ผบ.ใหม่สหรัฐฯ จ่อรับศึกภายใน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2729210

ผบ.ใหม่สหรัฐฯ จ่อรับศึกภายใน

30 ก.ย. 2566 10:07 น.

ผบ.ใหม่สหรัฐฯ จ่อรับศึกภายใน

เมื่อวันที่ 29 ก.ย. สื่อการเมืองโพลิติโกสหรัฐฯ รายงานอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวในรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กำลังเผชิญความขัดแย้งกับกระทรวงต่างประเทศในเรื่องการส่งความช่วยเหลือด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ให้แก่ยูเครน หลังฝ่ายต่างประเทศจะมองในเรื่องของโอกาส แต่กลาโหมจะมองความเหมาะสมข้อดีข้อเสีย พร้อมระบุว่า พล.อ.มาร์ก มิลเลย์ ผู้บัญชาการคณะเสนาธิการกองทัพสหรัฐฯ เป็นผู้ที่ได้รับศึกหนักที่สุด เนื่องจากต้องจัดสรรความต้องการของรัฐบาล พร้อมกับหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเกิดสงครามกับรัสเซีย

ทั้งนี้ สื่อสหรัฐฯยังรายงานด้วยว่า พล.อ.มิลเลย์มีกำหนดหมดวาระการดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการคณะเสนาธิการกองทัพสหรัฐฯ 4 ปีอย่างเป็นทางการ โดยบุคคลที่มาแทนคือ พล.อ.อ.ชาร์ลส์ บราวน์ ผู้บัญชาการ กองทัพอากาศสหรัฐฯ ซึ่งเป็นนายทหารผิวสีคนแรกที่ได้ดำรงตำแหน่ง ผบ.กองทัพอากาศ ขณะที่หนังสือพิมพ์วอลล์ สตรีท เจอร์นัล ของสหรัฐฯรายงานก่อนหน้านี้ว่า รถถังเอบรัมส์ของสหรัฐฯลอตแรกถูกส่งมอบให้แก่กองทัพยูเครนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา การส่งมอบ จะช่วยปลุกขวัญกำลังใจแก่ยูเครน แต่ทางรัฐบาลยูเครนเคยยอมรับด้วยว่า รถถังของสหรัฐฯยากที่จะช่วยพลิกโฉมสงคราม.

สหรัฐฯ ชี้จีนทุ่มงบหวังคุมสื่อทั่วโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2729215

สหรัฐฯ ชี้จีนทุ่มงบหวังคุมสื่อทั่วโลก

30 ก.ย. 2566 10:27 น.

สหรัฐฯ ชี้จีนทุ่มงบหวังคุมสื่อทั่วโลก

เมื่อ 29 ก.ย. ศูนย์ความร่วมมือระดับโลกของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เผยแพร่รายงานท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแข้งระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่เข้มข้นขึ้น ทั้งยังเคยมีข้อถกเถียงในเรื่องการควบคุมสื่อของจีนเมื่อปีที่ผ่านมา โดยอ้างว่า รัฐบาลจีนกำลังจัดระเบียบข้อมูลข่าวสารโลกใหม่ มีการทุ่มงบประมาณหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อควบคุมข้อมูลข่าวสาร เผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อและข้อมูลเท็จ รวมถึงการปิดกั้นข้อมูล ผ่านการซื้อหุ้นสื่อต่างประเทศทั้งแบบเปิดเผยและไม่เปิดเผยสู่สาธารณะ มีการร่วมมือกับนักการเมืองและนักข่าว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างระบบนิเวศทางข้อมูลข่าวสารใหม่ ทั้งทำสัญญาและสนับสนุนอินฟลูเอนเซอร์บนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อโปรโมตเนื้อหาแอบแฝงการโฆษณารัฐบาลจีน

นอกจากนี้ ศูนย์ความร่วมมือระดับโลกของสหรัฐฯ ยังระบุว่า ทางการจีนลงทุนในเครือข่ายดาวเทียม และรายการโทรทัศน์ในประเทศกำลังพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่ได้รับการสนับสนุนจากจีน ชี้ว่าการพยายามครอบครองสื่อจากนานาชาติไว้ในกำมือ ทำให้จีนสามารถปรับแต่งการเซ็นเซอร์ในโลกได้ โดยมุ่งไปที่ปัจเจกบุคคลและองค์กรต่างๆ โดยเฉพาะ พร้อมระบุว่า หากผู้คนไม่ตรวจสอบข้อมูลให้ดี เสรีภาพในการแสดงออกในโลกใบนี้จะถูกทำลาย เพราะการควบคุมข้อมูลข่าวสารจากจีน

เมื่อปี 2564 เคยมีกรณีการยกเลิกใบอนุญาตการออกอากาศของช่องซีจีทีเอ็น หรือที่รู้จักในชื่อ ซีซีทีวี ซึ่งเป็นช่องสำนักข่าว 2 ภาษาของจีนในอังกฤษ หลังนายปีเตอร์ ฮัมฟรีย์ อดีตนักข่าวชาวอังกฤษ ร้องเรียนถึงแนวทางการทำงานของซีจีทีเอ็น และถูกคุกคามความเป็นส่วนตัว จนเกิดการตรวจสอบโดยสำนักงานการสื่อสาร หรือออฟคอม ของอังกฤษ และพบว่า นอกจากสำนักข่าวขาดการคัดกรองทางด้านเนื้อหา ยังถูกควบคุมโดยพรรคคอมมิวนิสต์จีน

อย่างไรก็ตาม นายหลิว เผิง หยู โฆษกสถานทูตจีนประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.สหรัฐฯ ตอบโต้ต่อกรณีนี้ว่า รายงานดังกล่าวเป็นการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ มีการโจมตีนโยบายทั้งภายในและต่างประเทศจีน ทั้งเสริมสร้างความขัดแย้งทางอุดมการณ์ ชี้ว่ารายงานฉบับนี้ถูกเขียนขึ้นจากแนวความคิดที่ติดอยู่ในวังวนสงครามเย็น ซึ่งแบ่งแยกอุดมการณ์ทางการเมือง และเป็นเพียงเครื่องมือในการสกัดกั้นจีน เพื่อหล่อเลี้ยงความเป็นมหาอำนาจของสหรัฐฯ.

จีนเตรียมเปิดฟรีวีซ่า หวังกระตุ้นการเดินทางเข้าประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2729201

จีนเตรียมเปิดฟรีวีซ่า หวังกระตุ้นการเดินทางเข้าประเทศ

30 ก.ย. 2566 10:03 น.

จีนเตรียมเปิดฟรีวีซ่า หวังกระตุ้นการเดินทางเข้าประเทศ

ทางการจีนเตรียมพิจารณานำนโยบายปลอดวีซ่ามาใช้อีกครั้ง โดยจะพิจารณาเพิ่มประเทศที่ได้รับการยกเว้นการขอวีซ่า หวังกระตุ้นการเดินทางเข้าประเทศจีน

คณะมนตรีรัฐกิจของจีน ประกาศจะกลับมาใช้นโยบายปลอดวีซ่าอีกครั้ง พร้อมทั้งจะพิจารณาเพิ่มรายชื่อประเทศที่ได้รับการยกเว้นวีซ่าด้วย เพื่อหวังจะช่วยกระตุ้นธุรกิจการท่องเที่ยวภายในประเทศหลังจากการระบาดของโควิด-19 ขณะเดียวกันเที่ยวบินระหว่างประเทศที่เคยระงับไปจะกลับมาเปิดบริการอีกครั้ง รวมทั้งจะเพิ่มเส้นทางเที่ยวบินระหว่างประเทศให้มากขึ้นอีกด้วย

ทั้งนี้ ในแถลงการณ์ที่มีการโพสต์ลงบนเว็บไซต์ของรัฐบาลกลางจีน ระบุว่า นโยบายปลอดวีซ่าและการรับรองวีซ่าเมื่อเดินทางมาถึงจะได้รับการส่งเสริมอย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับการตรวจคนเข้าเมืองสำหรับเรือสำราญที่จะราบรื่นยิ่งขึ้นรวมทั้งกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองของนักท่องเที่ยวที่ขับรถด้วยตนเอง นอกจากนี้ รัฐบาลยังเรียกร้องให้มีการปรับปรุงบริการลดหย่อนภาษี โดยจะเพิ่มจำนวนร้านค้าลดภาษีเพิ่มขึ้นอีกด้วย.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ “วีซ่าจีน“

ไดแอนน์ ไฟน์สไตน์ ส.ว.หญิงสหรัฐฯ ผู้ดำรงตำแหน่งนานที่สุด เสียชีวิตแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2729192

ไดแอนน์ ไฟน์สไตน์ ส.ว.หญิงสหรัฐฯ ผู้ดำรงตำแหน่งนานที่สุด เสียชีวิตแล้ว

30 ก.ย. 2566 05:10 น.

ไดแอนน์ ไฟน์สไตน์ ส.ว.หญิงสหรัฐฯ ผู้ดำรงตำแหน่งนานที่สุด เสียชีวิตแล้ว

ไดแอนน์ ไฟน์สไตน์ ส.ว.หญิงผู้ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ ถึงแก่กรรมแล้ว ขณะมีอายุ 90 ปี หลังสุขภาพย่ำแย่ลงตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นางไดแอนน์ ไฟน์สไตน์ ผู้ดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภามานานกว่า 30 ปี จนทำสถิติเป็นหญิงผู้ดำรงตำแหน่ง ส.ว.ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา ถึงแก่กรรมแล้วเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (28 ก.ย.) ที่บ้านของเธอเองในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ขณะมีอายุ 90 ปี หลังสุขภาพย่ำแย่ลงตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

นางไฟน์สไตน์ อดีตนายกเทศมนตรีนครซานฟรานซิสโก เป็นผู้นำทางการเมืองในรัฐแคลิฟอร์เนียมานานหลายทศวรรษ ก่อนจะกลายเป็นหน้าเป็นตาของพรรคเดโมแครต หลังจากเธอชนะการเลือกตั้ง ส.ว.สมัยแรกได้ในปี 2535 เธอก้าวผ่านวิกฤติหลายครั้งตลอดอาชีพนักการเมืองของเธอ และมีอิทธิพลอย่างมากในผลงานสำคัญวุฒิสภา รวมถึงการผ่านกฎหมายควบคุมอาวุธปืนจู่โจมตีในปี 2537 และรายงานเรื่องการทรมานผู้ถูกจับกุมของซีไอเอในปี 2557

ในช่วงไม่กี่ปีหลัง สุขภาพของนางไฟน์สไตน์เริ่มถูกตั้งคำถามมากขึ้น เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เธอต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อรักษาโรคงูสวัด ทำให้ต้องหยุดงานในวุฒิสภาเป็นเวลานาน ทำให้กระบวนการหลายอย่างล่าช้า จนสมาชิกฝ่ายเดโมแครตด้วยกันเรื่องส่งเสียงบ่น

หลังจากเธอกลับมาทำงานในอีก 3 เดือนให้หลัง ก็มีการเปิดเผยว่า เธอเผชิญกับโรคแทรกซ้อนหลายอย่างระหว่างการรักษา รวมถึงกลุ่มอาการ แรมเซย์ฮันท์ซินโดรม ซึ่งเป็นโรคที่มีการอักเสบของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 จากเชื้อไวรัสงูสวัด และภาวะสมองอักเสบจากเชื้อไวรัส (encephalitis) และในเดือนสิงหาคม เธอหกล้มจนต้องเขาโรงพยาบาลอีกครั้ง

นอกจากนั้น เธอยังถูกตั้งคำถามในเรื่องของความเฉียบแหลมทางจิตใจกับความสามารถในการเป็นผู้นำ ซึ่งเธอออกมายืนยันว่าไม่มีอะไรต้องกังวล อย่างไรก็ตาม นางไฟน์สไตน์ตัดสินใจไม่ลงเลือกตั้งป้องกันตำแหน่งในปี 2567 และสมาชิกพรรคเดโมแครตหลายคนก็ออกมาประกาศตัวขอเป็นแคนดิเดตแทนที่ตำแหน่งของเธอ

ทั้งนี้ การเสียชีวิตของนางไฟน์สไตน์ทำให้นาย เดวิน นิวซอม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ต้องเลือกสมาชิกสภานิติบัญญัติขึ้นมาทำหน้าที่แทนในเวลาที่เหลือของนางไฟน์สไตน์ เพื่อให้พรรคเดโมแครตยังคงครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาต่อไปจนถึงต้นเดือนมกราคม 2568 เป็นอย่างน้อย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ตร.เวกัสจับผู้ต้องสงสัย บงการสังหารตำนานแร็ปเปอร์ ‘ทูพัค ชาเคอร์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2729191

ตร.เวกัสจับผู้ต้องสงสัย บงการสังหารตำนานแร็ปเปอร์ ‘ทูพัค ชาเคอร์’

30 ก.ย. 2566 04:15 น.

ตร.เวกัสจับผู้ต้องสงสัย บงการสังหารตำนานแร็ปเปอร์ ‘ทูพัค ชาเคอร์’

ตำรวจลาสเวกัส จับหัวหน้าแก๊งอาชญากรรมในฐานะผู้ต้องสงสัย บงการและวางแผนฆาตกรรม ทูพัค ชาเคอร์ แร็ปเปอร์ชื่อดัง ที่ถูกลอบยังเสียชีวิตเมื่อเกือบ 30 ปีก่อน

สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า สำนักงานนายอำเภอนครลาสเวกัสจัดงานแถลงข่าวร่วมกับ สำนักงานตำรวจเทศบาลนครลาสเวกัส ยืนยันการจับกุมตัวนาย ดูเอน คีธ เดวิส หรือ ‘คีฟ ดี’ (Keefe D) ในฐานะผู้ต้องสงสัยมีความเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมนาย ทูพัค ชาเคอร์ แร็ปเปอร์ชื่อดังผู้ถูกลอบยิงเสียชีวิตในปี 2539

อนึ่ง นายชาเคอร์เสียชีวิตก่อนวัยอันควรในวัยเพียง 25 ปีเท่านั้น โดยเขาถูกคนร้ายขับรถมาประกบยิงถึง 4 นัด ขณะที่รถยนต์ของเขาจอดติดไฟแดง เมื่อ 7 ก.ย. 2536 ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บสาเหตุ ก่อนจะจากโลกนี้ไปในอีก 6 วันต่อมา

นายเควิน แมกมาฮิลล์ นายอำเภอลาสเวกัสกล่าวในงานแถลงข่าวว่า การจับกุมนายเดวิสเกิดขึ้นในช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 29 ก.ย. 2566 ขณะที่ร้อยโท เจสัน โจแฮนสัน ระบุว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนหลายคนทบทวนคดีนี้หลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา แต่ต้องรอจนถึงปี 2561 คดีจึงมีความคืบหน้าเนื่องจากมีข้อมูลใหม่เกี่ยวกับการฆาตกรรม

พวกเขายังเปิดเผยลำดับเหตุการณ์ก่อนจะนำไปสู่การฆาตกรรม โดยระบุว่า ในคืนวันที่ 7 ก.ย. 2539 ชาเคอร์กับพวก ซึ่งรวมถึงสมาชิกแก๊ง ม๊อบ ปีรู (Mob Piru) เข้าชมการแข่งขันชกมวย เอ็มจีเอ็ม แกรนด์ ในลาสเวกัส ขณะที่นายเดวิส ผู้เป็นหัวหน้าแก๊งอาชญากรรมชื่อ ‘เดอะ เซาท์ ไซด์ คอมป์ตัน คริปส์’ (The South Side Compton Crips) ก็มาด้วย

ทั้ง 2 ฝ่ายมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันตอนจะออกจากงาน ซึ่งกล้องวงจรปิดจับภาพเอาไวได้ และเหตุการณ์นี้เองที่นำไปสู่การยิงล้างแค้นและการเสียชีวิตของนายชาเคอร์

ตำรวจเปิดเผยภาพขณะ ทูพัค ชาเคอร์ (เสื้อเหลือง) กับเพื่อนอีกคนกำลังออกจากสนามชกมวย ในคืนวันที่ 7 ก.ย. 2539

หลังเกิดเรื่อง ชาเคอร์กับพวกอีกคนก็ออกจากที่เกิดเหตุ ไปรวมงานปาร์ตี้หลังชกที่ไนท์คลับแห่งหนึ่ง โดยตอนนี้เองคือเวลาที่เดวิสเริ่มวางแผนการร้าย โดยผลการสืบสวนชี้ว่า เขาไปหาปืนแล้วขึ้นไปยังรถยนต์คาดิลแลค สีขาว พร้อมกับพวกอีก 3 คน และมอบปืนให้หนึ่งนั้นที่ยั่งอยู่เบาะหลัง จากนั้นพวกเขาก็ขับรถตามประกบรถของชาเคอร์ ลงมือยิง แล้วหลบหนีไป

เจ้าหน้าที่โจแฮนสันยืนยันว่า ดูเอน เดวิส เป็นผู้ต้องสงสัยที่ยังมีชีวิตอยู่เพียงคนเดียวในการสืบสวนการฆาตกรรมนายชาเคอร์ ส่วนอีก 3 คนบนรถคาดิลแลค เสียชีวิตไปหมดแล้ว “ดูเอน เดวิส เป็นผู้สั่งการให้กลุ่มบุคคลนี้ ก่ออาชญากรรมนี้ขึ้น เขาเป็นผู้วางแผนเพื่อก่ออาชญากรรมนี้”

ด้านทางการลาสเวกัสประกาศว่า คณะลูกขุนใหญ่ได้ส่งฟ้องนายเดวิสแล้ว ในข้อหาฆาตกรรมด้วยอาวุธอันตราย ซึ่งเชื่อมโยงกับการสังหารในชาเคอร์ โดยนายเดวิสจะถูกนำตัวขึ้นศาลภายในไม่กี่วันข้างหน้า

การจับกุมนายเดวิส เกิดขึ้นเพียงไม่กี่เดือนหลังตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านของ เฮอเดอร์สัน ภรรยาของเขาเมื่อเดือนกรกฎาคม เพื่อสืบสวนคดีฆาตกรรมนายชาเคอร์ โดยเจ้าหน้าที่ยึดสำเนาบันทึกของนายเดวิส ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับชีวิตในแก๊งของเขา และการฆาตกรรมนายชาเคอร์

เดวิสระบุว่าไว้ในบันทึกว่า เขาเป็น 1 ใน 2 พยานที่ยังมีชีวิตอยู่ในเหตุยิงนายชาเคอร์ ส่วนอีกคนคือ มาริยง ‘ซุจ’ ไนท์ อดีตซีอีโอของค่ายเพลง เดธ โรว แรกคอร์ดส์ (Death Row Records) ที่ตอนนี้กำลังรับโทษจำคุกข้อหาฆ่าคนตายในคดีอื่น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ผู้ว่าฯ นิวยอร์กประกาศภาวะฉุกเฉิน ฝนถล่มทำน้ำท่วมถนน-รถไฟใต้ดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2729187

ผู้ว่าฯ นิวยอร์กประกาศภาวะฉุกเฉิน ฝนถล่มทำน้ำท่วมถนน-รถไฟใต้ดิน

30 ก.ย. 2566 02:45 น.

ผู้ว่าฯ นิวยอร์กประกาศภาวะฉุกเฉิน ฝนถล่มทำน้ำท่วมถนน-รถไฟใต้ดิน

รัฐนิวยอร์กของสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับฝนตกหนัก หลายพื้นที่รับน้ำฝนเท่ากับ 1 เดือนภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทำให้เกิดน้ำท่วมถนนหลายสาย และบริการรถไฟใต้ดินบางแห่งถูกระงับ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดฝนตกหนักในรัฐนิวยอร์ก ของสหรัฐอเมริกา เนื่องจากอิทธิพลของส่วนที่หลงเหลือของพายุโซนร้อน ‘โอฟิเลีย’ (Ophelia) เมื่อวันศุกร์ที่ 29 ก.ย. 2566 ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมหนักจนต้องปิดถนนหลายสาย กระทบการให้บริการรถไฟใต้ดิน และท่วมชั้นใต้ดินของอาคารหลายแห่งในนครนิวยอร์ก

หลายพื้นที่ในเมืองบรูคลิน เผชิญฝนตกสูงกว่า 4 นิ้ว ซึ่งเท่ากับฝนที่ตกตลอดเดือนภายในเวลาเพียง 3 ชั่วโมง ขณะที่พื้นที่อื่นๆ มีฝนตกในอัตรา 1-2 นิ้วต่อชั่วโมง อย่างไรก็ตาม สำนักงานบริการสภาพอากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ (NWS) เตือนว่ามีความเป็นไปได้มากขึ้นที่จะมีฝนตกรวมสูงถึง 8 นิ้วในพื้นที่ 3 รัฐได้แก่ นิวยอร์ก, นิวเจอร์ซี และคอนเนตทิคัต

เจ้าหน้าที่กู้ภัยพายเรือค้นหาผู้ประสบภัยน้ำท่วมในย่าน มามาโรเนค ของนครนิวยอร์ก

ส่วนที่นครนิวยอร์กมีฝนตก 2-5 นิ้วกระจายไปทั่วพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยตอนนี้ฝนเริ่มซาลงแล้ว แต่นายเอริค อดัมส์ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กเตือนว่า จะมีฝนตกหนักตามมาอีก “นี่เป็นสภาพอากาศอันตรายและมันยังไม่จบลง” “ผมไม่อยากให้ช่องว่างระหว่างฝนตกหนักนี้ทำให้ดูเหมือนว่ามันจบแล้ว แต่มันไม่เป็นเช่นนั้น”

ด้านนาง เคธี โฮคูล ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในนครนิวยอร์ก, ลอง ไอส์แลนด์ และที่ฮันสัน วัลเลย์ ในช่วงเช้าวันจันทร์ โดยเธอเรียกร้องให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน เนื่องจากสภาพการจราจรอันตรายกระจายเป็นวงกว้าง

“นี่เป็นเหตุการณ์สภาพอากาศที่ท้าทายมาก มันเป็นเหตุการณ์ที่อันตรายถึงชีวิต และฉันอยากให้ชาวนิวยอร์กฟังคำเตือนเพื่อที่พวกเขาจะได้ปลอดภัย” นางโฮคูลกล่าว

น้ำไหลลงไปยังสถานีรถไฟใต้ดินในย่านพาร์ก สโลป ในเมืองบรูคลิน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงออกปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่ติดอยู่ในชั้นใต้ดินของอาคารในนครนิวยอร์กออกมาได้แล้ว 6 แห่ง

โรงเรียนกว่า 1,400 แห่งในนครนิวยอร์กยังคงเปิดการเรียนการสอนในวันศุกร์ แต่มีอย่างน้อย 150 แห่งที่ถูกน้ำเข้าท่วม ขณะที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในบรูคลินต้องอพยพ หลังจากน้ำท่วมทำให้เกิดควันในห้องหม้อไอน้ำ (boiler room) โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยืนยันว่า เด็กนักเรียนทุกคนปลอดภัย และพวกเขากำลังติดตามสถานการณ์

น้ำยังไหลลงไปสู่สถานีและทางรถไฟใต้ดิน ทำให้เกิดการหยุดชะงักครั้งใหญ่ เจ้าหน้าที่ต้องระงับบริการรถไฟกว่า 10 สายในบรูกลิน และรถไฟสายเมโทร-เหนืออีก 3 สาย ซึ่งนางโฮคูลเผยว่า เจ้าหน้าที่กำลังจัดหารถบัสเพิ่มเติมแล้ว เพื่อช่วยเรื่องการเดินทาง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ระเบิดโจมตีใกล้มัสยิดปากีสถาน กลางพิธีศาสนา ดับ 50 ศพ เจ็บอีกครึ่งร้อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2729171

ระเบิดโจมตีใกล้มัสยิดปากีสถาน กลางพิธีศาสนา ดับ 50 ศพ เจ็บอีกครึ่งร้อย

30 ก.ย. 2566 00:47 น.

ระเบิดโจมตีใกล้มัสยิดปากีสถาน กลางพิธีศาสนา ดับ 50 ศพ เจ็บอีกครึ่งร้อย

คนร้ายจุดระเบิดโจมตีกลางฝูงชนที่มีร่วมพิธีเฉลิมฉลองวันคล้ายวันประสูติของศาสดามูฮัมหมัด ที่เมืองทางตะวันตกเฉียงใต้ของปากีสถาน ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 50 ศพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุคนร้ายจุดระเบิดพลีชีพโจมตีกลางฝูงชนในเมืองมาสตุง แคว้นบาลูชิสถาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศปากีสถาน เมื่อวันศุกร์ที่ 29 ก.ย. 2566 ขณะที่ประชาชนมาร่วมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลองวันคล้ายวันประสูติของศาสดามูฮัมหมัด เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 50 ศพ บาดเจ็บอีก 50 ราย

เหตุระเบิดดังกล่าวเกิดขึ้นใกล้กับมัสยิดแห่งหนึ่ง ทำให้ทางการแคว้นบาลูชิสถานต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน รวมทั้งเรียกร้องผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ เพื่อขอรับบริจาคเลือด เพื่อรับมือผู้บาดเจ็บที่มีเป็นจำนวนมากด้วย

จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครหรือกลุ่มใดออกมาอ้างตัวเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิด โดยนายนายอับดุล คาลิก ชีคห์ ผู้กำกับการตำรวจแคว้นบาลูชิสถานยืนยันว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นเป็นระเบิดพลีชีพ และว่ามีตำรวจอาวุโสนายหนึ่งเสียชีวิตขณะพยายามหยุดคนร้ายด้วย

นอกจากนั้นในวันเดียวกัน ยังเกิดเหตุระเบิดโจมตีขึ้นอีกจุดที่มัสยิดใกล้กับเมืองเปศวาร์ ในแคว้นไคเบอร์ปัคตุนควา โดยยังไม่มีการเปิดเผยจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บที่แน่ชัด แต่ตำรวจระบุว่า อาจมีคนจำนวนหนึ่งถูกฝั่งอยู่ใต้ซากปรักหักพัง เนื่องจากหลังคาตึกพังถล่มลงมาเพราะแรงระเบิด

ตำรวจไคเบอร์ปัคตุนควาบอกดด้วยว่า เจ้าหน้าที่สามารถขัดขวางมือระเบิดพลีชีพได้ 2 คน กับยานพาหนะที่บรรทุกระเบิดมาเต็มคันได้อีก 1 คันด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

กองทัพเรือแคนาดากลับมาเยือนไทย สืบต่อมิตรภาพ เสริมสัมพันธ์ความมั่นคง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2729125

กองทัพเรือแคนาดากลับมาเยือนไทย สืบต่อมิตรภาพ เสริมสัมพันธ์ความมั่นคง

29 ก.ย. 2566 19:52 น.

กองทัพเรือแคนาดากลับมาเยือนไทย สืบต่อมิตรภาพ เสริมสัมพันธ์ความมั่นคง

กองทัพเรือแคนาดา และเรือหลวงออตตาวา กลับมาเยือนประเทศไทยอีกครั้ง เพื่อสืบต่อมิตรภาพกับกองทัพเรือไทย และเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

เมื่อ 29 ก.ย. 2566 สถานเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย รายงาน เรือหลวงของประเทศแคนาดาที่ชื่อว่า ‘ออตตาวา’ (Ottawa) จะจอดเทียบท่าที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 29 กันยายน – 2 ตุลาคม 2566 อันเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ที่มีอย่างต่อเนื่อง 

ระหว่างการเยือนท่าเรือจุกเสม็ด อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี กองทัพเรือแคนาดา (Royal Canadian Navy หรือ RCN) จะได้พบกับกองทัพเรือไทยและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและมิตรภาพระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งรวมถึง งานเลี้ยงรับรองของเรือ การนำชมเรือ และการทำกิจกรรมร่วมกับชุมชน

เรือหลวงออตตาวา และเฮลิคอปเตอร์ประจำการบนเรือ รุ่นไซโคลนซีเอช-148 (CH-148 Cyclone) ที่พร้อมปฏิบัติการ มีทหารเรือ ทหารบก และนักบิน ซึ่งล้วนได้รับการฝึกฝนขั้นสูงและมีความเป็นมืออาชีพ ประจำเรือ รวม 250 นาย

เรือหลวงออตตาวา นี้เป็นหนึ่งในเรือฟริเกต ชั้นฮาลิแฟ็กซ์ ของกองทัพเรือแคนาดาที่มีจำนวนทั้งหมด 12 ลำ เรือลำนี้ได้ติดตั้งระบบอาวุธและเซนเซอร์สำหรับการปราบเรือดำน้ำ การรบผิวน้ำ และการต่อต้านอากาศยาน 

เรือหลวงออตตาวา ออกปฏิบัติการตั้งแต่เดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา และก่อนหน้านี้ ได้เยือนญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์  ตลอดการปฏิบัติการแสดงกำลังในพื้นที่ส่วนหน้าของอินโด-แปซิฟิก โดยเรือหลวงออตตาวา จะได้ร่วมฝึก ร่วมวางกำลัง และร่วมปฏิบัติการทางเรือของกองกำลังนานาชาติกับชาติพันธมิตร กิจกรรมดังกล่าวข้างต้นได้ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างพันธมิตรในระดับกองทัพ

กำลังพลของกองทัพเรือแคนาดาในภูมิภาคยังรวมถึงเรือลำที่สอง ได้แก่ ‘เรือหลวงแวนคูเวอร์’ ซึ่งได้สานต่อความสำเร็จของ ‘เรือหลวงมอนทรีอัล’ ที่เพิ่งจะเสร็จสิ้นปฏิบัติการในภูมิภาค เรือหลวงทั้งสองลำได้รับการสนับสนุนจากเรือส่งกำลังบำรุง (Naval Replenishment Unit Motor Vessel) แอสเตอริกซ์ (Asterix) และจะอยู่ในภูมิภาคจนถึงเดือนพฤศจิกายน 2566 ก่อนจะเดินทางกลับฐานหลักในเดือนธันวาคม เรือหลวงลำนี้เป็นเรือลำที่ 3 ของกองทัพเรือแคนาดาที่เดินทางเยือนประเทศไทยในรอบ 5 ปี

การมาเยือนครั้งก่อนของเรือหลวงออตตาวา เมื่อเดือนกันยายน 2562 และการเยือนของเรือหลวงวินนิเพก เมื่อเดือนตุลาคม 2565 แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของแคนาดาในการรักษาสันติภาพและความมั่นคงในอินโด-แปซิฟิกที่ยังดำเนินต่อไป

ด้านความสัมพันธ์ทางการทหารและความมั่นคง ประเทศแคนาดาและประเทศไทยได้ร่วมมือกันตั้งแต่พ.ศ. 2528 โดยมีโครงการฝึกอบรมความร่วมมือทางการทหารที่แข็งขัน การฝึกอบรมมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มศักยภาพและการพัฒนาวิชาชีพ ซึ่งส่งเสริมความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกัน ประเด็นความมั่นคงหลักซึ่งเป็นประเด็นความสนใจร่วม ได้แก่ ความมั่นคงทางทะเล ภัยคุกคามต่อภูมิภาค และการอนุรักษ์เส้นทางสัญจรทางน้ำที่สำคัญ ในเดือนกรกฎาคม 2566

ผู้ฝึกสอนชาวแคนาดาได้จัดหลักสูตรฝึกอบรมความร่วมมือทางการทหารที่กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก โดยมีกองบัญชาการกองทัพไทย และสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เป็นเจ้าภาพ

ประเทศแคนาดาและประเทศไทยยังร่วมมือกันในการดำเนินโครงการด้านความมั่นคงที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของไทยและอาเซียน อาทิ วิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนและการจัดการพรมแดนของอาเซียน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่ประเทศไทยริเริ่มในวาระการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2562 อีกด้วย นอกจากนั้นแล้ว ประเทศแคนาดายังภาคภูมิใจที่ได้สนับสนุนความพยายามของอาเซียนในการพัฒนาแนวทางในระดับภูมิภาคเพื่อดำเนินการตามประเด็นสตรี สันติภาพ และความมั่นคง

“ผมภาคภูมิใจมากที่ได้นำเรือหลวง ออตตาวา กลับมาเยือนประเทศไทย ซึ่งนับเป็นเวลา 4 ปีหลังจากการเยือนครั้งที่แล้ว เพื่อสืบต่อมิตรภาพกับกองทัพเรือไทย เรือหลวงลำนี้เป็นหนึ่งในเรือสี่ลำของกองทัพเรือแคนาดาที่ปฏิบัติการในอินโด-แปซิฟิกในปีนี้ ในขณะที่เรายังปฏิบัติภารกิจอย่างแข็งขันในภูมิภาค และคงการแสดงกำลังเพื่อสนับสนุนสันติภาพและความมั่นคง” นาวาโท แซม แพทเชล (Sam Patchell) ผู้บัญชาการเรือหลวงออตตาวา

“ความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกไม่สามารถแยกออกจากประเด็นความมั่นคงของแคนาดาได้ เราจึงรู้สึกยินดียิ่งที่จะได้ต้อนรับเรือรบหลวงออตตาวา สู่ ประเทศไทย การมาเยือนประเทศไทยของเรือลำที่สามของแคนาดาในรอบห้าปี เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นเด่นชัดถึงสายสัมพันธ์ทวิภาคีด้านการทหารและความมั่นคงที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น กำลังทหารที่ต่อเนื่องเพื่อขับเคลื่อนเชิงบวกในภูมิภาค และความตระหนักในความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของการรักษาสันติภาพและความมั่นคงระดับภูมิภาคเพื่อรับประกันความมั่งคั่งของประชาชนของเรา” นายซานจีฟ เชาเดอรีย์ (Sanjeev Chowdhury) อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย

“กองทัพเรือแคนาดามีประวัติอันยาวนานในการออกปฏิบัติการทั่วโลก ทั้งในยามสงบและช่วงเวลาของความขัดแย้ง เรือหลวงออตตาวา มีความสามารถทางการทหารที่แข็งแกร่ง ที่จะนำมาใช้ในการปฏิบัติการร่วมกับกองทัพเรือพันธมิตร เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับพันธมิตรนานาชาติและเสริมเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก กองทัพเรือแคนาดาได้ปฏิบัติการอย่างอิสระ และร่วมปฏิบัติการในภารกิจของพันธมิตรและหุ้นส่วนสอดรับไปกับนโยบายด้านความมั่นคงของแคนาดาที่ว่า ‘เข็มแข็ง มั่นคง และเข้ามีส่วนร่วม’ แคนาดามุ่งมั่นที่จะรักษากำลังทหารไว้ในภูมิภาค และการวางกำลังครั้งนี้จะช่วยเพิ่ม สร้างความหลากหลาย และรักษาประวัติด้านการทหารของแคนาดา เพื่อส่งเสริมให้อินโด-แปซิฟิกเสรี เปิดกว้าง และหลอมรวมคนทุกกลุ่ม” พันโท แพททริค มาสเตอร์สัน (Patrick Masterson) ผู้ช่วยทูตทหารแคนาดา ประจำประเทศไทย 

*เกร็ดความรู้

ประเทศแคนาดาและประเทศไทยมีความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีที่มีพลวัตและร่วมมือ ซึ่งพัฒนาต่อเนื่องเรื่อยมา และได้รับการสนับสนุนจากการไหลเวียนของผู้คน การแลกเปลี่ยนความคิด และการค้าและเงินทุนที่เพิ่มมากขึ้นในโลกยุคโลกาภิวัตน์ 

ปัจจุบันประเทศไทยเป็นคู่ค้าอันดับ 2 จากอาเซียนของแคนาดา ในปี 2565 การค้าทวิภาคีระหว่างแคนาดาและไทยมีมูลค่าสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ถึง 6.4 พันล้านเหรียญแคนาดา การขยายความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนยังเป็นสิ่งที่ทั้งสองประเทศต้องการ โดยเฉพาะในบริบทของการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังจากภาวะโรคโควิดระบาด ความสัมพันธ์ทางวิชาการยังคงเป็นส่วนสำคัญในความสัมพันธ์ทวิภาคี โดยมหาวิทยาลัยแคนาดาหลายแห่งมีข้อตกลงความร่วมมืออันยาวนานกับสถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัยของไทย

ในด้านความสัมพันธ์พหุภาคีนั้น ประเทศแคนาดาและประเทศไทยยังคงทำงานอย่างแข็งขันผ่านสหประชาชาติ ในประเด็นต่างๆ อาทิ การรักษาสันติภาพ สตรี สันติภาพ และความมั่นคง และความมั่นคงของภูมิภาค เป็นต้น ประเทศของเราทั้งสองยังได้ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในองค์กรระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ ได้แก่ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน การประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก หรือ เอเปก และองค์การการค้าโลก (WTO)

 ที่มา : สถานเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย

ญี่ปุ่นเตรียมปล่อยน้ำทิ้งโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะรอบ 2 สัปดาห์หน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2729041

ญี่ปุ่นเตรียมปล่อยน้ำทิ้งโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะรอบ 2 สัปดาห์หน้า

29 ก.ย. 2566 14:22 น.

ญี่ปุ่นเตรียมปล่อยน้ำทิ้งโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะรอบ 2 สัปดาห์หน้า

ผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิจิ เปิดเผยว่า การปล่อยน้ำกัมมันตภาพรังสีที่ผ่านการบำบัดชุดที่สองจากโรงไฟฟ้าฯ ลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก จะเริ่มในวันที่ 5 ต.ค. นี้

บริษัทไฟฟ้าโตเกียว หรือเทปโก ผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิจิ เปิดเผยว่า การปล่อยน้ำกัมมันตภาพรังสีที่ผ่านการบำบัดชุดที่สองจากโรงไฟฟ้าฯ ลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก จะเริ่มในวันที่ 5 ต.ค. ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะสร้างความไม่พอใจให้แก่จีนอีกครั้ง

เทปโก วางแผนที่จะปล่อยน้ำกัมมันตรังสีที่ผ่านการบำบัดแล้วประมาณ 7,800 ตัน ซึ่งเป็นตัวเลขเดียวกับการปล่อยครั้งแรกลงสู่ทะเล ภายในระยะเวลาประมาณ 17 วัน การเตรียมการจะเริ่มในวันอังคารหน้า (3 ต.ค.) เพื่อตรวจสอบระดับไอโซโทปเมื่อน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วจะถูกเจือจางด้วยน้ำทะเลก่อนปล่อยออกมา

การปล่อยน้ำบำบัดชุดแรกเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 24 ส.ค. ท่ามกลางความกังวลในหมู่ชาวประมงท้องถิ่นและการต่อต้านอย่างรุนแรงจากจีน และแล้วเสร็จในวันที่ 11 ก.ย. ที่ผ่านมาเป็นน้ำทิ้ง 7,800 ตัน จากทั้งหมด 1.34 ล้านตัน เทียบเท่าน้ำในสระว่ายน้ำมาตรฐานโอลิมปิกมากกว่า 500 สระ ที่สะสมอยู่ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ เทปโกและรัฐบาลญี่ปุ่นยืนยันว่าการกำจัดน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้ว ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการรื้อถอนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิซัดเตาปฏิกรณ์เสียหายเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2554

แม้ว่าน้ำจะมีระดับความเข้มข้นของไอโซโทปต่ำกว่ามาตรฐานความปลอดภัยทั่วโลก แต่จีนก็ได้ออกคำสั่งห้ามนำเข้าอาหารทะเลของญี่ปุ่นแบบครอบคลุม โดยรัฐบาลญี่ปุ่นเรียกร้องให้จีนยกเลิกการสั่งห้าม และมีส่วนร่วมในการอภิปรายตามหลักฐานเชิงประจักษ์ทางวิทยาศาสตร์กับผู้เชี่ยวชาญจากทั้งสองประเทศ ขณะเดียวกันก็พยายามช่วยเหลืออุตสาหกรรมประมงในประเทศ ในการขยายจุดหมายปลายทางการส่งออกนอกเหนือจากจีน

จนถึงขณะนี้ยังไม่ตรวจพบระดับไอโซโทปที่ผิดปกติในตัวอย่างน้ำทะเลหรือปลาที่เก็บมาจากบริเวณโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ตามข้อมูลของเทปโก ไอโซโทปที่มีอยู่ในน้ำที่ปล่อยออกมานั้นคาดว่าจะมีจำนวนประมาณ 5 ล้านล้านเบคเคอเรล ซึ่งน้อยกว่าหนึ่งในสี่ของขีดจำกัดสูงสุดต่อปีที่ 22 ล้านล้านเบคเคอเรล

แม้ว่าจีนจะสั่งห้ามนำเข้าอาหารทะเลจากญี่ปุ่น แต่มีรายงานว่าเรือของจีนยังคงจับปลานอกชายฝั่งญี่ปุ่นในพื้นที่เดียวกับที่เรือของญี่ปุ่นออกหาปลา

ด้านนายราห์ม เอ็มมานูเอล เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำญี่ปุ่น โพสต์ภาพถ่ายที่เขากล่าวว่าเป็นเรือประมงของจีนนอกชายฝั่งญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 15 ก.ย. นายเอ็มมานูเอล กล่าวบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ว่า “พวกเขาว่าภาพหนึ่งภาพแทนคำพูดได้นับพันคำ เรือของจีนที่จับปลานอกชายฝั่งญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 15 ก.ย. หลังจีนคว่ำบาตรอาหารทะเลจากน่านน้ำเดียวกัน.”

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

คุณแหน : 30 กันยายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/759824

วันเสาร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll คนใจบุญ เทวี แย้มสรวล จัดกิจกรรมตอบแทนสังคมเป็นประจำทุกปี เธอบอกว่าปีนี้จัดระหว่าง 13-15 พ.ย. ที่หาดน้ำใส สัตหีบ พาเด็กๆ ผู้พิการทางสายตา พิการซ้ำซ้อนไปเที่ยวทะเลกัน…

ll รักในหน้าที่ยิ่งนัก แม้รถเสีย แต่ผู้ช่วยฯ อย่าง ต่อศักดิ์ จินดา ยังเดินทางจากปากช่องมาช่วย ผุสดี โสรัตน์ จัดทำรายการ Yesterday’s Music ทุกบ่ายวันอาทิตย์สม่ำเสมอ ไม่ขาด…

ll โครงการ ฟรีวีซ่า จีน คาซัคสถาน เริ่มแล้ว ม.ร.ว.จิราวดี จุฑาสมิต คุยกับเพื่อนๆ ว่า อยากให้ DIMASH นักร้องเชื้อชาติคาซัคสถานมาเยือนไทยบ้าง อยากเห็นนักร้องหนุ่มนิสัยดีคนนี้จริงๆ เชียว…

ll สุรศักดิ์ แก้วพรหมมาลย์ นั่งรถบัสไปกับเพื่อนๆ ชาว ขสมก. ทริปเพชรบุรี ชะอำเพื่อไหว้พระ9 วัด ในโอกาสที่บางคนเกษียณอายุ ก.ย.นี้…

ll เจนิสา ทรัพย์เจริญ หลานสาวคนโตของ ธีระจิตต์ สถิโรตมวงศ์ อดีตสว.ซ้อมรับปริญญาตรีบัญชีจุฬาฯ เตรียมเข้ารับพระราชทานปริญญาเร็วๆ นี้…

ll ใจแผ้ว โชติกะพุกกณะ จัดสวนสวยที่บ้านย่านเจริญนคร โดยมีน้องแป้ง ลูกสาวช่วยดำเนินการ ส่วนคุณพ่อคอยให้กำลังใจสวยจน ฤดีสวาท วิจิตรยุทธศาสตร์ อยากจัดแนวนี้บ้างที่บ้านซอยลือชา พหลโยธิน…

ll เรียนที่อนุบาลสามเสน ตามด้วย รร.สามเสนวิทยาลัยมาด้วยกันแต่เล็กๆ พอโตสอบชิงทุน AFS ไปอเมริกาด้วยกัน เข้ามหาวิทยาลัยเรียนเหมือนกัน แต่ต่างสถาบัน บุณยวีร์ วงษ์ประยูร เข้าวารสารอินเตอร์ มธ. ปรายฟ้า ชุ่มจิตต์ เข้านิเทศฯ อินเตอร์ จุฬาฯ ทั้งสองจบการศึกษาพร้อมกันคุณพ่อคุณแม่ของทั้งสองคน ทำงานที่หน่วยงานฯ สังกัด กระทรวงเดียวกันอีก ช่างบังเอิญแท้ๆ…

ll คนไทยหลายภาคส่วนรู้สึกยินดีกับข่าวดังทั่วโลกที่ ลิซ่า แบล็กพิงก์-ลลิษา มโนบาล ปฏิเสธเงิน 1,317 ล้านบาทหรือ 50 พันล้านวอน ในการต่อสัญญากับค่าย YG ส่งผลให้หุ้น YG ร่วงกราวรูดทันที9% สูงที่สุดในรอบปี ลิซ่าปฏิเสธ 2 ครั้ง หุ้นก็ร่วง 2 ครั้ง…การตัดสินใจไม่ต่อสัญญาของ ลิซ่า นับว่าเป็นการกระทำที่ชาญฉลาด เพื่อความสบายใจ ในการเป็นอิสระ เพราะการเป็นพรีเซ็นเตอร์แต่ละรายแค่ 1 ปี ก็มีรายได้มากกว่าสัญญาทาส 7 ปีของ YGไม่รวมค่าตัว Global Brand Ambassadorอีกหลายแบรนด์ เฉพาะค่าตัว ลิซ่า กับ Celineแบรนด์เดียวก็ 2,800 ล้านบาทแล้ว มากกว่าถึง 2 เท่า นอกจากนี้ยังมีอีกหลายแบรนด์ที่ต้องการให้เธอเป็น Brand Ambassador …ลิซ่า-ลลิษา เป็นสาวไทยที่เก่ง ฉลาด มีความสามารถ อัธยาศัยดี น่ารัก และเป็นที่รักของ FC หลายประเทศ เธอคือ Soft Power ของไทยตัวจริง…สิ่งดีๆ ย่อมบังเกิดกับคนดีๆ แน่นอน !!…ll

บารอนเนส