จ.นครพนมท้าประลองเปิบเมนูพิสดาร พร้อมชมฉากเสี่ยงตายเผด็จศึกรังตัวต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757729

วันพุธ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเตรียมพร้อมในการจัดงานประเพณีสุดแปลก ซึ่งคาดว่า อาจเป็นที่เดียวในไทย คืองานเทศกาลกินต่อหัวเสือ ของชาว อ.ปลาปาก จ.นครพนม โดยจัดสืบทอดมายาวนานกว่า 10 ปี ปัจจุบันมีการยกระดับจากเดิม เป็นงานประเพณีประจำหมู่บ้าน ขยับขึ้นเป็นระดับตำบล และกลายเป็นงานประจำอำเภอ ล่าสุด ขึ้นสู่งานประเพณีระดับจังหวัดนครพนมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยงานประเพณีกินต่อหัวเสือของชาว อ.ปลาปาก ถือเป็นงานที่กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว เดิมทีชาวบ้านนำอาชีพจากภูมิปัญญา ตามวิถีคนชนบท ด้วยการเลี้ยงต่อหัวเสือกินเองในครอบครัว ก่อนที่จะพัฒนานำมาต่อยอดเลี้ยงขาย เนื่องจากเป็นที่ต้องการของตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มนักเปิบพิสดาร อีกทั้งยังเป็นเมนูเด็ดหายากเพราะหนึ่งปีมีครั้งเดียว และเป็นที่นิยมของนักเปิบเมนูแปลก ส่วนหนึ่งเชื่อกันว่าเป็นยาชูกำลังเสริมสมรรถภาพร่างกาย ทั้งไม่มีต้นทุนในการเลี้ยง แต่ต้องเสี่ยงตายออกไปล่ารังต่อจากธรรมชาติ ก่อนที่จะนำมาเลี้ยงตามหัวไร่ปลายนา เพื่อให้เติบโตเองโดยธรรมชาติ และตัวต่อจะบินออกไปหาอาหารกินเอง ใช้ระยะเวลาประมาณ 2-3 เดือน สามารถเก็บผลผลิตได้ ส่วนใหญ่ตัวต่อจะเริ่มทำรังในช่วงเดือนพฤษภาคม เมื่อย่างเข้าเดือนธันวาคมจะเข้าสู่ช่วงเก็บผลผลิต โดยชาวบ้านมีกรรมวิธีนำต่อหัวเสือออกจากรัง จากเดิมใช้วิธีรมควันใต้รัง ซึ่งวิธีดังกล่าวทำให้ตัวต่อตายด้วยความร้อน จึงหันมาใช้วิธีปัจจุบัน คือตัดชุดคล้ายมนุษย์อวกาศ ปิดร่างกายมิดชิด ก่อไฟรมควันไว้เหนือลม วิธีนี้ตัวต่อจะบินหนีไปเอง จากนั้นก็จะเดินไปล้วงรังต่อออกมา ส่วนตัวต่อที่บินหนีก็จะไปหาสร้างรังใหม่ ที่อยู่ไม่ไกลจากรังเดิม ปัจจุบันมีราคาซื้อขายลูกต่อหัวเสือ ประมาณกิโลกรัมละ 1,000 บาท หากซื้อยกรังตกรังละประมาณ 1,500-2,000 บาท

เกษตรฯทวงแชมป์ส่งออกยางไปญี่ปุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757460

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.นฤมล สงวนวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้อนรับสมาคมผู้ค้ายางแห่งประเทศญี่ปุ่น (The Rubber Trade Association of Japan: RTAJ) ในโอกาสศึกษาดูงานด้านความยั่งยืนของอุตสาหกรรมยางพาราในประเทศไทย โดยลงพื้นที่ จ.ชลบุรี และ จ.ระยอง ซึ่งการยางแห่งประเทศไทย ร่วมกับสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงโตเกียว ในการศึกษาดูงาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประเทศญี่ปุ่นถึงกระบวนการผลิตอุตสาหกรรมยางพาราของประเทศไทย ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ อีกทั้งยังเป็นการรักษาตลาดเดิม ควบคู่กับการขยายโอกาสทางการค้าของสินค้ายางพารา

ทั้งนี้ ประเทศญี่ปุ่น นำเข้ายางแผ่นรมควันและยางแท่งจากประเทศไทยจำนวนมากต่อปี เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมยางล้อรถยนต์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน บริษัทผู้ผลิตยางล้อรถยนต์ของญี่ปุ่นหลายแห่งยังสร้างฐานการผลิตในประเทศไทย มีการใช้ยางพาราในประเทศไทยเป็นวัตถุดิบด้วย

ปัจจุบันประเทศไทยครองส่วนแบ่งตลาดยางพาราในประเทศญี่ปุ่นประมาณร้อยละ 30 มากเป็นอันดับ 2 รองจากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดประมาณร้อยละ 70 อย่างไรก็ดี
การศึกษาดูงานครั้งนี้ เป็นก้าวแรกในการพลิกโอกาสให้อุตสาหกรรมยางพาราของประเทศไทยสามารถกลับมาทวงแชมป์การส่งออกยางพาราไปตลาดญี่ปุ่น ในรอบ 15 ปี เนื่องจากประเทศญี่ปุ่น ให้ความสำคัญกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ผู้บริโภคญี่ปุ่นตื่นตัวและให้ความสนใจกับสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีกระบวนการผลิตที่สอดคล้องกับเป้าหมาย SDGs ไม่เว้นแม้แต่อุตสาหกรรมยางล้อรถยนต์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้ผลิตหลายรายหันมาใส่ใจต่อเป้าหมายดังกล่าวจนมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นมาตรฐานในการจำหน่ายสินค้าในอนาคต ทั้งนี้ ในปี 2565 ญี่ปุ่นนำเข้ายางพารา รวม 769,065 ตัน

นายกฯควงรมต. ลงพื้นที่ขอนแก่น รับฟังปัญหาแล้ง ลงทุนภาคเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757456

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรฯ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น เพื่อเยี่ยมชมเขื่อนอุบลรัตน์ และพบปะประชาชนทั้งที่อยู่ในพื้นที่ชลประทาน และนอกเขตชลประทาน เพื่อพูดคุยประเด็นปัญหาภัยแล้ง ผลกระทบจากเอลนีโญ พื้นที่ทำกิน และการบริหารจัดการน้ำ โดยมีนายไกรสร กองฉลาด ผวจ.ขอนแก่น นำเสนอแผนการบริหารจัดการน้ำภาพรวมสถานการณ์น้ำทั้งจังหวัด รวมถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนอุบลรัตน์

นายเศรษฐากล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้ ให้ความสำคัญกับการลงทุนพื้นที่ภาคการเกษตร การสร้างเขื่อนสร้างฝายการพัฒนาพื้นที่ชลประทานให้เยอะขึ้นเพื่อรองรับผลผลิตตลาดทางการเกษตรโดยเฉพาะในพื้นที่เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น

ในโอกาสนี้ นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยนายชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว และผู้บริหารทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ได้ร่วมให้การต้อนรับนายกฯ และคณะในโอกาสเดินทางมาพบปะประชาชนในครั้งนี้ด้วย

‘แจ๊บส์’ขนทัพสกินแคร์ร่วมออกบูธงานแสดงสินค้าเพื่อธุรกิจความงามระดับโลก ‘COSMOPROF CBE ASEAN BANGKOK 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757832

'แจ๊บส์'ขนทัพสกินแคร์ร่วมออกบูธงานแสดงสินค้าเพื่อธุรกิจความงามระดับโลก 'COSMOPROF CBE ASEAN BANGKOK 2023'

‘แจ๊บส์’ขนทัพสกินแคร์ร่วมออกบูธงานแสดงสินค้าเพื่อธุรกิจความงามระดับโลก ‘COSMOPROF CBE ASEAN BANGKOK 2023’

วันพุธ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2566, 12.56 น.

บริษัท ซี.พี.คอนซูเมอร์โพรดักส์ จำกัด เดินหน้าผลักดัน แบรนด์แจ๊บส์ ก้าวเข้าสู่ตลาดสากลด้วยการร่วมออกบูธในงานแสดงสินค้าเพื่อธุรกิจความงามระดับโลก “COSMOPROF CBE ASEAN BANGKOK 2023”     ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติ สิริกิติ์พร้อมตอกย้ำการเติบโตอย่างไม่หยุดนิ่งของสินค้ากลุ่ม Personal Care ได้แก่ ผ้าเช็ดทำความสะอาด กระดาษทิชชู่ และ แผ่นฟิล์มซับความมัน ที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดีตลอด 16 ปีที่ผ่านมา  นอกจากนี้ยังได้เปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มSkin Care ได้แก่ไฮยาเซรั่ม  โลชั่นบำรุงผิว และครีมอาบน้ำเพื่อผิวสะอาดชุ่มชื่น โดยเน้นส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพเพื่อแทนความรักความห่วงใย จากแจ๊บส์ สู่ผู้บริโภค

กิจกรรมภายในงาน นอกจากจะมีการแนะนำสินค้าภายใต้แบรนด์แจ๊บส์ทั้งหมดแล้ว ยังได้มีการเปิดตัวครีมอาบน้ำซึ่งเป็นสินค้าน้องใหม่ในกลุ่มSkin Care ให้กับลูกค้าภายในงานได้ทดลองใช้เป็นครั้งแรกอีกด้วย   ได้แก่ครีมอาบน้ำสูตรMilk Protein Intensive Moisture Shower Creamบำรุงผิวที่แห้งกร้านให้ชุ่มชื้น สูตรBright Booster Hyaluron Shower Creamปรับผิวให้แลดูขาวกระจ่างใส และสูตรCooling Fresh Menthol Shower Creamเย็นสดชื่น ลดแบคทีเรียที่มาคู่กับผ้าเปียกสูตรCooling Freshเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายและต้องการความสดชื่นขั้นสุด

นอกจากนี้ยังมีโลชั่น3 สูตรใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสูตร ???????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????? Body ???????????????????????? สำหรับผิวแห้งมากต้องการดูแลเป็นพิเศษ  สูตร ???????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????? Body???????????????????????? สำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย และเปิดประสบการณ์ใหม่กับBright Booster UV Protection Body Lotionโลชั่นกันแดดที่มีSPF50 PA+++ผสานวิตามิน C ,E, B3 และอาร์บูติน ช่วยให้ผิวกล้าท้าแดดได้มากขึ้น พร้อมเติมความชุ่มชื้น และยังช่วยปรับระดับสีผิวให้กระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและงานนี้แบรนด์แจ๊บส์ยังได้นำ ไฮยาเซรั่ม ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า4สูตรยอดนิยมที่ตอบโจทย์ทุกปัญหาผิวหน้าของสาวๆ ได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นสิวริ้วรอยแห่งวัยสีผิวไม่สม่ำเสมอ และผิวขาดน้ำ มาร่วมจัดแสดงพร้อมมอบโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะในงานนี้ให้กับลูกค้าอีกด้วย

สำหรับการร่วมออกบูธในงานครั้งนี้ แบรนด์ แจ๊บส์ นอกจากจะสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์สินค้าไทยได้ก้าวไปสู่เวทีระดับโลกได้อย่างสวยงามแล้ว การชูจุดขายในเรื่องของคุณภาพสินค้าที่มีมาตรฐานรองรับในระดับสากลตลอดหลายปีที่ผ่านมา ได้ยกระดับสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศจนทำให้แบรนด์เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และส่งผลให้การร่วมออกบูธในงานครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากอีกด้วย

พบกับผลิตภัณฑ์ แจ๊บส์ ได้แล้ววันนี้  ที่ช่องทาง official online ของแจ๊บส์ และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/jabsbeauty

LIFE & HEALTH : เคล็ดไม่ลับสำหรับสายเนื้อย่าง ให้ห่างโรคมะเร็ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757689

LIFE & HEALTH : เคล็ดไม่ลับสำหรับสายเนื้อย่าง ให้ห่างโรคมะเร็ง

LIFE & HEALTH : เคล็ดไม่ลับสำหรับสายเนื้อย่าง ให้ห่างโรคมะเร็ง

วันพุธ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.45 น.

อาหารปิ้งย่างจัดเป็นอาหารประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากคนทุกเชื้อชาติ เนื่องจากกลิ่นที่ได้จากการปิ้งหรือย่างทำให้อาหารประเภทนี้น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น สำหรับเมนูปิ้งย่างในประเทศไทยที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก คือ เนื้อสัตว์ย่าง อย่างไรก็ตามหลายคนเลือกที่จะหลีกเลี่ยงอาหารประเภทปิ้งย่างเนื่องจากกังวลว่าอาหารเหล่านี้จะเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง

ข้อมูลจาก อาจารย์ ดร.ภญ.ชญานิน กีรติไพบูลย์ ภาควิชาสรีรวิทยา คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า มีผลการวิจัยในปัจจุบันที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างการรับประทานอาหารปิ้งย่างและความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งนั้นยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม เนื้อสัตว์ที่ได้รับความร้อนสูงโดยตรงหรือการย่างจะสร้างสารก่อมะเร็ง 2 ชนิด ได้แก่ สาร heterocyclic amines (HCAs) และ polycyclic aromatic hydrocarbons (PAHs) โดยสาร HCAs เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างโปรตีนและความร้อน ส่วน PAHs เกิดจากควันและการเผาไหม้ บทความนี้จึงเขียนขึ้นเพื่อนำเสนอเทคนิคที่ช่วยให้การรับประทานเมนูปิ้งย่างของทุกคนมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ดังนี้

1.การหมักเนื้อสัตว์ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ

ข้อมูลจากงานวิจัยพบว่าสารก่อมะเร็งที่เกิดขึ้นขณะย่างเนื้อสัตว์นั้นจะพบที่บริเวณผิวด้านนอกของเนื้อ และลึกเข้ามา 3-4 มิลลิเมตร ดังนั้น การหมักหรือพอกเนื้อสัตว์ด้วยเครื่องเทศที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระก่อนนำไปย่างอย่างน้อย 30 นาที สามารถลดการสร้างสารก่อมะเร็งได้ถึง 90% ตัวอย่างเครื่องเทศที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ เช่น กระเทียม ตะไคร้ พริกไทยโหระพา สะระแหน่ โรสแมรี่ และออริกาโน่ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม นายแพทย์ Misagh Karimi ซึ่งเป็นแพทย์เฉพาะทางมะเร็งทางเดินอาหาร ประจำ City of HopeOrange County Lennar Foundation Cancer Center ในประเทศสหรัฐอเมริกา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าการหมักด้วยสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระจะลดโอกาสของการเกิดมะเร็งจากเนื้อสัตว์ย่างได้หรือไม่นั้น ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการวิจัย

2.หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์บางชนิด

เนื้อสัตว์ทุกประเภทเมื่อนำมาผ่านความร้อนสูงโดยตรงหรือการย่างจะมีการสร้างสารก่อมะเร็งขึ้น หลักฐานจากงานวิจัยพบว่าเนื้อสัตว์ปีกและปลา เมื่อนำมาย่างจะพบสารก่อมะเร็งปริมาณน้อยกว่าสัตว์เนื้อแดง ได้แก่ เนื้อวัว เนื้อหมู และเนื้อแกะ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนผักย่างจะไม่พบการสร้างสารก่อมะเร็ง ดังนั้น นอกเหนือจากการหลีกเลี่ยงเนื้อแดงแล้ว การแทนที่เนื้อสัตว์ด้วยผักในเมนูปิ้งย่างจึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ

3.ทำให้สุกเพียงบางส่วนด้วยความร้อนต่ำ

การสร้างสารก่อมะเร็งจะเกิดขึ้นขณะที่เนื้อสัตว์สัมผัสกับความร้อนสูงโดยตรง หรือเปลวไฟในระหว่างการย่าง ดังนั้นหากลดระยะเวลาที่เนื้อสัตว์สัมผัสกับความร้อนสูงได้
การสร้างสารก่อมะเร็งก็จะลดลงตามไปด้วย นักกำหนดอาหารจึงแนะนำให้ปรุงเนื้อสัตว์ด้วยความร้อนต่ำก่อนนำไปย่าง เช่น การอุ่นด้วยไมโครเวฟ หรือการนึ่ง โดยใช้ความร้อนที่ไม่สูงมากชั่วขณะหนึ่ง เพื่อทำให้เนื้อสัตว์สุกเพียงบางส่วน จะช่วยให้ลดระยะเวลาที่ใช้ในการย่างลงได้ นอกจากนี้ การห่อเนื้อสัตว์ด้วยอะลูมิเนียมฟอยล์ หรือการวางอะลูมิเนียมฟอยล์บนตะแกรงย่าง เพื่อให้ความร้อนหรือเปลวไฟไม่สามารถสัมผัสกับเนื้อสัตว์โดยตรงได้ สามารถลดปริมาณสารก่อมะเร็งที่เกิดขึ้นขณะย่างได้อีกด้วย

4.พลิกหรือกลับบ่อยๆ

แพทย์เฉพาะทางมะเร็งทางเดินอาหารให้คำแนะนำว่าการพลิกหรือกลับเนื้อสัตว์บ่อย ๆ ในขณะย่างเพื่อลดรอยไหม้เกรียม สามารถลดปริมาณสารก่อมะเร็งที่เกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังไม่มีระยะเวลาที่แน่นอนว่าหลังจากย่างเนื้อสัตว์แล้วนานแค่ไหนจึงควรพลิกดังนั้น การสังเกตด้วยตัวเราเองขณะย่างเนื้อสัตว์จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด

โดยสรุป จากข้อมูลการศึกษาในปัจจุบันยังไม่สามารถระบุได้ว่าการรับประทานเนื้อสัตว์ย่างบ่อยแค่ไหน จึงจะทำให้เป็นมะเร็ง เนื่องจากปริมาณสารก่อมะเร็งที่ได้รับเข้าสู่ร่างกาย และความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งในแต่ละคนไม่เท่ากัน แพทย์เฉพาะทางมะเร็งทางเดินอาหารจึงแนะนำว่า ควรเว้นการรับประทานเนื้อสัตว์ย่างติดต่อกันทุกวัน และควรหลีกเลี่ยงการรับประทานบริเวณที่ไหม้เกรียม สำหรับผู้สนใจข้อมูลสุขภาพและการใช้ยาของคณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล สามารถติดตามได้ที่ https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/service-knowledge.php

ข้อมูลจาก ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง เลขาธิการกองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีกรมหมื่นสุทธนารีนาถ เปิดเผยว่า นับตั้งแต่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงรับกองทุนโรคมะเร็งในเด็กไว้ในพระอุปถัมภ์ จวบจนปัจจุบันเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วที่ทรงมีพระเมตตาช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเด็กที่ยากไร้ทั่วประเทศในโรงพยาบาลกว่า 20 แห่ง รูปแบบในการให้ความช่วยเหลือคือ ช่วยค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษา รวมทั้งค่ายาค่าเดินทางมาตรวจรักษา ค่าที่พัก เวชภัณฑ์ต่างๆ ด้วย สามารถร่วมบริจาคได้ที่บัญชี “กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ฯ” SCB สาขาอ่อนนุช เลขที่บัญชี 133-2-08742-3 โทร.02-7183800 ต่อ 123 ใบเสร็จนำไปลดหย่อนภาษีได้ รายละเอียดที่ http://www.thaichildrencancerfund.org/

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

ลอรีอัล อบรมเสริมสวย สร้างคุณภาพชีวิตของสตรีให้ดีขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757674

ลอรีอัล อบรมเสริมสวย สร้างคุณภาพชีวิตของสตรีให้ดีขึ้น

ลอรีอัล อบรมเสริมสวย สร้างคุณภาพชีวิตของสตรีให้ดีขึ้น

วันพุธ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จินตนา จันทร์บำรุง และ อรอนงค์ ประทักษ์พิริยะ

กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีภารกิจเกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพสตรีการส่งเสริมความเสมอภาคและ
ความเท่าเทียมระหว่างเพศ มุ่งเน้นให้ความสำคัญในพัฒนาอาชีพ การฝึกอาชีพและสร้างทางเลือกในการประกอบอาชีพแก่ผู้ขาดโอกาสในการมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง โดยได้ร่วมมือกับบริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัดจัดทำ “โครงการฝึกทักษะอาชีพเสริมสวยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต “Beauty for a Better Life” เพื่อนำความรู้ไปประกอบอาชีพช่างผมและสร้างอาชีพที่มั่นคงและรายได้ยั่งยืนต่อไป

จินตนา จันทร์บำรุง อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กล่าวว่า กรมฯ มีภารกิจในการขับเคลื่อนงานด้านสตรี ครอบครัว และความเสมอภาคระหว่างเพศโดยได้ดำเนินการเชิงรุกในการสร้างทางเลือกในการประกอบอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่สตรีมีเป้าหมายในการส่งเสริมสถานภาพ พัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตและสร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันครอบครัว รวมถึงโครงการพัฒนาทักษะอาชีพแก่สตรีและครอบครัว ที่ช่วยในการฝึกทักษะอาชีพให้แก่กลุ่มสตรี กลุ่ม
ครัวเรือนเปราะบางรวมถึงแม่เลี้ยงเดี่ยว ให้มีทักษะทางอาชีพ สามารถประกอบอาชีพได้ ตลอดจนสร้างรายได้ ด้วยการฝึกทักษะอาชีพเสริมสวย เพื่อนำความรู้ไปประกอบอาชีพช่างผมและสร้างอาชีพที่มั่นคงและรายได้ยั่งยืน รวมถึงมีคุณภาพชีวิตในสังคมที่ดีขึ้นด้วย ผ่าน โครงการฝึกทักษะอาชีพเสริมสวย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต Beauty for a Better Lifeที่ดำเนินการร่วมกับ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด

อรอนงค์ ประทักษ์พิริยะ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการองค์กรและสื่อสารสัมพันธ์ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “โครงการฝึกทักษะอาชีพเสริมสวยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตตอกย้ำเจตนารมณ์ของลอรีอัล กรุ๊ปในการสร้างความงามที่ขับเคลื่อนโลก โดยบริษัทมีการตั้งเป้าหมายเพื่อความยั่งยืน 2030 “L’Oréal For The Future” ที่มีการทำงานทั้งด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมสำหรับในประเทศไทยเรามีการทำงานด้านส่งเสริมศักยภาพสตรีสร้างความตระหนักรู้ปัญหาด้านสังคมการช่วยเหลือชุมชนและสร้างโอกาสด้านอาชีพ โดยบริษัท ร่วมมือกับพันธมิตรหลายภาคส่วนดำเนินงานหลากหลายโครงการเรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับกรมฯ เพื่อสามารถขยายโครงการ Beauty for a Better Life ช่วยให้สตรีและผู้ขาดโอกาสได้เข้าถึงความช่วยเหลือมากยิ่งขึ้น โดยทักษะอาชีพเสริมสวยจากโครงการนี้สามารถนำไปประกอบอาชีพช่างผมได้จริงสามารถสร้างรายได้และสร้างคุณค่าให้แก่ตัวเองได้ เพื่อก้าวไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นตามเป้าหมายของโครงการ”

สำหรับความร่วมมือระหว่างกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กับบริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด ในโครงการฝึกทักษะอาชีพเสริมสวย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต Beauty for a Better Life มีระยะเวลาความร่วมมืออยู่ที่ 3 ปี โดยตั้งเป้าให้การอบรมจำนวน500 คน ซึ่งตลอดความร่วมมือจะมีการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนให้สตรีและผู้ขาดโอกาสได้มีอาชีพที่มั่นคงสามารถเลี้ยงดูตัวเองและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้แก่ 1.จัดอบรม Train the Trainersเพื่อเสริมทักษะด้วยหลักสูตรของลอรีอัล ให้แก่ครูผู้สอนฝึกอาชีพด้านช่างผมเสริมสวยสตรีจากหน่วยงานของ สค. ทั้งในด้านทฤษฎี เทคนิคการทำสีใหม่ และทักษะ soft skill เพื่อนำความรู้มาใช้ในการอบรมนักเรียนให้เกิดผลประโยชน์สูงสุด 2.จัดอบรมโครงการฝึกทักษะอาชีพเสริมสวยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต หลักสูตรระยะสั้น (120 ชั่วโมง) ให้แก่ สตรีผู้ที่ขาดอาชีพ รายได้ สตรีกลุ่มเปราะบางหรือผู้ที่รับการช่วยเหลือจากบัตรสวัสดิการของรัฐ ที่มีอายุระหว่าง 15-50 ปีโดยดำเนินการจัดอบรมรุ่นละ 20-24 คนโดยรุ่นที่ 1 เริ่มอบรมเดือนกันยายน 2566นำร่องที่ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ จังหวัดลำพูน ซึ่งมีเป้าหมายอบรม 500 คน ในระยะเวลา 3 ปีทั่วประเทศ

สานต่อโครงการ‘Central Group Women Cancer’ครั้งที่18 ระดมทุนจัดซื้อ‘เครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์’เพื่อผู้ป่วยมะเร็งในสตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757671

สานต่อโครงการ‘Central Group Women Cancer’ครั้งที่18  ระดมทุนจัดซื้อ‘เครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์’เพื่อผู้ป่วยมะเร็งในสตรี

สานต่อโครงการ‘Central Group Women Cancer’ครั้งที่18 ระดมทุนจัดซื้อ‘เครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์’เพื่อผู้ป่วยมะเร็งในสตรี

วันพุธ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บุษบา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายสื่อสารองค์กร กลุ่มเซ็นทรัล

จากข้อมูลสถิติทะเบียนมะเร็งประเทศไทย ปี 2565 โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบว่า ในแต่ละปีประเทศไทยมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่กว่า 140,000 คน หรือประมาณ 400 คนต่อวัน แสดงให้เห็นว่า โรคมะเร็ง เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของไทย เพราะมีแนวโน้มอัตราการเกิดโรคเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และหนึ่งในมะเร็งที่พบมากที่สุดในสตรี คือมะเร็งเต้านม มีผู้ป่วยจำนวน 38,559 รายรองลงมา คือ มะเร็งปากมดลูก จำนวน 12,956 ราย

บุษบา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายสื่อสารองค์กร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่ากลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือตระหนักดีว่า “มะเร็ง” เป็นโรคร้ายของสังคมไทยและทั่วโลกที่พรากชีวิตคนในครอบครัวที่เรารัก ด้วยเหตุนี้เราจึงมุ่งมั่นแสดงเจตนารมณ์ที่จะอยู่เคียงข้างผู้ด้อยโอกาสในการเข้าถึงการรักษาและตรวจคัดกรองโรคมะเร็งอย่างต่อเนื่องทั้งนี้เพื่อเพิ่มอัตราการรอดชีวิตเมื่อตรวจพบเจอเร็วและรีบเข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างทันท่วงที โดยตลอดระยะเวลากว่า 18 ปี ที่กลุ่มเซ็นทรัลให้ความสำคัญในการช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งในสตรีที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการรักษาหรือด้อยโอกาสผ่านโครงการ“Central Group Women Cancer” (เซ็นทรัลกรุ๊ป วีเม่น แคนเซอร์)ชวนทำดี ช่วยผู้ป่วยมะเร็งในสตรีภายใต้โครงการ “เซ็นทรัล ทำ” ทำด้วยกัน ทำด้วยใจ ไม่ว่าจะเป็นการระดมทุนจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ Digital Mammogram และปรับปรุงหอพักฟื้นผู้ป่วยมะเร็งสตรี ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ,การก่อสร้าง “โครงการบ้านพิงพัก” (Pink Park Village) ศูนย์บำบัดและดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมที่ยากไร้อย่างครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทยของมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติฯ, การระดมทุนจัดซื้อเครื่อง Portable Ultrasound 10 เครื่อง รวม 5 ล้านบาท ให้กับโรงพยาบาลในสังกัดมูลนิธิถันยรักษ์ และแคมเปญกิจกรรม ทำดีด้วยผมสวยช่วยผู้ป่วยมะเร็ง ชวนคน บริจาคเส้นผมเพื่อทำวิกผมให้ผู้ป่วยมะเร็งที่รักษาด้วยเคมีบำบัดเป็นต้น

ศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์วิศิษฏ์ วามวาณิชย์, บุษบา จิราธิวัฒน์ กลุ่มเซ็นทรัลและภาคีเครือข่าย ร่วมเปิดโครงการ Central Group Women Cancer 2023

โดยในปี 2566 นี้เรายังคงสานต่อโครงการ“Central Group Women Cancer” ครั้งที่ 18 ด้วยการเชิญชวนลูกค้า ประชาชน บริษัทในเครือและคู่ค้า ระดมทุนจัดซื้อ “เครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์” มอบให้แก่3 หน่วยงาน ประกอบด้วย มูลนิธิถันยรักษ์โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี และโรงพยาบาลมะเร็งลำปาง เพราะเราเชื่อว่า การเข้าถึงการรักษาที่รวดเร็วจะสามารถรักษาได้ทันท่วงทีและยังเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาด ลดการเข้าสู่ระยะลุกลาม

ศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์วิศิษฏ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช และ ประธานศูนย์ถันยรักษ์ กล่าวว่ามะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิง แต่ในปัจจุบันวิวัฒนาการทางด้านการแพทย์ก้าวหน้าไปอย่างมาก ทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงและรักษาได้อย่างทันท่วงทีและแม่นยำ ด้วยเครื่องแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์ ซึ่งสามารถตรวจวิเคราะห์ก่อนที่คลำเจอได้ว่าเป็นมะเร็งเต้านมในเบื้องต้นทำให้ตรวจพบและเข้าสู่กระบวนการรักษาได้รวดเร็ว

เย็บเต้านมเทียม

สำหรับวิธีดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากมะเร็งเต้านม ควรหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีและตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน โดยใช้ 3 นิ้ว 3 สัมผัส เมื่อเจอสิ่งผิดปกติเช่นก้อนในเต้านม, เลือดออกที่หัวนม ควรเข้ารับการปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ อย่างไรก็ตามหากพบว่าตนเองเป็นมะเร็ง ควรมีสติและรีบเข้ากระบวนการรักษาตามที่แพทย์แนะนำ เพราะการรักษาแต่เนิ่นๆ จะมีโอกาสที่จะหายขาดจากมะเร็งเต้านมได้”

ทั้งนี้ กลุ่มเซ็นทรัลยังได้จัดกิจกรรมพิเศษเพื่อส่งมอบกำลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็งในสตรี ณ ลานกิจกรรมอีเดนชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ส่งพลังแห่งความรักและถ่ายทอดกำลังใจถึงผู้ป่วยโรคมะเร็งในสตรีที่กำลังท้อแท้ให้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวและยิ้มสู้ อาทิ เปลี่ยนลุคทรงผมกับช่างผมชื่อดัง โดยทีมช่างผมจาก The Lounge Hair Salon และ Smile Club ที่มาออกแบบทรงผมเก๋ๆ และยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสมทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งสตรี, แต่งแต้มสีสันให้เล็บสวย กับ กิจกรรมเพ้นท์เล็บ จากร้าน Kunyavee_nails, เวิร์กช็อป Room SprayBy Erbน้ำหอมปรับอากาศที่สามารถปรุงแต่งกลิ่นเป็นเอกลักษณ์กับไลฟ์สไตล์ของคุณ, เย็บเต้านมเทียมจากแผนกชุดชั้นสตรีห้างเซ็นทรัล, สาธิตการทอวิกผม ฯลฯ

และขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมระดมทุนเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ด้วยการสนับสนุนโครงการผ่านช่องทางต่างๆ ได้แก่ บริจาคออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ Thamdeehttps://www.tham-dee.com/projects/women-cancer-2023 (ตั้งแต่วันนี้-31 ธ.ค. 2566), สแกน QR code ของ e-mobile bankingในสื่อต่างๆ ของธุรกิจในเครือกลุ่มเซ็นทรัลหรือ โอนผ่านบัญชี มูลนิธิเตียง จิราธิวัฒน์ธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 118-0-58203-1(ตั้งแต่วันนี้-31 ธ.ค. 2566) ทางกล่องรับบริจาค ในห้างร้านของเครือ กลุ่มเซ็นทรัลกว่า 491 จุดทั่วประเทศ (ตั้งแต่วันนี้-31 ต.ค. 2566), เปลี่ยนคะแนน The 1 เป็นเงินบริจาคสมทบทุน (ตั้งแต่วันนี้-31 ธ.ค. 2566) และเชิญชวน ร่วมบริจาคเส้นผมสำหรับถักวิกผมแท้ เพื่อมอบให้กับหน่วยเคมีบำบัดโรงพยาบาลศิริราช โดยสามารถบริจาคเส้นผมส่งไปที่ “มูลนิธิจากนางฟ้าถึงคุณวันใหม่” (ตั้งแต่วันนี้- 31 ธ.ค. 2566)

เพื่อร่วมโอบอุ้มและเป็นพลังใจให้ผู้หญิงทุกคนที่กำลังเผชิญกับโรคมะเร็งเข้มแข็งและลุกขึ้นสู้ พร้อมที่จะกลับมามีรอยยิ้มที่สดใสอีกครั้ง

ไก่-สมพร ธิรินทร์ ออกแบบทรงผม

‘โครงการสุขส่งเสียง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757676

‘โครงการสุขส่งเสียง’

‘โครงการสุขส่งเสียง’

วันพุธ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCN ผู้นำด้านธุรกิจพลังงาน ภายใต้การดำเนินงานของหัวเรือใหญ่ดร.ฤทธี กิจพิพิธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทผลักดันพลังจิตอาสาเพื่อสังคมผ่านโครงการ“สุขส่งเสียง” แสงสว่างและโอกาสเพื่อคนตาบอดโดยเปิดรับอาสาสมัครกลุ่มนิสิตนักศึกษาฝึกงานของบริษัทจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ร่วมกิจกรรมอ่านหนังสือ หรือหนังสือเสียงให้แก่ผู้พิการทางสายตาแห่งศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาคนตาบอด จังหวัดขอนแก่น ทั้งนี้เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างความรู้และจินตนาการ อีกทั้งเป็นการสร้างความเพลิดเพลินให้แก่ผู้พิการทางสายตา

นวัตกรรมที่นอนเด็ก ปกป้องลูกรักจากฝุ่นและภูมิแพ้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757691

นวัตกรรมที่นอนเด็ก ปกป้องลูกรักจากฝุ่นและภูมิแพ้

นวัตกรรมที่นอนเด็ก ปกป้องลูกรักจากฝุ่นและภูมิแพ้

วันพุธ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ทิพย์สุนันทา กระจ่าง

ปัจจุบันเราพบว่ามีเด็กในช่วงวัย 2-5 ขวบ จำนวนมากที่เป็นโรคภูมิแพ้อากาศ เป็นโรคหอบหืด โดยที่เด็กจำนวนหลายคนไม่สามารถควบคุมอาการของโรคได้ด้วยยาเท่านั้น เพราะหากยังมีสิ่งกระตุ้นภูมิแพ้ให้สัมผัสอยู่ก็สามารถคุมได้ยาก และถ้าหากว่ากำเริบบ่อย อาการก็อาจยิ่งรุนแรงขึ้นได้ รวมไปถึงลุกลามมากขึ้นได้อีกด้วย

การพยากรณ์โรคเราสามารถสังเกตได้ง่ายๆ ถ้าหากว่าภูมิแพ้กำเริบตอนกลางคืน ตอนเช้ามืด หรือกลางดึกบ่อยๆ ให้คาดเดาไว้ก่อนเลยว่าภายในห้องนอนหรือบนเตียงนอนมีสิ่งก่อภูมิแพ้สะสมอยู่นั่นเอง “ที่นอน” และ “เครื่องนอน” ยังเป็นแหล่งสะสมสิ่งก่อภูมิแพ้ได้ ไม่ว่าจะเป็น ฝุ่น ไรฝุ่น เชื้อรา และอื่นๆ ซึ่งสิ่งก่อภูมิแพ้เหล่านี้ถือเป็นสิ่งก่อภูมิแพ้อันดับต้นๆที่เด็กไทยจำนวนมากแพ้ จนนำมาสู่การเกิดโรคภูมิแพ้ชนิดต่างๆไม่ว่าจะเป็นโรคภูมิแพ้จมูก โดยมีอาการน้ำมูกไหล คัดจมูกคันจมูก คันตา ตาแดง จนลามไปถึงโรคหอบหืดที่รบกวนการนอนและการใช้ชีวิตของเด็กจำนวนไม่น้อยในปัจจุบัน

ทิพย์สุนันทา กระจ่าง ผู้พัฒนาและปลุกปั้นแบรนด์ OXY Baby กล่าวว่า “จากการที่แบรนด์ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับคุณแม่กลุ่มลูกค้าเดิมที่ก่อตัวเป็น community เล็กๆ ของแบรนด์ ที่มักมาถามหาและปรึกษาปัญหาของลูกๆ ทำให้เรามีโอกาสได้รับฟังปัญหาจากคุณแม่ เลยทำให้เรานำมาใช้วิเคราะห์ และพัฒนาตัวสินค้าเพื่อให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งเป็นโจทย์หลักในการทำสินค้า กลุ่ม OXY Toddler Set ปกป้องลูกรักจากฝุ่นและภูมิแพ้

เนื่องจากกลุ่มเด็กเล็กเริ่มวัย 1 ขวบขึ้นไป มีกิจกรรมนอกบ้านมากขึ้น เริ่มเข้าเนอร์สเซอรี่หรือโรงเรียนอนุบาลต้องผจญกับมลภาวะ เช่น PM2.5 โรคติดต่อทางเดินหายใจและมีอาการของโรคภูมิแพ้มากขึ้น คุณแม่ผู้ปกครองจึงต้องการที่นอนที่ตอบโจทย์เรื่องการป้องกันไรฝุ่นและภูมิแพ้ เพราะต้องการให้ลูกพักผ่อนอย่างเพียงพอ ไม่อยากให้ลูกทรมานจากอาการภูมิแพ้ หรือระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ ที่นอนรวมทั้งเครื่องนอนต้องมีความทนทาน ซักทำความสะอาดได้หมดจดและบ่อยครั้ง แต่ยังคงความระบายอากาศได้ดีและนอนเย็นสบายและไม่ร้อน”

OXY Baby เข้าใจและอยากมีส่วนร่วมในการพัฒนาเครื่องนอนสำหรับเด็กวัยนี้ จึงได้นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยและตอบโจย์สำหรับชุดเครื่องนอนสำหรับเด็ก “OXY Toddler Set ปกป้องลูกรักจากฝุ่นและภูมิแพ้” สำหรับเด็กที่เริ่มโตขึ้นและมีอาการแพ้ไรฝุ่น เรานำใยสังเคราะห์จากธรรมชาติ Lenzing TencelTM จากประเทศออสเตรีย เป็นวัสดุหลักสำหรับผิวสัมผัสของเครื่องนอนทุกชิ้น เพราะมีคุณสมบัติป้องกันไรฝุ่นและแบคทีเรีย มีผิวสัมผัสเนียน ลื่น เย็นสบาย ระบายอากาศได้ดี ซึ่งเด็กๆ ชอบมาก ไส้หมอนและที่นอนจาก FDA Food Grade Silicone ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดสำหรับเครื่องนอนสำหรับเด็ก เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นภูมิแพ้โดยเฉพาะ

“นอกจากที่หายใจผ่านได้ระบายอากาศดี ไม่ร้อน นํ้าสามารถผ่านได้แบบเดียวกันกับที่นอนของเด็กทารกเลย แต่มีความนิ่มกว่าและมีความยืดหยุ่นกว่า ความปลอดภัยระดับจุกนมทารก สามารถที่จะนำเข้าปากได้ ในเวลาที่พ่อ แม่ไม่เห็น อีกทั้งยังป้องกันภูมิแพ้ ลดอาการภูมิแพ้ ไม่มีฝุ่น ไม่อมฝุ่นซักทําความสะอาดได้ง่ายทุกชิ้นส่วน สามารถเข้าเครื่องซักผ้าและอบแห้งได้

สำหรับน้องที่ต้องไปโรงเรียน ต้องการปกป้องอย่างต่อเนื่องและนอนสบายเหมือนอยู่ที่บ้าน ยังสามารถพกพา OXY Baby Easy-Roll Nap Mat ที่นอนเด็กอนุบาล ซึ่งทำจากผ้า Lenzing TencelTM และไส้นวม Sorona จากเยื่อไม้ไปนอนที่โรงเรียนได้ด้วย ทุกปัญหาหรือความกังวลใจของแม่คือรายละเอียดที่เรานำมาใช้ในการพัฒนาสินค้าเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของคุณแม่ ทั้งนี้ ในทุกๆ การพัฒนายังคงมาตรฐานเดียวกับที่นอนเด็กทารก OXY Baby”

ผลิตภัณฑ์ “OXY Toddler Set ปกป้องลูกรักจากฝุ่นและภูมิแพ้”-Dream Collections series ประกอบไปด้วย 5 สินค้าหลัก OXY Baby Toddler Mattress (เบาะนอนหายใจผ่านได้สำหรับเด็ก), OXY Baby Toddler Pillow (หมอนซิลิโคนหายใจผ่านได้ จาก FDA Food Grade Silicone), OXY Baby Toddler Bolster (หมอนข้างสำหรับทารก ไส้หมอนผลิตจาก Premium Polyester), OXY Baby Toddler Blanket (ผ้าห่ม) และล่าสุด OXY Baby Easy-Roll Nap Mat (ที่นอนอนุบาลม้วนเก็บง่าย) ที่ได้รับการตอบรับจากคุณแม่เป็นอย่างดี โดย Dream Collection นี้ สร้างสรรค์โดย Designer Muriel ศิลปินที่มีแรงบันดาลใจจากการซักถามของเด็กๆ จาก ประเทศสเปน ทั้งนี้ รายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่https://www.facebook.com/oxybabytoddlers หรือ https://www.facebook.com/oxybabyth

3 คอนเซ็ปต์ความคูลกับดรอปล่าสุดของซีซั่น Autumn / Winter 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/757663

3 คอนเซ็ปต์ความคูลกับดรอปล่าสุดของซีซั่น Autumn / Winter 2023

3 คอนเซ็ปต์ความคูลกับดรอปล่าสุดของซีซั่น Autumn / Winter 2023

วันพุธ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

CPS CHAPS (ซีพีเอส แชปส์) แบรนด์แฟชั่นสุดเทรนด์ ภายใต้คอนเซ็ปต์“CREATIVITY. PASSION. SELF.” ดึง 2 นักแสดงดาวรุ่งแห่งวงการ “อแมนด้า”ชาลิสา ออบดัม ประกบคู่ “ไบร์ท” นรภัทรวิไลพันธุ์ ร่วมถ่ายทอดผลงานแฟชั่นสุดคูล ดึงเสน่ห์ความเท่ของแบรนด์กับ 3 ดีไซน์คอนเซ็ปต์จากดรอปล่าสุดในคอลเลคชั่น AW2023 คือ Street Comfort Wear, Monogram และ American Vintage ตอบโจทย์ครบทุกไลฟ์สไตล์

เริ่มต้นที่คอนเซ็ปต์แรก Street Comfort Wear ดีไซน์เสื้อผ้าที่เน้นความสะดวกสบาย คล่องตัว เหมาะกับยุคสมัยปัจจุบันแต่ก็ยังคงความเท่ในแบบฉบับของ CPS CHAPS เสื้อผ้าแต่ละไอเทมจะมีดีเทล เช่น ป้ายแต่ง เทคนิคการพิมพ์ผสมการปักการเพิ่มรายละเอียดตรงขอบเอวกางเกง นิตติ้ง เป็นต้น สีหลักที่ใช้ในคอนเซ็ปต์นี้จะใช้สีให้ความรู้สึกสบายเรียบง่าย อย่าง Off white, Black, Blue jeans และสี Tranquil blue ที่กำลังได้รับความนิยม ให้ดูทันสมัย นอกจากสีและดีไซน์แล้ว เนื้อผ้าหลักที่ใช้อย่าง Cotton, Cotton Jersey, Rib, Baby French Terry, Knitting, Lightweight Denim ก็จะมีเนื้อสัมผัสที่นุ่ม น้ำหนักเบา สามารถหยิบมาสวมใส่ได้ทุกวัน

อีกหนึ่งคอนเซ็ปต์ที่ได้รับความนิยมตลอดกาลอย่าง Monogram ก็มีให้ช้อปและมิกซ์แอนด์แมทช์กันในดรอปนี้ สำหรับสุภาพสตรีการออกแบบจะให้กลิ่นอายของความคลาสสิกด้วยโทน Beige, Cream, Black เป็นสีหลัก ด้วยความตั้งใจที่อยากจะให้ไอเทมทุกชิ้นในคอนเซ็ปต์นี้เป็นชิ้นที่สามารถนำหยิบมาใส่ได้หลากหลายโอกาสและอินเทรนด์อยู่เสมอ จึงเน้นดีไซน์คลาสสิกที่มีความเรียบง่าย หลากหลายลุคไม่ว่าจะเป็น Sport, Everyday look ไปจนถึงเดรสแขนยาว ไอเทมที่อยากนำเสนอคือKnitting ทอลวดลายโมโนแกรม, Cardiganมีทั้งแบบพอดีตัวและ Oversize ลายโมโนแกรมดีไซน์ปิ๊กกีตาร์ขนาดใหญ่ เพื่อให้รายละเอียดคมชัดสามารถใส่เป็น Matchingset หรือแยกชิ้นแมทช์กับยีนส์หรือกางเกงสีพื้นก็ได้, Pajama set ที่สวมใส่ในวันสบายๆ สำหรับเสื้อยืด นอกจากเสื้อยืดSecond skin ที่เป็นซิกเนเจอร์ ก็มีเสื้อยืดOversize ที่สวมใส่ได้ทั้งหญิงและชายซึ่งใช้ผ้าคอตตอนที่หนาขึ้นนำไปฟอกและเจาะขาดให้ดูเท่ขึ้น หรือจะเป็น Hoodie ที่สามารถนำไปแมทช์กับยีนส์ก็ให้ลุคสตรีทเท่ๆ ได้ ในส่วนของสุภาพบุรุษได้มีการหยิบเอาโลโก้ที่เป็นรูปปิ๊กกีตาร์มาทำลวดลายโมโนแกรมแบบคลาสสิก เพื่อเอาใจเหล่าแฟนๆ CPS CHAPS ที่ชื่นชอบในลวดลายประเภทนี้ โดยรูปแบบของเสื้อผ้าที่หยิบมาใช้ในครั้งนี้จะมีการผสมผสานกับเสื้อผ้าแนว Streetwear Y2K และเพิ่มความลักซูรีด้วยวัสดุ เช่นผ้าซาติน และผ้าทอลาย สีที่ใช้จะใช้สีน้ำตาล สีครีม ตัดกับสีดำ ไอเทมที่ห้ามพลาด! สำหรับคุณผู้ชายในคอนเซ็ปต์นี้คือ เสื้อเชิ้ตปกฮาวาย แขนสั้น ที่ตัดเย็บด้วยผ้าวิสคอสพิมพ์ลายโมโนแกรมให้ผิวสัมผัสที่นุ่มลื่นสบาย, เสื้อเชิ้ตผ้ายีนส์ดีไซน์ Oversize, เสื้อยืดแขนสั้นตัดเย็บด้วยผ้าทอลายโมโนแกรมนูนผิวกำมะหยี่, Bomber jacket ตัดเย็บด้วยผ้าซาตินตัดต่อแขนด้วยผ้าสักหลาดสีดำ

คอนเซ็ปต์สุดท้ายของดรอปนี้ American Vintage นำเอาสัญลักษณ์ของประเทศสหรัฐอเมริกามาเป็นไฮไลท์ เช่น สีของธงชาติและนกอินทรีที่นำมาวางลงดีไซน์ของเสื้อผ้าไม่ว่าจะเป็น เสื้อเชิ้ตแขนสั้นวางลวดลายธงชาติ, เสื้อยืดสกรีนลายนกอินทรี รวมทั้งสกรีนตัวอักษร “CPS CHAPS” และ Hoodie ที่นำสีและลวดลายของธงชาติมาวางลงบนส่วนต่างๆของเสื้อ ซึ่งถ้าทุกไอเทมมาแมทช์กับกางเกงลายทหารก็ให้ลุคและอารมณ์แบบ American Vintage มากยิ่งขึ้น

CPS CHAPS คอลเลคชั่น AW2023 ทั้ง 3 ดีไซน์คอนเซ็ปต์ Monogram,Street Comfort Wear และ AmericanVintage พร้อมแล้วที่จะให้คุณได้สนุกกับการมิกซ์แอนด์แมทช์ ความเท่ กับความคลาสสิก ในหลากหลายโอกาสตามแบบฉบับที่บ่งบอกตัวตนของคุณ ได้แล้ววันนี้ที่ CPS CHAPS ทุกสาขา และช่องทางออนไลน์ http://www.cpschaps.com