‘OCTOPOP 2023’ ศิลปินล้น 2 วัน 2 เวที ไลน์อัพอัดแน่น หลากค่ายหลายแนวเพลง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/760168

‘OCTOPOP 2023’ ศิลปินล้น 2 วัน 2 เวที ไลน์อัพอัดแน่น หลากค่ายหลายแนวเพลง

‘OCTOPOP 2023’ ศิลปินล้น 2 วัน 2 เวที ไลน์อัพอัดแน่น หลากค่ายหลายแนวเพลง

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เปิดจองบัตรผ่านไปไม่กี่วัน กระแสท่วมท้นบัตรวิ่งออกอย่างต่อเนื่องสำหรับ OCTOPOP 2023 ซึ่งค่าย “4NOLOGUE” ในฐานะผู้จัดงานตั้งใจทำโปรดักชั่นฝีมือคนไทย ให้เทียบเท่าเทศกาลดนตรีระดับโลก โดยจะรวมทุกความPOP แบบไม่จำกัดค่าย ไม่จำกัดแนวทั้งศิลปินสายเลือดไทยและศิลปินอิมพอร์ตระดับ INTERNATIONAL และตั้งแต่เปิดไลน์อัพศิลปิน ก็ทำแฟนๆ ฮือฮา เพราะขนกันมาทั้งจากฝั่งเกาหลี และญี่ปุ่น พร้อมศิลปินไทยจนล้นทั้ง 2 เวที ที่ ธันเดอร์โดมสเตเดียมและ ธันเดอร์โดม ซึ่งในครั้งนี้เตรียมเสิร์ฟหลากหลายความสนุกครั้งใหม่

เริ่มที่ศิลปินหนุ่มตัวท็อปจาก K-POPอย่าง “TAEYANG” ที่ห่างการขึ้นโชว์ในไทยมานานหลายปี และปีนี้ก็พร้อมเจอแฟนๆ ให้หายคิดถึง ด้านหนุ่ม “YUGYEOM” ที่คอนเฟิร์มมาร่วมงานนี้ ก็เตรียมความฮอตมาเขย่าเวทีให้แฟนๆ ได้กรี๊ดแบบสุดเสียง รวมถึงหนุ่ม “LEO”และบอยกรุ๊ปน้องใหม่ “POW” ที่มีสมาชิกชาวไทยในวงอย่าง “ยอร์ช ยงศิลป์” โดยเป็นfirst  international stage ของทั้งสองศิลปินรับรองว่าจัดเต็มแน่นอน ส่วนฝั่งสาวๆ ก็มาทั้งศิลปินสุด Hip อย่าง “JESSI” ที่จะมาทำสเตจให้ร้อนเป็นไฟกับความฮอตเกินต้าน และทางด้านสาว “JEON SOMI” ก็เตรียมขนเพลงฮิตสุดPop มาให้แฟนๆ ได้ฟังกันแบบสดๆ อีกด้วย

ส่วนทางฝั่ง J-POP ที่สุดป๊อปไม่แพ้กันเพราะไม่บ่อยนักที่ศิลปินจากฝั่งแดนปลาดิบจะขึ้นโชว์ในไทย ไม่ว่าจะเป็น THE RAMPAGE,BALLISTIK BOYZ และ PSYCHIC FEVERบอยกรุ๊ปที่พร้อมจะมาระเบิดความมันส์บนเวทีOCTOPOP ที่บอกเลยว่าแฟน J-POP ควรมาดูให้เห็นกับตาสักครั้งในชีวิต

มาถึงศิลปินไทยก็ไม่น้อยหน้า ขนมาเพียบหลากหลายค่าย พร้อมโชว์ความ “อะเมซิ่ง”ในฐานะเจ้าบ้าน พร้อมสร้างประสบการณ์ความสนุกนำทัพโดย NONT TANONT ที่ไม่เคยทำให้ผิดหวังเรื่องการโชว์, สี่สาวโฟร์ควีน INK WARUNTORN,  BOWKYLION, VIOLETTEWAUTIER, ZOM MARIE การันตีความปังพลังเสียง ส่วนฝั่งหนุ่มหล่อ ก็ขอร่วมงานบิ๊กครั้งนี้ ทั้ง BRIGHT, JEFF SATUR และ JAYLERRรวมถึงศิลปิน TPOP อีกมากมาย นำทีมโดย TRINITY,PROXIE, PIXXIE, 4MIX, BAMM, BNK48, MATCHA, PERSES  เป็นต้น

เห็นไลน์อัพศิลปินแน่นเวทีแบบนี้ บอกเลยว่ายังมีอีกมากมาย เพราะครั้งนี้มากับ 2 เวทีที่ให้เลือกได้ตามความชอบ ทั้ง “ATLANTIS STAGE” และ “CAVE STAGE” จัดเต็มไม่มีกั๊ก!อัดแน่นทั้ง 2 วัน

ดูจากรายชื่อศิลปินก็สัมผัสได้ถึงความฟินสนุกสุดมันส์กันถ้วนหน้า เปิดจำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ ทาง Thaiticketmajor ในราคาสุดคุ้มตั้งแต่ บัตร VIP : ราคา 5,888 บาท ให้ได้ใกล้ชิดติดขอบเวที ในโซน VIP ทั้ง 2 เวทีตลอด 2 วัน พร้อมสิทธิพิเศษและของที่ระลึก,บัตร GA : ราคา 2,888 บาท เต็มอิ่มกับศิลปินสุด POP ในโซน GA ทั้ง 2 เวทีตลอด 2 วัน, บัตร GA CAVE STAGE :ราคา 888 บาท สนุกสุดมันส์กันที่เวที CAVE STAGE  ตลอด 2 วัน พร้อมเอนจอยบรรยากาศความ POP รอบงาน และ บัตร VVIP Package : 1 DAY-PASS ยกแก๊งมาสนุกในพื้นที่โซน VVIP 1 Package นั่งได้ 8 คน พร้อมสิทธิเศษมากมายในจำนวนจำกัด ช้าหมด อด POP! พบกันในวันที่21-22 ตุลาคม 2566 ที่ธันเดอร์โดมสเตเดียมและ ธันเดอร์โดม

เห็นแบบนี้แล้วบอกเลยว่าเป็นเหตุผลที่ไม่อยากให้พลาดเทศกาลดนตรีที่รวมทุกความ POP! ไว้มากที่สุดในไทย ทั้งเพลง ศิลปะ และวัฒนธรรม ร่วมชาร์จพลังด้วยเสียงเพลง ซื้อบัตรให้ทันแล้วมาสนุกกันที่ “OCTOPOP 2023”

ซื้อบัตรได้แล้ววันนี้ที่ https://www.thaiticketmajor.com/concert/octopop-2023.html 

‘Re-Fill City’หาจุดเติมนํ้าดื่มฟรี-ลดขยะพลาสติก นวัตกรรมฝีมือ‘ทีมคนไทย’คว้ารางวัลระดับนานาชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760124

‘Re-Fill City’หาจุดเติมนํ้าดื่มฟรี-ลดขยะพลาสติก นวัตกรรมฝีมือ‘ทีมคนไทย’คว้ารางวัลระดับนานาชาติ

‘Re-Fill City’หาจุดเติมนํ้าดื่มฟรี-ลดขยะพลาสติก นวัตกรรมฝีมือ‘ทีมคนไทย’คว้ารางวัลระดับนานาชาติ

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Depa) และสตาร์ทอัพ สยามอินโนซิตี้ คว้ารางวัลชนะเลิศจากเวทีการแข่งขัน Presidential Hackathon 2023 ที่ไต้หวัน ท่ามกลาง 60 ทีมจากนานาประเทศ ด้วยผลงานนวัตกรรม “Re-Fill City” แอปพลิเคชั่นต้นแบบ หาจุดเติมน้ำฟรี-ลดขยะพลาสติก รณรงค์ให้ทุกคนในเมืองนำขวดน้ำพกพาของตนเองเพื่อเติมน้ำดื่มได้รอบเมือง นำร่องใช้จริงในพื้นที่เทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช หนึ่งในเมืองอัจฉริยะต้นแบบ คาดเป็นโมเดลสำหรับเมืองอื่นๆ ของไทยในอนาคต

รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)กล่าวว่า ทีมซึ่งประกอบด้วย ผศ.ดร.รัชนีกุลยานนท์ จาก สจล., ภาสกร ประถมบุตรและ นน อัครประเสริฐกุล จาก Depa,พรชัย เอี่ยมสุกใส และ สถาพร จุลศิลป์จากสตาร์ทอัพ บริษัท สยามอินโนซิตี้ จำกัด คิดค้นนวัตกรรมแอปพลิเคชั่น Re-Fill City ภายใต้แนวคิด Green and Sustainable City เพื่อส่งเสริมการใช้ขวดน้ำพกพาเพื่อลดปริมาณขยะแทนการซื้อน้ำดื่มที่บรรจุในขวดพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง

ซึ่งแนวคิดนี้เป็นโครงการที่ริเริ่มจากความต้องการของผู้ที่อยู่อาศัยในเมืองนครศรีธรรมราช และเป็นการสร้างธุรกิจแบบ Social Enterprise ที่สามารถส่งเสริมมีรายได้อย่างมั่นคง ในขณะที่เมืองและประชาชนได้รับผลประโยชน์สูงสุด โดยนวัตกรรมดังกล่าวได้คว้ารางวัลชนะเลิศระดับนานาชาติในการแข่งขันแฮกกาธอน “Presidential Hackathon International Track 2023” ที่จัดโดยกระทรวงดิจิทัลแห่งไต้หวัน นับเป็นเวทีการแข่งขันด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลระดับนานาชาติที่ยิ่งใหญ่และทรงเกียรติที่สุด

โดยงานปีนี้ภายใต้ธีม Free the Future: Open, Digital and Green มุ่งตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน 2030 (Sustainable Development Goals, SDGs) โดยมีจำนวน 60 ทีมจาก 30 ประเทศทั่วโลกเข้าแข่งขัน ความสำเร็จของทีมไทยสร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจแก่ประเทศ ตอกย้ำถึงศักยภาพของคนไทยในเวทีโลก สะท้อนพลังความมุ่งมั่นของ สจล. สู่ผู้นำแห่งนวัตกรรมระดับโลก (The World Master of Innovation)

เพื่อแก้ปัญหาการพัฒนาของประเทศในพื้นที่ต่างๆ และสนองตอบความต้องการทางสังคม กระตุ้นโอกาสความร่วมมือระหว่างประเทศ ระหว่างวงการ และระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐ ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ได้มีโอกาสสื่อสารแลกเปลี่ยนและสร้างประโยชน์แก่ชุมชน คนไทย และมนุษยชาติ ทั้งเติมเต็มคุณค่าของเมืองอัจฉริยะ (Smart City) และการมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นแนวโน้มการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืนทั่วโลกมากยิ่งขึ้น

ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Depa) กล่าวว่าจุดเด่นของนวัตกรรม แอปพลิเคชั่น Re-Fill City นี้เป็นฐานข้อมูลให้ผู้บริโภคสามารถหาตำแหน่ง “จุดเติมน้ำดื่มสะอาดฟรี” ซึ่งโครงการติดตั้งให้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงร้านค้าได้มากขึ้น รวมถึงสถานที่ขายเครื่องดื่มน้ำตาลต่ำในเมือง และให้คะแนนกับห้างร้านต่างๆ ที่เติมน้ำดื่มสะอาดฟรีแก่ผู้บริโภค

โดยคะแนนเหล่านี้ร้านค้าสามารถนำไปแลกสิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้จากเมืองและพันธมิตรภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงทางร้านค้าที่ให้บริการน้ำดื่มฟรี อาจจะให้ส่วนลดสำหรับอาหารและบริการแก่ผู้ที่เข้ามารับบริการ เป็นแรงจูงใจให้มาซื้อสินค้าและใช้บริการ เป็นการเพิ่มรายได้ให้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ อีกทั้งส่งเสริมการเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) เพิ่มพลังความเกื้อกูลและร่วมมือ ลดปริมาณขยะจากขวดพลาสติกเพื่อเมืองที่น่าอยู่ของทุกคนได้อีกด้วย

สจล. Depa และสยามอินโนซิตี้ได้สร้างต้นแบบนวัตกรรม “Re-Fill City” มิใช่เพื่อคนไทยเท่านั้นแต่เพื่อโลกของเราด้วย เกิดประโยชน์กับทั้งผู้บริโภคและการส่งเสริมความเป็นเมืองอัจฉริยะ พร้อมไปกับผลดีต่อสภาวะสิ่งแวดล้อมโลก โดยมีผู้เชี่ยวชาญและใช้พหุศาสตร์หลายสาขา ได้แก่ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) วิทยาการคอมพิวเตอร์ มานุษยวิทยา เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม การออกแบบ และความยั่งยืน

สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงและมีความยืดหยุ่น ขยายผลได้อย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนถึงความสำคัญของประเด็นการจัดการขยะพลาสติกและส่งเสริมสุขภาพ ซึ่ง “Re-Fill City” ตอบโจทย์ได้อย่างดี ปัจจุบันโครงการได้นำร่องใช้จริงในพื้นที่เทศบาลเมืองนครนครศรีธรรมราชหนึ่งในเมืองอัจฉริยะต้นแบบของไทย และคาดว่าในอนาคตจะสามารถขยายผลไปยังจังหวัดอื่นๆ ของประเทศ

ทั้งนี้แผนงาน เฟสที่ 1 เทศบาลเมืองจะมีโปรแกรมคืนกำไรให้กับร้านค้าที่ให้บริการน้ำดื่ม เฟสที่ 2 ใช้เทคโนโลยี และ เอไอวิเคราะห์ปริมาณน้ำดื่มที่แจกได้ ส่วนเฟสที่ 3 จัดทำ QR Code สมาชิกผู้มาใช้บริการ และต่อยอดโครงการอื่นๆ อีกด้วย!!!

‘อดิเรก แสงใสแก้ว’มุมมองภาคเอกชน ‘ที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย’ดีต่อเศรษฐกิจอย่างไร?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760122

‘อดิเรก แสงใสแก้ว’มุมมองภาคเอกชน ‘ที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย’ดีต่อเศรษฐกิจอย่างไร?

‘อดิเรก แสงใสแก้ว’มุมมองภาคเอกชน ‘ที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย’ดีต่อเศรษฐกิจอย่างไร?

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

(หมายเหตุ : ถอดความจากคำกล่าวของ อดิเรก แสงใสแก้ว เลขาธิการสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยในวงเสวนาหัวข้อ “แนวทางการพัฒนานโยบายที่อยู่อาศัยเช่าราคาถูก” ในเวทีขับเคลื่อนนโยบายที่อยู่อาศัยเช่าราคาถูกสำหรับผู้มีรายได้น้อยในเมือง ซึ่งร่วมจัดโดย กรุงเทพมหานคร (กทม.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เครือข่ายสลัม 4 ภาค และมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2566 ที่ผ่านมา เนื่องในโอกาสวันที่อยู่อาศัยสากล ประจำปี 2566 ซึ่งตรงกับวันจันทร์แรกในเดือนตุลาคมของทุกปี โดยปีนี้คือวันที่ 2 ต.ค. 2566

อดิเรก : จะเล่าให้ฟังว่าประเทศไหนเขาดันคนไปนอกเมืองแล้ว ที่ดิน-บ้านเขาแพงมากจนต้องดัน แล้วมันเหมือนว่าแก้อะไรยากแล้ว อย่าง สหรัฐอเมริกา จริงๆ ในแต่ละรัฐเขาจะมีการพัฒนารอบสถานีรถไฟฟ้าแล้วก็มีธุรกิจ จริงๆ แล้วตามบรรทัดฐาน ปทัสถาน หรือ Norm พอมีธุรกิจต้องมีคนหมุนเมืองมากกว่า 10% ก็คือไปอยู่ ไปใช้ชีวิต เพื่อที่จะตอบโจทย์ธุรกิจในนั้นด้วย อันนี้คือ Norm ของโลก

ซึ่งปัจจุบันอย่าง ปีเตอร์ คาร์ทอฟ เขาเตือนตั้งแต่ปี 2013 (2556) ว่าที่อยู่อาศัยในแหล่งงาน ใน TOD (Transit Oriented Development-การพัฒนาเมืองควบคู่ระบบขนส่งมวลชน) จำเป็นนะแต่วันนี้วิกฤตแล้ว เพราะคนส่วนใหญ่ พื้นที่ธุรกิจไม่สามารถมีพื้นที่ในการสร้างที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยได้ ทำให้คนต้องเดินทางไกล 4 ชั่วโมง งานวิจัยบอก 70-100 กิโลเมตร ไป 2 ชั่วโมง กลับ 2 ชั่วโมง 4 ชั่วโมงพอดีไม่ต้องเลี้ยงลูก ไม่ต้องดูแลพ่อแม่

ทีนี้พอเดินทางเยอะ เรามักจะฟังเรื่องคาร์บอนเครดิต เรื่องของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เดินทางเยอะปล่อยก๊าซเรือนกระจกเยอะ อเมริกาวิกฤตเรื่องนี้ เรื่องคาร์บอนฟุตปรินท์ อันนี้ส่งผลกระทบโดยตรง นี่ประเทศเจริญแล้ว แต่ทีนี้มา สิงคโปร์ เนื่องจากสมัยก่อนเขาทำการบ้านดี มาดูบ้านเรา ที่แห่งแรกๆ ที่เขาไปดูคือการเคหะ แฟลตดินแดง เมื่อ 50 ปีก่อน พอเขาดูเสร็จก็เอาไปวางแผนประเทศเขา

“เขาทำแผนยุทธศาสตร์ชาติ50 ปี ทำมาแล้วเหลือเวลาอีก 10 กว่าปีเขาทำตามแผนเขาได้ 90% ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย 90%ในสิงคโปร์ เขาหนุนให้คนเช่าบ้านได้พอคนเช่าบ้านมีสตางค์ซื้อบ้านได้ สมมุติเช่า 2,500 บาท ต่อมาซื้อบ้านราคาล้านกว่าบาท ต่อไปจากล้านกว่าขึ้นเป็น 3 ล้านบาทได้ อันนี้คือบันไดขั้นแรก เพราะฉะนั้นสิงคโปร์คือเวลาไปสถานีไหนเราก็จะเห็นบ้านผู้มีรายได้น้อยอยู่รอบๆ เต็มไปหมด มีอยู่2 อย่าง คือนั่งรถไฟฟ้าออกไปนอกเมืองมีบ้านอากาศดีๆ อีกอย่างหนึ่งคืออยู่ในเมือง อยู่ดาวน์ทาวน์เลย

อย่างย่านเศรษฐกิจเขา วันนี้มารินาเบย์เต็มแล้ว ปรากฏเขาไปทำที่จูร่ง นี่เป็นเขตเศรษฐกิจใหม่ เขาเตรียมบ้านผู้มีรายได้น้อยล้อมเลยก่อนธุรกิจจะไป ฉะนั้นการเตรียมการล่วงหน้าสิงคโปร์ส่วนหนึ่งถ้าเป็นของผู้มีรายได้น้อยเขาไม่ได้ถือว่าเป็นสินค้า แต่เขาถือเป็นโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งที่เขาทำบ้านขนาดไม่เห็นว่าเป็นสินค้าดูแล้วไม่มีกำไร แต่จริงๆ มันตอบโจทย์เศรษฐกิจ เขาใช้โมเดลนี้หมุนประเทศ การสร้างบ้านผู้มีรายได้น้อยมันเกิดหมุนรอบเศรษฐกิจ 5 รอบ มันมาเอง เพราะฉะนั้นไม่ต้องรอกำไร”

กลับมาบ้านเรา ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น วันนี้บ้านเราขอพูดตรงๆไม่อ้อมค้อม ยุทธศาสตร์ที่เราทำเรื่องที่อยู่อาศัย 20 ปีที่ผ่านมา ผ่านไป 6 ปี เราทำได้แค่ร้อยละ 2 แต่เราอย่าไปโยนภาระให้การเคหะฯ หรือโยนภาระให้ พอช. อย่างเดียว มันขาดเรื่องหนึ่งคือการทำแบบ Inclusive คือการร่วมพลังกันของภาครัฐ เอกชน ประชาชน วิชาการ มันเป็นภาระของทุกคน ทุกประเทศเขาเป็นภาระระดับรัฐระดับประเทศ แต่บ้านเรามักจะผลักภาระ ยิ่งช้าเท่าไรที่ดินราคามันยิ่งสูงขึ้น

ทีนี้มาดูฝั่งภาคเอกชนบ้าง ผมอยู่บอร์ดดำเนินงานศูนย์ข้อมูลอสังหาไทยด้วย ตัวเลขที่เป็นตลกร้าย เราทำที่อยู่อาศัยสำหรับผู้ประกอบการ 3,000 บริษัททั่วประเทศ ทำที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ณ วันนี้ไม่ถึง 5% นั่นคือเกินกว่า 95% เป็นระดับกลางและระดับสูงผู้ประกอบการ 3,000 กว่าบริษัทเขามีพลังในการทำอสังหาฯมโหฬาร แต่ว่าไม่ใช่ผู้มีรายได้น้อย แล้วในส่วนนี้ก็ทำให้ไม่มี Supply (การจัดหา) เรื่องสินค้าผู้มีรายได้น้อยออกมา แต่ตลาดกลางกับตลาดบนตอนนี้ก็เริ่มอืดหน่อยๆ แล้ว

จริงๆ ถ้าย้อนไปเหมือนสิงคโปร์ เราทำบ้านผู้มีรายได้น้อยทั้งเช่าและซื้อเป็นฐานไว้ พอเขามีสตางค์-มีงาน เพราะว่าแน่นอนอยู่ใกล้แหล่งงาน เดิน 10 นาทีถึงงาน คุณภาพชีวิตดี เงินเดือนขึ้นมีรายได้ เขาขึ้นมาได้ไม่ยาก อันนี้คือบันไดขั้นแรก จริงๆ ต้องเข้าใจตรงกันก่อนว่าต้องหนุนพวกเขา หนุนคนหมุนเมือง ถ้าจริงๆ แล้วมันมีโมเดล วันนี้ผมชวนคุย ถ้าเรามองเขาเป็นสินค้า จริงๆ บ้านเช่าระดับราคาถูกหรือบ้านที่คนซื้อได้ในระดับต้นๆ มันไม่ควรเป็นสินค้า ถ้าเป็นสินค้าผมจะเล่าให้ฟัง ทุกพันบาทต้องมีกำไร 300-400 บาท จากต้นทุน 600 บาท

ยังไม่พอนะ สินค้าพันบาทนี่การก่อสร้างเราโดนดอกเบี้ย ทำบ้านผู้มีรายได้น้อยกับทำโรงแรม 5 ดาว ดอกเบี้ยเท่ากันนะ ดอกเบี้ย 6-7 บาทเท่ากันต่อแรกซื้อบ้านไปถูกดอกเบี้ย 6-7 บาท ไป-กลับ 14 บาทแล้ว กำไร 25 บาท บวกถึง 40 บาท เอา 40 บาทเต็มๆ บวกดอกเบี้ยไปอีก 15 บาท เป็นเท่าไรแล้ว? 55 บาท ของราคา 100 บาท ต้นทุนจริงๆ ถ้าหักพวกนี้ออกมันเหลือแค่ 40-50 บาท

“เงินค่าเช่าของเรา สมมุติว่าตึก 30 ปี เราเช่ากันครอบครัวละ 5 ปี ก็ได้ 6 ครอบครัว 6 ช่วง เอาเงิน 2,500 บาทมาต่อกัน 30 ปี ทุก 1,000 ยูนิต บวกดอกเบี้ยแค่บาทกว่าๆ เป็นเงินประมาณพันล้าน เห็นเงินพันล้านในรอบ 30 ปีไหม? แล้วจริงๆ เงินค่าก่อสร้างไม่กี่ร้อยล้านอันนี้ทำให้คิดกัน จริงๆ แล้วพอไปต่อยอด ถ้าเกิดได้มีส่วนร่วมกันคิด ภาครัฐ-เอกชน-ประชาชน ก็จะเห็นโมเดลดีๆ ได้

จริงๆ ไม่ต้องทำให้มันเก่านะ ทำให้มันเป็นคอนโดฯ เป็นที่พัก 8 ชั้นหรือว่า 30 ชั้นสวยๆ มีคอมฯ-มอลล์ (Community Mall : ศูนย์การค้าของชุมชน) หน่อย มีอะไรหน่อย” จริงๆ แล้วต้องตัดต้นทุนเรื่องดอกเบี้ย ภาษี แล้วก็ต้นทุนต่างๆ ออก เราจะเห็นตัวโครงสร้างจริงๆ แล้วพี่น้อง (ผู้มีรายได้น้อย) เขาก็มีพลังหนุนเสริมเขา หลังจากนั้นค่อยมาดูผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่กลับมา 5 เท่า สิ่งที่พี่น้องทำในคอนโดฯ 1,000 ยูนิต ถ้าเขามีรายได้กันคนละ 3 หมื่น สามารถสร้างเศรษฐกิจได้หลายพันล้านในทุก 1 จุด”

มีความเป็นไปได้เพราะปริมาณ จริงๆ มันแทรกได้ทุกจุดในเมือง ถ้าเห็นตัวเลขพันล้านของพี่น้อง ที่ดินบางแปลงในกรุงเทพฯ เรา หลายที่เรามีที่ดินว่างเยอะมาก แต่ไม่ได้ไปบังคับให้เขาทำเรื่องนี้นะ แต่บางทีเจ้าของที่ไม่เจอผู้ประกอบการ หรือเจ้าของที่บางทีเขาไม่อยากขายที่ ถ้าเกิดว่ามีการร่วมไม้ร่วมมือกันโดย กทม. เป็นโซ่ข้อกลาง แล้วก็สร้างโอกาสให้เขามาเจอกัน มี พอช. มาร่วมด้วย พอช. จะดึงพลังของพี่น้องออกมา แล้วเอกชนก็นำความถนัดของเขาคือการสร้างที่อยู่อาศัยมาร่วม แล้วก็ตัดสมการบางตัวออก

จริงๆ แล้วมันน่าตัดไหม? วันนี้ผมเอาเงินไปฝากธนาคารก็ได้ดอกเบี้ยบาทกว่า แต่พี่น้องไปกู้ดอกเบี้ย 6 บาทกว่าพอเห็นอะไรไหม? ดังนั้น กองทุนที่อยู่อาศัยสำคัญ กองทุนสำหรับพี่น้องสำคัญ แล้วกลไกของ พอช. งดงามมาก ดึงเอาพลังของพี่น้องออกมาแล้วก็หนุนเสริมอีกบางอย่างเข้าไป ผมว่าก็มีประสิทธิภาพแล้ว เพราะฉะนั้นการพัฒนามันต้องไปแบบ Inclusive แล้วอย่าเห็นเขาเป็นสินค้า

“สำหรับระดับล่างนะ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งยวดเลยว่าอย่าเห็นเป็นสินค้า และเมื่อเขาสบายแล้ว เดี๋ยวผู้ประกอบการ 3,000 บริษัท ทำบ้านป้อนเขาเอง”!!!

‘กิจกรรมทางกาย’เพื่อสุขภาพดี พิสูจน์แล้ว!เริ่มได้ตั้งแต่‘อยู่ในท้องแม่’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760123

‘กิจกรรมทางกาย’เพื่อสุขภาพดี พิสูจน์แล้ว!เริ่มได้ตั้งแต่‘อยู่ในท้องแม่’

‘กิจกรรมทางกาย’เพื่อสุขภาพดี พิสูจน์แล้ว!เริ่มได้ตั้งแต่‘อยู่ในท้องแม่’

วันจันทร์ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“ความเชื่อเกี่ยวกับการตั้งครรภ์บอกต่อกันมาอย่างไม่ถูกต้อง” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ในเรื่องกิจกรรมทางกายที่มักมีข้อห้ามไม่ให้แม่ตั้งครรภ์เคลื่อนไหวมาก เพื่อไม่ให้เกิดการแท้งบุตร” ขณะที่ในทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้วว่า หากแม่ตั้งครรภ์มีการเคลื่อนไหว หรือกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง จะยิ่งส่งผลให้คลอดง่าย และได้บุตรที่แข็งแรง

รศ.ดร.ปิยวัฒน์ เกตุวงศา ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย (TPAK) สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยมหิดล โดย TPAK สถาบันวิจัยประชากรและสังคมได้มีการลงนามความร่วมมือกับ กระทรวงสาธารณสุข ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ผลักดันนโยบายเพื่อส่งเสริมกิจกรรมทางกายในแม่ตั้งครรภ์และแม่หลังคลอด โดยมีกลุ่มเป้าหมายทั้งสำหรับแม่ตั้งครรภ์เอง และบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

โดยมุ่งหวังให้มีการฝากครรภ์ และเตรียมคลอดอย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นก้าวต่อไปจากการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในเด็กเล็กและเยาวชน ก่อนการต่อยอดสู่ทุกช่วงวัย ครอบคลุมประชากรตั้งแต่กลุ่มแม่ตั้งครรภ์ จนถึงผู้สูงวัย ซึ่งมหาวิทยาลัยมหิดล โดย TPAK สถาบันวิจัยประชากรและสังคม ประสบความสำเร็จจากการดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย พร้อมสร้างเครือข่ายมาแล้ว 162 ประเทศทั่วโลก

ซึ่งการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในแม่ตั้งครรภ์และแม่หลังคลอด ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวที่ท้าทาย เนื่องจากเป็นการพิสูจน์ว่า “สุขภาพที่ดีที่สุดเกิดขึ้นได้จากการส่งเสริมกิจกรรมทางกายให้เด็กตั้งแต่อยู่ในท้องแม่” หากแม่ตั้งครรภ์มีการออกกำลังกายที่ดี จะส่งผลให้บุตรที่อยู่ในครรภ์ได้เคลื่อนไหวและมีสุขภาพที่แข็งแรงไปด้วย โดยประโยชน์ของกิจกรรมทางกายในแม่ตั้งครรภ์สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ช่วงระยะครรภ์ ได้แก่

“1-3 เดือนแรก” เพื่อเตรียมความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงทางสรีระ จากรูปร่างปกติ สู่การมีน้ำหนักตัวมากขึ้นจากการเจริญเติบโตของทารกที่อยู่ในครรภ์ “ช่วงระยะครรภ์ 4-6 เดือน” เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการมีน้ำหนักตัวที่มากขึ้น โดยครอบคลุมถึงการควบคุมระดับน้ำตาล และความดันโลหิตให้อยู่ในภาวะปกติ ต่อเนื่องถึง “ช่วงระยะครรภ์ 7-9 เดือน” สู่การคลอดอย่างปลอดภัย

ทั้งนี้ การให้แม่ตั้งครรภ์ได้มีกิจกรรมทางกายที่ต่อเนื่องและเหมาะสม นอกจากจะช่วยลดอาการปวดหลังระหว่างตั้งครรภ์ได้แล้ว ยังทำให้การคลอดปลอดภัย อีกทั้งช่วยลดภาวะซึมเศร้าที่อาจเกิดขึ้นระหว่างและหลังตั้งครรภ์ได้อีกด้วย เพียงใช้เวลา 10 นาทีก่อนเข้านอน ออกกำลังกายเบาๆ พร้อมเปิดเพลงคลอ จะช่วยให้แม่ตั้งครรภ์รู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งสามารถทำได้ทั้งท่านอน และท่านั่ง เริ่มต้นจากการออกกำลังในส่วนแขน โดยการยกแขนขนานข้างลำตัวขึ้น-ลงช้าๆ ให้ได้ข้างละ 5-10 ครั้งต่อ 1 เซต และทำต่อไปจนครบ 3-5 เซต

สลับกับการออกกำลังในส่วนขา โดยการชันเข่าดึงขาขึ้น-ลงช้าๆ ให้ได้จำนวนครั้ง และเซตที่เท่ากัน สำหรับการบริหารอุ้งเชิงกรานสำหรับแม่ตั้งครรภ์ หากทำได้อย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดอาการปัสสาวะเล็ดระหว่างตั้งครรภ์ และทำให้คลอดง่ายเนื่องจากมีอุ้งเชิงกรานที่แข็งแรงด้วยการเคลื่อนไหวที่ใช้หลักการเกร็งบริเวณลำตัวและอุ้งเชิงกราน หายใจอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยควรฝึกภายใต้การดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญในครั้งแรก

มหาวิทยาลัยมหิดล โดย TPAK สถาบันวิจัยประชากรและสังคม พร้อมสานต่อองค์ความรู้กิจกรรมทางกายเพื่อประชาชนในทุกช่วงวัยเข้าถึงได้ สร้างสุขภาพที่ดี เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในวันข้างหน้าด้วยตัวเองต่อไปอย่างยั่งยืน!!!

‘กระทรวงยุติธรรม’ ขันน็อต ป้องปราม ‘ยาเสพติด’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559946

02 ต.ค. 2566

'กระทรวงยุติธรรม' ขันน็อต ป้องปราม 'ยาเสพติด'

ไม่มีนโยบายย้ายผู้ต้องขัง รัฐมนตรีว่าการ ‘กระทรวงยุติธรรม’ ขอความร่วมมือ แก้ปัญหา ‘ยาเสพติด’ ในพื้นที่ชายแดนใต้

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมพร้อมด้วย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ร่วมงานรำลึก 104 ปี มอาหดิลอูลูม และงานเปิดอาคารเรียน 100 ปี มอาหดิลอูลูมที่โรงเรียนเตรียมศึกษาวิทยา อำเภอเมือง จ.ปัตตานี

และขอความร่วมมือทุกภาคส่วนร่วมหาแนวทางและร่วมทำพื้นที่ให้ปลอดยาเสพติด โดยพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลทุกพรรคจะร่วมทำงานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่มีความจริงจังในการแก้ปัญหาที่จะทำให้ประชาชนมีความสุข

กระทรวงยุติธรรมมีหน้าที่ปกป้องคุ้มครองประชาชนให้ได้รับความยุติธรรม ไม่ให้ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพ ไม่ให้ถูกโจมตีจากการกระทำที่ไม่ดี รวมถึงต้องพัฒนาและทำให้พื้นที่ปลอดจากยาเสพติด คนที่ทำหน้าที่ต้องมีความซื่อสัตย์ ไม่รับเงิน เจ้าหน้าที่ในกระทรวงยุติธรรมต้องได้รับความเป็นธรรม ต้องไม่ใช้ระบบอุปถัมภ์ ไม่ใช้ระบบพวกพ้อง ยึดหลักนิติธรรมและหลักสิทธิมนุษยชน โดยกระทรวงไม่มีนโยบาย ย้ายผู้ต้องขังไปอยู่พื้นที่ห่างไกล 

รมว.ยุติธรรมและคณะ ลงพื้นที่ปัตตานีรมว.ยุติธรรมและคณะ ลงพื้นที่ปัตตานี

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎรกล่าวบนเวทีตอนหนึ่งว่า กระทรวงยุติธรรมมีหน้าที่หลากหลาย รวมไปถึงการดูแลรับผิดชอบเด็ก ผู้ใหญ่ และทุกคน รวมถึงผู้ต้องขังในเรือนจำก็ต้องให้ความยุติธรรม ถ้าให้ความยุติธรรมไม่ได้ บ้านเมืองก็ไม่สงบ พรรคประชาชาติเป็นพรรคเล็ก มี สส.9 คน ต้องน้อมรับเพื่อประโยชน์ของประเทศและเพื่อประชาชน และเราจะทำงานเพื่อประชาชน เพื่อสร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นให้ได้

ลุย ‘รองนายกฯสมศักดิ์’ นั่งรถราง 7 กม. เข้าจุด รถไฟตกราง ก่อนตรวจ น้ำท่วมแพร่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559934

01 ต.ค. 2566

ลุย 'รองนายกฯสมศักดิ์' นั่งรถราง 7 กม. เข้าจุด รถไฟตกราง ก่อนตรวจ น้ำท่วมแพร่

“รองนายกฯสมศักดิ์” ลงพื้นที่ จ.แพร่ นั่งรถราง 7 กม. เข้าจุดเกิดเหตุ “รถไฟตกราง” พร้อมควง “วรวัจน์” สส.แพร่ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม สั่งเตือนประชาชนริมน้ำยม ขนของขึ้นที่สูง กำชับ จ.สุโขทัย เตรียมรับมวลน้ำ 4 อำเภอ

1 ต.ค. 2566 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายชยันต์ เมืองสง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน น.ส.ประภาพร ทองปากน้ำ สส.สุโขทัย พรรคเพื่อไทย และนายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สส.สุโขทัย พรรคเพื่อไทย ได้ลงพื้นที่ จ.แพร่ เพื่อติดตามสถานการณ์เหตุน้ำป่าทะลัก ส่งผลให้รถไฟขบวนด่วนพิเศษตกราง ซึ่งได้เดินทางไปยังสถานีรถไฟบ้านปิน อำเภอลอง จ.แพร่ โดยมี นายชุติเดช มีจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ บรรยายสรุปเหตุการณ์

จากนั้น นายสมศักดิ์ พร้อมคณะ ได้นั่งรถรางช่วยเหลือ ระยะทางกว่า 7 กิโลเมตร จากสถานีรถไฟบ้านปิน เพื่อไปยังบริเวณจุดเกิดเหตุ หลังเกิดน้ำป่าไหลหลาก ส่งผลให้ทางขาดเป็นระยะทางกว่า 700 เมตร และเกิดเหตุรถไฟตกราง จนทำให้ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ตามปกติ 

รองนายกฯสมศักดิ์ นั่งรถราง 7 กม.เข้าถึงพื้นที่รถไฟตกราง จ.แพร่รองนายกฯสมศักดิ์ นั่งรถราง 7 กม.เข้าถึงพื้นที่รถไฟตกราง จ.แพร่

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า รถไฟสถานีนี้ในแต่ละวัน จะไปกลับทั้งหมด 12 ขบวน เมื่อเกิดเหตุรถไฟตกราง ก็ต้องยอมรับว่า ส่งผลให้ผู้เดินทางได้รับความเดือดร้อน ดังนั้น ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็เร่งดำเนินการแก้ปัญหา โดยคาดว่า น่าจะกลับมาใช้สัญจรได้ปกติ ในเวลา 18.00 น. ของวันนี้ เพื่อให้ทันต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน เพราะมีรถขบวนใหญ่รออยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่จะผ่านเข้ากรุงเทพ 

รองนายกฯสมศักดิ์ นั่งรถราง 7 กม.เข้าถึงพื้นที่รถไฟตกราง จ.แพร่รองนายกฯสมศักดิ์ นั่งรถราง 7 กม.เข้าถึงพื้นที่รถไฟตกราง จ.แพร่

ส่วนกรณีที่รัฐบาลจะพิจารณาเรื่องเขื่อนลำน้ำยมเพิ่มเติมหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้จะคุยกันตอนเย็น โดยเราจะเพิ่มระบบความปลอดภัย จะสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ หรือ สร้างอะไรที่ทดแทนกันได้ ซึ่งจะนำข้อมูลทั้งหมดมาหารือกันในช่วงเย็นวันนี้ที่จังหวัดสุโขทัย เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน 

รองนายกฯสมศักดิ์ นั่งรถราง 7 กม.เข้าถึงพื้นที่รถไฟตกราง จ.แพร่รองนายกฯสมศักดิ์ นั่งรถราง 7 กม.เข้าถึงพื้นที่รถไฟตกราง จ.แพร่

จากนั้น นายสมศักดิ์ พร้อมด้วย นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สส.แพร่ พรรคเพื่อไทยและคณะ เดินทางไปที่ อ.วังชิ้น จ.แพร่ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ ซึ่งนายวรวัจน์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในจังหวัดแพร่ ได้มีฝนตกลงมา ตั้งแต่วันที่ 26 – 29 ก.ย. 2566 ที่ผ่านมา ทำให้มีมวลน้ำสะสม ประกอบกับเกิดน้ำป่าหลาก จึงทำให้เวลานี้ มวลน้ำสูงถึง 11.18 เมตร ส่งผลให้สถานการณ์น้ำ มีความรุนแรงและอันตรายเป็นอย่างมาก ตนจึงอยากให้จังหวัดสุโขทัย และจังหวัดพิษณุโลก เตรียมความพร้อมในการรับมวลน้ำนี้ด้วย เพื่อช่วยกันลดผลกระทบกับพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด 

รองนายกฯสมศักดิ์ และนายวรวัจน์ สส.แพร่ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม รองนายกฯสมศักดิ์ และนายวรวัจน์ สส.แพร่ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม

ขณะที่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำที่ตนได้เดินทางมาติดตามที่จังหวัดแพร่ ก่อนจะไหลไปรวมที่จังหวัดสุโขทัยนั้น ทำให้ต้องเร่งเตือนพี่น้องประชาชน ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำยม ให้เก็บข้าวของขึ้นที่สูง รวมถึงในพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดสุโขทัย คือ อำเภอเมือง อำเภอสวรรคโลก อำเภอศรีสัชนาลัย และอำเภอศรีสำโรง ต้องเตรียมตัวรับมือกับมวลน้ำด้วย

รองนายกฯสมศักดิ์ และนายวรวัจน์ สส.แพร่ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม รองนายกฯสมศักดิ์ และนายวรวัจน์ สส.แพร่ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม

เบื้องต้นตนได้ประสานให้ทางจังหวัด เตรียมพร้อมในการรับมือมวลน้ำนี้แล้ว รวมถึงการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนเป็นการเร่งด่วน เพราะตนต้องการให้พี่น้องประชาชน ได้รับผลกระทบและความเสียหายน้อยที่สุด
 

รองนายกฯสมศักดิ์ และนายวรวัจน์ สส.แพร่ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม รองนายกฯสมศักดิ์ และนายวรวัจน์ สส.แพร่ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม

สำหรับความคืบหน้าการกู้โบกี้รถไฟที่ตกราง  เมื่อเวลาประมาณ 18.20 น. นายชุติเดช มีจันทร์ ผู้ว่าฯ แพร่ ได้ตรวจสอบไปยังบริเวณจุดเกิดเหตุได้รับการยืนยันว่า เจ้าหน้าที่สามารถกู้โบกี้ที่เป็นตู้นอนได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนโบกี้ที่เหลืออีก 3-4 โบกี้ เจ้าหน้าที่ฯ ได้นำเครื่องจักรกลหนักทำการยกโบกี้ที่เหลือ ออกจากรางรถไฟได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังเคลียร์พื้นที่ โดยเฉพาะการซ่อมแซมรางรถไฟ และตรวจสอบเส้นทางทั้งหมด ว่าได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุรถไฟตกรางในครี้งนี้มากน้อยขนาดไหน

ทั้งนี้เบื้องต้นคาดว่า การกู้เส้นทางรถไฟในพื้นที่ อ.ลอง จ.แพร่ คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงเวลา 20.00 น. และคาดว่าจะสามารถเปิดเส้นทางเดินรถได้ในช่วงสายของวันพรุ่งนี้ (2ต.ค.2566) แต่ทั้งนี้ ในช่วงเช้าที่จะถึงนี้ ทางจังหวัดแพร่ ก็จะทำการตรวจสอบอีกครั้ง

‘พม.’ เร่งช่วย ‘กลุ่มเปราะบาง’ หลัง ‘น้ำท่วม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559919

01 ต.ค. 2566

'พม.' เร่งช่วย 'กลุ่มเปราะบาง' หลัง 'น้ำท่วม'

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ ‘พม.’ สั่งเตรียมพร้อม เยียวยา ‘กลุ่มเปราะบาง’ เป็นอันดับแรก หลัง ‘น้ำท่วม’

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  หรือ พม.ระบุว่าเพื่อให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ ตามบัญชานายกรัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เตรียมให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางทั้งเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการ  ในมิติของการฟื้นฟูเยียวยา หลังจากน้ำลด

ได้มอบหมายให้นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สั่งการให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) พร้อมด้วยหน่วยงานทีม One Home พม. ทุกจังหวัดทั่วประเทศ เร่งหาข้อมูลและเตรียมตัวรับสถานการณ์น้ำท่วมในแต่ละพื้นที่

อีกทั้งสำรวจประชาชนกลุ่มเปราะบางว่ามีจำนวนเท่าไหร่ อาศัยอยู่ที่ไหนบ้าง และโอกาสที่จะได้รับผลกระทบเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อเตรียมให้ความช่วยเหลือหลังน้ำลดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กระทรวงพัฒนาสังคมฯ จะเร่งให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดูแลซ่อมแซมที่อยู่อาศัย การช่วยเหลือเป็นเงินสงเคราะห์และเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ให้กับกลุ่มเปราะบาง และการประสานความช่วยเหลือกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ รวมทั้งการฟื้นฟูเยียวยาสภาพจิตใจ เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติโดยเร็วที่สุด

ลูกพรรคเพื่อไทยชม แพทองธาร เหมาะนั่งหัวหน้าคนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559917

01 ต.ค. 2566

ลูกพรรคเพื่อไทยชม แพทองธาร เหมาะนั่งหัวหน้าคนใหม่

เพื่อไทย ชงแพทองธาร ขึ้นแท่นหัวหน้าพรรคในการประชุม 27 ต.ค. นี้ เชื่อมั่นในศักยภาพ นำพรรคได้ด้วยภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ชื่นชม น.ส.แพทองธาร ว่าเป็นคนรุ่นใหม่ มีแสงในตัวเอง เหมาะสมด้วยประการทั้งปวงที่จะขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ในยุคเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม นำพาพรรคเพื่อไทย พุ่งทะยานไปข้างหน้า วางเป้าหมายการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง 

โดยในวันที่ 27 ต.ค. นี้ จะมีการประชุมวิสามัญเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่แทนชุดเดิมที่ลาออกไป ส่วนตัวเชื่อมั่นว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ จะได้รับการคัดเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่

ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีมาก จะสามารถถือธงนำพาพรรคเพื่อไทยไปสู่การเป็นสถาบันทางการเมืองเป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชนได้

น.ส.แพทองธาร เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ มีความรู้ความสามารถ เข้าใจบริบทการเมืองอย่างทะลุปรุโปร่ง เป็นบุคลากรทางการเมืองที่ทุกคนเชื่อมั่น ไว้วางใจให้ขึ้นมา จะนำพาพรรคเพื่อไทยพุ่งทะยานไปข้างหน้า

เพิ่มแรงสนับสนุนให้สส.และสมาชิกพรรคเพื่อไทยทุกคนมีพลัง
ในการทำงาน ทั้งงานระดับชาติและระดับพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนในทุกมิติ  ด้วยภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่ตรงสเปกการทำงานการเมืองในยุคดิจิทัล

สส. ‘ก้าวไกล’ ห่วงรัฐ ช่วยเหลือผู้ประสบภัย’ น้ำท่วม’ ล่าช้า

01 ต.ค. 2566

สส. 'ก้าวไกล' ห่วงรัฐ ช่วยเหลือผู้ประสบภัย' น้ำท่วม' ล่าช้า

้ก้าวไกล ‘จี้รัฐบาล เร่งช่วยเหลือ ประชาชนที่ประสบอุทกภัย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ชี้ หากจัดการไม่ดี หลัง ‘น้ำท่วม’ จะเจอภัยเล้ง

รภัสสรณ์ นิยะโมสถ  ผู้แทนราษฎรจากพรรคก้าวไกล จ.ลำปางอยากให้รัฐบาลเร่งเตรียมความพร้อมล่วงหน้าและมีระบบเตือนภัยที่ทั่วถึง ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนเผชิญน้ำท่วมตามบุญตามกรรม หลังจาก ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พื้นที่เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง มีน้ำป่าไหลหลากหนัก และน้ำท่วมสูงหลายพื้นที่ สร้างความเสียหายกับบ้านเรือนประชาชนอย่างมาก

พื้นที่ประสบอุทกภัยภาคเหนือพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคเหนือ

สส. ก้าวไกลในภาคเหนือได้พยายามทำเต็มที่ในการประสานความช่วยเหลือให้กับประชาชนในพื้นที่ พบว่าตอนนี้การช่วยเหลือแม้จะเป็นไปอย่างสุดความสามารถ แต่ก็ยังน่ากังวล เพราะสัปดาห์หน้า ไทยจะเจออิทธิพลจากพายุหมุนเขตร้อน โคอินุ ในช่วงปลายสัปดาห์ ทำให้หลายพื้นที่อาจประสบปัญหาอุทกภัยอีก 

พื้นที่ประสบอุทกภัยภาคเหนือพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคเหนือ

ด้านคริษฐ์ ปานเนียม สส. พรรคก้าวไกล จังหวัดตาก ระบุว่าภาวะอุทกภัยที่เกิดขึ้นในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ได้ทำให้ภาวะการขาดแคลนน้ำที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูแล้ง ต้นปี 2567 ผ่อนคลายลง

เพราะปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางในฤดูฝนปี 2566 นี้ (จนถึง 30 กันยายน) ยังมีเพียง 21,582 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเพียงประมาณ 60% ของปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในฤดูฝนตามปีปกติ (หรือค่าเฉลี่ย 35,492 ล้านลูกบาศก์เมตร)

เพราะฉะนั้น การบริหารจัดการน้ำเพื่อรับมือกับสถานการณ์เอลนีโญจึงยังคงมีความสำคัญ

‘นายกรัฐมนตรี’ ห่วง ‘สถานการณ์น้ำ ‘กำชับ ดูแลเต็มที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559904

01 ต.ค. 2566

'นายกรัฐมนตรี' ห่วง 'สถานการณ์น้ำ 'กำชับ ดูแลเต็มที่

‘สถานการณ์น้ำ ‘ ยังน่าเป็นห่วง ‘นายกรัฐมนตรี’ กำชับเจ้าหน้าที่ ดูแลใกล้ชิด เป็นที่พึ่งของประชาชนให้ได้ จนกว่าเหตุการณ์ จะผ่านพ้น

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี โพสผ่าน X ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ผลัดเวรเฝ้าระวังน้ำตลอด 24 ชั่วโมง และให้หมั่นคอยแจ้งเตือนประชาชนทุกระยะ

Twitter ของนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน เมื่อกลางดึกที่ผ่านมามีเนื้อหาว่า ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ สถานการณ์น้ำตลอดทั้งวัน ทราบว่าหลายพื้นที่สถานการณ์น้ำคลี่คลายลงบ้างแล้ว แต่พี่น้องประชาชนยังต้องการความช่วยเหลืออยู่

จึงขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสแตนบายช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจนกว่าสถานการณ์น้ำ จะผ่านพ้นเรียบร้อย สำหรับพื้นที่ที่น้ำลดแล้ว ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกส่วนรีบเข้าไปช่วยเหลือประชาชน และฟื้นฟูบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย ให้กลับสู่สภาวะปกติให้เร็วที่สุด

ที่น่าเป็นห่วงมากขณะนี้คือ จ.ลำปางและแพร่ รวมถึงจ.สุโขทัย ซึ่งขณะนี้คันกั้นน้ำบางส่วนพังลงมา เราพยายามทำให้น้ำไหลลงทุ่งที่เป็นแก้มลิง มากที่สุด เพื่อลดผลกระทบพื้นที่ที่เป็นบ้านเรือนราษฎร แต่ต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องเกษตรกรที่อาจจะได้รับผลกระทบ โดยรัฐบาลยืนยันว่าจะชดเชยความเสียหายให้อย่างแน่นอน

สำหรับการกู้เส้นทางรถไฟ ช่วงสถานีแก่งหลวง-บ้านปิน ขณะนี้จำเป็นต้องรอเครื่องจักรหนักเข้าพื้นที่ คาดว่าจะสามารถกู้ได้ช่วงเย็นวันพรุ่งนี้ โดยทางรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมและเจ้าหน้าที่ระดับสูงจะเข้าไปร่วมกำกับในพื้นที่ เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

เวลานี้เจ้าหน้าที่ทุกคนคือที่พึ่งของพี่น้องประชาชน ผมขอขอบคุณท่านสำหรับการทำงานหนัก เราจะผ่านพ้นสถานการณ์น้ำ ไปด้วยกัน