ปิ่น-เอฟฟี่-วินนี่-วิว-พิพลอย’ รุ่นน้อง มิสทีน ไทยแลนด์ ส่งบทบาทใหม่ครึ่งปีหลัง 2566 ดีงามทุกผลงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/759972

ปิ่น-เอฟฟี่-วินนี่-วิว-พิพลอย’ รุ่นน้อง มิสทีน ไทยแลนด์  ส่งบทบาทใหม่ครึ่งปีหลัง 2566 ดีงามทุกผลงาน

ปิ่น-เอฟฟี่-วินนี่-วิว-พิพลอย’ รุ่นน้อง มิสทีน ไทยแลนด์ ส่งบทบาทใหม่ครึ่งปีหลัง 2566 ดีงามทุกผลงาน

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มาพร้อมผลงานหลากหลายบทบาททีเดียวสำหรับนักแสดงรุ่นใหม่ รุ่นน้อง มิสทีนไทยแลนด์ซึ่งครึ่งปีหลัง 2566 ต่างทยอยส่งผลงานเตรียมเผยลุคและบทบาทใหม่ให้ได้ติดตามทั้งงานด้านงานแสดงงานถ่ายแบบ ผลงานมิวสิกวีดีโอฯลฯ หลังจากฝากฝีมือสร้างความประทับใจให้กับแฟนๆ นอกจากนี้แต่ละคนยังสวยน่ารักออร่ามาเต็มเรียกว่ายิ่งโตยิ่งสวยเรียกว่าครบเครื่อง

หนึ่งผลงานใหม่ของ “เอฟฟี่-วรรณรดา”  ในละคร “มาเฟียลำซิ่ง” ด้วยบทบาท “ดาริณ” สาวเรียบร้อยที่ทำให้ “เอฟฟี่” ได้เผยอีกคาแร็กเตอร์ และวันที่ 6 กันยายนนี้ ห้ามพลาด! รอชม “วินนี่-ศิภัชรดา” ผลงานละคร “ลมพัดผ่านดาว” กับบทบาทเพชร และผลงานละคร “ไฟน้ำค้าง” นอกจากนี้ปีนี้วินนี่นั่งแท่นนางเอกใน MV “อย่าละคร” ให้ได้ชมอีกด้วย

“ปิ่น-ชรินพร” มา 2 ผลงาน 2 บทบาทกับละคร “รอยรักรอยบาป” และ “ร้ายเดียงสา” สำหรับ “เบนซ์-ชนกนันท์” สาวสวยนักกิจกรรมเผยฝีมือจากคาแร็กเตอร์ขนิษฐาในละคร“สาวใช้เดลิเวอรี่” ด้าน “มายด์-มาริสา” ละครรักแท้แซ่บหลาย ส่งความน่ารักจากบทบาทน้ำพราว, นักแสดงหน้าหวานอย่าง “มายด์-ณวีณัฐ” คาแร็กเตอร์ใหม่จะเข้มข้นขนาดไหนรอติดตามในละคร “สองทระนง” หลังจากเมื่อต้นปีส่งผลงาน “ดั่งฟ้าสิ้นตะวัน” บทบาท วิยะดาทางช่อง 7HD และ 2 สาวมากฝีมือจากช่องGMMTV ส่งผลงานกันไม่หยุดเช่นกัน ซึ่งซีรี่ส์ดังที่เพิ่งจบไป “Home School – นักเรียนต้องขัง”ที่ “วิว-เบญญาภา” ส่งสกิลกับบทบาทกวาดคะแนนจากแฟนไม่หยุด เช่นเดียวกับ “พิพลอย-กัญญรัตน์” ซีรี่ส์ Enigma คน มนตร์ เวท พร้อมรอชมซีรี่ส์ใหม่ Wednesday Club คนกลางแล้วไง ทางช่อง GMM25

ด้าน “หมิว-ธนพร” น่ารักเกินต้านกับบทบาทนางเอก MV “เธอมีแฟนไหม” รวมถึงผลงานถ่ายแบบเช่นเดียวกับ “แพร-พิมพ์อารยา”,“มิมี่-จัสมิน มาเรีย” ฯลฯ ต่างไม่มีแผ่วกับผลงานถ่ายแบบ มาให้ได้ติดตามระหว่างรอชมผลงานด้านการแสดง และไม่พลาดอัปเดตความเคลื่อนไหวของแต่ละคนได้ทาง IG : ffyvanrada, winniesp_, _pppinchrp, cchanoknun, mind_nahveenath, view.benyapa, marisa_scholl, _piploy_, prae.pary, mamew.mmew, yaswines,  Facebook : missteenthailand ขอบคุณภาพจาก IG : ffyvanrada, winniesp_, _pppinchrp, cchanoknun, mind_nahveenath, view.benyapa, marisa_scholl, _piploy_, prae.pary, mamew.mmew, yaswines

‘ก้าว’ ไปด้วยกัน…10 กิโลเมตรสุดท้าย!! พร้อมชมคอนเสิร์ตสุดมันส์จาก วง ‘บอดี้สแลม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/759971

‘ก้าว’ ไปด้วยกัน...10 กิโลเมตรสุดท้าย!! พร้อมชมคอนเสิร์ตสุดมันส์จาก วง ‘บอดี้สแลม’

‘ก้าว’ ไปด้วยกัน…10 กิโลเมตรสุดท้าย!! พร้อมชมคอนเสิร์ตสุดมันส์จาก วง ‘บอดี้สแลม’

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โครงการ “ก้าวต่อไปด้วยพลังเล็กๆ” โดย คุณมรกต โกมลบุตร กรรมการมูลนิธิ, คุณชายชาญ ใบมงคล เลขาฯมูลนิธิ, พันเอกนายแพทย์พลังสันติ์ จงรักษ์ กรรมการมูลนิธิ และ ทันตแพทย์หญิง ชรินญา กาญจนเสวี นักวิ่งก้าวเข้าประชาสัมพันธ์โครงการที่หนังสือพิมพ์แนวหน้า โดยมี เจฟฟ-จิรัฎฐ์ พิธีกร/ผู้สื่อข่าว สัมภาษณ์ โครงการนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่อยากให้คนไทยรักษาสุขภาพของตัวเองด้วยการวิ่ง หากเราใส่ใจสุขภาพ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ ก็สามารถลดโอกาสของความเจ็บป่วยและลดการใช้บริการของสถานพยาบาลต่างๆ ซึ่งเป็นการลดภาระงานของแพทย์ พยาบาล ได้อีกทางหนึ่ง

ก้าวต่อไปด้วยพลังเล็กๆ ถูกจัดขึ้นในวันที่ 16 มิถุนายน 2562 ที่ภาคอีสาน จังหวัดขอนแก่น และได้จัดต่อเนื่องมาอีก 4 ครั้ง ในภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก เพื่อให้ประชาชนที่เข้าร่วมได้วิ่งและได้สะสมเหรียญรางวัลรูปพีระมิด ทั้ง 4 ชิ้นทั้งในรูปแบบของการวิ่งที่สนามจริง และแบบเวอร์ชวลรัน และครั้งนี้…จะเป็นกิจกรรมครั้งสุดท้าย “ก้าวต่อไปด้วยพลังเล็กๆ” ภาคกลาง กิจกรรมวิ่ง 10 กิโลเมตร สะสมเหรียญชิ้นสุดท้าย เพื่อประกอบเป็นพีระมิดที่สมบูรณ์ ซึ่งจะถูดจัดขึ้นที่ จังหวัดสุพรรณบุรี วันที่ 23-24 ธันวาคม 2566

วันที่ 23 ธันวาคม เวลา 12.00-20.00 น.ภายในงานพบกับ งาน “ก้าว EXPO” กิจกรรมรับ BIB นักวิ่ง และออกร้านจำหน่ายของที่ระลึก และ ในวันที่ 24 ธันวาคม เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป มารวมพลังก้าวไปพร้อมๆ กัน กับ “พี่ตูน” เป็นระยะทาง 10 กิโลเมตร พร้อมระเบิดความมันส์ส่งท้าย ด้วยคอนเสิร์ตจากวง “บอดี้สแลม” ที่เส้นชัย

สามารถเข้าร่วมกิจกรรมนี้ ผ่านการสมัครวิ่งที่เว็บไซต์  www.kao.thค่าสมัครวิ่ง 300 บาท ทั้งแบบวิ่งที่สุพรรณบุรี และแบบเวอร์ชวลรัน (วิ่งที่ไหนก็ได้แล้วส่งผลวิ่งบนเว็บไซต์วิ่งเพื่อรับเหรียญที่ระลึก) เปิดให้ลงทะเบียนสมัครวิ่งแล้ววันนี้ จนถึงวันที่30 พฤศจิกายน 2566 รายได้จากค่าสมัครวิ่งไม่หักค่าใช้จ่าย เพื่อสนับสนุนทุนการศึกษาแก่เด็กๆ ในโครงการก้าวเพื่อน้องปีที่ 4 แล้วพบกัน…ที่สุพรรณบุรี

Celebrity Gossip : 1 ตุลาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/759965

Celebrity Gossip : 1 ตุลาคม 2566

Celebrity Gossip : 1 ตุลาคม 2566

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

OO YG Entertainment ยังคงยืนยันคำตอบเดิมว่า การต่อสัญญาของ 4 สาว BLACKPINK ยังอยู่ระหว่างเจรจา หลังเจอข่าวลือระลอกใหม่ว่า เจนนี่ และ จีซู คงไม่ต่อสัญญากับค่ายแจ้งเกิด เพราะเตรียมเปิดเอเจนซี่ดูแลตัวเอง ในส่วนของงานเดี่ยว แต่ถ้าเป็นกิจกรรมของวง BLACKPINK ก็ยังทำร่วมกับค่าย YG เหมือนเดิม ช่วงนี้เรื่องการต่อสัญญาของสาวๆ BLACKPINK ยังคงเป็นประเด็นทอล์ก ออฟ เดอะทาวน์ไม่หยุด ตราบใดที่ YG ยังไม่มีคำตอบอย่างเป็นทางการ ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็มีข่าวว่า เจนนี่ จีซู และ ลิซ่า คงโบกมือลามีเพียง โรเซ่ เท่านั้นที่ตัดสินใจต่อสัญญา แต่ทั้ง 4 คน ยังคงจะแบ่งเวลาจากงานเดี่ยว มาทำกิจกรรมของวง BLACKPINK ร่วมกันแน่นอน

OO เทย์เลอร์ สวิฟต์ โผล่ไปชมและเชียร์เกมอเมริกันฟุตบอลคู่ระหว่าง Kansas City Chiefs กับ Chicago Bears ซึ่งฝ่ายแรกเอาถล่มเอาชนะไป41-10 ว่ากันว่า เพราะขณะนี้ เธอกำลังดูใจอยู่กับเทรวิส เคลซี ผู้เล่นตำแหน่งไทต์เอนด์คนดังของ Chiefsซึ่ง สวิฟต์ ออกตัวโชว์ และโห่ร้องอย่างสะใจ เมื่อเคลซี ทำทัชดาวน์ระยะ 3 หลา หลังรับบอลจาก แพทริคมาโฮมส์ ในควอเตอร์ที่ 3 ข่าวเรื่องการคบกันของทั้งคู่มีมาหลายสัปดาห์แล้ว เคลซี เพิ่งจะพูดในรายการ Pat McAfee Show ของ ESPN ว่าเขาได้เชิญ สวิฟต์ มาดูเกม ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ กลายเป็นประเด็นทั้งใน People นิตยสารดนตรี Rolling Stone ไปจนถึงช่องกีฬา ESPN เนื่องจากเคลซี วัย 33 ปี ได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในไทด์เอนที่เก่งสุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ NFL ขณะที่ เทย์เลอร์ สวิฟต์ ที่อายุ 33 ปีเท่ากัน กำลังพักจากการทัวร์ต่างประเทศ และจะกลับไปออกทัวร์อีกครั้งในเดือนพฤศจิกายนยาวไปจนถึงปลายปีหน้า

OO เคียนู รีฟส์ ยังคงเป็นพระเอกแอ๊กชั่นเบอร์ต้นๆ ของวงการ และผลงานเรื่องล่าสุด John Wick ก็ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล จนหลายๆ คนเชื่อว่าหนังน่าจะมีภาคต่อออกมาแน่ๆ จนในภาคล่าสุด มีฉากที่เหมือนว่าตัวละคร จอห์น วิค จะปิดฉากเรื่องราวของตัวเองไปแล้ว ซึ่งว่ากันว่า ทั้งหมดมาจากการตัดสินใจของ รีสฟ์ เอง เพราะการถ่ายทำหนังภาค 2, 3 และ 4 สร้างความเหน็ดเหนื่อยให้กับทุกคนมากโดยเฉพาะ รีฟส์ ที่หนักทั้งร่างกายและจิตใจ จนเขามักจะพูดกับผู้กำกับเสมอว่า ถ่ายทำต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ อยากจะตายตอนจบหนังเรื่องนี้ John Wick : Chapter 4 ทำเงินไป 432 ล้านดอลลาร์ จากทุนสร้างแค่ 100 ล้านดอลลาร์ และ Lionsgate ก็บอกเสมอว่าพร้อมที่จะสร้างภาตต่อ ส่วนผู้กำกับ แชด สตาเฮลสกี ยืนยันว่า ทุกคนต่างก็อยากสร้าง John Wick ขึ้นมาอีก แม้ว่าจะไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วหนังจะออกมาเป็นอย่างไร หรือจะสร้างเมื่อไรก็ตาม

OO บริตนีย์ สเปียร์ส ทำให้แฟนๆ หวาดเสียวหลังจากแชร์วีดีโอแปลกประหลาดกับผู้ติดตาม 42.1 ล้านคน ของเธอในคืนวันจันทร์ โดยเธอถือมีดขนาดใหญ่อยู่ในมือแต่ละข้าง พร้อมกับเต้นรำยกมีดฝ่าอากาศไป-มาลง Instagram พร้อมกับโพสต์ข้อความว่า “วันนี้ฉันเริ่มเล่นมีดในครัว !!! อย่ากังวลไปว่ามันไม่ใช่มีดจริง !!!วันฮาโลวีนใกล้จะมาถึงแล้ว!!!” และปิดการแสดงความคิดเห็นแต่วีดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่บน X ซึ่งเดิมคือทวิตเตอร์ อย่างไรก็ดี ดูเหมือนแฟนๆ จะไม่เชื่อว่านั่นเป็นมีดปลอม และว่าบริตนีย์น่าจะได้รับแรงบันดาลใจจากชากีราที่เต้นที่ VMAS ด้วยมีด แต่ดูสมจริงและปลอดภัยกว่ามาก

OO ปิดท้ายกับข่าวความสูญเสีย เซอร์ไมเคิ่ล แกมบอน ยอดนักแสดงอาวุโสชาวอังกฤษเชื้อสายไอริช ผู้รับบท ศาสตราจารย์อัลบัส ดัมเบิลดอร์ จากหนังชุด Harry Potter เสียชีวิตอย่างสงบในวัย 82 ปี เมื่อวันพฤหัสบดี หลังพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลด้วยโรคปอดอักเสบ แกมบอนถือเป็นนักแสดงรุ่นใหญ่ของไอร์แลนด์ ที่ฝากผลงานระดับขึ้นหิ้งมากมาย โดยเฉพาะการรับบท ฟิลิป มาร์โลว์ ในซีรี่ส์โทรทัศน์อย่าง The Singing Detective เมื่อปี 1986 และบท อัลบัสดัมเบิลดอร์ ครูใหญ่โรงเรียนพ่อมดแม่มด ในแฟรนไชส์หนัง Harry Potter ผลงานเขียนของ เจ.เค. โรว์ลิง นักเขียนนวนิยายคนดัง ซึ่งเขามาแทนที่ ริชาร์ด แฮร์ริส นักแสดงรุ่นพี่ที่เสียชีวิตหลังแสดงในภาค Harry Potter and theChamber of Secrets โดย แกมบอน ยังเคยได้รับพระราชทานเครื่องราชฯชั้นอัศวิน หรือท่าน “เซอร์” จากการทำงานในแวดวงอุตสาหกรรมบันเทิงในปี 1998

‘หมอช้าง’นำทีมไหว้พระ‘มูเตลู สุดพลัง’ขอพรที่ฮ่องกง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/759967

‘หมอช้าง’นำทีมไหว้พระ‘มูเตลู สุดพลัง’ขอพรที่ฮ่องกง

‘หมอช้าง’นำทีมไหว้พระ‘มูเตลู สุดพลัง’ขอพรที่ฮ่องกง

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูให้สุดแล้วหยุดที่ยอดขายทะลุเป้าล่าสุด “หมอช้าง-ทศพร ศรีตุลา” พร้อมด้วยนพรัตน์ มาลัยวงค์ กรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท 88 (ไทยแลนด์) จำกัด ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ “ไลโอ (LYO)” นำทีมตัวแทนจำหน่าย ร่วกิจกรรม “Lucky in Hong Kong with Master Chang” ไหว้พระ “มูเตลู สุดพลัง” ขอพรที่ฮ่องกง เสริมสิริมงคลให้กับชีวิต ให้ยอดขายเฮงๆ ปังๆรวยๆ โชคดีๆ ตลอดไป

หลังจากถึงฮ่องกง “หมอช้าง”ก็เริ่มทริปด้วยการมุ่งหน้าสู่ วัดหวังต้าเซียน (Wong Tai Sin Temple) หรือที่รู้จักกันดีในนามวัดด้ายแดง ไปขอพรกับเทพเจ้าขอให้ประสบความสำเร็จด้านความรัก ก่อนจะเสริมความปังกันต่อที่วัดเจ้าแม่กวนอิม ฮ่องฮำ กับการทำพิธีขอเงินจากเจ้าแม่กวนอิมฮ่องกง ขอพร ขอเงินก้อนโตการต่อยอดธุรกิจ ทำธุรกิจการค้า ความเจริญมั่งมีในชีวิต และขาดไม่ได้กับอีกหนึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ วัดแชกงหมิว หรือ วัดกังหันลม(Che Kung Temple) อีกหนึ่งสถานที่สำหรับคนที่มาฮ่องกงต้องห้ามพลาด ตามความเชื่อ หมุนกังหันให้พลิกร้ายกลายเป็นดี และพิเศษสำหรับกรุ๊ปปิดท้ายวันแรกที่ วัดเจ้าพ่อกวนอู (Kwan Tai Temple) เจ้าพ่อกวนอูเชื่อกันว่าเป็นเง็กเซียน ฮ่องเต้แห่งยุคนี้มาถึงฮ่องกงทั้งทีก็เอาให้สุด สำหรับวันที่สอง เริ่มเดินสายมูกันตั้งแต่เช้า “หมอช้าง” ทีมคณะ “ไลโอ (LYO)”ทำพิธีเบิกเนตรเปิดดวงชะตา สะเดาะเคราะห์วัดหมั่นโหมว (Man Mo Temple)เป็นสถานที่บูชา เทพเจ้าหมั่น ไตกวั้น(หมั่น) เทพแห่งวรรณกรรม และเทพเจ้าโหมวไตกวั้น (Mo) เทพแห่งสงคราม ที่เชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก นอกจากจะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แล้ว ภายในวัดยังมีความงดงาม ประกอบไปด้วยอาคารต่างๆ หนึ่งในนั้นสร้างขึ้นเพื่อสักการะเทพต่างๆ บนสรวงสรรค์ ภายในอาคารสักการะยังมีไฮไลท์เป็นธูปวงสีแดง และกระดิ่งด้านในแขวนประดับทั่วเพดาน ดูสวยงาม แปลกตาเป็นอย่างมาก เดินหน้ามูกันต่อที่วัดเจ้าแม่ทับทิม ทินหัว (Tin Hau Temple) เป็นวัดเก่าแก่และสำคัญอีกวัดหนึ่งของฮ่องกง เพราะในสมัยก่อนฮ่องกงเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงซึ่งเคารพนับถือเจ้าแม่ทับทิมว่าเป็นเทพีแห่งทะเล

เพลงใหม่‘มนต์แคน-ลำเพลิน’มาแรง! พร้อมขึ้นสู่อันดับ 1Billboard Thailand

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/759828

เพลงใหม่‘มนต์แคน-ลำเพลิน’มาแรง!  พร้อมขึ้นสู่อันดับ 1Billboard Thailand

เพลงใหม่‘มนต์แคน-ลำเพลิน’มาแรง! พร้อมขึ้นสู่อันดับ 1Billboard Thailand

วันเสาร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กระแสการตอบรับดีมากๆ สำหรับโปรเจกท์อัลบั้ม “ถนน คน เพลิน” กับมิวสิกวีดีโอเพลงแรก “เพิ่นบ่แม่นผู้สาวเฮา” จาก 2 ศิลปินหนุ่มสุดฮอตแห่งปี ศิลปินบ่าวสุดสะแนน “มนต์แคน แก่นคูน”และศิลปินหมอลำโอปป้า “ลำเพลิน วงศกร” ที่ถ่ายทอดเรื่องราวการปลอบใจกันระหว่างรุ่นพี่-รุ่นน้องที่ผิดหวังในเรื่องความรัก ต้องจำใส่สมองบอกกับใจเอาไว้ ต่อให้รักมากแค่ไหน ก็ต้องถอยออกมาไกลๆ ตอนนี้เพิ่นเป็นแฟนคนอื่นเพิ่นบ่แม่นผู้สาวเฮาถึงน้ำตาจะไหลก็ต้องทำใจยามคิดฮอดเขา แต่งคำร้อง-ทำนองโดย ภานุวัฒน์ วิเศษวงษา และเรียบเรียงดนตรีโดย จินนี่ ภูไท

หลังจากที่ปล่อยเพลง “เพิ่นบ่แม่นผู้สาวเฮา” เมื่อวันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมา เรียกว่า มาแรง! ฟาดยอดวิวในทุกๆช่องทางเลยก็ว่าได้ ทำให้เพลงนี้ติด trending #1เพลงมาแรง ยาวนานกว่า 2 สัปดาห์ และตั้งแต่วันปล่อย MV CUTDOWN จนถึงปัจจุบันทะลุ 10 ล้านวิวไปแล้ว ทางช่อง YouTube : Grammy GoldOfficial ซึ่งมียอดเข้าชมเฉลี่ยวันละ 1 ล้านวิวนั่นเอง นอกจากนี้ ยอดวิวทาง TikTok ก็มาแรงไม่แพ้กันกับ #เพิ่นบ่แม่นผู้สาวเฮา 461 ล้าน และคนเล่น TikTok 225,000 Videos พร้อมทั้งทะยานขึ้นอันดับ 1 Thai Country และ อันดับ 7 Thai Songs จากชาร์ต Billboard Thailandอีกด้วยถนนคนเพลิน อัลบั้มพิเศษจาก 10 ศิลปินลูกทุ่งบนถนนสายเดียวกัน ควบคุมการผลิตโดย ครูสลา คุณวุฒิ ฟังทั้ง 5 เพลงในอัลบั้ม “ถนน คน เพลิน” ได้แล้ววันนี้! ที่แอปฯ PLERN เท่านั้น

บุกห้องซ้อม ‘7 สีคอนเสิร์ต ออน ทัวร์’ คึกคักชลบุรีสนุกแน่! ‘อ๊อฟ-ชนะพล’ เปรยมีโชว์หวานคู่ ‘ฮาน่า ลีวิส’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/759805

บุกห้องซ้อม ‘7 สีคอนเสิร์ต ออน ทัวร์’ คึกคักชลบุรีสนุกแน่!  ‘อ๊อฟ-ชนะพล’ เปรยมีโชว์หวานคู่ ‘ฮาน่า ลีวิส’

บุกห้องซ้อม ‘7 สีคอนเสิร์ต ออน ทัวร์’ คึกคักชลบุรีสนุกแน่! ‘อ๊อฟ-ชนะพล’ เปรยมีโชว์หวานคู่ ‘ฮาน่า ลีวิส’

วันเสาร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เตรียมระเบิดความสนุกกันได้เลย สำหรับตำนานฟรีคอนเสิร์ตบนหน้าจอโทรทัศน์ที่ยาวนานที่สุดในประเทศไทย “7 สีคอนเสิร์ตออน ทัวร์” ครั้งนี้ประเดิมเวทีแรกกันที่บิ๊กซีชลบุรี 2 จ.ชลบุรี โดยจะบุกไปมอบความบันเทิงเต็มรูปแบบในวันเสาร์ที่ 30 กันยายนนี้ ล่าสุดเหล่านักแสดงช่อง 7HD เข้าห้องซ้อมกันอย่างพร้อมเพรียง นำโดย ไมค์-ภัทรเดช, บูม-กิตตน์ก้อง, อ๊อฟ-ชนะพล, ฮาน่า ลีวิส ร่วมด้วย ภูมิ-เกียรติภูมิ, กานต์-ณัฐชาคู่พระ-นางจากละครแฟนตาซีจักรวาลแม่มด มนตราตะเกียงแก้วและ อ้น-อัครวัฒน์ แต่ละคนทุ่มเทซ้อมกันจัดเต็ม เหมือนอยู่ในบรรยากาศจริง งานนี้ไม่มีใครยอมใคร เลือกเพลงฮิตและโชว์เด็ดๆ เตรียมเซอร์ไพรส์แฟนๆ มาครบทั้งโชว์เดี่ยว โชว์คู่ และกรุ๊ปโชว์ด้านศิลปินรับเชิญ อาภาพร นครสวรรค์ ก็จัดเต็ม ร้อง เล่น เต้น โชว์ สมศักดิ์ศรีเจ้าแม่เชพบ๊ะคอนเฟิร์มเลยว่าทุกเพลงที่นำไปฝาก สนุกสนานพร้อมเอ็นเตอร์เทนแฟนๆ หน้าเวทีและหน้าจอแน่นอน

ด้านพระเอกมากฝีมือ อ๊อฟ-ชนะพล มาอัปเดตความพร้อมและชวนแฟนๆ ให้มาร่วมสนุกกัน “ก่อนหน้านี้ อ๊อฟเคยขึ้นโชว์ 7 สีคอนเสิร์ต ซึ่งนานมาแล้ว สำหรับ 7 สีคอนเสิร์ต ออน ทัวร์นี่คือครั้งแรกซึ่งเป็นโอกาสดีที่ได้ร่วมมอบความสุขให้กับแฟนๆ ต้องบอกว่าอ๊อฟเตรียมตัวเยอะมาก เลือกเพลงที่เหมาะกับเราและสามารถมอบความสนุกให้กับผู้ชมครั้งนี้รู้สึกดีใจเพราะได้ร่วมโชว์กับพี่น้องนักแสดงจากช่อง 7HD ทุกคนตั้งใจและเต็มที่มาก ส่วนโชว์ของอ๊อฟรับรองว่าพิเศษแน่นอน ครั้งนี้ยังมีโชว์ร่วมกับฮาน่าด้วย ต้องบอกว่าเป็นครั้งแรกที่เราทั้งคู่ได้ขึ้นโชว์บน 7 สีคอนเสิร์ต ออนทัวร์ ด้วยกัน คู่เราจะร้องเพลงอะไรอยากให้รอชมและเป็นกำลังใจเราทั้งคู่ด้วยนะครับ อยากจะเชิญชวนแฟนๆ ที่อยู่จังหวัดชลบุรี หรือจังหวัดใกล้เคียงมาชมและให้กำลังใจกันเยอะๆ นะครับ ที่บิ๊กซี ชลบุรี 2หรือถ้าใครที่ไม่สามารถมาชมติดขอบเวทีให้เปิดช่อง 7HD ร่วมสนุกไปด้วยกันครับ” ติดตามชม “7 สีคอนเสิร์ต ออน ทัวร์” 30 กันยายนนี้ ที่บิ๊กซี ชลบุรี 2 งานเริ่มตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป โดยภายในงานจะมีซุ้มกิจกรรมจากช่อง 7HD และผู้สนับสนุนให้ได้ร่วมสนุก รับของรางวัลมากมาย ถ่ายทอดสดให้ได้รับชมบรรยากาศความสนุก เวลา 18.00 น.ทางช่อง 7HD กด 35 ชมสดออนไลน์ Facebook : Ch7HD และ Ch7HD Entertainment, YouTube/TikTok :Ch7HD เว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น Ch7HD และ BUGABOO.TVรับชมข่าวสารและความเคลื่อนไหวรายการต่างๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TVช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook,IG, TikTok, X, YouTube)  และเว็บไซต์ :www.ch7.com

‘เพิ่มพูน’ห่วงโรงเรียน‘ภาคเหนือ-อีสาน’ถูกน้ำท่วม เตรียมเปิดศูนย์ Fix it center ช่วยปชช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760048

‘เพิ่มพูน’ห่วงโรงเรียน‘ภาคเหนือ-อีสาน’ถูกน้ำท่วม เตรียมเปิดศูนย์ Fix it center ช่วยปชช.

‘เพิ่มพูน’ห่วงโรงเรียน‘ภาคเหนือ-อีสาน’ถูกน้ำท่วม เตรียมเปิดศูนย์ Fix it center ช่วยปชช.

วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 09.42 น.

‘เพิ่มพูน’ห่วงโรงเรียน‘ภาคเหนือ-อีสาน’ถูกน้ำท่วม สั่ง‘ผอ.’รายงานความเสียหายต่อ‘ศธจ.-สพท.’ พร้อมเตรียมเปิดศูนย์ Fix it center บรรเทาความเดือนร้อนประชาชน

1 ตุลาคม 2566 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (โฆษก ศธ.) เปิดเผยว่า พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ห่วงใยสถานการณ์​ฝนตกหนัก​ในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีน้ำป่าไหลหลาก​ ส่งผลให้น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร​ ซึ่งในหลายพื้นที่มีแนวโน้มปริมาณน้ำเพิ่มสูงและรุนแรงขึ้น เช่น อ.เกาะคา จ. ลำปาง , อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร, อ.เมือง จ.เลย , อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร และอาจจะขยายวงกว้างไปในหลายจังหวัดของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดย รมว.ศธ. มีความห่วงใย​ต่อสถานการณ์​ดังกล่าว​ รวมถึง​ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสถานศึกษา นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา จึงขอให้ช่วยกันติดตามข่าวสารจากทางราชการ หากสถานศึกษาใดที่ประสบภัย ขอให้รายงานไปยังศึกษาธิการจังหวัดและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในพื้นที่ทันที

“ขอให้ผู้บริหารสถานศึกษาที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด หากเกิดน้ำท่วมขังหรือได้รับผลกระทบ ให้เร่งสำรวจความเสียหายและรายงานมายังสำนักงาน​ศึกษาธิการ และสำนักงาน​เขต​พื้นที่​การศึกษา​ เพื่อเตรียม​ให้ความช่วยเหลือ​ในเบื้องต้น ขณะเดียวกัน​ขอให้สถานศึกษาในพื้นที่น้ำท่วมและพื้นที่ใกล้เคียงที่ไม่ได้รับผลกระทบ จัดเตรียมความพร้อมเพื่อให้การช่วยเหลือ​สถานศึกษาและประชาชน เช่น​ ศูนย์ Fix it Center จิตอาสา (สอศ.)​ ในการขนย้ายสิ่งของ การตัดกระแสไฟฟ้าในพื้นที่ที่น้ำยังไม่ท่วมถึง การจัดเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น อาหารกล่อง น้ำดื่ม เพื่อร่วมกันบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชน​ที่ได้ผลกระทบจากอุทกภัยครั้ง​นี้อย่างเร่งด่วน” โฆษ ศธ. กล่าว

โฆษก ศธ. กล่าวอีกว่า กรณี จ.ลำปาง ขณะนี้ รมว.ศธ.ได้สั่งการให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดลำปาง​ เร่งสำรวจความเสียหายของอาคาร สถานที่ ครุภัณฑ์ สื่อการเรียนการสอน ของหน่วยงานและสถานศึกษาทุกสังกัด ศธ. (สพฐ. สอศ. สกร. สช.) โดยให้สถานศึกษารายงานข้อมูลมาที่ศูนย์รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในสถานศึกษา สป. และศูนย์ความปลอดภัย สพฐ. เพื่อจะได้ประมาณการในการเสนอของบประมาณ​ซ่อมแซม และให้ความช่วยเหลือด้านอื่น ๆต่อไป

ถอดบทเรียนเด็กเคลื่อนย้ายแก้ปัญหาการศึกษาเด็กไร้รัฐภาคเหนือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760007

ถอดบทเรียนเด็กเคลื่อนย้ายแก้ปัญหาการศึกษาเด็กไร้รัฐภาคเหนือ

ถอดบทเรียนเด็กเคลื่อนย้ายแก้ปัญหาการศึกษาเด็กไร้รัฐภาคเหนือ

วันเสาร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2566, 18.14 น.

วันที่ 30 ก.ย.66 ที่โรงแรมทีค การ์เด้น สปา รีสอร์ท อ.เมือง จ.เชียงราย โครงการคุ้มครองสิทธิ์เด็กไร้สัญชาติระยะที่ 3 ร่วมกับมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) และองค์กรภาคี ได้จัดให้มีการเสวนาเรื่องเด็กเคลื่อนย้ายขากบริเวณชายแดนตะวันตก การเข้าถึงสิทธิในการศึกษาและการคุ้มครองเด็ก โดยมีนางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการผู้ก่อตั้งมูบนิธิ พชภ.และอดีต สมาชิกวุฒิสภา(สว.) จ.เชียงราย กล่าวต้อนรับ และชี้แจงวัตถุประสงค์ โดยมีทางกลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชน  กลุ่มภาคีเครือข่ายมูลนิธิฯต่างๆ ภาคประชาสังคม สถาบันด้านการศึกษาและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและถอดบทเรียนการดำเนินงานด้านเด็กเคลื่อนย้ายโดยเฉพาะเด็กไร้รับไร้สัญชาติ พร้อมกันนี้ยังมี  น.ส.กัลยา ทาสม หรือครูปุ้ก อดีต ผอ.โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 6 จ.อ่างทอง ซึ่งนำเด็กชาวเมียนมา 126 คนมาเรียนในพื้นที่ แต่ถูกดำเนินคดีฐานพาบุคคลต่างด้าว หลบหนีเข้าเมือง และข้อหาให้ที่พักพิง มาบอกเล่าเรื่องราวให้ผู้ร่วมเสวนาได้รับฟังด้วย

โดยนางเตือนใจ เปิดเผยว่า การเสวนาครั้งนี้เป็นการต่อเนื่องจากเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีการเสวนาเรื่องการอพยบลี้ภัยจากการสู้รบในประเทศเมียนมา แต่ครั้งนี้เน้นไปที่เด็กที่อยู่ในสถานะเคลื่อนย้าย ซึ่งสอดคล้องวกับมีกรณีของโรงเรียนไทยรัฐวิทยาที่ จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นกรณีศึกษาที่หน่วยงานด้านความมั่นคงมองประเด็นเด็กเหล่านี้เข้าไปเรียนไกลถึงใจกลางเมือง โดยไม่มีผู้ปกครองและไม่มีใครรับผิดชอบ ทั้งที่ในอดีตเด็กเหล่านี้เข้ามาเรียนลักษณะนี้อยู่แล้วจำนวนมาก โดยเฉพาะโรงเรียนตามศูนย์ชายแดนต่างๆ ซึ่งมีอยู่จำนวนหลายหมื่นคน ผนวกกับรัฐบาลไทยในปี 2542 ก็ให้ความสำคัญด้านการศึกษา โดยใช้อนุสัญญาด้านสิทธิเด็กเป็นหลัก ซึ่งสถานศึกษาจะต้องรับเด็กทุกชาติศาสนาให้ได้รับการศึกษาจะมีสถานะหรือไม่มีก็ตาม จึงเป็นที่มาของการจัดเนื่องจากสถานการในประเทศเมียนมามีการสู้รบ คงไม่มีความสงบในเร็ววันนี้ ส่วนหนึ่งก็อพยบเข้าพื้นที่ส่วนหนึ่งก็ส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนในประเทศไทยโดยหวังว่าจะได้มีอนาคตที่ดี 

นางเตือนใจ กล่าวอีกว่า พอมีเหตุการณ์ที่ จ.อ่างทอง โรงเรียนทั้งหลายไม่กล้ารับเด็กเหล่านี้ ซึ่งเป็นประเด็นปัญหาที่จะต้องแก้ไข โดยมองที่อนาคตของเด็ก ซึ่งประเทศไทยปัจจุบันเข้าสู่ยุคสูงวัยสมบูรณ์ มีประชากรสูงสัยเกิน 25 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเด็กเกิดใหม่ไม่มีเพียงพอที่จะเลี้ยงดูใหญ่ในอนาคต เด็กๆ ในประเทศเพื่อนบ้าน หากมีการปลูกฝังด้านศึกษาที่ดี ได้รับสิทธิ์ในการเดินทาง สิทธิด้านการศึกษา สิทธิในหลักประกันสุขภาพ ตลอดจนสิทธิในการทำงานโดยมองอนาคตของอาเซียน  ก็จะเป็นผลดีแต่ประเทศไทยและอาเซียนด้วย การรับฟังข้อมูลจากภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาควิชาการและจากภาครัฐในวันนี้ จะเป้นสังเคราะห์ข้อมูลนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายระดับชาติ ระดับอาเซียน จนนำไปสู่การปฎิบัติและการกำหนดนโยบายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ทางด้าน นายวีระ อยู่รัมย์ ผอ.ศูนย์การเรียนไร่ส้ม จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ศูนย์ไร่ส้มวิทยา จัดการศึกาษระดับอนุบาลถึงประถมศึกษา นักเรียนส่วนใหย่จะเป็นลูกหลานของแรงงานเคลื่อนย้ายที่ข้ามฝั่งมาจากประเทศเมียนมา โดยมาทำงานที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ปัจจุบันมีอยู่จำนวน 208 คน มีทั้งลูกแรงงานที่เกิดในประเทศไทย และมีเด็กที่ติดตามผู้ปกครองเข้ามา จึงมีทั้งที่เรียนตามเกณฑ์อายุ และเด็กที่เกินเกณฑ์หรือเด็กที่โตแล้ว บางคนอายุ 12-15 ปี แต่ยังอยู่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งเด็กเหล่านี้จะมีประสบการณ์อยู่แล้วเพียงแค่มาปรับการเรียนพื้นที่ฐานด้านภาษา ซึ่งปัญหาของเด็กเหล่านี้ก็อยู่ที่จะต้องเคลื่อนย้ายตามผู้ปกครองหากเปลี่ยนสถานที่ทำงานก็จะต้องย้านสถานที่รับการศึกษาไปด้วย

นายวีระ กล่าวด้วยว่า แนวโน้มของเด็กเหล่านี้จะมากหรือน้อยก็จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นนโยบายด้านแรงงานของประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันยังขาดแรงงานจำเป็นต้องนำเข้าแรงงานจากประเทศเพื่อบ้านซึ่งเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีเด็กเหล่านี้ตามกลุ่มแรงงาน หรือบางคนที่ทำงานนานก็มีครอบครัวและมีลูกที่เกิดในประเทศไทย ซึ่งเด็กก็จะเยอะตามจำนวนแรงงานที่ประเทศไทยต้องการ และบางส่วนก็มีการเคลื่อนย้ายจากสถานการณ์สู้รบ โดยเฉพาะ จ.ตากและแม่ฮ่องสอน ที่มีค่อนข้างมาก แต่ส่วนมากจะอยู่ในตะเข็บชายแดน เด็กเหล่านี้หากไม่ได้เข้ารับการศึกษาก็จะเป็นแรงงานไร้ฝีมือ ซึ่งจะได้รับงานที่ยากและหากมีงานก็ได้ค่าตอบแทนต่ำ โอกาสที่เด็กเหล่านี้จะเข้าไปสู่เหตุอาชญากรรมหรือเข้าสู่การทำงานที่ผิดกฎหมายด้านอื่นๆ ก็มีโอกาสสูง ดังนั้นจึงจำเป้นที่จะต้องจัดการศึกษาให้กับเด็กเหล่านี้

น.ส.ลาหมีทอ ดั่งแดนวิมาน ศูนย์พัฒนาเครือข่ายเด็กและชุมชน ศูนย์พักพิงชั่วคราว(ผู้หนีภัยความไม่สงบ) จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ปัญหาสำหรับศูนยิพักพิงคือด้านการศึกษาสำหรับเด็กๆ ยังมีเด็กกว่า 1,000 คน ที่ยังไม่ได้เรียนหนังสือ บางคนเคยเรียนกในประเทศเมียนมามาแล้ว แต่พอลี้ภัยสงครามเข้ามาก็ไม่ได้เรียนต่อ และอีกปัญหาคือเรื่องปัญหาสุขภาพที่ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝนแต่ก็ไม่ได้รับการเข้าถึงสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ เสี่ยงต่อการเป็นไข้มาเลเรีย  

อีกทั้งยังประสบกับภัยน้ำท่วมและดินสไลด์ แม้จะมีหลายหน่วยงานจะพยายามเข้าไปช่วยเลหือแต่ยังมีข้อจำกัดด้านการเดินทางเข้าพื้นที่ซึ่งยากลำบาก หรือแม้แต่การเข้าถึงพื้นที่การจะเข้าไปบริหารจัดการด้านต่างภายในศูนย์พักพิงนั้นทำได้ยากเพราะติดระเบียบของทางราชการ ภาครัฐเองควรที่จะเปิดโอกาสให้หน่วยงานหรือองค์กรที่มีศักยภาพในการช่วยเหลือด้านต่างๆ เข้าไปช่วยเหลือได้อย่างเต็มที่หรือเต็มรูปแบบได้ โดยเฉพาะด้านการศึกษาของเด็กที่เคลื่อนย้ายเข้ามาก็จะเป็นการดี 

ในขณะที่ทางด้าน พระวิสิทธิ์ ฐิตวิสิทฺโธ, ผศ.ดร.อาจารย์ประจำ บัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบัน จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่ มีพระภิกษุสงฆ์สามเณรกว่า 1,000 รูป ที่เป็นบุคคลไร้รัฐไรัสัญชาติ ที่ทางกลุ่มเข้าดำเนินการช่วยเหลือให้มีสถานะอยู่ในสถานศึกษามีเพียง 80 รูปเท่านั้น ในขณะที่การสำรวจก็พบว่ามีสามเณรอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการศึกษา ซึ่งเป็นกลุ่มที่เป็นปัญหาเนื่องจากสถานศึกษาจะไม่รับผู้ที่บวรเข้าไปเรียนในสถานศึกษา ทำให้สามเณรเหล่านี้ตกหล่นจากระบบการศึกษา ที่สำคัญยังมีผลต่อการดำรงชีวิตเนื่องจากหากไม่มีสถานที่ศึกษาก็จะไม่มีกฎหมายรองรับให้อยู่ในประเทศได้ 

การเคลื่อนย้ายของแรงงานหลายคนเลือกที่จะให้ลูกมาบวช เพราะมีความสบายใจ ไม่มีความกังวลเป็นห่วง บุตรหลานมีที่อยู่ที่ปลอดถภัย โดยให้อยู่กับวัดโดยที่บุตรไม่ต้องตามพ่อแม่ไป ส่วนนี้ก็จำเป็นที่วัดจะต้องดูแลทั้งความเป็นอยู่และค่าใช้จ่ายต่างๆ  ซึ่งก็อยากให้ภาครับยื่นมือเข้ามาช่วยเหลิอทั้งด้านการศึกษาและด้านสาธารณสุขเพราะถือเป็นสิ่งจำเป็น ทุกวันนี้จำนวนนักบวชที่เป็นบุตรหลานแรงงานก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี จำนวนที่สำรวจพบยังไม่ถึงครึ่งของจำนวนที่มีอยู่จริง ซึ่งหากสำรวจครบคงมีมากกว่านี้ – 003

สิ้น ‘วิจิตร ศรีสอ้าน’ อดีตรมว.ศึกษาธิการ บิดาแห่งสหกิจศึกษาไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/759979

สิ้น ‘วิจิตร ศรีสอ้าน’ อดีตรมว.ศึกษาธิการ บิดาแห่งสหกิจศึกษาไทย

สิ้น ‘วิจิตร ศรีสอ้าน’ อดีตรมว.ศึกษาธิการ บิดาแห่งสหกิจศึกษาไทย

วันเสาร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2566, 16.34 น.

วันที่ 30 กันยายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.ธีระชัย เชมนะสิริ นายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Teerachai Chemnasiri” ระบุว่า

“ขอกราบคารวะดวงวิญญาณของท่าน ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสภามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อดีตนายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และอดีตนักการศึกษาผู้มีแต่เมตตาธรรม

ขอให้ท่านจงสู่สวรรค์ชั้นสูงสุดด้วยคุณงามความดีที่ท่านได้กระทำเทอญ”

ขณะเดียวกัน ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีกิตติคุณผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยรังสิต อดีตรองประธาน​รัฐสภา​และประธานสภาผู้แทนราษฎร โพสต์ภาพและข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว “Arthit Ourairat” ระบุว่า

“ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งในการจากไปของ ศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน เพื่อนรักรุ่นเดียวกัน แม้ ดร.วิจิตร อยู่อักษรศาสตร์ ผมอยู่รัฐศาสตร์

ดร.วิจิตร สนับสนุนมหาวิทยาลัยรังสิตมาโดยตลอด เป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยรังสิตตั้งแต่ต้นจนไปเป็น รมว.ศึกษาธิการ

ขอดวงวิญญาณท่านจงไปสู่สุคติ ณ สัมปรายภพ”

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Ftchemnasiri%2Fposts%2Fpfbid02zkhgVFmnF3edUYAfqGaCjdgj4DDanydhaBKV5chM5CFRui5DiEnzuVSsEfBasi7Ul&show_text=true&width=500,

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Farthit.ourairat.9%2Fposts%2Fpfbid04TQp29P2HQvBdWGq2JB2W4Rsymi5DcakxhzKDokTdCHVJJpKLDWoDksTHHKKzGm3l&show_text=true&width=500

‘พิธา’ ชวนสร้างสังคมอดทนอดกลั้นปม ‘หมอพรทิพย์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/559887

30 ก.ย. 2566

'พิธา' ชวนสร้างสังคมอดทนอดกลั้นปม 'หมอพรทิพย์'

‘พิธา’ ตอบปม ‘หมอพรทิพย์’ โดนไล่ออกจากร้าน ชวนสร้างสังคมอดทนอดกลั้นและมีวุฒิภาวะ ชี้ถ้าระบบดีปัญหาก็น้อยลง

วันที่ 30 ก.ย. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึง กรณีแพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภาเดินทางไปต่างประเทศ และถูกเจ้าของร้านไล่ออกจากร้าน ว่า ทั้งในฐานะนักการเมืองและส่วนตัวตนมองว่า ตนอยากเชิญชวนทุกคนมาสร้างสังคมที่อดทน อดกลั้นแสดงออกอย่างอดทนอดกลั้นมีวุฒิภาวะเชิญชวนให้มาสร้างระบบพรรคการเมืองที่ตรงไปตรงมาและมีรูระบายในการกำจัดความขัดแย้ง 

นายพิธากล่าวว่า ส่วนตัวตาต่อตาฟันต่อฟันไม่ได้ช่วยอะไร ตนเองเป็นนักการเมืองเข้าใจเวลาลงพื้นที่ต่างจังหวัด หรือไปกับครอบครัวก็เจอการแสดงออกของประชาชนที่คล้ายๆกัน ตนเข้าใจ ว่าตนเป็นบุคคลสาธารณะแต่การอนุญาตให้แสดงออกโดยไม่คำนึงถึงระบบก็น่าเสียดาย จากที่ได้ตามข่าวมา คู่กรณีที่เกิดขึ้นเป็นคนที่ชื่นชอบคุณหญิงพรทิพย์ แต่เกิดขึ้นจากระบบที่ไม่ตรงไปตรงมาและระบบทำให้เกิดความขัดแย้ง มาจากเสียงประชาชนที่มาจากเลือกตั้ง และเสียงในสภาที่มาจากการแต่งตั้งที่ไม่ตรงไปตรง และเกิดความอึดอัดที่ต้องระบายออก ตนก็เข้าใจพี่น้องประชาชนที่อดทนอดกลั้น และรู้สึกไม่สบายใจกับการเข้าสู่อำนาจของการเมืองไทย  และระบบการเมืองไทยที่ผ่านมา ก็อยากให้ระบบมันดี ถ้าระบบมันดี เรื่องลักษณะแบบนี้ก็จะน้อยลง เพราะมีรูระบายในระบบ แต่ในส่วนของบุคคล ความมืดไล่ความมืดไม่ได้ แต่ต้องเป็นความสว่าง จึงอยากให้ช่วยกันสร้างสังคมที่อดทนอดกลั้น และมีวุฒิภาวะ ระบบที่เสถียร ทำให้ความอึดอัดส่วนตัวน้อยลง