ดาวบนชายหาดคลองม่วง ความยาว 1.8 กิโลเมตร ในจังหวัดกระบี่ และความภูมิใจในรางวัลยอดเยี่ยม “Thailand Tourism Gold Award” ประเภทที่พักนักท่องเที่ยว สาขารีสอร์ท ติดต่อกัน 3 ปีตั้งแต่ปี 2562, 2564 และ 2566 โทร.075-628000

ทินิดี ไฮด์อเวย์ ต้นไทร บีช กระบี่ นำเสนอการพักผ่อนริมชายหาด พร้อมกิจกรรมปีนเขาชื่นชมทิวทัศน์ที่สวยงามในมุมมองที่แตกต่างFire Wall & Melting Wall, Cat Wall &Rock Climbing, Tonsai High Viewpoint& Rock Climbing และการนั่งเรือหางยาวชมพระอาทิตย์ตก และตกหมึกในทะเล โทร.075-628042

โรงแรมลยานะ รีสอร์ท แอนด์ สปา เกาะลันตานำเสนอ โปรโมชั่นสำหรับคนไทยและชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทย เท่านั้น ห้องพักรวมอาหารเช้าและรถตู้รับส่งสนามบิน เริ่มต้น 3,900 บาทถ้วน/คืนจองผ่านเว็บไซต์ http://www.layanaresort.com และใส่รหัสโปรโมชั่น THAI ถึง 31 ต.ค. โทร.075-627100

เลอ เมอริเดียน ภูเก็ต ไม้ขาว บีช รีสอร์ทนำเสนอแพ็กเกจ “Sip, Savour and Stay”ราคาเริ่มต้น 5,999 บาทถ้วน/ห้อง/คืนรวมปิกนิกริมชายหาด “Au Soleil Beach Picnic”พร้อมอาหารยุโรปหรือไทย, บัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์เพอรานากัน 2 ใบ และสิทธิพิเศษอีกมากมาย www.lemeridienphuketmaikhao.com

ทินิดี กอล์ฟ รีสอร์ท ภูเก็ต นำเสนอโปรโมชั่น“Play n Stay” ห้องพักราคาเริ่มต้น 1,000บาทถ้วน/คืน พร้อมโปรโมชั่นแพ็กเกจกอล์ฟราคาพิเศษ ที่สนามกอล์ฟล็อคปาล์ม และ สนามกอล์ฟเรดเมาท์เทน ถึง 31 ต.ค.โทร.076-321925, 02-2163700

จอห์น เกรย์ ซี แคนู นำเสนอเรือโดยสารลำใหญ่ที่ปลอดภัยและสะดวกสบายเดินทางสู่ท้องทะเล พร้อม“แพ็กเกจล่องเรือแคนู”ท่านละ 3,950 บาทถ้วน และแพ็กเกจ “James Bond Island” ท่านละ3,590 บาทถ้วน ถึง ธ.ค.บริหารโดย กลุ่มโรงแรมเคป แอนด์ แคนทารีโฮเทลส์ โทร.02-2533791-7

โรงแรมเคปฟาน เกาะสมุย นำเสนอแพ็กเกจ “Dreamcation Getaway” (4 วัน 3 คืน) เพลิดเพลินกับการพักผ่อนบนเกาะส่วนตัว สุดหรูพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกเหนือระดับและสิทธิพิเศษมากมาย ถึง 30 พ.ย. https://www.capefahnhotel.com/offers/โทร.077-602301-2

บัลโคนี คอร์ทยาร์ดศรีราชา นำเสนอโปรโมชั่น“Sriracha Hideaway” ส่วนลดทุกประเภทห้องพักยิ่งพักมากวันยิ่งลดมากขึ้นพบกับ “Mini Harbor Island”สวนน้ำใหม่ล่าสุดที่เด็กๆจะได้สนุกอย่างชุ่มฉ่ำ พร้อมเครื่องเล่นหลากหลาย อาทิLaser Wars, Joy Jungle,Zipzap Racer, MiniViking, Game Room รวมทั้งบริการOfuro ผ่อนคลายกับการแช่ออนเซน, ห้องFitness ฯลฯ สำรองห้องพักได้ที่ www.balconythailand.com โทร.065-8483000

แอนดาซ พัทยา จอมเทียน บีช (Andaz Pattaya Jomtien Beach) ไลฟ์สไตล์รีสอร์ทหรูในเครือ Hyatt แห่งแรกในประเทศไทย นำเสนอบุฟเฟต์มื้อกลางวันวันอาทิตย์แนวใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์“Off the Grill” ท่านละ 1,990 บาท++ที่ ห้องอาหาร Village Butcher โทร.038-221234

พักกายสบายใจ ผ่อนคลายในช่วงปิดเทอมกับครอบครัว ท่องเที่ยวทั่วเมืองไทยให้สนุกสนานและปลอดภัยไปกับ “แนวหน้าไกด์”

PRINC จับมือ Monsoon Wind Power เปิดหน่วยบริการรับส่งต่อทางการแพทย์ ในพื้นที่โรงไฟฟ้าพลังงานลม สปป.ลาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761351

PRINC จับมือ Monsoon Wind Power เปิดหน่วยบริการรับส่งต่อทางการแพทย์  ในพื้นที่โรงไฟฟ้าพลังงานลม สปป.ลาว

PRINC จับมือ Monsoon Wind Power เปิดหน่วยบริการรับส่งต่อทางการแพทย์ ในพื้นที่โรงไฟฟ้าพลังงานลม สปป.ลาว

วันเสาร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) จัดตั้งหน่วยบริการรับส่งต่อทางการแพทย์ (Healthcare Services) ภายใต้โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมมอนซูน (MonsoonWind Farm) เมืองดากจึง แขวงเซกองสปป.ลาว ระหว่าง บริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ -อุบลราชธานี จำกัด ในเครือบมจ.พริ้นซิเพิล แคปิตอล (PRINC) และบริษัท มอนซูน วินด์พาวเวอร์ จำกัด (Monsoon Wind PowerCompany Limited) ณ โรงแรมซัมเมอร์เซ็ท เอกมัยแบงค็อก กรุงเทพ เมื่อวันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมาโดยมี ดร.สาธิต วิทยากร ประธานกรรมการ และ นพ.กฤตวิทย์ เลิศอุตสาหกูล กรรมการผู้จัดการ บมจ.พริ้นซิเพิล แคปิตอล (PRINC) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารบริษัท มอนซูน วินด์พาวเวอร์ จำกัด ได้แก่ ภราไดย สืบมา ประธานกรรมการ, วรมน ขำขนิษฐ์ ผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ, ณัฐ หุตานุวัตร กรรมการผู้จัดการ นำคณะผู้บริหารร่วมลงนามและร่วมเป็นสักขีพยาน

นพ.กฤตวิทย์ เลิศอุตสาหกูล กล่าวว่า PRINC ดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลคน ชุมชนและสังคม ภายใต้ปณิธานองค์กร “สร้างคนที่มีจิตใจของความเป็นผู้ให้” เฉกเช่นเดียวกับเป้าหมายของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Monsoon Wind Farm ที่ร่วมสร้างการเข้าถึงพลังงานสะอาดบนฐานการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน ซึ่ง PRINC โดยโรงพยาบาลพริ้นซ์ อุบลราชธานี พร้อมขยายการดูแลรักษาส่งต่อไปในพื้นที่โครงการฯ ควบคู่กับการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และระบบนิเวศด้านเฮลท์แคร์ของเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ อาทิ โครงการ “ล้มLook” ซึ่งเป็นโครงการนำร่องดูแลผู้สูงอายุพลัดตกหกล้ม และการดูแลรักษาผู้ป่วยผ่านทางไกลผ่านระบบโทรเวชกรรม หรือเทเลเมดิซีน (Telemedicine) เพื่อมีส่วนในการร่วมดูแล คน ชุมชนและสังคมในพื้นที่ห่างไกล และพร้อมแสวงหาโอกาสการเติบโตร่วมกันอย่างแน่นแฟ้นบนฐานการดำเนินธุรกิจที่ความยั่งยืนต่อไป

ด้าน นพ.เศวต ศรีศิริ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพริ้นซ์ อุบลราชธานี กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันกลุ่มผู้ป่วยชาวต่างชาติที่เข้ารับบริการที่โรงพยาบาลฯ มีสัดส่วนรายได้จากผู้รับบริการจาก สปป.ลาว และกัมพูชา คิดเป็นร้อยละ 30 ความร่วมมือครั้งนี้ PRINC พร้อมเชื่อมโยงโรงพยาบาลเครือข่ายในสปป.ลาว และเตรียมการระบบการขนส่งผู้ป่วยทุกช่องทางรองรับระบบส่งต่อกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน ก่อนส่งเข้ามารับการรักษาการแพทย์เฉพาะทางยังโรงพยาบาลพริ้นซ์ อุบลราชธานีอีกด้วย

ขณะที่ ณัฐ หุตานุวัตร กล่าวว่าเชื่อมั่นในโรงพยาบาลพริ้นซ์ อุบลราชธานี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลชั้นนำของจังหวัดและภาคอีสานตอนล่าง และพร้อมให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน แม้พื้นที่ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมจะตั้งอยู่บริเวณขอบชายแดน สปป.ลาว ติดกับฝั่งของเวียดนาม แต่การเตรียมความพร้อมในการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของบุคลากรในโครงการฯ รวมทั้งประชาชนพื้นที่โดยรอบ ล้วนเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญอย่างยิ่ง สำหรับ Monsoon Wind Farm เป็นโครงการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลม 600 เมกะวัตต์ และส่งกระแสไฟฟ้าพลังงานสูง 500 กิโลวัตต์ บนพื้นที่ประมาณ 4 แสนไร่ ซึ่งเป็นโรงงานแห่งแรกใน สปป.ลาว และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมข้ามพรมแดนแห่งแรกในเอเชีย รวมถึงใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาดว่าจะก่อสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2568 ซึ่งมีชุมชนประมาณ 600 ครอบครัวและพนักงานกว่า 2,000 คน ในช่วงก่อสร้างถือเป็นโครงการพลังงานทดแทนขนาดใหญ่ที่ก่อให้เกิดการใช้พลังงานสะอาดในราคาที่เข้าถึงได้ และยังส่งเสริมการพัฒนาชุมชนโดยรอบในทุกมิติบนพื้นฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน

ทั้งนี้ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) จัดตั้งหน่วยบริการรับส่งต่อทางการแพทย์ (Healthcare Services) มีคณะผู้บริหารบมจ.พริ้นซิเพิล แคปิตอล ได้แก่ ดร.สาธิตวิทยากร ประธานกรรมการ, นพ.กฤตวิทย์เลิศอุตสาหกูล กรรมการผู้จัดการ, ธารินเอี่ยมเพชราพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน, อติยา อาวัชนาการ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านความยั่งยืน, นพ.เศวต ศรีศิริ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพริ้นซ์ อุบลราชธานี, กรพัชร์เรืองฤทธิ์ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโรงพยาบาลพริ้นซ์ อุบลราชธานี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารบริษัท มอนซูน วินด์ พาวเวอร์ จำกัด (Monsoon Wind Power Company Limited) ได้แก่ ภราไดย สืบมา ประธานกรรมการ, วรมน ขำขนิษฐ์ ผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ, ณัฐ หุตานุวัตร กรรมการผู้จัดการ, เชาวฤทธิ์ ขันชัยภูมิ Area Director พร้อมคณะผู้บริหารและพนักงานเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในครั้งนี้ด้วย

20 กันยายน วันที่ระลึก วันทรงดนตรี ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761360

20 กันยายน วันที่ระลึก วันทรงดนตรี ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

20 กันยายน วันที่ระลึก วันทรงดนตรี ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วันเสาร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงชักชวนให้นิสิตจุฬาฯ ที่ไปถวายพระพรแด่สมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์ใหม่ที่เพิ่งประสูติ อยู่เล่นดนตรีด้วยกันก่อน แล้วทรงบอกว่าวันหน้าจะไปเล่นดนตรีที่จุฬาฯ ด้วย พวกเราได้ฟังแล้วปลื้มใจมาก และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานแก่นิสิตจุฬาฯ (อาจารย์สันทัด ตัณฑนันทน์ อดีตหัวหน้าวงดนตรี สจม.)

ในปีนี้ นับเป็นวาระครบรอบ 60 ปี ที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 เสด็จฯมาทรงดนตรี ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นวาระครบ 50 ปีที่เสด็จฯทรงดนตรี ณ จุฬาฯ ครั้งสุดท้าย พวกเราจึงเชิญเพลงพระราชนิพนธ์ในพระองค์ท่านที่ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ในช่วง 2501-2516 มาเป็นขวัญและกำลังใจ(ผศ.ดร.ณัชพล ศิริสวัสดิ์ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ อดีตนักร้อง CU Band)

ไลฟ์ วาไรตี สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย นำคุณไปสนทนากับ อาจารย์สันทัด ตัณฑนันทน์ อดีตหัวหน้าวงดนตรีสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ผช.ดร.ณัชพล ศิริสวัสดิ์ อดีตนักร้องวง CU Band ถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินทรงดนตรี ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่ปี 2501-2516 ดังนั้น จุฬาฯ จึงนับเอาวันที่ 20 กันยายนของทุกปี เป็นวันที่ระลึก วันทรงดนตรี 

l เรียนถามอาจารย์สันทัด ในฐานะอดีตหัวหน้าวงดนตรีสากลสโมสรนิสิตจุฬาฯ หรือ วง สจม. ในอดีต แต่ปัจจุบันคือ วง CU Band เพราะเป็นบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ กรุณาช่วยเล่าความเป็นมาของการเสด็จพระราชดำเนินทรงดนตรีที่จุฬาฯ ครับ

อาจารย์สันทัด : ในยุคนั้นผมเรียนอยู่ที่จุฬาฯ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ปี 2498 แต่ผมได้เข้าไปถวายงานสนองพระยุคลบาท โดยเข้าไปเล่นดนตรีกับวง อ.ส. วันศุกร์ อยู่ก่อนแล้ว พระองค์ท่านทรงสนับสนุนการดนตรี โดยเฉพาะเมื่อทรงทราบว่ามหาวิทยาลัยใดมีวงดนตรีสากล ก็ทรงสนับสนุนให้จัดการประกวดดนตรี แล้วทรงเปิดโอกาสให้วงดนตรีสากลของมหาวิทยาลัยเข้าไปร่วมแสดงที่สถานีวิทยุ อ.ส. ในยุคนั้น จุฬาฯ มีวงดนตรี สจม. หรือปัจจุบันคือ CU Band ก็ได้มีโอกาสเข้าไปร่วมเล่นดนตรีด้วย ผมรับตำแหน่งหัวหน้าวงดนตรีของจุฬาฯ ในปี 2501 เท่าที่ผมจำได้คือในปี 2498 อาจารย์สดใส พันธุมโกมล แห่งคณะอักษรศาสตร์ ท่านตั้งวง
ดนตรีสากลแล้ว แล้วพัฒนามาเป็นวง Big Band ในภายหลัง ใช้ชื่อว่า วง สจม. ส่วนการที่พระองค์ท่านทรงพระกรุณาฯ เสด็จฯมาทรงดนตรีที่จุฬาฯ นั้น เนื่องจากในปีหนึ่ง พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานปริญญาบัตรที่จุฬาฯ แล้วตรัสหลังเสร็จพระราชภารกิจว่า วันนี้ไม่สามารถอยู่ได้นาน เพราะต้องรีบกลับ เนื่องจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ทรงมีพระประสูติกาลสมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์ใหม่ แล้วพวกเราชาวจุฬาฯ ก็ได้ทราบว่าพระราชทานพระนามสมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์ใหม่ว่าสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ เนื่องจากมีพระประสูติกาลในวันที่เสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาฯ เราก็ดีใจมากที่พระราชทานเกียรติยศนี้แก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังจากนั้น พวกเราชาวจุฬาฯก็ขอพระราชทานพระราชานุญาตเข้าเฝ้าฯเพื่อถวายพระพรแด่สมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์ใหม่ ก็ได้รับพระราชานุญาต พวกเราก็ไปกันที่สวนอัมพร ไปที่เวทีลีลาศสวนอัมพร เมื่อถวายพระพรแล้ว ในหลวง รัชกาลที่ 9 ก็เสด็จทรงดนตรีกับวง อ.ส. วันศุกร์ ผมจำได้ว่าพระราชทานอาหารเลี้ยงพวกเราทุกคนด้วย แล้วระหว่างนั้นตรัสว่า หากไม่มีธุระอะไรต้องรีบกลับ ก็อยู่เล่นดนตรีด้วยกันก่อนนะ พอได้ยินพระสุรเสียงเท่านั้นแหละ พวกเราไม่กินข้าวกินปลาเลย ดีใจมาก รีบไปนำเครื่องดนตรีบนรถยนต์ของจุฬาฯ กลับเข้าไปในเวทีลีลาศเป็นการด่วน เพราะนับว่าเป็นโอกาสดีที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ร่วมเล่นดนตรีกับวง อ.ส. วันศุกร์ วันนั้นเป็นการเล่นดนตรีแบบ Big Band เต็มวงโดยพระราชทานโน้ตดนตรีให้เล่น หลังจากนั้นก็ตรัสว่า สัปดาห์หน้าจะไปเล่นดนตรีที่จุฬาฯ ด้วยนะ เมื่อเราได้รับพระมหากรุณาธิคุณเช่นนี้ ก็รีบนำความกลับไปแจ้งม.ร.ว.แหลมฉาน หัสดินทร บรรยเวกษก์ของจุฬาฯ หรือปัจจุบันก็คือตำแหน่งรองอธิการบดี ฝ่ายกิจการนิสิต ประมาณนี้ เมื่ออาจารย์แหลมฉานทราบเรื่องก็ให้ประกาศให้นิสิตทราบทั่วมหาวิทยาลัย ครั้นเมื่อถึงวันเสด็จฯทรงดนตรี วันนั้นในหอประชุมจุฬาฯ แน่นขนัดไปทั้งหอประชุม นิสิตน้องใหม่ไปรอรับเสด็จตั้งแต่ปากประตูมหาวิทยาลัยด้านถนนพญาไท แล้วเรียงแถวยาวมาจนถึงบันไดขึ้นหอประชุมจุฬาฯ ภาพแห่งความประทับใจยังตราตรึงมาจนบัดนี้

l อาจารย์คาดคิดมาก่อนไหมครับว่าจะเสด็จพระราชดำเนินทรงดนตรีที่จุฬาฯ 

อาจารย์สันทัด : ไม่กล้าคิดเลย แต่เมื่อได้ยินรับสั่งว่าจะเสด็จฯทรงดนตรีที่จุฬาฯ ก็แสนจะดีใจ และปลื้มใจมาก คือไม่ได้คาดคิดมาตั้งแต่ทรงชวนให้เล่นดนตรีที่เวทีลีลาศสวนอัมพรแล้ว แต่ก็ทรงมีพระเมตตาต่อชาวจุฬาฯ มากจริงๆ นับเป็นช่วงเวลาประวัติศาสตร์ของชาวจุฬาฯ 

l เสด็จพระราชดำเนินทรงดนตรีที่จุฬาฯ ตั้งแต่ 2501 ถึง 2516 นับว่าเป็นเวลากว่าทศวรรษเลยนะครับ

อาจารย์สันทัด : ใช่ครับ แต่มีปีหนึ่งที่ไม่ได้เสด็จฯ เพราะเสด็จพระราชดำเนินเยือนยุโรปและสหรัฐฯ แต่ก็ต้องนับว่าทรงมีพระเมตตาต่อชาวจุฬาฯ มากจนเกินพรรณนาเลยครับ 

l วันเสด็จฯทรงดนตรีที่จุฬาฯ ทรงนำวง อ.ส. วันศุกร์มาด้วยใช่ไหมครับ แล้ววง สจม. ได้แสดงช่วงไหนครับ นักร้อง นักดนตรีของ สจม. ได้ถวายงานหน้าพระที่นั่งไหมครับ

อาจารย์สันทัด : จริงๆ แล้วก่อนที่พระองค์ท่านจะเสด็จฯมาถึง นิสิตก็อยู่เต็มหอประชุมแล้ว วง สจม. ก็บรรเลงเพลงให้ฟังไปก่อน วง สจม. จะเล่นตรงด้านหน้าเวที
บริเวณโค้งบันได เมื่อพระองค์ท่านและพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯมาถึง วง สจม. ก็ยังคงบรรเลงเพลงไปก่อน จะยุติการเล่นก็เมื่อพระองค์ท่านประทับในวงดนตรีเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ต้องถือว่าวง สจม. ได้เล่นถวายหน้าพระที่นั่งด้วย เพราะระหว่างนั้น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จเจ้าฟ้าทุกพระองค์ที่โดยเสด็จด้วย ประทับนั่งที่พระเก้าอี้แล้ว และในหลวง รัชกาลที่ 9 ก็ได้ทรงฟังเพลงที่วง สจม. เล่นถวาย

l มีบางปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ เสด็จฯทรงดนตรีด้วย และบางปีสมเด็จเจ้าฟ้าพระองค์อื่นๆ ทรงขับร้องและทรงเล่นดนตรีด้วยใช่ไหมครับ

อาจารย์สันทัด : ใช่ครับ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เคยเสด็จฯทรงดนตรีในวันทรงดนตรีด้วยครับ พระองค์ทรงแซกโซโฟน และในบางปีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ (พระราชอิสริยยศในขณะนั้น) ก็ทรงขับร้อง และทรงเล่นดนตรีพระราชทานด้วย นับเป็นภาพประวัติศาสตร์ของชาวจุฬาฯ อย่างแท้จริง เป็นภาพแห่งความประทับใจตลอดกาล และจะตราตรึงในใจชาวจุฬาฯ ตลอดไป

l เรียนถามอาจารย์ณัชพลครับ ในฐานะนักร้อง CU Band แม้อาจารย์จะไม่ได้ถวายงานในวันเสด็จพระราชดำเนินทรงดนตรี แต่อาจารย์คือนักร้อง CU Band อาจารย์จะบอกกล่าวถึงความสำคัญวันทรงดนตรีอย่างไรครับ

ผศ.ดร.ณัชพล : ผมเข้าเรียนคณะอักษรฯ ปี 2549 ได้เป็นนักร้อง CU Band มาตั้งแต่ปีหนึ่งถึงปีสี่ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากของชีวิตนิสิตจุฬาฯ แม้ว่าผมจะไม่ได้มีโอกาสอันดีในการถวายงานในวันทรงดนตรี เพราะช่วงนั้นผมยังไม่เกิด แต่ผมก็ได้รับรู้ความพิเศษของวันทรงดนตรีมาตั้งแต่เข้ามาศึกษาในจุฬาฯ สำหรับปีนี้นับเป็นโอกาสสำคัญ เพราะเป็นปีที่ครบ 60 ปี วันเสด็จฯทรงดนตรีครั้งแรก ณ จุฬาฯ และครบ 50 ปี ของปีสุดท้ายที่เสด็จฯทรงดนตรี ณ จุฬาฯ ดังนั้น การแสดงดนตรีในปีนี้
เราจึงเชิญเพลงพระราชนิพนธ์ในพระองค์ท่านที่ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ในช่วง พ.ศ. 2501-2516 มาบรรเลงคือบทเพลงพระราชนิพนธ์ แสงเดือน ถึงบทเพลงพระราชนิพนธ์ เราสู้ โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง CU Band กับ Old CU Band และยังมีวง CU Chorus มาร่วมงานด้วย เพราะ CU Chorus ตั้งในปี 2516 แต่ CU Chorus จะเชิญเพลงพระราชนิพนธ์มหาจุฬาลงกรณ์ ยูงทอง และเกษตรศาสตร์ มาฝากคุณผู้ชมในงานด้วยครับ

l ในฐานะคนรุ่นใหม่เมื่อเทียบกับอาจารย์สันทัด มีความประทับใจอะไรในวันทรงดนตรีบ้างครับ เพราะอาจารย์ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จริง แต่เชื่อว่าต้อง
รับทราบความสำคัญวันทรงดนตรีอย่างแน่นอน

ผศ.ดร.ณัชพล : ผมเข้าจุฬาฯ ปี 2549 ไม่ทันเหตุการณ์สำคัญวันทรงดนตรี แต่ทราบประวัติวันทรงดนตรีเป็นอย่างดี ในฐานะสมาชิกวง CU Band เราทุกคนตั้งตารอคอยวันแสดงดนตรี เนื่องในงานวันที่ระลึกวันทรงดนตรี แม้ CU Band จะมีงานต่างๆ มากมาย แต่ในปฏิทินของเราจะกำหนดไว้ว่าวันที่เราต้องทำงานให้ดีที่สุดอีกวันหนึ่งคือวันที่ระลึกวันทรงดนตรี นิสิตปัจจุบันในวง CU Band ตั้งใจทำงานนี้เต็มความสามารถ โดยปรึกษาหารือกับรุ่นพี่ๆ จากวง Old CU Band อย่างใกล้ชิด เลือกเพลง เลือกนักร้อง ซ้อมอย่างหนัก ทุกคนยินดีร่วมทำงานกันด้วยความเต็มใจยิ่ง เราได้เห็นน้องๆ CU Band ตั้งใจฝึกซ้อมทั้งร้องและเล่นดนตรีบทเพลงพระราชนิพนธ์ด้วยความตั้งใจ เพราะบทเพลงพระราชนิพนธ์นั้นนับว่าทั้งดนตรีและการขับร้อง เป็นเรื่องที่ไม่ใช่ของง่ายเลย เป็นความท้าทายที่พวกเราตั้งใจมาก การขับร้องและเล่นดนตรีก็ต้องทำให้ถูกต้องทุกอย่างแล้วเราก็ร่วมกันสร้างสรรค์ให้บทเพลงพระราชนิพนธ์มีความงดงาม ไพเราะ มีเสน่ห์ เราใช้ทั้งรูปแบบขับร้องเดี่ยว ร้องแบบคอรัส และ A Cappella คือการขับร้องโดยไม่มีดนตรีประกอบ การขับร้องก็มีทั้งนักร้องเสียงเบส (เสียงต่ำผู้ชาย) เทเนอร์ (เสียงสูงผู้ชาย) อาลโต (เสียงต่ำผู้หญิง) โซปราโน (เสียงสูงผู้หญิง) เรียกได้ว่าเราทำงานนี้ด้วยการยึดหลักสร้างสรรค์ และสืบสานไปพร้อมๆ กัน

l อาจารย์เชิญเพลงพระราชนิพนธ์ใดมาขับร้องบ้างครับ

ผศ.ดร.ณัชพล : มีหลายเพลงเลยครับ แต่ละปีก็จะต่างกันไป เคยเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ เมื่อโสมส่อง แสงเทียน ใกล้รุ่ง ชะตาชีวิต มาขับร้องครับ  ปีนี้เชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ แว่ว มาขับร้องครับ

l แต่ละบทเพลงถือว่าขับร้องยากมากไหมครับ

ผศ.ดร.ณัชพล : ก็ไม่ถือว่าง่ายนะครับ ต้องพยายามฝึกซ้อมให้มาก และทำให้ดีที่สุด โดยเฉพาะบทเพลงแว่วนั้น ผมเห็นว่าขับร้องยากมากพอสมควรครับ การออกเสียงร้อง การขึ้นลงของเสียงร้อง ก็นับว่ายาก แต่ทว่ามีความไพเราะมาก และมีเสน่ห์มากครับ 

l เท่าที่อาจารย์สังเกตดู นิสิตยุคนี้สนใจงานวันที่ระลึกวันทรงดนตรีมากน้อยเพียงใด เมื่อเทียบกับยุคอาจารย์เป็นนิสิต

ผศ.ดร.ณัชพล : ยังมีนิสิตปัจจุบันให้ความสำคัญและสนใจมากนะครับ ผมเชื่อว่านิสิตจุฬาฯ ส่วนใหญ่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน เรามีนิสิตปัจจุบันช่วยทำงานนี้มากมายเลยครับ และมหาวิทยาลัยก็พยายามประชาสัมพันธ์ให้นิสิตและคนทั่วไปทราบด้วย เพราะต้องการให้สาธารณชนได้รับทราบงาน และเข้ามาร่วมชมงานนี้ อันที่จริงจุฬาฯ จัดงานวันที่ระลึกวันทรงดนตรีมาตลอด แม้กระทั่งในช่วงโควิดแพร่ระบาด เพียงแต่ปรับรูปแบบงานเป็น online ในช่วงนั้น ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากนิสิตจุฬาฯ และคนทั่วไปมากพอสมควรครับ เมื่อโควิดผ่านพ้นไป เราก็กลับมาจัดงานในหอประชุมจุฬาฯ ตามเดิม ก็ได้รับความนิยมอย่างมากครับ ผู้คนเข้าชมงานเกือบเต็มหอประชุมครับ

l นอกจากการชมดนตรี และรับฟังบทเพลงพระราชนิพนธ์แล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ชาวจุฬาฯ เน้นมาโดยตลอดคือ การร่วมสมทบทุนมูลนิธิอานันทมหิดล อาจารย์ช่วยบอกเล่าเรื่องนี้ด้วยครับ

ผศ.ดร.ณัชพล : ใช่ครับ ขอเชิญชวนทุกคนร่วมบริจาคสมทบทุนมูลนิธิอานันทมหิดล มูลนิธินี้ทรงก่อตั้งโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เมื่อปี 2498 โดยพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นทุนประเดิม และทรงดำรงตำแหน่งนายกกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิฯ วัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯ คือ ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาชั้นสูงของวิชาแขนงต่างๆ ในระดับปริญญาโทและเอก โดยพระราชทุนการศึกษาให้ไปศึกษาเพิ่มเติมในต่างประเทศ เพื่อให้กลับมาพัฒนาประเทศไทย และส่งเสริมการค้นคว้าวิจัยระดับสูง ทุนการศึกษาของมูลนิธิอานันทมหิดล ช่วยให้การศึกษาระดับสูงของไทยได้รับการพัฒนามากขึ้น สร้างบุคลากรด้านวิชาการ และการวิจัยระดับสากล เราทุกคนร่วมบริจาคสมทบทุนได้ที่หมายเลขบัญชี 045-298-1399 ธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชี สมทบทุนอานันทมหิดล วันที่ระลึกวันทรงดนตรี สำหรับผู้ที่ต้องการใบเสร็จรับเงินเพื่อนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้ส่วนบุคคล กรุณาติดต่อ 02-2187373 ทุนมูลนิธิอานันทมหิดล เป็นทุนการศึกษาที่ให้เปล่า ไม่มีข้อผูกมัดใดๆ แต่ส่วนมากผู้ได้รับพระราชทานทุนนี้ก็จะกลับมาทำประโยชน์ให้บ้านเมืองของเราต่อไป

คุณจะรับชมรายการไลฟ์ วาไรตี รายการที่ให้ทั้งสาระและความรู้ ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 14.05-14.30 น.ทางโทรทัศน์ NBT ช่องหมายเลข 2และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ไลฟ์ วาไรตี